ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
03-03-2021, 02:58
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ‘สงครามยังไม่จบ... อย่าเพิ่งนับศพทหาร’ บทความดีดีจากคุณคำนูน เขียนน่าสนใจมาก 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
‘สงครามยังไม่จบ... อย่าเพิ่งนับศพทหาร’ บทความดีดีจากคุณคำนูน เขียนน่าสนใจมาก  (อ่าน 584 ครั้ง)
HOEI
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 187


« เมื่อ: 24-12-2007, 11:51 »

สงครามยังไม่จบ... อย่าเพิ่งนับศพทหาร’
 
โดย คำนูณ สิทธิสมาน 23 ธันวาคม 2550 14:42 น.

 
 
       ผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ก็ไม่อาจทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยลงไปได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
        เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้หยั่งรากลึก
        และเป็นความขัดแย้งที่ยากจะประนีประนอม
       
        มันไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมืองที่มีความแตกต่างกันแค่ตัวบุคคล แต่รากฐานปรัชญาหรือแนวนโยบายไม่แตกต่างกันนักเหมือนในอดีต
       
        พรรคไทยรักไทยในอดีต หรือพรรคพลังประชาชนในปัจจุบัน แม้จะมีนักเลือกตั้งหน้าเดิม ๆ จำนวนหนึ่งเป็นฉากหน้าในการลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่แกนนำหลักและคนทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของพรรคเป็นกลุ่มคนที่มีรากฐานปรัชญาปฏิเสธระบอบเก่าที่อยู่ยงคงทนมานาน แม้ว่าหัวหน้าพรรคคนเก่าและคนใหม่จะไม่ได้มีรากฐานทางปรัชญาชัดเจนนักในประเด็นนี้ แต่ก็ยอมรับและอาศัยพลังขับเคลื่อนของคนกลุ่มนี้เป็นหลัก และสถานการณ์ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาทำให้คนหนึ่งเริ่มมีรากฐานปรัชญาใกล้เข้าไปเรื่อย ๆ จนแยกไม่ออกอีกต่อไป ในขณะที่อีกคนหนึ่ง ความแค้นส่วนตัวดูจะบังตาไปหมด
       
        การตอบโต้จากระบอบเก่าเมื่อ 1 ปีเศษที่ผ่านมาไม่มีน้ำยาพอจะหยุดพลังขับเคลื่อนใหม่นี้ได้
        เพราะประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง
       
        ความไร้ประสิทธิภาพอย่างไม่น่าเชื่อในการบริหารจัดการบ้านเมืองในยุคใหม่ท่ามกลางวิกฤตที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศ กลับทำให้ประชาชนเริ่มเชื่อว่าคนจากระบอบเก่าไม่สมควรจะบริหารประเทศต่อไป นี่ขนาดคนดีอันดับหนึ่งลงมาขับเคลื่อนเองภายใต้ระบอบเผด็จการยังทำได้แค่นี้ ถ้าเข้ามาบริหารภายใต้ระบอบเลือกตั้งที่สลับซับซ้อนกว่านี้จะเละเทะแค่ไหน
       
        พูดอย่างไม่อ้อมค้อมนะครับ -- “ตัวช่วย” ของพรรคพลังประชาชนที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือความไม่ได้เรื่องของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และการไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ของคมช.ภายใต้การนำของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
       
        นี่คือ “บาปกรรม” ที่พวกท่านทำไว้กับประเทศไทย !
        นี่คือ “บาปกรรม” ที่พวกท่านทำไว้กับสถาบันที่ท่านเคารพรัก !!
       
        มีข้ออ้างกันไปได้ร้อยแปดละครับ ผมขี้เกียจนำมาจารไนยและตอบโต้
        เพราะก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าในช่วงท้าย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินพยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ให้สถานการณ์เป็นคุณต่อพรรคพลังประชาชนมากเกินไป ความพยายามนี้อาจจะปรากฎเอาหลังเลือกตั้ง ใบเหลืองใบแดงที่พรรคนี้จะได้รับจะเป็นเครื่องยืนยันได้
       
        แต่นี่ก็คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
        เพราะอาจส่ง “ผลข้างเคียง” ให้คนกลุ่มที่ถูกกระทำหันมาเล่น “เกมมวลชน” อีกครั้ง !!
       
        พรรคประชาธิปัตย์...ยังน่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...ยังน่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเชื่ออย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ขณะเขียนงานชิ้นนี้เอ็กซิสต์โพลล์ของสวนดุสิตบอกว่าพลังประชาชนจะเข้าวินด้วยจำนวน 256 เสียง
       
        แต่ – SO WHAT !
       
        ไม่ว่าจะอย่างไรพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องอาศัยพรรคการเมืองกลาง ๆ อย่างพรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคประชาราช หรือแม้แต่พรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งบอกตามตรงว่า “คนละวัฒนธรรมกัน” ไม่ใช่ว่าใครดีใครเลวกว่ากันนะครับ แต่ – “คนละวัฒนธรรมกัน” โดยสิ้นเชิง
       
        พรรคกลาง ๆ เหล่านี้เมื่อรวมคะแนนเสียงกันแล้วจะมีน้ำหนักในการต่อรองสูง
        การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีจะกลับไปสู่รูปแบบเดิม ๆ ที่ล้มเหลวมาแล้วอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
        รัฐบาลอย่างนี้อ่อนแอโดยพื้นฐาน
       
        และยิ่งจะอ่อนแอมากขึ้น เมื่อรัฐธรรมนูญ 2550 ตัดมาตรการประเภทมุ่งสร้างระบบ Strong Prime Minister อย่างที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540 ออกเป็นส่วนใหญ่
       
        พรรคพลังประชาชนในฐานะฝ่ายค้านใหญ่จะทำงานได้ง่าย
       
        น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าพรรคพลังประชาชน หรือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเลือกหนทาง “รอ” นี้หรือไม่
        เพราะมีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน
        ไอ้ “รอ” ไว้ตัดสินอีกครั้งหลังเลือกตั้งครั้งหน้าอีกสัก 2 ปีน่ะพอได้อยู่ถ้าไม่มีคดีความมาเป็นเหตุปัจจัย
        ใครว่า คตส. ทำงานช้า ไม่ได้ผล ไว้คอยดูเถอะครับ
       
        คดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะอย่างไรจะต้องเสร็จและส่งเรื่องสู่ศาลภายในก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2551 อันเป้นวันสิ้นอายุ คตส. แน่นอน อย่าลืมนะครับว่า สนช. พวกผมร่วมกันผ่านพระราชบัญญัติต่ออายุให้เรียบร้อยไปแล้ว นี่ก็ต้องบอกไว้ว่าไม่ผลงานรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์นะ ท่านเสนอเข้ามาต่ออายุจาก 19 กันยายน 2550 เป็นแค่ 31 ธันวาคม 2550 เท่านั้นเอง
       
        ด้านหนึ่งเจอคดีความที่จะเป็นบ่วงรัดคอให้แน่นขึ้น ๆ ทุกที อีกด้านหนึ่งเจอฝีมือการตามล้างตามเช็ดของพรรคประชาธิปัตย์
       
        การรอนั้นอาจจะเป็นการรอวันตายอย่างทุกข์ทรมานก็เป็นได้
       
        ใคร ๆ อาจจะดูเบาพรรคประชาธิปัตย์ได้ในเรื่องฝีมือการบริหารประเทศ แต่อย่าโปรดได้ดูเบาฝีมือในเรื่องต่อสู้ทำลายล้างทางการเมืองเป็นอันขาด
       
        เรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรตระหนักเป็นอย่างดี
       
        แกจึงเดินเกมรุกเต็มสูบตามข้อเสนอของแกนนำสายฮาร์ดคอร์ เพราะมันตรงกับ “นิสัย” ตัวเอง
       
        เมื่อรุกอย่างฮาร์ดคอร์เช่นนี้ มีหรือที่จะไม่ถูกตอบโต้โดยฮาร์ดคอร์เช่นกัน
       
        ผมยังเชื่อว่าไม่ว่าสถานการณ์จะผ่านระยะยุ่งยากหลังเลือกตั้งไปอีกกี่วันกี่เดือนหรือกี่ปี ก็ยากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจะประสบชัยชนะในองค์รวม กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ชัยชนะในสนามเลือกตั้งเป็นคนละเรื่องกับชัยชนะในองค์รวม
       
        แต่อย่าไปหลงผิดนับว่าเป็นชัยชนะของระบอบเก่าไม่ได้เป็นอันขาด
       
        พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแพ้เมื่อปีที่แล้วไม่ใช่แพ้ใครหรอก แกแพ้ตัวเอง แพ้ความอหังการมมังการของตัวเอง
       
        ระบอบเก่าก็เช่นกัน
       
        ที่ลำบากบากแค้น บ้านเมืองเดินไปออกมาปีเศษก็เพราะความไม่เอาไหนของตัวเอง จนต้องมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก่อให้เกิดปัญหายุ่งยากใหม่ที่จะตามมา
       
        จะชนะอย่างเด็ดขาดได้ ระบอบเก่าต้อง “ปฏิรูปตัวเอง” อย่างเร่งด่วน
       
        ถ้าไม่ “ปฏิรูปตัวเอง” ใว้แต่ใช้สูตรโบราณมาธำรงอำนาจไว้ ต่อให้ไม่มีคู่มือ ที่สุดก็จะล่มสลายเพราะแพ้ภัยตัวเอง !
 
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: