ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
22-09-2020, 11:09
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  มันยึดอำนาจแล้วนำเศรษฐกิจพอเพียงมาบังหน้า 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
มันยึดอำนาจแล้วนำเศรษฐกิจพอเพียงมาบังหน้า  (อ่าน 4545 ครั้ง)
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #50 เมื่อ: 31-10-2007, 21:51 »

เอ้อ...ตัวใหญ่ ๆ ในประเทศสังคมนิยมหรือคอมมูนิสต์ นั่งเกวียนไปสภาเปรสิเดียมหรือไงครับ

รู้จักแยกแยะให้ถูกหน่อย

อาจารย์ใจ ก็แค่ยกมาแขวะ "เจ้า" ใคร ๆ เค้าก็รู้สันดานแกครับ

มันก็แค่เพิ่มราคาเอาไว้หน่อย เผื่อลูกศิษย์ลูกหาจะได้เชื่อมั่น

พอ ๆ กับลิ่วล้อในประชาไทกับฟ้าเดียวกันนั่นแหละ

ขอให้ได้แขวะ ก็สบายใจแล้ว

แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่...ถึงบอกว่า โง่จริงหรือแกล้งโง่


เทียบชั้นกะกูรู jerasak ของบอร์ดนี้แล้ว ดูความเห็นจะด้อยค่าไปหน่อยนะ
ตอบเอามันส์เชิงตะแบงซะเป็นส่วนใหญ่ สงสัยความคิดจะหดไปตามวัย
ถามเรื่อง เอสคลาส กะ อีคลาส ล่อเกวียนซะงั้น เห้อ เกรียนวัยชรา
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #51 เมื่อ: 31-10-2007, 22:02 »

โถ...แค่ตั้งกระทู้แขวะเจ้าฯ ไปวัน ๆ คนอ่านเค้ารู้ทันหมดแล้ว

ไปเล่นประชาไท ฟ้าเดียวกัน ราชดำเนิน ไม่ดีกว่าเหรอ..อิ อิ


ดร.สุเมธ คงไม่ได้เอา ดัชนีวัดความสุขไปด้วยน่ะเลยไม่ตอบ

จะว่าไปเรื่องของความพอใจ ความพอเพียง ในแง่หนึ่งมันเป็นเรื่องของความสุข เป็นเรื่องของจิตใจ

คนอย่าอาจารย์ใจคงไม่มีเรื่องพวกนี้ในสมอง เลยไปบ้าอยู่กับทฤษฎีที่สงคมตัดสินแล้วว่าไม่เหมาะกับคนไทย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-10-2007, 22:08 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #52 เมื่อ: 31-10-2007, 22:13 »

ยกสังคมนิยมมาเป็นคุ้งเป็นแคว แต่ลายเซ็นเสือกเป็นรักเหลี่ยมไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
เพี้ยนมากแล้ว ไปหาหมอมั่งเหอะว่ะ
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 31-10-2007, 22:34 »

ยกสังคมนิยมมาเป็นคุ้งเป็นแคว แต่ลายเซ็นเสือกเป็นรักเหลี่ยมไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
เพี้ยนมากแล้ว ไปหาหมอมั่งเหอะว่ะ


ก็เพราะรักเหลี่ยมไม่เปลี่ยนแปลงนี่แหละ ถึงตั้งหน้าตั้งตาโจมตีเศรษฐกิจพอเพียง

ปฎิวัติใหม่ ๆ ไอ้เหลี่ยมถึงขั้นจ้างคนเขียนบทความสร้างความสับสนเรื่องนี้ให้กับต่างชาติ

ความคิดอุบาทว์ แบบนี้ มันก็มาจากไอ้หน้าเหลี่ยมนั่นแหละครับ


ระดับชาวบ้าน ๆ ยังเข้าใจได้ แต่ครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยไม่สามารถทำความเข้าใจได้

ไม่รู้ใครโง่กว่าใคร อ้อ...ชาวบ้านเค้าเรียกว่า "ยิ่งเรียนยิ่งโง่"..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-10-2007, 22:35 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #54 เมื่อ: 31-10-2007, 23:10 »

โถ...แค่ตั้งกระทู้แขวะเจ้าฯ ไปวัน ๆ คนอ่านเค้ารู้ทันหมดแล้ว

ไปเล่นประชาไท ฟ้าเดียวกัน ราชดำเนิน ไม่ดีกว่าเหรอ..อิ อิ


ดร.สุเมธ คงไม่ได้เอา ดัชนีวัดความสุขไปด้วยน่ะเลยไม่ตอบ

จะว่าไปเรื่องของความพอใจ ความพอเพียง ในแง่หนึ่งมันเป็นเรื่องของความสุข เป็นเรื่องของจิตใจ

คนอย่าอาจารย์ใจคงไม่มีเรื่องพวกนี้ในสมอง เลยไปบ้าอยู่กับทฤษฎีที่สงคมตัดสินแล้วว่าไม่เหมาะกับคนไทย


ไม่อ่านเนื้อหาของจารย์ใจให้ละเอียด ก็ดิสเครดิตไปเรื่อยว่าแขวะเจ้า
บทความที่สัมภาษณ์นี้ไม่เห็นจะด่าว่าเจ้าตรงไหน ตั้งใจยกเรื่องอื่นๆ
มาปนเพื่อดิสเครดิตกันง่ายๆ แบบนี้มันหลอกได้แต่เด็กกะผู้ใหญ่สมอง
เด็กโง่ๆ แถวนี้นา คนคิดทันเค้าไม่หลงเชื่อหรอก ถ้าจะไปด่าเค้าว่าไม่
มีเรื่องความสุข เรื่องจิตใจในสมอง ก็หาเหตุผลมาแย้งน่าจะดูเป็นคนมี
ความรู้มากกว่านะ อย่าให้เค้าว่าแก่เพราะกินข้าวสิ เสียสถาบันคนแก่
หมด ว่าแต่ ดร.นั่นเลิกขับสปอร์ตเอ็มอาร์ทูสีแดงมือสองแล้วเหรอ รถ
สปอร์ตพอเพียงเลยนะนั่น เครื่องสามเอสเทอร์โบด้วยมั้ง คงเป็นเรื่อง
ของจิตใจ ขับแล้วมีความสุขในอีกมิติ

ยกสังคมนิยมมาเป็นคุ้งเป็นแคว แต่ลายเซ็นเสือกเป็นรักเหลี่ยมไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
เพี้ยนมากแล้ว ไปหาหมอมั่งเหอะว่ะ


อ้าว ยังอ่านรู้เรื่องว่าเป็นสังคมนิยม แสดงว่ายังไม่เพี้ยนมาก


บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #55 เมื่อ: 01-11-2007, 01:17 »

เห็นด้วยเต็มที่  เลยนำเศรษฐกิจพอเพียงมาปลุกกระแสบังหน้า

ระบบเศรษฐกิจพอเพียงนี่ มันเป็นจินตภาพ จับต้องอะไรไม่ได้เลย
ไม่มีเกณฑ์ อะไรที่จะมาวัดได้ ว่าพอเพียงหรือยัง  การดำเนินนโยบาย
เศรษฐกิจ ทุกอย่างสามารถว่าจะมองไปว่า พอเพียงหรือไม่พอเพียงได้ทั้งนั้น
เช่นท่านอดีตนายก ให้กองทุนหมู่บ้านอย่างพอเพียง หมูบ้านละเพียงแค่ 1 ล้าน
ไม่ใช่ 10 ล้าน   แล้วอยู่ดีๆ คุณจะเอาเกณฑ์คุณไปฟันธงได้ไงว่าอันไหนพอเพียงไม่พอเพียง

     
คุณนั่นแหละไม่เข้าใจว่ามันมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกในฐานะรัฐบาลต้องตั้งเกณฑ์ขึ้นมาให้ไ้ด้ว่า
อะไรที่ประชาชนได้รับยังไม่พอเพียงก็ต้องจัดการให้มันพอเพียง ส่วนที่สองคือในฐานะของ
ประชาชนต้องตั้งเกณฑ์ของตัวเอง ของกิจการตัวเอง ของกลุ่มธุรกิจตัวเอง ฯลฯ ว่าจะใช้จ่าย
จะลงทุน จะเก็บออม อย่างไรมันถึงจะพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน .. แค่นี้ทำไมไม่เข้าใจล่ะครับ

เรื่องรัฐสวัสดิการนั่น ก็คือในส่วนแรกที่รัฐต้องจัดการให้พอเพียง และเรื่องไม่มีเงินมาจ่ายภาษี
อะไรนั่นมันโมเดลเศรษฐกิจระบอบทักษิณ เอาเงินคนรวยไปอุ้มชูคนจน
..ถึงได้เกิดการเมืองแบบ "สองนคราประชาธิปไตย"..ไม่มีแผ่นดินอยู่แบบตอนนี้  

แต่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งไปที่ให้ภาครัฐสนับสนุนภาคเกษตร ให้เข้มแข็งอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ในที่สุดภาคเกษตรก็จ่ายภาษี รับผิดชอบเลี้ยงดูประเทศด้วย ไม่ใช่ระบบใครรวยได้รวยไป
แล้วไปเก็บเงินคนรวยมาแจกคนจนหาคะแนนเสียง แล้วคนรวยก็ไปเป็นนักการเมืองโกงกิน!!!

ที่สำคัญเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ไม่มีการค้าการขาย เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ห้ามมั่งคั่งร่ำรวย
ไม่ได้ห้ามใช้ของดีมีราคา ไม่ได้ห้ามใช้เทคโนโลยี ใครสั่งใครสอนให้คิดแบบนี้เป็นพวกวิปริต
ผิดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง กลายเป็นระบบอะไรไม่รู้
..แนะนำให้ไปล้างสมองตัวเองให้หมดแล้วศึกษาใหม่ให้ถูกต้องนะครับ.


อ่านแล้วก็แปลกใจ
ไอ้ส่วนแรก  รัฐบาลที่ไหนก็ทำทั้งนั้น   ไอ้ส่วนสอง นั่นพวกประชาชนก็พยายยามจะทำตามอยู่ตลอด 
เพราะยังงั้นเราก็อยู่ในระบอบเศรษฐกิจพอเพียงแล้วใช่มั๊ยครับ
แล้ว ตอนนี้เราเป็นประเทศกำลังพัฒนา ก็มีคนจน และยากไร้เยอะ  และรํฐ ก็จะทำส่วนแรกให้ได้มากที่สุด
แล้วถ้าไม่เอาเงินคนรวยไปอุ้ม แล้วรัฐบาลจะเอาเงินไหนไปอุ้มครับ
    ยิ่งเรื่องไม่ห้ามร่ำรวย มั่งคั่ง ของดี งั้นก็ยุคนี้ แล้วครับ เศรษฐกิจพอเพียง ใช่เลย

คุณลองหานโยบาย เศรษฐกิจ ดู อันไหนพอเพียงมั่ง ยกตัวอย่างหน่อยครับ อยากเห็นจริงๆ

 ตอนนี้มีแต่รณรงค์ เศรษฐกิจพอเพียง กัน เพียงแต่พูดให้ฟังดูดี  แต่ทำกันไม่ได้เลย เจ้าสัวซีพีปากก็พอเพียงๆ
จะไปลงทุนเวียดนามไม่รู้กี่หมื่นล้าน พอเพียงมั๊ยนั่น มันควรเป็นคำสอนให้คนทำตัวไม่ประมาทเท่านั้น
ไม่น่าจะมาประโคมเพื่อดิสเครดิตกันเลย

ทำไมไม่รณรงค์ เรื่องประหยัด ขยัน กันไม่มีใครค้านกันหรอก แม้มันจะจับต้องไม่ได้เหมือนกัน 
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #56 เมื่อ: 01-11-2007, 01:26 »

พอเพียงก็คือทำอะไรแต่พอตัวนั่นแหละ ทำอะไรเกินตัวเดี๋ยวจะเดือดร้อนเอา มันก็แค่เรื่องง่ายๆ ไม่รู้ว่าแถจะโง่งมโข่งกันไปถึงไหน

อะไรที่มันมากเกินไป มันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ อย่างเช่น กินมากเกินไป ออกกำลังกายมากเกินไป มีเซ็กส์มากเกินไป กู้เงินมามากเกินไป ใช้เงินมากเกินไป การทำอะไรที่เกินตัว มากเกินไปไม่ดีทั้งนั้น จึงต้องรู้จักพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย เป็นปรัชญาที่แนะนำให้เรารู้จักในการใช้ชีวิตในสังคม แถจะไม่ทำก็ได้ ก็ทำอะไรเกินตัวก็ได้ไม่มีใครว่าอะไร แต่อย่ามาอวดโง่เลย คนเขาจะดูถูกเอา

บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #57 เมื่อ: 01-11-2007, 03:02 »

น่าน มาแล้วครับพ่อกูรูกะโหลกกะลาเรา เทพขนาด ดร.จิรายุ ยังบอกว่า

"เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไม่มีคำตอบที่จะเป็นบรรทัดฐาน"

นี่พ่อกู(มี)รูเราเหนือเทพเว้ยเฮ้ย บอกว่า ให้ตั้งเกณฑ์สองส่วน เก่งฉิบเยย
ก็อ่านมาด้วยกันเป็นกระทู้ยาวววววเหยียดแท้ๆ ทุกรูขุมขนหมดแล้ว มันก็
มีแค่นั้น พวกชั้นเทพแกอุตส่าห์ compress พระราชดำรัสให้เหลือแค่ห้าข้อ
อันที่จริงน่าจะเป็นม็อตโต้ของเศรษฐกิจพอเพียงมากกว่าจะเป็นสรุปนะนั่น
เพราะพอขยายความก็ไม่สนต้นฉบับซะงั้น เอาที่ compress มาขยายใหม่
ยังกะย่อรูปด้วย jpeg แล้วขยายใหม่อีกที มันก็หยาบนะสิ แล้วแต่ละท่าน
ที่ขยายขึ้นมาใหม่ก็ใส่ความเห็นตัวเองเป็นที่สนุกสนาน รวมทั้งพ่อกูรูนี่ด้วย
ป่าวหว่า สงสัยแหงเรยยยย ถึงดูจะเข้าใจเกินต้นฉบับซะอย่างงี้

ต้องอ่านให้เข้าใจก่อนนะว่าจารย์ใจแกไม่ได้ด่าอะไรปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เลย แกด่าพวกซังกะบ๊วยที่นำไปหาประโยชน์ซี้ซั้วผิดที่ผิดทางต่างหาก อ่าน
ไม่เข้าใจดันไปด่าแกซะงั้น บางคนลามไปถึงป๊าแกซะอีก ไม่เข้าท่าเล้ย

ส่วนที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ห้ามใช้ของดีมีราคานั่น
เกณฑ์แต่ละคนแต่ละสถานการณ์มันอยู่ไหนเหรอ มีปัญญาเก่งนักก็ลองตอบเรื่อง
รถประจำตำแหน่งท่านทหารวีรบุรุษติดหรูพวกนั้นหน่อยซิว่าทำไมต้องเอสคลาส
อีคลาสถูกกว่าเป็นครึ่งนั่งแล้วริดสีดวงตูดมันจะแตกเลือดนองเบาะหรือไง แบบนั้น
ซื้อโกเต็กมารองนั่งยังประหยัดกว่านั่งเอสคลาสอยู่ดี แถมพวกยังต้องล่อรุ่นใหม่ล่า
สุดคันนึงหลักสิบล้านไปโน่น ยังไม่ต้องพูดถึงยี่ห้อญี่ปุ่นประกอบในประเทศนะนั่น
ทั้งที่จริงมันก็นั่งนุ่มตูดพอกันแท้ๆ คำถามง่ายๆ แค่นี้สงสัยตอบไม่ได้แหง

คุยกันคราวก่อนเห็นไม่ยอมรับ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ ดร.จิรายุ สรุป
คราวนี้คุณอยากประหยัดฯ มายกย่องเป็นเทพไปแล้ว จะเอายังไงแน่?

"เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไม่มีคำตอบที่จะเป็นบรรทัดฐาน"
http://www.sufficiencyeconomy.org/life.php?ac=detail&n_id=1&Id=259

ประโยคที่ ดร.จิรายุ พูดมาท่านพูดถึง ในส่วนการดำเนินชีวิตส่วนตัวของแต่ละคน
ที่แล้วแต่ว่าจะกำหนดเกณฑ์ของตัวเองว่าตรงไหนพอเพียงในแต่ละเรื่อง ไม่ใช่ว่า
กำหนดเกณฑ์อะไรไม่ได้


เรื่องความพอเพียงมันไม่จำเป็นต้อง fix อยู่ตรงไหนแบบแน่นอนจนขยับไม่ได้
แต่สามารถปรับได้ตามความเหมาะสม ซึ่งตามธรรมชาิติ มันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
และนี่คือลักษณะเด่นของทางสายกลาง ซึ่งการพิจารณาว่าตรงไหนเหมาะสมนั้น
ต้องกำกับด้วยความรู้ และคุณธรรม

ที่สำคัญที่สุดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง จะสรุปเป็นกี่ส่วน กี่ข้อ จะตีความอย่างไร
ต้องศึกษาแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงดำเนินชีิวิต และ
ทรงปฏิบัติงาน ถ้าทำแล้วไม่สอดคล้องกับแนวทางของพระองค์ ก็อย่าปักใจ
เชื่อว่าทำถูก ตีความถูก

อย่าง อ.ใจ แกจะไปด่าอะไรได้ ถ้า ดร.จิรายุ เป็นเทพ ไม่ทราบ อ.ใจ เป็นอะไร?
...

เรื่องรถประจำตำแหน่งเขาก็มีเกณฑ์เขาอยู่ คุณอยากประหยัดฯ มีปัญหาอะไรหรือ
เรื่องทำไมใช้เอสคลาสไม่ใช้อีคลาส ก็เพราะอีคลาสเขาก็มีเกณฑ์ให้ระดับอื่นใช้
และที่ดีกว่าเอสคลาสเขาก็มีเกณฑ์ให้ระดับสูงๆ ขึ้นไปใช้ ผมเชื่อว่าน่าจะถึงขนาด
มีระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยซ้ำ

ส่วนจะสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่เพียงใด ผมไม่เคยเห็นเหตุผล
ที่เขาเลือกใช้รุ่นนั้นๆ
ถ้าอยากให้ผมพิจารณาคุณอยากประหยัดฯ ก็หามาแล้วกันจะลองพิจารณาให้ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-11-2007, 03:09 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 01-11-2007, 03:08 »

กรอกน้ำใส่ตุ่มที่น้ำเต็ม มันไม่รับหรอกครับ

เสียเวลาเปล่า ๆ ต้องเอาแบบคุณพ่อเหลี่ยมนั่นแหละ ให้เมียไปเปิดศูนย์พอเพียงอะไรแถว ๆ เชียงราย

ป่านนี้ไปถึงใหนแล้ว
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #59 เมื่อ: 01-11-2007, 03:24 »

...
ระบบเศรษฐกิจพอเพียงนี่ มันเป็นจินตภาพ จับต้องอะไรไม่ได้เลย
ไม่มีเกณฑ์ อะไรที่จะมาวัดได้ ว่าพอเพียงหรือยัง  การดำเนินนโยบาย
เศรษฐกิจ ทุกอย่างสามารถว่าจะมองไปว่า พอเพียงหรือไม่พอเพียงได้ทั้งนั้น
เช่นท่านอดีตนายก ให้กองทุนหมู่บ้านอย่างพอเพียง หมูบ้านละเพียงแค่ 1 ล้าน
ไม่ใช่ 10 ล้าน   แล้วอยู่ดีๆ คุณจะเอาเกณฑ์คุณไปฟันธงได้ไงว่าอันไหนพอเพียงไม่พอเพียง
...

คุณ mebeam ก็อีกคน .. ผมต้องไปเอาคำตอบเก่ามาตอบคุณซ้ำ

ที่คุณว่าไม่มีเกณฑ์ อะไรที่จะมาวัดได้ ว่าพอเพียงหรือยัง แล้วทำไมคุณบอกว่า
กองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านเป็นการพอเพียง แต่หมู่บ้านละ 10 ล้านไม่พอเพียง?

ผมว่าคุณกำลังสับสนว่า "พอเพียง" หมายถึง "ประหยัด" และยังสับสนอีกด้วยว่า
การใช้เงินน้อยๆ คือการประหยัด และ "ใช้น้อยๆ" จะพอเพียงกว่า "ใช้มากๆ"

ความจริงจะบอกได้ว่า พอเพียง หรือเปล่าต้องดูที่เหตุผล ในการกำหนดจำนวนเงิน
ว่าตัวเลข 1 ล้านคำนวณมาจากไหน ถ้าตั้งตัวเลขขึ้นมาลอยๆ เพราะมันหาเสียงง่ายดี
แล้วก็แจกมันทุกหมู่บ้านเท่าๆ กัน ไม่ว่าแต่ละที่จะจำเป็นมากน้อยต่างกันไหม

ผมว่าจะกำหนดแจกหมู่บ้านละ 1 บาท หรือ 1 พันล้าน มันก็ไม่เข้าหลักพอเพียงทั้งนั้น

...

และที่คุณว่าไม่มีเกณฑ์ อะไรที่จะมาวัดได้ ว่าพอเพียงหรือยังนั้น
เอาอย่างนี้คุณ mebeam ลองถามตัวคุณเองแล้วกันนะครับ..

คุณรู้ไหมว่าอะไรพอเพียงสำหรับตัวคุณบ้าง? อย่างวันนึงควรกินข้าววันละกี่มื้อ มื้อละกี่จาน
อาบน้ำ สีฟัน วันละกี่หน ควรใช้เงินวันละกี่บาท .. อย่างน้อยต้องเท่าไหร่ถึงจะพอเพียง
จะกำหนดเกณฑ์พวกนี้กำหนดได้ไหม.. อย่าบอกนะครับว่าเรื่องแค่นี้ตัวคุณเองก็ไม่รู้ ?
ถ้าที่ผมถามมาคุณตอบได้ .. การกำหนดเกณฑ์ "พอเพียง" ก็ทำได้ครับ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #60 เมื่อ: 01-11-2007, 03:52 »

อ่านแล้วก็แปลกใจ
ไอ้ส่วนแรก  รัฐบาลที่ไหนก็ทำทั้งนั้น   ไอ้ส่วนสอง นั่นพวกประชาชนก็พยายยามจะทำตามอยู่ตลอด 
เพราะยังงั้นเราก็อยู่ในระบอบเศรษฐกิจพอเพียงแล้วใช่มั๊ยครับ
แล้ว ตอนนี้เราเป็นประเทศกำลังพัฒนา ก็มีคนจน และยากไร้เยอะ  และรํฐ ก็จะทำส่วนแรกให้ได้มากที่สุด
แล้วถ้าไม่เอาเงินคนรวยไปอุ้ม แล้วรัฐบาลจะเอาเงินไหนไปอุ้มครับ
    ยิ่งเรื่องไม่ห้ามร่ำรวย มั่งคั่ง ของดี งั้นก็ยุคนี้ แล้วครับ เศรษฐกิจพอเพียง ใช่เลย

คุณลองหานโยบาย เศรษฐกิจ ดู อันไหนพอเพียงมั่ง ยกตัวอย่างหน่อยครับ อยากเห็นจริงๆ

 ตอนนี้มีแต่รณรงค์ เศรษฐกิจพอเพียง กัน เพียงแต่พูดให้ฟังดูดี  แต่ทำกันไม่ได้เลย เจ้าสัวซีพีปากก็พอเพียงๆ
จะไปลงทุนเวียดนามไม่รู้กี่หมื่นล้าน พอเพียงมั๊ยนั่น มันควรเป็นคำสอนให้คนทำตัวไม่ประมาทเท่านั้น
ไม่น่าจะมาประโคมเพื่อดิสเครดิตกันเลย

ทำไมไม่รณรงค์ เรื่องประหยัด ขยัน กันไม่มีใครค้านกันหรอก แม้มันจะจับต้องไม่ได้เหมือนกัน 

เฉพาะ "ส่วนแรก" ที่คุณบอกว่ารัฐบาลไหนก็ทำทั้งนั้น ในอุดมคติใช่ครับ แต่ในทางปฏิบัติแน่ใจหรือ?
ใน "ส่วนสอง" ที่คุณว่าประชาชนก็พยายยามจะทำตามอยู่ตลอด  ในอุดมคติก็ใช่อีก แต่ในทางปฏิบัติแน่ใจหรือครับ?
ที่ถามว่าเราอยู่ในระบอบเศรษฐกิจพอเพียงแล้วใช่ไหม .. ในอุดมคติก็ใช่ไงครับ แต่ปฏิบัติจริงอีกเรื่อง

..

ส่วนที่คุณถามว่า ตอนนี้เราเป็นประเทศกำลังพัฒนา ก็มีคนจน และยากไร้เยอะ 
และรัฐ ก็จะทำส่วนแรกให้ได้มากที่สุด ถ้าไม่เอาเงินคนรวยไปอุ้ม แล้วรัฐบาลจะเอาเงินไหนไปอุ้ม
นอกจากนี้คุณอยากเห็นตัวอย่างนโยบายเศรษฐกิจ ว่าอันไหนพอเพียงและไม่พอเพียง


คำตอบเรื่องนี้อยู่ที่การออกแบบระบบการอุ้ม ว่าตั้งใจจะแบ่งสังคมเป็นสองส่วนคือ คนรวย-คนจน
คนรวยก็รวยไปเรื่อยๆ แล้วเอาเงินคนรวยอุ้มคนจนไปเรื่อยๆ คนจนก็ได้กู้เงิน ได้เป็นหนี้ไปเรื่อยๆ
แบบนั้นก็วิธีหนึ่ง ตัวอย่างสมมุติมีคนทั้งประเทศ 73000 กับอีก 1 คน 73000 คนแรกไม่มีรายได้
แต่อีก 1 คนสมมุติชื่อนายหัวปี๊บ มีรายได้ 73000 ล้าน ก็เอาเงินจากนายหัวปี๊บมาอุ้มคนที่เหลือ

..เพราะนายหัวปี๊บจ่ายภาษีมากกว่าพวก "potato" รวมกันทั้งประเทศ..  Mr. Green

หรือจะตั้งใจอุ้มให้คนจนเข้มแข็งดูแลตัวเองได้ โดยไม่ก่อหนี้พอกพูน และที่สำคัญไม่เสี่ยงขาดทุน
โดยเสี่ยงกู้เงินลงทุน ทำการผลิต แล้วไปวัดดวงว่าจะขายผลผลิตได้ไหม ราคาจะตกหรือเปล่า
ในที่สุดคนจนก็จะปลดหนี้ได้ สะสมทุนได้ ดูแลตัวเองได้ แบบนี้ก็เหมือนกับทั้งประเทศมีคนสัก
73000 คน ในที่สุดแต่ละคนมีรายได้คนละ 1 ล้าน รวมกันทั้งประเทศก็ช่วยกันออกค่าใช้จ่าย
ช่วยกันดูแลประเทศได้ ไม่ต้องง้อนายหัวปี๊บ

...

ที่บอกว่า "เรื่องไม่ห้ามร่ำรวย มั่งคั่ง ของดี งั้นก็ยุคนี้ แล้วครับ เศรษฐกิจพอเพียง ใช่เลย"

เรื่องนี้มีประเด็นอื่นต้องพิจารณาเพิ่มเติมนะครับคือเรื่อง "ความรู้" กับ "คุณธรรม" เนื่องจาก
เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ห้ามร่ำรวย มั่งคั่ง หรือใช้ของหรู แต่ห้ามหวังรวยแบบ "โง่ๆ" หรือ
ใช้ของหรู แบบ "โง่ๆ" รวมทั้งห้ามรวยแบบ "ขี้โกง" และ ใช้ของหรูแบบ "ขี้ขโมย"
ดังนั้นยุคนี้ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเปล่า .. คุณ mebeam ก็ลองพิจารณาดูนะครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-11-2007, 03:59 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #61 เมื่อ: 01-11-2007, 05:53 »

อะไรคือ...พอเพียง?

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางไป เป็นประธานเปิดงาน
“เศรษฐกิจพอเพียงหล่อเลี้ยง ชาวประชา” ที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ข่าวบอกว่า มีประชาชนมาร่วมงานนี้ และมาต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนับหมื่นคน

ผมดีใจครับที่ทราบว่ามีผู้คนมาร่วมงานนี้จำนวนมากมาย ดังที่รายงานข่าวแจ้งไว้

ขณะเดียวกันก็หวังว่า ผู้คนจำนวนมากซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเกษตรกรเหล่านี้คงจะได้นำปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
ไปใช้ในการดำเนินชีวิตไม่มากก็น้อย

ผมขออนุญาตคัดลอกคำจำกัดความมาลงสู่กันอ่านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นคำจำกัดความที่ปรากฏ
อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 9 ที่กำลังใช้อยู่ในขณะนี้

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว
ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการ บริหาร และ พัฒนา ประเทศให้ ดำเนินไปในทาง สายกลาง
โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกา ภิวัตน์

ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมี
ระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้ง ภายในและภายนอก

ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการ
ต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้าง
พื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้
มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต

และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและรอบ คอบ
เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้าน วัตถุ สังคม
สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี”

แผนพัฒนาฉบับที่ 9 อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อความดังกล่าวข้างต้นนี้ เรียบเรียงและยกร่างโดย
ผู้ทรงคุณวุฒิคณะหนึ่งที่ติดตามพระราชดำรัส พระราชกระแส รวมทั้งโครงการในพระราช
ดำริที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

จากนั้นได้นำขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯถวายขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำไปเผยแพร่
ซึ่งทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขข้อความบางตอนและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เผยแพร่ได้

วันนี้ผมอยากให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งที่มีโอกาสไปเที่ยวงานที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และไม่มี
โอกาสไปเพราะอยู่ไกลจากจังหวัดเชียงใหม่...ได้กรุณานั่งอ่านอย่างช้าๆอีกครั้ง

โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “ความพอเพียง หมายถึง ความพอ ประมาณ ความมีเหตุ ผล...” นั่นแหละครับ

เมื่อก่อนนี้เกษตรกรไม่ค่อยมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ทำให้ไม่มีเงินไปลงทุนทำมาหากิน

รัฐบาลนี้เข้ามาเปิดโอกาสให้ท่านเข้าถึงทุนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน...มีโอกาสมากมาย รวมทั้ง
ล่าสุดยังมีโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเข้ามาอีก

คำถามก็คือ เมื่อท่านได้รับทุนจากรัฐบาลชุดนี้แล้ว ท่านใช้เงินทุนอย่างไร...อย่างพอประมาณ
และมีเหตุผลหรือไม่?

ถ้าเอาไปลงทุนต่อ และลงทุนในสิ่งที่เตรียมการแล้วอย่างรอบคอบว่าจะเกิดประโยชน์งอกเงย...
ก็ถือว่ามีเหตุผล

แต่ถ้าเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย เอาไปบริโภค หรือเอาไปซื้อโทรศัพท์ มือถือ ซื้อมอเตอร์ไซค์ ก็ถือว่าไร้
เหตุผล และไม่เป็นไปตามปรัชญานี้

โดยเฉพาะ “หนี้สิน” ที่เกิดขึ้นมากมายจากการสำรวจของนักสำรวจต่างๆนั้น ขอให้เป็นหนี้สิน
อันมีเหตุมีผลด้วยเถิด

อย่าได้เป็นหนี้สินที่เกิดจากความไร้เหตุไร้ผล ดังตัวอย่างที่ผมยกมาในวันนี้ก็แล้วกัน

มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่ายิ่งเข้าถึงทุนเท่าไร ท่านจะยิ่งยากจนมากขึ้นเท่านั้น...แล้ว
เมื่อไรท่านจะลืมตาอ้าปากได้เล่าครับ.

"ซูม"

ไทยรัฐ 2003-12-05 16:56:40
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 01-11-2007, 06:01 »

อยากถามอาจารย์ใจอยู่เหมือนกัน เข้าใจเรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมั๊ย

เวลาเค้าประกาศน่ะ มีอะไรกำกับ...อาจารย์สันขวานพวกนี้ น่าจะจับไปเป็นปู๋ยหมัก ปุ๋ยคอกได้แล้ว
บันทึกการเข้า

ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #63 เมื่อ: 01-11-2007, 06:02 »

อะไรคือ...พอเพียง?

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางไป เป็นประธานเปิดงาน
“เศรษฐกิจพอเพียงหล่อเลี้ยง ชาวประชา” ที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ข่าวบอกว่า มีประชาชนมาร่วมงานนี้ และมาต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนับหมื่นคน

ผมดีใจครับที่ทราบว่ามีผู้คนมาร่วมงานนี้จำนวนมากมาย ดังที่รายงานข่าวแจ้งไว้

ขณะเดียวกันก็หวังว่า ผู้คนจำนวนมากซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเกษตรกรเหล่านี้คงจะได้นำปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
ไปใช้ในการดำเนินชีวิตไม่มากก็น้อย

ผมขออนุญาตคัดลอกคำจำกัดความมาลงสู่กันอ่านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นคำจำกัดความที่ปรากฏ
อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 9 ที่กำลังใช้อยู่ในขณะนี้

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว
ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการ บริหาร และ พัฒนา ประเทศให้ ดำเนินไปในทาง สายกลาง
โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกา ภิวัตน์

ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมี
ระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้ง ภายในและภายนอก

ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการ
ต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้าง
พื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้
มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต

และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและรอบ คอบ
เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้าน วัตถุ สังคม
สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี”

แผนพัฒนาฉบับที่ 9 อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อความดังกล่าวข้างต้นนี้ เรียบเรียงและยกร่างโดย
ผู้ทรงคุณวุฒิคณะหนึ่งที่ติดตามพระราชดำรัส พระราชกระแส รวมทั้งโครงการในพระราช
ดำริที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

จากนั้นได้นำขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯถวายขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำไปเผยแพร่
ซึ่งทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขข้อความบางตอนและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เผยแพร่ได้

วันนี้ผมอยากให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งที่มีโอกาสไปเที่ยวงานที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และไม่มี
โอกาสไปเพราะอยู่ไกลจากจังหวัดเชียงใหม่...ได้กรุณานั่งอ่านอย่างช้าๆอีกครั้ง

โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “ความพอเพียง หมายถึง ความพอ ประมาณ ความมีเหตุ ผล...” นั่นแหละครับ

เมื่อก่อนนี้เกษตรกรไม่ค่อยมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ทำให้ไม่มีเงินไปลงทุนทำมาหากิน

รัฐบาลนี้เข้ามาเปิดโอกาสให้ท่านเข้าถึงทุนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน...มีโอกาสมากมาย รวมทั้ง
ล่าสุดยังมีโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเข้ามาอีก

คำถามก็คือ เมื่อท่านได้รับทุนจากรัฐบาลชุดนี้แล้ว ท่านใช้เงินทุนอย่างไร...อย่างพอประมาณ
และมีเหตุผลหรือไม่?

ถ้าเอาไปลงทุนต่อ และลงทุนในสิ่งที่เตรียมการแล้วอย่างรอบคอบว่าจะเกิดประโยชน์งอกเงย...
ก็ถือว่ามีเหตุผล

แต่ถ้าเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย เอาไปบริโภค หรือเอาไปซื้อโทรศัพท์ มือถือ ซื้อมอเตอร์ไซค์ ก็ถือว่าไร้
เหตุผล และไม่เป็นไปตามปรัชญานี้

โดยเฉพาะ “หนี้สิน” ที่เกิดขึ้นมากมายจากการสำรวจของนักสำรวจต่างๆนั้น ขอให้เป็นหนี้สิน
อันมีเหตุมีผลด้วยเถิด

อย่าได้เป็นหนี้สินที่เกิดจากความไร้เหตุไร้ผล ดังตัวอย่างที่ผมยกมาในวันนี้ก็แล้วกัน

มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่ายิ่งเข้าถึงทุนเท่าไร ท่านจะยิ่งยากจนมากขึ้นเท่านั้น...แล้ว
เมื่อไรท่านจะลืมตาอ้าปากได้เล่าครับ.

"ซูม"

ไทยรัฐ 2003-12-05 16:56:40


สีซอเหรอครับ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 01-11-2007, 06:06 »

ไม่ได้สีซอหรอกครับ แต่อยากให้พวกหนักแผ่นดินมันรู้บ้างว่า

กว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะผ่านออกมาได้ หนักหนาสาหัสแค่ใหน

โดยเฉพาะแผน 10 ที่มาคลอดในรัฐบาล สุรยุทธ์

บักเหลี่ยมไม่พอใจขนาดย้าย เลขาธิการสภาพัฒน์ เพื่อจะให้ทำตามใจมัน คงจำกันได้
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #65 เมื่อ: 01-11-2007, 06:37 »

อะไรคือ...พอเพียง?

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางไป เป็นประธานเปิดงาน
“เศรษฐกิจพอเพียงหล่อเลี้ยง ชาวประชา” ที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ข่าวบอกว่า มีประชาชนมาร่วมงานนี้ และมาต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนับหมื่นคน

ผมดีใจครับที่ทราบว่ามีผู้คนมาร่วมงานนี้จำนวนมากมาย ดังที่รายงานข่าวแจ้งไว้

ขณะเดียวกันก็หวังว่า ผู้คนจำนวนมากซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเกษตรกรเหล่านี้คงจะได้นำปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
ไปใช้ในการดำเนินชีวิตไม่มากก็น้อย

ผมขออนุญาตคัดลอกคำจำกัดความมาลงสู่กันอ่านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นคำจำกัดความที่ปรากฏ
อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 9 ที่กำลังใช้อยู่ในขณะนี้

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว
ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการ บริหาร และ พัฒนา ประเทศให้ ดำเนินไปในทาง สายกลาง
โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกา ภิวัตน์

ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมี
ระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้ง ภายในและภายนอก

ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการ
ต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้าง
พื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้
มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต

และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและรอบ คอบ
เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้าน วัตถุ สังคม
สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี”

แผนพัฒนาฉบับที่ 9 อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อความดังกล่าวข้างต้นนี้ เรียบเรียงและยกร่างโดย
ผู้ทรงคุณวุฒิคณะหนึ่งที่ติดตามพระราชดำรัส พระราชกระแส รวมทั้งโครงการในพระราช
ดำริที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

จากนั้นได้นำขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯถวายขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำไปเผยแพร่
ซึ่งทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขข้อความบางตอนและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เผยแพร่ได้

วันนี้ผมอยากให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งที่มีโอกาสไปเที่ยวงานที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และไม่มี
โอกาสไปเพราะอยู่ไกลจากจังหวัดเชียงใหม่...ได้กรุณานั่งอ่านอย่างช้าๆอีกครั้ง

โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “ความพอเพียง หมายถึง ความพอ ประมาณ ความมีเหตุ ผล...” นั่นแหละครับ

เมื่อก่อนนี้เกษตรกรไม่ค่อยมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ทำให้ไม่มีเงินไปลงทุนทำมาหากิน

รัฐบาลนี้เข้ามาเปิดโอกาสให้ท่านเข้าถึงทุนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน...มีโอกาสมากมาย รวมทั้ง
ล่าสุดยังมีโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเข้ามาอีก

คำถามก็คือ เมื่อท่านได้รับทุนจากรัฐบาลชุดนี้แล้ว ท่านใช้เงินทุนอย่างไร...อย่างพอประมาณ
และมีเหตุผลหรือไม่?

ถ้าเอาไปลงทุนต่อ และลงทุนในสิ่งที่เตรียมการแล้วอย่างรอบคอบว่าจะเกิดประโยชน์งอกเงย...
ก็ถือว่ามีเหตุผล

แต่ถ้าเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย เอาไปบริโภค หรือเอาไปซื้อโทรศัพท์ มือถือ ซื้อมอเตอร์ไซค์ ก็ถือว่าไร้
เหตุผล และไม่เป็นไปตามปรัชญานี้

โดยเฉพาะ “หนี้สิน” ที่เกิดขึ้นมากมายจากการสำรวจของนักสำรวจต่างๆนั้น ขอให้เป็นหนี้สิน
อันมีเหตุมีผลด้วยเถิด

อย่าได้เป็นหนี้สินที่เกิดจากความไร้เหตุไร้ผล ดังตัวอย่างที่ผมยกมาในวันนี้ก็แล้วกัน

มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่ายิ่งเข้าถึงทุนเท่าไร ท่านจะยิ่งยากจนมากขึ้นเท่านั้น...แล้ว
เมื่อไรท่านจะลืมตาอ้าปากได้เล่าครับ.

"ซูม"

ไทยรัฐ 2003-12-05 16:56:40



การที่รัฐบาลทักษิณเปิดโอกาสให้ชาวบ้าน เข้าถึงทุนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
ด้วยเหตุผลว่าแต่ก่อนเกษตรกรไม่มีโอกาสเข้าถึงทุน ทำให้ไม่มีเงินลงทุนทำมาหากิน
กลายเป็นมีเงินมาให้กู้ลงทุนสารพัด

ผมว่าเป็นการตีโจทย์ที่ผิด จะผิดพลาดโดยสุจริต หรือทุจริตเชิงนโยบายก็อีกเรื่อง

เพราะผมมองว่าที่แต่ก่อนเกษตรกรไม่มีโอกาสเข้าถึงทุน เลยไม่มีเงินลงทุนทำกินนั้น
ความจริงของความจริงก็คือ เกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากมายอย่างที่คิด
แต่ที่ผ่านมาปัญหาของเกษตรกรไทยก็คือการต้องเสี่ยงลงทุน

ทั้งเมล็ดพันธุ์ ทั้งปุ๋ย ทั้งยาฆ่าแมลง ทั้งค่าเช่าที่ดิน ทั้งค่าจ้างแรงงาน ฯลฯ เสร็จแล้ว
ไปวัดดวงกับดินฟ้าอากาศ ฝนแล้ง น้ำท่วม ถ้ารอดมาได้ ก็ไปวัดดวงต่อว่าจะขายได้
ราคาคุ้มทุนไหม จะเจอสภาพสินค้าล้นตลาดหรือเปล่า ไหนจะสินค้าเสื่อมสภาพอีก

ถ้าปีไหนดีก็เจ๊า ปีไหนแย่ก็เจ๊ง แต่ส่วนใหญ่ลงทุนทุกปี ก็เจ๊งมันแทบทุกปี การได้เงิน
มาลงทุนเพิ่ม ก็คือการเสี่ยงติดหนี้เพิ่มเท่านั้นเอง

จึงไม่มีอะไรดีขึ้นจริงๆ ด้วยการแก้ปัญหาแบบคิดว่าเขาขาดเงินก็ให้โอกาสกู้เงินเยอะๆ


...

คราวนี้ถ้าตีโจทย์ไปอีกทาง ปัญหาการขาดเงินลงทุนจะหมดไป ถ้าไม่ต้องใช้เงินลงทุน
เมล็ดพันธุ์ก็คัดแยกเอง ปุ๋ยก็ผลิตเอง ยาฆ่าแมลงก็ผลิตเอง ที่ดินใช้แค่เท่าที่ตัวมีไม่กี่ไร่
แรงงานก็ใช้ที่มีในครอบครัว ทั้งหมดจะทำได้ต้องผลิตเพื่อบริโภคเอง เหลือแล้วจึงขาย!!!

ทำหลายๆ อย่างผสมกัน ทั้งไร่ ทั้งนา ทั้งสวน และมีที่กักเก็บน้ำของตัวเองอย่างพอเพียง
ทำให้มีรายได้หลากหลายตลอดทั้งปี จากมากมายหลายทาง ทนทานผลกระทบจากราคา
ตกต่ำของผลิตผลบางกลุ่มบางตัวได้ด้วย

การทำแบบนี้แก้ปัญหาการวัดดวงกู้เงินลงทุน แล้วเสี่ยงเป็นหนี้ไปเลย มีแต่ได้เงินทุกปี
จะมากหรือน้อยเท่านั้น และเมื่อเป็นการเหลือแล้วจึงขาย ทำให้ไม่ต้องกลัวถูกกดราคา
ไม่ต้องกลัวถูกสินค้าต่างประเทศมาทำราคาแข่ง ถ้ามันขายถูกนักเราก็แจกฟรีเสียเลย
เพราะมันก็เป็นของเหลือใช้!!!

มีคนประสบความสำเร็จปลดหนี้ได้แบบนี้นับจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนราย และเขาก็สั่งสอน
บอกเล่าต่อกันไปเรื่อยๆ ใครที่ยังกู้เงินลงทุนวัดดวง ก็ติดหนี้สินพอกพูนต่อไป

ในความคิดผมการแก้ปัญหาด้วยเงิน โดยคิดง่ายๆ ว่าชาวบ้านขาดเงิน ก็หาเงินให้กู้มากๆ
อย่างในระบบของทักษิณน่าจะถึงจุดสิ้นสุดไปได้แล้ว ในเมื่อมีแนวทางใหม่ที่ชัดเจนกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-11-2007, 16:09 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #66 เมื่อ: 01-11-2007, 06:44 »

ปกติ เกษตรกรก็มี "ธกส." ครับ

มีการรวมกลุ่มกู้ ค้ำประกันกันเอง มีสหกรณ์ มีช่องทางอยู่แล้ว

ขนาด ธกส. ทำอย่างระมัดระวัง จนป่านนี้ ลูกค้า ธกส. ยังเดินขบวนไม่จบ

มันบอกอะไรกับเราบ้างละครับ


ก่อนนั้น ในหมู่บ้านก็มี "กองทุน กขคจ." มีอยู่แล้ว แต่น้ำหนักแค่ หมู่บ้านละ 100,000 บาท
ทำกันมาก่อนมีกองทุนหมู่บ้านหลายปีครับ ( เดี๋ยวนี้เงินกองทุนนี้ก็ยังอยู่ )

ทักษิณมา เปิดใหม่เลย เป็นกองทุนละ 1,000,000 บาท
จะบอกว่าเกิดอาการ "สำลัก" คือ เงินมามาก บางคนไม่มีความจำเป็นก็กู้มาเก็บ มาใช้ก่อน
มันเป็นเรื่องของกิเลส หรือความกลัวเพื่อนได้เปรียบ ( ย่านได้หลื่น )
เพื่อนกู้ได้ ก็กู้บ้าง ประมาณนั้น


จากเงินกู้ ก็กลายเป็น เงินกู กูจะใช้อะไรเรื่องของกู...มันเลยยุ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-11-2007, 06:50 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #67 เมื่อ: 01-11-2007, 07:19 »

คุยกันคราวก่อนเห็นไม่ยอมรับ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ ดร.จิรายุ สรุป
คราวนี้คุณอยากประหยัดฯ มายกย่องเป็นเทพไปแล้ว จะเอายังไงแน่?

"เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไม่มีคำตอบที่จะเป็นบรรทัดฐาน"
http://www.sufficiencyeconomy.org/life.php?ac=detail&n_id=1&Id=259

ประโยคที่ ดร.จิรายุ พูดมาท่านพูดถึง ในส่วนการดำเนินชีวิตส่วนตัวของแต่ละคน
ที่แล้วแต่ว่าจะกำหนดเกณฑ์ของตัวเองว่าตรงไหนพอเพียงในแต่ละเรื่อง ไม่ใช่ว่า
กำหนดเกณฑ์อะไรไม่ได้


ด๊อกเตอร์จิรายุแกเป็นคนสรุปเศรษฐกิจพอเพียงซะที่ไหน ผลงานการทำม็อตโต้อย่างหรูของคณะกรรมการ
พัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติต่างหาก มาดูประวัติกันดีกว่า

- จบการศึกษาปริญญาตรี (เกียรตินิยม) ทางด้านเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics
   ประเทศอังกฤษ และปริญญาเอกสาขาเดียวกัน จาก Australian National University ประเทศออสเตรเลีย
- เริ่มต้นทำงานครั้งแรกในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ
   ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
- ปี 2524-2529 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ
   รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ตั้งแต่ปี 2530 (หลังจากเจอฝีมือของนายสมัครเข้าให้) ดร.จิรายุ ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน
   ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
- ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง
- ดำรงตำแหน่ง ประธาน และ/หรือ กรรมการในหลายบริษัทที่สำคัญในประเทศไทย รวมทั้งธนาคารไทย
   พาณิชย์ในฐานะนายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์
- ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

ที่ว่าเป็นเทพเพราะผลงานที่สำคัญของท่านในช่วงหลังๆ คือ
- นำพาบริษัทในเครือคือ scc นำโด่งหนี้สินสูงสุดในประเทศ 4,000 ล้านดอลล่าร์ในช่วงฟองสบู่แตก
   แต่สามารถใช้ความเป็นเทพกู้กิจการได้ ไม่ต้องโวยวายมากเหมือนนายประชัยผู้นำบริษัทเป็นหนี้สิน
   อันดับสองของประเทศแต่รักษาไว้ไม่ได้
- ให้บริษัทในเครือเป็นผู้ประมูลทีวีเสรี(นายจุลจิตต์คนของบริษัทในเครือเป็นผู้ร่างทีโออาร์) แต่ไปไม่
   รอด ขายทิ้งให้ทักษิณถ่ายโอนความซวยไปอย่างหมดจด ทั้งที่ความผิดในเรื่องขั้นตอนสัญญามันเริ่ม
   มาตั้งแต่ปี 2538
- ธนาคารในเครือไปปล่อยกู้และถือหุ้นในบริษัทที่ซื้อหุ้นชินคอร์ป
- แตกบริษัทย่อยทุนหมื่นล้านแต่ไม่ค่อยทำกำไร ไปทำหน้าที่จัดการให้เช่าหรือไล่ที่แทนสำนักงาน

ผลงานพอเพียงระดับนี้ยังได้เป็นประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงคิดดูซิเทพขนาดไหนแล้ว
เป็นคนอื่นเห็นผลงานหนี้บริษัทอันดับหนึ่งในประเทศเป็นแสนล้าน ก็หนาวขี้แล้วผลจากการลงทุนต่างประเทศ
และในประเทศแบบไม่บันยะบันยัง จนต้องขายกิจการย่อยร่วมทุนและปิดกิจการต่างประเทศทิ้งซะเกือบหมด
แต่ที่เทพกว่านั้นคือผู้บริหารคนก่อนนายชุมพล ได้ไปอยู่สิงห์เทลพร้อมกับเป็นบอร์ดไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน

ส่วนเรื่องรถประจำตำแหน่งนั่น อย่าถูไถสิ มันก็แค่รถทำเป็นลึกลับหาเหตุผลไม่ได้ไปด้าย ทีเหตุผลเบื๊อกๆ
อย่างอื่นเห็นเก่งนัก ถ้าแบ่งรุ่นตามลำดับชั้นมันเป็นรถศักดินาแล้ว คนเหมือนกันตำแหน่งต่างกันดันใช้รถ
รุ่นเดียวกันไม่ได้ แบบนี้ต้องแตกประเด็นเป็นระบบศักดินาขัดแย้งกับเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่าอีกกระทู้มั้ง

ปกติ เกษตรกรก็มี "ธกส." ครับ

มีการรวมกลุ่มกู้ ค้ำประกันกันเอง มีสหกรณ์ มีช่องทางอยู่แล้ว

ขนาด ธกส. ทำอย่างระมัดระวัง จนป่านนี้ ลูกค้า ธกส. ยังเดินขบวนไม่จบ

มันบอกอะไรกับเราบ้างละครับ


ก่อนนั้น ในหมู่บ้านก็มี "กองทุน กขคจ." มีอยู่แล้ว แต่น้ำหนักแค่ หมู่บ้านละ 100,000 บาท
ทำกันมาก่อนมีกองทุนหมู่บ้านหลายปีครับ ( เดี๋ยวนี้เงินกองทุนนี้ก็ยังอยู่ )

ทักษิณมา เปิดใหม่เลย เป็นกองทุนละ 1,000,000 บาท
จะบอกว่าเกิดอาการ "สำลัก" คือ เงินมามาก บางคนไม่มีความจำเป็นก็กู้มาเก็บ มาใช้ก่อน
มันเป็นเรื่องของกิเลส หรือความกลัวเพื่อนได้เปรียบ ( ย่านได้หลื่น )
เพื่อนกู้ได้ ก็กู้บ้าง ประมาณนั้น


จากเงินกู้ ก็กลายเป็น เงินกู กูจะใช้อะไรเรื่องของกู...มันเลยยุ่ง

เดินขบวนหรือประท้วงมันเรื่องปกติ แต่ว่ามันกี่คนกี่ % และเดือดร้อนจริงหรือเปล่ามีบันทึก
รายละเอียดไว้มั้ย ไม่ใช่เล่นง่ายๆ แค่ว่ามีผู้หญิงคนนึงโวยวายเสียงดังตามห้างให้เป็นข่าว
มุกเก่าๆ ที่พันธมิตรชอบใช้ แล้วลงหนังสือพิมพ์ว่าคนทั้งห้างไม่เห็นด้วย อย่างเรื่องสดๆ
ร้อนๆ ที่เกิดขึ้น คือ พนักงานรถไฟประท้วง ลองอ่านข้อเรียกร้องสิ พันธมิตรชัดๆ ไม่ได้เกี่ยว
เรื่องปากท้องโดยตรงแบบทันทีทันใดเลย ปีนี้ปีมหามงคลมันยังหยุดเดินรถทำประชาชน
เดือดร้อนนิ่มๆ ไม่สนใจหอกอะไรแค่สนองความเชื่อที่มีคนมาปั่นหัว พวกนั้นมันจะมีซักกี่คน
ในการรถไฟ เพียงแต่มันกุมจุดสำคัญที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นจะใช้
ความเก๋าอ้างว่ามีคนเดินขบวนเพื่อให้มองว่าระบบมันแย่คงไม่ได้ผลหรอก ไม่มีรายละเอียด
อย่างงี้หลอกได้แต่เด็กกะคนแถวนี้เท่านั้นแหละ ส่วน กทบ ผลงานมีเป็นตัวเลขชัดเจน ช่วง
ก่อนปฏิวัติคนจ่ายช้า(ไม่ได้แปลว่าไม่จ่าย)ประมาณ 14% หาได้จากกระทู้เก่าๆ ในนี้แหละ
อยากมองว่าเป็นส่วนมากก็เอาเหอะไม่มีเกณฑ์เหมือนกับคำว่าพอเพียงนั่นแหละ แต่คิดว่าคน
ที่เห็นตัวเลขนี้น่าจะรับได้ว่ามันน้อย เอาส่วนน้อยยกมาพ่นพร้อมจินตนาการแถมใช้คำว่าสำลัก
เงินอีกหน่อยนั่น ก็น้ำแตกหมู่กันได้อีกรอบแล้วว่าเป็นการเอาเงินไปทิ้ง ง่ายดีเนอะ ข้อมูลไม่ต้อง
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 01-11-2007, 07:30 »

ออกทะเลไปถึงใหนแล้ว ว่าง ๆ ให้อาจารย์ใจไปอ่าน สรุปเนื้อหาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 นะ

แล้วจะรู้ว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" อยู่ตรงใหนของแผน


http://www.ldd.go.th/Thai-html/05022007/PDF/PDF01/index.htm

เอาทีละเรื่อง อย่าโบ๊ยไปโน่นมานี่ มันซ้ำซาก เข้าใจบ่
บันทึกการเข้า

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #69 เมื่อ: 01-11-2007, 08:05 »

อย่างไอ้หน้าเหลี่ยมมันไม่เอาทั้งเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เอาทั้งระบบสังคมนิยม
ของมันเค้าเรียกระบบทุจริตเชิงนโยบาย

ไม่รู้มีอยู่ในตำรารึเปล่า สงสัยยังไม่มีใครเขียน


ปล.รัฐสวัสดิการของเค้าอย่าไปเอามาหากินเลย เอาไว้ อ.ใจ เข้าพรรคพลังประชาชนเมื่อไหร่ค่อยมาพูดกัน

ปล2.ชื่อพรรคฟังโคตรจะสังคมนิยมเลย แต่ดูหน้าไอ้หมากหมมแล้วคงไม่ใช่


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-11-2007, 08:09 โดย Cherub Rock » บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #70 เมื่อ: 01-11-2007, 08:41 »

ออกทะเลไปถึงใหนแล้ว ว่าง ๆ ให้อาจารย์ใจไปอ่าน สรุปเนื้อหาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 นะ

แล้วจะรู้ว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" อยู่ตรงใหนของแผน


http://www.ldd.go.th/Thai-html/05022007/PDF/PDF01/index.htm

เอาทีละเรื่อง อย่าโบ๊ยไปโน่นมานี่ มันซ้ำซาก เข้าใจบ่

เลิกเหอะมุกซ้ำซากแผนพัฒนาฉบับแฟนตาซีนั่น แค่รัฐธรรมนูญยังรักษากันไม่ได้
ดันจะมาเสนอแผนว่าต้องพัฒนาตามนั้นตามนี้ ฝันๆ เอาก็แล้วกันได้ก็ได้ ไม่ได้ก็อด
ทำไว้ประดับประเทศว่าประเทศกรูก็มีพอไหว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงคำจำกัดความ
หรือรายละเอียดก็มีเป็นชิ้นเป็นอันอยู่แล้ว ก็สรุปกันชัดๆ ว่า ไม่มีคำตอบที่จะเป็นบรร
ทัดฐาน ใครใคร่ทำแบบไหนก็เอา อยากสร้างบ้านใหญ่ๆ เอาเครื่องบินมาประดับก็ไม่
ขัดหลักพอเพียง เห็นๆ กันอยู่ที่จารย์ใจยกขึ้นมาก็ชัดว่าพวกนี้มันเอามาหาประโยชน์
ก็ในเมื่อมันไม่มีคำตอบเป็นบรรทัดฐานในปัจจุบัน การเอามาอ้างแล้วด่าอีกฝ่ายว่าไม่
พอเพียงก็ชัดแล้วเป็นการหาประโยชน์จากคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง แล้วจะพาออก
ทะเลไปเถียงอาจารย์ใจนอกเรื่องทำอะไร อ่านบทสัมภาษณ์ไม่รู้เรื่องเหรอ หรือว่า
อยากหัดเกรียนท่าตะแบงหว่า ไม่เห็นจะเข้าประเด็น

อย่างไอ้หน้าเหลี่ยมมันไม่เอาทั้งเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เอาทั้งระบบสังคมนิยม
ของมันเค้าเรียกระบบทุจริตเชิงนโยบาย

ไม่รู้มีอยู่ในตำรารึเปล่า สงสัยยังไม่มีใครเขียน

ปล.รัฐสวัสดิการของเค้าอย่าไปเอามาหากินเลย เอาไว้ อ.ใจ เข้าพรรคพลังประชาชนเมื่อไหร่ค่อยมาพูดกัน
ปล2.ชื่อพรรคฟังโคตรจะสังคมนิยมเลย แต่ดูหน้าไอ้หมากหมมแล้วคงไม่ใช่

รัฐบาลที่แล้วเป็นทุนนิยมบวกประชานิยมดูอัลแทรก นายจาตุรนต์เรียกว่ารัฐสวัสดิการ คำว่าประชานิยมกับ
รัฐสวัสดิการมันแยกกันยากในทางปฏิบัติ แม้จะไม่ใช่แนวทางสังคมนิยมเป๊ะแต่ก็เอื้อประโยชน์ให้กับคนชั้น
ล่างมากที่สุดเท่าที่เคยตั้งประเทศไทยมา ในสมัยสามสิบปีก่อนระบอบขวาพิฆาตซ้ายแม้จะดูแย่ๆ ออกแนว
โหด แต่ผลที่ได้มันทำให้ประเทศเจริญกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาคยกเว้นสิงคโปร์ เพราะตอนนั้นดันมีระบอบ
คอมมิวนิสต์ที่ใช้งานจริงในเวลานั้นไม่เวิร์ค แต่การพัฒนาของโลกระบอบขวาอีแอบนั่นมันตกยุคไปแล้วใน
ปัจจุบัน นายสมัครเองก็มองเห็นคงจะรับรู้ว่าโลกเปลี่ยนการปกครองก็ต้องเปลี่ยนให้เข้ากับกระแสโลก เลย
เสียสละตัวเองมาอยู่พรรคพลังประชาชน ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นอะไร จะอยู่บ้านเลี้ยงแมวเฉยๆ ยังไม่เดือดร้อน
ถ้าหวังเป็นใหญ่วัยชราด้วยการเกาะกระแสพรรคพลังประชาชนที่ไม่ปลื้มในระบอบศักดินาคงรุ่งยาก เก๋าระดับ
นั้นทำไมจะไม่รู้ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการให้ประเทศก้าวหน้ามีความยุติธรรมเป็นที่ยอมรับของชาวโลกแล้ว คง
ไม่มีเหตุผลอื่น
บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #71 เมื่อ: 01-11-2007, 08:49 »

ออกทะเลไปถึงใหนแล้ว ว่าง ๆ ให้อาจารย์ใจไปอ่าน สรุปเนื้อหาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 นะ

แล้วจะรู้ว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" อยู่ตรงใหนของแผน


http://www.ldd.go.th/Thai-html/05022007/PDF/PDF01/index.htm

เอาทีละเรื่อง อย่าโบ๊ยไปโน่นมานี่ มันซ้ำซาก เข้าใจบ่

ใจ อ่านอะไรที่คนอื่นเขียนออก ด้วยหรือครับ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #72 เมื่อ: 01-11-2007, 08:51 »

แก่ขนาดนั้นคงไม่อยากติดคุกมั้ง
เพราะถ้าติดคงแก่ตายแหงกๆๆ ในคุก
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #73 เมื่อ: 01-11-2007, 09:45 »

ยังไม่รู้อีก ป๋าหมากเข้ากับนักการเมืองพรรคอื่นได้ซะที่ใหน

เลยกลายมาเป็นลิ่วล้อหน้าเหลี่ยม ตั้งแต่อยู่กทม. ดีไม่ดีจะโดนเล่นกรณีรถดับเพลิง

ตอนหลังก็มาออกหน้าด่าป๋าทางช่อง 5 จนต้องรีบหนีตาย กระโดดออกแทบไม่ทัน

มันก็แค่ลิ่วล้อที่หน้าเหลี่ยมจ้างไว้เห่าแค่นั้นเอง...ไปเชื่ออะไรกับพวกโกหกคำโตจอมเนรคุณ ( สำนวนวีระ มุสิกพงศ์ )
บันทึกการเข้า

meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #74 เมื่อ: 01-11-2007, 11:00 »

เขียนมาก็ตั้งเยอะมันก็ยังถามหาเกณฑ์วัด บรรทัดฐาน อยู่นั่นละไอ้บ้า

สรุปว่าโง่ว่างั้นเถอะ  ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการอะไร

ไอ้ที่เขียนมาก็ไปก๊อบเค้ามา ไปจำขี้ปากคนอื่นเค้ามา คิดอะไรเองไม่เป็น

เวลาแดรกข้าวนี่ต้องมีคนเขียนสคริปให้หรือเปล่า ว่าต้องแดรกวันละกี่จาน

กินน้ำวันละกี่แก้ว นั่งรถยี่ห้ออะไร ใส่เสื้อผ้าแบบไหน ก๊ากๆๆๆ  อยากได้บรรทัดฐานหรอ

เอ้าบรรทัดฐานเศรษฐกิจพอเพียงก็มีแค่ 2ข้อ

1.ทำอะไรก็ได้ที่ไม่เดือดร้อนตนเอง
2.ทำอะไรก็ได้ที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น

ไปยกอะไรมาให้วุ่นวาย แล้วก็บอกว่าเค้าไปบังคับให้ทำตาม
พอให้คิดเอง ก็เสือกโง่อีก
บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #75 เมื่อ: 01-11-2007, 15:57 »

ด๊อกเตอร์จิรายุแกเป็นคนสรุปเศรษฐกิจพอเพียงซะที่ไหน ผลงานการทำม็อตโต้อย่างหรูของคณะกรรมการ
พัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติต่างหาก มาดูประวัติกันดีกว่า

- จบการศึกษาปริญญาตรี (เกียรตินิยม) ทางด้านเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics
   ประเทศอังกฤษ และปริญญาเอกสาขาเดียวกัน จาก Australian National University ประเทศออสเตรเลีย
- เริ่มต้นทำงานครั้งแรกในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ
   ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
- ปี 2524-2529 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ
   รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ตั้งแต่ปี 2530 (หลังจากเจอฝีมือของนายสมัครเข้าให้) ดร.จิรายุ ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน
   ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
- ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง
- ดำรงตำแหน่ง ประธาน และ/หรือ กรรมการในหลายบริษัทที่สำคัญในประเทศไทย รวมทั้งธนาคารไทย
   พาณิชย์ในฐานะนายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์
- ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

ที่ว่าเป็นเทพเพราะผลงานที่สำคัญของท่านในช่วงหลังๆ คือ
- นำพาบริษัทในเครือคือ scc นำโด่งหนี้สินสูงสุดในประเทศ 4,000 ล้านดอลล่าร์ในช่วงฟองสบู่แตก
   แต่สามารถใช้ความเป็นเทพกู้กิจการได้ ไม่ต้องโวยวายมากเหมือนนายประชัยผู้นำบริษัทเป็นหนี้สิน
   อันดับสองของประเทศแต่รักษาไว้ไม่ได้
- ให้บริษัทในเครือเป็นผู้ประมูลทีวีเสรี(นายจุลจิตต์คนของบริษัทในเครือเป็นผู้ร่างทีโออาร์) แต่ไปไม่
   รอด ขายทิ้งให้ทักษิณถ่ายโอนความซวยไปอย่างหมดจด ทั้งที่ความผิดในเรื่องขั้นตอนสัญญามันเริ่ม
   มาตั้งแต่ปี 2538
- ธนาคารในเครือไปปล่อยกู้และถือหุ้นในบริษัทที่ซื้อหุ้นชินคอร์ป
- แตกบริษัทย่อยทุนหมื่นล้านแต่ไม่ค่อยทำกำไร ไปทำหน้าที่จัดการให้เช่าหรือไล่ที่แทนสำนักงาน

ผลงานพอเพียงระดับนี้ยังได้เป็นประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงคิดดูซิเทพขนาดไหนแล้ว
เป็นคนอื่นเห็นผลงานหนี้บริษัทอันดับหนึ่งในประเทศเป็นแสนล้าน ก็หนาวขี้แล้วผลจากการลงทุนต่างประเทศ
และในประเทศแบบไม่บันยะบันยัง จนต้องขายกิจการย่อยร่วมทุนและปิดกิจการต่างประเทศทิ้งซะเกือบหมด
แต่ที่เทพกว่านั้นคือผู้บริหารคนก่อนนายชุมพล ได้ไปอยู่สิงห์เทลพร้อมกับเป็นบอร์ดไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน

ดร.จิรายุ ก็เป็นผู้เผยแพร่ "3 ห่วง 2 เงื่อนไข" ที่เป็นการสรุปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไงครับ

แล้วเรื่องประวัติอะไรต่างๆ จะยกมาทำไม ในเมื่อ ดร.จิรายุ ก็บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าเริ่มนำเอา
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เมื่อปี พ.ศ. 2542 ถ้าคุณอยากประหยัดฯ ยกอะไรก่อนนั้น
มาให้ดูก็คือไม่เกี่ยวกับการใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ ดร.จิรายุ อ้างอิงไว้นะครับ

.. อีกอย่าง ดร.จิรายุ บอกว่านำมาใช้อย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 อีกต่างหาก ..
ดังนั้นไปหากรณีอ้างอิงหลังจากปี 46 มาก็จะเข้าเรื่องมากกว่าครับ เก่ากว่านั้นอย่าเอามาเลย  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-11-2007, 15:59 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: