ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-07-2020, 07:40
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เชื่อบานนะวิดมั้ยคับว่า องค์การแบตเตอรี่เจ๊งเพราะนโยบายทักษิณ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เชื่อบานนะวิดมั้ยคับว่า องค์การแบตเตอรี่เจ๊งเพราะนโยบายทักษิณ  (อ่าน 3599 ครั้ง)
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« เมื่อ: 11-10-2007, 21:42 »

'บรรณวิทย์' โต้ข้อกล่าวหาบริหารองค์การแบตเตอรี่ขาดทุน เป็นเพราะนโยบายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ และไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลาโหม ปฏิเสธไม่มีส่วนคัดเลือกผู้บริหาร ยืนยันล่ารายชื่อยื่นญัตติอภิปรายฯ รมว.คมนาคม

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) อภิปรายแฉพฤติกรรมของอดีตผู้บริหารองค์การแบตเตอรี่ สังกัดกระทรวงกลาโหม จนเป็นเหตุให้องค์การแบตเตอรี่ขาดทุนอย่างหนัก และต้องปิดตัวลง ว่า ได้ชี้แจงเกี่ยวกับองค์การแบตเตอรี่ สมัยที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ว่า องค์การแบตเตอรี่มีปัญหาขาดทุนจริง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้ยอดขายขององค์การแบตเตอรี่ลดลง เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมเหมือนในอดีต ขณะเดียวกัน ไม่สามารถทำการตลาดได้เหมือนเอกชน เพราะผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม กล่าวว่า องค์การแบตเตอรี่ยังประสบภาวะขาดสภาพคล่อง เนื่องจากปัญหาต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น การจ่ายเงินโบนัสย้อนหลังให้กับพนักงาน สภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และความไม่พร้อมของบุคลากร ซึ่งแม้ส่วนตัวจะไม่เก่งเรื่องการบริหารธุรกิจ แต่มีทีมงานที่ดี ได้แก่ รองเลขาธิการสภาพัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นต้น สำหรับขั้นตอนการคัดเลือกบริษัทจัดจำหน่ายก็ถูกต้องตามระเบียบราชการ และมีการรับประกันยอดจำหน่ายชัดเจนแน่นอน ส่วนที่มีปัญหาบริษัทไม่จ่ายเงินค่าสินค้านั้น ความเป็นจริงแล้วองค์การแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้เอกชนตามสัญญา ซึ่งขณะนี้บริษัทเอกชนดังกล่าวได้ยื่นฟ้ององค์การแบตเตอรี่แล้ว ส่วนกรณีที่มีข่าวการว่าจ้างสตรีที่ใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นผู้บริหารนั้น ขอปฏิเสธ เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกผู้บริหาร เนื่องจากมีคณะกรรมการสรรหาดูแลอยู่

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสื่อมวลชนบางฉบับที่ลงข่าวอย่างละเอียด ว่า มีบริษัทเอกชนเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่กำลังถูกตรวจสอบการต่อสัญญาที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งถือหุ้นในสื่อดังกล่าวอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการล่าชื่อเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนั้น จะดำเนินการต่อ หลังจากที่ได้ชี้แจงกลางสภาฯ เมื่อวานนี้ ซึ่งคาดว่าวันที่ 16 ต.ค.นี้จะได้รายชื่อครบอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ได้อภิปรายแฉพฤติกรรมของอดีตผู้บริหารองค์การแบตเตอรี่ สังกัดกระทรวงกลาโหม จนเป็นเหตุให้องค์การแบตเตอรี่ขาดทุนอย่างหนัก และต้องปิดตัวลง ในระหว่างการพิจารณาญัตติปัญหาคุณธรรม จริยธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม เคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการองค์การแบตเตอรี่ กระทรวงกลาโหม เมื่อ ธ.ค. 2547 และลาออกเมื่อ ธ.ค.2549
http://www.innnews.co.th/Breaknews.php?nid=66637


นี่ GS ของพวกสยามกลการ

http://www.gsbattery.co.th/

นี่ FB ของพวกศักดินา

http://www.fbbattery.com

นี่ Yuasa

http://www.yuasathai.com

นี่ขององค์การแบตเตอรี่ เต่าล้านปี


http://www1.mod.go.th/opsd/didweb/battery.htm

ก็หน้าตาคนบริหารมันก็ไดโนเสาร์เต่าล้านปีพอกะหน้าตาแบตเตอรี่แล้วจะขายดีได้งัย เห่ยอย่างงี้
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11-10-2007, 23:13 »

เชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่อครึ่งหนึ่ง

ความชั่ว ความเลวกับบ้านเมืองมันมีสูตรตายตัวว่าจะต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ

นักการเมืองชั่ว ข้าราชการเลว และ พ่อค้าเห็นแก่ตัว

ความเสียหายของบ้านเมืองก็เกิดจากคนชั่วใน 3 ประเภทนี้
บันทึกการเข้า

เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #2 เมื่อ: 12-10-2007, 02:15 »

เชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่อครึ่งหนึ่ง

ความชั่ว ความเลวกับบ้านเมืองมันมีสูตรตายตัวว่าจะต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ

นักการเมืองชั่ว ข้าราชการเลว และ พ่อค้าเห็นแก่ตัว

ความเสียหายของบ้านเมืองก็เกิดจากคนชั่วใน 3 ประเภทนี้



      คุณลุง แคน พูดได้ดีและถูกต้อง เป็นที่สุดครับ

     สามองค์ประกอบ ลงมือร่วมกัน  มันถึงจะคอรัปชั่นได้สำเร็จ


บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 12-10-2007, 02:25 »


      คุณลุง แคน พูดได้ดีและถูกต้อง เป็นที่สุดครับ

     สามองค์ประกอบ ลงมือร่วมกัน  มันถึงจะคอรัปชั่นได้สำเร็จ




ประชาชนเลวด้วย ทำลายสังคมตัวเองเหมือนกัน เพราะไม่รู้หน้าที่พลเมือง สื่อเลวและนักการเมืองเลว เอ็นจีโอเลว นักวิชาการเลว เลยปั่นหัวเอาได้
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 12-10-2007, 03:38 »

เหตุผลที่ข้าราชการใส่เกียร์ว่าง ก็เพราะนั่งทับขี้ ไม่ก็ขี้กลากเต็มก้น นั่นแหละครับ

เพราะถ้าแหลมออกมาเมื่อไหร่ เลิกชายเสื้อขึ้นดู ก็ล้วนแต่ ขี้กลากเกลื้อนเรื้อนกวางเหม็นเน่า

หาที่ดี ๆ ได้ยากจริง ๆ ครับ

ดังนั้นอย่าไปหลงเชื่อภาพที่สร้างกันออกมา...สุดท้ายก็ ขี้หมาลอยน้ำ
บันทึกการเข้า

สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #5 เมื่อ: 12-10-2007, 17:18 »

พลเรือเอกบรรณวิทย์ทำเจ๊งหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้มา "โครงการงี่เง่า ๗๐๐๐ ล้านบาท

ของ กฟภ. Solar Home ๒๐๐๐๐๐ ครัวเรือน (ตามรูป) เห็นใช้แบตฯ 3K 



 

...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-10-2007, 17:20 โดย สมชายสายชม » บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #6 เมื่อ: 12-10-2007, 17:30 »

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการตรวจสอบพบว่า เพิ่งมีการเปลี่ยนชื่อจาก ชินณิชา วิลล์ เป็นเบฟเวอรี่ฮิลล์ ในวันที่มีการยุบสภาฯ คือวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา และมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น และกรรมการชุดใหม่ โดยมีอดีตผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์ และประธานบริษัทบริษัทหนึ่ง ที่ชนะโครงการประมูลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) วงเงิน 7,000 ล้านบาท คือ โครงการโซลาร์ โฮม ซึ่งโยงใยของกลุ่มการเมือง กลุ่มธุรกิจ และกลุ่มอดีตข้าราชการ ที่เข้าไปอยู่ในบริษัท สร้างสิน พร็อพเพอร์ตี้ จะได้มีการตรวจสอบถึงความโยงใยในเชิงทุน เชิงการใช้อำนาจของรัฐ

http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/16/c001_95423.php?news_id=95423

 

...
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #7 เมื่อ: 12-10-2007, 17:46 »

จากการตรวจสอบพบว่าเอกชนอย่างน้อย 3 รายมีสายสัมพันธ์กับคนในรัฐบาล

รายแรก บริษัท โซล่าร์ตรอน จำกัด ขอรับการส่งเสริมเพื่อขยายการลงทุนในกิจการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ (solar cells) ปีละประมาณ 7 ล้านชิ้น (25 เมกะวัตต์) หรือนำไปผลิตต่อเป็นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (solar cells modules) ปีละประมาณ 195,000 แผง โดยจะตั้งโรงงานอยู่ที่ จ.นครราชสีมา กลุ่มลูกค้าหลักคือ กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และองค์การบริหารส่วน ท้องถิ่น

บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท กรรมการบริษัทมี 10 คนได้แก่ นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ นางสาววันนี กุญชรยาคง นายสมศักดิ์ กุญชรยาคง นางพรรณี เตชะณรงค์
นาย สุธรรม มลิลา นายอัครเดช โรจน์เมธา พลโทชาตรี ทัตติ นายสุชาติ ไตรศิริเวทวัฒน์ นายประเทือง ศรีรอดบาง และนายดุสิต เครืองาม

นายไพวงษ์เป็นอดีตนายทุนพรรคความหวังใหม่ เป็นเจ้าของไร่โบนันซ่า ใกล้ชิดกับ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ

นายสุธรรมทำธุรกิจร่วมกับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ในโครงการ "ชิณณิชาวิลล์" ย่านแจ้งวัฒนะ

นายประเทืองนอกจากเป็นกรรมการใน "โซล่าร์ตรอน" ยังมีชื่อเป็นกรรมการ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) อันเป็นธุรกิจสื่อสารในเครือชินคอร์ปของครอบครัว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยแรก เงื่อนงำการประมูลแผงโซลาร์เซลล์ใน กฟภ.เป็นประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายค้านหยิบมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2548 บมจ.โซล่าร์ตรอน แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ได้รับการว่าจ้างจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เฟส 2 วงเงิน 401.2 ล้านบาท

http://www.ftawatch.org/news/view.php?id=6167

................................................................................................


โปรดคอยติดตามชม บุคคลผู้ที่มีราบชื่อ สีแดง "นายอัครเดช โรจน์เมธา"

 

...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-10-2007, 18:45 โดย สมชายสายชม » บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #8 เมื่อ: 12-10-2007, 18:29 »

โครงการโซล่าโฮมงี่เง่า ราคาชุดละ ๒๕๐๐๐ บาท

ผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ได้ ๑๒๐ วัตต์ (เมื่อมีแสงแดดจัด)

เก็บประจุๆไฟฟ้าในแบตเตอรี่ใช้ได้นาน ๔ ชั่วโมง กับหลอดฟลูโอเรสเซน ๒ ดวง

และทีวีชนาด ๑๔ นิ้วหนึ่งเครื่อง 

.................................................................................................

กฟภ.เลิกทำโซลาร์โฮมพึ่งรู้แพงกว่าสายส่งไฟฟ้า


ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3898


การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) พับโครงการ Solar Home System เฟส 3 ปีนี้ไว้ก่อน หลังสำรวจทั้ง 2 เฟสพบข้อเสียแยะเยอะ ติดตั้งไปแล้วระบบเสียกว่า 10% แถมรัฐไม่ปล่อยเงินให้อีก สุดท้ายต้องหันกลับมาขยายสายส่งไฟฟ้าแทนเพราะเวิร์กกว่า ส่วนโครงการผลิตไฟฟ้า ณ จุดใช้งานที่จะลงทุนร่วม 4 ฝ่ายทั้ง กฟภ.-กฟผ.-กฟน. และ ปตท. ประเมินเบื้องต้นแล้ว ไม่คุ้มทุน เหตุ ปตท.ไม่ยอมลดราคาก๊าซธรรมชาติให้

นายประเจิด สุขแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือน (solar home system) ในระยะที่ 3 ที่เดิมคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ว่า คงต้องชะลอออกไปก่อน ภายหลังจากที่มีการประเมินโครงการทั้งในระยะที่ 1 และ 2 จำนวน 290,716 ครัวเรือน กฟภ.พบข้อเสียเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบผลิตที่ติดตั้งไปแล้วกว่าร้อยละ 10 "ขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้"

ทั้งนี้ อุปกรณ์ solar home ที่ได้ติดตั้งไปแล้ว ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงประกันความเสียหายระยะเวลา 2 ปี แต่เมื่อหมดช่วงของการประกันนี้ไปแล้ว กฟภ.เกรง ว่าประชาชนจะต้องรับภาระในส่วนค่าซ่อมแซม ฉะนั้นโครงการใหม่ในระยะที่ 3 จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ภายในปี 2550 แน่นอน รวมถึงรัฐบาลเองก็ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กฟภ.มี การประเมินต้นทุนและศักยภาพในการใช้งานระหว่างการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วย พลังงานแสงอาทิตย์กับระบบสายส่งแล้วพบว่า ต้นทุนมีความใกล้เคียงกัน แต่ระบบสายส่งใช้งานได้ดีกว่า ฉะนั้นต่อจากนี้ไป กฟภ.จะเร่งขยายระบบสายส่งให้กระจายไปยังพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่มีกระแสไฟฟ้าให้มากขึ้น จากสถิติปัจจุบันมีระบบสายส่งของ กฟภ.กระจาย ไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณร้อยละ 98 เหลือเพียงร้อยละ 2 ซึ่งถือว่า "น้อยมาก" ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่บนเขารวมถึงบนเกาะต่างๆ แต่บางพื้นที่ กฟภ.ก็ไม่สามารถขยายสายส่งไปได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่อุทยานป่าไม้ คาดว่า กฟภ.จะมีการลงทุนเรื่องระบบส่งเพิ่มเติมอีก 10,000-20,000 ล้านบาท/ปี

"ในเมื่อการลงทุนพอๆ กันระหว่างสายส่งกับระบบโซลาร์เซลล์ ผมคิดว่าทำสายส่งดีกว่า ใช้งานได้ดีด้วย ต้นทุนโซลาร์เซลล์ สูงด้วย ประมาณ 12-16 บาท/หน่วย ในขณะที่ราคาขายไฟฟ้าทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3 บาท/หน่วยเท่านั้น แถมผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียง 10 วัตต์ ใช้ได้กับหลอดไฟฟ้า 2 หลอด และใช้ได้แค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนการติดตั้ง solar home ทั้งเฟส 1-2 เราติดตั้งได้ตาม เป้าหมาย" นายประเจิดกล่าว

สำหรับแผนการลงทุนของ กฟภ.ใน ระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ไป นายประเจิดกล่าวว่า จะมีการลงทุนรวมประมาณ 230,000 ล้านบาท ในหลายโครงการ เช่น โครงการเสริมระบบจำหน่ายเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ, โครงการขยายไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกลเพื่อใช้ในการเกษตรกรรม, โครงการวางเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะต่างๆ ที่ปัจจุบันนี้ยังต้องเดินเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าใช้ด้วยน้ำมันดีเซลที่มี ราคาแพง

โครงการก่อสร้างศูนย์สั่งจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติระยะที่ 2 ครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศทั้งในภาคเหนือ-ภาคใต้-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างศูนย์สั่งจ่ายไฟฟ้าในภาคใต้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วเสร็จไปแล้ว และโครงการปรับปรุงระบบจำหน่ายด้วยสายส่งขนาด 22-33 KV ที่ขณะนี้คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80

ในขณะที่โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า ณ จุดใช้งาน ที่เป็นการร่วมทุนระหว่าง กฟภ.-การ ไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นั้น ภายหลังจากการลงนามในข้อตกลงเบื้องต้น หรือ MOU เพื่อร่วมกันศึกษาถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในการลงทุนดังกล่าวในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมในต่างจังหวัดพบว่า คงต้องชะลอโครงการออกไปก่อนเช่นเดียวกัน เนื่องจากประเมินแล้วไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท.มีราคาแพงมาก แม้ว่าจะมีการเจรจาต่อรองแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตามในอนาคตหากมีโครงการใด ที่เหมาะสม คือมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างสูง มีท่อก๊าซธรรมชาติผ่าน และโครงการคุ้มค่าการลงทุนอาจจะมีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณา อีกครั้งได้

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานเพิ่มเติมถึงผลการดำเนินงานติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่ กฟภ.ได้ สรุปล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2549 ที่ผ่านมาพบว่า มีการติดตั้งแล้วเสร็จไปจำนวน 196,976 ครัวเรือนจาก 6 กลุ่มผู้รับเหมา แบ่งเป็น
1)กิจการร่วมค้า บริษัท อคิวเมนท์ และบริษัท เซ็กโก้ เอชวี รับผิดชอบติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
2)กิจการร่วมค้า พีเอสพี อาร์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน-กลาง-ล่าง 3)กิจการร่วมค้า พีเอสอาร์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน-กลาง-ล่าง
4)กิจการร่วมค้า เอส.พี.เซ็ก รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลางตอนบน-กลาง-ล่าง 5)บริษัท โซลาตรอน จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือตอนบน-กลาง-ล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน-กลาง-ล่าง และภาคใต้ตอนบนและล่างและ
6)กิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทเพาเวอร์ไลฟ์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)-บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) และบริษัทไฮโดร เอ็นจิเนียริ่ง รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง

หน้า 8

...

 

...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-10-2007, 18:33 โดย สมชายสายชม » บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #9 เมื่อ: 12-10-2007, 18:41 »

YUASA ได้อานิสงค์

“อย่างนี้คงต้องใช้แบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก”เราถามขึ้นบ้าง
คุณไพวงษ์ตอบว่า สำหรับการที่ SOLAR เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างพร้อมติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ใน เขตพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 15,000 ครัวเรือน บริษัทจึง ได้สั่งซื้อแบตเตอรี่จาก YUASA ประมาณ 3 -3.5 หมื่นลูก คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 60 ล้านบาท ขณะนี้เราอยู่ระหว่างเจรจาเรื่องราคา และคาดว่าอาจจะเพิ่มปริมาณประมาณ 10% หรือ 3-5 พันลูก คาดว่าอีกไม่นานน่าจะได้ข้อสรุป
“ต้องยอมรับว่า เราต้องใช้แบตเตอรี่มาก เราจึงมองไปที่ YUASA แต่ทั้งนี้จะต้องมีการเจรจากันเรื่องราคา เนื่องจากทางเรา ก็รู้ว่าต้นทุนวัตถุดิบมีราคาสูง โดยเฉพาะตะกั่วที่ปรับขึ้นประมาณ 30% ปัจจุบัน ราคาแบตเตอรี่ที่ YUASA ขายอยู่มีราคา 2,000 บาทต่อลูก แต่เขาบอกว่าจะมีการลดราคาให้ ถ้าเรารับได้ก็ตกลงกันได้เลย” เขากล่าวทิ้งท้ายกับทีมงานฯ
ครับชาวคอหุ้น คงได้ความกระจ่างอย่างเข้าถึง และเข้าใจมากขึ้นจากคุณไพวงษ์ เตชะณรงค์ ประธานกรรมการ บริษัทโซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) SOLAR ที่มาบอกเล่า เพราะธุรกิจของเขามันเป็นหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อและชีวิต ของกลุ่มตระกูล ‘เตชะณรงค์’ที่มีความมุ่งมั่นสรรหาพลังงานทางเลือกมาให้คนไทยได้เลือกใช้ จริงๆ ครับ...

http://api.settrade.com/actions/customization/IPO/newWebboard/board.jsp?content=qa.jsp&tid=4861&page=1
............................................................................................................

อ้าว ... รัฐบาลทักษิณ คนดีที่หนึ่งของคุณแก๊ส ทำไมไม่สั่งซื้อแบตฯยี่ห้อ POWER ล่ะ 

 

...
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #10 เมื่อ: 12-10-2007, 18:50 »

ประชาธิปัตย์เดินหน้าจับผิดทุจริตคนไทยรักไทย [17 เม.ย. 49 - 04:46]

เมื่อเวลา 10.30 น. วานนี้ (16 เม.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การตรวจสอบพฤติกรรมการร่ำรวยผิดปกติของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าในกรณีของหมู่บ้านชินณิชา วิลล์ พบว่ามี 2 ประเด็นที่ต้องตรวจสอบต่อไป คือธนาคารใดเป็น ผู้ให้สินเชื่อในการซื้อบริษัทการ์เด้น ซิตี้ ลาร์กูน จากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ในวงเงิน 800 ล้านบาท ในการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผลประกอบการของบริษัทสร้างสิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในปี 2543 ขาดทุน 113 ล้านบาท ในปี 2544 ขาดทุน 100 ล้านบาท และปี 2545 ขาดทุน 99 ล้านบาท รวมขาดทุน 3 ปีกว่า 300 ล้านบาท แต่ในปี 2546 ปรากฏว่ากลับมีการใช้วงเงินจำนวน 800 ล้านบาท ในการเข้าไปซื้อโครงการดังกล่าวจากการ์เด้น ซิตี้ ลาร์กูน แล้วเปลี่ยนชื่อ โครงการเป็นโครงการชินณิชา วิลล์ ภายหลังจากที่มีการตรวจสอบพบว่า เพิ่งมีการเปลี่ยนชื่อจากชินณิชา วิลล์ เป็นเบฟเวอรี่ฮิลล์ ในวันที่มีการยุบสภาฯ คือวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา และมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและกรรมการชุดใหม่ โดยมีอดีตผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์ และประธานบริษัท บริษัทหนึ่งที่ชนะโครงการประมูลของกฟภ. วงเงิน 7,000 ล้านบาท คือโครงการโซลาร์โฮม ซึ่งความโยงใยของกลุ่มการเมืองและกลุ่มธุรกิจ กลุ่มอดีตข้าราชการที่เข้าไปอยู่ในบริษัทสร้างสิน พร็อพเพอร์ตี้ จะได้มีการตรวจสอบถึงความโยงใยในเชิงทุน เชิงการ ใช้อำนาจของรัฐ เพื่อนำไปประกอบพฤติกรรมความร่ำรวยของนางเยาวภาต่อไป

นายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า ในวันที่ 17 เม.ย. เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นข้อมูลเกี่ยวกับโครงการประมูลเช่าซอฟต์แวร์สำเร็จรูปของการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ต่อคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน โดยจะเสนอหลักฐานข้อเท็จจริง เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ กฎหมายป้องกันการฮั้ว รวมถึงกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วย โดยมี 2 ประเด็น คือ 1. พฤติกรรมการใช้อำนาจรัฐในการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจ โยงใยไปถึงเครือญาติของนายกรัฐมนตรี โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงการ เดิมจะมีการจัดซื้อโดยใช้วงเงินงบประมาณไม่เกิน 700 ล้านบาท มาเป็นการเช่าที่ใช้วงเงินถึง 3,192 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็น รมว.มหาดไทย และมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า 2.พฤติกรรมความไม่โปร่งใสในการประมูล โดยมีบริษัทที่เข้าประมูลในครั้งนี้จำนวนหลายบริษัท แต่ทุกรายตกในขั้นตอนของเทคนิค เหลือเพียงกลุ่มบริษัทกิจการร่วมค้าเดียว ซึ่งเป็นของนางมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล ที่เข้าร่วมประมูลในนามของบริษัทโทเทิลเน็ต ร่วมกับบริษัทซีเมนต์และบริษัทไอบีเอ็ม ซึ่งส่อว่าจะเข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมายป้องกันการฮั้ว สำหรับเอกสารที่นำไปมอบให้แก่ สตง. คือ เอกสารการประมูลรวมทั้งรายละเอียดทั้งหมดในขั้นตอนการให้คะแนนทางเทคนิค ที่บริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับโลกตกไปหมด อีกทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ตามข้อสัญญาผู้ชนะการประมูลจะต้องติดตั้งระบบซอฟต์แวร์ให้แก่ กฟภ. ภายใน 3 ปี ซึ่งได้มีการติดตั้งอย่างเร่งรัดเสร็จสิ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ระบบดังกล่าวมีปัญหา ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการของ กฟภ.ในการเก็บค่าไฟฟ้าจากลูกค้า 12 ล้านราย จากทั่วประเทศ

ด้าน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ปฏิบัติราชการแทนนากยรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่นายอลงกรณ์ จะยื่นข้อมูลให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบความร่ำรวยของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและครอบครัวว่า การตรวจสอบการทุจริตคอรัปชันถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกัน สอดส่อง ส่วนจะตรวจสอบไปถึงคนที่เป็นว่าที่นายกฯด้วยนั้นก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย นักการเมืองมีหน้าที่ต้องถูกตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ต้องว่ากันไปตามกติกาตามกฎเกณฑ์ อย่าใช้ความรู้สึก ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าประชาธิปัตย์เล่นเกมการเมืองหรือไม่ พล.ต.อ.ชิดชัยตอบว่า ตนทำการบ้าน ไม่ทำการเมือง อย่าให้มองเป็นเรื่องเกมการเมือง ให้มองเป็นเรื่องปกติ ประชาชนรู้ว่ามันเป็นเกม มันป่วนหรือไม่ป่วน ทุกอย่างขอให้เดินหน้าตามกติกา แต่การกล่าวหาใครก็ต้องให้มีความชัดเจนด้วย

http://www.thairath.com/news.php?section=politics&content=2721

...

 

บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #11 เมื่อ: 13-10-2007, 21:26 »

ถ้าเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว .. ทักษิณและคณะรัฐบาลไม่มัวแต่งี่เง่า

ทำแต่เรื่องแก้สัญญาสัมปทานให้บริษัทเอไอเอส ห่วงแต่ให้บีโอไอแก่ไอพีสตาร์

ตอนนั้น ถ้านำตรา "โอทอป" ไปแปะให้สินค้าขององค์การแบตเตอร์รี่

สั่งให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจซื้อสินค้าขององค์การแบตเตอร์รี่

บอกให้สมาชิกพรรค ทรท. ๑๙ ล้านเสียง ซื้อสินค้าขององค์การแบตเตอร์รี่

ไม่เกินสามปี องค์การแบตเตอร์นี่ก็จะมีกำไรเป็นพันล้านหมื่นล้าน

แล้วก็ขายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ


"คุณแก๊ส" คิดเหมือนผมไม๊ ว่า "ทักษิณ "โคตรงี่เง่า"

แล้วตอนนี้ "คุณแก๊ส" ใช้แบตเตอร์รี่ยี่ห้ออะไร ล่ะ 

 

...


บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #12 เมื่อ: 13-10-2007, 22:14 »

ท่าทางจะเจ๊งหุ้น โซล่าร์ตรอน นะเนี่ย ไม่รู้เหรอว่ามันเป็นพลังงานทางเลือกสะอาด
ไม่ทำโลกร้อน แม้จะแพงเว่อร์ไปมั่ง ถ้ารัฐไม่นำร่องบริษัทวิจัยพัฒนาพวกนี้จะมีปัญญา
เกิดเหรอ เมืองไทยทำโซล่าร์เซลล์ได้กี่เจ้ากัน ถ้าไม่ใช่บริษัทที่ทำงานนี้โดยเฉพาะ
ก็คงเสร็จพวกบริษัททุนหนาที่ทำมาหากินกะการไฟฟ้าเหมือนกันอยู่ดี มันเป็นเรื่องที่
แสนจะธรรมดาอยู่แล้วถ้าคิดจะใช้โซล่าร์เซลล์แบบไทยประดิษฐ์ บริษัทนั่นก็ไม่ค่อย
จะมืออาชีพในแง่การบริหารซักเท่าไหร่ พอเป็นมหาชนเลยมีเป๋มั่งทะเลาะกันเองมั่ง
เหมือนพวกมีจริยธรรมสูงจนฟันดำตอนนี้ไง จนต้องหามืออาชีพมาช่วยบริหาร อย่าได้
โยงมั่วมากนักเลย ถ้าขยันโยงนักก็ไปโยงหาประวัติมืออาชีพมีสังกัดแบบนายจุลจิตต์
ดีกว่า ลึกลับซับซ้อนมันส์กว่ากันเยอะ โซล่าร์ตรอนแค่ผู้หญิงบริหารทะเลาะขายหุ้นทิ้ง
มันจิ๊บๆ เล็กๆ

สำหรับเมืองไทยเป็นการค้าเสรี พวกคิดออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้องค์กรแบตเตอรี่
งี่เง่าไดโนเสาร์ล้านปีเพื่อผูกขาด คงเป็นไปไม่ได้ การจะระบุยี่ห้อในสเป็คประมูลราชการ
ยิ่งดูแย่ เท่ากับยัดเยียดเอาของที่ไม่มีทางเลือกมาให้ใช้ ถ้าผู้บริหารเป็นมวยหน่อยมัน
คงไม่เน่าอย่างงี้หรอก เทียบดูกะรัฐวิสาหกิจในตอนโน้นเช่น ช่องเก้า อ.ส.ม.ท. พอได้
มืออาชีพมาบริหารในรูปบริษัทก็ไปคนละเรื่อง สงสัยคิดว่าไทยบริหารเหมือนพม่าแหงๆ
ช่วยไม่ได้ภาพมันออกแบบนั้น เลยคิดว่ารัฐบาลต้องควบคุมบังคับสั่งยัดเยียดให้ใช้ของ
ห่วยๆ ได้ทุกอย่างที่เป็นของรัฐ คิดแบบนี้น่าจะไปเกิดที่เกาหลีเหนือนะ ท่าจะเหมาะ
บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #13 เมื่อ: 13-10-2007, 22:30 »

แบตเตอรี่ มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนและสิ่งแวดล้อม
อย่าลืมคิดถึงเรื่องนี้กันบ้างนะครับ.......เอิ้กกกกกก

 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 14-10-2007, 06:49 »

ก็ถูกของบานนาวิทแล้ว เพราะไอเหลี่ยมนั่นแหละที่ทำให้เจ๊ง  คนอื่นมีฝีมือใช่ว่าหายากกระแดะไปตั้งบานนาวิทมาบริหาร ก็เจ๊งไม่เป็นท่าอย่างนี้หละ
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #15 เมื่อ: 14-10-2007, 10:48 »

แบตเตอรี่ มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนและสิ่งแวดล้อม
อย่าลืมคิดถึงเรื่องนี้กันบ้างนะครับ.......เอิ้กกกกกก

 
นั่นสิ แถมใช้ได้ไม่กี่ปีแบตเสื่อมต้องหาแบตใหม่อีก
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #16 เมื่อ: 14-10-2007, 18:56 »

ทำไมผมจึงบอกว่า "พลังงานแสงอาทิตย์งี่เง่า"
โครงการงี่เง่า นำเข้าแผงมาประกอบ ไขน๊อต เชื่อมขาตั้ง ขายชุดละเกือบสองหมื่นบาท
แบตเตอรี่หนึ่งลูก ๒๐๐๐ บาท + กล่อง DC>AC coververter
รวมทั้งระบบประมาณ ๒๕๐๐๐ บาท ผลิตไฟฟ้าได้แค่ ๑๒๐ วัตต์เมื่อมีแสงแดดจัด
ในหนึ่งวัน แผงรับแสงทำมุมตั้งฉากกับแสงได้แค่สามชั่วโมง  พอดวงอาทิตย์ทำมุมเอียงหน่อย
แผงก็ผลิตกระแสไฟฟ้าได้น้อยลงผกผันกลับกับมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์
สรุปว่า ในหนึ่งวันที่มีแดดเต็มที่ทั้งวัน จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้เต็ม ๑๒๐ วัตต์แค่ ๓ ชั่วโมง
อีก ๖ ชั่วโมง อาจจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ไม่ถึง ๓๐% ของ ๑๒๐ วัตต์
วันไหนมีเมฆ ก็ถือว่าฟาล์วไป ไม่มีไฟฟ้า
ส่วนแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บประจุ ถ้าไม่ใช้แบบ Deep cycle ที่ใช้กับรถไฟฟ้า ซึ่งมีราคา
แพงกว่าแบตฯที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไป อายุจะสั้นกว่ามาก  ไม่น่าจะกินหนึ่งปีครึ่ง
ก็จะเสื่อมประสิทธิภาพไปจนต้องเปลี่ยนแบตใหม่ เสียเงินอีก ๒๐๐๐ บาท

ที่ใช้งานได้จริง คือ "พลังงานลม" ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ทั้งวันทั้งคืน
กังหันลมหนึ่งจุด สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้มากกว่า หนึ่งล้านวัตต์ การลงทุนเดาว่า
น่าจะประมาณ ๑๐ ล้านบาทต่อจุด ผลิตไฟฟ้าได้ ๒๔ ชั่วโมง เทียบกับโซลาร์เซล
ผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่แค่วันละสามสี่ชัวโมง พอดวงอาทิตย์ทำมุมเอียง ก็ได้กระแสไฟฟ้า
น้อยลง

ผมไม่เชื่อว่า วิศวกรโครงการนี้จะคิดไม่เป็นหรือแกล้งคิดไม่เป็น เพื่อให้โครงการนี้เำกิดขึ้น แล้วมีใครบ้างที่ได้ประโยชน์หรือได้รับตังค์
ส่วนบริษัทโซลาร์ตรอน ดั้งเดิมก็ไม่ได้อยู่ในสายอาชีพนี้ แบบที่บริษัทสามารถฯ ไม่ได้
อยู่ในสายอาชีพเก็บหรือกำจัดขยะ ที่ได้รับสัมปทานที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ผมไม่เคยเล่นหุ้น ได้แต่ดูแล้วก็ปลงที่รัฐบาลทักษิณหลอกให้คนนำเงินบำนาญ
และเงินเก็บสะสมจากเงินที่หามาได้หวังว่าจะใช้ตอนแก่ ถึงกับมีใครบางคนบอกว่า
"เล่นหุ้นไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะเปิดคอร์สสอนให้"


คุณแก๊สฯ เคยเห็นคนเจ๊งหุ้นไอทีวีจนเงินเก็บหมดตัว ไหม จาำราคาเดิมหุ้นละ ๔ บาทกว่า
คนที่เจ๊งหุ้น ถูกลากให้ไปซื้อที่ราคาหุ้นละเกือบ ๓๐ บาท

ถ้าเจ้าพนักงานของตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้โง่ หรือไม่ได้แกล้งโง่ว่า "มีหุ้นตัวไหนบ้าง
ที่เป็นหุ้นปั่น เอาไว้ดูดเงินพวกแมงเม่า" วันวันได้แต่พูดว่า "ตลาดหลักทรัพย์มีธรรมาภิบาล"

กลับมาที่องค์การแบตเตอรี่ ที่โครงการโซล่าโฮมเกิดในสมัยทักษิณ แล้วการที่
องค์การแบตเตอร์รี่ไม่สามารถเบียดเข้าช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด  คุณแก๊สฯ คิดว่า
"ควรจะโทษใคร ดีล่ะ" เช่น ผู้บริหารขายของไม่เป็น หรือว่า ต้นทุนสูงกว่าเจ้าอื่น ฯลฯ

 

...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2007, 19:03 โดย สมชายสายชม » บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #17 เมื่อ: 14-10-2007, 19:24 »

เรื่องของผลิตภัณฑ์อนาคตมันมองง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก ในโลกของทุนนิยม
การพัฒนาในห้องทดลองมันไม่ได้เร่งการพัฒนาไปสู่การใช้จริงแบบคุ้มค่า เท่า
กับการได้เข้าสู่สมรภูมิจริงที่มีการแข่งขันระหว่างคู่แข่งหลายยี่ห้อ ก็ขึ้นอยู่กับว่า
จะมีหน่วยงานไหนยอมเปิดโอกาสให้มีการใช้จริงแม้ว่าจะแพงและไม่คุ้มค่า แต่
ว่าเพื่ออนาคตสำหรับพลังงานสะอาด โลกไม่ร้อน

ตัวอย่างของเรื่องที่ไม่คุ้มค่าในช่วงเริ่มต้น คือ หลอดประหยัดไฟ ที่ไม่ประหยัด
หลอด แม้ว่าตัวหลอดจะทนมีอายุการใช้งานยาวนาน แต่ชุดบัลลาสท์อีเล็คทรอ
นิคส์ที่อยู่ขั้วหลอดนั่น มันไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน เมื่อต้องจับทั้งหมด
ยัดอยู่ในที่อันจำกัดตรงบริเวณขั้วหลอด ผลก็คืออายุการใช้งานที่สั้นจู๋เทียบกับ
หลอดไส้เพราะต้องโยนทิ้งทั้งอันทั้งที่เสียแค่ชิ้นส่วนเดียว ในราคาหลอดที่แพง
สุดขีด แต่ไม่ใช่เพราะมีคนให้โอกาสหรือพยายามประชาสัมพันธ์ให้การแข่งขัน
มันเกิดนั่นเหรอ สินค้าพวกนี้ถึงไปได้ พัฒนาจนคุณภาพกับราคาพอยอมรับได้ใน
ปัจจุบัน ตัวอย่างต่อไปก็คงเป็นหลอดแอลอีดีสุดฮิตที่แสนจะแพงโคตร กระทู้เก่าๆ
ก็มีอยู่ ถ้าไม่มีคนให้โอกาสทำไฟฉายแคะหูเขย่าได้ ซึ่งตอนนี้ก็หายไปจากตลาด
เกือบหมด ทำให้คนรู้จักและมีการแข่งขัน และเริ่มมีการพัฒนาให้ใช้ได้จริงในราคา
ที่จับต้องได้ แล้วไม่คิดจะให้โอกาสโซล่าร์เซลล์นั่นเลยเรอะ

แผงนั่นนำเข้ามาจากเยอรมันถ้าจำไม่ผิด แต่ในไทยก็มีคนพัฒนาเอง คู่แข่งก็มี ถ้า
ไม่มีตลาดใช้งานจริง คงไม่มีใครคิดจะทำไว้ดูเล่นหรอก เสียเวลา แบตเตอรี่แม้ว่า
จะเป็นเทคโนโลยีโบราณ แบตรุ่นใหม่ในไทยก็มีพัฒนาติดเรื่องราคาอยู่นั่นแหละ
ลูกนึงสองพันนี่ก็จัดได้ว่าไม่แพงแล้ว แบตติดรถสมัยนี้ยังว่ากันที่เลขสาม ถ้ามอง
ในแง่ความเป็นไปได้ อย่ายกพลังงานลมมาดีกว่า บ้านหลังนึงติดกังหันสูงๆ อันนึง
ไม่หมู ไหนจะต้องมีการตอกเข็มกันอีก ถ้าจะมารวมเป็นหมู่บ้านกับกังหันหลายๆ
ชุด ก็ต้องหาหน่วยงานออกแบบระบบชุดใหญ่เพื่อให้ใช้ได้ทั้งหมู่บ้าน ยิ่งบาน ใช้
โซล่าโฮมเนี่ยแหละเป็นไปได้ที่สุด เพราะเป็นระบบสแตนอะโลน

สำหรับหุ้นไอทีวี คนเจ๊งเยอะก็เทมาเส็กไม่ใช่เหรอ หรือว่าสงสารเทมาเส็ก คนที่
เจ๊งในลักษณะแมงเม่า คงเป็นบทเรียนให้เลี่ยงๆ หุ้นการเมือง และให้ศึกษาประวัติ
ความเป็นมาให้ดีก่อน เพราะว่าเกี่ยวพันกันยุ่งไปหมดตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งองค์กรสนง.
ถือหุ้น สื่อหัวล้าน ทักษิณ เทมาเส็ก ธนาคารเก่าแก่ คิดว่าคงศึกษามาดีแล้วนะจะ
ได้ไม่ต้องฉายซ้ำเป็นรอบที่ห้าล้าน
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #18 เมื่อ: 14-10-2007, 19:47 »

์กลับมาที่องค์การแบตเตอรี่ ที่โครงการโซล่าโฮมเกิดในสมัยทักษิณ แล้วการที่
องค์การแบตเตอร์รี่ไม่สามารถเบียดเข้าช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด  คุณแก๊สฯ คิดว่า
"ควรจะโทษใคร ดีล่ะ" เช่น ผู้บริหารขายของไม่เป็น หรือว่า ต้นทุนสูงกว่าเจ้าอื่น ฯลฯ

 

...


คุณแก๊สฯ ยังไม่ได้ตอบเรื่องของหัวข้อกระทู้ "องค์การแบตเตอรี่เจ๊งเพราะนโยบายทักษิณ"

...
บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #19 เมื่อ: 14-10-2007, 20:13 »


United States Air force academy´s Eisenhower center for space
 -defense studies และ Pentagon จะมีการประชุมกันในเดือนกันยายนนี้
คาดว่าภายในเวลา5-7 ปีจะมีการสร้างพลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศ

โครงการนี้ เป็นไปได้สูง ทางเลือกอีกทางหนึ่งของพลังงาน
ในอนาคต
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #20 เมื่อ: 15-10-2007, 08:54 »

คุณแก๊สฯ ยังไม่ได้ตอบเรื่องของหัวข้อกระทู้ "องค์การแบตเตอรี่เจ๊งเพราะนโยบายทักษิณ"

อะไรกันเห็นหน้าคนบริหารมันก็ตอบคำถามได้หมดแล้ว คนอะไรหน้าตาไดโนเสาร์ได้ไม่แพ้แบตเตอรี่ที่องค์การทำ
เอาไปขายเมื่อห้าสิบปีก่อนพอไหว นี่มันสมัยไหนแล้ว แสดงให้เห็นความเป็นแดนสนธยาของกลุ่มอำนาจทหาร
แม้แค่คิดจะแซะให้เป็นมืออาชีพในบางภาคส่วน ให้เปลี่ยนแนวคิดเป็นแบบนานาอารยะประเทศมั่ง ก็เจอพวกขี้
อิจฉามีปืนเอาอำนาจเถื่อนมาสอย แถมยัดข้อหาที่พิสูจน์อะไรไม่ได้ เป็นบทเรียนประเทศว่าต้องพยายามเอาอาวุธ
ออกจากพวกบ้าโง่เซ่อขี้อิจฉาคร่ำครึตกยุคไม่ทันโลกให้เร็วที่สุด ไม่งั้นรัฐบาลหัวก้าวหน้าขนาดไหนก็จะโดนแบบ
รัฐบาลทักษิณ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: