ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-09-2020, 15:51
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ประชาธิปไตยแบบบังๆ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
ประชาธิปไตยแบบบังๆ  (อ่าน 5150 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #50 เมื่อ: 22-10-2007, 01:27 »

อา...สาว ๆ บอกให้แก้ ไอ้เรามันหัวอ่อนรีบแก้ให้ทันที

แล้วหนูล่ะ "แก้" หรือยัง...

เอ้อ..ลุงหมายถึง..แก้ไขความเข้าใจให้เหมือน ๆ ชาวบ้านเค้าน่ะ

ไอ้ไม้ม้วนกับไม้มลายเนี่ย แก่ตัวเข้าทำไมมันชอบใหม่ ไม้ม้วนอ่ะ

เมื่อก่อนมันก็เป็นไม้มลายนะ...ยังสงสัยตัวเองอยู่เลย


หรือว่ามัน "เคยมือ" อืมม..จะพยายามนะจ๊ะ...

 


บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #51 เมื่อ: 22-10-2007, 02:06 »


เห็นแล้วตั้งแต่แรกวันนี้  เอามาบอกตรงนี้ละกัน

ความจริงอะไรเหรอที่จะให้ยอมรับ

การเมืองเรื่องของผลประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องของเทวดา
ที่ตอแหลเก่งกว่าก็เป็นคนดีกว่า
ซึ่งถ้าคุณมีความสามารถพิเศษหยั่งรู้ข้อเท็จจริงได้
ก็จะไม่มาเขียนแบบนี้แล้ว

คนที่ต่อต้านเผด็จการมันก็มีหลายฝ่าย
บางคนก็อาจจะอยากได้ทักษิณกลับมา
ซึ่งก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมของเขา
ที่จะคิดและทำได้ ในประเทศเสรี
บางคนก็อาจจะอยากให้ได้สิทธิเสรีภาพ
ที่เท่าเทียมกันในการเลือก
โดยปราศจากการใช้กำลังบังคับ ฉ้อฉล
ตามแผนการณ์ แก้เป็น ตามแผนการหลายขั้น ของพวกนอกกติกา
ที่คิดว่ามีบารมียิ่งใหญ่
ถือสิทธิมาตัดสินแทนผู้อื่น
ใช้อำนาจตามอำเภอใจ

พูดไปก็เท่านั้น สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองรู้ดี
ไม่เผื่อที่ เผื่อใจ ว่าอาจคิดผิดไป ได้เหมือนกัน

แต่เชื่อว่าคุณและอีกหลายคนที่อ่าน
คงไม่เป็นเช่นนั้น


 
บันทึกการเข้า

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #52 เมื่อ: 22-10-2007, 02:50 »

1. เกิดมาไม่เคยเห็นไม่เคยอ่านไม่เคยรู้จัก หนังสือพรรค์นี้
2. อ้าวชนชั้นเทพยังไม่ชัดอีกเรอะ
3. สมัยนั้นมีที่นาไง สมัยนี้มันธุรกิจแสนล้านแล้ว
4.

เวรกรรม อุตส่าห์งัดหนังสือมาโชว์
หมดกันพ่อนักปราชญ์
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Body&Soul
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 370



« ตอบ #53 เมื่อ: 22-10-2007, 04:24 »

พวกเพ้อเจ้องี่เง่า แบบเจ้าของกระทู้นี้จะเรียกว่าอะไรดี

อยากเรียกร้องความสนใจรึเปล่า

บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 22-10-2007, 04:32 »

"โฉมหน้าศักดินาไทย"

หนังสือที่แวดวงวิชาการยอมรับมากที่สุดเล่มหนึ่ง

เป็น 1 ในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน

แต่เป็นหนังสือในบัญชีหนังสือต้องห้ามของ นายสมัคร สุนทรเวช อดีต รมต.มหาดไทย ยุครัฐบาลหอย
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 22-10-2007, 08:02 »

ถ้าเจ้าของกระทู้ สนใจเรื่อง "ประชาธิปไตยแบบตัวแทน"
ผมขอแนะนำให้อ่านบทความของ แพทย์ พิจิตร ในมติชนสุดสัปดาห์

เค้าบอกว่า "ตัวแทน : ปัญหาทั้งคนทั้งระบบ" ลองไปหาอ่านนะครับ

สำหรับท่านที่สนใจเรื่องปฏิวัติรัฐประหาร ยิ่งควรอ่าน เพราะเค้ากล่าวถึง เรื่อง
"สัญญาประชาคม" ในทัศนะของ "รุสโซ"

โดยเฉพาะ ในบทที่ 15 รุสโซ บอกว่า...การที่ประชาชนเลือกผู้แทนแล้วทอดทิ้งสิทธิ์ของตนเอง อันตรายอย่างยิ่ง..

"รุสโซ" บอกว่า..."..ทันทีที่พลเมืองไม่เห็นว่าการทำงานสาธารณะนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
และกลับเลือกที่จะรับใช้สาธารณะผ่านกระเป๋าเงินของเขาแทนตัวเขาเอง
เมื่อนั้นรัฐก็จะเข้าใกล้ความฉิบหาย ...เพราะถึงเวลาที่จะต้องประชุมหารือเรื่องผลประโยชน์ของส่วนรวม
พวกเขากลับจ้างผู้แทนไปทำแทน ส่วนตัวเองกลับนอนอยู่บ้าน ต้องขอบคุณความขี้เกียจและเงิน
พลเมืองเหล่านั้นก็จะลงเอยที่ทหารขึ้นปกครองประเทศ และเหล่าผู้แทนก็จะทำการขายประเทศ ..."

อย่าสงสัยว่า นี่เป็นเรื่องที่คิดค้นออกมาในเมืองไทยนะครับ "รุสโซ" เขียนเรื่องนี้เมื่อปี 1762 ครับ
แต่ทำไมมันเกิดขึ้นในเมืองไทยได้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นั่นก็คือเรารับเอาประชาธิปไตยแบบมีตัวแทนมาใช้ โดยที่ประชาชนไม่เข้าใจเรื่องสิทธิ์ของตนเอง
ไม่เข้าใจเรื่อง "รัฐ" ไม่เข้าใจเรื่อง "อำนาจอธิปไตย"

จุดอ่อนของประชาธิปไตยแบบมีตัวแทนก็คือ คนที่เป็นผู้แทนไม่ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของสาธารณะ
และประชาชน "นอนหลับทับสิทธิ์"

"การนอนหลับทับสิทธิ์" นั้น มิได้หมายถึงเฉพาะ ไม่ไปเลือกตั้ง ไม่สนใจเลือกตั้งเท่านั้น

แต่ต้องเหมารวมไปถึงไม่สนใจสิทธิ์ของตนเองที่จะติดตามตรวจสอบผู้แทนของตน

การนอนหลับทับสิทธิ์ตัวนี้ จึงเป็นข้อด้อยของ "คน" ฝ่ายผู้เลือกผู้แทนเอง

รัฐธรรมนูญ 2550 ได้เพิ่มพื้นที่ให้มีการใช้การเมืองภาคพลเมืองเพิ่มขึ้นแล้ว

จงอย่านอนหลับทับสิทธิ์ของตัวเองละครับ

หากการเมืองเรื่อง "สัญญาประชาคม" ยังเป็นเช่นทุกวันนี้ เมืองไทยก็จะหนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์
นั่นคือ เลือกตั้ง โกงกิน ปฏิวัติ เลือกตั้ง โกงกิน ปฏิวัติ อยู่เช่นนี้ร่ำไป

เมื่อระบอบประชาธิปไตย ยังมิใช่ระบอบที่สมบูรณ์ที่สุด เราประชาชนรู้แล้วก็ต้องอุดช่องว่าง
อุดช่องโหว่หรือจุดอ่อนของระบอบประชาธิปไตยด้วยตนเอง เพื่อให้ระบอบนี้คงอยู่ได้
โดยให้ประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม ต่อสังคม หรือ ต่อ "รัฐ" นั่นเอง

( รัฐ ในที่นี้ มิใช่รัฐบาลนะครับ...)
หนังสือเรื่อง สัญญาประชาคม ของ รุสโซ แปลเป็นภาษาไทยตั้งแต่ปี 2521 โดยจินดา จินตนเสรี
ลอง ๆ หามาประดับห้องสมุดนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-10-2007, 08:12 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #56 เมื่อ: 22-10-2007, 08:05 »

อ้างถึง

แล้วไพร่ อย่าง ทักษิณ เนวิน สุดารัตน์ สุริยะ ฯลฯ .....มันทำความดีความชอบอะไรมาเพื่อแลกเปลี่ยนความจงรักภักดี ถีง ได้มีที่ดิน กันเป็นร้อยไร่ พันไร่.......หรือ พวกนี้ ไม่ใช่ไพร่.....

แล้วอย่างสมัคร สุนทรเวช...ที่บอกไปทั่วว่า เป็นลูกหลาน เจ้าพระยา อะไรซักอย่าง เป็น ชนชั้นศักดินา หรือ ชนชั้นไพร่ ?......


"ประการต่อมา ก็คือ ปัญหาเรื่องบทบาทของชนชั้นกลางกับประชาธิปไตย ที่ผ่านมา
เราถูกโฆษณาชวนเชื่อว่า ประชาธิปไตยถูกสร้างและธำรงรักษาโดยชนชั้นกลาง แต่
ความจริงได้เปิดเผยให้เห็นแล้วว่า ประชาธิปไตยเป็นคุณกับคนยากคนจนมากกว่า
ชนชั้นกลาง (เน้นเสียง) และกลายเป็นว่า ขณะที่ ชนชั้นกลางกำลังทำลายประชาธิป-
ไตย โดยการไปร่วมมือกับอำมาตยาธิปไตยและศักดินาก่อรัฐประหาร
ชนชั้นล่างกลับ
ยังคงพิทักษ์ประชาธิปไตยต่อไปอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะโดยการดื้อแพ่งต่อระบบราช-
การ และการพร้อมใจกันไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเผด็จการ 2550"
.......คห.35

ตกลงไม่คุย เรื่องศักดินาแล้วใช่มั๊ยครับ .....แล้วระบอบอมาตยาธิปไตย คืออะไร?....หวังว่า คุณ หิมะ คง ไม่เอาอะไร มาตัดแปะ เพื่อขยายความน๊ะครับ......ถ้า ไม่เข้าใจ ไม่ต้องอธิบาย ก็ไม่เป็นไรน๊ะครับ...ผมจะติดธุระ อีก ซัก 3-4 วัน....แต่ ผมไม่เข้าใจ เลยมาถามทิ้งไว้.....


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-10-2007, 08:12 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #57 เมื่อ: 22-10-2007, 08:22 »

เรื่อง "ศักดินา" ผมแนะนำไปแล้วครับ ให้ใช้คำค้น "ศักดินา"

จะพบในวิกิพีเดีย อธิบายเรื่อง ศักดินาไทย กับ ศักดินาของยุโรป

แม้อธิบายไม่ลึกซึ้งเหมือนหนังสือของ จิตร ภูมิศักดิ์ แต่ผมอ่านแล้วคิดว่าเข้าใจง่าย ๆ

ไม่ลึกลับซับซ้อน

คนที่ไปบ้าอเมริกา ซึงไม่เคยมีเรื่อง "ศักดินา" เลยไม่ค่อยชอบใจ "ศักดินาไทย" ผมเข้าใจเช่นนั้น
บันทึกการเข้า

อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #58 เมื่อ: 22-10-2007, 09:17 »

ศักดินาสมัยใหม่มันซับซ้อนกว่าเดิม นายจิตรโดนสอยไปก่อนเลยไม่มีใครเขียนต่อ
ภาคใหม่นี้ว่าด้วยภาคธุรกิจที่ใหญ่โตซับซ้อน มีที่ทางกลางเมืองเต็มไปหมด หลาย
เรื่องที่การดำเนินธุรกิจต้องอาศัยอำนาจลึกลับทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยผลักดันให้
กลุ่มธุรกิจนั่นมั่นคงแข็งแรงเหนือคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน กลุ่มธุรกิจศักดินานี้
ส่วนมากจะทำในลักษณะคู่แข่งน้อย และจะลงทุนยิ่งใหญ่เหนือคู่แข่งในตลาด โดย
อาศัยกองทุนมหึมาหนุนอยู่ ถ้าพลาดก็มีการใช้อำนาจพิเศษให้รัฐบาลช่วยอุ้มชูธุรกิจ
ได้ ลองไปคิดกันเล่นๆ ก็ได้ว่าทำไมนายประชัยไม่สามารถรักษาไออาร์พีซีให้อยู่ใน
มือของตัวเองได้ แต่ธุรกิจศักดินาทำได้แม้ว่าจะหนี้บานกว่ามากก็เหอะ

ศักดินายุคนี้รู้(ตั้งนานแล้ว)ว่าเงินเท่านั้นที่จะผลักดันกระบวนการต่างๆ ที่ตนต้องการ
รวมทั้งอำนาจให้มั่นคง ไม่ตีลูกโฉ่งฉ่างเหมือนสมัยสฤษดิ์หรือถนอมที่เที่ยวไปสอย
พวกต่อต้านแบบดิบๆ มีแต่รัฐบาลที่แล้วดันเอื้อประโยชน์สองหน้า ส่วนหนึ่งในกลุ่ม
ศักดินาไม่ปลื้มเลยโดนสอยแบบกล้าๆ กลัวๆ เพราะประชาชนเริ่มรู้จากการที่มีการ
พัฒนาสมองอย่างรวดเร็วในห้าหกปีก่อน ต้องใช้วิธีล้างสมองแบบรุนแรงและด่วนด้วย
การเปิดอัดกันทั้งเช้าสายบ่ายเย็นห้างทุกห้างทีวีทุกช่อง

จะมองออกกันหรือไม่ก็เหอะ พวกฝรั่งมันรู้อยู่ว่าศักดินาไทยชนะเสมอ ทูตเมกายัง
เปรยๆ ว่าการเมืองไทยเหมือนละคร คิดดูก็รู้แล้วว่าหมายถึง มันมีคนจัดการอยู่ข้าง
หลัง ละครอะไรจะเล่นกันสดๆ โดยไม่เตี๊ยมกันมาก่อน ตาสว่างกันมั่งยังเนี่ย
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #59 เมื่อ: 22-10-2007, 09:30 »

แหมอ้อมซะใกลเลย...

ศักดินาดี กับ พ่อค้าชั่วล่ะ ตอบให้หน่อยดิ

พ่อค้าชั่วฮั๊วสัมปทานน่ะ พอเข้าใจมั๊ยครับ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 22-10-2007, 20:44 »



อัยการอังกฤษรอหลักฐานจากไทยคดีขอตัว “ทักษิณ” [22 ต.ค. 50 - 20:21]
 http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=65508
 
วันนี้ (22 ต.ค.) นายนันทศักดิ์ พูลสุข รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ในฐานะคณะทำงานอัยการเพื่อติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา จำเลยในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก ตามหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวภายหลังกลับจากการเดินทางไปปรึกษาหารือข้อกฎหมายกับพนักงานอัยการประเทศอังกฤษ ว่า อัยการของอังกฤษให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

นายนันทศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ปรึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมายและช่องทางในการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว อัยการอังกฤษแนะนำให้คณะทำงานอัยการของไทยรีบดำเนินการยื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐานต่าง ๆ ในคดี ให้กับอัยการอังกฤษ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลอังกฤษ ขอให้ทำการไต่สวน และมีคำสั่งส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตามประกาศสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกรุงสยามและอังกฤษ ร.ศ.130 ประกอบกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2503 ของประเทศอังกฤษ โดยเร็ว

 

“แม้พนักงานอัยการอังกฤษยังไม่ได้ชี้ชัดเจนว่า ฐานความผิดที่พนักงานอัยการไทยยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ต่อศาลฎีกา จะเป็นความผิดตามกฎหมายของอังกฤษ และศาลจะสามารถมีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยทั้ง 2 เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้หรือไม่ก็ตาม แต่พนักงานอัยการอังกฤษก็อยากให้คณะทำงานอัยการไทย รีบดำเนินการส่งพยานหลักฐานให้กับพนักงานอัยการอังกฤษดำเนินการยื่นคำร้อง เพื่อให้ศาลอังกฤษมีคำสั่ง” รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าว

 

นายนันทศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับพยานหลักฐานที่จำเป็นต้องแปลภาษาเพื่อส่งให้อัยการอังกฤษ ประกอบด้วย สำนวนการสอบสวนและคำให้การพยาน โดยเป็นหน้าที่ของอัยการ ฝ่ายคดีต่างประเทศ ดำเนินการส่งให้กับผู้ประสานงานในโฮมออฟฟิศของอังกฤษ ซึ่งคล้ายกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งต่อให้กับอัยการอังกฤษยื่นคำร้องต่อศาล อย่างไรก็ตาม นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด ประธานคณะทำงานอัยการเรื่องนี้ ได้นัดประชุมคณะทำงานทั้งหมด ในวันที่ 25 ตุลาคม
 
 
บันทึกการเข้า

ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #61 เมื่อ: 22-10-2007, 20:53 »

พวกมืดบอดด้วยปัญญาอย่างแก๊สกับเฟค พิมให้ตายพวกมันก็ไม่เข้าใจหรอกครับ ที่ไม่เข้าใจเพราะโง่จริงหรือเอาแต่ความคิดของตัวเอง ปัญญาอ่อน เลวชั่วช้าหรือไม่อ่านกันแน่ แต่ที่แน่ๆพลเมืองชั้นชั่วแบบนี้สมควรถูกกวาดล้างไปได้แล้ว
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 22-10-2007, 20:59 »



คตส.ตั้งคณะทำงานตรวจสอบบัญชี'ทักษิณ'ทั่วโลก      http://www.innnews.co.th/Politic.php?nid=68681
   
 
โดยทีมข่าว INN News 22 ตุลาคม 2550 19:26:31 น.     
 

   

คตส.ตั้งคณะทำงานตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน อดีตนายกฯทักษิณ ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับรายงานบัญชีทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกระบวนการต่อไป

นายบรรเจิด สิงคะเนติ คตส.เปิดเผยว่า คตส.ได้มีการตั้งคณะทำงานติดตามทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในต่างประเทศว่า นำไปซื้อทรัพย์สินใดบ้างรวมถึงสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วย ทั้งนี้จะนำมาเปรียบเทียบกับบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่ได้แจ้งไว้กับ ป.ป.ช.ว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการโอนเงินออกนอกประเทศนั้น นายบรรเจิด กล่าวว่าในส่วนของข้อเท็จจริงจะต้องประสานงานไปยัง ธปท.เพื่อให้ตรวจสอบอีกครั้ง ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า คตส.เตรียม ทำหนังสือไปยังกรมสรรพากร เพื่อให้ตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ( มหาชน ) หรือ ชินคอร์ป ทั้งหมด รวมทั้งทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานทูตอังกฤษ เพื่อให้ร่วมตรวจสอบด้วย

ด้าน นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม.กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. ทำหนังสือของคำแนะนำ จากอนุกรรมการว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรือจำเป็นต้องยกเลิกสัญญาการจัดซื้อหรือไม่ ทั้งนี้ นายนาม ระบุว่า ที่ประชุม คตส.มีมติไม่ให้ข้อคิดเห็น เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการไต่สวน
 
 
 
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #63 เมื่อ: 22-10-2007, 21:53 »

หลายครั้งที่คุณเคยพูดว่า ‘ระบอบทักษิณ’ ถูกทำลายแล้วในวันที่
19 สิงหาคม 50 ช่วยขยายความหน่อย


ผมขอบอกอย่างนี้นะครับว่า ในบรรดาชนชั้นสูง เขาไม่ได้ใส่ใจตัวทักษิณในฐานะ
ตัวบุคคลสักเท่าไหร่
หรอกครับ แต่แน่นอนในการโฆษณาชวนเชื่อ เขาต้องสร้าง
ตัวผู้ร้ายขึ้นมา...ก็เท่านั้น

สิ่งที่พวกเขาต้องการทำลายจริงๆ คือ ‘ระบอบทักษิณ’

‘ระบอบทักษิณ’ คืออะไร

‘ระบอบทักษิณ’ แยกไม่ออกจากรัฐธรรมนูญ 2540 ครับ หากไม่เคร่งครัดรูปแบบ
ให้เปะมากเกินไป ยอมรับความจริงกันเถอะครับว่า รัฐธรรมนูญ 2540 นั้น คือ
Presidential System และนั่นเป็นอะไรที่ชนชั้นสูงของไทยรับไม่ได้


การเลือก Party List โดยแต่ละพรรคเสนอนโยบายให้ประชาชนเลือกนโยบาย,
การกำหนดผู้ที่จะเป็นนายกฯ และรัฐมนตรีไว้ในอันดับต้นๆ ของ Party List มันก็คือ
ระบอบประธานาธิบดีหรือกึ่งประธานาธิบดีกลายๆ นั่นเอง

การใช้ระบบเขตเดียวคนเดียว หรืออาจจะเรียกว่า One Man One Vote ทำให้สิทธิ
ของทุกผู้คนเท่าเทียมกัน และทำให้ผู้แทนเป็นของประชาชนเป็นครั้งแรก จากเดิมที่
ผู้แทนจะแว็บมาเฉพาะตอนเลือกตั้ง พอเป็นระบบ One Man One Vote ปรากฏว่า
ส.ส. ต้องหมั่นมาดูแลและรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนโดยตลอด

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเลือกตั้ง ส.ว.โดยประชาชนอีก....!

‘ระบอบทักษิณ’ จึงเท่ากับ ‘รัฐธรรมนูญ 2540’ และเท่ากับ การที่ประชาชนมีสิทธิ
ที่จะเลือกนโยบายในการบริหารประเทศ
- การที่ประชาชนเลือกนายกฯ โดยตรง –
การที่ประชาชนทุกชนชั้นมีสิทธิเท่าเทียมกัน – การที่อำนาจมาอยู่ในมือประชาชน -
การกระจายงบประมาณแผ่นดินมาเพื่อประโยชน์ของชนชั้นล่างอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

ที่ผ่านมาเรามักจะคิดว่า คมช. เมื่อรัฐประหารแล้วก็ฉีกรัฐธรรมนูญเก่า แล้วร่าง
รัฐธรรมนูญใหม่ ตามธรรมเนียม แต่กรณี 19 กันยานี้ ไม่ใช่
 
การฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 คือการทำลาย ‘ระบอบทักษิณ’ อย่างแท้จริง

เห็นชัดๆ ว่า รัฐธรรมนูญ 2550 จงใจทำลายอำนาจของประชาชนที่กำหนดในรัฐ-
ธรรมนูญ 2540 ทั้งหมดโดยไม่เหลือซาก
ดังนั้น ‘ระบอบทักษิณ’ จึงถูกทำลายลง
อย่างสิ้นเชิงเมื่อรัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านการลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคม 2550

ผมอยากให้พวกเราจำเอาไว้ว่า ศัตรูของพวกเขา (คณะรัฐประหาร, ข้าราชการ, ชน
ชั้นกลาง, ทหาร, ราชนิกุล, รัฐวิสาหกิจ, เอ็นจีโอ ฯลฯ) ไม่ใช่ทักษิณ แต่ศัตรูของ
พวกเขาคือ ประชาชน

จาก สัมภาษณ์ (พลาดไม่ได้) กิติภูมิ จุฑาสมิต : ความในใจของคนบนต้นไม้

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=9963&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

เขตเดียวเบอร์เดียวไม่ใช่สิ่งนำไปสู่ความรับผิดชอบของสส.ต่อประชาชนในเขต เพราะ สส.คือ สส.ของประเทศ
การนำไปสู้ระบอบ ประธานาธิบดี หรือกึ่งประธานาธิบดี ก็ไม่ใช่ เพราะขัดรัฐธรรมนูญ

ความรับผิดชอบต่อประชาชน คือสำนึกสาธารณะ ไม่โลภ ไม่เห็นแก่ตัว และเห็นความสำคัญของส่วนรวมมากกว่าตัวเอง นี่ต่างหาก
คือการทำหน้าที่ของ สส. ตามระบอบประชาธิปไตย

แต่ระบอบทักษิณคือ การผูกขาดความถูกต้องไว้ที่พรรค สส. คัดค้านอะไรไม่ได้เลย ซึ่งขัดกับหลักระบบ สส.เขต ซึ่งให้ สส.ทำหน้าที่ในสภา

หัวใจในเรื่องสิทธิ์ของประชาชนที่มอบให้รัฐ จึงคลาดเคลื่อนไป เพราะมันกลายเป็นมอบให้พรรคทั้งหมด

แม้แต่ในอเมริกา หากพรรคทำผิด หรือ ประธานาธิบดี ทำผิด เค้าก็ถอดถอน หรือไม่สนับสนุนประธานาธิบดี ตลอดจนอภิปรายโจมตีประธานาธิบดี

ซึ่งก็คือ ระบอบของอเมริกา เค้าก็รู้จักเรื่องสิทธิ์ของประชาชน ที่ สส. ต้องเป็นตัวแทนของประชาชนที่ทำงานให้รัฐ
หากสส. เห็นดีเห็นงามกับความชั่ว ความไม่ดีของพรรรคหรือผู้นำ ก็จะถูกประชาชน ก่นด่า และสูญเสียความนิยม

หากมองรัฐธรรนูญ 2540 ที่ให้ความสำคัญกับพรรค 1 ใน 5 ก็เป็นเรื่องที่บอกว่า ความสำคัญของพรรค มีความสำคัญเพียง 20 % เท่านั้น
หากแต่ให้ความสำคัญแก่ความเป็นสส.ของประเทศ ของเขต ที่ควรทำหน้าที่จริงจัง รักษาผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ มากถึง 80 %

จะว่าไปในประเด็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์ ความคิดแรกเริ่มแค่อยากให้ประชาชนได้เห็น "รัฐบาลเงา" เอาไว้ จะว่าไป ไม่ควรเกิน 50 ด้วยซ้ำไป
เพราจำนวนที่นั่งของ รัฐมนตรี ก็ไม่เกินนั้น และจูงใจให้ โดยหากสส.พรรคไปทำหน้าที่บริหาร ก็ให้ลาออกหรือพ้นจากความเป็น สส. ให้ ลำดับถัดไป
ขึ้นมาแทน โดยไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ให้สูญเสียเวลาและงบประมาณ

ส่วน เรื่อง One Man - One Vote
ผมก็มองเห็นข้อบกพร่องตรงที่ แบ่งให้เขตละ 3 คน เป็นหลัก จังหวัดใดมีคนไม่ถึงก็จะมี สส. 2 คน
จะว่าไป ทำไมไม่กำหนดไปเลยให้แบ่งเขตละ 2 คน ให้ทั่วถึงทั้งประเทศ ก็จะได้ความเท่าเทียมกันทุกเขต

จะว่าไป มันเป็นเรื่องเทคนิค จังหวัดที่มี 1 เขต 2 คน ถือเป็นข้อยกเว้นเท่านั้น

ถึงที่สุด ระบอบทักษิณถูกทำลาย ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นแบ่งเขต หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

แต่ระบอบทักษิณ ถูกทำลายลง ด้วยการป้องกันการโกงให้มากขึ้น
ให้ประชาชนมีสิทธิ์เข้าถึงสภา เข้าถึงศาล เข้าถึงการถอดถอนเร็วขึ้น
ให้ระบอบรัฐสภา ตรวจสอบ สส.-สว. ได้ง่ายขึ้น

นั่นคือเพิ่มอำนาจประชาชน ลดอำนาจรัฐ ตรงนี้ต่างหากที่จะทำให้ระบอบทักษิณ โดย การเลือกตั้งหายไป
ที่สำคัญ คือการตรวจสอบการเลือกตั้งที่เข้มข้น การลงโทษนักการเมือง พรรคการเมือง ที่ทุจริตได้เร็วขึ้น แรงขึ้น

นี่ต่างหาก ที่จะทำให้ระบอบทักษิณ หดหายไปได้

การเพิ่มโทษพฤติกรรมการซื้อตัวสส. ซื้อพรรค ซื้อเสียง ทั้งบุคคลและพรรค ตรงนี้ต่างหาก ที่จะทำให้ระบอบทักษิณหายไป


เพราะ ระบอบทักษิณ อีกมุมหนึ่ง คือระบอบที่ชั่วร้าย ที่จงใจตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญเข้าข้างตัวเอง
การแก้ไขก็ต้องให้ สส. สามารถคัดค้านหรือออกเสียงโดยอิสระในสภา
และสามารถ ทำลายความเป็น "ข้าคือความถูกต้อง" แต่เพียงผู้เดียวของท่านผู้นำ

เพราะอีกนัยหนึ่ง ระบอบทักษิณ มิใช่การนำไปปสู่ระบอบประธานาธิบดี แต่ระบอบทักษิณ จะนำไปสู่ระบอบเผด็จการรัฐสภา
( โดยพรรค หรือ โดยผู้นำพรรค )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-10-2007, 21:58 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #64 เมื่อ: 22-10-2007, 22:04 »

แหมอ้อมซะใกลเลย...

ศักดินาดี กับ พ่อค้าชั่วล่ะ ตอบให้หน่อยดิ

พ่อค้าชั่วฮั๊วสัมปทานน่ะ พอเข้าใจมั๊ยครับ


ดีชั่วเอาเกณฑ์ตัวเองวัดหรือไง ลองไปสำรวจดูว่ากลุ่มไหนได้สัมปทานเยอะๆ มาแต่โบราณมั่ง
แต่ว่าเกณฑ์ตัวเองเนี่ยมันระดับไหนหว่าสงสัยจะสอบตกป.2 แค่คำว่า ไกล ยังเขียนผิด อายแทนจัง
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #65 เมื่อ: 22-10-2007, 22:41 »

ท่าจะบ้าแล้ว ตระกูลหนึ่งครอบครองประเทศหนึ่งมา ร่วม ๆ 200 ปี การสั่งสมมรดก

เงินทองทรัพย์สินหรือสัมปทานก็มาโดยชอบ

เพราะมาจากสร้างสรรค์ประเทศโดยอำนาจที่สังคมยอมรับ คนเค้ามีเงินเค้าจะลงทุนอะไรไปเกี่ยวอะไรล่ะ

มันผิดตรงใหนละครับ แม้แต่ในราชวงศ์อังกฤษปัจจุบันก็มีการลงทุน คุณไปอยู่ที่ใหนมาละครับ

ดีหรือชั่ว ก็ไปดูที่การแสดงออกถึงความรักของประชาชนครับ ไม่ได้พิสูจน์อะไรยากเย็นตรงใหน

อิ อิ เรื่องสระไอ เอามาอำ พอ ๆ กับกระทู้ โพลสวนดุสิตในราชดำเนินวันนี้

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5943574/P5943574.html

เจ้าของกระทู้เขียนว่า ดร. อภิสิทธิ์ เลยกลายเป็นประเด็นให้เบี่ยงได้ง่าย ๆ ผมละขำ ๆ พวกเลี่ยงเบี่ยงประเด็นจริง ๆ

อยากด่าเจ้าว่างั้นเถอะ มันเท่ดีใช่มั๊ยครับ แต่ขอโทษนะครับ ไปด่าที่ประชาไท หรือในราชดำเนินสนุกกว่าครับ

เพราะสังคมที่นี่ แม้ไม่เคารพเราก็จะละเว้นฯ เพราะเป็นสถาบันที่คนไทยทั้งชาติ กำลังส่งกำลังใจไปสู่จุดเดียว

ความดีความชั่ว ก็คือเรารู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร


ถ้าจะพยายามลากมาเล่น อย่าหาว่าผมไม่เตือน

ด่าเจ้าที่เสรีไทยเว็บบอร์ด เป็นเรื่องถือสาครับ ขอให้งดพฤติกรรมแอบแฝงพวกนี้เถิดครับ

อยากด่าเจ้าฯ ไปด่าที่ประชาไท หรือราชดำเนินครับ ตามสบาย


พรุ่งนี้ 23 ตุลา วันที่ประชาชนให้ชื่อว่า "วันปิยะมหาราช"

พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งที่ประชาชนรักที่สุดพระองค์หนึ่งและให้สมัญญานามว่า "พระปิยะมหาราช" ประกาศเลิกทาส

และมีคุณูปการต่อประเทศชาติมาเท่าไหร่

ผมว่าคนแบบพวกคุณน่าจะไป สำนึกบ้างนะครับ อย่าไปเป็นทาสนักการเมืองชั่วเป็นพวกทาสที่ปล่อยไม่ไป

เค้าเลิกทาศมาร่วม 100 ปีแล้ว ยังไม่สำนึกอีก...ไปสำนึกซะวันพรุ่งนี้ "วันเลิกทาส"


ทาสคนดียังพอฟัง แต่เป็นทาสคนโกงแผ่นดิน ใช้ไม่ได้ครับ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-10-2007, 22:57 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #66 เมื่อ: 23-10-2007, 14:15 »

อุตส่าห์มานั่งร้านเน็ต จะมาดูซะหน่อย ว่า ไอ้ ศักดินา กับ อำมาตยาธิปไตย ที่ เขียน ๆ กัน เค้า หมายถึงพวกไหนมั่ง แล้ว ทำไม ถึง ไปเรียกพวกนั้น ว่าเป็นอำมาตยาธิปไตย.....ไม่เห็นมีใครอธิบายให้ฟัง......พวกว่า พวกที่เขียนบทความที่เอามาตัดแปะ แล้ว อ้างศักดินา อมาตยาธิปไตยนั้น....ก็คงตอบผมไม่ได้หiอกครับ.....เขียนไปมั่ว ๆ ให้มันดูดี งั้นแหละ....คนตัดแปะ ก็เห็นมันดูดี คำมันเท่ห์ ก็เอามาตัดแปะ จินตนาการกันไปเรื่อย..

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-10-2007, 14:24 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #67 เมื่อ: 25-10-2007, 14:04 »

ตกลงไม่ใคร มาคุยเรื่อง ศักดินา กับ อมาตยาธิปไตย แล้ว เหรอ

 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: