ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-10-2019, 00:36
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  วิเคราะห์-ชะตากรรมทั่นประธาน(ที่เคารพ) 'ยุทธ ตู้เย็น' คนกำหนดหรือจะสู้ฟ้าลิขิต 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
วิเคราะห์-ชะตากรรมทั่นประธาน(ที่เคารพ) 'ยุทธ ตู้เย็น' คนกำหนดหรือจะสู้ฟ้าลิขิต  (อ่าน 5321 ครั้ง)
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« เมื่อ: 22-01-2008, 20:33 »

อ้างถึง
ในที่สุดนายยงยุทธ ติยะไพรัช  ส.ส.แบบสัดส่วนกลุ่มที่ 1 และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน(พปช.) ก็ได้รับการสนับสนุนให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา

ถ้านายสมัคร  สุนทรเวช หัวหน้า พปช.ได้รับการเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามความคาดหมายอีกคนหนึ่งก็จะทำให้ทั้งประมุขฝ่ายบริหารและประมุขฝ่ายนิติบัญญัติตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจหลุดจากตำแหน่งและพารัฐบาล พปช.พังพาบได้ตอลดเวลาเพราะมีคดีติดตัวที่อยู่ในระหว่างบการพิจารณาขององค์กรที่เกี่ยวข้อง

นายสมัครนั้น ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของ กทม.มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท สมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม.พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และบุคคลอื่นรวม 7 คน

คดีดังกล่าว ถ้าคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)สรุปสำนวนส่งอัยการสูงสุดได้ภายในเดือนมีนาคม 2551 ถ้าอัยการสูงสุดไม่ตีสำนวนกลับเหมือนคดีหวยบนดินจนต้องตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อพิจารณาสำนวนเพิ่มเติม

อัยการสูงสุดต้องส่งสำนวนให้แก่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายในเดือนพฤษภาคม 2551ซึ่งศาลฎีกาจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีอย่างต่อเนื่อง อาจนานประมาณ 3-5 เดือน

เวลานั้นนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ต้องเดินขึ้นศาลฎีกาฯตำเป็นจำเลยในคีดทุจริตทุกสัปดาห์เป็นเวลาติดต่อกันหลายเดือนโดยไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ความคุ้มกัน ส.ส.เหมือนคดีอาญาทั่วไป(รัฐธรรมนูญ มาตรา 277 วรรคสาม)

ถ้าศาลพิพากษาว่ามีความผิด ครม.นายสมัครก็ต้องปิดฉากลง

สำหรับนายยงยุทธนั้นถูกกล่าวหาว่า ซื้อเสียงในการเลือกตั้งผ่านกำนันในจังหวัดเชียงราย 10 คนในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ปล่อยผีประกาศรับรองนายยงยุทธไปก่อนโดยมิได้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(แจกใบแดง)

แต่มิได้หมายความว่า คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการสืบสวนที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธานจะยุติไปด้วย

ขณะที่การสืบสวนเพิ่มเติมของคณะกรรมการที่ทำต่อจากตำรวจสันติบาลเสร็จสิ้นแล้วโดยคณะอนุกรรมการมีมติไม่ให้นายวิจิตร ยอดสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติไทยที่ร้องคัดค้านนายยงยุทธถอนคำร้องคดีดังกล่าว คาดว่าอีกไม่กี่วันคณะอนุกรรมการคงสรุปสำนวนพร้อมความเห็นต่อ กกต.ได้

การที่นายยงยุทธ รอดจากใบแดงก่อนประกาศผลเลือกตั้งเข้าสู่กระบวนการตามสอยหลังประกาศผลเลือกตั้งอาจทำให้นายยงยุทธและ พปช.ถูกเชือด กกต.ง่ายขึ้นอีก ถ้าคณะอนุกรรมการสืบสวนเห็นว่า พยานหลักฐานในคดีดังกล่าวมีมูลเพียงพอที่หรือมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า นายยงยุทธมีส่วนในการซื้อเสียงดังกล่าว

ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ.2550 มาตรา 8 วรรคสองระบุว่า ในการลงมติของ กกต.วินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง)ก่อนประกาศผลเลือกตั้งให้ใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของจำนวน กกต.ที่มาประชุม

หมายความว่า ในการแจกใบแดงนายยงยุทธก่อนประกาศผลเลือกตั้งต้องใช้เสียงถึง 4 ใน 5 เสียง ซึ่งสภาพ กกต.ในปัจจุบันมีอยู่แล้ว 1 เสียงที่มีแนวโน้มจะไม่แจกใบแดง พปช. ถ้า มี กกต.อีกเพียง 1 คนที่เห็นว่า นายยงยุทธไม่ควรได้ใบแดง(อาจได้แค่ใบเหลือง)  นายยงยุทธก็รอดเพราะมี กกต.เห็นว่า นายยงยุทธผิดเพียง 3 เสียง ทั้งนี้  กกต.ไม่สามารถที่จะเอาผิดนายยงยุทธได้อีก

แต่เมื่อนายยงยุทธดิ้นรนต่อสู้เพื่อยืดเวลาจน กกต.ต้องปล่อยผีไปก่อนแล้วตามสอยที่หลัง ทำให้ กกต.ใช้เสียงเพียง 3 เสียงเท่านั้นในการเชือดนายยงยุทธเพราะ มาตรา 8 วรรคสอบระบุว่า ในการลงมติของ กกต.ในกรณีอื่น(นอกเหนือจากการแจกใบเหลืองและใบแดงก่อนประกาศผลเลือกตั้ง)ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมาก เมื่อ กกต.มี 5 คน เสียงข้างมากก็คือ 3 เสียง

ถ้า กกต.เสียงข้างมาก 3 เสียง เห็นว่า นายยงยุทธมีความผิดถึงขั้นต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง  ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณา

ในกรณีที่ปรากฎจากการไต่สวนของศาลฎีกาว่า 'มีเหตุอันควรเชื่อ' ได้ว่า กรณีเป็นไปตามคำร้องของ กกต.ให้ กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ ส.ส.(นายยงยุทธ)มีกำหนดเวลา 5 ปีแล้วแจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายกรัฐมนตรีทราบ

ผลที่ติดตามมาหลังจากที่ กกต.ทำคำร้องเสนอต่อศาลฎีกาคือ เมื่อศาลฎีการับคำร้องแล้ว ให้ ส.ส.ผุ้นั้นหยุดการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งยกคำร้องซึ่งหมายถึงนายยงยุทธต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานสภานและประธานรัฐสภาด้วย แ

ถ้าศาลฎีกามีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้ สมาชิกภาพของ ส.ส.ผู้นั้นสิ้นสุดลงทันที( พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 111 )

แม้ฉากชีวิตทางการเมืองของนายยงยุทธจะจบลง(ถ้าศาลตัดสินว่าผิด) แต่สงครามของ พปช.ยังไม่จบ เนื่องจากขณะกระทำผิดนายยงยุทธดเป็นกรรมการบริหาร พปช.

ดังนั้น กกต.ต้องทำคำร้องเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ(ผ่านอัยการสูงสุดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง)ให้ยุบ พปช.ทั้งนี้เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ(มาตรา 115 ประกอบ มาตรา 103)

แต่ประเด็นที่น่าหนักใจคือ พปช.แทบไม่มีดอกาสต่อสู้ในศาลรัฐธรรมนูญเลยเนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏในการไต่สวนในชั้นศาลฎีกาแล้ว จึงยากที่ศาลรัฐธรรมนูญจะหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นมาไต่สวนใหม่เพื่อหักล้างคำตัดสินของศาลฎีกาซึ่งจะทำให้ระบบศาลพังทำระบบและทำให้คำพิพากษาของศาลฎีกาไม่ได้รับความเชื่อถือ

ทั้งนี้เงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 237 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯมาตรา 115 ประกอบ มาตรา 103 กำหนดในการยุบพรรคไว้ตายตัวคือ เมื่อกรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็นหรือเป็นผู้ทุจริตเลือกตั้ง ต้องถูกยุบพรรคสถานเดียว

ถ้า พปช.ถูกยุบเพราะนายยงยุทธ ย่อมหมายถึงการพังทลายของรัฐบาล พปช.ในทันที โดยส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคส่วนหนึ่งสิ้นสมาชิกภาพ ขณะที่ ส.ส.ที่เลือต้องแตกกระซานส่านเซ็นหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 60 วัน

ส่วนผลที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร  คนไม่อาจกำหนดได้ ฟ้าเท่านั้นจะเป็นผู้ลิขิต


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=17476&catid=1

อ้างถึง
ปธ. กกต.เผยค้าง21คดี กรณี'ยงยุทธ'ใหญ่สุด

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. เปิดเผยภายหลังการประชุม เมื่อวันที่ 21 มกราคมว่า ที่ประชุม กกต.มีมติให้รับรองว่าที่ ส.ส.ทั้ง 17 คนที่ได้รับการเลือกตั้งจากการเลือกตั้งใน 7 จังหวัดที่มีการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เพราะเห็นว่า ควรจะให้ความยุติธรรมเท่าเทียมกันเหมือนกับกรณีที่กกต.เคยรับรอง ส.ส.ที่จัดการเลือกตั้งใหม่ใน จ.ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ โดยผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเหล่านี้ไม่มีการเรื่องร้องเรียนเข้ามายัง กกต.อย่างเป็นทางการ มีเพียงการพูดกันเท่านั้น  ซึ่งการเลือกตั้งใน 7 จังหวัดนั้นก็ได้ยินข่าวมีเรื่องร้องคัดค้าน แต่ยังไม่มีหนังสืออย่างเป็นทางการมายังกกต.

'ขณะนี้เราไม่ได้ตรวจสอบเรื่องร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง แต่เห็นว่า เมื่อยังจังหวัดใดยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา  กกต.เห็นว่าควรประกาศรับรองไปก่อน  เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็น 2 มาตรฐานที่ว่า ทำไม การเลือกตั้งใหม่ก่อนหน้านี้ กกต.จึงประกาศรับรองแล้ว 17 คนนี้ ทำไมไม่รับรอง  ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะถูกกล่าวหาว่าไม่เท่าเทียม แม้จะรับรองไปแล้ว หากว่า มีการร้องเรียนเข้ามา กกต.ก็ยังสามารถดำเนินการต่อได้และหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริงถึงขั้นได้ใบเหลืองหรือใบแดง กกต.ก็จะส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา แม้แต่ ส.ส.ที่ กกต.ประกาศรับรองไปแล้วก็ยังมีเรื่องร้องคัดค้านเข้ามาอยู่ตลอด' นายอภิชาต กล่าว

เมื่อถามว่า กรณี ส.ส.รับรองไปแล้ว 21ราย(รวมนายยงยุทธ)ที่มีเรื่องร้องเรียนและเรื่องร้องคัดค้าน ค้างอยู่ กกต.จะเริ่มดำเนินการสอบเมื่อใด นายอภิชาต กล่าวว่า กกต.จะทำให้เร็วที่สุด ขณะนี้อนุกรรมการสืบสวนสอบสวนฯก็มีการดำเนินสอบอยู่ถ้าเสนอมาเมื่อไหร่ กกต.ก็จะพิจารณาได้ทันที เรื่องที่ใหญ่ที่สุดก็ คือกรณี จ.เชียงรายที่คณะกรรมการกำลังสอบอยู่ ซึ่ง กกต.ก็ไม่ได้กำหนดว่า จะต้องเสร็จเมื่อใด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน

อ่านรายละเอียดนะคะ แล้วจะทราบว่า ตู้เย็นจะพรุนวันไหน

ไม่น่าเกิน 30 วัน สภาจะสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้อาจถึงวิบัติ   
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 22-01-2008, 21:32 »

ขอให้มันจริงเถอะนะครับ กลัวกระบวนการยุติธรรมจะโดนแทรกแซงไปซะก่อนน่ะสิครับ

อีกอย่างคนอยู่ในอำนาจแล้ว จะลงคงยาก หนักใจจริงๆครับ
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #2 เมื่อ: 22-01-2008, 22:17 »

ประทวย ตู้เย็น

 
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
BeastGuy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210


« ตอบ #3 เมื่อ: 23-01-2008, 09:55 »

รอดอยู่แล้ว
เชื่อผมไหม
ได้เป็นรัฐบาลแล้วนี่กลัวไรล่ะ อำนาจอยู่ในมือ เหอ ๆ
ก็แค่ปาหี่หลอกคนให้ดีใจเล่นเท่านั้นแหละ
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #4 เมื่อ: 23-01-2008, 10:00 »

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=17619&catid=46

อ้างถึง
เลขา กกต. ชี้ 'ยงยุทธ' ลาออกตามกติกา สัปดาห์หน้าสรุปผลร้องค้าน หากพบหลักฐานมีมูลให้เป็นอำนาจศาลฎีกาวินิจฉัย เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนปม พปช. เป็น 'นอมินี' เน้นละเอียดรอบคอบ ต้องยืดไปอีก 1 เดือน


กกต.ชี้ 'ยุทธ' ลาออกตามกติกา

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.ได้รับหนังสือแสดงความจำนงการลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรค พปช.ของนายยงยุทธตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 มกราคม จะรายงานนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณา และนำเรื่องเสนอเพื่อให้ที่ประชุม กกต.ให้ความเห็นชอบในวันเดียวกันนี้

"ตามรัฐธรรมนูญห้ามคนที่เป็นประธานสภาผู้แทนฯ เป็นกรรมการบริหาร ดังนั้น จึงถือว่านายยงยุทธได้ทำตามกติกาแล้ว" นายสุทธิพลกล่าว

สัปดาห์หน้าสรุปผลร้องค้านยงยุทธ

เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวถึงสำนวนการสอบสวนคดีร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งนายยงยุทธว่า สอบถามไปยังนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนแล้วพบ ทราบว่าสอบพยานบุคคลไปแล้วหลายปากและจะสอบพยานเพิ่มเติม หากผลการสืบสวนเสร็จจะนำเสนอที่ประชุม กกต. คาดว่าจะสามารถเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ได้สัปดาห์หน้า

นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.รับทราบถึงการลาออกของนายยงยุทธ การลาออกไม่เกี่ยวกับการสืบสวนคดี เพราะ กกต.จะเดินหน้าสอบสวนทุจริตเลือกตั้งของนายยงยุทธ กกต.ต่อไป

"ยืนยันว่า ไม่มีอะไรมาความกดดัน ไม่ว่านายยงยุทธจะอยู่ในตำแหน่งใด หากตรวจสอบพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย" นางสดศรีกล่าว

เรื่องใหญ่ส่งศาลฯชี้ขาดถูกต้องแล้ว

นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า หากผลการวินิจฉัยคำร้องนายยงยุทธไม่มีมูล หลักฐานไม่เพียงพอก็ยกคำร้อง แต่ถ้าเห็นว่ามีมูล กกต.ต้องส่งศาลฎีกาให้วินิจฉัย ตอนนั้นแปลว่า กกต.มีพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว แต่ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดอย่างไรก็ถือเป็นอำนาจของศาล 'ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องการพิจารณาสำนวนนายยงยุทธเป็นเรื่องใหญ่ และการส่งให้ศาลพิจารณาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว'  นายสมชัยกล่าว

ยืดสรุปปมพปช.เป็น 'นอมินี' อีก1ด.

นายสมชัยกล่าวกรณีคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ร้องให้สอบ พปช.เป็นนอมินีหรือตัวแทนพรรคไทยรักไทยว่า คณะอนุกรรมการขอขยายเวลาออกไป 1 เดือน โดยให้เหตุผลว่ามีพยานอยู่จำนวนมากและคาดว่าจะสืบสวนไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ในวันที่ 27 มกราคมนี้

"เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จก็ต้องส่งไปที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ พยานหลักฐานมีส่วนสำคัญมาก ผมเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องเร่งพิจารณาหรือทำตามแค่กระแสสังคม เพราะหากเกิดความผิดพลาดหรือทำไม่ดี กกต.ก็ต้องรับผิดชอบภายหลัง ดังนั้น ก็ต้องไปพิสูจน์กันที่ศาล ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบทำ เพราะหากผิดพลาดแล้วก็ต้องรับผิดชอบ สู้ทำให้มันสมบูรณ์จะดีกว่า" นายสมชายกล่าว


อักหนึ่งอาทิตย์ ก็จะรู้ผลว่า คดีจะหลุดไหมจากฝั่ง กกต.

ถ้าไม่หลุด มีการส่งเรื่องให้ศาลฎีกา วันนั้น รัฐบาลก็จะสะเทือน ราวแผ่นดินไหว

แล้วก็ต้องลุ้นผลการตัดสินของศาลฎีกา  ระหว่างนี้ ทั่นประธานตู้เย็นที่เคารพ ก็จะตกนรกไปเรื่อยๆ

จะติดตามข่าวมาอัพเดทให้เรื่อยๆ

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆค่ะ ไม่สำคัญอะไรกับเสถียรภาพของรัฐบาลเลย จริงๆนะคะ 
บันทึกการเข้า
The Last Emporer
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 81



« ตอบ #5 เมื่อ: 23-01-2008, 10:01 »

ถ้าโดนยุบก็สิ้นสมาชิกภาพอีก 34 คน

ดูหน้าตาจากนี่ได้เลย

http://www.ppp.or.th/Application/DRSearch/DRSearch/all.asp?sessionID=1
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #6 เมื่อ: 23-01-2008, 17:57 »

ข่าวต่อไป

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=17738&catid=1

อ้างถึง
อนุฯชุด'สุวิทย์'เสนอ กกต.ให้สอบต่อ'ยุทธตู้เย็น'

นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนสำนวนนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.พรรคพลังประชาชน (พปช.) และประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า วันนี้มีการเสนอความเห็นเรื่องการถอนหรือไม่ถอนสำนวนของนายยงยุทธจากคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน แต่ว่าคณะอนุฯ เสนอเข้ามาอย่างผิดขั้นตอน เพราะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กกต.โดยไม่ได้ขอความเห็นในเรื่องจากเลขาธิการ กกต.ก่อน ดังนั้น ต้องส่งเรื่องนี้กลับไปถามความเห็นของเลขาธิการ กกต.ก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถบอกได้ว่าคณะอนุฯ เสนอความเห็นมาอย่างไร

เมื่อถามว่า คณะอนุฯ เสนอความเห็นมายัง กกต.เหมือนที่เป็นข่าวหรือไม่ นายสุเมธ กล่าว 'อาจเป็นไปตามข่าว' และว่า อย่างไรก็ตาม กกต.ต้องพิจารณาในชั้นสุดท้ายว่า สมควรให้ถอนหรือไม่ถอน ส่วนเหตุผลที่ กกต.จะนำมาพิจารณาเพื่อให้ถอนหรือไม่ถอนนั้น คงยังไม่สามารถบอกได้

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีเดียวกับว่า ได้หารือกับพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ว่า ตนต้องพิจารณาเรื่องจากคณะอนุฯ เพื่อเสนอความเห็นต่อ กกต.ต่อไป คาดว่าจะสามารถเสนอความเห็นให้ กกต.ได้ภายในเย็นวันที่ 23 มกราคมนี้

'เรื่องนี้เป็นกรณีที่ เลขาธิการ กกต.สามารถที่จะเสนอความเห็นได้ ซึ่งผมก็มีตัวช่วยแล้วคือทางคณะอนุฯ สอบสวนที่เสนอความเห็นมาว่าควรที่จะดำเนินเรื่องต่อไป ดังนั้น ตรงนี้ผมจะนำมาพิจารณาและจะปรึกษากับรองเลขาธิการ ด้านสืบสวนสอบสวน (พ.ต.อ.จรุงวิทย์) เพื่อการพิจารณาที่รอบคอบ และจะได้เสนอที่ประชุม น่าจะสามารถเสนอได้ในเย็นนี้' นายสุทธิพล กล่าว

เมื่อถามว่า คณะอนุฯ ให้เหตุผลอย่างไรสำหรับการให้ดำเนินการสอบสวนสำนวนนายยงยุทธต่อไป นายสุทธิพล กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้ตรวจสอบ

นายสุทธิพล กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าที่ประชุม กกต.จะพิจารณาเรื่องนี้เมื่อใด แต่การประชุมครั้งหน้าจะมีขึ้นในวันที่ 25 มกราคมนี้ ส่วนกรอบเวลาการสอบสวนของคณะอนุฯ นั้น กกต.ไม่ได้กำหนดไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้คณะอนุฯ สามารถรวบรวมหลักฐานได้อย่างเต็มที่ และตอนนี้เหลือเพียงการสอบปากคำของพยานฝ่ายผู้ถูกคัดค้านเท่านั้น ถึงแม้ว่านายยงยุทธพยายามถ่วงเวลา โดยอ้างว่าไม่ได้รับการประสานจาก กกต.เพื่อให้นำพยานเข้าให้ปากคำ แต่ทาง กกต.มั่นใจว่า ในคณะอนุฯ ชุดนี้ เนื่องจากมีความแม่นในข้อกฎหมายและระเบียบมาก และคิดว่าคณะอนุฯ คงได้พิจารณาในประเด็นนี้แล้ว

คืบหน้าไปเรื่อยๆ ทีละวัน ทีละวัน  ทั่นประธานคงสบายดี 
บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #7 เมื่อ: 23-01-2008, 18:09 »

กระทู้นี้น่าลุ้นค่ะ 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #8 เมื่อ: 23-01-2008, 18:56 »

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=17619&catid=46

อักหนึ่งอาทิตย์ ก็จะรู้ผลว่า คดีจะหลุดไหมจากฝั่ง กกต.

ถ้าไม่หลุด มีการส่งเรื่องให้ศาลฎีกา วันนั้น รัฐบาลก็จะสะเทือน ราวแผ่นดินไหว
แล้วก็ต้องลุ้นผลการตัดสินของศาลฎีกา  ระหว่างนี้ ทั่นประธานตู้เย็นที่เคารพ ก็จะตกนรกไปเรื่อยๆ
จะติดตามข่าวมาอัพเดทให้เรื่อยๆ

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆค่ะ ไม่สำคัญอะไรกับเสถียรภาพของรัฐบาลเลย จริงๆนะคะ 

กกต. น่าจะเซฟตัวเองด้วยการส่งเรื่องไปให้ศาลตัดสินนะครับ
เรื่องอะไรจะไม่ส่งฟ้องให้ถูกครหา เข้าตัวเองเปล่าๆ

ยังต้องดำรงตำแหน่งนี้กันอีกตั้งหลายปี และเลือกตั้งคราวหน้า
ก็คงอีกไม่นาน ถ้าถูกครหาจะทำงานต่อไปลำบากนะครับ
ผิดถูกไปว่ากันที่ศาล ผมว่าเซฟที่สุดแล้ว 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 24-01-2008, 22:07 »

ถ้าโดนสอยที่ศาล ติดคุกยาวกว่า 5 ปี ไปเลย 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #10 เมื่อ: 25-01-2008, 17:36 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000010479

อ้างถึง
กกต.มีมติไม่ถอนคำร้อง ปธ.ยงยุทธ ปิดช่องเอกสิทธิ์คุ้มครองการกระทำผิด กม.เลือกตั้ง ระบุชัดหากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ต้องยุติบทบาทหน้าที่ทันที
       
       วันนี้ (25 ม.ค.) นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ ประธานคณะกรรมการสอบสวนสำนวนร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งของนาย ยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน และประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินเข้าชี้แจงความคืบหน้าการสอบสวนฯ ต่อ กกต. โดยก่อนชี้แจงนายสุวิทย์ กล่าวว่าขณะนี้กำลังรอที่จะสอบปากคำพยานเพิ่มเติม เพราะยังไม่ได้สอบปากคำนายยงยุทธ ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันว่านายยงยุทธได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงคงต้องให้เวลานายยงยุทธจัดการเรื่องตำแหน่งและหน้าที่ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นคาดว่านายยงยุทธคงพร้อมเข้าให้ปากคำ เพราะนายยงยุทธทราบดีว่าเรื่องนี้จะช้าไม่ได้ แต่จะเข้าให้ปากคำเมื่อใดคงต้องขึ้นอยู่กับความสะดวกของนายยงยุทธ
       
       อย่างไรก็ตามการสอบสวนของอนุกรรมการน่าจะเสร็จได้ภายในสัปดาห์หน้านี้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยุ่กับนายยงยุทธด้วยว่าพร้อมจะนำพยนมาชี้แจงเมื่อไร ซึ่งอนุฯ ได้ติดต่อประสานงานกับนายยงยุทธตลอด แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้นายยงยุทธมีภาระมาก
       
       ส่วนการที่นายยงยุทธได้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ จะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาสำนวนหรือไม่นั้น นายสุวิทย์ กล่าวว่า ไม่มีผลอะไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นก่อนที่จะนายยงยุทธจะเป็นประธานสภาฯ
       
       ภายหลังการประชุมกกต.นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต ด้านสืบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า กกต.ได้มีการพิจารณาความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน ที่เสนอไม่ให้นายวิจิตร ยอดสุรรณ อดีตผู้สมัครส.ส.เชียงราย พรรคชาติไทย ถอนคำร้องคัดค้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า โดยมติเสียงส่วนใหญ่เห็นควรไม่ให้นายวิจิตรถอนคำร้องคัดค้าน ทั้งนี้ขอชี้แจงว่า สำนวนทุจริตเชียงรายเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนของกกต. 2 แนวทาง คือ นายวิจิตรได้ยื่นคำร้องคัดค้านไว้ที่กกต.จังหวัดเชียงราย และอีกทางสันติบาลได้ทำการสืบสวนสอบสวนและเสนอเข้ามาที่กกต. และกกต.ได้สั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ซึ่งตามระเบียบสืบสวนสอบสวนของกกต.ก่อนนับเป็นเรื่องร้องคัดค้าน หากผู้ร้องไม่ประสงค์ดำเนินการต่อเป็นสิทธิ์ผู้ร้องถอนคำคัดค้านได้ แต่หากกกต.รับเป็นเรื่องร้องคัดค้านแล้ว การจะขอถอนคำร้องคัดค้านเป็นอำนาจที่กกต.จะพิจารณา
       
       “เหตุผลที่นายวิจิตรขอถอนคำคัดค้าน กกต.เห็นว่าไม่ได้ทำให้การสอบสวนยุติลงแต่อย่างใด เพราะสำนวนดังกล่าวกกต.ได้ให้สันติบาลไปสอบสวนและมีการแจ้งขอกล่าวหาแล้ว การอนุญาตให้ถอนหรือไม่ถอน จึงไม่เกิดประโยชน์ คดีก็ยังต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป ดังนั้น กกต.เสียงส่วนใหญ่จึงเห็นว่าไม่ให้นายวิจิตรถอนคำร้องคัดค้าน ส่วนเสียงส่วนน้อยเห็นว่าไม่ว่าจะให้นายวิจิตรถอนคำคัดค้านหรือไม่ก็ไม่มีผลทำให้คดีนี้ยุติลง แต่เมื่อนายวิจิตรอยากจะแสดงสปิริตและต้องการความสบายใจ กกต.ก็น่าที่จะเคารพเจตนารมณ์ของเขา เพราะอย่างไรเสียสำนวนนี้ก็ยังเดินหน้าต่อ ดังนั้นเสียงส่วนใหญ่หรือเสียงน้อยในเรื่องนี้จึงไม่มีผลอะไรเลย"
       
       นายสมชัย กล่าวอีกว่า เรื่องการสืบสวนสอบสวนของอนุกรรมการฯ กกต.กำหนดให้สอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะทราบว่าสังคมจับตามองอยู่ และต้องการคำตอบ แต่ทั้งนี้การจะไปเร่งรัดก็จะกลายเป็นการไปกดดันอนุกรรมการฯ ซึ่งถ้ามีผลให้อนุกรรมการฯ ทำสำนวนออกมไม่ได้ ไม่รอบคอบ หากส่งไปศาลก็อาจจะถูกตำหนิได้ ดังนั้น จึงควรให้อนุกรรมการฯ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะถ้าสอบสวนออกมาแล้ว เขาไม่ผิดก็ต้องปล่อย แต่ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะส่งเรื่องไปยังศาลกกต.ต้องมีความเห็นก่อนว่าจากการสืบสวนสอบสวนของอนุกรรมการน่าเชื่อได้หรือไม่ว่านายยงยุทธทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และส่งผลให้การเลือกตั้งนั้นไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม รวมทั้งพฤติกรรมเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงไปถึงประเด็นการยุบพรรคหรือไม่ หากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าผิดก็ต้องส่งไปให้ศาลฎีกาพิจารณา และตามกฎหมายหากศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณานายยงยุทธก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทันที
       
       ส่วนที่ นายยงยุทธเป็นประธานสภาฯ หากพบว่ามีความผิดอาจเกิดปัญหาการดำรงตำแหน่ง และนายยงยุทธของใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองได้หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า กกต.ไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปหาทางเข้าหรือทางออก แต่ต้องทำทุกอย่างไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา ผิดก็ผิด ไม่ผิดก็ไม่ผิด ทุกอย่างมีกฎหมายเขียนไว้ให้เดินอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกรุยทางให้เขาเดิน เรื่องเอกสิทธิ์เป็นเรื่องที่ให้ไว้สำหรับกรณีการจับกุมคุมขังไม่ได้ แต่กรณีนี้เป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งในกฎหมายเลือกตั้งบัญญัติว่าหากศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
       
       นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่จะดำเนินคดีกับนายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการอำนวยการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชั่น (คปต) ที่กล่าวหาว่าเป็นผู้ทำสำนวนทุจริตของนายยงยุทธ รั่วว่า ทีแรกคิดว่าจะต้องฟ้อง แต่ตนเป็นคนใจอ่อน และเวลานี้ ถ้าสื่อบอกว่าอย่า ๆ ตนก็ต้องเชื่อ และขณะนี้เวลาสวดมนตร์ไหว้พระก็มักจะคิดว่าคนทำกรรมชั่วก็น่าจะได้รับผลแห่งกรรมชั่วนั้นเอง
       
       "บางทีอาจจะอาจจะช้าไปบ้าง เพราะกรรมมันวิ่งเร็ว คุณวีระก็วิ่งเร็ว มันก็ไม่ทันกัน แต่ถ้า เขาสะดุดเมื่อไรอาจจะทันทันทีก็ได้ ความจริงผมเห็นกับประโยชน์ชาติและประเทศมากกว่า เรื่องพวกนี้บางทีก็ทำให้จุกจิกรำคาญใจ แต่ว่าสังคมเขาพิพากษาไปแล้วก็เป็นเรื่องเสียหาย ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นควรจะมีคนรับผิดชอบหรือไม่ ผมไม่ได้สนใจคุณวีระหรอก ในแง่ที่เขาต่อสู้กับความไม่ถูกต้องผมก็ชื่นชม แต่การที่จะไปทำร้ายใครโดยไม่มีข้อมูลหรือไม่มีข้อเท็จจริงดีพอ พูดลอย ๆ หรืออะไรออกไปทำให้เขาเสียหาย มันก็ไม่ถูก ผมไม่ยึดติดกับตำแหน่งตรงนี้หรอก เรียนตรง ๆ แต่มีเป้าหมายว่าให้ประชาธิปไตยของประเทศเดินไปได้ บัดนี้ก็เดินไปได้แล้ว ผมไม่ยึดติดตรงนี้ บอกผมเบา ๆ ก็ได้ว่า สมชัยควรพิจารณาลาออกได้แล้ว ผมยินดี ไม่ต้องถึงขนาดไปร้องเรียนอย่างนั้น”
       
       เมื่อถามว่า แสดงว่ากำลังจะลาออกใช่หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า อนาคตทุกอย่างมันเป็นไปได้ทั้งสิ้น ถ้ามันยังมาไม่ถึง และที่คิดอย่างนี้ก้ไม่ใช่เพราะท้อใจเหมือนอย่างที่นางสดศรี สัตยธรรม รู้สึก แต่สำหรับตนเพราะขณะนี้ภารกิจก็หมดแล้ว และไม่อยากอะไรอีกแล้ว เพราะความอยากทั้งหลายนำมาซึ่งความทุกข์
       
       "เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้มาทำงานตรงนี้ทำให้ประเทศชาติมีระบอประชาธิปไตยตามที่ตั้งใจไว้ ตอนนี้ประสบความสำเร็จแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปเราก็คงอยากมาอยู่ตรงนี้ เพียงแต่เมื่อมาถึงตรงนี้และทำภารกิจเสร็จแล้วคือบ้านเมืองเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย เราก็ไม่อยากอีกต่อไปแล้ว และคิดว่าคนอื่นเขาอาจจะสานต่อและทำงานต่อไปได้
       
       เมื่อถามว่าจะอยู่จนเลือกตั้งส.ว.เสร็จใช่หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ส.ว.มันเป็นอีกปัญหาหนึ่ง สภาเปิดแล้วประชาธิปไตยก็มีแล้ว บ้านเมืองเดินไปได้แล้ว ส.ว.ก็จะเดินไปตามระบบของมัน ส่วนจะอยู่หรือไม่ก็แล้วแต่สื่อ เมื่อรุกถามว่า หากลาออกตอนนี้คนจะกล่าวหาว่าทิ้งสำนวนทุจริตโดยเฉพาะกรณีทุจริตเชียงราย อาจำทำให้เสียงกกต.ที่จะส่งศาลไม่พอ นายสมชัย กล่าวว่า สื่อคิดเก่งเหลือเกิน คิดไว้ล่วงหน้า แต่ตนไม่ได้คิดเหมือนสื่อ ส่วนจะอยู่จนพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านเสร็จหรือไม่ เป็นเรื่องอนาคตที่ไม่มีใครกำหนด หรือรู้ได้ และถ้าจะออกก็คงไปคนเดียว และไม่จำเป็นต้องรอไปพร้อมนายสุเมธ อุปนิสากร ที่จะพ้นวาระเนื่องจากมีอายุครบ 70 ในเดือนมี.ค. นี้
       
       "ผมคิดว่าคนเราควรจะรู้จักคำว่า พอ ถ้ารู้จักเมื่อไหร่ ทุกสิ่งทุกอย่างบ้านเมืองและตัวเราเองก็มีความสุขได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องอยู่กกต.ถึงจะมีความสุขไม่ใช่ ไม่จำเป็น อยู่ตรงไหนก็ได้"
       
       เมื่อถามต่อว่า จะรอให้ได้นายก และครม.ทำงานก่อนแล้วจึงตัดสินใจใช่หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ตนไม่ได้สนใจแต่แรกแล้วว่าใครจะเป็นนายก จึงไม่เกี่ยวแต่จะดูเวลาที่เหมาะสม เมื่อถามต่อว่า อาจจะมีปฏิว้ติอีกครั้งก็ได้ นาย สมชัยกว่า คำว่าปฏิว้ติอย่าพูด ไม่ชอบ ไม่ดี เพราะเรา ต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิไตย อย่าให้ใครมาบงการประเทศชาติ ประเทศชาตินั้นจะต้องเป็นไปตามกลไก ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ผู้กำหนดอนาคตของประเทศ เป็นคนเลือกว่าใครควรจะเป็น ส.ส.ใครควรจะเป็นนายกฯ ไม่ใช่ให้ใครก็ไม่รู้ว่านั่งบงการว่าต้องคนนู้นเป็นคนนี้ไม่เป็น รวมทั้งสื่อด้วยอย่ากำหนดตัว อย่าไปบงการ เมื่อถามว่า ออกไปแล้วจะไปทำอะไร นายสมชัย กล่าวติดตลก พร้อมกับหัวเราะว่า "รับส่งเมียดีกว่า แต่ไม่รู้ว่า เป็นคนไหนอีก

ชะตากรรม ท่านตู้เย็นที่เคารพ กำลังเดินไปอย่างช้าๆ แต่ไม่นานเกินรอ ก็จะได้รู้ผลกันแล้วค่ะ 
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #11 เมื่อ: 28-01-2008, 09:30 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000011048

อ้างถึง
“สดศรี” ยันใช้มาตรฐานเดียวกันเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณายุบพรรค มัชฌิมาธิปไตย-ชาติไทย ภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ แบไต๋พ่วงชัดเจนสถานะ “ประชัย
       
       วันนี้ (27 ม.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย เนื่องจาก นายสุนทร วิลาวัลย์ ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และถูก กกต.สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้คณะกรรมการด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ที่มี นายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธานได้เสนอความเห็นในด้านกฎหมายมาแล้ว ส่วนกรณีสถานะว่า นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ยังคงเป็นหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยหรือไม่ ก็ได้มีการสอบปากคำพยานเกือบครบทุกปากแล้ว รวมถึงนายสุนทร ที่ทางพรรคมีการอ้างเป็นพยาน ดังนั้น คาดว่า ทางคณะกรรมการสอบสวนฯก็จะสรุปผลแล้วนำเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณาว่าตกลงแล้ว นายประชัย ยังคงมีสถานะเป็นหัวหน้าพรรคมัชฌิมาฯหรือไม่ พร้อมๆ กับพิจารณาว่าการถูกสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายสุนทร พรรคมัชฌิมาฯ มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้อง จน กกต.ต้องพิจารณาสั่งยุบพรรคหรือไม่ในสัปดาห์นี้
       
       “ทราบมาว่า ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการด้านกิจการพรรค ได้มีการชี้ผลให้ยุบพรรคมัชฌิมาฯด้วย แต่ข้อสรุปของคณะกรรมการจะไม่มีผลผูกพันให้ กกต.ต้องตัดสินตามคณะกรรมการ ซึ่ง กกต.จะพิจารณาอีกครั้งโดยจะตัดสินทุกอย่างตามขั้นตอน ยึดตามกฎหมาย อันไหนผิดก็ว่าไปตามผิด และไม่คิดว่าผลของการยุบพรรคจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะหากมัวแต่คิดถึงผลกระทบก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี”
       
       ส่วนกรณีที่ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา กรรมการบริหารพรรค และ ว่าที่ ส.ส.พรรคชาติไทยที่ถูก กกต.สั่งเพิกถอนสิทธิเช่นเดียวกับนายสุนทร นั้น นางสดศรี กล่าวว่า เรื่องของนายมณเฑียร คงไม่ต้องให้คณะกรรมการด้านกิจการพรรคการเมืองพิจารณา และเสนอความเห็นต่อ กกต.อีก เนื่องจากความผิดของนายมณเฑียรเป็นลักษณะเดียวกับความผิดของนายสุนทร ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีการพิจารณาในซ้ำอีก เพราะ กกต.จะตัดสินตามมาตรฐานเดียวกัน
       
       เมื่อถามว่า หาก กกต.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบทั้ง 2 พรรค เกรงหรือไม่ว่าบ้านเมืองจะเดินต่อไปไม่ได้ นางสดศรี กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กกต.เองก็ไม่ได้อยากให้บ้านเมืองเดินไปไม่ได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน ผิดก็ว่าไปตามผิด

กระบวนการที่ต้องทำตามกฎหมายกับสองพรรค มัฌชิมาและชาติไทย คือมาตรฐานเดียวกับที่จะต้องทำกับพลังประชาชน หากทั่นประธานถูกตัดสินว่าผิด  หลังเลือกนายกเสร็จ ทั่นประธานจะต้องดิ้นหนีคดีสุดฤทธิ์ แต่หนีไปได้ไม่ไกล เพราะถ้าไม่ไปให้ปากคำ กกต.ก็จะถือว่าสละสิทธิ์ และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตัดสินได้ หากมีมติเพียง สามเสียงว่าผิดจริง

กำหนดการกลับประเทศของนาคแม้ว อาจจะต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด 
บันทึกการเข้า
Hullti
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #12 เมื่อ: 28-01-2008, 10:04 »

ยุบซะได้ก็ดี ส.ส. สองพรรคนั้นจะได้ย้ายไป พปช. กันหมด
บันทึกการเข้า
Hullti
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #13 เมื่อ: 28-01-2008, 10:07 »

ตื่นๆๆๆๆ  คนในนี้ ชอบฝันในสิ่งที่เป็นไปได้เสียจริง  เหมือนกับมาร์คฝันจะเป็นนายกนั่นแหละ 
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #14 เมื่อ: 28-01-2008, 12:52 »

ยุบซะได้ก็ดี ส.ส. สองพรรคนั้นจะได้ย้ายไป พปช. กันหมด



ฮืมม์ ยืนฝันว่า พปช. รอด'ยุบพรรค'......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #15 เมื่อ: 01-02-2008, 20:14 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000013400

อ้างถึง
กกต.แจงเหตุ คกก.ชุด “บุญทัน” สอบยุบทั้ง มฌ.-ชท.เนื่องจากลักษณะการกระทำผิดใกล้เคียงกัน เชื่อผลสอบจะได้มาตรฐานเดียวกันค าด 2 สัปดาห์รู้ผล ขณะที่ “ปริญญา” ปฏิเสธร่วมนั่งเป็นกรรมการ ไม่กระทบผลสรุปสำนวน
       
       วันนี้ (1 ก.พ.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านพรรคการเมือง กล่าวว่า การที่ กกต.มีมติให้คณะอนุกรรมการสอบสวนกรณียุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย สอบยุบพรรคชาติไทยด้วยก็เนื่องจากเห็นว่าคนที่กระทำผิดของทั้ง 2 พรรคมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคเหมือนกัน อีกทั้งหากใช้คนละชุด ถ้าแต่ละคณะสรุปผลสวนทางกันก็จะเป็นปัญหาต่อ กกต.ภายหลัง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวประเมินแล้วเห็นว่าผลสรุปของคณะกรรมการฯ จะไม่แตกต่างจากมติ กกต.และมติคณะกรรมการกฤษฎีกา
       
       “โดยเบื้องต้นคณะอนุกรรมการได้รายงานให้ทราบว่าจะใช้เวลาสรุปสำนวนการยุบพรรคมัชฌิมาเต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนส่ง กกต.ลงมติเสนอให้อัยการสูงสุดและส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป แต่ในส่วนของพรรคชาติไทยคาดว่าคณะอนุกรรมการจะใช้เวลาพิจารณาเสร็จใกล้เคียงกัน”
       
       สำหรับคณะกรรมการสอบสวนขณะนี้เหลือ 4 คน จากทั้งหมด 5 คน ได้แก่ นายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธาน, พล.ต.อ.มีชัย นุกูลกิต, นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ และนายธนินทร์ ศรีประเทศ ส่วนนายปริญญา เทวานฤมิตกุล ได้ขอปฏิเสธที่จะร่วมเป็นกรรมการ โดยให้เหตุผลว่าไม่ว่าง แต่ทั้งนี้นายสดศรียืนยันว่าแม้กรรมการจะเหลือ 4 คนก็จะไม่กระทบต่อสำนวนการพิจารณา เนื่องจากการสรุปผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการไม่จำเป็นต้องลงมติ
       
       นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านพรรคการเมือง ยังชี้แจงกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ระบุว่า การที่ กกต.มีมติสั่งนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันก่อนที่มีการเลือกตั้ง ทำให้พรรคเห็นว่ามติของ กกต.อาจทำให้พรรครอดพ้นจาการถูกยุบพรรค เพราะเท่ากับว่านายสุนทร วิลาวัลย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ก็ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคว่า เป็นคนละประเด็นกัน แม้ กกต.จะให้นายประชัยพ้นสภาพและต้องเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคใหม่ แต่การกระทำของนายสุนทรที่เกิดขึ้นยังถือว่าทำในตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคอยู่ ถือว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว จนส่งผลให้ กกต.มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดนี้ กกต.จะให้โอกาสสุดท้ายกับพรรคที่อาจจะถูกยุบ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนที่มีนายบุญทัน ดอกไทสง เป็นประธาน
       
       นายปริญญา เทวานฤนิตรกุล เปิดเผยว่า ตนยังไม่เห็นคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นคณะอนุกรรมการตรวจสอบดังกล่าว รวมทั้งยังไม่เคยได้รับการทาบทามก่อนที่จะมีคำสั่งดังกล่าวออกมา จึงอยากจะดูคำสั่งก่อน แต่เบื้องต้นทราบว่ามีภาระหน้าที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง รวมถึงพยานหลักฐานและปากคำทุกฝ่าย จึงเกรงจะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะรับภาระหน้าที่ดังกล่าวได้ เนื่องจากมีงานประจำทางวิชาการและงานบริหาร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งยังป็นกรรมการตรวจสอบหอพรรคนักศึกษาของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่งของมนุษย์ด้วย
       
       “กรรมการชุดที่จะมีการแต่งตั้งนี้แตกต่างจากกรรมการชุดตรวจสอบหอพักนักศึกษา เพราะต้องมารับฟังปากคำพยานเองทุกครั้ง ขณะที่การตรวจหอพักมีเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการเสร็จแล้วค่อยมาถามความเห็นของคณะกรรมการจึงใช้เวลาน้อยกว่า ส่วนตัวจึงคิดว่าที่เป็นกรรมการด้านกิจการพรรคการเมืองและออกเสียงประชามติของ กกต.ช่วยวางรากฐานเกี่ยวกับพรรคการเมืองก็อยู่ในวิสัยที่พอจะทำได้ แต่ถ้าเป็นชุดที่แต่งตั้งใหม่คงไม่มีเวลาที่เพียงพอ”

นำร่องการยุบพรรค ภายใน 15 วันนี้ น่าจะรู้ผลตามที่เจ๊สดเฉลยไว้  หากเรื่องสรุปได้ว่าผิด และต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะสะเทือนเลื่อนลั่น และทั่นประธาน จะต้องหาทางหนีการสอบสวนสุดฤทธิ์ เพราะเรื่องของทั่นประธาน เหมือนกันเปี๊ยบกับเรื่องของพรรคชาติไทยและมัฌชิมา

รอดูกันไป 
บันทึกการเข้า
mommam
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


« ตอบ #16 เมื่อ: 01-02-2008, 20:54 »

อย่าฝันลมๆแล้งๆกันให้เสียเวลาเลย ชนกลุ่มน้อยทั้งหลาย

พปช.ตอนนี้ ยิ่งตี  ยิ่งโต

ถ้ายุบ มฌ. ส.ส.ก็ย้ายเข้ารัง พปช.

ถ้ายุบ ชท. ส.ส.ส่วนใหญ่ ก็คงย้ายเข้า พปช. อีก

ถ้าตามเล่นงาน ประธานยงยุทธ สมมติว่าสำเร็จ ได้ยุบพรรค พปช. เลย

ในที่สุด  ส.ส.ทั้งหมด ก็ย้ายไปอยู่พรรคใหม่ ที่เตรียมไว้แล้ว

พรรคใหม่เอี่ยม คงมี จำนวน ส.ส. = 232 + 11 + 30 = 273 (โดยประมาณ)

จับไม่ได้  ไล่ไม่จน เสียเวลาบริหารบ้านเมืองไปเปล่าๆ   

บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #17 เมื่อ: 01-02-2008, 21:20 »

อย่าฝันลมๆแล้งๆกันให้เสียเวลาเลย ชนกลุ่มน้อยทั้งหลาย

พปช.ตอนนี้ ยิ่งตี  ยิ่งโต

ถ้ายุบ มฌ. ส.ส.ก็ย้ายเข้ารัง พปช.

ถ้ายุบ ชท. ส.ส.ส่วนใหญ่ ก็คงย้ายเข้า พปช. อีก

ถ้าตามเล่นงาน ประธานยงยุทธ สมมติว่าสำเร็จ ได้ยุบพรรค พปช. เลย

ในที่สุด  ส.ส.ทั้งหมด ก็ย้ายไปอยู่พรรคใหม่ ที่เตรียมไว้แล้ว

พรรคใหม่เอี่ยม คงมี จำนวน ส.ส. = 232 + 11 + 30 = 273 (โดยประมาณ)

จับไม่ได้  ไล่ไม่จน เสียเวลาบริหารบ้านเมืองไปเปล่าๆ   

นับเป็นแต่ตัวเลข หนึ่ง สอง สาม แต่ไม่รู้ข้อเท็จจริง

ชาติไทยหากถูกยุบพรรค เหลือแย้สองตัวมั้งที่ย้ายพรรคได้ นอกนั้น ตายยกรัง  มัฌชิมาเหลือมากหน่อย แจ่โดยรวมก็มีไม่กี่ตัวอยู่แล้ว

ส่วนพวกปล้นชาติ น้องเขย มือซ้าย มือขวา หัวหน้าพรรค แกนนำ ตายเรียบ

เหลือแต่เศษคน แตกกระจาย   
บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 01-02-2008, 22:17 »

คุณบุญทัน ดอกไทสง นี่ไม่ธรรมดานะครับ เคยอ่านหนังสือที่แกเขียน ฮาดีเหมือนกัน มุขแกเยอะทีเดียว เหลี่ยมคู ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
mommam
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


« ตอบ #19 เมื่อ: 02-02-2008, 06:01 »

นับเป็นแต่ตัวเลข หนึ่ง สอง สาม แต่ไม่รู้ข้อเท็จจริง

ชาติไทยหากถูกยุบพรรค เหลือแย้สองตัวมั้งที่ย้ายพรรคได้ นอกนั้น ตายยกรัง  มัฌชิมาเหลือมากหน่อย แจ่โดยรวมก็มีไม่กี่ตัวอยู่แล้ว

ส่วนพวกปล้นชาติ น้องเขย มือซ้าย มือขวา หัวหน้าพรรค แกนนำ ตายเรียบ

เหลือแต่เศษคน แตกกระจาย   

ยังไง ๆ ก็รวมกันแล้ว ก็ยังเกินครี่ง  ยังไม่นับรวม ปร. รช. พผ. อีกล่ะ  กองเชียร์ ปชป.ก็คงฝันค้างอีกน่ะแหล่ะ 

คมช.ก็หมดอำนาจไปแล้ว  พวกเสียงน้อยแต่เสียงดัง ทำอะไรไม่ได้มากเหมือนก่อนหรอก  พักผ่อนมากๆ ดีกว่า เดี๋ยวจะ'สวยน้อยลง'เร็วกว่าปกติ  อิอิ   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2008, 06:25 โดย mommam » บันทึกการเข้า
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #20 เมื่อ: 02-02-2008, 07:22 »




ฮืมม์ ยืนฝันว่า พปช. รอด'ยุบพรรค'......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า





 ผมก็คิดว่าน่ารอดครับ  เรื่องยุบพรรค....   

 เพราะอะไร  ?...ไม่พูดดีกว่า...ไหนๆก็ทรงโปรดเกล้าลงมาแล้ว


บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 02-02-2008, 11:54 »

บันทึกการเข้า

ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #22 เมื่อ: 02-02-2008, 12:19 »

มาลุ้นต่อ 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #23 เมื่อ: 06-02-2008, 18:21 »

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=19175&catid=46

อ้างถึง
@อนุสอบฯ สำนวน'ยงยุทธ'ขอเพิ่มเวลาเป็น 10 วัน 
 
นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวระหว่างพักประชุมกกต.ว่า การประชุมช่วงเช้าเป็นการประชุมเรื่องเงินเดือนเจ้าหน้าที่เท่านั้น โดยไม่ได้พิจารณาเรื่องการยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตยแต่อย่างใด ส่วนเรื่องสำนวนร้องคัดค้านจำนวน 21 เรื่องนั้น ได้เร่งให้ทุกฝ่าย เช่น สันติบาล และกกต.จังหวัด พิจารณาให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การประชุมช่วงบ่ายทางสันติบาลจะเสนอสำนวนเข้ามา 2 เรื่อง แต่ไม่ทราบว่า เป็นสำนวนของจังหวัดอะไร อย่างไรก็ตาม สำนวนร้องคัดค้านไม่ได้มีแค่ 21 เรื่อง แต่มีมากกว่านั้น เพราะว่ากกต.เปิดโอกาสให้ร้องคัดค้านได้ถึงวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา แต่จำไม่ได้ว่ามีจำนวนทั้งหมดกี่สำนวน ทั้งนี้ กกต.ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าของสำนวนใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงบางสำนวนที่ขอเลื่อนเวลาการสอบสวนออกไปอีก 7 วัน หรือ 10 วัน

นายสุเมธ กล่าวถึงการสอบสวนสำนวนร้องคัดค้านการทุจริตการเลือกตั้ง จ.เชียงราย ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่า ทราบว่า นายยงยุทธได้มาให้ปากคำเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนความคืบหน้านั้น ต้องไปถามจากคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน โดยหากคณะอนุฯ สอบเสร็จแล้ว ก็อาจเข้าที่ประชุมกกต.ได้ในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า โดยคณะอนุฯ ไม่ได้รายงานกกต.ว่าการสอบสวนมีปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ล่าสุดคณะอนุฯ ได้ขอเลื่อนเวลาการทำงานเพิ่มอีก 7 วัน หรือ 10 วัน

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่นายยงยุทธอาจได้ใบขาว นายสุเมธ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใบขาว ใบเหลือง หรือใบแดง ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าสำนวนนายยงยุทธอาจจะหลุดนั้น เรื่องนี้ก็แล้วแต่พยานและหลักฐาน และกกต.จะนำความเห็นของคณะอนุฯ มาประกอบการพิจารณา โดยกกต.จะเป็นผู้ชี้ขาดเรื่องนี้

@กกต.ล้าง21สำนวนภายในเดือนนี้

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า หลังจากประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ครบ 480 คนแล้ว ยังมีสำนวนค้างการสอบสวนอยู่ 21 สำนวน กกต.พยายามดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 2 มีนาคม

สำหรับการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน (พปช.) ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธานนั้น นายอภิชาตกล่าวว่า หากเห็นว่าพยานมีมากเกินไปและไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนมากนัก อาจจะไม่ให้สอบพยานปากก็ได้ 

ใกล้เข้ามาอีกนิด ชิดเข้ามาอีกหน่อย ใบแดงน้อยๆ คอยทั่นประธานตู้เย็น 

ในที่สุด ทั่นประธานก็ยอมมาให้ปากคำแล้วค่ะ เมื่อวันที่ 4 กุมภาที่ผ่านมา แถมพ่วงด้วยรายชื่อพยานอีก 10 ปาก ตามข่าวแจ้งไว้ แต่คราวนี้หากเรียกพยานแล้วไม่มา ขอเลื่อน ยึกยัก ก็คงจะถูกตัดทิ้งไป เพราะ กกต.ท่านว่า เท่าที่รับฟังมา ก็พอตัดสินแร้วววว

ทั้งคดียุบพรรคของ ชาติไทย และ มัฌชิมา ก็จ่อรอเป็นตัวอย่างให้ดูกันซึ้งๆ  งานนี้แย้ถึงกับบ่นหนาวแล้ว สงสัยลงไปว่ายน้ำเสพเมถุนผิดเวลา อากาศหนาวปานนั้น ดันลงไปเล่นกันในคลองให้เปนข่าวได้ 

ตะปูที่เกือกม้าตัวเล็ก ของม้าสามตัวที่กำลังวิ่งห้อกันอย่างเมามัน หลุดเสียแล้ว ขาม้ากำลังจะหัก อีกไม่กี่วันได้ลุ้นแล้วค่ะ 
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #24 เมื่อ: 07-02-2008, 14:33 »

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=19301&catid=46

อ้างถึง
กกต.ส่งศาลฎีกาชี้ขาด '3.ใบเหลือง'พปช.สุรินทร์ ก่อนเปิดรับสมัครใหม่

กกต.เริ่มเดินเครื่องใหม่แจก 3ใบเหลือง พปช.สุรินทร์ แต่ต้องส่งศาลฎีกาชี้ขาดอีกรอบ ชี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการพิจารณา ถ้าผิดจริงเปิดสมัครรับเลือกตั้งใหม่


นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ว่า ที่ประชุมมีมติเสียงส่วนใหญ่เสนอความเห็นไปยังศาลฎีกาให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ในเขต 3 จ.สุรินทร์ คือ นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ และนายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชาชน เนื่องจากให้ตัวแทนไปแจกจ่ายเงิน พร้อมวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งยังได้สั่งดำเนินคดีอาญากับผู้ที่แจกเงินด้วย โดยภายใน 2 สัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนจะทำคำร้องพร้อมความเห็นเพื่อให้ กกต.พิจารณาเพื่อส่งศาลฎีกา

'มาตรา 239 ของรัฐธรรมนูญกำหนดว่า หากศาลฎีกาได้รับคำร้องของ กกต. แล้ว ส.ส.จะต้องยุติปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งยกคำร้อง แต่สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของทั้ง 3 คน ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาว่ามีความผิดและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หากศาลมีคำพิพากษายกคำร้องก็จะสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ 'นายสุทธิพลกล่าว

เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า หากศาลมีคำพิพากษาให้เลือกตั้ง กกต.จะต้องเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีให้เสนอออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ซึ่งจะต้องมีการเปิดรับสมัครใหม่ แต่ทั้งนี้จะไม่ตัดสิทธิ ส.ส.ทั้ง 3 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสำนวนใบเหลืองดังกล่าวเป็นสำนวนที่เสนอโดยตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็น 1 ในสำนวนการร้องคัดค้านที่ กกต.ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจำนวน 21 สำนวน ก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 อย่างไรก็ตาม ในการประชุม กกต.วันที่ 7 กุมภาพันธ์ จะมีการพิจารณาสำนวนร้องคัดค้าน ส.ส.เพิ่มเติมอีก โดยจะเป็นสำนวนของฝ่ายสืบสวน กกต.

นายบุญทัน ดอกไธสง ประธานคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ว่า กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่กรรมการบริหารพรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรคชาติไทยได้ใบแดง คณะกรรมการจึงจะนัดประชุมนัดแรก เพื่อกำหนดกรอบการทำงานวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เวลา 15.00 น. โคิดว่าต้องหาข้อเท็จจริงเพื่อรองรับประเด็นที่ว่า พรรคการเมืองเกี่ยวข้องกับการได้รับใบแดงของกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ ซึ่งตามกระบวนการต้องเชิญหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบว่าพรรคการเมืองเกี่ยวข้องหรือไม่


อีกไม่กี่วัน จะมีคดีแรกหลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ที่จะถูกส่งให้ศาลฎีกาตัดสิน และแนวทางการตัดสิน ก็จะถูกนำมาใช้กับคดีทั่นประธาน ซึ่งจะตามติดไปในเร็ววันนี้ ไม่นานเกินรอ 

คงจะเป็นประธานสภา ที่มีอายุการทำงานสั้นที่สุดกระมัง ประวัติศาสตร์น่าจะได้จารึกไว้แล้วค่ะ 
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #25 เมื่อ: 07-02-2008, 20:37 »

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=19175&catid=46

ใกล้เข้ามาอีกนิด ชิดเข้ามาอีกหน่อย ใบแดงน้อยๆ คอยทั่นประธานตู้เย็น 

ในที่สุด ทั่นประธานก็ยอมมาให้ปากคำแล้วค่ะ เมื่อวันที่ 4 กุมภาที่ผ่านมา แถมพ่วงด้วยรายชื่อพยานอีก 10 ปาก ตามข่าวแจ้งไว้ แต่คราวนี้หากเรียกพยานแล้วไม่มา ขอเลื่อน ยึกยัก ก็คงจะถูกตัดทิ้งไป เพราะ กกต.ท่านว่า เท่าที่รับฟังมา ก็พอตัดสินแร้วววว

ทั้งคดียุบพรรคของ ชาติไทย และ มัฌชิมา ก็จ่อรอเป็นตัวอย่างให้ดูกันซึ้งๆ  งานนี้แย้ถึงกับบ่นหนาวแล้ว สงสัยลงไปว่ายน้ำเสพเมถุนผิดเวลา อากาศหนาวปานนั้น ดันลงไปเล่นกันในคลองให้เปนข่าวได้ 

ตะปูที่เกือกม้าตัวเล็ก ของม้าสามตัวที่กำลังวิ่งห้อกันอย่างเมามัน หลุดเสียแล้ว ขาม้ากำลังจะหัก อีกไม่กี่วันได้ลุ้นแล้วค่ะ 


ใกล้เข้ามาอีกนิด ชิดเข้ามาอีกหน่อย ใบแดงน้อยๆ คอยทั่นประธานตู้เย็น Question 


เผย ผบ.ตร.สั่งพยาน “ทั่นยุทธ” ให้ปากคำ กกต.ด่วน! หลัง พปช.เรืองอำนาจ
 
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2551 18:52 น.
 
        เผย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ “ดาบตำรวจ” พยาน “ทั่นยุทธ ตู้เย็น” ในคดีทุจริตเลือกตั้ง ที่ถูกมีคำสั่งไม่ให้เดินทางออกนอกพื้นที่ ให้เดินทางเข้าให้ปากคำกับ กกต.ที่กรุงเทพฯ ด่วน ภายหลังพรรคพลังประชาชนเรืองอำนาจ
       
       วันนี้ (7 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เอกพงศ์ อมรมุนีพงศ์ ผกก.สภ.แม่จัน ได้มีคำสั่งสถานีตำรวจภูธรแม่จันที่ 22/2551 เรื่องให้ ด.ต.เทพรัตน์ เขื่อนคุณา เดินทางไปราชการ โดยในหนังสือคำสั่งระบุว่า ด้วย สภ.แม่จัน ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.สั่งการให้ ด.ต.เทพรัตน์ เขื่อนคุณา ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรแม่จัน จ.เชียงราย เดินทางไปให้ปากคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 31 มกราคม 2551 เวลาช่วงเช้า จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ
       
       เพื่อให้การปฏิบัติตามคำสั่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ ด.ต.เทพรัตน์ เดินทางไปให้ปากคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2551 เวลา 21.00 น.เพื่อทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ลงชื่อ พ.ต.อ.เอกพงศ์ อมรมุนีพงศ์ ผกก.สภ.แม่จัน
       
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ด.ต.เทพรัตน์ เป็นหนึ่งในพยาน นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในคดีทุจริตการเลือกตั้งซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้มีคำสั่งไม่ให้ ด.ต.เทพรัตน์ ออกนอกพื้นทื่ จ.เชียงราย แม้เจ้าตัวจะทำหนังสือขอลาเพื่อไปให้ปากคำในคดีของ นายยงยุทธ ก็ไม่ได้รับอนุญาต แต่ครั้งนี้กลับมีคำสั่งให้เข้าให้ปากคำอย่างเร่งด่วน ซึ่ง ด.ต.เทพรัตน์ ถือว่าเป็นคนสนิทของนายยงยุทธ และเป็นพยานกรณีวีซีดีที่ กกต.กำลังทำการตรวจสอบ

 
 http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000015957
 
 
 
 

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #26 เมื่อ: 14-02-2008, 19:07 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000018875

อ้างถึง
อนุฯ กกต.มีมติให้ใบแดง “ทั่นยุทธ” ทุจริตเลือกตั้งเชียงราย

คณะอนุ กก.สอบทุจริตเลือกตั้งเชียงรายมีมติให้ใบแดง “ประธานยุทธ” หลังพยานยืนยันทำผิดจริง เตรียมเสนอ กกต.ใหญ่พิจารณา ก่อนส่งศาลฎีกาฯ ชี้ขาด ลุ้นต่อยุบ “พลังประชาชน”
       
       วันนี้ ( 14 ก.พ.) คณะอนุกรรมการสอบสวนกรณีทุจริตเลือกตั้งเชียงราย ที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน ได้มีการประชุมเพื่อสรุปสำนวนความเห็นต่อกรณีที่นายวิจิตร ยอดสุวรรณ อดีตผู้สมัครส.ส.เชียงราย พรรคชาติไทย ได้ยื่นคำร้องคัดค้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายสุวิทย์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้สอบสวนพิจารณาข้อเท็จจริงโดยอาศัยสำนวนชุดเดิมของสันติบาล และได้สอบถามพยานเพิ่มเติม อีกทั้งได้ลงพื้นที่จ.เชียงรายเพื่อไปสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติม ทั้งนี้สามารถแยกพยานออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.พยานให้การยืนยันตามเดิม 2.พยานที่ให้การเพิ่มเติมและ 3.พยานที่ไม่ยอมให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งจากการสอบปากคำกำนันส่วนใหญ่ที่ถูกกล่าวหาก็ให้การตามที่เคยให้การกับคณะอนุกรรมการสอบสวนฯ ชุดเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
       
       นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ได้สอบสวนนางละออง ติยะไพรัช และนายอิทธิเดช แก้วหลวง ส.ส.เขต 3 จ.เชียงราย ส่วนนายยงยุทธนั้นคณะกรรมการฯ ไม่ได้สอบสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากนายยงยุทธได้ยืนกรานตามคำให้การเดิม จากที่เคยให้การกับ กกต.ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งพยานฝ่ายนายยงยุทธนั้นได้ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง มีกระบวนการจัดทำพยานเท็จขึ้นมา โดยหลังจากที่คณะกรรมการฯ ได้รับฟังคำให้การแล้วพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว ก็นำข้อเท็จจริงมาพิจารณากับข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มาตรา 53,57 จนได้ข้อสรุปและได้เสนอความเห็นให้ กกต.พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะนำเข้าสู่การประชุม กกต.ในเร็ว ๆ นี้
       
       “ผมสืบสวนสอบสวนฯ โดยไม่ได้คำนึงว่าผลข้างหน้าจะเป็นอย่างไร โดยเราพิจารณาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะเป็นแค่พนักงานสืบสวนสอบสวนก็ต้องพิจารณาไปตามพยานหลักฐาน ไม่เกี่ยวข้องกับใคร จากนี้เป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะตัดสินและจะลงมติไปตามที่เราได้เสนอไปหรือไม่”นายสุวิทย์ กล่าว
       
       สำหรับเนื้อหามาตรา 53 ( 2) ระบุว่า ห้ามไม่ให้ผู้สมัครกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่มีโดยตรงหรือโดยอ้อม แก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัดสถาบัน การศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด ส่วนมาตรา 57 พ.ร.บ.เดียวกันระบุว่า ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใด ๆ เพื่อเป็นคุณแก่เป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
       
       ทั้งนี้มีรายงานว่า จากการให้ถ้อยคำของกำนันในจ.เชียงรายทั้ง 10 คน ที่ถูกระบุว่า ได้ถูกคนของนายยงยุทธ พาขึ้นเครื่องบินมากรุงเทพ เพื่อพูดคุยรับงานจากนายยงยุทธ ยืนยันว่า ได้รับเงินจากนายยงยุทธรายละ 2 หมื่นบาทจริง ดังนั้นจากพยานหลักฐานดังกล่าว คณะอนุกรรมการจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นว่าจากพยานหลักฐานดังกล่าวนายยงยุทธกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริง
       
       ซึ่งตามระเบียบสืบสวนสอบสวนฯ เมื่อคณะกรรมการฯ ได้สรุปความเห็นแล้วก็จะต้องเสนอเรื่องผ่านเลขาธิการ กกต.เพื่อมีความเห็นจากนั้นเลขาธิการ กกต.จะเสนอต่อประธานกกต.ให้บรรจุระเบียบวาระให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา โดยขณะนี้ความเห็นของคณะกรรมการฯ ยังไม่ถึงมือเลขาธิการกกต. ทั้งนี้ กกต.ไม่มีความจำเป็นต้องมีความเห็นยืนตามคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนหรืออาจให้คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนสืบเพิ่มเติมได้
       
       อย่างไรก็ตามการที่คณะกรรมการสืบสวนสอบสวน มีความเห็นว่านายยงยุทธกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งตามหลักแล้วนายยงยุทธเป็นส.ส.สัดส่วน ดังนั้นความผิดที่เกิดขึ้น หาก กกต.มีความเห็นยืนตามคณะอนุกรรมการฯ กกต.ก็ไม่สามารถมีความเห็นให้มีการเลือกตั้งใหม่(ใบเหลือง)กับนายยงยุทธได้ แต่ต้องเป็นความเห็นว่านายยงยุทธสมควรถูกสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง) ซึ่งจะต้องมีการเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา
       
       หากศาลฎีการับคำร้องนายยงยุทธก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าทันที จนกว่าศาลฎีกาจะคำสั่งยกคำร้อง แต่ถ้าต่อมาศาลมีคำพิพากษาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธตามที่ กกต.เสนอ นายยงยุทธก็จะพ้นจากสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ทันที จากนั้น กกต.ก็จะพิจารณาตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนฯ เพื่อพิจารณาว่า พรรคมีส่วนรู้เห็นปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้ว ไม่ยับยั้งหรือแก้ไขหรือไม่ เพราะจากการกระทำของนายยงยุทธที่ในขณะกระทำผิดมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคที่ถือว่าเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ ซึ่งตามมาตรา 103 พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.นั้นระบุว่า หากพรรครู้เห็นต่อการกระทำการดังกล่าวให้ถือว่า พรรคการกระทำการนั้นเพื่อให้ได้ซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศที่ถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ถือเป็นเหตุให้นายทะเบียนสามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้สั่งยุบพรรคได้ และให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่ง
       
       ส่วนเมื่อนายยงยุทธ พ้นสมาชิกสภาพความเป็นส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 1 แล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 109(2) ก็กำหนดว่าในกรณีที่เป็นตำแหน่งส.ส.แบบสัดส่วนว่างลง ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรประกาศให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อจองพรรคการเมืองนั้นในเขตเลือกตั้งนั้น เลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งในกรณีนี้ผู้สมัครส.ส.สัดส่วนที่อยู่ในบัญชีลำดับที่ 6 ของพรรคพลังประชาชนก็คือนายถาวร ตรีรัตนณรงค์
       
       ขณะที่สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. กล่าวภายหลังการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมกกต.ได้มีการพิจารณาสำนวนคัดค้านการเลือกตั้งส.ส.เขต 2 จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้คัดค้าน นายเอี่ยม ทองใจสด, นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ และนายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ 3 ผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน ในข้อหาจัดเลี้ยงเพื่อจูงใจให้ได้คะแนนนิยม โดยที่ประชุมกกต.มีมติเสนอให้สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขต 2 จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งหลังจากนี้จะให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยของกกต. ทำความเห็นยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ภายใน 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามสำหรับสำนวนคำร้องคัดค้าน 3 ผู้สมัครดังกล่าวในคำร้องอื่นๆ กกต.ได้มีมติให้ยกคำร้องไปก่อนหน้านี้แล้ว
       
       เมื่อถามถึงกรณีที่คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตการเลือกตั้งจ.เชียงราย ที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน ได้สรุปความเห็นเสนอต่อกกต. นายสุทธิพล กล่าวว่า ทางอนุกรรมการฯ ยังไม่ได้ส่งเรื่องมายังสำนักงานเลขาธิการกกต. แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้สรุปความเห็นเสนอโดยตรงต่อ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. โดยตรงเลยหรือไม่ แต่ยืนยันว่าในที่ประชุม ไม่ได้หยิบยกประเด็นนี้มาพิจารณา และยังไม่เห็นเรื่องที่คณะอนุกรรมการฯ สรุปมา
       
       ด้านนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกกต. กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการให้ใบแดง นายอภิชาต กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่มี ที่ประชุมยังดูเรื่องนี้เลย มีใบแดง แต่เป็นเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งท้องถิ่น

ตาย ตาย ตาย ตายหยังเขียด

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-02-2008, 19:09 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #27 เมื่อ: 14-02-2008, 19:12 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000018928

อ้างถึง
“ทั่นยุทธ” ซีดเจอใบแดง ไม่เลิกโวยถูกกล่าวหาจัดฉากเหมือนเคย
“ประธานฯยุทธ” หน้าซีดเจอ อนุ กก.กกต.แจก “ใบแดง” เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ โวยข่าวรั่วออกมาได้ยังไง ย้ำมั่นใจในความบริสุทธิ์ถูกกล่าวหาและจัดฉาก แถมแก้เกี้ยวถึงเวลาสังคมจะรู้ข้อเท็จจริง พร้อมยันไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ประธานสภาฯ
       
       
       วันนี้ (14 ก.พ.) ที่รัฐสภา นายยงยุทธ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะอนุกรรมการชุดสืบสวนสอบสวนกรณีทุจริต จ.เชียงราย มีมติเห็นควรเชื่อได้ว่า กรณีของ นายยงยุทธ เป็นการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งจริง โดยกล่าวด้วยสีหน้าตกใจ ว่า ตนยังไม่รู้เรื่องไม่ทราบว่าข่าวนี้รั่วออกมาได้อย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นคงต้องรอให้กระบวนการเสร็จสิ้นก่อน ตนไม่ขอตอบ เพราะเดี๋ยวจะเป็นการกดดันและแทรกแซงการทำงานของคณะทำงาน กกต.ซึ่งต้องรอความชัดเจนก่อน และเรื่องนี้ยังมีเวลาอีกหลายวัน
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวอย่างมั่นใจว่า “แน่นอน ทุกอย่างมันเป็นการจัดฉากเอาไว้อยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไร มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการพยายามกล่าวหาผม วันนี้คงไม่ต้องพูดอะไร ถึงเวลาสังคมก็จะรู้ความจริง ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง”
       
       เมื่อถามย้ำว่า หากได้ “ใบแดง” จะกระทบต่อการทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า คงไม่กระทบ และอยากให้ทุกอย่างชัดเจนก่อนตามกระบวนการ ไม่อยากพูดอะไรออกมา ไม่ต้องห่วงอะไรเมื่อถึงเวลาก็จะอธิบายให้ฟังเอง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธ มีสีหน้าตื่นกระหนก พยายามซักถามและแดกดันนักข่าวที่ไปสัมภาษณ์อย่างคาดคั้นว่า ทำไมรู้เรื่องเร็วจัง สำนวนสอบสวนรั่วหรือ ตนเป็นเจ้าของคดียังไม่รู้เรื่องเลย ทำไมต้องมาถามอะไร คาดคั้นเอาเป็นว่ารอให้ผลที่แท้จริงออกมาก่อน

นับถอยหลังทั่นประธานได้แล้วค่ะ และนับถอยหลังพวกปล้นชาติได้เหมือนกัน


 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #28 เมื่อ: 14-02-2008, 19:48 »

ถ้าแค่ท่านประธานฯ โดนใบแดง ก็เลื่อน ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน ลำดับถัดไปของพรรคขึ้นมาแทน
แต่ถ้าต่อไปพรรคพลังประชาชนถูกยุบทั้งพรรค
จะทำยังไงกับ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชนทั้งสามสิบกว่าคนทั่วประเทศ?

เพราะถ้าเป็น สส.เขต ก็แค่ย้ายไปสมัครเข้าพรรคใหม่.. แต่ ส.ส.สัดส่วนจะย้ายไปพรรคอื่นยังไง?
เพราะจำนวน สส.สัดส่วน แต่ละพรรคถูกกำหนดเอาไว้จากสัดส่วนการเลือกพรรค 

เรื่องนี้ตามความเห็นของผม ถ้าจะให้ง่ายที่สุดก็ให้พ้นสภาพไปตามพรรคทั้งหมดสามสิบกว่าคน
แล้วเลื่อนผู้สมัคร สส.สัดส่วน พรรคอื่นขึ้นมาโดยคำนวณคะแนนที่เหลือใหม่ทุกกลุ่มทั่วประเทศ
แต่การตีความเรื่องนี้จริงๆ คงต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญอีกตามเคย เป็นประเด็นที่น่าติดตามครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-02-2008, 19:51 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #29 เมื่อ: 15-02-2008, 01:18 »

ถ้ามีโอกาสตายยกเล้า .. หมอไชยยา ควรจะรีบเตรียมหา "ดอกไม้จันทน์"
มาให้พรรคพวกที่ชะตาขาดกิน   

...
บันทึกการเข้า
Arch_FreeMan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210



« ตอบ #30 เมื่อ: 15-02-2008, 03:02 »

ยงยุทธ น่ะแดงปิ๋วแน่นอน แต่ที่ต้องลุ้นคือ จะยุบพรรค พปชช หรือเปล่า ตอนนี้มันมีสองคดี คือ

1 คดีนอมินี อันนี้ คนเขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ว่า กกต กับ ศาล จะรู้หรือเปล่า ตัดสินยังไง อันนี้อีกเรื่องนึง

2 คดียงยุทธ์ ก็ถ้าพรรคชาติไทยกับมัชชิมาธิปไตย ไม่โดนยุบ โอกาสที่พรรค พปชช จะรอดก็มีสูง

แต่ถ้าพรรคชาติไทยโดนยุบ ก็ ลุ้นเพิ่มได้อีก

ส่วนตัวผมคิดว่า การยุบพรรค ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หรือ ตกใจ เพราะ พรรคการเมือง หากหัวหน้าพรรคอ้างได้ว่า กรรมการบริหารพรรค ทำผิดทำชั่วโดยที่ตัวเองไม่รู้เรื่อง อันนี้ในอนาคต หัวหน้าพรรคก็เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ แล้วปล่อยให้ พวกกรรมการบริหารพรรค ทำอะไรก็ได้ที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยที่พรรคไม่ต้องรับผิดชอบ

ผมคิดว่า โดยข้อกฎหมาย และ ความเป็นธรรม ควรยุบ พรรคชาติไทย และ อีกสองพรรคที่เหลือ ให้ตายตกตามกันไป

เพราะ อย่างไร พวก สส ก็หาพรรคสังกัดได้ใหม่อยู่แล้ว ไม่น่าห่วงอะไร
บันทึกการเข้า

ธรรมเท่านั้นคือทางรอดของสังคมไทย
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: 15-02-2008, 09:29 »

โอกาศรอดสูง

แต่ถ้าไม่รอดก็แค่มีแรงกระเพื่อมนิดหน่อย

.....
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #32 เมื่อ: 15-02-2008, 22:01 »

ถ้ามีโอกาสตายยกเล้า .. หมอไชยยา ควรจะรีบเตรียมหา "ดอกไม้จันทน์"
มาให้พรรคพวกที่ชะตาขาดกิน   

...

*  อืออ  .....  แนะนำ   หมอ   ได้ถูกคน

    ใช่คนเดียวกะ   หมอ C L    คนที่มีวิสัยทรรศน์กว้างไกล  .....

    เจ้าของไอเดียเริ่ด ๆ  ที่แนะนำให้เอาไอ้  3  ตัว  ผู้ชำนาญในการ  กระทืบ  ชาวบ้าน

    มาเป็น  พรีเซนเตอร์  ..... ในการเลิกเหล้า ~ บุหรี่    ใช่ป่ะคะ  !!


    นี่  ....  ถ้าพวกมันตายยกเล้าได้  ..........   จะดีใจ มาก ๆ เลย 

    แต่ก็คงเป็นไปได้เพียงคำว่า  >>  ถ้า    ..................  !!!
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #33 เมื่อ: 26-02-2008, 14:43 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000023555

มติ กกต.3 ต่อ 2 ชูใบแดงตะเพิด “ทั่นยุทธ” ตกบัลลังก์

อ้างถึง
กกต.มีมติ 3 ต่อ 2 ให้ใบแดง “ยงยุทธ” ฐานทุจริตเลือกตั้งที่เชียงราย เตรียมเสนอสำนวนพร้อมคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งชี้ขาดภายใน 2 สัปดาห์ เผยมีสิทธิ์ถูกสั่งเว้นวรรค 5 ปี
       
       วันนี้ (26 ก.พ.) นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เปิดเผยภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุม กกต.มีติส่วนใหญ่ 3 ต่อ 2 ให้ส่งความเห็นไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส.แบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน โดยทาง กกต.จะดำเนินการในเรื่องการส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังศาลฎีกาฯ ภายใน 2 สัปดาห์
       
       นายสมชัย กล่าวต่อว่า หากศาลฎีกาฯ รับคำฟ้องแล้ว นายยงยุทธต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที ซึ่งหากศาลพิจารณาแล้วมีความเห็นยืนตามที่ กกต.เสนอ นายยงยุทธอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี
       
       นอกจากนั้น กกต.ยังมีมติให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเชียงราย เนื่องจากมีหลักฐานที่น่าเชื่อว่านางสาวละออง ติยะไพรัช ส.ส.เขตดังกล่าว พรรคพลังประชาชนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
       
       ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า นอกจาก กกต.มีมติ 3 ต่อ 2 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายงยุทธ แล้ว ยังมีมต้ให้เลือกตั้งใหม่ หรือให้ใบเหลือง ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.เชียงราย เนื่องจากมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่เกี่ยวโยงกับน.ส.ละออง ติยะไพรัช กรณีที่มีกำนันผู้ใหญ่บ้าน เกณฑ์ประชาชนไปลงคะแนนให้กับน.ส.ละออง และนายยงยุทธด้วย


ยกที่หนึ่ง  ท่านประธานโดนสอยปลายคาง หลับกลางอากาศ พอดีระฆังหมดยก มีเวลาให้พี่เลี้ยงเยียวยา

ยกสอง อีกไม่ถึงหนึ่งเดือนค่ะ ศาลฎีกาจะเป็นผู้ตัดสิน หากรับเรื่อง ท่านประธานก็ต้องหยุดพัก รอการพิจารณาคดี

จะเรียกพยานสองร้อยปาก หรือสองพันปากก็ไม่ว่ากัน ยกมาทั้งจังหวัดเจียงฮายเลยก็ได้ค่ะ พิจารณากัน ห้าหกปี ก็ไม่ว่ากันค่ะ หนูรอได้ 

บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #34 เมื่อ: 26-02-2008, 17:37 »

ยินดีกับคุณพรรณชมพู 

ไม่เสียแรง ที่ตั้งกระทู้ติดตาม อิอิ   
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
อมพระมาพูด
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 918


สนิมเกิดแต่เนื้อในตน


« ตอบ #35 เมื่อ: 26-02-2008, 17:58 »

สงสาน ท่านตู้ของกระพ้มจัง ตดยังไม่ทันหายเหม็น... อดนั่งเป็นท่านประธานที่เคารพฯเรยยยยย   
บันทึกการเข้า

พึงทำความเพียรในวันนี้ ใครเล่าจะรู้วันตายในวันพรุ่ง
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #36 เมื่อ: 26-02-2008, 18:09 »

โดนลอยแพไปซะแล้ววววววว

 
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #37 เมื่อ: 26-02-2008, 19:53 »

ลอยแพ กันยุทธ ให้ออกห่างจากพรรคแล้ว เพราะ กลัวกระทบเรื่องยุบพรรค........

คราวที่แล้ว ธรรมรักษ์ ก็ถูกลอยแพแบบนี้ แหละครับ...แล้ว ไทยรักไทย ก็โดนยุบ ...อย่างไร ก็ตาม คงต้องรอกันอีกยาว กว่า จะมีการตัดสิน คดียุบพรรค.....

คราวที่แล้ว ไทยรักไทย โดน ยุบ โดยทีเด็ด ของเทพเทือก ด้วยหลักฐาน จาก อดีต คนสนิท ของ เนวิน ชิดชอบ....คราวนี้ จะเป็นยังไง..หนังเรื่องนี้ ต้องดูกันอีกยาวครับ....เพราะ อาจมีบางคน ลอยแพ พปช. ด้วยเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #38 เมื่อ: 26-02-2008, 23:08 »

คราวนี้ถ้าศาลรับฟ้องจะมีรายการไม่ยอมลาออกหรือเปล่า
เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุเอาไว้แค่ "ทำหน้าที่ไม่ได้"
ไม่มีระบุว่าต้องพ้นตำแหน่ง
เพราะประวัติเท่าที่ผ่านมาทีมนี้เขาลาออกกันยากจริงๆ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #39 เมื่อ: 18-03-2008, 18:15 »

ขอขุดกระทู้ 

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000032868

อ้างถึง
กกต.ส่งฟ้องคดี “ยุทธ ตู้เย็น” โกงเลือกตั้ง นัดฟังคำสั่ง 20 มี.ค.นี้!!

“กกต.” หอบหลักฐาน 1,000 หน้า ร้อง “ศาลฎีกา” เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “ท่านยุทธ ตู้เย็น” แจกเงินซื้อเสียงเชียงราย ศาลนัดฟังคำสั่ง 20 มี.ค.นี้ บ่ายครึ่ง กกต.ยัน มีหลักฐาน-พยานบุคคลกว่า 50 คน มัดจำเลยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
       
       
       วันนี้ (18 มี.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง นายถวิล อินทรักษา ผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำเอกสารพยานหลักฐานจำนวน 2 ชุดๆ ละ 3 แฟ้มใหญ่ มีความหนากว่า 1,000 หน้า พร้อมสำนวนคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน (พปช.) และประธานสภาผู้แทนราษฎร กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.พ.ศ.2550 มาตรา 53 (2) และ 57 ซึ่งทุจริตการเลือกตั้ง จ.เชียงราย ด้วยการแจกเงินเพื่อจูงใจให้กับกลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ของนายยงยุทธ แจกเงินซื้อเสียงเพื่อให้มีการลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรคประชาชน
       
       โดยศาลรับคำร้องไว้เป็นคดีดำหมายเลข ลต.38/25551 และนัดฟังคำสั่งในวันที่ 20 มีนาคม เวลา 13.30 น.
       
       ภายหลัง นายถวิล กล่าวว่า เอกสารพยานหลักฐานที่ได้ยื่นให้ศาลฎีกาพิจารณาส่วนใหญ่เป็นคำให้การของพยานที่เข้าให้การกับอนุ กกต.รวมทั้งความเห็นของอนุ กกต.และมติของ กกต.ชุดใหญ่ ที่มีมติว่า ผู้ถูกกล่าวหา กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยมีพยานบุคคลกว่า 50 ปากที่พร้อมเข้าเบิกความในชั้นไต่สวน ส่วนศาลฎีกาจะพิจารณาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายยงยุทธ ผู้ถูกกล่าวหา ตามคำร้องของ กกต.หรือไม่นั้นตนตอบไม่ได้ แต่หากในวันที่ 20 มีนาคม ศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้วผู้ถูกกล่าวหาก็ต้องยุติการปฏิบัติหน้าทันที
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มาตรา 53(2) ระบุว่า ห้ามไม่ให้ผู้สมัครกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร ให้เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่มีโดยตรงหรือโดยอ้อม แก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัดสถาบัน การศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด ทั้งนี้ในมาตรา 57 ตาม พ.ร.บ.เดียวกันระบุว่า ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณแก่เป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม  คดีทั่นตู้เย็น เดินไปตามกระบวนการ ไม่รีบเร่งเอาผิดให้มีคำครหา เอาหลักฐานแน่นๆ

อีกทั้งคดียุบสองพรรค ก็ยังคาราคาซัง จะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ยังต้องลุ้นระทึก

หวาดเสียวนิ 
บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #40 เมื่อ: 19-03-2008, 01:24 »

รัฐบาลนี้ มีแต่เรื่องเสียว ๆ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #41 เมื่อ: 20-03-2008, 15:23 »

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=24208&catid=1

อ้างถึง
วันที่ 20 มีนาคม 2551 เวลา 14:11:20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้รับฟ้องคดีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) จากกรณีการทุจริตเลือกตั้งที่ จังหวัดเชียงรายแล้ว

ก่อนหน้านี้ กกต.ได้นำเอกสารพยานหลักฐานจำนวน 2 ชุด ซึ่งมีความหน้าชุดละ 1,000 หน้า และคำร้องขอให้ศาลอาญาแผนกคดีเลือกตั้ง ทำการวินิจฉัย และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ทั้งนี้ นายยงยุทธ กล่าวว่า จะไม่เดินทางไปศาลเพื่อฟังคำสั่งคดี แต่จะขอนำเท็จจริงไปต่อสู้ เพราะเชื่อว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ

---------------------

ทั่นตู้เย็น ต้องยุติการปฎิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้ว และการพิจารณาคดีของศาลฎีกา จะใช้เวลานานเท่าไหร่ไม่ทราบ แต่จำเลยต้องยื้อคดีจนถึงที่สุด แม้จะรู้ว่าแพ้คดีเกือบจะแน่นอนแล้ว ดวยหลักฐานที่ กกต.ส่งฟ้อง 

แต่เนื่องด้วยมีกรณี ยุบพรรค รออยู่เบื้องหน้า เมื่อคดีทั่นตู้เย็นสิ้นสุด กกต.ไม่มีทางเลือกอื่นใด เช่นเดียวกับกรณียุบพรรคมัฌชิมา และยุบพรรคชาติไทย กฎหมายบังคับให้ส่งคดีสู่ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น 

หากพรรคมัฌิมาและชาติไทยถูกยุบ ขั้วการเมืองจะสะเทือน พรรคชาติไทยแทบจะสูญพันธ์ไปเลย มัฌชิมาก็จะถูกเด็ดหัว พลพรรคที่แตกซ่าน หากจะย้ายไปพลังประชาชน เรื่องยุบพรรคพลังประชาชนก็จ่อรออยู่ หนีเสือปะจรเข้แน่นอน 

หลังยุบสองพรรคที่ว่าแล้ว ต้องมีการเลือกตั้งซ่อม และขั้วการเมืองจะเปลี่ยนอีกหนหนึ่ง เปลี่ยนอย่างใด ไม่น่าเกินรอชม 

และเมื่อคดียุบพรรคพลังประชาชน เริ่มนับหนึ่ง นั่นคือพายุใหญ่ ที่จะถล่มสัมภเวสีอีกรอบ คดีมัฌชิมาชาติไทย จะหลอกหลอน คาดว่าพลังประชาชน จะแสดงพลังเช่นเดียวกับ นปก. นั่นคือเดินขบวนก่อความวุ่นวาย ภายใต้รัฐบาลของตัวเอง เพื่อ ข่มขู่ คุกคาม กดดัน กระบวนการยุติธรรม 

และวันนั้น ผีที่กำลังจะตายซ้ำซาก ก็จะลืมภาระสำคัญ ช่วยนาย ปั๊ดโธ่ จะไปช่วยได้อย่างไร ตัวเองยังเอาตัวจะไม่รอดเล๊ยยย 
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: 20-03-2008, 16:16 »

กว่าจะเอาขึ้นศาลได้

ผ่านเลือกตั้งมาตั้งนาน   


สอยทีหลังทำไมมันยุงยากปานนี้

บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #43 เมื่อ: 20-03-2008, 19:40 »


อ้างถึง

จากนี้เป็นเนื้อหาบางส่วนของมติส่วนตนของ 'นายสมชัย จึงประเสริฐ' ในกรณีคัดค้านการเลือกตั้งส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 1 และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเชียงราย กรณี 'นายยงยุทธ ติยะไพรัช'


 
หมายเหตุ - นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ได้ทำคำวินิจฉัยส่วนตน ในคดี กกต.มีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) แก่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน และประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายสมชัยเป็น กกต.เสียงข้างน้อย

จากนี้เป็นเนื้อหาบางส่วนของมติส่วนตนของ นายสมชัย จึงประเสริฐ ในกรณี เรื่อง คัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กลุ่มที่ 1 และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเชียงราย กรณีนายยงยุทธ ติยะไพรัช กับพวก

...ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนสอบสวนฟังยุติว่าหลังจากมี พ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2550 แต่ก่อนมีการสมัครรับเลือกตั้งกลุ่มกำนันใน อ.แม่จัน จ.เชียงราย จำนวนประมาณ 10 คน ตามคำร้องคัดค้าน ได้เดินทางจาก จ.เชียงรายไปยังที่ทำการพรรคพลังประชาชน กทม. เพื่อพบกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แต่ไม่พบ จึงได้เดินทางมารอพบนายยงยุทธ ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค โดยรอถึงเวลาประมาณ 20.00 น. นายยงยุทธจึงได้เดินทางมาพบกับกลุ่มกำนันดังกล่าว

มีการพูดคุยกันถึงเรื่องโครงการขุดลอกคลอง เพื่อให้นายยงยุทธช่วยเหลือทวงหนี้จากนายชูชาติ จันทะวาลย์ ผู้ใกล้ชิดนายยงยุทธ ที่ติดค้างอยู่ แต่ข้อเท็จจริงที่ผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้านยังโต้เถียงกันนั้น แม้นายยงยุทธจะให้การต่อสู้ว่า ไม่ได้นัดหมายกำนันให้มาพบ แต่เป็นการจัดฉากสร้างสถานการณ์ และหลักฐานวีซีดีมีการตัดต่อ ก็มิใช่ข้อสาระสำคัญ นายยงยุทธยอมรับว่าได้ไปพบกับกลุ่มกำนันที่โรงแรมดังกล่าวจริง คงมีปัญหาที่โต้เถียงกันว่านายยงยุทธได้พูดขอร้องให้กำนันช่วยเหลือหรือให้การสนับสนุนผู้สมัครของพรรคพลังประชาชนและมอบเงินให้คนละ 20,000 บาท ตามที่ผู้ร้องคัดค้านได้กล่าวหาหรือไม่

เห็นว่าการที่กำนันซึ่งเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ของนายยงยุทธมาก่อน และในขณะนั้นได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว หากไม่มีการพูดคุยกันถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นก็เป็นการผิดวิสัยของนักการเมืองที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง จึงน่าเชื่อว่ามีการพูดขอร้องกลุ่มกำนันให้ช่วยสนับสนุนผู้สมัครของพรรคพลังประชาชนจริง ส่วนเงินจำนวน 20,000 บาทนั้น แม้จะไม่มีผู้ใดเห็นนายยงยุทธมอบให้แก่กำนันแต่ละคนด้วยตนเอง แต่การที่นายบรรจง ยางยืน นายกเทศมนตรีตำบลจันจว้า ซึ่งเป็นบุคคลที่นายยงยุทธให้การสนับสนุนในทางการเมืองได้เดินตามนายยงยุทธออกไปจากห้องอาหาร แล้วสักพักหนึ่งนายบรรจงได้กลับเข้ามา และมอบซองบรรจุเงินซองละ 20,000 บาท ให้แก่นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ เพื่อมอบให้แก่กลุ่มกำนัน โดยบอกว่านายฝากมาให้ จากนั้นได้มอบเงินจำนวน 40,000 บาทแก่นายชัยวัฒน์ โดยบอกว่านายให้เอามาคืนเป็นค่าตั๋วเครื่องบินที่นายชัยวัฒน์ได้ทดรองจ่ายไปก่อน ซึ่งก็ได้ความว่ากลุ่มกำนันดังกล่าวนั้นเคยเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ช่วยเหลือการเลือกตั้งให้แก่นายยงยุทธมาก่อน คำว่า "นาย" น่าจะหมายถึงนายยงยุทธ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงน่าเชื่อว่าเงินที่นายบรรจงมอบให้แก่กลุ่มกำนันเป็นเงินของนายยงยุทธ

จึงมีปัญหาว่าการกระทำดังกล่าวของนายยงยุทธฝ่าฝืนมาตรา 53 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.หรือไม่ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2550 ซึ่งขณะนั้นยังไม่ถึงกำหนดวันเปิดรับสมัครเลือกตั้ง และมีอีกหลายขั้นตอนกว่าจะได้รับการประกาศชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งได้ความว่ากลุ่มกำนันดังกล่าวเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ของนายยงยุทธในการเลือกตั้งทุกสมัย ทั้งได้ความว่ากลุ่มกำนันดังกล่าวเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) โดยให้กลุ่มกำนันดังกล่าวเป็นทีมงานเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครในการหาเสียงเลือกตั้งมากกว่าการกระทำเพื่อจูงใจหรือซื้อเสียงกลุ่มบุคคลดังกล่าวเพื่อให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแก่ผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ประกอบกับทางการสืบสวนสอบสวนไม่ปรากฏว่าหลังจากนั้นกลุ่มกำนันดังกล่าวมีการดำเนินการช่วยเหลือหาเสียงให้แก่ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนอันจะส่งผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมแต่อย่างใดกรณีจึงยังไม่เข้าองค์ประกอบของความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 มาตรา 53

อย่างไรก็ตาม กำนันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การที่นายยงยุทธกระทำการดังกล่าวเป็นการจูงใจกลุ่มกำนันดังกล่าวให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ซึ่งเป็นความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 กลุ่มกำนันดังกล่าวมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานรับสินบนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149

จึงให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายยงยุทธฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน และดำเนินคดีอาญาแก่กลุ่มกำนันดังกล่าวฐานเป็นเจ้าพนักงานรับสินบน สำหรับ น.ส.ละออง ติยะไพรัช กับนายอิทธิเดช แก้วหลวง ให้ยกคำร้องคัดค้าน



บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #44 เมื่อ: 05-05-2008, 18:43 »

http://thaiinsider.info/portal/content/view/8042/12/

อ้างถึง
ศาลดูซีดีคดียุทธแล้ว นัด‘ไต่สวน’อีก4ครั้ง ยุทธดึงชัยยะขึ้นศาล! คือปฏิปักษ์-ถูกแกล้ง

“ถวิล” เผยศาลดูวีซีดีแล้ว นัดไต่สวนอีกประมาณ 4 ครั้ง “ยุทธตู้เย็น” ดึง “ชัยยะ” ขึ้นเบิกความ อ้างโดนกลั่นแกล้ง-เป็นปฏิปักษ์กันมาก่อน คาดคดีน่าจะเสร็จ 20 พ.ค.นี้

นายถวิล อินทรักษา ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เป็นผู้ดำเนินขึ้นศาลคดีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ทุจริตเลือกตั้งที่จ.เชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่กกต. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางกกต.ได้นำคำวินิจฉัยส่วนตนของกกต.ทั้ง 5 คน และวีซีดี  8 แผ่นไปมอบให้ศาลฎีกา และศาลก็ได้มีการเปิดดูทั้งวีซีดีที่กกต.นำไปมอบให้แล้ว ซึ่งประเด็นวีซีดีก็น่าจะจบแล้ว และทางกกต.ก็ได้ขอสืบพยานอีก 3 ปาก โดยจะเป็นนายชัยวัฒน์ ฉางข้าคำ กำนันต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย และผู้สอบสวนอีก 2 คน เข้าเบิกความต่อศาล ซึ่งทั้ง 3 ปากนี้ศาลได้นัดไต่สวนเพียงวันเดียว แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นวันที่ 7 พ.ค.หรือ 8 พ.ค. และก็จบในส่วนของกกต.

ส่วนทางด้านนายยงยุทธนั้นก็ได้อ้างพยานหลายปาก ซึ่งประเด็นที่เขาตั้งขึ้นมาก็น่ารับฟัง เช่นประเด็นที่ว่าต้องการให้พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล อดีตรองผบช.สันติบาล หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีนายยงยุทธ มาเบิกความ เพราะอาจจะถูกกลั่นแกล้งจากพล.ต.ต.ชัยยะ และเป็นปฏิปักษ์กันมาก่อน ซึ่งศาลก็ได้อนุญาต ให้มาเบิกความต่อศาลเช่นกันโดยตนก็ไม่ทราบว่าศาลอนุญาตให้มาเปิดความจำนวนกี่ปาก ทราบแต่เพียงว่าศาลนัดไต่สวน 3 วัน คือในวันที่ 13-15 พ.ค.

ดังนั้นคดีดังกล่าวนี้ตนคิดว่าประมาณกลางเดือนพ.ค.นี้ก็น่าจะจบได้และน่าจะทราบผลเร็วประมาณวันที่ 20 พ.ค.หรือไม่ก็ประมาณสิ้นเดือนนี้ ก็น่าจะทราบผลว่าศาลฎีกาจะพิจารณาออกมาอย่างไร

อยู่หรือไป ทั้งคนทั้งพรรค เดือนนี้น่าจะได้รู้ผลค่ะ 
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #45 เมื่อ: 08-05-2008, 19:13 »

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=30320&catid=17

อ้างถึง
สืบพยานปากแรกคดีใบแดง'ยงยุทธ' 'กำนัน'ยันถูกแจกเงินให้ช่วย'น้องสาว'จริง

สืบพยานปากแรกคดีกกต.ฟ้องเพิกถอนสิทธิ 'ยงยุทธ' 'กำนันต.จันจว้า' แฉ 'ยงยุทธ' แจกเงิน 10 กำนันคนละ 2 หมื่นให้ช่วยน้องสาวจริงที่กทม. ด้านตร.แม่จันนำหมายจับคดีพยายามฆ่า รอจับพยานกลางศาล แต่ศาลไม่อนุญาต


ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์สืบพยานคดีระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ผู้ร้อง และนายยงยุทธ ติยะไพรัช  ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 1 และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และน.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.แบ่งเขต 3 จ.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ผู้คัดค้านที่ 1-2  กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยการทุจริตการเลือกตั้งด้วยการแจกเงินให้กับกลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหัวคะแนนของนายยงยุทธเพื่อให้มีการลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรคประชาชน โดยกกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ ซึ่งให้ถูกใบแดง และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ที่เขต 3 จังหวัดเชียงราย ที่น.ส.ละอองถูกให้ใบเหลือง

นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนันตำบลจันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย พยานปากสำคัญ กล่าวก่อนขึ้นเบิกความว่า ไม่กลัวการเผชิญหน้ากับนายยงยุทธ เพราะเป็นคนบ้านเดียวกันคุยกันได้ ไม่รู้สึกกดดัน สบายๆ การเดินทางมาเบิกความวันนี้ไม่มีใครจ้างวาน โดยจะเบิกความไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มี ที่ผ่านมาตนและครอบครัวถูกข่มขู่ และได้มีการร้องเรียนแล้วและคุ้มครองพยานแล้ว

นายชัยวัฒน์ เบิกความว่า เป็นกำนันตำบลจันจว้านาน 4 ปี โดยเมื่อเดือนต.ค. 2550 ด.ต.เทพรัตน์ เขื่อนคุณา สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นผู้ติดตามนายยงยุทธ ได้ติดต่อผ่านโทรศัพท์ให้เดินทางมากรุงเทพมหานคร (กทม.) กับนายบรรจง ยางยืน นายกเทศมนตรีตำบลจันจว้า ให้มาพบกับนายยงยุทธ  โดย 2 ครั้งแรกที่ติดต่อบอกให้มาทางรถตู้ แต่ไม่ได้มา ครั้งที่ 3 บอกให้เดินทางโดยเครื่องบินจึงเดินทางมา ซึ่งตนสำรองจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน 38,000 บาท เดินทางออกมาจาก จ.เชียงรายเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2550 เวลา 13.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ มีรถตู้มารับเดินทางไปที่ทำการพรรคไทยรักไทยเก่า ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ทำการพรรคพลังประชาชน

'นายบรรจงจึงพาขึ้นไปชั้น 4 บอกว่าจะไปพบนายยงยุทธ ซึ่งรอประมาณ 3 ชั่วโมง นายบรรจงจึงพาไปโรงแรมจำชื่อไม่ได้ ไปพบนายงยุทธ ที่ห้องรับรองชั้น 2  โดยนายยงยุทธ ขอร้องให้ช่วยน.ส.ละออง และนายอิทธิเดช แก้วหลวง ในการเลือกตั้งให้ได้รับเลือกเป็น ส.ส. ซึ่งพยานและกลุ่มกำนันรับปากว่าจะช่วย น.ส.ละออง กับ ส.จ.หล้า หรือ ส.ต.ต.ชมชาติ กัปปาหะ ผู้สมัครอีกคน เนื่องจากเป็นคน อ.แม่จัน แต่จะไม่ช่วยนายอิทธิเดช เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ หลังจากนั้นนายยงยุทธก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้อีก ตนกับพวกจึงขอให้นายยงยุทธ ทวงถามหนี้สินของนายชูชาติ จันทวลย์ ที่ปรึกษานายยงยุทธ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายชูชาติ ติดหนี้ตน 2.5 แสนบาท จากที่ตนรับเหมาสร้างถนนต่อนายชูชาติ และยังเป็นหนี้กำนันคนอื่นด้วย โดยนายยงยุทธรับปากว่าจะทวงถามหนี้ให้ซึ่งใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 30 นาที และนายยงยุทธ กลับไปก่อนโดยนายบรรจงเดินอออกไปส่ง ส่วนตนและกลุ่มกำนันนั่งกินข้าว จากนั้นนายบรรจงเรียกทุกคนออกไปข้างนอกพร้อมส่งซองปิดผนึกให้ตนกับพวกทั้ง 10 คนโดยระบุว่า 'นายฝากมาให้' และหลังจากนั้นตนและกลุ่มกำนันพากันเข้าไปในห้องน้ำและเปิดซองดูพบว่ามีเงินสด 20,000 บาท  ซึ่งพยานเชื่อว่าที่นายบรรจงบอกว่า 'นาย' หมายถึง นายยงยุทธ  เพราะนายยงยุทธ เป็นผู้นัดมาเจอที่โรงแรม โดยพยานยังได้ทวงถามเงินค่าตั๋วเครื่องบินกับนายบรรจง ซึ่งนายบรรจง ได้ควักเงินสดจำนวน  40,000 บาทให้พยานด้วย' นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายชัยวัฒน์ เบิกความต่อว่า ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนายวิจิตร อยู่สุวรรณ ไม่เคยโกรธเคืองกับนายยงยุทธ น.ส.ละออง และด.ต.เทพรัตน์ มาก่อนแต่อย่างใด

ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณาในช่วงเช้า นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณาของศาล โดยเฉพาะในส่วนของพยานหลักฐาน ทั้งวีซีดีและข้อเท็จจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.ไม่ได้รับหลักฐานดังกล่าวประกอบการพิจารณา เพียงแต่พิจารณาคำให้การของกำนันที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางมาพบตนเท่านั้น และสรุปแค่มีความผิดเพียงน่าเชื่อได้ว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ห่วงเรื่องคดีของตนเอง แต่เป็นห่วงเรื่องปัญหาบ้านเมืองมากกว่า โดยเฉพาะบรรยากาศการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่นับวันมีการเผชิญหน้ากัน จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำให้บ้านเมืองสงบ และเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น  ซึ่งตนเองได้แสดงสปิริตด้วยการถอยออกมาให้เห็นว่ามีความจริงใจ

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความนายยงยุทธ ได้ถามค้านนายชัยวัฒน์ต่อจากช่วงเช้า ซึ่งพยายามหักล้างความน่าเชื่อถือของพยาน โดยนำประวัติก่อนเป็นกำนันมาซักถามให้ศาลเห็นรวมถึงการมีคดีความกับเพื่อนกำนันซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางมากรุงเทพฯ ด้วยกัน และยังซักค้านให้เห็นว่า การเดินทางมาของกำนัน 10 คนนั้นเป็นการมาพบเพื่อขอให้นายยงยุทธช่วยเหลือทวงหนี้ค่าก่อสร้างถนน จากนายชูชาติ อดีตที่ปรึกษานายยงยุทธเท่านั้น ไม่ได้มีการพูดให้ช่วยเหลือน.ส.ละอองให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง โดยนายชัยวัฒน์ยืนยันว่า นอกจากให้ช่วยทวงหนี้ยังมีการพูดเรื่องให้ช่วยเหลือเลือกตั้งแก่น.ส.ละอองรวมอยู่ด้วย พร้อมกับระบุว่า หลังจากกลับมาที่เชียงรายมีการเรียกประชุมกำนัน 10 คนพร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน 139 หมู่บ้านเพื่อให้ช่วยเหลือ น.ส.ละออง ส่วนเงิน 2 หมื่นบาทที่ได้รับมาได้นำไปใช้ส่วนตัวไม่ได้แจกจ่ายซื้อเสียง

ทั้งนี้ หลังเบิกความนายชัยวัฒน์เสร็จแล้ว ศาลได้เบิกตัวนายพัฒน์ ก้างออนตา และนายบุญธรรม คำคะ กำนัน จ.เชียงราย ซึ่งเดินทางไปกทม.พร้อมกับนายชัยวัฒน์และนัดสืบพยานนัดต่อไปวันที่ 12 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นนัดที่นายยงยุทธจะขึ้นเบิกความด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้นำหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงราย ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น มาจับกุมนายชัยวัฒน์ ที่กำลังเบิกความอยู่ เมื่อพักการพิจารณาศาลได้แจ้งให้นายชัยวัฒน์ทราบและกำชับให้รับประทานอาหารอยู่ในบริเวณศาลเท่านั้น และไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายชัยวัฒน์ในตอนนี้ หากฝ่าฝืนศาลจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
บันทึกการเข้า
999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #46 เมื่อ: 08-05-2008, 19:16 »



ใบแดงที่ว่าสองใบ เหลือรอศาลอยู่ใบเดียว ก็ว่ากันไปตามความน่าเชื่อถืของพยานหลักฐาน..
บันทึกการเข้า

so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #47 เมื่อ: 08-05-2008, 23:05 »

http://www.bangkokbiznews.com/

'ชัยวัฒน์'ให้การศาลย้ำ'ยงยุทธ'จ่ายเงินซื้อใจช่วยซื้อเสียง

กำนันตำบลจันจว้าพยานโจทก์ ลั่นไม่กลัวเผชิญหน้า"ยงยุทธ"แม้ครอบครัวถูกข่มขู่ เผย10กำนันขี่เรือบินเข้ากรุงรับคนละ2หมื่น ช่วยน้องสาวให้ได้ส.ส. จำเลยอ้างมั่นใจพยานหลักฐานหักล้างได้

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สน.ปทุมวัน นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนันตำบลจันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงราย ในคดีพยายามฆ่านายอดิสร เรือนคำ กำนัน ต.สีคล้ำ อ.แม่จัน เมื่อปี 2547 เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.กิตติธัช เรือนทิพย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ สน.ปทุมวัน โดยให้การปฏิเสธ พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินใน ต.จันจว้า จำนวน 9 ไร่ ราคาประเมิน 597,000 บาทขอประกันตัวออกไป

ขณะที่ตำรวจกองปราบได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายชัยวัฒน์ ฐานหมิ่นประมาท แจ้งความเท็จ ให้การเท็จ ในคดีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แจ้งความดำเนินคดีไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรณีที่เป็นพยานชี้มูลความผิดนายยงยุทธ ทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.จ.เชียงราย ซึ่งนายชัยวัฒน์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเตรียมขึ้นเบิกความเป็นพยานต่อศาลในคดีนายยงยุทธ ทุจริตเลือกตั้งในวันนี้


เป็นห่วงว่ากำนันแกอาจจะเจริญรอยตามชิปปิ้งหมูครับ   
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #48 เมื่อ: 05-07-2008, 19:33 »

วันอังคารที่ 8 กรกฏาคม 2551 คดีนี้ก็จะได้ปิดลงอย่างสมบูรณ์เสียที หลังจากต่อสู้กันมายาวนาน

ท่านยุทธ ตู้เย็น จะได้โศกศัลย์ร่ำไห้ หรือกัดฟันด้วยความเคียดแค้น หรือจะได้ร่าเริง กระโดดโลดเต้น และหมายมั่นปั้นมือจะเอาคืน เช็คบิลล์กับใครต่อใคร อีกไม่กี่วันได้รู้กัน

มาดันกระทู้เตรียมไว้ค่ะ เพราะจวนจะได้ข้อสรุปโดยสมบูรณ์แล้ว 
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #49 เมื่อ: 07-07-2008, 09:45 »

http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=2431

อ้างถึง
วันที่ 8 กรกฎาคม 2551  เป็นอีกวันหนึ่งที่คอการเมืองไทยและประชาชนไทยกลั้นหายใจลุ้น เพราะเป็นวันที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งจะ 'เคาะ' คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้วินิจฉัย เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้ 'ใบแดง' แก่ นายยงยุทธ  ติยะไพรัช ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชนเนื่องจากทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย

ที่ต้องลุ้น เพราะนายยงยุทธยังพ่วงตำแหน่ง 'รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน'  หากศาลฎีกาชี้ขาดตามมติของ กกต. ย่อมเป็นการโหมเพิ่มอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนระอุแล้วอยู่ในขณะนี้ ให้ร้อนฉ่าขึ้นอีก เพราะนั่นหมายความว่า ...พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอาจถูกยุบ.... ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 103 วรรคสอง ที่กำหนดไว้ว่า
 
'ถ้าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคผู้หนึ่งผู้ใดมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้ว ไม่ได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมให้ถือว่า พรรคการเมืองกระทำการเพื่อให้ได้มาได้อำนาจการปกครองประเทศ โดยวิถีทางซึ่งมิได้เป็นไปตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้กกต.ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (มาตรา 94 (1) ) ที่กกต.ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองนั้น!

ส.ส.ที่เหลือของพรรคพลังประชาชนต้องแตกกระซานส่านเซ็น..... หาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 60 วัน !!

แต่ถ้าศาลพิพากษาออกมาอีกทาง ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของพรรคพลังประชาชน ซึ่งกำลัง 'ฮึ่มๆ' ตอนนี้ จะงัดยุทธวิธีใดออกมา ขัดขาพรรคพลังประชาชนสะดุดล้มคว่ำคะมำหงาย เพื่อพลิกให้ 'โอกาส' มาเป็นของตนเอง หลังจากที่เคยชูประเด็นรัฐบาลพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อเป็นทางรอดจากการถูกยุบพรรค ออกมาชุมนุมกันใหญ่โต จนป่านนี้ยังไม่ยอมเลิกรา

หากจะย้อนอดีตเรื่องการให้ใบแดงนายยงยุทธกลับไปนั้น นับว่า เป็นหนังเรื่องยาว มีหลายตัวละคร เริ่มจาก 'ชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ' กำนันตำบลจันจว้า อ.แม่จัน จ.เชี่ยงราย ออกมาปูดว่า นายยงยุทธได้นัดกำนัน 10 คนไปพบที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกทม. เพื่อ 'มอบเงิน' ให้คนละ 20,000 บาท เพื่อทุจริตการเลือกตั้ง

ด้านนายยงยุทธออกมาโต้ว่า นายชัยวัฒน์เป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือและยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมระบุว่า ถูกกระบวนการจากพรรคการเมืองหนึ่งเล่นงาน และยอมรับว่าได้ไปพบ 10 กำนันที่โรงแรมจริง แต่ไม่ใช่เพื่อการทุจริต เพราะเป็นการพบเพื่อหารือการขุดคลอง!

กกต.ได้สืบสวนสอบสวนพยานและหลักฐาน มีการเปลี่ยนประธานคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน 2 ครั้ง จาก พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล รองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล ซึ่งถูกนายยงยุทธโจมตีว่าไม่เป็นกลาง มาเป็น นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

การสอบสวนลากยาวมาตั้งแต่ก่อนที่ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส. จนเมื่อถึงเวลาต้องประกาศรับรองแล้ว ก็ยังทำสำนวนไม่เสร็จ กกต.จึงมีมติรับรองผลการเลือกตั้งให้นายยงยุทธไปก่อน พร้อมกับพูดแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นว่า 'หากพบว่านายยงยุทธทำผิดจริง กกต.ยังให้ใบแดงได้ แต่ศาลฎีกาฯ จะเป็นผู้วินิจฉัยขั้นสุดท้าย ทำให้นายยงยุทธ ได้นั่งในตำแหน่ง 'ทั่นประธานสภาฯ' อยู่ชั่วระยะหนึ่ง

ภายหลังการพยายามเตะถ่วง ทั้งการขอให้สอบพยานเพิ่ม ทั้งอ้างว่าไม่ว่างเข้าให้ปากคำครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2551กกต.เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาสำนวนนี้ โดยพิจารณานานกว่า 2 ชั่วโมง

นายสมชัย จึงประเสรฐ กกต. เดินออกจากห้องประชุมและบอกนักข่าวว่า 'กกต.พิจารณาสำนวนเสร็จแล้ว ที่ประชุมมีมติให้ส่งความเห็นให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ มติ 3 ต่อ 2 ' ซึ่งภายหลังก็ทราบกันดีกว่า มติ 3 ต่อ 2 นั้น คือใคร เสียงข้างมาก คือ กกต.ที่พันธมิตรฯ นำดอกไม้ไปฝาก 'อภิชาต-ประพันธ์-สุเมธ' ส่วนเสียงข้างน้อย คือ 'สมชัย-สดศรี'

นายสมชัยเห็นว่า การกระทำของนายยงยุทธไม่ผิดกฎหมาย ขณะที่ นางสดศรี สัตยธรรม เห็นว่า ควรรวมสำนวนนี้เข้ากับสำนวนปราศรัยใส่ร้ายกองทัพแล้วพิจารณาร่วมกันครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม การให้ใบแดงครั้งนี้ ทำให้นายยงยุทธกระเด็นตกจากเก้าอี้ 'ทั่นประธาน.' และหยุดการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งยกคำร้อง และเมื่อศาลฎีกามีคำสี่งรับคำร้องดังกล่าวนายยงยุทธได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานสภา

เมื่อเข้ามาถึงชั้นของศาลฎีกา ก็เกิดเรื่องร้อนๆ ขึ้นภายในกกต.อีกครั้ง เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ออกมาซัดว่า กกต.มี 'หนอนบ่อนไส้' เข้าไปเปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง ส่งผลให้กกต.เรียงแถวกันออกมายืนยันว่า 'ไม่เป็นความจริง' สืบเนืองจากการที่ 'นายสาคร ศิริชัย' ทนายความของนายยงยุทธ ขอให้กกต.ตรวจสอบว่า นายชัยวัฒน์เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พลังประชาชน หรือพรรคมัชฌิมาธิปไตยหรือไม่ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีของศาลฎีกา ....

.... วันที่ 8 พ.ค. เจ้าหน้าที่กกต.ได้ตรวจสอบจากระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรค ปรากฏว่า นายชัยวัฒน์เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์! โดยได้สมัครเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2547

เมื่อทราบข่าว นายไชยวัฒน์ควบม้าเร็ว เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมประธานกกต. พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า 'ไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์'  เพราะเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และต่อมาได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ว่า สามารถเป็นสมาชิกพรรคได้เพียงพรรคเดียวเท่านั้น ร้องขอให้กกต.ตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะกำลังถูกใส่ร้าย และถูกนายยงยุทธฟ้องร้องว่าเบิกความเท็จ!!

น.ส.รัศมี เพ็ญสุข ทนายความจากสภาทนายความ ร่วมตั้งข้อสงสัยอีก 1 เสียงว่า ข้อมูลจากเว็บไซต์ของสำนักงานกกต. ระบุว่า นายชัยวัฒน์เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2548 และเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2547 ซึ่งไม่ตรงกับหนังสือของสำนักงานกกต. ที่ระบุว่า นายชัยวัฒน์เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว มีความน่าสงสัยว่า การจัดทำเอกสารของเจ้าหน้าที่กกต.มีข้อพิรุธน่าสงสัยและอาจมีการปกปิดข้อมูลบางส่วน เพื่อเอื้อประโยชน์กับอีกฝ่าย

....วันที่ 15 พฤษภาคม กกต.ตรวจสอบพบว่า นายชัยวัฒน์เคยเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยจริง โดยสมัครเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2548 จริง! แต่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ และพ้นสภาพไปเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2550

อย่างไรก็ตาม ในคำแถลงการณ์ปิดคดีของ กกต.ที่ยื่นต่อศาลฎีกายอมรับว่า มีการปลอมแปลงลายมือชื่อในหนังสือที่ยื่นถึงศาลฎีกาเรื่องที่อ้างว่า ทนายชัยวัฒน์เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกัน กกต.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนซึ่งเป็นผู้ลงนามในหนังสือที่ยื่นต่อศาลยอมรับแล้วว่า เป็นผู้ปลอมลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าว

ผลการตัดสินของศาลฎีกาจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นอีกไม่นานเกินรอ วันที่ 8 กรกฎาคม จึงเป็นวันที่อาจแรงสะเทือนระดับ 'สึนามิ' ให้กับการเมืองไทยเพราะมีผลถึงสถานะของพรรคพลังประชาชนด้วย

อีกหนึ่งวัน โฉมหน้าการเมืองไทยอาจจะพลิกผันรุนแรง นับเวลาถอยหลังได้แล้วค่ะ 24 ชั่วโมงกว่าๆได้รู้กัน 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: