ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-07-2020, 06:28
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  วิเคราะห์สถานการณฺทางการเมืองช่วงสั้นๆรายสะดวก เลือกตั้ง50 ********Q******** 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
วิเคราะห์สถานการณฺทางการเมืองช่วงสั้นๆรายสะดวก เลือกตั้ง50 ********Q********  (อ่าน 7130 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« เมื่อ: 12-11-2007, 02:49 »


********Q********



 วันสองวันนี้พรรค มัชฌิมา และ รวมใจไทย เริ่มมาแรงขึ้นตามลำดับครับ

 จากกระแสตีกลับบางส่วน ของพลังประชาชน ซึ่งทำให้พลังประชาชนอ่อนแรงลง

 กลายเป็นพรรค รอป่วนชนทุกพรรคในการการเลือกตั้ง

 ส่วนพรรคปชป.ขึ้นกับกระแส ในเขตกรุงเทพฯ

 ซึ่งจะมีการเปิดตัวปราศรัยใหญ่ วันสองวันนี้ที่วงเวียนใหญ่ และสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น คาดว่ายังไม่มีอะไรหวือหวา เพราะรอกระแส.
.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-11-2007, 02:54 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

แอบอ่าน ซุ่มเงียบ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 249


stand, fight, live or die for what?


« ตอบ #1 เมื่อ: 12-11-2007, 09:40 »

เย็นวันนี้ ปชป จะมาปราศรัยใหญ่ ที่วงเวียนใหญ่ เดี๋ยวผมว่าจะแวะไปฟังสักหน่อย
ผมว่า ปชป ควรจะต้องนำเสนอ นโยบายให้เป็นรูปธรรมกว่านี้อีก ถ้าต้องการจะเบียดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง
ผมยังไม่เห็นนโยบายที่ปชปจะชูขึ้นมาเป็นจุดขายให้คนได้พูดถึงอย่างชื่นชมเลย อะไรๆก็วาระประชาชน ประชาชนมาก่อน
นโยบายที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรก็ยังไม่ได้ยิน  ทั้งๆที่สำคัญมากควรจะมีมาประโคมเป็นอันดับต้นๆ เพื่อขายให้คนเมืองได้พิจารณา
ไม่ใช่คิดว่า จะไม่ได้คะแนนจากเกษตรกรแล้วก็เลยไม่สนใจ  คนเมืองทั้งหลายก็ลูกหลานเกษตรกรทั้งนั้น

วันนี้ดูข่าวการรับสมัครผู้ลงเลือกตั้งแล้ว ผมว่า พรรคเพื่อแผ่นดิน เริ่มมาแรงขึ้นแล้วนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-11-2007, 09:41 โดย แอบอ่าน ซุ่มเงียบ » บันทึกการเข้า

IF YOU DON'T STAND FOR SOMETHING, YOU MIGHT FALL FOR ANYTHING.
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #2 เมื่อ: 12-11-2007, 11:53 »

ปชป ยังคงแค่หาเสียง นโยบายหาเสียง ฟังไปก็เท่านั้น
อยากรู้ว่าจริงๆ ถ้าได้บริหารประเทศ อะไรคือ ยุทธศาสตร์ของประเทศ
อะไรคือ กลยุทธ์ อ้ายประชานิยมนะ ก็รู้ว่าทุกพรรคมันต้องมี ไม่อย่างนั้น
ก็ไม่มีใครเลือก แต่ถ้าไม่ยอมบอกว่า ในความจริงจะบริหารประเทศไปทางไหน
มันก็ดูวังเวงจริงๆ


พรรคพลังประชาชน มันมีด้วยหรือ เห็นแต่พรรคเสพเมถุน
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 12-11-2007, 17:03 »



ยังไม่เห็นการสร้างสรรค์อะไร จากพรรคนอมินี?

คนจ่ายเงินคิดหัวแทบแตก

ยังหาวิธีทำอะไร ไม่ได้ เลือดไหลไม่หยุด..

เกมอาจจะกลับไปอยู่ที่ป่วนเพื่อล้มเลือกตั้งให้ได้

เสียดายทุกฝ่ายรู้ทัน สนุกแต่ไม่ปั่นป่วนตามไปด้วย


บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #4 เมื่อ: 12-11-2007, 18:10 »

ดูเหมือนว่า ทุกพรรคจะประสบปัญหาอย่างเดียวกัน นั่นคือไม่รู้จะเอาอะไรมาเป็นจุดขาย เพราะวิกฤติพลังงานที่กำลังรุนแรงมากยิ่งขึ้น ชี้ให้เห็นชัดว่าวิกฤติเศรษฐกิจกำลังจะตามมา

ใครที่คุยว่าจะทำให้เศรษฐกิจรุ่ง จีดีพีโต อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฟื่อง ต้องตายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะไม่มีใครทำได้ นอกจากจะทำโครงการปั่นหนี้ อัดเงินกู้เข้าไปในระบบ สร้างภาพหลอกชั่วคราว และจะตายหนักเข้าไปอีกในเวลาอันรวดเร็ว

ดังนั้นคงต้องพยายามสร้างกระแส รอโอกาศ และวัดดวงกันไป

อ้อ พวกที่ซื้อเสียง คราวนี้คงมีโอกาศเจ็บตัวกันไม่มากก็น้อย ลุงบังแกท่าทางเตรียมอะไรสนุกๆไว้ต้อนรับแล้ว 
บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #5 เมื่อ: 12-11-2007, 18:23 »

เมื่อคืนดูช่องเก้า ขุนพลอีสานของพรรคต่างๆ

มานำเสนอจุดขาย เท่าที่นั่งดูแล้วไม่มีอะไรใหม่ๆที่น่าสนใจเลย

เอาเรื่องเก่าๆมาพูดซ้ำๆ แถมมีบางพรรคยังเอาสคริปส์มาท่องเหมือนนกแก้วนกขุนทอง

ดูแล้วเซ็งจิตมากๆ สงสัยการเมืองเราคงยังต้องเวียนว่ายตายเกิด ผูกขาดใว้กับทางเลือกเดิมๆ
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 12-11-2007, 19:12 »

เละ
หลังเลือกตั้งยิ่งเละ
(รู้อยู่แก่ใจ แล้วจะเลือกตั้งไปทำไม? ในเมื่อเลือกไปอำนาจอธิปไตยก็ไม่ได้อยู่ในมือประชาชน)
บันทึกการเข้า

ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #7 เมื่อ: 12-11-2007, 19:25 »

แล้วถ้าการเลือกตั้งไม่มีตามที่กำหนดไว้ อะไรจะเกิดขึ้นบ้างล่ะ

รบกวนช่วยชี้แนะให้หน่อยนะคะ
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #8 เมื่อ: 12-11-2007, 20:36 »

เละ
หลังเลือกตั้งยิ่งเละ
(รู้อยู่แก่ใจ แล้วจะเลือกตั้งไปทำไม? ในเมื่อเลือกไปอำนาจอธิปไตยก็ไม่ได้อยู่ในมือประชาชน)
แล้วถ้าการเลือกตั้งไม่มีตามที่กำหนดไว้ อะไรจะเกิดขึ้นบ้างล่ะ

รบกวนช่วยชี้แนะให้หน่อยนะคะ




    น่านจิครับคุณดอกฟ้าฯ  พูดเข้าทีดีนะคุณ ผ่าทางตัน

บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 13-11-2007, 18:55 »


 



ต้องไปใช้สิทธิ์ กาเลือกตั้ง เพื่อรอ ถอดถอน ตัวจังไร
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 13-11-2007, 19:17 »

 


เท่าที่สังเกต พรรคเพื่อแผ่นดินไทย รวมใจไทย มัชฌิมา มีสส.และทีมงานใหม่เสริม ไหลเข้าไม่ขาดสาย โดยเฉพาะพรรคเพื่อแผ่นดินไทย

อาจคว่ำ คู่แข่ง ได้ไม่ยาก หากแรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่

ขณะที่ชาติไทย พปช.และปชป. ยังพยายามเน้น ฐานเสียงจัดตั้งดั้งเดิม

พปช.อาการถดถอยหนัก เพราะปัจจัยลบที่แก้ไขไม่ได้เลย เหมือนถูกคำสาบาน คำสาปแช่งจากเหตุการณ์ต่างๆในอดีต



หลายพรรคคงอยู่ในวิบากกรรม ควรก้มหน้ายอมร้บโดยดุษฎี
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 13-11-2007, 22:41 »


ดูโพลแล้ว พรรคใหญ่ใจสั่น อิอิ

http://dusitpoll.dusit.ac.th/2550/2550_054.html

1. ความนิยมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อพรรคการเมือง

 

อันดับที่
 
 กทม.
 ตจว.
 ภาพรวม
 
1
 พรรคพลังประชาชน
 30.77%
 38.74%
 38.58%
 
2
 พรรคประชาธิปัตย์
 46.15%
 28.29%
 32.29%
 
3
 พรรคชาติไทย
 8.28%
 11.12%
 10.27%
 
4
 พรรคมัชฌิมาธิปไตย
 6.59%
 11.54%
 9.39%
 
5
 พรรคเพื่อแผ่นดิน
 4.40%
 5.49%
 5.00%
 
6
 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
 2.20%
 2.75%
 2.71%
 
7
 พรรคประชาราช
 1.10%
 1.38%
 1.21%
 
*
 พรรคอื่น ๆ
 0.51%
 0.69%
 0.55%
 

 

 

 

2. สิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกส.ส. ระหว่าง “พรรคที่สังกัด” กับ “ตัวผู้สมัคร”

 

อันดับที่
 
 กทม.
 ตจว.
 ภาพรวม
 
1
 พรรคที่สังกัดและตัวผู้สมัคร
 56.78%
 38.83%
 43.79%
 
2
 ตัวผู้สมัคร
 14.30%
 41.15%
 33.74%
 
3
 พรรคที่สังกัด
 28.92%
 20.02%
 22.47%
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 14-11-2007, 17:33 »


 

ผมสงสัยแค่ว่าหลังเลือกตั้ง แมวเองคงงงเหมือนกัน

ไม่รู้จะทำไง? จะปล่อยเงินก้อนใหญ่ผ่านใคร?

สงสัยคงต้องผ่านตลาดหุ้น ให้เนี่ยนๆหน่อย

รมน.ปปง.หาคนกลต. ที่เที่ยงตรงหน่อยเช็คกันดู

นักธุรกิจรายใหญ่ทีฝักใฝ่การเมือง อย่าประมาทกกต.ชุดนี้ละกัน..

ไหนจะปปช. ปปง. อีก  ถ้าเกียร์ว่างอาจถูกฝ่ายต่างๆยิงตรง ไล่เบี้ยเช็คบิล

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 15-11-2007, 18:17 »


 



ขณะนี้เกมทางอีสานและเหนือ ยังอยู่ในห้วงจัดระเบียบ

แล้วก็กลัวใบแดง อาจมีการตีโต้ เช็คบิลทางใต้ด้วย

กกต.และ รมน. ทำงานประสานกันดีครับ


พรรคต่างๆยังไม่เห็นมุขใหม่

คาดว่าพรรคทางเลือกที่สาม ยังมีกระแสหนุนอยู่มาก ทั้งต่างจังหวัดและในกรุง..

บันทึกการเข้า

ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #14 เมื่อ: 15-11-2007, 20:23 »

ช่วย น้า Q + พี่จี** วิเคราะห์สถานการณฺทางการเมืองช่วงสั้นๆรายสะดวก เลือกตั้ง50 ฮะ

ขอย่อให้ดูง่าย... ในภาพรวม นะฮะ

ดูโพลแล้ว พรรคใหญ่ใจสั่น อิอิ
http://dusitpoll.dusit.ac.th/2550/2550_054.html
1. ความนิยมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อพรรคการเมือง

อันดับที่   ภาพรวม
 
1  พรรคพลังประชาชน          38.58%
2  พรรคประชาธิปัตย์            32.29%
3  พรรคชาติไทย                10.27%
4 พรรคมัชฌิมาธิปไตย           9.39%
5 พรรคเพื่อแผ่นดิน                5.00%
6 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา   2.71%
7  พรรคประชาราช               1.21%
 * พรรคอื่น ๆ                      0.55%
 


* MIX * กับข้อมูล พวกนักการเมือง ที่คาดหวัง  จากกระทู้ของพี่ จี *

เอาจากที่แต่ละพรรคประเมินตัวเอง มาเป็นตัวตั้งนะครับ

พลังประชาชน   250 เสียง
ประชาธิปัตย์    180 เสียง
มัชฌิมาธิปไตย 100 เสียง
เพื่อแผ่นดิน        60 เสียง
รวมใจไทยฯ       50 เสียง
ชาติไทย           30 เสียง

ถ้าเชื่อทุกพรรค ก็รวมกันได้ 670 เสียง
แต่จริงๆ มี สส. ได้แค่ 480 คน เท่านั้น



  
ผลการคำนวณ = A%*B  POLL ..ของ ดุสิต ( โดย น้องลูกหิน)
 


1  พรรคพลังประชาชน          38.58% =  185 (ยังไม่นับอุบัติเหตุทางการเมือง..อิอิ)
2  พรรคประชาธิปัตย์            32.29% =  154
3  พรรคชาติไทย                10.27% =    49
4 พรรคมัชฌิมาธิปไตย           9.39%  =   45
5 พรรคเพื่อแผ่นดิน                5.00%  =   24
6 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา   2.71%  =   13
7  พรรคประชาราช               1.21%  =     5
 * พรรคอื่น ๆ                      0.55%   =    2

POLL ERROR  (ขอไม่ใส่ ค่านัยยะสำคัญนะไว้ลุ้น)                   =    3



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2007, 20:29 โดย ลูกหินฮะ๛ » บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #15 เมื่อ: 15-11-2007, 20:47 »

 
ช่วย น้า Q + พี่จี** วิเคราะห์สถานการณฺทางการเมืองช่วงสั้นๆรายสะดวก เลือกตั้ง50 ฮะ
  ***** อันนี๊ กรุงเทพ มหานคร ฮะ ******  

  
ผลการคำนวณ กทม = A%*B  POLL ..ของ ดุสิต ( โดย น้องลูกหิน)
 


1  พรรคพลังประชาชน          30.77% =  11 (ยังไม่นับอุบัติเหตุทางการเมือง..อิอิ)
2  พรรคประชาธิปัตย์            46.15% =  16
3  พรรคชาติไทย                  8.28% =    2.9 (เกือบเป็น 3 คนไงฮะ)
4 พรรคมัชฌิมาธิปไตย           6.59%  =   2
5 พรรคเพื่อแผ่นดิน                4.40%  =   1.5 ( 1คน กะอีก ครึ่งคน)
6 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา   2.20%  =   .7 ( ลูกผี..ลูกคน )
7  พรรคประชาราช               1.10%  =    0 ( สู้ม่ายด๊ายสักคน)

POLL ERROR  (ขอไม่ใส่ ค่านัยยะสำคัญนะไว้ลุ้น)          =    2



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2007, 20:50 โดย ลูกหินฮะ๛ » บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 15-11-2007, 23:38 »

น่ามีโพล

พรรคพลังประชาชนจะเดินสะดุดเท้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่?

ผมว่าแนวโน้มความเป็นไปได้มากกว่า 60 %

โดยการกระทำของทางพรรคพลังประชาชนเอง

* ไม่แน่ใจว่า ทางแม้วตั้งใจหรือเปล่า..  Confused

 Cool
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 17-11-2007, 00:27 »




ขอบคุณท่านที่ร่วมพูดคุยกันในประเด็นกระทู้ครับ

การปราศรัยของพปช. ก็เป็นไปตามปกติ

เสียงในกทม. เดาใจยากครับ เพราะไม่เลือกข้างเหมือนเสียงต่างจังหวัด

เนื่องจากประชาชนในกทม. ส่วนใหญ่พึ่งตนเองได้ ไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของทุนการเมืองก็มี



การเลือกข้างจึงดูเป็นการโง่เขลา ของเบี้ยในกระดานการเมือง

อย่าลืมว่านักการเมืองเลือกข้างเพราะได้ผลประโยชน์ แต่พวกเบี้ยเสียทุกอย่าง

แลกกับความรู้สึกว่าตนเองมีอุดมการณ์มีพวกพ้องเท่านั้น..ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ นอกจากคอยถือหางกันอยู่ ปล่อยวางไม่ได้แม้ชั่วคราว
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 17-11-2007, 19:30 »




อีกประการหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ

หากเราจะเลือกยืนข้างประชาชน โดยยอมปรับตนเอง

เราจะเลือกข้างนักการเมืองได้เฉพาะการเลือกข้างแต่ละวาระเท่านั้น

เราคงจะเลือกอยู่ข้างนักการเมืองอีกไม่ได้..เมื่อประชาชนไม่ได้ผลงานที่พึงได้จากนักการเมืองคนใดก็ตาม
บันทึกการเข้า

นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #19 เมื่อ: 17-11-2007, 19:59 »

สำหรับความคิดของผม

คนกรุงเทพคงไม่เลือกสสเขตของพลังประชาชนแน่

แต่คนกรุงเทพจะให้คนอีสานเลือกสสเขตของพลังประชาชนแทน

เพราะคนกรุงเทพอยากได้หมักและเหลิมไปเป็นฝ่ายค้านจ่ะ
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 18-11-2007, 00:53 »

สำหรับความคิดของผม

คนกรุงเทพคงไม่เลือกสสเขตของพลังประชาชนแน่

แต่คนกรุงเทพจะให้คนอีสานเลือกสสเขตของพลังประชาชนแทน

เพราะคนกรุงเทพอยากได้หมักและเหลิมไปเป็นฝ่ายค้านจ่ะ

สส.ฝ่ายค้านก็ทำงานได้ครับ ค้านเป็นเรื่องๆ หาหลักฐานข้อมูลสนับสนุนครบถ้วน

ไม่ใช่เล่นแต่ประเด็น โดยเฉพาะจากกระดาษแผ่นเดียวก็ไม่ไหวเหมือนกัน
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 18-11-2007, 20:16 »




สำหรับเว็บใต้ดิน แหล่งส้องสุมพวกเต้าข่าวลือ

ให้แบนถาวรไปได้เลยก็ดี ประชาชนที่ต้องการข้อมูลจริงๆ จะได้ไม่เกิดอคติได้จากข่าวบิดเบือนเหล่านั้น

ต่อไปสมาคมสื่อ อาจจะต้องมีมาตรการลงโทษสื่อนอกรีตตามกฎหมายได้เหมือนกัน โดยเฉพาะตัวบุคคล
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 19-11-2007, 19:50 »


สมัครมีหรือไม่รู้ตัว ว่าตนเองคุมเสียงได้แค่ไหน?

ทักษิณมีหรือไม่รู้ว่าสมัคจะแพ้ ?



ที่ทักษิณคิดไม่ถึงคือ ไม่สามารถเป่านกหวีดจลาจลให้ดังขึ้นได้..

ทุกวันนี้ เขายังเชื่อว่าสส.อีสานซื้อได้ สส.ฝ่ายตรงข้ามตัวเบิ้มๆก็ซื้อได้ทางอ้อม

ที่เหลือบางรายก็ขึ้อิจฉา ขี้ใจอ่อนไม่เข้าเรื่อง เวลามีคนมาป้อยอ

คนมีอำนาจนานๆ มักเหลิงในอำนาจ จริงๆนะ ชวนคุยในใจ..



รู้กันมั้ย ทำไมทักษิณ เลือกหนีไปปักหลักในอังกฤษ..?

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-11-2007, 01:21 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 20-11-2007, 18:31 »

สมัครมีหรือไม่รู้ตัว ว่าตนเองคุมเสียงได้แค่ไหน?

ทักษิณมีหรือไม่รู้ว่าสมัคจะแพ้ ?



ที่ทักษิณคิดไม่ถึงคือ ไม่สามารถเป่านกหวีดจลาจลให้ดังขึ้นได้..

ทุกวันนี้ เขายังเชื่อว่าสส.อีสานซื้อได้ สส.ฝ่ายตรงข้ามตัวเบิ้มๆก็ซื้อได้ทางอ้อม

ที่เหลือบางรายก็ขึ้อิจฉา ขี้ใจอ่อนไม่เข้าเรื่อง เวลามีคนมาป้อยอ

คนมีอำนาจนานๆ มักเหลิงในอำนาจ จริงๆนะ ชวนคุยในใจ..



รู้กันมั้ย ทำไมทักษิณ เลือกหนีไปปักหลักในอังกฤษ..?



คำตอบคือ ทักษิณ คิดว่าเขาปลอดภัยที่สุดที่นั่น และสามารถทะยอยฟอกเงินได้

แสดงให้รู้ว่า เขายังไม่วางมือที่จะใช้เงินปั่นกระแสการเมืองในไทย

สังคมไทยต้องเรียนรู้ที่จะสร้างภูมิคุ้มกัน จากไว้รัสทางการเมืองรุ่นใหม่ๆ ซึ่งอาศัยผ่านจากลุ่มทุนมายังนักการเมืองภาคตัวแทนอีกทอดหนึ่ง
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 20-11-2007, 20:54 »


จากกระแสเทพมาร มาสู่วาระจลาจล

ดูท่าจะไปไม่ได้ไกล.....

ส่วนความฝันจะเป็นนายกฯ หาเสียงแน่นอนรองก้นให้ได้ถึงครึ่งก่อนเถอะ

กระทู้นี้ไม่ได้วิเคราะห์ตามกระแส

ถ้าดูความยั่งยืนในตำแหน่ง นายกฯของคนขอนแก่นมีภาษีดีกว่ารายอื่นๆมาก

การยอมรับ ก็เป็นไปได้สูงกว่ามาก การดันทุรัง จึงไม่จำเป็น

อย่างที่ทราบกันดี แต่ละพรรคจะได้ประมาณกี่เสียง?

ตัวแปรสำคัญ ยังอยู่ในภาคอีสาน ภาคเหนือ และกรุงเทพฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-11-2007, 21:09 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 21-11-2007, 20:19 »



ช่วงนี้เป็นช่วงสุกดิบ การเมืองกำลังปลดล็อค

พวกพยายามล็อค จะถึงทางตัน

ส่วนกตต.ดูพยายามเร่งมือมากขึ้นครับ


อืมมปัญหาภายในทุกชนิด ต้องช่วยกันผลักดันกระแสปฏิรูปต่อไปครับ..

ดังนั้น นักการเมือง พวกถือหางนักการเมืองจะเป็นทุกข์มากขึ้น...เพราะได้แต่โทษทุกอย่างที่ไม่ใช่ตัวเอง.
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 22-11-2007, 16:45 »




ไม่เห็นความสำหรับ พรรคใหญ่ครับ ใหญ่แบบหมูน้ำทั้งนั้น 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 23-11-2007, 15:29 »



การที่สุวิทย์ พลังแผ่นดิน และชาติไทย ตลอดจนตัวแปรหลักๆในการเลือกตั้ง แสดงอาการปลดล็อค

ทำให้ประชาธิปัตย์ ต้องหาทางเร่งตนเองในสนามกรุงเทพฯ

ขณะที่ต้องป้องกันพื้นที่ภาคใต้ให้ดี ในทางกลับกัน พลังประชาชนก็เช่นกัน
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 23-11-2007, 15:32 »



 

ยิ่งกกต. ตำรวจ ทหาร และข้าราชการ

พยายามเข้มงวดกับการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้อย่างเสมอภาค

ประชาชนและสังคมไทยยิ่งได้ประโยชน์
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: 24-11-2007, 02:09 »




สถานการณ์ตอนนี้ นักวิจารณ์การเมืองหน้าใหม่ๆจะไม่เข้าใจครับ

เพราะเป็นเกมทางการเมือง อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายอย่ายอมให้ชาติมีปัญหา

เพียงเพราะการต่อสู้ทางการเมือง ด้วยน้ำลายพิษ ไม่ว่าจะออกมาจากคนหน้าตาแบบไหนนะครับ

ถ้ามันเป็นพิษ มันก็เป็นพิษเสมอ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 25-11-2007, 17:09 »

 

กกต.จ้องฟัน “อ๋อย” จ้อหาเสียง “พลังแม้ว” ขู่ยุบพรรค

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000139692
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤศจิกายน 2550 14:01 น.
 
 
   
สุเมธ อุปนิสากร 
 
 
       “สุเมธ” ตั้งป้อมรับแผนท้าทาย “จาตุรนต์” เตรียมส่งเจ้าหน้าที่จับผิดกรณีเปิดปราศรัยเย็นนี้ ชี้ หากเข้าข่ายหาเสียงช่วยพรรคการเมือง โทษรุนแรงถึงขั้นยุบพรรค ยอมรับมีข้อมูลซื้อเสียงผ่านไปรษณีย์หัวละ 1,000 บาทแล้ว
       
       
       วันนี้ (25 พ.ย.) นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง 1 ในอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จะเปิดเวทีปราศรัยในช่วงเย็นวันนี้ ว่า เนื่องจากในตอนนี้ นายจาตุรนต์ ไม่ได้เป็นสมาชิกทางการเมืองใด จึงถือว่าการเปิดเวทีปราศรัยดังกล่าวน่าจะทำได้ หากเป็นความคิดเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่หากการปราศรัยมีเนื้อหาจูงใจ หรือช่วยพรรคการเมืองหาเสีย งจะถือว่ามีความผิด โดยในเบื้องต้นจะถือเป็นความผิดส่วนตัว แต่หากพรรคการเมืองนั้น มีส่วนรู้เห็นจะต้องได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรคได้
       
       อย่างไรก็ตาม ในการขึ้นเวทีปราศรัยของ นายจาตุรนต์ นั้น ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยทาง กกต.ยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลางที่สุด
       
       นายสุเมธ ยอมรับว่า ขณะนี้ทาง กกต.ได้รับรายงานจากองค์กรเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้ง ว่า พบการซื้อเสียงโดยการโอนเงินผ่านทางไปรษณีย์ให้แก่ชาวบ้านรายละ 1,000 บาท ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่ง กกต.ได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยหากพบว่าเป็นการกระทำผิด และมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ และผู้สมัครจะต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งนี้ หากพรรคการเมืองมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดดังกล่าว ก็จะได้รับโทษสุงสุดถึงขั้นยุบพรรคเช่นกัน
       
       นอกจากนี้ นายสุเมธ ยังกล่าวถึงความคืนหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหัวคะแนนพรรคพลังประชาชน ใน จ.นครราชสีมา ที่เตรียมแจกเงินให้กับชาวบ้านในพื้นที่ว่า ในวันอังคารหน้าจะมีการพิจารณาสืบสวนต่อไป
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: 26-11-2007, 19:31 »




แผ่นดินไทย เริ่มโดดเด่นขี้นตามลำดับ

ดูเหมือนทางโล่ง ของสุวิทย์ ขณะที่

สมัครและอภิสิทธิ์  ยังหาทางเอาชนะเด็ดขาดระหว่างกันในสนามเลือกตั้งไม่ได้.
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: 27-11-2007, 22:55 »

กกต.เตือน “ยุทธ” ปากพล่อย อาจเจอข้อหาปรปักษ์ฯ

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000140786
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤศจิกายน 2550 17:53 น.
 
 
  
สมชัย จึงประเสริฐ กกต.
 
 
       กกต.ไม่บ้าจี้ตาม “ยุทธ ตู้เย็น” เชื่อแค่อยากเป็นข่าว ไม่ได้ต้องการร้องเรียนจริงๆ เตือนระวังถูกกองทัพฟ้องกลับ ฐานป้ายสีมั่ว ชี้ การกล่าวหาหากกระทบต่อความมั่นคง อาจผิดฐานเป็นปรปักษ์ต่อการปกครองเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง
       
       วันนี้ (27 พ.ย.) นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กล่าวถึงกรณี พล.อ.สมเจตต์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จะขอหารือกับ กกต.กรณี นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ปราศรัยพาดพิงกองทัพ ว่า เข้าข่ายเป็นความผิดหรือไม่ ว่า เรื่องนี้จะนำเข้าที่ประชุมของคณะทำงาน เพื่อพิจารณาและติดตามข่าว เพราะมีการโต้กันไปมาผ่านทางโทรทัศน์ ซึ่งหาก พล.อ.สมเจตต์ ทำหนังสือขอหารือมา กกต.ก็ต้องตอบ แต่หากถามผ่านสื่อมาอย่างนี้ กกต.ไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะตามระเบียบของ กกต.นั้น กกต.มีหน้าที่ต้องตอบข้อหารือ แม้จะเป็นเรื่องในอนาคต กกต.ก็ต้องตอบให้ได้ ส่วนประเด็นที่ว่าเมื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กล่าวใส่ร้ายกองทัพ ที่ไม่ใช่การใส่ร้ายผู้สมัครด้วยกันเอง จะมีความผิดหรือไม่นั้น คิดว่าต้องแยกระหว่างคดีอาญากับความผิดกฎหมายเลือกตั้ง
       
       “กกต.จะควบคุมเรื่องกฎหมายเลือกตั้ง เช่น การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ควบคุมผู้สมัคร และควบคุมพรรคการเมือง แต่สำหรับกองทัพ หากไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่เป็นการพูดใส่ร้าย จูงใจ เพื่อหวังผลต่อคะแนนนิยม เรื่องพวกนี้จะมีโทษทางอาญา และจะต้องไปดำเนินคดีทางอาญา หากเป็นเรื่องทะเลาะกันก็เป็นเรื่องกฎหมายอาญาเท่านั้น”
       
       นายสมชัย ยังกล่าวด้วยว่า การที่ นายยงยุทธ กล่าวพาดพิงกองทัพ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นความผิดตามกฎหมายอาญามากกว่า แต่หากการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบกับพรรคการเมือง หรือเป็นการกระทำของพรรคการเมืองที่ไปกระทบต่อความมั่นคงและเป็นปรปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ก็อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
       
       ส่วนที่ นายยงยุทธ อ้างว่า การที่ทหารเข้ามาค้นโดยอ้างเรื่องความมั่นคงแต่ข้อเท็จจริงกลับเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง นายสมชัย กล่าวว่า กำลังคิดอยู่ ผู้สมัครก็โวยวายกันไปมา แต่ไม่มีการร้องเรียนมาที่ กกต.แสดงว่าก็ไม่อยากร้องเรียนจริง อย่างไรก็ตาม เราทุกคนต้องช่วยกันให้บ้านเมืองเดินหน้าไปด้วยดี ดีกว่า อะไรที่พออภัยให้กันได้ ก็อย่าเอามาเป็นประเด็น และมองว่ายังไม่จำเป็นต้องเรียกฝ่ายทหารมาชี้แจงในเรื่องนี้
       
       ด้าน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.กล่าวเรื่องเดียวกันว่า จะจริงหรือไม่ยังไม่ทราบ เพราะรู้แต่ข่าว คงไม่ต้องไปสอบถามทางทหาร เพราะช่วงนี้ไปไหนมาไหนก็อาจจะเห็นคนใส่เสื้อลายพรางเดินกันไปมา ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเห็นใจทหาร ก็ขอให้ทำใจที่จะถูกกล่าวหา และขอให้ทหารวางตัวเป็นกลาง
       
       เมื่อถามว่า การที่ทหารลงพื้นที่ครั้งนี้จะถือว่าเป็นไปตามแผนปฏิบัติการในเอกสารลับที่จะสกัดพรรคพลังประชาชนหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตนก็ยังไม่เห็นเอกสารลับ และเรื่องคณะกรรมการกำลังสอบสวน ต้องรอให้ได้ผลสอบก่อน

 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 27-11-2007, 22:57 »



กทม.ครองแชมป์ร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000140888
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤศจิกายน 2550 19:32 น.
 
 
  กกต.เผยรับเรื่องร้องทุจริต กทม.-นนท์-สุมทรปราการ ยังครองแชมป์ ขณะที่ซื้อเสียงผ่านธนาณัติทางไปรษณีย์ ที่หนองไผ่ เพชรบูรณ์ สอบแล้วยังไม่พบ ด้าน รองเลขาฯสืบสวน กกต.ระบุ ตำรวจโคราชคืนเงินของกลางค่าขนคนไปฟังปราศรัย ไม่กระทบต่อการวินิจฉัยเหลือง-แดง ของ กกต.
       
       วันนี้ (27 พ.ย.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงความคืบหน้าในการรับแจ้งเหตุทุจริตการเลือกตั้ง ว่า จากที่ก่อนหน้านี้ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ 75 เรื่อง ทางด้านกิจการสืบสวนสอบสวน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว ปรากฏว่า ในจำนวนนี้เป็นเหตุที่ไม่มีมูล 33 เรื่อง มีมูล 41 เรื่อง จึงได้มอบให้ กกต.จังหวัดรับดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง และรายงานผลให้ทราบโดยด่วน เพื่อพิจารณาว่าจะรับเป็นเรื่องคัดค้านเลือกตั้งหรือไม่
       
       ซึ่งขณะนี้เรื่องที่ กกต.รับเป็นเรื่องร้องคัดค้านมีอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.กรณีเอกสารลับของพรรคพลังประชาชน 2.กรณีจ่ายเงินค่าขนคนไปฟังปราศรัยหาเสียงที่ อ.พระทองคำ เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.นครราชสีมา และล่าสุด ที่เพิ่งได้รับรายงาน 3.กรณี นายนคร มาฉิม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ร้องเรียนผู้สมัครพรรคพลังประชาชน แจกถ้วยรางวัลกีฬาฟุตบอลพร้อมเงิน ซึ่งขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนเรื่องร้องเรียนระหว่างวันที่ 21-26 พ.ย.นี้ ปรากฏว่า มีเรื่องร้องเรียน 61 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นกรณีการแจกเงิน หรือให้ประโยชน์ตอบแทนมากที่สุด ถึง 36 เรื่อง ในขณะที่กลุ่ม 6 (กทม.นนทบุรี สมุทรปราการ) เป็นกลุ่มที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุดถึง 24 เรื่อง นอกจากนี้ ยังพบการทุจริตในรูปแบบต่างๆ เช่น การเก็บรวบรวมสำเนาบัตรประชาชน การวางตัวไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงในรายละเอียด และดำเนินการตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
       
       สำหรับกรณีที่องค์กรเอกชน ระบุว่า มีการซื้อเสียงผ่านธนาณัติทางไปรษณีย์ในพื้นที่ภาคเหนือนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่าเป็นการแจ้งว่ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นที่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งอำเภอใกล้เคียงก็ยังไม่พบว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า พฤติการณ์กระทำทุจริตที่มีการแจ้งเข้ามามีจำนวนน้อยลงเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา แต่ถ้าพิจารณาพฤติการณ์แล้วพบว่าแต่ละกรณีจะมีความซับซ้อนในการทำผิดมากขึ้น
       
       พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยังกล่าวถึงกรณีการลงไปสอบสวนเพิ่มเติมการเตรียมจ่ายเงินค่าขนคนมาฟังการปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา ว่า แม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้ดุลพินิจตามมาตรา 106 ของพ.ร.บ.เลือกตั้ง คืนของกลางให้กับผู้ถูกกล่าวหาไปแล้ว เพราะเห็นว่าคำให้การของนายตี๋ แซ่เหล็ก เจ้าของเงินที่ว่าเงินที่พบเตรียมไว้สำหรับจ่ายเป็นค่ารถเพื่อขนคนมาฟังปราศรัยไม่ผิดกฎหมาย ก็ไม่ได้ทำให้กระทบต่อการสืบสวนสอบสวน หรือการพิจารณาให้ใบเหลือง-ใบแดงของ กกต.เพราะตำรวจก็ได้มีการบันทึกผลการจับกุม และเหตุการณ์ในวันดังกล่าวไว้ และได้ส่งให้กับเจ้าหน้าที่สืบสวนของ กกต.แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนของ กกต.ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่าเงินที่พบนั้น ส่วนหนึ่งได้มีการแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาฟังการปราศรัยของพรรคพลังประชาชนในวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว
       
       เมื่อถามว่า การคืนของกลางของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตั้งข้อสังเกตว่าต้องการช่วยเหลือผู้สมัคร พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ ตำรวจก็มีกฎหมายในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกำกับการทำงานอยู่เหมือนกัน และคิดว่าคงไม่มีใครกล้าที่จะเอาตำแหน่งหน้าที่มาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า การใช้ดุลพินิจดังกล่าวของตำรวจ เนื่องจากตำรวจได้สอบถามมายัง กกต.จังหวัด ว่า การกระทำดังกล่าวของนายตี๋ จะถือเป็นความผิดหรือไม่ ซึ่ง กกต.จังหวัดเห็นว่ากฎหมายไม่ได้บัญญัติเรื่องการจ่ายเงินเรื่องการรับฟังคำปราศรัยเป็นความผิด และน่าจะนำมานับรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ตำรวจจึงปล่อยและคืนของกลางไป

 
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 28-11-2007, 16:13 »





กองเชียร์ของพรรคต่างๆ ต้องช่วยกันจับโกงเลือกตั้งครับ

เริ่มก็โกงกันแล้ว จะเข้าไปทำงานคงไม่ต้องพูดถึง


แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องช่วยกันจับคือ อาการบิดเบี้ยวเชิงนโยบาย

ซึ่งดูอาการแล้ว เป็นมากทั้งสองพรรคใหญ่ครับ

ทั้งพลังประชาชน และ ประชาธิปัตย์

พูดง่ายดิ้นแข่งกันให้ดูอะครับ..เพราะฉะนั้นอย่าไปหวังอะไรมาก

หากประชาชนไม่ช่วยกันผลักดันในประเด็นที่ต้องทำงานของสส.และรัฐบาล


หลังเลือกตั้งนักการเมืองโดยเฉพาะสสงจะพยายามลอยตัว ส่วนรัฐบาลก็จะพยายามสร้างฐานอำนาจกันคู่แข่งทางการเมือง..


น้ำเน่าชัดๆ แต่สังคมก็ต้องช่วยกันปรับบรรยากาศและโครงสร้างในการแข่งขันทางการเมืองต่อไป



บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: 28-11-2007, 17:09 »




ไม่ฟันธง แต่มีแนวโน้มสูง ที่พปช.และ ปชป. จะได้เสียง

ไม่มากกว่ากันนัก ทีประมาณร้อยกว่าทั้งคู่ครับ..

อย่าไปจริงจังกับจำนวนเสียงละเอียดมาก


เอาเป็นว่าพยายามยามจับขั้วหาทางทำงานดีกว่า

แล้วก็มีสียงเกินครึ่งก็ทำงานมั่วๆ หรือโกงไม่ได้ครับ

ไม่พยายามทำงานให้ดี หรือบิดงานเข้าประเป๋าก็ไม่ได้เพราะถูกไล่แน่อนเหมือนกัน
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: 01-12-2007, 00:14 »


สถานการณ์การเลือกตั้ง คงจะเรียบร้อย เพราะดูปริมาณเงินช่วงเลือกตั้งไม่ค่อยมาก

เงินคงจะไปวิ่งอีกทีหลังจัดตั้งรัฐบาลกันได้แล้ว.. สส.แต่ละคนควรสนับสนุนนดี คนเก่งร่วมในรัฐบาลครับ

อย่าไปล็อคเสียง บล็อคโหวตแบบเดิม หรือต้องโหวตตามมติพรรคที่เตี๊ยมกันไว้ก่อน

เอาเหตุเอาผล เอาผลประโยชน์ของชาติ และความน่าเชื่อถือของตัวบุคคลว่าดีจริงเป็นเกณฑ์ดีกว่า


ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชน กองเขีนร์ทุกฝ่าย สามารถผลักดันร่วมกันผ่านสือต่างๆได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-12-2007, 15:45 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #37 เมื่อ: 01-12-2007, 15:55 »




หลังเลือกตั้ง เงินสะพํดในหมู่นักการเมืองระดับแกนแน่นอน

แต่อาจจะทำอย่างแนบเนียน  อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้ง


แนวโน้มยังคงเป็นอย่างที่ผมเคยทำนายไว้ครับ รัฐบาลผสม

โดยมีสองพรรคได้คะแนนไล่เลี่ยกัน  ส่วนที่พรรคที่เหลือจะจับกันเองเป็นขั้วที่สามซึ่งพลังเงียบสนับสนุน

เป้าหมายจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติก็ดีกว่าการประท้วงนอกสภาครับ


นอกสภาควรใช้วิธี เข้าชื่อถอดถอนคนโกง หรือแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่มีเหตุมีผล มีข้อมูลกันไป..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #38 เมื่อ: 03-12-2007, 03:42 »



หากสมัครต้องคดี พรรคพลังประชาชนก็หัวขาด

ส้มก็คงหล่น แต่ไม่ทราบจะตกที่ใคร


หากสมัครและพวกประกาศไม่รับตำแหน่งนายกฯ

ผลักดันหัวหน้าพรรคอื่นเป็นนายกฯ จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

บ้านเมืองก็ยุติความวุ่นวายทางการเมือง



สามารถระดมสรรพกำลังทำงาน แทนที่จะแช่งขันกันด้วยประชานิยมบ้าคลั่ง

หมากตานี้ดีกว่านิรโทษกรรม เพราะสื่อทั่วไป พรรคอันดับรองๆ คงได้แต่มองตาปริบๆ


ทั้งหมดนี้อยู่บนสมมุติฐาน พลังประชาชนมีคะแนนนำปชป. ตลอดมาและครั้งนี้ครับ..

มากน้อยแล้วแต่กระแส  อย่างไรก็ตามไปดูผลงานรายพรรคและการจับขั้วทางการเมืองกันต่อไป




คาดว่ายุทธศาสตร์ปลดล็อค สมานฉัน?สร้างชาติ คงได้รับการสนับสนุนจากพลังเงียบ และสื่อเสรีครับ?

ในระยะต่อไป ต่อไปพรรคข้าราชการที่เป็นกลางทางการเมืองคงเข้ามาร่วมสนับสนุนด้วย

เพราะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและการมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์


การตรวจสอบของทุกฝ่ายก็ยังสามารถดำเนินต่อไป โดยมีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองน้อยกว่าเดิม เพราะเสียงฐานใหญ่ขึ้น

และเป็นรัฐบาลร่วมกัน.. เสถียรภาพดีกว่าและไม่ได้ตกอยู่ใต้นายกฯศรีธนญชัยแบบไม่มีทางออกด้งอดีต

หากมีปัญหาก็ใช้กระบวนการยุติธรรมมาภิวัฒน์เข้าจัดการได้ ร่วมกับระบบองค์กรอิสระ ที่เน้นหนักเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน



ที่กล่าวมาทั้งหมดคือ ประชาธิปไตยเชิงสร้างสรรค์ในระบบจัดการก้าวกน้าเด็ดขาด ที่มีธรรมาภิบาลครับ


ปัญหาอยู่ที่ว่า ต้องใช้พลังผลักดันสูงสุด เพื่อสยบพวกตัวแสบทางการเมืองพรรคต่างๆ

ที่คอยยุยงชาวบ้านฐานเสียงของตน ก่อนจะเข้าสู่แนวคิดนี้ได้ดี ต้องใช้ผู้หลักผู้ใหญ่หลายฝ่ายช่วยกันครับ..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-12-2007, 03:58 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 04-12-2007, 17:51 »




เป็นไปตามครรลอง ไม่มีปัญหา...

ใกล้ๆเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งสักสองสัปดาห์ จะตื่นเต้นกว่านี้
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #40 เมื่อ: 05-12-2007, 10:05 »




มารอดูกันดีกว่า ว่าใครจะได้เป็นประธานสภาฯ

ต้องเป็นผู้ใหญ่เพียงพอ และเป็นกลางครับ

บุคคลที่ไม่ได้เป็นสส.คงจะไปแทรกแซงไม่ได้ ตามมารยาทการเมือง
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #41 เมื่อ: 08-12-2007, 04:04 »




ดูรูปการ์ณแล้ว ไม่มีปัญหา อะไร?

สบายๆ ทุกอย่างปกติ

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: 08-12-2007, 15:26 »



วันที่ 8 ธันวาคม 2550 เวลา 09:42 น. | จำนวนผู้อ่าน 675 คน ผู้โหวต 0 คน
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=148235&NewsType=1&Template=1

คะแนนข่าว       

ขนาดตัวอักษร ก ก ก


ตั้งรัฐบาลสมานฉันท์2ปี"แม้ว"ดิ้น!อ้างสร้างสามัคคีเพื่อชาติ

 “ทักษิณ” ดิ้นเฮือกใหญ่เสนอแนวคิดจากฮ่องกง ชงวาระตั้งรัฐบาลแห่งชาติ 2 ปี สร้างสมานฉันท์ตามแนวทางพระราชดำริ “เชาวริน” เผยนายใหญ่อยู่ฮ่องกง นำสาร “ทักษิณ” ปลุกกระแสยังไม่คิดกลับเมืองไทยในตอนนี้ “พลังประชาชน” เต้นผาง “วีระ” เปิดคลิป “ทักษิณ” หาเสียงกลางวงสัมมนา “นพดล” มึนตึ้บมาจากไหน “หมอเลี้ยบ” แจงทันควันของเก่าไม่เคยใช้ ลั่นหาก กกต. คาดโทษต้องสอบทุกพรรค โวยผู้ถูกตัดสิทธินำทีมผู้สมัคร ส.ส.ต้องจัดการด้วย กกต.เข็นเรื่องสอบลายเซ็นปลอมเข้าที่ประชุม 11 ธ.ค. หาช่องเชือด พปช. “สดศรี” เสนอสอบทุกพรรคไปพร้อมกัน บ่นท้อเจอกกต.ร่วมใจใส่เกียร์ว่าง นายกฯเมินคำทำนายปีหนูโหดร้าย แนะยึดพุทธศาสนานำทาง ยอมรับมีช่องให้พรรคอันดับสองรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ “มีชัย”ส่งเสียงหนุนพรรครองเป็นแกนนำ แฟนคลับ “อภิสิทธิ์” สวดหมอดูทำนายสวนทาง “มาร์ค”ยิ้มสู้อย่างเดียว “เติ้ง” ลั่นไม่มีกิเลสอยากเป็นนายกฯ ไม่เชื่อคำพยากรณ์ ส่วน “บิ๊กบัง” ห่วงเลือกตั้ง 2 ขั้วดุ เว็บไซต์ไฮ-ทักษิณรูดม่านแล้ว “สุรเกียรติ์”โต้ไม่เคยหักหลังทรท. ย้ำอุดมการณ์การเมืองชัดเจน “แก้วสรร”แฉเจอทุจริตบ้านเอื้ออาทรกว่า 9 พันล้านบาท

บิ๊กแอ๊ดเมินคำทำนายหมอดู

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถาบันพยากรณ์ศาสตร์จัดงาน “โหราพยากรณ์ฟันธง 2008 ส่งท้ายปีหมู เตรียมรับปีหนูโหดร้าย” และระบุว่าไม่ว่าใครจะมาบริหารประเทศจะเกิดความวุ่นวายจนอาจจะเกิดเหตุการณ์นองเลือดว่า ตนเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องโหราศาสตร์มากนักแต่คิดในแง่ของพระพุทธศาสนา คือเอาเมื่อวานนี้เป็นบทเรียนที่จะแก้ไขในวันนี้ให้ดีขึ้น
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่เป็นห่วงกันในขณะนี้คือหลังการเลือกตั้งและมีการจัดตั้งรัฐบาลอาจเกิดความวุ่นวาย นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องคอยดูมีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วว่าจะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ตนในฐานะที่จะส่งมอบงานให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งคิดว่าไม่น่ามีปัญหา ขอให้ยึดถือกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องที่จะช่วยกันดูแลบ้านเมือง มีความรักสามัคคี คิดถึงบ้านเมืองก่อนที่จะคิดถึงตัวเอง ก็จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่น่ามีปัญหามากนัก

มีช่องพรรคอันดับ 2 รวมเสียง
 
ต่อข้อถามถึงกรณีที่เว็บไซต์ “ไฮ-ทักษิณ” ระบุว่าหากเลือกสมัครและ พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาจะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการพิจารณาของแต่ละบุคคล ซึ่งตนเชื่อในวิจารณญาณของคนไทยมาโดยตลอด และขณะนี้มีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว นอกจากนั้น ทางกกต.มีส่วนที่จะชี้แนะหรือให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อการหาเสียงในการเลือกตั้งหรือไม่ หากมีผลกระทบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะได้ดำเนินการ

เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรสำหรับพรรคการเมืองที่เป็นต้นเหตุและสาเหตุของความวุ่นวายไม่ควรได้รับการสนับสนุนจากประชาชนหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยมองในแง่นั้นอยู่ที่ประชาชนพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวคิดว่าพรรคที่ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งมาก ที่สุดควรได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ในวิธีการปฏิบัติของไทยเราทำมาในลักษณะนี้ แต่มีบางโอกาสพรรคการเมืองที่ไม่ได้เป็นเสียงส่วนใหญ่ก็มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้ รัฐธรรมนูญปัจจุบันเองก็ไม่ได้กำหนดไว้ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนตีความ หลังเลือกตั้งตนคิดเหมือนคนไทยทุกคนที่อยากให้บ้านเมืองมีความสงบ มีความสามัคคี หากการเมืองมีความมั่นคงประเทศก็จะก้าวหน้าไปได้ดีขึ้น

“มีชัย”ชี้พรรครองตั้งรัฐบาลได้
 
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.ว่า ตนไม่เป็นห่วงอะไร เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร กกต.คงดูแลอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้คาดหมายว่าพรรคที่ได้คะแนนเสียงลำดับรองอาจเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล นายมีชัย กล่าวว่า เมื่อพรรคอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคที่ได้คะแนนอันดับสองก็เป็นผู้ตั้ง ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าตั้งไม่ได้ก็ต้องเป็นอย่างนี้
 
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เว็บไซต์ไฮ-ทักษิณ ว่า ยังไม่ได้อ่าน ช่วงนี้พักผ่อน เมื่อถามย้ำว่า ในเว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่าถ้าเลือกนายสมัครแล้ว จะได้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมานั้น จะรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง

อุ้มเอกสารลับ คมช.ไม่น่ากลัว
 
นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงการตรวจสอบเอกสารลับว่า ต้องขอ ดูข้อเท็จจริงก่อน จึงจะสามารถบอกได้ว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้เมื่อใด และไม่ทราบว่าจะสามารถพิจารณาได้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 ธ.ค.หรือไม่ คงจะมีการหารือกับ กกต.ในวันนั้น ส่วนกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง เห็นว่าอาจมีปัญหาด้านอำนาจหน้าที่ระหว่าง กกต. และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จึงควรส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนนั้น ตนเห็นว่า กกต.มีหน้าที่ดูแลการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนเรื่องนี้จะเป็นความผิดอาญาหรือไม่นั้นก็ต้องไปว่ากันต่อไปไม่เกี่ยวกับ กกต.

นายสุเมธ กล่าวอีกว่า ขอชี้แจงให้ทราบว่าเอกสารลับของ คมช. ตามจริงแล้วไม่น่ากลัว เพราะเป็นเพียงเอกสาร ซึ่งเป็นแผนการเพื่อให้ คมช.และทหารช่วยกันรณรงค์ให้การเลือกตั้งยุติธรรม แต่บังเอิญเอกสารดังกล่าวได้พาดพิงถึงพรรคการเมืองบางพรรค ทำให้การเลือกตั้งเกิดความไม่เป็นธรรม บางพรรคอาจเสียเปรียบ ซึ่ง   กกต.จะพิจารณาจุดนี้เป็นสำคัญ และต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าการดำเนินการของ คมช.เป็นไปอย่างไร มีการทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันหรือไม่ ทั้งนี้ กกต.ยังไม่ได้ดูว่าเอกสารลับถูกทำขึ้นก่อนหรือหลัง พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ดังนั้น จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ กกต.ต้องลงมติอีกครั้งหนึ่ง

“สดศรี”ท้อ กกต.ใส่เกียร์ว่าง
 
นางสดศรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณโจมตีบทให้สัมภาษณ์ของตนเองเรื่องการสั่งปิดเว็บไซต์ว่า เป็นการหมิ่นประมาท พร้อมกับเตรียมดำเนินการฟ้องกลับ เพราะการทำงานที่ผ่านมา ไม่เคยเลือกปฏิบัติ แต่เว็บไซต์กลับมากล่าว หาการทำงานว่าเลือกข้าง เบื้องต้นกระทรวงไอซีที คงสั่งปิดเว็บไซต์ดังกล่าวชั่วคราวไปแล้ว เพราะหากปล่อยไปอาจมีพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวถึงโต้ตอบกันไปมาได้อีก อย่างไรก็ตาม คงต้องตรวจสอบเว็บไซต์พรรคการเมืองอื่น ๆ ด้วยว่ามีเนื้อหาที่สร้างความแตกแยก ใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองอื่น ๆ อีกหรือไม่
 
“ขณะนี้รู้สึกเหนื่อยใจ ท้อแท้ กกต.แต่ละคนพยายามใส่เกียร์ว่าง ไม่พูด ไม่ออกความเห็น กะว่าจะทำงานไปเรื่อย ๆ ซึ่งการเลือกตั้งก็อาจไม่ให้ใบเหลือง ใบแดง ที่ผ่านมาโดนด่าสับโขก ดังนั้นเราจะเป็นเหมือนข้าราชการทั่วไป ใครมาเป็นรัฐบาลเราก็อยู่ได้ เราแค่ขอทำงานเลือกตั้งให้สำเร็จ” นางสดศรี กล่าว

เตรียมลุยคดีทะเบียนเท็จ
 
ส่วนกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาคืนสิทธิให้นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน หลังจากพ้นจากข้อกล่าวหา การเป็นผู้สมัครซ้ำซ้อนกับพรรคพลังประชาชน เนื่องจากลายมือชื่อในส่วนพรรคพลังประชาชนมีการปลอมแปลงนั้น นางสดศรี แสดงความเห็นว่า แม้นายสิทธิชัยจะไม่เอาเรื่อง แต่ก็ถือเป็นความผิดทางอาญาไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่ง กกต.คงต้องดำเนินคดีตามมาตรา 106 ของกฎหมายพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ที่ว่าด้วยการแอบอ้างชื่อผู้ใดสมัครเป็นสมาชิกพรรค หรือจัดทำทะเบียนสมาชิกอันเป็นเท็จ ต้องโทษทั้งจำคุกและปรับ
 
อย่างไรก็ตาม กกต. คงต้องตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพรรค ในส่วนของพรรคการเมืองอื่น ๆ ด้วย เพราะอาจเกิดคดีในลักษณะซ้ำกัน  อีก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพรรคการเมืองสุ่มตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนกันแล้ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำงานด้วยความเป็นกลาง เพราะหากพบมีส่วนช่วยพรรคการเมืองแก้ไขฐานข้อมูลเหมือนคดีในอดีต จะมีการสั่งย้าย และดำเนินคดีอาญาทันที โดยในวันที่ 11 ธ.ค. กกต. จะพิจารณาเรื่องนี้

ยุติเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณแล้ว
 
สำหรับกรณีที่เว็บไซต์ www.hi-thak sin.org ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ “เลือกหนึ่งแถมหนึ่ง” และ “เลขเด็ดเบอร์ 12” ที่มีเนื้อหาสนับ  สนุนพรรคพลังประชาชน และยังมีบทความโจมตีนางสดศรี สัตยธรรม กกต. อย่างรุนแรง เป็นผลให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขู่ปิดเว็บไซต์ดังกล่าว เนื่องจากเผยแพร่ข้อความที่สร้างความแตกแยกให้กับสังคม ปรากฏว่าตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 7 ธ.ค. ไม่สามารถเปิดเข้าชมเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณได้แล้ว คาดว่าจะถูกบล็อกจากกระทรวงไอซีที ตามที่ กกต.ได้มีการประสานงานไปเรียบร้อยแล้ว   
 
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ www.hi-thaksin.org เผยแพร่คลิปวิดีโอระบุหากเลือกนายสมัครจะได้ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ไม่ทราบเว็บไซต์ดังกล่าวใครเป็นคนทำ หากส่งผ่านข้อมูลไปได้พรรคพลังประชาชนก็อยากจะบอกว่า  พรรคต้องการพูดเรื่องนโยบายให้มาก ทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาประเทศชาติ การมีประเด็นการเมืองอย่างนี้ ทำให้พรรคมีเวลาพูดถึงสาระนโยบายได้น้อยลง

“เลี้ยบ”แนะเน้นสาระจะดีกว่า
 
เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขออยากฝากไปถึงคนทำเว็บไซต์ดังกล่าวว่า หากอยากสนับสนุนพรรคให้เน้นตรงสาระนโยบาย ภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ มีทั้งบวกทั้งลบ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ แต่ข่าวคราวในเชิงลบก็มีอยู่บ้าง การที่นำเสนอพ.ต.ท.ทักษิณ คนที่ไม่ชอบ คงเป็นผลให้ความไม่ชอบส่งมาถึงพรรคพลังประชาชนได้
 
นพ.สุรพงษ์ ยังระบุว่า การนำ พ.ต.ท. ทักษิณ กลับสู่ประเทศไทยด้วยความปลอดภัย ไม่ถือเป็นนโยบายของพรรค เพราะการเลือกตั้งพรรคเน้นถึงประเทศชาติ เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัวของท่านไม่ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพรรคพลังประชาชน

“เชาวริน”นำสารปลุกกระแส
 
ที่ทำการพรรคพลังประชาชน ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 7 พรรคพลังประชาชน แถลงว่า ตนได้โทรศัพท์ข้ามประเทศไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบว่า ขณะนี้ได้เดินทางมาทำธุระที่เกาะฮ่องกง และได้ฝากคำพูดผ่านตนมายังประชาชนชาวไทยว่าในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งจนถึงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะยังไม่เดินทางกลับประเทศ เพราะไม่ต้องการสร้างความยุ่งยากให้กับสังคมไทย อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่าจะกลับประเทศแน่นอนเพื่อต่อสู้คดีในทุกข้อกล่าวหาที่ไม่ได้กระทำผิด ส่วนระยะเวลาในการเดินทางกลับประเทศนั้นคาดว่าจะเป็นต้นปีหน้า ช่วงเดือน ก.พ.หลังจากที่มีการตั้งรัฐบาลแล้ว
   
ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวต่อว่า พ.ต.ท. ทักษิณยังฝากว่าให้แจ้งกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้ท่านต้องจากบ้านขอให้วางใจว่าคนชื่อ พ.ต.ท. ทักษิณจะไม่มีการคิดแก้แค้นกับใครทั้งสิ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณมองตัวเองได้สองอย่าง คือ 1.สงสัยว่าในชาติปางก่อนทำสิ่งไม่ดีกับใครไว้จึงต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ 2. มองว่าโชคดีที่เกิดเหตุการณ์นี้ทำให้มีเวลาคิดว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมา ทำสิ่งอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร ส่วนสิ่งดีจะนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในวันข้างหน้า หากมีโอกาสมาให้คำปรึกษา และยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองแน่นอน นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้เวลาช่วงนี้ขยายกิจการสโมสรฟุตบอลแมนซิตีฯต่อไป

“สุรเกียรติ์”โต้ไม่เคยหักหลัง ทรท.
 
ที่สำนักงานกฎหมายสยามพรีเมียร์ อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานกรรมการสภานโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อแผ่นดินแถลงกรณีเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณ เผยแพร่คลิปวิดีโอโดยมีเนื้อหาพาดพิงว่าถ้าเลือกนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินจะได้นายสุรเกียรติ์ เพราะทุกคะแนนที่ได้จะเป็นการส่งเสริมผู้หักหลังพรรคไทยรักไทยและรับใช้ คมช. โดยนายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าตนไม่เคยหักหลังพรรคไทยรักไทย และตน  ก็ไม่เคยพูดพาดพิงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายก่อนหน้านี้เลย ตนมีจุดยืนของตัวเอง ที่ยึดถือใน  การทำงานอย่างชัดเจน และก็ไม่เคยเห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะตนเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย
 
นายสุรเกียรติ์ กล่าวต่ออีกว่า ตนต้องขอเรียนว่าก่อนเกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว ตนได้ร่วมกับเพื่อนในพรรคไทยรักไทยพยายามแก้ไขปัญหาการเมืองภายใต้ระบอบรัฐสภาอย่างสุดความสามารถ เมื่อได้ทำแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล ด้วยแนวความคิดของคนบางกลุ่มในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่สามารถแก้ประวัติศาสตร์ในเรื่องดังกล่าวได้ ตนจำเป็นต้องมองไปข้างหน้า โดยมองถึงความสงบสุขและไม่มีความแตกแยก เมื่อกฎหมายอนุญาตให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ตนก็ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะทำเพื่อแผ่นดิน

วอนร่วมกันสร้างความสามัคคี
 
เมื่อถามว่า ได้วิเคราะห์หรือไม่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการทำเว็บไซต์คือใคร นายสุรเกียรติ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นใคร แต่ประชาชนเองก็สามารถพิจารณาเองได้ว่าเป็นใคร ต่อข้อถามว่าการออกเว็บไซต์ดังกล่าวขึ้นมาจะ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงหรือไม่ นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า ที่สุดแล้วจะส่งผลกระทบต่อความสามัคคีของคนในชาติ ตนคิดว่าเราควรที่จะสร้างความสามัคคีและประชาชนเองก็ควรที่จะเลือกคนดีเพื่อมาบริหารบ้านเมือง ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 
ต่อข้อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ข้อกล่าว  หาดังกล่าวเกิดจากการไปให้ข้อมูลกับ คตส.กรณีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลพม่าหรือไม่ นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า ตนไม่อาจทราบได้ว่าด้วยเหตุอะไร ยืนยันว่าการที่ตนไปให้ข้อมูลต่อ คตส. นั้นเป็นไปตามเอกสารหลักฐานลายลักษณ์อักษรของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีการพาดพิงให้ร้ายความผิดต่อใครทั้งสิ้น เป็นเรื่องตรงไปตรงมาว่าไปตามเนื้อผ้า

กองเชียร์“มาร์ค”สวดหมอดู
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง โดยนายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะได้เข้าไป ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม และซอยละลายทรัพย์ เพื่อพบปะผู้บริหารและพนักงานธนาคารกรุงเทพ ทั้งนี้ ได้มี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย บิดาของ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ผู้สมัคร ส.ส.   กรุงเทพฯ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเดินหาเสียงด้วย และยังได้พบกับผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 1 พรรคพลังประชาชน ได้เดินผ่านมาพบ ซึ่งผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคต่างทักทายกันและอวยพรต่อกันว่า “เดี๋ยวไปเจอกันที่สภานะ”
 
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่นายอภิสิทธิ์กำลังเดินพบปะประชาชนภายในธนาคารดังกล่าว ได้มีพนักงานธนาคารคนหนึ่ง บอกกับนายอภิสิทธิ์ว่า “ทำไมปล่อยให้หมอลักษณ์มาทักว่าไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่ดีเลย อย่าไปเชื่อเขา เขายังบอกว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน มีดวงเป็นนายกฯ” ด้านนายอภิสิทธิ์ ยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า หมอดูต่างคนก็ดูต่างกันไป ไม่เป็นไร นายสมัครจะได้มีกำลังใจ

ปชป.เร่งเครื่องเข้าโค้งสุดท้าย
 
นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.ให้กระทรวงไอซีทีจัดการเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณว่า กกต.ต้องดูแลให้การดำเนินการทุกอย่างที่มีผลกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะถ้ามีปัญหาข้อมูลในเว็บไซต์บิดเบือน ซึ่งทราบว่ามีทีมงานของบางพรรคการเมืองจงใจสร้างกระแสเทียมให้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง
 
ส่วนกรณีที่เอแบคโพลระบุว่าพรรคพลังประชาชนจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ และจะได้ ส.ส.สัดส่วน 39 คน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.สัดส่วน 33 คน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันแล้ว ขณะนี้เหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ตนยังมั่นใจว่าจะสามารถทำความเข้าใจกับประชาชนและดึงคะแนนจนชนะเลือกตั้งได้ เพราะโพลที่ออกมาเป็นไปตามแนวทางที่วางเอาไว้ เมื่อถามว่า หมอดูชื่อดัง ทำนายว่านายสมัคร จะได้เป็นนายกฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทั้งนี้ ทุกคนมีสิทธิวิเคราะห์ เราทราบว่าเสียเปรียบอยู่แล้ว แต่เล็กน้อย

“ชวน”จี้ กกต.สอบ พปช.บิดเบือน
 
นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคพลังประชาชนปราศรัยว่าถ้าเลือกนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมา เหมือนเลือกหนึ่งได้ถึงสองว่า เป็นการพูดให้เกิดความเข้าใจผิดเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาในวันนี้ พรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ก็ได้อยู่แล้ว ไม่มีสิทธิไปห้าม จึงไม่ต้องรอหลังเลือกตั้ง เพียงแต่ถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไขหาเสียง กกต.ต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม เพราะต้องเป็นความเห็นรวมของ กกต. เนื่องจากกรณีนี้เป็นการบิดเบือนความจริงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการเป็นพรรคอันดับ 2 แล้วจะตั้งรัฐบาล ตนเห็นว่าได้เสียงเดียวก็จัดตั้งรัฐบาลได้หรือไปทาบทามคนอื่นมาร่วมจัดตั้งได้ถ้าคนอื่นเห็นด้วยและเป็นเสียงข้างมาก แต่ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองในขณะนั้นว่าเขาจะตัดสินใจจะรวมกลุ่มกันอย่างไรหรือไม่
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมชุมพร การ์ เดนท์ เวลา 07.00 น. ชมรมจี๊ปตรัง 3 คัน ได้มารอรับและตั้งขบวนร่วมไปกับคณะของนายชวน เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยตลอดสองข้างทางได้มีประชาชนสนใจออกมาโบกมือทักทาย และมอบพวงมาลัยดอกไม้ให้กับนายชวน และมีชาวบ้านคนหนึ่งได้นำป้ายหาเสียงเมื่อปี 2518 ที่เก็บไว้เป็นภาพของนายชวนพร้อมหมายเลข 4 ซึ่งเป็นเบอร์ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคขนาดใหญ่ให้นายชวนเซ็นชื่อเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านนำหมวกคาวบอยสีฟ้ามอบให้นายชวนด้วย

“เติ้ง”ลั่นไม่มีกิเลสเป็นนายกฯ
 
ที่สนามกีฬาข้างสถานีตำรวจภูธรคูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อเวลา 15.30 น. นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพร้อมคณะได้เดินทางมาช่วย ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 4 พรรคชาติไทย หาเสียง ซึ่งมีประชาชนร่วมรับฟังประมาณ 3,000 คน นายบรรหาร กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งถึงเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณว่า เนื้อหาที่อ้างถึงถ้าไม่เลือกอดีตนายกฯทักษิณกลับประเทศไทยไม่ได้ ไม่จริง โกหก ตนขอบอกว่าท่านกลับมาเดี๋ยวนี้ก็ได้ นายบรรหารจะดูแลให้เอง จะแอ่นอกรับกระสุนให้ แต่ท่านไม่กลับเอง “กลับมาเถอะน้องเอ๊ย ผมไม่อยากพูดมากเดี๋ยวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดว่าเชียร์ ต้องแก้ข่าวกันอุตลุด” นายบรรหารระบุ
 
หัวหน้าพรรคชาติไทย ยังให้สัมภาษณ์กรณีนายมีชัย ระบุว่าพรรคการเมืองอันดับ 2 สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ไม่ผิดกฎหมายว่า ไม่ผิดเพราะถ้าใครสามารถรวบรวม ส.ส.ได้มากก็สามารถจัดตั้งได้ เมื่อถามว่าพรรคอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาลอาจถูกแย้งว่าไม่ชอบธรรม นายบรรหาร กล่าวว่า สมัยนี้ไม่จำเป็นแล้วถ้าใครรวบรวมเสียงได้มากก็ถือว่าพรรคนั้นตั้งรัฐบาลได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าหมอดูชื่อดังฟันธงว่านายสมัคร จะได้เป็นนายกฯจะสวน ทางกับเส้นลายมือของนายบรรหารที่กำลังขึ้นหรือไม่ นายบรรหาร ตอบว่า ตนไม่สู้ท่าน ท่านอยากจะเป็น ตนไม่ได้ประกาศเป็นนายกฯ มีแต่ชาวบ้านอยากให้เป็น ซึ่งตนก็ไม่มีกิเลสอยากเป็น อย่างไรก็ตามไม่เชื่อเรื่องโหรพยากรณ์ แต่อยู่ที่การกระทำมากกว่า ตนคิดตรงจุดนี้จะต้องสามารถ ปรองดองเกิดความสามัคคีกันได้

“บิ๊กบัง”ห่วงเลือกตั้งแบ่งขั้วดุ
 
ที่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนราชวิถี เมื่อเวลา 13.45 น. พล.อ.สนธิ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ซื้อสิทธิ ขายเสียง ทำลายชาติจริงหรือ” ตอนหนึ่งว่า ในช่วง 1 ปีที่ตนได้มีโอกาสใกล้ชิดกับนักการเมืองและผู้บริหารประเทศทำให้ทราบปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเมืองมาก การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่น่าเป็นห่วงมากเพราะเวลามันสั้นทำให้การเตรียมตัวของนักการเมืองจำกัด และด้วยเวลาที่จำกัดคงไปสร้างนักการเมืองหน้าใหม่ลำบาก พรรคการเมืองเลยต้องไปเอานักการเมืองหน้าเก่า ๆ มา ซึ่งการแข่งขันมันสูงมากเป็นการแข่งกันระหว่าง 2 ซีกที่ต่างต้องหาหนทางที่ได้มาซึ่งชัยชนะและการได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีการซื้อสิทธิขายเสียงกันสูงมาก ๆ
 
พล.อ.สนธิ ยังกล่าวอีกว่า ถ้ายังมีการซื้อสิทธิขายเสียงเหมือนอย่างเช่นที่เป็นข่าวว่า  พรรคการเมืองต้องจ่ายเงินให้นักการเมืองเข้าพรรคคนละ 15, 20, 25 หรือบางคนถึง 30 ล้านบาท เมื่อเข้าไปแล้วก็ต้องไปไขว่คว้าเอาเงินคืนหนีไม่พ้นวัฏจักรเอาทุนคืน เราอยากเห็นการเล่นการเมืองที่ไม่ต้องใช้เงิน แต่มาจากศรัทธาประชาชน แต่สิ่งที่กำลังเกิดเวลานี้มันหมิ่นเหม่ต่อการไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง การซื้อสิทธิขายเสียงจะทำลายชาติจริงหรือไม่ก็ให้ประชาชนไปทบทวนดู แต่ถ้าเราเลือกคนไม่ดีเข้ามาบริหารประเทศชาติ บ้านเมืองก็จะลำบาก

“วีระ”เปิดคลิปกลางวงสัมมนา
 
ที่รร.ปรินซ์พาเลซ เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ในการสัมมนาเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง สำนึกใหม่ใส่ใจคุณธรรม แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น” เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล โดยมีบุคคลที่มีบทบาทด้านการตรวจสอบคอร์รัป ชั่นมาร่วมงานจำนวนมาก เช่น คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน นางจุรี วิจิตรวาทการ ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใส นายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พล.อ.สพรั่ง กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ตนจะขออาสาเป็นกัลยาณมิตรในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ สำหรับตนแล้วตอนนี้มีหน้าที่คือทำตัวให้เงียบ ๆรอดูสถานการณ์บ้านเมืองว่าจะเป็นอย่างไร แต่จะออกมายืนข้างประชาชนแน่นอนเมื่อถึงเวลา
 
นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ได้ฉายวีซีดีพ.ต.ท.ทักษิณที่บันทึกเทปจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ บนจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นคำกล่าวของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ตัดพ้อต่อความไม่เป็นธรรมที่ตัวเองถูกกระทำ พร้อมแสดงความเป็นห่วงประชาชนชาวไทย อีกทั้งได้แสดงความยินดีต่อพรรคพลังประชาชน และยังระบุว่าเป็นที่รวมของอดีตพรรคไทยรักไทย และ ขอฝากให้ประชาชนพิจารณาพรรคพลังประชาชนในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ นายวีระ กล่าวหลังการเปิดคลิปดังกล่าวว่า ตนได้มาจากเพื่อนที่ จ.ศรีสะเกษ ฉบับเต็มมีความยาว 1 ชั่วโมง และมีการผลิต กว่า 5 ล้านแผ่น โดยจะนำเรื่องนี้เข้าร้องต่อ   กกต.ในวันที่ 11 ธ.ค.

พปช.โต้คลิป “ทักษิณ” หาเสียง
 
นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรค พลังประชาชน ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายให้สัมภาษณ์กรณีนายวีระ สมความคิด ประธาน คปต.นำซีดีบันทึกคำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เชิญชวนให้เลือกพรรคพลังประชาชนมาแสดงในที่สัมมนาเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น พร้อมระบุว่ามีการแจกจ่ายในพื้นที่ภาคอีสานว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด จนถึงขนาดนี้ก็ยังรู้สึกงง ๆ อยู่ เรื่องนี้คงต้องถามนพ.สุรพงษ์ ส่วนตัวมองว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ทำในฐานะสมาชิกพรรคไม่มีตำแหน่งในฐานะที่ปรึกษาหรือฝ่ายบริหารพรรค รวมถึงการพูดผ่านซีดีไม่ใช่การขึ้นเวทีปราศรัยรณรงค์หาเสียงเข้าใจว่ากฎหมายลูกไม่ได้ห้ามไว้ ส่วนประชาชนก็มีสิทธิที่จะเลือกใครก็ได้
 
นพ.สุรพงษ์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทางพรรคไม่เคยเห็นคลิปดังกล่าว พรรคไม่เคยทำ คิดว่าคงมีมาตั้งนานตั้งแต่ตั้งพรรค และไม่ทราบใครเป็นคนเผยแพร่ ส่วนจะเป็นแผนสกัดพรรคพลังประชาชนหรือไม่ตนไม่ทราบ เรื่องนี้พรรคระวังมาก โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้าย จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสี่ยงทำคลิปดังกล่าว หาก กกต.จะพิจารณาต้องดูว่าคลิปนี้มีมาก่อนรับสมัคร ส.ส. หรือไม่ นอกจากนี้ บางพรรคยังมีผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองพาผู้สมัคร ส.ส.ไปสมัครรับเลือกตั้ง จึงต้องพิจารณาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย

คตส.ลั่นไม่คิดกลั่นแกล้ง“หมัก”
 
นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรม การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน หนึ่งในผู้ถูก กล่าวหาคดีการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง กทม. แสดงความแปลกใจที่อนุกรรมการไต่สวนในคดี  ดังกล่าวเรียกให้เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 20 ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งว่า การทำงานของคตส.ยึดข้อเท็จจริง ทำหน้าที่ไปตามปกติ คดีใดเสร็จเมื่อใดก็จะเสนอให้ คตส.ดำเนินการ ไม่มีอะไรมาแทรกแซง หากดำเนินการเสร็จคงไม่แช่คดีเอาไว้เพื่อประโยชน์ของใครทั้งสิ้น
 
เมื่อถามว่า หากมีการร้องว่ากระทบต่อการเลือกตั้งจะมีการยืดเวลาให้นายสมัครเข้าชี้แจงช่วงหลังการเลือกตั้งหรือไม่ โฆษก คตส. ตอบว่า ไม่เกี่ยว คตส.ทำงานเหมือนศาล คือเมื่อพิจารณาคดีเสร็จก็จะอ่านคำพิพากษาเลย เหมือนกับคดีของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ผู้สื่อข่าวถามมีข่าวว่า คตส.จะทำให้นายสมัคร มีสถานะเหมือนกับนายประชัย นายสัก กล่าวว่า ไม่เกี่ยว และไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ที่ผ่านมา คตส.ได้เร่งรัดทำงานในทุกคดีตามกรอบที่วางไว้ และไม่มีการเร่งคดีใดเป็นพิเศษ

เตรียมโชว์ผลงาน คตส.รอบ 1 ปี
 
คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา กรรมการคตส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง คตส.กำลังจัดพิมพ์ผลการทำงานของ คตส.ในรอบ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา โดยจะจัดพิมพ์ประมาณ 5 หมื่นเล่ม เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่สนใจในช่วงสิ้นปีนี้ โดยเนื้อหาจะเป็นการรวบรวมผลการไต่สวนในคดีต่าง ๆ ซึ่งได้มีการแถลงเป็นระยะ ๆ อยู่แล้ว
 
นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการติดตามความคืบหน้าของกรมสรรพากรในการยึดทรัพย์นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร กรณีไม่เสียภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปกับบริษัทแอมเพิลริช อินเวสเมนท์ จำกัด 1.2 หมื่นล้านบาทว่า หลังจากที่อนุกรรมการได้ทำหนังสือให้กรมสรรพากรยึดทรัพย์บุคคลทั้งสอง 1,035 ล้านบาท ไปตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปจึงเห็นชอบให้เรียกนายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร เข้าชี้แจงในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 13 ธ.ค.

แฉ 9 พันล.ทุจริตบ้านเอื้ออาทร
 
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการ คตส. กล่าวตอนหนึ่งในการสัมมนาวิชาการเรื่อง “การเมืองไทยกับการทุจริตคอร์รัปชั่น” ว่า ขณะนี้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นถือเป็นเรื่องความเน่าเปื่อยทางการเมืองไทย พบว่าโครงการบ้านเอื้ออาทรมีการทุจริตโดยมีเป้าหมาย 18 โครงการที่ทำการสอบสวนและได้ตามเส้นทางเดินของเงิน พบว่าคดีแรกมีบริษัทแห่งหนึ่งได้จ่ายเงินล่วงหน้า 400 ล้านบาท โดยที่ยังไม่มีการขึ้นโครงการ และในจำนวนนี้วงเงิน 67 ล้านบาท วิ่งไปหาคนของ รมต.ซึ่งทำหน้าที่เรียกสินบนแทน โดยมีการโอนเงินให้กับคนขับรถ
 
นายแก้วสรร ระบุอีกว่า ล่าสุดพบแล้วว่าโครงการดังกล่าวมีเงินทุจริตทั้งสิ้น 1,200 ล้านบาท ที่บริษัทจ่ายให้ และยังพบท่อเงินที่ยังต้องมีการตรวจสอบเพิ่มอีก 8,000 ล้านบาท ซึ่งในวันที่ 10 ธ.ค. ตนจะขออนุมัติ คตส.เพื่อแถลงข่าวให้ประชาชนรับทราบ วันนี้มีการพูดกันมากว่าทำไม คตส.จึงไม่สามารถนำคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นฟ้องร้องต่อศาลได้ทั้งที่เวลาล่วงมาแล้ว 1 ปี ตนยอมรับว่าในฐานะ คตส.กว่าจะคลำทางมาถูกก็เหนื่อยเหมือนกัน ซึ่งหากคดีใดมีหลักฐาน 50-50 ตนก็จะไม่เอา ส่วนเรื่องต้องตรวจสอบอย่างหนัก  ก็คือเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกฯ

นายกฯเดินทางเยือนบาห์เรน
 
พล.อ.สุรยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรบาห์เรนอย่างไม่เป็นทางการระหว่างวันที่ 10-12 ธ.ค.ว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ทางบาห์เรนได้เชิญไว้นานแล้วว่าอยากให้ไปเยี่ยมก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ช่วงเวลานี้และยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่เป็นการทำงานนอกหน้าที่และหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศตะวันออกกลางให้มากขึ้น รวมทั้งจะมีโอกาสที่มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ถือว่าเป็นโอกาสสำหรับประชาชนและรัฐบาลใหม่ที่จะได้สานต่อไปได้

“ทักษิณ” เสนอรัฐบาลแห่งชาติ
 
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศไทยควรจัดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติขึ้นมา เพื่อบริหารปกครองประเทศเป็นเวลา 2 ปี ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อให้ประเทศกลับคืนสู่ความสามัคคี จากนั้นจึงจัดการเลือกตั้งอีกครั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมกับยืนยันจะไม่กลับมานั่งตำแหน่งนายกฯ และยังระบุว่า คณะทหารของกองทัพที่ก่อรัฐประหารโค่นล้มตนจากอำนาจเมื่อปีที่แล้ว อาจทำลายประเทศชาติหากพยายามโกงการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธ.ค. นี้
 
พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กำลังเผชิญกับข้อหา   ทุจริตคอร์รัปชั่น ยังกล่าวอีกว่า ส่วนหนึ่งของคณะนายทหารที่ยึดอำนาจตน กำลังพยายาม “รักษาหน้า” ด้วยการให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับตน นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเดินทางมาฮ่องกงเพื่อพบปะกับเจ้าหน้าที่สมาคมกอล์ฟของไทย ยังกล่าวเรียกร้องว่า ตนต้องการเดินทางกลับประเทศไทย แต่จะรอจนกว่าจะแน่ใจในเรื่องความยุติธรรม และความปลอดภัยส่วนตัว ทุกวันนี้ตนต้องการอุทิศชีวิตให้กับการกุศล และก่อตั้งมูลนิธิระหว่างประเทศขึ้นมาสักแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือคนยากจนในเอเชีย โดยผ่านทางการกีฬาและการศึกษา พร้อมกับยืนยันจะไม่กลับไปเป็นนายกฯ เพราะเบื่อแล้ว ช่วงท้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ยังพูดติดตลกว่า “หากผมกลับไปเล่นการเมืองอีก ภรรยาต้องขอหย่าแน่”.
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #43 เมื่อ: 08-12-2007, 16:28 »




เขตกรุงเทพ เป็นเขตที่ยาก เพราะมีพลังเงียบ

เข่นเดียวกับเขตในเมืองของภาคต่างๆ

 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #44 เมื่อ: 08-12-2007, 18:01 »


อัปลักษณ์ของเมืองไทยที่ยากต่อการแก้ไข    http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=12718&catid=16

 
วันที่ 06 ธันวาคม 2550 เวลา 08:39:53 น.  ส่งข่าว พิมพ์ข่าว -  ขนาดข้อความ  +
 
 
     
คอลัมน์ ดุลยภาพ ดุลยพินิจ โดย สมบูรณ์ ศิริประชัย



คนไทยจำนวนมากรู้สึกหน้าชาเมื่อมีฝรั่งมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์เมืองไทยในทางเสียหาย ว่าไปแล้วสิ่งที่นำมาพูดไม่ใช่ความเท็จ แต่เป็นความจริงที่เห็นอยู่ดาษดื่นทั่วไปในเมืองไทย โดยเฉพาะจำนวนโสเภณี และสถานเริงรมย์ที่ตั้งกระจัดกระจายทั่วทุกหนแห่งในกรุงเทพฯและส่วนอื่นๆ ของประเทศนี้ หรือในกรณีสนามกอล์ฟก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อเทียบกับนักกีฬาและจำนวนคนเล่นกอล์ฟแล้ว เราตีความเป็นอื่นไม่ได้ว่า ทั้งเซ็กซ์และกอล์ฟเป็นเรื่องที่เมืองไทยมีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจแต่เพียงโดดๆ ที่ปราศจากต้นทุนทางสังคม ความจริงก็คือทั้งสองอย่างนี้ ประเทศไทยมีมากเกินไปและไม่มีทางลดลงได้ในระยะเวลาอันสั้น แท้ที่จริงสิ่งซึ่งควรจะทำให้เรามีความละอายมากขึ้นนั้นน่าจะมีอีก 2 อย่าง ยาเสพติด และการฉ้อราษฎร์บังหลวง ทั้งสองอย่างนี้มีความร้ายแรงและทำลายเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าสองอย่างแรกเสียอีก ปัญหายาเสพติดคงไม่ต้องบรรยายมาก เพราะก็รู้ๆ อยู่ว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาลขนาดไหน การขจัดให้สิ้นซากดูเหมือนจะเป็นความฝันเสียมากกว่า แม้ว่าในหลายปีที่ผ่านมาจะมีการฆ่าตัดตอนไปจำนวนมากก็ตาม เมื่อยาเสพติดเหล่านี้ผลิตตามชายแดนไทยหรือผลิตในประเทศเพื่อนบ้านแล้วมาขายในประเทศไทย การปราบปรามอย่างได้ผลดีจำเป็นต้องมีรัฐที่ซื่อสัตย์สุจริตและเข้มแข็งเป็นสำคัญ การฉ้อราษฎร์บังหลวงน่าจะมีความรุนแรงไม่ยิ่งหย่อนกว่ายาเสพติด ในแง่ที่ว่าเป็นการสร้างโรคร้ายในระบบสังคมและการเมืองในประเทศไทย ที่น่าเศร้าก็คือนักการเมืองไทยใฝ่ฝันอยากเป็นเพียงรัฐมนตรี โดยไม่สนใจใยดีตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีตำแหน่งอื่นๆ เทียบได้กับตำแหน่งรัฐมนตรี ในขณะที่รัฐสภามิได้มีไว้ตรากฎหมายที่เป็นประโยชน์ของพลเมืองอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็นเวทีต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองของนักการเมืองกับนักธุรกิจการเมืองเท่านั้น เราจึงไม่แปลกใจว่า ประสิทธิภาพการตรากฎหมายในรัฐสภานั้นต่ำอย่างน่าตกใจ จำนวนกฎหมายที่รอการพิจารณาและอนุมัติมีเป็นจำนวนร้อยๆ ซึ่งชาวบ้านทั่วไปก็ไม่อาจทราบได้ แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนมากใช้เวลาเป็นอันมากในการเยี่ยมเยียนหัวคะแนนและฐานเสียงในจังหวัดตนเอง มิใช้เพื่อเหตุผลอื่นใดนอกจากเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันแนบแน่นทางอำนาจของการเมือง ณ ระดับท้องถิ่น การเป็นรัฐมนตรีจึงหมายถึงเกียรติ อำนาจ และเงินทอง เพราะด้วยตำแหน่งนี้เท่านั้นที่มีอำนาจที่ถูกกฎหมายในการสร้างนโยบายที่จะนำไปสู่การแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ

กระบวนการแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจนับตั้งแต่ศตวรรษ 1980 มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกระบวนการของโลกาภิวัตน์ แต่ความสามารถของรัฐไทยในการสร้างกติกาและรักษากติกาให้เข้มแข็งนั้นกลับมีความอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง เราสามารถหยิบยกแทบจะทุกเรื่องที่รัฐไทยพยายามจะแก้ไข ไม่ว่ากรณีการทุจริตในการแจกกล้ายางพารา กรณีบ่อบำบัดน้ำเสียที่สมุทรปราการ การทุจริตในโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการการจัดซื้อเครื่อง CTX ในสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการการทุจริตในการประกันราคาข้าว การปล่อยกู้เงินของธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกให้พม่า ฯลฯ สิ่งที่เกิดขึ้น เราสามารถกล่าวได้ว่า รัฐไทยมิได้พยายามเปลี่ยนแปลงหรือปรับโครงสร้างขั้นรากฐาน แม้ว่าเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเงินมาแล้ว และวิกฤตการณ์นี้ยังไม่ได้หมดสิ้นไปเสียทีเดียว เพียงแต่การลงโทษผู้ทำผิดและทำความเสียหายต่อระบบสถาบันการเงินทั้งหมดก็ยังมิได้มีการทำอย่างจริงจัง บุคคลเหล่านั้นยังร่ำรวยและมีชีวิตที่สุขสบาย ความจริงเหล่านี้ไม่ยากที่จะสังเกต ท้องถนนบนกรุงเทพฯ ยังต้องเต็มไปด้วยรถราคาแพงลิบลิ่ว แม้ว่าราคาน้ำมันจะแพงเพียงใดก็ตามซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าคนเหล่านั้นเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันที่ถูกกระทบจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ

เกือบจะพูดได้ว่า รัฐไทยมีความอ่อนแออย่างยิ่งในการสร้างโครงสร้างทางสถาบันที่ดีในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้มีคุณธรรมและระบบที่ดีในการบูรณะเศรษฐกิจและสังคมให้ดีอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเราจะดีใจเมื่อหลายปีก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่สามารถมีการบังคับใช้ และอย่างน้อยมีแสงสว่างรำไรในหมู่นักวิชาการและผู้สนใจปัญหาบ้านเมืองว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 จะเป็นการสร้างกติกาของเกมที่จะสร้างนวัตกรรมของการเมืองการปกครองของไทย แต่รัฐธรรมนูญที่ถูกกล่าวอ้างว่าดีที่สุดเท่าที่มีมาก็มีอายุสั้นเพียง 10 ปีเท่านั้น แต่นี่คงเป็นความฝันที่ยังไกลความเป็นจริง เพราะส่วนสำคัญที่ขัดขวางมิให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีพลังอย่างที่ควรจะเป็นก็คือ การสร้างสถาบันใหม่อื่นๆ ในการรองรับรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ยังไม่ได้สถาปนาขึ้นอย่างจริงจัง ก็มาถูกทำลายลงอย่างไม่มีชิ้นดีในเดือนกันยายน 2549 กล่าวให้เจาะจงก็คือ การปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าสังคมไทยจะเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่ร้ายแรงที่ฝังรากลึกในสังคมไทย แต่ดูเหมือนว่า การปฏิรูปใดๆ ที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงกติกาที่ดีในอนาคตยังมิได้เกิดขึ้นเลยหลังจากวิกฤตการณ์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ยิ่งกว่านั้น ยังถอยหลังกลับไปหลายก้าวเลยทีเดียว

สิ่งที่น่ากลัวก็คือรัฐไทยไม่พยายามปฏิรูปตัวเองให้มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง คำถามพื้นฐานก็คือปัจจัยอะไรที่จะทำให้รัฐไทยเริ่มต้นปรับโครงสร้างพื้นฐานของสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม? ภายใต้โครงสร้างระบบการเมืองปัจจุบันที่เรามีรัฐบาลรักษาการ เราอาจกล่าวได้ว่า อัปลักษณ์ของไทยยังคงอยู่กับเราอีกนานแสนนาน เซ็กซ์กับสนามกอล์ฟไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่ฝรั่งจะนำมาวิจารณ์เมืองไทย ความเหลวแหลกของระบบคุณธรรมในสังคมไทยกำลังสร้างตัวเองอย่างรวดเร็วและถ้าไม่มีการสกัดกั้นหรือเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดี ระบบที่ไร้คุณธรรมในไม่ช้าก็จะค่อยๆ กลายเป็นปทัสฐานและเมื่อถึงจุดนั้นก็ยากที่จะแก้ไขให้ดีดังเดิม

การเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 23 ธันวาคม จะเป็นอย่างไร คงยังไม่อาจคาดได้ในขณะนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างแน่ก็คือ เราน่าจะได้รัฐบาลผสมหลายพรรคอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเกิดปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลแบบผสมตามมา เหมือนเมื่อเคยเกิดมาแล้วในอดีต พรรคการเมืองเกือบทุกพรรคขณะนี้ต่างหาเสียงโดยเน้นการเสนอนโยบายแบบประชานิยมที่ต้องการเอาใจประชาชนทั้วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร การเล่าเรียนฟรี เงินกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น นโยบายของพรรคไทยรักไทย ซึ่งขณะนี้คือพรรคพลังประชาชนจะเอาชนะใจคนไทยได้เพียงใด วันที่ 23 ธ้นวาคม ก็คงทราบกันแน่ๆ แต่สิ่งที่ผู้เขียนสนใจก็คือ ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดของไทยในปัจจุบันนี้ที่เผชิญและจะเผชิญในอนาคตก็คือ ในปี 2549 เรายังมีคนจนถึง 6 ล้านคน ในจำนวน 65 ล้านคน แต่ที่ร้ายแรงมากกว่าก็คือ สังคมไทยกลับมามีความเหลื่อมล้ำกันมากยิ่งขึ้นระหว่างคนในประเทศ กลุ่มคนที่รวยที่สุดเทียบกับกลุ่มคนที่จนที่สุดนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 16 เท่า ในปี 2549 ( ตามมาตรฐานสากลมักให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนที่รวยที่สุดกับคนที่จนที่สุดมีไม่เกิน 4 เท่า เช่น ญี่ปุ่น เป็นต้น) ซึ่งมีการลดลงเป็น 12 เท่า ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร แต่เมื่อรัฐบาลหมดอำนาจไป ความเหลี่อมล้ำนี้กลับกระโดดขึ้นมาสูงกว่าถึงเฉลี่ยเดิม ซึ่งอยู่ที่ 13 เท่า แสดงว่านโยบายประชานิยมอาจมีผลลดความเหลื่อมล้ำลงได้ แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อรัฐบาลเลิกอัดฉีดเงินเข้าไป ความเหลื่อมล้ำก็กลับสูงขึ้นมาใหม่

น่าเสียดายที่พรรคการเมืองส่วนมากในขณะนี้มิได้ใส่ใจเรื่องความเหลื่อมล้ำนี้เท่าที่ควร ในกรณีของไทยนั้น เราอยู่ในภาวะที่แย่มากๆ ในมาตรฐานของโลกคือมีความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ใกล้เคียงกับอาร์เจนตินาหรือโคลัมเบีย ซึ่งทั้งสองประเทศล้วนมีการกระจายรายได้ที่เลวร้ายในระดับโลก

ยังไม่มีพรรคการเมืองใดที่หาเสียงที่จะลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะนี่จะเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่งที่จะหาเสียงจากคนยากคนจนในประเทศนี้ คำถามที่น่าสนใจก็คือ ถ้าพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกจะแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำนี้ รัฐบาลนั้นจะเลือกใช้นโยบายแบบใด ระหว่างเสรีนิยม ประชานิยม และรัฐสวัสดิการ หลังวันที่ 23 ธันวาคมนี้ เราคงได้รู้คำตอบอย่างไม่ต้องสงสัย
 
 
 
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #45 เมื่อ: 08-12-2007, 18:04 »




ชี้ปี 2550 คอร์รัปชั่นยังเพิ่ม 'ไทย'กระทบพรรคการเมืองหนักสุด   http://www.matichon.co.th/prachachat/news_title.php?id=684
| วันที่ 07 ธันวาคม 2550 - เวลา 16:05:25 น.
 
 
 
 
หน่วยงานตรวจสอบความโปร่งใสทั่วโลกแฉ ผู้คนทั่วโลกเผยพฤติกรรมคอร์รัปชั่น ประจำปี 2550 ยังคงเพิ่มขึ้น โดยแอฟริกาครองแชมป์ ขณะที่เมืองไทยพบ 'คอร์รัปชั่น'กระทบพรรคการเมืองมากที่สุด ตามด้วยหน่วยงานตำรวจและธุรกิจเอกชน


สำนักข่าวเอพีรายงานดัชนีตรวจสอบการคอร์รัปชั่นทั่วโลกประจำปี 2550 ของหน่วยงานตรวจสอบความโปร่งใสทั่วโลก กระทำต่อกลุ่มผู้สำรวจกว่า 63,000 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก ระบุว่าผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าพฤติกรรมคอรับชั่นยังคงเพิ่มขึ้น โดยการเมืองถือเป็นหน่วยงานที่มีพฤติกรรมคอรับชั่นมากที่สุด ตามด้วยรัฐสภา และหน่วยงานตำรวจ ขณะที่ภูมิภาคที่เป็นแชมป์การคอร์รัปชั่นได้แก่ แอฟริกาใต้ 42% อันดับสอง เอเชีย-แปซิฟิก 22% อันดับสาม มอลโดว่า และยูเครน 21% อันดับสี่ ลาตินอเมริกา 13% ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ 5% และอเมริกาเหนือ 2 %

ขณะที่แคเมอรูนกลายเป็นประเทศที่มีพฤติกรรมคอร์รัปชั่นมาก หรือ 79% อันดับสองคือ กัมพูชา 72% อันดับสาม โคโซโว 67% อันดับสี่ มาเซโดเนีย และปากีสถาน 44%

ส่วนการตรวจสอบดัชนีจากรายงานดังกล่าวในส่วนของเมืองไทย ระบุว่า การคอร์รับชั่นจะส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองมากที่สุดคือ 4.2 % รองลงมาคือตำรวจ 4.0 % ตามด้วยธุรกิจเอกชน 3.3 % สำนักงานภาษี 3.1%และกองทัพ 3.0% ตามด้วยหน่วยงานด้านกฎหมาย และหน่วยงานด้านการศึกษา 2.9 % ขณะเดียวกัน 66 % เชื่อว่า ไทยจะมีพฤติกรรมคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้น ส่วน 25% เชื่อว่าลดลง และ 9% เห็นว่าอยู่ในระดับเท่าเดิม

รายงานระบุด้วยว่า ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่า หน่วยงานตำรวจ เป็นหน่วยงานที่มีการคอร์รัปชั่นมากที่สุด ตามด้วยหน่วยงานด้านกฎหมาย และสำนักงานลงทะเบียน หน่วยงานด้านการศึกษา และบริการด้านสาธารณสุข

ด้านนายฮูเก็ตเต้ ลาเบลล์ ประธานหน่วยงานตรวจสอบความโปร่งใสทั่วโลกกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าวิตกและเป็นเรื่องอันตรายต่อชีวิต หากประชาชนต้องถูกขอให้จ่ายเงินสินบนต่อบริการที่จำเป็นต่อชีวิต
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #46 เมื่อ: 09-12-2007, 12:01 »









บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #47 เมื่อ: 10-12-2007, 16:22 »




เอแบคโพลเชื่อ "กลุ่มพลังเงียบ" เป็นตัวชี้ขาดผลการเลือกตั้ง

http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9500000146037
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 ธันวาคม 2550 14:26 น.
 
 
       ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนใจเลือกพรรคการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการเปลี่ยนแปลงในผลแพ้ชนะของการเลือกตั้ง 2550 พบว่า ไม่ว่าประชาชนตั้งใจจะเลือกพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นเดียวกันคือ ต้องการเห็นเศรษฐกิจที่ดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง โดยเมื่อจำแนกตามพรรคการเมืองที่ตั้งใจจะเลือกนั้น โดยผู้ที่ตั้งใจจะเลือกพรรคพลังประชาชนมีอยู่ร้อยละ 93.6 ตั้งใจจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ มีอยู่ร้อยละ 90.6 และตั้งใจจะเลือกพรรคอื่นๆ มีอยู่ร้อยละ 88.5
        นอกจากนี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นหลังการเลือกตั้งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ความรักความสามัคคีของคนในชาติ ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ ผลวิเคราะห์พรรคการเมืองที่ประชาชนตั้งใจจะเลือกจำแนกตามจุดยืนทางการเมือง ที่พบว่า ร้อยละ 59.0ของกลุ่มผู้ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จะเลือกพรรคพลังประชาชนในขณะที่ประมาณ 1 ใน 3 ของกลุ่มนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ สำหรับในกลุ่มผู้ที่ไม่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ร้อยละ 61.4 ตั้งใจจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 25.9 ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดที่น่าสนใจคือการตัดสินใจของคนในกลุ่มที่เรียกตนเองว่าพลังเงียบ ที่พบว่า ประมาณ 2 ใน 3 คือร้อยละ 61.3 ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองใด ในขณะที่ร้อยละ 18.1 จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 13.2 จะเลือกพรรคพลังประชาชน โดยมีเพียงร้อยละ7.4 ที่ตั้งใจจะเลือกพรรคอื่นๆ
        ดร.นพดล กล่าอวีกว่า ถ้ากลุ่มพลังเงียบออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก อาจทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปจากการทำนายของโพลและการคาดเดาของกลุ่มต่างๆ ได้ ดังนั้น การชี้ขาดผลการเลือกตั้ง 2550 จึงน่าจะอยู่ที่กลุ่มพลังเงียบที่สำรวจพบว่าเป็นประชาชนกลุ่มใหญ่ที่สุดในขณะนี้
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #48 เมื่อ: 10-12-2007, 17:20 »




เดี๋ยวมารอดูกัน กกต. จะแจกใบแดงหรือไม่..

คาดว่าคงไม่วิ่งเต้น ยกเว้นมีคนชงเบาะแสประเคน
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #49 เมื่อ: 11-12-2007, 13:40 »



หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาวีซีดี

http://news.mcot.net/politic/inside.php?value=bmlkPTIzNTgmbnR5cGU9Y2xpcA==


ภูมิภาค 11 ธ.ค.- หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาวีซีดีเพราะเป็นเรื่องของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และจะเพิ่มความระมัดระวังในการหาเสียงมากขึ้นเพราะมีแต่คนจ้องจับผิด

ในการลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ หัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้ไปเยี่ยมและดื่มกาแฟที่อำเภอสันกำแพง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการตอบรับจากพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนเป็นอย่างดี

ทางด้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงเจตนารมณ์เสนอตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่มีพรรคใดติดต่อเข้ามาและไม่เชื่อว่าจะเป็นการสร้างศัตรูทางการเมือง นอกจากนี้ยังรียกร้องให้ กกต.พิจารณาปัญหาวีซีดีด้วยความเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมือง

ขณะที่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่าการเผยแพร่วีซีดีของอดีตนายกรัฐมนตรีมีผลกระทบต่อการเลือกตั้ง และพร้อมให้พรรคการเมืองเข้าไปหาเสียงในพื้นที่ทหารอย่างเท่าเทียมกัน

พันตำรวจเอกโชติ ชวาลวิวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้จัดคณะครูเพื่อฝึกอบอรมตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว หรือ หน่วยจู่โจมพิเศษในทุกโรงพักเพื่อให้เกิดทักษะในการต่อสู้ระยะประชิดตัว กรณีถูกคนร้ายซุ่มโจมตีขณะดูแลหน่วยเลือกตั้ง - สำนักข่าวไทย

 


อัพเดตเมื่อ 2007-12-11 12:08:23
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: