ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-01-2021, 22:07
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  “ขิงแก่” ทิ้งทวน อนุมัติอภิมหาโครงการกว่า 5 หมื่นล. 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
“ขิงแก่” ทิ้งทวน อนุมัติอภิมหาโครงการกว่า 5 หมื่นล.  (อ่าน 567 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« เมื่อ: 19-12-2007, 04:24 »



“ขิงแก่” ทิ้งทวน อนุมัติอภิมหาโครงการกว่า 5 หมื่นล.
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2550 19:02 น.
 
 
 
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี 
 
 
       ที่ประชุม ครม.ทิ้งทวนอภิมหาโครงการ มูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท “แอร์พอร์ตลิงก์” กู้เงิน 9 พันล้าน คลังค้ำประกัน สร้างทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ เฉียด 2 หมื่นล้านบาท
       
       วันนี้ (18 ธ.ค.) นายไชยา ยิ้มวิไล โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (แอร์พอร์ตลิงก์) ประเด็นแรก เห็นชอบให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงินจำนวน 9,940.322 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำมาดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ซึ่งรัฐบาลจะรับภาระค่าดอกเบี้ยจ่าย และให้มีการปรับปรุงแก้ไขสัญญาก่อสร้างในข้อ 4 เรื่องค่าจ้างและการจ่ายเงินตามข้อกำหนด ที่กำหนดให้ผู้ว่าจ้าง คือ ร.ฟ.ท.จ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง ภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ โดยการจ่ายเงินตามปริมาณงานและค่าธรรมเนียมการเงินพร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันที่ตกลงกัน ภายใต้แผนการจ่ายคืนและตามข้อเสนอทางการเงิน
       
       “การปรับปรุงแก้ไขในสัญญาข้อ 4 ให้สอดคล้องกับวิธีการเบิกจ่ายการก่อสร้าง การจัดซื้อจัดจ้าง และวิธีการปกติ”
       
       นายไชยา กล่าวว่า ประเด็นที่สอง ครม.ได้เห็นชอบให้ ร.ฟ.ท.ตั้งบริษัทลูก เพื่อดำเนินการเดินรถในโครงการ ตาม พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2543 มาตรา 39 วรรคแปด โดยมอบให้ ร.ฟ.ท.พิจารณาความเหมาะสมของทุนจดทะเบียนตลอดจน ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
       
       “ซึ่งเรื่องนี้ ครม.ได้ถกเถียงเรื่องนี้อย่างมาก โดยการตั้งบริษัทลูก ร.ฟ.ท.ต้องจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.แจ้งว่า น่าจะทำรายละเอียดการจัดตั้งบริษัทลูกได้ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2551”
       
       ขณะที่ประเด็นสุดท้าย ครม.เห็นชอบให้ ร.ฟ.ท.ชำระค่าก่อสร้างอาคารสถานีและอุโมงค์ใต้อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมด คืนแก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) โดยให้ ร.ฟ.ท.กู้เงินเพื่อชำระคืนตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงไปก่อน และให้รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายค่าดอกเบี้ยเงินกู้ และให้กระทรวงการคลังพิจารณารายละเอียด วิธีการและเงื่อนไขและการค้ำประกัน
       
       ทั้งนี้ ครม.ยังอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ วงเงิน 445 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.งานบริการที่ปรึกษาเพื่อควบคุมงานก่อสร้างจากการขยายอายุสัญญาก่อสร้างออกไป 370 วัน จำนวน 90 ล้านบาท 2.จ้างที่ปรึกษาวิศวกรอิสระ 195 ล้านบาท ระยะเวลา 24 เดือน 3.จ้างผู้เชี่ยวชาญบริหารระบบรถไฟฟ้า วงเงิน 20 ล้านบาท ระยะเวลา 24 เดือน 4.จ้างที่ปรึกษาจัดทำคู่มือ 50 ล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี และ 5.โครงการก่อสร้างทางเดินเชื่อมสถานีพญาไทกับระบบรถไฟฟ้า กทม.วงเงิน 10 ล้านบาท และสถานีเพชรบุรี วงเงิน 80 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ซึ่งกระทรวงการคลัง เห็นด้วยที่จะต้องเร่งดำเนินการให้การก่อสร้างแอร์พอร์ตลิงก์ ให้เสร็จโดยเร็ว
       
       นายไชยา กล่าวอีกว่า ครม.เห็นชอบ การพิจารณาสนับสนุนทางด้านการเงินของรัฐบาล เพื่อบริหารโครงการทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ และทางหลวงพิเศษ หมายเลข 37 ถนนวงแหวนรอบนอก มีการพิจารณาอนุมัติเป็นไปตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม กล่าวคือ ทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ วงเงินจำนวน 18,397 ล้านบาท
       
       โดยให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จัดหาเงินลงทุนโครงการเพื่อชำระค่าก่อสร้าง จำนวน 16,397 ล้านบาท ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลัง ร่วมกับการทางพิเศษฯ พิจารณาหาแหล่งเงินกู้ วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่างๆ ของการกู้เงินที่เหมาะสม ตลอดจนให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินด้วย ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนเพิ่มทุนให้การทางพิเศษฯ จำนวน 2,000 ล้านบาท และให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเป็นรายปี เพื่อเป็นเงินอุดหนุนค่าดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ที่การทางพิเศษฯ กู้มาเพื่อชำระค่าก่อสร้าง เป็นระยะเวลา 5 ปี (2551-2555) และรวมค่าธรรมเนียมทางการเงิน ประมาณ 4,535 ล้านบาท หรือตามจำนวนที่จ่ายจริง
       
       นายไชยา กล่าวด้วยว่า ขณะที่ระบบเก็บค่าผ่านทาง และระบบควบคุมความปลอดภัยด้านการจราจร และทางเชื่อมต่อโครงการกับทางพิเศษบูรพาวิถี และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม วงเงินลงทุนรวม 8,394 ล้านบาท แยกออกเป็น โดยให้รัฐบาลให้เงินยืมไม่มีดอกเบี้ย สำหรับค่ากองสร้างระบบเก็บค่าผ่านทางและระบบควบคุมความปลอดภัยด้านการจราจร และทางเชื่อมต่อโครงการกับทางพิเศษบูรพาวิถี และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม จำสวนเงิน 7,000 กว่าล้านบาท โดยการทางพิเศษฯ จะต้องชำระคืนในปี 2571-2575 ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ เป็นเงินอุดหนุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 1,218 ล้านบาท และหากสำนักงบประมาณไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้การทางพิเศษฯ ได้ ให้กระทรวงการคลังร่วมกับสำนักงบประมาณ และการทางพิเศษฯ เป็นผู้พิจารณาแหล่งเงินกู้ วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่างๆ ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติ แต่มีข้อสังเกตจากสำนักงบประมาณว่า การคืนเงินยืมต้องจ่ายเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 เป็นต้นไป
       
       “นอกจากนี้ ยังมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากรอบวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งจะมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ จากสำนักเลขาฯ ที่มีการขออนุมัติในเรื่องของกรอบวงเงินก็เป็นไปตามนั้น ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากรอบวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ตรงนี้ ก็อนุมัติในการจัดตั้ง”
       
       นายไชยา กล่าวว่า ครม.ยังอนุมัติกรอบค่าจัดกิจกรรมสิทธิที่ดินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ภายใต้กรอบวงเงิน 9,209 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนออนุมัติงบสร้าง สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 จ.นครพนม-แขวงคำม่วน เฟสแรก 300 ล้านบาท
       
       นายไชยา กล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบในหลักการ ตามวาระพิจารณาจร โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (จ.นครพนม ประเทศไทย - แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) หลังจากที่กรมทางหลวง ได้สำรวจและออกแบบการก่อสร้าง รวมทั้งประมาณการค่าก่อสร้างสะพานมิตรไทย 3 เป็นจำนวนเงิน 1,347 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากกรมทางหลวง ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2551 ในการก่อสร้างและควบคุมงาน ซึ่งกรมทางหลวงมีแผนดำเนินงานก่สอร้าง 3 ปี (51-53) โดยในปี 2551 วงเงิน 300 ล้านบาท ปี 2552 วงเงิน 523 ล้านบาท และปี 2553 วงเงิน 524 ล้านบาท ตามลำดับ
       ทั้งนี้ ครม.ได้อนุมัติโครงการ และเห็นชอบสรรจัดงบประมาณในปี 2551 จำนวน 300 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลัง จะหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินโดยด่วน
       
       ทั้งนี้ ครม.ยังได้อนุมัติโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว (AAG : Asia - America Gateway) ของบริษัท กสท โทรคมนาคม ในวงเงินลงทุน 3,600 ล้านบาท ซึ่งช่วยในการให้ระบบสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตมีความรวดเร็วขึ้น จะทำให้ระบบการเชื่อมโยงทางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยจะไม่น้อยหน้าประเทศไหน
 
 
บันทึกการเข้า

เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #1 เมื่อ: 19-12-2007, 06:35 »




  อิอิ ไวปานสายฟ้า แต่คงจะไปได้ดีรัฐบาลใหม่แหละครับ
บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
หน้า: [1]
    กระโดดไป: