ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
19-04-2014, 06:34
378,181 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ปํญหาภาคใต้ ปัญหาลับสมองสส.ปชป.และคนภาคใต้มากกว่าปัญหาอื่นๆเพราะมีคนไทยตายไปมาก 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7
ปํญหาภาคใต้ ปัญหาลับสมองสส.ปชป.และคนภาคใต้มากกว่าปัญหาอื่นๆเพราะมีคนไทยตายไปมาก  (อ่าน 25474 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #250 เมื่อ: 22-03-2008, 05:19 »



"เฉลิม"รับปากเที่ยวหน้าบุกสามจังหวัดใต้ แย้มหาตัวกลางเจรจากลุ่มป่วน      
วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม 2008 22:05น. 
โต๊ะข่าวภาคใต้  สถาบันอิศรา

 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ทว่าเขาไม่ได้เข้าไปตรวจราชการในสามจังหวัดชายแดน เพียงแต่เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมี พล.อ.อุดมชัย องคสิงห์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (นายสมัคร สุนทรเวช) เข้าร่วมหารือด้วย


ภายหลังการประชุม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือคือปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลายเรื่องกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและประกวดราคาไปเรียบร้อยแล้ว เช่น อุปกรณ์ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) เป็นต้น ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นว่า ในส่วนของกล้องซีซีทีวี ต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จครอบคลุมทั้งพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายในปีนี้ โดยใช้งบประมาณกว่า 900 ล้านบาท ส่วนเรื่องที่ตำรวจร้องเรียนว่า ขาดแคลนอาวุธประจำกายและเครื่องมือเครื่องใช้ทางเทคโนโลยี ทางรัฐมนตรีก็รับไปพิจารณาและจะนำเรียนนายกฯให้

 ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำให้ทุกฝ่ายได้รับทราบว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่น โดยจะเน้นการทำงานในลักษณะบูรณาการ และเปิดกว้างสำหรับทุกฝ่าย แม้กระทั่งพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งที่ผ่านมาก็ประสานข้อมูลกันตลอด เนื่องพรรคฝ่ายค้านมี ส.ส.ในพื้นที่จำนวนมาก นอกจากนี้ก็จะให้ความสำคัญกับกำลังพลพลเรือน ทั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) โดยจะจัดงบประมาณและเครื่องมือเครื่องไม้ให้อย่างเต็มที่

 “รัฐมนตรีมหาดไทยบอกด้วยว่า จะเดินทางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่ใช่วันนี้ เหตุผลเพราะวันนี้มาเพื่อต้องการรับทราบปัญหาและเสียงสะท้อนจากทุกหน่วยงานก่อน จากนั้นจะนำเรียนให้นายกฯพิจารณาดำเนินการ แล้วค่อยลงพื้นที่จริงอีกครั้งหลังจากที่รัฐบาลได้ตัดสินใจดำเนินการตามที่ส่วนราชการต่างๆ ร้องขอแล้ว"

 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงอีกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังได้สอบถามปัญหาเกี่ยวกับบุคคลสองสัญชาติ เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องฐานข้อมูลบุคคล ประเด็นนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยชี้แจงว่า สาเหตุที่ยังมีความล่าช้า เพราะระบบการทำสมาร์ทการ์ดของไทยกับมาเลเซียแตกต่างกัน การจะตรวจสอบว่าบุคคลใดถือ 2 สัญชาติยังติดขัดและมีปัญหาอยู่ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งแก้ไขและปรับระบบของไทยกับมาเลเซียให้สอดคล้องกัน คาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้
 สำหรับสถานการณ์ในภาพรวมของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จากรายงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สรุปตรงกันว่า ในเชิงสถิติ มีคดีร้ายแรงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็พอใจ แต่ได้ย้ำให้ทุกฝ่ายทราบว่ารัฐบาลยังไม่พอใจ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลคือคดีหรือเหตุร้ายต่างๆ ต้องลดลงหรือเกิดขึ้นน้อยที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย

 "สถานการณ์ขณะนี้บ่งชี้ว่า หลายๆ แนวทางของการแก้ปัญหาเราเดินมาถูกทางแล้ว เหลือเพียงแต่ว่าจะสนับสนุนอย่างไรในระดับผู้ปฏิบัติเท่านั้น โดยหลังจากนี้จะต้องเร่งทำงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับ แต่การทำงานเชิงรุกของฝ่ายทหารและตำรวจจะต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย จะต้องไม่สร้างเงื่อนไขหรือการร้องเรียนจนนำไปสู่ความขัดแย้งซ้ำอีก ส่วนมาตรการเชิงรับจะต้องดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน สถานที่ราชการ และบุคลากรของภาครัฐทุกหน่วยงาน" นายณัฐวุฒิ ระบุ

 ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวภายหลังการประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการทั้งภาคเช้าและภาคบ่ายว่า จากการสะท้อนปัญหาของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ พบว่ายังขาดแคลนเรื่องอาวุธและเครื่องมือในการปฏิบัติงาน เช่น เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะนำไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป

  นอกจากนี้ จากข้อมูลในเชิงลึกของฝ่ายทหารและตำรวจ พบว่าบางเรื่องจำเป็นต้องมีการเจรจากับนอกประเทศ ซึ่งต้องหาช่องทางติดต่อกับบุคคลที่สามารถคุยกับฝ่ายตรงข้ามได้ พร้อมยืนยันว่าจะลงพื้นที่สามจังหวัดอย่างแน่นอน แต่เหตุผลที่ยังไม่ลงในขณะนี้ เพราะต้องการรับทราบปัญหาโดยตรงจากพื้นที่ก่อน ถ้าลงไปทันทีจะทำให้เจ้าหน้าที่เสียเวลา ไม่ใช่เพราะกลัวตายหรือเสียดายชีวิต
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #251 เมื่อ: 22-03-2008, 05:26 »



นายกฯสมัครเปิดข้อมูลเอง มี 6 กลุ่มเคลื่อนไหวป่วนใต้ แย้ม 2 กลุ่มถกกันที่สวิสฯ 
 http://www.tjanews.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=3301&Itemid=47   
วันอังคารที่ 18 มีนาคม 2008 16:30น. 

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 ถึงปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ส่อเค้ารุนแรงขึ้น ว่า ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุดแล้ว เพื่อรับทราบปัญหาและแก้ไข
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคใต้มี 6 กลุ่มที่เกี่ยวข้อง และที่ผ่านมาได้หารือกับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.) และแม่ทัพภาคที่ 4 มาโดยตลอด ทราบดีว่าปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร และล่าสุดที่ได้รับรายงานระเบิดที่โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี ว่า ตัวถังดับเพลิงที่ใช้ทำระเบิดนั้น ลำเลียงมาจากจังหวัดตราด 21 ลูก

"เรื่องภาคใต้มีความพยายามจะนำเรื่องนี้ไปสู่นานาชาติ บอกได้เลยว่ามี 6 กลุ่มที่เคลื่อนไหว 2 กลุ่มไปเจรจาไปคุยกันที่สวิสฯ (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) เป้าประสงค์คือให้รัฐบาลไทยเจรจากับเขา ผมบอกได้เลยว่าไม่ใช่คนไทยพุทธ ไม่ใช่คนไทยมุสลิม แต่เป็นคนไม่มีศาสนา นอกศาสนา ผมเชื่อว่าพระเจ้าไม่เข้าข้างคนผิด" นายสมัคร กล่าว

    อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายสมัครปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับ ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด แม้แต่ หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่ติดตั้งในรถยนต์ หรือ “คาร์บอมบ์” ที่หน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี ในอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อค่ำวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา นายสมัครก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ และไม่มีความชัดเจนว่าจะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เมื่อใด จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากหลายฝ่าย 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #252 เมื่อ: 22-03-2008, 21:06 »


ใหม่ ยอดเหยื่อขยับ 2,979 ราย      
วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม 2008 15:33น. 
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศราฯ


http://www.tjanews.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=3309&Itemid=1

สำหรับตัวเลขของจำนวนเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น มีทั้งหมด 37 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากรอบ15 วันที่ผ่านมา 2 ครั้ง ส่วนยอดผู้ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์มีรวม 59  ราย ลดลงจาก15 วันที่ผ่านมาถึง 18 ราย  โดยยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 22 ราย บาดเจ็บ 37 ราย  ส่วนยอดรวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดนับจากเหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อปี 2547 ขยับมาอยู่ที่ 2,979 ศพ





เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในในช่วงวันที่ 1-15 มีนาคม 51 เกิดขึ้นทั้งหมด  37  เหตุการณ์ แยกตามพื้นที่ในระดับอำเภอและจังหวัดได้ดังนี้
               จังหวัดปัตตานี เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นทั้งหมด จำนวน 14 เหตุการณ์  เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอยะหริ่งและอำเภอกะพ้อ อำเภอละ 3 เหตุการณ์  อำเภอสายบุรีและอำเภอปะนาเระ อำเภอละ 2 เหตุการณ์ อำเภอเมือง อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ และอำเภอทุ่งยางแดง อำเภอละ 1 เหตุการณ์
      จังหวัดยะลาเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ทั้งหมดจำนวน 12   เหตุการณ์  เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอรามัน  8  เหตุการณ์ อำเภอเมือง  3  เหตุการณ์  อำเภอเบตง 1 เหตุการณ์
              จังหวัดนราธิวาส เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ทั้งหมดจำนวน 11 เหตุการณ์  เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอรือเสาะ 5 เหตุการณ์  อำเภอบาเจาะและอำเภอตากใบ อำเภอละ  2 เหตุการณ์  อำเภอระแงะและอำเภอสุไหงปาดี อำเภอละ 1 เหตุการณ์
      หากแบ่งตามลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพื้นที่เกิดเหตุได้ดังนี้ 
             เหตุการณ์ลอบยิงรายวัน เกิดขึ้นทั้งหมดจำนวน 22  เหตุการณ์แยกเป็นพื้นที่ จังหวัดปัตตานี  8  เหตุการณ์ จังหวัดยะลา  7   เหตุการณ์ จังหวัดนราธิวาส  7 เหตุการณ์
            เหตุลอบวางระเบิดเกิดขึ้นทั้งหมด จำนวน  12  เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี  5  เหตุการณ์ จังหวัดยะลา 3  เหตุการณ์  จังหวัดนราธิวาส 4 เหตุการณ์
    เหตุโปรยตะปูเรือใบ เกิดขึ้นทั้งหมดจำนวน 3 เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี  1  เหตุการณ์ จังหวัดยะลา 2  เหตุการณ์ 
     
         ด้านเหยื่อความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 59 ราย แบ่งเป็นเสียชีวิต 22 ราย บาดเจ็บ 37 ราย แยกตามจังหวัด กลุ่มและอาการของเหยื่อความรุนแรงได้ดังนี้
             จังหวัดปัตตานี เหยื่อความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบ จำนวน 31  ราย มีเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ประชาชนเสียชีวิต 8  ราย บาดเจ็บ 20 ราย
             จังหวัดยะลา เหยื่อความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบ จำนวน 14 ราย มีเจ้าหน้าที่รัฐ บาดเจ็บ 7 ราย ประชาชน เสียชีวิต  6 ราย ผู้ก่อความไม่สงบ เสียชีวิต 1  ราย
             จังหวัดนราธิวาส เหยื่อความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบ จำนวน 14  รายเจ้าหน้าที่รัฐ บาดเจ็บ 4 ราย ประชาชนเสียชีวิต 5 รายบาดเจ็บ 5 ราย                 

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #253 เมื่อ: 24-03-2008, 02:51 »

     
ดาวน์โหลดหนังสือแนะนำ   http://www.deepsouthwatch.org/index.php?l=content&id=195
กิจกรรมเคลื่อนไหวทางวิชาการและสังคม | 2550-12-27 18:53:51
 พิมพ์ข่าวหน้านี้
 
 จุลสาร SOUTH SEE Vol.5
‘ ใจถึงใจ '
โดย :  สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คลิกดาวน์โหลดไฟล์ .pdf
http://www.deepsouthwatch.org/index.php?l=content&id=187





เรื่องเล่าของฉัน  เสียงบริสุทธิ์จากชายแดนใต้
โดย : โครงการทัศนศึกษาสัมพันธ์รวมพลังสร้างสันติสุข

คลิกดาวน์โหลดไฟล์ .pdf
http://www.deepsouthwatch.org/index.php?l=content&id=210







โรงเรียนแพทย์ชนบท
ในสถานการณ์ไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้
โดย : ชมรมแพทย์ชนบท / ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

คลิกดาวน์โหลดไฟล์ .pdf
http://www.deepsouthwatch.org/documents/Hospital_onlineFile.pdf



 


'อิสลาม' กับความจริงที่ต้องรู้
โดย : สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

คลิกดาวน์โหลดไฟล์ .pdf
http://www.deepsouthwatch.org/index.php?l=content&id=188

 




ชุมนุมปาฐกถา ผู้นำองค์กรมุสลิมโลก
โดย : สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

คลิกดาวน์โหลดไฟล์ .pdf
http://www.deepsouthwatch.org/index.php?l=content&id=187






วารสาร ‘deepsouth bookazine' Vol. 1
สัญญาณอันตราย สงครามกลางเมือง
โดย : ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

คลิกดาวน์โหลดไฟล์ .pdf
http://www.deepsouthwatch.org/index.php?l=content&id=198






จุลสาร SOUTH SEE Vol.4
‘ตา (ต่อ) มองตา '
โดย :  สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คลิกดาวน์โหลดไฟล์ .pdf
http://www.deepsouthwatch.org/documents/SouthSeeVol4.pdf
 

   
     

 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #254 เมื่อ: 25-03-2008, 04:51 »



ชื่อเรื่อง   พ่อเมืองยะลาพลิก 6 ยุทธศาสตร์ลดหวาดระแวง
 ผู้เขียน   อับดุลการิม รามันห์สิริวงศ์
 แหล่งข่าวหลัก   เดลินิวส์
 คอลัมน์ข่าว   ภูมิภาค
 URL   http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=158473&Newstype=1&template=1
 เนื้อหา  ผสานวัฒนธรรมพุทธ-อิสลาม-จีน สร้างความยุติธรรม-เมืองน่าอยู่คู่สันติสุข   
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลายาวนาน กว่า 4 ปี สร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสูญเสียบุคลากรของรัฐ ทั้ง ทหาร ตำรวจ พลเรือน ครู ตลอดจนผู้บริสุทธิ์เป็นรายวันเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ ซึ่ง จังหวัดยะลา เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบไม่แพ้   จังหวัดอื่น ๆ เช่นกัน นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ. ยะลา ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “ยะลาเมืองน่าอยู่ คู่สันติสุข” เพื่อให้เกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยได้ระดมความคิดเห็นจากผู้คนทุกระดับ ทุกอาชีพ ตลอดจนองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดที่เป็นรูปธรรมสามารถปฏิบัติได้และนำไปสู่ความสันติสุขอย่างถาวรในอนาคตได้
   
ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างสันติสุข เป้าหมายให้ประชาชนมีความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีกลยุทธ์ การป้องกัน การพัฒนาเสริมสร้างความมั่นคง การปราบปราม และการต่อสู้เอาชนะยาเสพติด มาตรการยุติเหตุร้ายรายวัน การปฏิบัติ ทำการปิดล้อม ตรวจค้น กดดัน เชิญตัว จับกุม มาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งภาครัฐและการมีส่วนร่วมของประชาชน การปฏิบัติ ทำลายระบบสื่อสารของฝ่ายตรงกันข้าม ฝึกอบรมทบทวน อรบ. ชรบ. อปพร. อส. พลังมวลชน จัดเวทีประชาคม เสวนา สัญจร การสรรหาบุคลากรภาครัฐ และจัดตั้งทีมกู้ภัยประจำตำบล มาตรการปรับแนวความคิดความเชื่อ การปฏิบัติ จัดโครงการ  ดาวะห์/ดาอีห์ โครงการแก้ไขผู้ต้องขังคดีความมั่นคง (ครอบครัวสมานฉันท์) จัดทำเอกสารเผยแพร่ทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง มาตรการการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ การปฏิบัติ ปรับปรุงหลักสูตรดาฎีกา ปอเนาะ โรงเรียนเอกชน มอบทุนการศึกษาผู้ยากจนและด้อยโอกาสมาตรการประสิทธิภาพการข่าวภาคประชาชน สร้างระบบเครือข่าย ตำบล หมู่บ้าน สร้างความเชื่อมั่น กระบวนการข่าว ประชาชนมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์ที่ 2 เสริมสร้างความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจจังหวัดเป้าหมาย เศรษฐกิจจังหวัดขยายตัวตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการมีงานทำ สนับสนุนผลิตภัณฑ์จังหวัด พัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ Modem Trade พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม (Cluster)  สร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐ กิจระดับครัว   เรือนโดยการ รณรงค์ให้มีการออม เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส จัดตั้งศูนย์เศรษฐกิจประ จำจังหวัดและเมืองยางพารา (RUBBER CITY) มาตรการ เร่งรัดเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายแรงงานและการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม ใช้คณะทำงานการ บูรณาการงานพัฒนาเศรษฐกิจระดับจังหวัดเพื่อกลไกในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายด้านเศรษฐกิจของจังหวัด
 
 ยุทธ ศาสตร์ที่ 3 ยะลาเมืองน่าอยู่ คู่สันติสุข เป้าหมายประชาชนมีคุณภาพดี ได้รับการพัฒนาศักยภาพ มีพฤติกรรม สุขภาพที่ถูกต้อง และมีสวัสดิการสังคมที่ครอบคลุม เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงนิเวศเป้าหมาย ป่าไม้และความหลากหลายทางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ การจัดการน้ำอย่างทั่วถึงเพียงพอ ชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ป้องกันและควบคุมมลพิษอยู่ในระดับมาตรฐานและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีกลยุทธ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนความสมบูรณ์ พัฒนาแหล่งน้ำแบบบูรณาการอย่างเป็นระบบ จัดตั้งระบบคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า การมีส่วนร่วมและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน การลดมลพิษ การบริหารจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนเมือง พัฒนาองค์กรความรู้แก่บุคลากรชุมชน ท้องถิ่น ด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้มีมาตรฐาน 
 
ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและระบบคมนาคม เป้าหมาย มีโครงการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระบบคมนาคมรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจระดับอนุภาคและการค้าชายแดน กลยุทธ์ การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานระบบคมนาคมเขตเมืองและชนบท การใช้มาตรการด้านผังเมืองกำหนดทิศทางการพัฒนา มาตรการพัฒนาประสิทธิภาพของการบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ  การพัฒนาตามผังเมือง
 
ยุทธศาสตร์ที่ 6 เป้าหมาย ประชาชนมีการศึกษาที่สูงขึ้นและดำรงชีวิตภายใต้อัตลักษณ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยมีกลยุทธ์ การพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษา การพัฒนาการศึกษาอุดมศึกษา การพัฒนาด้านศาสนา และวัฒนธรรม การพัฒนาการศึกษาพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาตรการการขยายโอกาสทางการศึกษา การขยายโอกาสทางการศึกษานอกระบบ ทั้งการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) และวิทยาลัยชุมชน (วชช.) ส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่ศาสนา สนับสนุนองค์กรส่วนท้องถิ่น และองค์กรมหาชนพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคแรงงาน การพัฒนาคุณภาพนักเรียน นักศึกษา เพิ่มตลาดแรงงานในพื้นที่และนอกพื้นที่
   
นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.ยะลา กล่าวถึงการกำหนดกลยุทธ์ในภาพรวมที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจในหลาย ๆ เรื่อง อาทิ การออกหนังสือความจริงที่ต้องเปิดเผยนำแจกจ่ายให้กับประชาชนในทุกระดับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริงในหลักการศาสนาอิสลามที่ถูกผู้ไม่หวังดีนำมาบิดเบือน พร้อมกับออกคัตเอาต์ใหญ่หลักการอิสลาม ที่ควรรู้ ติดตั้งในพื้นที่ทุกอำเภอ การทำความเข้าใจในเรื่องของการทำซูเปาะห์ของกลุ่มวัยรุ่น และทำการถอน ซูเปาะห์ นำไปสู่การกลับเนื้อกลับตัวมามอบตัวกับทางราชการ การทำความเข้าใจระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิม การพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถจัดการและดูแลตนเองได้ การลดความหวาดระแวง การแก้ไขปัญหาห้ามใช้ความรุนแรง ใช้สติปัญญา มีเหตุมีผลในการแก้ปัญหา พยายามแยกแยะคนดีคนไม่ดีให้ชัด ป้องกันคนดีตกเป็นจำเลยของสังคม สร้างบรรยากาศที่ดีต่อกันระหว่าง 3 วัฒนธรรม พุทธ อิสลาม และจีน โดยการจัดกิจกรรมแสดงออกถึงความเป็นเอกภาพของ 3 วัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดกิจกรรมของดีเมืองยะลา การจัดประกวดนางงามยะลา เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม สร้างความยุติธรรม ใช้กฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดกระทำการผิดกฎหมายให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาด โดยไม่มีการยกเว้น ให้ขวัญและกำลังใจผู้ปฏิบัติงานดี การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และนำ ยะลาสู่สันติสุข ด้วยการจัดทำโครงการเมกะโปรเจคท์ อาทิ การจัดตั้งเมืองยางพารา การก่อสร้างถนน 4 เลนเลียบเมืองยะลา-ดอนยาง-ปัตตานี ใช้งบประมาณพันกว่าล้านบาท สร้างสะพานข้ามทะเลสาบธารโต ที่บ้านสะป๋อง ต.แม่หวาด อ.ธารโต สร้างสนามบินจันทรัตน์ อ.เบตง และจัดสร้างถนน 4 เลน ยะลา-ตะโละหะลอ-นราธิวาส นอกจากนี้ ผวจ.ยะลา ยังได้ให้ความสำคัญโดยถือเป็นวาระของจังหวัด ในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด บ่อนการพนัน และการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งได้ตั้งชุดเยียวยาเฉพาะกิจของจังหวัดในการกวาดล้างอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ที่เกิดขึ้น   
หากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ให้ความร่วมมือ และมีความจริงใจในการแก้ไขตลอดจนรู้แก่นแท้ของสาเหตุน่าจะสามารถยุติสถานการณ์ และนำกลับสู่สันติสุขอย่างยั่งยืนและถาวรในไม่ช้าอย่างแน่นอนเพียงแต่ว่าทุกฝ่ายมีความตั้งใจมากน้อยเพียงใดเท่านั้น.
 
 วันที่เผยแพร่  24 มี.ค. 2551
 วันที่บันทึกข้อมูล  24 มี.ค. 2551
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #255 เมื่อ: 25-03-2008, 05:34 »



อ้างถึง

ที่ทำเนียบรัฐบาล   09.30 น. วันที่ 21 มีนาคม นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดภาคใต้  (กพต.)  ครั้งที่  1/2551  โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง   อาทิ พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ผู้บัญชาการทหารบก  ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพระนาย  สุวรรณรัฐ   ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  (ศอ.บต.)  แม่ทัพภาค  4 สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด  5  จังหวัดชายแดนภาคใต้   ผู้แทนสำนักจุฬาราชมนตรี  คณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย  สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธนาคารไทย หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น
ภายหลังการประชุมกว่า  2  ชั่วโมงครึ่ง นายสมัครเปิดเผยว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้   แบ่งออกเป็น  2  ซีก  คือทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)  และกองกำลังผสมพลเรือน  ตำรวจ ทหาร (พตท.) ขณะนี้เสนองานด้านฝ่ายภาคพลเรือน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเน้นโครงการอะไร  เพราะรัฐบาลที่แล้วขิงแก่ไม่ได้ริเริ่ม  นายสมัครกล่าวว่า  ตอนนี้ไม่แก่  ตนแก่กว่าขิง  บริษัทห้างร้านต่างๆ ไม่ยอมลงไปทำอุตสาหกรรมต่างๆ   จึงขอให้เป็น "อุตสาหกรรมทหาร"  ที่มีเอกชนต้องการลงทุนโดยการถือหุ้น ทหารอาจจะถือ  51  เอกชนอาจจะถือ 49 เหมือนเป็นรัฐวิสาหกิจกลายๆ  แต่ไปพัฒนาที่นั่น เอกชนที่กล้าลงทุนแต่ไม่กล้าลงไปในพื้นที่ก็จะให้ทหารลงไปทำให้  ต้องใช้วิธีแบบนี้ อย่างการประมูลการสร้างถนน 4 เลน แล้วเอกชนประมูลได้แต่ไม่ลงพื้นที่ ยกให้ทหารช่าง 111 ราชบุรีลงไปดำเนินการ

"จริงๆ  ความรับผิดชอบผมตอบในสภาว่ารัฐบาลรับผิดชอบทั้งหมด ผมเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่ในขณะเดียวกันก็มีฝ่ายปฏิบัติการทั้งภาคพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทั้งหมดความเปลี่ยนแปลงมีมาตั้งแต่วันที่  1 ตุลาคมปีที่แล้ว เมื่อเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารบกก็เปลี่ยนระบบการดำเนินการใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาค่อยเบาบางลง  โดยผมจะไม่บอกยุทธศาสตร์การทำงาน  เพราะเดี๋ยวผู้ก่อการร้ายรู้หมด  แต่จะรายงานสภาว่า เมื่อก่อนหน้านี้ 16  เดือนที่ผ่านมาสถานการณ์เป็นอย่างไร หลังวันที่ 1 ตุลาคม สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร  จะแสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น   บรรเทาขึ้นแล้ว แต่เกิดเหตุเพราะต้องการให้ฝ่ายการเมืองกระโดดลงไป" นายสมัครกล่าวถึงการดูแลรับผิดชอบ

นายกฯ   กล่าวว่า   การวิเคราะห์สถานการณ์ระเบิดต่างๆ  ต้องบอกว่า  ถ้าไม่เสนอข่าวให้เอิกเกริกก็เข้าทางผลประโยชน์เขา   ถ้าตนกระโดดลงไปด้วยก็สมประโยชน์เขา  คนทำงานเขาทำงานกันแทบตาย  แล้วมีคนคอยจ้องจะมาฟาดฟัน ตนจะไม่ให้เกิดเหตุนี้ขึ้น ตนจะทำรายงานให้ทางสภาเขารู้ จะไม่มาบอกหรอกว่าจะทำอะไร เดี๋ยวคนร้ายรู้หมด

"เรื่องการเจรจาที่ผมและคุณเฉลิมแตกต่างกันนั้น  มันเป็นความคิด  ผมบอกว่ามี  6 คณะ  2 คณะเขาเคลื่อนไหว  อยากให้เป็นอินเตอร์ พูดจากันที่เจนีวา  แล้วต้องการให้ไทยไปรับรองการเจรจา   ผมบอกไทยไม่มีวันไปรับรองหรอก  ร.ต.อ.เฉลิมเขาก็บอกว่าไปพูดจากัน   ก็ไปพูดกันสิ  จะพูดกันอย่างไรก็ได้ แต่มันไม่ใช่รัฐบาลไปยอมรับสถานะพวกนั้นเข้า  ผมไปมากี่ประเทศเขาก็บอกว่าเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย  อดีตประธานาธิบดีลี กวน ยู  ของสิงคโปร์ ก็บอกเรื่องภายในประเทศไทย จะจัดการอย่างไรไม่มีปัญหา  เขาคิดอย่างนั้น  ที่ต้องหวานอมขมกลืนก็เพราะไม่อยากให้มันเป็นอินเตอร์เท่านั้นเอง ร.ต.อ.เฉลิมกับผมพูดไม่ตรงกัน   มันคนละเรื่องกันเลย" นายสมัครกล่าวถึงแนวคิด ร.ต.อ.เฉลิมที่จะเจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางแก้ปัญหาจะดำเนินแนวทางโดยสันติหรือไม่  นายสมัครกล่าวว่า ถ้าไม่ดำเนินการโดยสันติจะเดินมาน่วมเนี่ยมๆ  อย่างนี้หรือ  ตนก็ต่อว่าเลิกกันหรือยังเรื่องการอุ้มฆ่า ไม่ให้ความเป็นธรรม  โดยเฉพาะเรื่องหะยี  สุหรง  เรื่อยมาจนป่านนี้ก็ยังมีกรณีดังกล่าวอยู่ เดี๋ยวนี้อุ้มแบบประคับประคอง กลัวจะล้ม

เมื่อถามว่า  อุตสาหกรรมทหารจะเริ่มดำเนินการเมื่อไหร่  นายกฯ  กล่าวว่า  เอกชนมีงบประมาณก็เริ่มดำเนินการทันที  อุตสาหกรรมทหารก็มีอยู่ แต่ก่อนทำทั้งไม้อัด แก้ว ผลิตเครื่องหนัง  เดี๋ยวนี้เขาจะไปทำอาหารกระป๋อง  งบประมาณเอกชนลงทุนร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เขาไม่กล้าเข้าไป   แต่จะทำให้ถูกหลัก และเพื่อจะพัฒนาเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดนี้ให้พ้นจากความยากจน ฉะนั้น จ.สตูลบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่เพื่อเป็นกันชน ส่วนการพัฒนา  จ.สงขลา ที่มีความเจริญอยู่แล้วนั้น เพื่อเป็นการเชื่อมโยงเพื่อเป็นกันชนเขต สถานการณ์ความรุนแรงจะไม่ขยาย

ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการเรียกร้องให้เชิญนายอานันท์  ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ   (กอส.)  มาร่วมแก้ไขปัญหาภาคใต้  นายสมัครปฏิเสธว่า  "ไม่เชิญ" อย่างไรก็ตาม พร้อมไปตามกระทู้หรือญัตติที่สภา เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

เมื่อถามว่า   วันที่  23 มี.ค.นี้จะเป็นวันคล้ายวันสถาปนาขบวนการพูโล จะเตรียมการอย่างไร  นายสมัครกล่าวว่า ตนจะรับฟัง แต่แบบนี้เราก็ต้องระมัดระวังวันที่ 23-25 แล้วพอวันที่  26  ก็เกิดเหตุ ก็มาพาดหัวใหญ่โตกันอีกว่าสมัครบอกจะเกิดเหตุ 26 ทีหลังอย่ามาบอกเรื่องแบบนี้ อย่าดีกว่า

ผบ.ทบ.ก็ขวางเจรจาโจร

พล.อ.อนุพงษ์   เผ่าจินดา  ผบ.ทบ. กล่าวว่า ตนยังมั่นใจยุทธวิธีเดิมที่เรายังทำได้ดี  โดยเฉพาะยุทธวิธีที่ทหารสามารถอยู่กับประชาชน และประชาชนยังให้ความร่วมมือในด้านการข่าว   จะเห็นได้ว่าการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการปิดล้อมตรวจค้นได้ตลอดเวลา และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง   แม้ปัญหาการทำร้ายประชาชน  และการวางระเบิดก็เป็นความพยายามของเขา  ซึ่งตนจะปรับการทำงานให้มีผลและประสิทธิภาพโดยใช้เรื่องกำลังพล โดยในวันที่ 22 มี.ค.นี้ตนจะลงไปยังพื้นที่อีกครั้ง

"ทหารไม่ได้ปรับรูปแบบอะไรตามนโยบาย   ยังคงใช้การเมืองนำการทหารอยู่  เราไม่ได้ใช้การทหารนำการเมือง เพราะความสำเร็จในการปฏิบัติการแก้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องใช้เรื่องการเมือง   รวมทั้งมิติของเศรษฐกิจและสังคม   เพื่อแก้ไขปัญหา   ในส่วนของความมั่นคง เพียงทำให้เกิดประสิทธิภาพ ให้กฎหมายเป็นกฎหมาย และให้ทุกคนสามารถมีความปลอดภัยได้"

ผู้สื่อข่าวถามว่า  การเจรจาภายในและภายนอกประเทศ ทหารพร้อมจะนำไปประสานงานเพื่อนำไปสู่การเจรจาหรือไม่  ผบ.ทบ.กล่าวว่า   ตนได้รับรายงานว่ามีกลุ่มนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้  มีการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มผู้ก่อการดังกล่าว ซึ่งยังไม่ทราบตัวตน

"ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่มีการเจรจากับผู้กระทำผิด    เนื่องจากพื้นฐานหลักการความคิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐจะทำได้เพียงตามกรอบกฎหมายเท่านั้น   ไม่ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ  หรือกฎหมายอื่นๆ  เราไม่สามารถจะไปเจรจาได้  ผมทราบและยืนยันว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของกลุ่มนักวิชาการที่มีความรู้เรื่องนี้เท่านั้น"  ผบ.ทบ.กล่าว และว่า  เข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวที่นายกฯ ได้ระบุถึง  แต่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหน้าที่รัฐไปเจรจา

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า  แนวคิดโรงงานอุตสาหกรรมทหารที่นายกฯ  มอบหมายให้เร่งปฏิบัตินั้น  ทางสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมจะนำไปดำเนินการ โดยเป็นนโยบายที่ให้หน่วยที่มีอยู่แล้วเข้าไปดำเนินการ

นายพระนาย   สุวรรณรัฐ   ผอ.ศอ.บต. กล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ ท่านฟังว่าสภาพัฒน์ได้จัดทำกรอบในการพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบ   5  ปีข้างหน้าต้องทำอย่างไรบ้าง  โดยมีการพูดถึงเรื่องมิติหลายๆ มิติ  ซึ่งชัดเจนมีหลายยุทธศาสตร์  ซึ่งนายกฯ  อาจจะนำเข้า ครม.วันอังคารที่ 25 มี.ค.นี้  ซึ่งถ้า  ครม.เห็นชอบแต่ละกระทรวง  ก็ต้องรีบทำรายละเอียดของงบประมาณและกลับมาเสนอ ครม.ให้เร็วที่สุด

ผอ.ศอ.บต.กล่าวถึงการจัดตั้งสำนักงาน ศอ.บต.ว่า  เป็นเจตนาที่ดี และเห็นว่าทางรัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่   แต่ตนไม่ทราบว่าจะมีผลอย่างไร  แต่ทั้งนี้ตนต้องการให้ ศอ.บต.มีอำนาจในการทำงานมากกว่านี้  นี่คือประเด็น ซึ่งการตอบโจทย์ตรงนี้ สามารถเปลี่ยนชื่อใหม่ ใช้ชื่อเดิม หรือเพิ่มอำนาจ ซึ่งทำได้หลายอย่าง  แต่มีเป้าหมายตรงกันคือทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของการทำงานอยากให้มีการทำงานในมิติทางการเมือง  และมิติพลเรือนมากขึ้น

"ในเรื่องการเมืองนำการทหารนั้น  นายกฯ  และ มท.1 พูดชัดเจนว่าต้องการเมืองนำการทหารอยู่  คือต้องเอาชนะใจประชาชน ฉะนั้นการชนะโดยไม่ต้องรบก็คือชนะโดยไม่สูญเสีย  นั่นดีที่สุด นั่นคือเก่งที่สุดคือไม่ต้องสูญเสีย  ไม่ต้องเปลืองกระสุน  ฉะนั้นควรจะทำตรงนี้"   ผอ.ศอ.บต.กล่าว  และว่า  ส่วนเรื่องที่นายกฯ จะลงพื้นที่หรือไม่  ไม่ใช่ประเด็น เพราะลงแล้วท่านอาจจะทำให้ฝ่ายพื้นที่ลำบาก

นายพระนายระบุว่า   นายกฯ  บอกว่าท่านเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กำชับว่าปัญหาในการปฏิบัติ  อุปสรรคในการทำงานถ้ามี ก็ขอให้ท่านได้รับทราบในโอกาสแรกทุกครั้ง ท่านจะได้บัญชาการได้

'หมัก' พร้อมย่องลง 3 จว.ใต้

แหล่งข่าวในที่ประชุมเปิดเผยว่า  ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม   นายสมัครได้กล่าวขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในพื้นที่ว่า  ทำงานได้ดี หากมีปัญหาหรืออุปสรรคทางรัฐบาลพร้อมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่  โดยจะดูแลเรื่องเบี้ยเสี่ยงภัย และการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งหากมีปัญหาติดขัดตรงไหน จะดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยจะให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้

แหล่งข่าวกล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า  ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง กล่าวสั้นๆ ในที่ประชุมเพียงว่า  ได้ลงพื้นที่ไปในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา แต่เหตุผลไม่ลงพื้นที่  3  จังหวัดชายแดนใต้เพราะไม่ต้องการเป็นภาระการดูแลของเจ้าหน้าที่ สำหรับรายละเอียดการลงพื้นที่นั้น จะเข้ารายงานต่อนายกฯ โดยตรง

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า   ก่อนหน้านี้นายสมัครมีหมายกำหนดการที่จะลงพื้นที่  3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเป็นการลงพื้นที่อย่างเงียบๆ อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งกำหนดการเดิมจะลงพื้นที่ในระยะเวลาช่วงเดือนนี้    แต่เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่โรงแรมซี.เอส.  ปัตตานี อย่างไรก็ตาม  นายกฯ ยืนยันว่าจะลงพื้นที่อย่างแน่นอน แต่จะไปอย่างเงียบที่สุด โดยมีเป้าหมายไปคุยกับประชาชนในพื้นที่

ผู้สื่อรายงานว่า  ภายหลังการประชุม ได้มีการสรุปผลการประชุมและแจกเป็นเอกสารให้กับผู้สื่อข่าว  ระบุว่าในที่ประชุมมีการรายงาน   ประเมิน วิเคราะห์ สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างกว้างขวาง  โดยนายกฯ และ มท.1 ได้มอบนโยบายพร้อมแนวทางปฏิบัติและข้อสั่งการเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหลายประการ    ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ตามที่สภาพัฒน์เสนอ  โดยให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้   โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการพิเศษเพื่อรักษารากฐานการลงทุนเดิมและจูงใจการลงทุนใหม่ที่มีศักยภาพ    โดยพัฒนา จ.สตูล เป็นพื้นที่กันชน และเฝ้าระวังการลุกลามของเหตุการณ์ความไม่สงบ

โดยในส่วนของการกำหนดบทบาทของแต่ละจังหวัด ที่ประชุม  กพต.มีข้อสรุปดังนี้  ให้สงขลาและสตูลเป็นศูนย์เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าภายในและระหว่างประเทศ  สงขลาเป็นศูนย์กลางยางพาราโลก  ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ     ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬาในระดับสากล     ปัตตานีเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล  ศูนย์กลางอิสลามศึกษานานาชาติ ยะลาเป็นศูนย์กลางการเกษตรและตลาดสินค้าเกษตร และนราธิวาสเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ด้านตะวันออก (ECER) ของมาเลเซีย

สำหรับกรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะประกอบด้วย  1.การคุ้มครองความปลอดภัย 2.การแก้ไขปัญหาความยากจน   3.การพัฒนาคุณภาพคนเพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำ 4.การเสริมสร้างความเข้มแข็งฐานเศรษฐกิจของพื้นที่ 5.การบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ



บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #256 เมื่อ: 25-03-2008, 14:14 »



ทำความเข้าใจความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ยศธรและอัมมานา : ความรุนแรงยังไม่จางที่ภาคใต้ (๑)
http://www.midnightuniv.org/midnight2544/0009999983.html

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(คณะกรรมการรอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ)


รายงานที่ปรากฏบนหน้าเว็บเพจนี้ เป็นรายงานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ
เกี่ยวกับ การเอาชนะความรุนแรงด้วยพลังสมานฉันท์ (ร่างที่ Cool ซึ่งได้นำมาเผยแพร่บางส่วนดังประเด็นต่อไปนี้
1. เรื่องของยศธรและอัมมานา
2. กรอบคิดเพื่ออธิบายปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
3. วินิจฉัยเหตุ: ทำความเข้าใจความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
3.1 ปัจจัยชั้นบุคคล 3.2 ปัจจัยชั้นโครงสร้าง 3.3 ปัจจัยชั้นวัฒนธรรม:
4. สรุปข้อวินิจฉัยเหตุของปัญหา
midnightuniv@yahoo.com

(บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา)
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 947
เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๙
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ 20 หน้ากระดาษ A4)


ทำความเข้าใจความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ยศธรและอัมมานา : ความรุนแรงยังไม่จางที่ภาคใต้ (๒)
http://www.midnightuniv.org/midnight2544/0009999982.html




 







การเมืองแห่งอัตลักษณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องต้องรู้ของรัฐไทยในการแก้ปัญหาความรุนแรงภาคใต้ (ตอนที่ ๑)
ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และคณะ
ดุษณ์ดาว เลิศพิพัฒน์, อารีลักษณ์ พูลทรัพย์,สุรวุฒน์ ช่อไม้ทอง
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

งานศึกษาต่อไปนี้เคยเผยแพร่แล้วในรูป pdf ที่  www.polsci.tu.ac.th/polsci2550/srisompop.pdf
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำมาเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเพื่อเป็นวิทยาทาน เดิมชื่อ
การเมืองชายขอบกับการใช้ความรุนแรง และการเมืองแห่งอัตลักษณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยงานศึกษานมุ่งชี้ให้เห็นว่า ปรากฏการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ปัจจุบัน
ได้กลายรูปเป็นการเมืองแห่งอัตลักษณ์แบบใหม่(new identity politics)
ที่เน้นย้ำการสร้างความเป็นเราและเป็นอื่นอย่างเข้มข้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ซึ่งทำให้เกิดการสร้างวาทกรรมและปฏิบัติการทางวาทกรรมที่ซับซ้อนและรุนแรง
สาระสำคัญของงานศึกษานี้ ประกอบด้วย
1. แนวความคิดและสมมุติฐานเรื่องการเมืองชายขอบ
2. แนวความคิดและสมมุติฐานเรื่องการเมืองแห่งอัตลักษณ์
3. เรื่องของอัตลักษณ์ชาติพันธุ์และศาสนา กับอำนาจการทำสงครามแบบใหม่
4. ตัวแบบการสร้างความสมานฉันท์ ขจัดความไม่ไว้วางใจ ขจัดอคติและความเกลียดชัง
5. ตัวแบบการสร้างสำนึกความเป็นพลเมืองตามทรรศนะอิสลาม
(หมายเหตุ: เนื่องจากงานศึกษานี้มีความยาวพอสมควร จึงได้แบ่งออกเป็น ๒ ภาค)
midnightuniv@gmail.com

บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา
ข้อความที่ปรากฏบนเว็บเพจนี้ ได้รักษาเนื้อความตามต้นฉบับเดิมมากที่สุด
เพื่อนำเสนอเนื้อหาตามที่ผู้เขียนต้องการสื่อ กองบรรณาธิการเพียงตรวจสอบตัวสะกด
และปรับปรุงบางส่วนเพื่อความเหมาะสมสำหรับการเผยแพร่ รวมทั้งได้เว้นวรรค
ย่อหน้าใหม่ และจัดทำหัวข้อเพิ่มเติมสำหรับการค้นคว้าทางวิชาการ
บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ ๑๔๙๗
เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ ๑๙ หน้ากระดาษ A4)




1497. เรื่องต้องรู้ของรัฐไทยในการแก้ปัญหาความรุนแรงภาคใต้ (ตอนที่ ๑) (ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และคณะ)
http://www.midnightuniv.org/midnighttext/0009999997.html
1498. เรื่องต้องรู้ของรัฐไทยในการแก้ปัญหาความรุนแรงภาคใต้ (ตอนที่ ๒) (ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และคณะ)
http://www.midnightuniv.org/midnighttext/0009999996.html
1499. เรื่องต้องรู้ของรัฐไทยในการแก้ปัญหาความรุนแรงภาคใต้ (ตอนที่ ๓) (ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และคณะ)
http://www.midnightuniv.org/midnighttext/0009999995.html



บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #257 เมื่อ: 26-03-2008, 05:25 »

“สมัคร” มอบ “อนุพงษ์” ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.รมน.     
วันอังคารที่ 25 มีนาคม 2008 20:33น. 
โต๊ะข่าวภาคใต้  สถาบันอิศรา

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2551 ว่า ได้มอบหมายให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.)

นายสมัคร ให้เหตุผลว่า เพราะเขาเป็นนายกรัฐมนตรี จะให้ไปเต้นแร้งเต้นกาทุกเรื่องคงไม่ได้ ส่วนอำนาจของ ผอ.รมน.ก็เป็นไปตามหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ และไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะที่ผ่านมา ผบ.ทบ.ก็ทำหน้าที่มาตลอดอยู่แล้ว

สำหรับการลงพื้นที่ภาคใต้นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะลงไปแน่นอน แต่ไม่บอกว่าเป็นเมื่อไหร่ และเรื่องการแก้ปัญหาภาคใต้ ไม่อยากให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก เพราะจากที่เดินทางไปเยือนประเทศเพื่อนบ้าน ทุกประเทศยืนยันว่าปัญหาภาคใต้เป็นเรื่องภายในของไทย

อนึ่ง โครงสร้างของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ถูกปรับเปลี่ยนไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย กอ.รมน.เดิม เปลี่ยนชื่อเป็นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่ใช้ชื่อย่อเหมือนเก่า

ทั้งนี้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.รมน.โดยตำแหน่ง แต่นายกรัฐมนตรีสามารถมอบอำนาจให้รอง ผอ.รมน.เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนได้ โดย ผบ.ทบ.ก็เป็นรอง ผอ.รมน.โดยตำแหน่งอยู่ด้วย


พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “กฎหมายความมั่นคง” นั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดตั้งแต่ช่วงการยกร่างว่าเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจฝ่ายทหารในการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ทำให้ต่อมามีการปรับแก้เนื้อหาให้นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.รมน.โดยตำแหน่ง จากร่างเดิมที่กำหนดให้ ผบ.ทบ.เป็น ผอ.รมน.โดยตำแหน่ง

นอกจากนั้นการประกาศให้ กอ.รมน.เป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่ใด และระยะเวลาเท่าใด ต้องเป็นมติจากคณะรัฐมนตรี และต้องรายงานผลต่อรัฐสภา

 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #258 เมื่อ: 26-03-2008, 05:36 »


อันนี้จะเป็นกระทู้เน้นด้านการทหาร และระดับยุทธการ

การมองและอธิบายปัญหาเชื่อมโยงมากหน่อย แต่ผู้ตั้งกระทู้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแนวความคิดของผมโดยตรง

อย่างไรก็ตาม อ่านแล้วจะได้แนวคิดหลายด้านเพื่อการประเมินปัญหาที่เกี่ยวข้องได้ครับ

ขณะนี้ปัญหาลดความสูญเสียและน่าหวาดกลัว จนกลายเป็นเรื่องการการแสดงความอ่อนแอขององค์กรและแนวร่วมของคนร้ายให้เห็นชัดเจนแล้ว

คาร์บอม กลายเป็นเค่ระเบิดสังหารขนาดเล็กธรรมดา การสนธิกำลังของฝ่ายบ้านเมืองต้องรุกไล่จับเป็นต่อไปครับ




แก้ปัญหาภาคใต้ให้ได้ใน ๖ เดือน ทำอย่างไร
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=641&page=1
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #259 เมื่อ: 26-03-2008, 05:40 »



นายกฯ ลัดฟ้าสู่อินโดนีเซีย สานต่อจับมือดับไฟใต้ พรุ่งนี้
 http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9510000035974
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 มีนาคม 2551 19:21 น.
 
 
       นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 - 27 มีนาคม 2551 โดยมี นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ผู้บัญชาการทหารบก รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ร่วมเดินทางด้วย
        โดยเมื่อเดินทางถึงทำเนียบประธานนาธิบดีจะมีพิธีต้อนรับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ และจะเข้าเยี่ยมนายสุสิโล บัมบัง ยุโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ต่อด้วยการพบหารือแบบเต็มคณะระหว่างสองฝ่าย เกี่ยวกับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และการส่งเสริมมุสลิมสายกลาง การจัดตั้งกลไกหารือระดับผู้นำสองประเทศ การส่งเสริมการค้าการลงทุน ความร่วมมือด้านพลังงานและประมง ความร่วมมือในกรอบอาเซียน พม่า ติมอร์ตะวันออก ช่องแคบมะละกา และความร่วมมือในกรอบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT)
        จากนั้น นายกรัฐมนตรีมีจะพบปะกับนักธุรกิจชั้นนำของอินโดนีเซีย และนักธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย เพื่อบอกเล่าถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของไทย ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการค้าและการลงทุน สำหรับในช่วงเย็นประธานาธิบดีอินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อต้อนรับและเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะที่ทำเนียบประธานาธิบดี
        ในวันที่ 27 มีนาคม 2551 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการไปวางพวงมาลาที่สุสานวีรชนกาลิบาตา และพบปะกับทีมประเทศไทยและคนไทยในอินโดนีเซีย ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #260 เมื่อ: 29-03-2008, 02:35 »



รัฐมนตรีเฉลิม อยากทำงานจริง ต้องไม่พูดนอกสภามากจนเกินไปนะครับ..

เอาหมอแวมาช่วยงานได้ ผมว่าก็น่าจะดี ในด้านข้อมูลต่างๆ และการเข้าถึงพื้นที่

แต่ก็อาจะมีปัญหา ถ้าปรับเข้าหากันแบบนักทำงานมืออาชีพไม่ได้

สรุป ต้องดูนิสัยและบุคคลิกภาพต่างๆด้วย การเมืองเพียงอย่างเดียวไม่พอ

มีอะไรควรปรึกษานายกฯเป็นการส่วนตัวครับ ไม่ควรโฉ่งฉ่างมากเกินไป..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #261 เมื่อ: 29-03-2008, 17:15 »

http://www.tjanews.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=3343&Itemid=47

กองกำลังผสมศรีสาครบุกทลายแหล่งประกอบระเบิดแก๊งป่วนใต้      
วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2008 22:59น. 
แวดาโอ๊ะ  หะไร
โต๊ะข่าวภาคใต้  สถาบันอิศรา

 กองกำลังผสม 3 ฝ่ายสนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นแหล่งกบดานและประกอบวัตถุระเบิดของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 28 มีนาคม 2551 พ.ท.ประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 37 จังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พ.ท.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับการกองกำลังทหารพรานที่ 46 และ พ.ต.อ.จิรวัฒน์ พยุงธรรม ผกก.สภ.ศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่ายจำนวน 100 นาย อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ในพื้นที่บ้านสะกูปา หมู่ 8 ตำบลศรีสาคร หลังสืบทราบว่าหมู่บ้านดังกล่าว กลุ่มแกนนำและสมาชิกแนวร่วมอาร์.เค.เค. (กลุ่มวัยรุ่นที่ผ่านการฝึกรบแบบจรยุทธ์) ใช้เป็นสถานที่ซ่องสุมวางแผนและประกอบวัตถุระเบิดเพื่อใช้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กระจายกำลังกันปิดล้อมบ้านร้างไม่มีเลขที่หลังหนึ่งซึ่งปลูกสร้างด้วยสังกะสีแบบยกพื้น อยู่ในสวนยางพาราหลังหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีชายวัยรุ่น 3-4 คน พร้อมอาวุธครบมือ ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันนาน 5 นาที ฝ่ายคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่มีกำลังเสริม จึงพากันวิ่งหนีออกจากบ้านร้าง พร้อมทั้งใช้ยากันยุงแบบขดจุดไฟแล้วนำไปวางไว้ที่สายชนวนระเบิดที่ต่อวงจรไว้แล้ว เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซีสีฟ้า เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนัก 6 กิโลกรัม เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจค้น แต่โชคดีที่ไฟมอดเสียก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่กองกำลังผสม 6 นายที่เข้าไปตรวจสอบในบ้านร้างรอดตายอย่างหวุดหวิด

       ต่อมา พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองวิทยาการจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ได้รุดเข้าตรวจหาวัตถุระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านร้าง พบว่ามีระเบิดแสวงเครื่องอีก 3 ลูกอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ทั้งยังมีอุปกรณ์ประกอบระเบิดอีกเป็นจำนวนมาก หม้อข้าว และภาชนะใส่อาหาร คาดว่าใช้ทำอาหารช่วงที่กบดานอยู่ในบ้านร้าง จึงยึดเอาไว้ตรวจสอบ พร้อมประสานกับ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม มาทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงบนวัตถุพยานดังกล่าวด้วย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตามล่าตัวคนร้ายต่อไป
 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #262 เมื่อ: 19-04-2008, 14:32 »



"สมัคร"ได้ฤกษ์ยกเลิกกฎอัยการศึกทั่ว ปท. เว้น 3 จว.ใต้ หันใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯคุมแทน จว.คลื่นใต้น้ำ"บุรีรัมย์-เชียงราย-ศรีสะเกษ"เฮ ได้เคลื่อนไหวอิสระ "อนุพงษ์"ชี้ดีต่อภาพลักษณ์ชาติ บัวแก้วให้ทูตตีฆ้องทั่วโลก โฆษกโต้ไม่เกี่ยวรับ"แม้ว"เดินสายทำบุญ 4 จว.อีสาน

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 17 เมษายน โดยที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกกฎอัยการศึกทั่วประเทศที่เคยประกาศไว้ทั้งหมด รวม 179 อำเภอ ใน 31 จังหวัด ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 5 อำเภอในจังหวัดสงขลา

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายนพดล ปัมทะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ส.ส.) รวมทั้ง รองปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกองทัพเรือและผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รวมทั้ง พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการ สมช.คนใหม่ เข้าร่วมประชุมครั้งแรก ใช้เวลาในการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง

@ เลิกอัยการศึกใช้กม.มั่นคงฯแทน

ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสมัครแถลงภายหลังการประชุมว่า เหตุผลที่ยกเลิกกฎอัยการศึกนั้น เพราะมีกฎหมายใหม่ คือ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในฯมาใช้ทดแทนได้ แต่ไม่ได้ทดแทนทั้งหมด โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จะไปดูว่าพื้นที่ตรงไหนบ้างที่จะใช้กฎหมายมั่นคงฯทดแทนในบางบริเวณ และในวันที่ 18 เมษายน จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ พิจารณาวาระเดียว คือการต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะหมดอายุวันที่ 19 เมษายน

@ เว้นพื้นที่ 3จว.ใต้-5อ.ในสงขลา

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ยกเลิกกฎอัยการศึกในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่จะยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 5 อำเภอใน จ.สงขลา คือ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย นาทวี และสะเดา ที่จะคงกฎอัยการศึกเอาไว้ก่อน ส่วนสาเหตุสำคัญที่ยกเลิกนั้น ที่ประชุมมองในมุมทางสังคมและความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ขณะนี้ประเทศเป็นประชาธิปไตย จึงไม่อยากให้มีบรรยากาศของทหารที่ยังเหมือนมีการปฏิวัติกันอยู่ นอกจากนี้ที่ประชุม ได้ให้ กอ.รมน. ไปพิจารณาว่าพื้นที่ใดมีความจำเป็นต้อง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงฯ เพิ่มเติม ก็ให้เสนอ สนช.พิจารณาอีกครั้ง

พล.ต.ท.วิเชียรโชติกล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่จะหมดอายุลงในวันที่ 19 เมษายน 2551 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสอบสวนจับกุมนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีมติที่จะขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 3 เดือน

@ "อนุพงษ์"ชี้เลิกแล้วภาพลักษณ์ชาติดี

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกนั้น ประเด็นคือ ถ้าเรามีกฎหมายใดมาใช้ และมีความเหมาะสมกว่า การยกเลิกก็ถือเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติในเรื่องของภาพลักษณ์ต่อประเทศและนานาชาติ แม้กระทั่งด้านเศรษฐกิจ และการลงทุนก็น่าจะดีกว่า

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จะสั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกชี้แจงเรื่องดังกล่าว เพื่อยืนยันว่าไทยกลับสู่สภาวะปกติและกลับสู่บรรยากาศประชาธิปไตย ประชาชนได้รับสิทธิและเสรีภาพกลับคืนมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการสะท้อนให้ประชาคมโลกรับทราบ

@ จว.คลื่นใต้น้ำ"บุรีรัมย์-ชร."ได้อานิสงส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกต่อต้านจากหลายฝ่ายว่าให้อำนาจฝ่ายทหารมากเกินไปนั้น ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการปรับแก้มาหลายครั้ง ส่วนการยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ 31 จังหวัดครั้งนี้นั้น เป็นการยกการประกาศกฎอัยการศึกที่คงไว้หลังจากมีการประกาศใช้ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งต่อมาได้มีการประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ลงในราชกิจจานุเบกษา สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 โดยคงไว้ 35 จังหวัด และเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2551 โดยคงไว้ 31 จังหวัด

สำหรับครั้งนี้ นอกจากจะยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่แนวชายแดน ที่มีปัญหาด้านความมั่นคงและยาเสพติดแล้ว ยังส่งผลให้หลายจังหวัด ที่เคยคงกฎอัยการศึกไว้เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวของมวลชนการเมืองในฝั่งพรรคไทยรักไทยเดิม หรือที่เรียกว่าคลื่นใต้น้ำ ถูกยกเลิกไปด้วย อาทิ จ.บุรีรัมย์,สุรินทร์,. ศรีสะเกษ,เชียงราย และเชียงใหม่ เป็นต้น

รายงานข่าวจากที่ประชุม สมช.แจ้งว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงโดยเฉพาะ กอ.รมน.ได้หารือถึงแนวทางการยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศความตึงเครียดในการใช้อำนาจของฝ่ายทหาร โดย กอ.รมน.ได้ยืนยันว่าแม้จะมีการประกาศพื้นที่กฎอัยการศึกในช่วงที่ผ่านมา แต่ทหารก็ไม่ได้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกต่อประชาชน และปัจจุบัน มีการคงพื้นที่กฎอัยการศึกไว้น้อยมาก มีเพียงอำเภอแนวชายแดนและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ที่จะได้รับผลกระทบมากคือฝ่ายที่ทำผิดกฎหมาย ค้ายาเสพติด อย่างไรก็ตาม แม้กฎอัยการศึกจะอำนวยต่อการปฏิบัติงานแก้ปัญหาด้านความมั่นคงให้กับทหาร แต่ก็มีภาพกฎหมายที่รุนแรง เฉียบขาด เป็นกฎหมายที่ใช้สำหรับการรบ ไม่ได้รับการยอมรับด้านสิทธิมนุษยชน ทำให้ฝ่ายทหารถูกโจมตีเรื่องใช้อำนาจเกินขอบเขต การยกเลิก จึงเป็นประโยชน์ต่อภาพของทหาร อีกทั้งยังจะเป็นการทดลองใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในครั้งแรก เพื่อดูขั้นตอนการปฏิบัติและผลการตอบรับต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้ กอ.รมน.ไปศึกษาและวางแผนการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ตามบทเฉพาะกาล และมาตราต่างๆ ต่อสภาพเหตุการณ์ที่เข้าเงื่อนไขต่อไป โดยทั้งนายสมัคร และ พล.อ.อนุพงษ์ต่างก็เห็นด้วยในหลักการดังกล่าว

@ ปัดเลิกไว้รับ"แม้ว"เดินสายทำบุญ

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในเวลา 17.00 น.เศษ ของวันที่ 17 เมษายน พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับจากนครดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากนั้นวันที่ 21 เมษายน จะเดินสายทำบุญในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) แบบวันเดียวกลับ ซึ่งเป็นการเดินสายทำบุญตามวัดต่างๆ ตามเป้าที่วางไว้หลายวัด จากนั้นช่วงปลายเดือนเมษายนจะเดินทางกลับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีการยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ จะส่งผลให้มวลชนของ พ.ต.ท. ทักษิณในจังหวัดภาคอีสาน สบายใจในการออกมาเคลื่อนไหวให้กำลังใจมากขึ้นหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า จริงๆ แล้วในการเดินทางไปไหนมาไหน โดยเฉพาะการเดินสายทำบุญ พ.ต.ท.ทักษิณต้องการเดินทางไปแบบเงียบๆ ไม่อยากให้ผู้สื่อข่าวติดตามเท่าไหร่ ส่วนการยกเลิกกฎอัยการศึกที่ประกาศไว้ในยุครัฐประหาร แต่ปัจจุบันพื้นที่ต่างๆ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องคงกฎอัยการศึกไว้ต่อไป เนื่องจากไม่มีเหตุผลรองรับ นอกจากเป็นพื้นที่ที่มีความไม่สงบเพียง 2-3 จังหวัดเท่านั้น

"การประกาศกฎอัยการศึกต้องยกเลิกไปตามจังหวะเวลา แต่จริงๆ แล้วผมคิดว่ามันน่าจะยกเลิกไปทั้งหมดตั้งแต่แรกที่รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยของนายสมัคร สุนทรเวช เข้ามาเป็นนายกฯด้วยซ้ำไป" โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

@ สะเดาะเคราะห์วัดเดิมคดีซุกหุ้น

ด้านนายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการเดินทางไปทำบุญภาคอีสาน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ในวันที่ 21 เมษายน พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมาถึงสนามบินขอนแก่น เวลา 07.10 น. จากนั้นจะเดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และทำบุญที่วัดหนองแวง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นวัดที่ พ.ต.ท.ทักษิณเคยเดินทางมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์สมัยโดนคดีซุกหุ้นช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเดินทางไปที่วัดกลาง จ.กาฬสินธุ์ วัดบึงพลาญชัย และวัดบูรพาภิราม (วัดพระเจ้าใหญ่) อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด และปิดท้ายที่วัดพระพุทธมงคล (วัดพระยืน) อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม จนกระทั่งเวลา 20.25 น. จะเดินทางไปที่สนามบินขอนแก่น เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ โดยการเดินทางไปบุญภาคอีสานครั้งนี้ เป็นไปตามความตั้งใจที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าจะเดินทางไปทำบุญทั่วประเทศให้ครบ 99 วัด โดยจะทำบุญและทำสังฆทานโดยเฉพาะ คิดว่าจะมีประชาชนในพื้นที่มารอต้อนรับอดีตนายกรัฐมนตรีจำนวนมาก เพราะคนอีสานยังคงคิดถึงและรักอดีตนายกรัฐมนตรีอยู่เสมอ

@ คนร้ายลอบบึ้มป่วน"ยะลา-ปัตตานี"

สำหรับสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้วันเดียวกันนี้ ปรากฏว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหลายแห่งทั้งพื้นที่ จ.ยะลา และปัตตานี โดยเวลา 06.30 น. คนร้ายลอบวางระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม (กก.) จุดชนวนด้วยรีโมตคอนโทรล บริเวณริมถนนสายลำใหม่-ท่าสาป หมู่ 5 บ้านควน ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่มาลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ จ.ส.อ.วิชัย วงศ์เพชร อายุ 55 ปี เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.5034 พัน 3 ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศีรษะ หลังแขนและขา อาการสาหัส และเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา

จากนั้นเวลา 08.10 น. เกิดเหตุระเบิดที่ริมถนนทางหลวงสาย 410 ยะลา-เบตง บริเวณถ้ำฤาษี บ้านหน้าเกษตร หมู่ 2 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา จากการสอบสวนทราบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยเส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พบกล่องต้องสงสัยวางอยู่ริมถนน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตรวจสอบ ระหว่างจะเข้าตรวจสอบคนร้ายคาดว่าอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เวลา 14.00 น. คนร้ายลอบยิงนายมะลาเซ็ง บาลาตายะ อายุ 60 ปี อยู่ที่ 33/1 หมู่ 4 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา อาชีพนายหน้าซื้อที่ดิน นอนเสียชีวิตอยู่ข้างๆ รถจักรยานยนต์ บนถนนในหมู่บ้านฆอรอคาเอ หมู่ 5 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา

@ ฆ่าตัดคอล่อเจ้าหน้าที่ก่อนกดบึ้ม

ที่ จ.ปัตตานี เกิดเหตุระเบิดเมื่อเวลา 07.30 น. บริเวณหมู่ที่ 2 ต.ตุยง ห่างโรงพัก อ.หนองจิก ประมาณ 2 กิโลเมตร ขณะที่กำลังอาสาสมัคร (อส.) 6 นาย ใช้รถยนต์ออกลาดตระเวน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อ อส.สุรเดช มามะ อายุ 40 ปี และ อส.อุสมัน สะมะแอ อายุ 25 ปี ถูกสะเก็ดบริเวณแขนและลำตัวบาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งนี้ เชื่อว่าคนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ช่วงค่ำวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา โดยต้องการสังหารเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจสอบหลังได้รับแจ้งพบศีรษะของนายสุประวิทย์ มิตรจันทร์ อายุ 30 ปี ผู้จัดการบริษัท พีแอนด์ซีอะฟามารีน จำกัด ที่ถูกคนร้ายยิงแล้วตัดศีรษะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นก็จะกดชนวนระเบิด แต่ระเบิดเกิดไม่ทำงาน เนื่องจากได้ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ จนคนร้ายกดระเบิดอีกครั้งเพื่อหมายสังหารเจ้าหน้าที่ อส.

@ รวบตัวมือฆ่านอภ.ไม้แก่น

เวลา 10.30 น. ที่กองกำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ร่วมแถลงผลการจับกุมนายอาฮามะ หะมะ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลปัตตานีที่ จ97/2549 คดีความมั่นคงหลังเข้าตรวจค้นบ้านพักพบอาวุธปืนพกสั้น ปืนสงคราม อุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก

นายอาฮามะ หรือนายมะตะพา เป็นระดับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบ กลุ่มจะลาโก และเป็นครูฝึก ผู้ชักชวนครูสอนศาสนาและเยาวชนเป็นแนวร่วม นอกจากนี้พบว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหลายคดี ทั้งยิงครูฝึกวิชาทหารเสียชีวิต 3 นาย ใน อ.สายบุรี เมื่อปี 2550 เป็นหัวหน้าชุดวางระเบิดนายอำเภอไม้แก่น เสียชีวิตปลายปี 2549 โดยระบุอีกว่านายอาฮามะเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญกลุ่มเดียวกับนายมูฮำหมัด อาลี และนายออฮามะ หรือไซนุง นายยารานิง แดมามุ เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนขยายผลต่อไป

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดประเภทยาบ้า พืชใบกระท่อม ยาแก้ไอ ส่วนผสมชนิด 4 คูณ 100 ได้อีกจำนวน 7 ราย


.............................

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0111190451&day=2008-04-19§ionid=0101   ครม.นัดพิเศษขยายประกาศภาวะฉุกเฉิน 3 จว.ใต้อีก 3 เดือน "สมัคร"เล็งบังคับใช้ครอบคลุม 5 อำเภอสงขลาด้วย แต่มีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง สั่ง สมช.หาข้อสรุป ชม"อนุพงษ์"หลังเป็น ผบ.ทบ.ทำสถานการณ์ความไม่สงบดีขึ้น กอ.รมน.ขอเวลา 3 เดือนกำหนดพื้นที่ใช้ กม.ความมั่นคง

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 18 เมษายน โดยใช้เวลาการประชุมประมาณ 30 นาที ว่าที่ประชุมมีมติให้ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา นราธิวาส ปัตตานี) อีก 3 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน-19 กรกฎาคม 2551

"หากไม่ประชุมเป็นกรณีพิเศษ ผมอาจจะต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้วยตัวของตนเอง ซึ่งจะเอิกเกริกเกินไป ครั้งนี้ถือเป็นการต่ออายุครั้งที่ 11 โดยมีตัวแทนของผู้ที่ต้องใช้อำนาจตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมาชี้แจงกับ ครม.ด้วย แม้ตอนนี้สถานการณ์จะดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังต้องใช้อยู่"นายสมัครกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมไปถึง 5 อำเภอ (เทพา สะบ้าย้อย สะเดา จะนะ นาทวี) ของ จ.สงขลา ด้วยหรือไม่ นายสมัครกล่าวว่า อยากจะให้มีการประกาศใช้ด้วย จึงสั่งการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปพิจารณาเรื่องข้อขัดแย้ง เนื่องจากคนที่ทำธุรกิจใน 5 อำเภอนั้นไม่อยากให้มีการประกาศ แต่คนที่บริหารในการจัดการเรื่องความสงบก็อยากให้มี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ครอบคลุม 5 อำเภอใน จ.สงขลา

นายสมัครยังกล่าวถึงการยกเลิกกฎอัยการศึกทั่วประเทศว่า มีผลทันทีหลังการประชุม สมช. เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา แต่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ขอเวลา 3 เดือน ในการพิจารณาแต่ละพื้นที่ ที่จำเป็นต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551

รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการประชุม ครม. นายสมัครได้กล่าวตอนหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ได้ไปประชุม สมช. ไปรับฟังเรื่องราวต่างๆ แทน ครม.ทุกคน พบว่าตั้งแต่มีการแต่งตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เริ่มดีขึ้น แต่ยังมีปัญหาในเรื่องการปฏิบัติ โดยเฉพาะขั้นตอนการสับเปลี่ยนกำลังในพื้นที่ที่ยังมีช่องว่างและรอยต่อกันอยู่ แต่ในภาพรวมไม่มีปัญหา สถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้ว ดังนั้น จึงเห็นด้วยต่อการต่ออายุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากเป็นหนทางที่จะช่วยการทำงานของเจ้าหน้าที่ และทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

ด้านเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ เมื่อเวลา 10.30 น. ขณะที่นายณัฐวุฒิชัย มามะ ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายบ้านควนคูหา-บ้านท่าเรือ เมื่อมาถึงหมู่ 1 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ถูกคนร้าย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะประกบใช้ปืนยิง กระสุนถูกนายณัฐวุฒิชัย ที่ลำตัวและแขนขวา ได้รับบาดเจ็บ

นายประกิจ พลเดช อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีการยกเลิกกฎอัยการศึกทั่วประเทศ ว่าถือเป็นเรื่องที่ดี และจะส่งผลดีต่อความรู้สึกของประชาชน และจะทำให้กลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ เพราะในอดีตโดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการเข้มงวดมากจากฝ่ายทหาร ทำให้ ส.ส.และประชาชนในพื้นที่มีความอึดอัด แต่หลังจากผลการเลือกตั้งออกมาก็ผ่อนคลายลง

"ที่วิพากษ์วิจารณ์พื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ของคลื่นใต้น้ำนั้น ขอปฏิเสธ การเคลื่อนไหวทุกอย่างของชาวบุรีรัมย์ล้วนเกิดขึ้นจากวิญญาณของนักต่อสู้ ช่วงก่อนการเลือกตั้งมันอึดอัดมาก โดนลิดรอน อย่างผมก็โดนเยอะแยะไปหมด มีทหารคอยติดตาม ตามรถเวลาไปไหนมาไหน รวมทั้งคอยตามถ่ายรูป มาสอบถามทุกอย่างว่าไปทำอะไร มีทรัพย์สินเงินทองอะไรบ้าง ดังนั้น การยกเลิกกฎอัยการศึกทั่วประเทศครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็สบายใจขึ้นมาก" นายประกิจกล่าว

นายประกิจกล่าวว่า ส่วนที่กลัวว่ายกเลิกกฎอัยการศึกแล้วจะมีการก่อม็อบวุ่นวายกันไปหมดนั้น ขอปฏิเสธเช่นกัน เพราะการเคลื่อนไหวของชาวบุรีรัมย์ ที่ผ่านมาในเรื่องการเมือง ล้วนเคลื่อนไหวด้วยวิญญาณของนักประชาธิปไตย เป็นการเคลื่อนไหวอย่างอิสระไม่มีสิ่งแอบแฝง และเชื่อว่าพอบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้ว ราคาพืชผลทางการเกษตรดี คงไม่มีใครออกมาเคลื่อนไหวอะไรกัน

นายสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา อดีตประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า การยกเลิกกฎอัยการศึกพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนของ จ.ตาก มีผลประโยชน์มากในเรื่องการค้าการขายในพื้นที่ อ.แม่สอด และอำเภอใกล้เคียง เพราะที่ผ่านมาในช่วงประกาศกฎอัยการศึกมีปัญหาเรื่องการส่งออก เพราะถูกมองว่าสินค้าที่ส่งออกไปพม่าเป็นสินค้ายุทธปัจจัย

ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวว่า การยกเลิกกฎอัยการศึกมีผลให้พื้นที่ อ.เชียงคำ และ อ.ภูซาง จ.พะเยา ถูกยกเลิกไปด้วย ซึ่งเป็นผลดีต่อทุกคน โดยเฉพาะประชาชนที่เป็นกลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มต่างๆ ที่จะมีโอกาสรวมตัวกันเรียกร้องความเป็นธรรมต่อกลุ่มของตนเอง เช่น กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเรื่องราคาผลผลิตการเกษตรจะได้มีช่องทางเรียกร้องได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #263 เมื่อ: 19-04-2008, 14:37 »



สรุปความไม่สงบครึ่งเดือน เม.ย.ตายแล้ว 17 นราธิวาสครองแชมป์
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 เมษายน 2551 13:08 น.
 
 
       สถาบันอิสลามมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย สรุปสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนเมษายน เกิดเหตุการณ์ทั้งหมด 50 ครั้ง เสียชีวิต 17 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ก่อความไม่สงบ 4 ราย บาดเจ็บ 28 ราย โดย จ.นราธิวาส เกิดเหตุการณ์มากที่สุด จำนวน 22 เหตุการณ์ รองลงมาคือ จ.ปัตตานี้ 16 เหตุการณ์ จ.ยะลา 10 เหตุการณ์ และ จ.สงขลา 2 เหตุการณ์ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นการลอบยิงรายวันมากที่สุด 29 เหตุการณ์ ลอบวางระเบิด 17 เหตุการณ์ และโปรยตะปูเรือใบ 2 เหตุการณ์
        อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงขณะนี้ มียอดผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 3,022 ราย
 
 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #264 เมื่อ: 21-04-2008, 10:52 »

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOakl4TURRMU1RPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHdOQzB5TVE9PQ==

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่รอบมัสยิด ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านแคและ ต.บาแระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เพื่อค้นหาผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยที่ลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นายขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจสอบกว่า 2 ชั่วโมง สามารถรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย ที่มีบ้านพักใกล้กับที่เกิดเหตุและภายในบ้านเจ้าหน้าที่พบภาพถ่ายที่ถ่ายขณะทำการฝึกซ้อม อีกทั้งยังพบเสื้อผ้าที่มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มก่อเหตุในวันนี้ด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.บาเจาะ

สำหรับผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายนี้เป็นเจ้าหน้าที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 17 บ้านแคและ ต.บาแระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่เกิดเหตุด้วย แต่ได้ขอตัวกลับบ้านตั้งแต่เวลา 14.00 น. จนกระทั่งเกิดเหตุขึ้นกับตำรวจทั้ง 2 นาย เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายด้วย

นายสมศักดิ์ สิทธิ์วรการ นายอำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายและผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งจากการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถรวบผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ได้ 2 ราย พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ยึดอุปกรณ์ผลิตระเบิด สายไฟ ถังแก๊ส ถังดับเพลิง และกล่องเหล็กขนาดเท่ากล่องบุหรี่ที่บรรจุระเบิดแล้วจำนวน 4 กล่อง ซึ่งก่อนหน้าที่เคยใช้ก่อเหตุตามโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ในช่วงเทศกาลปีใหม่ นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์ที่นำสายไฟมาดัดแปลงเพื่อเตรียมบรรจุระเบิดอีก 4 คัน ซึ่งการเข้าตรวจยึดครั้งนี้ถือเป็นการเข้าไปทำลายแหล่งผลิตระเบิดที่ใช้ก่อเหตุในพื้นที่ได้อีกแห่งหนึ่ง ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายนั้นถูกส่งตัวเข้าค่ายกองพัฒนาที่ 4 ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #265 เมื่อ: 21-04-2008, 11:48 »

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEl4TURRMU1RPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHdOQzB5TVE9PQ==

กลางเมือง"หาดใหญ่" ผงะ6สาวนอนพักฟื้น อีก7คน-นั่งรอเข้าคิว บิ๊กตร.ชี้โทษหนักแน่
บุกจับ"พ.ต.อ."แพทย์ประจำร.พ.ตำรวจ แอบเปิดคลินิกรับทำแท้งเถื่อนกลางเมืองหาดใหญ่ ตร.สงขลา ส่งสายผู้หญิงเข้าไปล่อใช้บริการ ก่อนส่งสัญญาณนำกำลังเข้าบุกทลาย พบหญิงสาว 6 คนนอนพักฟื้นเรียงรายหลังทำแท้ง กับอีก 7 คนกำลังนั่งรอเข้าคิว หลังสอบสวน"พ.ต.อ." เจ้าของคลินิกใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวไป ด้านโฆษกร.พ.ตำรวจระบุต้องรายงานเรื่องถึงแพทย์ใหญ่เพื่อตั้งกรรมการสอบเอาผิดทางวินัย จากนั้นถึงจะส่งผลสอบให้สำนักงานตำรวจฯ สั่งการลงโทษ ส่วนความผิดทางการแพทย์ต้องให้แพทยสภาดำเนินการ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 เม.ย. จากการสืบทราบของ พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผบก.ภ.จว. สงขลา ว่า มีการลักลอบเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อนที่ภัทรเวชคลินิก ตั้งอยู่เลขที่ 27/1-2 ถนนชีวานุสรณ์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงสั่งการให้พ.ต.อ. ศุภวัฒน์ ทับเคลียว ผกก.สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับพ.ต.อ.อำพล บัวรับพร ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ตร.ภ.จว.สงขลา พ.ต.ท.ศักดา เจริญกุล รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวนฯ พ.ต.ท.ธนิต แสนเจริญ หน.ชุด ปส.และกำลังเจ้าหน้าที่ วางแผนส่งสายซึ่งเป็นหญิงสาวทำทีเข้าไปใช้บริการในคลินิกดังกล่าว กระทั่งพบว่ามีการให้บริการรับทำแท้งเถื่อนจริง จึงส่งสัญญาณให้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม

จากการตรวจค้นภายในคลินิกพบหญิงสาวที่มารอคิวทำแท้ง จำนวน 7 คน จึงควบคุมตัวเอาไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบที่บริเวณชั้น 2 ของคลินิก ซึ่งเป็นห้องที่ใช้สำหรับทำแท้ง พบหญิงสาวที่ทำแท้งเสร็จแล้ว จำนวน 6 คน กำลังนอนพักฟื้นเนื่องจากมีอาการอ่อนเพลีย จึงควบคุมตัวไปทำการสอบสวน พร้อมกับตรวจยึดอุปกรณ์ในการทำแท้งประกอบด้วย เข็มฉีดยา เตียงนอน 2 เตียง และยาชนิดต่างๆ ไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวพ.ต.อ.น.พ.สมชัย ตรีมธุรกุล เจ้าของคลินิก และหญิงสาวอีก 2 คนซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์เอาไว้ แจ้งข้อหาเปิดสถานประกอบโรคศิลปะโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ทำแท้งเถื่อน นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ. หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพ.ต.อ.น.พ.สมชัย ตรีมธุรกุล เจ้าของคลินิก เป็นนายแพทย์ สบ.5 กลุ่มงานนิติพยาธิ โรงพยาบาลตำรวจ โดยจะใช้เวลาในวันเสาร์-อาทิตย์ มาประจำอยู่ที่คลินิกดังกล่าว ซึ่งภายหลังการสอบสวน พ.ต.อ.น.พ.สมชัยได้ใช้ตำแหน่งประกันตัวเองออกไป

ด้านพล.ต.ต.สมยศ ดีมาก รองแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ (สบ.7) โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า เรื่องนี้เพิ่งได้รับรายงานเลยยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก จึงไม่สามารถชี้แจงขณะนี้ได้ รู้แต่เพียงว่ามีแพทย์โรงพยาบาลตำรวจถูกจับกุมที่อำเภอหาดใหญ่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปิดคลินิกทำแท้งเท่านั้น ส่วนตัวแพทย์ไปทำความผิดอยู่ในขั้นตอนไหนยังไม่ทราบ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ตามระเบียบของทางราชการแล้วในส่วนของคดีอาญาก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ส่วนทางต้นสังกัดจะต้องสอบสวนทางวินัยควบคู่ไปด้วยทันที คดีนี้มีข้าราชการของโรงพยาบาลตำรวจต้องคดีอาญา ก็จะต้องทำรายงานไปให้แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจเป็นผู้พิจารณาสั่งการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางวินัย

โฆษกร.พ.ตำรวจกล่าวต่อไปว่า หลังจากสอบสวนเสร็จแล้วก็จะส่งเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาสั่งการ ส่วนผลโทษจะออกมาอย่างไร หนักหนาแค่ไหนขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนว่าพบการกระทำความผิดจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริงอาจถึงขั้นสำรองราชการ ส่วนความผิดในทางแพทย์เป็นอำนาจหน้าที่ทางแพทยสภาที่จะตรวจสอบ ควบคุมและพิจารณาลงโทษ จะต้องมีรายงานนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการของแพทยสภา ทำการสอบสวนว่าแพทย์รายนี้ทำผิดอยู่ในขั้นตอนไหน เกี่ยวข้องอย่างไร ทำสิ่งที่ร้ายแรงหรือไม่ ตามหลักแล้วคดีแบบนี้ถ้าไปพบว่าคลินิกไหนที่เปิดรับทำแท้งแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะถูกสั่งปิดไปทันที ส่วนตัวของหมอจะถึงขั้นถอนใบประกอบโรคศิลปะหรือไม่ต้องรอผลสอบสวนกันต่อไป
 
 ภาพประกอบ [1]
หมอตำรวจ- ตำรวจสงขลานำกำลังบุกทลายคลินิกทำแท้งเถื่อนกลางเมืองหาดใหญ่ จับกุมพ.ต.อ.น.พ.สมชัย ตรีมธุรกุล เจ้าของคลินิก ซึ่งเป็นนายแพทย์ สบ.5 กลุ่มงานนิติพยาธิ โรงพยาบาลตำรวจ ดำเนินคดี เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 
 ภาพประกอบ [2]
ทำเอง- ตำรวจสงขลาบุกทลายคลินิกทำแท้งเถื่อน กลางเมืองหาดใหญ่ จับกุมพ.ต.อ.น.พ.สมชัย ตรีมธุรกุล นายแพทย์สบ.5 ร.พ.ตำรวจ เจ้าของคลินิก ดำเนินคดี พร้อมพนักงานอีก 2 คน และเด็กวัยรุ่นที่รอใช้บริการ 7 คน ตามข่าว 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #266 เมื่อ: 22-04-2008, 13:07 »



ล่าสุดได้ข่าวรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรมและคณะลงไป3จังหวัด

ก็รอดูว่าสถานการณ์คงจะดีขึ้นเป็นลำดับ

อย่างน้อยเรื่องยาเสพติด ก็ควรปราบปรามกันทั้งระบบทั่วประเทศอย่างจริงจังและทั่วถึง

ตลอดจนพวกของเถื่อนร้ายแรงต่างๆ เช่นอาวุธ ความนอกลู่นอกทางของข้าราชการไทย ฯลฯ
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #267 เมื่อ: 22-04-2008, 21:33 »

โดนสั่งให้ออกแล้ว พตอ.นพ.ทำแท้ง

 ข่าวสด   ข่าวหน้า 1
 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPREl5TURRMU1RPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHdOQzB5TWc9PQ==


 เนื้อหา  ร.พ.ตำรวจมีคำสั่งให้พ.ต.อ.น.พ.เจ้าของคลินิกทำแท้งเถื่อนที่หาดใหญ่ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัย เผยเปิดคลินิกแบบลักลอบโดยจะลงไปหาดใหญ่เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง แพทยสภายังรอหลักฐานจากผู้เกี่ยวข้องทั้งจากตำรวจ สาธารณสุขจังหวัด และหมอผู้ต้องหา แต่ยังเปิดช่องถ้าทำเพื่อช่วยเหลือคนโทษก็อาจจะน้อย

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 เม.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ก. ในฐานะรองโฆษกตร. พร้อมด้วยพล.ต.ต.น.พ.สมยศ ดีมาก รองแพทย์ใหญ่ ตร. ในฐานะโฆษกร.พ.ตำรวจ และพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ ผบก.นิติเวช แถลงข่าวกรณีตำรวจสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับกุมพ.ต.อ.น.พ.สมชัย ตรีมธุรกุล นายแพทย์ สบ.5 กลุ่มงานนิติพยาธิ ร.พ.ตำรวจ เปิดภัทรเวชคลินิก เลขที่ 27/1-2 ถนนชีวานุสรณ์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำแท้งเถื่อน โดยพบหญิงสาวหลายคน พร้อมทั้งอุปกรณ์ทำแท้งจำนวนมากภายในคลินิก

พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า ได้รับรายงานจากตำรวจสภ.หาดใหญ่ที่เข้าจับกุมว่าคลินิกดังกล่าวเป็นสถานพยาบาลที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่ได้ต่อใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2545 เป็นคลินิกร้างรู้กันในหมู่วัยรุ่นที่ต้องการทำแท้ง ซึ่งเปิดมานานพอสมควรแล้ว จากสืบสวนพบว่าพ.ต.อ.น.พ.สมชัยจะไปทำงานที่จ.สงขลา ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง โดยจะตรวจสอบอีกครั้งว่าลงไปตั้งแต่เมื่อไร แต่จากข้อมูลยังพบด้วยว่าพ.ต.อ.น.พ.สมชัยเปิดคลินิกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย(สวท.) ใน จ.ขอนแก่น ซึ่งจะเร่งตรวจสอบว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่

ด้านพล.ต.ต.สมยศกล่าวว่า จากข่าวตามสื่อที่ออกมาพบว่าในที่เกิดเหตุมีหลักฐานชัดเจนว่า พ.ต.อ.น.พ.สมชัยเปิดคลินิกทำแท้ง ซึ่งร.พ.ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารร.พ.ตำรวจทันที โดยมีมติตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งตนเป็นประธาน และมีคำสั่งให้พ.ต.อ.น.พ.สมชัยเข้ามารายงานตัวต่อนายแพทย์ใหญ่ภายใน 3 วัน เบื้องต้นได้ให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว

"หมอสมชัยเข้ารับราชการตำรวจมาตั้งแต่ปี 2521 ปัจจุบันทำงานอยู่ในส่วนของนิติเวช โดยส่วนตัวมีความเชี่ยวชาญ รับผิดชอบงานและนิสัยดี แต่ไปทำอย่างนี้ก็ไม่ทราบมาก่อน โดยปกติแพทย์ที่ไม่ได้เปิดคลินิกก็จะได้รับเงินประจำตำแหน่งอีกคนละ 1 หมื่นบาท ถือว่าพอเพียง แต่ไม่ทราบสาเหตุที่หมอสมชัยไปทำเช่นนี้ ซึ่งต้องสืบสวนสอบสวนว่าทำผิดอะไรอีกหรือไม่ แต่จากหลักฐานเท่าที่มีขณะนี้ถือว่าแน่นหนาคาดว่าผลสอบสวนน่าจะทราบภายใน 2 สัปดาห์" พล.ต.ต.สมยศกล่าว

ส่วนพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ทราบรายละเอียดเรื่องนี้จากสื่อเท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงต้องรอการสืบสวนสอบสวนจากคณะกรรมการที่ร.พ.ตำรวจตั้งขึ้น หากสภ.หาดใหญ่ดำเนินคดีอาญาก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัยร้ายแรงซ้ำอีกด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพ.ต.อ.น.พ.สมชัย แต่คาดว่าไม่น่าจะเกินพรุ่งนี้ พ.ต.อ.น.พ.สมชัยน่าจะเข้ามารายงานตัว หากไม่มาจะถูกเอาผิดวินัยอีกข้อด้วย

วันเดียวกันพ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว ผกก.สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับประสานจากสำนักงานแพทย์ใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้จัดส่งรายละเอียดการจับกุมรวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาของพ.ต.อ.น.พ.สมชัยแล้ว ในส่วนของหญิงสาวที่เข้าไปทำแท้งในคลินิกดังกล่าว เจ้าหน้าที่สอบปากคำและบันทึกประวัติไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวไป และจะพิจารณาอีกครั้งว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายข้อใดบ้าง โดยจะแจ้งข้อหาในภายหลัง

ขณะที่น.พ.สุเทพ วัชรปิยานันท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาออกตรวจคลินิกที่เปิดบริการในพื้นที่รับผิดชอบ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ในส่วนคลินิกเถื่อนก็เฝ้าระวังและจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ สำหรับคลินิกภัทรเวชที่ถูกจับกุมนั้นจดทะเบียนยกเลิกประกอบการไปนานแล้ว การให้บริการเป็นลักษณะแอบเปิดเฉพาะวัน และนัดหมายกับผู้ป่วยแบบไม่เปิดเผย ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะเพิ่มการเฝ้าระวังให้เข้มงวดต่อไป

น.พ.อำนาจ กุสลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า วันนี้แพทยสภานำเรื่องดังกล่าวเข้าคณะอนุกรรมการจริยธรรมเพื่อพิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วนแล้ว โดยขั้นตอนต่อไปยังต้องขอเอกสารหลักฐานจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา รวมถึงจะเชิญพ.ต.อ.น.พ.สมชัย เจ้าของคลินิกเถื่อน มาให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการจริยธรรมด้วย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะเร่งดำเนินการเร็วที่สุดเพราะกรณีนี้ค่อนข้างผิดชัดเจน

"ความผิดของแพทย์คนนี้มีหลายกรณีทั้งกฎหมายอาญา พ.ร.บ.สถานพยาบาล และความผิดจริยธรรม การพิจารณาโทษจะขึ้นกับข้อเท็จจริงและเจตนาว่าทำเพื่อประสงค์ทรัพย์เพียงอย่างเดียวหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจะถูกลงโทษขั้นรุนแรง คือยึดใบอนุญาต แต่หากทำเพื่อประโยชน์ของคนไข้อาจถูกลงโทษเพียงสถานเบา ส่วนเรื่องวินัยเชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเช่นกัน" เลขาธิการแพทยสภากล่าว

ส่วนน.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภากล่าวว่า จะเร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย โดยดูจากข้อบ่งชี้ของแพทย์ว่าทำเพื่ออะไร เพราะขณะนี้แพทยสภาเปลี่ยนเกณฑ์เรื่องการทำแท้งว่า แพทย์สามารถทำแท้งให้ผู้ป่วยได้หากมีข้อบ่งชี้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยจะต้องกรอกแบบฟอร์มทำรายงานแจ้งมายังแพทยสภาอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบทำแท้งเถื่อน สำหรับกรณีของแพทย์ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ด้านสาธารณสุข ดังนั้นเมื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับการรักษาคนไข้ย่อมได้รับโทษมากกว่าคนปกติ
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #268 เมื่อ: 22-04-2008, 21:35 »



จับ6โจรใต้ฆ่าตร.-รวบร้านทำจยย.บึ้ม
 
ข่าวสด สกูปข่าว/โฟกัสข่าว
 URL   http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01EVXhPREl5TURRMU1RPT0=§ionid=TURNek5RPT0=&day=TWpBd09DMHdOQzB5TWc9PQ==
 เนื้อหา  เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 21 เม.ย. พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ มัทยาท สวญ.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา รับแจ้งเหตุยิงกันที่ทางเข้าบ้านบาตัน ต.ลิดล อ.เมือง จึงนำกำลังตำรวจและทหารรุดไปที่เกิดเหตุพบนายสมพงษ์ ธิวงศ์สา อายุ 42 ปี พนักงานขับรถโรงโม่หิน บริษัท ศิลาอุตสาหกรรม จำกัด ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดบาดเจ็บ จึงนำส่งร.พ.ศูนย์ยะลา โดยขณะที่นายสมพงษ์ขับขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบใช้ปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเวลา 09.30 น. พ.ต.อ.โชติ ชวาลวิวัฒน์ รองผบก.นราธิวาส แถลงผลการระดมกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง กว่า 500 นาย ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 45 จุด ในพื้นที่ 6 อำเภอ หลังสืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุใช้อาวุธสงครามบุกยิงด.ต.อุสมาน สาและ และส.ต.ท.ซัมรี ดาโว๊ะ ตำรวจสภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตในหน่วยเลือกตั้งอบจ. ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ และซุ่มโจมตีทหารเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 5 นาย เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา จากการปิดล้อมนานกว่า 4 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 04.00 น.จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 6 คน พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง โดยในพื้นที่ อ.บาเจาะ จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยยิงตำรวจเสียชีวิตคือ นายซูระคัม ดาวา อายุ 21 ปี และนายรุสดัน ดาวา อายุ 20 ปี เป็นพี่น้องกัน และเป็นนักศึกษาโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง โดยทั้ง 2 คนเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจุดเกิดเหตุ แต่พฤติกรรมมีพิรุธ เนื่องจากขออนุญาตออกจากหน่วยไปประมาณ 30 นาที ก่อนจะเกิดเหตุ

ส่วนพื้นที่ อ.ตากใบ จับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือ นายสุรินทร์ ลาเต๊ะ อายุ 37 ปี นายสารี บือซา อายุ 45 ปี นายอูเซ็ง สือมาแอ อายุ 47 ปี และนายอาหามะ ตาปา อายุ 33 ปี ต้องสงสัยรู้เห็นและร่วมกันใช้ปืนยิงนายยาลี มานา อายุ 65 ปี อดีตสมาชิกพูโลเสียชีวิต และนางยามีละ ลาเต๊ะ อายุ 51 ปี ภรรยานายยาลี และเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ศาลาใหม่ กับด.ช.ซาฟารี มานา อายุ 12 ปี ลูกชาย บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 3 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วน อ.รือเสาะ อ.เจาะไอร้อง อ.ศรีสาคร และ อ.ระแงะ ไม่สามารถจับกุมตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามความเคลื่อนไหว ทางเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่วางระเบิดและซุ่มโจมตีทหารแล้ว เป็นกลุ่มของนายมูหัมหมัด นาวาวี เคยวางระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ที่ศาลเจ้าใน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันตรุษจีนที่ผ่านมา โดยมีนายมะรอโซ และนายจาเฮะ เป็นคนในพื้นที่ อ.บาเจาะ ร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดทหารเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วย และหลบหนีออกจากพื้นที่ไปหลังก่อเหตุ

ต่อมาเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ทองสุข จรัลพงศ์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.ท.รุ่งโรจน์ อนันตโท ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 นำกำลังตำรวจและทหาร 200 นาย ปิดล้อมตรวจค้นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เลขที่ 9/3 หมู่ 1 บ้านมะรือโบออก ต.มะรือโบออก หลังสืบทราบเบาะแสว่าลักลอบผลิตวัตถุระเบิดเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ จากการตรวจค้นพบกล่องเหล็กที่ตัดเชื่อมเท่ากับซองบุหรี่สำหรับบรรจุระเบิด 4 กล่อง, ตู้เชื่อมเหล็ก, เลื่อยตัดเหล็ก, เครื่องบัดกรี, สว่าน, แท่นเจาะสว่าน, ปั๊มลม, ถังลม, ถังแก๊ส, ถังน้ำยาเคมีดับเพลิงเตรียมบรรจุระเบิด, ถังเป่าแก๊ส, รถจักรยานยนต์ที่บรรจุระเบิด 5 คัน และไฟเบอร์ตัดเหล็ก จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากนั้นควบคุมตัวนายซุลกีฟลี อูมา เจ้าของร้าน พร้อมด้วยนายอุสมัน เจ๊ะเต๊ะ อายุ 20 ปี, นายนูรุดดิน มะดาโอ๊ะ อายุ 20 ปี และ 3.นายอับดุลรอมัน ยูนุ๊ ลูกน้องไปสอบสวนที่ฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 45 โดยนายซุลกีฟลีให้การว่า มีคนว่าจ้างให้ประกอบชิ้นส่วนวัตถุระเบิด และตกแต่งดัดแปลงรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งยังให้การซัดทอดไปถึงผู้ที่จ้างทำอีกหลายคน เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลออกหมายจับต่อไป ส่วนนายอับดุลรอมัน สอบสวนแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงปล่อยตัวไป

เวลา 11.00 น. ที่วัดบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.ร.ท.สุวิทย์ ธาระรูป ผบ.หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานพิธีรดนำศพ พลฯ อาภรณ์ นรเอี่ยม ทหารสังกัดกองร้อยปืนเล็กที่ 2 กองพันทหารราบที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ถูกลอบวางระเบิดถล่มขณะลาดตระเวนในพื้นที่ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา และในเหตุการณ์มีทหารบาดเจ็บอีก 5 นาย คือ ร.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม หัวหน้าชุด, พ.จ.อ.วีระเดช เอี่ยมประดิษฐ์, จ.อ.แก่นนคร ผลขาว, พลฯ การียา สะดีแม และพลฯ นาเด ปอซู ขณะนี้ทั้ง 5 นายอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว รักษาตัวที่ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์

จากนั้นเวลา 16.20 น. พ.ต.อ.ทองสุข จรัลพงศ์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่ถนนสายเจาะไอร้อง-ยานิง บ้านสะบือรัง หมู่ 1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จึงนำกำลังตำรวจและทหารรุดไปที่เกิดเหตุพบรถกระบะมิตซูบิซิ สีเทา จอดตะแคงอยู่ข้างทาง กระจกหน้า ด้านข้าง และประตูด้านคนขับ มีรอยกระสุนปืนกว่า 10 นัด ภายในรถพบศพนายอุสมาน อีซารี อายุ 22 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าที่ศีรษะและต้นคอ 2 นัดเสียชีวิตคาพวงมาลัย

ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ถูกชาวบ้านนำส่งร.พ.เจาะไอร้อง ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ ด.ช.มุสลิม สะอิ อายุ 10 ขวบ ถูกยิงด้วยปืนอาก้าเฉี่ยวศีรษะ บาดเจ็บเล็กน้อย และนายมีซี อาแซ อายุ 24 ปี ถูกยิงเข้าที่ลำคอ ใบหูขวา อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งไปรักษาที่ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอุสมานขับรถกระบะ โดยมีด.ช.มุสลิม และนายมีซี กลับจากทำธุระในพื้นที่บ้านยานิง หมู่ 1 ต.จวบ มุงหน้ากลับบ้านพัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่น้อยกว่า 6 คน ใช้รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไล่ประกบจากด้านข้าง คนร้ายที่นั่งอยู่ท้ายกระบะใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงใส่กว่า 20 นัด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว สันนิษฐานในเบื้องต้นคาดเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่
 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #269 เมื่อ: 22-04-2008, 21:36 »



ไทย-มาเลย์ร่วม ตระเวนชายแดน

 ข่าวสด
  http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNakl5TURRMU1RPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=
 เนื้อหา  นราธิวาส - พลจัตวาอาซิซาน บินมูฮัมหมัด ดีริน ผู้บัญชาการกองพลน้อยทหารราบที่ 8 และพ.อ.วรพล วิศรุตพิชญ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ร่วมเป็นประธานในพิธีลาดตระเวนทางเรือ และภาคพื้นดินพื้นที่แนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ บริเวณตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 59 อ.สุคิริน ถึงบริเวณ บ.ตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส การออกลาดตระเวนครั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทางไปมาหาสู่ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

พ.อ.วรพล วิศรุตพิชญ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างประเทศไทย กับประเทศมาเลเซียมีความแน่นแฟ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อขอความร่วมมือในการประสานงานด้านความมั่นคงในพื้นที่แนวชายแดนก็จะได้รับความร่วมมือและให้การสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาโดยตลอด พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนในการสอดส่องบุคคลแปลกหน้าที่ใช้เส้นทางตามแนวชายแดนในการหลบหนี สำหรับการลาดตระเวนร่วมตามแนวชายแดนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17 ของการลาดตระเวนร่วมในรอบ 10 ปี ระยะเวลาออกปฏิบัติการรวม 2 เดือน การดำเนินการทางการทหารของทั้ง 2 ประเทศแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มิได้ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย และประเทศมาเลเซียแต่อย่างใด
 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #270 เมื่อ: 23-04-2008, 02:46 »


ผบ.ทบ.จี้ทหารกดดันผู้ก่อความไม่สงบ-เร่งงานมวลชน
 http://www.isranews.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=3423&Itemid=47   
วันอังคารที่ 22 เมษายน 2008 15:10น. 
อะหมัด รามันห์สิริวงศ์
โต๊ะข่าวภาคใต้  สถาบันอิศราฯ
       
       วันนี้ 22 เมษายน ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 14  ต.ตาชี  อ.ยะหา จ.ยะลา พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อมาร่วมประชุมหารือ และรับฟังปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่

   พ.อ.อัคร ทิพโรจน์  โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่ของพล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ คณะในครั้งนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ โดยได้เดินทางไปที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 30 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่ อ.รือเสาะ และที่หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 14 อ.ยะหา  จ.ยะลา และได้ให้แนวทางในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในเรื่องเข้าไปพบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ โดยได้มอบงบประมาณให้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปดำเนินงานด้านมวลชนในการเสริมสร้างความเข้าใจกับ ประชาชนในพื้นที่ และในขณะเดียวกันการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาในพื้นที่นั้นจะต้องปฏิบัติการทาง ทหารที่กดดัน และจำกัดเสรีภาพของผู้ก่อความไม่สงบ และพยายามแยกคนดีกับคนไม่ดีออกจากกัน พร้อมทั้งชี้แจงเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ประชาชนฟัง
 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #271 เมื่อ: 23-04-2008, 15:40 »

มติครม.ไฟเขียวข้าราชการเออร์ลี่รีไทร์ จ่าย15เท่าเงินเดือนงวดท้าย-ให้ 2ขั้นกอ.รมน.แก้ ไฟใต้

 ข่าวสด
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2Iyd3dNVEl6TURRMU1RPT0=§ionid=TURNd05BPT0=&day=TWpBd09DMHdOQzB5TXc9PQ==
 เนื้อหา  ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายเออร์ลี่รีไทร์ เปิดรับข้าราชการเข้าโครงการจ่ายไม่เกิน 15 เท่าของเงินเดือนงวดสุดท้าย พร้อมเห็นชอบเงิน 2 ขั้นกำลังพลกอ.รมน. ปฏิบัติหน้าที่แก้ไฟใต้

เวลา 14.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการ ตามมาตรการปรับปรุงกำลังของส่วนราช การ พ.ศ...... โดยร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ การกำหนดสิทธิของข้าราชการที่จะเข้าโครง การ ต้องเป็นข้าราชการที่สังกัดส่วนราชการที่ครม. มีมติให้ออกจากระบบราชการ ส่วนราชการที่ประสงค์จะยุบเลิกบางภารกิจ ส่วนราชการที่มีอัตรากำลังเกินความจำเป็น หรือมีข้าราชการอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของข้าราชการทั้ง หมดของส่วนราชการนั้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้าราชการที่จะเข้าโครงการดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้คือ มีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ หรือมีอายุราชการเหลือตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปแต่ต้องไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยนับจากวันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ และไม่เป็นข้าราชการที่อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ไม่เป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องออกจากราชการ และไม่เป็นผู้ที่ปฏิบัติราชการชดใช้สัญญาที่ทำไว้กับส่วนราชการ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงเงินช่วยเหลือที่ต้องจ่ายให้ว่า กำหนดให้จ่ายเงินช่วยเหลือเท่ากับ (ปีที่เหลือราชการ +8) คูณเงินเดือนสุดท้าย แต่รวมกันแล้วจำนวนเงินที่จะจ่ายให้ต้องไม่เกิน 15 เท่าของเงินเดือนในเดือนสุดท้าย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ได้พิจารณาเรื่องการเพิ่มขั้นเงินเดือนพิเศษให้กำลังพล ที่ปฏิบัติงานเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาค ใต้ โดยกอ.รมน.ภาค 4 ได้รายงานต่อครม. ว่าการปฏิบัติงานของกำลังพลกอ.รมน.ภาค 4 ที่ต้องอยู่ในภาวะกดดันและเสี่ยงอันตราย ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ทำให้ต้องหมุนเวียนกำลังพลคราวละ 6 เดือน ซึ่งกำลังพลที่ลงไปปฏิบัติงานช่วง 6 เดือนแรก จะไม่ได้รับการพิจารณาเงินเพิ่มขั้นพิเศษ 2 ขั้น เพราะการพิจารณาขั้นเงินเดือนจะพิจารณาในช่วงครึ่งปีหลัง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.จึงเห็นชอบอนุมัติเพิ่มขั้นเงินเดือนพิเศษ 2 ขั้นแก่กำลังพลในพื้นที่ภาคใต้ในส่วนของกอ.รมน. ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินเดือน โดยเงินที่ต้องนำมาจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือให้ใช้งบกลางของปี 2551
 
 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #272 เมื่อ: 28-04-2008, 21:27 »



สัมนาใหญ่ อนาคตไฟใต้ 30 เม.ย.นี้ 
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
 คอลัมน์ข่าว   ข่าวอิศรา
 URL   http://www.tjanews.org/cms/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=3461&Itemid=47
 เนื้อหา  2 องค์กรด้านการศึกษาและสันติภาพจับมือจัดสัมนาใหญ่เรื่องอนาคตไฟใต้พุธ 30 เม.ย.นี้ ที่ศูนย์มานุษวิทยาสิรินธร  นักวิจัยจะนำเสนองาน 4 ข้อที่ครอบคลุม สื่อ ทหาร เด็ก และ ทักษะวัฒนธรรม เข้าฟังฟรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทาง ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรและ ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ มูลนิธิเพื่อการศึกษาประชาธิปไตยและพัฒนาแจ้งว่าในวันที่ 30 เม.ย.นี้ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร จะมีการสัมนาโครงการวิจัยเรื่อง "อนาคตไฟใต้"  ซึ่งจะมีการนำเสนองานวิจัยที่คลุม 4 หัวข้อคือ สื่อ ทหาร เด็ก และ ทักษะวัฒนธรรม

งานวิจัยด้านสื่อจะมีชื่อว่า  "ไฟใต้ในสายตาสื่อเทศ:ทัศนะต่อรายงาน กอส."  ด้านทหารจะชื่อว่า "นักรบกลับบ้าน:ประสบการณ์จากสมรภูมิ" ด้านเด็กชื่อ "เมล็ดพันธุ์เลือด:เด็กใต้ในฐานะเหยื่อความรุนแรง" และ ด้านทักษะวัฒนธรรมจะชื่อ "ขัดกันฉันมิตร:คู่มื่อทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้"

ผู้จัดงานแจ้งว่างานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  ผู้สนใจสามารถตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sac.or.th
 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #273 เมื่อ: 28-04-2008, 21:31 »


 ซัลโวอบจ.เซ่นไฟใต้-เตือน4ปี
 เดลินิวส์
 
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=162126&Newstype=1&template=1
  เหตุร้ายรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 เม.ย. ร.ต.ท.นรเศรษฐ์ สุขศรี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสายบาโงสโต-ซีโป ช่วงบริเวณ หมู่ 7 ต.บาโงสโต จึงรีบไปสอบสวน ที่เกิดเหตุ พบศพนายมะรอซี สาและ อายุ 36 ปี ถูกยิงด้วยปืนอาก้าเข้าลำตัวและใบหน้า 4 นัด นอนเสียชีวิตข้าง จยย.ทะเบียน ขกล 689 นราธิวาส สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ในอดีตผู้ตายเคยตกเป็นผู้ต้องหาวางระเบิดในตลาดตันหยงมัส อ.ระแงะ ซึ่งศาลจังหวัดนราธิวาส ได้ยกฟ้องมาประมาณ 2 เดือน  ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่ จยย.มารับภรรยาที่ขายของอยู่ที่ตลาดตันหยงมัส จู่ ๆ มีคนร้ายขับรถกระบะไล่ยิงเสียชีวิตอย่างโหด***มดังกล่าว   
 
ต่อมาเวลา 15.30 น. ร้อยเวรคนเดิมยังรับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตหน้าบ้านเลขที่ 72 บ้านลูโฆ หมู่ 2 ต.บองอ จึงรีบนำกำลังไปสอบสวน ที่เกิดเหตุ พบศพนายกูดิง ยี่งอ อายุ 38 ปี สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เขต 2 อำเภอระแงะ นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่หน้าบ้านพัก สภาพศพถูกยิงด้วยกระสุนปืนอาก้าที่ลำตัว หน้าอกและท้อง 6 นัด สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังเดินอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน นั่งรถยนต์กระบะไม่ทราบยี่ห้อสีและแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะมาจอดหน้าบ้านผู้ตาย จากนั้นคนร้ายที่นั่งกระบะหลังได้ใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงใส่ผู้ตาย 6 นัดซ้อน จมล้มทั้งยืนเสียชีวิตคาที่
 
วันเดียวกัน พ.อ.อัคร  ทิพย์โรจน์  ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการข่าวสาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  กล่าวว่า  ในห้วง  28-30 เม.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบปีที่ 4 ของเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2547 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันสถานที่ราชการ ชุมชน สถานบันเทิง และ จุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มที่ หากชาวบ้านพบเห็นกลุ่มบุคคลแปลกหน้าหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่หมายเลข 1881 หรือ 1341
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #274 เมื่อ: 28-04-2008, 21:37 »



ผู้ว่าฯเข้มนโยบายชู เปาะเส้ง ตั้งกติกาสังคม
 ผู้เขียน   อับดุลการิม รามันห์สิริวงศ์
 แหล่งข่าวหลัก   เดลินิวส์
 คอลัมน์ข่าว   ภูมิภาค
 URL   http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=162066&Newstype=1&template=1
 เนื้อหา ลดหวาดระแวงนำยะลาสู่สันติสุข ดันชุมชนเข้มแข็งสู้กับปัญหา

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันประกอบด้วย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ ทั้ง จนท. ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ข้าราชการครู ข้าราชการสาธารณสุข ตลอดจนประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันทุกรัฐบาลยอมงัดงบประมาณจากคลังนำลงสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดความสงบเป็นจำนวนมหาศาลอีกด้วย แต่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังไม่มีทีท่าจะยุติลงง่าย ๆ และยังกลับมีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ในส่วนของจังหวัดยะลานั้น นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ. ได้    กำหนดยุทธศาสตร์เฉพาะการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น   คือทำความเข้าใจลดความหวาดระแวงสร้างความยุติธรรม และนำยะลาสู่สันติสุข เน้นใช้รูปแบบสันติวิธีในการแก้ปัญหาและมองการต่อ สู้กับปัญหาความไม่สงบโดยใช้แนวทาง “ชุมชนเข้มแข็ง” ถือเป็นอีกทางออกหนึ่งจัดการกับปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงให้อำเภอเมืองจัดตั้งตำบลนำร่องในการใช้กฎกติกาสังคมบังคับใช้กันเอง โดยให้ผู้นำ 3 ฝ่าย ประ กอบด้วย นายก อบต.ผู้นำท้องถิ่นได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำศาสนา ได้แก่ อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ประจำมัสยิด เป็นผู้กำกับดูแลในการปฏิบัติ ที่ ตำบลบุดี และ ตำบลเปาะเส้ง
 
ในส่วนของ ต.บุดี อ.เมือง นั้น ที่ประ ชุมประชาคมหมู่บ้านได้มีมติกำหนดกฎกติการ่วมกัน ประกอบด้วย ข้อที่ 1 บุคคลนอกพื้นที่ที่จะเข้ามาอาศัยในหมู่บ้านต้องแจ้งให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านทราบทุกครั้งและทันที ข้อที่ 2 กลุ่มเผยแพร่ศาสนาที่เข้ามาในหมู่บ้านและพักอาศัยที่มัสยิด ต้องแจ้งให้อิหม่ามและผู้ใหญ่บ้านทราบพร้อมลงลายมือชื่อแจ้งจำนวนผู้มาพักเป็นหลักฐาน ข้อที่ 3 ห้ามทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการตัดไม้ทำลายป่า หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม ต้องได้รับโทษทางกฎหมายถึงที่สุด ข้อที่ 4 ผู้ใดพบเห็นผู้จำหน่ายยาเสพติดในหมู่บ้าน หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องได้รับการว่ากล่าวตักเตือนและแจ้งให้ผู้นำ 3 ฝ่ายทราบทันที หากลูกบ้านเกี่ยวข้องกับยาเสพติดถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ผู้ใหญ่บ้านหรือ นายก อบต. จะไม่เข้าไปช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น ข้อที่ 5 ผู้ใดมีปัญหาหรือข้อข้องใจกับทางราชการ ให้แจ้งผู้นำ 3 ฝ่าย เพื่อเข้ามาสะสางแก้ไขปัญหา ก่อนที่จะมีการร้องเรียนในระดับสูง
 
นายดาโอ๊ะ เจ๊ะตู นายก อบต.  บุดี กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิด  ขึ้นนั้น ทางราชการได้ให้นโยบายการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มาหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตนเองได้ไหม หลังจากนั้นตนเองได้กลับมาหารือกับผู้ใหญ่บ้าน อิหม่ามประจำมัสยิดว่าเรามีแนวทางดี ๆ กันบ้างไหมในการแก้ไขปัญหาในชุมชน ซึ่งทุกฝ่ายเห็นดีด้วยและมีมติว่าการแก้ไขปัญหาในชุมชนนั้น ต้องมีกฎกติกาและเอาแนวทางทางศาสนามาเป็นแนวการปฏิบัติ เพราะในหมู่บ้านมีผู้นับถือศาสนาอิสลามร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกคนก็เคร่งครัดในเรื่องศาสนา และอิหม่ามก็พูดว่าคงไม่ยากหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ หลังจากได้ประสานไปยังปลัดผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลเพื่อจัดเวทีประชาคมของชาวบ้านขึ้น ทำให้มีแนวความคิดในการแก้ไขปัญหามากมาย โดยเน้นที่จะให้สังคมเกิดความสันติสุข ทั้งนี้เนื่องจากในหมู่บ้านมีปัญหาทางด้านสังคมมากมาย ทั้งการลักเล็กขโมยน้อย การเสพยาเสพติด เยาวชนขาดความรู้ ขาดคุณธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางเราจะต้องเร่งทำการแก้ไข ด้วยการใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด แต่ต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก ในขณะเดียวกันผู้ที่มีตำแหน่งในตำบลหมู่บ้าน ตั้งแต่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก ชรบ. อรบ. อบต.มีจำนวนมากเช่นกัน แต่เราไม่ได้มอบหมายงานให้คนเหล่านี้ทำงานอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาทุกอย่างจะมาตกกับผู้ใหญ่บ้านเพียงคนเดียว จึงได้กระจายอำนาจการทำงาน   ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ด้วยการแบ่งพื้นที่เป็นโซน ในการรับผิดชอบ ในแต่ละโซนจะมีผู้แทนจาก 3 ฝ่าย ประกอบด้วย อบต. ผู้นำศาสนา และฝ่ายปกครอง รับผิดชอบ โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวหน้าชุดการทำงาน ซึ่ง    ในพื้นที่รับผิดชอบในทุกตารางนิ้วของพื้นที่ต้องอยู่ในสายตาของชุดทำงาน อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้เรายังได้กฎกติกาเล็กของสังคม แต่มีประสิทธิภาพ  ในการปฏิบัติได้จริง อาทิ ปัญหาการลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นที่ผ่านมา   ลงโทษอย่างไรก็แก้ไม่ได้ เลยมาศึกษาดูว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากจิตใจ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องมาแก้ที่จิตใจ ด้วยกติกาที่ว่า ปัญหาการลักขโมย หากเป็นเยาวชนอายุน้อย ๆ ก็จะดำเนินการด้วยการให้ออกไปแสวงบุญ (ดะห์วะ) เป็นระยะเวลา 3 วัน หรือถ้ายังไม่พอก็ให้ออกไปถึง 40 วัน เพื่อให้เด็กที่นิยมทางวัตถุมามีคุณธรรม จริยธรรม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อยากได้ของคนอื่น มีจิตสำนึกรับรู้บาปบุญคุณโทษ ในขณะเดียวกันทางผู้นำศาสนา ก็ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับลูกบ้านในการบังคับใช้กฎกติกาอีกด้วย เพราะว่าคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความศรัทธาในหลักของศาสนาแล้ว จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ดี และคดีอาชญากรรมก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
 
นายสาอารี มะโย๊ะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.บุดี กล่าวว่า ในส่วนของการปกครองและดูแลความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้าน ได้แบ่งเขตพื้นที่ความรับผิดชอบเป็นโซน ทั้งหมด 4 โซน ในแต่ละโซนจะมีผู้รับผิดชอบ 6 คน เป็นผู้แทนจาก ผู้นำศาสนา ชรบ. อรบ. และ อบต. โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) ทำหน้าที่หัวหน้าชุด หากมีเหตุการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ หัวหน้าชุดจะต้องรายงานเหตุ การณ์มายังผู้ใหญ่บ้าน หรือ นายก อบต. หรืออิหม่ามโดยด่วน เพื่อได้ประชุมหารือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่ต่าง ๆ ของหมู่บ้านจะมีสมาชิกแจ้งเหตุหรือที่เรียกว่าตาสับปะรดคอยสอดส่องดูแลอีกทางหนึ่ง เมื่อมีเหตุ ทาง ชรบ. อรบ. จะเข้าไปตรวจสอบทันที พร้อมประสานพื้นที่ข้างเคียงในการสกัดกั้นตามเส้นทางอีกด้วย
 
ด้าน นายอับดุลเลาะ หะยีฮามะ คอเต็บ ประจำมัสยิดกำปงดาระ หมู่ที่ 8 ต.บุดี กล่าวว่า ตนเองมีความรู้สึกดีใจที่ทุกฝ่าย ทั้ง นายก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายศาสนา จับมือร่วมกันเพื่อพัฒนาหมู่บ้านให้เจริญก้าวหน้าและเป็นหมู่บ้านสันติสุขแบบยั่งยืน ตนเองขอยืนยันว่า ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่นำชุมชนให้เกิดสันติสุข เป็นชุมชน ที่เข้มแข็ง และศาสนาอิสลามสอนไว้ว่า ทุกคนต้องเคารพต่อผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำฝ่ายปกครอง อบต. หรือผู้นำศาสนา และที่ทุกฝ่ายที่ได้นำความคิดดี ๆ เพื่อมาพัฒนาหมู่บ้าน นั้น เป็นสิ่งที่ฝ่ายศาสนาต้องการมากที่สุด เพราะการพัฒนา สร้างมนุษย์ให้เป็นคนดี ซึ่งศาสนาได้บัญญัติว่าทุกคนต้องทำดี ทำดีต่อพระผู้เป็นเจ้า ทำดีต่อมนุษย์ด้วยกัน และทำดีต่อประเทศชาติ หากทุกคนเป็นคนดีแล้ว ปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่จะหมดไป
 
 การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการใช้ในทุกรูปแบบทั้งการทหาร การเมือง เรียกได้ว่าทุกฝ่ายได้ใช้กลยุทธ์ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ นานา ออกมาเกือบจะเทกระเป๋าแล้ว เช่นเดียวกับงบประมาณที่นำมาใช้ก็มากโขเช่นกัน แต่ถามว่ายุทธศาสตร์พระราชทานของในหลวงที่ว่า “เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา” เรามีความเข้าใจและนำไปใช้ในพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด ?!?.
 
 วันที่เผยแพร่  28 เม.ษ. 2551
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #275 เมื่อ: 29-04-2008, 02:06 »


ถามว่าปัญหาจะจบหรือไม่

ตอบว่าเรียกว่าจบได้ภายในหนึ่งปี

ที่จะเหลือเป็นพวก โจรกระจอก

คนมีอุดมการณ์ เขาหันมาพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญทันจังหวัดอื่นๆดีกว่า 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-04-2008, 02:10 โดย 999 » บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #276 เมื่อ: 30-04-2008, 00:18 »



น.ร.แห่ขอรับทุนพัฒนาชายแดนใต้ สกอ.ใจป้ำแถมให้ค่าใช้จ่ายส่วนตัว4,000บ.ต่อเดือน
 ผู้เขียน     -
 แหล่งข่าวหลัก     ข่าวสด
 คอลัมน์ข่าว     การศึกษา
 URL     http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TURObFpIVXdNVEk1TURRMU1RPT0=&sectionid=TURNeE5RPT0=&day=TWpBd09DMHdOQzB5T1E9PQ==
 เนื้อหา    ดร.สุรเดช จารุธนเศรษฐ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรรมการดำเนินการโครงการทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เปิดรับนักเรียนทุนโครงการนี้ตั้งแต่วันที่ 19-23 เม.ย. ที่ผ่านมา มียอดผู้สมัคร 3,032 คน แยกเป็นชาย 947 คน หญิง 2,085 คน ซึ่งนักเรียน จ.นราธิวาส สมัคร 936 คน ปัตตานี 894 คน ยะลา 632 คน สตูล 304 คน และสงขลา 266 คน โดยสมัครเข้าศึกษามหาวิทยาลัยรัฐ 1,783 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏ 799 คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 147 คน และมหาวิทยาลัยเอกชน 303 คน ขั้นตอนจากนี้จะตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครว่าตรงตามที่กำหนดหรือไม่ เช่น ต้องไม่มีสถานภาพเป็นนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาใด ไม่ติดโควตารับตรง และไม่ติดการคัดเลือกในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิชชั่นประจำปีการศึกษา 2551 เป็นต้น โดยจะประกาศผลวันที่ 13 พ.ค.นี้

ดร.สุรเดช กล่าวว่า ในการสมัครพบปัญหาที่ทำให้นักเรียนไม่สามารถสมัครได้ เช่น เอกสารหลักฐานการสมัครไม่ครบ ที่อยากจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยรัฐ แต่ไม่มีผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) หรือบางคนยังไม่จบการศึกษา ม.6 เนื่องจากติดศูนย์ หรือ ร. ก็จะขอสมัคร ขณะที่บางคนไม่มีภูมิลำเนาตามที่ประกาศจะขอสมัครเช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับสมัคร พร้อมชี้แจงว่าคุณสมบัติไม่ครบ ซึ่งนักเรียนก็เข้าใจ หากเปรียบเทียบผู้สมัครปี 2550 กับปี 2551 พบว่ามีผู้สมัครมากขึ้นเป็น 3 เท่า จากผู้สมัคร 900 คน เป็น 3,032 คน แสดงว่าการประชาสัมพันธ์ดีและคนในพื้นที่ให้ความสนใจโครงการนี้มากขึ้น โดยนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก และสกอ.จะมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวให้เดือนละ 4,000 บาท
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #277 เมื่อ: 02-05-2008, 00:13 »



สนธิกำลังรวบโจรใต้พร้อมของกลางจำนวนมาก
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   สยามรัฐ
 คอลัมน์ข่าว   ข่าวภูมิภาค
 URL   http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=108&nid=12975
 เนื้อหา  เมื่อวันที่ 1 พ.ค.51 เวลา 05.30 น.ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น ในพื้นที่  13  อำเภอ  19 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส รวม  60  จุดโดยการนำของ  พ.ต.อ.โชติ  ชวาลวิวัฒน์  รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส  พ.ต.อ.ชาญ  วิมลศรี รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส  พ.ต.อ.นันทเดช  ย้อยนวล  รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส  พ.ต.อ.สมพงษ์  ชิงดวง  รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส  พ.ต.อ.สมจิตร  นาสมยนต์  รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส มีรายละเอียดดังนี้

1 พ.ต.อ.บรรลือ  ชูเวทย์ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส  น.ท.บุญเกิด  มูละกัน ผบ.ฉก.นราธิวาส 33 พ.ต.ท.อาภากร  ลบบำรุง รอง ผกก.(ปป) สภ.เมืองนราธิวาส  พ.ต.ต.ปราโมทย์  แก้วขาว  สว.สป.สภ.นราธิวาส พ.ต.ต.วิเชียร  เกินกลาง  สว.สส.สภ.เมืองนราธิวาส น.ต.สุรศักดิ์  ศรีเผือก รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 33  ร.ต.ท.ผงเพชร  ทาซ้าย รอง สว.สส.สภ.เมืองนราธิวาส  ร.ต.ต.อาธร  โรจนะ รอง สว.สส.สภ.เมืองนราธิวาส  พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง     ปิดล้อมตรวจค้น กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ  ได้เข้ามาเคลื่อนไหว สามารถจับกุมผู้ต้องหายาเสพติด 1 รายพร้อมของกลาง.นายวาเห็บ  แวดอเลาะ พร้อมด้วยของกลาง

2 พ.ต.อ.ทองสุข  จรัลพงศ์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ประสานกับ พ.ท.รุ่งโรจน์  อนันตโท ผบ.ฉก.นราธิวาส 31  พร้อมกำลัง     ปิดล้อมตรวจค้น พบผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบ จำนวน  3  ราย           

          3   พ.ต.อ.จักรพร  แท่นทอง ผกก.สภ.ตากใบ  พ.ท.พงษ์สิทธิ์  ขจรกิตติภูมิ  ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 การตรวจค้นมีผู้ต้องสงสับ 3 ราย             

4  พ.ต.อ.กฤษณะ  สุขสมบูรณ์ ผกก.สภ.แว้ง พ.ต.ท.อภิสฤษฏ์  มณีโชติ  รอง ผกก.(ปป)สภ.แว้ง พ.ต.ต.จริต  ขามฝาด  สว.สป.สภ.แว้ง นำกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร  ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น หมู่บ้านเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบโดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทำการปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มบ้านเป้าหมายและกำหนดแผน ระดมกวาดล้างยาเสพติด เพื่อกดดันกลุ่มก่อความไม่สงบ ในพื้นที่ ผลการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด  จำนวน 6 ราย


5  พ.ต.อ.ขวัญดี  ฉิมพลี ผกก.สภ.สุไหงปาดี พ.ท.รุ่งโรจน์ อนันตโท ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 อพร้อมกำลัง     ปิดล้อมตรวจค้น กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ  ได้เข้ามาเคลื่อนไหว ในพื้นที่บ้านไอบาตู   จึงได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น   ได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ  1  ราย ผู้ต้องสงสัยตามหมาย พรก.กลุ่มก่อความไม่สงบ จำนวน 1 ราย และผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย   .นายโมสมา  บินสาและ  ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาส  ในฐานความผิด หลบหนีหมายทหาร          .นายนูวา  มาหะมะ  ผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ความมั่นคง     และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย คือ .นายรอสือลี  ฮา    นายสะตอปา  สะนิ           


6  พ.ต.อ.ปราบพาล  มีมงคล  ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก   พ.ต.ท.ภาคิน  ณ ระนอง  รอง ผกก.(ปป.) สภ.สุไหงโก-ลก พ.ต.ท.แวสาแม  สาและ รอง ผกก.(สส) สภ.สุไหงโก-ลก  พ.ท.พงษ์สิทธิ์  ขจรจิตติภูมิ ผบ.พัน.ร.ฉก.36 เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น เพื่อพิสูจน์ทราบ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและสนับสนุนทางด้านการเงินกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จำนวน 6 จุดควบคุมตัวผูต้องสงสัย  จำนวน 2 ราย 1.นายรอซดี  มะ  อายุ 36 ปี ตรวจ DNA  จึงควบคุมตัว เพื่อไปการซักถาม สอบประวัติเบื้องต้นต่อไป 2.นายกามารูเด็น  ซารอวี  อายุ 30 ปี  เป็นแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ สนับสุนด้านการเงิน โดยยึดเงินมาตรวจสอบ จำนวน 300,000 บาท เบื้องต้นต่อไป


7  พ.ต.อ.จำลอง  งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ พ.ต.ท.ธนาพล  มีชัย รอง ผกก.(สส.) สภ.บาเจาะพ.ต.ท.สุกิจ   ขำมาก รอง ผกก.(ปป) สภ.บาเจาะ น.ท.วรวุฒิ  ศิลป์ประกอบ ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 ปิดล้อมตรวจค้น กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ   พบเครื่องสนามพร้อมอุปกรณ์เดินป่า ของกลุ่มก่อความไม่สงบ


8  พ.ต.อ.จิรวุฒิ  ทิศเสถียร  ผกก.สภ.จะแนะ พ.ต.ท.พูนศักดิ์  เซ็งแซ่  รอง ผกก(ปป.) สภ.จะแนะ พ.ต.ท.มานิตย์  ยิ้มซ้าย รอง ผกก.(สส.) พ.ท.กานต์นาท  นิกรยานนท์ ผบ.ฉก.34  พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหายาเสพติด 1 รายพร้อมของกลาง.นายเปาซี  อาลี  อายุ  36 ปี               

 

9  พ.ต.อ.จิรวัฒน์  พยูงธรรม พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายปกครอง ปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ อ.ศรีสาคร ผลการปฏิบัติจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 ราย คือนายสูดิง  อาเกะ  อายุ 41 ปี ผ้ต้องหาตามหมายศาลคดี ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ของ สภ.ยะหา จ.ยะลา และตรวจยึด ใบระท่อม จึงควบคุมตัว เพื่อดำเนินคดี และขยายผลผู้ร่วมขบวนการตามกฎหมายต่อไป


 






บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #278 เมื่อ: 02-05-2008, 00:14 »



ตร.สอบเค้น 3 ผู้ต้องหาระเบิดรถ 191 
 ผู้เขียน   รอซิดะห์ ปูซู
 แหล่งข่าวหลัก   สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
 คอลัมน์ข่าว   ข่าวอิศรา
 URL   http://www.tjanews.org/cms/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=3478&Itemid=47
 เนื้อหา  หลังจากเกิดเหตุระเบิดรถยนต์191 มีตำรวจเสียชีวิตไปแล้ว 3 ราย เจ้าหน้าที่สามารถจับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 3 คน เผยหลักฐาน พบสารวัตถุระเบิดกระจายตามร่างกาย 
      วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ต.ท.อาคม บัวทอง สวญ.สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดบนถนนสายบ้านโคกขี้เหล็ก-จาเราะบองอ  ม.4 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี  ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต.บ้านโสร่งเสียชีวิต  3 นาย บาดเจ็บ 3  นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้  3  ราย   บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ และจากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์พบสารปนเปื้อนวัตถุระเบิดตามร่างกายทั้ง 3 คนจึงได้ควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิกจ.ปัตตานี เพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต  3 นาย  คือ   ส.ต.ท.ฐานพัฒน์  ชัยวิวัฒน์ ส.ต.ท.สายัญ  ยิ้มยก และ  ด.ต.ลภ  อุ่นรัตน์  จะมีการประกอบพิธีรดน้ำศพในวันนี้เวลา 15.00 น. ที่วัดนพวงษ์ศาราม อ.เมือง จ.ปัตตานี ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บยังคงรักษาตัวที่รพ.ศูนย์ยะลาอีก 1 ราย คือพ.ต.ต.ประพฤติ อุไรรัตน์  สวป.สภ.โสร่ง  บาดเจ็บที่ขา  ส่วน ส.ต.ท.อดิศักดิ์ สันติพงสธร และส.ต.อ.นิยาฮายา  อับดุลย์  แพทย์ได้อนุญาตให้กลับพักฟื้นที่บ้านได้

        ส่วนความคืบหน้าคดีที่คนร้ายยิงแล้วเผารถเจ้าหน้าที่หน่วยชลประทานปัตตานี โครงการสูบน้ำเพื่อพลังงาน เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บ 1 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วัลลพ จิตจำนงศ์อาสา ผกก.สภ.สายบุรี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้มีการปิดล้อมพื้นที่ ต.ตะบิ้ง จนกระทั่งเมื่อคืนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวที่สภ.สายบุรี เพื่อสอบสวนว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหรือไม่
 


บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #279 เมื่อ: 02-05-2008, 00:15 »



รวบ 3 แกนนำ 'อาร์เคเค' เตรียมป่วนตากใบปิดเทอม
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   ไทยรัฐ
 คอลัมน์ข่าว   หนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันนี้
 URL   http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=88145
 เนื้อหา  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้ามืดวันนี้ (1 พ.ค.)  เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร กว่า 500 นาย ปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย 8 แห่ง ในบ้านปลักปลา หมู่ที่ 5 ต.โฆษิต อ.ตากใบ และ บ้านปูโย๊ะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส สามารถจับกุม นายมะแอ บินอาลี ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน นายมะยากี เม๊าะมากอ และนายสิดิก อาลี แกนนำและสมาชิกกลุ่มอาร์เคเค  รวม 3 คน


จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาเข้ามาเคลื่อนไหว โดยแฝงตัวปะปนกับชาวบ้านในชุมชน เพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ อ.ตากใบช่วงปิดภาคเรียน ผู้ต้องหาทั้ง 3 มีประวัติลอบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 และวางระเบิดทหาร เมื่อต้นปีที่ผ่านมา   จึงควบคุมไปสอบสวนขยายผลที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี
 




บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #280 เมื่อ: 02-05-2008, 00:53 »



ขยันตรวจสอบ ตรวจค้น จับเป็นขยายผล

ตัดเส้นทางไม่ชอบธรรมทั้งมวล

เทคโนโลยี เชิงป้องกันต้องสูงกว่าระดับชาวบ้านมากๆ

แต่ที่สำคัญคือ เกลือเป็นหนอน ดังนั้น

สรุปว่า ต้องเน้นการข่าวและการตรวจป้องกันทุกชนิดมากๆไว้ก่อน และต้องทำอย่างต่อเนื่องสนธิทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน


การเมืองภาครัฐ ต้องดูอยู่ห่างๆ


บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #281 เมื่อ: 03-05-2008, 21:37 »


ฝ่ายข่าวกรอง ต้องไม่มองแค่ว่าเป็นเรื่องจริง แต่ต้องเข้าใจยุทธศาสการข่าวด้วย

ปัญหาการก่อการ้าย มันก็จะทำได้ยาก แต่ปัญหาของไทยเราในสามจังหวัดภาคใต้

ผมว่าเกิดจากคนต่างถิ่น ไปแหย่พวกที่เขาดุหน่อยไม่ยอมให้ข่มเหง จนเป็นปัญหาเรื้อรัง

เกิดตะกอนความเกลียดชังกันรุนแรง นี่ดีว่าต่างชาติไม่ผสมโรงด้วยจริงจัง ไม่อย่างนั้นไทยเราอาจะเสียอธิปไตยในดินแดนบาส่วนไปแล้วก็ได้..


สรุปว่าคนไทยต้องหูหนักๆ และไม่หมกมุ่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากจนเกินไป แม้แต่เรื่องการเมืองหรืออำนาจก็ตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-05-2008, 21:45 โดย 999 » บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #282 เมื่อ: 05-05-2008, 00:49 »





VIS มีนาคม 51 : ‘เงียบแต่ไม่นิ่ง’ เหตุการณ์รุนแรงต่ำที่สุดในรอบ 15 เดือน
http://www.deepsouthwatch.org/index.php?l=content&id=243
ฐานงานวิจัย DSW | 2551-05-02 22:44:50
 พิมพ์ข่าวหน้านี้
 
 ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

รายงานสถานการณ์การเฝ้าระวังการบาดเจ็บจากความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Violence-related Injury Surveillance - VIS) สรุปเหตุการณ์ในช่วงเดือนมีนาคม 2551 ที่ผ่านมาว่า มีเหตุการณ์ความรุนแรงจำนวน  44 ครั้ง มีจำนวนผู้บาดเจ็บ 148 ราย อัตราการบาดเจ็บ 4.4 ต่อแสนประชากรต่อเดือน มีจำนวนผู้เสียชีวิต 33 คน อัตราตาย 1 ต่อแสนประชากรต่อเดือน อัตราป่วยตาย (case fatality rate - CFR) ร้อยละ 22.3 มีจำนวนผู้ได้รับผลกระทบในครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 134 คน

โดยเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ในเดือนมีนาคม 2551 ถือได้ว่าต่ำที่สุดในรอบ 15 เดือนนับตั้งแต่ดำเนินการจัดทำระบบเฝ้าระวังฯ

เมื่อพิจารณาสัดส่วนของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเดือนมีนาคม 2551 ที่ผ่านมาพบว่ากระจายตัวอยู่ในพื้นที่รอบนอก คือ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา มีจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด รองลงมาคือ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา, อำเภอเมือง, อำเภอยะรัง และ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ด้านสาเหตุการบาดเจ็บและตาย ส่วนใหญ่ยังคงมีสาเหตุมาจากวัตถุระเบิดและปืน โดยสถานที่เกิดเหตุหลักยังคงเป็น ถนน-ทางหลวง และบ้านหรือที่อาศัยส่วนตัว


 


บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #283 เมื่อ: 05-05-2008, 22:33 »



ในด้านตรวจค้นจับกุม ขณะนี้ต้องมุ่งไปที่ประเด็นอาวุธ ทั้งปืนและสิ่งที่สามารถนำไปทำระเบิดได้ทุกชนิด

ก็ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ในด้านความรุนแรงครับ ปล่อยให้พวกนี้ควงมีดไปก่อน
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #284 เมื่อ: 05-05-2008, 22:34 »


ระบบส่งข้อมูลติดขัด ก็คงไว้ข้อความเดียวครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2008, 22:37 โดย 999 » บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #285 เมื่อ: 06-05-2008, 20:26 »



การก่อการร้ายยุคใหม่ มันจะมาพร้อมกับข้อมูลข่าวสาร

แล้วก็สร้างความแตกแยกวุ่นวายภายในชาติได้มากกว่า

ชาวบ้านเป็นเหยื่ออีกตามเคยครับ และข่าวก็บิดเบือนกันได้ง่าย

โดยอาศัยพื้นความเชื่อเดิมของผู้รับสื่อ
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #286 เมื่อ: 08-05-2008, 11:30 »

เร่งซ่อม เสาไฟฟ้า 3 จว.ใต้
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   ข่าวสด
 คอลัมน์ข่าว   ข่าวหน้า 1
 URL   http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXhNREE0TURVMU1RPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHdOUzB3T0E9PQ==
 เนื้อหา  การไฟฟ้าฯระดมเก็บกู้เสาไฟที่นราธิวาส หลังถูกโจรใต้ลักลอบถอดนอตจนล้มระเนระนาด ทำให้ไฟดับทั้งเมือง ท่ามกลางทหาร ตำรวจครึ่งร้อยคอยดูแลความปลอดภัย จากนั้นจะเก็บกู้เสาไฟฟ้าที่ยะลา และปัตตานี พร้อมประสานขอกำลังทหาร ตำรวจดูแลคุ้มกันเสาไฟฟ้า หวั่นคนร้ายลักลอบก่อเหตุซ้ำ ที่ยะลาคนร้ายประกบยิงลูกจ้างโรงไม้ยางพาราตายต่อหน้าเมียลูก ระหว่างขี่จยย.ไปทำงาน ส่วนที่นราธิวาส พบระเบิดบรรจุกล่องเหล็กซุกซ่อนไว้ในป่าละเมาะ ชาวบ้านมาพบก่อนแจ้งจนท.เก็บกู้ได้ทัน

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 7 พ.ค. ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บนถนนสายยะลา-วังพญา หมู่ 7 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา จึงแจ้งให้พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผกก.สภ.เมืองยะลา ทราบ จากนั้นพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กวข 655 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ในพงหญ้าข้างทาง พบศพนายวิชัย ศรีงาม อายุ 40 ปี ลูกจ้างโรงไม้ยางพาราไสว บ้านโสร่ง ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่หน้าอก 1 นัด และที่เอว 1 นัด

จากการสอบสวนนางแมะ ตะเละ อายุ 39 ปี ภรรยาของนายวิชัย ทราบว่า ขณะที่นายวิชัยขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก จะไปทำงานที่โรงไม้ มีตนและด.ช.ชาญชัย ศรีงาม อายุ 4 ปี ลูกชายนั่งซ้อนท้ายไปด้วย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ประกบและยิงนายวิชัย 2 นัด ก่อนหลบหนีไป

ส่วนที่ จ.นราธิวาส วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. พ.อ.จตุพร กลัมพสุต ผบ.กรมทหารพราน 45 เปิดเผยว่า จากการขยายผลการจับกุมผู้ก่อความไม่สงบในระดับปฏิบัติการ ชื่อนายนัสรี มือลี ทำให้ทราบว่าผู้ก่อความไม่สงบจัดตั้งค่ายลับสำหรับฝึกอาวุธให้แก่กองกำลังบนเทือกเขาตะเว ตั้งอยู่บนบริเวณรอยต่อของป่าดงดิบ ในเขต อ.สุไหงปาดี เจาะไอร้อง จะแนะ และสุคิริน จ.นราธิวาส ทาง ฉก.3 นราธิวาส จึงมอบหมายให้ ฉก.กรมทหารพราน 45 และ ฉก.นราธิวาส 31 เปิดยุทธการตะวันเบิกฟ้า เริ่มระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 17 ก.พ. และระยะที่ 3 เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ในชื่อว่า "พิทักษ์นรา 06" ประกอบด้วยกำลังจากกองทัพอากาศ กองทัพเรือ ตำรวจ นปพ.ภ.จว.นราธิวาส และตชด.ที่ 14 ออกกวาดล้างพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งควบคุมตัวผู้ต้องหาที่มีหมายจับได้ 13 ราย

ต่อมาพบฐานที่มั่นของผู้ก่อความไม่สงบตั้งอยู่บนเขาตะเว สูงจากระดับน้ำทะเล 930 เมตร ใช้เวลาเดินทางทางอากาศจากค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง นานกว่า 30 นาที โดยจุดที่พบเป็นพื้นที่ภูเขาสูง มีสนามสำหรับฝึกอาวุธ เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ถ้ำโดยรอบ 3 แห่ง กว้างประมาณ 1 เมตร และลึกประมาณ 3 เมตร มีห้องบังคับบัญชาสั่งการ ห้องละหมาด สถานที่ประกอบอาหาร หลุมฝังวัสดุสิ่งของ มีโรงเรือนปลูกสร้างชั่วคราว 5 หลัง ของกลางที่ตรวจค้นและยึดได้ ได้แก่ ยุทธภัณฑ์ 38 รายการ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์และสิ่งของที่ใช้ในการดำรงชีพ อาหาร น้ำดื่ม เอกสารปลุกระดมภาษายาวี และหนังสือพิมพ์รายวัน โดยเฉพาะเสื้อยืดที่มีรายชื่อนักการเมืองในพื้นที่ และเสื้อแจ๊กเกตที่มีตราสัญลักษณ์ของหน่วยทหารของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคาดว่าจะเป็นครูฝึกการสังหารบุคคลที่มีความชำนาญจากประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับค่ายนี้รองรับกำลังคนได้ไม่น้อยกว่า 60 คน รองรับการใช้งานได้นาน

สำหรับการตรวจพบและทำลายฐานฝึกอาวุธของผู้ก่อความไม่สงบบนเทือกเขาตะเวครั้งนี้ ทำลายที่มั่นของหน่วยรบในเขต จ.นราธิวาสได้อย่างราบคาบ ส่งผลให้กองกำลังในเขตพื้นที่อื่นๆ ถูกกวาดล้างและสลายลงไปด้วย โดยแผนปฏิบัติการครั้งนี้จับกุมแกนนำได้ 24 คน เสียชีวิต 1 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย และยึดอาวุธปืน วัตถุระเบิด วิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์ประกอบระเบิดได้กว่า 300 รายการ ไม้ซุง 87 ท่อน และไม้แปรรูป 1,200 แผ่น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในความพยายามของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่จะสถาปนาสันติสุข ด้วยสันติวิธีให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างแน่นอน

เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.ต.ประทีป สุขสาร สารวัตรเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบวัตถุต้องสงสัยซุกไว้ในบริเวณป่าละเมาะริมถนนในหมู่บ้านบาดง หมู่ 6 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ พ.ต.ต.ฉลอง คงอินทร์ สว.นปพ.จ.นราธิวาส พ.ต.ต.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และนายสายัณห์ ชนะชัยวงศ์ นายอำเภอบาเจาะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล ภายในมีสายไฟฟ้าสีฟ้า ยาว 100 เมตร จำนวน 1 ขดซุกซ่อนไว้ภายในกระเป๋าด้วย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าระเบิดดังกล่าวอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าวอย่างละเอียด พบว่าคนร้ายใช้กิ่งไม้ทำเป็นสัญลักษณ์เครื่องหมายกากบาท ผูกไว้ที่ต้นไม้ริมถนน ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เพื่อจะใช้เป็นจุดนำระเบิดมาฝังไว้บนถนน เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ที่มักใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ แต่โชคดีที่ช่วงคืนที่ผ่านมาฝนตกลงมาอย่างหนัก คนร้ายไม่สามารถนำระเบิดมาฝังไว้ได้ จึงซุกซ่อนไว้ในป่าละเมาะ เพื่อจะนำไปฝังดักสังหารเจ้าหน้าที่ในวันนี้ แต่ชาวบ้านพบก่อน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาเก็บกู้ไว้ได้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล รองผวจ.นราธิวาส เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่และอาศัยอยู่ในพื้นที่ 11 อำเภอของ จ.นราธิวาส ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 113 ราย เป็นเงิน 14,348,485 บาท

จากนั้นเวลา 14.30 น. นายนิพนธ์ พร้อมด้วยพ.ต.อ.โชติ ชวาลวิวัฒน์ รองผบก.ภ.จว.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเดินทางไปอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนายคณิต รัตนากรกุล ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการการไฟฟ้าภาคใต้ และพนักงานการไฟฟ้า รวม 50 คน นำเครื่องกลหนัก ประกอบด้วยรถเครน รถแบ๊กโฮรวม 3 คันเข้าซ่อมแซมโครงเหล็กของเสาไฟฟ้าแรงสูง 2 ต้นที่โค่นล้มอยู่ในป่าพรุ หลังหมู่บ้านตะโละมีญอ ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เมื่อกลางดึกวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยถอดน็อตโครงเหล็กที่ตอม่อ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันเดียวกัน

ด้านนายคณิตเปิดเผยว่า ชาวนราธิวาสจะมีกระแสไฟฟ้าใช้ปกติทั้งจังหวัด ประมาณเวลา 12.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่สำคัญพบว่ากลุ่มคนร้ายลักลอบถอดน็อตในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จนเสาโครงเหล็กของไฟฟ้าแรงสูงโค่นล้มทั้งสิ้น 10 ต้น ที่นราธิวาส 2 ต้น ยะลา 6 ต้น และปัตตานี 2 ต้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อเก็บกู้เสาไฟฟ้าแรงสูงที่ จ.นราธิวาสแล้วเสร็จจะถอนกำลังไปเก็บกู้เสาไฟฟ้าแรงสูงใน จ.ยะลา และปัตตานีต่อไป คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเวลา 10 วัน เรื่องดังกล่าวนี้จะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ทางการที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก

นายนิพนธ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนี้ทำหนังสือไปยังนายอำเภอทั้ง 13 อำเภอเพื่อขอความร่วมมือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดชรบ. เพื่อจัดกำลังหมุนเวียนในการดูแลความปลอดภัยเสาไฟฟ้าแรงสูงที่พาดผ่านในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้กลุ่มคนร้ายแฝงตัวเข้าไปก่อเหตุซ้ำ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของจังหวัด ทั้งการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้ประกอบการโรงแรม ไปแล้วในระยะเวลา 2-3 วันไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #287 เมื่อ: 09-05-2008, 18:58 »



ชื่อเรื่อง   ปัตตานี - ทหาร 3 จ.ใต้แจกใบปลิวประณามคนร้ายถอดน๊อดเสาไฟ
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   โทรทัศน์ช่อง 3
 คอลัมน์ข่าว   ข่าวภูมิภาค
 URL   http://www.becnews.com/data/regional.html#50
 เนื้อหา  กอ.รมน.ทำใบปลิวให้ตามจุดตรวจแจกต่อประชาชน ประณามคนร้ายถอดน๊อดเสาไฟฟ้า ทำให้ชาวบ้าน
เดือดร้อนไฟดับ



วันที่ 9 พค. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า และกองบัญชาการผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร ได้ทำเอกสารใบปลิวแจกจ่ายตามด่านจุดตรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมีข้อความเป็นภาษาไทย และ
ภาษายาวี ประณามการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบที่ลอบถอดน็อตเสาไฟฟ้าแรงสูงหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัด
ชายแดนใต้ จนทำให้พี่น้องประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนลูกหลานจะท่องคัมภีร์อัลกุรอาน หรือหนังสือเรียน
ยามค่ำคืนก็ไม่สามารถทำได้ จึงขอให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันประณามต่อการกระทำที่สิ้นคิดในครั้งนี้




พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือทุกคนที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้แนวเสาไฟฟ้าฟาดผ่าน หรือพบเห็นเหตุผิดปกติให้ช่วยกัน
ดูแลปกป้อง หรือแจ้งโทรศัพท์ที่ 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง 

 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #288 เมื่อ: 10-05-2008, 13:00 »



ชื่อเรื่อง   หมักได้ฤกษ์วันนี้ ลงพื้นที่ไฟใต้
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   ข่าวสด
 คอลัมน์ข่าว   ข่าวหน้า 1
 URL   http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPVEV3TURVMU1RPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHdOUzB4TUE9PQ==
 เนื้อหา  ยะลาหวิดมืดอีก! ถอดนอตเสาไฟฟ้า



"หมัก"ได้ฤกษ์ลงใต้วันนี้ นั่งเครื่องลงที่หาดใหญ่ก่อนต่อเฮลิคอปเตอร์ไปปัตตานี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ-ทหาร"ชวน"กรีดอาสามาเป็นรัฐบาลแล้วต้องกล้าไปดูแลความทุกข์-สุขของพี่น้อง3จังหวัด หวั่นชาวบ้านหนีออกจากพื้นที่หมดจะแก้ปัญหาลำบาก ที่ อ.เทพาเอ็ม-16ยิงถล่มส.อบจ.สะบ้าย้อยดับสยอง ส่วนลูกชาย 2 คนบาดเจ็บสาหัส ระบุผู้ตายเป็นแกนนำป่วนใต้ ที่กรงปินังพบโจรถอดนอตเสาไฟฟ้าแรงสูงถึง 8 ต้น โชคดียังไม่โค่น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 พ.ค. ร.ต.ท. ชานนท์ นวลนิ่ม ร้อยเวรสภ.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดเหตุยิงกันบนถนนสายลำไพล-สะบ้าย้อย พื้นที่ หมู่ 11 ต.ลำไพล อ.เทพา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ภายหลังได้รับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จอดเสียหลักอยู่ข้างทาง สภาพรถที่กระจกทั้ง 3 ด้านถูกกระสุนปืนจนแตกละเอียด ตัวถังรถมีรอยกระสุนปืนเจาะหลายรู ภายในรถพบศพนายหามะ ดอเลาะ อายุ 48 ปี อดีตส.อบจ.เขตอำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 ต.ทุ่งพอ อ.สะบ้าย้อย เสียชีวิตอยู่ตรงที่นั่งคนขับ สภาพศพถูกยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัวหลายนัด นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ทราบชื่อคือนายไฟซอล ดอเลาะ อายุ 18 ปี และ ด.ช.นูรูอิสซาน ดอเลาะ อายุ 12 ปี บุตรชายนายหามะ ถูกกระสุนปืนเข้าที่แขนและลำตัวอาการสาหัส เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง ร.พ.สะบ้าย้อย ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม-16 ตกอยู่ 22 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนาย หามะขับรถคันดังกล่าวกลับจากทำธุระที่อ.หาด ใหญ่ พร้อมลูกชายทั้งสองคน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถยนต์กระบะสีดำแบบตอนเดียว ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน แซงขึ้นมาประกบ จากนั้นคนร้ายที่นั่งอยู่กระบะท้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม-16 กระหน่ำยิงจนรถของผู้ตายเสียหลักจอดข้างทาง กระสุนถูกนายหามะเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกชายทั้ง 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับสาเหตุของการสังหารครั้งนี้ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และการเมืองท้องถิ่น ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ออกติดตามจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ต่อไป สำหรับนายหามะทางฝ่ายการข่าวระบุว่าเป็นแกนนำระดับสั่งการของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

พ.ต.อ.เอกกฤต วิริยะภาพ ผกก.สภ.กรงปินัง จ.ยะลา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบถอดหมุดเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ จ.นราธิ วาส ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกับทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 13 กระจายกำลังตรวจสอบเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ อ.กรงปินังทั้งหมด ภายหลังการตรวจสอบก็พบว่ามีเสาไฟฟ้าแรงสูงถูกคนร้ายถอดนอตยึดเสาแล้ว 8 ต้น โชคดีที่ไม่ได้โค่นล้มเสียหายแต่อย่างใด หลังจากตรวจพบก็ได้ซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว จากนี้จะประชุมร่วมกับนายอำเภอกรงปินัง รวมทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ใกล้แนวเสาไฟแรงสูง เพื่อวางมาตรการในการดูแล รวมทั้งประสานกับทหารจากหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 13 ลาดตระเวนดูแล สังเกตความผิดปกติของเสาไฟฟ้าด้วย ในครั้งนี้ถือว่าเป็นความโชคดีที่ตรวจพบได้ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯและรมว.กลาโหม มีกำหนดจะเดินทางไปสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการทหารตำรวจและประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเดินทางไปถึงสนามบินหาดใหญ่ในเวลา 07.30 น.วันที่ 10 พ.ค. จากนั้นจะขึ้นเฮลิคอป เตอร์ไปยังชุมชนต่างๆในพื้นที่จ.ปัตตานี เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือ ปัญหาภาคใต้ แม้จะมีฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่ แต่โดยหน้าที่ของรัฐบาลต้องดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย วันนี้ปัญหาภาคใต้ก็ยังมีอยู่ ความ***มโหดยังไม่เปลี่ยนและมากขึ้นกว่าเดิม เช่นเหตุการณ์หลังสุดที่ใช้วิธีตรึงกับถนนเหมือนการตรึงกางเขน ซึ่งสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นยกเว้นคนในพื้นที่หรือคนที่ติดตามคือประชาชนย้ายออกนอกพื้นที่ ในระยะยาวถ้าประชาชนโดยเฉพาะชาวพุทธย้ายออกหมด เหลือแต่พี่น้องชาวมุสลิม การแก้ไขปัญหาจะยากขึ้น เพราะความหลากหลายมีส่วนช่วยทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้อย่างดีมาตลอด

"เข้าใจว่าความกลัวของรัฐมนตรีหลายท่านที่ไม่กล้าลงไปในพื้นที่ เป็นความกลัวโดยธรรมชาติ ของมนุษย์ แต่เมื่ออาสาเข้ามารับผิดชอบแล้วก็ต้องตัดความกลัวออกไป ต้องมีความกล้า เหมือนเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ เมื่อเขาสวมเครื่องแบบและได้รับมอบหมายก็ไม่มีสิทธิ์กลัว เพราะหน้าที่คือลงไปรับผิดชอบในพื้นที่ คิดว่าคนที่มารับผิดชอบทางการเมืองก็เช่นเดียวกัน" นายชวนกล่าวและว่า การแก้ปัญหาในภาคใต้ เราหนีไม่ได้ ต้องเผชิญความจริงและยอมรับความจริงว่าพลาดอย่าง ไร โดยไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ขึ้นมา พร้อมลดเงื่อนไขเดิมให้น้อยลงไป

เมื่อถามว่าตรงนี้จะเป็นสัญญาณทำให้ความพยายามที่คนบางกลุ่มอยากจะแบ่งแยกดินแดนออกไปเป็นไปได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า คนที่คิดร้าย คิดแบ่งแยกนั้นมีจริงๆ มีมานานแล้ว ไม่ ใช่เพิ่งมี แต่ไม่มากนักไม่ถึงขั้นจะเกิดเหตุร้ายอย่างนี้ ถ้านโยบายไม่พลาดแต่พอนโยบายพลาดบ้านเมืองก็เซไปเลย ถือว่าน่าเป็นห่วงแต่เราต้องหวังว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แก้ได้ เพราะสาเหตุไม่ใช่เกิดจากธรรมชาติ ไม่เหมือนพายุไซโคลนหรือสึนามิ แต่เกิดจากคนเป็นผู้สร้างปัญหา ดังนั้นถึงจะยากแต่ก็แก้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องใช้เวลานานถึง 20 ปี อย่างที่นายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวไว้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ถ้าทุกคนทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ตนไม่คิดว่าจะต้องใช้เวลานานถึงขนาดนั้น เพราะสาเหตุเกิดจากความผิดพลาดของคน
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #289 เมื่อ: 10-05-2008, 19:33 »



ก็ขอบคุณท่านนายกฯ คิดว่าในยุคสมัยของท่าน

ฝนคงตกได้ทั่วฟ้ากว่าหลายๆยุคสมัยที่ผ่านมา


เรื่องร้ายๆก็ให้เกิดกับคนร้ายละกันครับ.. อย่างน้อยก็ให้คนเหล่านั้นเป็นหมันสูญพันธุ์ไปให้หมด
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #290 เมื่อ: 11-05-2008, 07:09 »

ชื่อเรื่อง  เตือนแผน"แผ่นดินมืด-ท่วมเมืองสมัครลุยชายแดนใต้ครั้งแรก
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   มติชน
 คอลัมน์ข่าว   เซกชั่น ข่าวหน้า 1
 URL   http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0114100551&day=2008-05-10§ionid=0101
 เนื้อหา  เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม หน่วยข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ได้แจ้งเตือนให้กองกำลังหน่วยงานราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์จากปฏิบัติการการก่อเหตุร้ายของกลุ่มอาร์เคเค ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต จะใช้แผน "แผ่นดินมืด น้ำท่วมเมือง" โดยการก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้า สายส่ง ไฟฟ้าแรงสูง รวมทั้งสายส่งหม้อแปลงในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้กองกำลังก่อวินาศกรรมได้ถอดน็อต ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มไปแล้วกว่า 20 ต้นใน จ.ยะลา จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นการทดลองก่อวินาศกรรม เพื่อดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

กลุ่มอาร์เคเค กำหนดแผน "น้ำท่วมเมือง" คือหลังจากที่ทำให้ไฟดับมืดทั้งเมือง ก็จะก่อวินาศกรรมแหล่งน้ำ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งในพื้นที่ จากนั้นจะเข้าซุ่มโจมตีหน่วยงานที่สำคัญในพื้นที่พร้อมๆ กัน จึงขอให้หน่วยงาน พลเรือน ตำรวจ ทหาร เตรียมพร้อมในการตอบโต้ และรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน

สำหรับแผน "แผ่นดินมืด น้ำท่วมเมือง" เป็นหนึ่งในแผนบันได 7 ขั้น ของขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต ที่เจ้าหน้าที่ทหารค้นพบในบ้านพักของนายมะแซ อุเซ็ง ผบ.กองกำลังติดอาวุธของขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต

วันเดียวกัน พ.ต.อ.เอกกฤต วิริยะภาพ ผกก.สภ.กรงปินัง จ.ยะลา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบถอดน็อตเสาไฟฟ้าแรงสูงใน จ.นราธิวาส จึงสั่งการให้ตำรวจประสานงานกับทหารกระจายกำลังตรวจสอบเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ อ.กรงปินัง ทั้งหมด พบว่าถูกถอดน็อตยึดเสาแล้ว 8 ต้น แต่โชคดีที่เสาไฟฟ้าแรงสูงทั้ง 8 ต้น ไม่ได้โค่นล้ม และซ่อมแซมแล้ว หลังจากนี้จะประชุมร่วมกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่อยู่ใกล้แนวเสาไฟแรงสูง เพื่อวางมาตรการดูแล

ขณะที่ พ.ต.อ.โชติ ชวาลวิวัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เดินทางไปยังสำนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จ.นราธิวาส บ้านปลักปลา หมู่ 7 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส เพื่อแจ้งให้ทราบถึงมาตรการการดูแลความปลอดภัยแก่เสาไฟฟ้าแรงสูงที่พาดผ่าน จ.นราธิวาส รวม 428 ต้น โดยแบ่งพื้นที่ให้ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าลาดตระเวนดูแล ส่วนในพื้นที่ป่าเขาให้ทหารนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินลาดตระเวนดูแล

พ.ต.อ.โชติกล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธสงครามบุกยิง ด.ต.อุสมานสาและ ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และ ส.ต.ต.ซัมรี ดาโอ๊ะ เสียชีวิตเหตุเกิดวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดออกหมายจับ 4 คน และจับตัวได้แล้ว 2 คน คือนายอาแซม มะโล๊ะ อายุ 35 ปี และนายอับดุลรอซัค สะแลแม อายุ 31 ปี

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งแรกนับจากรับตำแหน่ง

ส่วนเหตุการณ์ความไม่สงบที่ จ.ปัตตานีนั้น เกิดขึ้นเวลา 19.00 น. พ.ต.ท.นรัตน์ เทพเฉลิม รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งยางแดง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ทำการองค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) พิเทน หมู่ที่ 4 บ้านบือจะ ต.พิเทน จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรถดับเพลิง 3 คัน เข้าไปที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าคนร้ายได้ทิ้งตะปูเรือใบไว้บนถนนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องกวาดทิ้งข้างทางก่อนเดินทางไปที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้นล่างของอาคาร เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงระงับเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบเป็นอาคารปูน 2 ชั้น ต้นเพลิงอยู่ชั้นล่าง ทำให้อุปกรณ์สำนักงาน เอกสาร ถูกเผาเสียหาย

ต่อมาเวลาไล่เลี่ยกัน เกิดเพลิงไหม้ที่ทำการ อบต.น้ำดำ หมู่ที่ 2 ต.น้ำดำ นำกำลังเข้าไประงับเหตุ พบไฟกำลังลุกอาคารด้านใน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบเป็นอาคารปูนชั้นเดียว เพลิงได้เผาอุปกรณ์ โต๊ะเก้าและเอกสารเสียหายหมด เจ้าหน้าที่เชื่อเหตุเพลิงไหม้ทั้ง 2 แห่ง สาเหตุมาจากคนร้ายพยายามสร้างสถานการณ์
 
 วันที่เผยแพร่  10 พ.ค. 2551
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #291 เมื่อ: 12-05-2008, 12:29 »



ชื่อเรื่อง     นายกฯลุยจว.ใต้ครั้งแรกชื่นมื่น นราฯค้น84จุดจับ8ต้องสงสัย
 ผู้เขียน     -
 แหล่งข่าวหลัก     มติชน
 คอลัมน์ข่าว     เซกชั่น ข่าวหน้า 1
 URL     http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0107110551&day=2008-05-11&sectionid=0101
 เนื้อหา    

นายกฯนำทีมลงภาคใต้ครั้งแรก พบปะผู้นำศาสนา ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริ บอกดีใจทุกฝ่ายสานต่อโครงการ นำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาใช้แก้ปัญหาจนได้ผล ให้ผู้หลงผิดหยุดก่อเหตุวุ่นวาย เข้ารายงานตัวร่วมเสริมสร้างสันติสุข ทหาร-ตร.นราธิวาสปูพรมค้น 84 จุดทั่วจังหวัด จับ 8 ผู้ต้องสงสัย มีผู้ต้องหายิง 2 ตำรวจดับในหน่วยเลือกตั้งรวมอยู่ด้วย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางลงไปรับทราบปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งแรก หลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 10 พฤษภาคม นายสมัครพร้อมด้วยนายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และนายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 1231 ออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งนายสมัครได้พยายามหลบเลี่ยงการพบกับสื่อมวลชนที่มารอทำการสัมภาษณ์ โดยเมื่อลงจากรถยนต์ส่วนตัวได้เดินเข้าอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานดอนเมืองทันที

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสมัครต้องการลงพื้นที่ภาคใต้มาตั้งแต่ช่วงที่พรรคพลังประชาชนหาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีก็พยายามหาเวลาเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้อยู่ตลอด แต่ด้วยภารกิจของนายกรัฐมนตรีที่มีมากมายจึงยังไม่สะดวกที่จะเดินทางลงไปสักที การเดินทางไปครั้งนี้ได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคมแล้ว ไม่ได้เป็นการลงพื้นที่แบบเร่งด่วน เพียงแต่ว่าไม่ได้เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวทราบเท่านั้น

ต่อมานายสมัครพร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 ตามพระราชดำริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หมู่ 6 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา มี พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.) นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ให้การต้อนรับ

นายสมัครกล่าวว่า อยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยใกล้ชิดประชาชนให้มากขึ้น และอยากบอกกับผู้ที่กำลังหลงผิดและก่อเหตุสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะทุกฝ่ายต้องการความสงบสุข หากผู้ที่กำลังหลงผิดคิดเปลี่ยนใจก็สามารถเข้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่และร่วมกันเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่ได้

"การเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ ผมรู้สึกดีใจ อบอุ่นใจที่เห็นทุกฝ่ายดำเนินงานสานต่อโครงการพระราชดำริ และได้นำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาจนประสบผลสำเร็จ" นายสมัคร กล่าว

เวลา 10.00 น. นายสมัคร และคณะเดินทางไปร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จากนั้นเวลา 14.00 น. เดินทางต่อไปที่มัสยิดกลาง จ.ยะลา เพื่อเยี่ยมเยียนผู้นำศาสนาอิสลาม โดยมีนายอับดุลเราะแม เจ๊ะแซ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา มีอิหม่าม กรรมการมัสยิดพร้อมประชาชนต้อนรับ

นายสมัครกล่าวกับผู้นำศาสนาว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยรวมดีขึ้น เพราะประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือมากขึ้น รัฐบาลขอยืนยันว่าการแก้ปัญหายึดแนวทางสันติวิธีและน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแก้ปัญหา คือ เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายสมัครพร้อมคณะเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานดอนเมือง แต่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว โดยบุคคลใกล้ชิดนายสมัครกล่าวว่า นายสมัครจะเล่ารายละเอียดการเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ในรายการสนทนาประสาสมัครวันที่ 11 พฤษภาคม

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เพื่อประเมินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ โดยประเมินร่วมกันว่าหนทางที่ทำอยู่ยังน่าจะแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะเรื่องมวลชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงความร่วมมือของประชาชนโดยร่วมกับทางราชการในด้านการข่าวและเรื่องอื่นๆ ทำให้มองว่าเป็นหนทางที่น่าจะดีขึ้น ซึ่งการพยายามสร้างสิ่งบอกเหตุต่างๆ อย่างการล้มเสาไฟฟ้าหรือการพยายามวางเพลิง เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เห็นว่ามีความวุ่นวายในพื้นที่ เพื่อให้รับรู้มีความสามารถในการก่อความไม่สงบ แต่ฝ่ายรัฐได้พยายามหาวิธีการร่วมกับประชาชนเพื่อรักษาสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อย

"ขณะนี้ได้เน้นย้ำไปว่าให้ข้าราชการทุกฝ่าย รวมทั้งทหารที่ไปอยู่ใกล้ชิดประชาชนไปสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายและยากพอสมควร แต่จากการประเมินพบว่ากลุ่มคนที่บริสุทธิ์ยังมีอยู่มาก สำหรับการย้ายถิ่นฐานของชาวไทยพุทธในพื้นที่จะพยายามทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้และปัญหาน่าจะทุเลาลงแล้ว" พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางไปศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.กะลุวอ อ.เมืองนราธิวาส เพื่อเป็นสักขีพยานในการทำบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (เอ็มโอยู) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ ศอ.บต.ใน 2 โครงการ คือ โครงการข้าว เป็นเงิน 2.4 ล้านบาท และโครงการเลี้ยงแพะในสวนปาล์ม เป็นเงิน 19.6 ล้านบาท นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ยังเป็นประธานในการมอบใบอนุญาตสิทธิใช้ประโยชน์ที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้กับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 103 ราย ด้วย

นายสมศักดิ์กล่าวถึงข้อตกลงเอ็มโอยูว่า เพื่อพัฒนาให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้น โดยหลังจากทำข้อตกลงไปแล้ว ทุกหน่วยงานในสังกัดสามารถจะดำเนินงานได้ทันทีเพื่อให้เป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด ทั้งการพลิกฟื้นผืนนาร้างให้ได้ใช้ประโยชน์อีกครั้ง โดยเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือสูงมาก ทั้งเรื่องของการเกษตร การเพาะปลูกลองกอง รวมถึงยางพารา ขณะนี้เกษตรกรส่วนใหญ่หันมาปลูกปาล์ม จึงต้องการองค์ความรู้ที่นำไปพัฒนาด้านการเกษตรมากขึ้น ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบสุขเร็วขึ้น

ด้านสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเวลา 04.00 น. พล.ต.ธีระชัย นาควานิช ผบ.ฉก.นราธิวาส น.อ.นิเวศ บุตรศรี ผบ.ฉก.นาวิกโยธิน และ พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผบก.ภ.นราธิวาส สนธิกำลังกว่า 1,000 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 84 จุด ใน 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส โดยควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นแกนนำและแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบได้ 8 คน พร้อมของกลางเป็นยาเสพติด หม้อต้มใบกระท่อม และเงินสด หลายรายการ

โดยพื้นที่ สภ.บาเจาะ คุมตัวนายชัยณรงค์ นิลี อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนยิง ด.ต.อุสมาน สาและ และ ส.ต.ต.ซัมรี ดาโว๊ะ เสียชีวิตที่หน่วยเลือกตั้ง นายก อบจ.นราธิวาส ซึ่งก่อนหน้านี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน คือ นายอาแซ มะโร๊ะ และนายบัคราน แลนิ

พื้นที่ สภ.สุไหงโก-ลก ควบคุมตัวนายปาดือลี ดือราแม อายุ 30 ปี และนายมุฮ์ยี มาลากะ อายุ 34 ปี, พื้นที่ อ.ยี่งอ ควบคุมตัวนายเจ๊ะหะ หะสะรี อายุ 49 ปี, พื้นที่ สภ.แว้ง คุมตัวผู้ต้องหาคดีร่วมกันต้มยาเสพติดประเภทใบกระท่อม คือ นายมือดี ลิแจ อายุ 20 ปี และนายแวอัสรี อูเซ็ง อายุ 20 ปี, พื้นที่ สภ.เจาะไอร้อง คุมตัวนายนูรีซัม เจาะเลาะ อายุ 27 ปี ได้พร้อมของกลางยาบ้า 7 เม็ด และพื้นที่ สภ.ตันหยง อ.เมืองนราธิวาส คุมตัวนายรุสมัน อาลี อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 130 เม็ด และเงินสด 1,700 บาท

เวลา 07.30 น. ที่โรงเรียนศรีนคร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานตักบาตรทำบุญถวายสังฆทานพระภิกษุ 226 วัด ครั้งที่ 36 มีพระเทพวีราภรณ์ เจ้าคณะภาค 18 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ กิจกรรมครั้งนี้เป็นการรวมกันของกลุ่มชาวไทยใน อ.หาดใหญ่ คณะสงฆ์จังหวัดสงขลา ศูนย์กัลยาณมิตรนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และหาดใหญ่ จัดทำบุญถวายสังฆทานช่วยเหลือพระสงฆ์ 226 วัด ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องจากปัญหาความไม่สงบ ส่งผลกระทบต่อพระสงฆ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะวัดที่อยู่ห่างไกล ประชาชนไม่ค่อยจะกล้าเดินทางไปทำบุญ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงจัดกิจกรรมขึ้น มีประชาชนร่วมพิธีประมาณ 200 คน
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #292 เมื่อ: 12-05-2008, 16:04 »

 แหล่งข่าวหลัก     มติชน
 คอลัมน์ข่าว     เซกชั่น ข่าวหน้า 1
 URL     http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0110120551&day=2008-05-12&sectionid=0101
 เนื้อหา    "สมัคร"เผยลงใต้ไม่ได้สั่งอะไรเป็นพิเศษ จนท.ทำงานกันถี่ถ้วนอยู่แล้ว ชี้สถานการณ์ 3 จังหวัดค่อยยังชั่วขึ้น 4 อำเภอสงขลายังไม่มีโรคแทรกซ้อน นัดประชุม 14 พ.ค. จี้มหาดไทยลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน เล่าขากลับเจอเหตุตื่นเต้น แอร์บัสเจอหลุมอากาศสั่นรุนแรง ส่ายกระด็อกกระแด็กก่อนร่อนลงจอดดอนเมือง

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม
ถึงการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เป็นประธานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) รองประธาน กอ.รมน. คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จึงต้องไปดูแลรับผิดชอบ ในการเข้ามาบริหารบ้านเมือง หากมีโอกาสหรือถึงเวลาก็ไป แต่การไปของตนใครจะตำหนิก็แล้วแต่ แต่ไม่ควรออกข่าวล่วงหน้า เพราะไม่ต้องการเอาใครไปเป็นพรวน เจ้าหน้าที่เอาเฮลิคอปเตอร์มารับ อธิบายเส้นทางให้ดู ใช้เวลาไม่มาก โดยดูจากข้างบน ได้ดูเส้นทางการวางท่อก๊าช จากนั้นบินเข้า จ.ยะลา เหนือเขื่อนบางลาง ไปดูที่เกิดเหตุในหมู่บ้านที่ชาวบ้าน 200 คน 40 ครอบครัว มาโจมตีและฆ่ากันจนต้องหนีเข้าไปอยู่ที่วัดในอำเภอเมือง

"จากสันเขื่อนเข้าไป 11 กิโลเมตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ไม่ให้คนไทยทิ้งถิ่น ไม่ว่าพุทธหรืออิสลาม พระราชทานว่า จะต้องทำให้อยู่ให้ได้ ต้องเอาชนะ เราต้องอยู่ในแผ่นดินของเราให้ได้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ก็รับสั่งเข้าไปจัดการ ทำหมู่บ้านสันติ 2 ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่านี่แผ่นดินของเรา เราหนีไม่ได้ต้องอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่บังคับ แต่ทำให้เห็นให้มีความปลอดภัยแล้วเอากลับมา มีสุขศาลาอย่างดี มีพยาบาล ผสมกันพุทธร้อยละ 20 อิสลามร้อยละ 80 แต่ทำงานร่วมกัน เวลานี้ถ้าใครขายที่ เราต้องซื้อทันที ไม่อย่างนั้นถ้าคนอื่นมาซื้อจะมีปัญหา โดยวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ผมจะประชุมเป็นครั้งที่ 2 โดยกระทรวงมหาดไทยจะเข้าไป อยากให้กระทรวงมหาดไทยลงไป และเข้าไปถึงราษฎรใกล้ชิด" นายกฯกล่าว

นายสมัครกล่าวว่า สำหรับการเดินทางไปค่ายสิรินธร จ.ยะลา เยี่ยม 2 ส่วน 4 หน่วย จากที่ฟังรายงานแล้ว ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ทำกันถี่ถ้วน สถานการณ์นั้นในช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ขอใช้คำว่าค่อยยังชั่วขึ้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ค่อยยังชั่วขึ้น คือ โรคยังไม่แทรกตรง 4 อำเภอ แล้ววิธีใหม่ 6 เดือนที่ผ่านมา ในอดีตในระยะเวลา 1 เดือน จะมีการก่อเหตุใน 4 อำเภอ จ.สงขลา 20-30 ราย แต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เหลือเพียง 2 ราย แปลว่าค่อยยังชั่วขึ้น แต่ก็ไม่ได้ไปพูดจาดูหมิ่นดูแคลน ไม่ได้ไปท้าทาย เดี๋ยวมาล่อนายกฯเป็นต้นเหตุ แต่บอกว่า ถ้าเผื่อเลิกกันได้ ก็อยากจะขอว่าถอยเข้ามา มีวิธีการรองรับ กลับเข้ามาอยู่ด้วยกันอย่างสงบ มามอบตัว เห็นแล้วว่าก็พอเอาอยู่

"ฟังทั้งหมดแล้วก็ไม่ได้สั่งเสียอะไร ได้ข้อคิดมาจากตำรวจ อธิบายหมดว่า คดีความเป็นอย่างไร ฟังแล้วเข้าใจถึงสาเหตุ เมื่อรู้ถึงเหตุแล้ว แบบพระพุทธเจ้ารับสั่ง เราจะดับเหตุได้ แต่การดับเป็นเรื่องยาก ผมบอกว่าช้านิดหนึ่งไม่เป็นไร แต่ขอให้ดับและทำเข้าที่เข้าทาง ลดความถี่ต่างๆ ลงไป นอกจากนี้ยังได้เจอ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้รู้ว่านิติวิทยาศาสตร์เข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย มีการตรวจสอบ มีการจับกุมย้อนหลัง 1-3 ปี ศาลเชื่อเรื่องดีเอ็นเอ ลงโทษประหารชีวิตด้วย เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา มีการจับใหญ่ผู้ต้องหาปล้นปืนเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 เจ้าหน้าที่รู้หมดว่าอะไรเป็นอะไร และใช้วิธีนุ่มนวลในการดำเนินการ ผมได้ปรุงอาหารและตักเลี้ยงทหารด้วยเพื่อขวัญกำลังใจ แล้ววันข้างหน้าถ้ามีโอกาสจะต้องลงไปดูอีก จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร น่าจะถึงเวลาที่เหตุการณ์จะเรียบร้อยสักที สถานการณ์ดีขึ้น ขอให้กำลังใจตำรวจ ทหาร ที่ไปช่วยกันกอบกู้สถานการณ์บ้านเมือง" นายสมัครกล่าว

นายสมัครเล่าด้วยว่า หลังจากออกเดินทางจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาค เพื่อกลับ กทม.เมื่อสิ้นสุดภารกิจตรวจเยี่ยมแล้ว ได้เดินทางกลับด้วยเครื่องบินแอร์บัส 300-600 ซึ่งนักบินนำเครื่องบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเรียบร้อยดี โดยปกติจะชอบนั่งเก้าอี้ริมตรงหน้าต่าง ตามกำหนดเครื่องบินจะมาถึงสนามบินดอนเมืองประมาณ 16.00 น. ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าขณะที่บินอยู่ภาคใต้ไม่มีปัญหา อากาศครึ้มฝนนิดหน่อย โดยฝนก็ไม่ตก แต่พอบินอยู่เหนือรังสิต เตรียมจะกางล้อลงปรากฏว่าเครื่องบินสั่นอย่างรุนแรง

"โอ้โฮ! มันสั่นกระด๊อกกระแด๊กๆ เครื่องลำมหึมาสั่นแรงมาก อย่างนี้เขาเรียกไปเจอหลุมอากาศ แต่มันอยู่ใกล้พื้นดิน ถ้าเจอหลุมอากาศหนักๆ ไปเจอแบบที่ตกวูบ เครื่องจะกระแทกพื้นทันที เจอข้างบนตกเป็นร้อยเมตรก็ไม่รู้สึกอะไร แต่นี่เหตุการณ์อยู่ใกล้ทางจะลง เครื่องบินลำมหึมาจึงส่ายกระด๊อกกระแด๊ก นักบินตัดสินใจพัวะดึงเครื่องบินขึ้นเลย ต้องขึ้นบินอ้อมเลยไปทางจรัญสนิทวงศ์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตีวงนำเครื่องลงทวนลม ซึ่งที่สนามบินดอนเมืองนี้ ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน นักบินจะนำเครื่องลงจากทางรังสิต แต่พอถึงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ลมจะพัดกลับ จะต้องนำเครื่องลงจากทางในเมือง ผมยังนึกถึงคราวที่รังสิตคราวก่อนก็แบบนี้ เครื่องลดระดับลงแล้ว มาเจอลมที่ปั่นอยู่ข้างล่าง ถ้าฝืนลงเครื่องก็จะตกกระแทก ครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย แต่เรียบร้อยปลอดภัยดี" นายสมัครกล่าว

ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่นั้น ศูนย์ประสานงานเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ จ.ยะลา สรุปเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ว่า คนร้ายลอบถอดน็อตยึดเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ อ.รามัน 3 จุด จุดแรกที่หมู่ที่ 2 บ้านบาตะตีงี ต.กอตอตือระ อ.รามัน จ.ยะลา จำนวน 2 ต้น จุดที่สอง หมู่ที่ 3 บ้านบาลูกา ต.กะลูปัง อ.รามัน จ.ยะลา จำนวน 1 ต้น จุดที่ 3 บริเวณพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ทหารชุดเฉพาะกิจที่ 16 ออกลาดตระเวนในพื้นที่บ้านบัวทอง หมู่ 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา พบคนร้ายลอบถอดน็อตเสาไฟฟ้าแรงสูง ส่งกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนบางลางไปยัง อ.เบตง ล้มไปจำนวน 2 ต้น

พ.ต.อ.โชติ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.) จว.นราธิวาส กล่าวว่า ตำรวจภูธร จว.นราธิวาส นำเครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีหมายจับ, บุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวโยง หรือพัวพันกับการก่อเหตุความไม่สงบไว้แล้ว มาตรวจสอบบัตรประชาชนที่ผ่านด่านตรวจ 2 จุด คือ ด่านตรวจปลักปลา หมู่ 7 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส เป็นปากทางเข้าตัวเมืองจาก จ.ปัตตานี และด่านตรวจบ้านกาเสาะ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ปากทางเข้าตัวเมืองจาก อ.ระแงะ สามารถตรวจสอบและจับกุมตัวบุคคลต้องสงสัย รวมถึงรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้ง่ายขึ้น

 วันที่เผยแพร่    12 พ.ค. 2551
 วันที่บันทึกข้อมูล    12 พ.ค. 2551
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #293 เมื่อ: 14-05-2008, 19:18 »




กระทู้จะตกหน้าแล้วภาคใต้ยังไม่สงบดี แต่ก็อย่างที่เรียน

เหลือแต่โจรกระจอกจริงๆ ก่อนรัฐบาลสมัครและท่านอนุพงศ์ พ้นหน้าที่

คือประมาณหนึ่งปีจากนี้


บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #294 เมื่อ: 15-05-2008, 18:31 »



35 ผู้ต้องสงสัยป่วนใต้ ต.ปางปอ นราฯทำพิธีถอนสาบาน

     
วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2008 14:45น. 
แวดาโอ๊ หะไร
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศราฯ
 เมื่อเวลา 09.20 น. วันนี้ ( 15 พ.ค. ) ที่มัสยิดกลางประจำประจำจังหวัดนราธิวาส นายธนน เวชกรกานนท์ รอง ผวจ.นราธิวาส นายยาพา วัจนเลิศกุล รองประธานคณะกรรมการอิสลาม
จ.นราธิวาส พ.อ.สุริยา ปาวรีย์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาสและนายสมเกียรติ สุวรรณนิมิตร นายอำเภอเมืองนราธิวาสได้ร่วมกันเดินทางมาเป็นสักขีพยานในการแสดงตัวเพื่อความบริสุทธิ์ใจของกลุ่มผู้ต้องสงสัยก่อเหตุป่วนใต้ที่มีบัญชีทำเนียบตามหมายพรก. โดยแยกเป็นชาย 25 คน หญิง 10 คน รวมทั้งสิ้น 35 คนซึ่งมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านตะโล๊ะแน็ง ม.4 ต.บางปอ
อ.เมืองนราธิวาส

 ซึ่งก่อนจะเข้าสู่การทำพิธีถอนซูเปาะหรือถอนคำสาบานนั้น นายยาพา วัจนเลิศกุล รอง ปธ.คณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาสได้ร่วมกับนายมะยูโซ๊ะ เจ๊ะกูโน กรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส
ทำการบรรยายธรรมเพื่อชี้สิ่งที่ถูกและผิดให้กับผู้หลงผิดได้รับทราบ ถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของประเทศชาติรวมถึงการบั่นทอนความเจริญด้านการพัฒนาด้านต่างๆ
พร้อมทั้งชี้แนวทางเดินเพื่อที่จะได้นำหลักคำสั่งสอนของศาสดาไปปฏิบัติตนได้ถูกต้อง
เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีนำไปปลุกระดมชวนเชื่อนำไปสู่ทางเดินทางที่ผิดๆได้อีกเหมือนครั้งที่ผ่านมาซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกคนต้องจดจำ
 

หลังจากรับฟังคำบรรยายธรรมและกระทำพิธีถอนซูเปาะหรือถอนคำสาบานแล้วเสร็จผู้หลงผิดชายและหญิงทั้ง 35 คนได้ร่วมกันปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯว่าทุกคนจะกลับตัวกลับใจเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติพร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทางการในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้คลี่คลายไปในทางที่ดีเพื่อให้ความสงบสุขกลับคืนสู่ประเทศชาติต่อไป.

..............


หมายเหตุ เม.ย.ปักษ์หลัง ยะรัง-หนองจิก เกิดเหตุมากสุด ยอดเหยื่อขยับขึ้น 3,056 ราย  วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 2008 01:20น. 
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศราฯ



 
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #295 เมื่อ: 15-05-2008, 18:35 »



ชื่อเรื่อง   อนุมัติ5.8หมื่น ล.พัฒนาชายแดนใต้ สมัครพอใจผลงาน-เปิดทางมอบตัว
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   มติชน
 คอลัมน์ข่าว   เซกชั่น ข่าวหน้า 1
 URL   http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0128140551&day=2008-05-14§ionid=0101
 เนื้อหา  ที่ประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้เห็นชอบแผนพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ พ.ศ.2551-2554 ตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ วงเงิน 58,039.35 ล้านบาท ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ คือ 1.ยุทธศาสตร์การคุ้มครองความปลอดภัย อำนวยความเป็นธรรมเพื่อความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐและสร้างภูมิคุ้มกันแก่คนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 36 โครงการ 2.ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อยให้พึ่งพาตัวเองได้ จำนวน 83 โครงการ 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนเพื่อเสริมสร้างโอกาสการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิต จำนวน 104 โครงการ 4.ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความเข้มแข็งฐานเศรษฐกิจของพื้นที่และการพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ จำนวน 135 โครงการ และ 5.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ

ก่อนเข้าสู่วาระ นายสมัคร สุนทรทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานกล่าวต่อที่ประชุมว่า ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปในช่วงวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น รู้สึกพอใจในผลงาน วันนี้ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว มีเหลือที่ยังยุ่งยากอยู่บ้างเล็กน้อย ตำรวจและทหารในพื้นที่แจ้งว่าอยากให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปให้ใกล้กว่านี้เพื่อพูดคุยกับชาวบ้าน สถานการณ์ต่างๆ คงจะเอาอยู่พอสมควร แต่ถ้ามหาดไทยเข้าไปด้วยก็จะดีขึ้น

"นโยบายของผมไม่อยากให้อาละวาดฟาดฟันกัน หนทางมีอยู่แล้ว ถ้าเขากลับตัวกลับใจก็พอมีช่องทางให้ มากันถึงขั้นนี้แล้วหากจะยุติกันได้ด้วยดี อย่าไปยอกย้อนอะไรกันอีก หากหลงผิดถ้ามาได้ก็กลับมาอยู่ ถ้าไม่อยากอยู่จะไปอยู่ที่อื่นก็ไป" นายสมัครกล่าวเริ่มต้นการประชุม

ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานแก้ไขปัญหา โดยมอบให้สำนักงานข้าราชการพลเรือนเชิญหน่วยงานต่างๆ มาปรึกษาเพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยงานระดับศูนย์หรือสำนักในทุกกระทรวงเพื่อรับผิดชอบการศึกษา วิเคราะห์ และเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อกระทรวง และว่า พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 รายงานว่าวิธีการต่างๆ เริ่มเข้ามาในระบบแล้ว คาดว่าจะสงบโดยเร็ว นายกฯแสดงความพอใจโครงการทั้งหมดที่เสนอ และพร้อมจะนำเข้าคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ และเตรียมจะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก แต่ยังไม่กำหนดช่วงเวลา
 
 วันที่เผยแพร่  14 พ.ค. 2551
 วันที่บันทึกข้อมูล  14 พ.ค. 2551
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #296 เมื่อ: 16-05-2008, 15:37 »

ชื่อเรื่อง     มือระเบิดป่วนยะลาจนมุมในร้านเน็ตถูก จนท.จับ   
 ผู้เขียน     -
 แหล่งข่าวหลัก     ไทยรัฐ
 คอลัมน์ข่าว     หนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันนี้
 URL     http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=89990
 เนื้อหา    ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ (16 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ยังคงใช้แผนปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้าตรวจค้นปิดล้อมเพื่อจับกุมผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อเป็นการกดดันไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาเคลื่อนไหวได้

ล่าสุด จากการเข้าตรวจค้นภายในร้านอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่ง ภายในเขตเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา ซึ่งสืบทราบว่ามีแนวร่วมเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบได้ ทราบชื่อคือ นายปัญญา ปิง อายุ 26 ปี เป็นชาว อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาร่วมกับพวกวางระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลารวม 9 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

 

จากการสอบสวนในเบื้องต้น
 วันที่เผยแพร่    16 พ.ค. 2551
 วันที่บันทึกข้อมูล    16 พ.ค. 2551

.....


ชื่อเรื่อง     รวบแนวร่วมป่วนใต้ วางบึ้มยะลามาแล้ว 8ครั้ง
 ผู้เขียน     -
 แหล่งข่าวหลัก     เดลินิวส์
 คอลัมน์ข่าว     อาชญากรรม
 URL     http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=164088&Newstype=1&template=1
 เนื้อหา    

วันนี้ (16 พ.ค.) เมื่อ เวลา 10.00 น.  พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ  สงวนสมบัติศิริ   ผกก.สภ.เมืองยะลา  ประสานเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจยะลา 11  นำกำลังเข้าจับกุมนายปัญญา  ปิง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 6 ต.บางขุนทอง  อ.ตากใบ จ.นราธิวาส  ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ จส.549/51 ลงวันที่ 13 พค 51 ในข้อหา ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่า ผลิต เคลื่อนย้ายวัตถุระเบิด  ทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น ก่อการร้าย อั้งยี่ซ่องโจร สะสมกำลังพลหรืออาวุธ หรือรับการฝึก ยุยงประชาชนให้เข้ามามีส่วนก่อการร้าย เพื่อก่อการร้าย ได้ที่ร้านอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่ง ย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา  เบื้องต้นจากการสอบสวน นายปัญญา ได้ให้การปฎิเสธ

อย่างไรก็ตามจากรายงานระบุพฤติกรรมของนายปัญญา ว่า เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ จ.ยะลา หลายคดีคือ  1.เหตุระเบิดภายในมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา   2.เหตุคาร์บอมหน้าโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์   3.เหตุระเบิดแผงขายอาหารเช้าที่ปากซอย 11 ถนนผังเมือง 4   4.เหตุระเบิดหน้าแผงขายเนื้อหมูตลาดสดเมืองใหม่   5.เหตุระเบิดหน้าแผงขายอาหารตลาดเมืองใหม่   6. เหตุระเบิดหน้าร้านอาหารพี่แดง  7.เหตุระเบิดหน้าร้านอาหารเจ้แดง   และ  8.เหตุ จยย.บอม ปากซอยวิฑูรอุทิศ 1 ย่านตลาดเก่า

ทั้งนี้ยังพบว่านายปัญญา เป็นสมาชิกกลุ่มแนวร่วมกลุ่มเดียวกับนายอิสมาแอ  ปะจู   มือประกอบระเบิดที่ปฎิบัติการอยู่ในพื้นที่ จ.ยะลา  และยังเป็นกลุ่มเดียวกับนายฟาเดว  จิใจ  ที่เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ไปก่อนหน้านี้.
 วันที่เผยแพร่    16 พ.ค. 2551
 วันที่บันทึกข้อมูล    16 พ.ค. 2551
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #297 เมื่อ: 16-05-2008, 15:38 »



ชื่อเรื่อง     จับ 1 ผู้ต้องหาคดีฆ่า 2 นย.ตันหยงลิมอได้ที่ระแงะ
 ผู้เขียน     -
 แหล่งข่าวหลัก     สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
 คอลัมน์ข่าว     ข่าวอิศรา
 URL     http://www.tjanews.org/cms/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=3569&Itemid=47
 เนื้อหา    เมื่อค่ำวันที่ 15 พ.ค. ณ ห้องประชุม สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ท.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.ฉก.นราธิวาส 38 นายประคอง คงแก้ว นายอำเภอระแงะและ พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง จำนวน 150 นาย ใช้กฎอัยการศึกในการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน  3 จุด ในพื้นที่บ้านบาโงแยะ ม.2 ต.ตันหยงลิมอ หลังสืบทราบพบกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้แฝงตัวเคลื่อนไหวในพื้นที่ เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายในช่วงเปิดเทอม

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจค้น ประมาณ 3 ชั่วโมง ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาสและผู้ต้องสงสัยก่อเหตุป่วนใต้ได้จำนวนทั้งสิ้น 5 คน ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักทั้ง 3 จุดพร้อมของกลาง จำนวน 18
รายการ ที่ใช้ในการประกอบระเบิดและใช้เคลื่อนไหวในป่า ซึ่งผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยประกอบด้วย 1.นายซากะรี มะรือสะ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.7 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 651/2548 ลงวันที่ 15 ต.ค. 2548 ซึ่งร่วมกับพวกที่หลบหนีฆ่า เรือเอกวินัย นาคะบุตรและจ่าเอกกำธร ทองเอียด 2 นาวิกโยธินเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2548 เหตุเกิดภายในอาคารเอนกประสงค์หมู่บ้านตันหยงลิมอ 2.นายแวบือราเฮง แวเต๊ะ 3.นายมะรอดือรัน ดูเซ็ง 4.นายซาวาวี ปูเต๊ะ และ5.นายฟาอิส บูละ

สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ภายในบ้านพัก จำนวน 18 รายการ ประกอบด้วย 1.ตู้เชื่อมไฟฟ้า ใช้สำหรับประกอบกล่องเหล็กเพื่อบรรจุระเบิด 2. ลวดเชื่อม 3.โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง 4.หัวแร้งเชื่อมวงจรอีเล็กทรอนิกส์ 5.กางเกงลายพรางทหาร 6.น็อตพร้อมสกรู 7.ชุดหูฟังโทรศัพท์มือถือ 8.เปลสนาม 9.ที่ชาร์ทโทรศัพท์มือถือ 10.ผ้าพันคอ 11.ไฟฉาย 12.เสื้อเชิ๊ตลายสก๊อต 13. ผ้าถุง 14.กระเปาคาดเอว 15.กระเป๋าสะพาย 16.เสื้อลายพรางทหาร 17.เกราะเคาะสัญญาณเตือนภัย 18.ถ่านไฟฉาย และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้แถลงข่าวแล้วเสร็จได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้ส่งผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ราย ส่งศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อสอบสวนขยายผลต่อไปแล้ว หากพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาต่อไป.
 วันที่เผยแพร่    16 พ.ค. 2551
 วันที่บันทึกข้อมูล    16 พ.ค. 2551
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #298 เมื่อ: 20-05-2008, 00:53 »

ชื่อเรื่อง   ปะทะRKKเดือดดับ2ศพ 
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก   สยามรัฐ
 คอลัมน์ข่าว   ข่าวภูมิภาค
 URL   http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=107&nid=14077
 เนื้อหา   เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 17 พ.ค. 51 จ.ส.อ.ปรารถนา ศรีประมวล รอง ผบ.ร้อย ทพ. 4610 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ร.4307 จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการณ์  ทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบกลุ่มกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม RKK บนเทือกเขาเมาะแต ช่วงบริเวณหลังหมู่บ้านน้ำเย็น ม.7ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส  ที่จะมารับเสบียงและประชุมวางแผนกับสมาชิกแนวร่วมในหมู่บ้าน เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายในช่วงเปิดเทอม และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ได้เดินลาดตระเวนภายในป่ารกทึบบนเทือกเขา พบกองกำลังติดอาวุธ จำนวนกว่า 10 คน ได้แยกกำลังออกเป็น 3 ชุด และเมื่อพบกับเจ้าหน้าที่ กลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK จึงได้ใช้อาวุธปืนสงครามและเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม.79 ยิงใส่เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นเวลา นานกว่า 20 นาที เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พบว่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK ถูกยิงตายในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 ศพ

                ต่อมา นายธนน เวชกรกานนท์ รอง ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสาตร์ และ ร.ต.ท.บุญเสริม แกล้ววาที ร้อยเวร สภ.จะแนะ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งต้องเดินเท้าด้วยเท้าขึ้นไปบนยอดเขาเมาะแต ระยะทางเกือบ 2 ก.ม. ในสภาพที่รกและชัน

                เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK ที่ถูกยิงตาย 2 ศพ โดยศพแรกนอนตามจมกองเลือดอยู่ใต้โคนต้นไม่ใหญ่ ในสภาพนุ่งกางเกงลายพรางแบบทหารใส่เสื้อยืดสีดำ ในมือถืออาวุธปืนสงคราม อา.ก้า. และสะพายเป้สีดำ ซึ่งภายในอาหารประเภทกระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่วนในกระเป๋ากางเกงมียาบ้า กว่า 10 เม็ด กระสุนปืน อา.ก้า.จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนพรุนทั้งร่าง ทราบชื่อ คือ นายยาการียา  เจ๊ะเฮง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 ม.7 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และห่างไปประมาณ 20 เมตร พบศพนายยาการียา ยะฮายอ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 323 ม.11 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ในสภาพแต่งกายเหมือนนายยาการียา  เจ๊ะเฮง นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ข้างท่อนไม้ใหญ่ ในมือถืออาวุธปืนสงคราม อา.ก้า. และข้างตัวมีกระสอบปุ๋ยภายในบรรจุ สายไฟฟ้า 1 ขด สำหรับใช้ในการจุดชนวนระเบิดลอบสังหารเจ้าหน้าที่ และยังมีเสบียงอาหารซึ่งเป็นเครื่องกระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง กัญชาแห้งและเปลสนาม

                ซึ่งการชันสูตรพลิกศพในครั้งนี้ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ทำการตรวจสอบดี.เอ็น.เอ.ของผู้ตายทั้ง 2 ศพ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักจุดเกิดเหตุต่างๆว่าผู้ตายทั้ง 2 คน ได้ร่วมกับพวกก่อเหตุร้ายที่ใดบ้าง

                ในส่วนของกองกำลังติดอาวุธ RKK อีก จำนวน 8 คนซึ่งหลบหนีไปได้นั้น พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการณ์ ทำการลาดตระเวนสะกดรอยของกลุ่มคนร้ายที่หลบหนีจากเทือกเขาเมาะแต เพื่อมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาเขตรอยต่อในพื้นที่ อ.ศรีสาคร ของ จ.นราธิวาส ซึ่งห่างกันเพียง 1 ก.ม. และเป็นอีกเทือกเขาหนึ่งที่กลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK อีกชุดหนึ่งได้เคลื่อนไหวอยู่ และคาดว่าในช่วง 1 -2 วันนี้ อาจจะมีการปะทะกันอีกครั้ง เพราะกลุ่มดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่กดดัน จนไม่สามารถลงจากเทือกเขา เพื่อแฝงตัวเคลื่อนไหวในพื้นที่ราบได้
 
 
 วันที่เผยแพร่  17 พ.ค. 2551
 วันที่บันทึกข้อมูล  17 พ.ค. 2551
บันทึกการเข้า

999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #299 เมื่อ: 20-05-2008, 18:23 »



ชื่อเรื่อง   KPI offers new course on solutions to violence
 ผู้เขียน   ACHARA ASHAYAGACHAT
 แหล่งข่าวหลัก   Bangkok Post
 คอลัมน์ข่าว   General News
 URL   http://www.bangkokpost.com/News/20May2008_news11.php
 เนื้อหา  King Prajadhipok's Institute (KPI) is offering a modular degree course for senior policy makers this year on the theme of solutions to the violence in the restive South.

''Our society needs to discuss things with those who have different points of view. The Peace and Harmony College under the King Prajadhipok's Institute was set up to promote the exchange of knowledge and experience between religious and community leaders, the media, and government agencies including the military,'' said Gen Ekkachai Srivilas, director of the new KPI college.


The college is only accepting applications until the end of this month and the nine-month course will start early next month, said Gen Ekkachai, former deputy director of the National Defence College and head of the NDC Think Tank Alumni organisation.


More than half of the 60 students are invitees including Pol Lt-Gen Adul Sangsingkaew, human rights activist Angkhana Neelaphaijit, directors of Yala and Pattani Islamic colleges, and the deputy chiefs of three army regions operating in the South, he said.


''Thailand does not need conformity; we need a peaceful co-existence with differing opinions, ideas and faiths respected. Therefore, understanding each other is important in creating mutual trust,'' he said.


Students will study various issues such as stateless people, ethnic minorities in Thailand, the social and economic structures of the Northeast, globalisation, environmental issues and the southern violence, said Gen Ekkachai.


The course will also include short overseas trips and discussions.
 
 วันที่เผยแพร่  20 พ.ค. 2551
 วันที่บันทึกข้อมูล  20 พ.ค. 2551
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7
    กระโดดไป: