ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
07-07-2020, 16:26
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  สนธิ ลิ้ม โดนประท้วงห้ามบวชที่วัดชนะสงคราม 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2] 3
สนธิ ลิ้ม โดนประท้วงห้ามบวชที่วัดชนะสงคราม  (อ่าน 7602 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #50 เมื่อ: 30-10-2007, 23:01 »

คนที่ไปค้านน่ะ ศีล 5 ยังเอาไม่อยู่

 
บันทึกการเข้า

ปรมาจารย์เจได
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,771


รักแท้ก็เหมือนผี รู้ว่ามี แต่ไม่เคยเจอ


« ตอบ #51 เมื่อ: 30-10-2007, 23:03 »

เออ อย่าบวชเลย มันยุ่งยากนัก

ปกติหัวแป๊ะลิ้มก็ค่อนข้างจะโล้นอยู่แล้วล่ะ

อยู่ข้างนอก ด่าทักษิณ จะสร้างกุศลได้มากกว่า
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/jedimaster



"เมืองดอกบัวงาม  แม่น้ำสองสี  มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน  ถิ่นไทยนักปราชญ์  ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามลำเทียนพรรษา  ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์"

ไม่มีใครเน่าบริสุทธิ์ดุจดั่งมูล ประชาชินสมบูรณ์ซะที่ไหน เมื่อยืนหยัดโชว์จู๋และปาขี้ ประชาชินย่อมมีชีวิตใหม่ เมื่อท้องฟ้าสีขี้ผ่องอำไพ เหลี่ยมจันไsย่อมเป็นใหญ่อยู่ใต้ดิน ...

ขอเชิญร่วมกลุ่มต้านทักษิณใน hi5 ครับ

THAKSIN get out !!
http://www.hi5.com/friend/group/1123605--THAKSIN%2Bget%2Bout%2521%2521--front-html

say no to thaksin !
http://www.hi5.com/friend/group/1186900--say%2Bno%2Bto%2Bthaksin%2B%2521--front-html
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #52 เมื่อ: 30-10-2007, 23:32 »

ความจริงหลักก็มีไว้อยู่แล้ว

คนติดค้างหนี้สินเขาอยู่ บวชไม่ได้
คนหนีอาญาแผ่นดิน บวชไม่ได้

ฯลฯ

ถ้าใครเห็นว่าคนไหนเข้าข่ายต้องห้ามบวช ก็ร้องเีรียนไปทางพระอุปัชฌาย์ ทางวัด ทางกิจการศาสนา ฯลฯ ให้พิจารณา ถ้าหลักฐานข้อเท็จจริงมีอยู่ พระที่เคารพในพระธรรมวินัยท่านก็ไม่ปล่อยผ่านไปเฉยๆ หรอก




คนที่มี 'ศัตรู' มาก และ อาฆาตแค้นอย่างสนธิ ลิ้มฯ
ม่น่าจะเป็น'ปลาตายน้ำตื่น' ไม่เคลียร์ตนเอง....
ผมคิดว่าพวก'เทวทัต' นปก. พปช. ของทักษิณ จำเลยคดีทุจริตต่าง ๆ น่าจะตรวจสอบแล้ว
จึงใช้วิธีประท้วงแทนการแจ้งความ กล่าวหา...........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า






บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 30-10-2007, 23:36 »

ต่อให้เป็นศัตรู ถ้าจะบวช ผมก็ขออนุโมทนาบุญครับ

คนจะบวช อย่าไปขัดขวางเลย
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #54 เมื่อ: 31-10-2007, 00:25 »

แหม .. ทีตอนที่ อิสระมุณี ทำอาบัติกับสีกา แล้วหนีไปโดยไม่ทำการสึก
ทำให้เสื่อมเสียแก่ศาสนา พวกลื่วล้อแม้วไม่ขยันตามหาตัวมาสึก เพื่อปกป้องศาสนา
มีอย่างที่ไหน อิสระมุณี ส่งแฟ็กส์มาแจ้งว่า "สึกแล้ว" โดยไม่ได้ระบุว่า
ทำการสึกที่วัดไหน .. แบบนี้ จัดเป็น มารศาสนา หรือเปล่า   

ทั้งอาจารย์ ทั้งศิษย์แม้ว มีข่าวคาวโลกีย์
ทั้งคู่ให้บวชเป็นสมภารไม่ได้ เพราะสุภาษิตท่านว่าไว้ "สมภาร ห้ามกินไก่วัด"   

อ้างถึง
๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๔
 
 
อิสระมุนีสึกผัวสีกานิดแฉทำบ้านแตก
 
  เอ เอฟพี และเอพี ตีแพร่ข่าว "อิสระมุนี" เจ้าวัดธรรมวิหารี พระอาจารย์ของ "นายกฯทักษิณ" มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับ "สีกานิด" ฉาวโฉ่ไปทั่วโลก ลือ "อิสระมุนี" แอบไปสึกแล้ว อดีตลูกศิษย์ที่เปิดโปงเรื่องฉาวยืนยันได้รับแจ้งจากลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด ขณะที่เจ้าวัดธรรมวิหารีออกแถลงการณ์เรื่องการลาสิกขา โดยมีพระสงฆ์เป็นประจักษ์พยานตามพระธรรมวินัยทุกประการ เพื่อยุติเรื่องที่เกิดขึ้น แฟ็กซ์ส่งให้สื่อมวลชน ส่วนกรมการศาสนาส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดไม่ได้ข้อมูลอะไร และยังไม่ได้รับรายงานว่าพระฉาวสึก แต่ทำได้แค่เปล่งวาจาสึกจากพระก็พ้นจากสมณะเพศแล้ว เพราะเป็นแค่พรธรรมดาไม่ได้มีสมณะศักดิ์อะไร ด้าน "สีกานิด" กบดานเก็บตัวเงียบ แต่อดีตสามีแฉแหลกพระฉาวเป็นมือที่สามทำครอบครัวแตกแยกทั้งที่อยู่กินกันมา ถึง 20 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ถือว่าพระรูปนี้ไม่ใช่พระ

จากกรณีอื้อฉาวของพรเถระชื่อดัง พระวีระพล เตชะปัญโญ หรือ หลวงพ่ออิสระ มุนี เจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความนับถือเป็นพระอาจารย์ และ ลูกชายของนายกรัฐมนตรียังเคยมาบวชที่วัดแห่งนี้ ประพฤติผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรงถึงขั้นปราชิก เนื่องจากมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับ นางอุมาพร อุมา หรือ "สีกานิด" สาวใหญ่วัย 45 ปี โดยมี น.ส.ปวรนันท์ พันสะ อดีตลูกศิษย์ และเป็นเพื่อนสนิทของสีกานิด นำเอาหลักฐานจดหมายรักของหลวงพ่ออิสระมุนีที่ส่งถึงสีกานิดมาเปิดโปงให้กับ รายการ "ถอดระหัส" ของสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี เพื่อเตรียมออกอากาศในตอนค่ำของคืนวันที่ 15 ต.ค.นี้ แต่ก่อนจะออกอากาศ 3 วัน หลวงพ่ออิสระมุนี ได้เผ่นหนีออกจากวัดธรรมวิหารีไปแล้ว ซึ่งมีข่าวว่าหลบไปอยู่ทีวัดแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว ตามที่เสนอข่าวไปให้ทราบนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ามาว่า เมื่อวเลา 10.30 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่บ้านพักของ นายสุเมธ โสฬศ อดีตลูกศิษย์ของหลวงพ่ออิสระมุนี เลขที่ 74/97 ซอย 3 เหนือ หมู่บ้านสนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหวง จ.ปทุมธานี นายสุเมธ เปิดเผยว่า ได้รับโทรศัพท์จากลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงพ่ออิสระมุนี เมื่อวเลา 09.00 น. วันเดียวกันนี้ แจ้งว่า หลวงพ่ออิสระ มุนี ได้ลาสิกขาบทเป้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดและหลักฐานในการลาสิกขาบทนั้นจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบในภาย หลัง สำหรับลูกศิษย์ของหลวงพ่ออิสระมุนีที่แจ้งข่าวมาให้ทราบนี้เป้นคนที่เชื่อ ถือได้ การลาสิกขาบทน่าจะเป็นเรื่องจริง โดยส่วนตัวตนก็เชื่อว่าหลวงพ่ออิสระมุนีลาสิกขาบทแล้ว เพื่อต้องการให้เรื่องทุกอย่างยุติลงโดยเร็ว

นายสุเมธ กล่าวอีกว่า สำหรับเงินรายได้ของวัดธรรมวิหารี น่าจะมีไม่มากนัก เพราะทางวัดไม่มีการเรี่ยไรเงิน รายได้ทังหมดได้มาจากการขายหนังสือธรรมะ กับขายเทปคำเทศน์ของหลวงพ่ออิสระมุนี โดยผ่านการดูแลของบริษัทใบไม้ในกำมือ ที่ตนเคยเป็นผู้จัดการอยู่ หากหลวงพ่อลา สิกขาบท บริษัทใบไม้ในกำมือก็คงยกเลิกไปโดยปริยาย เท่าที่ทราบจากการปิดบัญชีสิ้นปีของ บริษัทใบไม้ในกำมือ มีรายได้จากการขายสินค้า การดำเนินงาน และรายได้อื่นๆเป็นเงิน 210,943.10 บาท แต่มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 357,989.94 บาท เท่ากับขาดทุนเป็นเงิน 147,046.84 บาท และล่าสุดได้รับแจ้งจาก พล.ต.ท.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ ผบช.ภ. 7 ว่า ได้รับทราบจากพระในวัดธรรมวิหารีว่า ได้เลิกใช้ไฟฟ้าภายในวัดแล้ว เนื่องจากขาดหลวงพ่ออิสระมุนีไป ทุกคนในวัดเกรงว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่าไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ส่วนบรรยากาศที่วัดธรรมวิหารี ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในวันนี้ เป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีพระลูกวัดอยู่เพียง 4 รูป กับสามเณร 1 รูป นักท่องเท่ยวที่เคยเดินทางไปที่วัดต่างพากันหายไปหมด ภายในวัดเต็มไปด้วยสุนัขเกือบ 40 ตัว รวมทั้งสุนัขพันธ์อัลเซเชี่ยน 1 ตัว ที่อยู่ในกุฏิของหลวงพ่ออิสระมุนี ซึ่งมีความดุร้าย ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าไปใกล้กุฏิของหลวงพ่อฉาวรูปนี้ได้ และบริเวณรอบกุฏิมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไว้ด้วย

ขณะเดียวกัน นายอดุลย์ วราเอกศิริ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยคณะ ได้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่วัดธรรมวิหารี โดยสอบถามกับ พระมานะ สุมะโน พระลูกวัดธรรมหารี ที่เปิดเผยว่า หลวงพ่ออิสระมุนี ไปจากวัดได้ 4 วันแล้ว โดยไม่ได้สั่งอะไรไว้ เพียงบอกให้คอยดูแลวัดด้วยเหมือนกับว่าจะไม่กลับมาที่วัดอีกแล้ว ซึ่งไม่มีหลวงพ่อแล้ว ตนได้สั่งตัดไฟฟ้าและโทรศัพท์ของวัด เนื่องจากเกรงว่าค่าใช้จ่ายจะสูง แล้ววัดไม่มีเงินจ่าย แต่ พล.ต.ท.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ ผบช.ภ. 7 ได้ให้ตำรวจมาบอกว่าจะจัดการให้ หลังจากนั้นพระมานะ ได้พาศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมคณะตรวจบริเวณรอบๆวัด รวมทั้งกระท่อมหลังเล็กที่ลูกชายนายกรัฐมนตรีมาบวชจำวัดอยู่ด้วย ส่วนที่กุฏิของพระอิสระมุนี พบว่าเป็นห้องเล็กๆไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเป็นที่เก็บของพวกเครื่อง คอมพิวเตอร์ ตลับเทปคัสเซ็ท และมีที่นอนเป็นเตียงไม้เล็ก 1 เตียง

พระมานะ ยังได้เปิดเผยถึงเรื่องของสีกานิด กับสีกาแป๋ว ว่า สีกานิด เคยมาบวชชีเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่ออิสระมุนีมาก่อน ส่วนสีกาแป๋ว เพิ่งมาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเมื่อ เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา สีกาแป๋ว มากับนักข่าวของไอทีวี 2-3 คน สีกาแป๋ว ได้ถ่ายภาพที่วัดทุกซอกทุกมุมไปมากมาย โดยบอกว่าจะถ่ายเอาไปให้แฟนดูที่บ้าน เพราะแฟนไม่เคยมาที่นี่ สำหรับเรื่องจดหมายรักของหลวงพ่อนั้นตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้สนใจ ส่วนโยมที่มาช่วยเหลือวัดเป็นพิเศษนั้นเห็นมีแต่ พล.ต.ท.กิตติ สินธุสุวรรณ ผบช.ภ. 6 เท่านั้น เพราะ พล.ต.ท.กิตติ ชอบมาฟังหลวงพ่ออิสระ มุนีเทศน์เพื่อรับธรรมะ โดยส่วนตัวของตนแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นเป้นข่าวอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้ตนดุแล้วรู้สึกชอบกล เพราะสีกาแป๋วนั้นก็เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ และฝ่ายข่าวไอทีวีก็เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ท่านนายกฯถือหุ้นอยู่ แต่กลับมามีเรื่องเกิดขึ้นกับหลวงพ่อขึ้นได้

จากนั้นคณะของ นายอดุลย์ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี จึงเดินทางไปสอบพระเทพสุวรรณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ซึ่ง พระเทพสุวรรณมุนี เปิดเผยว่า เรื่องพระอิสระมุนี ลาสิกขาบทนั้น ตนยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ที่ผ่านมาเวลามีการประชุมคณะสงฆ์ใน จ.เชพรบุรี หลวงพ่ออิสระมุนี ไม่เคยไปร่วมประชุมด้วยแม้แต่ครั้งเดียว

นายอดุลย์ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า จากการตรวจสอบภายในวัดธรรมวิหารี ถือว่าเป็นวัดที่ร่มรื่นน่าปฏิบัติธรรม กุฏิแต่ละหลังไม่ได้ใหญ่โตอะไร ไม่มีอะไรซับซ้อน มีแค่ 2 ห้องเล็กๆ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นพระลูกวัดไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก สำหรับวัดแห่งนี้มีชื่อเต็มว่า วัดร่วใจพัฒนา เป้นวัดที่จดทะเบียนถูกต้อง ซึ่งตนจะรายงานให้ ผวจ.เพชรบุรี ทราบต่อไป

ด้าน หลวงพ่ออิสระ มุนี ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ส่งโทรสารไปให้สำนักงานของหนังสือพิมพ์ "ไทยโพสต์" โดยข้อความในแถลงการณ์มีว่า "ข้าพเจ้าขอประกาศให้ท่านทั้งหลายทราบว่า เพื่อยุติปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากกรณีการกล่าวหาข้าพเจ้าในครั้งนี้ ข้าพเจ้าขอเสียสละความเป็นพระภิกษุออกไปอย่างสิ้นเชิง ต่อไปนี้ขอให้ถือว่าข้าพเจ้ามิได้อยู่ในฐานะของพระสงฆ์หรือสามเณรแล้ว และได้ลาออกจากคณะสงฆ์ และความเป็นพระตามสมมติแล้วอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัยทุกประการโดยมีพระ ภิกษุเป็นประจักษ์พยาน จึงขอให้ทุกฝ่ายและทุกคนจงพอใจในสิ่งที่ตนต้องการตามที่ปราถนา ส่วนเราก็จะใช้ชีวิตสงบของเราโดยไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไรในปัญหาที่เกิด ขึ้น นี่คือความเสียสละอย่างที่สุดแล้ว จึงขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ไม่ต้องห่วงว่าเราจะแอบอ้างความเป็นพระเพื่อแสวงหาลาภ สักการะ และยศศักดิ์ใดๆจากใคร และใครๆก็อย่าเอาลาภสักการะเงินทองมาให้เรา ลงชื่อ ลายเซ็นของ อิสระมุนี วันที่ 15 ต.ค. 2544"

สำหรับการลาสิกขาบทของหลวงพ่ออิสระมุนีครั้งนี้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด แต่มีกระแสข่าวแพร่ออกมาว่า หลวงพ่ออิสระ มุนี ไปลาสิกขาบทที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แต่เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบวัดทุกแห่งใน จ.สระแก้ว แล้ว ไม่พบว่ามีหลวงพ่ออิสระ มุนีไปสึกที่วัดใดเลย แต่ยังมีสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งที่อยู่ในป่าลึกเดินทางไปลำบากในเขต อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ติดต่อกับเขต อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา คือ สำนักสงฆ์เขาร้อยไร่ ที่มีพระอาจารย์หนูสิน สันตจิตโต เป็นเจ้าสำนักดูแลพระที่อยู่ในสายเดียวกับพระอิสระมุนี ทราบว่าเวลาพระอิสระมุนี เดินทางมาที่ จ.สระแก้ว มักจะเดินทางไปหาพระอาจารย์หนูสิน เสมอ อาจเป็นไปได้ว่าพระอิสระมุนี ไปพักอาศัยหรือลาสิกขาบทที่สำนักสงฆ์เขาร้อยไร่ก็เป็นได้ ซึ่ง พระราชปริยัตฆาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว สั่งให้เดินทางไปตรวจสอบที่สำนักสงฆ์เขาร้อยไร่แห่งนี้ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ ส่วนที่วัดหนองป่าพง ต.โนนโหนน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นวัดที่ พระอิสระมุนี บวชเณรจำวัดอยู่ และวัดวารินราราม อ.วารินชำราบ ที่พระอิสระมุนีบวชเป็นพระ ยืนยันว่าพระฉาวไม่ได้เดินทางมารที่วัดทั้งสองแห่งแต่อย่างใด และทางวัดหนองป่าพง ยังมีหนังสือยืนยันว่า พระอิสระมุนี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดหนองป่าพง โดยโดนหลวงปู่ชา เกจิดังเมืองดอกบัวขับออกจากวัดไปเมื่อปี 2522 แล้ว ฐานประพฤติตนไม่เหมาะสม และวัดธรรมหารี ไม่ได้เป็นสาขาของวัดนองป่าพงแต่อย่างใด

ต่อมา ในตอนเย็นวันเดียวกัน น.ส.ปวรนันท์ พันสะ หรือสีกาแป๋ว และนางสุกัญญา ตันติพงศ์ ได้เดินทางไปที่บ้านพักของ นายสุเมธ โสฬศ ที่ จ.ปทุมธานี โดย น.ส.ปวรนันท์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังจากเห็นแถลงการณ์การลาสิกขาของหลวงพ่ออิสระมุนี แล้วว่า โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าหลวงพ่ออิสระ มุนีสึกแล้วจริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ทราบว่าสึกที่ใด โดยข้อความในแถลงการณ์ สำนวนที่เขียน และลายเซ็นชื่อ ตนเชื่อว่าเป็นของอิสระมุนี ไม่ต้อมีหลักฐานภาพถ่ายยืนยันตนก็เชื่อว่าอิสระมุนีลาสิกขาบทแล้วจริงๆ สำหรับตนพอใจแล้ว ซึ่งตนจะขอยุติเพียงเท่านี้ หลักฐานที่จะเปิดเผยเพิ่มเติมคงไม่จำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากหลวงพ่อสึกไปแล้ว ยังไงเสียตนยังคงเคารพศรัทธานับถือหลวงพ่ออิสระมุนีอยู่เสมอ เพราะถือว่าเป็นพระรูปแรกที่เทศน์ให้ตนฟังแล้วเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.ปวรนันท์ พันสะ หรือสีกาแป๋ว นั้น เริ่มเข้าไปเป็นลูกศิษย์หลวงพ่ออิสระมุนีเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะมีความเคารพนับถือหลวงพ่ออิสระ มุนีที่เทศน์สั่งสอนให้ตัวเองเข้าใจในธรรมะได้ชัดเจน และชอบที่พระอิสระมุนีนำเอาแนวของท่านพุทธธาตุ ภิกขุ กับหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี มาประยุกต์เทศน์สั่งสอนจนเห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด จนเข้าไปคลุกคลีสนิทสนมกับพวกลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกับอิสระมุนี กระทั่งมาทราบเรื่องที่อิสระมุนีมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสีกานิด เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงติดต่อกับรายการถอดระหัสของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีให้แอบมาถ่ายทำ ก่อนที่เรื่องอื้อฉาวของอิสระมุนีจะถูกเปิดโปงจนต้องลาสิกขาบทในที่สุด

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปสังเกตการณ์ที่นิรันด์เรสซิเดนท์คอนโดฯซอย สุภาพงษ์- แขวงหนองบอน เขตประเวศ ที่มีข่าวว่าเป็นที่พักอาศัยของ"สีกานิด"ปรากฎว่าเป็นที่พักอาศัยอยู่หลาย ตึก สอบถามจากผู้ที่พักอาศัยในคอนโดฯทราบว่า"สีกานิด"เข้ามาพักอาศัยอยู่เมื่อ ประมาณปี 41 แต่ไม่ทราบว่าอาศัยอยู่ตึกใดและห้องไหน แต่ทราบว่าวันเสาร์ของทุกสัปดาห์จะมีรถเบนซ์ขับมารับ และจะกลับมาอีกครั้งคือวันจันทร์ ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของคอนโดฯและดูรายชื่อเจ้าของ ห้องว่า"สีกานิด"เป็นเจ้าของห้องพักห้องใด ปรากฎว่าไม่มีรายชื่อ จึงเป็นไปได้ว่าอาจเป็นคนมาเช่าห้องอยู่

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 107 ซอยอ่อนนุช 40 แขวง-เขตสวนหลวง บ้านของนายสุพจน์ พิทักษ์สัญญา อายุ 50 ปี อดีตสามีของ"สีกานิด" พบว่าเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ปลูกอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา สภาพบ้านเก่าทรุดโทรม มีรถเปอร์โยต์ สีเขียว รุ่น 505 ทะเบียน พษ-5312 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ระหว่างที่ไปสังเกตการณ์อยู่นั้นได้มีนายธนภัทร ภูริเดชา พี่ชายของนายสุพจน์ ขับรถเข้ามาพอดี เมื่อทราบจุดประสงค์ของผู้สื่อข่าว จึงได้พาเข้าไปในบ้าน นายสุพจน์กำลังให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับวิทยุรายการหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้น นายสุพจน์เปิดเผยกับ"เดลินิวส์"ว่า ใจจริงแล้วไม่อยากเปิดเผย เพราะพูดไปมีแต่เสีย เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และอาจมีปัญหาทางกฎหมาย แต่จะขอเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้อยู่กินกับนางอุมาพร มาประมาณ 20 ปี จนมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน ระหว่างนั้นภรรยาทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง หน้าที่การงานมั่นคง ส่วนตนเองทำงานอยู่ที่โรงงานบริษัทประกอบเครื่องมือแพทย์ ฐานะทางการเงินจึงไม่เดือดร้อน

นายสุพจน์ เล่าต่อว่าจนกระทั่งเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ได้ชักชวนกันไปทำบุญที่วัดธรรมวิหารีของหลวงพ่ออิสระมุนี ซึ่งต่อมาภรรยาได้ขอเป็นลูกศิษย์ โดยช่วงแรกก็เป็นปกติ จนกระทั่ง 5 ปีหลัง ทางพระอิสระมุนีได้บอกว่าภรรยาของตนกำลังมีเคราะห์อาจถึงชีวิต จึงแนะนำให้มาบวชชีที่วัดดังกล่าวและห้ามไปบวชชีที่วัดอื่นเด็ดขาด จึงทำให้ตนเริ่มเอะใจ แต่ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งระหว่างที่ภรรยาบวชชีเห็นว่าทั้งคู่สนิทสนมกันผิดปกติ และภรรยาบวชชีอยู่ประมาณ 3-4 เดือน ตนจึงขอให้สึก แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมานางอุมาภรณ์ทิ้งทุกอย่างไม่ได้ห่วงลูกหรือแม้ กระทั่งสามี ตนเองจึงรู้สึกเสียใจมากว่าทำไมภรรยาจึงเปลี่ยนไปอย่างนี้ พยายามขอร้องให้กลับมาเหมือนเดิม แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะภรรยาได้ติดต่อกับพระอิสระมุนีอยู่ตลอด หลายครั้งตนเป็นคนรับโทรศัพท์ของพระรูปนี้ที่โทรฯมาหาภรรยาที่บ้าน ซึ่งบางครั้งก็ไม่ให้พูด มีอยู่วันหนึ่งพระรูปนี้พูดกับตนทางโทรศัพท์ว่า"ยอมแพ้สุพจน์ ที่สามารถทำให้ภรรยาสึกจากบวชชีมาอยู่อย่างเดิมได้"และยังรู้เรื่องใน ครอบครัวของตนหมดทุกอย่าง เหมือนกับมีแผนการอะไรบางอย่าง บางครั้งทนไม่ไหวจึงด่ากลับไป ซึ่งมีบางช่วงที่ตนอัดเทปคำพูดของพระรูปนี้ไว้

อดีตสามีของ"สีกานิด"กล่าวต่อว่าหลังจากพระรูปนี้โทรฯมาหาภรรยาบ่อย ประกอบกับภรรยาเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ตนจึงตัดสินใจพูดกับภรรยาว่าให้เวลา 3 ปีเพื่อครอบครัว โดยให้เลิกติดต่อกับพระรูปนี้เสีย แต่เขากลับไม่เลิกและไม่สามารถเลิกได้ขณะเดียวกันพระรูปนี้ก็ได้สัญญาว่าจะ ซื้อบ้านให้อยู่ จนในที่สุดก็ต้องหย่ากันเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยภรรยาให้เหตุผลการหย่าว่าตนเองเป็นคนขี้เมา ซึ่งช่วงที่ภรรยามาเก็บข้าวของเครื่องใช้จากบ้านหลังนี้ตนทำใจไม่ได้ ต้องขับรถไปต่างจังหวัด และช่วงที่หย่ากันใหม่ๆจิตใจตนแย่มาก ได้เก็บรูปและเอกสารต่างๆระหว่างภรรยากับพระรูปนี้เผาทำลายไปเกือบหมด และถือว่าพระรูปนี้ไม่ใช่พระเพราะเป็นมือที่ 3 ที่ทำให้ครอบครัวของตนต้องแตกแยก

ต่อข้อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่พระรูปนี้อาจมีสีกาคนอื่นอีก นายสุพจน์กล่าวว่าเท่าที่ทราบมีสีกามาติดพันอยู่อีก 3-4 คน ส่วนกรณีพระรูปนี้จะมีลูกกับอดีตภรรยาหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจเพราะขาดการติดต่อกันมานาน 2 ปี แต่ก็อาจเป็นได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ลูกสาวของ 2 คน ก็ไปๆมาๆระหว่างตนกับอดีตภรรยา โดยคนโตเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ส่วนคนน้องอายุ 7 ขวบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากเจออดีตภรรยาหรือไม่ หากเจอหน้าตนก็อยากถามว่าในใจของเขาคิดอะไรอยู่"ที่ผ่านมาผมยอมรับว่าแพ้ และเสียใจที่ต้องเสียภรรยาไป เพราะสู้ความปากหวานของพระรูปนี้ไม่ได้"นายสุพจน์ กล่าวและว่าระหว่างนี้ตนเชื่อว่าอดีตภรรยาคงไม่ได้พักอยู่ที่คอนโดฯอาจเก็บ ตัวอยู่ที่อื่น ส่วนห้องพักของอดีตภรรยาตนขอปิดเป็นความลับ เพราะจะไปกระทบกับลูกสาวคนเล็กของตนที่พักอาศัยอยู่ด้วย

นายจำลอง ครุฑขุนทด รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายสมานจิต ภิรมย์รื่น อธิบดีกรมการศาสนา ว่า ได้สั่งให้ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี เข้าไปตรวจสอบที่วัดธรรมวิหารีแล้ว เบื้องต้นพบว่าพระอิสระมุนีออกไปจากวัดหลายวันแล้ว และจากการับฟังข้อมูลจากชาวบ้านรอบวัดเห็นว่าข้อกล่าวหาพอจะมีมูลความจริง อย่างไรก็ตามถ้าพระอิสระมุนีสึกไปแล้วจริงปัญหาต่างๆก็จะยุติ เพราะอิสระมุนีเป็นเพียงพระธรรมดา เพียงรักษาการเจ้าอาวาสวัดเท่านั้น

นายสมานจิต ภิรมย์รื่น กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่าพระอิสระมุนีลาสิกขาแล้ว ถ้าสึกไปจริงก็ทำได้เพียงแค่เปล่งวาจาสึกที่ไหนก็ได้ เพราะพระอิสระมุนีไม่ได้มีสมณศักดิ์อะไร ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมศาสนาไปประสานกับเจ้าคณะปกครองในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆอยู่ ส่วนเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัด คงเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะตำบล ที่คงต้องเข้าไปรักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมหารี หากพระอิสระมุนีลาสิกขาบทไปจริง

นายธำรง อมโร รองอธิบดีกรมศาสนา เปิดเผยว่า การดำเนินการต่อไปนั้น ในฐานะที่พระอิสระมุนีเป็นรักษาการเจ้าอาวาส หากพระอิสระมุนีหายตัวไปเป็นเวลา 30 วัน ก็ถือว่าทิ้งหน้าที่ผิดจริยาพระสังฆาธิการ และทางคณะสงฆ์อาจจะมีการพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส และจะแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสรูปใหม่ ส่วนที่ว่าการเขียนจดหมายดังที่เป็นข่าวจะเป็นการผิดพระธรรมวินัยหรือไม่ และถ้ามีจะถึงขั้นปราชิกหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าพระอิสระมุนีเป็นผู้เขียนจดหมายขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งคงต้องให้คณะสงฆ์เป็นผู้พิจารณา ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ ทางกรมศาสนาจะนำหลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ส่วนใหญ่ได้มาจากสื่อ มวลชน เช่นเทปบันทึกรายการของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ไปมอบต่อเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป หากผู้ใดมีหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวขอให้ส่งมายังกรมการศาสนาเพื่อ ส่งต่อให้คณะสงฆ์ต่อไป

วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตนไม่มีความเห็น เพราะไม่รู้จักท่าน ส่วนจะมองว่าเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะมีหลายเรื่องที่จะพยายามโยงประเด็นการเมือง เราต้องฟังหูไว้หู คือต้องจำแนกออกให้แน่ชัดอย่าเชื่อทั้งสองฝ่าย ต้องหาหลักฐานและข้อเท็จจริงให้ได้ก่อน

ทางด้าน สำนักข่าวเอเอฟพี และ เอพี รายงานข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลกในวันเดียวกันนี้ว่า หลวงพ่ออิสระ มุนี พระภิกษุที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้ความนับถือนั้น ได้ถูกกรมการศาสนาสอบสวนเรื่องอื้อฉาวว่ามีความสัมพันธ์กับสีกาชื่อ นิด โดยมีการเปิดเผยข่าวนี้มาจากลูกศิษย์ของพระรูปนี้ว่า หลวงพ่ออิสระมุนีได้เขียนจดหมายรักถึงสีกา และยังเป็นพ่อของเด็กในท้องสีกา ขณะเดียวกันมีลูกศิษย์อีกคนให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุว่า หลวงพ่ออิสระ มุนีได้สึกแล้ว และต้องการอยู่อย่างสงบ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทาบข่าวลือนี้มานานหลายวันแล้ว และไม่สบายใจในข่าวที่เกิดขึ้นนี้

ทางด้าน พล.ต.ท.กิตติ สินธุสุวรรณ ผบช.ภ.6 ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของหลวงพ่ออิสระมุนี และถูกระบุว่าได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบช.ภ.6 เพราะไปทำสะเดาะเคราะห์กับหลวงพ่อ ได้ออกมาปฏเสธว่า การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งตน ต้องไปสอบถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ส่วนเรื่องที่ถูกกล่าวอ้างว่า เป็นผู้ดักฟังโทรศัพท์การสนทนาระหว่างหลวงพ่อฯ- กับสีกานิด ก็ไม่เป็นความจริง ใครจะไปอัดเทปโทรศัพท์บ้านหลวงพ่อ แต่ทราบว่ามีคนโทรศัพท์มากวน อย่างไรก็ตามในข้อความของหลวงพ่อที่กล่าวอ้างเช่นนั้นอาจเป็นเพราะหลวงพ่อหลงทางไปนิด

พล.ต.ท.กิตติ กล่าวด้วยว่า มีคนโทรศัพท์ไปรบกวนพระอิสระมุนี จนไม่ได้ปฏิบัติธรรม ทำให้พระอิสระมุณี ไปซื้อโทรศัพท์ที่มีระบบบันทึกเสียงการสนทนา แบบที่ต้องใส่รหัสผ่าน แต่ไม่ได้บอกรหัสผ่านให้ใครทราบ ส่วนโทรศัพท์มือถือก็ติดต่อได้เฉพาะเวลาที่ออกจากวัดเท่านั้น เพราะพื้นที่วัดไม่มีสัญญาณ สำหรับเรื่องทีี่มีการร่วมจัดพิธีทอดกฐินให้กับพระอิสระมุนี พล.ต.ท.กิตติ ตอบว่า เรื่องทอดกฐินสร้างกุฏิเป็นเรื่องการสร้างศาสนสถาน ตอนนี้ต้องระงับการก่อสร้างไว้ก่อน เพราะต้องดูว่าหากมีพระในวัดก็จะทำต่อ แต่ทั้งนี้ พล.ต.ท.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ ผบช.ภ.7 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการก่อสร้างทั้งหมด ส่วนตนเป็นเพียงฝ่ายจัดหาผู้รับเหมามาก่อสร้าง ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้พระอิสระมุนี ลาสิกขาบทแล้วใช่หรือไม่ พล.ต.ท.กิตติ กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากคนสนิทของพระอิสระมุนี ว่า ได้ลาสิกขาบทแล้วที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว แต่ยังไม่ได้รับรายละเอียดว่าเป็นวัดไหน

ขณะที่ พล.ต.ท.ธีรวุฒิ ผบช.ภ.7 กล่าวถึงความสัมพันธ์กับพระอิสระมุนี ว่า รู้จักเพียงผิวเผินสมัยที่มารับตำแหน่ง ผบช.ภ.7 ใหม่ ๆ โดยเดินทางมาพร้อมกับคณะของนายกรัฐมนตรีช่วงที่เข้ามานมัสการ ทาง พล.ต.ท.กิตติ ก็แนะนำให้ทราบ จนกระทั่งฟังคำสั่งสอนก็เกิดศรัทธา จากนั้นเดินทางมานมัสการเองอีก 2-3 ครั้ง พล.ต.ท.ธีรวุฒิ กล่าวอีกว่า ก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะโด่งดังขึ้น พระอิสระมุนี ได้โทรศัพท์มาหาโดยบอกว่า อยู่ไม่ได้แล้ว กำลังถูกคนใส่ร้าย และจะหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งตนไม่ได้ซักถามรายละเอียดอะไรมากมาย ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้นำหลวงพ่ออิสระมุนี ไปลาสิกขาบทที่ จ.สระแก้ว นั้นไม่เป็นความจริงเพราะหลังจากได้คุยโทรศัพท์ในครั้งนั้นก็ไม่ทราบข่าวอีกเลย
 
ที่มา : เดลินิวส์

http://www.rakbankerd.com/02_spiritual/arthit6_1.html?news_id=47

...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-10-2007, 00:45 โดย สมชายสายชม » บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 31-10-2007, 02:07 »

หวังว่าสึกออกมา ความเลวในตัวคงจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #56 เมื่อ: 31-10-2007, 02:54 »

ตามขนบประเพณีวิถีปฏิบัติของคนไทย ใครจะบวชเขาก็อนุโมทนากันทั้งนั้น
ขนาดที่ว่ามีเรื่องมีราวกันร้ายแรงก็ยังยกให้กันไปก่อน ถ้าสึกมาค่อยคุยกันต่อ

ผมก็เพิ่งเคยเจอกรณีคนจะบวช แล้วมีม็อบการเมืองมาคัดค้านไม่ให้บวชนี่เอง

ทางฝ่ายคุณสนธินั้นก็ประกาศเจตนาจะบวชมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาคิดบวช
ผมคิดว่าฝ่ายที่โผล่มาค้านน่าจะคิดผิดที่ทำแบบนี้ จะไม่ดีกับภาพตัวเองเปล่าๆ

...

เรื่องเลือกบวช "วัดชนะสงคราม" คงมีการเอาเคล็ดด้วยอย่างที่ลุงแคนวิเคราะห์
เพราะที่ผ่านมาก็ทำอะไรอิงกับชื่อสถานที่มาบ่อยๆ อย่างคราวก่อนฝ่ายทักษิณ
ไป "อาจสามารถ" ฝ่ายสนธิก็ไปบึงชื่อคล้ายๆ "พระลานชัย" เพื่อเป็นการข่มกัน

ไม่งั้นก็ไปบวชที่ "สันติอโศก" เป็น สมณะ จบเรื่องไปเรียบร้อย ได้ถือศีลเท่ากัน

ใครจะไปประท้วงก็ หาเหตุไม่ได้ ประท้วงไม่ออก ต้องทำตาปริบๆ อย่างเดียว 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-10-2007, 02:58 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #57 เมื่อ: 31-10-2007, 05:03 »

ผมว่ามีอีกคนที่น่าจะประท้วงมากกว่า รายนี้ยอมรับในชั้นอัยการว่าได้ทำการยักยอกทรัพย์ไปจริง แต่สงสัยว่าทำไมยังไปปาราชิกอีก
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #58 เมื่อ: 31-10-2007, 05:08 »

ขออภัยท่านsolidus
กระทู้นี้ ว่าด้วยเรื่อง
การบวชของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล


มันไม่เหมาะที่จะคุยเรื่องพระธรรมวินัย
โดยเฉพาะพระไตรปิฏก
ซึ่งมีรายละเอียดมากมายหลายหัวข้อ
ที่สำคัญทั้งคุณและผม
ต่างก็ไม่แตกฉานในพระไตรปิฏกแน่นอน
จึงของดการคุยเกี่ยวกับพระไตรปิฏก
แต่จะคุยหัวข้อกระทู้
เกี่ยวกับการบวชของ
คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เท่านั้น

ถึงผมไม่แตกฉานแต่ผมคงไม่หดพระวินัยเหลือไม่กี่ข้อหรอกครับ ส่วนกะทิลิ้มจะบวชหรือไม่บวชผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้วเป็นเรื่องของชาวพุทธจัดการกันเอาเอง แค่สงสัยเรื่องพระวินัยตกลงมันนิกายเถรวาทมันเปลี่ยนแปลงได้ด้วยหรือ เพราะพระตุ๊ดพระเกย์นี่ก็เห็นได้เรื่อย ๆ ไม่รู้ปล่อยผ่านได้อย่างไร
บันทึกการเข้า
Angleevil
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 122


ประเทศไทย ไอเลิฟยู


« ตอบ #59 เมื่อ: 31-10-2007, 09:54 »

สงสัยบวชแล้วมีคนร้อนมั๊ง
บันทึกการเข้า

ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่มาร แต่เป็นคนธรรมดาที่ต่อต้านความอยุติธรรม
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 31-10-2007, 10:13 »

อนุโมทนาครับ สิ่งที่ทำถ้าคิดว่าดีและไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก็สนับสนุน
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #61 เมื่อ: 31-10-2007, 11:10 »

ถ้าบวชให้ ผู้รับผิดชอบคือ อุปัชชาย์ ซึ่งจะต้องอาบัติทุกกฎ ( เป็นอาบัติอย่างเบา )

อาบัติหนัก มี 2 อย่างคือ ปาราชิก - สังฆาทิเสส

ส่วนอีก 5 อาบัติ ปลงได้ครับ

"อาบัติทุกกฎ" อยู่ลำดับที่ 6

ขึ้นอยู่กับว่า พระผู้ทำพิธีทั้งหลาย ยินดีทำให้ศีลของตนเองพร่องไปหรือไม่
บันทึกการเข้า

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 31-10-2007, 11:18 »



ตอนนี้เค้าจะออกบวช ก็ขออโหสิกรรม...กันไปก่อน...ไปบวชเหอะ เผื่อจะได้ถามใจตัวเอง พิจารณาตัวเอง

หลังบวชเรียนแล้ว หากยังไม่มีสติ ปากเสียๆ เหมือนเดิมก็ค่อยว่ากันอีกที
 

โดยส่วนตัว..ผมก็ติดตามประเด็นนี้มาตั้งเเต่ที่ราชดำเนินที่เขาเล่นเรื่องนี้กันซึ่งผมก็ตามๆอ่านอยู่..

จนมีกระทู้นี้ที่มีพวกมาจากราชดำเนินมาตั้งที่นี้...

และก็ตามอ่านมาอีก...

และก็มีคคห.ทั้งที่เห็นด้วยและก็ไม่เห็นด้วย..และก็สงสัยอะไรบางอย่างซึ่งผมก็จะไม่ขอพูด...เพื่อป้องกันเรื่องบานปลาย..

ประกอบกะพอดีผมได้อ่านประโยคนี้ของลุงเเคน...ผมก็เลยคิดว่า..


ว่าผมเห็นด้วยครับ..

และผมก็ขออโหสิ....อณุโมทณาด้วยคน...แค่นั้นแหละครับ..


เพราะคนเรา..ก็คงจะไม่มีใครนั้นอยู่ค้ำฟ้าอะไรที่ปล่อยได้วางก็ปล่อยมันเถอะครับ....

เพราะก็คงจะ"ไม่มีใคร"ในโลกนี้ที่เกิดมาไม่เคยทำผิด..และก็คงจะ"มีใคร"โลกนี้ที่เคยกระทำผิดและอยากได้โอกาศแก้ตัว..

และมันมีโอกาศผมว่าเราก็ควรจะทำ..แต่ถ้ามีโอกาศให้กระทำแล้วยังไม่ยอมกลับตัว..คุณๆที่ขวางเขาก็ไม่ต้องกลัวหรอกครับ..


เพราะถ้าคุณเป็นพุทธจริง..เดี่ยวกฏแห่งกรรมมันก็จะตามทันเขาเอง..แต่เราก็อย่าให้อคติมันบังตาจนเราต้องไปก่อกรรมกะเขาเลยครับ...
 
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #63 เมื่อ: 31-10-2007, 11:40 »

เมื่อคืนดูรายการคุณพระช่วยครับ เป็นเรื่องของ 3 เสือกลับใจ

เสือดำ ก็บวชเรียนแล้ว และ ยังไม่สึกซะด้วย



-------------------------------------

ไม่รู้เกี่ยวกะกระทู้หรือเปล่าเนาะ 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 31-10-2007, 12:12 »

น่าจะลองให้ ทักษิณบวชแล้วเดินทางมาไทยนะ

 

คุณ An.mkII 

ลองไปตั้งกระทู้ที่ราชดำเนินสิ

ถ้าทักษิณจะบวชพระ แล้วเดินทางมาไทย ชาวราชดำเนินคิดยังไงกันบ้าง


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-10-2007, 12:15 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #65 เมื่อ: 31-10-2007, 12:58 »

ขออภัยท่านsolidus
กระทู้นี้ ว่าด้วยเรื่อง
การบวชของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล


มันไม่เหมาะที่จะคุยเรื่องพระธรรมวินัย
โดยเฉพาะพระไตรปิฏก
ซึ่งมีรายละเอียดมากมายหลายหัวข้อ
ที่สำคัญทั้งคุณและผม
ต่างก็ไม่แตกฉานในพระไตรปิฏกแน่นอน
จึงของดการคุยเกี่ยวกับพระไตรปิฏก
แต่จะคุยหัวข้อกระทู้
เกี่ยวกับการบวชของ
คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เท่านั้น


ประหลาดดีแท้ การบวชไม่เกี่ยวกับพระวินัย
ทั้งๆที่การบวช บวชตามพระวินัย มีข้อกำหนดให้บวชได้หรือไม่ตามพระวินัย
ไม่คุยเรื่องพระวินัยเกี่ยวกับการบวช จะให้คุยเรื่องอะไรครับ

สงสัยอีกอย่างคือกรณีที่ล้มละลาย ก็ไม่เป็นคนมีหนี้แล้ว แต่ทำไมยังมีสภาพลูกหนี้อยู่ครับ ทำไมยังต้องมีการประนอมหนี้อีกครับ 

ล้มละลายคือไม่เป็นหนี้ และก็ไม่มีทรัพย์สิน(เพราะยึดไปใช้หนี้)
เมื่อล้มละลายจะไม่อยู่ในสภาพลูกหนี้อีก (สนธิจึงไม่เข้าเงื่อนไขว่าเป็นลูกหนี้)
ส่วนที่ลิ้มยังมีเสื้อผ้า รถ บ้าน อยู่ เข้าใจว่าเป็นเพราะตอนกู้
กู้ในนามบริษัท(นิติบุคคล)ไม่ใช่ในนามตัวเอง เมื่อล้มละลายจึงเป็นบริษัทล้มละลาย
และตอนนี้ก็ทำงานในฐานะลูกจ้าง ไม่ได้เป็นเจ้าของ บ.ครับ

การประนอมหนี้ ทำในกรณียังไม่ล้มละลายครับ อยู่ในขั้นตกลงกันว่าจะใช้หนี้ยังไง
หากพ้นจากนี้ไป เมื่อศาลตัดสินให้ล้มละลาย จึงจะถือว่าล้มละลาย
จะเข้าสู่ขั้นตอนยึดทรัพย์ เพื่อขายทอดตลาดต่อไป
บันทึกการเข้า
stromman
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 526



« ตอบ #66 เมื่อ: 31-10-2007, 15:29 »

แน่ๆเลย งานนี้ผมเห็นคนลงนรกแล้ว รประมาณ 100 คนอะครับ ไปดีนะหนูๆ
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #67 เมื่อ: 31-10-2007, 15:46 »

น่าจะลองให้ ทักษิณบวชแล้วเดินทางมาไทยนะ

 

คุณ An.mkII 

ลองไปตั้งกระทู้ที่ราชดำเนินสิ

ถ้าทักษิณจะบวชพระ แล้วเดินทางมาไทย ชาวราชดำเนินคิดยังไงกันบ้าง


 


จัดให้ครับ...


แต่ไมรู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน...!??? กะกระทู้แบบนี้...!???



[มีคนเขาฝากให้มาถามครับ.. ] ถ้าทักษิณจะบวชพระ แล้วเดินทางมาไทย ชาวราชดำเนินคิดยังไงกันบ้าง

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5972963/P5972963.html

ปล.

เมื่อหลายวันก่อน..ผมก็ยังได้เจอหลวงพ่อเสือดำเลย..พอดีท่านมาปลุกเสกจตุคามที่วัดบ้านผม..

ซึ่งดูท่านก็ไม่ได้..ถือตัวอะไรมากมายก็แบบที่ท่านออกในทีวีนั้นแหละครับ..


และไม่ทราบลุงรู้รึเปล่าล่ะครับว่าแกจะรับนิมนต์ไปงานไหนแกจะต้องดูก่อนว่าสร้างอะไรเพื่อะไร..และเอาเงินเข้ากระเป๋าใคร..

เพราะตัวหลวงพ่อเองก็สร้างโรงพยาบาลสงฆ์ที่ไหนผมก็จำไม่ได้แต่ว่าหมดตังไปหลายล้านเเนะ..ซึ่งน่าจะเป็นหลักร้อยล้านด้วยท่าจำไม่ผิด..


ฉะนั้นผมจึงได้ถือว่าคนเราถ้ามีโอกาศกลัยตัวกลับใจเราก็อย่าไปขาวงเขาเลย..

 
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 31-10-2007, 15:54 »


 


สนธิกับทักษิณ น่าจะนัดกันไปบวช

สรุปแล้วใครได้บวช? ผลเป็นอย่างไร?

อย่าลืมติดตามรายงานกันด้วย...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-10-2007, 16:03 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #69 เมื่อ: 31-10-2007, 16:00 »


ทักษิณบวช สงสัยมีคดีอมเงินวัดอีกค่ะ 
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
สมปอง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,128



« ตอบ #70 เมื่อ: 31-10-2007, 16:12 »

ทักษิณบวช สงสัยมีคดีอมเงินวัดอีกค่ะ 
บันทึกการเข้า



ไม่มีดินผืนใดให้ไออุ่น เท่ากับดินที่คุณถือกำเนิด
ไม่มีดินผืนใดดูมั่นคง เท่ากับดินที่ลงสำมะโนครัว
ไม่มีดินผืนใดให้คุณเดิน เท่ากับดินที่คุณเดินตอนตั้งไข่
ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่าแผ่นดินสุดท้ายของเผ่าพันธุ์

ไม่มีเงินไม่มีทองยังไม่หมองเศร้า
มีแผ่นดินปลูกข้าวเราอยู่ได้
ไม่มีเงินไม่มีทองค่อยหาใหม่ บนแผ่นดินสุดท้ายของไทยทุกคน
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #71 เมื่อ: 31-10-2007, 16:24 »



จัดให้ครับ...


แต่ไมรู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน...!??? กะกระทู้แบบนี้...!???



[มีคนเขาฝากให้มาถามครับ.. ] ถ้าทักษิณจะบวชพระ แล้วเดินทางมาไทย ชาวราชดำเนินคิดยังไงกันบ้าง

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5972963/P5972963.html

ปล.

เมื่อหลายวันก่อน..ผมก็ยังได้เจอหลวงพ่อเสือดำเลย..พอดีท่านมาปลุกเสกจตุคามที่วัดบ้านผม..

ซึ่งดูท่านก็ไม่ได้..ถือตัวอะไรมากมายก็แบบที่ท่านออกในทีวีนั้นแหละครับ..


และไม่ทราบลุงรู้รึเปล่าล่ะครับว่าแกจะรับนิมนต์ไปงานไหนแกจะต้องดูก่อนว่าสร้างอะไรเพื่อะไร..และเอาเงินเข้ากระเป๋าใคร..

เพราะตัวหลวงพ่อเองก็สร้างโรงพยาบาลสงฆ์ที่ไหนผมก็จำไม่ได้แต่ว่าหมดตังไปหลายล้านเเนะ..ซึ่งน่าจะเป็นหลักร้อยล้านด้วยท่าจำไม่ผิด..


ฉะนั้นผมจึงได้ถือว่าคนเราถ้ามีโอกาศกลัยตัวกลับใจเราก็อย่าไปขาวงเขาเลย..

 


เจ็บดีแท้ๆ 
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #72 เมื่อ: 31-10-2007, 16:34 »

ว่าแต่ดีเว้ย...

ตั้งกระทู้ที่นี้...
 

[มีคนเขาฝากให้มาถามครับ.. ] ถ้าทักษิณจะบวชพระ แล้วเดินทางมาไทย ชาวราชดำเนินคิดยังไงกันบ้าง

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5972963/P5972963.html


มันดันเอาไปด่าที่นี้...


ถ้าสนธิ ลิ้ม บวชเป็นพระแล้ว พวกท่านจะนับถือสนธิ ลิ้ม เป็นพระหรือป่าวครับ (รอบสาม)?

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5972924/P5972924.html


สุดยอดดด...

บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #73 เมื่อ: 31-10-2007, 17:04 »

ถึงผมไม่แตกฉานแต่ผมคงไม่หดพระวินัยเหลือไม่กี่ข้อหรอกครับ ส่วนกะทิลิ้มจะบวชหรือไม่บวชผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้วเป็นเรื่องของชาวพุทธจัดการกันเอาเอง แค่สงสัยเรื่องพระวินัยตกลงมันนิกายเถรวาทมันเปลี่ยนแปลงได้ด้วยหรือ เพราะพระตุ๊ดพระเกย์นี่ก็เห็นได้เรื่อย ๆ ไม่รู้ปล่อยผ่านได้อย่างไร
คุณน่าจะเข้าใจผิด
สิ่งที่คุณพูดถึงน่าจะหมายถึงพระไตรปิฏก
พระไตรปิฏกมีการสังคายนามาหลายครั้งแล้ว
คุณอย่าสับสน



ประหลาดดีแท้ การบวชไม่เกี่ยวกับพระวินัย
ทั้งๆที่การบวช บวชตามพระวินัย มีข้อกำหนดให้บวชได้หรือไม่ตามพระวินัย
ไม่คุยเรื่องพระวินัยเกี่ยวกับการบวช จะให้คุยเรื่องอะไรครับ

ล้มละลายคือไม่เป็นหนี้ และก็ไม่มีทรัพย์สิน(เพราะยึดไปใช้หนี้)
เมื่อล้มละลายจะไม่อยู่ในสภาพลูกหนี้อีก (สนธิจึงไม่เข้าเงื่อนไขว่าเป็นลูกหนี้)
ส่วนที่ลิ้มยังมีเสื้อผ้า รถ บ้าน อยู่ เข้าใจว่าเป็นเพราะตอนกู้
กู้ในนามบริษัท(นิติบุคคล)ไม่ใช่ในนามตัวเอง เมื่อล้มละลายจึงเป็นบริษัทล้มละลาย
และตอนนี้ก็ทำงานในฐานะลูกจ้าง ไม่ได้เป็นเจ้าของ บ.ครับ

การประนอมหนี้ ทำในกรณียังไม่ล้มละลายครับ อยู่ในขั้นตกลงกันว่าจะใช้หนี้ยังไง
หากพ้นจากนี้ไป เมื่อศาลตัดสินให้ล้มละลาย จึงจะถือว่าล้มละลาย
จะเข้าสู่ขั้นตอนยึดทรัพย์ เพื่อขายทอดตลาดต่อไป

ประหลาดดีแท้ การบวชไม่เกี่ยวกับพระวินัย
ทั้งๆที่การบวช บวชตามพระวินัย มีข้อกำหนดให้บวชได้หรือไม่ตามพระวินัย
ไม่คุยเรื่องพระวินัยเกี่ยวกับการบวช จะให้คุยเรื่องอะไรครับ

กลับขึ้นไปอ่านทำความเข้าใจใหม่
คุณsolidus  เขาเบี่ยงประเด็นไปเรื่องของพระไตรปิฏก

ทั้งๆที่การบวช บวชตามพระวินัย มีข้อกำหนดให้บวชได้หรือไม่ตามพระวินัย

ไปทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับ5ไม่ 8ใช่ ให้เข้าใจ


ถามง่ายๆ solidus และ login not found
ช่วยตอบด้วย
ทำไม สนธิ ลิ้มทองกุล ถึงบวชไม่ได้
ขอที่เป็นเหตุเป็นผล
ตามความเป็นจริง
ตามพระธรรมวินัย

ใครเป็นเจ้าหนี้
คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไปแสดงตัวด้วย
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองแสดงตัวด้วย
ถ้าสนธิ หนีคดี
ไม่ใช่ไอ้เล-ว   ไอ้ชั่-ว 
ที่ไหนก็ไม่รู้
มาเห่าหอน
ว่าไอ้นั่นห้ามบวชเพราะมีคดี
ไอ้นี่ห้ามบวชเพราะมีหนี้สิน

ธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป
เขาจะประกาศขออโหสิกรรม
ถ้าคุณเป็นเจ้าหนี้ ถ้าไม่ต้องการให้ลูกหนี้คุณบวช
คุณก็แสดงตัวต่อพระอุปัชฌาย์
พระอุปัชณาย์ก็จะพิจารณาว่าจะบวชให้หรือไม่
ถ้าบวชให้ถึงจะอาบัติทุกกฎ
หากไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าหนี้ก็บวชตามปกติ
ทางคดีก็เช่นกัน
ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่มาแสดงตัวแจ้งข้อหาก็บวชตามปกติ


ถามหน่อยดิ
เข้าพรรษาแต่ละปี
มีพระบวชใหม่นับร้อยนับพันรูปทั่วประเทศ
ออกพรรษาก็ลาสิกขาทำมาหากินตามปกติ
ทุกท่านที่บวชไม่มีหนี้สินหรือ
ผู้ที่ว่าสนธิบวชไม่ได้เพราะมีหนี้สิน
ช่วยตอบคำถามนี้หน่อย

บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #74 เมื่อ: 31-10-2007, 17:09 »



ที่สนธิอยากบวช เพืออะไร มันก็คงเป็นเจตนาของสนธิ

ส่วน พวกไปคัดค้าน ก็คงจะได้แสดงเหตุผล อย่าไปใช่วิธีผิดหลักศาสนา..
บันทึกการเข้า

Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #75 เมื่อ: 31-10-2007, 17:22 »

1.คุณเอกราชอยากทราบว่าทำไมสนธิถึงตอบไม่ได้ ก็ตอบคำถามนี้ให้ผมหน่อยสิครับในฐานะที่คุณเป็นชาวพุทธน่าจะทราบดีมากกว่าผมที่ไม่ใช่
กฎระเบียบของคณะสงฆ์ไทยว่าด้วยเรื่องการบวช มีว่าอย่างไรบ้างครับคุณเอกราช ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมครับ

2. เรื่อง 5ไม่ 8ใช่ที่เกี่ยวกับการบวชมีแค่นี้หรือครับ แต่ผมอ่านในพระวินัยปิฎก เล่มที่ 4 มหาวรรค ภาค 1 ทำไมมันมีรายละเอียดมากกว่าที่คุณบอกครับให้เหตุผลด้วยครับ
บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #76 เมื่อ: 31-10-2007, 17:28 »

กฎระเบียบของคณะสงฆ์ไทยว่าด้วยเรื่องการบวช มีว่าอย่างไรบ้างครับ

ไม่มีข้อไหนห้ามคุณสนธิบวช
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #77 เมื่อ: 31-10-2007, 17:35 »

ตามขนบประเพณีวิถีปฏิบัติของคนไทย ใครจะบวชเขาก็อนุโมทนากันทั้งนั้น
ขนาดที่ว่ามีเรื่องมีราวกันร้ายแรงก็ยังยกให้กันไปก่อน ถ้าสึกมาค่อยคุยกันต่อ

ผมก็เพิ่งเคยเจอกรณีคนจะบวช แล้วมีม็อบการเมืองมาคัดค้านไม่ให้บวชนี่เอง

ทางฝ่ายคุณสนธินั้นก็ประกาศเจตนาจะบวชมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาคิดบวช
ผมคิดว่าฝ่ายที่โผล่มาค้านน่าจะคิดผิดที่ทำแบบนี้ จะไม่ดีกับภาพตัวเองเปล่าๆ

...

เรื่องเลือกบวช "วัดชนะสงคราม" คงมีการเอาเคล็ดด้วยอย่างที่ลุงแคนวิเคราะห์
เพราะที่ผ่านมาก็ทำอะไรอิงกับชื่อสถานที่มาบ่อยๆ อย่างคราวก่อนฝ่ายทักษิณ
ไป "อาจสามารถ" ฝ่ายสนธิก็ไปบึงชื่อคล้ายๆ "พระลานชัย" เพื่อเป็นการข่มกัน

ไม่งั้นก็ไปบวชที่ "สันติอโศก" เป็น สมณะ จบเรื่องไปเรียบร้อย ได้ถือศีลเท่ากัน

ใครจะไปประท้วงก็ หาเหตุไม่ได้ ประท้วงไม่ออก ต้องทำตาปริบๆ อย่างเดียว 


เรารู้ว่าบางคนนับถือ'พุทธศาสนา' เพราะบัตรประชาชน ระบุไว้....
ถ้าไปดูบัตรประชาชนของพวกเขา พวก'เทวทัต' 'นปก.' 'พปช.' จะเป็นไปตามนี้ด้วย.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ถึงผมไม่'อนุโมทนา'...
แต่ไม่เป็น'มาร' เหมือนพวกนั้น.......




บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #78 เมื่อ: 31-10-2007, 17:41 »

กฎระเบียบของคณะสงฆ์ไทยว่าด้วยเรื่องการบวช มีว่าอย่างไรบ้างครับ

ไม่มีข้อไหนห้ามคุณสนธิบวช
แล้วมีระเบียบอย่างไรล่ะครับไม่เห็นคุณจะบอกเลย
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #79 เมื่อ: 31-10-2007, 17:43 »

การประนอมหนี้ ทำในกรณียังไม่ล้มละลายครับ อยู่ในขั้นตกลงกันว่าจะใช้หนี้ยังไง
หากพ้นจากนี้ไป เมื่อศาลตัดสินให้ล้มละลาย จึงจะถือว่าล้มละลาย
จะเข้าสู่ขั้นตอนยึดทรัพย์ เพื่อขายทอดตลาดต่อไป
งั้นแสดงว่ามาตรานี้เขียนผิดสิครับ

มาตรา 63 เมื่อศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ลูกหนี้จะเสนอคำขอประนอมหนี้
ก็ได้ ในกรณีนี้ให้นำบทบัญญัติในส่วนที่ 6 ว่าด้วยการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาใช้บังคับโดย
อนุโลม แต่ถ้าลูกหนี้ได้เคยขอประนอมหนี้ไม่เป็นผลมาแล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้ขอประนอมหนี้ภายใน
กำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันที่การขอประนอมหนี้ครั้งสุดท้ายไม่เป็นผล
ถ้าศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลาย และ
จะสั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน หรือจะสั่งประการใดตามที่เห็นสม
ควรก็ได้
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #80 เมื่อ: 31-10-2007, 17:57 »

ดูคำตอบหลายคนในกระทู้นี้แล้วผมหายสงสัยแล้วว่าทำไมถึงได้เห็นพระตุ๊ดพระเกย์
บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #81 เมื่อ: 31-10-2007, 18:22 »

แล้วมีระเบียบอย่างไรล่ะครับไม่เห็นคุณจะบอกเลย

สนธิ ลิ้ม โดนประท้วงห้ามบวชที่วัดชนะสงคราม
นี่คือหัวข้อกระทู้


กฎระเบียบของคณะสงฆ์ไทยว่าด้วยเรื่องการบวช มีว่าอย่างไรบ้างครับ

ไม่มีข้อไหนห้ามคุณสนธิบวช

มันก็ชัดเจนแล้ว


แล้วมีระเบียบอย่างไรล่ะครับไม่เห็นคุณจะบอกเลย

คุณควรจะยกมาอ้างว่า คุณสนธิห้ามบวชเพราะ.....



บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #82 เมื่อ: 31-10-2007, 18:36 »

แทนที่ชาวพุทธจะอธิบายเรื่องศาสนาพุทธให้คนนอกศาสนา กลับเป็นคนนอกศาสนาต้องอธิบายเรื่องศาสนาพุทธให้ชาวพุทธฟัง ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเห็นข่าวชาวพุทธไหว้ตัวแปลก ๆ


หมวดที่  3  ข้อห้ามตามระเบียบของคณะสงฆ์ไทยปัจจุบัน คณะสงฆ์ไทยได้วางระเบียบสำหรับผู้จะขอบวชเป็นภิกษุในพุทธศาสนา  โดยห้ามบุคคลต่อไปนี้อุปสมบท

3.1 คนที่ทำผิดกำลังหลบหนีอาชญาแผ่นดิน

3.2 คนที่หลบหนีราชการ

3.3 คนที่มีคดีค้างอยู่ในศาล

3.4 คนที่เคยถูกศาลยุติธรรมตัดสินจำคุกฐานเป็นผู้ร้ายอุฉกรรจ์

3.5 คนที่เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง

บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #83 เมื่อ: 31-10-2007, 18:41 »

ดูเหมือนถ้าผมถามเรื่องเกี่ยวกับศาสนาพุทธกับคุณเอกราชคงไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องแน่ ดูจาก
1. พระธรรมวินัย 227 ข้อ
2. คุณสมบัติผู้บวช 5 ไม่ 8 ใช่
จาก 2 ข้อนี้เมื่อดูในพระวินัยปิฎกกลับพบว่ามีมากกว่าที่คุณบอก
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #84 เมื่อ: 31-10-2007, 18:46 »

งั้นแสดงว่ามาตรานี้เขียนผิดสิครับ

มาตรา 63 เมื่อศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ลูกหนี้จะเสนอคำขอประนอมหนี้
ก็ได้ ในกรณีนี้ให้นำบทบัญญัติในส่วนที่ 6 ว่าด้วยการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาใช้บังคับโดย
อนุโลม
แต่ถ้าลูกหนี้ได้เคยขอประนอมหนี้ไม่เป็นผลมาแล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้ขอประนอมหนี้ภายใน
กำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันที่การขอประนอมหนี้ครั้งสุดท้ายไม่เป็นผล
ถ้าศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลาย และ
จะสั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน หรือจะสั่งประการใดตามที่เห็นสม
ควรก็ได้


เอ....ผมก็ว่าผมไม่ได้เข้าใจผิดนะ

การที่ยังเรียกว่าลูกหนี้อยู่ เพราะคดียังไม่สิ้นสุด  ยังเสนอประนอมหนี้ได้
ถ้าประนอมหนี้ได้ศาลก็ยกเลิกการล้มละลาย กลายเป็นลูกหนี้เหมือนเดิม
แต่ถ้าประนอมหนี้ไม่ได้ ล้มละลายไปแล้วจริงๆก็เปลี่ยนฐานะเป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่ได้เป็นลูกหนี้แล้วครับ

ส่วนพระตุ๊ด พระเกย์ พระเดินห้าง พระอวดอุตริ ผมเลิกไหว้มานานแล้วครับ
บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #85 เมื่อ: 31-10-2007, 18:55 »

2. เรื่อง 5ไม่ 8ใช่ที่เกี่ยวกับการบวชมีแค่นี้หรือครับ แต่ผมอ่านในพระวินัยปิฎก เล่มที่ 4 มหาวรรค ภาค 1 ทำไมมันมีรายละเอียดมากกว่าที่คุณบอกครับให้เหตุผลด้วยครับ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔  พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔
มหาวรรค ภาค ๑
 
 

พระวินัยปิฎก
เล่ม ๔
มหาวรรค ภาค ๑
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
มหาขันธกะ
โพธิกถา ปฏิจจสมุปบาทมนสิการ
             [๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า แรกตรัสรู้ ประทับอยู่ ณ ควงไม้โพธิพฤกษ์
ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ในอุรุเวลาประเทศ. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับนั่งด้วยบัลลังก์เดียว
เสวยวิมุตติสุข ณ ควงไม้โพธิพฤกษ์ตลอด ๗ วัน และทรงมนสิการปฏิจจสมุปบาทเป็นอนุโลม
และปฏิโลม ตลอดปฐมยามแห่งราตรี ว่าดังนี้:
ปฏิจจสมุปบาท อนุโลม
                          เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร
                          เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ
                          เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป
                          เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ
                          เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ
                          เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา
                          เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา
                          เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน
                          เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ
                          เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ
                          เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส
             เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิด ด้วยประการฉะนี้.
ปฏิจจสมุปบาท ปฏิโลม
             อนึ่ง เพราะอวิชชานั่นแหละดับโดยไม่เหลือด้วยมรรคคือวิราคะ สังขาร จึงดับ
                          เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ
                          เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ
                          เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ
                          เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ
                          เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ
                          เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ
                          เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ
                          เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ
                          เพราะภพดับ ชาติจึงดับ
                          เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส จึงดับ
             เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมดับ ด้วยประการฉะนี้.
             ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้น
ว่าดังนี้:-
พุทธอุทานคาถาที่ ๑
                          เมื่อใดแล ธรรมทั้งหลาย ปรากฏแก่พราหมณ์
                          ผู้มีเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้น ความสงสัยทั้งปวง
                          ของพราหมณ์นั้นย่อมสิ้นไป เพราะมารู้ธรรม
                          พร้อมทั้งเหตุ.



มันเกี่ยวอะไรกับการบวช
ของดการคุยกับคุณsolidusครับ
ไม่ควรอ้างพระไตรปิฏกแบบนี้ครับ


3.3 คนที่มีคดีค้างอยู่ในศาล


ใครเป็นเจ้าหนี้
คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไปแสดงตัวด้วย
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองแสดงตัวด้วย
ถ้าสนธิ หนีคดี
ไม่ใช่ไอ้เล-ว   ไอ้ชั่-ว 
ที่ไหนก็ไม่รู้
มาเห่าหอน
ว่าไอ้นั่นห้ามบวชเพราะมีคดี
ไอ้นี่ห้ามบวชเพราะมีหนี้สิน


 คุณสมบัติผู้บวช 5 ไม่ 8 ใช่

อันนี้อยู่ในบทสวดวิธีบรรพชาอุปสมบท

จาก 2 ข้อนี้เมื่อดูในพระวินัยปิฎกกลับพบว่ามีมากกว่าที่คุณบอก
กลับขึ้นไปอ่านกระทู้นี้ใหม่ตั้งแต่ต้น
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #86 เมื่อ: 31-10-2007, 19:04 »

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔  พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔
มหาวรรค ภาค ๑
 
 

อุปสมบทกรรม
สวดอุปสัมปทาเปกขะระบุโคตร
             [๑๓๙] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระมหากัสสปมีอุปสัมปทาเปกขะ และท่านส่งทูตไป
ในสำนักท่านพระอานนท์ว่า ท่านอานนท์จงมาสวดอุปสัมปทาเปกขะนี้. ท่านพระอานนท์ตอบไป
อย่างนี้ว่า เกล้ากระผม ไม่สามารถจะระบุนามของพระเถระได้ เพราะพระเถระเป็นที่เคารพของ
เกล้ากระผม. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาต
แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดระบุโคตรได้.
อุปสมบทคู่
             [๑๔๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระมหากัสสปมีอุปสัมปทาเปกขะอยู่ ๒ คน. เธอ
ทั้งสองแก่งแย่งกันว่า เราจักอุปสมบทก่อน เราจักอุปสมบทก่อน. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล
เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เราอนุญาตให้ทำอุปสัมปทาเปกขะ ๒ รูปในอนุสาวนาเดียวกัน.
อุปสมบทคราวละ ๓ คน
             สมัยต่อมา พระเถระหลายรูปต่างมีอุปสัมปทาเปกขะหลายคนด้วยกัน. พวกเธอต่างแก่ง
แย่งกันว่า เราจักอุปสมบทก่อน เราจักอุปสมบทก่อน. พระเถระทั้งหลายจึงตัดสินว่า เอาเถอะ
พวกเราจะทำอุปสัมปทาเปกขะทุกคนในอนุสาวนาเดียวกัน. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่
พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต
ให้ทำอุปสัมปทาเปกขะ ในอนุสาวนาเดียวกันคราวละ ๒ รูป ๓ รูป แต่การสวดนั้นแล ต้องมี
อุปัชฌาย์รูปเดียวกัน จะมีอุปัชฌาย์ต่างกันไม่ได้เป็นอันขาด.
นับอายุ ๒๐ ปีทั้งอยู่ในครรภ์
พระกุมารกัสสปเป็นตัวอย่าง
             [๑๔๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระกุมารกัสสปมีอายุครบ ๒๐ ปีทั้งอยู่ในครรภ์ จึงได้
อุปสมบท. ต่อมาท่านได้มีความดำริว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า บุคคลมีอายุหย่อน
๒๐ ปี ภิกษุไม่พึงอุปสมบทให้ ก็เรามีอายุครบ ๒๐ ทั้งอยู่ในครรภ์ จึงได้อุปสมบท จะเป็นอัน
อุปสมบทหรือไม่หนอ. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค
ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตดวงแรกใดเกิดแล้วในอุทรมารดา วิญญาณ
ดวงแรกปรากฏแล้ว อาศัยจิตดวงแรก วิญญาณดวงแรกนั้นนั่นแหละเป็นความเกิดของสัตว์นั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้อุปสมบทกุลบุตรมีอายุครบ ๒๐ ปี ทั้งอยู่ในครรภ์.
สวดถามอันตรายิกธรรม ๑๓ ข้อ
             [๑๔๒] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกกุลบุตรที่อุปสมบทแล้วปรากฏเป็นโรคเรื้อนก็มี เป็นฝี
ก็มี เป็นโรคกลากก็มี เป็นโรคมองคร่อก็มี เป็นโรคลมบ้าหมูก็มี. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล
เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ให้อุปสมบท ถามอันตรายิกธรรม ๑๓ ข้อ.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงถามอุปสัมปทาเปกขะอย่างนี้:-
อันตรายิกธรรม
             อาพาธเห็นปานนี้ของเจ้ามีหรือ? คือ โรคเรื้อน ฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ ลมบ้าหมู?
เจ้าเป็นมนุษย์หรือ เป็นชายหรือ เป็นไทหรือ ไม่มีหนี้สินหรือ มิใช่ราชภัฏหรือ มารดา
บิดาอนุญาตแล้วหรือ มีปีครบ ๒๐ แล้วหรือ บาตรจีวรของเจ้ามีครบแล้วหรือ เจ้าชื่ออะไร
อุปัชฌาย์ของเจ้าชื่ออะไร?
สอนซ้อมก่อนถามอันตรายิกธรรม
             ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายถามอันตรายิกธรรมกะพวกอุปสัมปทาเปกขะ ที่ยังมิได้
สอนซ้อม.  พวกอุปสัมปทาเปกขะย่อมสะทกสะท้าน เก้อเขิน ไม่อาจจะตอบได้. ภิกษุทั้งหลาย
จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย เราอนุญาตให้สอนซ้อมก่อน แล้วจึงถามอันตรายิกธรรมทีหลัง.
             ภิกษุทั้งหลายสอนซ้อมในท่ามกลางสงฆ์นั้นนั่นแหละ. พวกอุปสัมปทาเปกขะย่อมสะทก
สะท้าน เก้อเขิน ไม่อาจตอบได้เหมือนอย่างเดิม. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี
พระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้
สอนซ้อม ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วจึงถามอันตรายิกธรรมในท่ามกลางสงฆ์.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพึงสอนซ้อมอุปสัมปทาเปกขะอย่างนี้:-
คำบอกบาตรจีวร
             พึงให้อุปสัมปทาเปกขะถืออุปัชฌาย์ก่อน ครั้นแล้วพึงบอกบาตรจีวรว่า นี้บาตรของเจ้า
นี้ผ้าทาบของเจ้า นี้ผ้าห่มของเจ้า นี้ผ้านุ่งของเจ้า เจ้าจงไปยืน ณ โอกาสโน้น.
             ภิกษุทั้งหลายที่เขลา  ไม่ฉลาด ย่อมสอนซ้อม เหล่าอุปสัมปทาเปกขะที่ถูกสอนซ้อมไม่ดี
ย่อมสะทกสะท้าน เก้อเขิน ไม่อาจตอบได้. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาคตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เขลา  ไม่ฉลาด ไม่พึง
สอนซ้อม รูปใดสอนซ้อม ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ฉลาด
ผู้สามารถ สอนซ้อม.
             บรรดาภิกษุผู้ที่ยังไม่ได้รับสมมติ ย่อมสอนซ้อม. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่
พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่ยังไม่ได้
รับสมมติ  ไม่พึงสอนซ้อม รูปใดสอนซ้อม ต้องอาบัติทุกกฏ.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุที่ได้รับสมมติแล้วสอนซ้อม.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพึงสมมติ ดังต่อไปนี้:-
วิธีสมมติภิกษุเป็นผู้สอนซ้อม
             ตนเองพึงสมมติตนก็ได้ หรือภิกษุรูปอื่น พึงสมมติภิกษุอื่นก็ได้.
             อย่างไรเล่า ตนเองพึงสมมติตนเอง? คือ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์
ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
             ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า  ผู้มีชื่อนี้เป็นอุปสัมปทาเปกขะของท่านผู้มีชื่อนี้.
ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว  ข้าพเจ้าพึงสอนซ้อมผู้มีชื่อนี้.
             อย่างนี้ ชื่อว่าตนเองสมมติตนเอง.
             อย่างไรเล่า ภิกษุรูปอื่น พึงสมมติภิกษุรูปอื่น? คือ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศ
ให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
             ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผู้มีชื่อนี้เป็นอุปสัมปทาเปกขะของท่านผู้มีชื่อนี้ ถ้าความ
พร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว ท่านผู้มีชื่อนี้พึงสอนซ้อมผู้มีชื่อนี้.
             อย่างนี้ ชื่อว่าภิกษุรูปอื่นสมมติภิกษุรูปอื่น.
             ภิกษุผู้ได้รับสมมติแล้วนั้น พึงเข้าไปหาอุปสัมปทาเปกขะ แล้วกล่าวอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
คำสอนซ้อมอันตรายิกธรรม
             แน่ะผู้มีชื่อนี้ เจ้าฟังนะ นี้เป็นกาลสัตย์ กาลจริงของเจ้า เมื่อท่านถามในท่ามกลางสงฆ์
ถึงสิ่งอันเกิดแล้ว มีอยู่ พึงบอกว่า ไม่มี พึงบอกว่าไม่มี เจ้าอย่าสะทกสะท้านแล้วแล เจ้าอย่า
ได้เป็นผู้เก้อแล้วแล ภิกษุทั้งหลายจักถามเจ้าอย่างนี้ อาพาธเห็นปานนี้ของเจ้ามีหรือ? คือ
โรคเรื้อน ฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ ลมบ้าหมู? เจ้าเป็นมนุษย์หรือ เป็นชายหรือ เป็นไทหรือ
ไม่มีหนี้สินหรือ มิใช่ราชภัฏหรือ มารดาบิดาอนุญาตแล้วหรือ มีปีครบ ๒๐ แล้วหรือ บาตร
จีวรของเจ้ามีครบแล้วหรือ เจ้าชื่ออะไร อุปัชฌาย์ของเจ้าชื่ออะไร?
             ภิกษุผู้สอนซ้อมกับอุปสัมปทาเปกขะเดินมาด้วยกัน แต่ทั้งสองไม่พึงเดินมาพร้อมกัน
คือ ภิกษุผู้สอนซ้อมต้องมาก่อน แล้วประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
คำเรียกอุปสัมปทาเปกขะเข้ามา
             ท่านเจ้าข้า  ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผู้มีชื่อนี้เป็นอุปสัมปทาเปกขะของท่านผู้มีชื่อนี้.
ข้าพเจ้าสอนซ้อมเขาแล้ว. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว. ขอผู้มีชื่อนี้พึงมา.
             พึงเรียกอุปสัมปทาเปกขะว่า เจ้าจงมา.
             พึงให้อุปสัมปทาเปกขะนั้นห่มผ้าเฉวียงบ่า ให้กราบเท้าภิกษุทั้งหลาย ให้นั่งกระหย่ง
ให้ประคองอัญชลีแล้ว พึงให้ขออุปสมบทดังนี้:-
คำขออุปสมบท
             ข้าพเจ้าขออุปสมบทต่อสงฆ์  เจ้าข้า ขอสงฆ์โปรดยกข้าพเจ้าขึ้นเถิด  เจ้าข้า.
             ข้าพเจ้าขออุปสมบทต่อสงฆ์ เป็นครั้งที่สอง เจ้าข้า ขอสงฆ์โปรดยกข้าพเจ้าขึ้นเถิด
เจ้าข้า.
             ข้าพเจ้าขออุปสมบทต่อสงฆ์ เป็นครั้งที่สาม เจ้าข้า ขอสงฆ์โปรดยกข้าพเจ้าขึ้นเถิด
เจ้าข้า.
คำสมมติตนเพื่อถามอันตรายิกธรรม
             ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
             ท่านเจ้าข้า  ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผู้มีชื่อนี้ผู้นี้ เป็นอุปสัมปทาเปกขะของท่านผู้มีชื่อนี้.
ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว. ข้าพเจ้าจะพึงถามอันตรายิกธรรมต่อผู้มีชื่อนี้ ดังนี้:-
คำถามอันตรายิกธรรม
             แน่ะ ผู้มีชื่อนี้  เจ้าฟังนะ นี้เป็นกาลสัตย์ กาลจริงของเจ้า เราจะถามสิ่งที่เกิดแล้ว มีอยู่
พึงบอกว่ามี ไม่มี พึงบอกว่าไม่มี อาพาธเห็นปานนี้ของเจ้ามีหรือ? คือ โรคเรื้อน ฝี โรคกลาก
โรคมองคร่อ ลมบ้าหมู? เจ้าเป็นมนุษย์หรือ เป็นชายหรือ เป็นไทหรือ ไม่มีหนี้สินหรือ
มิใช่ราชภัฏหรือ มารดาบิดาอนุญาตแล้วหรือ มีปีครบ ๒๐ แล้วหรือ บาตรจีวรของเจ้ามี
ครบแล้วหรือ เจ้าชื่ออะไร อุปัชฌาย์ของเจ้าชื่ออะไร?
กรรมวาจาอุปสมบท
             ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
             ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผู้มีชื่อนี้ผู้นี้ เป็นอุปสัมปทาเปกขะของท่านผู้มี
ชื่อนี้ บริสุทธิ์แล้วจากอันตรายิกธรรมทั้งหลาย. บาตรจีวรของเขาครบแล้ว. ผู้มีชื่อนี้ขอ
อุปสมบทต่อสงฆ์ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว.
สงฆ์พึงอุปสมบทผู้มีชื่อนี้ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ. นี้เป็นญัตติ.
             ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผู้มีชื่อนี้ผู้นี้ เป็นอุปสัมปทาเปกขะของท่านผู้มี
ชื่อนี้ บริสุทธิ์แล้วจากอันตรายิกธรรมทั้งหลาย. บาตรจีวรของเขาครบแล้ว. ผู้มีชื่อนี้
ขออุปสมบทต่อสงฆ์ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ. สงฆ์อุปสมบทผู้มีชื่อนี้ มีท่านผู้มีชื่อนี้
เป็นอุปัชฌายะ. การอุปสมบทผู้มีชื่อนี้ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ ชอบแก่ท่านผู้ใด
ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
             ข้าพเจ้ากล่าวความนี้เป็นครั้งที่สอง. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผู้มีชื่อนี้ผู้นี้
เป็นอุปสัมปทาเปกขะของท่านผู้มีชื่อนี้ บริสุทธิ์แล้วจากอันตรายิกธรรมทั้งหลาย. บาตรจีวร
ของเขาครบแล้ว. ผู้มีชื่อนี้ขออุปสมบทต่อสงฆ์ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ. สงฆ์อุปสมบท
ผู้มีชื่อนี้ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ. การอุปสมบทผู้มีชื่อนี้ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ
ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
             ข้าพเจ้ากล่าวความนี้เป็นครั้งที่สาม. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผู้มีชื่อนี้ผู้นี้
เป็นอุปสัมปทาเปกขะของท่านผู้มีชื่อนี้ บริสุทธิ์แล้วจากอันตรายิกธรรมทั้งหลาย. บาตรจีวร
ของเขาครบแล้ว. ผู้มีชื่อนี้ขออุปสมบทต่อสงฆ์ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ. สงฆ์อุปสมบท
ผู้มีชื่อนี้ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ. การอุปสมบทผู้มีชื่อนี้ มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ
ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
             ผู้มีชื่อนี้สงฆ์อุปสมบทแล้ว มีท่านผู้มีชื่อนี้เป็นอุปัชฌายะ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง
ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้.
อุปสมบทกรรม จบ.
-----------------------------------------------------



บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #87 เมื่อ: 31-10-2007, 19:10 »

ใครจะคิดยังไง สำหรับผม การอโหสิก็เป็นเรื่องของผม
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #88 เมื่อ: 31-10-2007, 19:11 »

[๑๔๒] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกกุลบุตรที่อุปสมบทแล้วปรากฏเป็นโรคเรื้อนก็มี เป็นฝี
ก็มี เป็นโรคกลากก็มี เป็นโรคมองคร่อก็มี เป็นโรคลมบ้าหมูก็มี. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล
เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ให้อุปสมบท ถามอันตรายิกธรรม ๑๓ ข้อ.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงถามอุปสัมปทาเปกขะอย่างนี้:-
อันตรายิกธรรม
             อาพาธเห็นปานนี้ของเจ้ามีหรือ? คือ โรคเรื้อน ฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ ลมบ้าหมู?
เจ้าเป็นมนุษย์หรือ เป็นชายหรือ เป็นไทหรือ ไม่มีหนี้สินหรือ มิใช่ราชภัฏหรือ มารดา
บิดาอนุญาตแล้วหรือ มีปีครบ ๒๐ แล้วหรือ บาตรจีวรของเจ้ามีครบแล้วหรือ เจ้าชื่ออะไร
อุปัชฌาย์ของเจ้าชื่ออะไร?


5ไม่   8ใช่
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #89 เมื่อ: 31-10-2007, 19:15 »

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑

ห้ามบวชโจรที่ขึ้นชื่อโด่งดัง
             [๑๐๓] ก็โดยสมัยนั้นแล โจรองคุลิมาลบวชในสำนักภิกษุ. ชาวบ้านเห็นแล้วพากัน
หวาดเสียวบ้าง ตกใจบ้าง หนีไปบ้าง ไปโดยทางอื่นบ้าง เมินหน้าไปทางอื่นบ้าง ปิดประตู
เสียบ้าง. ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร
จึงให้โจรที่ขึ้นชื่อโด่งดังบวชเล่า. ภิกษุทั้งหลายได้ยินพวกนั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่
จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
             พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย โจรที่ขึ้นชื่อโด่งดัง ภิกษุ
ไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ.

ไม่ทราบอยู่ข้อไหนของ 5 ไม่ 8 ใช่
บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #90 เมื่อ: 31-10-2007, 19:38 »

solidus  คุณกำลังวนกระทู้
ให้คุณกลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่กระทู้ที่1


ขอจบการสนทนา
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #91 เมื่อ: 31-10-2007, 19:40 »

เหตุผลที่ห้ามคนมีหนี้บวช

       [๑๐๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ลูกหนี้คนหนึ่งหนีบวชในสำนักภิกษุ. พวกเจ้าทรัพย์พบแล้ว
กล่าวอย่างนี้ว่า ภิกษุรูปนี้คือลูกหนี้ของพวกเราคนนั้น ถ้ากระไร พวกเราจงจับมัน.
             เจ้าทรัพย์บางพวกพูดทัดทานอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายอย่าได้พูดเช่นนี้ เพราะพระเจ้า
พิมพิสารจอมเสนามาคธราช ได้มีพระบรมราชานุญาตไว้ว่า กุลบุตรเหล่าใดบวชในสำนักพระ
สมณะเชื้อสายพระศากยบุตร กุลบุตรเหล่านั้น ใครๆ จะทำอะไรไม่ได้ เพราะธรรมอันพระผู้มี
พระภาคตรัสไว้ดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.
             ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้
มิใช่ผู้หลบหลีกภัย ใครๆ จะทำอะไรไม่ได้ แต่ไฉนจึงให้คนมีหนี้บวชเล่า. ภิกษุทั้งหลาย
กราบทูลความเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

             พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนมีหนี้ ภิกษุไม่พึงให้บวช
รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ.
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #92 เมื่อ: 31-10-2007, 19:46 »

solidus  คุณกำลังวนกระทู้
ให้คุณกลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่กระทู้ที่1


ขอจบการสนทนา
คุณถามหาเหตุผลไม่ใช่หรือครับ แล้วอีกอย่างคุณบอกเองไม่ใช่หรือครับว่าพระธรรมวินัยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้ผมเห็นว่าเปลี่ยนแปลงแล้วนี้ครับ พระคุณบอกเองไม่ใช่หรือครับว่าพระธรรมวินัยมี 227 ข้อ คุณสมบัติผู้บวชมี 13 ข้อ
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #93 เมื่อ: 31-10-2007, 19:57 »

คุณลักษณะสามประการของผู้รักษาพระพุทธศาสนา
โดย...พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)
คัดบางตอนจากหนังสือ จากสุขในบ้าน สู่ความเกษมศานติ์ทั่วสังคม

 ๑.ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาจะต้องรู้หลักธรรมเข้าใจคำสั่งสอนของพระองค์แล้วนำไปปฏิบัติได้ถูก ต้อง พูดสั้น ๆ ว่า รู้คำสอนและปฏิบัติได้ถูกต้อง

๒.ให้สามารถยิ่งกว่านั้นอีก คือ นอกจากรู้เข้าใจปฏิบัติได้ถูกต้องด้วยตนเองแล้ว ยังนำไปบอกกล่าวชี้แจงสั่งสอนคนอื่นได้ด้วย คนที่จะไปบอกกล่าวแนะนำสั่งสอนชี้แจงคนอื่นได้นั้น

(๑) จะต้องมีความสามารถที่จะแนะนำสั่งสอน และ
(๒) ต้องมีน้ำใจประกอบด้วยเมตตากรุณา บางคนถึงจะมีความสามารถแต่ไม่มีน้ำใจกรุณา ก็ไม่ใส่ใจที่จะสอนก็ไม่ได้ผล เหมือนกัน จึงต้องมีทั้งน้ำใจ ต้องมีทั้งความสามารถ แล้วก็เอา ธรรมไปแนะนำสั่งสอนแก่คนอื่นต่อไป


๓.ข้อสุดท้ายว่า ถ้ามีการจาบจ้วง คำว่าจาบจ้วงนี่เป็นภาษาโบราณ หมายความว่ามีการกล่าวร้ายต่อพระศาสนา หรือมีการสั่งสอนลัทธิที่ผิดจากธรรมผิดจากพระวินัยขึ้น ก็สามารถกล่าวแก้ ชี้แจงกำราบได้ เรียกว่ากำราบปรับวาทได้
บันทึกการเข้า
Gamobank
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 229



« ตอบ #94 เมื่อ: 31-10-2007, 20:12 »

ยกพระไตรปิฎกมาหมดวัดแล้วยังเถียงกันไม่จบ


ดีเหมือนกันชักมีดวงตามองเห็นธรรมขึ้นบ้าง


เบื่อแต่ไอ่พวกมือถือสากปากคาบคัมภีร์ตะแบงลากถูเข้าข้างเจ้านายมันไปวันๆ
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #95 เมื่อ: 31-10-2007, 21:16 »



เอาเถอะ เถียงกันอย่างไร  ก็ได้ถึงที่สุดเท่านั้น

บวชได้ไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหา อยู่ที่ใครบรรลุธรรมได้มากขึ้นหรือน้อยลงไปบ้าง..?


ส่วนการบวช การตัดสินใจของผู้รับบวชให้ ท่านก็รับผิดชอบไป..
 
บันทึกการเข้า

เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #96 เมื่อ: 31-10-2007, 21:55 »



      ผมคิดเห็นนะครับ  องค์พระอุปัชฌาย์  ท่านบวชให้ได้

    ก็ไม่น่าจะประท้วงกันไปเลยนะครับ
   
บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #97 เมื่อ: 31-10-2007, 21:59 »

อธิบายไปตั้งนานว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้ห้ามขาด จนกระทั่งไม่มีทางออก

การบวชพระตามที่กล่าวอ้าง ต้องอาบัติทุกกฎ คืออาบัติเบา ๆ ปลงกับพระองค์อื่น ก็ต่อศีลได้แล้ว

เป็นเรื่องของ ศีลพร่อง ศีลไม่เต็มของผู้บวชให้แค่นั้นเอง

ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอกครับ อยู่ที่พระอุปัชชาย์จะตัดสินใจ

พวกบ้า ๆ มารผจญ ก็คงได้แต่ร้อง เพราะไม่ใช่ "เจ้าทุกข์"
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #98 เมื่อ: 31-10-2007, 22:47 »

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5972963/P5972963.html

เข้าไปอ่านแล้วครับ ขำๆ ในคำตอบ

น่าจะถามต่อว่า เอาล่ะไม่บวชก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าทักษิณอยากบวช จะว่ายังไง คดีความเต็มเมือง เป็นนักโทษของแผ่นดินด้วยซ้ำ

แบบนั้นบวชได้มั๊ย...ชาวราชดำเนินจะคัดค้านมั๊ย


หรือว่า "ทักษิณ can do no wrong"
บันทึกการเข้า

Scorpio6
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,210


Man on Mission *เสี่ยวฯ>สันติภาพ*


« ตอบ #99 เมื่อ: 31-10-2007, 22:58 »

พวกมารศาสนาทั้งนั้นที่ขวางไม่ให้"คนบวช"แทนที่จะช่วยกันส่งเสริมคนเพื่อเข้าสู่ความสงบสันติ
ลองเป็นลูก หลาน เหลน โหลนพวกมารบวชบ้างหละ แล้วมีคนขวางพวกมารจะคิดกันยังไงหว่า?
บันทึกการเข้า



คิดจะล้มระบอบทักษิณ ต้องอ่านใจเนวินและเพื่อน
บล็อกเสี่ยวไทบ้าน*แวะเยี่ยมRepublican Collage ของคุณสุธา ชันแสง*
http://www.oknation.net/blog/thaibaan/2008/03/26/entry-1
"ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและในฐานะอย่างไร จงตรองหาว่า จะมีทางใช้ชีวิต
ให้เป็นประโยชน์ในทางใดบ้าง เมื่อตั้งใจคิดถึงมันแล้วก็จะพบเสมอ
ไม่ว่าอยู่ที่ใด เมื่อพบทางแล้วจงลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์"
หน้า: 1 [2] 3
    กระโดดไป: