ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-12-2018, 21:16
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ==การโจมตีเรื่องอภิสิทธิ์หนีทหาร - ทบทวนข้อมูลเก่าๆ เมื่อปี 2542 ครับ== 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
==การโจมตีเรื่องอภิสิทธิ์หนีทหาร - ทบทวนข้อมูลเก่าๆ เมื่อปี 2542 ครับ==  (อ่าน 14728 ครั้ง)
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« เมื่อ: 15-11-2007, 12:50 »

เนื่องจากเห็น นปก. เอาเรื่องหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หนีทหาร ที่เคยเป็นข่าวในปี 2542 กลับมาเล่นซ้ำอยู่พักหนึ่ง
และหลังจากนั้นก็มีคนเอามาเล่นต่ออยู่ประปราย เป็นไปได้ว่าต่อไปอาจขุดมาเล่นกันอีก
ผมลองไปขุดข้อมูลเก่าๆ ที่เก็บไว้ดู ได้มาบ้างนิดหน่อยเป็นของ 8 ปีก่อนก็เลยเอามาลงให้อ่านทบทวนกันครับ 

ก่อนอื่นขอทบทวนความจำกันเบื้องต้นก่อนนะครับ.. สนุกดีที่ตัวละครในวันนี้ ตอนนั้นก็อยู่กันครบแต่ต่างตำแหน่งกัน
ทั้ง อภิสิทธิ์ สมัคร ชวน บิ๊กจิ๋ว เสธ.หนั่น เฉลิม(และลูกๆ) ทนายนพดล หมอเปรมศักดิ์ และแม้กระทั่ง พล.อ.สุรยุทธ์
ด้านเหตุการณ์ก็มีทั้งมีเรื่อง ผิดจริยธรรม หมิ่นพระบรมฯ แถมมีเรื่องนิรโทษกรรมอีกต่างหาก (กรณีหนีทหาร)

...

เรื่องราวเริ่มมาตั้งแต่ สมัยปี พ.ศ. 2542 โดยเห็นได้ว่ามีความต่อเนื่องเกี่ยวพัน กับกรณีลูกๆ เฉลิม ถูกดำเนินการสอบสวน
จากการใช้ สด.43 ปลอมสมัครเข้าเป็นนายตำรวจ และ นายเฉลิม อยู่บำรุง ขณะนั้นเป็น รองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่
พรรคฝ่ายค้านในสภาฯ มีพล.อ.ชวลิตเป็นหัวหน้าพรรค มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มีนายชวน หลีกภัยเป็นนายกฯ

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ส.ขอนแก่น พรรคความหวังใหม่ ขณะนั้น ได้โจมตีว่า สส.ประชาธิปัตย์หลายคนก็ "หนีทหาร"
เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายจักรพันธุ์ ยมจินดา โฆษกกระทรวมหาดไทย ,
นายอรรคพล สรสุชาติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ลูกชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ 
รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย .. ซึ่งเท่ากับเป็นการตอบโต้ในทำนอง "ข้าผิด เอ็งก็เลว"

...

ตัวหมอเปรมศักด์เองเคยถูกศาลตัดสินจำคุกคดีหมิ่นประมาทมาก่อน แล้วในครั้งนี้ได้กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์มียศร้อยตรี
แต่ไม่นำมาใช้ เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำให้ถูกนายอภิิสิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดี เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิ
ที่จะใช้หรือไม่ใช้คำนำหน้าชื่อก็ได้ ไม่ใช่การหมิ่นพระบรมฯ และต่อมาหมอเปรมก็ต้องขอขมาในเรื่องนี้ครับ

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก นายชวน หลีกภัย นอกจากดำรงตำแหน่งนายกฯ ยังดำรงตำแหน่ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย นายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรคประชากรไทย และขณะนั้นแสดงตัวอยู่ตรงข้าม
กับฝ่ายรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
ส่วนนายนพดล ปัทมะ ขณะนั้นยังสังกัดอยู่ พรรคประชาธิปัตย์ คอยออกมาตอบโต้พรรคความหวังใหม่เป็นระยะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2007, 13:28 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #1 เมื่อ: 15-11-2007, 12:53 »

บทนี้เป็นข่าวในสยามรัฐนะครับ ลงค่อนข้างครบถ้วนเกี่ยวกับข้อกล่าวหา และหลักฐานอ้างอิงของทาง สส พรรคฝ่ายค้านครับ
แล้วเดี๋ยวจะลงบทที่เป็นข้อชี้แจงของทางกองทัพ และพรรคประชาธิปัตย์สมัยนั้นนะครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวังใหม่หัวชนฝา อภิสิทธิ์ต้องติดคุก
สยามรัฐ : วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ .2542

          ฝ่ายค้านโชว์หลักฐานยัน สด.9 ของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นของปลอม เพราะไม่เคยผ่านเกณฑ์ทหาร เป็นการแสดง
ข้อความอันเป็นเท็จในการเข้ารับราชการทหาร ถือว่าขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น โทษความผิดติดคุก 3 ปี ขณะที่"บุญยัง บูชา"ยัน
อีกรอบชี้สด.9ของรัฐมนตรีไม่ใช่ของปลอม ด้านผบ.ทบ.แบ่งรับแบ่งสู้ หากปลอมก็แค่ปรับ แต่ทุกอย่างให้ดูที่เจตนา"หมอเปรม"
ยื่นฟ้อง"เสรี  เตมียเวส"ฐานหมิ่นประมาทที่ศาลจังหวัดขอนแก่น เตือนอย่าทำตัวเป็นผู้พิพากษาให้มากนัก

          ที่พรรคความหวังใหม่ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 มี.ค.นี้ คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคนำโดยนายโภคิน พลกุล 
รองหัวหน้าพรรคฯ  และนายลิขิต ธีระเวคินรองเลขาธิการพรรคฯ พร้อมคณะทำงานได้ประชุมพิจารณาสถานภาพการหนีทหารของ
นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภายหลังการประชุม นายกมล บันใดเพชร     หนึ่งในคณะทำงานและ
รองโฆษกพรรคฯแถลงว่า     จากการตรวจสอบพบว่านายอภิสิทธิ์ ไม่ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหาร เท่ากับหนีทหารถือว่าผิด พ.ร.บ.
ข้าราชการทหารพ.ศ.2479 มีโทษจำคุก 3 ปี
          นายกมลกล่าวว่า  ตามเอกสารทางราชการในบัญชีรายชื่อของทหารกองเกินที่เรียกมาตรวจเลือกเข้ากองประจำการปี 
2530  เมื่อ  7 เม.ย.30 ระบุว่านายอภิสิทธิ์ได้รับหมายเรียกไปแล้ว  แต่ไม่มาเข้ารับการตรวจเลือกและไม่มีการผ่อนผัน หลายคน
เข้าใจผิดว่าเมื่อนายอภิสิทธิ์เข้าไปเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้ยศ   ร.ต.แล้วจึงไม่ต้องไปเกณฑ์ทหารจะ
อ้างไม่ได้  เพราะการสมัครเข้าเป็นอาจารย์นายอภิสิทธิ์จะต้องแสดงหลักฐานทางทหารเช่น สำเนาสำคัญทหารกองเกิน (สด.9)
หากอายุอยู่ระหว่างการตรวจเลือกต้องมีหลักฐานการผ่อนผัน   แต่ปรากฎว่านายอภิสิทธิ์ไม่มีหลักฐานเหล่านี้ไปแสดงกับกองทัพ
ในวันสมัครเป็นอาจารย์ เพราะได้หนีทหารมาตั้งแต่ต้น

          รองโฆษกพรรคความหวังใหม่ กล่าวอีกว่า ตนขอถามกองทัพว่าได้ตรวจสอบหลักฐานทางทหารอะไรบ้างถึงได้รับนายอภิ
สอทธิ์เข้าเป็นทหาร การที่กองทัพอ้างว่านายอภิสิทธิ์มีใบสด.9  แต่ทำหายจึงไปแจ้งขอออกใบแทนโดยได้ใบแทนเมื่อ 8 เม.ย.31
แต่การออกใบแทนครั้งนี้ถือว่าผิดที่ไม่คัดลอกจากใบเดิมที่ชำรุดสูญหาย ไม่ใช่การกรอกข้อความใหม่ทั้งที่ใบเดิมต้องเป็นวันที่ 4
ก.ค.29 วันที่ลงบัญชีทหารกองเกินและได้รับใบ สด.9 มา แต่เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ไม่เคยได้ใบนี้มากอ่น   จึงอ้างว่าใบเดิมหาย
ขอออกใบใหม่เพื่อนำไปสมัครเป็นอาจารย์  การออกใบแทนครั้งนี้แสดงว่าได้ปกปิดความจริงที่ได้เคยหนีทหารไปก่อนหน้านี้แล้ว
          นายกมล กล่าวต่อว่า การกรอกข้อความในการสมัครเป็นอาจารย์ครั้งนี้ถือว่าเป็นเท็จ และถือว่าได้ปลอมเอกสารทางราชการ
และใช้เอกสารปลอมสมัครเข้ารับราชการจึงขอเรียกร้องไปยังนายชวน  หลีกภัย  นายกรัฐมนตรี ที่ได้ตอบกระทู้ในสภาว่าไม่มีนโย
บายที่จะนิรโทษกรรมการหนีทหาร  จะขอดำเนินคดีกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน จึงขอให้ดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ด้วย   การ
ออกมาเปิดเผยก็เพื่อต้องการทำความจริงให้ปรากฎ  คนเราความเลวร้ายในอดีตเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้แต่สามารถทำความดีใน
อนาคตได้

          "แม้นายอภิสิทธ์จะไม่มีเจตนาทำผิด  แต่ถ้ายอมรับความจริงประชาชนจะให้อภัย ขอฝากบอกทางกองทัพว่ากองทัพเป็น
สถาบันหลักของชาติ หากทหารในกองทัพไม่ปกป้องกองทัพแต่ไปปกป้องนักการเมืองที่ชอบใช้อำนาจโดยไม่ชอบจะทำให้กอง
ทัพเสื่อมเสีย   ขอให้กองทัพเป็นตัวของตัวเอง   ทำอะไรให้ถูกต้อง   ที่ผ่านมากองทัพพยายามบอกมาตลอดว่านายอภิสิทธิ์มี
ใบแทนคือ  สด.9 แต่ทำไมถึงไม่เอาบัญชีทหารกองเกินที่เรียกนายอภิสิทธิ์มาตรวจเลือกออกมาให้ประชาชนดู    แต่วันนี้พรรค
ความหวังใหม่นำออกมาให้ดูแล้วทางกองทัพว่าอย่างไรก็ชี้แจงออกมา ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์พรรคจะหารือ
กันอีกครั้ง" รองโฆษกพรรคความหวังใหม่กล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวครั้งนี้คณะทำงานได้นำเอกสารทุกชิ้นที่เกี่ยวกับนายอภิสิทธิ์มาแจกกับผู้สื่อข่าว เพื่อยืน
ยันว่านายอภิสิทธิ์ได้หนีทหาร นอกจากนั้นทางพรรคความหวังใหม่ยังได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายทหารยศ    พล.ต.คนหนึ่งใน
กองทัพขอให้พรรคความหวังใหม่ตรวจสอบการเกณฑ์ทหารของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคน อาทิ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์  บริพัตร
รมช.ต่างประเทศ นายอรรคพล สรสุชาติ ส.ส.กรุงเทพฯ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  และนายจักรพันธ์ ยมจินดา ส.ส.
กรุงเทพฯ ซึ่งในหนังสืออ้างว่าเมื่อตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์รอง
นายกรัฐมนตรี  และรมว.มหาดไทย แล้วก็ควรจะตรวจสอบบุคคลดังกล่าวด้วย เพราะทราบว่ามีลักษณะคล้ายกับนายอภิสิทธิ์ ซึ่ง
พรรคกำลังตรวจสอบอยู่

          พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์  ผบ.ทบ.เปิดเผยเรื่องเอกสารการเข้ารับราชการทหารของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะว่า  ขณะนี้
ทางกรมการสำรองทหารบกกำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งต้องตรวจสอบไปยังโรงเรียนนายร้อย   จปร.ได้คำตอบมาแล้วจะได้แจ้งให้ผู้
ร้องทราบต่อไป ตอนนี้ตนยังให้คำตอบไม่ได้เพราะยังไม่ได้รับรายงาน  แต่เท่าที่ทราบเป็นไปอย่างที่นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ คือ
เมื่อนายอภิสิทธิ์เดินทางกลับจากต่างประเทศก็ได้สมัครเข้ารับราชการโดยยังไม่ทราบแน่นอนว่ามีเอกสาร  สด.43  หรือไม่ แต่ถ้า
ไม่มี สด.9 แล้วมาสมัครรับราชการทหารก็มีความผิด แต่เป็นความผิดเล็กน้อยมีโทษแค่ปรับเท่านั้น
          ผู้สื่อข่าวถามว่า  การไม่ไปเกณฑ์ทหารแล้วมาสมัครรับราชการทหาร ถือว่าเป็นการทดแทนกันได้หรือไม่  พล.อ.สุรยุทธ์ 
กล่าวว่า เมื่อพูดถึงเจตนาแล้วถือว่ามีเจตนาที่ไม่ได้หลีกเลี่ยง  และตนไม่มีข้อคิดเห็นกรณีที่จะนิรโทษกรรมผู้ที่หลีกเลี่ยงการหนี
ทหาร  ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีการนิรโทษกรรม  ต่อข้อถามว่า กรณีของนายอภิสิทธิ์จะถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่  ผบ.
ทบ.ตอบว่า ไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่ต้องให้เวลาในการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อจะได้คำตอบที่ชัดเจนและถูกต้อง

          พล.ต.บุญยัง บูชา ผบ.มณฑลที่ 11 กล่าวถึงใบ สด.9 ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่
ใช้เข้ารับราชการทหารเป็นของปลอมว่า  เท่าที่ได้ตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ของปลอมอย่างแน่นอน    เพราะไม่จำเป็นจะต้องทำปลอม 
 เนื่องจากเป็นเพียงแค่การมาขึ้นบัญชีเป็นทหารกองเกินเท่านั้น     และเมื่อนายอภิสิทธิ์ทำหายก็สามารถไปแจ้งขอทำใหม่ได้ 
ไม่ได้ผิดอะไร  นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ใช้เอกสารปลอมสมัครเข้ารับราชการทหารขออย่าได้ให้ข่าวบิดเบือน  เขาเข้าเป็นอาจารย์สอน
โรงเรียน จปร.เอกสารทั้งหมดทางโรงเรียนเป็นผู้ตรวจสอบ และสด.9 ใหม่ทางกองทัพก็เป็นผู้ออกให้
          สำหรับผลสำรวจของเอแบคโพลเรื่องผลกระทบของกองทัพในเรื่อง สด.43 พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนพยายามทำหน้าที่
ให้ดี แต่แน่นอนว่ามันต้องมีข้อบกพร่องบ้าง เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันในระดับกระทรวงกลาโหมและหารือกันว่าจะแก้ไขอย่างไร
ในส่วนของตนไม่หนักใจแต่อย่างใด

          นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ส.ขอนแก่น พรรคความหวังใหม่ แถลงที่ จ.ขอนแก่นว่าในวันนี้(5  มี.ค.)  ตนได้ยื่นฟ้อง 
พล.ต.ท.เสรี เตมียะเวส ผช.ผบ.ตร.ในข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลจังหวัดขอนแก่น  ซึ่งศาลได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว  และนัด
สืบพยานโจทก์ในวันที่  28 มิ.ย.นี้ ก่อนหน้านี้นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.ขอนแก่น เคยฟ้องหมิ่นประมาทศาลได้ประทับรับฟ้องแล้ว
เช่นกัน   ขณะนี้นักการเมืองและข้าราชการหลายคนได้รับผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เป็นธรรมของ  พล.ต.ท.เสรี  จึง
ต้องพึ่งบารมีศาลเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม
          นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอร้องเรียนไปถึง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผบ.ตร.น่าจะพิจารณาพฤติกรรมการทำงานของ
พล.ต.ท.เสรีบ้างชอบทำตัวเป็นผู้พิพากษาเสียเองประชาชนพึ่งพาตำรวจไม่ได้ ส่วนเรื่องใบสด.43ปลอมนั้น ตนอยากจะให้ตรวจ
สอบรัฐมนตรีลูกรัฐมนตรีและนักการเมืองบางคนโดยเฉพาะพวกที่เป็นอดีตนักเรียนนอกโดยให้สอบย้อนหลังไปอีก 10 ปี
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #2 เมื่อ: 15-11-2007, 12:57 »

ส่วนบทนี้เป็นของไทยโพสต์ในวันถัดมานะครับ มีเนื้อหาชี้แจงประเด็นต่างๆ ได้ค่อนข้างครบถ้วน และผมเองก็หาได้แค่นี้ครับ
เนื่องจากเรื่องราวเก่ามากเหลือเกิน ฮาร์ดดิสค์ตัวเก่าก็พังไปตัวหนึ่ง ไม่อย่างนั้นคงมีอะไรมาแบ่งกันมากกว่านี้ครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บลั๊ฟ ควม.ใส่ความ "อภิสิทธิ์" ทบ.สรุปง่าย-สิ้นอายุความ
ไทยโพสต์ - วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2542

ดอนเมือง - "อภิสิทธิ์" เก็บปากไม่ชี้แจงข้อหาหนีเกณฑ์ทหาร  กองทัพยอมรับตีความลำบากแต่สรุป"หมดอายุความแล้ว" นายกฯ ขู่ฝ่ายค้านถ้าข้อมูลไม่จริงต้องรับผิดชอบ โฆษกรัฐบาล-มหาดไทยเต้นแจงละเอียดยิบ  โต้ ควม.ตีขลุมกลุ่มนักเรียนนอก  ตำรวจไล่บี้เหลิมน้อยสรุปผลสัปดาห์หน้า
          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ชี้แจงรายละเอียดต่อเรื่องที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าเขาหนีเกณฑ์ทหาร
และใช้เอกสารไม่ถูกต้องสมัครเข้ารับราชการโดยกล่าวเพียงว่า  ทางกองทัพกำลังตรวจสอบอยู่ เขาเคยชี้แจงไปแล้วว่าไม่ได้หนีทหาร จึงต้องรอผลการตรวจสอบ  และไม่มีความประสงค์จะตอบโต้ฝ่ายค้าน
          นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า  เรื่องนี้จะเป็นเกมการเมืองหรือไม่แล้วแต่คนจะมอง แต่ควรรอผลการตรวจสอบที่ชัดเจน หากฝ่ายค้าน
นำข้อมูลปลอมมาพูด  ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน การที่ฝ่ายค้านนำมาเล่นเพื่อตอบโต้กรณีลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิมใช้ สด.43 ปลอมนั้น 
เรื่องนี้ต้องแยกแยะ  เพราะเป็นคนละกรณีกันซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีก็เข้าใจ
          ฝ่ายค้านได้ออกมาระบุเมื่อวันศุกร์ว่า  นายอภิสิทธิ์รับ สด.9 เมื่อปี 2529  แต่ไม่ยอมไปเกณฑ์ทหารในปี 2530  ต่อมาก็สมัครเข้ารับราชการกระทรวงกลาโหม  แล้วขอออก สด.9 ใหม่แทนใบเดิมที่อ้างว่าชำรุดเสียหาย  เพื่อเป็นหลักฐานในการรับราชการและได้ติดยศว่าที่ร้อยตรี

          แหล่งข่าวจากกองทัพบกยอมรับว่า กองทัพบกมีเอกสารต้นขั้ว สด.9 ที่ออกให้นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เพื่อบรรจุเป็น
ทหารกองเกินเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2529 จริง  และมีเอกสาร สด.1  ของสัสดีที่ยืนยันการรับ สด.9 ด้วย  อย่างไรก็ดี  แม้นายอภิสิทธิ์
ไม่มารับการตรวจเลือกและไม่ได้รับ สด.43 แต่เมื่อไปรับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหมในวันที่ 7 ส.ค. 2530
ก็ถือว่ามีฐานะเป็นทหาร  เท่ากับว่ามาเป็นทหารแล้ว  เพียงแต่ไม่ไปแจ้งให้พ้นบัญชีคนขาดเท่านั้น ส่วนหลักฐานในการสมัคร
เข้ารับราชการ  ต้องไปตรวจสอบที่กระทรวงกลาโหม  ไม่ใช่โรงเรียนนายร้อย จปร.  ซึ่งกรมกำลังสำรองกำลังรวบรวมให้ ผบ.ทบ. 
หลังจากแจ้งด้วยวาจาไปแล้วว่าไม่ได้หนีทหาร
          สำหรับการที่มีข้อสงสัยว่า  เมื่อนายอภิสิทธิ์ไปขอใบแทน สด.9 เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2531  เหตุใดจึงไม่ระบุว่าวันที่บรรจุ
เป็นทหารกองเกินคือวันที่ 4 ก.ค. 2529 ตาม สด.9 ใบเดิมนั้น  แหล่งข่าวอ้างว่า  ตามระเบียบไม่ต้องระบุเช่นนั้นใครมาขอขึ้นทะเบียน
หรือใบแทนวันไหนก็เป็นทหารกองเกินวันนั้น   ซึ่งจะแบ่งเป็น  3  ขั้น  ขั้นที่ 1 นับแต่อายุ 21 ปี  จนครบ 10 ปี  ขั้น 2 ต่อไป 7 ปี 
ขั้น3 ต่อไปอีก 6 ปี
          "กรณีคุณอภิสิทธิ์  เราพิจารณากันมากว่าผิดหรือไม่  แต่เมื่อเขามีใบ สด.9  ที่ออกให้ในครั้งแรก  ก็ไม่ถือว่าฉบับต่อไป
ปลอมแปลง  เพราะเป็นใบแทนได้ ขณะนี้กรณีของคุณอภิสิทธิ์จบแล้ว เพราะถ้ามีความผิด อายุความก็หมดลงแล้วเมื่อตอนที่อายุ 30 ปี" 
แหล่งข่าวกล่าว

          นายชวน  หลีกภัย  นายกรัฐมนตรี  ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวเรื่องนี้ว่า เพื่อความเป็นธรรม 
เมื่อฝ่ายค้านร้องไปยังหน่วยงานทหาร  ก็จะสั่งให้ตรวจสอบโดยละเอียด  และรายงานให้ฝ่ายค้านทราบผลต่อไป แต่นายอภิสิทธิ
์เคยเป็นทหารก่อนมารับราชการเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ซึ่งมีไม่กี่คนที่จบจากต่างประเทศแล้วมารับราชการเป็นทหาร
          "ผมไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มีปัญหาอะไร เมื่อฝ่ายค้านเสนอมา  ก็ต้องรอการตรวจสอบก่อน  เราจะไปห้ามฝ่ายค้านไม่ได้ แต่เท่าที่
ฟังข่าว  การที่ฝ่ายค้านพูดออกมาอย่างนี้เหมือนเป็นการกล่าวหาคุณอภิสิทธิ์  หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 
การกล่าวหาว่าใช้เอกสารปลอมก็เป็นเรื่องไม่ควร ไม่ทราบว่าฝ่ายค้านไปเอาข้อมูลมาจากไหน ถ้าพูดไม่จริง ฝ่ายค้านจะต้องรับผิดชอบ"
นายชวนกล่าวว่า  เรื่องนี้ไม่ห่วงนายอภิสิทธิ์  เพราะทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย  ใครถูกผิดก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

          นายจักรพันธุ์ ยมจินดา โฆษกกระทรวงมหาดไทย  กล่าวถึงพรรคความหวังใหม่จะตรวจสอบใบ สด.43 ด้วยว่า  ยินดีให้ฝ่ายค้าน
ตรวจสอบ  ไม่มีปัญหาอะไร  และถือว่าเป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน  แต่ขอยืนยันว่า  ได้ สด.43 มาอย่างถูกต้อง โดยได้รับหมายเรียกตัว
ไปเกณฑ์ทหารเมื่อ 4 เม.ย. 17 แต่ช่วงนั้นยังเรียนหนังสืออยู่  จึงขอผ่อนผันจนเข้ารับราชการที่กรมประชาสัมพันธ์  ก็ยังขอผ่อนผัน 
และลาออกเมื่อปี 23  มาทำงานสถานีโทรทัศน์  ก็ยังได้รับหมายเรียกและไปเกณฑ์ทหารที่ อ.แกลง จ.ระยอง จนขณะนี้อายุ 45 ปีแล้ว 
ก็ไม่ทราบถึงสาเหตุที่ฝ่ายค้านจะมาตรวจสอบ อาจเป็นเพราะว่าเขาอาจไม่มีงานทำ  ขณะนี้ชาวบ้านเบื่อแล้ว ขอฝากไปถึงฝ่ายค้านด้วยว่า  ให้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจะดีกว่า ความจริงไม่อยากตอบโต้อะไร แต่ฝ่ายค้านเล่นไม่เลิก จึงต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงบ้าง

          นายอรรคพล สรสุชาติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกระบุว่า  มีปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหารเช่นกัน  ก็ออกมาชี้แจงว่า 
ได้ไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 14 ปี  เมื่ออายุครบ 17 ปี  ทางก.พ.ได้ทำหนังสือรับรองกับเขตบางเขนว่า  ไปศึกษาต่างประเทศตั้งแต่ 
7  ก.ย. 17  ในความดูแลของ ก.พ.  จึงได้รับผ่อนผันการขึ้นทะเบียน  เมื่อใกล้ระยะเวลาต้องคัดเลือก  เขตบางเขนก็แจ้งว่า  เมื่อกลับมา
ให้ไปขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน และได้ไปแจ้งเมื่อวันที่  17 มิ.ย. 23  ได้ สด.9  มาเมื่ออายุ 20 ปี  แล้วกลับไปศึกษาต่อ  เมื่ออายุ 
21 ปี ก.พ.ได้ทำเรื่องของผ่อนผันให้อีก  ซึ่งก็ได้รับใบ สด.41  เมื่อปี  23 ไม่ต้องมาตรวจเลือกทหาร 3 ปีนับแต่วันมีอายุครบ 21 ปี
          นายอรรคพลกล่าวว่า เมื่อจบการศึกษากลับมาปี 24  การผ่อนผันของ ก.พ.ก็สิ้นสุด แต่ได้เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่คณะ
วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 24  จึงได้รับการผ่อนผันตามมาตรา 14 (5)  ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร
2497  และได้ใบ สด.37 มา  เมื่อลาออกจากราชการปี  25  ก็ไปคัดเลือกทหารที่เขตบางเขน  จับได้ใบดำ  ได้ สด.43 มาอย่างถูกต้อง

          นายอรรคพลกล่าวด้วยว่า อยากให้ประชาชนตัดสินว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นการเมืองหรือไม่ เขามีเอกสารอยู่ในมือพร้อมให้
ตรวจสอบ  แต่จะไม่ถ่ายเอกสารแจก  เพราะไม่อยากให้ความสำคัญ  เนื่องจากเรื่องนี้เป็นการกระทำที่หวังผลทางการเมือง มีเจตนา
ต้องการบิดเบือนข่าวการปลอม สด.43 จึงพยายามพาดพิงไปถึงกลุ่มนักเรียนนอก

          ส่วนที่ บช.น.  เวลา 10.00 น.  วันเดียวกัน  พล.ต.ต.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบช.น. ได้เรียก พ.ต.ท.พูนศักดิ์ จิตติรัตน์ รอง ผกก.
สภ.อ.ท่าวังผา  จ.น่าน  และ พ.ต.อ.โฉลก  กรพุกกะนะ  รอง ผบก.กองคดี  ที่ในอดีตเคยรักษาการแทน พล.ต.ต.ศิริพงษ์  สรรพตานนท์ 
อดีต ผบก.กองคดี
          พ.ต.อ.โฉลก และ พ.ต.ท.พูนศักดิ์ ต่างปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยบอกว่า  ถูกกำชับจากผู้บังคับบัญชาห้ามให้ข่าว
และประเด็นการสอบสวนก็ไม่สามารถเปิดเผยได้
          ข่าวแจ้งว่า  การสอบปากคำ พ.ต.ท.พูนศักดิ์อย่างเคร่งเครียดนานถึง 6 ชั่วโมงนั้น  มีประเด็นสำคัญมาก เพราะเมื่อกลางสัปดาห์
ที่ผ่านมา  พล.ต.ต.จงรักได้เรียก พ.ต.อ.สุรพล อยู่นุช  ผกก.สภ.อ.ท่าวังผา จ.น่าน อดีตรอง ผกก.3 สท.  มาสอบปากคำ   และมีการ
เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวหลายประเด็น โดยเฉพาะการรับลูกชายและผู้ใกล้ชิด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เข้ารับราชการ ว่า พล.ต.ต.พงศพัศ
พงษ์เจริญ ผบก.สท. สั่งให้อำนวยความสะดวกให้อย่างเร่งด่วน

          นอกจากนี้  พ.ต.อ.สุรพลยังให้การพาดพิงถึง พ.ต.ท.พูนศักดิ์ว่า เป็นผู้ตรวจตราเอกสารของ ร.ต.ต.อาจหาญ อยู่บำรุง  และ
ร.ต.ต.สงวน  แกล้วกล้า  จึงต้องเรียกมาสอบปากคำด้วย
          พล.ต.ต.จงรักกล่าวว่า ขณะนี้สอบสวนได้ประมาณ  80% วันที่  7  มีนาคม  ได้นัดหมายนายทหารยศพันโทซึ่งเป็นอดีตสัสดีเขต
บางขุนเทียนมาสอบ  เพราะลูก ร.ต.อ.เฉลิมอ้างว่าไปตรวจเลือกทหาร  และมี น.พ.ธงชัย  ไชยสิริยะสวัสดิ์  แพทย์ผู้ตรวจร่างกายให้ด้วย

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีหลักฐานพอที่จะเอาผิดผู้ต้องหารือยัง  พล.ต.ต.จงรักกล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าคงชัดเจนมากยิ่งขึ้น 
คงเห็นเป็นรูปร่างมากกว่านี้  ส่วนคำสั่งที่ให้ ร.ต.ต.อาจหาญ และ ร.ต.ต.วันเฉลิม  อยู่บำรุง  ออกจากราชการหลังจากที่ลาออกแล้ว 
ก็ไม่มีผลต่อรูปคดี  ศาลสถิตยุติธรรมจะเป็นผู้ตัดสินในขั้นตอนสุดท้าย
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  คณะกรรมการตรวจเลือกทหารในครั้งนั้น 5 นาย พนักงานสอบสวนสอบปากคำไปแล้ว 3 นาย  คือ 
นาวาอากาศโทบุญลือ จันทร์รุ่งเรือง  พ.ท.ประเสริฐ  ประสพดี  และ พ.อ.คเชนทร์ วงศาโรจน์ และ  น.พ.ธงไชย ไชยสิริยะสวัสดิ์
จะเป็นรายสุดท้าย  เนื่องจาก ร.ท.ยุทธศักดิ์ ประเสริฐสุข  กรรมการอีกคนหนึ่ง เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะโดดร่มแล้วไม่กาง

          ส่วนการสอบปากคำอดีตสัสดี อ.บางขุนเทียนนั้น  ถือว่าเป็นพยานปากเอก เพราะจะเป็นผู้ยืนยันว่า  ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม
ไปรับการเกณฑ์ทหารจริงหรือไม่ ส่วนการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนพลทั้ง 9 ปาก  ต่างก็ยืนยันตรงกันว่า  อำนาจหน้าที่
การตรวจสอบเอกสาร สด.43 นั้น  เป็นหน้าที่โดยตรงของกองคดีและกองสารนิเทศ เมื่อถูกต้องแล้วจึงเสนอมาให้สำนักงานกำลังพล
พิจารณา การที่อดีตผู้บังคับการกองคดีโยนความผิดมาให้สำนักงานกำลังพลนั้นไม่ถูกต้อง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2007, 13:26 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #3 เมื่อ: 15-11-2007, 13:09 »

ไปเจอเพิ่มเติมมาอีกนิดหน่อยครับ คงจะหมดแค่นี้จริงๆ แล้ว บทนี้เป็นของ แนวหน้า นะครับ วันเดียวกันกับของ ไทยโพสต์ครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ชวน"ชัวร์"อภิสิทธิ"ไม่หนีทหาร
แนวหน้า - วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2542

บรรดาดาวรุ่งพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกฝ่ายค้านความหวังใหม่ขึ้นบัญชีดำสงสัย"หนีทหาร" พากันเรียงหน้าออกมาท้าทาย
ให้ตรวจสอบได้เต็มที่ ขณะเดียวกันตอกกลับฝ่ายค้านทำแต่เรื่องไร้สาระ หาประโยชน์ต่อสังคมไม่ได้ "ชวน"มั่นใจ"อภิสิทธิ์"ไม่ผิด
ด้าน"จงรัก"เตรียมสรุปสำนวนฟ้องอาญา"ลูกเหลิม"ใช้สด.43ปลอมสัปดาห์หน้า

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่ถูกฝ่ายค้านพรรคความหวังใหม่กล่าวหา"หนีทหาร"และปลอม
ใบสำคัญทหารกองเกินหรือสด.9 ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 มีนาคมยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เคยมีเจตนา"หนีทหาร" และพร้อม
ให้ตรวจสอบได้เต็มที่
          นายอภิสิทธิ์ระบุเคยชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า ตนเดินทางไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ เมื่อกลับมาเมืองไทย ก็สมัคร
เข้ารับราชการทหารที่โรงเรียนนายร้อยจปร. นำไปสู่การขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองประจำการ ซึ่งตรงนี้ต้องถูกตรวจสอบหลักฐาน
ที่เกี่ยวข้องด้านการทหารและประวัติอย่างละเอียดอยู่แล้ว แต่เมื่อฝ่ายค้านยังข้องใจ ก็มีสิทธิขอตรวจสอบได้ ตอนนี้ทางกองทัพ
รับเรื่องไว้แล้ว ประเด็นปลีกย่อย รายละเอียดต่างๆ กองทัพคงให้ความกระจ่างต่อไป
          "ผมไม่เคยมีเจตนาหนีทหาร และในบรรดาบุคคลต่างๆที่ถูกกล่าวหาอยู่ในตอนนี้ ก็มีผมคนเดียวเท่านั้นที่รับราชการทหารมาแล้ว"

          นอกจากนายอภิสิทธิ์แล้ว ข่าวจากฝ่ายค้านก่อนหน้านี้ระบุกำลังตรวจสอบม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รมช.ต่างประเทศ,
นายอรรคพล สรสุชาติ โฆษกรัฐบาล และนายจักรพันธุ์ ยมจินดา ส.ส.กทม. โฆษกกระทรวงมหาดไทย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นดาวรุ่ง
ของพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อสงสัย"หนีทหาร"เช่นกัน
          นายอรรคพล สรสุชาติ กล่าวว่า ยินดีให้ตรวจสอบเต็มที่ ตัวเขาเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษตั้งแต่เมื่อปี 2517 ขณะอายุ
14 ปี พออายุครบ 17 ปี ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนทหาร ก็ได้ขอผ่อนผัน โดยมีหนังสือรับรองจากก.พ.ที่มีหน้าที่ดูแลนักเรียนไทย
ในต่างประเทศ ต่อมากลับเมืองไทยปี 2523 เพื่อแจ้งขึ้นทะเบียนบัญชีทหารและได้ใบสด.9 พอจบการศึกษามาปี 2524 ก็เข้า
รับราชการเป็นอาจารณ์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขอผ่อนผันในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย ตามมาตรา
14(5) แห่งพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 ได้ใบสด.37 เมื่อประสงค์ลาออกจากราชการ จึงไปเกณฑ์ทหารในปี 2525
ที่เขตบางเขน และจับได้"ใบดำ"ได้ใบสด.43 มา หลังจากนั้นจึงไปทำงานภาคเอกชน หลักฐานทั้งการผ่อนผันและเกณฑ์ทหาร
มีอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์
          "ผมคงไม่เอาหลักฐานเหล่านี้ออกมายืนยัน เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนที่กล่าวหา แต่หากอยากดู ให้มาขอดูได้ทุกเวลา"
นายอรรคพลกล่าว พร้อมกับระบุว่า เรื่องทั้งหมดถือเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น และพยายามโยงเป็นเรื่องการเมือง เจตนาให้
ประชาชนไขว้เขว้ ทั้งที่ต่างจากกรณีลูกชายของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ที่ถูกตรวจสอบแล้วว่า
ใช้ใบ สด.43 ปลอมในการเข้ารับราชการตำรวจจริง 
          สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวหานายอภิสิทธิ์ปลอมแปลงเอกสารสด.9 ในการเข้ารับราชการทหารนั้น นายอรรคพลชี้ว่า
นายอภิสิทธิ์ได้รับบรรจุเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยจปร.มียศร้อยตรี ทางกองทัพก็ชี้แจงแล้ว แต่หากยังติดใจอยู่ รัฐบาลพร้อม
ทำทุกอย่างให้โปร่งใส
          "การกล่าวหาลอยๆ หรือพยายามสร้างภาพกลบเกลื่อนความผิดที่วินิจฉัยไปแล้ว ผมเชื่อว่า ประชาชนย่อมทราบวัตถุประสงค์นี้ดี"

          ส่วนนายจักรพันธุ์ ยมจินดา ยืนยันเช่นกัน พร้อมให้ฝ่ายค้านตรวจสอบได้เลย เพราะเขาไปรับคัดเลือกทหารที่ อ.เมือง จ.ระยอง
ประมาณปี 2523 และได้รับใบสด.43 ถูกต้อง อย่างไรก็ตามถึงจะตรวจสอบยังไงก็ไม่มีผลกับเขา เพราะไม่ได้รับราชการอยู่
และอายุเขา 45 ปีแล้ว หมดอายุความ ไม่มีผลให้ต้องไปเกณฑ์ทหารใหม่ 
          "ที่ฝ่ายค้านนำเรื่องนี้ขึ้นมา อาจเป็นเพราะไม่มีงานทำ จึงทำแต่เรื่องที่ไร้สาระทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนไปหมดแล้ว
ทีเรื่องมีสาระก็ทำไม่เป็น"

          นายนพดล ปัทมะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ฝ่ายค้านควรใช้เวลาไปตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในแง่นโย
บาย และเสนอแนะปัญหา ดีกว่าจะมาขุดคุ้ยเรื่องเหล่านี้ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร และการที่มุ่งโจมตีเฉพาะ ส.ส.
ประชาธิปัตย์ แสดงชัดถึงเกมการเมืองน้ำเน่า มุ่งแก้แค้น
          "รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ไม่กลัว แต่ขอให้ฝ่ายค้านระวังจะโดนข้อหาหมิ่นประมาทด้วย ถ้ากล่าวหาความเท็จ
หรือพูดคลุมเครือ นำเอกสารบางส่วนมาทำให้คนอื่นเสียหาย"

          ด้านนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงท่าทีไม่กังวลเรื่องที่ฝ่ายค้านกล่าวหานาย
อภิสิทธิ์"หนีทหาร" โดยกล่าวว่า สอบถามนายอภิสิทธิ์แล้ว ได้รับคำยืนยัน ผ่านการรับราชการทหารมาอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน
แต่เมื่อฝ่ายค้านต้องการความกระจ่างชัด ตนก็ได้กำชับทางกองทัพให้ร่วมมือตรวจสอบให้เต็มที่ 

          ขณะเดียวกันถึงแม้ลูกชายทั้ง 2 ของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะถูกให้ออกจากตำรวจ กลายเป็นนายวันเฉลิมและนาย
อาจหาญ อยู่บำรุงแล้ว ชุดสอบสวนของพล.ต.ต.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังเดินหน้าสอบเอาผิด
คดีอาญา ข้อหาใช้ สด.43 ปลอม โดยวันเดียวกันได้เรียกสอบนายตำรวจที่เกี่ยวข้องในการรับทั้ง 2 เข้าเป็นตำรวจที่ผ่านมา
          พล.ต.ท.จงรักให้สัมภาษณ์คาดว่า คงจะสรุปสำนวนฟ้องคดีนี้ได้ภายในสัปดาห์หน้า
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Suraphan07
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,128



« ตอบ #4 เมื่อ: 15-11-2007, 13:36 »

ขอบพระคุณ คุณ jerasak ที่ช่วยนำมาให้อ่าน...

"การเมืองยังไงก็ยังเป็นการเมือง"

ขออนุญาตเซฟเก็บไว้ เผื่อเอาไปแปะ ให้เด็กๆ รุ่นหลังๆ
ที่ไม่ประสี ประสากับเกมส์การเมือง ได้อ่านกัน.......

คงมีเด็กพวกนั้น ขุดประเด็นนี้มาเล่นกันอีกแน่ๆครับ...
บันทึกการเข้า
sanskritshower
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 245



« ตอบ #5 เมื่อ: 15-11-2007, 14:40 »

ขอโทษนะครับ  ผมอ่านแล้วยัง งงๆ  ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป  ขอให้มีใครซักคนช่วยสรุปให้ฟังได้หรือไม่ครับ  แหะๆ

ปล  ไม่ได้กวนนะครับ  แต่ งงจริงๆ  ตรงนี้อ่ะครับ


แหล่งข่าวจากกองทัพบกยอมรับว่า กองทัพบกมีเอกสารต้นขั้ว สด.9 ที่ออกให้นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เพื่อบรรจุเป็น
ทหารกองเกินเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2529 จริง  และมีเอกสาร สด.1  ของสัสดีที่ยืนยันการรับ สด.9 ด้วย  อย่างไรก็ดี  แม้นายอภิสิทธิ์
ไม่มารับการตรวจเลือกและไม่ได้รับ สด.43 แต่เมื่อไปรับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหมในวันที่ 7 ส.ค. 2530
ก็ถือว่ามีฐานะเป็นทหาร  เท่ากับว่ามาเป็นทหารแล้ว  เพียงแต่ไม่ไปแจ้งให้พ้นบัญชีคนขาดเท่านั้น ส่วนหลักฐานในการสมัคร
เข้ารับราชการ  ต้องไปตรวจสอบที่กระทรวงกลาโหม  ไม่ใช่โรงเรียนนายร้อย จปร.  ซึ่งกรมกำลังสำรองกำลังรวบรวมให้ ผบ.ทบ. 
หลังจากแจ้งด้วยวาจาไปแล้วว่าไม่ได้หนีทหาร
          สำหรับการที่มีข้อสงสัยว่า  เมื่อนายอภิสิทธิ์ไปขอใบแทน สด.9 เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2531  เหตุใดจึงไม่ระบุว่าวันที่บรรจุ
เป็นทหารกองเกินคือวันที่ 4 ก.ค. 2529 ตาม สด.9 ใบเดิมนั้น  แหล่งข่าวอ้างว่า  ตามระเบียบไม่ต้องระบุเช่นนั้นใครมาขอขึ้นทะเบียน
หรือใบแทนวันไหนก็เป็นทหารกองเกินวันนั้น   ซึ่งจะแบ่งเป็น  3  ขั้น  ขั้นที่ 1 นับแต่อายุ 21 ปี  จนครบ 10 ปี  ขั้น 2 ต่อไป 7 ปี 
ขั้น3 ต่อไปอีก 6 ปี
          "กรณีคุณอภิสิทธิ์  เราพิจารณากันมากว่าผิดหรือไม่  แต่เมื่อเขามีใบ สด.9  ที่ออกให้ในครั้งแรก  ก็ไม่ถือว่าฉบับต่อไป
ปลอมแปลง  เพราะเป็นใบแทนได้ ขณะนี้กรณีของคุณอภิสิทธิ์จบแล้ว เพราะถ้ามีความผิด อายุความก็หมดลงแล้วเมื่อตอนที่อายุ 30 ปี" 
แหล่งข่าวกล่าว
บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #6 เมื่อ: 15-11-2007, 14:58 »

ขอบคุณคุณ jerasak ที่เอาเรื่องสมัย 2542 มาเล่านำ
ถ้าเอาข้อมูลตามความเข้าใจสมัยนั้น ก็น่าเชื่อว่าอภิสิทธิ์ อธิบายเครียร์ไปได้แล้ว
แต่ทำไมเรื่องนี้ถูกขุดขึ้นมาอีกละ..

เท่าที่ผมอ่านผ่านตาจากกระทู้ในพันทิป ได้ความว่าหลังจากที่ ปชป โดยความร่วมมือของกองทัพ
ช่วยกันบอกปัดข้อกล่าวหาต่อสาธารณะไปแล้ว นัยว่าเพื่อรักษาภาพพจน์ของกองทัพเอาไว้
แต่ภายในกองทัพกลับมีการตั้งกรรมการสอบสวนปัดกวาดเรื่องนี้ต่อไปอีก
และอีกสองสามปีต่อมาทางกองทัพก็สรุปว่ามีการทุจริตในการรับนายอภิสิทธิ์เข้าเป็นอาจารย์
ความผิดคือ นายอภิสิทธิ์เป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติ เพราะมีหลักฐานไม่ครบ คือไม่มี สด 43
ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจเพราะในตอนปี 2542 นั้นข่าวโจมตีว่านายอภิสิทธิ์ใช้ สด 43 ปลอม
แต่พอมีการสอบสวนอย่างเป็นทางการ กลายเป็นว่านายอภิสิทธิ์สมัครเข้ารับราชการโดยไม่มี สด 43
(ถ้ามองในแง่ร้าย อาจะมีการช่วยเหลือทำลายเอกสารปลอมที่ใช้ในการสมัครเข้ารับราชการ)

นายอภิสิทธิ์จึงไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารปลอม แต่กลายเป็นเข้าทำงานโดยมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน
รวมทั้งหน่วยงานที่รับก็เลยมีความผิดฐานรับผู้ที่ขาดคุณสมบัติเข้าทำงาน
แต่รู้สึกว่าจะไม่ได้มีการลงโทษเพราะผู้กระทำผิดที่เป็นผู้ใหญ่สองคนเกษียณราชการพอดี
(ถ้ามองในแง่ร้าย อาจจะมีการช่วยดึงการสอบสวนไว้รอให้เกษียณ)
เหลือแต่ข้าราชการตัวเล็กๆที่ต้องรับผิดชอบเรื่องการบรรจุแต่งตั้งโดยตรงอยู่คนหนึ่ง
สมัยนั้น พล.อ.สุรยุทธิเป็น ผบ.ทบ. พอดี คงจะสงสารก็เลยไม่ได้สั่งลงโทษ

ลือกันว่าเอกสารการสอบสวนถูกมือดีในกองทัพจัดส่งไปให้ฝ่ายตรงข้ามเรียบร้อยแล้ว
เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นี่คือที่ผมจำได้จากกระทู้ แต่ตอนนี้หาไม่เจอ เพราะตกกระดานหายไปแล้ว
ถือว่าเล่าสู่กันฟังพอเป็นสังเขปว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงผุดกลับขึ้นมาอีก
ถ้าผิดพลาดไปจากข้อเท็จจริง ก็ขออภัย

ปล.แก้ไขที่จำได้เพิ่มขึ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2007, 20:20 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #7 เมื่อ: 15-11-2007, 15:15 »

ประเด็นที่ว่าการสมัครเข้ารับราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม เท่ากับว่าเป็นทหารแล้วเป็นประเด็นที่ถูกอ้างบ่อยมาก
ประเด็นนี้ถูกแย้งว่านั่นเป็นการคิดแบบอ้างเอง เออเอง เพราะการคัดเลือกเข้าเป็นทหาร ก็คือต้องเป็นทหารเกณฑ์
ไม่ปรากฏว่ามีหลักเกณฑ์ใดๆ ที่รับรองให้ชายไทย สามารถสมัครเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมทดแทนการเกณฑ์ทหารได้
เท่ากับอภิสิทธิ์ยังคงหนีทหารอยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่ตอนนี้อาจจะหมดอายุความอย่างที่คุณ sanskritshower ว่าไว้

อนึ่ง ข่าวเล่าว่าเรื่องนี้ไม่ได้ถูกขุดขึ้นมาเล่นงานอภิสิทธิ์ อาจเป็นเพราะอภิสิทธิ์พ้นอายุความก็ได้
แต่เรื่องนี้พุ่งเป้าไปที่ พล.อ.สุรยุทธิ์ ฐานที่ไม่จัดการดำเนินคดีกับอภิสิทธิ์ ในช่วงที่ยังอยู่ในอายุความ
ฝ่ายตรงข้ามก็เลยรอจะฟ้องฐานละเว้นหน้าที่ เมื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว

ปล. ทั้งหมดเป็นข่าวที่ผมฟังต่อๆกันมา ขอให้ใช้วิจารณญาณ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2007, 15:22 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 15-11-2007, 16:26 »

ท่าจะบ้า จะไปฟ้อง นายกฯ สุรยุทธ ฯ   
ผบ.ทบ. เค้ามีหน้าที่มาตรวจสอบหรือไงว่าใครหนีทหาร
ถ้าจะเล่นแบบนี้ก็ไม่ไปฟ้อง นายกฯ สมัยนั้นเลยล่ะ

แล้วการฟ้องฐานละเว้นหน้าที่ มันมีอายุความด้วยหรือเปล่า เท่าที่รู้มันก็น่าจะมี
รู้สึกจะไม่กี่เดือนเองด้วยไม่ใช่หรือ  ไม่ใช่ผ่านไปเป็นสิบๆ ปี เพิ่งจะมาฟ้อง
บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #9 เมื่อ: 15-11-2007, 18:40 »

^
^

คือผลการสอบสวนที่สรุปว่าอภิสิทธิ์ไม่มีคุณสมบัติสมัครเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกลาโหม
และนายทหารที่รับอภิสิทธิ์เข้าทำงานมีความผิดทางวินัย มาสรุปเสร็จในสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ
แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ไม่สั่งการให้ดำเนินการลงโทษนายทหารที่ทำความผิด กับไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์
พวกที่ต้องการเขย่ารัฐบาลก็เลยถือว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ละเว้นหน้าที่นะครับ

แต่จริงๆแล้ว ผมก็คิดว่าไม่ตรงนัก
บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #10 เมื่อ: 15-11-2007, 21:10 »

-ขอบคุณครับ ได้อ่านเตือนความจำอีกที
ผมว่าประเด็นข้อเท็จจริง  อยู่ที่

1-  มีการรับ หมายสด.9  แล้วไม่ไปเกณฑ์  4 ก.ค.29  ก็ถือว่าหนีแล้ว  1 กระทง  แล้วก็ไม่มีทางได้ สด. 43 อยู่แล้ว ( ข้อนี้มีใครค้านมั๊ยครับ )

ตอนนี้แหละคงคิดได้ว่าจะทำไงดี  ไปรายงานตัวก็ ต้องเป็นทหารเกณฑ์เลยก็แก้ไขโดยสมัครเป็นข้าราชการพลเรือนทหารเสียเลย ดูดีกว่าแถมไม่มีฉนักหนีทหารติดหลัง

2- แต่ รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติสมัครได้ แต่ก็ดิ้นรนจน เป็นข้าราชการพลเรื่อนทหารได้ 7 สค.2530 ( ไม่ใช้ของปลอม ก็ ต้องใช้เส้นสายสุดบิ๊กที่ทำให้คนตรวจเอกสารปล่อยผ่านได้ )  นี่อีก 1 กระทง ( แล้วข้อนี้มีใครค้านมั๊ย  )


พอมีคนขุดมาก็  ชี้แจงว่า ไม่ได้หนีเพราะเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกลาโหมไปแล้ว   
ติดอยู่ทำไมตอนนั้นไม่มีใครถามคุณอภิสิทธิ์ ว่าได้ยื่นใบ สด.43 แนบไปหรือเปล่า ถ้าตอนนั้นมีใบ 43
แล้วเอามาได้ยังไง ถ้าไม่มี ก็แสดงว่าตอนนั้นก็หนีทหารอยู่ใช่มั๊ย ที่ว่างเป็นปีน่ะ  ทำไมไม่มีใครถาม


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2007, 21:14 โดย mebeam » บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #11 เมื่อ: 16-11-2007, 10:46 »

ขอโทษนะครับ  ผมอ่านแล้วยัง งงๆ  ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป  ขอให้มีใครซักคนช่วยสรุปให้ฟังได้หรือไม่ครับ  แหะๆ

ปล  ไม่ได้กวนนะครับ  แต่ งงจริงๆ  ตรงนี้อ่ะครับ


แหล่งข่าวจากกองทัพบกยอมรับว่า กองทัพบกมีเอกสารต้นขั้ว สด.9 ที่ออกให้นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เพื่อบรรจุเป็น
ทหารกองเกินเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2529 จริง  และมีเอกสาร สด.1  ของสัสดีที่ยืนยันการรับ สด.9 ด้วย  อย่างไรก็ดี  แม้นายอภิสิทธิ์
ไม่มารับการตรวจเลือกและไม่ได้รับ สด.43 แต่เมื่อไปรับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหมในวันที่ 7 ส.ค. 2530
ก็ถือว่ามีฐานะเป็นทหาร  เท่ากับว่ามาเป็นทหารแล้ว  เพียงแต่ไม่ไปแจ้งให้พ้นบัญชีคนขาดเท่านั้น ส่วนหลักฐานในการสมัคร
เข้ารับราชการ  ต้องไปตรวจสอบที่กระทรวงกลาโหม  ไม่ใช่โรงเรียนนายร้อย จปร.  ซึ่งกรมกำลังสำรองกำลังรวบรวมให้ ผบ.ทบ. 
หลังจากแจ้งด้วยวาจาไปแล้วว่าไม่ได้หนีทหาร
          สำหรับการที่มีข้อสงสัยว่า  เมื่อนายอภิสิทธิ์ไปขอใบแทน สด.9 เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2531  เหตุใดจึงไม่ระบุว่าวันที่บรรจุ
เป็นทหารกองเกินคือวันที่ 4 ก.ค. 2529 ตาม สด.9 ใบเดิมนั้น  แหล่งข่าวอ้างว่า  ตามระเบียบไม่ต้องระบุเช่นนั้นใครมาขอขึ้นทะเบียน
หรือใบแทนวันไหนก็เป็นทหารกองเกินวันนั้น   ซึ่งจะแบ่งเป็น  3  ขั้น  ขั้นที่ 1 นับแต่อายุ 21 ปี  จนครบ 10 ปี  ขั้น 2 ต่อไป 7 ปี 
ขั้น3 ต่อไปอีก 6 ปี
          "กรณีคุณอภิสิทธิ์  เราพิจารณากันมากว่าผิดหรือไม่  แต่เมื่อเขามีใบ สด.9  ที่ออกให้ในครั้งแรก  ก็ไม่ถือว่าฉบับต่อไป
ปลอมแปลง  เพราะเป็นใบแทนได้ ขณะนี้กรณีของคุณอภิสิทธิ์จบแล้ว เพราะถ้ามีความผิด อายุความก็หมดลงแล้วเมื่อตอนที่อายุ 30 ปี" 
แหล่งข่าวกล่าว


ครับคุณ sanskritshower

จะพยายามอธิบายเท่าที่ผมเข้าใจแล้วกันนะครับ คือ ณ ขณะเวลานั้นฝ่ายค้านคือพรรคความหวังใหม่ออกมาโจมตีนายอภิสิทธิ์
ว่าใช้เอกสาร สด.9 ปลอม โดยไม่เคยไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน ก็คือไปขอกรอกเอกสาร สด.44 ที่ที่ทำการเขต
แล้วจะได้ สด.9 คือ ใบสำคัญการขึ้นบัญชีทหารกองเกิน มาไว้ไปเกณฑ์ทหาร และจะมีรายชื่ออยู่ใน บัญชีทหารกองเกิน (สด.1)

ฝ่ายค้านโจมตีต่อเนื่องว่า เนื่องจากไม่มี สด.9 มาตั้งแต่ต้นก็เลยไม่มีเอกสารไปใช้สมัครเข้าเป็นอาจารย์ที่ รร.นายร้อย จปร.
และนายอภิสิทธิ์ไปทำเอกสาร สด.9 ปลอม มาใช้ขอบรรจุเป็นข้าราชการประจำ ยศร้อยตรีในภายหลัง ทั้งที่ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชี
ทหารกองเกิน (สด.1)

ทีนี้แหล่งข่าวก็แจ้งว่า ตรวจสอบแล้ว นายอภิสิทธิ์มากรอกเอกสาร สด.44 ได้ใบ สด.9 ไปแล้วจริงๆ มีชื่ออยู่ในบัญชี สด.1 จริง
และต่อมาได้มาขอออกใบ สด.9 ใหม่แทนใบเดิมที่สูญหาย (ซึ่งมีสิทธิสามารถทำได้ โดยแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ และเสีย
ค่าธรรมเนียม 1 บาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม)

นายอภิสิทธิ์ นำเอกสาร สด.9 ใบที่ออกใหม่ไปยื่นขอบรรจุเป็นข้าราชการประจำ จึงไม่ได้ปลอมแปลงเอกสารราชการ
และไม่ได้ใช้เอกสารปลอมตามที่ถูกกล่าวหา


ส่วนเรื่องที่วันที่ในใบ สด.9 ใบใหม่ลงตามวันที่ออกเอกสาร แหล่งข่าวอ้างว่าสามารถทำได้ เพราะตามระเบียบไม่ต้องระบุ
ให้ตรงตามใบเดิมก็ได้ และถือว่ามาขอขึ้นทะเบียนหรือใบแทนวันไหนก็เป็นทหารกองเกินวันนั้น (ประัเด็นนี้น่าตรวจสอบ
ต่อไปครับว่าจะถือตามนี้ได้จริงหรือไม่)

สุดท้ายก็คือเรื่องอายุความ ที่แหล่งข่าวกล่าวว่า ต่อให้มีความผิดจริงหรือไม่อย่างไร คดีก็หมดอายุความไปตั้งแต่
ตอนที่นายอภิสิทธิ์อายุ 30 ปี ก็คือปี พ.ศ. 2537 ขณะที่การโจมตีเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2542 ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2007, 12:09 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #12 เมื่อ: 16-11-2007, 11:09 »

ขอบคุณคุณ jerasak ที่เอาเรื่องสมัย 2542 มาเล่านำ
ถ้าเอาข้อมูลตามความเข้าใจสมัยนั้น ก็น่าเชื่อว่าอภิสิทธิ์ อธิบายเครียร์ไปได้แล้ว
แต่ทำไมเรื่องนี้ถูกขุดขึ้นมาอีกละ..

เท่าที่ผมอ่านผ่านตาจากกระทู้ในพันทิป ได้ความว่าหลังจากที่ ปชป โดยความร่วมมือของกองทัพ
ช่วยกันบอกปัดข้อกล่าวหาต่อสาธารณะไปแล้ว นัยว่าเพื่อรักษาภาพพจน์ของกองทัพเอาไว้
แต่ภายในกองทัพกลับมีการตั้งกรรมการสอบสวนปัดกวาดเรื่องนี้ต่อไปอีก
และอีกสองสามปีต่อมาทางกองทัพก็สรุปว่ามีการทุจริตในการรับนายอภิสิทธิ์เข้าเป็นอาจารย์
ความผิดคือ นายอภิสิทธิ์เป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติ เพราะมีหลักฐานไม่ครบ คือไม่มี สด 43
ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจเพราะในตอนปี 2542 นั้นข่าวโจมตีว่านายอภิสิทธิ์ใช้ สด 43 ปลอม
แต่พอมีการสอบสวนอย่างเป็นทางการ กลายเป็นว่านายอภิสิทธิ์สมัครเข้ารับราชการโดยไม่มี สด 43
(ถ้ามองในแง่ร้าย อาจะมีการช่วยเหลือทำลายเอกสารปลอมที่ใช้ในการสมัครเข้ารับราชการ)

นายอภิสิทธิ์จึงไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารปลอม แต่กลายเป็นเข้าทำงานโดยมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน
รวมทั้งหน่วยงานที่รับก็เลยมีความผิดฐานรับผู้ที่ขาดคุณสมบัติเข้าทำงาน
แต่รู้สึกว่าจะไม่ได้มีการลงโทษเพราะผู้กระทำผิดที่เป็นผู้ใหญ่สองคนเกษียณราชการพอดี
(ถ้ามองในแง่ร้าย อาจจะมีการช่วยดึงการสอบสวนไว้รอให้เกษียณ)
เหลือแต่ข้าราชการตัวเล็กๆที่ต้องรับผิดชอบเรื่องการบรรจุแต่งตั้งโดยตรงอยู่คนหนึ่ง
สมัยนั้น พล.อ.สุรยุทธิเป็น ผบ.ทบ. พอดี คงจะสงสารก็เลยไม่ได้สั่งลงโทษ

ลือกันว่าเอกสารการสอบสวนถูกมือดีในกองทัพจัดส่งไปให้ฝ่ายตรงข้ามเรียบร้อยแล้ว
เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นี่คือที่ผมจำได้จากกระทู้ แต่ตอนนี้หาไม่เจอ เพราะตกกระดานหายไปแล้ว
ถือว่าเล่าสู่กันฟังพอเป็นสังเขปว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงผุดกลับขึ้นมาอีก
ถ้าผิดพลาดไปจากข้อเท็จจริง ก็ขออภัย

ปล.แก้ไขที่จำได้เพิ่มขึ้น

ครับคุณกาลามชน

ขอแย้งก่อนเลยว่าตอนปี 2542 นั้นข่าวไม่ได้โจมตีว่านายอภิสิทธิ์ใช้ สด.43 ปลอมนะครับ
มีแต่โจมตีว่าใช้ สด.9 ปลอม ส่วนที่ใช้ สด.43 ปลอมนั้นคือ 2 ลูกเหลิมต่างหากเล่าครับ
ที่เป็นชนวนให้เกิดการตอบโต้แก้แค้นจากพรรคความหวังใหม่ ที่เฉลิมเป็นรองหัวหน้าพรรค
ในทำนองว่า "ข้าผิดเอ็งก็เลว"

และพรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ชุดนี้มีอะไรน่าสังเกตอยู่อีกอย่างหนึ่ง คือเป็นสภาผู้แทนฯ
ชุดเดียวกับในรัฐบาลก่อน เนื่องจาก พล.อ.ชวลิต ลาออกไม่ได้ยุบสภา จึงไม่มีการเลือกตั้งใหม่
และก่อนหน้านั้นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมพยายามฟอร์มรัฐบาลใหม่อีกรอบ แต่ไม่สำเร็จเกิดกรณี
พรรคกิจสังคมย้ายฝั่งมาร่วมกับประชาธิปัตย์ เกิดกรณีกลุ่มงูเห่า (กลุ่มปากน้ำ-ประชากรไทย)
ย้ายข้างมาเข้ากับประชาธิปัตย์ด้วย ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็น "แค้นฝังลึก" ของนายสมัคร สุนทรเวช
หัวหน้าพรรคประชากรไทย ที่ตกสวรรค์จากที่จะได้เป็นรัฐบาลกลายมาเป็นฝ่ายค้าน

ผมยังค้นข้อมูลยุคนั้นได้เพิ่มเรื่อยๆ เอากรณีใช้ สด.43 ปลอมของ 2 ลูกเหลิมมาลงเพิ่มให้ดูครับ
มีตัวละครยุคนี้มาเพิ่มอีกเช่น พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ตอนนั้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. และในตอนท้ายยังมี
อ.คณิน บุญสุวรรณ อดีต สสร. 40 หมาดๆ มาเพิ่มเติมอีกด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2007, 13:12 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #13 เมื่อ: 16-11-2007, 11:14 »

ศิริพงษ์บีบน้ำตาโต้เสรี อ้างขู่พยานมัดคดีฉาวสด.43ปลอม
แนวหน้า , วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2542

มหาดไทยอนุมัติแค่หมายจับ 2 เหลิมน้อย พร้อม 2 พล.ต.ต.กรณีสด.43ปลอม ด้านพล.ต.ต.ศิริพงษ์ สรรพตานนท์
เปิดแถลงเครียด โต้เสรี ขู่ สว.ธุรการกำลังพล กองคดีให้ปากคำมัดตนเอง ยันไม่เคยใช้วาทะ"ไม่ต้องเสือก กูเป็นเพื่อนเฉลิม
กูรับผิดชอบเอง" ฝ่ายอดีต ส.ส.ร.เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากรัฐมนตรีเพื่อเคลียร์ปัญหาหนีทหาร

          เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายพร เพ็ญพาส ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติหมายเรียก ร.ต.ต.วันเฉลิม และ
ร.ต.ต.อาจหาญ 2 บุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ในข้อหาใช้เอกสารสด.43 ปลอม
ในการสมัครเข้ารับราชการตำรวจ 

          ขณะเดียวกันยังอนุมัติหมายเรียก พล.ต.ต.ศิริพงษ์ สรรพตานนท์ อดีต ผกก.กองคดี และ พล.ต.ต.พงศพัศ พงษ์เจริญ 
ผบก.สารนิเทศ ซึ่งทั้ง 2 คน เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาเป็นผู้อนุมัติให้ 2บุตรชายร.ต.อ.เฉลิม เข้ารับราชการตำรวจ 
ในข้อหาความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่ไม่ได้ส่งใบ สด.43 ของบุคคลทั้งสองให้กองทัพบกตรวจสอบเสียก่อน

          ทั้งนี้ให้ผู้ถูกหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 13 มีนาคม 2542 เวลา 13.00 น.
ที่ห้องประชุมกองบังคับการอำนวยการ บช.น.ชั้น 2

          พล.ต.ต.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบช.น.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนความผิดอาญากรณีสด.43 ปลอม
ของบุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้เสนอออกแค่หมายเรียกเท่านั้นไม่ได้เสนอออกหมายจับตามที่เป็นข่าว
          ทางด้าน พล.ต.ต.ศิริพงษ์ สรรพตานนท์ เปิดแถลงข่าวทันทีว่า ที่ตนถูกคดีอาญา เป็นเพราะจากการแถลงข่าวของตน
หนที่แล้ว ตอนนั้น พล.ต.ท.เสรี เตมียเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร.ทำคดีนี้อยู่ และได้นำตัว พ.ต.ท.ไพรัช แย้มศรี สว.ธุรการกำลังพล
กองคดี ไปสอบสวน แล้วมาอ้างคำพูดของตนว่า"ไม่ต้องเสือก  กูเป็นเพื่อนกับเฉลิม  กูรับผิดชอบเอง"  ทั้งที่เรื่องดังกล่าว
ตนไม่เคยพูด

          พล.ต.ต.ศิริพงษ์กล่าวว่า ทาง พ.ต.ท.ไพรัช ได้ไปพบตนที่บ้านแล้วและเล่าความจริงให้ตนฟังว่า ตนไม่ได้พูดอย่างนั้น
ซึ่งทาง พ.ต.ท.ไพรัช อ้างว่าถูก พล.ต.ท.เสรี เรียกไปสอบหนักหลายครั้ง ถูกขู่และบางประเด็น ก็เป็นลักษณะ
คำถามนำโดยเฉพาะเรื่องมึงเสือกอะไรด้วย อั๊วกับเฉลิม เป็นเพื่อนกันนะ ตรงนี้เขาเตรียมไว้แล้ว ตนพร้อมยืนยันได้

          "ผมได้อัดคำพูดของ พ.ต.ท.ไพรัช ไว้หมดแล้ว พร้อมจะแฉความจริง พ.ต.ท.ไพรัช เล่าว่า ถูก พล.ต.ท.เสรีขู่ 
ลักษณะว่ากลัวเขาหรือ เขาเหลืออีก 10 เดือน กับอั๊ว คนจะเกษียณกับเหลืออีกสิบปี  ลื้อจะเลือกใคร ซึ่ง พ.ต.ท.ไพรัช
ยอมรับว่ากลัวทั้งสองฝ่าย แล้ว พล.ต.ท.เสรี ยังขู่ว่า ลื้อนะติดคุกเต็มประตูเลย ทำไมลื้อไม่ห่วงลูกห่วงเมีย
เป็นหัวหน้าครอบครัวได้อย่างไร"

          อดีต ผบก.กองคดี  กล่าวว่า  หากหมายเรียกมาถึงเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะไปให้ปากคำตำรวจทันที
และว่าขณะนี้มีหลายพรรคทาบทามให้ลงเล่นการเมือง

          การให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.ศิริพงษ์ หนนี้เป็นไปอย่างเคร่งเครียด ตาแดงกล่ำคล้ายน้ำตาจะไหล 
ฝ่าย พล.ต.ต.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าไม่ได้เข้ามาทำงานแต่ประการใด

          ทางด้าน ร.ต.ต.อาจหาญ และ ร.ต.ต.วันเฉลิม ได้ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผบ.ตร.ให้เปลี่ยนตัว
หัวหน้าพนักงานสอบสวนกรณี  สด.43 ปลอม จาก พล.ต.ต.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบช.น.ไปเป็นคนอื่น โดยบุตรชาย
ร.ต.อ.เฉลิม มีเหตุผลว่า ได้ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จงรัก ต่อศาลอาญาในความผิดฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบไปแล้ว
หากยังให้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีที่เกี่ยวกับข้าพเจ้าก็อาจจะไม่เป็นธรรม อีกทั้งพนักงานสอบสวนหลายคน
ก็เป็นลูกน้องของ พล.ต.ท.เสรี เตมียเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่สังคมรู้กันดีว่าเป็นนายตำรวจที่มีความขัดแย้งกับพรรคการเมือง
ฝ่ายค้านอย่างรุนแรง และบิดาของ 2 ข้าพเจ้าก็เป็นฝ่ายค้านด้วย

          วันเดียวกันที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ส.ขอนแก่น พรรคความหวังใหม่  กล่าวถึงกรณีส.ส.พรรคความหวังใหม่
ได้ ทำหนังสือถึงกองทัพบกให้ตรวจสอบการหนีทหารของนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์  รมว.มหาดไทย และนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่า ทางพรรคได้รับหนังสือจาก พล.ต.ศักดิ์สิน ทิพยเกษร
เจ้ากรมกองกำลังสำรองทหารบก เมื่อวันที่ 8 มีนาคม แล้ว ซึ่งคำชี้แจงดังกล่าวค่อนข้างรวบรัดไม่ชี้แจงในรายละเอียด 
แต่ยืนยันว่านายศิริวัฒน์ไม่ได้เข้าตรวจคัดเลือกทหารในปี 2540 และนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้เข้ารับการตรวจคัดเลือกทหาร
ในปี 2530 ทั้งสองกรณี ถือว่ามีความผิดชัดเจน จึงอยากทราบความรับผิดชอบของคนที่เกี่ยวข้องว่า จะทำอย่างไร 
เพราะเป็นความผิดทางกฎหมาย ไม่ใช่จะมาขอโทษขออภัยกันเท่านั้น

          พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ.กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ไปเกณฑ์ทหารจริง ตามหนังสือที่กรมการกำลังพลสำรอง
ทำไปถึง ส.ส.พรรคความหวังใหม่ ส่วนจะดำเนินการต่อไปหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องภายในที่จะต้องติดตามหาข้อมูลกันต่อไป

          เมื่อถามว่าจะเอาผิดกับนายอภิสิทธิ์   ได้หรือไม่  ผบ.ทบ.กล่าวว่า  ในส่วนนี้ต้องดูระยะเวลาที่มันผ่านมา ว่า
มีผลบังคับใช้กฎหมายอยู่หรือไม่ เมื่อถามว่าถ้ามีผลบังคับอยู่กองทัพจะยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์หรือไม่ที่ไม่ไปเกณฑ์ทหาร 
ผบ.ทบ.กล่าวว่า ต้องดูในรายละเอียดว่าเป็นไปได้แค่ไหน ในส่วนการดำเนินการฟ้อง เราจะไม่ฟ้อง แต่จะแจ้งความกับ
ทางตำรวจ

          นายคณิน  บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.ชลบุรี กล่าวเสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจาก รมต.ประจำสำนักนายกฯ
เพื่อเคลียร์เรื่องทางทหารให้เรียบร้อย"ผมเตือนด้วยความหวังดี นายอภิสิทธิ์  เป็นคนรุ่นใหม่  มีอนาคตไกล ถือเป็นบุคคลสำคัญ
ที่มีค่าพอที่คาดหวังได้ในการปฏิรูปการเมืองใหม่ จึงไม่อยากให้มาติดกับการฟาดฟันสาดโคลนกันในหนนี้"

          นายคณิน กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หากปล่อยต่อไป จะกลายเป็นปัญหาจนเสียหาย
ต่ออนาคตได้  ดังนั้นควรจะตัดสินใจแสดงให้คนรุ่นใหม่ได้เห็น เพราะสังคมอยากเห็น  มิฉะนั้น  ถ้าไม่ลาออกหรืออยู่ไป
ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะจะถูกฝ่ายค้าน หยิบยกมาพูดตลอดไป ไม่ว่าในต่างจังหวัด  หรือพื้นที่ กทม.ซึ่งจะกลายเป็น
ชนักติดหลังตลอดไป ตนเห็นว่าควรจะลาออกเพื่อมาเคลียร์ปัญหาให้หมดไปจะดีกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2007, 12:10 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #14 เมื่อ: 16-11-2007, 11:49 »

ประเด็นที่ว่าการสมัครเข้ารับราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม เท่ากับว่าเป็นทหารแล้วเป็นประเด็นที่ถูกอ้างบ่อยมาก
ประเด็นนี้ถูกแย้งว่านั่นเป็นการคิดแบบอ้างเอง เออเอง เพราะการคัดเลือกเข้าเป็นทหาร ก็คือต้องเป็นทหารเกณฑ์
ไม่ปรากฏว่ามีหลักเกณฑ์ใดๆ ที่รับรองให้ชายไทย สามารถสมัครเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมทดแทนการเกณฑ์ทหารได้
เท่ากับอภิสิทธิ์ยังคงหนีทหารอยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่ตอนนี้อาจจะหมดอายุความอย่างที่คุณ sanskritshower ว่าไว้

อนึ่ง ข่าวเล่าว่าเรื่องนี้ไม่ได้ถูกขุดขึ้นมาเล่นงานอภิสิทธิ์ อาจเป็นเพราะอภิสิทธิ์พ้นอายุความก็ได้
แต่เรื่องนี้พุ่งเป้าไปที่ พล.อ.สุรยุทธิ์ ฐานที่ไม่จัดการดำเนินคดีกับอภิสิทธิ์ ในช่วงที่ยังอยู่ในอายุความ
ฝ่ายตรงข้ามก็เลยรอจะฟ้องฐานละเว้นหน้าที่ เมื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว

ปล. ทั้งหมดเป็นข่าวที่ผมฟังต่อๆกันมา ขอให้ใช้วิจารณญาณ

ประเด็นที่ว่าไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ รับรองให้สามารถสมัครเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมทดแทนการเกณฑ์ทหาร
เป็นจุดที่มีปัญหามากที่สุดในเรื่องนี้ แต่ ณ ปี 2530 ขณะที่นายอภิสิทธิ์เข้าเป็นอาจารย์อยู่ในโรงเรียนนายร้อย จปร.
บังเอิญไปตกกรณียกเว้นไม่ถูกเรียกมาตรวจเลือก ตามมาตรา 14 ของ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
นายอภิสิทธิ์ก็คงอ้างมาได้เรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยศร้อยตรี ทีนี้พอได้ยศร้อยตรีก็กลายเป็นระดับนายทหารสัญญาบัตร
ก็เลยอ้างต่อได้ว่ารับราชการทหารแล้ว ถ้ามีกรณีฟ้องร้องต่อศาลจริงๆ ผมก็คิดเหมือนกันว่าคงไม่ถูกลงโทษรุนแรง
และในความเป็นจริงไม่เคยมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ในเรื่องหนีทหารตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน

เรื่องหมดอายุความนั้น แน่นอนว่าจะผิดจะถูกอย่างไร เรื่องราวผ่านมาตั้งแต่ปี 2530 แล้วต่อให้เป็นคดีอุกฉกรรจ์
โทษถึงประหารชีวิต ก็มีอายุความแค่ 20 ปีเท่านั้น กรณีไม่ไปเข้ารับการตรวจเลือกมีโทษแค่จำคุก 3 ปี อายุความ
ก็น่าจะแค่ 5-10 ปี คือหมดอายุความไปตั้งแต่ก่อนที่ฝ่ายค้านจะโวยวายกันสมัยปี 2542 แล้วล่ะครับ

ผมสรุปง่ายๆ เลยก็คือเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ไปขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกิน แต่ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกตามกำหนด
แต่ได้ไปเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในกระทรวงกลาโหม ซึ่งไปตกกรณีมีสิทธิได้รับยกเว้นไม่ถูกเรียกตรวจเลือก
และก็รับราชการจนกระทั่งได้ยศร้อยตรีเป็นนายทหารสัญญาบัตร และจนถึงปัจจุบันก็ไม่มีใครฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น

เรื่องจะฟ้องร้อง พล.อ.สุรยุทธ์ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่นั้น กรณีไม่ไปเข้ารับการตรวจเลือกเป็นหน้าที่ของสัสดีจังหวัด
(ในที่นี้คือสัสดีกรุงเทพ) ที่จะดำเนินการและประเทศเรามีคนหนีทหารแต่ละปีเป็นหมื่นๆ ราย ไม่ใช่หน้าที่ของ
ผู้บัญชาการทหารบก จะไปดูแลอยู่แล้วครับ และถ้าจะฟ้องละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มันก็น่าจะมีอายุความอีก ในเมื่อ
เรื่องราวมันผ่านมาตั้งแต่ปี 2530 ผมก็สงสัยว่ายังจะเหลืออะไรให้ดำเนินคดีกันได้อีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2007, 12:10 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #15 เมื่อ: 16-11-2007, 12:06 »

^
^

คือผลการสอบสวนที่สรุปว่าอภิสิทธิ์ไม่มีคุณสมบัติสมัครเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกลาโหม
และนายทหารที่รับอภิสิทธิ์เข้าทำงานมีความผิดทางวินัย มาสรุปเสร็จในสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ
แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ไม่สั่งการให้ดำเนินการลงโทษนายทหารที่ทำความผิด กับไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์
พวกที่ต้องการเขย่ารัฐบาลก็เลยถือว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ละเว้นหน้าที่นะครับ

แต่จริงๆแล้ว ผมก็คิดว่าไม่ตรงนัก

ณ เวลานั้น นายอภิสิทธิ์สมัครเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม ในสถานะทหารกองเกินครับ
คือถือใบ สด.9 แต่ในการสมัครยื่นเอกสารไ่ม่ครบขาดใบ สด.9 และได้มายื่นเพิ่มเติมในตอนที่บรรจุเข้าเป็น
ข้าราชการประจำ ซึ่งการยื่นเอกสารไม่ครบนี้ คงเป็นเหตุให้นายทหารที่ดำเนินการรับนายอภิสิทธิ์ในครั้งนั้น
บางคนถูกเอาผิดทางวินัย (ผมไม่แน่ใจว่าถูกเอาผิดในสมัยรัฐบาลทักษิณหรือเปล่า)

ตามเนื้อความในข่าวปล่อยของ นปก. ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่บางคนถูกเอาผิดไปแล้วนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มีการ
ดำเนินการอะไรเลย ผมคิดว่าการไปยุ่งกับ พล.อ.สุรยุทธ์ ก็เป็นเพียงการป่วนรัฐบาลรักษาการเท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2007, 12:11 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #16 เมื่อ: 16-11-2007, 12:59 »

-ขอบคุณครับ ได้อ่านเตือนความจำอีกที
ผมว่าประเด็นข้อเท็จจริง  อยู่ที่

1-  มีการรับ หมายสด.9  แล้วไม่ไปเกณฑ์  4 ก.ค.29  ก็ถือว่าหนีแล้ว  1 กระทง  แล้วก็ไม่มีทางได้ สด. 43 อยู่แล้ว ( ข้อนี้มีใครค้านมั๊ยครับ )

ตอนนี้แหละคงคิดได้ว่าจะทำไงดี  ไปรายงานตัวก็ ต้องเป็นทหารเกณฑ์เลยก็แก้ไขโดยสมัครเป็นข้าราชการพลเรือนทหารเสียเลย ดูดีกว่าแถมไม่มีฉนักหนีทหารติดหลัง

1. ปกติการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ (เกณฑ์ทหาร) จะมีปีละครั้งเดียวประมาณเดือนเมษายน ของทุกปี
นายอภิสิทธิไปรับ ใบ สด.9 ในวันที่ 4 ก.ค. 2529 ก็จะมีหมายเรียก (สด.35) ให้ไปรับภายในเดือนธันวาคม 2530
และมีสถานะเป็นทหารกองเกินตั้งแต่เริ่มต้นปี 2530 โดยมีกำหนดตรวจเลือกในเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2530

ในกรณีที่ไม่ได้ไปตรวจเลือก ก็จะไปตรวจเลือกได้ในเดือนเมษายน ของปีถัดไป จนกระทั่งถึงอายุ 29 ปี (หลังจากนั้นก็คือ
เขาไม่รับตรวจเลือกเพราะอายุเกินครับ) กรณีของนายอภิสิทธิ์ก็คือ ปี 2531 ถึง 2536 เนื่องจากตอนกลับประเทศไทย
มาขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน รับใบ สด.9 นายอภิสิทธิ์ก็อายุเข้าไป 23 ปีแล้วครับ

ทีนี้ในปี 2530 นายอภิสิทธิ์ไปสมัครเข้าเป็นอาจารย์ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่โรงเรียนนายร้อย จปร. เขาชะโงก
ก็เลยไปเข้าหลักเกณฑ์ยกเว้นที่ทางกองทัพบกจะไม่เรียกให้เข้ารับการตรวจเลือก

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497

มาตรา 14 บุคคลดังต่อไปนี้ เมื่อลงบัญชีทหารกองเกินแล้วไม่เรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ คือ

(1) พระภิกษุ สามเณร และนักบวชในพระพุทธศาสนา.. ตามที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง
(2) นักบวชศาสนาอื่น.. ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดออกใบสำคัญให้ไว้
...
(5) ครูซึ่งประจำทำการสอนหนังสือหรือวิชาการต่างๆ ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดออกใบสำคัญให้ไว้
...
(9) บุคคลซึ่งได้รับโทษจำคุก .. ตั้งแต่สิบปีขึ้นไป ..

การไม่เรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติและการออกใบสำคัญตาม (2) และ (5) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง


...

การขอยกเว้นครู ตามวงเล็บ 5  มีเงื่อนไขคือ

ก. เป็นครูประจำทำการสอนนักเรียน นักศึกษาไม่น้อยกว่า 15 คนเป็นปกติ
 ข. เป็นครูประจำเฉพาะวิชานักเรียน นักศึกษาไม่น้อยกว่า 15 คนเป็นปกติ
 ค. มีเวลาสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 18 ชม. ในสถานศึกษาระดับมัธยมลงมา หรือไม่น้อยกว่า 18 ชม. ในสถานศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา

การขอยกเว้นนี้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ส่งรายชื่อครูซึ่งได้รับการยกเว้น ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด
ซึ่งครูผู้นั้นทำการสอนอยู่ในท้องที่ก่อนเดือนเมษายนของปีที่ถูกเรียก ไม่น้อยกว่า 60 วัน
เมื่อตรวจสอบเป็นการถูกต้องผู้ว่าราชการจังหวัดจะออกใบสำคัญยกเว้นครู (แบบ สด. 37) ให้
          
และเมื่อพ้นจากฐานะยกเว้นครู จะต้องแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ที่ทำการสอน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พ้นจากฐานะการเป็นครู
ถ้าไม่ปฏิบัติมีความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ระหว่างเวลาที่นายอภิสิทธิ์ เป็นอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนนายร้อย จปร. จึงน่าจะถามหา ใบสำคัญยกเว้นครู (แบบ สด. 37)
มากกว่าถามหา สด.43 นะครับ

และหลังจากรับราชการนายอภิสิทธิ์ก็ได้รับยศเป็นร้อยตรี กลายเป็นนายทหารสัญญาบัตร ผมก็พอจะเข้าใจได้ว่า
จะให้คนที่เป็น นายทหารสัญญาบัตร ไปแล้ว กลับไปเป็นทหารเกณฑ์อีก กองทัพก็คงไม่อยากทำอะไรแบบนั้น
นายอภิสิทธิ์ก็อ้างได้ว่า ตลอดเวลา 2 ปี ตัวเองรับราชการเป็นทหารเรียบร้อยแล้ว

ที่สำคัญระหว่าง พ.ศ. 2530 ถึง 2536 จนกระทั่งนายอภิสิทธิ์อายุพ้น 29 ปี ก็ไม่เคยมีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล
ในเรื่องนายอภิสิทธิ์หนีทหาร มีแต่ลงใน บัญชีเรียกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ (สด.16) ในปี 2530 อยู่ใน
“บัญชีคนที่พ้นจากฐานะยกเว้นผ่อนผัน” ซึ่งแสดงว่ารายชื่อของนายอภิสิทธิ์เคยอยู่ใน “บัญชีคนผ่อนผัน” มาก่อน

และหลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2531 ไม่มีรายชื่อนายอภิสิทธิ์ ใน บัญชีเรียกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ (สด.16)
มาปรากฏรายชื่ออีกครั้งในปี พ.ศ. 2532 จนถึง 2536 โดยอยู่ใน “บัญชีคนที่ขาดการตรวจเลือก” ทุกปี ซึ่งแสดงว่า
นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ถูกส่งฟ้องดำเนินคดีในชั้นศาล ที่จะต้องปรากฏรายชื่อใน “บัญชีคนหลีกเลี่ยงขัดขืน”

และการจะส่งฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ผมเชื่อว่าเป็น "อำนาจวินิจฉัย" ของเจ้าพนักงาน ไม่ใช่ต้องส่งฟ้องหมดทุกราย
เท่ากับว่านายอภิสิทธิ์ไม่เคยถูกดำเนินคดีในเรื่อง หนีทหาร มาจนถึงปัจจุบันนะครับ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #17 เมื่อ: 16-11-2007, 13:11 »

2- แต่ รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติสมัครได้ แต่ก็ดิ้นรนจน เป็นข้าราชการพลเรื่อนทหารได้ 7 สค.2530 ( ไม่ใช้ของปลอม ก็ ต้องใช้เส้นสายสุดบิ๊กที่ทำให้คนตรวจเอกสารปล่อยผ่านได้ )  นี่อีก 1 กระทง ( แล้วข้อนี้มีใครค้านมั๊ย  )

พอมีคนขุดมาก็  ชี้แจงว่า ไม่ได้หนีเพราะเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกลาโหมไปแล้ว   
ติดอยู่ทำไมตอนนั้นไม่มีใครถามคุณอภิสิทธิ์ ว่าได้ยื่นใบ สด.43 แนบไปหรือเปล่า ถ้าตอนนั้นมีใบ 43
แล้วเอามาได้ยังไง ถ้าไม่มี ก็แสดงว่าตอนนั้นก็หนีทหารอยู่ใช่มั๊ย ที่ว่างเป็นปีน่ะ  ทำไมไม่มีใครถาม
[/size]

ไม่ใช่ไม่มีคุณสมบัติจะสมัครนะครับ แต่นายอภิสิทธิ์สมัครเป็นข้าราชการพลเรือน กระทรวงกลาโหม
ในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2530 โดยใช้สถานะเป็น ทหารกองเกิน และก็เป็นทหารกองเกินจริงๆ
ถ้าจะมีความผิดก็คือไม่ได้ยื่นใบ สด.9 เป็นการขาดส่งเอกสาร ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ ผบ.ทบ. ระบุว่า
มีความผิดเป็นโทษปรับเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่ว่าไม่ไปเกณฑ์ทหาร นั้นตามปกติถ้าทหารกองเกิน "สมัคร" เข้าเป็นทหารกองประจำการ
ก็ไม่ต้องเกณฑ์ทหารนะครับ เพียงแต่นายอภิสิทธิ์ไปสมัครเป็นนายทหาร ไม่ใช่พลทหาร แทนครับ
และก็รับราชการอยู่จนกระทั่งได้รับพระราชทานยศร้อยตรี เป็นนายทหารสัญญาบัตร จริงๆ

ส่วนเอกสาร สด.43 ก็เลยไม่มีการดำเนินการใดๆ ต่อ เพราะนายอภิสิทธิ์กลายเป็นนายทหารสัญญาบัตร
จะให้กลับไปเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ลดระดับลงไปเป็นทหารเกณฑ์อีก กองทัพคงไม่มีธรรมเนียมแบบนั้น
และอีกอย่างก็คือขณะที่เกิดเรื่องโวยวายกันขึ้นมาในปี 2542 นายอภิสิทธิ์อายุปาเข้าไป 35 ปี เกินเกณฑ์
อายุ 29 ปีที่จะเข้ารับการตรวจเลือกไปไกลโขแล้ว และก็เป็นนายทหารสัญญาบัตรมาตลอดจริงๆ

เรื่องนี้ก็เลยไปคล้ายๆ กับกรณีของคุณหญิงจารุวรรณ ที่แต่ละฝ่ายยันกันไปมาอยู่เป็นเวลานานมากๆ
แต่ในที่สุดก็ต้องสรุปว่ามีการแต่งตั้งไปแล้ว ถ้าไม่มีการถอดถอนก็คือยังดำรงตำแหน่งนั้นอยู่น่ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2007, 13:22 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #18 เมื่อ: 16-11-2007, 13:40 »

แถมที่ไปค้นเจอมาอีกข่าวหนึ่งครับ ค่อยๆ เปลี่ยนคีย์เวิร์ดค้นหาก็เจอมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พอเจอแล้วก็เสียดาย เอามาลงรวมไว้ด้วยก็แล้วกันนะครับ เนื้อความอาจซ้ำกันไปบ้าง
ถ้าท่านใดสนใจก็ลองอ่านดูนะครับ 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ควม.รุกดับดาวรุ่งปชป. *แฉหลักฐานอภิสิทธิ์หนีทหาร *ขึ้นบัญชี"สุขุมพันธุ์-อรรคพล"
แนวหน้า-วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2542

ฝ่ายค้านความหวังใหม่รุกแก้แค้นแทน"เหลิม" แฉหลักฐานเอกสารการเกณฑ์ทหารของ"อภิสิทธิ์"ระบุเป็นขั้นตอน กล่าวหาหนีทหาร
ทั้งเข้าข่ายปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมในการเข้ารับสมัครเป็นทหารอาจารย์โรงเรียนนายร้อยจปร.
พร้อมขึ้นบัญชีตรวจสอบการเกณฑ์ทหารของดาวรุ่งประชาธิปัตย์อีกหลายคน ทั้ง"สุขุมพันธุ์-อรรคพล-จักรพันธุ์"
ด้านผบ.ทบ.ชี้ดูหลักฐานที่"อภิสิทธิ์"สมัครเข้ารับราชการทหาร แสดงเจตนาไม่ได้ต้องการหนีทหาร   

          ประเด็นการหนีทหารและเอกสารเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารปลอม ที่กลายเป็นเรื่องการเมือง เล่นงานซึ่งกันและกัน
ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น หลังจากลูกชายทั้ง 2 ของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองหัวหน้าพรรค
ความหวังใหม่ ถูก"ให้ออก"จากการเป็นตำรวจไปเรียบร้อยแล้ว จากพิษสด.43 ปลอม

          ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายกมล บันไดเพชร กรรมการฝ่ายกฎหมาย พรรคความหวังใหม่ เปิดการแถลงข่าว
พร้อมกับโชว์สำเนาเอกสารหลักฐานต่างๆเพื่อกล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯมีความผิด
หนีทหาร และใช้เอกสารใบสำคัญทหารกองเกิน หรือสด.9 ปลอมด้วย

          นายกมลกล่าวว่า คณะทำงานด้านกฎหมายของความหวังใหม่ได้ตรวจสอบสถานภาพการรับราชการทหารของ
นายอภิสิทธิ์พบว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์อายุ 18 ปี บริบูรณ์ในพ.ศ.2524 ไม่ได้ไปแจ้งลงทะเบียนทหารกองเกิน ซึ่งจะได้รับ
ใบสด.9 จึงถือเป็นความผิดตามพ.ร.บ.รับราชการทหารพ.ศ.2479  อย่างไรก็ตามเมื่อนายอภิสิทธิ์กลับจากต่างประเทศ
มีอายุครบ 22 ปีถึงเพิ่งไปลงบัญชีทหารกองเกิน ถือว่า เกินกำหนดเวลาแล้ว และได้รับใบสด.9 ฉบับที่ 5352 เล่มที่ 54
ลงวันที่ 4 กรกฏาคม 2529 โดยไม่มีการส่งลงโทษปรับ พร้อมกับรับหมายให้ไปเกณฑ์ทหารเลยวันที่ 7 เมษายน 2530 พอถึงกำหนดก็ไม่ไปตรวจเลือกตามหมายเกณฑ์ ปรากฏหลักฐานตามที่กรรมการตรวจเลือกได้บันทึกไว้ในบัญชีสด.16ว่า
"ขาด"โดยลงชื่อกำกับไว้ พร้อมกับประทับตราข้อความ"ไม่เข้ารับการตรวจเลือก" โดยไม่ปรากฏการบันทึกจำหน่ายว่า
ได้รับการยกเว้นหรือได้รับการผ่อนผันแต่อย่างใด บัญชีสด.16ของนายอภิสิทธิ์ยังระบุมาทุกปีจนถึงพ.ศ.2536ว่า "ขาด"
การมาตรวจเลือก

          ต่อมา 7 สิงหาคม 2530 นายอภิสิทธิ์ อายุ 23 ปี ได้บรรจุเข้าเป็นข้าราชการ"พลเรือน"สังกัดกระทรวงกลาโหม
ตำแหน่งรักษาการอาจารย์ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยจปร.รับเงินเดือนระดับน.1 ชั้น 3(2,765 บาท)โดยไม่ได้แสดง
หลักฐานใบสำคัญทางทหารสด.9 เป็นการขัดต่อระเบียบกลาโหมว่าด้วยการบรรจุกำลังพล พ.ศ.2529 ถือว่า ขาดคุณสมบัติ
การเข้ารับราชการ 

          "พอวันที่ 8 เมษายน 2531 นายอภิสิทธิ์ได้ไปแจ้งขอคัดลอกใบสด.9 ใหม่ โดยระบุว่า ทำแทนใบเก่าที่ชำรุดและ
ได้แก้ไขใบสด.16 ลบหลักฐานที่เขียนระบุวันรับหมายเรียกไปแล้วออก แล้วออกใบสด.9 ใหม่ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จ
แก้ไขวันเดือนปีวันที่ออกใบสด.9 จากเดิม 4 กรกฎาคม 2529 เป็น 8 เมษายน 2531 และวันที่เข้าบัญชีทหารกองเกินจาก
1 มกราคม 2530 เป็น 8 เมษายน 2531 จึงถือได้ว่า เป็นการปลอมเอกสารราชการ"

          ฝ่ายกฎหมายพรรคความหวังใหม่ชี้ว่า สาเหตุที่ต้องปลอมเอกสารราชการดังกล่าว เนื่องจากนายอภิสิทธิ์จะใช้สด.9
ใบใหม่นี้ เข้ารับราชการเป็นทหารประจำการ ตำแหน่งว่าที่ร.ต.ตามคำสั่งกห.339/31 ลงวันที่ 26 เมษายน 2531 ซึ่งต้อง
ถูกตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด ใบสด.9 เดิมอาจทำให้ขาดคุณสมบัติในการรับราชการดังกล่าว เพราะสามารถตรวจสอบ
ย้อนหลังไปถึงบัญชีสด.16 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหาร ขณะที่สด.9 ใบใหม่ ลงวันที่ 8 เมษายน 2531
ถือว่า เกินกำหนดวันเรียกเข้าไปรับการตรวจเลือกแล้ว

          "จึงสรุปได้ว่า นายอภิสิทธิ์ทำผิดชัดเจนคือ หนีทหารเมื่อ 7 เมษายน 2530 ซึ่งมีโทษตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร
ถึงจำคุก 3 ปี และยังทำเอกสารปลอมเมื่อ 8 เมษายน 2531 แล้วใช้เอกสารปลอมวันที่ 26 เมษายน 2531"

          นายกมลอ้างว่า กรณีนายอภิสิทธิ์นี้ไม่ได้ต้องการแฉกันไปมา แต่เพราะนายกฯชวน หลีกภัย ในฐานะรมว.กลาโหมร
ะบุว่า ทุกคนต้องอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน หากผิดก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องทำความจริงเรื่องนี้ให้ปรากฏ

          "ความเลวร้ายในอดีตเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่การทำความดีในอนาคตสามารถทำได้ ผมเชื่อว่า นายอภิสิทธิ์ไม่เจตนา
ทำผิด หากออกมายอมรับความจริง ประชาชนคงให้อภัยได้ ส่วนพรรคความหวังใหม่จะประชุมสัปดาห์หน้าอีกครั้งว่า
จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร"

          นอกจากนั้นนายกมลยังตำหนิการที่กองทัพออกมารับรองนายอภิสิทธิ์ทำถูกต้องว่า กองทัพควรเป็นตัวของตัวเอง
ทำอะไรให้ถูกต้อง เพราะเป็นสถาบันหลักของชาติ หากกองทัพไม่รักความถูกต้อง เพียงต้องการปกป้องนักการเมือง กองทัพ
คงขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาแน่ ดังนั้นอยากเรียกร้องให้กองทัพนำต้นขั้วสด.9ของนายอภิสิทธิ์ออกมา
เปิดเผย มิใช่ยืนยันแต่เรื่องใบแทนสด. 9 เพราะของจริงระบุชัดถึงการไม่เข้าเกณฑ์ทหาร จึงถือว่า ทำผิดสำเร็จแล้ว

          สำหรับเอกสารหลักฐานต่างๆที่นำมาแสดงนี้ นายกมลระบุว่า ได้รับจากคนในกองทัพที่ยังรักความถูกต้อง
เอกสารที่ได้มามีรายละเอียดครบถ้วนทั้งเล่มที่และเลขหนังสือ เพียงหวังต้นขั้วของจริง คงยังไม่หาย

          มีรายงานข่าวด้วยว่า พรรคความหวังใหม่กำลังดำเนินการตรวจสอบ เกี่ยวกับเรื่องการเกณฑ์ทหารของอีกหลายคน
ในรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รมช.ต่างประเทศ,นายจักรพันธุ์ ยมจินดา ส.ส.กทม.และนายอรรคพล
สรสุชาติ โฆษกประจำสำนักนายกฯ โดยทำตามที่มีนายทหารในกองทัพยศ"พล.ต."ผู้หนึ่งแจ้งเรื่องมาให้ตรวจสอบ   

          ด้านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งกรมการกำลังสำรองทบ.ตรวจสอบเรื่อง
นายอภิสิทธิ์อยู่ ซึ่งขณะนี้ทางโรงเรียนนายร้อยจปร.ให้คำตอบมาแล้ว ก็จะแจ้งเป็นทางการให้ส.ส.ความหวังใหม่ที่ร้อง
เรื่องนี้มาทราบต่อไป

          "เท่าที่ทราบคงเป็นอย่างที่นายอภิสิทธิ์บอกไว้ คือ หลังกลับจากศึกษาในต่างประเทศ เขาก็สมัครเข้ารับราชการทหารเลย
การที่ยังไม่เกณฑ์ทหาร แล้วมาสมัครรับราชการทหาร พูดถึงเจตนาแล้วถือได้ว่า ไม่ได้หลีกเลี่ยงหนีทหาร คงต้องดูที่เจตนานี้ด้วย"

          ส่วนการที่ไม่มีเอกสารสด.9มาใช้เป็นหลักฐานเข้ารับราชการนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ระบุว่า ถือเป็นความผิดเล็กน้อย ในขั้นปรับเท่านั้น
และปฏิเสธจะให้ความเห็นกรณีมีการเสนอนิรโทษกรรมผู้หนีทหาร แต่ยอมรับว่า การนิรโทษกรรมจะก่อผลกระทบต่อการคัดเลือกทหารได้

          นอกจากนั้นยังยืนยันว่า กองทัพไม่ได้เลือกปฏิบัติในกรณีของนายอภิสิทธิ์เมื่อเทียบกับกรณีของบุตรชายร.ต.อ.เฉลิม
แต่กรณีของนายอภิสิทธิ์นั้น ต้องใช้เวลาการตรวจสอบมากกว่า
 
          "ผมไม่หนักใจอะไร เพราะกองทัพทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว"
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #19 เมื่อ: 16-11-2007, 16:25 »

   นายกมลกล่าวว่า คณะทำงานด้านกฎหมายของความหวังใหม่ได้ตรวจสอบสถานภาพการรับราชการทหารของ
นายอภิสิทธิ์พบว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์อายุ 18 ปี บริบูรณ์ในพ.ศ.2524 ไม่ได้ไปแจ้งลงทะเบียนทหารกองเกิน ซึ่งจะได้รับ
ใบสด.9 จึงถือเป็นความผิดตามพ.ร.บ.รับราชการทหารพ.ศ.2479  อย่างไรก็ตามเมื่อนายอภิสิทธิ์กลับจากต่างประเทศ
มีอายุครบ 22 ปีถึงเพิ่งไปลงบัญชีทหารกองเกิน ถือว่า เกินกำหนดเวลาแล้ว และได้รับใบสด.9 ฉบับที่ 5352 เล่มที่ 54
ลงวันที่ 4 กรกฏาคม 2529 โดยไม่มีการส่งลงโทษปรับ พร้อมกับรับหมายให้ไปเกณฑ์ทหารเลยวันที่ 7 เมษายน 2530
พอถึงกำหนดก็ไม่ไปตรวจเลือกตามหมายเกณฑ์ ปรากฏหลักฐานตามที่กรรมการตรวจเลือกได้บันทึกไว้ในบัญชีสด.16ว่า
"ขาด"โดยลงชื่อกำกับไว้ พร้อมกับประทับตราข้อความ"ไม่เข้ารับการตรวจเลือก" โดยไม่ปรากฏการบันทึกจำหน่ายว่า
ได้รับการยกเว้นหรือได้รับการผ่อนผันแต่อย่างใด บัญชีสด.16ของนายอภิสิทธิ์ยังระบุมาทุกปีจนถึงพ.ศ.2536ว่า "ขาด"
การมาตรวจเลือก

          ต่อมา 7 สิงหาคม 2530 นายอภิสิทธิ์ อายุ 23 ปี ได้บรรจุเข้าเป็นข้าราชการ"พลเรือน"สังกัดกระทรวงกลาโหม
ตำแหน่งรักษาการอาจารย์ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยจปร.รับเงินเดือนระดับน.1 ชั้น 3(2,765 บาท)โดยไม่ได้แสดง
หลักฐานใบสำคัญทางทหารสด.9 เป็นการขัดต่อระเบียบกลาโหมว่าด้วยการบรรจุกำลังพล พ.ศ.2529 ถือว่า ขาดคุณสมบัติ
การเข้ารับราชการ

          "พอวันที่ 8 เมษายน 2531 นายอภิสิทธิ์ได้ไปแจ้งขอคัดลอกใบสด.9 ใหม่ โดยระบุว่า ทำแทนใบเก่าที่ชำรุดและ
ได้แก้ไขใบสด.16 ลบหลักฐานที่เขียนระบุวันรับหมายเรียกไปแล้วออก แล้วออกใบสด.9 ใหม่ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จ
แก้ไขวันเดือนปีวันที่ออกใบสด.9 จากเดิม 4 กรกฎาคม 2529 เป็น 8 เมษายน 2531 และวันที่เข้าบัญชีทหารกองเกินจาก
1 มกราคม 2530 เป็น 8 เมษายน 2531 จึงถือได้ว่า เป็นการปลอมเอกสารราชการ"


          ฝ่ายกฎหมายพรรคความหวังใหม่ชี้ว่า สาเหตุที่ต้องปลอมเอกสารราชการดังกล่าว เนื่องจากนายอภิสิทธิ์จะใช้สด.9
ใบใหม่นี้ เข้ารับราชการเป็นทหารประจำการ ตำแหน่งว่าที่ร.ต.ตามคำสั่งกห.339/31 ลงวันที่ 26 เมษายน 2531 ซึ่งต้อง
ถูกตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด ใบสด.9 เดิมอาจทำให้ขาดคุณสมบัติในการรับราชการดังกล่าว เพราะสามารถตรวจสอบ
ย้อนหลังไปถึงบัญชีสด.16 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหาร ขณะที่สด.9 ใบใหม่ ลงวันที่ 8 เมษายน 2531
ถือว่า เกินกำหนดวันเรียกเข้าไปรับการตรวจเลือกแล้ว

          "จึงสรุปได้ว่า นายอภิสิทธิ์ทำผิดชัดเจนคือ หนีทหารเมื่อ 7 เมษายน 2530 ซึ่งมีโทษตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร
ถึงจำคุก 3 ปี และยังทำเอกสารปลอมเมื่อ 8 เมษายน 2531 แล้วใช้เอกสารปลอมวันที่ 26 เมษายน 2531
"




ผมคิดเห็นตรงกันทุกประการ

แล้วคุณ jerasak   มีข้อขัดแย้งกับนายกมลมั๊ยครับ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #20 เมื่อ: 16-11-2007, 17:18 »

   นายกมลกล่าวว่า คณะทำงานด้านกฎหมายของความหวังใหม่ได้ตรวจสอบสถานภาพการรับราชการทหารของ
นายอภิสิทธิ์พบว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์อายุ 18 ปี บริบูรณ์ในพ.ศ.2524 ไม่ได้ไปแจ้งลงทะเบียนทหารกองเกิน ซึ่งจะได้รับ
ใบสด.9 จึงถือเป็นความผิดตามพ.ร.บ.รับราชการทหารพ.ศ.2479  อย่างไรก็ตามเมื่อนายอภิสิทธิ์กลับจากต่างประเทศ
มีอายุครบ 22 ปีถึงเพิ่งไปลงบัญชีทหารกองเกิน ถือว่า เกินกำหนดเวลาแล้ว และได้รับใบสด.9 ฉบับที่ 5352 เล่มที่ 54
ลงวันที่ 4 กรกฏาคม 2529 โดยไม่มีการส่งลงโทษปรับ พร้อมกับรับหมายให้ไปเกณฑ์ทหารเลยวันที่ 7 เมษายน 2530
พอถึงกำหนดก็ไม่ไปตรวจเลือกตามหมายเกณฑ์ ปรากฏหลักฐานตามที่กรรมการตรวจเลือกได้บันทึกไว้ในบัญชีสด.16ว่า
"ขาด"โดยลงชื่อกำกับไว้ พร้อมกับประทับตราข้อความ"ไม่เข้ารับการตรวจเลือก" โดยไม่ปรากฏการบันทึกจำหน่ายว่า
ได้รับการยกเว้นหรือได้รับการผ่อนผันแต่อย่างใด บัญชีสด.16ของนายอภิสิทธิ์ยังระบุมาทุกปีจนถึงพ.ศ.2536ว่า "ขาด"
การมาตรวจเลือก

          ต่อมา 7 สิงหาคม 2530 นายอภิสิทธิ์ อายุ 23 ปี ได้บรรจุเข้าเป็นข้าราชการ"พลเรือน"สังกัดกระทรวงกลาโหม
ตำแหน่งรักษาการอาจารย์ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยจปร.รับเงินเดือนระดับน.1 ชั้น 3(2,765 บาท)โดยไม่ได้แสดง
หลักฐานใบสำคัญทางทหารสด.9 เป็นการขัดต่อระเบียบกลาโหมว่าด้วยการบรรจุกำลังพล พ.ศ.2529 ถือว่า ขาดคุณสมบัติ
การเข้ารับราชการ

          "พอวันที่ 8 เมษายน 2531 นายอภิสิทธิ์ได้ไปแจ้งขอคัดลอกใบสด.9 ใหม่ โดยระบุว่า ทำแทนใบเก่าที่ชำรุดและ
ได้แก้ไขใบสด.16 ลบหลักฐานที่เขียนระบุวันรับหมายเรียกไปแล้วออก แล้วออกใบสด.9 ใหม่ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จ
แก้ไขวันเดือนปีวันที่ออกใบสด.9 จากเดิม 4 กรกฎาคม 2529 เป็น 8 เมษายน 2531 และวันที่เข้าบัญชีทหารกองเกินจาก
1 มกราคม 2530 เป็น 8 เมษายน 2531 จึงถือได้ว่า เป็นการปลอมเอกสารราชการ"


          ฝ่ายกฎหมายพรรคความหวังใหม่ชี้ว่า สาเหตุที่ต้องปลอมเอกสารราชการดังกล่าว เนื่องจากนายอภิสิทธิ์จะใช้สด.9
ใบใหม่นี้ เข้ารับราชการเป็นทหารประจำการ ตำแหน่งว่าที่ร.ต.ตามคำสั่งกห.339/31 ลงวันที่ 26 เมษายน 2531 ซึ่งต้อง
ถูกตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด ใบสด.9 เดิมอาจทำให้ขาดคุณสมบัติในการรับราชการดังกล่าว เพราะสามารถตรวจสอบ
ย้อนหลังไปถึงบัญชีสด.16 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหาร ขณะที่สด.9 ใบใหม่ ลงวันที่ 8 เมษายน 2531
ถือว่า เกินกำหนดวันเรียกเข้าไปรับการตรวจเลือกแล้ว

          "จึงสรุปได้ว่า นายอภิสิทธิ์ทำผิดชัดเจนคือ หนีทหารเมื่อ 7 เมษายน 2530 ซึ่งมีโทษตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร
ถึงจำคุก 3 ปี และยังทำเอกสารปลอมเมื่อ 8 เมษายน 2531 แล้วใช้เอกสารปลอมวันที่ 26 เมษายน 2531
"


ผมคิดเห็นตรงกันทุกประการ

แล้วคุณ jerasak   มีข้อขัดแย้งกับนายกมลมั๊ยครับ


ผมไล่ตอบประเด็นของนายกมลไปทีละจุดก็แล้วกัน 

- นายอภิสิทธิ์อายุ 18 ปี บริบูรณ์ในพ.ศ.2524 ไม่ได้ไปแจ้งลงทะเบียนทหารกองเกิน ซึ่งจะได้รับ ใบสด.9 จึงถือเป็นความผิด
  ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2479


  ข้อนี้มีความผิดครับมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 300 บาท และปกติถ้ามารายงานตัวเมื่อไหร่ก็คือจะปรับร้อยเดียว

- เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับจากต่างประเทศมีอายุครบ 22 ปีถึงเพิ่งไปลงบัญชีทหารกองเกิน ถือว่า เกินกำหนดเวลาแล้ว และได้รับใบสด.9
  ฉบับที่ 5352 เล่มที่ 54 ลงวันที่ 4 กรกฏาคม 2529 โดยไม่มีการส่งลงโทษปรับ


  ข้อนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มาลงบัญชีช้าได้ ถ้าเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรัีบก็จ่ายค่าปรับ ไม่ปรับก็ไม่ต้องจ่ายนะครับ

- พร้อมกับรับหมายให้ไปเกณฑ์ทหารเลยวันที่ 7 เมษายน 2530 พอถึงกำหนดก็ไม่ไปตรวจเลือกตามหมายเกณฑ์
  ปรากฏหลักฐานตามที่กรรมการตรวจเลือกได้บันทึกไว้ในบัญชีสด.16ว่า "ขาด" โดยลงชื่อกำกับไว้ พร้อมกับประทับตรา
  ข้อความ"ไม่เข้ารับการตรวจเลือก" โดยไม่ปรากฏการบันทึกจำหน่ายว่า ได้รับการยกเว้นหรือได้รับการผ่อนผันแต่อย่างใด
  บัญชีสด.16ของนายอภิสิทธิ์ยังระบุมาทุกปีจนถึงพ.ศ.2536ว่า "ขาด" การมาตรวจเลือก


  ในประเด็นนี้ก็คือไม่ไปตรวจเลือก ถ้าใครไม่ไปตรวจเลือกทางเจ้าหน้าที่ก็จะแยกไปลงไว้ใน “บัญชีคนที่ขาดการตรวจเลือก”
  เพื่อรอให้มาตรวจเลือกในปีต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ (สัสดีจังหวัด .. ในที่นี้ก็คือสัสดีกรุงเทพ) จะพิจารณาด้วยว่าจะยื่นฟ้องศาล
  หรือไม่ หากมีการยื่นฟ้องศาลและศาลตัดสินให้มีความผิดก็จะไปลงใน “บัญชีคนหลีกเลี่ยงขัดขืน” แต่ถ้าสัสดีจังหวัดไม่ได้
  ดำเนินคดีก็คืออยู่ใน “บัญชีคนที่ขาดการตรวจเลือก” เพื่อรอให้มารับการตรวจเลือกในปีต่อไป จนกว่าจะเลยอายุ 29 ปี
  ก็จะโอนไปเป็นทหารกองหนุน เพราะอายุเกินเกณฑ์ที่จะตรวจเลือกแล้ว

  ซึ่งสถานะใน บัญชีเรียกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ (สด.16) ของนายอภิสิทธิ์อยู่ใน “บัญชีคนที่ขาดการตรวจเลือก”
  มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2530 จนถึงปี 2536 ที่อายุครบ 29 ปีไม่เคยถูกฟ้องดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ และนายอภิสิทธิ์
  ก็อ้างว่าที่ไม่ไปรับการตรวจเลือก เพราะได้ไปสมัครเป็นทหารจนได้รับพระราชทานยศร้อยตรี เป็นนายทหารสัญญาบัตร
  ตั้งแต่ปี 2530 ถึง 2531 ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ ผบ.ทบ. ขณะนั้นก็ได้กล่าวว่า
  นายอภิสิทธิ์เพียงแต่ไม่ได้ไปแจ้งเรื่องเป็นทหารชั้นสัญญาบัตรแล้วให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบ แต่ถือว่าเป็นทหารแล้ว

- ต่อมา 7 สิงหาคม 2530 นายอภิสิทธิ์ อายุ 23 ปี ได้บรรจุเข้าเป็นข้าราชการ"พลเรือน"สังกัดกระทรวงกลาโหม
  ตำแหน่งรักษาการอาจารย์ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยจปร.รับเงินเดือนระดับน.1 ชั้น 3(2,765 บาท)
  โดยไม่ได้แสดงหลักฐานใบสำคัญทางทหารสด.9 เป็นการขัดต่อระเบียบกลาโหมว่าด้วยการบรรจุกำลังพล พ.ศ.2529
  ถือว่า ขาดคุณสมบัติการเข้ารับราชการ


  ประเด็นนี้นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ขาดคุณสมบัติการเข้ารับราชการ เพราะสมัครในฐานะเป็นทหารกองเกิน ที่รอจะเข้ารับการ
  ตรวจเลือกอยู่ ไม่ได้สมัครในฐานะทหารกองหนุน ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้ว แต่นายอภิสิทธิ์ไม่ได้แสดงใบสำคัญ สด.9
  เรื่องนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ ผบ.ทบ. ระบุว่ามีโทษเพียงแค่ปรับเท่านั้น และก็มีครูมากมายที่เป็นทหารกองเกินอยู่ระหว่าง
  รอเข้ารับการตรวจเลือกนะครับ จนมีระเบียบให้กองทัพยกเว้นไม่ต้องเรียกให้เข้ารับการตรวจเลือก

- พอวันที่ 8 เมษายน 2531 นายอภิสิทธิ์ได้ไปแจ้งขอคัดลอกใบสด.9 ใหม่ โดยระบุว่า ทำแทนใบเก่าที่ชำรุดและ
  ได้แก้ไขใบสด.16 ลบหลักฐานที่เขียนระบุวันรับหมายเรียกไปแล้วออก แล้วออกใบสด.9 ใหม่ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จ
  แก้ไขวันเดือนปีวันที่ออกใบสด.9 จากเดิม 4 กรกฎาคม 2529 เป็น 8 เมษายน 2531 และวันที่เข้าบัญชีทหารกองเกินจาก
  1 มกราคม 2530 เป็น 8 เมษายน 2531 จึงถือได้ว่า เป็นการปลอมเอกสารราชการ"


  ประเด็นนี้ที่ผมยืนยันได้คือนายอภิสิทธิ์ไปแจ้งขอให้ออกใบ สด.9 ใหม่จริง และมีการลงวันที่ในใบ สด.9 ที่ออกใหม่
  ตามวันที่ออกเอกสาร ซึ่งมีแหล่งข่าวบอกว่าไม่มีระเบียบบังคับว่าต้องลงวันที่ตามใบ สด.9 เดิม ซึ่งผมก็ยังหาระเบียบ
  เกี่ยวกับเรื่องนี้มาอ่านไม่ได้นะครับ แต่เรื่องไปแก้ไข ใบ สด.16 ลบหลักฐานอะไรต่างๆ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จ
  อันนี้เป็นข้อกล่าวหาของทางพรรคฝ่ายแค้น เอ้ย ฝ่ายค้านเขาซึ่งถ้าเป็นจริงก็คือเป็นการปลอมเอกสารราชการ ซึ่งถ้ามี
  คนทำก็คงเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิด แต่ถ้ามีการซัดทอดถึงใครก็จะผิดในฐานะจ้างวาน และถ้านำเอกสารปลอมไปใช้
  ผู้เอาไปใช้ก็จะมีความผิดข้อหาใช้เอกสารปลอม ทีนี้เท่าทีมีการยืนยันก็คือเอกสาร สด.9 ของนายอภิสิทธิ์เป็นของจริง
  ก็เลยไม่ผิดทั้งข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอมครับ

  การขอใบ สด.9 ใหม่เรามีสิทธิสามารถขอได้ โดยแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ และเสียค่าธรรมเนียม 1 บาทเท่านั้นครับ

- ฝ่ายกฎหมายพรรคความหวังใหม่ชี้ว่า สาเหตุที่ต้องปลอมเอกสารราชการดังกล่าว เนื่องจากนายอภิสิทธิ์จะใช้สด.9
  ใบใหม่นี้ เข้ารับราชการเป็นทหารประจำการ ตำแหน่งว่าที่ร.ต.ตามคำสั่งกห.339/31 ลงวันที่ 26 เมษายน 2531
  ซึ่งต้องถูกตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด ใบสด.9 เดิมอาจทำให้ขาดคุณสมบัติในการรับราชการดังกล่าว เพราะสามารถ
  ตรวจสอบย้อนหลังไปถึงบัญชีสด.16 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหาร ขณะที่สด.9 ใบใหม่ ลงวันที่
  8 เมษายน 2531 ถือว่า เกินกำหนดวันเรียกเข้าไปรับการตรวจเลือกแล้ว


  ผมตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่าถ้าผิดจริงมีหลักฐานชัดเจนจะแจ้งขนาดนี้ ทำไมไม่มีการดำเนินคดีใดๆ กับนายอภิสิทธิ์เลยครับ
  ทั้งที่ 2 ปีถัดมาคือปี 2544 ก็เป็นรัฐบาลทักษิณแล้ว ส.ส.ความหวังใหม่ที่ขุดคุ้ยเรื่องนี้ก็เข้าไปอยู่ในรัฐบาล และต่อมา
  ยุบไปรวมอยู่ในพรรคไทยรักไทย เพราะอะไรครับหลักฐานอ่อน หรือทักษิณละเว้นการปฏิบัติหน้าที่?

  ผมว่ามันจะไปเข้ากรณี สปก.4-01 ทำอะไรสุเทพ เทือกสุบรรณได้สักหน่อยไหมครับ หรือกรณี ปรส. ทำอะไรธารินทร์
  ได้บ้างหรือเปล่า ทั้งหมดก็แค่ตีข่าวสร้างกระแสเพื่อโค่นรัฐบาล แล้วก็เลิกไปเฉยๆ .. มวยล้มต้มคนดู ตลอดมา

- จึงสรุปได้ว่า นายอภิสิทธิ์ทำผิดชัดเจนคือ หนีทหารเมื่อ 7 เมษายน 2530 ซึ่งมีโทษตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร
  ถึงจำคุก 3 ปี และยังทำเอกสารปลอมเมื่อ 8 เมษายน 2531 แล้วใช้เอกสารปลอมวันที่ 26 เมษายน 2531
  ผมคิดเห็นตรงกันทุกประการ แล้วคุณ jerasak   มีข้อขัดแย้งกับนายกมลมั๊ยครับ


  เขาก็ยืนยันเหมือนเดิมว่าเขาไม่ได้หนีทหาร แต่ในปีเดียวกันเขาไปสมัครรับราชการ จนในที่สุดก็ได้รับโปรดเกล้าฯ
  เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร เรื่องเอกสารปลอมเขาก็ยืนยันแล้วว่าเป็นของจริง ไม่ได้ปลอมเอกสาร และไม่ได้ใช้
  เอกสารปลอม ถ้าสามารถดำเนินการเอาผิดเรื่องนี้ได้จริงก็ทำกันไปตั้งแต่ 8 ปีก่อนแล้วครับ แค่เอาเอกสารมาแสดง
  ให้สื่อมวลชนเห็นจริงๆ หรือจะดำเนินการตอนรัฐบาลทักษิณก็ได้ทั้งนั้น
  ป่านนี้อภิสิทธิ์หมดอนาคตไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ไม่ได้มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชิงตำแหน่งนายกฯ อยู่ตอนนี้   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2007, 17:24 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #21 เมื่อ: 16-11-2007, 20:52 »

ขอบคุณ  คุณ jerasak  มากนะครับที่อุตสาห์ตอบ แต่ มันก็ยังคาใจครับ

ผมยกตัวอย่างเคสนี้มาถามก็แล้วกันนะครับ

1.ถ้าวันนี้ ผมรับ สด 9 เพื่อ เข้าเกณฑ์ เดือนเมษา 51  แล้วผมไม่ไปนี่
พ้นวันเกณฑ์ ผมยังไม่ตกเป็นบุคคล หนีทหารอีกหรอครับ มันแค่คนขาดเอง แค่ไหนถึงจะต้องเป็นคนหนีทหารครับ
ปีต่อไป ชื่อผมก็มาเกณฑ์อีก  ผมก็ไม่ไปอีก  ต้องรอสัสดีฟ้องเหรอครับผมถึงค่อยกลัว และค่อยตกเป็นจำเลยหนีทหาร
งั้นผมคงจำกัดความ คำว่าหนีทหารผิดไปไม่ตรงกับความจริง

2.ระหว่างที่เป็นคนขาด ผมยังสามารถ เอาใบ สด 9 ไปยื่น ติดต่อราชการได้มั๊ย เอาไปสมัครราชการกระทรวงมหาดไทยได้หรือเปล่า
ปีนี้สมัครไม่ได้ ก็สมัครใหม่ปีหน้า สอบไปเรื่อยๆ จนได้ในที่สุด  ก็จะเคลียร์ เหมือนคุณอภิสิทธิ์  มันทำได้ไหมครับ ไม่ผิดระเบียบอะไรหรือครับ

กระทู้นี้คงถามแค่นี้แล้วครับ ขอบคุณมาก
ปล.ผมเรียน รด. ครับ ไม่ได้เกณฑ์ทหาร มันยุ่งยาก
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #22 เมื่อ: 17-11-2007, 04:56 »

ขอบคุณ  คุณ jerasak  มากนะครับที่อุตสาห์ตอบ แต่ มันก็ยังคาใจครับ

ผมยกตัวอย่างเคสนี้มาถามก็แล้วกันนะครับ

1.ถ้าวันนี้ ผมรับ สด 9 เพื่อ เข้าเกณฑ์ เดือนเมษา 51  แล้วผมไม่ไปนี่
พ้นวันเกณฑ์ ผมยังไม่ตกเป็นบุคคล หนีทหารอีกหรอครับ มันแค่คนขาดเอง แค่ไหนถึงจะต้องเป็นคนหนีทหารครับ
ปีต่อไป ชื่อผมก็มาเกณฑ์อีก  ผมก็ไม่ไปอีก  ต้องรอสัสดีฟ้องเหรอครับผมถึงค่อยกลัว และค่อยตกเป็นจำเลยหนีทหาร
งั้นผมคงจำกัดความ คำว่าหนีทหารผิดไปไม่ตรงกับความจริง

2.ระหว่างที่เป็นคนขาด ผมยังสามารถ เอาใบ สด 9 ไปยื่น ติดต่อราชการได้มั๊ย เอาไปสมัครราชการกระทรวงมหาดไทยได้หรือเปล่า
ปีนี้สมัครไม่ได้ ก็สมัครใหม่ปีหน้า สอบไปเรื่อยๆ จนได้ในที่สุด  ก็จะเคลียร์ เหมือนคุณอภิสิทธิ์  มันทำได้ไหมครับ ไม่ผิดระเบียบอะไรหรือครับ

กระทู้นี้คงถามแค่นี้แล้วครับ ขอบคุณมาก
ปล.ผมเรียน รด. ครับ ไม่ได้เกณฑ์ทหาร มันยุ่งยาก

1. ถ้าคุณ mebeam รับ สด.9 เพื่อเข้าเกณฑ์ เดือนเมษา 51 แล้วไม่ไป
    เมื่อพ้นวันเกณฑ์ ถ้าคุณไม่ทำอะไร ก็เป็นบุคคลหนีทหารครับ จนกว่า
    จะดำเนินการแก้ไข อย่างถ้าคุณ mebeam ไปเข้ารับการตรวจเลือก
    ในเดือนเมษา ปีถัดไป หรือสมัครเข้าไปเลยตรงๆ ก็เท่ากับเข้ารับ
    ราชการทหาร เป็นกองประจำการ อย่างกรณีนายอภิสิทธิ์ก็คืออ้างว่า
    ได้เข้ารับราชการจนได้รับพระราชทานยศเป็นนายทหารสัญญาบัตร
    ซึ่งเรื่องนี้คุณ mebeam มีเวลาที่จะจัดการได้จนถึงปีที่อายุ 29 ครับ
   
    อีกประเด็นที่ต้องระลึกไว้ก็คือ อาจถูกสัสดีจังหวัดดำเนินคดีในชั้นศาล
    ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี แต่ถ้าไม่มีการดำเนินคดีก็แล้วไปครับเช่น
    กรณีนายอภิสิทธิ์ไม่เคยถูกดำเนินคดีใดๆ เลย


2. ถ้าคุณ mebeam ไม่ทำอะไรกับสถานะของตัวเอง ก็เท่ากับปล่อยให้
    ค้างอยู่ตรงนั้นไปเรื่อยๆ ครับ ถ้าคุณ mebeam สามารถเข้ารับราชการ
    เป็นอาจารย์จนได้รับยศเป็นนายทหารแบบนายอภิสิทธิ์เรื่องก็จบครับ
    แต่วิธีที่ง่ายกว่า ทำได้แน่นอนกว่าก็คือไปเข้ารับการตรวจเลือกน่ะครับ

    ความจริงการที่เรียนจบปริญญาตรี ถ้าเข้ารับบรรจุเป็นทหารเกณฑ์
    ก็จะต้องรับราชการเพียง 6 เดือนเท่านั้น การที่นายอภิสิทธิ์ไปสมัคร
    เข้าเป็นอาจารย์ 2 ปีก็ถือว่าทำประโยชน์ให้กับกองทัพได้มากกว่า
    ที่จะไปเป็นพลทหารอยู่ 6 เดือน

    อีกทางหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากเกณฑ์ทหารก็คือเรียน รด. 3 ปี
    ซึ่งผมก็คิดว่านายอภิสิทธิ์ทำประโยชน์ให้กองทัพมากกว่าที่เรา
    เรียน รด. เพื่อไม่ต้องเกณฑ์ทหารนะครับ


---

** สุดท้ายนี้ที่อยากเน้นย้ำก็คือ เรื่องของนายอภิสิทธิ์เป็นเรื่องเล็กน้อย
    แถมเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยังเด็กๆ อายุความอะไรก็ไม่เหลือไปนานแล้ว
    ที่พรรคความหวังใหม่ขุดคุ้ยตอนนั้น ก็แค่ป่วนเพื่อตอบโต้กับการที่คน
    ของฝ่ายตัวเองคือลูกรองหัวหน้าพรรค 2 คน ถูกเล่นงานจากการใช้
    เอกสาร สด.43 ปลอม และถ้าในอนาคตจะมีการนำมาเล่นกันต่ออีก
    ก็เป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ ไม่ได้มุ่งหวังประโยชน์อะไรให้กับประเทศ
    มีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายเท่านั้นเองครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-11-2007, 05:09 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 17-11-2007, 05:20 »

ปัญหาของคนที่หนีทหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของหลักฐานครับ  เช่น จะไปสมัครงานก็ไม่ได้บริษัทไม่รับเพราะไม่มีหลักฐานแสดงการผ่านการเกณฑ์ทหาร
หรือเวลาจะไปติดต่อราชการก็อาจมีปัญหาได้    แต่ถ้าคิดว่าภายในสิบปี คุณไม่ต้องไปติดต่อราชการ หรือไปหางานทำเพราะที่บ้านมีธุรกิจส่วนตัวก็ได้ครับ ไม่มีใครไปตามจับคุณหรอก
คุณก็จะกลายเป็นคนเถื่อนในระยะช่วง 10 ปี  ในช่วงนี้ก็รักษาตัวให้ดี อย่าไปมีเรื่องมีราวกับใคร

ที่คุณ mebeam ถามว่าถ้าจะสมัครสอบไปเรื่อยๆได้หรือเปล่า ก็คงตอบว่าไม่ได้หรอกครับ  แต่สามารถขอผ่อนผันได้ในกรณีอื่นตามที่กฏหมายกำหนด เช่นติดเรียน อย่างกรณี ศรราม
รายละเอียดไปหาอ่านใน   กฏกระทรวง ฉบับที่ 39 (พ.ศ.2516)ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497   รจ. เล่ม 90 ตอนที่30 ลง 29 มี.ค.16

ใน พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497  
.
.
หมวด 4 การเรียกคนเข้ากองประจำการ
.
.
"มาตรา 27 ทหารกองเกินซึ่งถูกเรียกต้องมาให้คณะกรรมการตรวจเลือก ทำการตรวจเลือกตามกำหนดนั้น โดนนำใบสำคัญทหารกองเกิน บัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตรหรือหลักฐานมาแสดงด้วย
ถ้าไม่มาหรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือกหรือไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ ให้ถือว่าทหารกองเกินนั้นหลีกเลี่ยงขัดขืน ไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก เว้นแต่
(1)ข้าราชซึ่งได้รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา....

(2)นักเรียนซึ่งออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศตามที่กำหนดในกฏกระทรวง

(3) ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ราชการหรือโรงงานอื่นใด ในระหว่างที่มีการรบหรือการสงคราม..
(4) บุคคลซึ่งกำลังปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยทหารในราชการสนาม

(5)เกิดเหตุสุดวิสัย  
(6) ไปเข้าตรวจเลือกที่อื่น
(7) ป่วยไม่สามารถจะมาได้ โดยให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ มาแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก

กรณีตาม (1) (2) (3) หรือ (4) ต้องได้รับการผ่อนผันเฉพาะคราว จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย"


อันนี้ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการบรรจุ การโอน และการบรรจุกลับเข้ารับราชการ พ.ศ. 2497และอันนี้ ข้อบังคับทหาร ว่าด้วยข้าราชการกลาโหมพลเรือน 

และนี่ครับสรุปได้เลยว่าอภิสิทธิ์ไม่มีความผิดฐานหนีทหาร

พระราชบัญญัติ
ยกโทษและทัณฑ์ให้แก่ทหารกองประจำการซึ่งขาดหรือหนีราชการ พ.ศ.2532
---------------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2532
เป็นปีที่ 44 ในรัชการปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยกโทษและทัณฑ์ ในวโรกาสพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในวันที่ 2 กรกฏาคม พ.ศ.2531 ให้แก่ทหารกองประจำการซึ่งขาดหรือหนีราชการ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติยกโทษและทัณฑ์ให้แก่ทหารกองประจำการซึ่งขาดหรือหนีราชการ พ.ศ.2532"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ทหารกองประจำการซึ่งขาดหรือหนีราชการไปก่อนหรือในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2531 และใด้กลับมาสู่ต้นสังกัดไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก่อนหรือภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
   (1) ถ้ายังมิได้ถูกฟ้องต่อศาลหรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ให้ระงับคดี
   (2) ถ้ายังมิได้มีการพิจารณาหรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาลงทัณฑ์ ให้ระงับการพิจารณาลงทัณฑ์
   (3) ถ้ากำลังได้รับโทษหรือทัณฑ์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยกโทษหรือทัณฑ์ที่ยังมิได้รับนั้น
มาตรา 4 ผู้ซึ่งต้องคำพิพากษาของศาลได้ลงโทษในความผิดฐานหนีราชการและอยู่ในข่ายที่ได้รับการยกโทษตามมาตรา 3 หากมีความผิดฐานอื่นรวมอยู่ด้วย ให้ระงับโทษฐานหนีราชการตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
   โทษในความผิดฐานอื่นที่รวมอยู่ด้วยตามความในวรรคหนึ่งให้นับอยู่ในลำดับก่อนและโทษในความผิดฐานหนีราชการให้นับอยู่ในลำดับหลัง
มาตรา 5 ผู้ซึ่งถูกลงทัณฑ์ฐานขาดหรือหนีราชการและอยู่ในข่ายได้รับการยกทัณฑ์ตามมาตรา 3 หากมีทัณฑ์ฐานอื่นรวมอยู่ด้วย ให้ระงับทัณฑ์ฐานขาดหรือหนีราชการตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
   ทัณฑ์ฐานอื่นที่รวมอยู่ด้วยตามความในวรรคหนึ่งให้นับอยู่ในลำดับก่อน และทัณฑ์ฐานขาดหรือหนีราชการให้นับอยู่ในลำดับหลัง
มาตรา 6 ให้ถือว่าผู้ต้องโทษหรือทัณฑ์ซึ่งได้พ้นโทษหรือทัณฑ์ไปโดยผลแห่งพระราชบัญญัตินี้มิได้เคยถูกลงโทษหรือทัณฑ์ในความผิดนั้น
มาตรา 7 การระงับคดี การระงับการพิจารณาลงทัณฑ์ หรือการได้รับยกโทษหรือทัณฑ์ตามมาตรา 3 ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับผลจากการนั้นในอันที่จะเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น
มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ชาติชาย    ชุณหวัณ
นายกรัฐมนตรี
               รจ.106/132
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกโทษ และทัณฑ์ในวโรกาสพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2531  ให้แก่ทหารกองประจำการซึ่งขาดหรือหนีราชการเพื่อให้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ที่มา หนังสือพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-11-2007, 05:31 โดย meriwa » บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 17-11-2007, 06:15 »

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-11-2007, 06:18 โดย meriwa » บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #25 เมื่อ: 17-11-2007, 14:27 »

 
บันทึกการเข้า
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 17-11-2007, 19:18 »

ผมเข้าใจผิดไป
พระราชบัญญัติยกโทษและทัณฑ์ให้แก่ทหารกองประจำการซึ่งขาดหรือหนีราชการ พ.ศ.2532
นั้นใช้กับผู้ที่เข้ามาเป็นทหารแล้วและได้หนีหรือขาดไป ในกรณีคุณอภิสิทธิ์คงใช้ไม่ได้ 
บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #27 เมื่อ: 17-11-2007, 19:37 »

ผมเข้าใจผิดไป
พระราชบัญญัติยกโทษและทัณฑ์ให้แก่ทหารกองประจำการซึ่งขาดหรือหนีราชการ พ.ศ.2532
นั้นใช้กับผู้ที่เข้ามาเป็นทหารแล้วและได้หนีหรือขาดไป ในกรณีคุณอภิสิทธิ์คงใช้ไม่ได้ 

ถูกต้องแล้วครับ ทหารจะแบ่งออกเป็น กองเกิน กองประจำการ และกองหนุน

ในกรณี ถือใบ สด.9 ก็คือเป็นกองเกิน ถ้าได้รับการตรวจเลือกก็จะเป็นกองประจำการ
ระหว่างนี้ถึงจะขาด หรือหนีราชการได้ แต่ถ้าผ่านการตรวจเลือกแล้วไม่ต้องเข้า
กองประจำการด้วยเหตุใดๆ ก็จะกลายเป็นกองหนุน

ถ้าเรียน รด. 3 ปี ก็จะลงว่าเข้ากองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนทันที

แต่กรณีคุณอภิสิทธิ์ต้องนับว่าเป็นกองเกิน ที่เข้าเป็นนายทหารสัญญาบัตร
ไม่อยู่ในขอบเขตของ พรบ. ปี 2532 ดังกล่าวครับ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #28 เมื่อ: 17-11-2007, 20:27 »

เวลานี้คนรักทักษิณ จำเลยคดีทุจริตต่าง ๆ
ของคณะกรรมการ คตส. ปปช. ดีเอสไอ. พยายามตั้งกระทู้/คคห.ใส่ความว่า
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ เวชชาชีวะ เคยหนีเกณฑ์ทหารฯ...
ในอดีตเคยชี้แจง ให้ข้อมูลกันเรียบร้อย ดังที่คุณจีรศักดิ์นำมาชี้แจง

แต่คนรักทักษิณฯ แกนนำ'พรรคปล้นชาติ' ยังสงสัยอยู่ ถามซ้ำถามซาก
เพราะอยู่ในช่วงเวลาการหาเสียงเลือกตั้ง จึงต้องใช้กรณีเป็นการทำลายชื่อเสียง
เมื่อพ้นการเลือกตั้งแล้ว ก็จะเงียบหายไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่..... Exclamation

คนรักทักษิณ 'หน้าใหม่' หรือ 'ปลาร้าเน่าในไหใหม่' จะเสนอหน้ามาสงสัยอีก
ตามเกณฑ์ ภาระหน้าที่.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


เห็นใจคนที่ไม่ได้เป็นคนรักทักษิณฯ เช่นคุณจีรศักดิ์
ต้องให้ความรู้ ความเข้าใจแก่คนรักทักษิณฯ ที่สงสัยด้วยใจ 'มิจฉาทิฐิ'....


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #29 เมื่อ: 18-11-2007, 19:41 »

ว่าจะไม่เข้ามาตอบแล้ว  อยากจะบอกว่ามันไม่เครียร์ครับ


1 จากที่คุณจี ตอบผม

    ถ้าคุณ mebeam รับ สด.9 เพื่อเข้าเกณฑ์ เดือนเมษา 51 แล้วไม่ไป
    เมื่อพ้นวันเกณฑ์ ถ้าคุณไม่ทำอะไร ก็เป็นบุคคลหนีทหารครับ จนกว่า
    จะดำเนินการแก้ไข

   ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ รับหมายให้ไปเกณฑ์ทหารเลยวันที่ 7 เมษายน 2530 แล้วไม่ไป
เมื่อพ้นวันเกณท์ ก็ต้องเป็นบุคคลหนีทหารครับ  อย่างน้อย 4 เดือนครับ คือเคยเป็นบุคลหนีทหารอยู่ 4 เดือนอย่างน้อยจนเป็น
ข้าราชการในสังกัดกลาโหม



2.ถ้าคุณ mebeam สามารถเข้ารับราชการ
    เป็นอาจารย์จนได้รับยศเป็นนายทหารแบบนายอภิสิทธิ์เรื่องก็จบ

 
แต่มันไม่ได้ครับ ไม่มีชายไทยใด เอาสด 9 ที่เกินกำหนดการเกณฑ์ แล้วไปสมัครราชการพลเรือนสังกัดกลาโหมในฐานะกองเกินได้
 แล้วมัน ไม่ใช้ไม่ได้ นอกจากมี ใบสด.43 มาแทน ลองถามกลาโหมดูครับ ประเด็นนี้ทำให้มีการสอบและผลก็ออกมาแล้วว่าผิดวินัย
แล้วนายอภิสิทธิ์เข้าไปได้ไง


ตอนผมเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ มิได้เป็นบุคคลหนีทหาร เพราะรับราชการในสังกัดกลาโหมไปแล้ว
แต่เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เคยเป็นบุคคลหนีทหารอยู่ อย่างน้อย 4 เดือน จนแก้ไข
และผมยังเชื่ออีกว่า บุคคลที่หนีทหารอยู่ ไม่สามารถรับราชการในสังกัดกลาโหมได้ในกรณีปกติได้
หมายความว่าในกรณีนี้ ถ้าเป็นผม จะไม่สามารถเข้ารับราชการในสังกัดกลาโหม ได้
ความผิดนายอภิสิทธิ์ เล็กน้อยครับ  ไม่มีหลักฐานใดผูกมัดเอาผิดได้ และหมดอายุความทุกกรณี แล้วครับ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #30 เมื่อ: 18-11-2007, 22:30 »

ว่าจะไม่เข้ามาตอบแล้ว  อยากจะบอกว่ามันไม่เครียร์ครับ

1 จากที่คุณจี ตอบผม

    ถ้าคุณ mebeam รับ สด.9 เพื่อเข้าเกณฑ์ เดือนเมษา 51 แล้วไม่ไป
    เมื่อพ้นวันเกณฑ์ ถ้าคุณไม่ทำอะไร ก็เป็นบุคคลหนีทหารครับ จนกว่า
    จะดำเนินการแก้ไข

   ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ รับหมายให้ไปเกณฑ์ทหารเลยวันที่ 7 เมษายน 2530 แล้วไม่ไป
เมื่อพ้นวันเกณท์ ก็ต้องเป็นบุคคลหนีทหารครับ  อย่างน้อย 4 เดือนครับ คือเคยเป็นบุคลหนีทหารอยู่ 4 เดือนอย่างน้อยจนเป็น
ข้าราชการในสังกัดกลาโหม



2.ถ้าคุณ mebeam สามารถเข้ารับราชการ
    เป็นอาจารย์จนได้รับยศเป็นนายทหารแบบนายอภิสิทธิ์เรื่องก็จบ

 
แต่มันไม่ได้ครับ ไม่มีชายไทยใด เอาสด 9 ที่เกินกำหนดการเกณฑ์ แล้วไปสมัครราชการพลเรือนสังกัดกลาโหมในฐานะกองเกินได้
 แล้วมัน ไม่ใช้ไม่ได้ นอกจากมี ใบสด.43 มาแทน ลองถามกลาโหมดูครับ ประเด็นนี้ทำให้มีการสอบและผลก็ออกมาแล้วว่าผิดวินัย
แล้วนายอภิสิทธิ์เข้าไปได้ไง


ตอนผมเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ มิได้เป็นบุคคลหนีทหาร เพราะรับราชการในสังกัดกลาโหมไปแล้ว
แต่เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เคยเป็นบุคคลหนีทหารอยู่ อย่างน้อย 4 เดือน จนแก้ไข
และผมยังเชื่ออีกว่า บุคคลที่หนีทหารอยู่ ไม่สามารถรับราชการในสังกัดกลาโหมได้ในกรณีปกติได้
หมายความว่าในกรณีนี้ ถ้าเป็นผม จะไม่สามารถเข้ารับราชการในสังกัดกลาโหม ได้
ความผิดนายอภิสิทธิ์ เล็กน้อยครับ  ไม่มีหลักฐานใดผูกมัดเอาผิดได้ และหมดอายุความทุกกรณี แล้วครับ


1. ผมคงต้องขอออกตัวไว้ว่าการตอบกระทู้นี้ของผมมีข้อจำกัด เพราะทำในนามตัวเอง
ซึ่งไม่สามารถไปล่วงรู้เหตุผล เหตุการณ์ รวมทั้งเจตนาของบุคคลต่างๆ ในเรื่องนี้ได้ว่า
แต่ละคนตั้งใจอย่างไรไว้ ผมจึงสามารถทำได้แค่อ้างอิงคำพูดของแต่ละคนในข่าวเท่านั้น
และวิเคราะห์พฤติกรรมไปตามเนื้อหาข่าว  นอกเหนือจากนั้นอาจต้องทำการคาดเดาเอง
ซึ่งผมไม่อยากทำนะครับ

เรื่องราวทั้งหมดนี้จะไม่มีปัญหาในข้อกฎหมายให้ต้องตีความเลย ถ้านายอภิสิทธิ์จะไป
ขอลงบัญชีทหารกองเกินหลังเดือนเมษายน 2530 แล้วนำใบ สด.9 ไปสมัครเป็นอาจารย์
โรงเรียนนายร้อย จปร. ในเดือน สิงหาคม 2530

เนื่องจากถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว จะถือว่านายอภิสิทธิ์ได้ลงบัญชีทหารกองเกินแต่ยังไม่เป็น
ทหารกองเกิน จนกว่าจะถึงต้นปี 2531 ซึ่งจะต้องเข้ารับการตรวจเลือกในเดือนเมษายน
2532 และกว่าจะถึงตอนนั้นนายอภิสิทธิ์ก็เป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร. อย่างสมบูรณ์
ซึ่งมีกฎหมายระบุยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการตรวจเลือก และในที่สุดก็จะได้รับโปรดเกล้่าฯ
เป็นนายทหารสัญญาบัตร

โดยความผิดที่มีในกรณีไปขอลงบัญชีทหารกองเกินหลังเดือนเมษายน 2530 ก็เท่ากับ
ที่ไปลงบัญชีทหารกองเกินในเดือนกรกฎาคม 2529 คือปรับไม่เกิน 300 (ปกติปรับ 100)
และถ้าคุณ mebeam จะบอกว่ากรณีนี้ก็หนีทหารอีก ผมก็คงต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ทำได้
กฎหมายระบุเอาไว้ชัดเจนทุกขั้นตอนว่าต้องถูกปรับอย่างไรบ้าง ถ้าเรายอมรับโทษปรับนั้น
ก็ไม่มีปัญหาอะไรเจ้าหน้าที่ก็เปรียบเทียบปรับไป แค่นั้น

เรื่องที่ว่าหนีทหาร 4 เดือนอะไรนั้น ผมมองว่าในการพิจารณาเขาดูที่เหตุการณ์ทั้งหมด
เช่น นาย ก. ยิงคนตายแล้วหายไปจากที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นกลับมามอบตัวต่อสู้คดี
ไม่มีใครเขาไปสรุปว่านาย ก. หนีคดีหรอกครับมีแต่สรุปได้ว่านาย ก. ต่อสู้คดีในชั้นศาล

กรณีนายอภิสิทธิ์หลังจากขาดการตรวจเลือก ก็ไม่ได้รอไปเข้าตรวจเลือกในปีต่อไป
แต่สมัครเข้ารับราชการหลังจากนั้นเพียง 4 เดือน การจะบอกว่าใคร "หนี" ผมคิดว่า
ควรใช้กับกรณีหายตัวไปเฉยๆ ไม่ดำเนินการแก้ไขอะไรเลยมาจนถึงปัจจุบันนะครับ

ผมตั้งข้อสงสัยด้วยว่าความจริงนายอภิสิทธิ์อาจตั้งใจทำแบบที่ผมยกตัวอย่างข้างบน
ตั้งแต่ปี 2529 คือเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ทันทีแต่มีปัญหาติดขัดหรือเปล่า
ทำให้เรื่องราวล่าช้าจนมาถึงปี 2530 กลายเป็นเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านเอามาโจมตี 


2. นายอภิสิทธิ์ไม่ได้นำใบ สด.9 ไปยื่นในการสมัครเป็นอาจารย์ สังกัดกระทรวงกลาโหม
คือยื่นเอกสารไ่ม่ครบ แต่เจ้าพนักงานในขณะนั้นพิจารณาดำเนินการบรรจุนายอภิสิทธิ์ครับ
ถ้าจะมีความผิดก็คือความผิดของเจ้าพนักงาน แต่ในส่วนของนายอภิสิทธิ์ พล.อ.สุรยุทธ์
ผบ.ทบ. ระบุแล้วว่ามีเพียงโทษปรับเท่านั้น ผมไม่รู้ว่าทำไมเจ้าพนักงานถึงพิจารณาให้
บรรจุนายอภิสิทธิ์ และผมก็ไม่รู้ว่าเจ้าพนักงานดังกล่าวถูกลงโทษอย่างไร เพียงแต่รู้ว่า
ผู้ที่ถูกอ้างชื่อยังได้รับราชการต่อมาและได้เลื่อนยศนะครับ

ต่อมานายอภิสิทธิ์ได้ใช้ ใบ สด.9 ที่ออกใหม่ไปยื่นเป็นหลักฐานเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ
ประจำ และในที่สุดได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศร้อยตรี เป็นนายทหารสัญญาบัตร
ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สามารถเปรียบเทียบได้กับกรณีการดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการ สตง. ของ
คุณหญิงจารุวรรณ ที่ตอนนั้นมีการเคลื่อนไหวโดยระบุว่าการดำรงตำแหน่งไม่มีผลแต่ต้น
และในที่สุดก็มีข้อสรุปว่าให้ดำรงตำแหน่งต่อไป

ผมคิดว่านายอภิสิทธิ์มีสิทธิที่จะกล่าวได้ว่าตัวเองได้รับราชการ เป็นอาจารย์ทหารจริงๆ
และถ้านายอภิสิทธิ์มีอิทธิพลอะไรอย่างที่กล่าวอ้างกันจริง มีวิธีมากมายที่สามารถทำได้
ให้มีชื่อเป็นกองหนุนโดยถูกต้อง ไ่ม่จำเป็นจะต้องไปสมัครเป็นอาจารย์ ร.ร.นายร้อย จปร.
ทางกองทัพก็ยอมรับสถานะของนายอภิสิทธิ์ และไม่เคยติดใจดำเนินคดีใดๆ มาโดยตลอด
จนกระทั่งหมดอายุความไปนานแล้ว ตัวผมเองพิจารณาแล้วก็ไม่ติดใจอะไรนายอภิสิทธิ์

ที่มีปัญหามาโดยตลอดจึงเป็นเรื่องของการเมืองล้วนๆ ที่ไม่ได้มาจากความหวังดีอะไร
ต่อประเทศชาติ แต่เริ่มต้นมาจากการสาดโคลนตอบโต้ที่คนของฝ่ายค้านถูกดำเนินคดี
เมื่อหาเหตุไม่ได้ก็ไปขุดเรื่องเก่าๆ สมัยที่เขายังอายุน้อยมาตีข่าววุ่นวายทำลายชื่อเสียง
ทั้งที่ก็รู้แก่ใจตัวเองดีว่าดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ไม่ได้
เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้แหละครับคุณ mebeam 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-11-2007, 22:32 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
หน้า: [1]
    กระโดดไป: