ผู้ประกาศสาวเนชั่น แฉถูกแก๊งตุ๋นหลอกถามฉกรหัสบัตรเครดิต-เอทีเอ็ม
4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 14:22:00
"
จอมขวัญ หลาวเพ็ชร" เผยถูกแก๊งอาชญากรรมเศรษฐกิจ อ้างเป็นคนแบงค์ชาติ หลอกล่อถามข้อมูลรหัสบัตรเอทีเอ็ม-บัตรประชาชน หวิดสูญเงิน เร่งแจ้งอายัดการใช้บัตรทัน กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :
ขบวนการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หลอกล่อใช้เล่ห์กลโกง แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ถามข้อมูลจากบัตรเครดิต ยังคงปรากฏขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บัตรเครดิต ล่าสุด น.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร ผู้ประกาศข่าวสถานีเนชั่นแชเนล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. ได้รับโทรศัพท์จากหมายเลข 02-850-0946 มีเสียงผู้หญิงจากปลายสายเป็นเสียงอัตโนมัติระบุว่า "คุณเป็นหนี้บัตรเครดิต ธนาคารยูโอบี รัตนสิน จำนวนเงิน 48,000 บาท " จากนั้นเสียงอัตโนมัติได้ระบุให้กดหมายเลข 9 เพื่อฟังรายละเอียดเพิ่มเติม
น.ส.จอมขวัญ ระบุว่าได้ทำตามขั้นตอนตามเสียงอัตโนมัติ จนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งมารับสาย ระบุว่า ตนได้ไปใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว แต่เธอได้ปฏิเสธไปว่า ไม่เคยมีบัตรเครดิตของธนาคารดังกล่าว
ปรากฏว่า ผู้หญิงคนเดิมได้บอกว่า บัตรเครดิตคุณอาจจะถูกแฮกข้อมูลไปแล้ว จะช่วยแก้ไขให้โดยการติดต่อไปทางธนาคารแห่งประเทศไทยให้ดำเนินการแก้ไขเรื่องดังกล่าว และจะให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งกลับมาบอกอีกครั้ง
น.ส.จอมขวัญ กล่าวอีกว่า หลังจากวางสายไปได้ไม่นาน ได้มีโทรศัพท์เข้ามาอีกครั้ง แสดงตัวว่าชื่อ นายอภิวัฒน์ มงคลกุล ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้บอกกับตนว่า บัตรเครดิตคุณอาจจะถูกแฮกข้อมูล จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตร โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะดำเนินการให้
"จากนั้นเขาก็วางสายไป แล้วอีกประมาณไม่เกิน 10 นาที ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งอ้างชื่อ น.ส.นภาพร ทวีโชค ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเบอร์ที่โทรเข้ามาที่เครื่องเป็นเบอร์ส่วนตัว ระหว่างที่พูดคุยกับน.ส.นภาพร ปรากฏว่าเขาพยายามถามข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะ ตัวเลขที่ปรากฏหน้าบัตรเอทีเอ็ม ,เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน คำพูดของเขาน่าเชื่อถือจึงได้หลงเชื่อและบอกข้อมูลไปตามที่เขาต้องการ"
น.ส.จอมขวัญ กล่าวอีกว่า เมื่อบอกข้อมูลตามที่ น.ส.นภาพร ต้องการแล้ว ทางน.ส.นภาพรได้บอกอีกว่า จะทำการเปลี่ยนแถบแม่เหล็กให้ โดยวิธีการเปลี่ยนแถบจะต้องไปเช็คยอดเงินในบัตรก่อน โดยแนะนำว่าจะต้องไปเช็คยอดที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทยก่อน
"
พอเขาบอกว่าต้องไปเช็คยอดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม เริ่มเกิดความสงสัยว่าทำไมจะต้องเจาะจงเป็นตู้เอทีเอ็มของ 2 ธนาคารนี้เท่านั้น ซึ่งทางน.ส.นภาพรได้ระบุว่า ตู้เอทีเอ็มของ 2 ธนาคารนี้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อเขาพูดอย่างนี้ ฉันเชื่อว่าจะต้องถูกหลอกแล้ว จึงบอกไปว่า ทำงานด้านสื่อ ขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ แต่เขาก็ปฏิเสธอ้างว่า ไม่สะดวกจะให้เบอร์ และพยายามพูดจาบ่ายเบี่ยงทุกอย่างก่อนที่จะรีบวางสายไป" น.ส.จอมขวัญ ระบุ
น.ส.จอมขวัญ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ น.ส.นภาพร วางสายไปแล้ว ตนได้พยายามโทรกลับไปยังเบอร์ 02-850-0946 ที่ใช้โทรเข้ามาหาตอนแรก ไม่สามารถติดต่อได้ มีเสียงอัตโนมัติระบุว่า หมายเลขนี้ยังไม่เปิดใช้บริการ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้มีวิธีการอย่างไรที่ใช้เบอร์ดังกล่าวโทรเข้ามาหา เป็นลักษณะการโทรเหมือนเวลาที่เราโทรติดต่อไปยังธนาคารต่าง ๆ เป็นวิธีการที่แยบยล คิดไม่ถึงว่ากลุ่มมิจฉาชีพมีการพัฒนารูปแบบการหลอกลวงทำให้เหยื่อเข้าใจผิดได้
"หลังเกิดเหตุได้โทรศัพท์ไปอายัดบัตรเอทีเอ็มใบดังกล่าว พร้อมกับตรวจสอบไปทางธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ปรากฏว่าไม่มีชื่อพนักงานดังกล่าวทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงอยากจะฝากเตือนผู้ที่ใช้บัตรเครดิตให้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเรื่องนี้เท่าที่ได้คุยกับผู้ใหญ่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีการแจ้งเตือนไปยังธนาคารต่าง ๆให้เตือนผู้ที่ใช้บริการอย่าหลงเชื่อ ให้ตรวจสอบกับทางธนาคารโดยตรง" น.ส.จอมขวัญกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฏหมายของธนาคารแห่งหนึ่ง กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ทางฝ่ายกฎหมายของธนาคารได้แจ้งความและลงบันทึกประจำวันเพื่อให้ตำรวจดำเนินการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้ "เท่าที่รู้แก๊งนี้เป็นแก๊งคนร้ายข้ามชาติ ทำกันเป็นขบวนการใหญ่ วิธีการสามารถเจาะระบบข้อมูลของเหยื่อ และเจาะระบบการสื่อสาร มีวิธีการที่แยบยล จึงฝากให้ประชาสัมพันธ์ ให้ลูกค้าที่ใช้บริการได้รับทราบ รวมถึงมีการแจ้งเตือนผ่านทางเว็ปไซต์ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพกลุ่มนี้" เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายคนเดิมระบุ
http://www.bangkokbiznews.com/2007/11/04/WW10_WW10_news.php?newsid=198910 ขบวนการฉ้อโกงบัตรเครดิทเชื่อมั่นในวิธีการของพวกเขาอย่างยิ่ง
แม้แต่นักข่าวชื่อดัง ใกล้แหล่งข้อมูลข่าวสาร ก็ไม่เว้น........