ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-11-2020, 17:08
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ==มิ่งขวัญโคตรมั่ว - การเพิ่มรายได้ 4 เท่าจากการท่องเที่ยว== 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
==มิ่งขวัญโคตรมั่ว - การเพิ่มรายได้ 4 เท่าจากการท่องเที่ยว==  (อ่าน 3091 ครั้ง)
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« เมื่อ: 22-12-2007, 22:26 »

เรื่องคุณมิ่งขวัญมั่วข้อมูล เอามาทำนโยบายเพิ่มรายได้ 4 เท่า อดไม่ได้ต้องขยาย
ไม่รู้ก็แล้วไป แต่รู้แล้วก็ต้องบอกให้คนรู้ด้วยมากๆ

เพราะคุณมิ่งขวัญเที่ยวไปออกทีวี ออกวิทยุ ขึ้นเวที ทั่วไปหมดไ่มรู้กี่สิบกี่ร้อยรอบ
แต่ละครั้งก็พูดตลอดว่าคนอื่นคิดแต่วิธีใช้เงิน แต่แกคิดวิธีหาเงิน..

คุณมิ่งขวัญหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ บอกว่าจะเพิ่มรายได้ 4 เท่าจากการท่องเที่ยว
โดยอ้างว่า เดิมมีรายได้จากการท่องเที่ยว 3.5 แสนล้านบาท และอ้างว่าการเิปิด
สนามบินสุวรรณภูมิที่รองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคน จะเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว
เป็น 4 เท่าคือ 1.5 ล้านล้านบาท !!!

..ความจริง..

ปัจจุบันนี้สนามบินสุวรรณภูมิมีปริมาณผู้โดยสารอยู่แล้ว 42 ล้านคน/ปี
สามารถรองรับได้ 45 ล้านคน/ปี ดังนั้นรับได้อีกแค่ 3 ล้านคน/ปี ครับ
ไม่มีที่เหลือให้เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจาก 11 ล้านคนเป็น 45 ล้านคน

จริงอยู่เราสามารถขยายสนามบินสุวรรณภูมิได้แต่ก็ต้องใช้เงินลงทุน
และต้องรอระยะเวลาไม่ใช่ปีนี้หรือปีหน้าจะสามารถขยายได้เสร็จทันที

ที่คุณมิ่งขวัญบอกว่าจะเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวได้เป็น 4 เท่าตัว
เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้แล้ว จึงเป็นการมั่วเอาเองทั้งเพ!!!!

...

นอกจากนี้ผมยังไปพบอีกว่า ที่คุณมิ่งขวัญอ้างรายได้การท่องเที่ยว
350,000 ล้านบาทต่อปี และจะเพิ่ม 4 เท่าเป็น 1.5 ล้านล้านบาท

..ก็มั่วอีก..

เพราะในปี 2550 นี้เราจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวในส่วนนักท่องเที่ยว
ต่างประเทศอยู่ที่ กว่า 5 แสนล้านบาท แล้วครับ

ผมไปดูข้อมูลรายได้การท่องเที่ยวของไทยที่เว็บการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
จากหน้านี้แสดงข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 2540 ไม่มีปีไหนอ้างอิงเลข 3.5 แสนล้าน
และรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศก็เลยยอดคุณมิ่งขวัญ
ที่ 3.5แสนล้านบาท ไปตั้งหลายปีแล้ว

http://www2.tat.or.th/stat/web/static_index.php

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-01-2008, 15:18 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #1 เมื่อ: 22-12-2007, 22:30 »

ตอนนี้ผมรู้สึกแย่กับคุณมิ่งขวัญมากๆ ถึงขนาดโมโห และรับไม่ได้
เพราะผมอุตส่าห์ให้เครดิตแกว่าเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว
ก็เลยไม่เคยตรวจดูตัวเลขที่แกเอามาคุยอย่างมั่นอกมั่นใจ

ใครจะไปคิดว่าข้อมูลพื้นฐานที่เด็กประถมก็ search หาได้
คุณมิ่งขวัญแกจะไปเอาตัวเลขยกเมฆมาใช้หน้าตาเฉย

ไม่ว่าคุณมิ่งจะจงใจใช้ข้อมูลการท่องเที่ยวผิดๆ หรือไ่ม่รู้จริงๆ ว่า
ตัวเองใช้ข้อมูลผิด เพราะมันแสดงว่าแค่ระดับเด็กประถมเดี๋ยวนี้
ก็สามารถค้นข้อมูลได้ดีกว่าคุณมิ่งขวัญ
ที่เคยไปทำงานถึงระดับ
ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และที่สำคัญเคยทำงานเกี่ยวข้องกับ
ททท. มาเป็นเวลานาน

ถ้าผมรู้ข้อมูลมาก่อนหน้านี้ คุณมิ่งขวัญไม่มีโอกาสช่วยพรรค พปช.
ชนะเลือกตั้งคราวนี้อย่างแน่นอน เพราะผมต้องส่งเรื่องนี้ให้สื่อต่างๆ

นี่หรือคนที่เรียกตัวเองตลอดเวลาว่าเป็น "นักยุทธศาสตร์"???
เรากำลังเสี่ยงให้คนแบบนี้เข้าไปบริหารประเทศได้ยังไง??? 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 22-12-2007, 22:33 »

น่าเสียดายนะครับ ถ้ารู้เร็วกว่านี้ข้อมูลนี้น่าจะส่งให้ปชป.ไปดีเบตกับมิ่งขวัญก็คงจะดี
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 22-12-2007, 22:34 »




เห็นไปโพสต์ที่ประชาไท ดูข้อมูลปี 2005 ก็ใกล้เคียง

ส่วนจะได้เมื่อไหร่ หากได้1.5ล้านๆบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติภายในแปดปีผมก็ว่าเก่งแล้ว..
บันทึกการเข้า

eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #4 เมื่อ: 22-12-2007, 22:46 »

เค้าพูดฟายซิงนะ
ไม่เชื่อดูนี่สิ http://forum.serithai.net/index.php?topic=19970.0
รายได้มากกว่า 4 เท่าด้วย ตั้ง 50 กว่าล้านบาท
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #5 เมื่อ: 22-12-2007, 22:50 »

ไปโพสที่ประชาไทเอาไว้ครับ ไม่ได้เข้าไปตั้งกระทู้นานแล้ว
รู้สึกว่าทั้งบอร์ดยังหาข้อแก้ตัวให้เจ๊มิ่งของพวกเขาไม่เจอ 

http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=614848#615068
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #6 เมื่อ: 22-12-2007, 22:52 »

น่าเสียดายนะครับ ถ้ารู้เร็วกว่านี้ข้อมูลนี้น่าจะส่งให้ปชป.ไปดีเบตกับมิ่งขวัญก็คงจะดี

ยังมีเวลาครับ.. ถ้ากล้าเข้าไปเป็นรัฐบาลก็แถลงนโยบายให้ผ่านด้วยแล้วกัน
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #7 เมื่อ: 22-12-2007, 22:56 »


เห็นไปโพสต์ที่ประชาไท ดูข้อมูลปี 2005 ก็ใกล้เคียง

ส่วนจะได้เมื่อไหร่ หากได้1.5ล้านๆบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติภายในแปดปีผมก็ว่าเก่งแล้ว..


ถ้าเอาข้อมูลปี 2005 มาใช้ก็ไม่ได้เรื่องอยู่ดี
เพราะอีกไม่กี่วันจะเข้า 2008 อยู่แล้ว

แล้วยังเรื่องความจุสนามบิน 45 ล้านคนอีก

คุณมิ่งแกพูดเหมือนกับเป็นของแกทั้งหมด
จะเอามารองรับนักท่องเที่ยวทั้ง 45 ล้าน

แค่ที่มาใช้งานทุกวันนี้ก็ปากเข้าไป 42 ล้าน
จะเหลือตรงไหนให้มาเพิ่มมากมาย

ผมเองอุตส่าห์ให้เครดิต และใครจะไปคิด
ว่าระดับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจะเป็นแบบนี้
 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 22-12-2007, 23:05 »

ผมว่าพี่ จีรศักดิ์ ไปโพส ที่พาลถ่***ดี กว่าครับ  ที่ประชาถ่*** มันเถื่อน กว่าเยอะครับ คุยไม่รู้เรื่องหรอกครับ สีซอไปก็เท่านั้น   

ถ้าอมยิ้มไม่เหลือแล้ว บอกได้นะครับ เด๋วผม ให้ยืมทางหลังไม 
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
นกกระสากวนน้ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


"ผมจะทำให้คนไทยรวยแต่เขือ"


« ตอบ #9 เมื่อ: 22-12-2007, 23:13 »

มันเข้าใจว่า"โตโยต้าเจริญได้เพราะฝีมือการตลาด"
ไอ้หูกางนี่"ปล้นผลงาน"พนักงานโตโยต้าอย่างสุดๆ
เพราะสิ่งที่ทำให้โตโยต้าเจริญได้  นั่นคือ"เพราะเป็นรถโตโยต้า"
ซึ่งเป็นรถซื้อง่าย-ขายคล่อง  อะหลั่ยเยอะ-ศูนย์บริการแยะ
และที่สำคัญที่สุดก็คือการเป็น"รถแท็กซี่"ที่ไม่มีคู่แข่งขัน

ถ้าจะนับ"ฝีมือการตลาด"จริงในกระบวนผู้ค้ารถยนต์  ต้องยกให้ฮอนด้า
ซึ่งเข้ามาเมืองไทยทีหลัง  แล้วกลับครองตลาดกลางกึ่งบน+กลาง ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น-รวดเร็ว
ทั้งๆที่อะหลั่ยแหม้ง"แพงตายห่า"  แถมยังไม่รับประกัน-ไม่รับซ่อม  ถ้าพบว่ามีการใช้อหลั่ยเทียมหรือซ่อมอู่นอกมาก่อน

ทุกวันนี้  ถ้ากล่าวถึง"มิ่งขวัญ"ที่โตโยต้า   คนโตโยต้าจะได้แต่เงียบหรือย่างดีก็พูดเบาๆว่า"แล้วก็ดูกันไป"
ซึ่งเป็น"นิสัยของชาวโตโยต้า" ที่ "ถ่อมเนื้อถ่อมตัว-เก็บปากสงวนคำ-ทำมากกว่าพูด"
อันเป็นนิสัยที่ผิดจากสันดานของนักการตลาดแบบไอ้หูกางอย่างตรงกันข้าม

หลายปีในโตโยต้า  ไอ้หูกางไม่ได้รับเอานิสัยหรือจริยธรรมแบบชาวโตโยต้าไปเลย
ในขณะที่โตโยต้าซึ่งน่าจะรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ไว้ได้  กลับต้องถูกท้าทายจนเสียแชมป์ให้ฮอนด้าหรือจับพลัดจับผลูบางปีก็เป็นมิตซูบิชิ(ซ้ำหนักเข้าไปอีก !)

ฝีมือหรือเปล่าไม่รู้  แต่เมื่อดู"การปั้นสินค้าเน่าๆเข้าตลาด(หุ้น)" จากการเข้ารับงานใน อสมท.
ก็ต้องบอกว่า 
"อ๋อ  ให้ห่านนี่เป็นเพียงนายหน้าขายที่ดิน ลูกแม่ค้าที่เอาหม้อหุงข้าว-หม้อต้มแกงออกขายกินเท่านั้น"
ไม่ใช่"นักอุตสาหกรรม"ที่จะต้องใช้"ความอุตสาหวิริยะ"ในการพัฒนาผลผลิต 
...ขายต้น  ขายที่ดิน ---- ไม่ใช่ขายดอก  ขายผล
...ขายหม้อ  ขายครก  ขายเตา ---- ไม่ใช่ขายแกง  ขายข้าว  ขายน้ำพริก
หากปล่อยประเทศชาิติบ้านเมืองไว้ในมือของคนพรรค์นี้-เยี่ยงนี้
ต่อไป  มีอะไรแหม้งคงขายหมด
หนักๆเข้า  คงขายสวนจิตรลดา  ขายพระบรมมหาราชวัง   ขายวัดพระแก้ว
ดีไม่ดี  อาจมีไอเดียบรรเจิด  ถึงขนาดบดพระแก้วมรกตทำเป็นซูวิเนียร์(แล้วบรรดากองเชียร์ก็ช่วยกันอวดอ้างว่า "เห็นมะ ๆๆ เป็นการจ้างงานช่างฝีมือที่กำลังตกงานได้อีกเป็นร้อยๆคน")


ถึงตรงนี้แล้วคุณจีฯ พอเดาออกรึยังว่า
1.5 ล้านล้านบาท จะได้มาอย่างไร ?

มัวแต่ขายดอก ขายผล ขายข้าวราดแกงเป็นจานๆ  ขายน้ำพริกเป็นถุงๆ
......มันได้อย่างเก่งก็แค่ 5 แสนล้านบาท
ถ้าเปลี่ยนเป็นตัดต้นขาย  ขายที่ดิน  ขายหม้้อ  ขายเตา
เจออะไรขายได้ก็ขายให้หมด
.......กะอีแค่ 1.5 ล้านล้านบาท
โถ...จิ๊บๆ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-12-2007, 23:32 โดย นกกระสากวนน้ำ » บันทึกการเข้า

ประชาธิปไตยภายใต้ระบบทุนนิยม
คือ  การปกครองที่ผู้คนจำนวนน้อยซึ่งมีสติและความรับผิดชอบ จำต้องอดทนและรับผลกรรมจากกระทำของผู้คนจำนวนมากกว่าซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สาและจมปลักอยู่กับตัณหาทิฐิ
Suraphan07
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,128



« ตอบ #10 เมื่อ: 22-12-2007, 23:16 »

คุ้นๆว่า เมื่อคืนลูกชายวัย 13 ขวบของผม เล่าให้ฟังเหมือนกัน...
ระหว่างดู ปราศรัยของหัวหน้าพรรค สลับกันไปมา...

เขาถามว่า...

"วันก่อน เห็นใครน่ะที่ใส่แว่น ตัวเล็กๆพูดเก่งๆ บอกว่าจะหาเงิน จากสนามบินสุวรรณภูมิ
แล้วมีคนหนึ่งอธิบายฟังแล้วรู้รู้เลยว่า "คนใส่แว่นตัวเล็ก มั่ว" "..

ผมเลยถือโอกาสอธิบายเปรียบเทียบกับธุรกิจ MLM
ยังเสียดายอยู่ว่าไม่ได้ดู แต่คิดว่าคงมีใครตอกกลับ จนทำให้เด็กๆ(ลูกชายผม) จับได้แล้ว...

พออ่านกระทู้นี้ เลยคิดสงสัยว่า ไอ้ลูกชายผมมันดูช่องไหน รายการอะไร วันไหนของมันหว่า...

บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #11 เมื่อ: 23-12-2007, 00:53 »

ผมว่าพี่ จีรศักดิ์ ไปโพส ที่พาลถ่***ดี กว่าครับ  ที่ประชาถ่*** มันเถื่อน กว่าเยอะครับ คุยไม่รู้เรื่องหรอกครับ สีซอไปก็เท่านั้น   

ถ้าอมยิ้มไม่เหลือแล้ว บอกได้นะครับ เด๋วผม ให้ยืมทางหลังไม 

ที่ประชาไทวันนี้แปลกครับ ไม่มีมาเถียงเท่าไหร่
เปิดประเด็นหลบไปหลบมา ไม่ตอบผมเลย

รบกวนใครเอาไปหย่อนที่พันทิปให้หน่อยได้ไหมครับ
อยากดูปฏิกิริยาที่พันทิปดูบ้างเหมือนกัน 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Suraphan07
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,128



« ตอบ #12 เมื่อ: 23-12-2007, 01:19 »

ตามคำขอ...
โอย ตายๆๆ กล่างหากันชัดๆ "==มิ่งขวัญโครตมั่ว - การเพิ่มรายได้ 4 เท่าจากการท่องเที่ยว== "
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6159535/P6159535.html

และขอตัวไปนอนก่อนน่ะครับ...

ผลเลือกตั้ง ออกมาเป็นอย่างไร...
ประชาธิปไตยภาคประชาชน ยังต้องเดินหน้า ตรวจสอบนักการเมืองต่อ...
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 23-12-2007, 01:28 »

ตามไปอ่านที่ประชาไทมาแล้วครับคุณจี

ขอบอกว่าฮามาก บางคนสติแตกเชียว ฮ่าๆๆๆ 


 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #14 เมื่อ: 23-12-2007, 02:02 »

ตามคำขอ...
โอย ตายๆๆ กล่างหากันชัดๆ "==มิ่งขวัญโครตมั่ว - การเพิ่มรายได้ 4 เท่าจากการท่องเที่ยว== "
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6159535/P6159535.html

และขอตัวไปนอนก่อนน่ะครับ...

ผลเลือกตั้ง ออกมาเป็นอย่างไร...
ประชาธิปไตยภาคประชาชน ยังต้องเดินหน้า ตรวจสอบนักการเมืองต่อ...

ขอบคุณครับคุณ Suraphan07

ลองเข้าไปดูแล้วผมว่าพันทิปเดี๋ยวนี้จะแย่กว่าประชาไท
แต่ละคนงงสุดๆ ตอบโดยไ่ม่อ่านอะไรเลย
ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตอบเรื่องอะไรอยู่อีกต่างหาก 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #15 เมื่อ: 23-12-2007, 02:25 »

ตามไปอ่านที่ประชาไทมาแล้วครับคุณจี

ขอบอกว่าฮามาก บางคนสติแตกเชียว ฮ่าๆๆๆ 

 

อย่างน้อยเทียบกับพันทิป ที่ประชาไทยังรู้ว่าตัวเองตอบเรื่องอะไร
สังเกตว่าพยายามเลี่ยงประเด็นที่ตอบไม่ได้

มีคุณหนูดีใช้ได้นะครับ อุตส่าห์ช่วยอธิบายแทนคุณมิ่งขวัญว่า
สงสัยเขาจะเอายอดรายได้ปีเก่าๆ มาเฉลี่ย

...

แต่ผมวิเคราะห์จากคำพูดคุณมิ่งขวัญ

"รายได้ภาคบริการอันดับหนึ่งของไทยมาจากการท่องเที่ยว จากนักท่องเที่ยว
เดิมที่สนามบินดอนเมือง 11 ล้านคนต่อปี ก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 350,000 ล้านบาท
ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีการเตรียมการขยายนักท่องเที่ยวได้ถึง 45 ล้านคนต่อป
ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเงินจากนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ
จะไหลไปสู่ประชาชนไทยโดยตรงในหลากหลายอาชีพ เช่น คนขับแท็กซี่ คนขับตุ๊กตุ๊ก
โรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร ช้อปปิ้งและบริการอื่นๆ"


ตัวเลขนักท่องเที่ยว 11 ล้านคน เป็นตัวเลขของปี 47 และ 48 ซึ่งมีรายได้ 384360 ล้านบาท
และ 367380 ล้านบาทตามลำดับ ผมคิดว่าเรื่องตัวเลข รายได้ประมาณ 350,000 ล้านบาท
คุณมิ่งขวัญน่าจะประมาณมาจากปี 47 หรือ 48 (ซึ่งตรงกับที่คุณ Q เคยตั้งข้อสังเกตไว้)

การใช้ข้อมูลปี 47 หรือ 48 เป็นข้อมูลปีเก่าที่ไ่ม่น่านำมาใช้ เพราะอัตราการเติบโตของรายได้
แ่ต่ละปีเปลี่ยนแปลงสูงมาก ถ้าจะประมาณควรประมาณจากปัจจุบัน คือปี 2550 หรือปี 2549
เป็นค่าฐาน ซึ่งจะประมาณได้ถึง 5 แสนล้านบาทต่อปี

...

แต่เรื่องรายได้เพิ่มเป็น 4 เท่า ตามคำพูดที่อธิบายก็คือตั้งสมมุติฐานว่านักท่องเที่ยวจากเดิม
11 ล้านคน เมื่อกลายเป็น 45 ล้านคนตามความจุสนามบินสุวรรณภูมิ ก็เท่ากับเพิ่มขึ้น 4 เท่า
เอา 4 เท่าคูณรายได้จากท่องเที่ยวปี 47-48 ที่ 350000 ล้านบาท จะไ้ด้ 1.4 ล้านล้านบาท

..เอามาปัดเศษขึ้นเสียเฉยๆ เลยได้เป็น 1.5 ล้านล้านบาท..

แต่ในความเป็นจริงวันนี้ สนามบินสุวรรณภูมิ รับผู้โดยสารอยู่แล้วถึงปีละ 42 ล้านคนแล้ว
จึงไม่สามารถขยายนักท่องเที่ยวเพิ่มได้ถึง 45 ล้านคนตามที่คุณมิ่งขวัญคำนวณ

ถ้าจะอ้างว่าตัวเลข 45 ล้านคนคือส่วนที่จะขยาย ก็ไม่มีแผนขยายอะไรมากมายขนาดนัน
ในรอบ 4 ปีข้างหน้า และถึงจะขยายในต้นปีนี้ก็ไม่ทันใช้ และไม่ได้เพิ่มขึ้นอีก 45 ล้านคน

กลายเป็นว่าเริ่มต้นจากข้อมูลรายได้ปีเก่าๆ มาคูณกับตัวเลขที่คิดเอาจากจินตนาการ
แล้วรายได้ 1.5 ล้านล้านบาท มันจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 23-12-2007, 02:44 »

ประเด็นเรื่องรายได้จากการท่องเที่ยว พี่มากแนะให้เพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยจัดการท่องเที่ยวรูปแบบอื่น เช่น เชิงอนุรักษ์ (พาไปปลูกป่าชายเลนแหงเลย) เชิงผจญภัย เชิงวัฒนธรรม แต่ป้ามิ่งตอบว่า สนามบินเปิดแล้ว ใช้ให้เต็มที่เถอะคับ

งงอ่ะ ตอบคำถามเรื่องตัวเลขนักท่องเที่ยวกะรายได้ตรงไหนไม่รู้เนอะ

(อันนี้แอนดูที่เค้าโชว์กึ๋น รายการที่ titv จัดกับพันธมิตร ที่พี่มากไปบอกว่าจะโทรหาชาติไทยพรรคแรกหน่ะแหละ)
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
goolnw
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 460


new goolnw


« ตอบ #17 เมื่อ: 23-12-2007, 10:29 »

ผมดูกระทู้อย่างงี้อีกแล้วขอโทษที่มาช้ามั่วดูบอลอยู่เพิ่งตื่น ความจริงก็ไม่ได้มั่วอะไรอีก
และแต่ท่านจีน่ามืดตามั่วจ้องจะจับผิดเขาอยู่นั้นและ พักผ่อนมากๆเถอะครับ
ก็ต้องไปดูกราฟที่ 2005อะถูกแล้ว ก็สนามบินเขาเปิดเมื่อ 28 กันยา 49 นี้ครับ แล้ว
จะบอกเขามั่วข้อมูลยั้งไงในช่อง internation มานบอกว่ารายได้ 367 ,380million
ใช่ไหมครับ ตามจริงจะบอก 360,000 ก็ไม่น่าเกรียจอะไร แต่มานไม่ติดตา
นะครับจะบอกว่า 400,000 ก็ห่างจากจำนวนจริงอยู่ดี เพราะปัจจัยของเขาคือ สนามบิน
สุวรรณภูมิใช่ไหมครับพอมาอีกปี สนามบินก็เปิดพอดีรายได้ก็พุ่งไม่เท่าไร
เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ เขาจึงเสนอนโยบายเน้นประชาสัมพันธ์ นี้ครับ ส่วนจะ
ทำได้จริงอย่างที่พูดก็ไม่ทราบเหมือน นิสัยคนไทยอีกแล้วครับเห็นอื่นที่ไม่ชอบ
ได้ดีไม่ได้หรอก ผมก็เป็นครับ ไม่ต้องกังวล ความเป็นจริงนะ ถ้าทำได้อย่างที่เขาพูดก็
ไม่มีใครเสียหายหรอก มีแต่เสียหน้า ถ้าได้จริงก็ดีต่อประเทศอีกแต่ตรงนี้ไม่
เป็นประเด็นหรอกครับ เน้น จบครับ ใครงงให้ผ่าน
ปล.นะครับผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไร อธิบายได้เท่านี้นะ ถ้าจะถกกับท่านมิ่งขวัญจริงๆ
ขอมูลแคนี้ผมว่า เขาแถได้สบายเลยและ
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/goolnw
Goolnw ชอบสมัคร รักทักษิณ
Puggi
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182


« ตอบ #18 เมื่อ: 23-12-2007, 10:30 »

ถามคุณ จี นิดนึงครับ  เพราะผมไม่มั่นใจว่าผมคิดถูกหรือเปล่า

ไอ้ คำว่า ตอนนี้ ผุ้โดยสาร 45 ล้านแล้วนี่  นับ ขาเข้า รวมกับ ขาออก หรือเปล่า  


มาถึงหัวข้อ แม้ผมว่าเจ๊มิ่ง แกมั่วเยอะ แต่สิ่งนึ่งที่ผมเห็นด้วยกับเจ๊มิ่ง คือ การขยายสนามบินสุวรรณภูมิครับ  อภิสิทธิ์ ก็เห็นด้วยว่าควรจะขยาย
ไม่งั้นเสียการเป็น ฮับ การบินหมดอุตส่าห์ ได้เปรียบเรื่องที่ตั้งแท้ๆ  
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 23-12-2007, 10:42 »

เอาน่า ผมบอกแล้ว ข้อมูลใช้ไม่ได้กับคนรากหญ้าจริงๆ

คุณคุยตัวเลขกันไป ก็ไม่ได้อยู่ดีเขาไม่ฟังคุณหรอก ตัวเลข

ขอแค่รูปเดียว ชาวบ้านเขาก็เทคะแนนให้แล้ว

 Cool
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
goolnw
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 460


new goolnw


« ตอบ #20 เมื่อ: 23-12-2007, 11:09 »

อืมแล้วอีกอย่างคุณจีแน่ใจหรอครับว่าจะกล้าเอาข้อมูลพวกนี้ให้นักข่าว
ไม่ลองคิดมั้งหรอว่าคนของ ปชป.นี้ทำไหมไม่รู้อย่างคุณจี
ม่างอะครับหรือพวกเขาไม่มีความสามารถพอยังงี้ ต้องเชิญท่านจี
ไปร่วมงานหน่อยแล้วละ ทั้งที่ผมว่าพรรค.เขาออกจะเก่ง
เรื่องการจับผิดอย่างงี้นะครับ และคุณมิ่งก็ใช่พูดครั้งเดียว พูดก่อนไป
ดีเบตซะอีก หรือว่าพวกปชป.ไม่ขยันนะ อิอิ
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/goolnw
Goolnw ชอบสมัคร รักทักษิณ
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 23-12-2007, 11:32 »

 

ว่าแล้ว ต้องมีคนเอาตัวเลขคนเดินทางผ่านสนามบินมานับรวมกับนักท่องเที่ยว

 

ขำกลิ้งตกเก้าอี้รอบที่ 2

 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
varada
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,193



เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 23-12-2007, 12:36 »

เรื่องตัวเลขนี่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ ไม่ได้อยู่ฝ่ายสถิติ
แต่สถานะการณ์โดยภาพรวมแล้ว
การท่องเที่ยววูบมาตั้งแต่โรคซาร์แล้วค่ะ
จากนั้นก็อยู่ในระดับแค่ประคองตัวมาตลอด
ไม่ได้บูมอะไรเลย ทั้งๆที่ททท.ก็พยามเข็นตัวโก่ง

อยู่ในแวดวงนี้เช่นกัน ที่ทำงานต้องส่ง-รับข้อมูลกับ
ททท.-ทีจีและแอตต้า ฯลฯตลอด
เพียงแต่เรื่องสถิติไม่รู้ชัด เพราะตัวเองทำด้านเงินๆทองๆ
ประมวลเอาจากรายรับ(ไม่ได้บูมอะไร แค่ประคองตัวไปได้)-รายจ่าย(ซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี)
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #23 เมื่อ: 23-12-2007, 12:45 »

อืมแล้วอีกอย่างคุณจีแน่ใจหรอครับว่าจะกล้าเอาข้อมูลพวกนี้ให้นักข่าว
ม่ลองคิดมั้งหรอว่าคนของ ปชป.นี้ทำไหมไม่รู้อย่างคุณจี
ม่างอะครับหรือพวกเขาไม่มีความสามารถพอยังงี้ ต้องเชิญท่านจี

ไปร่วมงานหน่อยแล้วละ ทั้งที่ผมว่าพรรค.เขาออกจะเก่ง
เรื่องการจับผิดอย่างงี้นะครับ และคุณมิ่งก็ใช่พูดครั้งเดียว พูดก่อนไป
ดีเบตซะอีก หรือว่าพวกปชป.ไม่ขยันนะ อิอิ



ผู้ใช้นามแฝง'goolnw' ไม่ถามตนเองบ้าง
จึงซ้กค้าน ไม่เชื่อถือข้อมูลของคุณจีรศักดิ์...
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #24 เมื่อ: 23-12-2007, 13:30 »

ประเด็นเรื่องรายได้จากการท่องเที่ยว พี่มากแนะให้เพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยจัดการท่องเที่ยวรูปแบบอื่น เช่น เชิงอนุรักษ์ (พาไปปลูกป่าชายเลนแหงเลย) เชิงผจญภัย เชิงวัฒนธรรม แต่ป้ามิ่งตอบว่า สนามบินเปิดแล้ว ใช้ให้เต็มที่เถอะคับ

งงอ่ะ ตอบคำถามเรื่องตัวเลขนักท่องเที่ยวกะรายได้ตรงไหนไม่รู้เนอะ

(อันนี้แอนดูที่เค้าโชว์กึ๋น รายการที่ titv จัดกับพันธมิตร ที่พี่มากไปบอกว่าจะโทรหาชาติไทยพรรคแรกหน่ะแหละ)

ปัญหาอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวไทยก็คือ
นักท่องเที่ยวต่างประเทศไม่ค่อยใช้เงินน่ะครับ
แล้วก็มาเที่ยวกันเฉลี่ยแค่ 7-8 วัน

จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวัน
เพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 10% ในระยะเวลา 10 ปี

ถ้าหักอัตราเงินเฟ้อ หรือคิดถึงราคาค่าครองชีพ
(เอาแค่ราคาข้าวแกงก็พอ)

จะพบว่ายิ่งเวลาผ่านไป รายได้จากนักท่องเที่ยว
ต่อคนต่อวัน ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ลดลงด้วยซ้ำ


จำนวนวันที่มาเที่ยวเฉลี่ยก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

ที่ผ่านมาก็ใช้วิธี "เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว"
เช่นอยากได้รายได้ 4 เท่าก็เพิ่มนักท่องเที่ยว
11 ล้านคนเป็น 45 ล้านคนอย่างที่คุณมิ่งบอก

-----------------------------------------------------------
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จำนวนวันที่มาเที่ยวเฉลี่ยต่อราย
และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวัน
ของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ปี 2540 :   7.22 ล้านคน มาเที่ยว  8.33 วัน ใช้จ่ายวันละ  3,671.87 บาท (รวม 30,586 บาท)
ปี 2541 :   7.76 ล้านคน มาเที่ยว  8.40 วัน ใช้จ่ายวันละ  3,712.93 บาท (รวม 31,188 บาท)
ปี 2542 :   8.58 ล้านคน มาเที่ยว  7.96 วัน ใช้จ่ายวันละ  3,704.54 บาท (รวม 29,488 บาท)
ปี 2543 :   9.51 ล้านคน มาเที่ยว  7.77 วัน ใช้จ่ายวันละ  3,861.19 บาท (รวม 30,001 บาท)
ปี 2544 : 10.06 ล้านคน มาเที่ยว  7.93 วัน ใช้จ่ายวันละ  3,748.00 บาท (รวม 29,721 บาท)
ปี 2545 : 10.80 ล้านคน มาเที่ยว  7.98 วัน ใช้จ่ายวันละ  3,753.74 บาท (รวม 29,954 บาท)
ปี 2546 : 10.00 ล้านคน มาเที่ยว  8.19 วัน ใช้จ่ายวันละ  3,774.50 บาท (รวม 30,913 บาท)
ปี 2547 : 11.65 ล้านคน มาเที่ยว  8.13 วัน ใช้จ่ายวันละ  4,057.85 บาท (รวม 32,990  บาท)
ปี 2548 : 11.52 ล้านคน มาเที่ยว  8.20 วัน ใช้จ่ายวันละ  3,890.13 บาท (รวม 31,899 บาท)
ปี 2549 : 13.82 ล้านคน มาเที่ยว  8.62 วัน ใช้จ่ายวันละ  4,048.22 บาท (รวม 34,895 บาท)

-----------------------------------------------------------

ทีนี้ถ้าเราสามารถหากิจกรรรมให้เขาอยากจ่ายเงินเข้าร่วมเมื่อไปถึงแหล่งท่องเที่ยว
ก็จะเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวไทยขึ้นมาได้

สมมุติว่าเพิ่มได้วันละ 700 บาทต่อคน (แค่ 20 ดอลลาร์) มาเที่ยว 8 วันก็คือได้อีก
คนละ 5,600 บาท มาเที่ยว 15 ล้านคน ก็เท่ากับได้เงินอีก 84,000 ล้านบาท
แค่นี้รายได้จากกลุ่มต่างชาติก็เพิ่มขึ้นอีกร่วม 20% โดยไม่ต้องเพิ่มนักท่องเที่ยว

ถ้าให้ใช้จ่ายเพิ่มเป็นวันละ 1000 บาทต่อคน (แค่ไม่ถึง 30 ดอลลาร์) จะเท่ากับ
มีรายได้เพิ่มเป็นแสนล้านบาท

หรือถ้าเขาอยากอยู่ต่ออีก 1 วันก็จะใช้เงินเพิ่มอีก (สมมุิติ 4000+700 = 4700 บาท)
ทั้งหมด 15 ล้านคน ก็จะเท่ากับ 70,500 ล้านบาท เพิ่มอีกเกือบ 20% โดยไม่ต้อง
เพิ่มนักท่องเที่ยวเหมือนกัน

..ถ้าอยู่ต่อ 2 วันก็คือ มีรายได้เพิ่มอีกเป็นแสนล้านบาท..

...

ทีนี้กิจกรรมต่างๆ เช่น เชิงอนุรักษ์ เชิงผจญภัย เชิงวัฒนธรรม เราสามารถคิหาเรื่อง
กระตุ้นให้เขาอยากจ่ายเงินเข้าร่วมกิจกรรม และอยากอยู่เที่ยวต่อ ได้มากมายไม่จบสิ้น
โดยไม่ต้องไปเน้นเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว

ในขณะที่คุณมิ่งขวัญจะเน้นเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยการขยายสนามบิน!!!


ซึ่งมีข้อจำกัด และการระดมนักท่องเที่ยวมามากๆ ก็ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวของเรา
เสื่อมโทรม กลายเป็นสถานที่ทั่วไปราคาถูกๆ
แนวโน้มเราก็ไปในทางนั้นคือกลายเป็นที่ท่องเที่ยวราคาถูก .. มันสมควรไหม? 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-12-2007, 13:36 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #25 เมื่อ: 23-12-2007, 13:34 »

."..ความจริง..

ปัจจุบันนี้สนามบินสุวรรณภูมิมีปริมาณผู้โดยสารอยู่แล้ว 42 ล้านคน/ปี
สามารถรองรับได้ 45 ล้านคน/ปี ดังนั้นรับได้อีกแค่ 3 ล้านคน/ปี ครับ

ที่คุณมิ่งขวัญบอกว่าจะเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวอีกมากมาย
เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้แล้ว จึงเป็นการมั่วเอาเองทั้งเพ!!!!"




      หากทุกฝ่ายจะพิจารณาลึกลงไปถึงศักยภาพที่แท้จริงของสนามบินสุวรรณภูมิในปัจจุบัน เฉพาะรันเวย์ที่ 1 และ 2 ที่เปิดให้บริการอยู่ในขณะนี้
จะพบว่า มีขีดความสามารถรองรับปริมาณเครื่องบินขึ้น-ลงได้อย่างน้อย 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ขณะที่ช่วงการจราจรทางอากาศในช่วงหนาแน่นที่สุด (พีค)
 มีเครื่องบินขึ้น-ลงแค่ 48 เที่ยวบินต่อชั่วโมงเท่านั้น
และมีจำนวนหลุมจอดเครื่องบินสูงถึง 120-150 หลุมจอด

     ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สนามบินสุวรรณภูมิยังไม่แออัด และมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับปริมาณเที่ยวบินขึ้น-ลงได้อีกมาก
ยังสามารถใช้ไปได้อีกหลายสิบปี

      เพียงแต่ฝ่ายบริหาร ทอท.จะรู้จักการบริหารจัดการผู้โดยสารให้ได้รับความสะดวก ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะทำให้เสียเวลาในการเช็คอินน้อยที่สุดเท่านั้น
 ก็จะทำให้สนามบิน สุวรรณภูมิไม่แออัด

       แต่ที่ผ่านมา การบริหารงานของ ทอท.ที่ล่าช้า และไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความสับสนและความแออัดของสนามบินเกินกว่าที่ควรเป็น ยิ่งกว่านั้น
การยกเลิกสัญญาสัมปทานของบริษัทคิงเพาเวอร์ โดยไม่สมเหตุผล ทำให้ ทอท.ขาดรายได้จำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

       ทั้งๆที่ทุกสนามบินทั่วโลก ต่างพยายามเอื้อประโยชน์ และเสริมสร้างศักยภาพ ดิวตี้ ฟรี ของตัวเองอย่างเต็มกำลัง เพราะรู้ดีว่า “เป็นหน้าเป็นตา และแหล่งรายได้หลัก”
 ของสนามบิน แต่ประเทศไทยกลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม รายได้ที่ควรจะได้เป็นกอบเป็นกำจึงหายไปกับสายลม

        อย่างไรก็ตาม
หากต้องการทางออกในระยะสั้น การเปิดรันเวย์ที่ 3 ที่ปรับถมพื้นที่ไว้แล้ว จะรองรับการขึ้น-ลงเครื่องบินเพิ่มขึ้นเป็น 100 เที่ยวต่อชั่วโมง
 และถ้าให้ดีควรจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศขึ้นมาอีกอาคาร จะเป็นคำตอบที่ช่วยคลี่คลายปัญหาได้
และหาก ทอท. ยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่มีเงิน
บรรดาสายการบิน ต่างๆ รวมทั้งการบินไทย ก็พร้อมจะลงขันก่อสร้างให้ก่อน


http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic02&content=71944


เคยได้ยินมั๊ยครับ   ถ้าเป้าหมายเป็นดวงจันทร์แล้ว ถึงพลาด ก็ยังอยู่ตามกลุ่มดาว
   
    แค่มีนโยบายหลัก ของพรรค จะกระตุ้นการท่องเที่ยว  หาเงินกับคนต่างชาติอย่างจริงจัง ทำได้ไม่ได้ก็น่าชื่นชมแล้ว
 ต่างกับอีกพรรค ที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นที่จะใช้เงินก้อนสุดท้ายของประเทศ อย่างสุดความสามารถ

     คนนึงคิดหาเงินอย่างมีฝีมือ  อีกคนคิดใช้เงินอย่างมีฝีมือ

อีกอย่าง  เรื่องที่ คุณจี จะส่งข้อมูลให้ ปชปดีเบตน่ะ ผมได้ยินถึงกับขำ ทำไมคน ปชป. จึงมีแนวคิดเหมือนกันหมดเลย
เหมาะที่จะทำงานฝ่ายค้านจริงๆ  ไม่ยอมคิดนอกกรอบเลย

รศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยกล่าวถึง นายอภิสิทธิ์ ไว้ในหนังสือ "พิศการเมือง" [1] ความว่า


"ภาวะการนำของคุณอภิสิทธิ์เป็นแบบท้วงติง และตอบโต้(reactive) มากกว่าริเริ่มนำเสนออะไรใหม่ๆ (proactive) เพราะโดยพื้นฐานแล้ว คุณอภิสิทธิ์ ไม่ใช่คนชอบเสนออะไรที่ท้าทาย และแปลกใหม่ทางความคิด แต่ถ้ามีคนอื่นนำเสนอขึ้นมาก่อน คุณอภิสิทธิ์ จะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเป็นระบบ"
http://th.wikiquote.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B0

บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #26 เมื่อ: 23-12-2007, 13:48 »

."..ความจริง..

ปัจจุบันนี้สนามบินสุวรรณภูมิมีปริมาณผู้โดยสารอยู่แล้ว 42 ล้านคน/ปี
สามารถรองรับได้ 45 ล้านคน/ปี ดังนั้นรับได้อีกแค่ 3 ล้านคน/ปี ครับ

ที่คุณมิ่งขวัญบอกว่าจะเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวอีกมากมาย
เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้แล้ว จึงเป็นการมั่วเอาเองทั้งเพ!!!!"




      หากทุกฝ่ายจะพิจารณาลึกลงไปถึงศักยภาพที่แท้จริงของสนามบินสุวรรณภูมิในปัจจุบัน เฉพาะรันเวย์ที่ 1 และ 2 ที่เปิดให้บริการอยู่ในขณะนี้
จะพบว่า มีขีดความสามารถรองรับปริมาณเครื่องบินขึ้น-ลงได้อย่างน้อย 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ขณะที่ช่วงการจราจรทางอากาศในช่วงหนาแน่นที่สุด (พีค)
 มีเครื่องบินขึ้น-ลงแค่ 48 เที่ยวบินต่อชั่วโมงเท่านั้น
และมีจำนวนหลุมจอดเครื่องบินสูงถึง 120-150 หลุมจอด

     ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สนามบินสุวรรณภูมิยังไม่แออัด และมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับปริมาณเที่ยวบินขึ้น-ลงได้อีกมาก
ยังสามารถใช้ไปได้อีกหลายสิบปี

      เพียงแต่ฝ่ายบริหาร ทอท.จะรู้จักการบริหารจัดการผู้โดยสารให้ได้รับความสะดวก ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะทำให้เสียเวลาในการเช็คอินน้อยที่สุดเท่านั้น
 ก็จะทำให้สนามบิน สุวรรณภูมิไม่แออัด

       แต่ที่ผ่านมา การบริหารงานของ ทอท.ที่ล่าช้า และไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความสับสนและความแออัดของสนามบินเกินกว่าที่ควรเป็น ยิ่งกว่านั้น
การยกเลิกสัญญาสัมปทานของบริษัทคิงเพาเวอร์ โดยไม่สมเหตุผล ทำให้ ทอท.ขาดรายได้จำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

       ทั้งๆที่ทุกสนามบินทั่วโลก ต่างพยายามเอื้อประโยชน์ และเสริมสร้างศักยภาพ ดิวตี้ ฟรี ของตัวเองอย่างเต็มกำลัง เพราะรู้ดีว่า “เป็นหน้าเป็นตา และแหล่งรายได้หลัก”
 ของสนามบิน แต่ประเทศไทยกลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม รายได้ที่ควรจะได้เป็นกอบเป็นกำจึงหายไปกับสายลม

        อย่างไรก็ตาม
หากต้องการทางออกในระยะสั้น การเปิดรันเวย์ที่ 3 ที่ปรับถมพื้นที่ไว้แล้ว จะรองรับการขึ้น-ลงเครื่องบินเพิ่มขึ้นเป็น 100 เที่ยวต่อชั่วโมง
 และถ้าให้ดีควรจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศขึ้นมาอีกอาคาร จะเป็นคำตอบที่ช่วยคลี่คลายปัญหาได้
และหาก ทอท. ยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่มีเงิน
บรรดาสายการบิน ต่างๆ รวมทั้งการบินไทย ก็พร้อมจะลงขันก่อสร้างให้ก่อน


http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic02&content=71944


เคยได้ยินมั๊ยครับ   ถ้าเป้าหมายเป็นดวงจันทร์แล้ว ถึงพลาด ก็ยังอยู่ตามกลุ่มดาว
   
    แค่มีนโยบายหลัก ของพรรค จะกระตุ้นการท่องเที่ยว  หาเงินกับคนต่างชาติอย่างจริงจัง ทำได้ไม่ได้ก็น่าชื่นชมแล้ว
 ต่างกับอีกพรรค ที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นที่จะใช้เงินก้อนสุดท้ายของประเทศ อย่างสุดความสามารถ

     คนนึงคิดหาเงินอย่างมีฝีมือ  อีกคนคิดใช้เงินอย่างมีฝีมือ

อีกอย่าง  เรื่องที่ คุณจี จะส่งข้อมูลให้ ปชปดีเบตน่ะ ผมได้ยินถึงกับขำ ทำไมคน ปชป. จึงมีแนวคิดเหมือนกันหมดเลย
เหมาะที่จะทำงานฝ่ายค้านจริงๆ  ไม่ยอมคิดนอกกรอบเลย

รศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยกล่าวถึง นายอภิสิทธิ์ ไว้ในหนังสือ "พิศการเมือง" [1] ความว่า


"ภาวะการนำของคุณอภิสิทธิ์เป็นแบบท้วงติง และตอบโต้(reactive) มากกว่าริเริ่มนำเสนออะไรใหม่ๆ (proactive) เพราะโดยพื้นฐานแล้ว คุณอภิสิทธิ์ ไม่ใช่คนชอบเสนออะไรที่ท้าทาย และแปลกใหม่ทางความคิด แต่ถ้ามีคนอื่นนำเสนอขึ้นมาก่อน คุณอภิสิทธิ์ จะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเป็นระบบ"
http://th.wikiquote.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B0

ผมเห็นด้วยกับคุณ mebeam นะครับเรื่องที่ต้องขยายสนามบิน

แต่มันไ่ม่เข้ากันกับเรื่องที่คุณมิ่งขวัญบอกว่าจะหาเงินมาทำประชานิยม
เพราะกว่าจะขยายสนามบินเสร็จ มันคงอีก 2-3 ปีนะครับ

..เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ลงมือขยายเลย..

กว่าจะขยายเสร็จ ป่านนั้นคุณมิ่งขวัญไม่ได้อยู่บริหารแล้ว
และเงินประชานิยมก็ต้องจ่ายไปแล้ว

ถ้่าคุณมิ่งขวัญคิดแบบที่คุณ mebeam คิดจริงๆ ก็เท่ากับ

..ไร้ประโยชน์โดยสิ้่นเชิง..

ไม่ได้เป็นการเพิ่มรายได้ในปีหน้า หรือ 2 ปีหน้าอย่างที่คุย
ไม่ได้แตกต่างจากแผนการของ ททท. ที่เขาจะทำอยู่แล้ว
ต่อให้ประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล ททท. ก็ต้องทำอยู่แล้ว

..ไม่ได้คิดอะไรใหม่ ไม่ใช่วิสัยทัศน์ด้วยซ้ำ..

ถึงคุณมิ่งไม่พูดแผนมันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว (ในอนาคต 2-3 ปี)

พูดทำไม .. และทำไมต้องเลือกคุณมิ่งขวัญ ?
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #27 เมื่อ: 23-12-2007, 14:03 »

ผมดูกระทู้อย่างงี้อีกแล้วขอโทษที่มาช้ามั่วดูบอลอยู่เพิ่งตื่น ความจริงก็ไม่ได้มั่วอะไรอีก
และแต่ท่านจีน่ามืดตามั่วจ้องจะจับผิดเขาอยู่นั้นและ พักผ่อนมากๆเถอะครับ
ก็ต้องไปดูกราฟที่ 2005อะถูกแล้ว ก็สนามบินเขาเปิดเมื่อ 28 กันยา 49 นี้ครับ แล้ว
จะบอกเขามั่วข้อมูลยั้งไงในช่อง internation มานบอกว่ารายได้ 367 ,380million
ใช่ไหมครับ ตามจริงจะบอก 360,000 ก็ไม่น่าเกรียจอะไร แต่มานไม่ติดตา
นะครับจะบอกว่า 400,000 ก็ห่างจากจำนวนจริงอยู่ดี เพราะปัจจัยของเขาคือ สนามบิน
สุวรรณภูมิใช่ไหมครับพอมาอีกปี สนามบินก็เปิดพอดีรายได้ก็พุ่งไม่เท่าไร
เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ เขาจึงเสนอนโยบายเน้นประชาสัมพันธ์ นี้ครับ ส่วนจะ
ทำได้จริงอย่างที่พูดก็ไม่ทราบเหมือน นิสัยคนไทยอีกแล้วครับเห็นอื่นที่ไม่ชอบ
ได้ดีไม่ได้หรอก ผมก็เป็นครับ ไม่ต้องกังวล ความเป็นจริงนะ ถ้าทำได้อย่างที่เขาพูดก็
ไม่มีใครเสียหายหรอก มีแต่เสียหน้า ถ้าได้จริงก็ดีต่อประเทศอีกแต่ตรงนี้ไม่
เป็นประเด็นหรอกครับ เน้น จบครับ ใครงงให้ผ่าน
ปล.นะครับผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไร อธิบายได้เท่านี้นะ ถ้าจะถกกับท่านมิ่งขวัญจริงๆ
ขอมูลแคนี้ผมว่า เขาแถได้สบายเลยและ


ลัดคิวไปตอบคุณ mebeam ก่อน (ค่อนข้างลำเอียง ..  Very Happy)

มาถึงคุณ goolnw บ้างนะครับ

ตอนนี้มันจะสิ้นปี 2550 อยู่แล้วครับ แต่ไปเอาข้อมูลโบราณมาเขียนนโยบาย
แถมยังไปปัดตัวเลขลงจาก 3.6 แสนล้าน เหลือ 3.5 แสนล้าน ทั้งที่ตัวเลข
ปี 47 ก็เกือบถึง 4 แสนล้าน ปี 49 ปาเข้าไปเกือบ 5 แสนล้าน

และตัวเลขปี 2550 ก็ออกมาแล้ว 3 ไตรมาส เติบโตไปอีก 3.25%
จากปี 49 ประมาณง่ายๆ ด้วยบัญญัติไตรยางศ์ก็ไปแตะ 5 แสนล้าน
แต่ไตรมาสสุดท้ายเป็นเทศกาลท่องเที่ยวดังนั้นตัวเลข 5 แสนล้านบาท
สามารถประเมินได้เลยว่าต้องถึง

แต่ไปเอาตัวเลข 3.5 แสนล้านบาทมาใช้ ถ้าไม่มั่วก็แสดงว่าจงใจนะครับ
จะเอาข้อหาไหนดีล่ะครับ เพราะข้อมูลฐานมันขยับมา 5 แสนล้านแล้ว
การเอาตัวเลข 3.5 แสนล้านมาใช้ ผิดความจริงไปถึง 30% นะครับ
ยังจะว่าไม่ควรสนใจอีกหรือ

เขียนนโยบายเข้าไปบริหารประเทศนะครับ ไม่ใช่รายงานส่งคุณครู

แล้วเรื่องปัจจัยสนามบินเปิดใหม่ ก็เปิดไปแล้วไงครับ คนก็ใช้งานจนเต็ม
จะรับนักท่องเที่ยวเพิ่มก็ได้แค่นิดเดียวเท่านั้น

แต่ถ้าบอกว่าต้องขยายสนามบินก่อน อันนั้นจบเลยต้องลงทุนอีกมากมาย
ไหนคุณมิ่งขวัญบอกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต้องลงทุน พูดเหมือน
ได้เพิ่มมาเปล่าๆ ใช่ไหม เอาเข้าจริงต้องลงเงินอีกเป็นหมื่นล้าน

ตกลงเรื่องนี้เป็นโครงการหารายได้ หรือหาค่าใช้จ่ายกันแน่ครับ?
ดิ้นไม่ออกหรอกครับ ผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง และยิ่งคิดก็ยิ่งผิดเพิ่มเรื่อยๆ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #28 เมื่อ: 23-12-2007, 14:07 »

ถามเพิ่มไปอีกนิด ประเด็นขยายสนามบิน

ปัจจุบันลงทุนไปมากมายรองรับได้ 45 ล้านคน

ถ้าเอาคำพูดคุณมิ่งขวัญมาตีความเป็นว่าจะขยาย
ให้รองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 45 ล้านคน

ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ และเมื่อไหร่จะขยายเสร็จ
ตอนนั้นไม่ทราบจะเป็นปี พ.ศ. อะไรแล้วครับ

มันจะทันได้เงินมาจ่ายประชานิยมไหม?

ที่แท้ก็เป็นโครงการลงทุนเพิ่ม เข้าไปอีกรายการ
ไม่ใช่โครงการหารายได้อย่างที่พูดสักหน่อย
เพิ่มข้อหา "บิดเบือน" เข้าไปอีกหนึ่งกระทง 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #29 เมื่อ: 23-12-2007, 14:14 »

ถามคุณ จี นิดนึงครับ  เพราะผมไม่มั่นใจว่าผมคิดถูกหรือเปล่า

ไอ้ คำว่า ตอนนี้ ผุ้โดยสาร 45 ล้านแล้วนี่  นับ ขาเข้า รวมกับ ขาออก หรือเปล่า   

มาถึงหัวข้อ แม้ผมว่าเจ๊มิ่ง แกมั่วเยอะ แต่สิ่งนึ่งที่ผมเห็นด้วยกับเจ๊มิ่ง คือ การขยายสนามบินสุวรรณภูมิครับ  อภิสิทธิ์ ก็เห็นด้วยว่าควรจะขยาย
ไม่งั้นเสียการเป็น ฮับ การบินหมดอุตส่าห์ ได้เปรียบเรื่องที่ตั้งแท้ๆ 

ถูกต้องแล้วครับคุณ Puggi

ขอบคุณที่ช่วยชี้ประเด็น เพราะตอนแรกผมยังไม่ได้มองเรื่องนี้
ที่ว่าผู้โดยสาร 45 ล้านคน เขานับว่าเข้ามาใช้กี่ครั้งน่ะครับ

คนเดียวกันเข้ามาใช้ 4 รอบเขาก็นับเป็น ผู้โดยสาร 4 คน
เขาไม่ได้นับตามรหัสบัตรประชาชน หรือเอกสารเดินทางครับ

ดังนั้นประเด็นที่คิดเพิ่มเติมขึ้นมาได้ก็คือ

ถ้าคุณมิ่งขวัญจะขยายสุวรรณภูมิให้รับนักท่องเที่ยวได้ 45 ล้านคน
ก็ต้องขยายให้รองรับผู้โดยสารได้ถึง 90 ล้านเที่ยว!!!

..สรุปว่าโอเวอร์ไปสุดๆ เลยครับคุณมิ่งของพวกเขา..

ไม่มีอะไรเหลือแล้วโครงการขายฝันของ "คุณมิ่งฝัน" 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #30 เมื่อ: 23-12-2007, 14:20 »

คุณจี เหนื่อยมั๊ยครับ.....
บันทึกการเข้า
drop
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 737



« ตอบ #31 เมื่อ: 23-12-2007, 14:22 »

เข้ามาให้กำลังใจ

 
บันทึกการเข้า

A  Few  Good  Men

Downey: What did we do wrong? We did nothing wrong.

Dawson: Yeah, we did. We were supposed to fight for the people who couldn't fight for themselves. We were supposed to fight for Will.

************************
I  only  want  to  fight  for  my  country as  long as  I ' m alive. I  do nothing  wrong  .  The tyrant  is  still  the  tyrant, I  have  to  expel  them  in  every  step  of  life. When the  time  come,  the  tyrant   will  absolutely  extinguish. That  ‘ s  the   dharma  truth.
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #32 เมื่อ: 23-12-2007, 14:25 »

ได้เวลาแปะข่าวครับ..

ที่บอกว่าบริหารไม่ดี ก็เลยแออัด ทั้งที่ความจริงยังรับได้อีกเยอะ
เพราะทางวิ่งทางขับยังไม่เต็ม ยังรับเที่ยวบินได้เพิ่ม

แต่จริงๆ ปัญหาอยู่ที่ปริมาณผู้โดยสารครับ ที่แตะระดับ 42 ล้านคน
ขณะที่เขาออกแบบให้รองรับได้ที่ 45 ล้านคน

และเขาก็ว่าจ้างบริษัทให้วางแผนขยายสนามบินแล้วตั้งแต่เดือนตุลา
ไม่ต้องรอวิสัยทัศน์คุณมิ่งขวัญมาขยายสนามบินหรอกครับ

และเท่ากับยืนยันว่าอาศัยสนามบินปัจจุบัน ไม่สามารถเพิ่มรายได้
ถึง 4 เท่า ตามที่คุณมิ่งขวัญโฆษณาในขณะนี้ได้

และถ้าต้องรอสนามบินขยายเสร็จก่อน จะเอามาเป็นนโยบายหารายได้
เพื่อหาเสียงได้ยังไง เป็นเรื่องในอนาคตเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ไม่ใช่ 1-2 ปีนี้แน่ๆ


มันทันกันหรือกับค่าใช้จ่ายโครงการประชานิยมสูตรต่างๆ 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโชว์ตัวเลขผู้โดยสารทั้งปีสูงเกือบ 42 ล้านคน
http://www.newswit.com/news/2007-10-15/0530-b388d1d205c2adffb3bf044d7d40f660/
Monday, 15 October 2007 12:30

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมียอดผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้โดยสารใช้บริการ ตั้งแต่เดือน ต.ค.49 - ก.ย.50
สูงถึง 41.8 ล้านคน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการว่าจ้าง ICAO ศึกษาแผนพัฒนา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับ
ปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)
เปิดเผยถึงจำนวนการใช้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (ต.ค.49-ก.ย.50)
ว่ามีจำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 41.84 ล้านคน มีการให้บริการการขนถ่ายสินค้ารวม 1.23 ล้านตัน และปริมาณเที่ยวบิน
มีจำนวนทั้งสิ้น 267,480 เที่ยวบิน

นายเสรีรัตน์กล่าวว่าจำนวนการใช้บริการดังกล่าว ถือว่ามีอัตราการเจริญเติบโตเป็นที่น่าพอใจ หากเปรียบเทียบกับ
ตัวเลขจำนวนผู้โดยสารและปริมาณเที่ยวบินที่ใช้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองของปีที่แล้วจะเห็นว่า จำนวนผู้โดยสาร
ระหว่างประเทศที่ใช้บริการ ณ ทสภ. ในปีนี้มีจำนวน 32.609 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว จำนวน 1.5 ล้านคน หรือคิดเป็น
ร้อยละ 4.85 และปริมาณเที่ยวบินระหว่างประเทศ จำนวน 191,278 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว จำนวน 9,121 เที่ยวบิน
หรือคิดเป็นร้อยละ 5.01

สำหรับปริมาณเติบโตของผู้โดยสารและเที่ยวบินภายในประเทศนั้น เนื่องจากตั้งแต่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการย้ายเที่ยวบิน
ภายในประเทศจาก ทสภ. ประมาณร้อยละ 40 กลับไปใช้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ทำให้ดูเหมือนว่าการมาใช้บริการ
ของผู้โดยสารภายในประเทศที่ ทสภ. มีจำนวนลดลง แต่เมื่อนำจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศที่ท่าอากาศยานดอนเมือง
มารวมแล้ว ปรากฏว่ามีจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศทั้งสิ้น 12,408,699 คน เพิ่มขึ้น 1,245,383 คน หรือคิดเป็นร้อยละ
11.16 โดยมีจำนวนเที่ยวบินทั้งสิ้น 114,358 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 16,810 เที่ยวบิน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.23 สำหรับผู้โดยสาร
ภายในประเทศที่ ทสภ. มีจำนวนทั้งสิ้น 9.230 ล้านคน ลดลงจากการให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองในปีที่แล้วเพียง
2.02 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 18.02 เท่านั้น และในส่วนของเที่ยวบินภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 76,202 เที่ยวบิน
ลดลงจากปีที่แล้ว จำนวน 22,345 เที่ยวบิน หรือคิดเป็นร้อยละ 22.67

นายเสรีรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จำนวนตัวเลขผู้โดยสารที่ ทสภ.ในปีนี้ที่มีเกือบ 42 ล้านคน ในขณะที่ ทสภ. มีศักยภาพในการ
รองรับผู้โดยสารในระยะแรก 45 ล้านคน ซึ่งคาดว่าในปีหน้าจำนวนผู้โดยสารน่าจะขยายตัวสูงขึ้นจนเต็มขีดความสามารถใน
การรองรับของ ทสภ. ดังนั้น ทอท. จึงได้มีการทบทวนแผนแม่บทและแผนพัฒนา ทสภ. โดยขณะนี้ ทอท. ได้มีการว่าจ้าง
องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization - ICAO) เป็นผู้ทำการศึกษา
โดยคาดว่าน่าจะสรุปผลได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งผลที่ได้ ทอท. จะได้นำเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #33 เมื่อ: 23-12-2007, 14:33 »

อีกข่าวหนึ่งจากเว็บ ททท.โดยตรงนะครับ ไม่ทราบวันที่แต่เป็นการรายงานผล 9 เดือนแรก ปี 2550

ถือโอกาสดูวิสัยทัศน์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไปด้วยนะครับ ผมว่าที่คุณมิ่งขวัญนำเสนอ
ยังสู้ของจริงจาก ททท.ไม่ได้ ถ้าให้ ททท.มาแสดงวิสัยทัศน์แข่งคุณมิ่งขวัญก็แพ้อีกอยู่ดี

สรุปว่า.. คุณมิ่งขวัญจะมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจหรือไม่มา
ผมไม่เห็นความแตกต่างอะไรเลยที่จะเกิดขึ้นกับ ททท. ครับ
นอกจากเพิ่มคนบิดเบือนข้อมูลมาอีกรายเท่านั้นเอง 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ททท.สรุปผลงานกระตุ้นตลาดในรอบปี 2550
http://www.tat.or.th/whatnewdet.asp?id=147

        การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงการดำเนินงานในการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยว
ในรอบปี 2550 ภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการแข่งขันในเวทีโลก ด้วยการมุ่งนำเสนอศักยภาพของ ประเทศไทย
ย้ำภาพลักษณ์ที่เป็นจุดแข็ง ภายใต้แคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์ “Amazing Thailand” ให้ เป็นที่ประทับใจ
และจดจำ ในด้านแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก ที่มีการจับจ่ายสูง
รวมทั้งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ดี เดินทางท่องเที่ยวอย่างรักษาแหล่งท่องเที่ยว ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันส่งเสริม ไทยเที่ยวไทย อย่างมีจิตสำนึก รู้รักษ์แหล่งท่องเที่ยว ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
และภูมิใจในความเป็นชาติ

        นางพรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวถึงการดำเนินงานของปี 2550 ได้วางนโยบายทิศทาง
ในการบริหารโดยเน้นการ ประหยัด โปร่งใส เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และประสานงาน เป็นหลัก เพื่อให้การ
ขับเคลื่อนองค์กรและการดำเนินงานได้ผลสำเร็จ ตามเป้าหมายทางการตลาด ที่ต้องการเพิ่มการขยายตัว
ของตลาดต่างประเทศ ในอัตราร้อยละ 7.8 หรือคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยว 14.8 ล้านคน สร้างรายได้
ประมาณ 547,500 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายตลาดในประเทศ มีจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทาง
82 ล้านคน-ครั้ง รายได้ 377,800 ล้านบาท

        ทั้งนี้ภาพรวมสถานการณ์ตลาดต่างประเทศ มีการปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 3 เป็นผลจาก
สถานการณ์ทางการเมืองไทยเริ่มมีความชัดเจน รวมถึงการเตรียมเลือกตั้งใหม่ในช่วงปลายธันวาคม ศกนี้
ทำให้นักท่องเที่ยวคลายความกังวลและเชื่อมั่นการเดินทางเข้าไทยมากขึ้น ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ในช่วง 9 เดือนแรก ของปี 2550 มีจำนวนประมาณ 10.42 ล้านคน มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.25
โดยสัดส่วนตลาด ประกอบด้วย กลุ่มตลาดที่มีการขยายตัวปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ เอเชียตะวันออก อเมริกา
และยุโรป ขยายตัวร้อยละ 12 กลุ่มตลาดที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้แก่ โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย)
มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 19.39 และ เอเชียใต้ ขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15.71 ซึ่งเป็นผลมาจากการ
ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่สูงมากของตลาดอินเดีย กลุ่มตลาดใหม่ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องและน่าจับตามอง
เป็นพิเศษ ได้แก่ รัสเซียและยุโรปตะวันออก (ยูเครน คาซัคสถาน) ตลาดตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะอิหร่าน
อิสราเอล ขยายตัวเพิ่มขึ้นสูง ร้อยละ 10.29) และฟิลิปปินส์

        ส่วนสถานการณ์การเดินทางของคนไทยในครึ่งปีแรก มีจำนวน 39.59 ล้านคน-ครั้ง ขยายตัวเพิ่มขึ้น
จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 0.69 รายได้จากการท่องเที่ยวตลาดในประเทศ ครึ่งปีแรก มีจำนวน
189,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 0.94 ทำให้เกิดการกระจายพื้นที่ในการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย
ต่อครั้งในการ เดินทางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคกลาง เป็นพื้นที่ซึ่งมีการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพฤติกรรมการเดินทางส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวระยะใกล้มากขึ้น

        ในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นตลาด เน้นการขยายตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และรักษา
ฐานตลาดนักท่องเที่ยวใน นำมาซึ่งผลสำเร็จในการขยายตลาดระดับบน (Up Market) ทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม
(Niche Market) การทำทัวร์คุณภาพในตลาดจีน ตลอดจนความสำเร็จในการส่งเสริมให้ประเทศไทยแหล่ง
ท่องเที่ยวยอดนิยม จากความร่วมมือกับ บริษัทนำเที่ยว สายการบินต้นทุนต่ำ ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว
ในช่วงกรีน ซีซั่น รวมถึงการผลักดันให้เกิดการจัดเที่ยวบินเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้ามาประเทศไทยอย่าง
ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ส่งผลให้มีการขยายวันพักนานวัน จากตลาดระยะไกล และประเทศไทยกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีด้านตลาดในประเทศ

ดำเนินการภายใต้ แนวคิด “การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” เพื่อกระตุ้นการเดินทางในทุกช่วงวัย และ
รณรงค์ให้คนไทยร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ภายใต้แคมเปญ “เก็บเมืองไทยให้สวยงาม” นับเป็นการให้ความสำคัญ
กับเรื่องการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังเน้นการทำงาน อย่างบูรณาการกับพันธมิตร
อย่างอย่างใกล้ชิดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกภาคส่วน อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย
สมาพันธ์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมทั้งบัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ เป็นต้น เพื่อกระตุ้น
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านการส่งเสริมการขาย การสร้างมูลค่าเพิ่ม
ทางการตลาด การส่งเสริมสินค้าทางการท่องเที่ยว กิจกรรมที่ธำรงวัฒนธรรมไทย ยกระดับกิจกรรมสู่นานาชาติ
อีกทั้งสนับสนุนและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้รวมกลุ่มไปเปิดการเจรจาเสนอขาย
โดยรวมแล้วจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความถี่ในการเดินทางและใช้จ่ายในการซื้อสินค้าบริการได้มากขึ้น

        ในการดำเนินงานด้านการตลาด ททท. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมตลาดแบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการตลาด เพื่อประโยชน์กับผู้ประกอบการทั่วไป และใช้ประกอบการวางแผน
การท่องเที่ยวและบริหารในภาวะวิกฤติ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรในฐานะผู้นำทางการตลาด
ขณะเดียวกัน ยังเน้นการพัฒนาระบบสารสนเทศภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร ให้ก้าวทัน
ตามเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งแผนงานปรับปรุงอาคารสำนักงาน ททท.ภายในประเทศ เพื่อสร้างเอกลักษณ์
และการจดจำ เพื่อเป็นการเพิ่มสมรรถนะของ ททท. ให้นำพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไปในทิศทางที่ยั่งยืน
และทันกับสภาวการณ์แข่งขันของประเทศคู่แข่ง และมีความโดดเด่นเหนือกว่าในฐานะผู้นำด้านการท่องเที่ยว
ของภูมิภาคและเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #34 เมื่อ: 23-12-2007, 14:46 »

อืมแล้วอีกอย่างคุณจีแน่ใจหรอครับว่าจะกล้าเอาข้อมูลพวกนี้ให้นักข่าว
ไม่ลองคิดมั้งหรอว่าคนของ ปชป.นี้ทำไหมไม่รู้อย่างคุณจี
ม่างอะครับหรือพวกเขาไม่มีความสามารถพอยังงี้ ต้องเชิญท่านจี
ไปร่วมงานหน่อยแล้วละ ทั้งที่ผมว่าพรรค.เขาออกจะเก่ง
เรื่องการจับผิดอย่างงี้นะครับ และคุณมิ่งก็ใช่พูดครั้งเดียว พูดก่อนไป
ดีเบตซะอีก หรือว่าพวกปชป.ไม่ขยันนะ อิอิ


ถ้าคุณ goolnw รู้จักใครที่นั่นก็ช่วยไปบอกเขาหน่อยสิครับ

ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม ปชป.ไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าเกี่ยวกับตัวเอง
ที่ตอนแรกก็ไม่ได้ติดใจสงสัยข้อมูลคุณมิ่งขวัญ ก็ให้เครดิตแกพอควร

จนกระทั่งไปพบกรณีการใช้ข้อมูลเรื่องหนี้ครัวเรือนแบบผิดๆ เข้า
ก็เลยเอามาตั้งกระทู้

++"ความจริงครึ่งเดียว" แบบมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ที่ชาวไทยทุกคนควรรู้ทัน++
http://forum.serithai.net/index.php?topic=19926.0

และจุดสำคัญก็คือตัวคุณ goolnw นี่เองครับที่เข้ามาคุยกับผม
เมื่อวานนี้เกี่ยวกับเรื่องแผนการเพิ่มรายได้ของคุณมิ่งขวัญ
ผมก็เลยไปค้นข้อมูลและพบว่าคุณมิ่งแกมั่วอีกเรื่อง

อดรนทนไม่ได้ก็เลยเอาตั้งเป็นกระทู้ทั้งที่นี่และที่ประชาไท

==มิ่งขวัญโครตมั่ว - การเพิ่มรายได้ 4 เท่าจากการท่องเที่ยว==
http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=614848

---

บางที่ที่ประชาธิปัตย์เขาไม่พบเรื่องคุณมิ่งมั่วข้อมูล
ก็เพราะยังขาดทีมงานอย่างคุณ goolnw กระมังครับ
สนใจจะไปร่วมงานกับเขาไหม เดี๋ยวผมประกาศให้ 

------------------------------------------------------------------------------------------
ปล. ผมยังไม่ได้เอาข้อมูลไปให้นักข่าวนะครับ แต่ถ้ารู้ก่อนผมทำแน่
      ตอนนี้ก็หวังว่าจะมีสื่อมวลชนมาเจอ และอีกทางหนึ่งก็คือมีการ
      เผยแพร่ต่อกันไปในอินเตอร์เน็ตครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-12-2007, 14:58 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #35 เมื่อ: 23-12-2007, 15:14 »

เรื่องตัวเลขนี่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ ไม่ได้อยู่ฝ่ายสถิติ
แต่สถานะการณ์โดยภาพรวมแล้ว
การท่องเที่ยววูบมาตั้งแต่โรคซาร์แล้วค่ะ
จากนั้นก็อยู่ในระดับแค่ประคองตัวมาตลอด
ไม่ได้บูมอะไรเลย ทั้งๆที่ททท.ก็พยามเข็นตัวโก่ง

อยู่ในแวดวงนี้เช่นกัน ที่ทำงานต้องส่ง-รับข้อมูลกับ
ททท.-ทีจีและแอตต้า ฯลฯตลอด
เพียงแต่เรื่องสถิติไม่รู้ชัด เพราะตัวเองทำด้านเงินๆทองๆ
ประมวลเอาจากรายรับ(ไม่ได้บูมอะไร แค่ประคองตัวไปได้)-รายจ่าย(ซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี)

จากสถิติรายได้จากการท่องเที่ยวในส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
มีการชะงักในปี 2546 และ 2548 จริงๆ ครับ และมีการเติบโต
เป็นช่วงๆ

แต่ในปี 46 มีการเติบโตมาทดแทนจากนักท่องเที่ยวในประเทศ
สูงถึงกว่่า 20% นะครับ

จุดสำคัญที่เราต้องดูคือส่วนที่เติบโตอยู่ในส่วนไหน
กลุ่มประเทศใด และเป็นนักท่องเที่ยวประเภทใดครับ

ถ้ากิจการท่องเที่ยวมีลูกค้าไปตกอยู่ในกลุ่มที่ถดถอยก็จะได้รับ
ผลกระทบมากกว่า แต่ถ้ามีลูกค้าอยู่ในกลุ่มเติบโตก็จะไม่ค่อย
ได้รับผลกระทบนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------------
รายได้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ปี 2540 : 220,754 แสนล้านบาท (55.03%)
ปี 2541 : 242,177 แสนล้านบาท (56.31%) เติบโต   +9.70%
ปี 2542 : 253,018 แสนล้านบาท (55.46%) เติบโต   +4.48%
ปี 2543 : 285,272 แสนล้านบาท (57.54%) เติบโต +12.75%
ปี 2544 : 299,047 แสนล้านบาท (57.20%) เติบโต   +4.83%
ปี 2545 : 323,484 แสนล้านบาท (57.89%) เติบโต   +8.17%
ปี 2546 : 309,269 แสนล้านบาท (51.61%) เติบโต    -4.39%
ปี 2547 : 384,360 แสนล้านบาท (54.78%) เติบโต +24.28%
ปี 2548 : 367,380 แสนล้านบาท (52.33%) เติบโต    -4.42%
ปี 2549 : 482,319 แสนล้านบาท (59.93%) เติบโต +31.29%


รายได้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวในประเทศ
ปี 2540 : 180,388 แสนล้านบาท (44.97%)
ปี 2541 : 187,897 แสนล้านบาท (43.69%) เติบโต   +4.16%
ปี 2542 : 203,179 แสนล้านบาท (44.54%) เติบโต   +8.13%
ปี 2543 : 210,516 แสนล้านบาท (42.46%) เติบโต   +3.61%
ปี 2544 : 223,732 แสนล้านบาท (42.80%) เติบโต   +6.28%
ปี 2545 : 235,337 แสนล้านบาท (42.11%) เติบโต   +5.19%
ปี 2546 : 289,986 แสนล้านบาท (48.39%) เติบโต +23.22%
ปี 2547 : 317,224 แสนล้านบาท (45.22%) เติบโต   +9.39%
ปี 2548 : 334,716 แสนล้านบาท (47.67%) เติบโต   +5.51%
ปี 2549 : 322,533 แสนล้านบาท (40.07%) เติบโต    -3.64%
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: 23-12-2007, 15:17 »

รู้สึกพวกมันจะเข้ามาตอบกันบ้างแล้วนะครับคุณจี 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #37 เมื่อ: 23-12-2007, 15:33 »

รู้สึกพวกมันจะเข้ามาตอบกันบ้างแล้วนะครับคุณจี 

หมายถึงที่ประชาไทใช่ไหมครับ

ผมลองแวะเข้าไปดูคร่าวๆ แล้ว
ยังไม่ค่อยมีเนื้อหาอะไรเท่าไหร่
ตอนนี้พักดูผลเลือกตั้งก่อนครับ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #38 เมื่อ: 04-01-2008, 19:40 »



  5555 ก่อนเลือกตั้งผมว่า"แมงโม้"มีมากจัง

 หลังเลือกตั้ง"แมงโม้"ก็ยังไม่หมดอีก แฮะ...
   
บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
sittichai_love
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #39 เมื่อ: 19-01-2008, 13:38 »

เพราะว่าคุณคิดอย่างงี้ละสิ ถึงเป็นได้เท่านี้ไง คุณ มิ่งขวัญเขาเก่งและมีความรู้ครับ
บันทึกการเข้า
stromman
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 526



« ตอบ #40 เมื่อ: 19-01-2008, 14:45 »

เจ๊มิ่ง เก่งมั่วอะครับ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #41 เมื่อ: 19-01-2008, 14:55 »

เพราะว่าคุณคิดอย่างงี้ละสิ ถึงเป็นได้เท่านี้ไง คุณ มิ่งขวัญเขาเก่งและมีความรู้ครับ

เช่นกันครับ.. คุณ sittichai_love 

เพราะคุณ sittichai_love คิดอย่างนั้น (คุณมิ่งขวัญเขาเก่งและมีความรู้ บล่าๆๆๆ)
ก็เลยไม่เคยสงสัยว่าเขามั่ว ขนาดมีข้อมูลมาให้ดูอย่างนี้แล้วก็ยังไม่ยอมเชื่อ

ลองทบทวนข้อมูลที่ผมนำเสนอนะครับ แล้วลองถามตัวเองใหม่ว่าแกมั่วจริงไหม
ตัวคุณ sittichai_love ตอบข้อสงสัยในกระทู้นี้แทนแกได้ไหม หรือเชื่อแกเฉยๆ

ที่ว่า "ถึงเป็นได้เท่านี้" หมายถึงอะไร.. คุณมั่วฝันแกมั่วเองแล้วถูกจับได้นะครับ
ไม่อยากบอกเลยว่า.. พวกคุณถึงเป็นได้เท่านี้ไงครับ เป็นได้แค่ "กองเชียร์มั่วฝัน" 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
หน้า: [1]
    กระโดดไป: