ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
17-10-2019, 22:51
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  พม่า การต่อสู้ยังไม่จบ - ล้ม คมช. ในไทย! ล้มเผด็จการพม่า!-โดย : ใจ อึ๊งภากรณ์ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
พม่า การต่อสู้ยังไม่จบ - ล้ม คมช. ในไทย! ล้มเผด็จการพม่า!-โดย : ใจ อึ๊งภากรณ์  (อ่าน 1044 ครั้ง)
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« เมื่อ: 03-10-2007, 14:55 »

พม่า การต่อสู้ยังไม่จบ - ล้ม คมช. ในไทย! ล้มเผด็จการพม่า!
โดย : ใจ อึ๊งภากรณ์
เมื่อ : 1/10/2007 10:57 PM

ในขณะที่สื่อหลักเน้นกิจกรรมของสหประชาชาติและแถลงการณ์นามธรรมของประเทศต่างๆ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ คือการต่อสู้ของพี่น้องเราในเมืองต่างๆ ของพม่า การเสนอว่าจีน ซึ่งมือเปื้อนเลือดด้วยการฆ่าประชาชนตนเอง หรือรัฐบาลเผด็จการทหารไทยจะยับยั้งการนองเลือดในพม่าเป็นเรื่องตลก มหาอำนาจตะวันตกก็ไม่ต่างออกไปเพราะในอดีตพร้อมจะสนับสนุนเผด็จการในไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และไม่เคยห้ามการใช้กำลังในการปราบปรามประชาชนแต่อย่างใด เรื่องนี้ยิ่งดูตลกเมื่อเราทราบว่านักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่ามีบทสรุปสำคัญว่ารอสหรัฐหรือรัฐบาลต่างชาติไม่ได้อีกแล้ว ต้องสู้เองในพม่า

ก่อนที่รัฐบาลพม่าจะยิงประชาชนในรอบปัจจุบัน สื่อมวลชนหลักสร้างนิยายว่าอินเตอร์เน็ทช่วยให้ "ประชาคมโลก" จับตาดูพฤติกรรมของทหารพม่า ซึ่งพวกนี้อ้างว่า "ต่างจากยี่สิบปีก่อนในเหตุการณ์ 8-8-88" แท้จริงแล้วเหตุการณ์นั้นก็มีภาพออกมาพอสมควรและชาวโลกก็ทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น การลุกฮือครั้งยิ่งใหญ่ในวันที่ 8 สิงหาคม 1988 เกิดจากการประท้วงของนักศึกษาเรื่องสภาพเศรษฐกิจ แต่ในไม่ช้าพัฒนาไปเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย ในเช้าวันที่ 8 สิงหาคม การประท้วงเริ่มต้นด้วยการนัดหยุดงานทั่วไปซึ่งเริ่มที่ท่าเรือ การนัดหยุดงานครอบคลุมทุกส่วน เช่นข้าราชการและครู มีการเดินขบวนของพระสงฆ์ นักศึกษา และคนทั่วไปจากทุกสาขาอาชีพ และทั้งๆ ที่ทหารพม่าพยายามปราบอย่างโหดร้าย ดูเหมือนว่าขบวนการประชาธิปไตยใกล้จะชนะ นายพลเนวิน หัวหน้าเผด็จการต้องลาออก คณะทหารพยายามเปลี่ยนชื่อเพื่อเปลี่ยนภาพ และมีการสัญญาว่าจะจัดการเลือกตั้ง แต่ปัญหาคือขบวนการประชาธิปไตยไม่ได้ผลักดันการต่อสู้ถึงจุดจบ ปล่อยให้ทหารครองอำนาจต่อ นางอองซานซูจีมีบทบาทในการสลายการชุมนุมและเบี่ยงเบนพลังในการต่อสู้ไปในทิศทางการหาเสียงให้พรรค N.L.D. ของเขา เหตุผลที่ซูจีใช้คือเขามองว่าไม่ควรกดดันทหาร "มากไป" ควรประนีประนอมและเชื่อใจกองทัพ แต่พอพรรค N.L.D. ชนะการเลือกตั้งขาดลอยในปี 1990 ทหารไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและจับผู้นำพรรคทั้งหมดรวมถึงนางซูจี และเนื่องจากขบวนการประท้วงหมดไฟไปนานแล้วภาคประชาชนไม่สามารถโต้ตอบทหารได้

หลังจากความพ่ายแพ้ของขบวนการ 8-8-88 นักเคลื่อนไหวพยายามหาทางต่อสู้ต่อไป บางส่วนเข้าป่าไปจับอาวุธ และทุกฝ่ายตั้งความหวังว่าประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐ จะกดดันทหารให้ปฏิรูปการปกครองไปในทิศทางประชาธิปไตย ปัจจุบันนี้หลายกลุ่มในพม่าสรุปว่าแนวทางดังกล่าวใช้ไม่ได้ ดังนั้นมีการสร้างเครือข่ายหลวมๆ เพื่อประท้วงภายในประเทศ เริ่มต้นด้วยการเดินสวดมนต์ ต่อมาหลังจากรัฐบาลพม่าขึ้นราคาเชื้อเพลิง 500% ตามนโยบายเสรีนิยมกลไกตลาด มีการประท้วงโดยพระสงฆ์เป็นหมื่น ซึ่งให้กำลังใจกับพลเมืองทั่วไปที่ออกมาร่วมจนมีมวลชนประท้วงเป็นแสน นักต่อสู้ยุคนี้ประกอบไปด้วยแกนนำจาก 8-8-88 แต่มีคนรุ่นใหม่ที่ยังเป็นเด็กเมื่อ 20 ปีก่อนเข้าร่วมมากมาย ในปัจจุบันมีการเรียนบทเรียนจากอดีต เพราะตอนนี้หลายส่วนไม่ไว้ใจการนำของ อองซานซูจีและ N.L.D. ทั้งๆ ที่ทุกคนเห็นเป็นหนึ่งว่าต้องมีการปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมดรวมถึง ซูจี ด้วย

 การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่าแยกออกจากการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของกลุ่มเชื้อชาติไม่ได้ คนพม่ามีน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด และกลุ่มเชื้อชาติอื่นๆ ไม่ต้องการรัฐรวมศูนย์ ในอดีตผู้นำขบวนการชาตินิยมพม่าอย่าง อองซาน (พ่อของซูจี) หรืออูนู ไม่ชัดเจนเรื่องเสรีภาพของเชื้อชาติ และในการประชุมปางลองในปี 1947 ผู้แทนชาวกะเหรี่ยง คะเรนนี่ มอญ อาราคาน และว้า ไม่ยอมมาร่วมประชุมเพื่อร่างรัฐธรรมนูญเพราะไม่ไว้ใจผู้นำพม่า ในปัจจุบันนางซูจีก็ยังไม่ชัดเจนเรื่องนี้ ดังนั้นกลุ่มเชื้อชาติอาจไม่ไว้ใจการนำของเขาเท่าไร

ด้วยเหตุนี้ขบวนการประชาธิปไตยพม่าจะต้องมีจุดยืนชัดเจนที่สนับสนุนการปกครองตนเองของกลุ่มเชื้อชาติต่างๆ โดยไม่มีเงื่อนไข การที่ K.N.U. องค์กรกะเหรี่ยง ออกมาประกาศสมานฉันท์กับขบวนการประชาธิปไตยและเรียกร้องให้ทหารพม่าหันปืนใส่นายพลเป็นเรื่องดี และองค์กรประชาธิปไตยจะต้องตอบสนองความสมานฉันท์นี้

คณะสงฆ์ในพม่าเต็มไปด้วยชายหนุ่มที่มีจิตสำนึกประชาธิปไตย สาเหตุสำคัญก็เพราะการบวชเป็นพระเกือบจะเป็นวิธีเดียวที่จะได้รับการศึกษาหลังจากที่ทหารปิดมหาวิทยาลัย การอาศัยวัดในการประท้วงเป็นยุทธ์วิธีเพื่อป้องกันตัวจากการถูกปราบปรามในขณะที่จัดวงคุยทางการเมืองด้วย คล้ายๆ กับวิธีของพวกกบฏในอีหร่านในปี 1979 หรือคนโปแลนด์ในปี 1980 ที่ใช้สถาบันศาสนาเพื่อป้องกันตัว

การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่าจะชนะได้เมื่อมีการโค่นล้มเผด็จการทหารอย่างเด็ดขาด การประนีประนอมและการเชื่อใจทหารจะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ ชาวพม่าต้องต่อสู้กับทหารในรูปแบบเดียวกับที่พี่น้องประชาชนในไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เคยต่อสู้ในอดีต ต้องชักชวนให้นายทหารชั้นผู้น้อยปฏิเสธคำสั่งของเผด็จการ น่าจะมีการนัดหยุดงานด้วย ทั้งคนงานในพม่าเอง และคนงานพม่าหรือกะเหรี่ยงในประเทศเพื่อนบ้าน เช่นที่แม่สอดในไทย การต่อสู้ดังกล่าวอาจใช้เวลา แต่เราสามารถให้ความสมานฉันท์และกำลังใจกับพี่น้องเราได้ตลอด เช่นการประท้วงหน้าสถานทูตเป็นต้น

สิ่งสำคัญที่เราในภาคประชาชนไทยต้องทำคือการเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อล้มเผด็จการทหารของเราเอง แทนที่จะต้อนรับรัฐประหาร สนับสนุนรัฐธรรมนูญทหาร และทำงานร่วมกับเผด็จการ อย่างที่บางกลุ่มที่ใกล้ชิดกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทำ หัวหน้า คมช. สนธิ พูดเองว่าเขาคิดว่าประเทศไทยต้องอยู่กับเผด็จการทหารพม่าต่อไป และการประท้วง "ไม่มีวันล้มเผด็จการได้" เราต้องร่วมกันพิสูจน์ว่าเขาผิด ทั้งในกรณีไทยและกรณีพม่า

ใจ อึ๊งภากรณ์
พรรคแนวร่วมภาคประชาชน

http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=521
 
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
ล้างโคตรทักษิณ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



« ตอบ #1 เมื่อ: 03-10-2007, 15:39 »

ฝากคนที่มีล็อกอินทางโน้นไปบอกใจทีครับ

เก่งนักทำเองเลย อาจาน

อย่าเก่งแต่นั่งห้องแอร์เขียนประกาศหลอนประชาธฺปไตย ไม่มีใครเชื่อน้ำยา ต่อต้านเผด็จการทหาร แล้วตอนเผด็จการเก้าแก่ ไม่ทราบว่า อาจาน ไปมุดคอกไหน? ไม่เห็นออกมาพ่นๆเห่าๆมั้ง?

คำก็ปฎฺวัติ  2 คำก็เผด็จการทหาร แล้ว อาจานเคยเสนอวิธ๊แก้ทางตันของชาติในตอนที่ไอ้หน้าด้านบางตัวที่กอดเก้าอี้แนบแน่น ชนิดไม่ตายแม้วไม่ปล่อยมั้ย? เดินขบวนไปสิ อีกชาติ ไอ้แม้วก็ไม่ออก พอทหารเข้ามาเคลียร์ก็ด่า ตกลงอาจานจะเป็นขี้ข้าทักษิณก็แสดงตัวออกมาให้จะแจ้งเถิด บอกจรงๆ เสียดายชื่อเสียงดร.ป๋วยพ่ออาจานที่มีลูกเป็นขี้ข้ารับเงินทักสิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-10-2007, 15:41 โดย ล้างโคตรทักษิณ » บันทึกการเข้า
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #2 เมื่อ: 03-10-2007, 15:43 »

ฝากคนที่มีล็อกอินทางโน้นไปบอกใจทีครับ

เก่งนักทำเองเลย อาจาน

อย่าเก่งแต่นั่งห้องแอร์เขียนประกาศหลอนประชาธฺปไตย ไม่มีใครเชื่อน้ำยา ต่อต้านเผด็จการทหาร แล้วตอนเผด็จการเก้าแก่ ไม่ทราบว่า อาจาน ไปมุดคอกไหน? ไม่เห็นออกมาพ่นๆเห่าๆมั้ง?

คำก็ปฎฺวัติ  2 คำก็เผด็จการทหาร แล้ว อาจานเคยเสนอวิธ๊แก้ทางตันของชาติในตอนที่ไอ้หน้าด้านบางตัวที่กอดเก้าอี้แนบแน่น ชนิดไม่ตายแม้วไม่ปล่อยมั้ย? เดินขบวนไปสิ อีกชาติ ไอ้แม้วก็ไม่ออก พอทหารเข้ามาเคลียร์ก็ด่า ตกลงอาจานจะเป็นขี้ข้าทักษิณก็แสดงตัวออกมาให้จะแจ้งเถิด บอกจรงๆ เสียดายชื่อเสียงดร.ป๋วยพ่ออาจานที่มีลูกเป็นขี้ข้ารับเงินทักสิน


คงแอบๆอยู่หลังก้นพี่มั้ง
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #3 เมื่อ: 03-10-2007, 16:03 »

เรื่องราวต่างกันลิบลับ ในพม่าสมัยอองซาน
ก็ตั้งจะจะแยกกันปกครองแบบสาธารณรัฐอยู่แล้ว แต่ทหารไม่ยอม
พอเขียนบทความกลับทำยังกับไม่รู้ประวัติศาสตร์

บทสรุปในพม่าก็เป็นเหมือนเดิม
เสือเฒ่าสิ้นอำนาจ โดนเสือหนุ่มโค่นบัลลังก์
แค่ผลัดกันใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง
ประชาชนพม่า "ซวย" เหมือนเดิม

ในไทยเองการรัฐประหารครั้งนี้ สาเหตุมาจากความโกงกินของนักการเมือง
ความเหลวแหลกของระบอบประชาธิปไตยแบบแม้วๆ
ไม่คล้ายกับในพม่าซักนิด กลับโยงเอาเข้ามาเป็นเรื่องเดียวกันได้

ไม่รู้อัตตา ทิฐิอะไรทำให้คนระดับอาจารย์
กลับมาเขียนบทความ"สั่วๆ" พรรณนี้ออกมา
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #4 เมื่อ: 03-10-2007, 16:20 »

การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่าจะชนะได้เมื่อมีการโค่นล้มเผด็จการทหารอย่างเด็ดขาด การประนีประนอมและการเชื่อใจทหารจะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ ชาวพม่าต้องต่อสู้กับทหารในรูปแบบเดียวกับที่พี่น้องประชาชนในไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เคยต่อสู้ในอดีต ต้องชักชวนให้นายทหารชั้นผู้น้อยปฏิเสธคำสั่งของเผด็จการ น่าจะมีการนัดหยุดงานด้วย ทั้งคนงานในพม่าเอง และคนงานพม่าหรือกะเหรี่ยงในประเทศเพื่อนบ้าน เช่นที่แม่สอดในไทย การต่อสู้ดังกล่าวอาจใช้เวลา แต่เราสามารถให้ความสมานฉันท์และกำลังใจกับพี่น้องเราได้ตลอด เช่นการประท้วงหน้าสถานทูตเป็นต้น

สิ่งสำคัญที่เราในภาคประชาชนไทยต้องทำคือการเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อล้มเผด็จการทหารของเราเอง แทนที่จะต้อนรับรัฐประหาร สนับสนุนรัฐธรรมนูญทหาร และทำงานร่วมกับเผด็จการ อย่างที่บางกลุ่มที่ใกล้ชิดกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทำ หัวหน้า คมช. สนธิ พูดเองว่าเขาคิดว่าประเทศไทยต้องอยู่กับเผด็จการทหารพม่าต่อไป และการประท้วง "ไม่มีวันล้มเผด็จการได้" เราต้องร่วมกันพิสูจน์ว่าเขาผิด ทั้งในกรณีไทยและกรณีพม่า

ใจ อึ๊งภากรณ์
พรรคแนวร่วมภาคประชาชน

http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=521
 


สองวรรคสุดท้ายยิ่งแสดงถึงความไม่รับรู้อะไรกับสถานการณ์บ้านเมือง
ไม่รู้ว่าประชาชนไม่เชื่อใจทหารมากว่า 60ปีแล้ว แต่ที่ต้องยอมรับเพราะปืนเพียงอย่างเดียว
ไม่รู้ว่าในพม่าประท้วงอย่างสงบแล้วเป็นอย่างไร
ไม่รู้ว่าการหยุดงานไม่ใช่การประท้วง
แต่เป็นการเลือกทางตายระหว่างอดตายกับโดนทหารยิงตาย
การจับตาของประชาคมโลกสำหรับพม่า เป็นได้เพียงการจับตาจริงๆ
ไม่ได้มีการปฏิบัติจริงจังอะไร (เพราะหวังทรัพยากรตาเป็นมันทั้งนั้น)

ในทางตรงกันข้าม การประท้วงแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
การประท้วงรับจ้างแบบไทยๆ กลับเป็นผลร้ายต่อประชาธิปไตย
ทำให้ประชาชนยิ่งไม่เข้าใจแก่นแท้ของคำว่าประชาธิปไตยมากขึ้น
เท่ากับเป็นการสนับสนุนการใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือทำมาหากินของคนบางกลุ่ม
ประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของคนบางคน มันเรียกว่าประชาธิปไตยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ขอประนามนักวิชาการจอมปลอม
ผู้ทำให้ชื่อเสียงของบรรพบุรุษเสื่อมเสีย นาม นายใจ อึ๊งภากรณ์
บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #5 เมื่อ: 03-10-2007, 16:37 »

มันไม่น่าจะเกิดมาเป็นลูกของอาจารย์ป๋วยเลยว่ะ
 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #6 เมื่อ: 03-10-2007, 16:39 »

พี่เขายังดีกว่า เยอะจิงๆ
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 03-10-2007, 22:40 »

ผมก็เบื่อทั้งไอ้จอนไอ้ใจนั่นแหละครับ คนแบบนี้ไม่น่าเป็นอาจารย์ได้เลย สอนคนผิดๆไปเยอะแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องความจงรักภักดี
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #8 เมื่อ: 03-10-2007, 23:38 »

ผมก็เบื่อทั้งไอ้จอนไอ้ใจนั่นแหละครับ คนแบบนี้ไม่น่าเป็นอาจารย์ได้เลย สอนคนผิดๆไปเยอะแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องความจงรักภักดี


      5555+  ผมว่าเรื่องน่าจะจริงนะครับ  ไม่งั้นพวกค้านๆแหลกนะครับ


                 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2007, 11:49 โดย nammatum » บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 04-10-2007, 03:59 »

ถ้า ใจ นามสกุลอื่น ความเห็นของใจก็ไม่ต่างจากขยะที่ไม่มีใครสนใจ เผลอ ๆ อาจจะไม่ได้ทำงานที่ได้ทำอยู่ก็เป็นได้
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 04-10-2007, 14:19 »

บทความคอนเวอร์เจนซ์ของพวกเอ็นจีโอเค้า

 
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

หน้า: [1]
    กระโดดไป: