ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-02-2021, 07:40
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  'เทพชัย หย่อง' มีความตั้งใจให้ประเทศไทยมี'ทีวีสาธารณะ'.... 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
'เทพชัย หย่อง' มีความตั้งใจให้ประเทศไทยมี'ทีวีสาธารณะ'....  (อ่าน 1045 ครั้ง)
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« เมื่อ: 16-01-2008, 08:51 »

'เทพชัย หย่อง'ลาออกจากเครือเนชั่น รับตำแหน่งผอ.ทีวีสาธารณะ
 
15 มกราคม พ.ศ. 2551 17:24:00
 
 

เทพชัย หย่อง
 
'เทพชัย หย่อง'ลาออกจากเครือเนชั่น รับตำแหน่งผอ.ทีวีสาธารณะ ลั่นต้องทำให้เกิดให้ได้ วางกรอบทำงานช่วง 6 เดือน เริ่มออกอากาศครั้งแรก1ก.พ.นี้ พร้อมเปิดรับฝ่ายข่าว-ผลิต16-19ม.ค.

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายเทพชัย หย่อง คณะกรรมการนโยบายชั่วคราว และรักษาการผู้อำนวยการชั่วคราว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือทีวีสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย อดีตบรรณาธิการเครือเนชั่น กล่าวว่า ได้ยื่นใบลาออกจากเครือเนชั่นตั้งแต่วันนี้ (15ม.ค.) เป็นต้นไป

แต่เนื่องจากบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้แจ้งไปที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ซึ่งมีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (16ม.ค.) สำหรับหุ้นบมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ปจำนวนหุ้น 1 แสนหุ้นที่ตนถืออยู่ จะประกาศขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 16 มกราคมนี้

ทั้งนี้ ตนได้รับการทาบทามจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มาดำรงตำแหน่ง คกก.นโยบายชั่วคราวทีวีสาธารณะ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ที่ยังไม่ได้ยื่นใบลาออกจากเนชั่นก่อนหน้านี้ก็เพราะรอ ครม.เห็นชอบเสียก่อน โดยการที่มารับตำแหน่งคกก.ทีวีสาธารณะเนื่องจากมีความสนใจในการทำทีวีสาธารณะ และต้องการให้ประเทศไทยมีทีวีสาธารณะ เพื่อนำเสนอข่าวสารและสาระที่มีประโยชน์ต่อผู้ชม

"กรอบทำงานของคกกก.ชั่วคราวมีระยะเวลา 6 เดือน โดยในระยะแรก วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ทีวีสาธารณะจะเริ่มออกอากาศ จะนำเสนอข่าวสารเป็นหลัก  ระยะที่สอง ในวันที่ 1มีนาคม ผังรายการจะประกอบไปด้วยข่าวและรายการที่ผลิตขึ้นเอง หลังจากนั้นจะเป็นระยะที่สาม ที่มีผังรายงานสมบูรณ์ ทั้งนี้จะทำการเปิดรับสมัครฝ่ายข่าวและฝ่ายผลิต ในวันที่ 16-19 ม.ค.นี้ ณ กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ซึ่งพนักงานทีไอทีวีที่มีประสบการณ์ด้านข่าวสามารถมาสมัครและร่วมการพิจารณาร่วมกับบุคคลอื่นๆ"
 
 
http://www.bangkokbiznews.com/2008/01/15/WW10_WW10_news.php?newsid=220440



โดยการที่มารับตำแหน่งคกก.ทีวีสาธารณะเนื่องจากมีความสนใจในการทำทีวีสาธารณะ และต้องการให้ประเทศไทยมีทีวีสาธารณะ เพื่อนำเสนอข่าวสารและสาระที่มีประโยชน์ต่อผู้ชม.......
ผมเชื่อว่าความสามารถเฉพาะตัวและความสนใจจะทำทีวีสาธารณะของ'เทพชัย หย่อง' จะเป็นผลสำเร็จ.....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-01-2008, 08:55 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #1 เมื่อ: 16-01-2008, 08:54 »

'สมชัย'ร่อนจดหมายจากลอนดอน แจงผังรายการทีวีสาธารณะ
 
16 มกราคม พ.ศ. 2551 05:09:00
 
อดีตบก.บีบีซี อาเซ๊ยน โต้พนง.ไอทีวี เหตุพาดพิงวางผังตุ๊กตาลดเวลา-คุณค่าข่าว แจงผัง"ทีไอทีวี"ล่าสุดข่าวน้อยกว่า ซัดข่าว"ปิงปอง"กระพือขัดแย้ง "เล่าข่าว"แค่บันเทิงเรียกเรตติ้ง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสมชัย สุวรรณบรรณ อดีตบรรณาธิการบริหาร เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บีบีซี ลอนดอน ชี้แจงผ่านจดหมายจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษดังนี้

ผมได้อ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องผังรายการของทีวีสาธารณะ TPBS และการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของสถานีโทรทัศน์ TITV ในหลายประเด็น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผังรายการตัวอย่างที่ผมร่างขึ้นเพื่อเสนอแนะ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และ TITV นำไปวิพากษ์วิจารณ์ออกอากาศ ผมจึงขอชี้แจงดังต่อไปนี้

ประการที่หนึ่ง ผมใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการจัดทำผังรายการตัวอย่างในช่วงที่เดินทางกลับมาที่ประเทศไทย ผังรายการที่จัดทำขึ้นเป็นความคิดของผมเพียงคนเดียว โดยมิได้ปรึกษาผู้ใด แต่ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานที่บีบีซี ลอนดอนเป็นเวลาหลายปี ผังรายการที่ผมแนะนำเสนอเป็นผังรายการ ตัวอย่าง เพื่อให้คณะทำงานนำไปถกเถียงพิจารณาต่อไป มิใช่เป็นข้อยุติ

ประการที่สอง ข้อวิจารณ์เกี่ยวกับรายการ "มองต่างมุม" เป็นความเข้าใจผิดของพนักงาน TITV เนื่องจากที่จริงแล้วผมเสนอรายการชื่อ Question Time ซึ่งเป็นรายการสนทนาอภิปรายทางการเมืองรายสัปดาห์ของบีบีซีทีวี ที่อาจเป็นต้นแบบของรายการ "มองต่างมุม" ของมูลนิธิสื่อสร้างสรรค์ ผมไม่มีความตั้งใจใดๆ ที่จะระบุให้ ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทองเป็นผู้ผลิตรายการ

ทั้งนี้ ผมไม่เคยพูดคุยกับ ดร. เจิมศักดิ์หรือคุณเถกิง สมทรัพย์ เกี่ยวกับรายการนี้เลย วัตถุประสงค์ของผมคือต้องการนำเสนอรายการสนทนาทางการเมืองรายสัปดาห์ในโทรทัศน์ของประเทศไทย เพื่อให้การศึกษาทางการเมืองแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผมเชื่อว่า ผู้ดำเนินรายการอย่างคุณเทพชัย หย่อง คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา คุณกิตติ สิงหาปัด คุณกนก รัตน์วงศ์สกุล คุณอดิศักดิ์ ศรีสม คุณจอม เพชรประดับ หรือคนอื่นๆ ที่มีศักยภาพในระดับเดียวกันล้วนสามารถเป็นผู้จัดรายการในลักษณะนี้ได้ทั้งสิ้น

ประการที่สาม ข้อวิจารณ์ของพนักงาน TITV ที่ว่าผังรายการที่ผมจัดทำขึ้นได้ลดเวลานำเสนอรายการข่าวของ TITV จาก 8 ชั่วโมงลงไปเหลือ 4 ชั่วโมงต่อวัน เป็นการบิดเบือนความจริง ในทางตรงกันข้าม ผมพยายามจัดทำผังรายการให้มีช่วงเวลานำเสนอรายการข่าวถึง 6.30 ชั่วโมงต่อวันหรือเจ็ดชั่วโมงต่อวันหากรวมข่าวราชสำนักด้วย (ผมมิได้นำข่าวต้นชั่วโมงที่เสนอเจ็ดครั้งต่อวันมารวมในการคำนวน) ใ

นขณะที่รายการข่าวของ TITV ระหว่างเวลา 05.30-24.00 น. มีเพียง 4.30-5.0 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ผังรายการของผมจึงมีช่วงเวลาการนำเสนอรายการข่าวรวมกันมากกว่าผังรายการของไอทีวีในปัจจุบัน (ผมใช้ผังรายการของ TITV ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาในการเปรียบเทียบ)

อนึ่ง ผมไม่ถือว่า รายการประเภท "คุยข่าว" หรือการอ่านหนังสือพิมพ์แถมความคิดเห็นส่วนตัวของผู้จัดรายการ ให้ผู้ชมฟังนั้นเป็น "รายการข่าว" หรือ Serious Journalism แต่ถือว่ารายการประเภทนี้เป็น "รายการบันเทิง" นอกจากนี้ ผมยังไม่นับรวมรายการข่าว Hot News ที่ออกอากาศซ้ำอีกครั้งในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน เพราะเอาของเก่ามาฉายซ้ำ

ประการที่สี่ ผมขอเสนอให้เปลี่ยนการออกรายการข่าวหลัก (Main Evening Bulletin) ช่วงค่ำที่เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 มาเป็นการเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 21.00 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลดังนี้

หนึ่ง สถานีโทรทัศน์ไทยขณะนี้แทบทุกช่องได้เสนอรายการข่าวช่วงเย็นระหว่างเวลา 18.00-20.00 น. อยู่แล้ว ซึ่ง TPBS ไม่จำเป็นต้องนำเสนอรายการข่าวเพื่อแข่งขันกับสถานีอื่นในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เพราะไม่ได้ทำให้ผู้ชมทางบ้านได้สาระอะไรเพิ่มมากขึ้นไปกว่าที่เสนอกันอยู่ และ

สอง เนื้อข่าวส่วนใหญ่ที่ปรากฏในช่วงเวลา 18.00-20.00 น. ในสถานีต่างๆ เป็น "ข่าวปิงปอง" ที่เน้นการโต้กันไปมา โดยหวังเพิ่มเรตติ้ง ( rating) สิ่งที่ขาดหายไปก็คือ การนำเสนอข่าวเชิงวิเคราะห์เจาะลึกอย่างครบถ้วนและรอบด้าน และในความเห็นของผม "ข่าวปิงปอง" ยังลดคุณค่าของข่าวลง และอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่ผิดพลาด หรือกระพือความเป็นปรปักษ์ต่อกันในสังคมไทย ซึ่งแสดงถึงความไม่รับผิดชอบ ไม่สร้างสรรค์ และไม่ถือว่าเป็นสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพ

ผมได้เสนอให้ TPBS มีรายการข่าว (Main Evening Bulletin) ในช่วงเวลา 21.00 น เป็นช่วงหลักของรายการข่าว เพื่อที่จะให้นักข่าวของ TPBS มีเวลาทำงานอย่างพิถิพิถันให้ดีขึ้น (proper journalistic treatment) สามารถเก็บมุมมองข่าวอย่างรอบด้าน นำเสนอข้อโต้แย้งจากฝ่ายต่างๆ รวมถึงนำเสนอภูมิหลังของข่าว บริบทของเรื่องราวที่นำเสนออย่างครบถ้วนในข่าวชิ้นเดียว (TV news package) ก่อนที่จะออกอากาศ จะให้ประโยชน์ต่อผู้ชมมากกว่า และในช่วงเวลาดังกล่าว ผมมีความคาดหวังว่า ผู้รับสารน่าจะพร้อมรับชมรายการข่าวอย่างจริงจัง เนื่องจากเดินทางกลับมาถึงบ้านหลังเลิกงานแล้ว ดังนั้นการนำเสนอข่าวในช่วงเวลานี้จะเป็นประโยชน์มากกว่า ในประเทศอังกฤษ โทรทัศน์ BBC และ ITV มีช่วงเวลาหลักของรายการข่าวในเวลา 22.00 น. มี Channel 4 เพียง ช่องเดียวมีช่วงเวลาหลักของรายการข่าวในเวลา 19.00 น.

ประการที่ห้า ผังรายการที่ผมเสนอในช่วงเวลา 16.00-20.00 น. ต้องการตอบสนองต่อเด็กและครอบครัวเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ผมได้แทรกช่วงเวลาของรายการข่าว 30 นาทีเพื่อเป็นรายการข่าวสำหรับเด็ก ซึ่งคล้ายกับ Newsround ของ BBC ทั้งนี้เนื้อหาของข่าวและลักษณะของการนำเสนอข่าวในช่วงนี้จะแตกต่างออกไปจากรายการข่าวปกติ นอกจากนี้ ในเวลา 17.00 และ 19.00 น. ผมคิดว่าน่าจะนำเสนอข่าวสั้นต้นชั่วโมงเฉพาะหัวข้อข่าวช่วงละ 3 นาทีจำนวน 2 ช่วง เพื่อที่จะคอยเตือนผู้ชมที่รับชมรายการอยู่ในช่วงเวลาของรายการเด็กและครอบครัว (เวลา 16.00-20.00 น.)

ผมเชื่อว่าผังรายการที่ผมเสนอนั้นจะตอบสนองต่อผู้ชมที่กว้างและตอบสนองต่อความสนใจที่หลากหลายของผู้ชม โดยมุ่งเน้นการศึกษาและครอบครัว ผังรายการดังกล่าวดูจะแตกต่างจากผังรายการของสถานีโทรทัศน์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย และมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น มิฉะนั้น เราคงต้องถามกันว่า เราต้องมีสถานีโทรทัศน์สาธารณะไปทำไม

ผมหวังว่าคำอธิบายเหล่านี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อในการเปิดประเด็นการอภิปรายเรื่องผังรายการของทีวีสาธารณะ ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของผมในการจัดทำผังตัวอย่างดังกล่าว

สมชัย สุวรรณบรรณ

15 มกราคม 2551
 

 
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 16-01-2008, 09:12 »

เมื่อคืนผมก็ดูคุณเทพชัย ในรายการตาสว่างด้วยครับ

และ คิดว่า หากคุณเทพชัยมาคุมบังเหียน เรื่องของทีวีสาธารณะนั้น มีความเป็นไปได้สูงเลยครับ
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #3 เมื่อ: 16-01-2008, 09:18 »

ดีใจที่ ไอทีวี เปลี่ยนผู้บริหารข้างบนหมด ไม่รู้มันประท้วงไปถึงไหนแล้วค่ะ ไม่ได้ตามข่าวเลย 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #4 เมื่อ: 16-01-2008, 09:23 »

ทำให้ดีแล้วกัน ครับ อย่าทำให้พนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องการเมืองที่เสียสละ ให้ทีวีช่องนี้เกิดขึ้น ต้องเสียไปเปล่าๆๆ

ส่วนไอพนักงานกับทีมข่าวที่รับใช้เหลี่ยมใ สมน้ำหน้ามันครับ
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 16-01-2008, 09:25 »

สนับสนุนคุณสมชัยครับ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #6 เมื่อ: 16-01-2008, 09:42 »

ข่าวฉายซ้ำ Hot News
น่าจะเป็น "แห้ง นิวส์" นะ Laughing



นับเวลาเสนอข่าวก็ไม่เป็น



มิน่า... ถึงกลัวตกงาน Laughing

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
dantri
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 84


« ตอบ #7 เมื่อ: 17-01-2008, 17:03 »

มีหลายความเห็นบอกว่าคุณเทพชัยแม้จะลาออกจากเนชั่นและขายหุ้นออกหมดแล้ว  แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่เกี่ยวข้องเอื้อผลประโยชน์กะเนชั่นอีก 


ถ้างั้นการที่ดาวเทียมไทยคมซึ่งเคยเป็นของแม้วรับจ้างออกอากาศให้สถานีผู้ก่อการร้ายแม้วกะอ้อก็ต้องรู้เห็นน่ะสิ
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #8 เมื่อ: 17-01-2008, 17:37 »

กาแฟดำ

เราตรวจสอบเขา เขาตรวจสอบเรา
 
17 มกราคม พ.ศ. 2551 00:00:00
 
หลายคนถามผมเรื่องคุณเทพชัย หย่อง ลาออกไปเป็นกรรมการ 1 ใน 5 (และรักษาการผู้อำนวยการชั่วคราว) ของ คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ "ไทยพีบีเอส" (Thai Public Broadcasting Service TPBS)

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :   ถามว่าลาออกจริงหรือ? หรือลาออกเพียงพิธีการ?

จริงครับ ไม่ใช่ลาออกธรรมดาหรือลาออกเฉยๆ แต่เป็นการที่คุณเทพชัยขอ "เกษียณก่อนเวลา" ที่เรียกว่า early retirement ตามโครงการของบริษัทอนุญาตให้พนักงานบางคนขอเข้าแผนนี้ได้ด้วยเหตุผลที่สอดคล้องกันทั้งสองฝ่าย

ซึ่งแปลว่าออกไปเลย ไม่มีโอกาสจะกลับเข้ามาทำงานในฐานะพนักงานเนชั่นได้อีก...คอลัมน์ต่างๆ ที่เขาเคยเขียนในสื่อของเครือเนชั่น ก็จะระงับไปเช่นกัน...หุ้นเนชั่น ที่เขามีก็ขายออกไป

เพราะคนเนชั่น เชื่อในเรื่องของการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเราวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งต่อคนอื่นที่ทำงานสาธารณะ เพราะเรามี "สัญญาประชาคม" ตั้งแต่เริ่มทำงานสื่อมา 36 ปี ว่าเราจะเคร่งครัดกับตัวเราในเรื่องจริยธรรมเพื่อให้สมกับความไว้เนื้อเชื่อใจของสังคม เราจึงต้องทำทุกอย่างให้เกิดความชัดเจนโปร่งใสและซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพนี้

คนเนชั่น รับตำแหน่งใดๆ ที่อาจจะตีความว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับอาชีพด้านนี้ไม่ได้ หากบุคคลนั้นตัดสินใจว่าจะไปกระทำการเช่นนั้น ก็จะต้องลาออกจากเนชั่นและห้ามใช้ความผูกพันกับเนชั่นเก่านั้นเพื่อประโยชน์แห่งตน

(โปรดอ่านรายละเอียดใน The Nation Way อันเป็น "คู่มือจริยธรรม" หรือ Code of Ethics ที่เป็นกติกาพื้นฐานของคนเนชั่น มาตลอด...สามารถถามหาได้จากคนของเนชั่นทุกคน)

หากสาธารณชนคนใดเห็นหรือได้ข่าวว่าคนเนชั่นไปประพฤติตัวเช่นนั้น กรุณาแจ้งผ่านช่องทางทุกช่องทางทั้งโดยทางการหรือไม่เป็นทางการเพื่อเราจะได้ตรวจสอบ สอบสวน และพิจารณาตัดสินตามข้อเท็จจริง...และหากผิดจริง ก็ไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นต่อไปเป็นอันขาด

คนเนชั่น ไม่เชื่อเรื่อง "เส้นสาย" ในการทำงานและคัดค้านต่อต้านการ "วิ่งเต้น" หรือเกาะเกี่ยวกับอำนาจการเมืองหรือธุรกิจ เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดของคนทำสื่อคือ "ความน่าเชื่อถือ" และ "ความสัตย์ซื่อ" ต่อสาธารณชนซึ่งไม่อาจจะสร้างได้ หากคนทำสื่อใช้อิทธิพลของตนเพื่อแสวงหาอำนาจ ผลประโยชน์หรือบารมีเพื่อตนหรือกลุ่มตน

เราเชื่อว่า "ผลงานของความเป็นมืออาชีพ" ของเราเท่านั้นที่จะตัดสินคุณค่าของเราต่อสังคม และด้วยเหตุผลนี้ เราจึงฝึกปรือคนทำงานของเราให้ "เข้ม" และ "จริงจัง" กับหลักการ แม้ว่าในบางครั้งการยึดมั่นในหลักการเช่นนั้นจะทำให้เราต้องเผชิญกับอุปสรรคการกดดันและกลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายป้ายสีจากกลุ่มอำนาจหรือกลุ่มผลประโยชน์ในบางครั้งบางจังหวะก็ตาม

คุณเทพชัย ไม่ใช่คนแรก และคงไม่ใช่คนสุดท้ายของเนชั่น ที่ขอตัวออกไปแสวงหาเป้าหมายของชีวิตตามที่แต่ละคนมุ่งหวัง

คำว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน" เป็นคำที่เรารังเกียจและต่อต้าน เพราะเราเชื่อว่านี่คือสาเหตุแห่งปัญหาความเสื่อมถอยของสังคมไทยมามากต่อมากแล้ว

คนที่เนชั่น ถูกบ่มเพาะให้เป็นคนมีความคิดอิสระเป็นของตัวเอง ไม่มีใครต้องสยบยอมใครเพียงเพราะตำแหน่งสูงกว่า อายุมากกว่า หรือเสียงดังกว่า...ทุกคนวิจารณ์ทุกคนได้

ทุกคนรู้ดีว่าเนชั่น มีความภาคภูมิในตัวเองและอหังการเพียงพอที่จะไม่ "อาศัยใบบุญ" ของ "ศิษย์เก่า" เพื่อแสวงหาโอกาสอันมิควรได้หรือสร้างความได้เปรียบ เพราะความรู้จักมักคุ้นกันในเวทีสาธารณะที่ควรจะต้องมีการแข่งขันกันอย่างถูกต้องเป็นธรรม

เพียงแค่ผู้ขอลาจากไม่กระทำการใดที่จะทำให้ชื่อเสียงของ "ความเป็นเนชั่น" ต้องเสื่อมหรือเสียหาย หรือใช้ "ความเป็นศิษย์เก่าของเนชั่น" ไปในทางที่ผิดหลักจริยธรรมของที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาก็ต้องขอบคุณเขาแล้ว

เราตรวจสอบกันเอง ตรวจสอบคนอื่น ให้คนอื่นตรวจสอบ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน เป็นกติกาพื้นฐานแห่งวิชาชีพอยู่แล้ว

ดังนั้น กรรมการชั่วคราวทั้งห้าคนของ "ทีวีสาธารณะ" แห่งแรกของประเทศไทย จึงจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียดรอบด้านและเข้มข้นเพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างสถานีโทรทัศน์ที่อิสรเสรี ปราศจากแรงกดดันจากการเมืองและผลประโยชน์ธุรกิจจากการโฆษณา

เพื่อให้สถานีสาธารณะแห่งนี้สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบสื่ออื่นๆ ที่กำลังตรวจสอบพวกเขาอยู่ขณะนี้ด้วย...อย่างแน่วแน่ มั่นคง และ ไร้อคติ

เพื่อให้เกิดความโปร่งใสชัดเจนในประเด็นนี้ ขอเรียนให้สาธารณชนได้ทราบว่าเครือเนชั่นจะไม่เสนอรายการโทรทัศน์ใดไปให้กับสถานีโทรทัศน์ TPBS พิจารณาในผังรายการใหม่ตราบเท่าที่คุณเทพชัยมีตำแหน่งอยู่ในคณะกรรมการชั่วคราวชุดนี้

(เข้ามาร่วมแสดงความเห็นหลากหลายได้ที่ blog ของผมที่ www.oknation.net/blog/black ตลอด 24 ชั่วโมง)
 

http://www.bangkokbiznews.com/2008/01/17/WW12_1238_news.php?newsid=220932


เพื่อให้เกิดความโปร่งใสชัดเจนในประเด็นนี้ ขอเรียนให้สาธารณชนได้ทราบว่าเครือเนชั่นจะไม่เสนอรายการโทรทัศน์ใดไปให้กับสถานีโทรทัศน์ TPBS พิจารณาในผังรายการใหม่ตราบเท่าที่คุณเทพชัยมีตำแหน่งอยู่ในคณะกรรมการชั่วคราวชุดนี้
หลักการนี้สามารถพิสูจน์เป็น"รูปธรรม" ได้
คงไม่เหมือนเงินกู้ไทยที่ให้เพื่อนบ้าน เพื่อมาซื้อสินค้าและบริการของเพื่อนร่วมลงทุนพรรคการเมือง...

หรือลูกชายของ"กาแฟดำ" ไม่ไปตั้งบริษัท"ฮาวโปร" รับงานจากสถานีทีวีสาธารณะ....



บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 17-01-2008, 19:02 »

เนชั่นทำดีที่สุดแล้ว พวกปากหอยปากปู ก็จะเงียบไปเอง
บันทึกการเข้า

ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #10 เมื่อ: 17-01-2008, 19:10 »

เมืองไทยต้องมี ช่องทีวีที่ไม่มีการแทรกแซงได้

บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #11 เมื่อ: 17-01-2008, 20:05 »

ผมว่า 5 อรหันต์นี่ น่าจะเหมือน 5 เสือ กกต. ชุดแรก

สังคมจับตาเยอะ พวก "มือสกปรก" ก็ยังเข้าแทรกแซงไม่ได้

ชุดต่อไปไม่แน่ อาจเหมือนพวก 3 หนาห้าห่วง Confused

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
หน้า: [1]
    กระโดดไป: