ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-05-2019, 16:19
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  คำสั่ง'มิ่งขวัญ'ฟัน'ไร่ส้ม'คดีโฆษณา138ล.โมฆะ สอบพบพิรุธทำหลังพ้นเก้าอี้ผอ.อสมท 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
คำสั่ง'มิ่งขวัญ'ฟัน'ไร่ส้ม'คดีโฆษณา138ล.โมฆะ สอบพบพิรุธทำหลังพ้นเก้าอี้ผอ.อสมท  (อ่าน 1298 ครั้ง)
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 04-12-2007, 11:17 »

คำสั่ง'มิ่งขวัญ'ฟัน'ไร่ส้ม'คดีโฆษณา138ล.โมฆะ สอบพบพิรุธทำหลังพ้นเก้าอี้ผอ.อสมท
 

 
 ผู้อ่าน 1260 คน วันที่ 03 ธันวาคม 2550 เวลา 21:07:14 น.    ส่งข่าวให้เพื่อนส่งข่าว    พิมพ์ข่าวพิมพ์ข่าว    
 
     
คดีโกงโฆษณา'อสมท-ไร่ส้ม' 138 ล้าน สุดพิลึก 'มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์'ลาออกจากผู้อำนวยการใหญ่แล้ว แต่เรียกประชุมพนักงานที่โรงแรมหรูตลอดคืน เร่งสั่งให้เลิกสัญญาไร่ส้ม-ดำเนินคดีอาญา กก.สอบสวนพบพิรุธสั่งทำบันทึกย้อนหลัง -เลขทะเบียนมั่ว ฟันธงคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(คลิกอ่านสกู๊ป-เปิดสำนวนสอบสวนลับ'อสมท-ไร่ส้ม-สรยุทธ'คดีฉ้อโกงเงินโฆษณา138 ล้าน)

กรณีบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สน.ห้วยขวางให้ดำเนินคดีพนักงาน อสมท. 2 คนในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และบริษัท ไร่ส้ม จำกัดและกรรมการบริษัทไร่สัม รวมทั้งนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธิกรชื่อดังในฐานะผู้สนับสนุน ทำให้ อสมท ได้รับความเสียหายจากค่าโฆษณณาเป็นเงิน 138,790,000 บาทนั้น



ผู้สื่อข่าว'มติชนออนไลน์'รายงานเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมถึงผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธานสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตหรือการบริหารงานบกพร่อง กรณีรายการ'คุยคุ้ยข่าว'ซึ่ง



นอกจากมีผลสรุปว่า พนักงาน อสมท 2 คนกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และบริษัท ไร่ส้ม จำกัดและกรรมการบริษัทไร่สัม มีความผิดในฐานะผู้สนับสนุนแล้ว


ยังพบว่า นาย มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้ออกคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายในคดีไร่ส้มเพราะพ้นตำแหน่งแล้วออกคำสั่งย้อนหลังทำให้ไม่มีผลบังคับใช้



รายงานผลการสอบสวนดังกล่าวระบุรายละเอียดว่า ในการประชุมคณะกรรมการ บมจ. อสมท. ครั้งที่ 16/2549 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2549(หลังการรัฐประการ 19 กันยายน 2549) ปรากฏว่า คณะกรรมการ บมจ. อสมท. มีมติเป็นเอกฉันท์ขอลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการ


ขณะที่นายมิ่งขวัญได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ตั้งแต่วันที่ 27 กันายน 2549 ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า การลาออกของนายมิ่งขวัญ มีเหตุอันสมควร จึงมีมติให้นายมิ่งขวัญลาออกได้โดยไม่ต้องยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ เป็นการล่วงหน้า



นายเรวัติ ฉ่ำเฉลิม ประธานกรรมการออกคำสั่ง บมจ. อสมท. ที่ 61/2549 ลงวันที่ 26 กันยายน 2549 แ ต่งตั้งนายชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2549 เป็นต้นไป



อย่างไรก็ดี ในวันที่ 27 กันยายน 2549 นายมิ่งขวัญ ซึ่งได้พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ไปแล้ว ยังคงมาที่ บมจ. อสมท. เพื่อมาประชุมคณะกรรมการ ในวาระพิเศษในการเตรียมการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น บมจ. อสมท. เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่ และมีการส่งบันทึกข้อความ ที่ 108/2549 ลงวันที่ 26 กันยายน 2549 เรื่อง บอกเลิกสัญญา บริษัทไร่ส้มให้ติดตามทวงถามเพื่อชำระหนี้



และให้พิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอาญา โดยส่งถึงผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สถานีโทรทัศน์) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สำนักสร้างสรรค์รายการวิทยุฯ) และรักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สำนักการตลาด 2) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สำนักการตลาด 1) และรักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สำนักกลยุทธ์การตลาด) และรักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สำนักกฎหมายและเลขานุการบริษัท) รวมทั้งสิ้น 4 คน



 และยังมีบันทึกข้อความเลขที่และวันที่เดียวกันนี้ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พักงานพนักงาน และตัดเงินเดือนพนักงาน โดยส่งถึงรักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สำนักทรัพยากรมนุษย์)



จากการสอบสวนนายชิตณรงค์ และนายธนะชัย วงศ์ทองศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายธุรกิจ และเลขานุการบริษัทให้ถ้อยคำสอบสวนสอดคล้องต้องกันรับฟังได้ว่า ใ นคืนวันที่ 26 กันยายน 2549 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น(วันที่ 27 กันายน)   


นายมิ่งขวัญเรียกประชุมที่โรงแรมสุโขทัย มีนายธงทอง จันทรางศุ กรรมการ บมจ. อสมท. นายชิตณรงค์ นายธนะชัย น.ส.บุณฑนิก บูลย์สิน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด 1 น.ส.พิชยา บุญสมธรรม ผู้จัดการส่วนพัฒนาและส่งเสริมรายการ


และนายพลชัย วินิจฉัยกุล ผู้ตรวจการอาวุโสเข้าร่วมประชุมด้วย โดยต่างคนต่างไปร่วมประชุม และต่างเวลาต่อเนื่องกันเพื่อหารือถึงเรื่องการดำเนินการที่มีเหตุทุจริตในเรื่องบริษัทไร่ส้ม จำกัด และการลงโทษพนักงาน บมจ. อสมท. ในวันที่ 27 กันยายน 2549 จึงมีการส่งบันทึกสั่งการของนายมิ่งขวัญ ดังกล่าวมาข้างต้น



ต่อมาวันที่ 28 กันยายน 2549 นายชิตณรงค์ มีคำสั่งให้ให้พนักงาน บมจ. อสมท. คือ น.ส.ธนพร ทวีพาณิชย์ นักลงทุนสัมพันธ์ อาวุโส น.ส.สุษมา เทอดสถีรศักดิ์ เลขานุการกรรมการผู้อำนวยใหญ่ นายฤทธิไกร ทองมาลา เลขานุการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่


และน.ส.พิชยา บุญสมธรรม ผู้จัดการส่วนพัฒนาและส่งเสริมรายการ ทำรายงานการปฏิบัติงานในวันที่ 28 กันยายน 2549 ซึ่งพนักงานทั้งหมดดังกล่าวได้ทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานในวันที่ 27 กันยายน 2549 ยืนยันว่า ในวันที่ 27 กันยายน เวลาประมาณ 20.00 น.เศษ


นายมิ่งขวัญสั่งการให้นางสาวธนพร ทวีพาณิชย์ นำบันทึกสั่งการเรื่องบอกเลิกสัญญา ให้ติดตามทวงถามเพื่อชำระหนี้ และให้พิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอาญากรณีการทุจริตของบริษัทไร่ส้มและบันทึกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พักงานพนักงาน และตัดเงินเดือนพนักงาน ไปลงทะเบียนรับเอกสาร

จากกรณีดังกล่าวแสดงว่า คำสั่งและบันทึกของนายมิ่งขวัญที่ให้ลงโทษผู้กระทำความผิดในคดีนี้ มีการสั่งการและดำเนินการในวันที่ 27 กันยายน 2549 อีกทั้งบันทึกเลขที่ 108/2549 ส่งถึงผู้บริหารของ บมจ.อสมท ถึง 4 คน และบางฉบับมีเนื้อหาที่แตกต่างกัน


แต่ปรากฏว่า ใช้ทะเบียนเลขหนังสือเพียงฉบับเดียว ซึ่งเป็นพิรุธ ทำให้ต้องรับฟังว่า คำสั่งและบันทึกดังกล่าวได้กระทำขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2549

ซึ่งนายมิ่งขวัญ ไม่มีอำนาจกระทำการใดๆ ในนามของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่แล้วเนื่องจากคณะกรรมการ บมจ.อสมท มีคำสั่งแต่งตั้งให้นายชิตณรงค์ ทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยผู้อำนวยการใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2549




ดังนั้น คำสั่งและบันทึกดังกล่าวจึงไม่มีผลใช้บังคับ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมิ่งขวัญลงสมัคร ส.ส.แบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน กลุ่มที่ 6 (กทม. สมุทรปราการ นนทบุรี)ลำดับที่ 3 และเป็นหัวหน้าทีมเศณษฐกิจของพรรคพลังประชาชนด้วย


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=12503&catid=1


---


จะทำไปทำไม...

ทำเพื่ออะไร..


ทั้งที่ตนเองก็หมดหน้าที่....


นี้คือคำถาม ที่ มิ่งขวัญ ต้องตอบประชาชน...
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 04-12-2007, 11:19 »

เป็นปมปริศนามานานว่า ทำไม'สรยุทธ สุทัศนจินดา'พิธิกรชื่อดังซึ่งกำลังสร้างเรตติ้งให้แก่ช่อง 9อสมท ต้องมามีอันแตก

หักด้วยเงินโฆษณาปริศนา138ล้านบาท

ต่อไปนี้เป็นสำนวนการสอบสวนลับที่ไขปริศนาทุกอย่างว่า ใครมีพฤติการณ์อย่าง

ไรและมีการส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ไต่สวนแล้ว



(คลิกอ่าน  http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=7340&catid=8

เปิดค่าตัวล่าสุด 'สรยุทธ สุทัศนะจินดา' never rich alone 3 ปี 700 ล้าน )



(คลิกอ่าน  http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=868

ตร.ส่งคดี'ไร่ส้ม-สรยุทธ'ปมเงินโฆษณาอสมท138ล.ให้ป.ป.ช.-สอบวินัยกราวรูดพนักงาน)


หมายเหตุ...


'มติชนออนไลน์' เป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มี พล.ต.อ.ประทิน

สันติประภพ เป็นประธานซึ่งคณะกรรมการบริษัท อสมท มีคำสั่งแต่งตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2549 เพื่อสอบสวน

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตหรือการบริหารงานบกพร่อง กรณีรายการ'คุยคุ้ยข่าว' รวมทั้งธุรกิจอื่น ตลอดจนการกระทำที่

ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ บริษัท อสมท

ส่วนที่นำมาเสนอเป็นการวินิจฉัยในส่วนพฤติการณ์ของนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่ธุรการ ฝ่ายสนับสนุนและ

บริการลูกค้า และบริษัทไร่ส้ม จำกัด

-------------------------------------------------------



นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด
-------------------------------------------------------

ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ ฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้า มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณาในรายการโทรทัศน์ตามสัญญา

ร่วมดำเนินการรายการโทรทัศน ์ ซึ่งแบ่งเวลาให้แก่ผู้ดำเนินรายการตามจำนวนที่ได้ทำหนังสือสัญญากันไว้ โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งรายการของบริษัทไร่ส้ม จำกัด ในรายการ "คุยคุ้ยข่าว"


ซึ่งนางพิชชาภา มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณารวมของ บมจ. อสมท กับบริษัทไร่ส้ม จำกัด เพื่อส่งให้นางสาวอัญญา อู่ไทย ผู้

ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้าตรวจสอบและลงนามอนุมัติ



แล้วส่งต่อให้เจ้าหน้าที่วัสดุโฆษณาเพื่อค้นหาวัสดุโฆษณาส่งแก่หน่วยงานต ัดต่อคิวโฆษณาในฝ่ายสนับสนุนและบริการ

ลูกค้าแล้วส่งแก่ฝ่ายโทรทัศน์เพื่อทำก ารแพร่ภาพออกอากาศในรายการดังกล่าว


ปรากฏว่า ช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 นางพิชชาภาบังอาจกระทำ

การโดยทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นต่างกรรมต่างวาระ โดยจัดทำคิว

โฆษณาส่วนเกินในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" และไม่จัดส่งข้อมูลการโฆษณาส่วนเกินให้ฝ่ายกฎหมายธุรกิจ เพื่อจัดทำสัญญา

โฆษณาส่วนเกิน อันเป็นประโยชน์แก่บริษัทไร่ส้ม จำกัด



นางพิชชาภา ได้รับเงินตอบแทนจากบริษัทไร่ส้ม เป็นรายเดือนตามจำนวนเวลาที่โฆษณาเกินและบริษัทไร่ส้มได้หัก

ค่าภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของนางพิชชาภา ไว้ด้วย ทำให้ บมจ. อสมท. ได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับเงินค่าโฆษณาส่วนเกิน

จากบริษัทไร่ส้ม จำนวน 138,790,000 บาท



แม้ต่อมาบริษัทไร่ส้มจะยินยอมชำระเงินคืนแก่ บมจ. อสมท. แล้วก็ตาม แต่เป็นผลมาจากการตรวจสอบพบการโฆษณา

เกินของเจ้าหน้าที่ บมจ. อสมท. และมีการเรียกร้องให้บริษัทไร่ส้มชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินดังกล่าว


ดังนั้น การกระทำความผิดของนางพิชชาภา ดังกล่าวได้สำเร็จและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ บมจ. อสมท. แล้ว

อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่



ระหว่างวันที่ 7 สิงหาคม 2548 ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2548 และวันที่ 3 พฤษภาคม 2549 ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2549

นางพิชชาภาจัดทำคิวโฆษณารวมของ บมจ. อสมท. กับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" ต่างกรรมต่างวาระ โดย

ระบุในใบคิวโฆษณาว่าเป็นคิวโฆษณาของ บมจ. อสมท.


แต่เมื่อตรวจสอบจากรายการโฆษณาของ บมจ. อสมท. และบริษัทไร่ส้ม จำกัดแล้ว ปรากฏว่า มิใช่คิวโฆษณาของ บมจ.

อสมท. และบริษัทไร่ส้ม จำกัด หรือที่เรียกว่า "ค่าโฆษณาผี"


อันเป็นสินค้าที่บริษัทเบนเฮอร์ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด บริษัทยูนิค แพลนเนอร์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท ฮิป ฮิป ฮูเรย์ ครี

เอชั่น จำกัด ซึ่งนางเบญจมาศ นนทวงษ์ ในขณะเกิดเหตุนี้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจอาวุโส ฝ่ายกฎหมายธุรกิจ


ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ขายอาวุโส (Account Executive) ฝ่ายขายวิทยุ คลื่นวิทยุ เอฟ.เอ็ม. 95 MHz ได้ฝากให้

นางพิชชาภา นำไปลงโฆษณากับบริษัทไร่ส้ม ในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" อันเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ บมจ. อสมท. นำโฆษณาดัง

กล่าวมาให้แก่นางพิชชาภา



แต่นางพิชชาภา บังอาจระบุในใบคิวโฆษณาว่าเป็นรายการโฆษณาของ บมจ. อสมท. ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่านางพิชชา

ภาได้นำสินค้าดังกล่าวไปโฆษณาในราย "คุยคุ้ยข่าว"


และเป็นผู้รับเงินค่าโฆษณารายการดังกล่าวเป็นของตนเอง ทำให้ บมจ. อสมท. เสียหายไม่ได้รับเงินค่าโฆษณาดังกล่าว

คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,130,000 บาท อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่




นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2547 ถึงปี พ.ศ.2548 นางพิชชาภา ยังหาโฆษณาสินค้าเพื่อไปส่งมอบให้แก่บริษัทไร่ส้ม และได้รับ

เงินค่านำเข้ายอดขายโฆษณาจากบริษัทไร่ส้ม โดยไม่ยอมนำโฆษณาสินค้าดังกล่าวมาให้แก่ บมจ. อสมท. เ นื่องจากหาก

นำมามอบให้แก่ บมจ. อสมท. จะไม่ได้รับค่านำเข้า(ค่านายหน้า) หรือได้รับน้อยว่าที่จะได้รับจากบริษัทไร่ส้ม จำกัด อัน

เป็นการไม่เอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของ บมจ. อสมท



เมื่อ นางบุณฑณิก บูลย์สิน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด 1 และรักษาผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวย

การใหญ่ สำนักกลยุทธ์การตลาด สั่งการให้นางปิยะนาถ ไชยพิมลตรวจสอบการโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้ม



ปรากฏ นางพิชชาภาบังอาจใช้น้ำยาลบคำผิด ลบข้อความในใบคิวโฆษณารวมของ บมจ. อสมท และบริษัทไร่ส้ม

จำกัด เพื่อทำลายพยานหลักฐาน ไม่ให้มีการตรวจสอบการโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้ม จำกัด อันเป็นการปกปิดข้อความ

จริงและความผิดที่ตนเป็นผู้กระทำขึ้น




การที่นางพิชชาภา ทำการลบข้อความในใบคิวโฆษณารวมของ บมจ. อสมท และบริษัทไร่ส้ม เพื่อทำลายพยานหลักฐาน

และเป็นการปกปิดข้อความจริงและความผิดของตน ไม่ให้มีการตรวจสอบการโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้ม  อันเป็นการทำ

เอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรืแก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนอันมีมูลเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร ตามประมวล

กฎหมายอาญา มาตรา 264



โดยที่ บมจ. อสมท ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลังในอัตราน้อยละ 65 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด ดังนั้น บมจ. อสมท

ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 จึงเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นองค์การของ

รัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์ การของรัฐบาลที่รัฐเป็นเจ้าของมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินร้อยละห้าสิบ บมจ. อสมท จึง

มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.ความผิดพนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502


ดังนั้น การที่นางพิชชาภจึงเป็นพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐที่ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือ

ประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยมิชอบและเป็นพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้

อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด


และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการ

ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต


อันมีมูลเป็นความผิดตามมาตรา 6มาตรา 8 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือ

หน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502   



----------------------------------




บริษัท ไร่ส้ม จำกัด


----------------------------------


เป็นคู่สัญญากับ บมจ.อสมท ตามสัญญาร่วมดำเนินการรายการโทรทัศน์ ฉบับลงวันที่ 6 กันยายน 2547 ฉบับลงวันที่ 31

พฤษภาคม 2548 บันทึกข้อตกลง ฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2548 สัญญาร่วมดำเนินรายการโทรทัศน์ ฉบับลงวันที่ 30

มกราคม 2549 รวมแปดฉบับ



ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2549 บ ริษัทไร่ส้ม โดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา


 นางสาวอังคณา วัฒนมงคลศิลป์ และ นางสาวสุกัญญา แซ่ลิ่มกรรมการ บริษัท กับ นางสาวมณฑา ธีรเดช เจ้าหน้าที่บริษัท

ไร่ส้ม จำกัด     ได้บังอาจร่วมกันกระทำการโดยทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือ

ผู้อื่น ต่างกรรมต่างวาระ




โดยไม่ร่วมกับนางพิชชาภาจัดทำคิวโฆษณาส่วนเกินในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" และไม่แจ้งขอซื้อโฆษณาส่วนเกินต่อฝ่ายขาย

โทรทัศน์ สำนักการตลาดส่วนเกินในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" และไม่แจ้งขอซื้อโฆษณาส่วนเกินต่อฝ่ายขายโทรทัศน์ สำนัก

การตลาดของ บมจ.อสมท เพื่อจัดทำสัญญาโฆษณาส่วนเกิน อันเป็นประโยชน์แก่บริษัทไร่ส้ม



 โ ดยบริษัทไร่ส้ม ได้มอบเงินตอบแทนเป็นรายเดือนตามจำนวนเวลาที่โฆษณาเกินให้แก่นางพิชชาภา และได้หักค่า

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ของนางพิชชาภา ไว้ด้วย ทำให้ บมจ.อสมท ได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับเงินค่าโฆษณาส่วนเกินจากบริษัทไร่ส้ม จำกัด

จำนวน138,790,000 บาท
     

แม้ต่อมาบริษัทไร่ส้ม จะยินยอมชำระเงินคืนแก่ บมจ.อสมท แล้วก็ตาม แต่เป็นผลมาจากการตรวจสอบพบการโฆษณา

เกินของเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท และมีการเรียกร้องให้บริษัทไร้ส้ม จำกัด ชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินดังกล่าว



ดังนั้นการกระทำความผิดของบริษัทไร่ส้ม จำกัด และนางพิชชาภา ดังกล่าวได้สำเร็จและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่

บมจ.อสมท แล้วอันเป็นการกระทำโดยร่วมกันทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความ


 จริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือ บุคคลที่สาม อันมีมูลเป็น

ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบกับมาตร 86



นอกจากนี้ เมื่อ บมจ.อสมท ทำการตรวจสอบการโฆษณาส่วนเกินของบริษัทไร่ส้ม ปรากฏว่า


บริษัทไร่ส้ม สั่งการให้นางพิชชาภา ทำการลบข้อความในใบคิวโฆษณารวมของ บมจ.อสมท และบริษัทไร่ส้ม

เพื่อทำลายพยานหลักฐานและเป็นการปกปิดข้อความจริงและความผิดของตน
 

 ไม่ให้มีการตรวจสอบการโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้มอันเป็นการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด ฯ


อันมีมูลเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 

นางพิชชาภา มีสถานะเป็นพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความ

เสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานใน

องค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น บริษัทไร่ส้มจึงน่าจะเป็นผู้สนับสนุนให้นางพิชชาภา

กระทำความผิดตามมาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 11 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
   
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=12393&catid=25
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-12-2007, 11:23 โดย An.mkII » บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 04-12-2007, 11:21 »

ตร.ชง"ป.ป.ช."แล้ว คดี"ไร่ส้ม-สรยุทธ์"

วันที่ 03 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10859


 



ส น.ห้วยขวางส่งสำนวนคดี"พนักงาน อสมท-ไร่ส้ม-สรยุทธ สุทัศนะจินดา"ให้ ป.ป.ช.แล้ว

เข้าข่ายทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดพนักงานองค์การของรัฐ ฉ้อโกงทำให้เสียหายกว่า 138 ล.

เผยคณะกรรมการชุดประทินเสนอฟันผู้ถูกกล่าวหาวินัย-อาญา 12 ราย ถูกสอบวินัยกราวรูด



กรณีบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สน.ห้วยขวางให้ดำเนินคดีพนักงาน อสมท 2 คน

ในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502

และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และกรรมการบริษัทไร่ส้ม รวมทั้งนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง

ในฐานะผู้สนับสนุน ทำให้ อสมท ได้รับความเสียหายจากค่าโฆษณาเป็นเงิน 138,790,000 บาทนั้น



พ.ต.อ.ระ ยอง ยังอยู่ ผู้กำกับการ สน.ห้วย ขวาง ให้สัมภาษณ์ "มติชนออนไลน์" เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ถึงความคืบหน้าคดีว่า

ได้ส่ง สำนวนทั้งหมดให้คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

พิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในการไต่สวนของ ป.ป.ช.




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว คณะกรรมการบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

มีมติและคำสั่งลงวันที่ 21 ธันวาคม 2549 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มี

พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตสมาชิกวุฒิสภาเป็นประธาน ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริต

หรือการบริหารงานบกพร่องกรณีรายการ "คุยคุ้ยข่าว" รวมทั้งธุรกิจอื่น

ตลอดจนการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ บริษัท อสมท



จากการสอบสว นของคณะกรรมการได้มีมติให้กล่าวหาพนักงาน บริษัท อสมท

และบุคคลภายนอกทั้งทางวินัย อาญาและทางแพ่งกับบุคคลทั้ง 12 รายแตกต่างกันไปได้ แก่



1.นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการ ฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายบริการลูกค้า


2.น.ส.อัญญา อู่ไทย หัวหน้าส่วนธุรการระดับ 6 ฝ่ายบริการลูกค้า


3.นายประทีป ศรีมณฑล พนักงานธุรกิจระดับ 7 งานคิวโฆษณา


4.นายธนะชัย วงศ์ทองศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายธุรกิจ และเลขานุการบริษัท

 
5.นางเบญจมาศ นนท์วงศ์ พนักงานธุรกิจระดับ 5


6.นายวัลลพ ม่วงกล่ำ พนักงานตัดต่อระดับ 5

 
7.น.ส.บุณฑณิก บูลย์สิน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด 1

 
8.บริษัท ไร่ส้ม จำกัด รวมทั้งกรรมการบริษัท

คือ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา น.ส.อังคณา วัฒนมงคลศิลป์ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม และ น.ส.มณฑา ธีรเดช




แหล่งข่าวจากบริษัท อสมท เปิดเผยว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อฝ่ายบริหารพิจารณาสำนวนของคณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่า

 ให้แจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่พนักงานของบริษัท อสมท จำนวน 2 คน โดยกล่าวหาว่าทำความผิด

ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502



คือ 1.นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด ซึ่งเป็นผู้ดูแล เวลาโฆษณาของบริษัทไร่ส้ม

ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ในการปลอมแปลงเอกสารและทำลายเอกสาร รวมทั้งรับสินบนจากบริษัทไร่ส้ม และ



2.นางเบญจมาศ นนท์วงศ์ ซึ่งเป็นผู้ส่งโฆษณาให้แก่นางนางพิชชาภา

และบริษัทไร่ส้มและกรรมการบริษัทถูก กล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด



แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนพนักงาน อสมท ที่เหลือ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป

ยกเว้นพนักงานบางคนที่ลาออกไปแล้ว เช่น น.ส.บุณฑณิก บูลย์สิน และบางคนถูกไล่ออก เช่น นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด



ผู้สื่อข่าวรายงานว่ า การกระทำผิดตาม พ.ร.บ. ด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐเป็นโทษที่หนักมาก

มีโทษจำ คุกตั้งแต่ 1-10 ปี, 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต แล้วแต่เป็นความผิดในฐานไหนหรือประหารชีวิตในกรณีเรียกรับสินบน




นอกจากนั้น ยังเป็นความผิดอาญาแผ่นดินซึ่งไม่สามารถยอมความได้

แม้จะมีการคืนเงินค่าโฆษณาที่บริษัทไร่ส้มได้รับเกินไปกว่าสัญญาหรือรับไปโด ยมิชอบแล้วก็ตาม




สำหรับบริษัทไร่ส้มนั้น มีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง และ น.ส.อังคณา วัฒนมงคลศิลป์

เป็นผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัท กรรมการ ประกอบด้วย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา น.ส. อังคณา วัฒนมงคลศิลป์

และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 ประกอบธุรกิจผลิตและสร้างสรรค์งานภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ในทุกๆ รูปแบบ



ส่วนรายได้ของบริษัทไร่ส้มนั้น จากการตรวจสอบงบการเงินในปี 2548 และปี 2549

พบว่ามีรายได้ 251,801,969 บาท และ 323,062,245 บาท และมีกำไร 132,702,177 บาท และ 86,023,228 บาทตามลำดับ

หน้า 1


   
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0112031250&day=2007-12-03&sectionid=0101
บันทึกการเข้า
ล้างโคตรทักษิณ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



« ตอบ #3 เมื่อ: 04-12-2007, 11:49 »

หึ หึ กรรมมันติดจรวดจริงๆ เป็นถึงผอ.สื่อสารมวลชนหลักๆของประเทศ แต่ทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ไอ้เหลี่ยมจนวินาทีสุดท้าย หาผลประโยชน์เข้ากระเป๋า

จนวันนี้ยังตามมารับใช้ไอ้แม้วอีก เขาไว้ชีวิตแล้ว ไม่รู้จักสำนึก ไอ้หน้าแหลมเอ๊ย สงสัยไปไม่ถึงดวงดาวล่ะ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-12-2007, 11:53 โดย ล้างโคตรทักษิณ » บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #4 เมื่อ: 04-12-2007, 12:17 »

    คาดว่า คุณมิ่งขวัญ จะรู้ว่า จะมาทำงาน แค่วันที่ 27  โดยไม่ได้วางแผนระยะยาวไว้
ดังนั้น วันที่ 26 ก็นัดประชุมใหญ่ เอาให้เรียบร้อย อะไรทำได้ ก็ทำไป ไม่ให้ค้างคา รวมทั้งเรื่องลาออก แต่งตั้งคนรักษาการแทน
(คนอะไรวางแผนดีจริงไม่ให้หน่วยงานเกิดสูณญากาศเลย รับผิดชอบงานมาก )จนไปถึงตี 2
รวมทั้งให้ออกหนังสือแจ้งยกเลิกฉบับนั้นด้วย ใช้หนังสือลงวันที่ 26  ประชุมเสร็จตี2 เลขาพิมพ์ไม่ทันแล้ว
 หนังสือ จึงกลับมาให้เซ็นเช้าวันที่ 27  แกก็เซ็นหนังสือออกจากที่ประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 26 ทั้งหมด
ไม่เห็นจะพิลึกเลย   ทำอย่างนี้แล้วจะติดคุกมั๊ยเนี่ย


อ่านแล้วตกใจ  นึกว่าชื่อคุณมิ่งขวัญอยู่ใน 8 คนที่โดนฟ้อง   
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 04-12-2007, 13:20 »

ทุเรศสิ้นดีหัวปลีจริงๆ

พอดีผมก็เอาข่าวมิ่งขวัญไปแปะที่เฉลิมไทย...

ก็เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกะโทรทัศน์โดยตรง....แต่ก็มีคนมารุมด่าผมและเเจ้งลบ...


แต่พอดีข้างล่างมันมีกระทู้ด่าประชัย...

และพอเวลามิ่งขวัญมาออกประเด็นการเมืองในเจาะใจมันตั้งชมกันมันเงียบกันมันไม่พูด...ว่ามันเข้าประเด็นการเมือง...


ทั้งๆที่ทั้งสองเรื่องนี้ควรไปตั้งที่ราชดำเนินชัดๆ



แต่พอผมเอาเรื่องเกียวกะโทรทํศน์มาตั้งโดยตรงมันกลับมารุมลบกระทู้ผม..

หัวปลีจริงๆไอ้คนพวกนี้....
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 04-12-2007, 13:51 »

ลองไปตั้งที่ราชดำเนินสิ อิ อิ

งานแบบนี้ เหตุเกิดตอนมิ่งขวัญ ทำงานอยู่ มันปัดความรับผิดชอบไม่ได้หรอก เรื่องมันทำกันมาเป็นปี ๆ
บันทึกการเข้า

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 04-12-2007, 14:05 »

ไม่หรอกลุง...

ไม่่อยากจะยุ่งกะมันเสียสุขภาพจิต...

ไอ้กะคนพรรค์นั้น...

ให้แฟนคลับลุงเอาไปแปะซิ

 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 04-12-2007, 14:43 »

บอร์ดขยะ ก็รับแต่ขยะ ลองให้ตั้งรัฐบาลพลังประชาชนมาดู ก็ดูไม่จืดแล้ว

ไม่รู้ว่าเค้าเชียร์กันยังไง ระดับโกง 100 ล้านยังจับอะไรไม่ได้ แล้วจะไปดูแลเงินล้านล้านบาทได้ไง

คุณมิ่งขวัญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-12-2007, 14:45 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: