ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-01-2020, 07:35
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  พี่น้องที่เห็นคลิบแฮปปี้เบิร์ดเดย์แล้วคิดว่าอย่างไรบ้างครับ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
พี่น้องที่เห็นคลิบแฮปปี้เบิร์ดเดย์แล้วคิดว่าอย่างไรบ้างครับ  (อ่าน 1321 ครั้ง)
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« เมื่อ: 30-07-2007, 17:10 »

เป็นความพยายามตัดต่ออย่างแนบเนียนของผู้ทำลายล้างหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #1 เมื่อ: 30-07-2007, 17:16 »

อ้อลืม link เดี๋ยวจะสับสนกัน 

http://www.teeneehit.com/index.php?option=com_content&task=view&id=361&Itemid=79
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #2 เมื่อ: 30-07-2007, 17:18 »


http://forum.serithai.net/index.php?topic=15528.0

ผมว่าเพลงนี้มากกว่าครับ
http://manager.co.th/Multimedia/ViewVideo.aspx?URL=mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/footage/MV_MaewPheeBaa_H.wmv
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #3 เมื่อ: 30-07-2007, 17:23 »

เชยอย่างแรง ที่ยังไม่เห็นคลิปอันลือลั่น ปารีดเค้านอนระทวย ไปหาฉบับเต็มมาดูแก้เชยซะ(หาได้ก็สงเคราะห์ตรูด้วยยังไม่ได้ดูเหมือนกัน)
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #4 เมื่อ: 30-07-2007, 17:34 »

โชคดีเหลือหลายที่ไม่ได้ดู พวกเดียวกับปล่อยข่าวลือ

พวกจิตอกุศล ระวังตัวไว้ 
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #5 เมื่อ: 30-07-2007, 18:38 »

กกต.ติดเบรกทรท.หัวคะมำ ยังย้ายรังไม่ได้ ติดกั๊กพรบ.เลิกกฎเหล็กคปค. 
 
 
 


กกต.ติดเบรกทรท.หัวคะมำ
ยังย้ายรังไม่ได้
ติดกั๊กพรบ.เลิกกฎเหล็กคปค.
"ประพันธ์"ยันต้องรอให้มีผลใช้บังคับก่อน
เด็กแม้วทาบ"จิ๋ว-หมัก"คุมพลังประชาชน
ขู่ถ้าได้เสียงข้างมากจะตามเช็คบิลคมช.
มทภ.1เตือนปชช.คิดกันให้ดีว่าจะเลือกใคร


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แกนนำกลุ่มไทยรักไทย เปิดเผยตัวเลขล่าสุดสมาชิกของกลุ่มที่ได้เขียนใบสมัครและจะเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน จนถึงขณะนี้ว่า มีอดีต ส.ส.ที่เคยทำงานทางการเมืองกับพรรคไทยรักไทยทั้งสิ้น 197 คน นอกจากนี้ ยังมีอดีตผู้สมัคร ส.ก.และร่วมกันทำงานทางการเมืองมาสมัครร่วมด้วย ซึ่งยอดรวมทั้งหมดขณะนี้มีผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนแล้ว 421 คน และในวันที่ 30 ก.ค. จะมีอดีต ส.ส.ที่แจ้งความจำนงไว้มาเขียนใบสมัครเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง

 ส่วนความหวังในการชนะเลือกตั้ง นพ.สุรพงษ์ ยอมรับว่าขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน และคงจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าพรรคพลังประชาชนที่มาจากกลุ่มไทยรักไทยจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคพลังประชาชนจะเร่งเตรียมการวางแผนในการสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวผู้สมัครและนโยบายต่าง ๆ ให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด

 ยังไม่ได้ข้อสรุปหัวหน้าคนใหม่

 ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการทาบทามนายสมัคร สุนทรเวช เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจากนายสมัคร แต่เชื่อว่า นายสมัครจะให้คำตอบในเร็ว ๆ นี้ เพราะขณะนี้เรื่องการเดินหน้าวางโครงสร้างพรรคและการเตรียมการเลือกตั้ง ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

 นอกจากนี้ก็ได้มีการทาบทาม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาเป็นหัวหน้าพรรคอีกทางหนึ่งด้วย แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับเช่นเดียวกัน ซึ่งอนาคตอาจต้องทาบทามท่านอื่นมาร่วมงานอีก

 สำหรับกระแสข่าวที่มีการระบุว่า นพ.สุรพงษ์ อาจจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน หากไม่สามารถติดต่อบุคคลอื่นเข้ามาทำงานดังกล่าว นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ยังไม่มีการพูดกันในขั้นสุดท้าย ซึ่งในวันนี้ยังถือว่าเปิดกว้างอยู่ และยังมีเวลาที่จะตัดสินใจ เพราะฉะนั้นพร้อมที่จะรับข้อมูลหรือได้รับการเสนอชื่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเข้ามาร่วมกันทำงาน และขอยืนยันว่าบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับความนับถือจากประชาชน และมีความรู้ ความสามารถ ซึ่งอีกประมาณ1สัปดาห์ก็คงรู้

 ขู่จะเช็คบิลรัฐบาล-คมช.

 ด้าน นายพีระพันธุ์ พาลุสุข คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กลุ่มไทยรักไทย กล่าวถึงเหตุผลที่กลุ่มไทยรักไทยมีมติเลือกสังกัดพรรคพลังประชาชน ว่า เดิมทีก็มีผู้เสนอพรรคประชากรไทย แต่ที่ทางกลุ่มไม่ได้เลือกเนื่องจากพรรคประชากรไทยมีภาพชัดเจนที่ประชาชนจะยังจดจำได้ แต่ถ้าไทยรักไทยเลือกไปรวมกับพรรคพลังประชาชนภาพของไทยรักไทยก็พอจะซึมเข้าไปได้บ้าง

 อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ไทยรักไทยต้องไปรวมกับพรรคพลังประชาชน เพราะมีความจำเป็นจริงๆ เพราะดูจากการพิจารณากฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ( สนช.)ที่ห้ามตั้งพรรคชื่อเดิมและกำหนดบทลงโทษต่างๆนานา ไม่มีความยุติธรรมอย่างยิ่งเหมือนต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไทยรักไทย ถ้าพวกตนได้กลับมามีเสียงข้างมากในสภา จะแก้กฎหมายพวกนี้ให้หมด และจะแก้กฎหมายให้มีบทลงโทษย้อนหลังด้วย

 นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า แม้จะรวมพรรคแต่ไทยรักไทยก็จะยังเดินไปใน 2 แนวทางคือดำเนินการยื่นทะเบียนจัดตั้งพรรคตัวเองด้วย ส่วนหลังการรวมพรรคแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารและหัวหน้าพรรคใหม่หรือไม่นั้น ต้องรอให้พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศคปค.ฉบับที่ 15 มีผลบังคับใช้ จากนั้นทางพรรคพลังประชาชนคงจะมีการเรียกประชุมเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค และแต่งตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ตามขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.)ส่วนตัวเห็นว่าสัดส่วนกรรมการบริหารชุดใหม่จำนวนที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 40-50 คน

 ปัดเป็นร่างทรงไทยรักไทย

 ขณะที่ด้านพ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการเมืองไทยสุดสัปดาห์ ทางคลื่นวิทยุ 98.0 เมกกะเฮิร์ต ว่า พรรคพลังประชาชนยินดีรับทุกพรรค ใครลาออกเรายินดีรับ และพร้อมดำเนินกิจกรรมทางการเมืองร่วมกับทุกพรรคการเมือง เมื่อ

 ถามถึงกระแสข่าวที่แกนนำกลุ่มทาบทามนายสมัคร มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคใหม่ของกลุ่ม พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เนื่องจากการเปลี่ยนต้องมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค ตอนนี้น้องสาวตน นางสาวสุภาพร เทียนแก้ว ยังคงเป็นหัวหน้าพรรค อยู่ และขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนสมาชิกกลุ่มไทยรักไทย ที่จะย้ายมาพรรคพลังประชาชน มาเท่าไหร่เราก็รับเท่านั้น

 ส่วนข่าวลือพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชาชนนั้น ก็ลือกันไปเรื่อย ในเมื่อพรรคพลังประชาชนแข่งขันในสนามการเมืองมาตั้งแต่ปี 2541 ไม่เป็นความจริง พอเห็นว่า พรรคเล็ก ๆ พรรคหนึ่งจะมีสมาชิกพรรคมารวมกัน ก็ทำลายกันเสียแล้ว ไม่ยุติธรรมสำหรับการพูดลอย ๆ

 "ไม่กลัวเป็นร่างทรงพรรคไทยรักไทย เราเป็นตัวจริง เราทำงานร่วมกัน เมื่อเข้ามาแล้วเราถือว่าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาน ไม่มีการแยกกลุ่ม ในการพิจารณาลงส.ส.ก็อยู่ที่กรรมการบริหารพรรค ใครสมควรลง" พ.ต.ท.กานต์ กล่าว

 "นพดล" ร่วมวงพรรคพลังประชาชน

 ขณะที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษากฎหมายตระกูลชินวัตร ได้สมัครเป็นสมาชิกพรคพลังประชาชน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะลงสส.ด้วยหรือไม่ ทนายตระกูลชินวัตร ผู้นี้ แบ่งรับแบ่งสู้และว่าในอนาคต มีโอกาสเป็นไปได้ เนื่องจากยังสนใจเรื่องการเมืองอยู่ นอกจากนี้ นายนพดล กล่าวถึงนโยบายของพรรคพลังประชาชนว่า เป็นการสืบสานนโยบายเดิมของพรรคไทยรักไทย

 แม่ทัพ1งงทรท.เอาไงกันแน่

 ด้านพล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โฮชา แม่ทัพภาคที่1 กล่าวถึงกรณีอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยหันเข้าซบพรรคพลังประชาชน ว่า ประชาชนตัดสินเอง เขาคงอยากเลือกตั้งจึงไปสังกัดพรรค เป็นสิทธิเขา ซึ่งเขาต้องเลือกตั้งให้ได้และเป็นวิธีการของเขา เพราะกฎหมายระบุให้สังกัดพรรค แสดงว่าเขาอยากเลือกตั้ง แต่ขณะเดียวกันเขาก็บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ดี เลยไม่รู้ว่าเขาจะยังไงกันแน่

 เมื่อถามว่า หวั่นหรือไม่ว่าหลังเลือกตั้งกลุ่มอำนาจเก่าจะกลับมามีอำนาจ พล.ท.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนที่ต้องคิดเอาเอง ประชาชนต้องการความสงบสุขเรียบร้อยหรือไม่ละ หากต้องการให้บ้านเมืองสงบก็คิดเอาเอง เขาเลือกได้อนาคตบ้านเมืองไม่กี่เดือนข้างหน้าอยู่ที่ประชาชนคนไทยจะเลือกให้สงบสุขหรือเลือกให้ไม่สงบสุข ตนไม่ได้ว่าใครและพรรคไหน ทุกคนรู้อยู่ว่าพรรคไหนเป็นอย่างไร ใครที่มีปัญหาใครที่ทำประโยชน์เพื่อประชาชนจริง เขาต้องตัดสินใจเอง

 ประชาธิปไตยตนไปชี้นำไม่ได้

 เมื่อถามว่า มองว่าหากอำนาจเก่ากลับมารับการเลือกตั้งเกรงว่าการเมืองจะเกิดปัญหาและเกิดความไม่สงบอีกครั้ง พล.ท.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้สิเราไปกีดกันเขาไม่ได้ เมื่อถึงวันที่เขาสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แล้วจะว่าใครและกล่าวหาใครไม่ได้แล้ว เป็นเก่าหรือใหม่ไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิของประชาชนแล้ว ส่วนจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ ตนไม่รู้ อย่างที่บอกว่าขอให้เลือกกันให้ดีแล้วกันว่าจะเลือกใคร หากเลือกคนดีมาก็แก้ได้เว้นแต่เลือกคนไม่ดีมาการเมืองก็แก้ลำบาก

 กกต.ฟันธงทรท.ยังย้ายพรรคไม่ได้

 วันเดียวกันนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า สมาชิกกลุ่มไทยรักไทย สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนยังไม่ได้ จนกว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประกาศ คปค. ฉบับที่ 15 จะประกาศบังคับเป็นกฎหมาย ส่วนเรื่องที่พรรคพลังประชาชนว่า หากมีการย้ายสถานที่ใหม่ ต้องแจ้งให้ กกต. รับทราบ ซึ่งจะคงมีการตรวจสอบในเรื่องนี้ต่อไป

 ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา ยืนยันสมาชิกกลุ่มทั้งหมดไม่ย้ายไปไหน จะรอจดทะเบียนตั้งพรรคมัชฌิมา และเห็นว่ากลุ่มไทยรักไทย เป็นกระต่ายตื่นตูม การย้ายไปพรรคพลังประชาชน น่าจะมีเบื้องหลังแอบแฝง

 ปชป.แนะตรวจสอบการย้ายพรรค

 นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกับจับตากรณีกลุ่มไทยรักไทย ไปสังกัดพรรคพลังประชาชน ว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ หรือไม่ หรือเพื่อเอาตัวรอดทางการเมืองไม่ใช่เห็นประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

 นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้กลุ่มไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ส่วนการแสดงจุดยืนไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ ควรจะชี้แจงให้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญมีข้อเสียอย่างไรเพื่อให้ประชาชนเข้าในและนำไปประกอบการพิจารณาลงประชามติ

 ขณะเดียวกันรัฐบาลและ คมช.ไม่ควรนิ่งนอนใจ และควรติดตามกลุ่มไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะสถานการณ์เช่นนี้ยังไม่น่าไว้วางใจ

 ชัยภูมิรณรงค์หนุนรัฐธรรมนูญ

 เช้าวันเดียวกัน กลุ่มประชาชนตัวแทนชมรมผู้ประกอบการค้าและผู้บริโภค, สมัชชาประชาชน และเครือข่ายประชารวมใจสร้างสันติสุขจ.ชัยภูมิ กว่า 100 คน ออกมารวมตัวกันเดินขบวนถือป้ายรณรงค์เชิญชวนประชาชนออกไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ สร้างสำนึกชาตินิยมต้านห้างต่างชาติ และประณามการกระทำของกลุ่ม นปก.เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา

 พร้อมประกาศเจตนารมณ์ให้กำลังใจพล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ณ หน้าลานอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล เทศบาลเมืองชัยภูมิ จากนั้นได้ร่วมกันทำบุญถวายภัตตาหารเพล แก่พระสงฆ์ 9 รูป เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

 นายยรรยง เสรีรัตน์ ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวว่า การออกมาแสดงพลังครั้งนี้เพื่อประกาศเจตนารมร์ในนามตัวแทนคนชัยภูมิ ขอประณามความป่าเถื่อนของ นปก. ที่บุกบ้านป๋าเปรม และอยากให้รัฐบาลต้องมีมาตรการออกมาดำเนินการอย่างเฉียบขาด

 โวยทหาร-ตำรวจยึดโปสเตอร์โนโหวต

 ด้านเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร ออกแถลงการณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดโปสเตอร์โหวตล้มร่างรัฐธรรมนูญของนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ โดยยืนยันสิทธิในการรณรงค์เรื่องดังกล่าวว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมและไม่ได้ผิดกฎหมาย พร้อมขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพราะการกล่าวอ้างว่ายึดเพื่อนำไปตรวจสอบนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม ขณะที่สิทธิในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

 แถลงการณ์ดังกล่าว ยังระบุพาดพิงไปถึงนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง และสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่กล่าวว่า กกต.ไม่สามารถดำเนินการอะไรเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้ เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ด้าน นางสดศรี กล่าวว่า ต้องให้กฎหมายมีผลบังคับใช้เสียก่อนแล้วจะพูดได้

 นายเมธาพันธุ์ โพธิวีรโรจน์ ประธานแกนนำ นปก.ชุด 2 กล่าวถึงกรณีที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษก คมช.ให้สัมภาษณ์ว่า โปสเตอร์ที่ยึดได้เก็บมาจากกลางถนนนั้น ถ้า พ.อ.สรรเสริญ เป็นลูกผู้ชายจริง กล้าสั่งกล้าทำก็ต้องกล้ารับ จะมาอ้างว่าโปสเตอร์ไปหล่นอยู่กลางถนนคงเป็นไปไม่ได้ ถ้า พ.อ.สรรเสริญ ออกมายอมรับทางกลุ่ม นปก.อาจจะไม่เข้าแจ้งความ เพราะสิ่งที่ท่านและ คมช.พูดก็เหมือนกัน

 "ประทีป"ขู่แจ้งความปล้นโปสเตอร์

 ส่วน นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ กล่าวว่า หลังจากที่เข้าแจ้งความคดีลักทรัพย์ตนจะเปลี่ยนข้อกล่าวหาเป็นข้อหาปล้นทรัพย์ เพราะการเข้ายึดโปสเตอร์เป็นการร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 10คนขึ้นไป โดยตนจะเดินทางไปแจ้งความหลังจากเข้าเยี่ยมแกนนำ นปก.ทั้ง 8คน อยากจะฝากให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนตามหลักฐานที่ปรากฎ ตนมีรูปถ่ายยืนยันเพราะการละเมิดสิทธิประชาชน ใช้คำสั่งของ คมช.เรายอมรับไม่ได้ ถ้าคิดว่าเป็นชายชาติทหาร ทำอะไรผิดก็ต้องออกมายอมรับ ไม่ใช่โยนความผิดให้ตน หากจะอ้างว่าการกระทำดังกล่าวทำเพื่อความมั่นคง ขอถามว่าอะไรคือความมั่นคง สิ่งที่เราเห็นแตกต่างจาก คมช.และนำเอกสารมาเผยแพร่ ถือเป็นการทำลายความั่นคงยังไง พวกท่านเองต่างหากที่ทำลายความมั่นคงของประเทศ การที่อ้างภัยความมั่นคงเป็นการอ้างเพื่อความปลอดภัยความมั่นคงของใคร เป็นภัยความมั่นคงของ คมช.เองหรือไม่

 ด้าน นายก่อแก้ว พิกุลทอง ระบุว่า การกระทำของ คมช.ขออยากให้ทำแบบปากว่าตาขยิบ อย่างกรณีที่นายกรัฐมนตรี เคยบอกให้ทางกลุ่ม นปก.สามารถรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ได้เช่นเดียวกับรัฐบาลรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่การกระทำขณะนี้กลายเป็นว่า เราถูกกระทำจากอำนาจรัฐอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกรณีที่ถูกยึดโปสเตอร์ซึ่งขัดแย้งกับคำพูดของนายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจน ถ้าพูดอย่างทำอย่างก็อย่าพูดดีกว่า

"พ.อ.สรรเสริญ"ยันแค่ตรวจสอบแล้วส่งคืน

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช.ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ยึดโปสเตอร์ของ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ว่า การรณรงค์ให้ประชาชนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังสามารถทำได้ ยังไม่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ส่วนเหตุการณ์เที่เกิดขึ้นนั้นขอชี้แจงว่า ถนนดำรงลัทธพิพัฒน์ ที่ไปเจอโปสเตอร์ดังกล่าว สถานที่เจออยู่บริเวณแยก 70ไร่ ในพื้นที่ความดูแลหน่ายทหารกองพันทหารม้าที่1 รักษาพระองค์ ไม่ได้ตรวจยึดแต่ประการใด แต่ไปพบเอกสารดังกล่าว 8 ปึก ปึกละ 250ใบ ทหารไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบในพื้นที่ ซึ่งสอบถามแล้วไม่มีใครแสดงตนเป็นเจ้าของ จึงนำเอกสารไปตรวจสอบที่ สน.ท่าเรือ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบ เมื่อมีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ คือ นางประทีป เราก็ส่งคืนไป ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองกฎหมาย เข้าใจว่า นางประทีป คงวิตกกังวลมากไป จนอาจเข้าใจผิดว่าเราไปตรวจยึด จริงๆไม่ได้ตรวจยึดและหากจะฟ้องร้องว่าลักทรัพย์ ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ทั้งหมดเป็นเจตนาที่ชัดเจนว่า ตำรวจไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้นเอง
 
วันที่ 30/7/2007
http://www.naewna.com/news.asp?ID=69582
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #6 เมื่อ: 30-07-2007, 18:43 »

ลากจิ๋ว-หมักหน.พรรค 1สัปดาห์รู้ผลสมาชิกพุ่ง421คนแล้ว/ตั้งธงชำระแค้น


30 กรกฎาคม 2550    กองบรรณาธิการ

ทรท.ยังไร้หัว "เลี้ยบ" ยอมรับ "หมัก-บิ๊กจิ๋ว" ยังไม่ตอบรับนั่ง หน.พลังประชาชน คาด 1 สัปดาห์มีความชัดเจน ฝ่ายกฎหมายอาฆาต สนช.ตั้งธงล้างเผ่าพันธุ์


เพ้อถ้ากลับมามีเสียงข้างมากในสภาฯ จะแก้กฎหมายเช็กบิลย้อนหลังให้หมด    กลุ่มสมานฉันท์ฉะอ่อนหัดตัดสินใจไม่เข้าท่า    เกทับสมาชิก ทรท.หันมาซบ สงสาร "หน้าเหลี่ยม" ถูกลิ่วล้อทำพังไม่พอยังหลอกเอาน้ำเลี้ยงอีก  ด้าน ปชป.ซัดควบรวมพรรคแค่สะพานให้กลุ่มอำนาจเก่า โฆษก คมช.ชี้เป็นเรื่องดีต่อสู้ตามระบอบ ปชต.

ที่อาคารไอเอฟซีที วันที่ 29 กรกฎาคม 2550 นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แกนนำกลุ่มไทยรักไทย เปิดเผยตัวเลขล่าสุดสมาชิกของกลุ่มที่ได้เขียนใบสมัครและจะเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน  ว่าขณะนี้มีอดีต  ส.ส.ที่เคยทำงานทางการเมืองกับพรรคไทยรักไทยทั้งสิ้น  197  คน  นอกจากนี้ยังมีอดีตผู้สมัคร ส.ก.และผู้ที่เคยร่วมกันทำงานทางการเมืองมาร่วมสมัครด้วย  ซึ่งยอดรวมทั้งหมดขณะนี้มีผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนแล้ว 421 คน และในวันที่ 30 ก.ค.จะมีอดีต ส.ส.ที่แจ้งความจำนงไว้มาเขียนใบสมัครเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนความหวังในการชนะเลือกตั้ง แกนนำกลุ่มไทยรักไทยผู้นี้กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน และคงจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าพรรคพลังประชาชนที่มาจากกลุ่มไทยรักไทย จะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคพลังประชาชนจะเร่งเตรียมการวางแผนในการสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวผู้สมัครและนโยบายต่างๆ ให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการทาบทามนายสมัคร  สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรคประชากรไทย และอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  (กทม.) ในการเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดย นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจากนายสมัคร หลังจากที่แกนนำกลุ่มไทยรักไทยหลายคน ที่มีความคุ้นเคยและสนิทสนมกับนายสมัครได้ทาบทามไว้ก่อนหน้านี้  อย่างไรก็ตาม  เชื่อว่านายสมัครจะให้คำตอบในเร็วนี้  เพราะขณะนี้เรื่องการเดินหน้าวางโครงสร้างพรรคและการเตรียมการเลือกตั้งต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

นพ.สุรพงษ์ยอมรับว่า แกนนำกลุ่มไทยรักไทยได้มีการพูดคุยถึงบุคคลอื่นนอกเหนือจากนายสมัคร แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน  ส่วนกรณีที่แกนนำกลุ่มไทยรักไทยบางคนสนับสนุน พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี   ให้เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนนั้น  เป็นเรื่องที่แกนนำบางคนเคยติดต่อ พล.อ.ชวลิต แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบผลการตัดสินใจของ พล.อ.ชวลิต ถึงเวลานี้ตัวเลือกหัวหน้าพรรคพลังประชาชนจึงมี  2  คน  คือ  พล.อ.ชวลิต และนายสมัคร แต่กลุ่มไทยรักไทยก็ไม่ได้ปิดกั้น ในอนาคตอาจจะมีการทาบทามบุคคลอื่น ซึ่งเรื่องดังกล่าวคงจะมีความชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์

"ในส่วนนี้ยังไม่มีการพูดกันในขั้นสุดท้าย  ซึ่งในวันนี้ยังถือว่าเปิดกว้างอยู่ และยังมีเวลาที่จะตัดสินใจ เพราะฉะนั้นพร้อมที่จะรับข้อมูล หรือได้รับการเสนอชื่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเข้ามาร่วมกันทำงาน ขอยืนยันว่าบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน  จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับความนับถือจากประชาชน และมีความรู้  ความสามารถ" นพ.สุรพงษ์กล่าวถึงกระแสข่าวที่ตนเองอาจจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน หากไม่สามารถติดต่อบุคคลอื่นได้

นายพีรพันธุ์  พาลุสุข  คณะทำงานฝ่ายกฎหมายกลุ่มไทยรักไทย กล่าวถึงเหตุผลที่ไทยรักไทยมีมติเลือกสังกัดพรรคพลังประชาชนว่า  เดิมทีก็มีผู้เสนอพรรคประชากรไทย แต่ที่ทางกลุ่มไม่ได้เลือกเนื่องจากว่า พรรคประชากรไทยมีภาพชัดเจนที่ประชาชนจะยังจดจำได้ แต่ถ้าไทยรักไทยเลือกไปรวมกับพรรคพลังประชาชน ภาพของไทยรักไทยก็พอจะซึมเข้าไปได้บ้าง

"สาเหตุที่ไทยรักไทยต้องไปรวมกับพรรคพลังประชาชน   เพราะมีความจำเป็นจริงๆ  เพราะดูจากการพิจารณากฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ห้ามตั้งพรรคชื่อเดิม และกำหนดบทลงโทษต่างๆ นานา  ไม่มีความยุติธรรมอย่างยิ่ง เหมือนต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไทยรักไทย ถ้าพวกผมได้กลับมามีเสียงข้างมากในสภาฯ จะแก้กฎหมายพวกนี้ให้หมด และจะแก้กฎหมายให้มีบทลงโทษย้อนหลังด้วย" นายพีรพันธุ์กล่าว

คณะทำงานฝ่ายกฎหมายฯ  ระบุว่า แม้จะรวมพรรคแต่ไทยรักไทยก็จะยังเดินไปใน 2 แนวทาง คือดำเนินการยื่นทะเบียนจัดตั้งพรรคตัวเองด้วย   ส่วนหลังการรวมพรรคแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารและหัวหน้าพรรคใหม่หรือไม่นั้น   ต้องรอให้ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง  และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค.ฉบับที่  15  มีผลบังคับใช้ จากนั้นทางพรรคพลังประชาชนคงจะมีการเรียกประชุมเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค  และแต่งตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ตามขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนตัวเห็นว่าสัดส่วนกรรมการบริหารชุดใหม่ จำนวนที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 40-50 คน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวทาบทามนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค นายพีรพันธุ์กล่าวว่ายังไม่มีความชัดเจน   นายสมัครรับทราบเรื่องแต่ยังไม่ได้ตอบรับ   การที่ไทยรักไทยทาบทามเนื่องจากนายสมัครก็เป็นคนหนึ่งที่ต่อสู้กับเผด็จการอย่างชัดเจนมาโดยตลอด  เป็นคนตรงไปตรงมา เขาอาจจะมาช่วยเราต่อสู้กับเผด็จการได้ แต่เราก็มีหลายตัวเลือก  บางคนเคยมีตำแหน่งเป็นถึงอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ ถ้าเปิดชื่อออกมาคนทั่วประเทศต้องรู้จัก

เมื่อถามว่าเป็น พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  อดีตนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ นายพีรพันธุ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าไม่ทราบ แต่เป็นผู้ใหญ่ที่เปิดชื่อออกมาคนต้องรู้จัก

นายนพดล  ปัทมะ  ที่ปรึกษากฎหมาย  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยถึงการลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชนว่า  ในขณะนี้เป็นเพียงการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น  อย่างไรก็ตามในอนาคตมีโอกาสเป็นไปได้   เนื่องจากยังสนใจเรื่องการเมืองอยู่   จากการที่เคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย และเป็นการสมัครตามสมาชิกกลุ่มไทยรักไทย    สำหรับนโยบายของพรรคพลังประชาชนเป็นการสืบสานนโยบายเดิมของพรรคไทยรักไทย

ทั้งนี้ นายนพดลจะเดินทางไปสมัครสมาชิกพรรค โดยถือฤกษ์ดีวันอาสาฬหบูชาเป็นวันสมัคร

ด้าน พ.ต.ท.กานต์   เทียนแก้ว  ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชาชน  ให้สัมภาษณ์ทางคลื่นวิทยุ 98.0  เมกะเฮิรตซ์  ว่าพรรคพลังประชาชนยินดีรับทุกพรรค ใครลาออกเรายินดีรับ และพร้อมดำเนินกิจกรรมทางการเมืองร่วมกับทุกพรรคการเมือง  ส่วนกระแสข่าวที่แกนนำกลุ่มทาบทามนายสมัครมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น   ยังไม่ทราบใครเป็นคนประกาศ   เนื่องจากการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคต้องมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค  ตอนนี้น้องสาวตน (นางสาวสุภาพร เทียนแก้ว) ยังคงเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ และขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนสมาชิกกลุ่มไทยรักไทยที่จะย้ายมาพรรคพลังประชาชน มาเท่าไหร่เราก็รับเท่านั้น

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ  ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชาชนกล่าวว่า ก็ลือกันไปเรื่อย ในเมื่อพรรคพลังประชาชนแข่งขันในสนามการเมืองมาตั้งแต่ปี  2541  ไม่เป็นความจริง พอเห็นว่าพรรคเล็กๆ พรรคหนึ่งจะมีสมาชิกพรรคมารวมกันก็ทำลายกันเสียแล้ว ไม่ยุติธรรมสำหรับการพูดลอยๆ

"ไม่กลัวเป็นร่างทรงพรรคไทยรักไทย เราเป็นตัวจริง เราทำงานร่วมกัน เมื่อเข้ามาแล้วเราถือว่าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาน  ไม่มีการแยกกลุ่ม ในการพิจารณาลง ส.ส.ก็อยู่ที่กรรมการบริหารพรรคว่าใครสมควรลง" พ.ต.ท.กานต์กล่าว

แหล่งข่าวจากกลุ่มไทยรักไทยกล่าวว่า หลังจากที่กลุ่มไทยรักไทยมีมติให้อดีต ส.ส.ย้ายไปสังกัดรวมกับพรรคพลังประชาชน  และได้มีการย้ายที่ทำการเดิมจากเลขที่  113/4 หมู่ที่ 6 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง ไปเป็นซอยลาดพร้าว 93  เขตวังทองหลาง   ซึ่งสถานที่ทำการใหม่เป็นอาคารพาณิชย์  3  ชั้น  4 คูหา โดยสถานที่ใกล้เคียงยังได้จัดเตรียมลานจอดรถขนาดใหญ่ไว้รองรับสมาชิก  ทั้งนี้ อาคารพาณิชย์ดังกล่าวมีนายสัมพันธ์  เลิศนุวัตร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทยเป็นเจ้าของ และยกให้เป็นที่ทำการใหม่ของพรรคพลังประชาชน  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานที่เนื่องจากอยู่ในสภาพทรุดโทรม คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1 สัปดาห์ เพื่อให้ฝ่ายธุรการพรรคพลังประชาชนมาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

สำหรับการประชุมกลุ่มไทยรักไทย จะยังใช้อาคารไอเอฟซีทีเป็นที่ประชุมเป็นการชั่วคราวก่อน   เนื่องจากมีความสะดวกสามารถรองรับสมาชิกได้มาก   ส่วนอนาคตจะมีการย้ายมาประชุมที่ใด อยู่ที่กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กลุ่มไทยรักไทยได้ตัดสินใจให้อดีต ส.ส.และสมาชิกที่ยังมีสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้ง ทำการย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชนทั้งหมด  กระบวนการขั้นต่อไปคือการหาสมาชิกพรรค  โดยเบื้องต้นคุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์  หัวหน้ากลุ่มอดีต ส.ส.กทม.ไทยรักไทย ได้สั่งการไปยังอดีต ส.ส.กทม.ให้ช่วยกันนำประชาชนในพื้นที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน เขตละประมาณ 200-300 คน

นายเอกภาพ  พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด แกนนำกลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์ กล่าวถึงการย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชนของกลุ่มไทยรักไทยว่า   ทางแกนนำกลุ่มได้หารือร่วมกันแล้วระหว่างนายพินิจ  จารุสมบัติ,  นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจะไม่ไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน  หลังจากนี้คงต้องแยกกันเดินกับกลุ่มไทยรักไทย สำหรับกลุ่มของเราขณะนี้มีสมาชิกอยู่ประมาณ 60 คน  แต่ก็คงไม่ได้ตั้งพรรคใหม่ จะหาพรรคที่มีอยู่แล้วสังกัดแทน โดยจะหารือกันอีกครั้งว่าจะเอาอย่างไร เชื่อว่าทางกลุ่มจะมีทางออกแน่นอนถึงแม้ว่าประชามติอาจจะไม่ผ่าน  แต่ลึกๆ แล้วเชื่อว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 น่าจะผ่านแน่นอน   ทั้งนี้ยอมรับว่าแกนนำกลุ่มเราได้มีการพูดคุยกับหลายพรรคการเมือง  เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ตามปกติ เพราะเชื่อว่าในอนาคตจะมีรัฐบาลผสม

นายสุรชาติ ชำนาญศิลป์ อดีต ส.ส.อุดรธานี สมาชิกกลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์ กล่าวว่า ทางกลุ่มได้หาทางออกไว้หมดแล้ว  ภายหลังการลงประชามติในวันที่  19 ส.ค.เราจะแถลงข่าวใหญ่ถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่ม  ส่วนกรณีที่กลุ่มไทยรักไทยย้ายไปอยู่กับพรรคพลังประชาชนนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่เข้าท่า แกนนำกลุ่มอ่านสถานการณ์ทางการเมืองไม่เป็นอาจทำให้กลุ่มเสียหายหมด

"เข้าใจว่าคงจะเบลอกันไปหมดแล้ว  โดยเฉพาะการทาบทามนายสมัคร สุนทรเวช มาเป็นหัวหน้า นั่นก็ยิ่งแย่เพราะจะกระทบกระแสใน กทม. เนื่องจากภาพของนายสมัครนั้นมีคนบางส่วนไม่ชอบ ทั้งนี้ได้มีสมาชิกกลุ่มไทยรักไทยบางคนที่ไม่อยากไปพรรคพลังประชาชนก็มาขออยู่กับเราด้วย" นายสุรชาติกล่าว

มีรายงานว่า   กลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์ได้ทำการกรอกใบสมัครเป็นสมาชิกของพรรคกิจสังคมเรียบร้อยแล้ว  เหลือเพียงขั้นตอนยื่นให้ กกต.รับรอง  โดยนายพินิจได้ไปคุยกับนายศุภชัย  พานิชภักดิ์ เพื่อทาบทามให้มาเป็นหัวหน้าพรรคกิจสังคมแล้ว

ขณะที่นายประทีป  กรีฑาเวช อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.นครราชสีมา สมาชิกกลุ่มสมานฉันท์ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มไทยรักไทยระบุว่ามีอดีต  ส.ส.พรรคไทยรักไทย ไปสมัครเข้าพรรคพลังประชาชนถึง   300  คนนั้น นายประทีปกล่าวว่าไม่เป็นความจริง น่าจะรวมคนที่จะสมัคร ส.ส.ใหม่ด้วย จะเอาที่ไหนมาถึง  300  เสียง  เพราะอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยทั้งกลุ่มสมานฉันท์ กลุ่มมัชฌิมา กลุ่มนายปรีชา  และกลุ่มนายพินิจ  รวมกันก็ 200 กว่าเสียงแล้ว และยังมีบรรดากลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจอยู่สองฝักสองฝ่าย เพื่อหลอกเอาเงินจากพรรคใดพรรคหนึ่งยังคงมีอยู่

"ส่วนกลุ่มไทยรักไทยที่ยังเหนียวแน่นกันอยู่เพราะมีน้ำหล่อเลี้ยงดี แต่ผมกลับสงสาร  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพราะพวกที่ทำให้ท่านพังก็คือพวกที่ออกมาเย้วๆ อยู่ทุกวันนี้ ยิ่งเย้วๆ เท่าไหร่ท่านทักษิณก็ยิ่งเสียหายมากขึ้น   ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง  แทนที่จะยอมรับว่าบ้านเมืองเวลานี้ คณะปฏิวัติเขาเข้ามายึดอำนาจการปกครอง   และทหารเขาก็แต่งตั้งคณะรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศเพียงแค่ปีเดียวแล้วเขาก็จะคืนอำนาจให้ ผมก็ไม่รู้ว่าพวกนี้ออกมาเย้วๆ เพื่ออะไร" อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยผู้นี้กล่าว

สำหรับกลุ่มสมานฉันท์นั้นยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และต้องการให้มีการจัดเลือกตั้งเกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สิ้นกลิ่นของคณะปฏิวัติแล้วบรรดานักการเมืองค่อยเข้าไปแก้ไขในสิ่งที่เห็นว่ายังบกพร่องอยู่ภายหลัง เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มสมานฉันท์ นายประทีปกล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมการไว้หมดแล้ว เพียงแต่รอกฎหมายมีผลประกาศใช้ก็จะยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคทันที เพียง 2-3 ชั่วโมงก็คงเสร็จสิ้น ในส่วนตัวตนก็ยังต้องการอยากจะใช้ชื่อพรรคชาติพัฒนาเหมือนเดิม แต่ถ้ากลุ่มของนายสุวิทย์  นายปรีชา  และนายพินิจท้วงติง ก็อาจจะใช้ชื่อว่า  "พรรคชาติสมานฉันท์"  ก็ได้ "ส่วนตัวหัวหน้าพรรคตนก็ยังคงยืนยันว่าน่าจะเป็น   พลโท(หญิง)พูนภิรมย์   ลิปตพัลลภ ซึ่งในสถานการณ์อย่างนี้ถือว่าเหมาะสมกับคำว่าสมานฉันท์  เพราะคนที่จะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ของกลุ่ม จะต้องมีความใกล้ชิดกับนายสุวัจน์  ลิปตพัลลภ  ด้วย ถ้าไปอยู่ไกลเดี๋ยวก็มีปัญหาอีก ถ้าเกิดฟ้าผ่าปลดล็อกขึ้นมา นายสุวัจน์ก็เข้ามาดำเนินการได้ทันที เพราะบ้านเมืองเดี๋ยวนี้ฟ้าผ่าบ่อย"

สมาชิกกลุ่มสมานฉันท์ผู้นี้ยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบพรรคอื่นมาก มีการโฆษณาออกทีวีเสนอนโยบายอยู่เรื่อยๆ เพราะได้ทุนเยอะ   แต่มีโอกาสจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง 50-50%  ลำบากพอสมควร  ตนมองว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบัน ยังไปไม่ถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เพราะนายอภิสิทธิ์ยังไม่ครบเครื่อง อย่างไรก็ตาม กลุ่มสมานฉันท์พร้อมที่จะทำงานได้กับทุกพรรคการเมือง เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบและเดินหน้าต่อไปได้

ส่วนนายเฉลิมชัย  อุฬารกุล อดีต ส.ส.สกลนคร แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ กล่าวว่า ขณะนี้สมาชิกกลุ่มบ้านริมน้ำส่วนหนึ่งได้ลงชื่อสมัครไปอยู่พรรคพลังประชาชนแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งยังอยู่ที่ต่างจังหวัดและยังไม่ตัดสินใจ  แต่ก็ยังมีเวลาถึงวันที่  4  ส.ค. สำหรับแผนการย้ายพรรคของกลุ่มไทยรักไทยครั้งนี้ ก็เพื่อป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อนหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน และมีการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาปรับใช้ ซึ่งอาจเกิดปัญหาการสังกัดพรรค 90  วัน  อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าถ้ารัฐธรรมนูญปี  2550 ผ่านประชามติ โอกาสที่พรรคพลังประชาชนจะแตกกระจายเป็นไปได้สูง เพราะทุกคนจะแยกย้ายกลับเข้าสู่กลุ่มของตัวเอง

ทางด้านนายสาธิต  ปิตุเตชะ  รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า เป็นสิ่งดีที่กลุ่มไทยรักไทยเลือกจะเดินเข้าสู่การแข่งขันตามระบอบกติกาประชาธิปไตย   ทำให้ภาพรวมของประเทศไปสู่ความสงบ แต่ขอให้ติดตามแล้วกันว่า ความจริงแล้วการควบรวมมีเป้าหมายอย่างไร เพราะเจตนารมณ์ในการควบรวมของพรรคการเมืองนั้นจะต้องมีอุดมการณ์และนโยบายที่ตรงกัน   มิฉะนั้นจะมองได้ว่าเป็นการรักษาตัวรอด และเป็นสะพานให้กลุ่มอำนาจเก่า

"อยากให้กลุ่มไทยรักไทยแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่า   พรรคพลังประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวกับกลุ่มพีทีวี และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการปราบกบฏ (นปก.)  มิฉะนั้นจะเป็นลักษณะแยกกันเดินรวมกันตีเพื่อล้มล้างรัฐบาล หากมีความประสงค์อย่างนั้นจริงก็จะทำให้ประเทศชาติเสียหาย" นายสาธิตกล่าว

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ไม่หนักใจกับการรวมตัวของกลุ่มไทยรักไทย เพราะการต่อสู้หรือการแข่งขันทางการเมืองก็ดำเนินไปตามกติกา    ส่วนการจะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนกับพรรคไทยรักไทยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะเป็นผู้ตัดสินและเป็นผู้ใช้สิทธิ์โดยชอบ

พ.อ.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด  โฆษก คมช.กล่าวถึงกรณีกลุ่มไทยรักไทยมีมติย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชนว่า ไม่รู้สึกวิตกกังวลแต่อย่างใด แต่กลับมองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะถือเป็นการต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย  การเสนอตัวเป็นทางเลือกให้ประชาชน  ถือเป็นการเคลื่อนไหวในเกมซึ่งน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว

พล.ท.ประยุทธ์  จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยเข้าซบพรรคพลังประชาชนว่า  ประชาชนตัดสินเอง เขาคงอยากเลือกตั้งจึงไปสังกัดพรรค เป็นสิทธิ์เขา  ซึ่งเขาต้องเลือกตั้งให้ได้และเป็นวิธีการของเขา เพราะกฎหมายระบุให้สังกัดพรรค แสดงว่าเขาอยากเลือกตั้ง แต่ขณะเดียวกันเขาก็บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ดี เลยไม่รู้ว่าเขาจะยังไงกันแน่

เมื่อถามว่าหวั่นหรือไม่ว่า หลังเลือกตั้งกลุ่มอำนาจเก่าจะกลับมามีอำนาจ พล.ท.ประยุทธ์กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนที่ต้องคิดเอาเอง   ประชาชนต้องการความสงบสุขเรียบร้อยหรือไม่  หากต้องการให้บ้านเมืองสงบก็คิดเอาเอง เขาเลือกได้ อนาคตบ้านเมืองไม่กี่เดือนข้างหน้าอยู่ที่ประชาชนคนไทยจะเลือกให้สงบสุขหรือเลือกให้ไม่สงบสุข  ตนไม่ได้ว่าใครและพรรคไหน ทุกคนรู้อยู่ว่าพรรคไหนเป็นอย่างไร ใครที่มีปัญหา ใครที่ทำประโยชน์เพื่อประชาชนจริง เขาต้องตัดสินใจเอง ประชาธิปไตยตนไปชี้นำไม่ได้

"ไม่รู้สิเราไปกีดกันเขาไม่ได้  เมื่อถึงวันที่เข้าสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แล้ว จะว่าใครและกล่าวหาใครไม่ได้แล้ว   เป็นเก่าหรือใหม่ไม่ได้    เพราะเป็นสิทธิ์ของประชาชนแล้ว ส่วนจะเกิดความรุนแรงหรือไม่-ผมไม่รู้ อย่างที่บอกว่าขอให้เลือกกันให้ดีแล้วกันว่าจะเลือกใคร หากเลือกคนดีมาก็แก้ได้ เว้นแต่เลือกคนไม่ดีมาการเมืองก็แก้ลำบาก" พล.ท.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่มองว่า หากกลุ่มอำนาจเก่ากลับมาหลังเลือกตั้งจะเกิดปัญหาขึ้นอีก

วันเดียวกัน  ที่ทำการพรรคพลังแผ่นดินไทย  ถนนวิภาวดีฯ  พรรคพลังแผ่นดินไทยได้จัดการประชุมสามัญประจำปี   เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่  โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เลือก นพ.สมศักดิ์ วรคามิน  อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค พร้อมทั้งเลือกรองหัวหน้าพรรค 3 คน  ประกอบด้วย นายศรีวิชัย ศรีสุวรรณ, นายณฐกมล นนทโชติ และ นพ.มนตรี เศรษฐบุตร

นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า  ขณะนี้พรรคพลังแผ่นดินไทยได้ส่งรายชื่อกรรมการสาขาและสมาชิกทั้ง  4 ภาคตามกฎหมายให้กับ กกต.ไปตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จำนวนทั้งสิ้น 6,627 คน โดยมีสาขาที่ กทม., สุพรรณบุรี, สงขลา, สกลนคร และนครสวรรค์ ขณะนี้อยู่ในขั้นการตรวจสอบของ  กกต. สำหรับนโยบายหลักของพรรคคือ การสร้างสมดุลให้สังคม  ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง  ส่งเสริมการทำงานภาคประชาชน ตั้งกองทุนประกันอนาคตผู้สูงอายุ  สร้างพลังงานชุมชน ขยายสิทธิประโยชน์ผู้ใช้แรงงานกองทุนประกันสังคม ตั้งกองทุนพัฒนาการเมือง และแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้

นายประพันธ์  นัยโกวิท  กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงข้อกฎหมายในเรื่องการย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชนของอดีต  ส.ส.ไทยรักไทยว่า ยังทำไม่ได้ จนกว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติให้แก้ไข จะประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-07-2007, 18:48 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #7 เมื่อ: 30-07-2007, 18:48 »

*  แหม !!  ไม่ค่อยจะ .... เลยนะ   ชอบแถ

    เหอะ ๆ  ทำมาเป็นตั้งหัวข้อ  กำกวม ... กะ เนื้อหา

    คิดว่าเดาไม่ออกหรือไง ... ว่า แถ น่ะพูดถึงเรื่องคลิปอะไรบนหัวข้อ ทู้

    แล้วเอาเรื่อง  ปารีส  มาเขียนโยง  .....  ระวังเหอะ   สักวันจะเจอแบบนี้  >>
   
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #8 เมื่อ: 30-07-2007, 18:55 »

* และ ....  ถ้ายังหนุกหนานที่จะโยงมาเขียนเล่นอีกบ่อย ๆ อาจจะเจอแบบนี้ .. นะจ๊ะ !!

   

บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
สมปอง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,128



« ตอบ #9 เมื่อ: 30-07-2007, 19:05 »

* และ ....  ถ้ายังหนุกหนานที่จะโยงมาเขียนเล่นอีกบ่อย ๆ อาจจะเจอแบบนี้ .. นะจ๊ะ !!

   


ตบซะแถเกรียนแตกเลย
บันทึกการเข้า



ไม่มีดินผืนใดให้ไออุ่น เท่ากับดินที่คุณถือกำเนิด
ไม่มีดินผืนใดดูมั่นคง เท่ากับดินที่ลงสำมะโนครัว
ไม่มีดินผืนใดให้คุณเดิน เท่ากับดินที่คุณเดินตอนตั้งไข่
ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่าแผ่นดินสุดท้ายของเผ่าพันธุ์

ไม่มีเงินไม่มีทองยังไม่หมองเศร้า
มีแผ่นดินปลูกข้าวเราอยู่ได้
ไม่มีเงินไม่มีทองค่อยหาใหม่ บนแผ่นดินสุดท้ายของไทยทุกคน
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #10 เมื่อ: 30-07-2007, 19:36 »

อะนะ ที่เราตั้งกระทู้นี้ เพราะเห็นว่าสังคมไทยติดจะฟุ่มเฟือย จัดงาน
วันเกิดเลียนแบบฮิ้วเฮฟเน่อร์เจ้าพ่อเพลยบอยดูจะไม่เหมาะสม ด้วย
สิ้นเปลืองเกินไปไม่เข้ากับเศรษฐกิจพอเพียง เลยไม่อยากให้พี่น้อง
ร่วมชาติเอาเป็นตัวอย่าง ดูอย่างยายปารีดสิ น่าเกลียดชะมัด คนไทย
อย่าเอาอย่างเชียวนา หวังดี นะ เนี่ย จริง จริง
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #11 เมื่อ: 31-07-2007, 08:52 »

คลิปนี้แม้จะเก่าแต่ช่วงจังหวะเวลาการเผยแพร่มันทำให้น่าสงสัยเป็นอย่างมาก
ใกล้เคียงกับเวลาที่ลือว่าฮิ้วเฮฟเนอร์ตาย ซึ่งการลือได้แพร่กระจายทั้งในและ
นอกเว็บเนี่ย คนทำต้องมีศักยภาพอย่างสูงมากเหนือกลุ่มอำนาจเก่าเพราะโดน
บล็อคแหลกทุกช่องทาง การเผยแพร่มันต้องมาจากกลุ่มอำนาจปัจจุบันแน่นอน
แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นกลุ่มไหน สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งอย่างรุนแรงซึ่งจะส่งผล
ในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้รู้สีกว่าเมืองxxxเบื้องหลังที่ไม่เป็นระบอบ
ประชาธิปไตยมันมีอยู่มากพอสมควร
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #12 เมื่อ: 31-07-2007, 09:28 »

ด่านแรกที่พลังบริสุทธิ์ต้องช่วงกันแสดงพลังก็คือ คว่ำรธน. 2550 ให้เผด็จการมันจ๋อยรับประทานก่อนที่จะยืนยันบังคับให้เผด็จการนำ รธน. ปี2540 กลับมาใช้ และให้พวกมันกราบขอโทษปชช.ก่อนลาออกทันที โดยขิงแก่ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน


นอกเหนือจากนั้น...ไม่รับเด็ดขาด!!
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: