ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-02-2021, 07:25
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "พี่ใหญ่อ.ย." วิเคราะห์การเมืองทางช่อง 9 เมื่อคืนครับ ..... เฮ!!! 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"พี่ใหญ่อ.ย." วิเคราะห์การเมืองทางช่อง 9 เมื่อคืนครับ ..... เฮ!!!  (อ่าน 983 ครั้ง)
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 13-11-2007, 20:03 »

บันทึกการเข้า

Anthony
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 296



« ตอบ #1 เมื่อ: 13-11-2007, 21:31 »

เอกยุทธ” เปิดใจกลางรายการ “เป็นปลื้ม” กับสาเหตุที่ต้องล้มทักษิณ เพราะเตือน “ผู้ใหญ่” แล้วว่าจะทำให้ระบบการเงินพัง เพราะแค่จามที ตลาดหุ้นก็ร่วง แถมยังได้ส่วนลดจากราคาน้ำมัน กวาดเงินไปซุกเมืองนอกหลายแสนล้านบาท ยืนยันยังสนิทกับ “ประชัย-ประสงค์” 


แต่สำหรับ “สนธิลิ้มฯ” ไม่เคยคิดนับเป็นพวก เผยเคยท้าให้ออกอากาศด้วยกัน เพื่อเคลียร์ปม “ชาเตอร์” แต่ “ฮีโร่ข้ามคืน” กลับไม่กล้า

ค่ำวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ กล่าวผ่านรายการ “เป็นปลื้ม” ทางโทรทัศน์ “โมเดิร์นไนน์” ดำเนินรายการโดยม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล หรือ “คุณปลื้ม” ถึงบทบาททางการเมืองตั้งแต่ปี 2528 จนถึงปัจจุบันว่า ครั้งสุดท้ายที่ออกรายการฟรีทีวี จำได้ว่าออกทางโทรทัศน์ช่อง 5 สมัย “ทักษิณ ชินวัตร” คืนนั้นรายการก็โดนแบนทันที ครั้งนั้นที่กลับมาเพื่อเริ่ม “ขบวนการล้มทักษิณ” เป้าหมายเราชัดเจนว่า มีการพูดคุยกับ “ผู้ใหญ่” หลายท่าน โดยเฉพาะการชี้ให้เห็นถึงอันตรายของรัฐบาลที่แล้ว ที่ใช้อำนาจเกินไป ซึ่งจะทำให้ “ระบบการเงิน” เราพัง จึงตัดสินใจเริ่ม “ยุทธการล้มทักษิณ” ซึ่งไม่ได้มีเรื่องส่วนตัวกัน แต่อยากให้ประชาชนเห็นจริงๆ

สำหรับจุดยืนทางการเมืองหลังการรัฐประหาร นายเอกยุทธ กล่าวว่า ก็ไม่ได้แฮ็ปปี้กับกลุ่มบุคคลทางการเมืองที่ลงเลือกตั้งสมัยนี้ เพราะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย คนที่เห็นอยู่ยังเป็นคนหน้าเดิมๆ เราหวังว่า คณะปฏิวัติฯจะเปิดโอกาสให้สังคมให้คนเก่ง-คนดีเข้ามาช่วย แต่กฎเกณฑ์จากรัฐธรรมนูญกลับไม่ได้เปิดโอกาสให้คนเข้ามามากนัก เพราะวันนี้ก็เห็นชัดว่า รุ่นเก่าๆ ยังเข้ามาแวดวงการเมือง

“ที่ผ่านมาเราวิเคราะห์เรื่องความเป็นปึกแผ่นของกลุ่มที่โค่นอำนาจเก่าว่า การจัดตั้งของอำนาจเก่า (ทักษิณ) มีการจัดตั้งอย่างดี เพราะผลประโยชน์ลงตัว แม้จะมีความขัดแย้งบ้าง แต่เป้าหมายเค้าชัดเจนและผู้ที่ทำก็จะได้ในสิ่งที่ตกลงกันไว้ ทั้งตำแหน่ง-หน้าที่ แต่กลุ่มที่ต่อต้านทักษิณกลับแตกแยก เพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว บางคนเข้าไปแล้วไม่ได้ผลประโยชน์ พอไม่ได้ก็ออกมาด่า เหมือนสื่อบางรายที่ตอนแรกก็เชียร์ แต่ตอนหลังก็ออกมาด่ากัน”นายเอกยุทธกล่าวและว่า ความเป็นปึกแผ่นไม่มีตั้งแต่แรก แต่ที่รวมตัวกันได้เพราะเข้ามาจัดการกับทักษิณ เพื่อต่อสู้กันในทางนั้น แต่เมื่อบรรลุถึงเป้าหมายแล้ว ถนนทุกสายที่ต่างคนต่างมา เส้นทางจึงไม่เหมือนกัน

เมื่อถามถึงปัญหาที่แตกคอกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล รวมถึงความสัมพันธ์กับน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ และนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ นายเอกยุทธ กล่าวว่า “ความสนิทสนมกับนายประชัยและน.ต.ประสงค์มีแน่นอน แต่ความคิดทางการเมือง นั้นมีบ้างที่แตกต่างกัน แต่ที่บอกว่าแตกกับนายสนธิหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่ใช่ ผมไม่เคยเป็นพวกนายสนธิลิ้มฯ ส่วนเค้าจะแอบอ้างเป็นฮีโร่ข้ามคืนก็แล้วแต่ แต่สำหรับผมแล้ว ผมขอยืนอยู่ข้างคนดี”

นายเอกยุทธ กล่าวต่อว่า “ตั้งแต่สมัยปี 2528 ที่สนับสนุนกลุ่มกบฏ และตอนนี้ก็มีสนับสนุนอยู่กับกลุ่มล้มอำนาจเก่า ถามว่าเข็ดมั้ย มันเบื่อ เพราะตอนที่ผมไปช่วย เมื่อปี 2528 ไม่ใช่กบฏนะ แต่เป็นการช่วยเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในทางลัด ไม่ได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือล้มล้างสถาบัน มันไม่ใช่ ศัพท์มันแรงไปนิดนึง”

ส่วนคดีชาเตอร์นั้น นายเอกยุทธ กล่าวว่า “คดีชาเตอร์ก็เหมือน “ไพรเวท ฟันด์” เวลานี้ แต่ในอดีตมันไม่ใบอนุญาต ของเรานั้นลงทุนจริง พิสูจน์ได้ ไม่เหมือนกับแชร์นกแก้วหรือแชร์ชม้อย เรื่องนี้เคยมีสื่อคนหนึ่งที่ตอนนี้ไปบวชแล้ว และมาด่าผมกลางจอ ในยุคที่เค้ายังญาติดีกับทักษิณ ผมก็บอกว่า หากแน่จริง มาเจอผมกลางจอเอาหรือไม่ ถ้าผมไม่แน่จริง ผมก็คงตายไปกลางจอเอง และถ้าผมโกงจริง ปปง.ก็คงจัดการผมไปแล้ว ตั้งแต่สมัยทักษิณซึ่งก็ทำอะไรผมไม่ได้ แต่เค้า (สนธิ ลิ้มทองกุล) ก็ไม่แน่จริง หรือจะให้มาออกรายการพร้อมกันกับ “คุณปลื้ม” ก็ได้ ยืนยันว่า คดีนี้จบไปนานแล้ว ตั้งแต่ปี 2539 เงินทอนผมยังอยู่ที่ศาลเกือบ 2 ล้านบาท”

นายเอกยุทธ กล่าวถึงการลงทุนในเมืองไทยว่า ยืนยันว่า ยังไม่มีแนวคิดจะมาทำธุรกิจในเมืองไทย เพราะถ้ามีเงินแล้วอยู่ในประเทศที่ไม่ต้องไปอาศัยสัมปทานจะดีกว่า เพราะหากเราทำความถูกต้องตามระเบียบ แล้วอยู่ได้ดีกว่า แต่ทำธุรกิจในเมืองไทยมันยาก อย่าง “โอเรียนเต็ล มาร์ท” ที่ทำอยู่ ก็เป็น property ที่เราไปซื้อมา และทำการปรับปรุงเป็นศูนย์การค้า เราใช้เวลานาน 8 ปี มี Market Value ณ วันนี้ 140 ล้านปอนด์ ถ้าจะขาย ณ วันนี้

“อย่างร้านเป็ดที่อังกฤษที่ชื่อ GOLD MINE ที่ที่บรรดานักการเมืองคนดัง อย่าง นายบรรหาร ศิลปอาชา-พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์-พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยไปกินกัน โดยเป็ดร้านเราเป็นที่ถูกปากของคนที่นั่น เรามี 4 ร้าน (GOLD MINE-กำทอง-หั่งเถา-เกี่ยซู) อยู่ย่าน Queensway ที่มีคนเอเชียอยู่เยอะ โดย “เชฟ” ที่ทำเป็ด คนที่ย่างเป็ดอร่อยๆ มาอยู่ร้านเราแล้ว โดย “เชฟ” คนนี้เดิมอยู่ร้านเรา และต่อมาร้าน Four Season มาแย่งไป แต่ตอนนี้ผมดึงกลับมาอยู่ร้านเราแล้ว”นายเอกยุทธกล่าวและว่า ยังเคยเจอคุณทักษิณมากินที่ร้าน แต่เค้ามา ตนก็เดินออก ขณะที่ลูกสาวและภรรยาเค้าก็มากิน

เมื่อถามถึงกรณีการดูแลเรื่องการปั่นหุ้นเพื่อสกัดการซื้อเสียงนั้น นายเอกยุทธ กล่าวว่า “ขณะนี้มันทำกันเรียบร้อย มันส่งมอบไปแล้ว อย่างราคา PTT-BANPU เรารู้ว่ามันมีขบวนการ เพราะเรารู้ว่า มันมีข่าวและผมพูดมานานแล้ว และไม่มีทางที่ภาครัฐจะเข้ามาจัดการ เชื่อว่ามีคนได้ไปรอบนี้ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท”

ส่วนที่เคยบอกว่า ไม่ต้องสงสารทักษิณ เพราะเงินที่อยู่นอกประเทศเค้ามีเยอะมาก นายเอกยุทธ กล่าวว่า “หากบอกว่า ควรสงสารทักษิณที่ถูกอายัด 7 หมื่นกว่าล้านบาท ผมขอถามในมุมกลับว่า คุณจะทิ้งเงินทั้งหมดให้เค้ายึดหรือ ไม่มีทาง เพราะสิ่งที่ผมประเมินและเคยตามเงินทักษิณ บอก “ผู้ใหญ่” แล้วว่า เค้ามีเงินในต่างประเทศ หากเค้าพิสูจน์ได้ ให้เค้าไปเลย และควรออกประกาศนียบัตรให้ไปด้วย แต่ปรากฏว่า ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ คนมีเงิน 7 หมื่นล้านบาท แล้วโดนอายัด แต่มีเงินไปซื้อทีมฟุตบอล 7 พันล้าน มันเพ้อเจ้อ...เชื่อว่า เค้ามีหลายแสนล้านบาท เราประเมินจากเรื่องน้ำมัน อย่างที่เรื่องน้ำมันที่มีการใช้ 8 แสนบาร์เรล หากซื้อจากผม ผมลดให้ 3 เหรียญได้ทันที และลองคิดดูคนที่มีอำนาจรัฐ จะซื้อแล้วได้ส่วนลดมากกว่าผมหรือไม่ นอกจากนี้ในสมัยทักษิณ แค่เค้าจามที ราคาหุ้นก็ลงที ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือให้เค้า (ทักษิณ) มาพิสูจน์ทรัพย์สินที่เค้ามีดีกว่า”

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองในอุดมคติ นายเอกยุทธ กล่าวยอมรับว่า “ผมชอบพรรคเก่าแก่ ตัวบุคคลชอบหรือไม่ ขอไม่บอก แต่ชอบพรรค เคยเข้าไปคุย แต่ไม่เคยให้พันล้านบาท ในส่วนของม็อบก็มีการให้ความช่วยเหลือกันจริง แต่ถามว่าผมมีความทะเยอทะยานทางการเมืองหรือไม่ หากถามผมตรงๆ ถ้าให้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่-ไม่เอา แต่ถ้าเป็นนายกฯหรือไม่-เอา การเมืองยุคนี้ คุณจ่าย 300-500 ล้านบาท คุณก็เป็นรัฐมนตรีได้แล้ว ส่วนนักการเมืองในอุดมการณ์มีหรือไม่ มี อย่างที่ผมตำหนิคุณพ่อคุณปลื้มก็มี เพราะผมเป็นคนช่างสงสัย ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงทำเรื่อง 30% ทั้งที่ผมไม่ได้เจ็บเรื่องหุ้น”นายเอกยุทธกล่าว

สำหรับนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายเอกยุทธ มองว่า หากในแง่ความมีคุณธรรมและใช้อำนาจไม่ถูกต้อง นายกฯคนใหม่น่าจะดีกว่า แต่ฝีมือในการกล้าสั่งงานหรือการนำเสนอ ยังหาคนเทียบทักษิณยาก เราอย่าไปโกหกตัวเอง นักการเมืองที่มีอยู่วันนี้ ยังสู้เค้า (ทักษิณ) ยาก เพราะความชัดเจนไม่มี

http://thaiinsider.info/portal/content/view/4620/57/
บันทึกการเข้า

ขอต่อต้านสื่อชั่วอย่าง ไทยรัฐ โลกวันนี้ และประชาทรรศน์

คนไทยจะฉลาดขึ้นต้องเลิกบริโภคสื่อในเครือเหล่านี้ทั้งหมด
หน้า: [1]
    กระโดดไป: