ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-09-2021, 09:45
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  วิเคราะห์สถานการณฺทางการเมืองช่วงสั้นๆรายสะดวก เลือกตั้ง50 ********Q******** 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
วิเคราะห์สถานการณฺทางการเมืองช่วงสั้นๆรายสะดวก เลือกตั้ง50 ********Q********  (อ่าน 7294 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #50 เมื่อ: 11-12-2007, 14:37 »




อำนาจแท้จริงของพรรคพลังประชาชน

น่าจะอยู่กับเลขาธิการพรรค และผู้สนับสนุนที่มีปัญหา

อย่างไรก็ตามหัวล่อต่างๆ ก็ใช่ว่าจะไร้พิษสง

สามารถดึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมได้


จุดตายอยู่ที่ ต้องไม่นิรโทษกรรมเท่านั้นเอง ต้องไม่ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-12-2007, 14:40 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #51 เมื่อ: 11-12-2007, 15:08 »




ดูแล้วพรรคการเมืองต่างๆ คงหมดมุขใหม่ที่จะใช้หาเสียงกันแล้ว

ดังนั้นเรื่องนองเลือด ไม่ต้องพูดถึง เป็นเกมต่อรองอำนาจหลังเลือกตั้งมากกว่า

ทางเลือกที่สามควรจับมือกันให้แน่น เพือบ้านเมือง..

หวังว่าการเมืองแบบไหลตามน้ำจะต้องมีอุดมการณ์ ไม่อย่างนั้น แกนนำจะสูญเสียอำนาจนำ

ปลาไหลระวังให้ดี ต้องแก้ภาพลักษณ์ เพื่อผลระยะยาวต่อการเมืองไทย..

คือปลาไหลก็สูญพันธุ์ได้เหมือนกัน..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #52 เมื่อ: 11-12-2007, 20:09 »




สส.พรรคต่างๆหลังเลือกตั้ง ฟุตเวิร์คกันดีๆครับ

จะสนับสนุนใครมาเป็นรัฐมนตรี ดูกันให้ดี ว่าไม่สร้างปัญหาให้พรรคและสมาชิก


มันทำให้บ้านเมืองวุ่นวายไม่จำเป็น..การทำงานไม่ต่อเนื่อง

ใครทำผิดก็ว่าไปตามกฎหมายเท่านั้น  ไม่เป็นเหตุให้รัฐบาลทำงานไม่ได้หรอกครับ

ยิ่งรัฐบาลแห่งชาติ ยิ่งไม่มีปัญหา งานไม่มีสะดุด..เพราะเรืองระดับบุคคลหรือระดับพรรคการเมือง..


ฟันธง....
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 12-12-2007, 16:54 »




บางพวกอยากย้อนยุค ก่อนยุคศรีธนญชัย คดในข้องอในกระดูก

น่าจะเป็นยุคล่าสัตว์ ต่อมาก็มายุคดวลกันแบบเท็กซัส

สักเดี๋ยวตัวแสบๆก็เหลือน้อย กฎหมายก็สามารถเข้าไปจัดการได้ในที่สุด


ประชาธิปไตยในมุมมองนี้จึงเป็นเรื่องของความชอบธรรม ที่มีผลที่พิสูจน์ได้ มีสมดุลย์และเสถียรภาพ

หาใช่กฎหมู๋และความบ้าอำนาจกระหายสงครามของผู้ใด หรือกลุ่มชนใด

การประท้วงในสังคมประชาธิปไตยเน้นความถูกต้อง ไม่ได้เน้นความขัดแย้งเป็นหลัก

การประท้วงเหล่านั้นจึงแสดงออกได้ สังคมสามารถรับรู้ปัญหาได้โดยไม่ทำความวุ่นวายให้สังคม







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-12-2007, 19:12 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 13-12-2007, 19:09 »



ป่านนี้นักการเมืองพรรคต่างๆ คงได้สำนึกกันบ้างแล้วว่า

การปกปิดความผิดไม่ง่ายเหมือนก่อน..

พรบ.นิรโทษกรรม ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผลักดัน แม้ได้เสียงสส.มากพอสมควร..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 15-12-2007, 19:20 »


 

ช่วงนี้สรุปว่า ใครๆยังไม่รู้ว่าคนแก่ถอยเข้าที่ตั้งเป็นกลางไปแล้ว

ก็ต้องรอดูผลการเจรจาในทางลับระหว่าสส.แต่ละงพรรค ว่าใครจะจับมือกันหนักแน่นเพียงไร

สส.ทุกคนอยากทำงานเป็นรัฐบาล อยู่ที่ว่าจะเป็นที่ยอมรับของสังคมในทุกระดับเพียงใด

ส่วนเงินของระบอบทักษิณได้เสื่อมมนต์ไปมากแล้ว เพราะเป็นเงินร้อนไม่มีอะไรต้องวิตกในช่วงสั้น

ระยะยาวขึ้นอยู่กับกระบวนการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงทางสังคม..ให้หลุดพ้นจากสังคมที่เอาเปรียบกันเองของคนไทยครับ..



บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #56 เมื่อ: 22-12-2007, 02:02 »



 

นโยบายพรรคการเมือง เลือกตั้ง50 ********Q********

นโยบายพรรคการเมือง  http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000149542
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 ธันวาคม 2550 17:16 น.
 
 
       นโยบายพรรคชาติไทย
       
       ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่
       - เริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 สายในกรุงเทพและปริมณฑลาภยใน 3 เดือน
       - สร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อกรุงเทพ ลพบุรี อยุธยา หัวหิน
       - สร้างรถไฟฟึความเร็วสูงจากกรุงเทพไปเชียงใหม่และหาดใหญ่
       
       ด้านเศรษฐกิจ
       - แก้ไขปัญหาหนี้สินและที่ทำกินของเกษตรกร
       - ตั้งกองทุนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบแก่เกษตรกร
       - จัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อการเกษตร
       - ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงในครัวเรือน
       - ไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจ
       
       ด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา
       - ปฏิรูประบบการศึกษษ
       - ผลักดันเสรีภาพสื่อสารมวลชน
       - ให้เงินทุนแก่ทุก อบต. แห่งละ 5 แสนบาท เพื่อสนับสนุนทางการศึกษา
       - เพิ่มเงินเลี้ยงชีพผู้สูงอายุจาก 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 500 บาท
       - อุดหนุนเงินช่วยเหลือคนพิการอย่างน้อย 500 บาทต่อคนต่อเดือน
       
       นโยบายพรรคเพื่อแผ่นดิน
       
       ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่
       - สร้างรถไฟฟ้ารางคู่และรถไฟฟ้าด่วนทั่วประเทศ
       - ขยายและเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพให้เพียงพอ
       - พัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางน้ำ
       
       ด้านเศรษฐกิจ
       - ตั้งกองทุนร่วมทุนเอสเอ็มอี 10,000 ล้านบาท
       - ยกระดับกองทุนหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านละ 3-5 ล้านบาท
       - พัฒนาระบบประกันราคาสินค้า
       - ผลักดันประเทศไทยให้เป็นคลังอาหารโลก
       - ยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศ
       - พัฒนาระบบชลประทานให้เพียงพอต่อการเกษตรและป้องกันน้ำท่วม
       
       ด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา
       - งบประมาณสุขภาพทั่วหน้า หัวละ 2,300 บาท
       - สร้างความสมานฉันท์ในสังคม
       - แก้ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
       - แก้ปัญหาคอรัปชัน
       - พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานเท่าเทียมกันทั้งประเทศ
       
       นโยบายพรรคมัชฉิมาธิปไตย
       
       ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่
       - ออกพันธบัตร 6 แสนล้าน อายุ 40 ปี ขายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อนำเงินมาสร้างโครงการรถไฟฟ้าและโครงการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่
       - สร้างรถไฟฟ้า 10 สาย ภายใน 4 ปี เก็บค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสายเป็นเวลา 10 ปี
       - ขุดลอกแม่น้ำลำคลอง ขยายเขื่อนกั้นน้ำ ให้เรือบรรทุกขนาดบรรทุก 2,000 ตัน ขนถ่ายสินค้าระหว่างเกาะสีขัง สระบุรี และนครสวรรค์
       - ศึกษาขั้นสุดท้ายโครงการขุดคลองคอดกระ
       
       ด้านเศรษฐกิจ
       - แก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ผู้ใช้แรงงาน ครู ตำรวจ ทหาร
       - อุดหนุนการส่งออก ปกป้องสินค้าที่ผลิตในประเทศ
       - เปิดเสรีการตั้งธนาคารพาณิชย์
       - ไม่ขายรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคและความมั่นคง
       - ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเป็นสูงสุดไม่เกิน 20 %
       - พัฒนากองทุนหมู่บ้าน ยกระดับให้เป็นธนาคารหมู่บ้าน
       - สนับสนุนโครงการ SML โดยการอุดหนุนเงินให้หมู่บ้านขนาดเล็กแห่งละ 300,000 บาท หมู่บ้านขนาดกลางแห่งละ 400,000 บาท และหมู่บ้านขนาดใหญ่แห่งละ 500,000 บาท
       
       ด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา
       - ขยายขอบเขตการรักษาพยาบาลฟรีให้ครอบคลุมโรคต่างๆ มากขึ้น
       - เรียนฟรีจนถึงปริญญาตรีในสถาบันรัฐ
       - ไม่นำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ
       - ประกันรายได้และเงินสงเคราะห์การดำรงชีพ 1500 บาทต่อเดือน
       
       นโยบายพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
       
       ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่
       ยังไม่เปิดนโยบายด้านนี้
       
       ด้านเศรษฐกิจ
       - ผลักดันจีดีพีโตปีละ 5% ต่อเนื่อง 5 ปี เงินเฟ้อไม่เกินปีละ 3%
       - ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพิ่มการลดหย่อนภาษี และขยายฐานเงินได้สุทธิที่ได้รับการยกเว้นภาษีเป็น 240,000 – 280,000 บาท
       - ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกิจการเอสเอ็มอีใน 5 ปีแรกของการดำเนินกิจการ
       - เพื่อเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านเป็น 2 ล้านบาทต่อแห่ง
       - แก้ปัญหาหนี้สินครู
       - พักหนี้เกษตรกร ประกันราคาข้าว
       - ขยายโครงการเอสเอ็มแอลและธนาคารหมู่บ้าน
       
       ด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา
       - อุดหนุนการศึกษาโดยออก “เบบี้ บอนด์” เป็นทุนสะสมสำหรับการศึกษา
       - หนึ่งตำบลหนึ่งนักเรียนทุน เรียนฟรีจนจบปริญญาเอก
       - บำนาญประชาชนผู้สูงอายุ คนละ 2,000 บาทต่อเดือน
       
       นโยบายพรรคพลังประชาชน
       
       ด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา
       - ตั้งงบประมาณ 105 ล้านล้านบาท สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน ที่อยู่อาศัย และระบบขนส่งมวลชน
       - สร้างรถไฟฟ้า 10 สายครอบคลุมกรุงเทพและปริมณฑล ความยาว 361 กม เสร็จสมบูรณ์ภายใน 6 ปี ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย
       - ขยายรางรถไฟเป็นขนาดกว้าง 1.435 เมตรเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
       - สร้างถนนรอบกรุงเทพเพิ่มอีก 5 สาย เป็นเครือข่ายใยแมงมุม
       - ลดค่าโดยสารรถประจำทาง และลดค่าทางด่วน
       
       ด้านเศรษฐกิจ
       - สานต่อนโยบายเศรษฐกิจของพรรคไทยรักไทย
       - ตั้งกองทุน 10,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับสวัสดิการของอาสาสมัครป้องกันหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน และกำนั้นให้เท่าเทียมกับสวัสดิการข้าราชการ
       - พักหนี้เกษตรกร
       - พัฒนากองทุนหมู่บ้าน
       - ส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ขั้นที่ 2
       - แจกวัวหนึ่งล้านตัวให้แก่เกษตรกรหนึ่งแสนครอบครัว
       - ตั้งธนาคารประชาชน
       
       ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่
       - สานต่อนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค
       - สานต่อหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน
       - มุ่งปราบปรามยาเสพติดควบคู่ไปกับการรักษาด้านธรรมาภิบาล
       - เร่งปฎิรูประบบราชการอย่างต่อเนื่อง
       - เร่งออกกฎหมายผลประโยชน์ขัดกันของข้าราชการระดับสูงและนักการเมือง
       - ขยายแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #57 เมื่อ: 22-12-2007, 02:03 »











ฟันธง ตามเดิมครับ พลังประชาชน บวก ปชป. แค่ปริ่มๆ สามร้อยเสียง..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 23-12-2007, 18:06 »




ฟันธง ตามเดิมครับ พลังประชาชน บวก ปชป. แค่ปริ่มๆ สามร้อยเสียง..

ยอมรับว่าทำนายผลรวมของทั้งสองพรรคใหญ่ผิดในเบื้องต้นครับ..

รอดูต่อไปว่าคะแนนจะใกล้เคียงกันหรือไม่?
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #59 เมื่อ: 23-12-2007, 21:06 »





จำนวน ส.ส.สัดส่วน ทั่วประเทศ

พลังประชาชน  10,870,095  คะแนน   35  ที่นั่ง

ประชาธิปัตย์  10,786,366  คะแนน   32  ที่นั่ง


บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 23-12-2007, 22:21 »




จำนวน ส.ส.สัดส่วน ทั่วประเทศ

พลังประชาชน  12,626,248  คะแนน   35  ที่นั่ง

ประชาธิปัตย์  11,880,295 คะแนน   33  ที่นั่ง
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #61 เมื่อ: 23-12-2007, 22:50 »







บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 24-12-2007, 17:44 »



พปช.เผย 3 ภารกิจเร่งด่วน ยันไม่มีนโยบายนิรโทษฯ ซาก ทรท.-ยุบ คตส.
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2550 17:29 น.
 
 
       นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่าจากนี้ไปรัฐบาลโดยการนำของพรรคพลังประชาชนจะเชิญพรรคการเมืองที่เข้าร่วมด้วยมาหารือถึงภารกิจเร่งด่วน 3 ประการ คือ สร้างความปรองดองในชาติ นำความเชื่อมั่นของคนในชาติกลับคืนมา และวางแผนพลิกฟื้นเศรษฐกิจโดยจะออกโรดโชว์สร้างความเชื่อมั่นกับต่างประเทศ และพร้อมยกเลิกมาตรการสำรองเงิน 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ค่าเงินกลับสู่ภาวะปกติ โดยจะมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกระตุ้นการท่องเที่ยวปรับโครงสร้างหนี้ภาคครัวเรือน และปรับรายได้ขั้นต่ำให้กับข้าราชการ แต่ยังไม่มีนโยบายขอนิรโทษกรรมให้กับอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน หรือ ยุบ คตส.เพราะต้องให้เป็นไปตามวาระ และถือเป็นเรื่องของรัฐสภาไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนของพรรค
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #63 เมื่อ: 24-12-2007, 17:45 »


กกต.เลื่อนแถลงผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเช้าพรุ่งนี้
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2550 17:24 น.
 
 
       นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคระกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำงานอย่างเต็มที่ แต่ยังไม่สามารถรายงานตัวเลขอย่างเป็นทางการได้ในวันนี้ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องตัวเลขการายงานผลการเลือกตั้งที่ กกต.พิมพ์ฐานข้อมูลการเลือกตั้งของสำนักงานตำรวจแห่างชาติผิดพลาด แต่เชื่อว่าในส่วนของผลการเลือกตั้งที่ประกาศไปแล้ว น่าจะใกล้เคียงกับความเป็นจริง
        อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เจ้าหน้าที่ กกต.ได้นัดแถลงผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้

 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 24-12-2007, 17:50 »



1.ผมไม่ต้องการเห็นการนิรโทษกรรม.ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้นสำหรับนักการเมืองในห้าปีข้างหน้านี้

2.ผมไม่ต้องการสมัคร เฉลิม เนวิน วิระ ยงยุทธ จักรภพ  พวกนปก. ฯลฯ

3.ผมต้องการให้ทักษิณกลับมาสู้คดี

4.ผมต้องการให้มีการกวาดล้างคอร์รัปชัน และผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างจริงจัง..

5.ผมไม่ต้องการให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง หรือแทรกแซงองค์กรอิสระในทุกด้าน

 

ทำได้ตามนี้ ก็ขอสนับสนุนพลังประชาชนครับ

ผมมั่นใจว่าพลังประชาชนจะชนะในระยะยยาวแน่นอน

แต่ขอสงวนเหตุผลเอาไว้ เพื่อให้สส.พลังประชาชนได้พิสูจน์ตนเองครับ. เอาแค่ระยะ3-10ปีข้างหน้า.

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #65 เมื่อ: 24-12-2007, 17:57 »


http://forum.serithai.net/index.php?topic=19962.msg245239#msg245239


ถ้าหากทำได้ตามนี้ เลือกตั้งเที่ยวหน้า พปช.ชนะขาดครับ

อวสาน พวกแมลงสาบ ทำงานด้วยปากอย่างเดียว รออยุ่เห็นๆ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #66 เมื่อ: 24-12-2007, 18:24 »



เที่ยวนี้ ถ้าพปช.คุมเกมติดดีที่สุด อย่าให้การเลือกตั้งเสียเปล่า..

ดึงการเมืองเข้าสภา..


ดังนั้นฟันธงว่า......


ตามมารยาทไม่ควรฟันธง...


บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #67 เมื่อ: 24-12-2007, 21:14 »



เลขาฯ พปช.เตรียมสอบ "จักรภพ" ใช้เวทีพรรคพาดพิง "ป๋าเปรม"
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2550 18:40 น.
 
 
       นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เตรียมสอบสวนกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข คณะทำงานด้านต่างประเทศ ใช้เวทีในการแถลงข่าวของพรรค อ้างว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เรียก 2 หัวหน้าพรรคการเมือง คือ พรรคชาติไทย กับพรรคเพื่อแผ่นดิน เข้าพบเมื่อช่วงค่ำวานนี้ เพราะโดยปกติแล้วการแถลงข่าวของสมาชิกพรรคแต่ละพรรค จะต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากพรรคก่อน ขณะที่เลี่ยงให้ความชัดเจนว่าข้อมูลในการเปิดเผยของนายจักรภพ เป็นข้อมูลเท็จหรือไม่
        นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ผลการเลือกตั้งในเขต กทม. มีการโกงกันเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ตนเชื่อมั่นในความเป็นธรรมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการแจกใบเหลืองและใบแดง อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลจริง การนิรโทษกรรม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสภา เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และยืนยันไม่ยกเลิก คตส. โดยจะให้ทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ

 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 24-12-2007, 21:17 »


กกต.เลื่อนแถลงผลอย่างเป็นทางการเป็นวันพรุ่งนี้
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2550 20:12 น.
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 
"อภิชาต สุขัคคานนท์"ประธานกกต. 

 
 
 
  กกต.เลื่อนประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ วันพรุ่งนี้ (25 ธ.ค.) ขณะที่ “อภิชาต” ระบุ ขาดอีก 12 จังหวัด เอกสารยังไม่มา เผยดีใจที่การเลือกตั้งครั้งนี้สุจริต เที่ยงธรรม แม้ อียู ยังยอมรับ
       
       สำหรับความคืบหน้าในการรายงานผลการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เมื่อเวลา 11.00 น.นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.แถลงภาพรวมการรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ว่า เบื้องต้นมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 45,658,170 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 32,086,573 คน คิดเป็นร้อยละ 70.27 โดยการใช้สิทธิเลือกตั้งแบบสัดส่วน มีบัตรดีจำนวน 29,437,303 ใบ คิดเป็นร้อยละ 91.74 บัตรเสียจำนวน 1,772,173 ใบ คิดเป็นร้อยละ 5.25 บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 876,748 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.73 สำหรับการใช้สิทธิเลือกตั้งแบบแบ่งเขต มีบัตรดี 29,891,682 ใบ คิดเป็นร้อยละ 93.16 บัตรเสีย 804,468 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.51 บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 1,390,074 ใบ คิดเป็นร้อยละ 4.33
       
       ทั้งนี้ พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง และมี ส.ส.ประกอบด้วย พรรคพลังประชาชน ได้ ส.ส.เขต 198 คน ส.ส.สัดส่วน 34 คน รวมได้ ส.ส.232 คน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ส.ส.เขต 132 คน สัดส่วน 33 รวมได้ ส.ส.165 คน พรรคชาติไทย ได้ ส.ส.เขต 33 คน สัดส่วน 4 คน รวมได้ส.ส.37 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ ส.ส.เขต 18 คน สัดส่วน 7 คน รวมได้ ส.ส.25 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้ ส.ส.เขต 8 คน สัดส่วน 1 คน รวมได้ ส.ส. 9 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้ ส.ส.เขต 7 คน สัดส่วนไม่ได้รับการเลือกตั้ง รวมได้ ส.ส.7 คน พรรคประชาราช ได้ ส.ส.เขต 4 คน สัดส่วน 1 คน รวมได้ ส.ส.5 คน
       
       อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งเวลา 19.00 น.การนำเอกสารการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งมาส่งยัง กกต.ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ยังคงขาดผลคะแนนการเลือกตั้งใน 12 จังหวัด คือ กทม. กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร นครปฐม สมุทรปราการ ลำปาง ร้อยเอ็ด พิษณุโลก สุรินทร์ อุดรธานี อุตรดิตถ์ และ อุบลราชธานี
       
       ขณะที่ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ได้แถลงปิดศูนย์รายงานผลการเลือกตั้ง เมื่อเวลา 19.00 น.โดยขอเลื่อนการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการมาเป็นในวันที่ 25 ธ.ค.โดยให้เหตุผลว่าเดิมคาดว่าภายใน 12.00 น.ของวันที่ 24 ธ.ค.ทาง กกต.จะได้รับเอกสารการรายงานผลจาก ผอ.กต.จังหวัดทั้งหมด และ กกต.น่าจะพิจารณามีมติได้ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน แต่ก็มีเหตุขัดข้อง เมื่อตรวจเช็กไปจนถึงขณะนี้ยังมี 12 จังหวัด ที่ยังไม่นำรายงานผลการเลือกตั้งมาส่งที่ กกต.
       
       นายอภิชาต กล่าวว่า อย่างเช่น ในส่วนของ กทม.ที่ปรากฏเป็นข่าว ว่า มีสำนักงานอยู่ใกล้กับกกต.ก็ยังรายงานผลล่าช้านั้น ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่า การรายงานผล ส.ส.ระบบเขตไม่มีปัญหา แต่ส่วนของ ส.ส.สัดส่วน กทม.ถือว่าเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผล ส.ส.สัดส่วนของกลุ่มจังหวัดที่ 6 ซึ่งปรากฏว่า มีปัญหาเรื่องของข้อมูลจำนวนคะแนนที่เขต 2 จ.สมุทรปราการ จึงต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปแก้ไขปัญหา จนเรียบร้อย และจะนำผลคะแนนของ จ.สมุทรปราการ มาคิดคำนวณรวมกับผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 6 ทั้งหมด ดังนั้น เชื่อว่า ภายใน 12.00 น.วันที่ 25 ธ.ค.กกต.น่าจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้
       
       อย่างไรก็ตาม นายอภิชาต ยังกล่าวด้วยว่า รู้สึกดีใจที่การเลือกตั้งครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่สุจริต และเที่ยงธรรมมากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยดูได้จากองค์กรต่างประเทศที่เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง แม้แต่อียูก็ยังกล่าวยอมรับ ไม่มีข้อตำหนิว่าไม่สุจริต หรือไม่เที่ยงธรรม
 
 
 
 
 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2007, 21:20 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #69 เมื่อ: 24-12-2007, 21:19 »



"สุวิทย์" ปัดข่าวป่วยหนัก ยันพรุ่งนี้แถลงจุดยืนเอง 11.00 น.
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2550 19:41 น.
 
 
       นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ยืนยัน ไม่ได้ป่วยหนักเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึง 220 มิลลิเมตรปรอท จนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ขณะนี้กำลังใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวที่ กทม. ก่อนที่จะเข้าประชุมกับคณะกรรมการบริหารพรรคในวันพรุ่งนี้ (25 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. และจะแถลงข่าวด้วยตนเองถึงจุดยืนที่ชัดเจนของพรรค ในเวลา 11.00 น. ว่าจะเข้าร่วมจับมือกับพรรคการเมืองใด และจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล
        อย่างไรก็ตาม นายสุวิทย์ เคยป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง และเคยเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคเส้นเลือดสมองแตกในโรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2548 ขณะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยมีอาการหลอดเลือดในสมองมีความผิดปกติ อันเนื่องมาจากความดันโลหิตสูงเรื้อรัง แต่ได้รับการรักษาตัวจนหายดีแล้ว

 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #70 เมื่อ: 24-12-2007, 21:20 »


เลขาฯ พปช.เตรียมสอบ "จักรภพ" ใช้เวทีพรรคพาดพิง "ป๋าเปรม"
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2550 18:40 น.
 
 
       นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เตรียมสอบสวนกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข คณะทำงานด้านต่างประเทศ ใช้เวทีในการแถลงข่าวของพรรค อ้างว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เรียก 2 หัวหน้าพรรคการเมือง คือ พรรคชาติไทย กับพรรคเพื่อแผ่นดิน เข้าพบเมื่อช่วงค่ำวานนี้ เพราะโดยปกติแล้วการแถลงข่าวของสมาชิกพรรคแต่ละพรรค จะต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากพรรคก่อน ขณะที่เลี่ยงให้ความชัดเจนว่าข้อมูลในการเปิดเผยของนายจักรภพ เป็นข้อมูลเท็จหรือไม่
        นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ผลการเลือกตั้งในเขต กทม. มีการโกงกันเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ตนเชื่อมั่นในความเป็นธรรมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการแจกใบเหลืองและใบแดง อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลจริง การนิรโทษกรรม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสภา เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และยืนยันไม่ยกเลิก คตส. โดยจะให้ทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ

 
 


กรุณาช่วยตรวจสอบหัวหน้าพรรค ของท่านด้วยว่า อีแอบผมขาวคือใคร
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #71 เมื่อ: 24-12-2007, 21:28 »



กรุณาช่วยตรวจสอบหัวหน้าพรรค ของท่านด้วยว่า อีแอบผมขาวคือใคร

เลิกแอบบไปตั้งนานแล้ว ผมขาวกันทั้งน้านเลย..


ตกลงไม่เอาสมัครดีกว่า เอาไว้เป็นตัวล่อตัวชนในสภาทีหลัง.
.
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #72 เมื่อ: 25-12-2007, 10:17 »



TDRI เชื่อนิรโทษฯ 111 ซาก-ยุบ คตส.เป็นเงื่อนไขต่อรองตั้งรัฐบาล

http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9500000153051
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 ธันวาคม 2550 09:10 น.
 
 
       นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคพลังประชาชนมีแนวโน้มจะได้เป็นแกนนำ ว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชน และพรรคการเมืองอื่นๆ อาจจะมีการเจรจาต่อรองกันในเรื่องของการนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน และเรื่องคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. กำลังดำเนินการอยู่ เป็นเงื่อนไขสำคัญ เพราะพรรคพลังประชาชนได้ประกาศไว้แล้วว่าจะนิรโทษกรรมและ ยุบ คตส. อย่างไรก็ตาม มีความเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้น ด้วยบุคลิกของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน แต่เชื่อว่าหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นน่าจะกลับมาได้ใน 1 ปี ก็น่าจะเริ่มมีการลงทุนได้
        นายสมชัย ยังวิเคราะห์ถึงนโยบายเศรษฐกิจของพรรคพลังประชาชน ว่า ค่อนข้างจะเป็นประชานิยมซ้ำรอยพรรคไทยรักไทย ขณะทีมเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นนักบริหารมืออาชีพ ซึ่งการบริหารประเทศไม่เหมือนกับการบริหารบริษัทที่มุ่งกำไรสูงสุด ขณะที่การบริหารประเทศต้องคำนึงถึงสถานภาพทางเศรษฐกิจ เช่น การดูแลเงินเฟ้อ โดยมองว่าควรจะหาผู้เชี่ยวชาญมาเสริมทีม และอาศัยข้าราชการที่ซื่อสัตย์ ส่วนในฟากพรรคประชาธิปัตย์นั้น มองว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ถือว่ามีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมากที่สุด เพราะจบด้านเศรษฐศาสตร์ ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน ซึ่งลงตัวกว่า อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐบาลใหม่จะต้องเจอกับปัญหาซับไพรม์ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่าห่วงที่สุด
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #73 เมื่อ: 25-12-2007, 10:40 »





ช่วงนี้ พรรคพลังประชาชนคงต้องเรียกความเชื่อมั่นจากสาธารณะชน

อย่าหลงเกมการเมืองของฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่ฝ่ายของตนเอง

ควรลดปัจจัยที่จะเป็นความขัดแย้งทั้งหมด เพื่อการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากกว่า





บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #74 เมื่อ: 25-12-2007, 21:08 »



ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ขอให้ กระตุ้นความคิดกันในแง่ดี

ถือเป็นหน้าที่ของสื่อ การกำจัดคนเลว ผู้กำจัดต้องหมั่นประพฤติดี

มิฉะนั้นปัญหาต่างๆจะย้อนเข้าหาตนเองในที่สุด..


คนแก่ๆ ควรเป็นหลัก อย่าไปแสดงความเห็นถ้าหากไม่ทราบรายละเอียด

ส่วนนักการเมืองก็ต้องแก้ปัญหาในเชิงหลักการให้เด็ดขาดครับ..

พลังประชาชน ต้องทำให้สำเร็จ อย่าเหลิงกับเสียงที่ได้มา


บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #75 เมื่อ: 27-12-2007, 17:29 »




สถานการณ์ตอนนี้เป็นเรื่อง นายทุนการเมืองกับสส.และทนายหิวเงิน


วงการเมือง มันจึงดีดดิ้นกัน ประชาชนน่าจะพอใจ ดีกว่าปล่อยให้พวกเขาทำตัวเป็นพวกทองไม่รู้ร้อน
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #76 เมื่อ: 09-01-2008, 20:18 »





http://thairath.com/index_election.html
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #77 เมื่อ: 11-01-2008, 14:42 »




ตัวเลขส.ส.ที่พร้อมเปิดประชุมสภาอยู่ที่ 420 คน   http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6220229/P6220229.html
คงเหลือ 60 คน แบ่งเป็น

ว่าที่ สส. ที่ยังไม่ประกาศรับรอง 40 คน (พปช.32, พผ.6, ปชป.1, รช.1)

เลือกตั้งใหม่ รวม 20 คน แบ่งได้ตามข้างล่างนี้
    พปช. เหลือง 11 ใบ แดง 4 ใบ = 15 คน
    ปชป. เหลือง 1 ใบ = 1 คน
    ชาติไทย เหลือง 1 ใบ แดง 2 ใบ = 3 คน
    มัชฌิมาธิปไตย แดง 1 ใบ = 1 คน

จากคุณ : นักกวนเมือง
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #78 เมื่อ: 11-01-2008, 15:07 »



กกต.เลื่อนฟัน "ยงยุทธ"
--------------------------------------------------------------------------------

โดย Post Digital 11 มกราคม 2551 11:14 น.

กกต.เลื่อนฟัน "ยงยุทธ" หลังตั้งอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนใหม่ ส่อรับรองก่อนแล้วค่อยสอยทีหลัง

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ด้านกิจการพรรคการเมือง ระบุว่า ที่ประชุม กกต.วันนี้จำเป็นต้องเลื่อนการลงมติในการพิจารณาสำนวนทุจริตเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน(พปช.)ออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้ กกต.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นใหม่เพื่อพิจารณาเฉพาะกรณีของนายยงยุทธ โดยจะลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อเริ่มต้นทบทวนการสอบพยานใหม่ทั้งหมด อันเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้คดีกันอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ จะเปิดโอกาสให้นายยงยุทธ ได้ดู VCD ตามที่ร้องขอไว้ก่อนจะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งได้รับการแจ้งข้อมูลว่าตำรวจสันติบาลจะนำ VCD ดังกล่าวมามอบให้ที่ กกต.ในวันนี้


นางสดศรี กล่าวว่า หากการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการดังกล่าวเสร็จไม่ทันวันที่ 15 ม.ค.นี้ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธไปก่อน และภายหลังหากมีข้อสรุปที่แน่ชัดว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริงจึงจะให้ใบเหลืองหรือใบแดง


ล่าสุด กกต.ได้ประกาศรับรองรายชื่อ ส.ส.ไปแล้ว 420 คน จากทั้งหมด 480 คน โดยเชื่อว่าจะสามารถประกาศรับรองได้ 95% หรือ 456 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่จะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันที่ 22 ม.ค.51 ได้ตามที่กฎหมายกำหนด
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #79 เมื่อ: 11-01-2008, 15:16 »



กกต.รับ"ยงยุทธ"ขอเปลี่ยนกก.สอบสวน
--------------------------------------------------------------------------------

โดย Post Digital 11 มกราคม 2551 11:59 น.

กกต. ยอมรับ "ยงยุทธ" ขอเปลี่ยนคณะอนุกรรมการสอบสวน ไม่หนักใจ ม็อบอุดร ประท้วงใบแหลือง-แดง


นายสุเมธ อุปะนิสากร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม ชี้แจงถึงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนชุดใหม่ ที่มี นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน มาแทนชุดของตำรวจสันติบาล เนื่องจากนายยงยุทธ ร้องขอให้เปลี่ยนชุดสอบสวน เพราะเห็นว่าไม่มีความเป็นกลาง ส่วนกรณีที่มี นายยงยุทธ ขอดู VCD ของตำรวจสันติบาลที่ถูกกล่าวหา ทาง กกต.ได้ทำหนังสือให้ทางตำรวจสันติบาลส่งมาให้แล้ว ส่วนจะให้ดูหรือไม่นั้นเป็นอำนาจของอนุกรรมการชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม หากทางตำรวจสันติบาลไม่ส่ง VCD ดังกล่าวมาให้ก็ถือว่าไม่มีหลักฐาน


ทั้งนี้ นายสุเมธ ยังบอกอีกว่า ในฐานะที่ นายยงยุทธ เป็นผู้ถูกกล่าวหาจะต้องให้ดูหลักฐานข้อกล่าวหาก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถชี้แจงได้ ขณะเดียวกัน เห็นว่า ควรให้ นายยงยุทธ ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่จนหมดข้อสงสัย ทาง กกต.จึงจะมีการลงมติ


นอกจากนี้ นายสุเมธ ยังได้กล่าวถึงกรณีมีผู้ชุมนุมที่ จ.อุดรธานี หลังจากที่ กกต.มีมติให้ใบเหลืองใบแดงผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ว่าไม่รู้สึกกดดัน เพราะไม่เช่นนั้น กกต.ก็ไม่สามารถทำงานได้ ทั้งนี้ ทาง กกต. จะเร่งพิจารณาสำนวนต่างๆให้เร็วที่สุด เพื่อให้มี ส.ส.ทันการเปิดประชุมสภา

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #80 เมื่อ: 12-01-2008, 18:00 »





ตกลงไม่มีม็อบ?

วันเสาร์ที่ 12 เดือนมกราคม พศ. 2551

จากมติชน 

หนังสือ'ลับ'เตือนเหตุจาก'กกต.สรุปสำนวน-'ยงยุทธ'-'ม็อบ'อาจป่วน'วันเด็ก
วันที่ 11 มกราคม 2551 เวลา 12:24:06 น.

หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ ส่งหนังสือ'ลับ' ให้ตร.จับตาสถานการณ์การเมืองที่ระอุ มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ในช่วงวันเด็ก มี3เหตุจูงใจ'กกต.สรุปสำนวน-ชี้ขาด'ยงยุทธ' -ม็อบต้านรบ.'


เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ บช.น. พล.ต.ต.วิทยา โกสิยะสถิต รอง ผบช.น. ปรท.ผบช.น. มีหนังสือแจ้ง ผบก.น.1-9 ตปพ. อก. และ ผกก.ศทส. บช.น. ให้ทราบตามข่าว ศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ ลง 10 ม.ค. เป็นข้อมูลดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ส่วนของ บช.น. ดังนี้ 1.ให้ทุกหน่วยพิจารณาวางมาตรการป้องกันรังเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ตามสถานที่ต่างๆ ในช่วงระหว่างการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ  2.ให้ บก.น.1-9 ตรวจสอบบ้านพัก กกต.ในเขตรับผิดชอบ พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการในการรักษาความปลอดภัย  และ 3. ผบก.น.6 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตรารอบบริเวณ สำนักงาน กกต. อาคารศรีจุลทรัพย์ ในกรณีเร่งด่วนที่ต้องการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติม ให้ประสานกับ บก.ตปพ.โดยตรงและแจ้งให้ บช.น.ทราบ

ศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ มีหนังสือ "ลับ" รายงานข่าวเฉพาะกรณี ที่ 1/2551 ลง 10 ม.ค.51 แจ้งถึงสถานการณ์สำคัญที่อาจส่งผลด้านความมั่นคง

1.ห้วงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 มค.นี้ หน่วงงานภาครัฐและเอกชนมีการจัดงานตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง โดยเฉพาะสถานที่ราชการสำคัญมีการเปิดให้เด็กและผู้ปกครองเข้าชม เช่นทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการจัดงานและกิจกรรมด้านวิชาการ ได้แก่กระทรวงศึกษา , สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง เป็นต้น ทั้งนี้ส่วนราชการในภูมิภาคก็มีการก็มีการจัดงานวันเด็กหลายแห่งเช่นเดียวกัน  จนถึงวันที่ 10 ม.ค.51 แม้ว่าจะยังไม่ปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะบ่งชี้ว่ามีการก่อเหตุรุนแรงในช่วงงานวันเด็กก็ตาม แต่ก็ควรมีมาตรการระมัดระวังป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ประการสำคัญในวันศุกร์ที่ 11 ม.ค. กกต.จะต้องสรุปสำนวนการพิจารณาให้ใบแดงใบเหลืองแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งอาจเป็นสิ่งจูงใจให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์

2.เนื่องจากในวันที่ 11 ม.ค. กกต.จะพิจารณาสำนวนของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ สส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ที่อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. โดย กกต.พิจารณาใน 2 ลักษณะ คือความผิดเฉพาะตัว และความผิดที่อาจเชื่อมโยงถึงพรรคพลังประชาชน มีรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวเพื่อนำมวลชนเข้ามาใน กทม. ในวันที่ 11 ม.ค. จำนวนปรากฏในชั้นนี้ประมาณ 50 คน และมีการระดมมวลชนในพื้นที่เพื่อแสดงพลังสนับสนุนในจังหวัดเชียงราย แต่ยังไม่ปรากฏจำนวนที่แน่ชัด

3.ความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนเพื่อพัฒนาชนทบภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน)  นำโดยนางสุนทรี  หัตถี เซิ่งกิ่ง ประธานฯ จะจัดประชุมประจำปี โดยมีแกนนำกลุ่มร่วมประชุมในวันที่ 15 ม.ค. ณ สำนักงาน กป.อพช.อีสาน ซ.วุฒิธาราม  ถ.หน้าเมือง อ.เมือง  จ.ขอนแก่น  ซึ่งปรากฏข่าวสารว่า นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาคณะกรรมการธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) จะเข้าร่วมประชุมด้วย และน่าจะมีการกำหนดท่าทีแนวทางการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มหลังมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มได้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอดีตพรรคไทยรักไทยมาอย่างต่อเนื่อง
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #81 เมื่อ: 12-01-2008, 18:01 »


จากกรุงเทพธุรกิจ

กกต.มึนหาตัว “ประแสง” ไม่เจอ แจ้งข้อกล่าวหาไม่ได้
 
11 มกราคม พ.ศ. 2551 22:06:00
 
กกต.มึนหาตัว “ประแสง” ไม่เจอ แจ้งข้อกล่าวหาไม่ได้ อ้างต้องพิจารณาให้รอบคอบ หวั่นกลั่นแกล้งกัน ยอมรับเพราะมาจากศาลต้องหาหลักฐานให้ครบ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสุเมธ อุปนิสากร กกต. ด้านการมีส่วนรวม ให้สัมภาษณ์กรณีการพิจารณาใบแดง กรณีของการแจกจ่ายวีซีดีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ของนายประแสง มงคลศิริ อดีตผู้สมัครพรรคพลังประชาชน จ.อุทัยธานีว่า จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนยังไม่สามารถที่จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายประแสงได้ เนื่องจากยังตามตัวไม่เจอ และเมื่อพยายามติดต่อทางโทรศัพท์ ก็ไม่สามารถติดต่อได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนฯติดต่อนายประแสงให้ได้ก่อน หากเจอตัวแล้ว และได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับทราบข้อกล่าวหา จุดนั้นจึงจะสามารถลงบันทึกได้ว่า นายประแสงไม่ยอมรับทราบข้อกล่าวหา แล้วจึงจะนำมาสู่การพิจารณาของกกต.ตามหลักฐานที่มีอยู่ได้

“ขณะนี้ยอมรับว่า เรื่องการสอบสวนอาจจะช้า เนื่องจากกกต.ต้องใช้ความรอบคอบในการพิจารณาเพราะในการหาเสียงครั้งนี้มีการต่อสู้กันมาก อาจจะมีเรื่องการกลั่นแกล้งกันได้ กกต.จึงต้องระมัดระวังและต้องมีหลักฐานพอสมควร ส่วนจะสามารถพิจารณาได้เสร็จก่อนวันเลือกตั้งหรือไม่ กกต.ยังตอบไม่ได้ เพราะหลังการพิจารณาของกกต.หากมีมติแล้วก็ต้องให้กฤษฏีกาพิจารณาด้วย ซึ่งตามกฎหมายกำหนดว่าต้องให้เวลากฤษฏีกาด้วย ซึ่งขณะนี้กกต.ก็กำลังเร่งพิจารณา" นายสุเมธ กล่าว

เมื่อถามว่า เป็นเพราะกกต.เป็นผู้พิพากษามาจากศาล จึงกังวลว่ากกต.จะตกเป็นเหยื่อ จนต้องคำนึงเรื่องหลักฐานมากเกินไปหรือไม่ นายสุเมธ กล่าวยอมรับว่า ใช่ เพราะในการพิจารณาหลักฐานในชั้นศาลหากหลักฐานไม่ครบก็พบว่าหลายเรื่องที่ต้องหลุดไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งในอีก 2 วันที่เหลือก่อนวันเลือกตั้งกกต.ก็พยายามเร่งการพิจารณาคดีต่างๆอยู่

นายสุเมธ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของกกต.ประมาณ 20 คดี ซึ่งกกต.ก็จะเร่งพิจารณาให้จบในชั้นอำนาจของกกต. อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจด้วยว่าการจะให้ใบแดงได้ก็จะต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนพอสมควร ซึ่งเรื่องที่มีการส่งเข้ามาส่วนมากเป็นในเรื่องของซื้อเสียง

เมื่อถามว่ากรณีผู้สมัครพยายามหลีกเลี่ยงการรับแจ้งข้อกล่าวหาจะเป็นช่องหนีเอาตัวรอดไปวันๆ กกต.จะมีการพิจารณากรอบปฏิบัติให้กับผู้สมัครในเรื่องนี้หรือไม่ นายสุเมธ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีการพูดถึงเพราะตามระเบียบการพิจารณาของกกต.มีว่าต้องแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง ซึ่งต่างจากศาลที่หากแจ้งหมายแล้วไม่เจอเจ้าตัวก็ยังสามารถแปะไว้หน้าบ้านได้ หรือขอให้ตำรวจช่วยสกัด เพราะไม่ใช่คดีอาญา
 

 
 
   
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #82 เมื่อ: 13-01-2008, 23:32 »


ตอนนี้ ขอวิเคราะห์ว่านักการเมืองเต้นไม่ออกครับ

ถ้าไม่มีหางเครื่องหรือสื่อเต้นรับ ดังนั้นสื่อที่รับใช้นักการเมืองจะพรรคใดก็ตาม

เราสังเกตได้ไม่ยากนัก..และสังเหตได้ง่ายขึ้นเมื่อสื่อเข้าไปมีผลประดยชน์ในเรื่องต่างๆ

ไม่ว่าจะอย่างเงียบๆ หรือโฉ่งฉ่างหน้าหนาประการใด..


ดังนั้นการเมืองไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้วในระดับยอดน้ำแข็ง

เป็นหน้าที่ของการเมืองภาคประชาชนจะต้องมั่นปรับให้ตรงในระดับท้องถิ่นและในแนวคิดภาคปฏิบัติครับ..



ณ ขณะนี้ ผมยังสนับสนุนแนวทางรัฐบาลแห่งชาติ แต่เปิดโอกาสให้สส.โหวตโดยอิสระ

และแต่ละบุคคลสามารถถูกถอดถอนได้ง่ายเมื่อทุจริตหรือพัวพันการทุจริตต่างๆ..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #83 เมื่อ: 14-01-2008, 03:55 »



จากมติชน

พปช.ปูด'อ้อ'หารือ'ผู้ใหญ่'ไฟเขียวให้ตั้งรบ.ค้าน'สมัคร'นั่งนายกฯห่วงปัญหาสมานฉันท์

 วันที่ 13 มกราคม 2551 เวลา 20:27:51 น

เผย'หญิงอ้อ'พูดคุยกับ'ผู้ใหญ่'ในบ้านเมืองแล้ว ไม่ขัดพปช.เป็นรบ.แต่ห่วง'สมัคร'เป็นนายกฯ อาจมีปัญหาเรื่องความปรองดองในชาติ 'เลี้ยบ'ปัดถูกวางตัวนั่งผู้นำสำรอง 'มาร์ค'ลั่นพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ปัดล็อบบี้ชาติไทยไม่ให้ร่วมรัฐบาล


6พรรคแถลงร่วมรัฐบาล17ม.ค.

แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชาชน เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 มกราคม ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ตามที่พรรคการเมืองขนาดเล็ก 3 พรรคตอบร่วมรัฐบาลแน่นอนแล้ว แต่ในส่วนของพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ก่อนหน้านี้ยังติดเงื่อนไขบางประการนั้นล่าสุดทั้งสองพรรคก็มีสัญญาณที่ดีตามขึ้นลำดับและได้ตอบตกลงแล้ว คาดว่าจะมีการแถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 17 มกราคมนี้ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนที่ต้องเลื่อนการแถลงข่าวเนื่องจากตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนยังสะเทือนใจจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ งดกิจกรรมทางการเมืองชั่วคราว นอกจากนี้ยังเป็นการแก้เกมฝ่ายตรงกันข้ามที่ปล่อยข่าวเป็นระยะว่าพรรคพลังประชาชน อาจได้รับใบแดงเพิ่มเติมอีก

เผย'ผู้ใหญ่'ติดใจ'สมัคร'นั่งนายกฯ

แหล่งข่าวเปิดเผยถึงเบื้องหลังการเจรจาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ประสานมายังคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ให้ช่วยเจรจากับแกนนำพรรคต่างๆ และผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ซึ่งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ขัดข้องหากพรรคพลังประชาชนจะจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังติดปัญหาตรงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากก่อนหน้านี้ พรรคพลังประชาชน ประกาศว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ต้องดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งได้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายในเรื่องความสมานฉันท์ปรองดอง ดังนั้นตำแหน่งดังกล่าวอาจถูกปรับเปลี่ยน

'สำหรับกระแสข่าวว่านายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ หากนายสมัครไม่สามารถเป็นนายกฯได้นั้น มีกระแสต่อต้านจากแกนนำในพรรคพลังประชาชนบางคน ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายบรรหารจะได้เป็นนายกฯ อย่างไรก็ตาม จากการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีล่าสุดคาดว่าพรรคชาติไทยจะได้โควต้ารัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญๆ เพิ่มจากเติมอีกเล็กน้อย'

ทาบ 'ณรงค์ชัย' นั่งรมช.คลัง

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับรัฐมนตรีกระทรวงทางเศรษฐกิจและกระทรวงความมั่นคง พรรคพลังประชาชนคงไม่ยอมให้พรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน และมีแกนนำพรรคหลายคนไปทาบทามนายวีรพงษ์ รามางกูร และนายทนง พิทยะ พร้อมกับยื่นเงื่อนไขในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ให้ ซึ่งนายวีรพงษ์ได้ตอบปฏิเสธไปแล้ว ขณะที่นายทนงยังมีท่าทีลังเลอยู่

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้พรรคพลังประชาชน ยังทาบทามนายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตประธานกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) มาเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจและมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สำหรับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน หัวหน้าทีมเศรษฐกิจนั้น มีโอกาสนั่งรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

'มาร์ค' ยันมีมารยาทให้พปช.ตั้งรบ.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศพร้อมเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ยืนยันว่าพรรคมีมารยาท ไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน (พปช.) เตรียมพูดคุยพรรคชาติไทยถึงการตัดสินใจและอนาคตทางการเมือง ปฏิเสธล็อบบี้ไม่ให้พรรคชาติไทยเข้าร่วมรัฐบาล

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวในการเปิดอบรมสัมมนา ส.ส.ใหม่ของพรรค ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ย่านหลักสี่ เมื่อวันที่ 13 มกราคม โดยมีแกนนำพรรค เช่น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.ของพรรคที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ตอนหนึ่งว่า ยืนยันว่าเมื่อผลการเลือกตั้งทั่วไปออกมา แม้จะเป็นสิทธิของทุกพรรคการเมืองที่จะรวบรวมเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคถือว่าเป็นมารยาทที่จะให้พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงมากที่สุด มีโอกาสไปรวบรวมเสียงข้างมากก่อน

ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนมีโอกาสที่จะไปรวบรวมเสียงข้างมาก ถ้าสามารถทำได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมจะไปเป็นฝ่ายค้าน แต่ถ้าพรรคพลังประชาชนรวบรวมไม่ได้ก็ถือเป็นภาระของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก่อนหน้านั้นพรรคพลังประชาชนก็ประกาศว่ารวบรวมเสียงข้างมากได้แล้ว พร้อมจะแถลงวันที่ 4 มกราคม แต่มีเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าใจว่าเป็นการไม่เหมาะ หากจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีบางพรรคที่จะแถลงความชัดเจนในวันที่ 17 มกราคม

'ดังนั้น ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่จัดตั้งรัฐบาลแข่ง ถ้าจะทำคงส่งตัวแทนไปเจรจาว่าพรรคพลังประชาชนให้กี่กระทรวง ก็จะให้มากกว่านั้น ไม่นับอย่างอื่นที่ให้กัน แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำ' หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

รอถามไถ่ชท. ถึงอนาคตบ้านเมือง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราจะรอดูการรวบรวมเสียงข้างมากว่า ประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ว่าการประสานงานทางการเมืองก็ยังมีต่อไป รอเพียงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น อย่างน้อยก็พรรคชาติไทยที่ต้องคุยกัน แต่ไม่ใช่ในกรอบของตั้งรัฐบาล แต่จะถามไถ่ว่าเขามองอนาคตบ้านเมืองอย่างไรในการตัดสินใจทางการเมือง

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการรับรองว่าที่ ส.ส.ของ กกต.ว่า กกต.ต้องมีความเข้มแข็ง ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่จะต้องเปิดสภาภายใน 30 วัน หลังการเลือกตั้ง โดยจะต้องรับรองให้ได้ร้อยละ 95 แต่ไม่ได้หมายความว่ารับรองคนโกง ทุจริต เชื่อว่า กกต.สามารถพิจารณาคดีร้องเรียนต่างๆ ให้เสร็จทันวันที่จะมีการเปิดประชุมสภา แต่กรณีที่มีข้อสงสัยว่ามีการทุจริตก็ไม่จำเป็นต้องรับรอง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

'ส.ส.ถือเป็นหน้าตาของพรรประชาธิปัตย์ หากไปทำอะไรเสียหาย นอกจากตัวเองจะเสียหายแล้ว พรรคและนักการเมืองโดยรวมก็จะเสียหาย อย่างที่นายชวนเคยพูดว่าหลังจากการเลือกตั้งแล้ว จะมีคนคอยจ้องจับผิดทันที' นายอภิสิทธิ์กล่าว

ชี้คะแนนเสียง2พรรคคนละจุดยืน

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า เป็นผลการเลือกตั้งที่แปลก เพราะพรรคการเมืองสองพรรคใหญ่ได้คะแนน 12 ล้านเหมือนกัน ห่างกันเพียงแค่ 1 แสนคะแนนเท่านั้น แต่เกณฑ์ในการตัดสินใจของคน 12 ล้านคน พูดกันคนละเรื่อง 12 ล้านซีกหนึ่งพูดประเด็นที่ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมา ต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหาร โดยเฉพาะพื้นที่ที่เลือกพรรคพลังประชาชนมากๆ เมื่อถามว่าเลือกทำไม ก็เพราะอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา ไม่ชอบ คมช. ซึ่งการหาเสียงไม่ได้พูดถึงเรื่องนโยบาย 

'ส่วนอีก 12 ล้าน ที่มีจุดยืนไม่ตรงกับ 12 ล้านคนแรก ได้ตอบสนองพรรคประชาธิปัตย์ คือ การกำหนดอนาคตของประเทศ มีรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ เข้ามากอบกู้วิกฤตต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ' นายอภิสิทธิ์กล่าว

เชื่อรบ.ทำงานหนัก-ไม่มีฮันนีมูน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้สับสน รัฐบาลได้เสียงข้างมาก ไม่ได้พูดถึงเรื่องนโยบาย พูดแต่เงื่อนปมทางการเมือง ต้องจับตาว่าอนาคตบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร และไม่ว่าผลการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นอย่างไร รัฐบาล และ ส.ส.ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ ไม่มีเวลาฮันนีมูน ต้องเดินหน้าทำงานอย่างเดียว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวอีกว่า ไม่ต้องกังวลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ก็ไม่มีแนวทางที่จะฮันนีมูน หรือดีใจ ฉลองชัยชนะ ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเหมือนกัน ไม่ใช่พอเป็น ส.ส. รัฐบาลแล้วไม่คิดว่าจะตรวจสอบ หรือเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่สนใจที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนา หรือแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของเขตเลือกตั้ง

'ชวน' แนะวัตรปฏิบัติของส.ส.

จากนั้น นายชวนได้กล่าวในหัวข้อ 'วัตรปฏิบัติของ ส.ส.'  ตอนหนึ่งว่า ในการปฏิบัติตัวในฐานะที่เป็น ส.ส. ต้องรู้ขอบเขตอยู่ภายใต้สำนึกรับผิดชอบในตำแหน่ง อย่าคิดว่า ส.ส.มีสิทธิเหนือกว่าคนอื่น เช่น การเดินทาง ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกให้ ส.ส.เดินทางฟรี อย่างที่ให้กับ ส.ส.ไทย ดังนั้น อย่าบังอาจยกสิทธิดังกล่าวให้คนอื่นใช้ เพราะหากมีการร้องเรียน และตรวจสอบพบ อาจต้องแสดงความรับผิดชอบ ถึงขั้นต้องพ้นสภาพการเป็น ส.ส. และมีสิทธิถูกฟ้องดำเนินคดีอาญาด้วย

นายชวนกล่าวว่า ส.ส.ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ภายใต้กรอบกฎ กติกาของพรรค และไม่ทำอะไรที่ผิดความถูกต้องชอบธรรมของบ้านเมือง และอย่าทิ้งประชาชนในพื้นที่ นอกจากนั้นไม่ว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน บทบาทของ ส.ส.ก็ต้องไม่เปลี่ยน ที่สำคัญจะต้องศึกษารัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และ ส.ส. เพื่อใช้ในงานรัฐสภา

ปูดมีมือสกปรกจ้างคนใต้ด่า'ป๋าเปรม'

'ที่ผ่านมามีการจ้างคนภาคใต้ให้ด่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ต้องรู้เรื่องดังกล่าว เพื่อเตรียมรับมือขบวนการมือสกปรก สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา มีการดักฟังโทรศัพท์ แล้วเอามาแบล๊คเมล์ ข่มขู่ผู้อื่น โดยใช้ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) เป็นเครื่องมือ กระบวนการชั่วร้ายเหล่านี้คือ ความสกปรกโสมมของรัฐบาลขณะนั้น ถือเป็นเรื่องน่ากลัวที่สุด' นายชวนกล่าว

นายชวนกล่าวว่า ยุคหนึ่งที่มีการใช้อำนาจด้วยความคึกคะนอง แต่วันนี้อำนาจนั้นหมดไป เพราะความคึกคะนองเป็นเหตุ ที่ใช้กระทรวงกลาโหมวางแผนทุจริตการเลือกตั้ง แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกระทรวง ก็ทำให้ได้รับผลของการกระทำที่ไม่ดี ให้ ส.ส.พรรครับรู้สิ่งเหล่านี้อย่าไปหลงกล ให้เห็นแก่ความชอบธรรมเท่านั้น

'บัญญัติ'ให้ระวังเพื่อนส.ส.ทำร้าย

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กล่าวบรรยายหัวข้อ 'หน้าที่ในสภา-หน้าที่หลักของ ส.ส.' ตอนหนึ่งว่า การที่จะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาให้มีประสิทธิภาพได้จะต้องมี 3 ใจ คือ 1.ตั้งใจ 2.มั่นใจ และ 3.เข้าใจ ซึ่งความมั่นใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน แต่ความมั่นใจจะเกิดขึ้นได้ต้องเข้าใจ 3 ประการ คือ 1.กฎหมายสำคัญต่างๆ อาทิ รัฐธรรมนูญ กฎหมาย กกต. กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา

นายบัญญัติกล่าวว่า 2.รู้ว่าตนเองมีความถนัด หรือสนใจในงานด้านใด พร้อมกับทุ่มเทแรงกาย แรงใจเข้าไปทำงาน และ 3.ต้องรู้จักที่ไปที่มาของเพื่อนสมาชิก ส.ส. ในสภาตามสมควร ทั้งพรรคตนเอง และต่างพรรคการเมือง เพื่อยับยั้งการทำร้ายจากนักการเมืองคนอื่นที่จะสร้างให้เกิดความเสื่อมเสียต่อตนเอง

'อภิสิทธิ์' ไม่หวั่น 'หญิงอ้อ' พบคมช.

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และสมาชิก คมช. ว่าเข้าใจว่า ผบ.ทบ.เน้นให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร แต่ให้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง เป็นวิธีการสมานฉันท์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพที่คุณหญิงพจมานเข้าพบผู้ใหญ่จะทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจว่าจะมีการแทรกแซงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 'ถ้าผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับกลไกยุติธรรม ทำงานตามปกติ ก็คงไม่เป็นอะไร'

ปัดล็อบบี้ชท. ไม่ให้ร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการพูดคุยกับพรรคชาติไทย ถึงอนาคตของประเทศชาติเมื่อใด หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า จะดูเวลาที่เหมาะสม โดยจะพูดคุยในฐานะที่เคยทำงานร่วมกันมาว่ามองอนาคตบ้านเมืองอย่างไร ซึ่งจะได้ประโยชน์คือ การได้รู้ความคิดซึ่งกันและกัน และขอยืนยันว่าจะไม่มีการล็อบบี้ให้พรรคชาติไทยไม่ให้เข้าร่วมรัฐบาล หากพรรคประชาธิปัตย์จะทำเช่นนั้นคงจะดำเนินการนานแล้ว 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ตัวนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ใช่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน แต่อาจจะเปลี่ยนมาเป็น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของพรรคพลังประชาชน ถึงเวลาก็ไปว่ากันต่อในสภา ไม่ขอวิจารณ์

'หมอเลี้ยบ' ปัดเป็นนายกฯสำรอง

ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวปฏิเสธกรณีมีรายงานข่าวว่าจะถูกผลักดันให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทนนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดยยืนยันว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริงและพรรคไม่เคยเตรียมนายกฯสำรอง ซึ่งตามหลักการประชาธิปไตยและของพรรคพลังประชาชน รวมทั้งหลักการส่วนตัว คนที่จะเป็นนายกฯต้องมาจากหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น เพราะนายสมัครได้รับฉันทานุมัติจากสมาชิกพรรคให้เป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ข่าวดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของตนและนายสมัคร

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าข่าวนี้มาจากไหนและไม่เคยสอบถาม แต่แน่ใจว่าไม่ได้มาจากคนในพรรคพลังประชาชนแน่นอน คงเป็นการคาดเดาไปต่างๆ นานา เพราะว่านายสมัครมีคดีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. แต่วันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าคดีความต่างๆ ยังต้องใช้เวลาสืบสวนสอบสวนนานพอสมควร และนายสมัครก็พร้อมชี้แจงจึงไม่มีปัญหาอะไร นายสมัครมีคุณสมบัติเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ในการประชุมสภาฯเพื่อเสนอชื่อผู้เป็นนายกฯ ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลมั่นใจได้ว่ามีนายสมัครคนเดียว

รับทาบ'ทนง-โกร่ง'นั่งขุนคลัง

นพ.สุรพงษ์กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ในแง่ของหลักการที่พรรคซึ่งได้รับความไว้วางใจมากที่สุดควรเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหาแล้ว ขณะนี้รอแค่ประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น จากนั้นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องมาพูดคุยถึงแนวทางและนโยบายตลอดจนหาผู้มีความรู้ความสามารถมาเป็นรัฐมนตรี เหตุที่พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินยังไม่แถลงชัดเจนนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีแน่นอน เพราะหลักการ คือผู้ที่จะบริหารกระทรวงต่างๆ ต้องมีความรู้ความสามารถ ส่วนการเปิดประชุมสภาฯนัดแรก ก็น่าจะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดคือระหว่างวันที่ 21-22 มกราคม ทราบว่าขณะนี้ทางสภาฯทูลเกล้าฯเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการเปิดประชุมสภาฯแล้ว

'ส่วนความคืบหน้าในการทาบทามนายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ เพื่อทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น ขณะนี้ยังมีการประสานงานอยู่ แต่พรรคก็พูดคุยกับหลายคนด้วย' น.พ.สุรพงษ์กล่าว

พปช.ยันหลัง20ม.ค.โควต้ารมต.นิ่ง

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีระหว่างพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลว่า ยืนยันว่ากระทรวงที่เกี่ยวกับการกำหนดยุทธศาสตร์หลักของประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง คือกระทรวงมหาดไทยและกลาโหม ต้องเป็นคนของพรรคพลังประชาชน การจัดสรรตำแหน่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนหลังวันที่ 20 มกราคม ที่การเลือกตั้งซ่อมและเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ต่างๆ เสร็จสิ้นลง เพราะเวลานั้นตัวเลขจำนวน ส.ส.จะนิ่ง แต่ละพรรคมี ส.ส.ลดลงหรือเพิ่มขึ้นเท่าใด ดังนั้น การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีจะสะเด็ดน้ำหลังวันที่ 20 มกราคม

'หาดใหญ่โพล'เชื่อ'แม้ว'ร่วมตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 13 มกราคม สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เกี่ยวกับการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชน จำนวน 994 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 8-10 มกราคมที่ผ่านมา สรุปผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 50.9 เห็นด้วยกับกรณีที่ กกต.แจกใบเหลือง-ใบแดงว่าที่ ส.ส. มีเพียงร้อยละ 29.3 ที่เห็นว่า กกต.ไม่ยุติธรรม และร้อยละ 19.4 ไม่แสดงความคิดเห็น
ส่วนกรณีนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เปลี่ยนท่าทีไปจากเดิมไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนนั้น พบว่าประชาชนร้อยละ 39.1 มีความรู้สึกเบื่อการเมืองมีแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง รองลงมา มีความรู้สึกว่าการเมืองไทยไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ส่วนกรณีการแจกซีดีของผู้สมัครพรรคพลังประชาชน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 63.1 เชื่อว่าจะนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชน
เมื่อถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ชาวหาดใหญ่ร้อยละ 45.3 เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีส่วนร่วมในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ขณะที่ร้อยละ 36.2 ไม่เชื่อ และร้อยละ 18.5 ไม่แสดงความคิดเห็น ขณะที่ร้อยละ 62.5 ไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะวางเมืองทางการเมืองจริง

'หมอเลี้ยบ'นั่งนายกฯคะแนนนำ'สมัคร'

จากการสอบถามถึงผู้เหมาะกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า ร้อยละ 37.3 เห็นว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มีความเหมาะสมมากที่สุด รองลงมานายสมัคร สุนทรเวช ร้อยละ 32.1 และนายบรรหาร ศิลปอาชา ร้อยละ 30.6 นอกจากนี้ ร้อยละ 75.7 เห็นด้วยที่จะให้มีตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับดูแลการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนบุคคลที่เหมาะสมในตำแหน่งนี้ พบว่า นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน มีความเหมาะสมมากที่สุด ร้อยละ 49.9 รองลงมานายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ จากพรรคพลังประชาชน ร้อยละ 30.5 และนายนิกร จำนง จากพรรคชาติไทย ร้อยละ 19.6

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #84 เมื่อ: 14-01-2008, 03:58 »


จากมติชน

พปช. เหน็บ'สนธิ-สดศรี' กงกำกงเกวียนลังเลให้ใบแดง
วันที่ 13 มกราคม 2551 เวลา 18:18:59 น.

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวยืนยันถึงรายงานข่าวการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพลังประชาชน ว่ากระทรวงที่เกี่ยวกับการกำหนดยุทธศาสตร์หลักของประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง คือกระทรวงมหาดไทยและกลาโหม คนดูแลต้องเป็นคนของพรรคพลังประชาชนเท่านั้น โดยคาดว่า  การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีใกล้จะสะเด็ดน้ำ โดยหลังวันที่ 20 มกราคม จะได้ความชัดเจนขึ้น ซึ่งการเลือกตั้งซ่อมและเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ต่างๆ เสร็จสิ้นลงแล้ว เพราะเวลานั้นตัวเลขจำนวนส.ส.จะนิ่งว่า ส.ส.แต่ละพรรคจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นจำนวนเท่าใด

พ.ต.ท.กานต์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองร่วมเข้าชื่อเพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยกเลิกผลสอบสวนประกอบการพิจารณาให้ใบแดง ใบเหลือง ของชุดอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนชุดพิเศษ ที่มีพล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รอง ผบช..เป็นประธาน หลังพบข้อมูลชัดเจนว่า พล.ต.ต.ชัยยะ ถูกแต่งตั้งด้วยความไม่เป็นกลางโดยเป็นที่ประจักษ์ขัดต่อหลักกฎหมาย เพราะมีความสนิทสนมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถึงขั้นเรียกได้ว่า เป็นลูกบุญธรรม ดังนั้นผลสอบของทุกพรรคที่มาจากอนุกรรมการชุดดังกล่าวต้องยกเลิกทั้งหมดรวมถึงคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนด้วย เนื่องจากเป็นโมฆะ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถึงจะตั้งกรรมการสอบสวนใหม่ก็ไม่มีประโยชน์ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการยุบพรรคการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นง่ายมากเกินไป  ตอนนี้ทุกพรรคที่ผู้สมัครได้ใบแดงต่างก็ตกนั่งเดียวกัน โดยที่คนในพรรคไม่ได้รู้เห็นด้วยทั้งหมด ทั้งนี้ถ้าดำเนินการจริงจัง และให้เป็นธรรม กกต.ต้องสอบกรณีที่นายบุญมาก ศิริเนาวกุล อดีตส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ใบแดงเพราะซื้อเสียงด้วยว่ากรรมการบริหารพรรคเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นกรรมการบริหารพรรคก็มีส่วนรู้เห็นด้วยได้

พ.ต.ท.กานต์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี  มีหนังสือขอตัวบุตรสาวนางสดศรี สัตยธรรม กกต.มาช่วยราชการว่า โดยภาพรวมย่อมมีผลกระทบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว เพราะเป็นประเด็นที่ชวนให้ผู้สงสัยเรื่องความเป็นกลาง ตนถือว่า เรื่องนี้เป็นกงกรรม กงเกวียน ส่วนตัวก็ได้แต่เห็นใจและลำบากใจแทนนางสดศรี จะตัดสินให้ใบแดงพรรคพลังประชาชนก็ลำบาก เพราะลูกสาวถูกขอตัวไปช่วยงาน คมช.ส่วนพล.อ.สนธิ จะชี้แจงก็คงลำบากเพราะมีหนังสือขอเป็นลายลักษณ์อักษร แสดงว่าต้องพูดต้องสั่งกันได้ถึงขอลูกสาวมาทำงานได้ จะแก้ตัวอย่างไรสังคมก็คงไม่เชื่อ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #85 เมื่อ: 19-01-2008, 19:21 »



สถานการณ์การเมืองตอนนี้ เว็บบอร์ดต่างๆ ควรเก็บกระทู้ไว้ให้ดีครับ..

เพราะถ้าเรื่องไม่จบที่คุก ตัวแสบๆ แต่ละฝ่ายคงตะแบงกันไม่เลิก


นักการเมืองต้องเริ่มปัดกวาดบ้านตัวเอง

รัฐธรรมนูญ ไว้แก้ทีหลัง...ก็จะไม่มีใครปฏิวัติได้ง่ายๆอีก.

หากทักษิณคิดแทรกแซงศาล..อย่ากลับมา อย่าทำตัวเป็นข่าว..

ไม่เชื่อ บ้านเมืองก็วุ่นวาย..ลิ่วล้อก็ไม่ได้ยอมติดคุกแทน...


อยากจะฟันธงว่าทักษิณไม่กล้ากลับเข้าไทยครับ ฟันธง    

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #86 เมื่อ: 20-01-2008, 17:54 »



6 พรรคสลอนอ้างชอบธรรมตั้งรัฐบาล “หมัก” ฉุนถูกซักโหวตนายกฯ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000007684
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มกราคม 2551 15:28 น.
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 

 
 
 
  6 พรรคนั่งสลอนแถลงตั้งรัฐบาล 315 เสียง อ้างความชอบธรรม-สมานฉันท์-แก้วิกฤต “หมัก” ฉุนสื่อถามกวนใจเรื่องโหวตเป็นนายกฯ ตอกกวนประสาท ขณะที่ “เติ้ง” หลบลงรูปลาไหลผวา “ชูวิทย์” รอฉีกหน้ากลางวงส่ง “เสธ.หนั่น” รับหน้าแทน
       
       คลิกที่นี่ เพื่อฟังเสียง 6 พรรคฯ ร่วมแถลงข่าว
       
       วันนี้ (19 ม.ค.) ที่โรงแรมสุโขทัย เวลา 14.10 น. บรรดา แกนนำทั้ง 6 พรรคอันประกอบด้วย นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยในฐานะตัวแทนนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช และ นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย ร่วมกันแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว รวมทั้งมีสมาชิกพรรคคนสำคัญจากพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพรรคพลังประชาชนจนเต็มห้องแถลงข่าว
       
       โดยก่อนเริ่มแถลงข่าวตั้งรัฐบาล นายสมัครได้เป็นผู้ดำเนินรายการ ทำหน้าที่เป็นคนจัดสรรเวลาให้หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคได้แถลงคนละไม่เกิน 2 นาที และเรียงตามลำดับอาวุโส หลังจากเกริ่นนำด้วยการขอบคุณทุกฝ่าย โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ระบุว่าจัดการเลือกตั้งด้วยความเรียบร้อย แม้ว่าแต่ละพรรคจะได้ใบเหลืองใบแดง ซึ่งแต่ละพรรคต้องทำใจต้องว่ากันไปทีหลัง และมีการรับรองจนได้เสียง ส.ส.ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เปิดสภาได้
       
       นายสมัครยังกล่าวขอบคุณพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ทำให้การเมืองเดินไปได้ และทำให้เกิดรัฐบาล 315 เสียงซึ่งถือว่ามีความมั่นคงแข็งแรง
       
       จากนั้น นายเสนาะ กล่าวว่า การร่วมรัฐบาลเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า เนื่องจากบอบช้ำมามากพอแล้ว ส่วนรัฐบาลจะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค และเห็นว่าพรรคพลังประชาชนมีความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาล เพราะมีเสียงมากที่สุด ไม่ใช่มาบล็อกกัน
       
       พล.ต.สนั่น กล่าวเป็นคนต่อมาว่า มาในฐานะตัวแทนของหัวหน้าพรรคชาติไทย และเหตุผลในการร่วมรัฐบาลทางหัวหน้าพรรคก็ได้แถลงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้นการมาในวันนี้เพื่อยืนยันในการเข้าร่วมรัฐบาล
       
       พล.อ.เชษฐา กล่าวย้ำถึงความชอบธรรมที่พรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล เพราะได้รับการเลือกตั้งเข้มามากที่สุด ซึ่งพรรครวมใจไทยฯได้ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลมานานแล้ว
       
       นายสุวิทย์ ให้เหตุผลในเรื่องความสมานฉันท์ เพื่อแก้ปัญหาชาติให้เดินไปข้างหน้าและกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมแสดงความดีใจที่ได้รับเชิญเข้าร่วมรัฐบาล
       
       ส่วน นางอนงค์วรรณ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน และเห็นว่ามีความชอบธรรมที่จะตั้งรัฐบาล เพราะเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกเข้ามามากที่สุด
       
       จากนั้น นายสมัครได้แถลงอีกครั้งโดยตอบคำถามผู้สื่อข่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำถามเกี่ยวกับความมั่นใจที่จะได้รับการเสนอเป็นนายกฯในสภาหรือไม่ ซึ่งนายสมัคร ได้กล่าวแบบเก็บอารมณ์โกรธ โดยพยายามเลี่ยงตอบคำถาม และไม่ตอบโต้ผู้สื่อข่าว แต่เมื่อถูกถามย้ำหลายครั้งก็กล่าวว่า เป็นคำมั่นแล้วว่าทุกพรรคสนับสนุนหัวหน้าพรรคที่ได้รับเสียงมากที่สุดในการเป็นผู้นำรัฐบาล
       
       “จะไปถาม ถ้านั่นถ้านี่อะไรอีก เป็นคำถามที่ไม่สมควรถาม ผมไม่ตอบเดี๋ยวมีเรื่องอีก เป็นคำถามกวนประสาท” นายสมัคร กล่าวกับผู้สื่อข่าวตอนหนึ่ง อย่างไรก็ดี เขาตั้งความหวังว่ารัฐบาลผสม 6 พรรคจะอยู่ได้นานที่สุด มีการปรึกษาหารือกัน ถ้าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หลายหลายนินทากัน คงต้องมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ไม่ใช่ต่อไปแยกย้ายกันไป
       
       เป็นที่น่าสังเกตว่า นายบรรหารไม่ได้มาร่วมแถลงครั้งนี้อาจมาจากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ได้มาเช่าห้องของโรงแรมเพื่อรอแถลงข่าวในเวลา 15 .00 น. และประกาศว่าจะแฉ นายบรรหาร อีกรอบหลังจากบุกไปที่พรรคชาติไทยเปิดโปงมาแล้วเมื่อบ่ายวานนี้ (18 ม.ค.) โดยนำเมนูปลาไหลมารับประทานประชดด้วย
       
       นอกจากนี้ ระหว่างการแถลงข่าว นายสมัครยังได้กล่าวชม นพ.สุรพงษ์ ซึ่งในอดีตสมัยเหตุการณ์เดือนตุลาคมถือว่าอยู่คนละขั้วเป็นลักษณะขวากับซ้ายอย่างชัดเจน
       
       อ่านรายละเอียดคำแถลง
       
       นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน
       “ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานกับเราวันนี้ เมื่อตะกี้ผมได้แสดงความขอบพระคุณทุกท่านมาร่วมกับผมข้างในแล้ว อยากจะบอกแต่เพียงว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ดูเหมือนจะใช้ระยะเวลายาวนาน แต่ถ้าหากเราถือกฎกติกาซึ่งเรากำหนดขึ้นให้ทันสมัยกับชาวโลกเขา ก็คือ มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งนี่แหละครับ ก็เป็นกรรมการซึ่งผมเชื่อว่า ทุกคน ทุกฝ่าย พอใจที่จะมีท่านมากกว่าไม่มีเหมือนแต่ก่อน งานแบบนี้ถ้าเมื่อก่อนนี้ 3 วันก็ตั้งรัฐบาลกันแล้ว แล้วก็ไปฟ้องร้องศาลเอา แต่การที่ดำเนินการอย่างนี้ก็เหมือนกระบวนการที่ชาวโลกเขาทำกัน วันใดที่เลือกตั้งเสร็จ คณะกรรมการได้ทำหน้าทำตาให้ประเทศไทยไปแล้ว คือ การเลือกตั้งที่เรียบร้อย แล้วการจะมาตรวจ มาสอยกันนั้น
       
       ต้องขอเรียนว่า ทุกคนคงจะต้องทำใจ ใครโดนเข้าก็รู้สึกชอกช้ำ ใครไม่โดนก็สบายใจกันดี ทั้งหมดจะได้เห็นเลยครับว่า บางที บางจุด หัวหน้าพรรคแสดงอะไรไม่ได้เลย เพราะเกรงใจกรรมการ แต่ผู้ที่อยู่ท้องถิ่นหมื่นๆ ท่าน แสดงอะไรออกมา ผมก็เกรงใจกรรมการท่าน แต่อย่างพรรคชาติไทยท่านบอก ท่านประท้วงเองเลย ผู้ที่โดนใบแดงประท้วงเอง กางมุ้งท้วงเลย จะได้เห็นเลยว่าความรู้สึกคนที่โดนเป็นอย่างนั้น แต่เราก็กล้ำกลืนจนจบ เรียบร้อยนะครับ ขอขอบคุณคณะกรรมการเลือกตั้งที่ทำให้วิธีการได้เสร็จสิ้นตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็คือว่า ท่านประกาศเรียบร้อย 95 เปอร์เซ็นต์ วันจันทร์จะทำพิธีเปิด หลังจากนั้นจะเป็นพิธีเลือกประธาน เลือกนายกรัฐมนตรี
       
       การเจรจาความทั้งหมด ผมได้ขอบคุณ แล้วจะเล่าให้ฟังหน่อยว่า ทั้ง 2 พรรคที่แถลงสุดท้ายนั้น ที่เหตุผลของท่านบอกว่า เพื่อให้การเมืองไม่ไปตรงจุดอับ ได้มีที่หายใจกัน เดินหน้า และให้การเมืองเข้าสู่ปกติ ก็เป็นอันว่า การเมืองได้เริ่มต้น ก็ทั้ง 2 พรรคการเมืองได้ตัดสินใจ การตัดสินใจของพรรคการเมืองทั้ง 2 นั้นมีความหมายอย่างยิ่ง ที่จะทำให้คณะบริหารที่จะตั้งขึ้นมานั้น 315 เสียงนั้น โดยประมาณ มีความแข็งแรงพอที่จะมีอายุยืนยาวอยู่ ช่วยแก้ไขสถานการณ์ของบ้านเมือง รายละเอียดของความรู้สึกต่างๆ ที่ท่านได้รวมใจกันแล้ว บัดนี้ก็ 3 นาทีแล้ว ผมจะขอพูดเท่านี้ แล้วผมจะพูดเป็นคนสุดท้าย ขออนุญาตตรงนี้ อย่านับจำนวนสมาชิก นับอาวุโส ใครอายุมากได้พูดก่อน เชิญท่านหัวหน้าพรรคประชาราช
       
       นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช
       “ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ สื่อมวลชนที่รักทั้งหลาย ผมคิดว่าการเมืองของเราวันนี้ที่เรามานั่งบนนี้ ถือว่าเป็นผู้อาสาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วคุ้นหน้าคุ้นตา และผ่านการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองมายาวนาน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สำคัญอย่างยิ่ง บ้านเมืองวิกฤตมามากพอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มีจิตใจที่แน่วแน่ในฐานะที่เป็นผู้อาสา ในการจะมาดูแลบ้านเมือง ผมคิดว่า บ้านเมืองของเรานั้นถ้าหากว่าไม่ได้รับการแก้ไขโดยด่วน หรือถ้าแก้ไขไม่ถูกจุด บ้านเมืองเราไปไม่ได้ วิกฤตต่างๆ นั้นได้บีบคั้นประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราล้มลุกคุกคลานมาตั้งแต่ลอยค่าเงินบาท ตั้งแต่อะไรต่างๆ แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง เศรษฐกิจข้างหน้านั้น ผมคิดว่า คนที่มานั่งอยู่ข้างบนนี้ ซึ่งเป็นตัวแทนของนักการเมือง เป็นตัวแทนของ ถ้าจะพูดกับผมก็ เหมือนพี่ๆ น้องๆ ลูกหลาน ได้เข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
       
       หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การบริหารประเทศชาติบ้านเมืองนั้น จะอยู่นานหรือไม่นานนั้นอยู่ที่พวกเรา ถ้าพวกเรามุ่งมั่นแล้วมีจิตใจที่สะอาดหมดจด แล้วมีจิตใจที่จะดำเนินการตามที่เราได้อาสาเข้ามา ผมคิดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย และต้องขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่ได้ตัดสินใจในการทำอะไรให้มันถูกต้อง ตามกฎตามเกณฑ์ เกิดความชอบธรรม ในเมื่อเราประกาศการเลือกตั้ง มีการเลือกตั้งแล้ว ความชอบธรรมจะต้องเกิดขึ้นตรงนั้น พรรคไหนเป็นพรรคใหญ่ที่ประชาชนให้ความไว้วางใจมา เราจะต้องให้เกียรติ ไม่ใช่ว่าเราจะไปบล็อกนั่นบล็อกนี่ แล้วจะไปแบล็กนั่นแบล็กนี่ ผลที่สุดใครก็มาแบล็กไม่ได้ บล็อกไม่ได้ ประชาชน เพราะฉะนั้นผมขอพูดแค่นี้ ขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ทุกคน ในการจะมาร่วมงานกันครั้งนี้ครับ”
       
       พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย
       “ผมได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคชาติไทย ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ท่านได้มอบหมายให้ผมมาร่วมประชุม 6 พรรค ในการจะจัดตั้งรัฐบาล เหตุผลในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ผมเรียนว่า ท่านหัวหน้าพรรคได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. เหตุผลทั้งหลายก็ตามที่หัวหน้าพรรคชาติไทยได้ชี้แจง เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมมาร่วมเพื่อยืนยันว่า จะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย ขอบคุณครับ”
       
       พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
       “ผมและสมาชิกพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาทุกคน ยึดมั่นอย่างมั่นคงในเรื่องของความชอบธรรม ในเมื่อผลการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ความชอบธรรมจากพี่น้องประชาชนได้เทคะแนนเสียงให้กับพรรคพลังประชาชน ถึง 233 เสียง ในขณะนั้น เราต้องถือความชอบธรรมเป็นหลัก ถ้าเราไม่ยึดความชอบธรรมแล้ว ก็แสดงว่าเราเดินห่างออกจากระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมคิดว่าไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นไม่ว่าพรรคใดก็ตาม ผมขอยืนยัน ถ้าได้คะแนนเสียงสูงสุด พรรคนั้นจะต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเสียงก่อน ดังที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้ตัดสินใจ เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ หลักความชอบธรรม แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ความชอบธรรมต้องมาก่อน
       
       ประการต่อไป ผมคิดว่า อย่างที่ทุกท่านได้กล่าวมาแล้ว ขณะนี้บ้านเมืองกำลังวิกฤต เพราะฉะนั้นมีทางเดียวเท่านั้นที่จะต้องจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อจะมาแก้ปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง ทั้ง 3 ประการใหญ่ๆ ซึ่งทุกท่านทราบดี เพราะฉะนั้นเราจะรอเวลาอีกไม่ได้ นี่เป็นประการสำคัญประการที่ 2 ประการต่อไป ผมขอฝากไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านเลย ที่ท่านมีขีดความสามารถสูง ท่านเป็นคนดี และท่านเป็นผู้มีประสบการณ์ ขอร้องว่า ท่านจะต้องเข้ามาร่วมมือร่วมใจกับรัฐบาล เพื่อจะทำให้การแก้ปัญหาลุล่วงไปได้โดยง่าย มันจะได้เป็นความชอบธรรมว่าได้เกิดมาจากผู้ที่ได้กลั่นกรองกันมาอย่างดีแล้ว ผมอยากจะเห็นรัฐบาลในครั้งต่อไป จะต้องเป็นอย่างนั้นครับ ขอขอบคุณครับ”
       
       นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน
       “ได้แถลงไปแล้วนะครับว่า พรรคเพื่อแผ่นดินยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องการเห็น คือ ความสมานฉันท์ในบ้านเมือง การเมืองที่กลับมาสู่เสถียรภาพที่ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม การเมือง และบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจของเราให้เดินหน้าต่อไปได้ ถ้าการเมืองมีเสถียรภาพอย่างที่ท่านหัวหน้าสมัครพูด พวกเราร่วมมือกันทำงานคำนึงถึงประเทศชาติ และประชาชนแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งเรากำลังได้รับผลกระทบจากทั้งภายนอก และสุญญากาศการเมืองในช่วง 2 -3 เดือนที่ผ่านมา ผมมีความเชื่อมั่นว่าความสมานสามัคคีของพวกเราทุกคนจะทำให้การเมืองของเราเดินหน้าไปได้ด้วยความราบรื่น และทำให้ประเทศชาติของเรากลับคืนสู่สภาวะปกติ และนำเอาความสุขกลับมาให้พี่น่องประชาชน เพราะฉะนั้นตรงมีเป็นความปราถนา และความตั้งใจของพรรคเพื่อแผ่นดินในการตัดสินเข้าร่วมรัฐบาล 6 พรรคในคราวนี้”
       
       นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย
       “กราบเรียนหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ท่านตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่บนเวทีนี้ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ตลอดจนสื่อมวลชนที่รักทุกคน ในนามของพรรคมัชฌิมาธิปไตย ดิฉันมีความภูมิใจที่ได้มาสนับสนุนพรรคพลังประชาชนในวันนี้ นักการเมืองทุกท่านมีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะทำอะไรก็ตามให้ตอบสนองความต้องการ และการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนในประเทศไทย เช่นเดียวกันพรรคการเมืองทุกพรรคก็ย่อมที่จะต้องการแก้ปัญหา และทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และมีความสุข ดังนี้สิ่งที่ประชาชนได้รอคอยนั้นคือมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นความชอบธรรมเป็นอย่างยิ่งที่แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นพรรคการเมืองที่นิยมชื่นชอบของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทย ดังนั้นพรรคมัชฌิมาธิปไตยจึงภูมิใจที่มีส่วนสนับสนุนให้พรรคพลังประชาชน ดำเนินกิจการตามความต้องการของประชาชน โดยการมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ และมัชฌิมาธิปไตยของเรามีสโลแกนอยู่ว่า"สร้างความสุขด้วยเศรษฐกิจพอเพียง" จึงคิดว่ารัฐบาลซึ่งมาจากความต้องการของประชาชน และความนิยมของประชาชนส่วนใหญ่คงจะสร้างความสุขให้กับคนไทยทุกคนด้วยเช่นกัน”
       
       นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน แถลงตอนท้ายอีกครั้ง
       “เมื่อกี้เรียนท่านที่เคารพว่าผมได้คุยกันเมื่อตะกี้นี้ ที่นั่งในห้องก็ได้เรียนทั้งหมดมานั่งร่วมกันขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมกันที่ทำให้การเมืองมันพ้นจากทางตัน แล้วเรียนสั้นๆ ว่าขอความร่วมมือเพราะเหตุว่าเมื่อรวมกันอย่างนี้ได้แล้ว มันได้ถึง 315 เมื่อรวมกันได้ขนาดนี้ ไม่ควรจะใช้ตัวเลขนี้ คือ อยู่กันพักๆ หนึ่งแล้วแตกแยกกันไปเพื่อไปเลือกตั้งกันใหม่ ขอร้องท่านว่า 315 ควรจะเป็นรัฐบาลที่มีความแข็งแรง การจัดสรรที่นั่งต่างๆ นั้น ยังไม่ได้ทำกันเลยยังไม่มีความต่อรองกันเลย แต่วิธีการของเรา คือ ว่าเมื่อพร้อมใจกันวันนี้รวมใจกันก่อน แล้วก็เปิดสภาฯ แล้วก็เลือกประธานฯ เลือกนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้ว จะมีคณะกรรมการของพรรคพลังประชาชน เพื่อเตรียมเจรจากันทุกพรรค คือ เจรจากันจนทุกคนพอใจได้ทำงานที่อยากได้ทำ เข้าที่เข้าทางเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงจะนำความขึ้นกราบบังคมทูล ทั้งหมด นี้ เข้าใจว่าเมื่อเลือกกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต่างฝ่าย ต่างช่วยกันทำงาน
       
       งานต่อไปข้างหน้า คือว่า ทุกคนจะใช้ประสบการณ์ที่มี จะไปคัดเลือกผู้คนที่สามารถจะช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ผมเรียนทุกท่านแล้วว่าบ้านเมืองก็เสียเวลาไปเยอะ ถ้าตรงนี้เราได้พร้อมใจกันช่วยกันแก้ไข สักพักหนึ่งตั้งแต่ 4 หรือ 3 หรือ 2 หรือ 1สุดแท้แต่ สุดท้ายหลังจากนั้นแล้วก็ ถ้าเห็นพร้อมเพรียงกันแล้วก็จะได้ปรึกษาหารือกันว่าจะตกแต่งแก้ไขสิ่งที่เราควรจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร แล้วจึงค่อยมาเลือกตั้งกันอีกที ตอนนี้ถือว่ามีวิกฤติการณ์สถานการณ์สงบก็มาช่วยกันแก้ไขสถานการณ์จะใช้เวลายาวนานที่สุดเท่าที่จะช่วยกันแก้ไขได้ ขอร้องไว้เท่านั้นเอง ไม่มีการเจรจาอะไรกันลึกลับกันมากไป แล้วก็ไม่มีอะไรอย่างไรอื่น หวังใจว่าทั้งหมดที่มารวมกันอยู่ได้นี้จะช่วยทำให้สถานการณ์การเมืองแก้ไขปัญหา เรา 6 หัว แล้ว และต่างฝ่ายต่างมีประสบการณ์มา และต่างฝ่ายต่างจะหาผู้คนที่จะช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง วิกฤติการณ์ข้างหน้ายังมีอยู่ครับ แต่เมื่อไรตั้งรัฐบาลเสร็จ ผมเชื่อว่าทุกอย่างคงได้ออกเดินหน้ากันต่อไป”
       
 
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #87 เมื่อ: 20-01-2008, 17:56 »



“พลังแม้ว” ส่ง 3 แกนนำถกจัดโผ ครม.- คาดนายกฯ ควบกลาโหม
 http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000007753
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 มกราคม 2551 10:03 น.
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 
สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพปช.

 
 
 
  “พลังแม้ว” ส่ง “เลี้ยบ-ยุทธ-น้องเขยแม้ว” ถกจัดโผ ครม. คาดนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ขณะเดียว กันคาด “มิ่งขวัญ” นั่งพาณิชย์
       
       วันนี้ (20 ม.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการเตรียมการจัดคณะรัฐมนตรีระหว่างพรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งทั้ง 6 พรรคว่า ในส่วนของพรรคพลังประชาชนนั้น ตั้งตัวแทน 3 คนเพื่อเป็นผู้เจรจาความในการจัดคณะรัฐมนตรีแล้ว คือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นายยงยุทธ ติยะไพรัช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
       
       อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ผังการจัดคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ว่า ผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่นี้อาจต้องเข้าควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย ส่วนการวางตัวบุคคลของพรรคพลังประชาชนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ด้านเศรษฐกิจนั้น คาดว่านายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อาจเข้ามารับหน้าที่ดูแลกระทรวงพาณิชย์ด้วยเช่นกัน
       
       ด้านบรรยากาศการรับหนังสือรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.เป็นไปอย่างเงียบเหงา หลังจาก กกต.ได้มีมติรับรอง ส.ส.เพิ่มเติมอีก 29 คน โดยวานนี้ (19 ม.ค.) มี ส.ส.เดินทางมารับหนังสือรับรองแล้ว จำนวน 16 ราย ขณะที่เหลือ ส.ส.อีกเพียง 13 ราย ที่ยังไม่ได้เดินทางมารับหนังสือ
       
       ขณะที่มีรายงานว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน จะเดินทางมารับหนังสือในวันนี้ด้วย สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เดินทางมารับหนังสือรับรอง ส.ส.จะมีเวลาจนถึงวันพรุ่งนี้ช่วงเช้า เพื่อเปิดประชุมสภาในช่วงบ่าย
 
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #88 เมื่อ: 21-01-2008, 13:33 »

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2550#.E0.B8.AA.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.8A.E0.B8.B4.E0.B8.81.E0.B8.AA.E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.9C.E0.B8.B9.E0.B9.89.E0.B9.81.E0.B8.97.E0.B8.99.E0.B8.A3.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.8E.E0.B8.A3.E0.B9.81.E0.B8.9A.E0.B8.9A.E0.B8.AA.E0.B8.B1.E0.B8.94.E0.B8.AA.E0.B9.88.E0.B8.A7.E0.B8.99

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2550 เป็นการเลือกตั้งทั่วไปที่กำหนดให้มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550[1] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 480 คน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 400 คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนจำนวน 80 คน

มีการกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขต และนอกเขตวันที่ 15-16 ธันวาคม พ.ศ. 2550 โดยต้องไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดได้ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม - 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ส่วนเลือกตั้งในเขตไม่ต้องลงทะเบียน แต่ไปใช้สิทธิได้

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #89 เมื่อ: 29-01-2008, 17:21 »




กกต.รับรอง ส.ส.ครบ 480 คนแล้ว ถกยุบมัชฌิมาฯ สัปดาห์นี้
 http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000011778
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มกราคม 2551 13:08 น.
 
 
 
นายสุเมธ อุปนิสากร 
 
 
       กกต.รับรอง ส.ส.เพิ่มอีก 3 คน จนครบทั้งสภา 480 คนแล้ว ขณะเดียวกัน “มัชฌิมาฯ” ลุ้นระทึกเตรียมเข้าสู่การพิจารณาหาข้อสรุปเรื่องยุบพรรคในสัปดาห์นี้ ขณะที่ชาติไทยคิวต่อไป “สุเมธ” สำทับชี้ขาดจะดูเรื่องข้อกฎหมายเป็นหลัก ส่วน “สดศรี” ไม่หวั่นรัฐบาลนอมินีแทรกแซง
       
       วันนี้ (29 ม.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวภายหลังการประชุม กกต.ว่า กกต.มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ปราจีนบุรีที่ นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ว่าที่ ส.ส.พรรคมัชฌิมาธิปไตยได้รับการเลือกตั้ง โดย กกต.จังหวัดปราจีนบุรี ระบุว่าได้รับแจ้งจากผู้ร้องคัดค้านขอถอนคำคัดค้านเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่สุจริต และเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชัยนาทที่ นางพรทิวา นาคาศัย ว่าที่ ส.ส.มัชฌิมาธิปไตย และนายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้ง เนื่องจาก กกต.ชัยนาทมีมติยกคำร้องเรื่องร้องคัดค้าน เพราะเป็นการร้องซ้ำในประเด็นเดิม ดังนั้น เมื่อไม่มีเรื่องร้องเรียน กกต.จึงมีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของว่าที่ ส.ส.ทั้ง 3 คน ใน 2 เขตเลือกตั้ง ทำให้ขณะนี้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ครบ 480 คนแล้ว
       
       นายสุทธิพล ยังกล่าวถึงการพิจารณาเสนอยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย ที่กรรมการบริหารพรรคถูก กกต.สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งว่า กกต.สามารถใช้ดุลพินิจตามกรอบของกฎหมายได้ เพราะกฎหมายเปิดช่องเอาไว้ ซึ่ง กกต.ก็จะยึดหลักนิติธรรมและความเป็นธรรมเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ตนได้รับบันทึกของด้านกิจการพรรคการเมือง กกต.ที่นำเสนอความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกิจการพรรคการเมือง กกต. เกี่ยวกับเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยตนกำลังตรวจสอบอยู่และจะนำเสนอประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองต่อไป
       
       ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนสำนวนทุจริตเลือกตั้ง จ.เชียงราย ทางอนุกรรมการสอบสวนที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน ยังไม่ได้สรุปสำนวนเสนอ กกต. คาดว่าอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการโดยล่าสุดคณะอนุฯ ได้สอบปากคำพยานฝ่ายผู้ร้องคัดค้านครบหมดแล้ว แต่ยังสอบปากคำพยานฝ่ายนายยงยุทธไม่ครบ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายผู้ถูกร้องพยายามยื้อเวลาออกไปเรื่อยๆ นั้น เรื่องนี้ถือว่าเป็นดุลพินิจของคณะอนุฯ ว่าจะทำอย่างไร แต่หากการสืบสวนล่าช้าจริงๆ ก็ต้องปรึกษากับ กกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
       
       เลขาธิการ กกต.ยังยืนยันด้วยว่า แม้พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาลและ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม กกต.ก็ไม่มีปัญหาในการทำงานแต่อย่างใด เพราะกกต.ยึดหลักการทำงานด้วยความเป็นอิสระ เช่นที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้งก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ กกต.ว่า กกต.กลัวคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แต่ กกต.ก็ฝ่าฟันมาจนได้ และตอนนี้ประเทศเรากลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว กกต.จะทำงานตามเดิม คือการยึดความเป็นอิสระและกรอบกติกาของกฎหมาย ซึ่ง กกต.คงไม่สามารถทำให้ทุกฝ่ายพอใจได้ และ กกต.คงต้องถูกตำหนิเช่นกัน เพราะ กกต.อยู่ตรงกลางและไม่สามารถทำให้ทุกฝ่ายพอใจได้ทั้งหมด
       
       ด้าน นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ส.ส.ที่สังกัดพรรคดังกล่าวก็สามารถย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ได้ภายใน 90 วัน แต่ทั้งนี้เรื่องการยุบพรรคไม่ใช่ว่าจะสามารถทำกันได้ง่ายๆ ต้องมีเหตุผลประกอบที่เพียงพอ ส่วนกรณีที่ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย จะทำหนังสือขอให้ กกต.พิจารณาเรื่องยุบพรรคโดยยึดหลักรัฐศาสตร์มากกว่านิติศาสตร์ กกต.ก็พร้อมจะรับฟัง แต่ตามหลักการแล้ว กกต.ก็ต้องพิจารณาโดยยึดกฎหมายเป็นหลัก
       
       ส่วน นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการพิจารณากรณียุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย ว่า กกต.ยังไม่ได้นำทั้ง 2 เรื่องมารวมกัน โดยกรณีพรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ผ่านการพิจารณาคณะกรรมการที่ปรึกษา ด้านกิจการพรรคการเมืองแล้วว่า การที่กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่การยุบพรรค ตามมาตรา 103 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ซึ่งเป็นเรื่องที่ กกต.ต้องนำมาพิจารณาต่อไป คาดว่าจะสามารถพิจารณาได้ภายในสัปดาห์นี้
       
       ส่วนจะสามารถนำกรณีของพรรคมัชฌิมาธิปไตยมาเทียบเคียงเพื่อดำเนินการกับพรรคชาติไทยได้หรือไม่นั้นก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าสามารถเทียบเคียงกันได้หรือไม่ หากได้ก็คงไม่จำเป็นต้องนำเรื่องพรรคชาติไทยไปสู่การพิจารณาคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกิจการพรรคการเมืองอีก
       
       “กกต.เรายังไม่ได้พูดกันเลยสำหรับกรณีพรรคชาติไทย จริงๆ แล้ว เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ กกต. 5 คน ว่า กรณีพรรคชาติไทยมีข้อเท็จจริงเหมือนกับกรณีพรรคมัชฌิมาธิปไตยหรือไม่ ซึ่งผู้ที่ถูกสั่งเพิกถอนสิทธิก็คือกรรมการบริหารของพรรคชาติไทย เพราะฉะนั้น หากกรณีทั้ง 2 มีความคล้ายคลึงกัน อาจจะไม่ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกิจการพรรคการเมือง”
       
       ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาสถานภาพการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ว่าคาดว่าจะสามารถสรุปเรื่องสถานภาพของนายประชัยได้เร็วกว่าการสรุปเรื่องการยุบพรรค เพราะว่าการพิจารณาเรื่องยุบพรรค กกต.ต้องพิจารณาให้ดีก่อน เนื่องจากต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป โดยคาดว่าเรื่องสถานภาพนายประชัยจะสามารถนำเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ได้ภายใน 1-2 วันนี้
       
       นางสดศรี ยังกล่าวถึงกรณีพรรคชาติไทยจะมีหนังสือขอให้ กกต.พิจารณาเรื่องการยุบพรรคโดยยึดหลักรัฐศาสตร์มากว่านิติศาสตร์ว่า หลักนิติศาสตร์คือเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ ที่ กกต.ดูอยู่ ส่วนหลักรัฐศาสตร์นี้ หากเป็นหลักรัฐศาสตร์เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแล้ว กกต.คงไม่ต้องนำมาวินิจฉัย แต่หากเป็นหลักรัฐศาสตร์เพื่อประเทศชาติ ก็คงอาจต้องนำมาวินิจฉัย
       
       นางสดศรี ยังมั่นใจว่ารัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และกลุ่มอำนาจใหม่จะไม่เข้าแทรกแซงการทำงานของ กกต. และไม่อยากรู้สึกวิตกจริตไปก่อน ทั้งนี้ คิดว่านายสมัครเป็นนักการเมืองเก่า มีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ มาก คงไม่มายุ่งกับการทำงานของ กกต. รวมทั้งก่อนหน้านี้ก็เคยประกาศว่ารัฐบาลจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำงานของ กกต. และกกต.ไม่กลัวการเช็กบิล เพราะการที่เราเป็นข้าราชการที่เกษียณอายุแล้ว การที่จะกลับไปอยู่บ้านโดยที่ไม่เป็น กกต.ก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนระยะยาว
       
       /0110
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #90 เมื่อ: 29-01-2008, 17:35 »




“เติ้ง” ตบะแตก! กร้าวฟ้องแพ่ง-อาญา “ชูวิทย์” ร้อยล้าน
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000011612
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มกราคม 2551 01:54 น.
 
 

   
 
 
   
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย
 

 
 
“บรรหาร” ตบะแตก กร้าวฟ้องหมิ่นฯ “ชูวิทย์” เรียกค่าเสียหาย 100 ล้าน พร้อมพ่วงฟ้องอาญาฐานให้ร้าย มั่นใจหลักฐานจากเทปวีดีโอมัดแน่น ยัน “เติ้ง” ฟ้องร้องเป็นการส่วนตัว-ไม่ได้ทำในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทย
       
       วานนี้ (28 ม.ค.) นายเกษม สรศักดิ์เกษม ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทยในการกล่าวโจมตีพรรคในช่วงที่ผ่านมาว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้สั่งการแล้วว่า จะมีการดำเนินการฟ้องนายชูวิทย์เป็นการส่วนตัว ทั้งในความผิดทางแพ่ง และอาญา โดยความผิดทางแพ่งจะฟ้องร้องนายชูวิทย์ ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยจะเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท
       
       “ส่วนความผิดอาญาในถ้อยคำฐานหมิ่นประมาทนั้น จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลอาญาให้มีการดำเนินคดีจนถึงที่สุด สำหรับถ้อยคำความผิดของนายชูวิทย์ ที่จะมัดตัวในทางคดี คือ การแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา บริเวณหน้าพรรคชาติไทย ที่ได้นำรูปนายบรรหาร มาประกอบการแถลงข่าวนั้น ถือเป็นการใช้ถ้อยคำให้ร้าย และหมิ่นประมาท ซึ่งมีความผิด และมีหลักฐานชัดเจน” นายเกษม กล่าว
       
       นายเกษม กล่าวต่อว่า เรื่องนี้นายบรรหาร เสียหายเป็นการส่วนตัว และไม่ได้ฟ้องในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง สำหรับการแถลงข่าวที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 28 ม.ค.นี้นั้น ต้องดูถ้อยคำความผิดด้วยว่ามีคำกล่าวร้าย หรือให้ร้ายมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นจะต้องมีการนำเทปมาเปิดดูอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีต่อนายชูวิทย์ จนถึงที่สุด

 
 
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #91 เมื่อ: 29-01-2008, 17:43 »



เปิดนโยบายรัฐบาล “หมัก 1”
 http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000011587
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มกราคม 2551 06:05 น.
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 
นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และว่าที่นายกรัฐมนตรี

 
 
 
  เปิดโผนโยบายรัฐบาล “หมัก 1” เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและเอกชน พร้อมยืนยันจะทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชน เพื่อรับฟังปัญหาและผลักดันการทำงานร่วมกัน อีกทั้งจะสร้างเสถียรภาพความปรองดอง และความมั่นคงของประเทศ และทางในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
       
       รายงานข่าวจากแกนนำพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า นโยบายรัฐบาลผสม 6 พรรค โดยใช้นโยบายพรรคพลังประชาชนเป็นหลักนั้น เบื้องต้นคณะทำงานด้านนโยบายฯให้รายละเอียดเบื้องต้นของร่างนโยบายรัฐบาลสมัคร 1 ดังนี้
       
       นโยบายรัฐบาลในภาพรวม
       
       รัฐบาลมีแนวนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินโดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยครอบคลุม ถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
       
       โดยเจตนารมณ์ยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่น จะสร้างเสถียรภาพ สร้างความปรองดองและความมั่นคงของประเทศ และทางในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประเทศเพิ่มความเข้มแข็งในทุกภาคส่วน รวมถึงการพัฒนาภาคสังคม และการเมืองของประเทศ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคน
       
       โดยกำหนดเป้าหมายและทิศทางของการพัฒนาให้สอดคล้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการพัฒนาและการบริหารประเทศ รัฐบาล ดังนี้
       
       1.สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ให้เป็นวาระแห่งชาติ
       
       2.กระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มทุนหมุนเวียน เตรียมความพร้อม รองรับการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชน โดยใช้มาตรการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายขยายโอกาสให้แก่ประชาชน โดย
       - การเร่งรัดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีผลต่อรายได้ของประชาชน
       - ส่งเสริมการจัดตั้งฟาร์มโคที่มีคุณภาพ พร้อมสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตโคคุณภาพ โคล้านตัว วัวแสนฟาร์ม
       - ยกเลิกมาตรการกันเงินทุนสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย สร้างความมั่นใจและส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเร่งกระตุ้นภาวการณ์ลงทุนในระบบเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง
       - พักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรรายย่อยเป็นเวลา 3 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้สร้างรายได้ใหม่
       - จัดสรรงบ เอส เอ็ม แอล หมู่บ้านขนาดเล็ก 3 แสนบาท หมู่บ้านขนาดกลาง 5 แสน บาท และหมู่บ้านขนาดใหญ่ 7 แสนบาท
       - ประกาศปีท่องเที่ยวไทย ประทับใจไทยแลนด์ ประกาศให้ปี 2551-2552 เป็นปีการท่องเที่ยวไทย เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยว จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อนำรายได้จากการท่องเที่ยวมากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มนักท่องเที่ยวจาก 14 ล้านคน เป็น 20 ล้านคน
       - บริหารการคลังอย่างมีเสถียรภาพ เรื่องการรักษาวินัยการคลัง การจัดทำแผนบริหารทรัพย์สินและหนี้สาธารณะ
       - เร่งพัฒนาและฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินให้สามารถทำหน้าที่เกื้อกูลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจได้ตามปกติ
       - ส่งเสริมการพัฒนาและต่อยอดภายใต้แนวทาง “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2” ภายใต้การส่งเสริมให้เกิดกลไกทางการตลาดของสินค้า
       - ส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ลงทุน
       - ปรับปรุงระบบภาษีให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ
       - สนับสนุนการใช้หลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล
       - รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท
       
       3.เร่งผลักดันให้เริ่มดำเนินการลงทุนภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มทุนหมุนเวียน เตรียมความพร้อม วางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชน โดยการอัดฉีดเงินลงทุนหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจ ในโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของการค้าการลงทุน
       - วางโครงข่ายคมนาคม และระบบขนส่งสินค้าครบวงจร (โลจิสติกส์) เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและการเดินทางที่รวดเร็ว ปลอดภัย
       - การส่งเสริมให้เกิดโครงข่ายคมนาคมทางรถไฟ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง และขยายรางให้ได้มาตรฐานเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน
       - พัฒนากองเรือพาณิชย์นาวี เพื่อเพิ่มศักยภาพ อำนวยความสะดวก รวดเร็วและลดต้นทุนค่าขนส่งขนส่งสินค้าทางทะเล ของไทย
       - การส่งเสริมการสร้างถนนเพื่อการขนส่งสินค้าทางการเกษตร เชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน และตำบล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรมายังตลาดหรือแหล่งรับซื้อ
       - ปรับสร้างระบบโครงข่ายรถไฟฟ้าเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร
       
       4.นโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนา ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทนจากธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดความสมดุลกับสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ อันก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบ โดย
       - การสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานแบบผสมผสาน ปรับสัดส่วนการใช้พลังงานในการขนส่ง จากน้ำมัน เป็นก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นทรัพยากรภายในประเทศอันเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศอย่างจริงจัง เพื่อลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และมลภาวะอากาศ อันเป็นการส่งเสริมให้เกิดสุขภาพที่ดีของประชาชน และเป็นการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมุ่งส่งเสริมการขยายสถานีบริการแก๊สให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวแก่ประชาชน
       - การส่งเสริมการใช้พลังงานแสงแดด (โซลาร์เซลล์ ) พลังงานลม ทดแทนการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง
       - การส่งเสริมการปลูกอ้อย และมันสำปะหลัง ทั้งเพื่อเป็นอาหาร และเพื่อเป็นการผลิตเอทานอล ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการขยายการตั้งโรงงานผลิตเอธานอล ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งยังส่งเสริมการปลูกพืชชนิดอื่นเพื่อผลิตพลังงานไบโอดีเซล เช่น ปาล์มน้ำมัน สบู่ดำ ข้าวฟ่างหวาน ข้าวโพด ไม้โตเร็ว รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานจากชีวมวลอื่น เช่น แกลบ เป็นต้น
       - ส่งเสริมการจัดหาและการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเร่งสำรวจพัฒนา และจัดหาแหล่งพลังงานทดแทน รวมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแนวใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน
       
       5.การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างยุทธศาสตร์การแสวงหาองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ชีวิต โดยการปฏิรูประบบการศึกษา หลักสูตรการศึกษา เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ โดย
       - ปฏิรูปการเรียนรู้ โดยยึดหลักผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักการเรียนรู้ด้วยตนเองและหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต เน้นพลังความคิดสร้างสรรค์ การสร้างนิสัยรักการอ่าน การจัดให้มีห้องสมุด ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน และสื่อการเรียนรู้ประเภทต่างๆ อย่างทั่วถึง
       - ให้โอกาสการเรียนรู้แก่นักเรียน เรียนฟรี อย่างมีคุณภาพ มีงานทำระหว่างเรียน ให้นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เรียนฟรี
       - โครงการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เรียนก่อนผ่อนทีหลัง ให้นักเรียนนักศึกษา มีเงินยืมเรียน ในระดับการศึกษาที่สูงกว่าขั้นพื้นฐาน สานต่อโครงการเงินกู้ยืมเรียนที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นกับเยาวชน จากการหารายได้ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชน
       - พัฒนาครูของชาติ สรรหาบุคคลากรที่มีศักยภาพ (ครูช้างเผือก) เพื่อรองรับยุทธศาสตร์การศึกษาของชาติ ตลอดจนนวัตกรรมการศึกษาจากในและนอกระบบการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน
       - ส่งเสริมวิชาชีพครูให้มีศักดิ์ศรี เป็นที่ยอมรับนับถือ และไว้วางใจจากสาธารณชนรวมทั้งพัฒนาและผลิตครูที่มีคุณภาพและคุณธรรม
       - ปรับโครงสร้างหนี้สินครู และบุคคลากรทางการศึกษา ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปรับโครงสร้างหนี้สินครู และบุคคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง
       - สนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งความรู้ ข่าวสารข้อมูล และสร้างรายได้ เพื่อแสวงหาความรู้ในการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน และการทำงาน เพื่อให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น
       - โครงการสื่อการศึกษา “ครูเสมือนจริง” ในพื้นที่ที่ขาดแคลนครู โดย พัฒนาสื่อการศึกษาทั้งระบบ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้สูงขึ้นโดยการสร้างสื่อการศึกษาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ยากให้ผู้เรียนเข้าใจง่าย กระจายผ่านสื่อที่มีประสิทธิภาพ
       - ขยายอุทยานการเรียนรู้ในรูปแบบ “ห้องสมุดมีชีวิต - TK Park” ให้ทั่วถึง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้ทั่วถึงทุกภูมิภาค
       - การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ “อัจฉริยะสร้างได้” เปิดโอกาสให้ประชาชนค้นหาความถนัดของตนเอง และพัฒนาศักยภาพในทักษะด้านนั้น
       - วิทยาลัยชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพจังหวัด พัฒนาวิทยาลัยชุมชนให้เป็นองค์กรถ่ายทอดองค์ความรู้ตามศักยภาพจังหวัดแก่ OTOP และ SMEs ในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
       - จัดให้มีโครงการมหาวิทยาลัยวิจัย ขยายขีดความสามารถของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ให้เป็นสถาบันหลัก ในการศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพ ของทรัพยากรพื้นที่ของแต่ละจังหวัด
       - โรงเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนา เพิ่มโรงเรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนา ทั่วทุกภูมิภาค
       
       6.รัฐบาลมีแนวทางบริหารเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก มีนโยบายที่จะพัฒนาการเมืองของประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถปกครองตนเอง และพิทักษ์สิทธิของตนได้ รวมทั้งจะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความโปร่งใส และขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นในการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้บริการประชาชน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม และเอื้อต่อการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจน โดยจะยึดปฏิบัติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
       
       7.ด้านการบริหารราชการ โดยจัดระบบงบประมาณของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ให้สอดคล้องและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกับการพัฒนาของประเทศ และมีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการใช้งบประมาณของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม จังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงการปรับปรุงระเบียบและกฎหมายด้านงบประมาณให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวและแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ให้มีระบบควบคุมตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส

 
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #92 เมื่อ: 31-01-2008, 01:19 »




กกต.ชี้ช่องสอบคุณสมบัติ “หมัก” เดิมพันเก้าอี้นายกฯ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000012486
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 มกราคม 2551 19:31 น.
 
 
   
ประพันธ์ นัยโกวิท กกต.
 
 
       “ประพันธ์” ชี้ช่อง ยื่นสอบคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งนายกฯของ “สมัคร” ก่อนส่งศาล รธน.ชี้ขาด พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบคดียุบพรรค มฌ-ชท.ใช้มาตรฐานเดียวกัน พร้อมระบุกรณี 111 อดีต กก.บห.ที่ถูกตัดสิทธิ์ ยุ่งเกี่ยวจัดโผ ครม.ถือเป็นการดำเนินการที่เข้าข่ายผิด กม.
       
       
       วันนี้ (30 ม.ค.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการการเลือกตั้ง กล่าวภายหลังการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาความเห็นของคณะกรรมการด้านกิจการพรรคการเมือง ที่เสนอความเห็นด้านกฎหมายกรณีกรรมการบริหารพรรคมัชฌิมาธิปไตย และ พรรคชาติไทย ถูกสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายตามที่ พ.ร.บ.เลือกตั้ง มาตรา 103 กำหนด และ กกต.ควรเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และหาก กกต.จะไม่เสนอเรื่องก็ต้องมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ว่า กรณีดังกล่าวไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงต่อการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งเป็นโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่ง กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อกฎหมายกำหนดในลักษณะดังกล่าว จึงมีมติให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ มีหน้าที่รวบรวมหลักฐาน รวมทั้งให้สอบพยานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ว่า พรรคเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร เพราะในการชั้นการพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคของ กกต.มีเพียงหลักฐานว่าหัวคะแนนไปกระทำการและมีความเชื่อมโยงถึงผู้สมัครเท่านั้น
       
       ทั้งนี้ คณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ประกอบด้วย นายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธานคณะกรมการ พล.ต.อ.มีชัย นุกูลกิจ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ และ นายธนิศร์ ศรีประเทศ เป็นกรรมการ ซึ่ง กกต.ไม่กำหนดเวลาในการสอบแต่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
       
       เมื่อถามว่า ก่อนเลือกตั้ง พรรคการเมืองได้ทำหนังสือแจ้ง ให้ผู้สมัครทุกคนไม่ทำผิดกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ความผิดมาถึงพรรค นายประพันธ์ กล่าวว่า คงไม่มีผล เพราะทุกพรรคก็กระทำเช่นนี้ แต่พรรคจะเกี่ยวหรือไม่ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง กรณีนี้ก็เหมือนการออกประกาศของห้างสรรพสินค้าที่ระบุว่า หากรถหายในลานจอดรถเขาจะไม่รับผิดชอบ แต่ถามว่าหากเกิดเหตุดังกล่าวจริง ห้างสรรพสินค้าก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ซึ่งเรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งตาม มาตรา 103(2) ก็เขียนว่าหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรค มีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยก็ให้ถือว่าพรรคนั้นมีส่วนในการกระทำ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ เป็นเหตุให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการเรื่องยุบพรรค โดยกฎหมายก็เขียนแค่ กรรมการบริหารพรรค ไม่ได้เขียนว่าคณะกรรมการบริหารทั้งหมด ดังนั้นการกระทำของคนเพียงคนเดียวก็เข้าข่ายตามมาตรานี้
       
       “การจะยุบหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะดูว่าพฤติกรรมและความร้ายแรงที่เกิดขึ้น พรรคต้องเข้ามารับผิดชอบหรือไม่ ดังนั้น ตอนนี้จึงไม่อยากให้ทั้ง 2 พรรคตีโพยตีพาย ว่า เรามีธงมีเป้าอะไร เพราะกรณีแบบนี้ต่างจากกรณีจ้างพรรคเล็กลงสมัครเลือกตั้งของพรรคไทยรักไทยในอดีต ซึ่งหากไปดูในคำวินิจฉัยจะเห็นชัดถึงพฤติกรรมที่กระทำเป็นภาพกว้างว่าทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ แต่หากกรณีนี้ไม่ชัดว่าพรรครู้เห็นศาลก็คงวินิจฉัยไปอีกทาง แต่หากพบหลักฐานเช่นมีการโอนเงินจากพรรคไปให้กรรมการบริหารพรรคคนนั้น อย่างนี้ก็ถือว่าชัดเจน”
       
       ส่วนกรณีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร หาก กกต.เสนอให้ศาลฎีกาพิจารณา และมีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธจริง ก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาความผิดที่เกี่ยวกับพรรคในทำนองเดียวกัน แต่ทั้งนี้การจะดำเนินการก็ต้องรอคำตัดสินของศาลฎีกาเสียก่อน
       
       อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการสอบสวนสำนวนดังกล่าวในการประชุม กกต.ก็ไม่ได้หารือกรณีที่นายยงยุทธ ต้องการให้นำซีดีแปดแผ่นที่เป็นหลักฐานการทุจริตส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานพิจารณา ส่วนตัวคิดว่าควรเป็น ดุพินิจของคณะอนุกรรมการที่มี นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธานมากกว่า
       
       นายประพันธ์ ยังกล่าวถึงกรณีการจัดตั้ง ครม.ที่มีข่าวว่าอดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คนเข้ามาเป็นผู้จัดโผ ว่า เรื่องเป็นนอมินี หรือตัวแทนเชิด กกต.ก็มีการตั้งอนุกรรมการสืบสวนอยู่ เมื่อมีข้อมูลลักษณะนี้เกิดขึ้นอนุกรรมการอาจจะนำเรื่องไปประกอบการพิจารณาด้วย แต่ที่เป็นปัญหาคือเมื่อมีการพูดแล้ว พอ กกต.ขอข้อมูลไปหรือขอให้มาเป็นพยาน คนเหล่านั้นก็กลับบอกว่าไม่เกี่ยวเหมือนช่วงก่อนเลือกตั้งที่ปรากฏว่า มีนักการเมืองระดับหัวหน้าพรรคคนหนึ่งออกมาพุดว่ามีการซื้อตัว ส.ส.สูงถึง 40 ล้านบาท กกต.ก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปขอข้อมูลเขากลับบอกว่า เป็นเรื่องที่พูดต่อๆ กันมา ดังนั้น ที่ปรากฏข่าวในขณะนี้ ว่า อดีตกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ จัดเลี้ยงและเชิญ ส.ส.ไปคุยเพื่อจัดโผนั้น ก็ต้องมีข้อมูลหรือมีหลักฐานที่ชัดเจนมากกว่านี้ โดยอาจจะต้องหาคนที่ไปร่วมงานเลี้ยง มายืนยันว่า ให้คนนั้นคนนี้ไปดำรงตำแหน่งใน ครม.หากมีหลักฐานขนาดนี้จึงจะถือว่าอดีตกรรมการบริหารพรรคคนนั้นกระทำการในหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค และเข้าข่ายผิดตามาตรา 97 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง
       
       เมื่อถามว่า นายยงยุทธ จะตั้งสภาภาคประชาชน และดึงอดีตกรรมการบริหารพรรคมาเข้าร่วม นายประพันธ์กล่าวว่า ก็ต้องดูว่การเข้ามาช่วยงานการเมืองเป็นลักษณะงานของกรรมการบริหารพรรคที่ระบุไว้ในข้อบังคับพรรคหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ที่ กกต. ตีความว่า ห้ามอดีตกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัสิทธิขึ้นเวทีปราศรัย ก็เพราะเราเห็นว่าการปราศรัยเป็นการรณรงค์หาเสียง ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค แต่หากเขาไปทำการในลักษณะให้ความรู้ทางวิชาการ ก็มองว่าสามารถทำได้ หรือการไปเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของรัฐมนตรี โดยที่ไม่มีชื่อเป็นทางการก็ทำได้
       
       นายประพันธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้จะเสนอยื่นให้ตีความคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช เนื่องจากก่อนหน้านี้ต้องคำพิพากษาจำคุก ว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรค สาม ประกอบ มาตรา 91 และ 92 ที่ระบุเกี่ยวกับความสิ้นสุดลงของการเป็นรัฐมนตรีกำหนดให้ กกต.เป็นผู้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้น หากมีผูมายื่นเรื่องกรณีดังกล่าว กกต.ก็ต้องตั้งคณะอนุกรรมกรขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะเสนอศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
       
       ด้าน นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.กล่าวภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาความเห็นของสำนักกฎหมายและคดี กกต.กรณีที่ นายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น ขอให้ตรวจสอบกรณี กกต.คนหนึ่งไม่คืนสำนวนทุจริตเลือกตั้งที่จ.เชียงรายจนทำให้สำนวนรั่ว โดยสำนักกฎหมายและคดีเสนอความเห็นว่าเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณา เพราะนายวีระก็ได้ยื่นผ่านช่องทางดังกล่าว แต่ในส่วนของข้อเท็จจริงกกต.ก็อยากให้มีความกระจ่างว่าสำนวนมีการรั่วจริงหรือไม่ จึงมีมติให้เลขาธิการ กกต.ไปดำเนินการ
       
       ดังนั้น ตนจึงจะตั้งคณะทำงานขึ้นมามีผู้ตรวจการกกต.เป็นประธาน และตัวแทนสำนักกฎหมายเป็นกรรมการ โดยจะสอบย้อนกลับไปว่าต้นตอของข่าวมาจากไหน และจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง รวมถึง พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผบ.ตร.สันติบาล และการสอบถามจากกกต.ทั้ง 5 คน และตนที่เข้าร่วมประชุมในวันที่สันติบาลนำสำนวนดังกล่าวมาชี้แจง อย่างไรก็ตาม การรั่วไหลของสำนวนไม่จำเป็นจะต้องเกิดจากการที่มีกกต.คนหนึ่งไม่คืนเอกสาร เพราะโดนข้อเท็จจริงแล้วถ้ามองย้อนกลับไปแล้ว สำนวนทุจริตจังหวัดเชียงรายมีอยู่ทั้งที่กกต.จ.เชียงรายบางส่วน กกต.กลาง และในมือของสันติบาล ซึ่งการสอบสวนไม่ได้กำหนดระยะเวลาแต่จะทำให้เสร็จโดยเร็ว
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #93 เมื่อ: 31-01-2008, 17:58 »



โผ ครม.หมัก 1 ลงตัว ส่งตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว
 http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000012929
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2551 16:16 น.
 
 
 
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพปช. 
 
 
       “เลขาธิการ พปช.” ยัน ครม.สมัคร 1 ทั้ง 35 ตำแหน่งลงตัวแล้ว พร้อมส่งรายชื่อให้เลขาธิการ ครม.ตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ขณะที่แกนนำพรรคร่วมนัดหารือร่างนโยบายพรุ่งนี้
       
       วันนี้ (31 ม.ค.) ที่พรรคพลังประชาชน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน พร้อมด้วยนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้ง ครม.สมัคร 1 โดย นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การรวบรวมรายชื่อผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ทั้งในส่วนของพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรค คือ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ครบทุกกระทรวง 35 ตำแหน่ง โดยรายชื่อบุคคลจากพรรคต่างๆ ที่จะเสนอให้เป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคต่างๆ ที่ได้ส่งรายชื่อให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดยนายสมัครได้พิจารณาบุคคลที่จะมาทำหน้าที่บริหารกระทรวงต่างๆ เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับได้เรียกนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม.มาพบเพื่อนำรายชื่อของผู้ที่ได้รับการเสนอจากพรรคต่างๆให้เป็นรัฐมนตรีไปตรวจสอบคุณสมบัติก่อนที่จะทูลเกล้าฯ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน
       
       นพ.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า 3 พรรคการเมืองที่แถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2550 นั้นมีความลงตัวและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ สำหรับการพิจารณาคัดเลือกบุคคลมาเป็นรัฐมนตรีนั้นยอมรับว่านายสมัครได้หารือกับแกนนำพรรคบางคนด้วย สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติของ ครม.ทั้งคณะรวมถึงนายกฯ ด้วยนั้น นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติทั้งหมดให้ครบถ้วนเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และมั่นใจว่ารายชื่อทั้งหมดจะมีคุณสมบัติครบถ้วนไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนรายชื่อครม.ที่สื่อมวลชนนำเสนอนั้นถูกต้องหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า รายชื่อ ครม.ที่สื่อนำเสนอไปนั้น ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ตนมีอยู่ เป็นความเห็นของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดข้อมูลบางคนบางด้าน ไม่ใช่ทั้งหมด น่าจะมาจากแหล่งข่าวที่อยากให้บุคคลที่ตัวเองสนับสนุนได้เป็นข่าวและได้เป็นรัฐมนตรี วันนี้รายชื่อ ครม.ที่สื่อมวลชนนำเสนอไปนั้นจึงเห็นได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ไม่ขอบอกว่าตรงกับสิ่งที่ตนมีอยู่เท่าใด นอกจากนี้ ในวันที่ 1 ก.พ.นั้น แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดจะนัดประชุมร่วมกันเพื่อหารือถึงร่างนโยบายรัฐบาลที่โรงแรมสุโขทัย ในเวลา 10.00 น. โดยในส่วนของพรรคพลังประชาชนนำโดยตน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค และนายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน
       
       ด้าน นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ได้เดินทางมามอบมติกรรมการบริหารพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่เสนอผู้ที่เหมาะสมไปดำรงตำแหน่งในการบริหารราชการ โดยเป็นมติพรรคที่เคยยื่นและให้ข้อตกลงในการประกาศร่วมจัดรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2550 แล้ว ซึ่งพรรครวมใจไทยฯ ได้รับการมอบหมายให้ดูแล รมว.พลังงาน และรมช.คลัง สำหรับการมายื่นหนังสือต่อนายสมัครวันนี้นั้น พรรคได้ระบุบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรีด้วย แต่หากเปิดเผยรายชื่อบุคคลดังกล่าวก่อนที่จะมีการทูลเกล้าฯจะเป็นการไม่เหมาะสม ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชาชนขอแลกกระทรวงพลังงานจากพรรครวมใจไทยฯ กับกระทรวงสาธารณสุขนั้น เป็นสาเหตุของการมาแถลงข่าวในวันนี้เพื่อไม่ให้เกิดการยื้อหรือต่อรองใช่หรือไม่ นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เรื่องยื้อคงไม่มี เพราะเรื่องนี้คุยกันมานานแล้วตั้งแต่ช่วงแรกของการหารือเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว

 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #94 เมื่อ: 31-01-2008, 17:59 »



“มีชัย” แหยงสันดาน “หมัก” เตือนสื่อระวังตั้งคำถาม
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2551 16:02 น.
 
 
   
มีชัย ฤชุพันธ์ ปธ.สภานิติบัญญัติฯ
 
 
       “ปธ.สนช.” งดวิจารณ์ “ครม.หมัก” เพื่อนร่วมรุ่น เตือนสื่อระวังตั้งคำถาม ชี้นิสัยนายกฯ ไม่เคยเปลี่ยน แนะสังคมจับตาจะถูกใครเชิดหรือไม่ ติง กม.เจ็ดชั่วโคตรตึงเกินไป แต่ไม่เป็นอุปสรรค์ต่อการจัด ครม.เพราะยังไม่มีผลบังคับใช้
       
       วันนี้ (31 ม.ค.) ผู้บริหารระดับสูงของรัฐสภา นำโดย นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนางสุวิมล ภูมิสิงหราช เลขาธิการวุฒิสภา เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสครบวันเกิด 69 ปี ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
       
       ภายหลังการอวยพร นายมีชัยให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองภายหลังนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีว่า ชีวิตคนเราอยู่ได้ต้องมีความหวัง ต้องหวังในทางดี อย่าหวังในทางร้าย เมื่อ 2-3 วันก่อนได้อ่านหนังสือชื่อ “เดอะ ซีเคร็ท” หรือความลับในการดำเนินชีวิต สิ่งที่คิดว่าจะมีพลัง หากคิดดีจะได้พลังที่ดีออกมา แต่ถ้าคิดไม่ดี พลังที่ไม่ดีจะออกมา เป็นไปตามที่เราคิด ต้องรอดูรัฐบาลไปก่อน อย่าไปคาดการณ์ในทางร้าย เพราะจะไม่ดีต่อทั้งสองฝ่าย คือคนที่คาดการณ์ก็มีทุกข์ คนที่ถูกคาดการณ์ก็หมดกำลังใจ ดังนั้น คงไม่ต้องไปแนะนำอะไรรัฐบาลใหม่ รัฐบาลก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ตนอยู่มามานาแล้วรู้ดีว่าไม่ควรแนะนำใคร
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลชุดนี้อาจถูกแทรกแซงได้ง่าย นายมีชัย กล่าวว่า ต้องรอดู แต่การที่มีคนเป็นห่วงรัฐบาลอย่างนี้จะเป็นการบอกรัฐบาลไปในตัว เรื่องนี้ต้องให้โอกาสซึ่งกันและกัน เมื่อถามว่าการที่นายสมัครประกาศจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศ เป็นภารกิจแรกจะทำให้เป็นปัญหากับรัฐบาลหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ปกติสามารถกลับได้อยู่แล้ว และเชื่อว่าเรื่องนี้คงไม่มีการไปแทรกแซงองค์กรอิสระอย่างที่คิดกัน เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้องค์กรอิสระ ปลอดจากการเมืองเพื่อให้สามารถทำงานได้เต็มที่ ใครจะไปทำอะไรไม่ได้
       
       เมื่อถามว่ามีการมองว่านายสมัครขัดคุณสมบัติของนายกฯ เพราะเคยเป็น ส.ว.มาก่อน นายมีชัย กล่าวว่า มองไม่ได้ และตนมองเรื่องนี้ไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจวินิจฉัย เราเป็นคนนอก เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง สนช.อย่าไปยุ่งกับ ส.ส.
       
       เมื่อถามว่า ประเด็นนี้จะกระทบต่อรัฐบาลในอนาคตหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ และเชื่อว่ายังไม่มีปัญหาอะไร ถ้าตราบใดยังเป็นความสงสัยก็สามารถเดินหน้าไป จะห้ามอะไรไม่ได้ และ สนช.ไม่น่าเป็นผู้ยื่นเรื่องให้ตีความคุณสมบัตินี้ ที่ สนช.อยู่เพื่อให้องค์ประกอบสภาครบ ถ้าไปได้ก็ไปกันตั้งแต่วันนี้แล้ว ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องของ ส.ส. ไม่เกี่ยวกับสนช.
       
       เมื่อถามว่าได้คุยกับนายสมัครในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 01 หลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ หรือยัง นายมีชัย กล่าว่า ไม่ได้คุย แต่ดีใจที่นิติศาสตร์รุ่นเดียวกันได้เป็นนายกฯ คนที่ 2 เมื่อถามว่าลักษณะของนายสมัครจะทำให้มีปัญหาในการทำงานหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า นายสมัครเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเปลี่ยน เป็นรูปแบบหนึ่งที่สร้างจนคนชอบและเลือกเข้ามาด้วยคะแนนท่วมท้น แสดงว่าสื่อกับประชาชนได้
       
       “ผมไม่ห่วงคุณสมัคร แต่ห่วงพวกคุณ ดังนั้นต่อไปนี้เวลาไปตั้งคำถามต้องคิดให้ดี คิดให้รอบคอบ” ส่วนภาพลักษณ์ของนายสมัครจะกระทบต่อความเชื่อมั่นจากต่างประเทศหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่นายสมัครต้องคิดเอาเอง
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคพลังประชาชนกังวลว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนตัว หรือที่เรียกว่ากฎหมายเอาผิดเจ็ดชั่วโคตรจะส่งผลกระทบต่อการตั้งรัฐบาล นายมีชัย กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้ยังไม่ได้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย เนื่องจากมีสนช.เข้าชื่อเสนอศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ เพราะเนื้อหาของกฎหมายมีความเกี่ยวโยงกับเครือญาติที่ไปไกลมากคนที่จะเป็นรัฐมนตรีต้องไปทำความเข้าใจกับเครือญาติว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกับระบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นลูกลุงป้า น้า อา ลูกเขย ลูกสะใภ้ ซึ่งทำให้ญาติที่สุจริตลำบากใจ ไม่รู้ว่าคนที่เป็นญาติของตนเองไปทำอะไรไว้ที่ไหน หรือไม่รู้ว่าญาติอยู่ตรงไหนบ้าง จะทำอะไรต้องระมัดระวัง กฎหมายนี้ไม่หยุมหยิม แต่ไปสร้างเงื่อนไขให้ไปเชื่อมโยงคนหมู่มาก ดังนั้นอะไรที่ตึงหรือหย่อนเกินไปก็มีพิษมีภัย ต้องดูด้วยความเหมาะสม
       
       นายมีชัย กล่าวว่า ส่วนกฎหมาย ป.ป.ช.จะครอบคลุมเฉพาะสามี ภรรยาและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่กฎหมายเจ็ดชั่วโคตรนี้รวมไปหมด ทั้งภรรยาที่จดหรือไม่จดทะเบียน เช่น หากมีญาติบางคนไปอ้างว่ามีญาติเป็นรัฐมนตรี รัฐมนตรีคนนั้นจะเข้าข่ายผิดกฎหมายนี้ทันที เมื่อถามว่าพรรคพลังประชาชนจะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน นายมีชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องทางการเมือง
       
       เมื่อถามว่าหลายฝ่ายเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ตั้ง ส.ส.ร.ชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณาแก้ไข นายมีชัย กล่าวว่า สามารถทำได้ เป็นเรื่องดี หากพบว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหา แต่ควรศึกษาปัญหาต่างๆ ให้รอบคอบทุกเรื่อง ไม่ใช่ว่าแก้ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพราะโยงกันหลายประเด็น และการศึกษาไม่ใช่ทำกันวันนี้พรุ่งนี้เสร็จ ต้องใช้เวลา ทั้งนี้ การศึกษารัฐธรรมนูญ โดยมีคณะบุคคลขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อทำการศึกษาให้รอบด้านทุกแง่ทุกมุม
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #95 เมื่อ: 01-02-2008, 16:36 »



"ธีรภัทร์" ฝาก รบ.ใหม่บริหารประเทศในกรอบ ก.ม.- ให้ ปชช.จับตา
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กุมภาพันธ์ 2551 12:55 น.
 
 
       นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดใจในโอกาสที่จะพ้นจากตำแหน่ง ว่า ตนเข้ารับหน้าที่บริหารบ้านเมืองตลอด 17 เดือนที่ผ่านมา ให้ดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติทุกประการ ต่อนี้ไปเป็นเรื่องของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้าดำเนินการสานต่อเพื่อนำพาประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังฝากถึงรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ควรที่จะบริหารภายใต้กรอบกฎหมาย ยึดหลักยุติธรรม และไม่ควรที่จะเข้าไปแทรกแซงกระบวนการองค์กรอิสระและกระบวนการศาลยุติธรรมในการตรวจสอบเรื่องทุจริตต่างๆ
        อย่างไรก็ตาม นายธีรภัทร์ กล่าวว่า สำหรับรัฐบาลชุดใหม่เราควรที่จะให้โอกาสในการทำงานสักระยะหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นอาจจะเป็น 36 เดือน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ไว้ก่อนซึ่งถือเป็นมารยาท พร้อมทั้งฝากให้ประชาชนคอยติดตามและตรวจสอบขบวนการบริหารงานของรัฐบาลด้วย
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #96 เมื่อ: 11-02-2008, 16:19 »

รัฐบาลสมัคร 1 อยู่ได้อย่างน้อยหนึ่งปี ฟันธงครับ.

คาดว่าถ้ามีการปรับครม.ก็คงเท่าที่จำเป็น คนสองคน




ขอปิดกระทู้  ไปต่อกันที่กระทู้เหล่านี้ครับ แตกประเด็นไปแล้ว


ปํญหาภาคใต้ ปัญหาลับสมองสส.ปชป.และคนภาคใต้มากกว่าปัญหาอื่นๆเพราะมีคนไทยตายไปมาก « 1 2  ทั้งหมด »  ********Q********  191  1820    http://forum.serithai.net/index.php?topic=20718.0

ร้อยหกสิบกว่าเสียงของปชป.ในสภาผู้แทนล่าสุด กับพรรคหกสิบกว่าปี ทำอะไรต่อไปดีครับ. « 1 2  ทั้งหมด »  ********Q********  162  1130   วันนี้ เวลา 15:51
โดย ********Q********    http://forum.serithai.net/index.php?topic=21308.0
    ผมเชื่อกึ๋นทีมงานพลังประชาชนในภาพรวม มากกว่าประชาธิปัตย์ครับ แต่.......  ********Q********  84  1486   วันนี้ เวลา 15:46
โดย ********Q********    http://forum.serithai.net/index.php?topic=19962.0
    รัฐธรรมนูญ หมวดสอง มาตราสิบสี่ มีขอบเขตตามรัฐธรรมนูญ เนื้อหาเกี่ยวกับข้อห้าม  ********Q********  7  74   วันนี้ เวลา 15:39
โดย ********Q********    http://forum.serithai.net/index.php?topic=21568.0
    ภาษาการเมืองวันละคำ วันนี้ ขอเสนอ คำว่า......สมานฉันท์สร้างชาติ « 1 2 ... 6 7 »  ********Q********  600  6433   วันนี้ เวลา 15:28
โดย ********Q********    http://forum.serithai.net/index.php?topic=17723.0

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-02-2008, 16:25 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: