คนอีสาน คนใต้ คู่ตรงกันข้ามบนแผ่นดินเดียวกัน...(ทำไมคนใต้จึงใจดำสำหรับคนอีสาน?
isa:
ในฐานะคนใต้คนหนึ่ง ที่คลุกคลีกับคนอีสานชนิดกอดคอกินเหล้ามาด้วยกัน ทั้งในประเทศ ทั้งต่างประเทศ
ขอเสนอความเห็นในมุมมองของผมก็แล้วกันว่าในสายตาของคนใต้อย่างผม คนอีสานเป็นอย่างไร...
ข้อดีของคนอีสานที่ผมเห็น ก็คือความมีน้ำใจที่เหลือเฟือ ผมเคยเห็นกุ๊กอีสานที่ญี่ปุ่น ให้ที่พักพิง เลี้ยงอาหารแก่เด็กไทยที่ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โน่นแต่ติดต่อวีซ่าไม่ผ่าน (ไปวีซ่าท่องเที่ยว กะไปเปลี่ยนเอาที่โน่น...เด็กมันโง่) ทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกัน ซึ่งถ้าเป็นผมเอง ซึ่งถือว่าเป็นคนใต้คนหนึ่งที่มีน้ำใจมากแล้ว ก็คงไม่ช่วยถึงขนาดนั้น อย่างมากก็ควักเงินช่วยไปก็เต็มที่แล้ว อีกอย่าง คนอีสานส่วนใหญ่ที่พบเป็นคนซื่อๆ พูดจาอะไรตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม คบหาพูดคุยสบายใจได้ ผมเองแม้จะเรียนชั้นปริญญา แต่ก็สามารถจะกอดคอเป็นเพื่อนกับกุ๊กที่จบชั้นป.4 ได้อย่างสะดวกใจ และสนุกด้วย
อีกอย่างคือคนอีสานเป็นคนรักสนุก เรื่องเฮฮาปาร์ตี้ไม่มีใครเกิน ตรงนี้แหละที่เป็นทั้งส่วนดีและส่วนเสีย ไม่เคยมีแม้แต่วันเดียวที่คนอีสานที่ผมไม่รู้จักจะไม่ตั้งวงกิน-ดื่ม เรื่องพนันกันก็เป็นอีกอย่างที่แทรกซึมชนิดเข้ากระดูกทีเดียว แม้แต่อุณหภูมิแต่ละวันก็ยังยกมาเป็นเรื่องพนันขันต่อกันได้ นิดๆหน่อยกินเงินกันสักห้าร้อยสักพันเยนก็ขอให้มี ตรงนี้แหละที่ทำให้คนอีสานกลายเป็นพวกตำข้าวสารกรอกหม้อ หาเงินได้มาก็หมดไปกับความสนุก
เวลาที่คุณไปเมืองนอก คนไทยกลุ่มแรกที่คุณจะพบก็มักจะเป็นคนอีสานนี่แหละ ที่เป็นนักรบแรงงานไปอยู่ทั่วประเทศ หรือแม้แต่ทั่วโลก
ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ จริงๆแล้วคนอีสานเป็นพวกที่ทิ้งถิ่นมากกว่าคนภาคอื่นๆ เป็นคนที่มีโอกาสเข้าถึงเงินมากกว่า และไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แต่คนที่ไปเมืองนอกนั้นได้จับเงินแสน เงินล้าน ที่คนใต้เองแม้จะเป็นคนจบปริญญาก็ยังยากจะฝันถึง และคนที่ไปก็นับแสนนับล้าน กระจายอยู่ทั่วโลก ขัดแย้งกับมุมมองของเหล่านักวิชาการที่ว่าคนอีสานเข้าไม่ถึงทรัพยากร แต่ทำไมคนอีสานถึงไม่รวยสักที
แล้วผมก็มาถึงอีกตัวแปรหนึ่ง นั่นคือการพึ่งพิงกันอย่างสูงของสังคมอีสาน ขณะที่คนใต้ในน้ำมีปลาในนามีข้าว อยู่กับเศรษฐกิจพอเพียงมาแต่ไหนแต่ไร คนที่อดตายก็คือคนขี้เกียจ คนใต้จึงค่อนข้างจะเหยียดหยาม "คนที่ขอเขากิน" แต่ในสังคมอีสานที่แร้นแค้นในอดีต คนที่มี จะต้องแบ่งปันให้กับคนที่ไม่มี จนกลายเป็นหน้าที่ จนแม้แต่ปัจจุบันที่สังคมอีสานไม่ได้ยากจนอย่างเดิม แต่แนวความคิดนี้ยังฝังรากแน่นอยู่กับสังคมอีสาน
ในครอบครัวคนอีสาน คนที่เป็นพี่ใหญ่ จะต้องเป็นที่พึ่งพิงของน้องๆ บางครั้งครอบครัวน้องๆแม้จะมีฐานะกันแล้ว โตๆกันไปแล้วก็ยังมาอาศัยบ้านพี่กันพะรุงพะรัง หรือมาหยิบยืมเงินกันตามชอบใจโดยไม่หรือคนที่ฐานะดีที่สุดในกลุ่มครอบครัวนั้น ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจว่าจะต้องโดนเหล่าญาติฝ่ายเมียมาขอมีเอี่ยวอีรุงตุงนัง ไม่เว้นแม้แต่คนต่างถิ่น เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยว่าเงินที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงานต่างประเทศ ถูกหวย รวยล็อตเตอรี่ จะหมดเกลี้ยงไปในเวลาอันรวดเร็ว และไม่ต้องสงสัยว่าทำไมคนอีสานถึงได้นิยมการมีสามีฝรั่งนัก
แต่สำหรับคนใต้ที่เน้นการพึ่งตัวเองแล้ว การหยิบยืมกันแม้ในวงเครือญาติก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องเกรงใจกัน คนที่ขอเขากินอยู่ร่ำไปคือคนที่น่ารังเกียจ สะใภ้อีสานจึงเป็นที่เข็ดขยาดในหมู่คนใต้ ขณะเดียวกัน เขยหรือสะใภ้คนใต้ก็ถูกกล่าวขวัญในวงคนอีสานว่า ใจดำ
ผมเคยเจอประสบการณ์คล้ายๆกันนี้กับลูกน้องอีสานคนหนึ่ง ซึ่งพ่อมันเป็นพี่ใหญ่ของครอบครัว และถูกมะรุมมะตุ้มโดยเหล่าญาติๆ ผมเคยให้ลูกน้องคนนี้ยืมเงินไปเกือบ 3 หมื่นแล้ว และตัดสินใจว่าจะไม่ให้ยืมอีก แต่มันเกิดป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล แม้จะใจดำตามประสาคนใต้ ผมก็ทำใจไม่ได้ที่จะปล่อยให้ใครตายทั้งๆที่มีโอกาสช่วย ก็เลยให้ยืมไปแปดพันห้า สัญญากันว่าจะคืน นัดวันกันเรียบร้อย แต่แล้วก็เบี้ยว ผมก็ทำใจแล้ว แต่จู่ๆลูกน้องคนนี้ซึ่งหายแล้ว ก็โทรมาขอยืมเงินผมเพื่อเอาไปทำคลอดเมีย สี่หมื่น... อืมม์...ลองคิดดูก็แล้วกัน ผมก็เลยสวมวิญญาณคนใต้ใจดำ ด่าไปซะหนึ่งกระบุงโกย ...ทั้งๆที่บ้านมีทีวี มีรถปิคอัพ แต่ยืมเงินคนที่ไม่ใช่ญาติได้หน้าตาเฉย ...ถ้าเป็นคนใต้ ปกติแล้วก็ต้องดิ้นรนจำนำทีวี จำนองรถ ก่อน...ถ้าจู่ๆมายืมกันแบบนี้ ถือว่ายอดแย่แล้วด้วยมาตรฐานคนใต้ และนี่ไม่ใช่ประสบการณ์ครั้งเดียวของผมกับคนอีสาน
ผมก็เลยซตพ.ได้ว่าด้วยการหวังพึ่งพิงที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมของคนอีสานนี่เอง ที่ทำให้คนที่เป็นผู้มีอำนาจ ผู้มั่งมีในสังคม จะต้องกอบโกยใส่ตัวเองตลอดเวลา เพื่อให้บริวารพึ่งพิงได้ ต่อให้เป็นคนดีแค่ไหน หากไม่มีทรัพยากรให้ผู้อื่นพึ่งพิงก็ไร้ค่าในสังคมอีสาน เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมนักการเมืองอีสาน ถึงเป็นเช่นนั้น ในเมื่อรากฐานของสังคมมันก็เป็นลักษณะที่ขึ้นอยู่กับการพึ่งพิงเช่นนั้น และในอดีตหลายๆปีที่ผ่านมา ผมเห็นทรัพยากรเท่าไหร่ที่ทุ่มลงไปที่อีสานในทุกรัฐบาล มากกว่าที่ทุ่มให้กับภาคอื่นๆ ทั้งๆที่เสียภาษีน้อยที่สุด แต่ก็เหมือนฝนในดินอีสาน วูบหายๆ อีสานมีซูเปอร์ไฮเวย์สายมิตรภาพก่อนภาคอื่นๆ อีสานมีคนทิ้งถิ่นที่ออกมาหากินในกรุงเทพฯ ส่งเงินกลับชนบทมากกว่าภาคอื่นๆ อีสานมีเขยฝรั่งมากกว่าภาคอื่นๆ...แต่ทำไมภาคอีสานถึงยังยากจน...ทำไปนักวิชาการหอคอยงาช้างทั้งหลายถึงยังออกมาพ่นไม่หยุดว่าภาคอีสานเสียเปรียบๆๆๆ
สำหรับคนใต้ ส่วนหนึ่งที่คนปฏิเสธทักษิณถึงขนาดเกลียดเข้าไส้ ก็คือท่าทีการวางตัวของทักษิณ ที่เห็นเงินเป็นพระเจ้า ดูถูกคนไปทั่ว คนใต้ให้เกียรตินักปราชญ์ นักศึกษา ที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้พวกเขาได้ ที่จะมาช่วยคานอำนาจส่วนกลางที่เขาเรียกว่า "พวกนาย" แต่ไม่สนใจเศรษฐี เพราะไม่เคยหวังเศษเงินใคร และไม่มีอะไรกระตุ้นต่อมหมั่นไส้คนใต้ได้เท่ากับพวกบ้าเงิน บ้าวัตถุ ที่แม้จะเป็นคนใต้ด้วยกันก็ไม่ยอมรับ ก็ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมในอดีตเด็กใต้จึงเป็นที่เกลียดชังของคนกรุงนัก และทำไมเด็กใต้จึงเป็นเด็กฮาร์ด แทนที่จะเป็นเด็กบูติก
ภาษาใต้มีคำว่า "โอ้รด" ที่หมายถึงคนอวดมั่งอวดมี และหากใครไปทำแบบนี้ที่ปักษ์ใต้ ถ้าแบ็คไม่แน่นจริงก็คงอยู่ได้ไม่นานหรอก เศรษฐีปักษ์ใต้เค้าทำตัวโลว์โปรไฟล์ครับ ไม่กร่างเหมือนไอ้เหลี่ยมหรอก
การเมืองสำหรับคนใต้ก็คือการส่งตัวแทนที่เป็นนักปราชญ์ในท้องถิ่นขึ้นมาทำงานเพื่อประเทศ เป็นหน้าเป็นตาให้กับท้องถิ่น คุณไม่จำเป็นต้องไปสูบทรัพยากรของประเทศมาให้เราหรอก เรามีปัญญาหากินกันเองได้ แม้แต่สมัยที่ใต้โดนวาตภัยตอนปี 2505 คนนครฯ นับพันขึ้นไปหักร้างถางพงบุกเบิกเมืองใหม่แถวชุมพร ตั้งตัวกันเอง ไม่เคยคิดจะพึ่งส่วนกลาง
และสำหรับใครที่ยังโง่อยู่ ปักษ์ใต้ก็คือคนไทยดั้งเดิมที่พูดภาษาไทยดั้งเดิม ไม่ใช่คนเชื้อสายมลายูสี่จังหวัดภาคใต้ และปักษ์ใต้อยู่กับประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ไม่ได้มารวมสมัยร.5 อย่างที่อื่น ไอ้คนที่บอกว่าคนใต้จะแยกดินแดนน่ะ โดนเตะปากแก้โง่มานักต่อนักแล้ว และคอมฯ ใต้ก็มีโว้ย แต่เป็นคอมฯ ที่สู้กับ "นาย" จากภาคอื่นที่มากดขี่ขูดรีด ตามคติ "ไม่รบนาย ไม่หายจน" ไม่ใช่คอมฯ ปัญญาอ่อน ที่ไปแจมกับพวก "ผีบุญ" เพราะหวังจะได้แชร์ทรัพยากรร่ำรวยกับเขาในอนาคตหรอกนะ
:slime_hmm:
login not found:
:slime_agreed:
ปรมาจารย์เจได:
ผม เป็นคนหนึ่งที่ได้คลุกคลีอยู่กับคนใต้ ตั้งแต่เด็กจนโต
สมัยเด็กๆ ผมชอบไปเล่นกะเพื่อนข้างบ้าน และ กะลุง (สงขลา) กะป้า (นครศรี) ข้างบ้าน จะเรียกว่าไปขอข้าวเขากินก็ได้ ผมชอบขนมจีนน้ำยาใต้มาก สีเหลืองๆ อร่อยมาก ปัจจุบันนี้ผมก็ยังชอบกินอยู่
เพื่อนผมคนนี้ จ๊าบมาก เป็นพวก Tri-lingual พูดได้ทั้ง ไทย ใต้ ลาว
ผมเองก็ได้เรียนรู้ภาษาใต้แต่เยาว์วัย แถมฟังออกด้วย ศัพท์ใต้ที่ชอบๆก็มี เช่น เจ็บวาน หร๋อยอย่างแรง เป็นต้น
มาเรียนต่อที่กรุงเทพ มาเรียนที่พระจอมเกล้าลาดกระบัง ผมก็เจอแต่คนใต้
ไปทำงานก็เจอแต่คนใต้ เจ้าของบริษัทเป็นคนนครศรี สามีแกเป็นผู้บริหารตัวเป้งๆของสหยูเนี่ยนอีก อริทักษิณทั้งนั้น
หัวหน้างานก็นครศรี พนักงานก็นครศรี ตรัง พัทลุง
ผมโชคดีจัง ที่ AIS โกงบิลค่าโทรผม ทำให้ผมพาลเกลียดไอ้หน้าเหลี่ยมมาตั้งแต่ก่อนมันสมัครนายกสมัยแรก
สรุปง่ายๆครับ อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน ทำให้อีสานกับใต้ ไม่เข้ากันอย่างแรงครับ
:slime_cool:
สมปอง:
สมปองเป็นคนใต้
ตอนไปเรียนที่กรุงเทพฯ สมปองก็คบคนอีสานทั้งนั้น ไม่ว่าร้อยเอ็ด ชัยภูมิ อุบลฯ
ไม่เห็นว่าเค้าจะรู้สึกว่าเราใจดำเลย
เพียงแค่เราจริงใจกับเค้า มอบมิตรภาพที่แท้จริงให้
มิตรภาพนั้นไร้พรมแดนครับ ถ้าเรามีความจริงใจให้กัน คนภาคไหนๆก็รักกันได้
Can ไทเมือง:
การเมืองเรื่องภาคนิยม มันเพิ่งมีมาประมาณ 20-30 ปีนี่เอง
จะว่าไปก็เริ่มมาตั้งแต่สมัย สะตอสามัคคี จนพรรคแตก
นักการเมืองอีสาน เมื่อก่อนก็มี ปชป. เยอะมาก
ตัวดัง ๆ หัวหน้าก๊วนทั้งหลาย ก็ล้วนแล้วแต่ ปชป. เก่าทั้งนั้น
แต่หลัง ๆ มานี่ เมื่อฝ่าย ปชป. เล่นภาคนิยม ฝ่ายการเมืองอีสานก็ต้องรวมตัวเป็นฝ่ายตรงกันข้าม
ไม่มีอะไรหรอก มันเรื่องการรวมตัวเพื่อผลประโยชน์ของภาคนั่นแหละ
ส่วนเรื่องนิสัยหรือทัศนคติของพื้นถิ่นก็มีถูกบ้างผิดบ้าง ไม่ว่ากัน มันแล้วแต่ว่าผู้พูดไปเจออะไรมา
อย่างที่บอกนั่นแหละ เหนือกับอีสานรวมกัน ก็กินได้ทั้งประเทศ เหมือนทักษิณนั่นแหละ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป