ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
19-05-2019, 22:21
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "ขาว-เหลือง-แดง" "ยุทธตู้เย็น" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"ขาว-เหลือง-แดง" "ยุทธตู้เย็น"  (อ่าน 1255 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« เมื่อ: 12-01-2008, 17:51 »


จากมติชน

รายละเอียดข่าว
 
   วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10898

"ขาว-เหลือง-แดง" "ยุทธตู้เย็น"




 
นัดหมายกันแล้วว่าหากไม่ติดขัดปัญหาอะไร ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 11 มกราคม นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. และคณะ จะพิจารณาสำนวนร้องเรียนของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.แบบสัดส่วนกลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการให้ทรัพย์สินเงินทองแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อให้ไปซื้อเสียง

ถือเป็นสำนวนร้องเรียนที่มีความสลับซับซ้อน เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นจะตีความว่าเป็นความผิดเฉพาะตัว หรือเป็นความผิดของพรรค

ในฐานะที่ "ยงยุทธ" เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน ในขณะที่พฤติกรรมพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นก็ฉวัดเฉวียนไปแถวๆ ที่ทำการพรรคบนถนนเพชรบุรี และโรงแรมที่ได้ชื่อว่าเป็นกิจการของตระกูล "นายใหญ่" โดยมีวีซีดีที่อยู่ในมือของตำรวจสันติบาลเป็นหลักฐานสำคัญ

เริ่มมีการพูดกันเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า ความผิดของนายยงยุทธ จะมีผลถึงขั้นยุบพรรคพลังประชาชน หรือบรรดาสมาชิกพรรคที่เป็นอดีตไทยรักไทยเดิมบอกว่า เป็นการตามล้างตามเช็ด "ยุบพรรครอบ 2"

เพราะ "ยงยุทธ ติยะไพรัช" ไม่ใช่สมาชิกพรรคธรรมดาๆ เป็นถึงแกนนำของพรรคที่มีตำแหน่ง "รองหัวหน้าพรรค"

เพราะ "ยงยุทธ ติยะไพรัช" เป็นอดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคไทยรักไทยที่ได้ชื่อ "แนบแน่น" กับอดีตหัวหน้าพรรค "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" แต่ไม่อยู่ในกลุ่มเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยไทย แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111

สถานภาพของ "ยงยุทธ" ในพรรคพลังประชาชน จึงมีสปอตไลท์ฉายส่องอยู่ตลอดในฐานะ "สายเหยี่ยว"

และในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมที่ผ่านมา นายยงยุทธได้แสดง "ศักยภาพ" การเป็นขุนพลภาคเหนือให้เห็นแล้ว ในการ "ต่อกร" กับสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ อย่าง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช.มาแล้ว

ด้วย "ศักยภาพ" และ "สถานะ" ที่นายยงยุทธเป็นอยู่ จึงไม่แปลกที่จะถูกแปลความสำคัญออกมา ซึ่งเป็นแรงกดดันและบีบคั้นการวินิจฉัยของ กกต. ในวันที่ 11 มกราคม เป็นอย่างยิ่ง

แต่ถ้าจับกระแสแนวทางการพิจารณาของ กกต. ที่บอกว่าจะ "กัน" เรื่องความผิดของพรรค ออกจากความผิดของนายยงยุทธ ก็คงเบาใจได้ในระดับหนึ่งว่า กกต.ยังไม่คิดที่จะพิจารณาเพื่อ "ยุบพรรค" ในเร็ววันนี้

ฉะนั้น หากโฟกัสความผิดเป็นแบบ "เฉพาะตัว" เรื่องก็จบได้ง่ายขึ้น

แล้ววันนี้ กกต.มี "ทางเลือก" สักแค่ไหน ?

ถ้าพยานหลักฐานในสำนวนที่มี สรุปได้ว่า "ไม่ผิด" ก็แจก "ใบขาว" รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 1 ครบ 10 คน

หากผิดแต่เป็นแบบเทาๆ ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าตัวทำ ก็ให้ใบเหลืองไป เพื่อให้มีเลือกตั้งใหม่

หรือหากผิดแบบฉกาจฉกรรจ์ ละเมิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน ก็ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ใบแดงไป

อย่างไรก็ดี ทั้งหลายทั้งปวง สิ่งที่คิดกันไว้อาจจะไม่สามารถทำได้จริง เนื่องจากความผิดตกบกพร่องทางข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีข้อกฎหมายกำหนดไว้ให้สั่งการเลือกตั้งใหม่ในระบบส.ส.แบบสัดส่วน หรือหากฝืนจัดใหม่ในกลุ่มจังหวัดดังกล่าว สมมุติว่าประชาชนพร้อมใจกันเทคะแนนให้พรรคพลังประชาชนเพราะความสงสาร ทำให้คำนวณแล้วได้ ส.ส.ในกลุ่มนี้ทั้ง 10 คน ไม่เหลือให้พรรคการเมืองอื่นเลย

แล้วจะทำอย่างไรกับ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 ที่ กกต.ได้ประกาศรับรองผลไปแล้ว?

อย่างไรก็ตาม หากไม่สั่งเลือกตั้งใหม่ แต่พิจารณาจากผลการทำผิดแล้วเห็นว่าการกระทำของนายยงยุทธ ทำให้คะแนนเลือกตั้งในพื้นที่กลุ่มที่ 1 ของพรรคพลังประชาชนเป็นคะแนนที่ไม่บริสุทธิ์ กกต.จึงสั่งให้บัตรเลือกตั้งที่กาให้พรรคนี้เป็นบัตรเสียทั้งหมด แล้วค่อยมาคำนวณจำนวน ส.ส.แบบสัดส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ

การนับคะแนนและคำนวณสัดส่วน ส.ส.ใหม่ได้ ไม่มีอะไรติดขัด ถ้าหาก กกต.ไม่ได้ประกาศรับรองผลเลือกตั้งในกลุ่มบางส่วนไปก่อน เพราะถือว่ายังไม่ถึงที่สุด แต่เมื่อ กกต.ได้เคาะจำนวน ส.ส.และรับรองไปบางคนแล้วนั้น ขั้นตอนต่างๆ ที่ว่าจะสอยใบเหลือง ใบแดง ส.ส.สัดส่วนจึงติดขัด

กลุ่มจังหวัดที่ 1 ประกอบด้วย กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน และสุโขทัย มีจำนวนผู้มีสิทธิ 5,505,747 คน ผลการลงคะแนนนั้น 1) พรรคพลังประชาชน 1,895,372 คะแนน คิดเป็น 4.96 ได้ ส.ส. 5 คน 2) พรรคประชาธิปัตย์ 1,358,755 คะแนน คิดเป็น 3.55 ได้ ส.ส. 4 คน 3) พรรคเพื่อแผ่นดิน 145,493 คน คิดเป็น .38 ได้ ส.ส. 1 คน

ขณะที่พรรคมัชฌิมาธิปไตย 78,900 คะแนน พรรคชาติไทยได้ 64,466 คะแนน และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 63,071 คะแนน ไม่มี ส.ส.สัดส่วนในกลุ่มนี้

หากวันที่ 3 มกราคม กกต.ไม่ประกาศรับรองผล ส.ส.สัดส่วน สำหรับกลุ่มที่ยังมีปัญหาร้องเรียน วันนี้ กกต.ก็ไม่ต้องมานั่งกุมขมับเพื่อหาทางออกให้กับทั้งตัวเอง และผู้ถูกร้อง

นับเป็น "บทเรียนราคาแพง" สำหรับ กกต.ที่มีองค์ประกอบเป็น 4 อดีตผู้พิพากษา และ 1 อดีตรองอัยการสูงสุด

แน่นอนว่า วันนี้ ไม่มีใคร "โต้แย้ง" เรื่องอำนาจของ กกต.ที่จะให้ใบแดง ใบเหลือง เพียงแต่ "กังวล" ถึงแนวทางปฏิบัติและจัดการกับคนที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งต่างหากว่า แนวทางไหนถึง "ราบรื่นและสมานฉันท์" และไม่ตอกย้ำ "กิ้งกือตกท่อ" มากไปกว่านี้!

 
 
 
บันทึกการเข้า

เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #1 เมื่อ: 12-01-2008, 17:55 »

แดง

 
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 12-01-2008, 18:14 »





ปัญหาอยู่ที่หลายๆอย่างตามเนื้อข่าว

แต่เชื่อว่ามีแนวโน้มไม่ถึงพรรค ในกรณีนี้ครับ

และยังไม่แน่ว่าหลักฐานที่ว่ามาจากฝ่ายใด

คำวินิจฉัยของกกต.ไม่เคลียร์ไม่ได้หรอกครับ..อาจมีปัญหาภายหลังตามมาอีกมาก
บันทึกการเข้า

ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #3 เมื่อ: 12-01-2008, 18:21 »

ไม่อยากเดาใจท่านผู้พิพากษา แต่เห็นความเป็นนักเลงของยุทธ ตู้เย็นแล้วอยากให้โดนจริงๆๆ  
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 12-01-2008, 18:27 »


ไม่อยากเดาใจท่านผู้พิพากษา แต่เห็นความเป็นนักเลงของยุทธ ตู้เย็นแล้วอยากให้โดนจริงๆๆ  

พอกับบุรีรัมย์ แต่อย่างไรก็ตามถ้าอยู่ในกรอบรัฐะรรมนูญ

ว่าตามกฎหมาย ไม่มีไข้โป้ง คงไม่เป็นไร?

อิทธิพล นอกกฎหมายจะค่อยๆลดลงไป หากฝ่ายความมั่นคงเอาจริง

ฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายบริหารที่ขาดการถ่วงดุลย์คงจะไปไม่รอดหมือนกัน

คิดว่าเมืองไทยยังพอมีหวังครับ เพียงอย่าให้มีการใช้ความรุนแรงนอกการลงโทษของศาล..
บันทึกการเข้า

เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #5 เมื่อ: 12-01-2008, 18:28 »

คำวินิจฉัยของกกต.ไม่เคลียร์ไม่ได้หรอกครับ..อาจมีปัญหาภายหลังตามมาอีกมาก

เห็นด้วยครับ ไม่ว่าจะเหลืองหรือแดง ต้องตอบคำถามให้เคลียร์หายสงสัยครับ

จะถูก จะแพง แดง แดง ไว้ก่อน
 
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #6 เมื่อ: 12-01-2008, 18:33 »

เป็นไปได้เหรอค่ะ ที่จะแยกพิจารณาโทษของ ยงยุทธอย่างเดียว โดยไม่รวมไปถึงกรณียุบพรรค เพราะถ้ามันเกี่ยวพันกันก็แยกไม่ได้อยู่ดี อนาคงอ่ะค่ะ  
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 12-01-2008, 18:38 »



เป็นไปได้เหรอค่ะ ที่จะแยกพิจารณาโทษของ ยงยุทธอย่างเดียว โดยไม่รวมไปถึงกรณียุบพรรค เพราะถ้ามันเกี่ยวพันกันก็แยกไม่ได้อยู่ดี อนาคงอ่ะค่ะ  

กกต. แยกประเด็นอยู่แล้วครับ..

คงว่าตามสัดส่วนความผิด หากมีหลักฐานผิดจริง


ส่วนเรื่องยุบพรรคพปช. จะตั้งกระทู้ให้ฟันธงกันดีมั้ยครับ..ไม่อยากชี้นำธงในใจ..อ่านใจผมดูสิครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-01-2008, 18:43 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 12-01-2008, 18:42 »



คำวินิจฉัยของกกต.ไม่เคลียร์ไม่ได้หรอกครับ..อาจมีปัญหาภายหลังตามมาอีกมาก

เห็นด้วยครับ ไม่ว่าจะเหลืองหรือแดง ต้องตอบคำถามให้เคลียร์หายสงสัยครับ

จะถูก จะแพง แดง แดง ไว้ก่อน
 


อยากให้แดงมากๆ แต่ก็เปลี่ยนสภาพแวดล้อมรุนแรงเกินไป ก็ไม่เกิดผลดีต่อประเทศ

นักการเมืองคือคนที่อาสาเข้ามานำประเทศ...ก็ต้องเอาคนที่ดีกว่าไปให้คนเลือกให้ผ่านเข้ามาให้ได้

ต้องพยายามให้เลือกตั้งบริสุทธิ์ มันยาก อยู่ที่คุณภาพคนไทยครับ
 
บันทึกการเข้า

นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 12-01-2008, 19:46 »

ผมเดาว่า

ไม่ว่าใบไหน ก็ตาม

พปช จะไม่ถูกยุบพรรค

 Wink
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
เซอร์เวย์
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 168



« ตอบ #10 เมื่อ: 12-01-2008, 20:26 »

แจกลูกตะกรั่วให้มันจะง่ายกว่านะผมว่า จะได้จบๆแผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้นบ้าง
บันทึกการเข้า

หัวใจถูกแทงกี่ขั้ว ตามตัวถูกฟันกี่แผล
ปู่ไทยตายไปกี่คนแน่ ไทยจึงได้แผ่มาถึงแหลมทอง
กระดูกไทยกระเด็นไปกี่ท่อน เชิงตะกอนเผาไปกี่หน
คอขาดกันไปกี่คน ไทยทุกคนจึงได้ไทยครอบครอง
เสียเลือดกันไปเท่าไหร่ เสียใจกันไปกี่ครั้ง
น้ำตาของไทยไหลหลั่ง ทุกๆครั้งที่ถูกเฉือนขวานทอง
เข่นฆ่ากันทำไม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งผอง
ไทยฆ่าไทย ให้ชาติอื่นครอง
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #11 เมื่อ: 12-01-2008, 20:34 »

กกต พลาดที่ไปรับรอง สสสัดส่วนเขตหนึ่งคนอื่นก่อน ตอนนี้เลยนั่งกุมขมับ
ส่วน ยุทธ์ตู้เย็น ดูวีซีดีเสร็จก็เอาม๊อบมาขู่ ก้น่าจะรู้แล้วนะครับว่าหลักฐานมันแน่น
ขนาดไหน นอกจากทีมสืบสวนชุดใหม่จะพลิกคดี....
ตอนนี้จะป่วนเมืองไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ พรบรักษาความสงบภายใน
ที่สนชทิ้งทวนไป ถึงแม้จะอ่อนไปเยอะแต่ก็ไม่ไร้น้ำยานะครับ แม้ว่า รบ ขิงแก่จะน้อมแน้ม
แต่ผบทบไม่ใช่สนธิแล้วนะครับ พลเอกอนุพงศ์ไม่พูดมากครับ........น้ำนิ่งไหลลึก!
ส่วนเรื่องยุบพรรคยังอีกเปลาะนึงครับ  ค่อยๆแก้กันไปทีละเปลาะ
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 12-01-2008, 21:17 »





รอบแรกนี่คงจะประกาศเหลือง แดง ขาวกันอีกวันสองวัน

จากนั้นคงจะรับรองส่วนที่เหลือไปก่อน เก็บไว้รอพิจารณา

ส่วนคดียุบพรรค เป็นปี เหนื่อยแทนสส.ที่ผ่านการรับรอง..และกกต.
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 14-01-2008, 22:13 »



ชท.ถอนคำร้องคัดค้านรับรอง "ยงยุทธ"  http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9510000005346
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2551 16:18 น.
 
 
       ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประจำ จ.เชียงราย นายวิจิตร ยอดสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 พรรคชาติไทย จ.เชียงราย เข้ายื่นหนังสือถอนคำร้องกรณียื่นหนังสือคัดค้านการรับรองนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ว่าได้คะแนนมาโดยมิชอบ จนถึงที่มาการนำกำนัน 10 คน เข้ากรุงเทพฯ และระบุว่า มีการซื้อเสียงเกิดขึ้น ซึ่งการยื่นหนังสือถอดถอนคำร้องของตนเองครั้งนี้ นายวิจิตร กล่าวเพียงว่า เป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง ซึ่ง กกต.เชียงราย รับเรื่องและเตรียมส่งเรื่องด่วนให้ กกต.กลาง รับทราบต่อไป ว่าจะดำเนินการอย่างไรหลังจากมีการถอนคำร้องดังกล่าวแล้ว

 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 18-01-2008, 03:10 »


กกต.ปิดทางถอนคำร้อง “ยุทธ” ยันไม่เกี่ยวนั่ง ปธ.สภา  http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000006902
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 มกราคม 2551 17:34 น.
 
 
 
ประพันธ์ นัยโกวิท กกต.
 
 
      “ประพันธ์” เผยเหตุผลอาจจะต้องประกาศรับรองผล ส.ส.ไปก่อน เพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ และไม่กระทบต่อสำนวนที่ค้างอยู่กว่า 20 เรื่อง ปิดทางถอนคำร้อง “ยุทธ ตู้เย็น” ไม่เกี่ยวนั่งประธานสภาที่เคารพ
       
       วันนี้ (17 ม.ค.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า ขณะนี้ยังเหลือสำนวนที่ยังค้างอยู่ประมาณ 20 กว่าสำนวน โดยบางเรื่องสั่งสอบสวนเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหา และมีหลายสำนวนที่ยกคำร้องไป อย่างไรก็ตาม การพิจารณาต้องยุติในวันนี้ เพราะไม่มีเวลาพอที่จะพิจารณาแล้ว
       
       “สำนวนที่ยังค้างอยู่อีกประมาณ 20 กว่าราย คงต้องหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร อาจจะต้องประกาศรับรองผลไปก่อน เฉพาะสำนวนที่ค้างในวันพรุ่งนี้ เพราะเกรงว่าจำนวนจะไม่ถึง 456 คน ส่วนกรณีที่ได้ใบเหลือง-ใบแดงนั้น ยังประกาศไม่ได้ ต้องรอผลการเลือกตั้งใหม่วันที่ 20 ม.ค.และวันที่ 27 ม.ค.” นายประพันธ์ กล่าวและว่า อยากจะขอร้องผู้สมัครและพรรคการเมือง ว่า อย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อย่ามีปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะถ้ามีปัญหาจะทำให้การรับรองผลต้องยืดออกไป ทำให้ไม่สามารถรับรองกลุ่มดังกล่าวได้ ถ้าวันที่ 20 ม.ค.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และวันที่ 21 ม.ค.ไม่มีเรื่องร้องเรียน ก็อาจจะรับรองผลได้ทันวันนั้นและเปิดประชุมสภาได้ทัน
       
       นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน ตำรวจก็มารอ คงจะสรุปสำนวนให้หมดวันนี้ว่ามีเท่าไหร่ และให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารเลือกตั้งเตรียมบัญชีรายชื่อว่าประกาศไปแล้วเท่าไหร่ค้างอยู่เท่าไหร่ โดยว่าที่ ส.ส.ที่ถูกแขวนก็อาจจะประกาศไปหมดก่อน เพราะมาตรา 8 พ.ร.บ.ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.กำหนดให้ กกต.ต้องวินิจฉัยให้เสร็จภายใน 30 วัน แต่ถึงแม้วินิจฉัยยังไม่เสร็จ เพราะว่าการสอบสวนไม่เสร็จ ในมาตรา 116 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ให้สามารถดำเนินการสำนวนที่ยังสอบไม่เสร็จต่อไปได้ โดย กกต.สามารถสอบสวนจนเสร็จและยื่นต่อศาลฎีกา
       
       ฉะนั้น การประกาศผลไปก่อนไม่ได้ทำให้กระทบต่อการสอบสวนหรือการตรวจสอบ ซึ่งกรณีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน ก็อยู่ในลักษณะทำนองเดียวกัน ต้องรอดูว่าสำนวนการสอบสวนเสร็จหรือยัง ถ้ายังไม่เสร็จ กกต.ก็ยังวินิจฉัยไม่ได้ ต้องรอคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน
       
       เมื่อถามว่า กกต.ได้ดูวีซีดีทั้ง 8 แผ่น ที่สันติบาลนำมาให้ นายยงยุทธ ดูหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า มีการนำมาฉายให้ กกต.ดูแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูทั้ง 8 แผ่น ดูแต่เพียงภาพเหตุการณ์คร่าวๆ ส่วนกรณีที่ นายยงยุทธ ระบุว่า มีการจัดฉากนั้น กกต.ยังไม่ได้พิจารณาถึงประเด็นนั้นและยังไม่ทราบว่าตรงไหนที่มีการจัดฉาก ทั้งนี้ หากมีการทักท้วงในส่วนนี้ ก็ต้องดูหลักฐานที่นำมายื่น
       
       นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า สำนวนของ นายยงยุทธ ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของอนุกรรมการ ซึ่งถือว่ากระบวนการยังไม่จบ โดยคณะอนุกรรมการจะนำเสนอเหตุผลที่ นายวิจิตร ยอดสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.เชียงราย ขอถอนคำร้องคัดค้านสำนวนของนายยงยุทธ มาให้กกต.พิจารณา เพราะเราต้องสอบถามเหตุผลว่าทำไมจึงต้องถอนคำร้อง ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ก็สามารถถอนได้ ทั้งนี้ ภายหลังได้รับฟังเหตุผลของนายวิจิตรแล้ว กกต.อาจจะไม่อนุญาตให้ถอนสำนวนก็ได้ เพราะหากมีข้อเท็จจริงเราก็จะดำเนินการต่อด้วยตัวเอง โดยอาจให้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ดำเนินการต่อจนครบกระบวนการ
       
       “การพิจารณาสำนวนคำร้องของนายยงยุทธนั้น เราคงต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง โดยจะไม่นำกระแสข่าวที่ระบุว่า นายยงยุทธ จะได้รับการคัดเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรมาประกอบการพิจารณา เพราะไม่เกี่ยวกัน” นายประพันธ์ กล่าว
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 20-01-2008, 18:18 »



"ยงยุทธ" รับหนังสือรับรอง - อุบนั่ง ปธ.สภาฯ แย้มอาจดึงฝ่ายค้านนั่งรอง ปธ.
http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9510000007903
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 มกราคม 2551 16:57 น.
 
 
       นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 ของพรรคพลังประชาชน ได้เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการเป็น ส.ส. อย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยยืนยันว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชนยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งเบื้องต้นมีบุคคลที่เหมาะสม 4-5 คน และจะได้ความชัดเจนวันพรุ่งนี้ (21 ม.ค.) จึงไม่ออกความเห็นว่าจะได้รับการเสนอชื่อ และอาจเป็นไปได้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร หากมีการหารือและมีการสรุปร่วมกัน
        สำหรับการนิรโทษกรรมอดีตคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน นายยงยุทธ กล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะกล่าวถึง แต่เห็นว่าการนิรโทษกรรม นอกจากจะได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ แล้ว ยังต้องได้รับความยินยอมจากภาคประชาชนด้วย
 
 


ยังไม่พ้นเรื่องใบแดงและยุบพรรคนะครับ.. 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 02-02-2008, 01:52 »




ยงยุทธ ติยะไพรัช "ทักษิณ-สมัคร เพื่อนตาย"
http://www.innnews.co.th/specialnews.php?nid=85770
   
   
  โดย    25   มกราคม   2551   19:51:12  น.     
 
   
     
 

48 ปีบนโลกใบนี้... 13 ปีในสีเสื้อ"นักการเมือง" ...7ปีในอ้อมกอดของ"ทักษิณ ชินวัตร"...14วันที่ถูกจองจำในกรงเล็บของขุนทหาร.. 1ปีที่ต้องจากมาตุภูมิ...10 นาทีหลัง หลังจากได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า"ประธานสภาผู้แทนราษฎร"..."ไอ.เอ็น.เอ็น" สัมภาษณ์พิเศษ "ยงยุทธ ติยะไพรัช" กับตำแหน่งใหม่ล่าสุด และไปหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงบอกว่า"ทักษิณ-สมัคร เป็นเพื่อนตาย!"
 




           
 


@เรื่องตำแหน่ง ประธานสภารู้เมื่อไหร่ว่าได้เป็นแน่

รู้ประมาณ 1-2 วัน ไปลาออกอีกวันหนึ่ง เพราะว่าทางพรรคต้องตัดสินใจ เพราะมีบุคคลที่เหมาะสมหลายท่าน ในท้ายที่สุดผมมีความประสงค์ ที่จะไม่ รับตำแหน่งทางบริหารอะไรเพราะไม่อยากให้รัฐบาลจะต้องหนักใจ "ผมเนี่ยเป็นสายล่อฟ้า" เมื่อมารับตำแหน่งทุกคนก็บอกอยากให้ มาทำงานในสภา ก็มาดูเรื่องการประชุม เรื่องการเมืองภาคประชาชน ต่างๆ

@เป็นคนเลือกที่จะถอยมาอยู่ในส่วนนิติบัญญัติแทนที่จะไปเป็นรัฐมนตรี


ไม่ได้เลือกถอยมาอยู่ แต่ผมเลือกที่จะไม่รับตำแหน่งอะไร ผมอยากที่จะให้ทุกฝ่ายได้สบายใจ เพราะผมถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด ว่าเป็นบุคคล ที่ชอบใช้ความรุนแรง เป็นคนที่ไม่น่าไว้วางใจ อาจจะเป็นสายล่อฟ้า ก็ได้แจ้งว่าไม่ปรารถนาที่จะไปรับตำแหน่ง ตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นจุดที่ลงตัว ที่จะทำให้เห็นว่าไม่ได้ไปใช้อำนาจใดๆ ในทางบริหาร แต่เป็นเรื่องของความร่วมมือในการทำงานในสภา

@ด้วยความรู้ความสามารถ บวกชื่อชั้น สามารถจะเป็นรมตได้ไหม


ผมจะตอบตัวเองได้ไงว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถผลงานก็ต้องเป็นเครื่องวัด แต่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นตัวเปลี่ยนแปลง อะไรที่มัน ทำให้เราเป็นเงื่อนไข เราก็ต้องขจัดตัวเอง

@ตามข่าวที่เลือกแบบนี้เพราะมีใบสั่งจากคุณทักษิณ


ไม่หรอก คือข่าวมันก็เป็นเช่นนั้น รายงานข่าวก็คิดไป บางทีก็รับฟังจากคนอื่นบ้าง อันนี้มันเป็นความตั้งใจผมจริงๆ ผมพูดก่อนที่ผมจะกลับ จากต่างประเทศ ผมก็พูดกับสส.ที่เจอกันต่างประเทศ ผมมาได้ไม่กี่วันผมก็แถลงข่าวเรื่องนี้ว่ามาครั้งนี้ผมมายืนยันความจงรักภักดี ว่าเราไม่ได้ ป็นอย่างที่สังคมบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่จงรักภักดี ประการที่ 2 เราต้องการให้บ้านเมืองมีความปรองดอง อันที่ 3 ที่เราฝันก็คือทำอย่างไรให้คนรักกัน เพราะเป็นตายร้ายดีจะอย่างไรก็คือคนไทย จะเอาโยนไปนอกประเทศได้อย่างไร นี่คือบ้านเกิดเมืองนอน ก็ต้องอยู่ร่วมกัน ไปเปิดเทปได้ ที่ผม พูดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ก็คือคำพูดเดิม ฉะนั้นข่าวที่ลือว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้มันไม่จริง

@การที่จะไม่รับตำแหน่ง รมต. ได้มีการหารือกับคุณทักษิณไหม


ผมว่าไม่ต้องโยงดีกว่า เดี๋ยวพูดอะไรไปจะทำให้มีการยุบพรรคอีก เป็นนอร์มินีเป็นอะไร เอาสิ่งที่ผมรับผิดชอบดีไหม

@ภาพเดิมคือเป็นหนึ่งในองค์รักษ์พิทักษ์ทักษิณ ภาพชัดเจนมาก แล้วมาเป็นประธานสภาจะเป็นกลางไหม


ผมถามกลับ สมมุติว่ามีพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ประชุมร่วมกันว่าจะบริหารบ้านเมืองอย่างนี้ อยู่มาวันหนึ่งมีคนมากล่าวร้ายว่าเป็นคนไม่ดี แล้ว เพื่อนวิ่งหนี แล้วเราก็บอกว่าใช่เพื่อนผมมันไม่ดีจริงๆ อย่างนี้เราจะอยากคบคนอย่างนั้นหรือเปล่า แล้วตัวผมเองว่ามันดี ที่เราทำนะดี แล้วคนที่ทำมีความตั้งใจดี เขาถูกกล่าวร้าย แล้วถ้าเราไม่ช่วยอธิบายความ ไม่ช่วยทำอะไรให้มันชัดเจน แล้วมาวิ่งหนี แล้วไปด่ากันเอง จะคบไหมคนแบบนี้ ผมทำอย่างนั้นไม่ได้

"ผมมั่นใจเลยว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ ท่านเป็นคนที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า แต่ว่าการเมืองทำให้ท่านเสีย เพราะมันมีคนได้และคนเสีย เพราะ ฉะนั้นเราถึงต้องพิสูจน์ แล้วก็คงไม่ต้องตอบที่ว่าองครักษ์พิทักษ์ต่างๆ ที่ว่า เพราะมันชัดเจนแล้ว"

@อยากให้พูดถึงความเป็นกลางในทัศนะคติเป็นอย่างไร


อย่าทำตัวท่าทีที่เป็นกลางในลักษณะที่สร้างภาพ เช่นไม่สังสรรค์กับสมาชิก และก็ไม่พูดคุยกับเพื่อน กับญาติมิตร อันนี้มันผิดมนุษย์ การพูดคุย การพบปะกับคนทั่วไปเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนทำงานนั้นต้องเป็นกลาง เช่นตอนปฏิบัติหน้าที่ในสภา ในฐานะเป็นประธานที่ประชุมนั้น อัน นั้นมันจะโชว์ความเป็นกลางไม่เป็นกลาง แต่บางท่านลืมไป ว่ามีกิจกรรมทางพรรคก็ร่วมไม่ได้ เพราะเดี๋ยวจะถือว่าไม่เป็นกลาง เหมือนผู้ พิพากษา ท่านมีญาติบางทีมีคดีอยู่ กลับบ้านก็ต้องเจอกัน แล้วจะบอกว่าอันนี้ไม่เป็นกลางแน่นอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องตัดสิน แล้ววันหนึ่ง ท่านตัดสินประหารชีวิตญาติท่าน เราจะคิดว่าท่านเป็นกลางไหม

เพราะฉะนั้นเราต้องตัดสินคนที่ผลของการกระทำ อย่าตัดสินที่ท่าที ความเป็นมิตรกัน ถ้าอย่างนั้นผมไปทักพรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกพรรค พลังประชาชนอาจจะมาด่าผมบอกไปเอาใจทำไม หรือพูดกับพรรคพลังประชาชน แล้วพรรคประชาธิปัตย์อาจจะเข้าใจผิดว่ามันเอาใจแต่ พรรคพลังประชาชนมันไม่ใช่ ความเป็นมนุษย์มันไม่เหลือ "ความเป็นมนุษย์ก็คือรักที่ผลของานที่ตัวเองได้ทำ ถ้าเป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติก็ ต้องดูที่ผลของการปฏิบัติงานในสภา"

@ถูกมองว่าเป็นสายเหยี่ยว บู๊ แล้วฝ่ายค้านก็บู๊เหมือนกัน สภาพของสภามันจะสงบเรียบร้อยไหม


ไม่หรอก ถ้าไปว่าอย่างนั้นมันไม่เป็นธรรม เพราะมันเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำงานเพื่ออะไร ทำอะไร แต่ไม่ใช่เป็นการทำแล้วทำให้เกิดความ แตกแยก บางทีก็มีการให้ข่าว ในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ไม่พิสูจน์ความจริงเลยทำให้เราเป็นบุคคลที่มีลักษณะที่เน่าเสียในสังคมได้ ที่นี้บางทีมัน ก็ทำให้เราต้องเจ็บปวด แต่เราก็ต้องทน เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าสักวันหนึ่ง เวทีนี้จะเป็นเวทีให้เห็นว่าผมเป็นสายเหยี่ยวหรือว่าสายพิราบ ก็ดู กันในสภาก็แล้วกัน จริงๆ แล้วผมเป็นคนรักสงบนะ ผมหาทางลงแล้ว ผมไม่คิดว่าจะอยู่การเมืองจนตาย ถึงเวลาผมก็คงไปทำอย่างอื่นที่ผมคิด ว่าทำได้ดีกว่า ผมชอบงานทางด้านสิ่งแวดล้อม

@ในฐานะที่เคยอยู่พรรคประชาธิปไตย์ ทำให้รู้ทาง อ่านทาง แก้เกมกันได้ไหม


ผมไม่เห็นเป็นเกม ผมเห็นเป็นประเด็นแต่ละเรื่องไป มันจะมีประเด็นใหม่ๆ เรื่อยในสภา เรื่องเกม เรื่องอะไรต่างๆ มันเกิดจากความหมางใจ มีความหมางใจก็วอล์กเอาท์ มีความหมางใจก็ต้องประท้วง ถ้าเราขจัดความหมางใจแล้วทำให้เข้าใจกัน แล้วอะลุ้มอล่วย ไม่เลือกฝักเลือกฝ่ายผม คิดว่าปัญหานี้จะช่วยได้เยอะ คือเอาหัวใจให้กัน ผมเชื่ออย่างนั้นนะ ถ้าคิดเป็นเกมมันเป็นเรื่องที่ต้องเผชิญหน้ากัอนอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่า เป็นหน้าที่ของแต่ละคนที่จะต้องร่วมมือกัน

@ถ้าฝ่ายค้านตีรวน


ถ้ารวนมันก็มีข้อบังคับอยู่ล้ว เราก็ต้องใช้ข้อบังคับได้

@แล้วจะเป็นประธานสภาแบบไหน


แบบอะลุ้มอล่วย คือผมมีมาตรการตั้งแต่ที่ยังไม่มีอะไรเลย ปล่อยให้เป็นธรรมชาติอย่าฝืน เพื่อให้งานมันออกมาแล้วดูทุกฝ่ายมีความสุข อันที่ สองถ้ามีปัญหาขึ้นก็ต้องใช้ข้อบังคับ ถ้ามีปัญหาหนักมากขึ้นก็ต้องปรึกษาหารือจะทำอะไรก็เป็นการตัดสินใจอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นผม จะไม่มีการกำหนดเป๊ะๆ หมด เอาผลมากกว่า อย่าไปเครียดกับการประชุม

@ถ้าเด็ดขาดก็พร้อมจะตรงตามข้อบังคับ


คือข้อบังคับผมคิดว่าไม่ถึงกับต้องเด็ดขาดอะไรหรอกครับ เป็นแค่ปรึกษากัน อะลุ้มอล่วย แค่นั้นก็พอ ในสภาผมเป็นผู้แทนมา 10 กว่าปี มันก็ ทำให้เรารู้ว่าการให้เกียรติกันแล้วก็ให้โอกาสแก่กันมันพอแล้วไม่ถึงกับต้องใช้ข้อบังคับใช้การตัดสินใจถึงขนาดนั้น

@มีการหารือกับผู้ใหญ่ที่นับถือบ้างไหมว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นประธานสภาที่ดี


ผมก็คุยเรื่อยๆ นะ เจอใครก็คุย ท่านวันนอร์ ท่านโภคิน ใครต่อใครที่เคยอยู่ร่วมกัน เราก็เรียนรู้จากการที่เคยเป็นสส.มา 13 ปี ผมว่ามันน่าจะทำ ให้เรารู้ว่า จิตวิญญาณของการเป็นผู้แทนเราต้องการอะไร โดยเฉพาะเรื่องของโอกาส เกียรติยศ แล้วก็การให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่ผม จะกระทำ

@7 ปี ที่อยู่ใน ทรท. สัมผัสกับคุณทักษิณมา ได้เรียนรู้อะไรมาใช้ในการทำงานไหม


ผมอยู่ 7 ปี ผมถือว่า ท่านเป็นอาจารย์ในทางบริหารนะ ถือว่าผมโชคดีรู้ไหม เพราะผมเป็นโฆษกรัฐบาล ผมนั่งประชุมทุกที่ แม้แต่เข้าห้องน้ำ บางครั้งผมยังตามไปเลย ผมได้เปรียบตรงนี้ สองผมเป็นเลขาท่าน ทัวร์นกขมิ้น นอนที่ไหน ใครมาพูด ใครมาพบ ผมรู้ละเอียด เพราะฉะนั้นสิ่ง ต่างๆ ที่เป็นจิตวิญญาณของการบริหารงาน ผมโชคดีนะ ผมเก็บมามากกว่าคนอื่น อันนี้ต้องขอเรียนท่านถือเป็นอาจารย์ เพราะฉะนั้นผมจะรู้ ว่าภาพรวมมันเป็นอย่างไร แล้วก็รู้ใจ ที่น้อง(ผู้สื่อข่าว)บอกว่าเป็นองครักษ์ เพราะเรารู้ความตั้งใจดีที่มีต่อบ้านเมือง มันไม่เหมือนกับภาพที่ ออกทางสังคม เราทำงานหนักและเหนื่อย แล้วผลสุดท้ายที่ได้รับเป็นอย่างนี้เนี่ย เราก็ทิ้งไม่ลงต้องยืนยันว่าท่านทักษิณไม่ได้เป็นคนชั่ว ร้ายอย่างที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาขึ้นมาผิดๆ

@มีคำว่าจากเชลยคมช. มาเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ รู้สึกอย่างไร


ช่วงนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนก็ไม่อยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดแล้วเราก็ให้อภัยต่อกันทุกคนมีหน้าที่ โดยส่วนตัว ไม่มีใครที่จะไปห่ำหั่น กัน มันเป็นหน้าที่ พอหมดหน้าที่ก็ต้องให้อภัย มีแต่จะเริ่มต้นมองไปข้างหน้าดีกว่า

@ช่วงไปอยู่ต่างประเทศ ต้องไปเช่าห้อง และต้องวิ่งทุกเช้าให้มันหายแค้น


ไม่ได้วิ่งให้หายแค้น แต่วิ่งเช้าทุกวันคือการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราทำงานหนักทุกวันเราเครียด พออยู่โน่นเราก็ไปยืมหนังสือไปวิ่ง ไปออกกำลังกาย ไม่ใช่ไประบายความแค้น

@สุดท้ายก่อนที่จะเป็นตำแหน่งนี้คือเป็นหนึ่งใน 3 ผู้ประสานจัดตั้งรัฐบาล


ผู้ประสานงานจัดตั้งครม. ตอนนี้ผมออกแล้ว โดยมารยาทผมต้องออก

@ตอนที่ยังมีบทบาทจัดตั้ง มันลงล็อกขนาดไหนอย่างไร


ก็คร่าวๆ แต่ก็ไม่ได้พูดถึงว่าพรรคไหนได้อะไร แต่ว่ามีแต่คนบอกคนนั้นขอ คนนี้ขอ มันเป็นดีมาน เป็นความต้องการ น่าจะเป็นอย่างนี้ๆ แต่ว่า มันจะตกผลึกเมื่อตั้งนายกแล้ว มันจะทำขั้นตอนอย่างนี้ คือคุยกัน ตอนมาร่วมรัฐบาลทุกคนอยากให้บ้านเมืองไปได้ เพราะพลังประชาชนได้ เสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นพรรคก็เลยมีหลัการมาร่วมกัน ก็ต้องมาคุยกันต่อว่าพรรคไหนสนใจกระทรวงอะไร ที่จะมาบริหาร พอรับเสร็จเมื่อ ตั้งนายกฯ เสร็จแล้ว ก็บอกพรรคนี้ขอตรงกันนะ สมาชิกในพรรคพลังประชาชนก็ขอตรงกัน เราจะสลับกันตรงนั้นตรงนี้หน่อยได้ไหม มัน เป็นการคุยกัน พอคุยกันเรียบร้อยก็เอากระทรวงมอบให้ทางพรรคไปคุยกับสมาชิกในพรรคเขาเอง เพื่อให้เขาบอกใครเหมาะสมจะอยู่ใน ตำแหน่งนั้นถึงจะเสนอชื่อ แต่วันนี้มันเป็นขั้นตอนที่ 1 ที่ 2 แล้ว ขั้นตอนที่เป็นสูตร 9ต่อ1 4ต่อ1 คงไม่ตายตัวขนาดนั้น

@เรื่องกระทรวงกลาโหม


กลาโหมก็คุยกัน แต่ว่าก็ต้องมีเกณฑ์ที่จะพิจารณา เช่น คุณลักษณะพิเศษของกระทรวงกลาโหม การบริหารราชการมันต่างจากกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ ส่วนที่ 2 นั้น จารีตประเพณีต่างๆ ที่เกิดขึ้น อย่างนายกฯ ชวนก็เคยควบ รมว.กลาโหม รมต.พลเรือน อันนี้เป็นจารีตประเพณีที่เห็น ส่วนที่ 2 นั้นการเป็นการยอมรับทุกฝ่ายทั้งทหาร ทั้งพี่น้องประชาชน ทั้งการยอมรับนับถือก็มีความสำคัญ ส่วนที่ 3 ที่เป็นแล้วก็หมายความว่า จะบริหารให้บ้านเมืองมันพ้นวิกฤติ เพราะนี่มันเป็นวิกฤติการพิเศษ เป็นการเปลี่ยนผ่าน จากการยึดอำนาจมาเป็นประชาธิปไตย มันจำเป็น ต้องมีวิสัยทัศน์

@ความสัมพันธ์คุณยงยุทธกับคุณสมัครรู้จักกันมาก่อนไหม


รู้จักกับท่านตั้งแต่ผมใส่กางเกงขาสั้น แต่ว่าไม่เคยรู้จักไม่เคยพูดคุยกัน แต่มาเจอเมื่อผมกลับมาเมื่องไทยแล้วผมก็รายงานตัวกับท่านเมื่อผมได้เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เมื่อได้รับเลือกตั้ง ท่านทำข้าวผัดให้ทาน ไปกราบท่านที่บ้าน

@เท่าที่สัมผัสมา มองคุณสมัครอย่างไร


เป็นเพื่อนตาย เป็นคนที่ไม่เปลี่ยนคำพูด คือท่านมั่นใจเชื่อใจใคร ท่านก็ยืนยันของท่านกระต่ายขาเดียว ไม่ใช่พากันไปทำสิ่งชั่วร้ายนะ ถ้า เป็นการรบท่านถือปืนแล้วบอกผมนำหน้า ผมสบายใจว่าท่านไม่ยิงผมแน่ แต่ว่าถ้าเป็นคนอื่นผมไม่ไว้ใจผมก็ไม่กล้าเดินนำหน้า ผมไม่รู้ว่าลูก กระสุนเป็นของข้าศึกหรือของพวกเดียวกัน

@เหมือนกับคุณทักษิณไหมที่ว่าเป็นเพื่อนตายได้เลย


เหมือนกัน เป็นเพื่อนตาย เป็นพี่ตาย (หัวเราะ)

@แล้วอย่างนี้คือประมุขทั้งสองฝ่าย(บริหาร-นิติบัญญัติ) รักกันอย่างนี้ประเทศชาติก็น่าจะไปได้ไหม


มันไม่ได้อยู่ที่สองฝ่าย มันอยู่ที่ ประชาชน การเมืองภาคประชาชน แล้วก็องคาพยบ ทางการเมือง พรรคการเมืองต่างๆ ต้องเห็นชอบร่วมกัน ไม่ ว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ถ้าจะให้บ้านเมืองไปได้ ต้องเป็นบรรยากาศที่เห็นพ้องต้องกัน ไม่ใช่เป็นบรรยากาศ ที่เห็นแย้งกันตลอดเวลา เพราะอะไรที่ทำให้เห็นพ้องร่วมกันจะทำให้บ้านเมืองไปได้

@แล้วความจริงมันจะไปได้หรือ เพราะมันตั้ง 6 พรรค


เรื่องนี้อยู่ที่การพูดคุยกัน ทุกคนมีวุฒิภาวะ ทุกพรรคมีวุฒิภาวะ รู้ว่าปัญหาบ้านเมืองมีอะไร ก็หวังใจว่าน่าจะไปได้

@โหวตเลือกนายกฯจะมีเสียงแตกอีกไหม


ไม่แตก เป็นการโหวตเปิดเผยคราวนี้

@คราวโหวตเลือกประธานสภา มีการสืบไหมว่า 3 เสียงที่แตกไปคือใคร


ไม่สืบ สืบไปก็กลายเป็นความผิด มีอิสระ ผมว่าตกมั่ง ขาดมั่ง เกินมั่งผมว่าก็ดีนะ ถ้าเป๊ะๆ เดี๋ยวจะว่าเป็นเผด็จการรัฐสภาอีก

@เรื่องอาคารรัฐสภาที่ใหม่


สร้างที่สรรพาวุธ วันนี้ผมต้องขอดูก่อน เพิ่งเข้ามารับงาน เพราะไม่ได้มีพระบรมราชองคืการถ้าผมไปทำอะไรเกินเลย มันไม่เหมาะไม่บังควร ถ้าพรุ่งนี้ผมได้ดูก็จะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง

@ใคนมองว่าต้องรื้อแน่เลย เพระมาจากสนช.


ไม่เกี่ยวนะ อะไรที่เป็นเหตุผลเราก็รับได้ อย่าไปคิดว่าคนอื่นทำแล้วเราต้องเปลี่ยนแปลงหมด ไม่ได้รังเกียจอะไร ถ้าอะไรที่ดีเราก็ต้องตาม ไม่ ดีก็ปรับปรุงแก้ไข อย่าไปคิดว่าใครทำ เพราะทุกคนก็หวังดีกับบ้านเมืองหมด

@เรื่องความบาดหมาบกับพล.สมเจตน์ บุญถนอม


ส่วนตัวแล้วผมไม่เคยพูด ไม่เคยคุยกัน ไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรส่วนตัว คุยกันตอนที่คมช..สั่งว่าใครเป็นรมต. ไปต่างประเทศต้องขออนุญาต ก่อนถึงจะออกนอกประเทศได้แค่นั้นเอง เขาบอกว่าต้องไปแจ้งหัวหน้าสำนักงานเลขา เพราะใครจะออกนอกประเทศต้องแจ้งสำนักงานเลขา ทางโทรศัพท์ แต่ไม่เคยเจอท่าน ไม่เช็คบิล ขี้เกียจเช็คบิล ต้องไปทำบิลอีก ไม่เอาละ

@เส้นทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีอะไรมาสะดุด เรื่องคดี


ผมอะไรก็ได้ที่ให้บ้านเมืองมันผ่านพ้นไป ผมเป็นแค่กลไกหนึ่งไม่ได้คิดว่าตัวเองมีความสำคัญ ที่จะมาฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองได้ อยู่ในตำแหน่งไหนก็ทำงาน ไม่ได้มีลักษณะจะอยู่ยาวอยู่สั้นอย่างไร ก็เหตุการบ้านเมืองมันเป็นไปตามธรรมชาติ

@จะอยู่ในแวดวงการเมืองอีกนานสักเท่าไหร่


ไม่นาน แต่ไม่บอกจำนวนปี ผมตั้งมูลนิธิไว้แล้ว มูลนิธิโลกยั่งยืน ผมไม่ได้ตั้งเอง ไปยุน้องเขาตั้ง ว่าไว้วันหน้าผมเกษียณแล้วผมจะไปช่วยงาน เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

@ถ้ามีโอกาศอยากกลับไปเป็นรัฐมนตรี.เหมือนเดิมไหม


ไม่ได้คิดว่าจะไปอยู่ไหน ไม่ได้คิดจะไปอยู่กระทรวงไหน เพราะใจจริงคิดจะเป็น NGO ทำงานเพื่อประชาชน ภาคประชาชน ช่วยงาน สนุกแล้ว เราก็ไม่ไปมีพิษมีภัยกับใคร ช่วยงานชาวบ้าน

@เรื่องภาพพจน์ "ยุทธ ตู้เย็น" หรือเรื่องอื่น รู้สึกน้อยใจ ท้อใจบ้างไหม


น้อยใจในโชคชะตาเหมือนกันว่าเราตั้งใจดี แต่ไม่มีโอกาสไปอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ แสดงว่าเราไม่มีความสามารถ แต่ก็หวังว่าสักวันหนึ่ง ถ้าเราได้มีโอกาสชี้แจงให้สังคมได้เห็น ได้เข้าใจ วันนั้นก็นอนตายตาหลับ หน้าที่ ณ วันนี้ผมก็คิดว่าจะเป็นโอกาสที่จะแสดงให้เห็นว่าผมไม่ได้ เป็นคนเช่นนั้น



ถ้ายังจำกันได้ หลัง 19 ก.ย. 2549 ไม่กี่วัน มีคำสั่งจาก คปค.ฉบับที่ 9 ได้เรียก "บุคคลสำคัญ" 2 คนให้มารายงานตัวโดยด่วน นั้นคือ "เนวิน ชิดชอบ" ขาใหญ่บุรีรัมย์ และ "ยงยุทธ ติยะไพรัช" พญาเหยี่ยวแห่งเชียงราย


"ยงยุทธ" ไปรายงานตัวตาม "คำสั่ง" และถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 14 วัน ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา แล้วบินตรงไปสหรัฐ ทันทีที่ได้รับอิสรภาพ และเข้าศึกษาปริญญาเอกด้านสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐ

1 ปีผ่านไป "ยงยุทธ" เดินทางกลับประเทศอย่างเงียบๆ ตาม "คำสั่ง" ของ "นายใหญ่" ให้กลับมาช่วยพรรคพวก สร้างแบรนด์ " พลังประชาชน" ให้ผงาดเหมือนครั้งที่ "ไทยรักไทย" เคยทำได้

เป็นที่รู้กันว่า "ยงยุทธ" จัดอยู่ใน "สายเหยี่ยว" ที่กางปีกทำงานใหญ่ทีไร มักไม่ค่อยพลาด มีความช่ำชองในการบริหารจัดการ "คน" ทั้งแบบใต้ดิน บนดิน ศึกษากลยุทธการศึกสงครามมวลชนได้ฉกาจฉกรรจ์ ถึงขนาดมีคนบอกว่าฝีมือสูสีระดับ "หมอมิ้ง" เลยที่เดียว

ย้อนกลับไปดูผลงานของ "ยงยุทธ" ที่แม้จะเข้าสังกัด "ไทยรักไทย" เมื่อปี 2544หรือ 7 ปีที่แล้ว ไต่ลำดับจากโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ว่ากันว่า "ยงยุทธ" ใช้เวลาไม่นานก็ก้าวกระโดดเข้าสู่ "วงใน" ของ "ทักษิณ ชินวัตร" ได้อย่างไม่ยากด้วยเหตุผลที่ว่า "สั่งแล้วงานไม่พลาด" แถมบุคคลิกถึงลูกถึงคน ใจนักเลง เงินถึง


ดูได้จากช่วงที่ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ถล่มไล่ล่า "ทักษิณ" อย่างเอาเป็นเอาตาย ว่ากันว่า "ยงยุทธ" และคู่หู "เนวิน" ภายใต้บังเหียน "หมอมิ้ง" มีบทบาทอย่างสูงในการ "ปกป้อง-ตอบโต้" ทั้งโจ่งแจ้งและกองโจร





   


เพราะในช่วงนั้น "ยงยุทธ" คุมกระทรวงทรัพย์ฯ จึงมีข่าวออกมาว่ามีกลุ่มป่าไม้ออกไปก่อกวนเวทีพันธมิตรบ่อยๆ รวมไปถึงมีการระดมคนป่าไม้เข้ากรุง หรือมีการลักลอบซ่องสุมอาวุธ ฯลฯ

เวลานั้น "ยงยุทธ" กลายเป็น "คนใน" ของ "ทักษิณ" ไปแล้ว เมื่อมีการกล่าวหา "ทักษิณ" เขาก็เป็น 1 ใน "องค์รักษ์พิทักษ์ทักษิณ" อย่างเต็มใจ ออกมาปกป้องพร้อมสวนกลับฝ่ายตรงข่ามอย่างไม่เกรงกลัว

หลังรัฐประหาร 1ปี ฟ้าเริ่มเปิด "ยงยุทธ" กลับมาช่วยงาน "พลังประชาชน" และร้อนแรงขึ้นอีกครั้งในวาทะ

"วันนี้อดีตนายกรัฐมนตรีต้องมัวหมองเพราะถูกกล่าวหาว่าคอรัปชั่น แต่หัวหน้าพรรคที่ถูกศาลตัดสินให้ยึดที่สปก.คืนกลับไม่ถูกปฏิวัติบ้าง ก็เพราะว่าหัวหน้าพรรคนั้นไปกินฉี่ทหาร มีคนถามตนว่าทำไมต้องไปอยู่ต่างประเทศ กลัวทหารจนตัวสั่นหรือเปล่า เป็นเพราะตนและนายเนวินไม่ยอมกินฉี่ทหาร เลยถูกจับไปขัง "

"มีการประชุมนายทหารระดับนายพล 29 คน และมีนายพลชื่อของว่า "พ." นั่งหัวโต๊ะสั่งการให้ส่งทหารจากหน่วยรบพิเศษเข้าไปในพื้นที่นับ 100 นับ 1000 นาย เพื่อสะกัดกั้นเส้นทางเติมโตของพลังประชาชน"

ต่อเนื่องไปจนถึงประกาศศัตรูกับนายทหารบางคนอย่าง " พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม " ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม และหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช.ในข้อหาว่า " พล.อ.สมเจตน์" สั่งให้ทหารเข้าตรวจค้นและกดดันผู้สนับสนุนพรรคพลังประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย"

ว่ากันว่าการที่ครั้งนี้ "พลังประชาชน" กวาดที่นั่ง "เหนือ-อีสาน" อย่างท่วมท้นก็มาจากฝีมือของ "ยงยุทธ-เนวิน" นี้เองหลังจากฉายฝีมือทำให้ "เหนือ-อีสาน" เป็น "พื้นที่สีแดง" อันหมายถึง "โนโหวต" ไปแล้วเมื่อคราวศึกร่างรัฐธรรมนูญ

อันที่จริง ก่อนเลือกตั้ง 50 ในกรณ๊ที่พปช.ชนะ "ยงยุทธ" ถูกวางตัวไว้ที่เสนาบดีกระทรวงเกรดเอ อยู่แล้ว แต่เผชิญมาต้องมรสุมใน
คดีการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม อาจส่อให้โดย "ยุบพรรค"
ได้ งานนี้กกต.จำใจต้องปล่อยผ่านไปก่อน แล้วค่อยให้ศาลเป็นผู้พิจราณาต่อไป

การที่ "ยงยุทธ" มีแผลอยู่ไม่ใช่น้อย ถ้าปล่อยให้นั่งบริหารกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ต้องถูก "ฝ่ายค้านมืออาชีพ" อย่าง "ประชาธิปัตย์" ถล่มแหลก แน่ งานนี้เขาว่า "คนใหญ่" เลยขอร้องให้ "ยงยุทธ" ลอยตัวไปกินเก้าอื้อื่นซะ

เมื่อ "คนใหญ่" ขอมา ก็ต้องจำยอม แต่นายยังให้เครดิต เพราะ "ยงยุทธ" เป็น 1 ใน 3ขุนพล(สมชาย วงศ์สวัสดิ์-นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) ได้รับ "อำนาจ" ให้เป็น ผู้มีอำนาจเจรจาแบ่งโควตารัฐมนตรี กับพรรคร่วมรัฐบาล

ท้ายสุด "ยงยุทธ" ก็กลายเป็นประมุขของฝ่าย นิติบัญญัติ ท่ามกลางทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่เจ้าตัวดูเหมือนจะไม่ยี่หระอะไรเท่าไรนัก ประกาศทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเป็นกลางมากที่สุด

และเมื่อ2 ใน3 ของประมุขสถาบันหลักอย่าง นิติบัญญัติ(ยงยุทธ) บริหาร(สมัคร) อยู่ในหมวดหมู่ที่ "คุยได้" แล้ว โครงการ "พาทักษิณกลับบ้าน" ก็นับถอยหลังฉลองชัยได้เลย

ทุกภาคส่วนของประชาสังคมกำลังจับจ้องว่า "ยงยุทธ" ที่ได้ฉายาว่า "ยุทธ ตู้เย็น" จะเป็น "กลาง" ได้มากน้อยขนาดไหน? และ "อายุการใช้งาน" ของ "ยงยุทธ" ในฐานะประมุขสภาที่มี "คดี" จ่อรดต้นคอ จะยืนยาวได้นานสักเท่าไร?!
****************


 
 
 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: