ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
20-01-2020, 19:34
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  พักผ่อนกันบ้างนะคะ อีก 180 วัน ถึงจะมีรัฐบาลใหม่ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
พักผ่อนกันบ้างนะคะ อีก 180 วัน ถึงจะมีรัฐบาลใหม่  (อ่าน 1356 ครั้ง)
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« เมื่อ: 03-01-2008, 18:07 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000000690

อ่านแล้วอึ้ง อึ้งแล้วขำ ขำแล้วก็ต้องรอกันต่อไป

ตัดมาบางตอนนะคะ

อ้างถึง
ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 480 คน และจะเปิดประชุมสภาครั้งแรกได้ก็ต้องมีผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 95% คือต้องไม่น้อยกว่า 456 คน มิฉะนั้นก็จะเปิดสภาไม่ได้
       
       เปิดสภาไม่ได้ก็เลือกประธานสภาไม่ได้ และเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ รวมความก็คือตั้งรัฐบาลไม่ได้
       
       ขณะนี้การเลือกตั้งทั่วไปได้ผ่านกระบวนการนับผลคะแนนแล้ว กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาผลคะแนนนั้นว่าได้มาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
       
       หากไม่เป็นไปตามนี้ กกต. ก็จะไม่รับรองผล ก็จะเป็นผู้แทนราษฎรไม่ได้ และถ้าเป็นตามนี้ กกต. ก็จะรับรองผล จึงจะเป็นผู้แทนราษฎรได้
       
       ดังนั้นความเป็นผู้แทนราษฎรจึงเกิดขึ้นโดยการรับรองผลของ กกต. ไม่ใช่โดยผลการนับคะแนน แต่ผลการนับคะแนนก็เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่ง
       
       ในขณะที่ทำบทความนี้มีข่าวว่า กกต. จะรับรองผลให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนสูงสุดและไม่มีการคัดค้าน หรือคัดค้านแล้วแต่คำคัดค้านไม่เป็นผล เป็นจำนวน 380 คน
       
       ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่ายังขาดจำนวนอยู่อีก 100 คน และจะต้องได้จำนวนอีกไม่น้อยกว่า 76 คน จึงจะครบจำนวนที่จะเปิดประชุมสภาได้
       
       ดังนั้นในวันนี้ถ้า กกต. รับรองผล 380 คน ก็ยังไม่เป็นจำนวนที่จะเปิดประชุมสภาได้ และยังไม่รู้ว่าในจำนวน 380 คนนี้ประกอบด้วยผู้สมัครของพรรคไหนบ้าง ซึ่งจะต้องดูกันต่อไป
       
       แต่เดิมทีนั้นเคยเข้าใจกันผิด ๆ ว่า กกต. จะต้องรับรองผลเสียให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง เพราะมีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่าให้เปิดสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง 30 วัน
       
       นั่นหมายความว่าถ้ามีการรับรองผลครบถ้วนแล้วก็ต้องเปิดสภาภายใน 30 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลรักษาการยื้อเวลา แต่ไม่ได้หมายความถึงกรณีที่การรับรองผลไม่แล้วเสร็จ
       
       ถ้าการรับรองผลไม่แล้วเสร็จ ระยะเวลา 30 วันนี้ก็ไม่มีผลบังคับ และ กกต. ก็มีอำนาจที่จะขยายเวลาการพิจารณารับรองผลออกไปอีก 180 วัน ระหว่างเวลานี้หากปรากฏว่ารายที่รับรองผลไปแล้วไม่ถูกต้อง กกต. ก็ยังมีอำนาจที่จะไปร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนเสียอีกก็ได้
       
       ความเข้าใจดังกล่าวนี้กำลังเกิดขึ้นดังคำให้สัมภาษณ์ของ กกต. อย่างน้อย 2 คน และยังมีการให้สัมภาษณ์สนับสนุนความคิดเห็นทางกฎหมาย โดยประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีกทางหนึ่งด้วย
       
       จึงเป็นอันแน่นอนแล้วว่าเวลา 30 วันที่จะต้องเปิดสภานั้นหมายถึงเมื่อมีการรับรองผลครบแล้ว แต่ถ้ายังรับรองผลไม่ครบ คือไม่ได้ 95% เป็นอย่างน้อย กกต. ก็ยังมีเวลาอีก 180 วัน ที่จะพิจารณารับรองผล หรือออกใบเหลือง ใบแดง รวมทั้งสอยผู้ที่รับรองผลไปแล้วด้วย
       
       ดังนั้นตัวเลข ส.ส. ของพรรคไหนเท่าใด ในวันนี้จึงยังไม่เป็นที่ยุติ เพราะต้องขึ้นอยู่กับการรับรองผลของ กกต.
       
       นอกจากตัวเลข ส.ส. ยังไม่นิ่งแล้ว ระยะเวลาที่จะได้ ส.ส. ครบ 95% หรือไม่น้อยกว่า 456 คนก็ยังไม่รู้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด
       
       ก็อาจเป็นดังที่มีผู้เคยแสดงความห่วงใยเอาไว้ว่าดีร้ายประการใด รัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ อาจจะต้องรักษาการต่อไปอีกหลายเดือนก็ได้
       
       เป็นเวรกรรมของประเทศไทยและคนไทยจริง ๆ !
       
       นอกจากนั้น ยังมีเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่อีก 2-3 เรื่อง ที่ควรได้รับการพิจารณาและทำความเข้าใจเสียในโอกาสนี้
       
       เรื่องแรก คือเรื่องที่นายวีระ สมความคิด ไปร้องเรียนทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ กกต. ว่าการแจกวีซีดีของพรรคการเมืองบางพรรคเป็นความผิด ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและยังไม่รู้ผลว่าจะเป็นประการใด
       
       เรื่องที่สอง คือเรื่องที่ผู้สมัครของพรรคความหวังใหม่และพรรคมัชฌิมาธิปไตยไปฟ้องคดีต่อศาลฎีกา โดยกล่าวหาว่า กกต. จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งเป็นการไม่ชอบ เพราะรัฐธรรมนูญและพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งทั่วไปกำหนดให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันในวันเดียวคือวันที่ 23 ธันวาคม 2550
       
       การเลือกตั้งล่วงหน้าจะกระทำได้เฉพาะการเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งเท่านั้น แล้วมีการกล่าวหาว่า กกต. ให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าสำหรับผู้ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งด้วย
       
       ส่อเค้าว่าจะผิดรัฐธรรมนูญเอาจริงๆ ด้วย! ถ้าเป็นเช่นนั้นการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็อาจเป็นโมฆะ
       
       เรื่องที่สาม เป็นเรื่องที่ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ไปยื่นฟ้อง กกต. พรรคพลังประชาชน และผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ต่อศาลฎีกาเหมือนกัน กล่าวหาว่า กกต. ปล่อยให้พรรคนอมินีส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างหนึ่ง ปล่อยให้มีการแจกทรัพย์สินอย่างหนึ่ง และยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก
       
       ขณะนี้ยังไม่ปรากฏข่าวว่าศาลฎีกาจะสั่งอย่างไร คือจะสั่งรับคดีหรือไม่ ซึ่งต้องคอยติดตามกันต่อไป
       
       เพราะเรื่องที่สองและเรื่องที่สามนั้น ถ้าศาลฎีกาสั่งรับคดีไว้พิจารณา ก็จะเกิดความเสี่ยงขึ้นมาอีกประการหนึ่ง ว่าการเลือกตั้งอาจจะเป็นโมฆะ หรืออาจจะมีการแจกใบแดงกันอีกมากมายก็ได้ รวมทั้งความรับผิดชอบของ กกต. ด้วย
       
       ซึ่งต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และอาจทำให้การจับขั้วทางการเมืองผันแปรเปลี่ยนแปลงไปประการใดก็ได้ ซึ่งวันนี้ยังดูไม่ออกบอกไม่ได้จริง ๆ

ค่ำคืนนี้ คงได้รู้ผลกันบางส่วน และด้วยบรรยากาศบ้านเมืองเช่นนี้ บางที เราอาจจะได้รัฐบาลใหม่ในอีก 180 วันข้างหน้า

รอได้ค่ะ ไม่รีบบบบบ   
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #1 เมื่อ: 03-01-2008, 18:13 »


สงสัยจะเลยสงกรานต์แฮะ Rolling Eyes

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
โต มิ โต โชว์ ดะ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #2 เมื่อ: 03-01-2008, 18:21 »

รอได้ครับ


ตั้งรัฐบาลจะรีบร้อนไม่ได้


ปลาร้าจะหมักได้ที่ต้องรอสักหน่อย ฮี่ ฮี่ๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
NA-KORN
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 221


« ตอบ #3 เมื่อ: 03-01-2008, 19:27 »


ว้าว ! ครึ่งปีเชียวนะนั่น  รบ.หมักหมม 1(ถ้าได้เป็น)  อยู่ได้ 6 เดือนยุบสภา   เลือกตั้งใหม่ ต้นปี 52
โอวพระเจ้าช่วย ใช้งบอีกไม่ต่ำกว่า 2 พันล้าน  สุดยอดเลยประเทศไทย  น่าจะตั้งงบเลือกตั้งมันทุกปีไปเลย
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 03-01-2008, 20:45 »

ถ้าตั้งรัฐบาลมาไม่นานแล้วถูกฝ่ายค้านอภิปรายจนยุบสภา ก็ต้องเลือกตั้งกันบ่อยๆสินะ แล้วก็ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆด้วย จะเป็นผลดีหรือครับ  Question
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 03-01-2008, 21:15 »

ผมคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ ระบบคงจะมีปัญหาแล้วละครับ การไม่มีรัฐบาลไม่มีผลดีอะไรต่อประเทศเลย
ผมไม่ได้ว่า กกต. เตะถ่วง แต่คิดว่าควรจะมีมาตรการที่ทำให้การเลือกตั้งเสร็จสมบูรณ์ได้รวดเร็วกว่านี้
มิเช่นนั้นคราวต่อไปก็อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้อีก จะเกิดเป็นช่วงสุญญากาศของรัฐบาลรักษาการ
จริงอยู่ว่าทุกอย่างต้องมีความถูกต้องชอบธรรม แต่อย่าลืมว่าประสิทธิภาพก็สำคัญนะครับ
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #6 เมื่อ: 03-01-2008, 21:21 »

ผมคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ ระบบคงจะมีปัญหาแล้วละครับ การไม่มีรัฐบาลไม่มีผลดีอะไรต่อประเทศเลย
ผมไม่ได้ว่า กกต. เตะถ่วง แต่คิดว่าควรจะมีมาตรการที่ทำให้การเลือกตั้งเสร็จสมบูรณ์ได้รวดเร็วกว่านี้
มิเช่นนั้นคราวต่อไปก็อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้อีก จะเกิดเป็นช่วงสุญญากาศของรัฐบาลรักษาการ
จริงอยู่ว่าทุกอย่างต้องมีความถูกต้องชอบธรรม แต่อย่าลืมว่าประสิทธิภาพก็สำคัญนะครับ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบค่ะ แต่มันอยู่ที่ตัวบุคคล

ไม่ว่าระบบจะดีแค่ไหน แต่ถ้าผู้สมัคร สส. โกงกันเป็นส่วนใหญ่ คณะกรรมการเลือกตั้งก็ต้องให้ใบแดงใบเหลือง และการเปิดสภาก็ยืดเยื้อออกไป

ปัญหาในคราวนี้ เกิดจากการโกงจริงๆ มีการร้องเรียน และมีหลักฐาน จนไม่อาจปล่อยให้โจรเข้าสภาได้

แต่ถ้าจะแก้ระบบ น่าจะเอาโทษประหาร มาใช้กันคนซื้อและขายเสียง

ประชากรของไทยอาจลดเหลือไม่ถึง 30 ล้านคน แก้ป๊ญหาระเบิดเวลาประชากรไปได้ด้วย และกำจัดนักการเมืองเลวๆไปได้ด้วยค่ะ   
บันทึกการเข้า
ผู้ใหญ่อี๊ด
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167



« ตอบ #7 เมื่อ: 04-01-2008, 00:40 »

ความจริงครึ่งเดียวที่หลายๆท่านทราบแล้ว ว่าทักษิณทำอะไรแล้วหลายคนชอบ
แต่อีกครึ่งที่เหลือนี่สิ ท่านทราบหรือยังว่าทักษิณ
ไม่อยากเป็นแค่นายกรัฐมนตรีอย่างที่เราทราบ

ครึ่งนึงที่เราทราบคือเขาทุ่มเงินมากในการเป็นนายกฯ
แต่อีกครึ่งนึงที่เราไม่ยอมองคือเขาใช้เงินมากกว่าการอยากเป็นนายกฯ

ในยุคที่ชาวไทยมีผู้ปกครองสูงสุดพยามยามให้ปัญญาแกประชาชน
แต่ก็ปลายยุคนี้แหละที่ทักษิณทำตัวเป็นพระเวสสันดรจำแลง
ประชาชนผู้อยากไร้ผู้เคยชินกับการไปวัดทุกวัน
โดยเฉพาะชาวเหนือชาวอิสานก็ยังคงมีประเพณีบุญพระเวส
เห็นกัญหา ชาลี เมื่อไหร่เป็นร้องไห้น้ำตาตก ในใจมีแต่พระเวส
ทั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า(อาจจะเป็นคนอื่นเขียน)
ในอดีตชาติสุดท้ายตนเป็นพระเวสสันดร ให้ทานมามากแล้ว
แต่มนุษย์ไม่สามารถหลุดพ้นจากทุกข์ได้ ชาตินี้จึงมาให้ศีล ให้การศึกษาแทน
แต่จวบจน 2551 ปีล่วง คนยังนับถือ และไว้วางใจพระเวสสันดรมากกว่าพระพุทธเจ้า

เมื่อมีคนหัวแหลมรู้ความจริงเข้า ก็เลยจำแลงแปลงกลายเป็นพระเวสสันดร
ได้คะแนนมา 19 ล้านเสียง เลยอ้างแหลกรานเลย เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมาย

นี่แหละครับอีกครึ่งนึงที่หลายท่านยังไม่รู้ หรือรู้แล้วยังอยากได้พระเวสสันดรจำแลง

ทำตัวเป็นพระเวสสันดรได้ หว่านเงินเป็นหมื่นแสนล้านได้ แล้วท่านคิดหรือยังว่าเขาจะจำแลงเป็นอะไรต่อไปอีก

เป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทย คนอื่นเขาใช้เงินไม่กี่บาท เป็นมาแล้วหลายคนหลายครั้ง

เป็นประธานาธิบดี อเมริกา จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย ก็ใช้เงินไม่เท่าไหร่

เป็นนายกฯญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน ออสเตรเลีย เยอรมัน อังกฤษ ก็ใช้เงินไม่มากนัก

แล้วที่ใช้ไปเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ทักษิณอยากเป็นอะไรกันแน่

นี้แหละคืออีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ ที่ทุกคนควรรู้ไว้

ถ้ารู้ช้ากว่านี้ คุณท่านหลายๆคนอาจจะหลงหรือจำยอมทอนคืนหรือจ่ายเพิ่ม

อีก50สตางค์ที่เหลืออย่างไม่คาดฝันให้กับคนชื่อทักษิณ ก็ได้นะครับ
   
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #8 เมื่อ: 12-01-2008, 14:32 »

ขอขุดกระทู้ขึ้นมาบ้างนะคะ  ปกติไม่ค่อยชอบขุด เพราะมันหนักแรง 


จากสถานการณ์ในขณะนี้ มีแนวโน้มว่าจะมีพรรคการเมืองถูกยื่นเรื่องให้ยุบพรรคแล้วสองพรรค ได้แก่พรรคชาติไทยและพรรคมัฌชิมาธิปไตย  และกำลังรอลุ้นอยู่อีกหนึ่งพรรคคือพรรคพลังประชาชน

สาเหตุของพรรคชาติไทยและมัฌชิมาธิปไตย นั่นคือกรรมการบริหารพรรคถูกใบแดง และจะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคทั้งหมด สิ้นสภาพ ไม่อาจเล่นการเมืองได้

สาเหตุของพรรคพลังประชาชน จะอยู่ที่การตัดสินกรณีนายยงยุทธ์  ซึ่งขณะนี้เชื่อกันว่าอาจจะได้รับการรับรองไปก่อน เพราะหากให้ใบแดง จะมีปัญหาเรื่องการเลือกตั้งซ่อม สส.แบบสัดส่วน และ สส.แบบสัดส่วนที่รับรองไปแล้ว

แต่เนื่องจากขณะนี้ กกต.ถูกบังคับโดยข้อกฎหมาย ให้ยื่นเรื่องยับพรรคชาติไทยและพรรคมัฌชิมาธิปไตย ซึ่งจะมี สส.แบบสัดส่วนของทั้งสองพรรค ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิ์ไปด้วย

เรื่องจึงพัลวันกันเป็นงูกินหาง  การจะปล่อยผีนายยงยุทธ ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว เพราะ กกต.ต้องมาปวดหัวกับข้อกฎหมายนี้อยู่ดี เนื่องจากจะต้องมี สส.แบบสัดส่วนที่ต้องหมดสภาพไป

ดังนั้นการแก้ปัญหาในขณะนี้ จึงจะต้องใช้เวลาอย่างแน่นอน และไม่อาจจะเปิดสภาได้ในกำหนด 30 วัน ซึ่งได้ชี้แจงโดยบทความที่นำมาตั้งเป็นกระทู้แล้วว่า ตามข้อกฎหมายจริงๆนั้น เวลา 30 วัน ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับ กกต. กกต.มีสิทธิ์ยืดระยะเวลาออกไปได้อีกรวม 180 วัน ตามรายละเอียดดังกล่าว

จึงน่าจะเป็นไปได้ที่ กกต.จะต้องทำการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ในการยืดระยะเวลารับรอง สส. และจะยังคงเปิดสภาไม่ได้ในระยะ 30 วันดังกล่าว เพราะหากยังดื้อดึงจะเปิดสภาให้ได้นั้น คณะรัฐบาลใหม่ จะประกอบไปด้วยบุคคลที่จะถูกตัดสิทธิ์ในระยะเวลาอันใกล้ เข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารประเทศ

ผลเสียคงไม่ต้องคาดเดากันแล้วค่ะ

คิดว่าอย่างไรกันคะ สำหรับประเด็นนี้   
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 12-01-2008, 15:10 »



เก็บกระทู้เข้าหอสมุดได้เลยครับ

เอาไว้ศึกษาย้อนหลัง..
บันทึกการเข้า

ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 12-01-2008, 15:13 »

เอาพลั่วมาฝาก
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
หน้า: [1]
    กระโดดไป: