ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-07-2020, 08:23
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  กศน. เพื่อนเรียนรู้สู่ความพอเพียง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
กศน. เพื่อนเรียนรู้สู่ความพอเพียง  (อ่าน 4762 ครั้ง)
paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« เมื่อ: 07-09-2007, 13:45 »

ขออนูญาติทุกท่านนะครับ ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เห็นว่าน่าสนใจครับ เลยขอเชิญชวนครับ
สำหรับท่านที่อยู่ เชียงใหม่ จังหวัดใกล้เคียง หรือท่านที่มีโอกาสจะขึ้นมาเชียงใหม่ เสาร์- อาทิตย์นี้ครับ
ที่อุทยานการค้ากาดสวนแก้ว มีการจัดงาน การศึกษานอกโรงเรียน เพื่อนเรียนรู้สู่ความพอเพียง
เริ่มตั้งแต่วันนี้ครับ 7 ก.ย. - 9 ก.ย. ซึ่งในงานจะมีโครงการต่างๆ อาทิเช่น

 - ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา ( แม่ฟ้าหลวง )
 - ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเพื่อนำไปสู่การดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข )
 - คลีนิคเศรษฐกิจพอเพียง ( ตัวอย่างของเกษตรกรที่ใช้ชีวิตตามรอยเศรษฐกิจพอเพียงจนประสบความสำเร็จในชีวิต )
 - โครงการความร่วมมือปลูกฝัง อุดมการณ์ รักชาติ รักภาษาไทย ( ระหว่างกองทัพภาค 3 กับศูนย์ กศน. เชียงใหม่ )
 - การสอนวิชาชีพ เช่น ทำโมบายจากใบลาน การร้อยสร้อยคอ การเพ้นท์ภาพ ( ได้รับความสนใจจากน้องนักศึกษามากครับ
   เห็นทุกโต๊ะมีน้องๆเข้าไปนั่งจนเต็ม มีคุณลุง คุณป้าก็เข้าไปเรียนหลายท่านเหมือนกัน )
   
   และอีกมากครับ แต่ผมจำได้ไม่หมด พอดีไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดงานนะครับ เพียงแต่มีกิจการอยู่ในห้างครับ รายละเอียด
   เลยมีไม่มากครับ คงต้องให้มาดูที่งานเองแล้วกัน สำหรับท่านที่สามารถจะมาได้

ส่วนตัวแล้ว เห็นว่าในยุคที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ การที่จะหวังให้ใครมาเสกกระดาษให้เป็นเงิน คงต้องรอทั้งชาติ
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนดีที่สุด การนำแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ จะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขแท้จริงครับ..
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 07-09-2007, 15:23 »

เมื่อซักครู่ ผู้ใหญ่บ้านมาปรึกษา เรื่องการทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน

ก็ได้ให้ไอเดียเรื่องการพัฒนาให้เป็น"หมู่บ้านพอเพียง" เหมือนกัน
บันทึกการเข้า

paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #2 เมื่อ: 07-09-2007, 15:58 »

เมื่อซักครู่ ผู้ใหญ่บ้านมาปรึกษา เรื่องการทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน

ก็ได้ให้ไอเดียเรื่องการพัฒนาให้เป็น"หมู่บ้านพอเพียง" เหมือนกัน

ครับ ลุงcan เมื่อตอนเช้าผมไปยืนฟังเกษตรกรท่านนึงอธิบายถึงการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน
เห็นแกพูดอย่างภูมิใจ ท่าทางแกดูมีความสุขจริงๆครับ
 
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #3 เมื่อ: 07-09-2007, 16:13 »

พูดถึงเรื่อง กศน. แล้วผมอยากพูดถึงเรื่องการศึกษาทางเลือกอื่นๆ ของเราด้วยครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง "วิทยาลัยชุมชน"

โครงการวิทยาลัยชุมชนนั้น รัฐบาลทักษิณ1 เคยแถลงเป็นนโยบายไว้ตั้งแต่ต้น
เมื่อประมาณต้นปี 2544  ทำให้เกิดการจัดตั้งขึ้นระหว่างนั้นรวมทั้งสิ้น 10 แห่ง
โดยมีการออกเป็นกฎหมาย ในระดับ กฎกระทรวง

คาดว่า ศจ.นพ.เกษม วัฒนชัย รตม.ศึกษาฯ ในขณะนั้นน่าจะมีส่วนสำคัญในการเสนอ-
แนวคิดเกี่ยวกับวิทยาลัยชุมชน แต่ได้ดำรงตำแหน่ง รมต.ศึกษาฯ เพียงช่วงเวลาสั้นๆ
ก่อนที่จะลาออกจากตำแหน่ง และได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นองคมนตรี อย่างที่ทราบกัน


วิทยาลัยชุมชน ดำเนินการเรียนการสอนในระดับอนุปริญญา และหลักสูตรระยะสั้น
ที่มุ่งตอบสนองสิ่งที่เป็นประโยชน์กับจังหวัดนั้นๆ เป็นสำคัญ เช่น อยู่ที่จังหวัดตาก
ก็เปิดหลักสูตรภาษาพม่า โดยมุ่งเน้นให้ตัวแทนของชุมชมมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน
และมุ่งตอบสนองผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาในระบบเป็นสำคัญ

วิทยาลัยชุมชนมุ่งเปิดสอนในพื้นที่ขาดแคลนสถานศึกษา เช่น จ.แม่ฮ่องสอน โดยอาศัย
สถานที่ราชการที่มีอยู่แล้วเป็นที่ทำการ ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 6 พันคน

สำหรับหลักสูตรระยะสั้นมีผู้สำเร็จการศึกษากว่า 9 หมื่นคน บางคนมีอายุถึงกว่า 70 ปี

...

เนื่องจากหลักการเบื้องต้นของวิทยาลัยชุมชมควรต้อง "ปลอดการเมืองแทรกแซง"
ซึ่งอาจขัดกับนโยบายประชานิยมของพรรค ทรท. ทำให้ในที่สุดแล้วการดำเนินการ
ของวิทยาลัยชุมชนไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาลในเวลาต่อมา

ต่อมาในรัฐบาลทักษิณ2 ไม่มีการบรรจุวิทยาลัยชุมชนไว้ในนโยบายอีก ต่อมาได้มี
การติดต่อกับ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมต.ศึกษาฯ รัฐบาลทักษิณ 2 เพื่อดำเนินการ
ผลักดันให้มี พรบ.วิทยาลัยชุมชน แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มี พรบ. นี้ออกมา

แม้ไม่ได้รับการสนับสนุนมากนัก แต่ปัจจุบันวิทยาลัยชุมชนก็สามารถตั้งกันขึ้นได้ถึง
18 แห่ง  และในปี 50 นี้กำลังจะเปิดแห่งที่ 19 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา

ที่น่าสนใจคือ สหรัฐอเมริกามีวิทยาลัยชุมชนมากว่า 100 ปี และปัจจุบันมีอยู่ในทุกพื้นที่
สำหรับในอาเซียน .. น่าภาคภูมิใจ (อีกแล้ว) ว่ามีประเทศไทยเราทำเป็นแห่งแรก

และปัจจุบันเวียดนามที่ทำตามมา กลับมีจำนวนวิทยาลัยชุมชนมากกว่าเราแล้วครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-09-2007, 16:19 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #4 เมื่อ: 07-09-2007, 16:23 »

อันนี้เป็นข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนที่ไปเจอมาครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------

ทุกฝ่ายเห็นชอบเปิดวิทยาลัยชุมชนสงขลาใน 4 อำเภอห่างไกล
 
 
    2 กรกฎาคม 2550 รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม
คณะกรรมการวิทยาลัยชุมชน โดยมี ดร.สิริกร มณีรินทร์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธาน-
คณะกรรมการฯ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชภัฏ อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

    ที่ประชุมคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนเห็นชอบหลักสูตรอนุปริญญาและประกาศนียบัตรของวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร 
หลักสูตรแรกคือหลักสูตรอนุปริญญาศิลปศาสตร์ (ธุรกิจระหว่างประเทศไทยกลุ่มอินโดจีน)เพื่อพัฒนาบุคลากรในเขตพื้นที่
จังหวัดมุกดาหารและจังหวัดใกล้คียงในการจัดการธุรกิจเพื่อเข้าสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจตามเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ
ตะวันออก-ตะวันตก (East Wet Economic Corridor) ในบริบทไทย-ลาว-เวียดนาม

ส่วนหลักสูตรที่สองคือหลักสูตรประกาศนียบัตรเทคนิคเภสัชกรรม (PharmacyTechnique) ทั้งนี้เพื่อผลิตพนักงานผู้ช่วย-
เภสัชกรมที่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะได้อย่างเต็มที่ในการปฏิบัติงานทั้งในโรงพยาบาลเอกชนและร้านยา

    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เห็นชอบร่วมกับคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนให้จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนสงขลา
ในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อำเภอเทพา สะบ้าย้อย จะนะ และนาทวี ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษ และติดต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
และยังเป็นพื้นที่ประสบปัญหาด้านคุณภาพชีวิตชุมชน มีปัญหาการว่างงานของเยาวชน ปัญหายาเสพติด ปัญหาความยากจน
ของประชาชน รวมถึงปัญหาความต้องการแรงงานที่มีคุณภาพจากสถานประกอบการตลอดจนปัญหาความมั่นคงของประเทศ
ซึ่งภาคใต้จัดตั้งแล้วคงจะช่วยแก้ไขปัญหาให้คลี่คลายลงรวมทั้งยังตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกลอีกด้วย 

บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #5 เมื่อ: 07-09-2007, 16:39 »

สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจาก กศน. ก็สามารถมาเรียนต่อที่วิทยาลัยชุมชนได้
ทั้งหลักสูตรระยะสั้น และระดับอนุปริญญา 2 ปีครับ

ผมลองค้นหาเว็บไซต์ของวิทยาลัยชุมชนต่างๆ ดู ก็ได้มาหลายแห่งดังนี้ครับ
ถ้าท่านใดสนใจก็แวะเข้าไปดูได้ คิดว่าหลายแห่งเขาทำเว็บกันเองด้วยนะครับ

วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน     http://www.mcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนตาก               http://www.takcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนแพร่               http://www.phr.ac.th/
วิทยาลัยชุมชมพิจิตร             http://www.pcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนพิษณุโลก       http://www.pmcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร        http://www.mukcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์            http://www.brcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู    http://www.nbcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนยโสธร            http://www.na-man.com/yasocc/
วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี         http://www.uthai-cc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนสระแก้ว           http://www.skcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนระนอง            http://www.ranong-cc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนภูเก็ต              http://www.pcc.psu.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนสตูล               http://www.stcc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนยะลา              http://www.ycc.ac.th/
วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส         http://www.ncc.ac.th/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-09-2007, 18:54 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 07-09-2007, 16:44 »

เมื่อไม่นานมานี้ วิทยาลัยชุมชน นำศิษย์เก่ามาออกโทรทัศน์ ช่อง 11

เข้าใจว่า ศูนย์ใหญ่จะอยู่ทางภาคอีสาน คนทางใต้ก็มาเรียน ผมไม่ได้ติดตาม


เรื่องนี้น่าหาข้อมูลมาประกบกันดูก็น่าจะดีครับ

หมู่บ้านผมคนน้อย ทรัพยากรก็น้อย เพราะเป็นหมู่บ้านผมเกิดทีหลัง อยู่ระหว่างกลาง 2 หมู่บ้านโบราณ ( เลยตั้งโรงเรียนที่หมู่บ้านผม )

คล้าย ๆ ละครเรื่อง "ไผ่แดง"

ทรัพยากรที่ดี ๆ หมู่บ้านเก่าก็ไม่ยกให้ ตอนนี้เลยต้องสร้างทางเลือกใหม่ ทำเป็นโครงการเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ( จากลำห้วย )

เขียนให้ผู้ใหญ่บ้านไปแล้ว ไม่ทราบจะสานต่อได้แค่ใหน พรุ่งนี้ จะมีสัมนาผู้ใหญ่บ้านกำนัน

ทำเรื่องหมู่บ้านพอเพียง กำลังรอดูครับ ฝ่ายบ้านเมืองเพิ่งจะตื่น
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #7 เมื่อ: 07-09-2007, 17:08 »

ครับลุงแคน..

เรื่องวิทยาลัยชุมชนนี้ผมมองว่าเป็นการปฏิรูปการศึกษารูปแบบหนึ่ง
ที่ทำให้ "ชุมชน" มีส่วนร่วมในการกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอน
เพื่อตอบสนองท้องถิ่นอย่างแท้จริง และด้วยลักษณะโครงสร้างทำให้
มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการหลักสูตรมากกว่ามหาวิทยาลัย

น่าเสียดายที่ยังมีการสนับสนุนน้อยมาก ตัวอย่างรัฐบาลทักษิณ 1
ที่ว่ามีการตั้งวิทยาลัยชุมชน 10 แห่งนั้น ให้งบประมาณมาทั้งสิ้น
เพียง 50 ล้านบาทนะครับ เฉลี่ยแค่แห่งละ 5 ล้านบาทเท่านั้น!!!

ปัญหาอย่างหนึ่งที่เรายังไม่ค่อยรู้สึกกันก็คือปริมาณเด็กที่จบ ม.ปลาย
มากกว่าความสามารถรองรับของมหาวิทยาลัยไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าต่อไป
จะส่งเสริมให้เรียนฟรี 12 ปีปริมาณเด็กจบ ม.ปลายจะยิ่งมหาศาล

ถ้ามีการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนมากๆ จะสามารถรองรับเด็กพวกนี้ได้
ไม่ต้องเดินทางไกลๆ เสียค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก ฯลฯ  และเมื่อหลักสูตร
ตอบสนองต่อท้องถิ่น เด็กที่เรียนจบก็สามารถทำงานอยู่ในบ้านเกิด
ของตัวเองได้ไม่ต้องไปทำงานต่างพื้นที่

นอกจากนี้วิทยาลัยชุมชนยังสามารถตอบสนองผู้เรียนกลุ่มอื่นๆ ด้วย
เช่นคนที่อายุมากๆ หรือคนที่ไม่มีวุฒิการศึกษาในระบบ ก็สามารถ
เข้าเรียนในราคาไม่แพง เรียนแล้วเอาไปใช้ประกอบอาชีพได้ดีขึ้น

อย่างที่สหรัฐอเมริกาเขามีวิทยาลัยชุมชนเป็นพันๆ แห่งเลยนะครับ
เขาเรียกว่า Community College ครับ และเขาให้ความสำคัญมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-09-2007, 01:32 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #8 เมื่อ: 07-09-2007, 17:14 »

อันนี้เป็นตัวอย่างหลักสูตรของวิทยาลัยชุมชนครับ ถ้าเป็นปกติไม่มีใครเปิดสอนอะไรแบบนี้
และจะช่วยยกระดับด้านบริการการแพทย์ของชุมชนได้ เป็นโครงการร่วมมือระหว่างไทย
กับสหรัฐอเมริกาครับ .. มีหลักสูตรอะไรแปลกๆ เยอะครับที่วิทยาลัยชุมชนจะคิดทำได้
แค่ที่เปิดขึ้นมา 18 แห่งเขามีหลักสูตรระยะสั้นรวมกันเป็นร้อยหลักสูตรแล้วครับ

http://202.29.93.22/news/pr/0060.htm
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิทยาลัยชุมชนเปิดหลักสูตรด้านการแพทย์เวชกิจฉุกเฉินและปฐมพยาบาลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
จาก หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์วันที่ 23 สิงหาคม 2548 หน้า 13

วิทยาลัยชุมชนก้าวหน้าไปอีกขั้น เปิดหลักสูตรใหม่เกี่ยวกับการแพทย์ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถดูแลตัวเองได้
ในระยะวิกฤติฉุกเฉินทางการแพทย์ ที่จุดเกิดเหตุได้ระดับหนึ่ง และต้องมีความถูกต้องรวดเร็วในการลำเลียงขนย้าย
และสามารถเชื่อมโยงกับคลีนิก หรือโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม

น.ส. สุนันทา แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน (วชช.) ในกำกับของสำนักงานคณะกรรมการ
การอุดมศึกษา (สกอ.) เปิดเผยว่า วชช. ได้จัดทำหลักสูตรใหม่ในด้านการบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยร่วมมือกับ
กระทรวงสาธารณสุข สภากาชาดไทย วิทยาลัยชุมชนสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างชุมชนในประเทศให้มีความเข้มแข็ง
และสุขภาพดี อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับบุคลากรที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ทั้งนี้ วชช. เป็นสถาบันของรัฐ
ที่ให้บริการโดยชุมชน ด้านวิชาการและวิชาชีพ ซึ่งขณะนี้ทาง วชช. ได้ทำการขยายหลักสูตรเพิ่ม ในด้านบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน แบ่งออกเป็น หลักสูตรเวชกิจฉุกเฉิน หลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ หลักสูตรผู้ช่วยเภสัชกร และจะเพิ่ม
อีก 2 สาขาที่จะเปิดใหม่เร็วๆนี้ โดยจะเป็นหลักสูตรการปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายขั้นพื้นฐาน (Instructor Manual
for the First Responder and Community Based EMS Curriculum) และหลักสูตรเวชกิจฉุกเฉินระดับพื้นฐาน
(Emergency Medical Technician – Basic Curriculm)

ในส่วนของหลักสูตรการปฐมพยาบาลฯ เป็นหลักสูตรที่สร้างขึ้นเพื่อใช้อบรมอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ
ในระดับชุมชน เช่น เจ้าหน้าที่ชุมชน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงโดยหลักสูตรนี้จะมีการเน้น
ถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนสามารถดูแลตัวเองได้ในระยะวิกฤติฉุกเฉินทางการแพทย์ ณ จุดเกิดเหตุ
ได้ระดับหนึ่ง และต้องมีความถูกต้องรวดเร็วในการลำเลียงขนย้าย และสามารถเชื่อมโยงกับคลีนิกหรือโรงพยาบาล
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านหลักสูตรเวชกิจฉุกเฉินฯ ทาง วชช. จะทำการเปิดอบรมระยะสั้นมากกว่า เพื่อพัฒนาบุคลากรผู้บริการการแพทย์
ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน โดยจะเน้นในเรื่องของการพัฒนาด้านองค์ความรู้ ความสามารถและสมรรถนะเชิงวิชาชีพตามความ
ต้องการของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการเข้าถึงในการมีส่วนร่วมของชุมชนในการปฏิบัติงานอีกทั้งต้องยึด
ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและมีหลักคุณธรรมในจิตใจโดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการสร้างความรู้ความเข้าใจในระบบบริการ
แพทย์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งต้องประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยก่อนปฏิบัติงานได้ และจำแนกชนิดผู้ป่วยและ
ความรุนแรงของอาการบาดเจ็บได้ และที่สำคัญจะต้องให้ความช่วยเหลือในขั้นต้น ณ จุดเกิดเหตุได้อย่างถูกต้อง
ในหลักสูตรการปฐมพยาบาล ผู้ที่เข้าอบรมจะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 – 60 ปี และมีวุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6
ส่วนในหลักสูตรที่สองนั้นจะเน้นที่อายุ 18 – 35 ปี และจะต้องมีวุฒิการศึกษาที่สุงขึ้นมาอีกระดับคือ มัธยมศึกษาปีที่ 6

ด้าน นายวิรุฬห์ ศุภกุล ประธานกรรมการวิทยาลัยชุมชน จ. มุกดาหาร กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วในสถาบันที่เกี่ยวกับ
การแพทย์นั้นจะไม่ค่อยมีการผลิตบุคลาการที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี มาทำงานในสายงานของการแพทย์ จะมีก็แต่
กลุ่มที่จบวุฒิ ม.6ที่ฝึกให้มาทำในหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์ ในด้านที่ไม่ค่อยสำคัญมากนักและก็จะเหมือนกับค่ายทหาร
ที่มีแต่ผู้บัญชาการแต่ไม่มีทหารออกไปรบ และการเปิดหลักสูตรใหม่ของ วชช. ในครั้งนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีและแปลก
เพราะเป็นหลักสูตรที่ไม่ซ้ำซากอย่างเช่นบัญชี บริหาร แต่โดยส่วนตัวคิดว่าหลักสูตรดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ได้มากกว่า
และเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับประชาชนที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีด้วย

นายชาลส์ ดับบลิว.โชเวอร์ บราวเวอร์ ตัวแทนจากวิทยาลัยชุมชน รัฐโอไฮโอ สหรัฐกล่าวเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรใหม่
ของ วชช. ของไทยว่า แต่เดิมการทำหลักสูตรวิทยาลัยชุมชน ทางสหรัฐและไทยได้จัดเป็นโปรแกรมความร่วมมือ
ระหว่างไทยสหรัฐเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว และใน 1 ปีที่ผ่านมา ตนได้รับเชิญให้มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในด้าน
การแพทย์ เพราะตนก็ทำอาชีพเป็นเวชกรฉุกเฉินอยู่ที่สหรัฐและคาดว่าด้านการแพทย์ในระดับชุมชนของไทยจะต้องดีขึ้น
อย่างแน่นอน อีกทั้งในอนาคตตนอยากให้มีตัวแทนจากประเทศไทยไปดูงานที่สหรัฐด้วย เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพ
ด้านการแพทย์ระดับชุมชนของไทยอีกทางหนึ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-09-2007, 17:19 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 07-09-2007, 17:20 »

งบประมาณปี 2551 เพิ่งจะผ่านไป ไม่ทราบว่า ทางรัฐบาลจัดงบประมาณไว้รองรับแค่ใหน
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #10 เมื่อ: 07-09-2007, 19:07 »

งบประมาณปี 2551 เพิ่งจะผ่านไป ไม่ทราบว่า ทางรัฐบาลจัดงบประมาณไว้รองรับแค่ใหน

ยังไม่เห็นข้อมูลปี 51 เลยครับ แต่งบประมาณปี 50 นี้ได้รับเพิ่มขึ้นผิดหูผิดตามีงบลงทุนเกือบ 1 ร้อยล้านบาท
รายละเอียดงบประมาณของ สนง.คณะกรรมการการอุดมศึกษา และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดและในกำกับ
สามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ครับเป็นไฟล์ตาราง Excel 

http://www.mua.go.th/~budget/doc/B47-50byObj.xls
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปี 47 ได้รับ  218.73 ล้านบาท (เป็นงบดำเนินการทั้งหมด ไม่มีงบลงทุน)
ปี 48 ได้รับ  272.00 ล้านบาท (เป็นงบดำเนินการทั้งหมด ไม่มีงบลงทุน)
ปี 49 ได้รับ  307.95 ล้านบาท (งบดำเนินการ 298.00 ล้านบาท + งบลงทุน   9.95 ล้านบาท)
ปี 50 ได้รับ  416.40 ล้านบาท (งบดำเนินการ 319.45 ล้านบาท + งบลงทุน 96.95 ล้านบาท)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-09-2007, 19:09 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #11 เมื่อ: 07-09-2007, 23:27 »

ขอบคุณ คุณjerasakครับ ผมได้ความรู้ใหม่อีกแล้วครับ

คุณจี ยังเยี่ยมยอดเหมือนเดิมครับ
 
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 07-09-2007, 23:40 »

ข้อมูลเพียบ

เยี่ยม

 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #13 เมื่อ: 08-09-2007, 08:02 »

 

บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #14 เมื่อ: 08-09-2007, 08:51 »

เป็นการเรียนที่ให้โอกาสคนทุกวัย และเข้าถึงวัฒนธรรมคนในแต่พื้นที่ดีจังเลยค่ะ แต่มันจะติดตรงค่านิยมนี่ซิ น่าเป็นห่วง
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 08-09-2007, 12:49 »

น่าจะลองดูในนโยบายพรรคการเมืองต่าง ๆ

นโยบายนี้น่าจะถือได้ว่าเป็น นโยบายสาธารณะที่ดีอีกนโยบายหนึ่ง

ช่วงนี้เห็นนักการเมืองวิ่งกันฝุ่นตลบ ใคร-พรรคใหน ลงพื้นที่เก็บเกี่ยวนโยบายจากประชาชนในพื้นที่ได้ ต้องรีบทำ

โอกาสแก้ตัวยังมีครับ อย่มัวแต่เล่นการเมือง แต่ต้องเอาการเมืองลงไปเล่นที่นโยบาย

ให้ประชาชนในพื้นที่ ได้มีโอกาส เสนอนโยบายทั้งระดับชาติ ระดับภาค ระดับท้องถิ่น

ช่วงนี้ ฝ่ายรัฐกำลังให้หมู่บ้านจัดทำวิสัยทัศน์ลงถึงระดับหมู่บ้านกันแล้ว

อบรมระดมสมองกันวันนี้กับวันพรุ่ง ( เสาร์-อาทิตย์ ) ณ ที่ว่าการอำเภอ พรรคใหนจะลงไปสังเกตการณ์ก็ยังไม่สาย


การจัดทำงบประมาณ 2551 ก็ผ่านไปแล้ว ฝ่ายการเมืองที่จะไปรับช่วงในต้นปีหน้า จะทำอะไรได้มากน้อยแค่ใหน

ช่วงเปลี่ยนผ่านที่รับงานจากรัฐบาลเก่า สู่รัฐบาลใหม่ มีงบกลางหลงเหลืออยู่ซักกี่บาท
บันทึกการเข้า

paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #16 เมื่อ: 08-09-2007, 13:07 »

เป็นการเรียนที่ให้โอกาสคนทุกวัย และเข้าถึงวัฒนธรรมคนในแต่พื้นที่ดีจังเลยค่ะ แต่มันจะติดตรงค่านิยมนี่ซิ น่าเป็นห่วง
คุณอนาครับ ค่านิยมที่ว่าหมายถึงการที่นักเรียน นักศึกษา ในท้องถิ่น ไม่สนใจที่จะเรียนวิทยาลัยชุมชน ใกล้บ้าน
แต่เลือกที่จะเรียน มหาวิทยาลัยในเมือง ในกทม.แทน...

ผมเข้าใจถูกไหมครับ
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #17 เมื่อ: 08-09-2007, 17:02 »

คุณอนาครับ ค่านิยมที่ว่าหมายถึงการที่นักเรียน นักศึกษา ในท้องถิ่น ไม่สนใจที่จะเรียนวิทยาลัยชุมชน ใกล้บ้าน
แต่เลือกที่จะเรียน มหาวิทยาลัยในเมือง ในกทม.แทน...

ผมเข้าใจถูกไหมครับ

ถูกต้องค่ะ 

เพราะตอนนี้ ค่านิยมเป็นแบบนี้ค่ะ ยกตัวอย่าง ในชนบทต่างจังหวัด โรงเรียนประจำหมู่บ้านแทบจะไม่มีเด็กไปเรียนเลย น่าเป็นห่วง ไม่รุ้จะเรียกว่า ชาวบ้านพัฒนาตัวเอง หรือค่านิยมฮิตฮอท หากครูหรือผู้บริหารไม่รู้ตัว สักแต่สอนรับเงินเดือนไปวันๆๆ ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นค่ะ 

แต่เอ๊ะ อนาด่าตัวเองป่าว อิอิ
 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
หน้า: [1]
    กระโดดไป: