ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
05-12-2020, 17:43
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ราเกซ สักเสนา ผู้ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยพังทลายลงเมื่อปี 2538 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ราเกซ สักเสนา ผู้ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยพังทลายลงเมื่อปี 2538  (อ่าน 1712 ครั้ง)
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« เมื่อ: 11-05-2006, 23:07 »

หลายคนคงยังไม่ลืมชื่อนี้ "ราเกซ สักเสนา" พ่อมดทางการเงิน

   ผู้ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยพังทลายลงเมื่อปี 2538

ชะตากรรม ราเกซ สักเสนาคดีหลักทรัพย์...ไม่หมดอายุ!

 

ชื่อ "ราเกซ สักเสนา" เจ้าของฉายา "พ่อมดการเงิน" กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังเงียบหายไปเกือบ 10 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์มณฑลบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา พิพากษายืนตามคำตัดสินของ นายมาร์ติน คูชอน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมแคนาดา ที่จะให้ส่งตัวนายราเกซ อดีตที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) มาให้ทางการไทยดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน และไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี

ย้อนรอยเส้นทางชีวิตพ่อมดการเงินคนนี้กันอีกสักนิด เผื่อใครจะหลงลืมไปแล้วว่า นายราเกซฝากรอยแผลฉกรรจ์ทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยอย่างไรบ้าง...

นายราเกซ ก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างสูงในวงการเมือง และเศรษฐกิจ เมื่อมีโอกาสเป็นที่ปรึกษา นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ซึ่งถูกทางการไทยยื่นฟ้องเมื่อปี 2539 ฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์บีบีซี ราว 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,000 ล้านบาท อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธนาคารเก่าแก่ของไทยแห่งนี้ตกอยู่ในภาวะล้มละลายในปี 2538

การยักยอกทรัพย์ของนายเกริกเกียรติ และนายราเกซพร้อมพวกจะใช้วิธีการปล่อยกู้ที่มีความเสี่ยงสูง และกิจกรรมที่ใช้เงินทุนสูงมากให้พรรคพวกที่เป็น "นักการเมือง" จำนวนหลายหมื่นล้านบาท จากนั้นจึง "ตบแต่งบัญชี" ให้มีผลกำไรนับร้อยนับพันล้านบาท ทั้งที่ขาดทุนย่อยยับ!

ต่อมา บีบีซี จึงล่มสลายลง เนื่องจากมีหนี้สินมหาศาลราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 1.2 แสนล้านบาท) ตามมาด้วยการปิดตัวของสถาบันการเงินกว่า 50 แห่งจนเป็นชนวนสำคัญให้เกิดการขาดความเชื่อมั่นในระบบธนาคารไทย และนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจการเงินในเอเชียหรือที่เรียกว่า “โรคต้มยำกุ้ง” ในปี 2540

สำหรับต้นตอการ "แฉ" ขบวนการเขมือบบีบีซีเริ่มต้นขึ้นเมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายแฉกลโกงบีบีซีด้วยกลวิธีอันซับซ้อนซ่อนเงื่อนต่อสภาเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2539

ผลสะท้านสะเทือนของการแฉอย่างหมดเปลือกครั้งนั้นทำให้ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) สั่งให้ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ในขณะนั้น) ดำเนินการสั่งปิดบีบีซี ตามมาด้วยปฏิบัติการ "ล้างบาง" ในธนาคารแห่งประเทศไทย

กระทั่งวันที่ 17 พฤษภาคม 2539 กระทรวงการคลัง จึงตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมธนาคารแห่งนี้แบบเบ็ดเสร็จจากนั้นนายเกริกเกียรติเดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็กลับมาสู้คดีในประเทศไทยในเดือนถัดมา

ท้ายที่สุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548 นายเกริกเกียรติ ถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ตัดสินจำคุกรวมทั้งหมด 3 คดี คดีละ 10 ปี รวมเป็น 30 ปี และปรับรวมกันทั้งหมด 3,330 ล้านบาท !!!

ส่วน นายราเกซหลบหนีไปประเทศแคนาดาตั้งแต่ปี 2539 และถูกทางการไทยออกหมายจับเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2539 จากนั้นถูกตำรวจแคนาดาจับกุมที่เมืองวิสต์เลอร์ แหล่งท่องเที่ยวเล่นสกีชื่อดังในมณฑลบริติช โคลัมเบีย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมปีเดียวกัน

แต่นายราเกซก็ดิ้นรนสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อจะไม่ต้องถูกส่งตัวกลับมาไทยทุกวิถีทาง ซึ่งเป็นการต่อสู้คดีที่กินเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์แคนาดา โดยอ้างว่าถูกใส่ร้ายให้เป็น “แพะรับบาป” จากกลุ่มผู้บริหารของบีบีซี และผู้กำกับดูแลระบบการเงินของไทย ซึ่งพยายามปกปิดเรื่องอื้อฉาวในบีบีซี

กระทั่งในปี 2546 นายมาร์ติน คูชอน รมว.ยุติธรรมแคนาดา ตัดสินให้ส่งตัวนายราเกซให้ทางการไทย แต่นายราเกซดิ้นรน ต่อสู้ในศาลอุทธรณ์ เพื่อที่จะไม่ต้องถูกส่งตัวกลับ โดยอ้างว่าถ้าถูกส่งกลับประเทศไทยอาจถูกสังหารหรือถูกขังในคุกอย่างโหดร้ายทารุณ

จนล่าสุดเมื่อศาลอุทธรณ์มณฑลบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา พิพากษายืนตามคำตัดสินของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมแคนาดา ชะตากรรมของนายราเกซจึงอยู่ที่ผลการฎีกา ซึ่งถือเป็น "ฟางเส้นสุดท้าย" ซึ่งจะตัดสินชะตากรรมของ "พ่อมดการเงิน" ว่าจะต้องลงเอยอย่างไร

ด้าน นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อธิบดีอัยการฝ่ายคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินคดีนายราเกซ ว่า ตามกฎหมายของประเทศแคนาดาสามารถยื่นฎีกาภายในระยะเวลา 1 เดือน เมื่อยื่นแล้วศาลฎีกาจะให้อัยการพิจารณาคัดค้านภายในระยะเวลา 1 เดือน จากนั้นศาลจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะรับฎีกาหรือไม่ ซึ่งจะใช้เวลาในการพิจารณา 6-8 สัปดาห์

การพิจารณาจะรับฎีกานั้นมีเหตุผล 2 ประการ คือ

1.ต้องเกี่ยวกับความมั่นคง และผลประโยชน์ของประเทศแคนาดา

2.เกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญ

นายอรรถพล ระบุว่า จากการประสานงานระหว่างอัยการไทยกับแคนาดาเชื่อว่า เรื่องของนายราเกซ ไม่เข้าข่ายทั้งสองกรณี จึงน่าเชื่อว่า ศาลจะ "ไม่รับฎีกา" ของนายราเกซ และถ้าศาลไม่รับฎีกาก็จะต้องส่งตัวนายราเกซมาดำเนินคดีในประเทศภายในระยะเวลา 45 วัน นับจากวันที่ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาคดี

สำหรับการประสานขอตัวนายราเกซมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา มีอัยการสูงสุดเป็นผู้ประสานงานกลางรับตัวนายราเกซ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย และสามารถดำเนินคดีต่อในประเทศไทยได้ทันที

ส่วนฐานความผิดของนายราเกซ เป็นคดีร่วมกันยักยอกทรัพย์ และผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีเดียวกับที่นายเกริกเกียรติ ถูกตัดสินจำคุก 30 ปีไปแล้วก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ในคดียักยอกทรัพย์ไม่สามารถเอาผิดนายราเกซได้ เนื่องจากมีอายุความ 10 ปี และหมดอายุความไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2548

ในส่วนคดีความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ มีอายุความ 15 ปี จึงสามารถดำเนินคดีได้ทันที เมื่อนายราเกซกลับมาในประเทศไทย

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับคดีอื่นๆ ถ้าจะดำเนินคดีเพิ่มเติมกับนายราเกซ ต้องแจ้งไปที่กระทรวงยุติธรรมของประเทศแคนาดาก่อน เพราะนายราเกซ แจ้งว่า กลัวถูกกลั่นแกล้ง และคดีอื่นที่นายราเกซ เข้าไปพัวพันร่วมกับคนอื่นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งต่างกรรมต่างวาระกัน จึงจะสรุปกันอีกครั้งว่าจะดำเนินคดีอะไรเพิ่มบ้าง

แม้จะถือเป็น "ข่าวดี" ที่คนไทยจะได้ "คิดบัญชีย้อนหลัง" กับอาชญากรเศรษฐกิจตัวฉกาจ แต่คอการเมืองในสภากาแฟอดคันปากตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า ข่าวนายราเกซจะจัดเข้าข่าย "ข่าวกลบกระแส" หรือไม่ ท่ามกลางอุณหภูมิการเมืองที่ทะลักจุดเดือดอยู่ในขณะนี้ เพราะนายราเกซ ถือว่า เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองทั้งสองฝ่าย และมี "ข้อมูลลับ" ที่ออกมาแฉเมื่อไรก็คง "ตายหมู่" เมื่อนั้น!

http://medinfo.psu.ac.th/pr/WebBoard/readboard.php?id=7503
บันทึกการเข้า

จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #1 เมื่อ: 11-05-2006, 23:09 »



อัยการยันคดี “ราเกซ” ไม่หมดอายุความ
http://www.zubzip.com/news/view.asp?id=1288
บันทึกการเข้า

จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #2 เมื่อ: 11-05-2006, 23:14 »

แก๊ง ราเกซ สักเสนา
เดินสวนกระแส : กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  25  พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

การนำตัวนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษา ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (บีบีซี) กลับมาดำเนินคดี ในประเทศไทย ใกล้ความจริงเข้ามาแล้ว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะบุคคล ที่ก่อความเสียหายรุนแรง ทางเศรษฐกิจไว้ ควรจะต้องกลับมารับกรรม

แต่จะมีคนบางกลุ่มคนไม่ยินดีนัก ถ้านายราเกซถูกส่งตัวมาประเทศไทย เพราะกลัวว่า พฤติกรรมปล้นเงินจากแบงก์บีบีซีจะถูกเปิดโปง

นายราเกซเป็นชาวอินเดีย ไม่ได้เกิดในประเทศไทย แต่เดินทางเข้ามาทำงานหลังปี 2520 โดยสร้างตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน และการลงทุน และเคยเป็นที่ปรึกษาการเงินให้หลายองค์กร แต่อยู่ที่ไหนไม่ทน เพราะพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ จนนายราเกซแทบจะหมดที่ไป

หลายปีที่ชื่อของนายราเกซเงียบหาย ไม่มีบทบาทในวงการเงินและการลงทุนมากนัก กระทั่งปี 2535 ชื่อของนายราเกซ ไปโผล่เป็นที่ปรึกษาของนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ

และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผน ในการแก้เกมนายสอง วัชระศรีโรจน์ หรือเสี่ยสอง ซึ่งเข้ามาไล่ซื้อหุ้นแบงก์บีบีซี ก่อนที่เสี่ยสองจะถูกกล่าวโทษในข้อหาปั่นหุ้นแบงก์บีบีซีในปลายปี 2535

ระหว่างปี 2536 นายราเกซ มีบทบาทในแบงก์บีบีซีสูงมาก โดยมีอำนาจในการจัดการธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งการผ่องถ่าย หรือยักย้ายถ่ายเทเงินจากแบงก์บีบีซีก็เกิดขึ้นในช่วง 2 ปี ไม่ว่าการตั้งบริษัทมากู้เงินจากแบงก์ การนำที่ดินถิ่นธุรกันดารมากู้เงิน หรือการสร้างเกมเทคโอเวอร์หุ้นในตลาดหลักทรัพย์

และมีการเทคโอเวอร์บริษัทในตลาดหลักทรัพย์นับสิบแห่ง โดยแบงก์บีบีซีเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และเป็นผู้สนับสนุนเงินกู้ในการเทคโอเวอร์ให้บรรดานักการเมืองหลายคน

นักการเมืองกลุ่ม 16 หลายคน เดินเพ่นพล่านหรือมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องในแบงก์บีบีซีหลายคน ไม่ว่าการกู้เงิน หรือการเทคโอเวอร์บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้เงินจากแบงก์บีบีซี และมีการจัดฉาก อุปโลกน์เศรษฐีชาวอาหรับ เข้ามาเทคโอเวอร์

นายราเกซเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกำกับ การบริหารเงินจากแบงก์บีบีซีทั้งหมด ส่วนนักการเมืองกลุ่ม 16 ที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับแบงก์บีบีซียุคนั้นมีแกนนำประกอบด้วย นายเนวิน ชิดชอบ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุชาติ ตันเจริญ และนักการเมืองอีกหลายคน

ช่วงที่นายราเกซเป็นที่ปรึกษาแบงก์บีบีซี  ได้รับการคุ้มกันความปลอดภัยอย่างดี โดยมีการจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ติดตามอารักขาหลายคน เหมือนบุคคลสำคัญของประเทศ ทั้งที่ปัจจุบัน มีฐานะเป็นอาชญากรเศรษฐกิจ ในปี 2538 นายราเกซ ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่เจ้าตัวหลบหนีจากประเทศไทยออกไปแล้ว โดยคาดว่า น่าจะถ่ายเทเงินออกจากแบงก์บีบีซีติดตัวไปนับหมื่นล้านบาท โดยยังไม่รวมเงินที่ถูกบรรดานักการเมืองปล้นไปจากแบงก์แห่งนี้ ซึ่งคาดว่า จะมีจำนวนหลายพันล้านบาท

แบงก์บีบีซีถูกลบชื่อทิ้งไปแล้ว เพราะฐานะล่มสลาย จนแบงก์ชาติต้องอัดฉีดเงินเข้าไปแก้ปัญหา แต่พ่อมดที่ทำให้แบงก์บีบีซีล่มสลาย ยังไม่ถูกนำตัวมาดำเนินคดี

แต่วันเวลาที่จะใช้เงินเสวยสุขของนายราเกซสั้นลงแล้ว เพราะกระทรวงยุติธรรมจะจับตัวส่งกลับมาดำเนินคดีในไทย

และถ้าถูกส่งกลับตัวมาเมื่อไร อาจจะมีการเปิดโปงข้อมูล บรรดาคนที่เข้าไปร่วมแบงก์บีบีซีเมื่อ 10 ปีก่อนตีแผ่ออกมา

บรรดาผู้ที่เคยร่วมขบวนการปล้นแบงก์บีบีซี จึงอาจไม่สบายใจนักที่นายราเกซจะกลับมา เพราะพฤติกรรมของตัวเองในอดีตอาจถูกเปิดเผย

การกลับมาของนายราเกซมีความหมายมาก เพราะไม่เฉพาะการนำตัวนายราเกซมาใช้กรรมเท่านั้น แต่ยังจะใช้นายราเกซ เป็นพยานชี้ตัวบรรดาคนที่ทำให้แบงก์บีบีซีล่มสลาย จนประชาชนกว่า 60 ล้านคน ต้องร่วมกันแบกรับภาระด้วย

โดยบรรดาแก๊งที่ปล้นแบงก์บีบีซี แน่นอนอาจจะมีนักการเมืองรวมอยู่ด้วย และอาจจะเป็นนักการเมืองที่มีอำนาจวาสนาในรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะนี้

อีกไม่นานเกินรอแล้ว ประเทศไทยจะได้ตัวนายราเกซมา แต่จะได้ตัวนักการเมืองที่สมรู้ร่วมคิด กับนายราเกซ ปล้นแบงก์บีบีซีหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะต้องการรื้อฟื้นความสูญเสียในแบงก์บีบีซีขนาดไหน

และพ.ต.ท.ทักษิณ จะตามล่ากลุ่มคนที่มีส่วนทำให้ระบบเศรษฐกิจในอดีตล่มสลาย โดยไม่ไว้หน้าใคร แม้แต่นักการเมืองร่วมรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่

นายราเกซ กลับมาเมื่อไหร่ จะมีเรื่องสนุกที่ให้ติดตาม มีข้อมูลเบื้องหลังความพินาศของแบงก์บีบีซี ที่จะต้องเจาะอีกเยอะ

ใครที่ร่วมขบวนการกับนายราเกซ ใครที่เคยปล้นเงินแบงก์บีบีซีไป อาจจะต้องเตรียมตัวไว้ชดใช้กรรมเก่าได้ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเอาจริงกับแก๊งปล้นแบงก์บีบีซี
http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2003q4/article2003nov25p3.htm
บันทึกการเข้า

จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #3 เมื่อ: 11-05-2006, 23:18 »

คดีประวัติศาสตร์ - เกริกเกียรติ และ บีบีซี

ข่าวจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2548

ในกรณีที่ได้ปรากฏหลักฐานต่อ ธปท.ว่า ธนาคารบีบีซี มีฐานะและดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ธปท.จึงออกคำสั่งให้บีบีซี ฉบับลงวันที่ 18 เม.ย.2538 แก้ไขฐานะและการดำเนินงานหลายประการ แต่ธนาคารบีบีซีฝ่าฝืน และยังให้สินเชื่อกับบุคคลและนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้รายเดิมที่ธนาคารให้สินเชื่อไว้แล้วเพิ่มเติมรวมเป็นเงินกว่า 9,000 ล้านบาท

http://www.thaiappraisal.org/Thai/NewsDigests/NewSD56.htm

http://www.gotomanager.com/resources/default.aspx?id=4264

http://www.gotomanager.com/resources/default.aspx?id=4345

ข้อมูล สองตัวแสบหลักๆ ก็ คือ "ราเกซ สักเสนา" กับ "เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์"
แต่กลุ่มนักการเมือง 16 ที่มีเอี่ยวนี่สิ อย่างน้อย สามคนอยู่ในพรรค ทรท
นายเนวิน ชิดชอบ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุชาติ ตันเจริญ
แล้วแบบนี้ ทรท จะอยากให้ นายราเกซ กลับมาเมืองไทยหรือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-05-2006, 23:28 โดย จูล่ง_j » บันทึกการเข้า

Ziggy Stardust
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 321


สมาชิกขบวนการหมายเลข 354


« ตอบ #4 เมื่อ: 11-05-2006, 23:21 »

เคยไปนั่งดริ๊งค์แถวสีลมตอนสมัยยังเรียนอยู่ เคยมีคนอ้างว่าเป็นลูกชายราเกซมาจีบเพื่อนผม ไม่รู้ว่าใช่จริงรึเปล่า (ไม่เห็นเกี่ยวกับกระทู้เลยฟะ)
--------------------------------------------------------------------------------------------------


สุดท้ายกรรมมันก็ตามทัน อยากให้มันกลับมาเปิดโปงเหมือนกันว่าใครเป็นใครกันบ้างที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้

อ้าว !!?? แต่เห็นแว่บๆ มีชื่อยี้ห้อยด้วยนิ หุๆ

อ้างถึง
ใครที่ร่วมขบวนการกับนายราเกซ ใครที่เคยปล้นเงินแบงก์บีบีซีไป อาจจะต้องเตรียมตัวไว้ชดใช้กรรมเก่าได้ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเอาจริงกับแก๊งปล้นแบงก์บีบีซ

^
^
 Laughing Laughing Laughing Laughing Laughing

ขอบคุณที่หามาให้อ่านครับ โหวตๆ
บันทึกการเข้า

A tiger can smile
A snake will say it loves you
Lies make us evil
::วิญญาณห้อง2::
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 656



เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 12-05-2006, 12:20 »

คนเดียวทำให้ประเทศเจ๊งกันทั้งบาง
บันทึกการเข้า

--------this is the world-------
โกวเฮง
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 334



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 12-05-2006, 14:05 »

คนเดียวทำให้ประเทศเจ๊งกันทั้งบาง

สมควรให้เป็น รมต.คลัง รัฐบาลหน้าไหมคร้าบ......................
เพราะมีความสามารถทำให้เจ๊งได้ ก็น่าจะทำให้เจ๋งได้เนาะ
บันทึกการเข้า

นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #7 เมื่อ: 12-05-2006, 22:07 »

ปลา ว่าย สวยจังค่ะ
อ๊าก ไปหาควายมา ซ้อม วิ่งมั่งดีก่า

ชะแว๊ป !!

บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
หน้า: [1]
    กระโดดไป: