ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-09-2020, 15:19
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ทำไมต้องพลเอกเปรม 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
ทำไมต้องพลเอกเปรม  (อ่าน 5013 ครั้ง)
Bo.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 106



เว็บไซต์
« เมื่อ: 23-07-2007, 22:29 »

เหตุผลตามที่ม๊อบกล่าวอ้างเป็นที่รู้กัน
แต่ม๊อบทำไปเพื่ออะไร
ใครได้ ใครเสีย
ถ้าพลเอกเปรมลาออกแล้วโคตรพ่อทักษิณมันจะกลับมาได้? พ้นโทษ? ขอลี้ภัย? ได้เงินคืน?
หรือมีอะไรลึกลับกว่านั้น
หรือ เมียของเหลี่ยม แค้นที่ไปขอความช่วยเหลือแล้วไม่ได้รับ หรือ เสียหน้า?
หรือว่าแค้นกันมาแต่เดิม
เพราะเหลี่ยมเคยเหน็บสมัยชะตายังไม่ขาดว่า อยู่นอกรัฐธรรมนูญ
หรือทฤษฎีสมคบคิดจะเป็นจริง?

ขอโทษค่ะที่งงๆ
อีกอย่าง เห็นได้ชัดว่ามันทำเป็นขบวนการเหมือนใบสั่งทั้งที่ม๊อบ
บนบอร์ด
บันทึกการเข้า

You can't walk no line.
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #1 เมื่อ: 23-07-2007, 23:04 »

1. เพราะพลเอกเปรม  เป็นผู้ลงนามอนุมัติให้ใช้มาตรการ 66/23 ซึ่งมีผลทำให้ "่ป่าแตก"
ด้วยคำสั่งในมาตรการนั้น  มีผลให้ "สายคอม ฯ ฝ่ายพิราบยอมวางอาวุธออกจากป่า" ซึ่งมีผลต่อสายคอม ฯ ฝ่าย "ขี้ข้าจีน" ซึ่งเ็ป็น "แก๊ง - ก๊วนภาคีแนวร่วม" กับพวกเขมรแดง   พลอย "หมดแนวร่วมภาคประชาชน สายตัวเมือง"
...การทำลาย "พลเอกเปรม" จึงเป็น "สัญลักษณ์การต่อสู้ของพวกผีคอม ฯ ( เหวง - พรหมินทร์ - ภูมิธรรม - เสถียร - ชาญวิทย์ - ลิขิต - สมศักดิ์ ฯลฯ )" ที่ยึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอด

2. เพราะพลเอกเปรม  เป็นประธานองคมนตรี  ซึ่งถือเป็น "สัญลักษณ์" ในระบอบอมาตยาธิปไตยตามความเข้าใจของพวกผีคอม ฯ   ซึ่งหากทำลายสัญลักษณ์นี้ลงได้  ก็เท่ากับเป็นการทำลายสถาบันอมาตยาธิปไตย ( ตามความเข้าใจของพวกผีคอม ฯ อีกนั่นล่ะ ) นั่นเอง

3. เพราะพลเอกเปรม  เป็น "พระเนตรพระกรรณ" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ดังนั้นการทำลายพลเอกเปรม ลงได้  จึงไม่ต่างจากการ "ตัดตอนในหลวง - สถาบันกษัตริย์" ออกไปจากอำนาจบริหารแผ่นดิน*
* ขอแก้ไข "เวอร์ดดิ้ง" ตามคำท้วงติงของผู้ใช้นามแฝงว่า "อยากประหยัดให้ติดแก้ส"

4. เพราะพลเอกเปรม  เป็น "หมากตัวใหญ่" ที่บรรดาเบี้ยน้อยหอยเน่ายินดี "ลองของ" หรือ "ปะทะด้วย"  เนื่องจาก ถ้าหากเอาชนะได้หรือ "ล้มท่านลง" ได้ ก็ "คุ้มฉิบหายเลยว่ะ"

5. เพราะพลเอกเปรม  เป็น "เป้า" ที่ไม่มีอำนาจอยู่ในมือ  มีเพียง "บารมี" และ "อาวุโส" ซึ่งเป็นเพียงนามธรรม - อันไม่สามารถพิสูจน์ได้   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ Benchmark ของบรรดา "คนแหกคอก - สันดานเนรคุณ" เยี่ยงสมุนและสาวกทั้งหลายของคนจัญไsที่ชื่อทักษิณ  ชินวัตร

6. เพราะพลเอกเปรม  เป็น "สายทหาร" ที่ถือว่า "เก๋า" ที่สุดในกองทัพ   การล้มพลเอกเปรมได้  ย่อมเป็นความยินดีปรีดาของ "สื่อ" และ "นักวิชาการ" กลุ่ม "อัตตาสูง - เกิดมาเพื่อทำลายแผ่นดินไทย" โดยเฉพาะกลุ่มที่มี "เลือดเจ๊ก"  ซึ่งเท่ากับเป็นการประกาศศักดาว่าในที่สุดแล้วเจ๊กก็ยึดแผ่นดินไทยได้สำเร็จ ( จากนั้นก็ขายต่อให้เจ๊กสิงคโปร์หรือเจ๊กอื่น ๆ ก่อนบินไปเสวยสุขที่แคนาดา  ออสเตรเลีย ฯลฯ  )
ข้อสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ  พวกนักวิชาการ รวมทั้งสื่อมวลชน "เลือดเจ๊ก" กลุ่มนี้มัจะออกมาขวางลำเสมอ  เมื่อรัฐบาลมีแผนการจัดซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์   โดยมักอ้างเ่รื่องการศึกษา หรืองานสาธารณสุข เพื่อหาความชอบธรรมและสร้างภาพ "นักบุญ" ให้ตัวเอง
...เป็นกลุ่มบุคคลผู้แตะต้องไม่ได้ ที่พยายามทำทุกรูปแบบเพื่อให้กองทัพอ่อนแอ  แล้วยังลามปามไปถึงการทำลายค่านิยม - ประวัติศาสตร์ - ความภาคภูมิใจในการเป็นชาติ  ด้วยการปรับเปลี่ยนเขียนตำราเสียใหม่ให้ชนชาติไทยเลวร้ายและโง่งมที่สุด ( เพื่อสรุปว่า "หากไม่ได้เจ๊กมาช่วย  คนไทยก็ยังกินกล้วยและปลวกเป็นอาหารหลัก")

ไอ้พวกนี้มานคงเข้าใจว่าทหารไทยสามารถใช้ฅวยรบทัพจับศึกได้เหมือนกับที่พ่อพวกมันใช้กำหราบความร่านราคะของแม่พวกมัน

..............ง่า หัวข้อนี้ติดเรท หากผู้ใหญ่รับชมควรมีเยาวชนคอยให้คำแนะนำอยู่ใกล้ ๆ .......

7. เพราะพลเอกเปรม  ไ่ม่มีความด่างพร้อย  การสาดโคลนหรือใส่ร้ายท่านได้จึงเสมือนเป็นการ "ดึงของสูงลงมาแปดเปื้อน"  ในลักษณะ "เกลื่อนกลืน" ทำนองว่า "เห็นปะ  คนดีของพวกเมิงแหม้งก็เห้เหมือนไอ้แม้วพ่อกูนั่นล่ะ"
...ซึ่งเป็น "เป้าหมายต่ำสุด" แบบ "เลียขี้เปียกพ่อแม้วดีกว่าดมหอยแม่อ้อ" ( ภาษิตของชาวไทยรักไทย  ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่เพื่อใช้แทนคำพังเพยที่ว่า "กำขี้ดีกว่ากำตด" ) ในกรณีที่แถกถ่oยทำความเลวsะยำอย่างสุด ๆ แล้วยังไม่สามารถล้มพลเอกเปรมลงได้
.............ง่า หัวข้อนี้ก็ติดเรทอีกเช่นกัน


ไปดีกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-07-2007, 12:03 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #2 เมื่อ: 24-07-2007, 08:37 »

3. เพราะพลเอกเปรม  เป็น "พระเนตรพระกรรณ" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ดังนั้นการทำลายพลเอกเปรม ลงได้  จึงไม่ต่างจากการ "ตัดตอนในหลวง - สถาบันกษัตริย์" ออกไปจากอำนาจบริหารแผ่นดิน

ไม่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพมากไปหน่อยเหรอ แต่ดูแล ต่างพระเนตรพระกรรณ ยังไม่ค่อยน่าเชื่อ นี่เล่นคำว่า เป็น
ของเสื่อมสภาพห่วยๆ แบบนั้นของคนแก่วิปริตผิดเพศ ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก อย่าให้ความเห็นมั่วซั่ว
บันทึกการเข้า
Priateľ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #3 เมื่อ: 24-07-2007, 09:01 »

ผมว่าอีกนัยหนึ่ง "ทำไมต้องทักษิณ"

คือเหตุผลของคนที่ต้านพลอ.เปรมนั่นมันมาจาก ข้อกล่าวหาเป็นผู้ชักใยการปฏิวัติ โยงใยควบคุมคมช. เป็นผู้คุมอำนาจทางการเมืองที่ผ่านมา เป็นอมาตยาธิปไตยฯลฯ สารพัดเหตุผลที่จะอ้าง

คำถามคือ หากที่ผ่านมาไม่นายกฯชื่อทักษิณ แล้วปัจจุบันจะมีการกล่าวหาหรือต่อต้านพลอ.เปรมถึงขนาดนี้หรือไม่ ผมมองว่าการต่อต้านที่ผ่านมามันมีจุดประสงค์แฝง นั่นคือจริงๆแล้วถ้านายกฯทักษิณยังเป็นนายกต่อไป ก็จะไม่มีการต่อต้านพลอ.เปรม

เพียงแต่ครั้งนี้มันมีเรื่องของคนที่ชื่อคุณทักษิณ การชูประเด็นการต่อต้านอมาตยาธิปไตยจึงนำมาปัดฝุ่นเช็ดถูให้ดูเงางาม

ในทางสาธารณะ เป็นที่รับรู้กันว่าประเด็นความขัดแย้งมันเริ่มต้นจากการบรรยายเรื่องเกี่ยวกับคุณธรรมในตัวผู้นำ ที่ทำให้คนที่อยู่ข้างทักษิณต้องออกมาเต้น

แปลกดีที่พวกนั้นออกมาเต้นระบำ คำพูดแค่นั้นมันไปสะกิดต่อมหงุดหงิดขนาดไหน หรือว่าตอนนั้นใหญ่โตมากอะไรก็ผิดหูไม่ได้ เขามีอะไรแอบแฝงกันก่อนหน้าผมไม่ทราบ แต่ทางสาธารณะมันเริ่มจากอย่างนั้น จากนั้นมากระแสต่อต้านคุณเปรมก็เลยถูกปลุกขึ้น

ผมไม่เคยลืมว่าคุณสนธิขัดแย้งกับคุณทักษิณเรื่องของผลประโยชน์ พอๆกับไม่ลืมว่าคุณทักษิณขัดแย้งกับคุณเปรมจากเรื่องบ้าๆอย่างนั้น
บันทึกการเข้า

If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.

ก๊อปมาจากหนัง Indecent proposal
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #4 เมื่อ: 24-07-2007, 09:11 »

ก็ต้องดูพฤติกรรมที่ทำมาในอดีต นับตั้งแต่เดินสายไปทั่วประเทศบอกเป็นนัยว่าทหารไม่จำเป็นต้องมองว่ารัฐบาลทักษิณเป็นเจ้านาย (มีที่ไหนในโลกนี้บ้างที่กองทัพไม่ขึ้นกับรัฐบาล!?!)  หรือการให้สัมภาษณ์เชิงกล่าวร้ายคุณทักษิณว่าโกง  หรือเหตุการณ์ที่ชัดเจนก็คือ การนำเหล่าทหารเข้าเฝ้าในคืนที่ 19 ก.ย. 2549 ที่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเป็นคนที่นำเข้าเฝ้า และท่านเปรมก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการสักครั้งเดียวว่าไม่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารดังกล่าว

นปก. คงไม่บ้าหรืออยากเสียเวลาที่จะไปก่อศัตรูกับใครที่ทรงอิทธิพลขนาดนั้น หากไม่มีข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อได้ว่าท่านเป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว!!
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #5 เมื่อ: 24-07-2007, 09:23 »

ไม่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพมากไปหน่อยเหรอ แต่ดูแล ต่างพระเนตรพระกรรณ ยังไม่ค่อยน่าเชื่อ นี่เล่นคำว่า เป็น
ของเสื่อมสภาพห่วยๆ แบบนั้นของคนแก่วิปริตผิดเพศ ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก อย่าให้ความเห็นมั่วซั่ว

ใช้คำผิด
ขอแก้ไขเป็น
"ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ดำเนินกิจกรรมและได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยต่างพระเนตรพระกรรณ"


ส่วน "นัยยะ " ที่ว่าี่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวควรหรือไม่สมควรที่จะเลือกใช้ใครนั้น   เห็นทีท่านผู้ใช้นามแฝงในกระทู้นี้ว่า "อยากประหยัดให้ติดแก๊ส" จะต้องรับผิดชอบเอง
ว่าเป็นการบังอาจก้าวล่วงเข้าไปในพระราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรึไม่

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-07-2007, 12:25 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #6 เมื่อ: 24-07-2007, 09:33 »

 

เฮ้อ  ข้อมูลเบื้องลึกจากแม้วนี่เอง

- -!  พวกนี้ถ้าเชื่อแม้วนัก น่าจะตุนซื้อหุ้น SC ไว้เยอะๆนะ

บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #7 เมื่อ: 24-07-2007, 09:47 »

เอ้ยๆๆๆๆ ท่านเท้าหมาฯ

ให้ข้อมูลครบๆ หน่อยเด้ ว่าป๋าเริ่มเดินสาย หรือให้สัมภาษณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเกิดอะไรก่อนหน้านั้นบ้าง

 

ก็ต้องดูพฤติกรรมที่ทำมาในอดีต นับตั้งแต่เดินสายไปทั่วประเทศบอกเป็นนัยว่าทหารไม่จำเป็นต้องมองว่ารัฐบาลทักษิณเป็นเจ้านาย (มีที่ไหนในโลกนี้บ้างที่กองทัพไม่ขึ้นกับรัฐบาล!?!)  หรือการให้สัมภาษณ์เชิงกล่าวร้ายคุณทักษิณว่าโกง  หรือเหตุการณ์ที่ชัดเจนก็คือ การนำเหล่าทหารเข้าเฝ้าในคืนที่ 19 ก.ย. 2549 ที่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเป็นคนที่นำเข้าเฝ้า และท่านเปรมก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการสักครั้งเดียวว่าไม่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารดังกล่าว

นปก. คงไม่บ้าหรืออยากเสียเวลาที่จะไปก่อศัตรูกับใครที่ทรงอิทธิพลขนาดนั้น หากไม่มีข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อได้ว่าท่านเป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว!!

บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
watson
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 393


« ตอบ #8 เมื่อ: 24-07-2007, 09:48 »

ตำแหน่งองคมนตรีมาจาการทรงแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ตามพระราชอัธยาศัย เป็นพระราชอำนาจที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูบมาหลายยุคสมัย (รวมทั้งฉบับปี 40) ไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่ให้อำนาจประชาชนในการถอดถอนตำแหน่งนี้ ไม่ว่าจะรวมตัวกันกี่คนก็ตาม เพราะตำแหน่งองคมนตรีได้มาจากพระราชวินิจฉัยและการทรงไว้วางพระราชหฤทัย ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นผู้ที่จะถอดถอนองคมนตรีได้ก็มีเพียงผู้เดียว คือพระมหากษัตริย์  ดังนั้น การดำรงอยู่หรือไม่ขององคมนตรีท่านหนึ่งท่านใด ย่อมขึ้นกับพระราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์เท่านั้น โดยไม่เกี่ยวกับบุคคลอื่นเลย
การกระทำของม็อบสถุล เป็นการละเมิดพระราชอำนาจตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง ไม่เคารพกฏหมาย ไม่เคารพสิทธิของบุคคลอื่น การที่จะเอาความคิดของกุ้ยข้างถนนไม่กี่คนว่าองคมนตรีไม่เหมาะสม ซึ่งค้านกับพระราชวินิจฉัย ถือเป็นการดูหมิ่นและไม่เคารพในพระราชวินิจฉัยอย่างรุนแรงเช่นกัน ถ้าพระองค์จะทรงเห็นว่า พล.อ. เปรม เหมาะสมในตำแหน่ง ย่อมทรงมีพระราชวินิจฉัยได้เอง ไม่จำเป็นต้องยึดถือเอาตามความเห็นของกุ้ยข้างถนน การกระทำเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่จงรักภัคดี และแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนที่สุด
ผู้ที่เห็นดัวยกับม๊อบสถุล ย่อมไม่สามารถอ้างความจงรักภัคดีได้เลย จะดีเสียกว่าถ้าจะประกาศเจตนารมย์ของท่านให้ชัดเจน  การจะจงรักภัคดีต่อสถาบันกษัตริย์นั้นเป็นสิทธิ์ของท่านที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่กรุณาอย่าแอบอ้างความจงรักภัคดีในขณะที่การกระทำกลับตรงกันข้ามอย่างหน้าตัวเมีย แน่จริงก็กล้าที่จะเปิดเผยจุดยืนที่แท้จริงของตัวเองออกมาดีกว่า
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #9 เมื่อ: 24-07-2007, 09:56 »

เอ้ยๆๆๆๆ ท่านเท้าหมาฯ

ให้ข้อมูลครบๆ หน่อยเด้ ว่าป๋าเริ่มเดินสาย หรือให้สัมภาษณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเกิดอะไรก่อนหน้านั้นบ้าง

 



น้อง-3-ให้ข้อมูลเพิ่มเติมหน่อยว่าก่อนนห้านี้เกิดอะไรขึ้น??
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #10 เมื่อ: 24-07-2007, 10:37 »

งั้นผมเพิ่มให้เองว่า "ก่อนหน้า" ที่ไอ้เหลี่ยมจะกล่าวคำว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" นั้น  เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง

2 เม.ย 2549
: มันเกิดอะไรขึ้น "บ้าง"

3 เม.ย 2549
: ใครออกทีวีช่อง 11 รายการกรองสถานการณ์ บอกว่า มี 16 ล้านเสียง จะขอเป็นนายกต่อ เพราะไม่ถือว่าสอบตก

4.เม.ย 2549 ช่วงเย็น
: ใครนั่ง ฮ.ไปหัวหิน ? ไปทำไม ?
...ช่างเหอะ  เอาเป็นว่า พอกลับมาก็ประกาศเว้นวรรคทางการเมือง
 ( จากนั้นแล้วมันเว้นวรรคประสาอะไร มันผิดคำพูดกับใครรึเปล่า ?? )

5.เม.ย 2549
: ใครกอดกับไอ้ห้อยร่ำลากัน ไอ้ห้อยร้องให้จนขี้มูกโป่ง หลังจากนั้นใครให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ว่างงานแล้วจะไปพักผ่อนเมืองนอก จะไปนั่งจิบน้ำชากับเพื่อนเก่าที่ชื่อ บุช กับ แบล์

ถึงตรงนี้แล้ว ถามว่า
มันอ้างถึงมหาอำนาจราวกับว่าสนิทสนมกัน 

มีนัยยะและเจตนาว่ากำลังข่มขู่บุคคลที่ทำให้ต้องเว้นวรรคใช่หรือไม่ ?

หลังจากนั้น วันที่ 25 เม.ย 2549
: มีคำสั่งให้ศาลฎีกาและศาลปกครองเข้าเฝ้า  รับสั่งถามศาลว่าการเลือกตั้งพรรคเดียวเป็น ปชต หรือไม่  แล้วให้ศาลมาแก้ไขวิกฤติ 
...ช่วงสุดท้ายรับสั่งกับศาลว่า  ถ้า์ทำตามกฏหมายก็ไม่เคยกลัวใคร

ต่อมาศาลจึงตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ขอร้องให้ กกต ลาออก แต่มันหน้าด้าน ( จึงกลายเป็นที่มาของ "สามหนาห้าห่วง )
กระทั่งมีคำตัดสินให้จำคุก  จึงถูกปลดไปโดยปริยายทั้งหมด



ต่อมาอีก "ตรงนี้ล่ะเด็ดนัก - ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรไทยคนใดกระทำมาก่อน "
ใครคนนั้นก็
ส่งจดหมายไปฟ้องพ่อบุช ของมันว่า มีผู้มีบารมีเหนือ รธน. ในประเทศนี้จ้องทำลายระบอบประชาธิปไตย



ผ่านมาอีกระยะหนึ่ง "จนเรื่องผู้มีบารมี ฯ ซาลงไป"
ในขณะที่ในหลวงทรงพระประชวร  พณฯ พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์เข้าเฝ้า
รุ่งขึ้น ใครคนนั้นไปเข้าเฝ้าบ้าง  แต่ไมทรงโปรด
มันจึงออกมาแสดงกริยาท่าทางหงุดหงิด ( เสียหน้า ) ทางทีวี

( ส่วนเรื่องกองเชียร์ตะโกน ".... ( ชื่อมัน - ใครคนนั้น ) สู้ ๆ" ในโรงพยาบาลศิริราช   จะถือว่าเป็นความงี่เง่า - ไม่รู้จักกาละเทศะของบรรดาไอ้ - อีสอพลอที่เลือกจะ "กระทำสัตย์ต่อ .... ( ชื่อมัน - ใครคนนั้น )" ให้ล่วงไปถึงพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เอง )


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-07-2007, 10:41 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #11 เมื่อ: 24-07-2007, 11:07 »

งั้นผมเพิ่มให้เองว่า "ก่อนหน้า" ที่ไอ้เหลี่ยมจะกล่าวคำว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" นั้น  เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง

2 เม.ย 2549
: มันเกิดอะไรขึ้น "บ้าง"

3 เม.ย 2549
: ใครออกทีวีช่อง 11 รายการกรองสถานการณ์ บอกว่า มี 16 ล้านเสียง จะขอเป็นนายกต่อ เพราะไม่ถือว่าสอบตก

4.เม.ย 2549 ช่วงเย็น
: ใครนั่ง ฮ.ไปหัวหิน ? ไปทำไม ?
...ช่างเหอะ  เอาเป็นว่า พอกลับมาก็ประกาศเว้นวรรคทางการเมือง
 ( จากนั้นแล้วมันเว้นวรรคประสาอะไร มันผิดคำพูดกับใครรึเปล่า ?? )

5.เม.ย 2549
: ใครกอดกับไอ้ห้อยร่ำลากัน ไอ้ห้อยร้องให้จนขี้มูกโป่ง หลังจากนั้นใครให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ว่างงานแล้วจะไปพักผ่อนเมืองนอก จะไปนั่งจิบน้ำชากับเพื่อนเก่าที่ชื่อ บุช กับ แบล์

ถึงตรงนี้แล้ว ถามว่า
มันอ้างถึงมหาอำนาจราวกับว่าสนิทสนมกัน 

มีนัยยะและเจตนาว่ากำลังข่มขู่บุคคลที่ทำให้ต้องเว้นวรรคใช่หรือไม่ ?

ไม่เห็นต้องข่มขู่ใครเลย เพราะท้ายสุดแล้วปชช.เท่านั้นที่จะตัดสินผ่านการเลือกตั้งว่าจะเลือกทรท.กลับมาหรือไม่ กรุณาอย่ามองคุณทักษิณในแบบ 'แค่จามก็ผิดแล้ว' มันไม่ได้ทำให้เกิดความรู้และความจริงแต่อย่างใด เก็บอคติไว้ใช้ในเรื่องส่วนตัวเถอะ




หลังจากนั้น วันที่ 25 เม.ย 2549
: มีคำสั่งให้ศาลฎีกาและศาลปกครองเข้าเฝ้า  รับสั่งถามศาลว่าการเลือกตั้งพรรคเดียวเป็น ปชต หรือไม่  แล้วให้ศาลมาแก้ไขวิกฤติ 
...ช่วงสุดท้ายรับสั่งกับศาลว่า  ถ้า์ทำตามกฏหมายก็ไม่เคยกลัวใคร

ต่อมาศาลจึงตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ขอร้องให้ กกต ลาออก แต่มันหน้าด้าน ( จึงกลายเป็นที่มาของ "สามหนาห้าห่วง )
กระทั่งมีคำตัดสินให้จำคุก  จึงถูกปลดไปโดยปริยายทั้งหมด



ต่อมาอีก "ตรงนี้ล่ะเด็ดนัก - ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรไทยคนใดกระทำมาก่อน "
ใครคนนั้นก็
ส่งจดหมายไปฟ้องพ่อบุช ของมันว่า มีผู้มีบารมีเหนือ รธน. ในประเทศนี้จ้องทำลายระบอบประชาธิปไตย

ตอนนั้นเกิดขึ้นหลังจากผู้มีบารมีเดินสายกล่าวโทษคุณทักษิณแล้วนี่นา การตอบโต้จึงเกิดขึ้น





ผ่านมาอีกระยะหนึ่ง "จนเรื่องผู้มีบารมี ฯ ซาลงไป"
ในขณะที่ในหลวงทรงพระประชวร  พณฯ พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์เข้าเฝ้า
รุ่งขึ้น ใครคนนั้นไปเข้าเฝ้าบ้าง  แต่ไมทรงโปรด
มันจึงออกมาแสดงกริยาท่าทางหงุดหงิด ( เสียหน้า ) ทางทีวี

กรุณาไปเอาหลักฐานมาแฉในนี้ด่วนเลยที่ว่าในหลวงไม่ทรงโปรดให้คุณทักษิณเข้าเฝ้า!!





( ส่วนเรื่องกองเชียร์ตะโกน ".... ( ชื่อมัน - ใครคนนั้น ) สู้ ๆ" ในโรงพยาบาลศิริราช   จะถือว่าเป็นความงี่เง่า - ไม่รู้จักกาละเทศะของบรรดาไอ้ - อีสอพลอที่เลือกจะ "กระทำสัตย์ต่อ .... ( ชื่อมัน - ใครคนนั้น )" ให้ล่วงไปถึงพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เอง )

เป็นเรื่องของกองเชียร์ที่ต้องรับผิดชอบในกรณีดังกล่าว คุณทักษิณไปเกี่ยวอะไรด้วย?   แล้วทีอีกฝ่ายตะโกนไล่ทักษิณในสถานที่และเวลาเดียวกันหล่ะ? ไม่ผิดเลยใช่ไหม??



บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #12 เมื่อ: 24-07-2007, 11:15 »

ถ้า "จ๊ะ" จะใช้วิธี "ต่อปากต่อคำ" โดย "เอามาหลักฐานมาให้เห็นชัด ๆ สิ" จึงจะเชื่อ

จ๊ะก็อย่าลืมไปบอก "เหล่าสัตว์ นปก. ( พลัง "โง่บริสุทธิ์" ของจ๊ะ )" ด้วยนะว่า

"เอาหลักฐานมาให้ดูชัด ๆ สิว่า พลเอกเปรม อยู่เบื้องหลัง คมช."
ไม่ใช่แค่ใช้
 "ขี้ปากของไอ้แม้ว" + "เทปดักฟังที่นอกจากฟังไม่รู้เรื่อง - พิสูจน์ความถูกต้องไม่ได อีก 1 คลิป" 

แล้วก็ชักนำ็ พาผู้คนออกมาทำลายบ้านเมือง + ทำร้ายพนักงานเจ้าหน้าที่


พิสูจน์สิ
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #13 เมื่อ: 24-07-2007, 11:19 »

ถ้า "จ๊ะ" จะใช้วิธี "ต่อปากต่อคำ" โดย "เอามาหลักฐานมาให้เห็นชัด ๆ สิ" จึงจะเชื่อ

จ๊ะก็อย่าลืมไปบอก "เหล่าสัตว์ นปก. ( พลัง "โง่บริสุทธิ์" ของจ๊ะ )" ด้วยนะว่า

"เอาหลักฐานมาให้ดูชัด ๆ สิว่า พลเอกเปรม อยู่เบื้องหลัง คมช."
ไม่ใช่แค่ใช้
 "ขี้ปากของไอ้แม้ว" + "เทปดักฟังที่นอกจากฟังไม่รู้เรื่อง - พิสูจน์ความถูกต้องไม่ได อีก 1 คลิป" 

แล้วก็ชักนำ็ พาผู้คนออกมาทำลายบ้านเมือง + ทำร้ายพนักงานเจ้าหน้าที่


พิสูจน์สิ



ท่านเสรีเคยปฎิเสธการรับแจ้งความเกี่ยวกับท่านเปรมอยู่เบื้องหลังการรัฐประหารแล้ว....กระบวนการยุติธรรมจึงไม่ได้รับการพิสูจน์!!
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #14 เมื่อ: 24-07-2007, 11:26 »

หลักฐาน + สำนวนที่ใช้ในการแจ้งความกล่าวหาบุคคล
สามารถใช้อ้างโดยบุคคลภายนอกว่า "ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น" ได้แล้วหรือ ?

ถ้าใช้ตรรกเช่นนี้  ทักษิณ  ชินวัตรและบริวารย่อม "ผิดทุกคดี" เพราะ "ถือเป็นข้อเท็จจริง" ได้
ไม่ว่าจะเป็นดคีที่ดินรัชดา ฯ
หรือคดีอื่น ๆ ที่กำลังจะตามมาในอนาคต


คิดดี ๆ
คุณกำลังใช้สิ่งที่ทักษิิณ  ชินวัตรและบริวารอ้างเพื่อไม่ยอมรับ เป็นวิธีให้อีกฝ่ายยอมรับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-07-2007, 11:39 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #15 เมื่อ: 24-07-2007, 11:36 »

การไปแจ้งความกล่าวหาบุคคล
ก็ถือว่า "ข้อเม็จจริงเป็นเช่นนั้น" ได้แล้วหรือ ?


ถ้าใช้ตรรกเช่นนี้  ทักษิณ  ชินวัตรและบริวารย่อม "ผิดทุกคดี" เพราะ "ถือเป็นข้อเท็จจริง" ได้
ไม่ว่าจะเป็นดคีที่ดินรัชดา ฯ
หรือคดีอื่น ๆ ที่กำลังจะตามมาในอนาคต


คิดดี ๆ
คุณกำลังใช้ "สิ่งที่ทักษิิณ  ชินวัตร" และบริวารอ้างเพื่อไม่ยอมรับเป็นวิธีให้อีกฝ่ายยอมรับ


การที่ตำรวจรับแจ้งความถือเป็นการเปิดโปกาสให้ได้มีการพิสูจน์ในชั้นอัยการและศาล ซึ่งกรณี คตส. ที่ใช้อำนาจทั้ง2ดังกล่าวดำเนินการกับตระกูลชินวัตรกำลังถูกสังคมโลกมองว่าใช้หลักนิติธรรมหรือไม่!?!


ในขณะที่กรณีป๋าเปรม...ตำรวจไม่รับแจ้ง  กระบวนการยุติธรรมจึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้


ข้อเท็จจริงในความต่างของ 2 กรณีจึงปรากฎเช่นนี้!!
บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #16 เมื่อ: 24-07-2007, 11:44 »

เท่าที่ประมวลมา คิดว่าที่ต้องเป็น ป๋าเปรม เพราะ ถ้าหากไปก่อจลาจลที่
บ้านสนธิ บ้านสุรยุทธิ์ หรือกองทัพบก มันไม่มีผลอะไรมากมาย อย่างที่ต้องการ
แต่ถ้าเป็น พล.อ.เปรม ซึ่งมีคนรัก การเบนเป้ามา ก็คาดหมายว่า จะให้กลุ่ม
คนที่รักป๋า ออกมาปะทะกัน เพื่อเิพิ่มดีกรีของความรุนแรง อย่างที่ต้องการ
เพราะการชุมนุม อย่างที่เห็นกันว่า จุดไม่ติด ต้องจ้างคนมาชุมนุมกัน จนเบี้ยว
เงินเบี้ยวทอง เมื่อเอาประชาชนมาเป็นพวกไม่ได้ ก็ดึงประชาชนให้เป็นฝ่าย
ตรงกันข้าม ให้เข้าปะทะ เพื่อเพิ่มความรุนแรง ที่เป็นความต้องการของฝ่าย
นปก.
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #17 เมื่อ: 24-07-2007, 11:48 »


การที่ตำรวจรับแจ้งความถือเป็นการเปิดโปกาสให้ได้มีการพิสูจน์ในชั้นอัยการและศาล ซึ่งกรณี คตส. ที่ใช้อำนาจทั้ง2ดังกล่าวดำเนินการกับตระกูลชินวัตรกำลังถูกสังคมโลกมองว่าใช้หลักนิติธรรมหรือไม่!?!


ในขณะที่กรณีป๋าเปรม...ตำรวจไม่รับแจ้ง  กระบวนการยุติธรรมจึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้


ข้อเท็จจริงในความต่างของ 2 กรณีจึงปรากฎเช่นนี้!!



ไม่ใช่
การที่ตำรวจไม่รับแจ้งความเป็นดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่
อาจจะด้วยเห็นว่า "สำนวน + หลักฐานอ่อน  ไม่มีความน่าเชื่อถือ"

หากใช้ "ความเข้าใจไปเอง" ว่า "การที่ตำรวจรับแจ้งความถือเป็นการเปิดโปกาสให้ได้มีการพิสูจน์ในชั้นอัยการและศาล" ไปเสียหมดทุกเรื่อง
เช่นนีแล้วก็จะเกิดการฟ้องกลั่นแกล้ง ( ซึ่งบรรดาทนายหน้าหอในสังกัด "ชินวัตร" ชำนาญมาก ) หรือ "ฟ้องแก้เกี้ยว" หรือ "ฟ้องมั่ว" ไปได้ทั้งหมด
...การปล่อยให้เกิด "เหตุการฟ้องกันอุตลุต" นี้ไม่เป็นการยุติธรรมแน่  สำหรับบุคคลธรรมดาผู้ต้องเอาเวลาไปทำมาหากิน  ไม่มีเงินจ้างทนายมาหาเรื่องชาวบ้านและไม่มีเงินจ้างไอ้พวกว่างงานมาเป็นพยานเท็จ

แล้วที่ผ่าน ๆ มา "คนของทักษิณ" ฟ้องแก้เกี้ยว - แกล้งฟ้อง บุคคลอื่นไปแล้วกี่ครั้งกี่หน ?


พวกคุณไม่ได้ "ต้องการความยุติธรรม" จากรัฐหรือสังคม
แต่พวกคุณ - พวกบริวารของทักษิณ  ชินวัตร เคยชินเป็นสันดานกับการ "ใช้กระบวนการทางยุติธรรมในการบีบบังคับใจให้ฝ่ายตรงข้ามยอมจำนน" หรือ "หน่วงเวลาเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง" มากกว่า
บันทึกการเข้า

สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #18 เมื่อ: 24-07-2007, 13:41 »

ก็ต้องดูพฤติกรรมที่ทำมาในอดีต นับตั้งแต่เดินสายไปทั่วประเทศบอกเป็นนัยว่าทหารไม่จำเป็นต้องมองว่ารัฐบาลทักษิณเป็นเจ้านาย (มีที่ไหนในโลกนี้บ้างที่กองทัพไม่ขึ้นกับรัฐบาล!?!)  หรือการให้สัมภาษณ์เชิงกล่าวร้ายคุณทักษิณว่าโกง  หรือเหตุการณ์ที่ชัดเจนก็คือ การนำเหล่าทหารเข้าเฝ้าในคืนที่ 19 ก.ย. 2549 ที่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเป็นคนที่นำเข้าเฝ้า และท่านเปรมก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการสักครั้งเดียวว่าไม่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารดังกล่าว

นปก. คงไม่บ้าหรืออยากเสียเวลาที่จะไปก่อศัตรูกับใครที่ทรงอิทธิพลขนาดนั้น หากไม่มีข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อได้ว่าท่านเป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว!!


ไอ้ควา่ยชาติหมา สันดาลสถุน ลูกกระหรี่ บุตรแมงดา พ่อตาโสเภณี

พลเอกเปรมไม่เคยบอกให้ทหารไม่ต้องมองว่ารัฐบาลทักษิณเป็นเจ้านาย

เปรมบอกว่า ทหารเป็นเหมือนม้า รัฐเป็นเหมือนจ๊อกกี้

และคนเปรียบเทียบเรื่องนี้คนแรก คือ ในหลวง

ตอนนั้นท่านเปรียบเทียบข้าราชการกับรัฐบาล ให้ ป๋าเติ้งฟัง


มรึงนี้รู้เหี้นอะไรบ้างว่ััะ แก่จะตายห่า อยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #19 เมื่อ: 24-07-2007, 13:52 »

เท่าที่ประมวลมา คิดว่าที่ต้องเป็น ป๋าเปรม เพราะ ถ้าหากไปก่อจลาจลที่
บ้านสนธิ บ้านสุรยุทธิ์ หรือกองทัพบก มันไม่มีผลอะไรมากมาย อย่างที่ต้องการ
แต่ถ้าเป็น พล.อ.เปรม ซึ่งมีคนรัก การเบนเป้ามา ก็คาดหมายว่า จะให้กลุ่ม
คนที่รักป๋า ออกมาปะทะกัน เพื่อเิพิ่มดีกรีของความรุนแรง อย่างที่ต้องการ
เพราะการชุมนุม อย่างที่เห็นกันว่า จุดไม่ติด ต้องจ้างคนมาชุมนุมกัน จนเบี้ยว
เงินเบี้ยวทอง เมื่อเอาประชาชนมาเป็นพวกไม่ได้ ก็ดึงประชาชนให้เป็นฝ่าย
ตรงกันข้าม ให้เข้าปะทะ เพื่อเพิ่มความรุนแรง ที่เป็นความต้องการของฝ่าย
นปก.


ถ้าตรรกะดังกล่าวจริง....ท้าวฯขอซักค้านว่า ทำไม นปก. ไม่จัดชุมนุมที่สวนลุมฯในเช้าวันที่ 22 ที่ผ่านมาชนกับงานของแป๊ะลิ้มเอ่ย!?!
บันทึกการเข้า
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #20 เมื่อ: 24-07-2007, 13:54 »

กลัวโดนตีน คนมั๊ง

มีแค่ไม่กี่พันไปทำซ่าส์

โดนตีนลูบหน้ากลับมาร้องเอ๋งแน่ๆ


เหมือนควายในบอร์ดนี้บางตัวที่มันเปลี่ยนชื่อไปเกินห้าครั้งแล้วนั่นแหละ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #21 เมื่อ: 24-07-2007, 14:05 »


ไม่ใช่
การที่ตำรวจไม่รับแจ้งความเป็นดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่
อาจจะด้วยเห็นว่า "สำนวน + หลักฐานอ่อน  ไม่มีความน่าเชื่อถือ"

หากใช้ "ความเข้าใจไปเอง" ว่า "การที่ตำรวจรับแจ้งความถือเป็นการเปิดโปกาสให้ได้มีการพิสูจน์ในชั้นอัยการและศาล" ไปเสียหมดทุกเรื่อง
เช่นนีแล้วก็จะเกิดการฟ้องกลั่นแกล้ง ( ซึ่งบรรดาทนายหน้าหอในสังกัด "ชินวัตร" ชำนาญมาก ) หรือ "ฟ้องแก้เกี้ยว" หรือ "ฟ้องมั่ว" ไปได้ทั้งหมด
...การปล่อยให้เกิด "เหตุการฟ้องกันอุตลุต" นี้ไม่เป็นการยุติธรรมแน่  สำหรับบุคคลธรรมดาผู้ต้องเอาเวลาไปทำมาหากิน  ไม่มีเงินจ้างทนายมาหาเรื่องชาวบ้านและไม่มีเงินจ้างไอ้พวกว่างงานมาเป็นพยานเท็จ

แล้วที่ผ่าน ๆ มา "คนของทักษิณ" ฟ้องแก้เกี้ยว - แกล้งฟ้อง บุคคลอื่นไปแล้วกี่ครั้งกี่หน ?


พวกคุณไม่ได้ "ต้องการความยุติธรรม" จากรัฐหรือสังคม
แต่พวกคุณ - พวกบริวารของทักษิณ  ชินวัตร เคยชินเป็นสันดานกับการ "ใช้กระบวนการทางยุติธรรมในการบีบบังคับใจให้ฝ่ายตรงข้ามยอมจำนน" หรือ "หน่วงเวลาเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง" มากกว่า


คนอย่างเสรีนี่มีหน้าที่หรือแย่งงานของสถานีตำรวจเชียวหรือ? แค่เค้าไปยื่นแจ้งความที่สถานีตำรวจ...แต่คนที่เป็นหัวหน้าใหญ่กลับพูดเองเสร็จสรรพว่าไม่รับแจ้งความ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูหลักฐานสักชิ้น!!!
บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #22 เมื่อ: 24-07-2007, 14:09 »


ถ้าตรรกะดังกล่าวจริง....ท้าวฯขอซักค้านว่า ทำไม นปก. ไม่จัดชุมนุมที่สวนลุมฯในเช้าวันที่ 22 ที่ผ่านมาชนกับงานของแป๊ะลิ้มเอ่ย!?!

เพราะยังไม่โง่มากนะสิ เพราะถ้าทำแบบนั้ัน จะเป็นฝายรุกเข้าไปชน
แต่ถ้าทำแบบนี้ จะทำให้คนรักป๋า เป็นฝ่ายบุก ซึ่งดูเสมือนว่า จะเป็น
ความชอบธรรมของพวก นปก. ถ้าโดนฝ่ายตรงข้าม ทำ mob ขึ้นมา
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #23 เมื่อ: 24-07-2007, 14:10 »

คนอย่างเสรีนี่มีหน้าที่หรือแย่งงานของสถานีตำรวจเชียวหรือ? แค่เค้าไปยื่นแจ้งความที่สถานีตำรวจ...แต่คนที่เป็นหัวหน้าใหญ่กลับพูดเองเสร็จสรรพว่าไม่รับแจ้งความ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูหลักฐานสักชิ้น!!!


ใช่ครับ เหมือนสมัยเหลี่ยมเปี๊ยบ
นายตำรวจชอบออกมายืนยันบอกว่าไม่ผิด โดยที่ไม่ได้ดูหลักฐานซักชิ้น
ภายหลังไม่รู้ว่าทำไมที่บอกว่าไม่ผิดกลับส่งฟ้องไปซะอย่างนั้น
นายตำรวจแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะครับ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #24 เมื่อ: 24-07-2007, 14:16 »

เพราะยังไม่โง่มากนะสิ เพราะถ้าทำแบบนั้ัน จะเป็นฝายรุกเข้าไปชน
แต่ถ้าทำแบบนี้ จะทำให้คนรักป๋า เป็นฝ่ายบุก ซึ่งดูเสมือนว่า จะเป็น
ความชอบธรรมของพวก นปก. ถ้าโดนฝ่ายตรงข้าม ทำ mob ขึ้นมา


คิดมากไปป่าว!!  คนที่จะร่วมชุมนุมกับกลุ่มไหนย่อมมีความรักศรัทธาสุดโต่ง อยู่ๆจะทำให้คนที่มีความคิดกลางๆเข้าร่วมชุมนุมนั้น...ยากส์  ตอนนี้เค้ามองไปที่ ตำรวจ/ทหารกันแล้วว่าจะมารังแกผู้บริสุทธิ์อีกไหม?  ม๊อบแป๊ะลิ้ม...ไม่ได้อยู่ในสายตา


ขอโทษ!!
บันทึกการเข้า
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #25 เมื่อ: 24-07-2007, 14:25 »

ม๊ิอบลิิ้มมันชุมนุมมาเป็นปี โดนปิดกั้น สกัดก็เจรจา ผ่านสงบ

ไม่เหมือนม๊อบควาย

ร้องมอๆ ก็เอากันใหญ่


ใช่ไหมจ๊ะ

ว่าแต่คืินนี้จ๊ะ จะไปส่งลูกที่สนามหลวงกี่โมงหล่ะ 
บันทึกการเข้า
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #26 เมื่อ: 24-07-2007, 14:47 »


การที่ตำรวจรับแจ้งความถือเป็นการเปิดโปกาสให้ได้มีการพิสูจน์ในชั้นอัยการและศาล ซึ่งกรณี คตส. ที่ใช้อำนาจทั้ง2ดังกล่าวดำเนินการกับตระกูลชินวัตรกำลังถูกสังคมโลกมองว่าใช้หลักนิติธรรมหรือไม่!?!


ในขณะที่กรณีป๋าเปรม...ตำรวจไม่รับแจ้ง  กระบวนการยุติธรรมจึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้


ข้อเท็จจริงในความต่างของ 2 กรณีจึงปรากฎเช่นนี้!!




แล้ว มันกล้ามาขึ้นศาลไหม อย่ามาอ้างกฎหมายในเมื่อตัวเองกไม่กล้าพิสูจน์
ผมเคยบอกไปแล้ว ว่า อย่ามาอ้าว่า ศาลของทหาร

คำวินิจฉัยจะเป้นตัวตัดสินเองว่า เหมาะหรือไม่เหมาะ เราอ่าสนแล้ว เราฟังแล้ว เราก็ดูได้ รับสารได้ คิดเองได้ ว่าศาลยุติธรรมไหม เพราะในบอกร์ดนี้มีคนที่มีมันสมองค้ดว่าอะไรถูกอะไรผิด ไม่ตะแบง เเต่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมรับเหตุผล เอาแต่แถ กับคำว่า ทหาร ต่อไปเหมือนคุณหรอก
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #27 เมื่อ: 24-07-2007, 14:57 »

แล้ว มันกล้ามาขึ้นศาลไหม อย่ามาอ้างกฎหมายในเมื่อตัวเองกไม่กล้าพิสูจน์
ผมเคยบอกไปแล้ว ว่า อย่ามาอ้าว่า ศาลของทหาร

บันได 4 ขั้นนี่...ท่านเคยได้ยินไหมเอ่ย!?!



คำวินิจฉัยจะเป้นตัวตัดสินเองว่า เหมาะหรือไม่เหมาะ เราอ่าสนแล้ว เราฟังแล้ว เราก็ดูได้ รับสารได้ คิดเองได้ ว่าศาลยุติธรรมไหม เพราะในบอกร์ดนี้มีคนที่มีมันสมองค้ดว่าอะไรถูกอะไรผิด ไม่ตะแบง เเต่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมรับเหตุผล เอาแต่แถ กับคำว่า ทหาร ต่อไปเหมือนคุณหรอก

ศาลก็กลัวตายได้เหมือนกันนี่นา...อย่าลืมซิ!!

บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #28 เมื่อ: 24-07-2007, 15:15 »

คนอย่างเสรีนี่มีหน้าที่หรือแย่งงานของสถานีตำรวจเชียวหรือ? แค่เค้าไปยื่นแจ้งความที่สถานีตำรวจ...แต่คนที่เป็นหัวหน้าใหญ่กลับพูดเองเสร็จสรรพว่าไม่รับแจ้งความ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูหลักฐานสักชิ้น!!!

สถานีตำรวจเป็นตัวอาคาร
ถ้าเสรีไปแย่งงานสถานีตำรวจ 
คุณเสรีคงต้องแบกโต๊ะ - เก้าอี้ั และบรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ไว้ตลอดเวลา


คุณรู้ได้ไงว่า "ไม่ดูหลักฐาน"
คุณอยู่ในเหตุการณ์หรือ ?


การรับแจ้งความหรือไม่รับแจ้งความเป็นไปได้หลายสาเหตุ
เช่น  ถ้าคุณไปแจ้งความว่าทักษิณ  ชินวัตรแอบบมาปั่มปั๊มเมียคุณเมื่อคืน ( 23 กรกฎาคม 2549 )
ถึงจะเอาหลักฐานต่าง ๆ   ไม่ว่าจะเป็นรูปตัดต่อหรือดูดเอาน้ำอสุจิของใครก็ไม่รู้ในช่องคลอดภรรยาคุณออกมาต่อหน้าตำรวจ
...ตำรวจที่ไหนก็ไม่ยินดีรับฟ้อง
เพราะเป็นที่รู้ ๆ กันว่า ขณะนั้นทักษิณกำลังโปรโมทหนังสือตลกโปกฮาอยู่ที่ฮ่องกง

หรือในอีกกรณีหนึ่ง   ถ้าคุณไปแจ้งความว่าให้ปลดพลเรือเอกบรรณวิทย์ออกจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม และถอดยศ พลเรือ อ. ซะด้วย  เนื่องจากสมัยยังเป็นนายร้อย  มีวันหนึ่งท่านเบี้ยว - ไม่ไปทำงาน แอบออกมาตีสนุ้ก ( กรณีสมมติ ) โดยคุณได้นำพาอดีตเจ้าของโต๊ะสนุ้กซึ่งบัดนี้เป็นอัลไซเมอร์มาเป็นพยานบุคคล 
แบบนี้แล้ว  ตำรวจอาจชำเลืองสายตามองหลักฐานสั่ว ๆ ของคุณสักแว้บ
แล้วบอกว่า "ผมไม่มีอำนาจสอบสวน อีกทั้งความน่าเชื่อถือของหลักฐานก็ไม่มี"

คุณลองเอาไปเปรียบเทียบกับเรื่อง ไอ้สั่วที่ดิ้นรนแจ้งความเพื่อปลด พณฯ พลเอกเปรม  เองก็แล้วกัน



บันทึกการเข้า

eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #29 เมื่อ: 24-07-2007, 15:27 »


คิดมากไปป่าว!!  คนที่จะร่วมชุมนุมกับกลุ่มไหนย่อมมีความรักศรัทธาสุดโต่ง อยู่ๆจะทำให้คนที่มีความคิดกลางๆเข้าร่วมชุมนุมนั้น...ยากส์  ตอนนี้เค้ามองไปที่ ตำรวจ/ทหารกันแล้วว่าจะมารังแกผู้บริสุทธิ์อีกไหม?  ม๊อบแป๊ะลิ้ม...ไม่ได้อยู่ในสายตา


ขอโทษ!!


รังแก!!!! ต้ายอกอีแป้นจะแตก.................

เฮ้ย อ้ายคนถูกรังแก ไหงไปร้องรำทำเพลงได้อีก มันเป็นการแสดง
ความดีใจ ที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ได้ชัดๆ ดูรีเพลย์ตอนที่รถพุ่งเข้าชน
นักข่าวกับตำรวจแล้ว เห็นได้ชัดเจนว่า ใครรังแกใคร

แถมด้วยคำสัมพากย์จากชาวบ้านแถวนั้น ที่บอกว่า คนลงมือก่อน
คือพวก นปก. ดูได้จาก สยามเช้านี้ วันจันทร์
http://www.tv5.co.th/2007/siam_tv5/

ทั้งภาพทั้งเสียง ชัดเจน ขณะที่ นปก. มีแต่ภาพนิ่ง ไม่เห็นแม้แต่
ตอนนี้เจ้าหน้าที่เงื้อกระบองตีด้วยซ้ำ
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #30 เมื่อ: 24-07-2007, 15:28 »

แล้ว มันกล้ามาขึ้นศาลไหม อย่ามาอ้างกฎหมายในเมื่อตัวเองกไม่กล้าพิสูจน์
ผมเคยบอกไปแล้ว ว่า อย่ามาอ้าว่า ศาลของทหาร

บันได 4 ขั้นนี่...ท่านเคยได้ยินไหมเอ่ย!?!



คำวินิจฉัยจะเป้นตัวตัดสินเองว่า เหมาะหรือไม่เหมาะ เราอ่าสนแล้ว เราฟังแล้ว เราก็ดูได้ รับสารได้ คิดเองได้ ว่าศาลยุติธรรมไหม เพราะในบอกร์ดนี้มีคนที่มีมันสมองค้ดว่าอะไรถูกอะไรผิด ไม่ตะแบง เเต่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมรับเหตุผล เอาแต่แถ กับคำว่า ทหาร ต่อไปเหมือนคุณหรอก

ศาลก็กลัวตายได้เหมือนกันนี่นา...อย่าลืมซิ


1. บันไดขั้นไหนระบุว่า "ต้องเอาตัวทักษิณ  ชินวัตรเข้าคุก ?

2. หมายถึง ศาล รธน. ที่ตัดสินกรณี "ซุกหุ้น ภาค 1" ใช่ไหม ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-07-2007, 15:30 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

Priateľ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #31 เมื่อ: 24-07-2007, 15:40 »

ผมมีความรู้สึกว่า หลายๆประเด็นมันเริ่มจาก "น้ำผึ้งหยดเดียว" กรณีกระทู้เรื่อง ทำไมต้องพลเอกเปรม นี้ ผมมองหลายๆเรื่องก็เช่นนั้น

การไล่พลเอกเปรมของพวกนปก. ผมมองว่านี่คือปลายเหตุ สาเหตุการไล่ที่แท้จริง ผมก็มองว่าไม่ใช่เรื่องของอมาตยาธิปไตย หรือเรื่องผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ

ผมขอเสนอทฤษฏีอันน่าภาคภูมิใจของผมว่า ความขัดแย้งของคุณทักษิณและคณะต่อพลเอกเปรม นั้นมาจากความเข้าใจผิด ประมาณวัวสันหลังว่ะ หรือไม่ก็คิดว่าอีกฝ่ายนั้นเขาตีวัวกระทบคราด ด่าวัวกระทบควาย พอฝ่ายไม่พอใจออกมาล้งเล้งว่าว่าฉันนี่หว่า อีกฝ่ายก็เลยโมโหเพราะฉันไม่ได้ว่านะเฮ้ย ตอบโต้ไปตอบโต้มา สุดท้ายเลยซัดกันนัว ลืมไปว่าเริ่มต้นมันคืออะไร

ดังนั้นผมจะเสนอหลักฐานชิ้นสำคัญสำคัญมากๆให้อ่านกัน อย่าหาว่าผม flood นะ

(คือจะหาเรื่องแปะน่ะครับ  )
บันทึกการเข้า

If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.

ก๊อปมาจากหนัง Indecent proposal
Priateľ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #32 เมื่อ: 24-07-2007, 15:42 »

http://cddweb.cdd.go.th/saiburi/word%20by%20word.htm

8 กพ. 49
“คำต่อคำ” ของ ‘รัฐบุรุษ’ กับ “14 แนวทางพระราชดำริบริหารบ้านเมือง” ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. 

            มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จัดสัมมนาทางวิชาการ “การบริหารจัดการภาครัฐตามแนวทางพระราชดำริเพื่อประเทศไทยในอนาคต”
โดย ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เป็นองค์ปาฐกแสดงปาฐกถาเรื่อง “แนวทางพระราชดำริสู่การบริหารจัดการภาครัฐ” โดยมีคณาจารย์และนักศึกษาปริญญาเอกเข้าร่วมงานสัมมนากันอย่างคับคั่ง และฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กล่าวว่า พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้แก่พสกนิกรของพระองค์ทรงคุณค่ามหาศาล และตัว ฯพณฯ พล.อ.เปรม รู้สึกดีใจที่ขณะนี้พวกเราคนไทยทุกระดับพูดกันถึงเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมกันมาก คำกล่าวของฯพณฯ พลเอก เปรม เป็นอย่างไร
 “ไลฟ์ ออน แคมปัส – ออนไลน์” ขอนำมาเผยแพร่แบบ “คำต่อคำ” ให้ได้ศึกษากัน .....
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          ... เรียนอธิการบดี และผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมขอขอบคุณ ที่ระลึกถึงกัน และชวนผมมาพูดกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในวันนี้ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนี้ ไม่ว่าจะระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ถือว่าเป็นปัญญาชน เป็นกำลังสำคัญของชาติ และมีบทบาทสำคัญในการกำหนด อนาคตของบ้านเมืองของเรา เป็นพลังประชาธิปไตยที่ชาติกำลังเฝ้ามองด้วยความหวัง ผมหวังว่านักศึกษาทั้งหลายจะสำนึกรู้ถึงความสำคัญของตนเอง และจะไม่ทำให้คนที่เขาเฝ้ามองผิดหวัง

               หัวข้อปาฐกถาที่อธิการบดีกรุณากำหนดให้ เป็นหัวข้อที่มีความสำคัญและลึกซึ้งมาก พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้แก่พสกนิกรของพระองค์ นับตั้งแต่เสวยราชย์จนจะครบ 60 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ มีเป็นจำนวนมาก พวกเราทั้งหลาย คณะบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ สมาชิกรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ นักธุรกิจสาขาต่างๆ บัณฑิตทั้งหลายที่จบจากสถาบันต่างๆ ต่างก็ได้ฟัง ได้ยิน มาโดยต่อเนื่อง
มีคนเป็นจำนวนมากที่รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมไปปฏิบัติ มีคนจำนวนมากที่เข้าใจชัดเจน มีจำนวนน้อยที่เข้าใจไม่ชัดเจน และบางคนก็ไม่เข้าใจเลย แต่ถ้าพวกเราทั้งหลายจะพิจารณาให้ลึกซึ้งถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหล่านั้น ล้วนทรงคุณค่ามหาศาล มีประโยชน์อย่างยิ่ง และมีลักษณะสำคัญยิ่งประการหนึ่ง
 ลักษณะสำคัญยิ่งประการนั้นก็คือ ทรงยึดหลักการที่สอดคล้องกันมาโดยตลอด หลักการที่ผมพูดถึงก็คือ ทรงย้ำเตือนให้ผู้รับผิดชอบ ในการบริหารชาติบ้านเมืองทุกระดับ นำไปตรึกตรอง พิจารณา และปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และเพื่อความมั่นคงของชาติ
 แนวพระราชดำริที่ผมเชิญมาเล่าให้พวกเราทั้งหลายฟังในวันนี้ ผมได้พยายามรวบรวมเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการบริหาร ได้พยายามรวบรวมให้ครบถ้วนมากที่สุด แต่อย่างไรก็ย่อมขาดไปบ้าง ผมมีความภูมิใจจริงๆ ที่ท่านทั้งหลายสนใจในการนำเอาพระราชดำริมาพูดกัน เพราะว่าพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นสิ่งบริสุทธิ์ สะอาด และศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดรับไปปฏิบัติย่อมเป็นมงคลแก่ชีวิต เป็นเกราะป้องกันความเสื่อมเสีย
ขอเรียนว่า การปฏิบัติตามแนวพระราชดำริที่พระราชทานลงมาทั้งหมด ยากมาก ผู้ใดสามารถปฏิบัติได้ครบถ้วน ต้องได้รับการยกย่องสรรเสริญ เพราะผู้ที่จะปฏิบัติได้ครบถ้วน จะต้องเป็นคนที่สะอาด มีความเพียร เพียบด้วยคุณธรรมและจริยธรรมสมบูรณ์ แต่พวกเราไม่ต้องท้อถอย เพราะแม้แต่จะยากลำบากสักเพียงใด พวกเราก็สามารถปฏิบัติได้
ผมดีใจที่ขณะนี้พวกเราคนไทยทุกระดับพูดกันถึงเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมกันมาก ซึ่งเราไม่ค่อยพูดถึงกันมามากนักในสมัยก่อนๆ นี้ ความเก่ง ความฉลาด เป็นเรื่องที่ดี แต่ความเก่ง ความฉลาดที่ไม่มีคุณธรรม ไม่มีจริยธรรม ไม่น่าจะดี
พวกเราทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้ ล้วนเป็นนักการศึกษา เป็นนักศึกษา พวกเราทั้งหลายรู้ดีอยู่แก่ใจว่าการศึกษานี้คือการสอนวิธีทำคนให้เป็นคนดี สอนให้เป็นคนที่รู้จักเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน การศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ นอกตำรา หรือจากประสบการณ์ชีวิต ย่อมเป็นประโยชน์ทั้งนั้น การนำแนวพระราชดำริมาศึกษาก็เช่นเดียวกัน ผู้ปฏิบัติตามย่อมต้องเป็นคนดี เป็นคนมีประโยชน์ เป็นคนที่ชาติต้องการ
การเชิญแนวพระราชดำริมาเล่าสู่ให้พวกเราฟังในวันนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐนั้น ย่อมกระทบต่อการบริหารของภาครัฐระดับต่างๆ บ้าง ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมขอยืนยันว่า ผมมิได้มีเจตนาจะตำหนิใคร ไม่มีเจตนาจะตำหนิองค์กร องค์การใด ถ้ามีใคร คณะใด ฟังแล้วไม่ชอบใจก็ต้องขออภัย
แนวพระราชดำริ เท่าที่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่ารวบรวมมามากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อจะนำมาใช้กับหัวข้อที่ท่านอธิการกรุณากำหนดให้มาพูดในวันนี้ คือเกี่ยวกับการบริหารจัดการภาครัฐนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ผมรวบรวมได้ มีอยู่ 14 ประการ

ข้อที่ 1 มีพระราชดำริว่า การบริหารจะต้องเป็นการบริหารเพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อความเจริญของประเทศ และเพื่อความผาสุกของประชาชน การบริหารจะต้องไม่นำเอาประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ของญาติพี่น้อง ประโยชน์ของบริวารเข้ามาเกี่ยวข้อง
พวกเราทั้งหลายคงจะจำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ว่า ทรงมีรับสั่งว่า “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นพระราชปณิธานที่ทรงดำรงไว้ได้อย่างมั่นคง ผมเข้าใจว่า ธรรมที่ทรงรับสั่งนั้น ย่อมหมายถึงทั้งธรรม คือคุณความดี และความยุติธรรม

ข้อ 2 ท่านรับสั่งว่า จะต้องบริหารด้วยความสามัคคี ทรงเน้นและทรงเห็นว่า ความสามัคคีปรองดอง จะนำไปสู่ความร่วมมือและความเข้มแข็ง ทำให้งานบรรลุผลสำเร็จ
ผมมีความเห็น ผมขอเน้นว่า ผมมีความเห็นว่า ผู้บริหารทุกระดับจะต้องรู้จักรักษาความสามัคคีในหน่วยงาน ในชาติของเรา ผู้บริหารจะต้องรู้จักกำหนดนโยบาย ซึ่งสมัยนี้เรียกกันว่า “ยุทธศาสตร์” ผู้บริหารจะต้องรู้จักกำหนดมาตรการเพื่อให้บรรลุนโยบายหรือยุทธศาสตร์นั้นๆ จะต้องเข้าใจว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างไม่ใช่ความขัดแย้ง ไม่ใช่ความขัดขืน
ผู้บริหารที่ดีต้องยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น ให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีส่วนร่วม เพราะพวกเราทุกคน หรือส่วนใหญ่ของพวกเรา ต่างก็มีความปราถนาดีต่อหน่วยงานและต่อชาติบ้านเมืองด้วยกัน

ข้อ 3 จะต้องบริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ท่านรับสั่งว่า ต้องซื่อสัตย์สุจริต ทั้งในความคิด การพูด และการกระทำ ยังทรงเน้นในเรื่องนี้อยู่เสมอๆ
ผมขอให้ความเห็นเป็นส่วนตัว เป็นการขยายความว่า ผู้บริหารนอกจากจะต้องซื่อสัตย์สุจริตแล้ว จำต้องดูแลคนรอบข้างตัวเราให้ซื่อสัตย์สุจริตด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริหารจำต้องเพิ่มเติมคำว่า “เสียสละ” และ “จงรักภักดี” เข้าไปด้วย

ในบ้านเมืองของเราปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในการบริหารภาครัฐ ถ้าจะมาพูดกันก็พูดได้ยาวมาก พูดได้นานมาก พูดกันได้เหมือนเรื่องสนุกสนาน แต่เรื่องที่เราไม่ค่อยจะพูดถึงกันบ่อยนัก ก็คือเราไม่ค่อยพูดว่า การทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นการบั่นทอนประสิทธิภาพในการบริหาร และลดความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อผู้บริหารและหน่วยงานของรัฐ

ข้อ 4 จะต้องเป็นการบริหารที่ถูกต้อง คือถูกต้องตามกฎหมาย ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ มีความเที่ยงธรรม เที่ยงตรง มีประสิทธิภาพ และให้ประสิทธิผลสูง
ความเห็นส่วนตัวของผม ผมเห็นว่า ผู้บริหารต้องมีมาตรฐานเดียว เสมอหน้ากัน ทั่วถึงกัน ต้องไม่มีหลายมาตรฐาน หรือไม่มีมาตรฐานเลย หรือใช้มาตรฐานตามอารมณ์ มาตรฐานตามกิเลส พระเจ้าอยู่หัว ทรงย้ำเตือนอยู่เสมอว่า ความสุจริตและความถูกต้องเป็นของคู่กัน

ข้อ 5 จะต้องเป็นการบริหารที่มีเอกภาพ มีการประสานงาน มีการประสานประโยชน์ระหว่างหน่วยงาน
พระราชดำรินี้ชัดเจน และเข้าใจง่าย แต่โดยข้อเท็จจริง หน่วยงานภาครัฐค่อนข้างละเลยจนกลายเป็นอุปสรรคที่ไม่มีในตำรา บางทีก็กลายเป็นการแข่งขันหรือกลายเป็นการแก่งแย่งกันเองระหว่างหน่วยงานต่างๆ

ข้อ 6 จะต้องบริหารด้วยความเพียร อย่างต่อเนื่อง ดุจเช่นพระมหาชนก ผู้บริหารต้องไม่กลัวลำบาก ไม่กลัวเหนื่อย ดำรงความมุ่งหมายอย่างกล้าหาญ กล้าเผชิญอุปสรรค และอดทนต่อความยากลำบาก
ผมเองเห็นว่า ผู้บริหารต้องมีความเพียรพยายาม โดยไม่คำนึงว่าตนจะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ อย่างไร มุ่งแต่ความสำเร็จของการบริหาร และผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

ข้อ 7 ผู้บริหารจะต้องไม่หวาดกลัวต่ออิทธิพลใดๆ และต้องอยู่คนละฝ่ายกับความไม่ถูกต้อง
ผมเห็นว่า ผู้บริหารต้องหนักแน่น สงบนิ่ง และสง่างาม ในบ้านเมืองของเรา ผู้บริหารมักจะเผชิญกับการเรียกร้องและความกดดันของกลุ่มอิทธิพล หรือผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม หรือเพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์และความต้องการของกลุ่ม กรณีเช่นนี้ ผู้บริหารจะต้องเลือกเอาเองว่าจะยืนหยัด หนักแน่น รับใช้ประชาชน หรือจะรับใช้กลุ่มอิทธิพล

ข้อ 8 ผู้บริหารจะต้องศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง อย่างลึกซึ้ง อย่างกว้างขวาง ทั้งทางลึกและทางกว้าง พระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำเตือนให้ทุกคนตื่นตัว สนใจการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาวิชาการอยู่ตลอดเวลา
ผมมีความเห็นว่า ผู้บริหารต้องเปิดใจกว้าง มีความบริสุทธิ์ ซื่อตรงต่อวิชาชีพ วิชาการ ที่กล่าวเช่นนั้นมิได้หมายความว่าให้ผู้บริหารยึดติดกับตำรา ยึดติดกับทฤษฎี แต่ผู้บริหารจะต้องสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารจะต้องเป็นมืออาชีพ รู้จริง ทำได้จริง และแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ รู้จักหน้าที่ชัดเจน รู้จักใช้คน รู้จักวางคนให้เหมาะสมกับงาน โดยไม่ลำเอียง

พวกเราทั้งหลายคงจะทราบอยู่แก่ใจว่า ผู้บริหารของเราเรียนจบจากต่างประเทศมาเป็นจำนวนมาก แต่ละประเทศสอนไม่เหมือนกัน เรื่องนี้ในบางอาชีพ เช่น นักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริหารต่างเรียนกันมาคนละตำรา คนละระบบ ทำให้เกิดความเห็นขัดแย้งกัน กรณีเช่นนี้ ผู้บริหารจึงจำต้องปรึกษาหารือกัน หาแนวทางที่หน่วยงานจะได้รับประโยชน์สูงสุด เหมาะสม และมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นประโยชน์กับประเทศเรามากที่สุด

ข้อ 9 ผู้บริหารจะต้องมีความสำนึกในความรับผิดชอบ และเห็นความสำคัญของงาน ความรับผิดชอบหมายรวมถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุตามผลที่กำหนด
ผมขอแสดงความเห็นส่วนตัวว่า ถ้าผู้บริหารไม่ตั้งใจจริง แสดงว่าไม่ต้องการรับผิดชอบ ในทางกลับกัน เมื่อผู้บริหารเห็นความสำคัญของงาน ก็ย่อมนำไปสู่ความรับผิดชอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งว่า การเห็นความสำคัญของงาน ความสำนึกในความรับผิดชอบ และความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นสิ่งที่ต้องทำพร้อมและควบคู่กันไป

ข้อ 10 ผู้บริหารจะต้องรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและฉลาด มีความถูกต้องเหมาะสม ทรงย้ำเตือนให้ทุกคน ทุกระดับ ทุกสาขาอาชีพ เข้าใจชัดเจนถึงความสำคัญยิ่งของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานทฤษฎีใหม่ที่เราได้ยินชินหูว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นการชี้แนวทางดำเนินชีวิตใหม่ที่ให้พวกเราสามารถพออยู่พอกิน ทำให้เกิดความสมดุลในการดำรงชีพอย่างประหยัดและฉลาด

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี้ มีหลายภาคส่วนที่ไม่เข้าใจชัดเจน ผมขอแนะนำว่า พวกเราจะต้องศึกษา ทำความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงให้ถ่องแท้ แน่นอน และจริงจัง จะได้นำไปสอน ไปใช้ ไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ และจะเชื่อโดยไม่มีข้อสงสัยว่า ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน มีค่ามหาศาลยิ่ง และสามารถนำไปใช้ ไปปรับใช้ได้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปัจเจกชน จนถึงระดับชาติ นำไปใช้ได้ทุกสาขา ทุกเรื่อง ไม่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ แต่สามารถนำไปใช้กับเรื่องการศึกษา เรื่องวัฒนธรรม และเรื่องอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกเรื่อง

ข้อ 11 ผู้บริหารต้องมีสติ มีปัญญา สามารถพิจารณาปัญหาต่างๆ ได้กว้างไกล รอบคอบ ทุกแง่ทุกมุม
ส่วนตัวผม ผมเห็นว่าผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ มีความทันสมัย ทันเหตุการณ์ทั่วโลก โดยเฉพาะในสาขาอาชีพของตน ยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงมาก สูงแค่ไหนก็ตาม จำเป็นต้องรอบรู้ ต้องตามทันเหตุการณ์ ต้องสามารถแยกแยะความเปลี่ยนแปลงที่ดีและไม่ดีออกจากกันได้โดยชัดเจน

ข้อ 12 ผู้บริหารจะต้องแน่วแน่ที่จะแก้ไขในสิ่งผิด
อันนี้ทุกคนคงได้ยิน ผมเชิญมาจากเพลงพระราชนิพนธ์ ผมเห็นว่า ผู้บริหารต้องกล้าที่จะรับผิด กล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ผิด และมีความแน่วแน่ที่จะแก้ไข การบริหารย่อมผิดพลาดได้ แม้จะรอบคอบและระมัดระวังแล้ว เพราะฉะนั้นการแก้ไขสิ่งที่ผิดจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าละอาย การทำชั่ว ประพฤติชั่ว ต่างหากที่น่าละอาย

ข้อ 13 ผู้บริหารจะต้องบริหารแบบปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ข้อนี้ก็มาจากเพลงพระราชนิพนธ์เช่นเดียวกัน ผมเดาว่า ทรงหมายถึงการไม่โอ้อวด มุ่งแต่ผลงาน ไม่หวังคำชมเชย ภูมิใจจากความสำเร็จ

ข้อ 14 ผู้บริหารทุกระดับที่มีผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหารต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
ข้อนี้ ผมยืนยันกับพวกเราได้ เพราะผมถือปฏิบัติมาโดยตลอดชีวิต และได้ผลน่าชื่นใจมาก

ผู้มีเกียรติครับ โปรดสังเกตให้ดีว่า พระราชดำริที่ผมเชิญมาเล่าให้ฟังนี้ เป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ส่วนใดที่เป็นความเห็นของผม ผมจะบอกไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นโปรดอย่าได้นำไปปะปนกัน

การพูดของผมก็ควรจะจบลงแค่นี้ เพราะได้นำเชิญพระราชดำริมาบอกกับพวกเราแล้ว แต่เห็นว่าวันนี้ผมได้มาพูดกับนักการศึกษา นักศึกษา ของสถาบันที่มีความเกี่ยวข้อง ก็ขอต่อไปอีกนิดหน่อยคือ เมื่อวันที่ 16 มกราคม ศกนี้เอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุณาเชิญผมไปพูดเรื่องสร้างอนาคตของประเทศด้วยการศึกษา จากฐานรากปรัชญาพอเพียง โปรดสังเกตคำว่า “ปรัชญาพอเพียง” ซึ่งทาง มศว ได้นำไปใช้ และก็เชิญผมไป เขาชวนผมไปพูด ผมจะเว้น ไม่ลงไปในรายละเอียดเรื่องปรัชญาพอเพียง
แต่เพียงจะชี้ให้เห็นคำว่า ที่ผมกล่าวถึงเมื่อกี้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น มันไม่ได้ใช้อยู่ในเฉพาะวงเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้นำไปใช้ในเรื่องของการศึกษา เรียกว่าปรัชญาพอเพียง
ในวันนั้น ที่ มศว ผู้ฟังก็คือผู้แทนผู้บริหารมหาวิทยาลัย 50 แห่ง พวกท่านทั้งหลายคงทราบดี มหาวิทยาลัย 50 แห่งนี้ ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้ไปสรรหา หรือว่าจะเรียกคำอย่างอื่นก็ได้ ให้ไปพิจารณาหลักสูตร 5 ปี สำหรับผลิตครูให้แก่ชาติบ้านเมืองของเรา 50 มหาวิทยาลัย ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยสวนดุสิตก็คงเป็น 1 ใน 50 นั้น
มีเรื่องสำคัญประการหนึ่ง มีภารกิจสำคัญประการหนึ่งที่ 50 มหาวิทยาลัยนั้น จะต้องตอบคำถาม หรือว่าจะต้องสร้างขึ้นมาให้ได้ คือการผลิตครูต้นแบบ ผมได้ยินและผมก็ไม่เข้าใจว่าครูต้นแบบคืออย่างไร ก็ได้ขอความรู้จากบรรดาท่านทั้งหลายที่พบกัน ว่าครูต้นแบบนั้นมีบรรทัดฐานอย่างไร ตั้งแต่ก่อนนี้ เราไม่มีครูต้นแบบหรืออย่างไร ถ้าไม่มีครูต้นแบบ แล้วจะเรียกครูแต่ก่อนโน้นว่าอย่างไร จนป่านนี้ผมก็ยังไม่ได้รับคำตอบว่าครูต้นแบบ ที่จะผลิตกันนั้นหน้าตาอย่างไร

               ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ก็เพราะว่า ผมสนใจเรื่องครูมาก นานหลายปีมาแล้วครับ ผมได้เคยคุยกับผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ สมัยโครงสร้างเดิม ไม่ใช่สมัยโครงสร้างเดี๋ยวนี้ ขณะนั้นคุณหญิงกษมา ยังเป็นอธิบดีกรมสามัญศึกษา ดร.ประพัฒน์พงษ์ ยังเป็นอธิบดีกรมวิชาการ คุยกันในเรื่องครู ผมก็เรียนท่านผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการที่นั่งคุยด้วยกัน ว่า ครู ตามความรู้สึกนึกคิดของผม มี 2 ประเภท คือ ครูอาชีพ
ประเภทที่ 1 ผมเรียกว่าครูอาชีพ ผมหมายถึงว่าครูที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู มีความรักการเป็นครูอยู่ในสายเลือด รักและห่วงใยศิษย์ประดุจลูกหลานทุกลมหายใน รักสถาบัน เสียสละเวลาส่วนตัวให้แก่ศิษย์ ให้แก่สถาบันด้วยความเต็มใจ เข้าใจ และภูมิใจ ครูอาชีพจะมีความเป็นมืออาชีพอยู่ในตัวของครูอาชีพ คือ รอบรู้จริง รู้ครบถ้วน ในสาขาวิชาที่รับผิดชอบ และใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
ส่วนครูอีกประเภทหนึ่ง ผมใช้ว่า อาชีพครู คือครูที่รับราชการเพื่อรับเงินเดือนอย่างเดียว สอนไปตามหน้าที่ ไม่สนใจเด็ก ไม่สนใจผลสัมฤทธิ์ นอกเวลาราชการก็ไปทำอย่างอื่น หรือแม้แต่ในเวลาราชการก็ไปทำอย่างอื่น บางทีก็ไปทำในสิ่งที่ไม่ดี แล้วส่วนใหญ่ก็จะไม่มีความเป็นมืออาชีพ
ที่ผมนำมาเล่าให้ฟังนี้เป็นของแถม ถ้าเห็นว่าไม่มีประโยชน์ เสียเวลา ผมก็ขอโทษด้วย

               ก่อนจะจบนะครับ ท่านอธิการครับ ผู้มีเกียรติทั้งหลายครับ มีเรื่องหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับการพูดในวันนี้ของผม แต่ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ก็อยากมาเล่าให้ฟัง เพราะว่าผมมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครได้ยินมาก่อน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่เดี๋ยวนี้อยู่ที่มูลนิธิชัยพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้คุณสุเมธไปจดลิขสิทธิ์กังหันชัยพัฒนา ในพระนาม ในแบบขอลิขสิทธิ์ มีอยู่ช่องหนึ่ง ต้องกรอกอาชีพของผู้ขอ ดร.สุเมธ ก็ไม่สามารถจะกรอกได้ เพราะไม่ทราบว่าจะเขียนอย่างไร เมื่อกลับไป จึงไปกราบบังคมทูลฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกระแสว่า อาชีพของพระองค์ท่าน คือ ทำราชการ   ผมคิดว่าคงไม่ค่อยมีใครได้ยินมาก่อน  ก็มาเล่าให้ฟังเป็นความรู้ เพื่อจะได้อะไรก็ตาม แล้วแต่ครับ

               อธิการบดีครับ ผมขออนุญาตยุติการบรรยายแต่เพียงแค่นี้ ผมหวังว่าการบรรยายของผมจะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีเกียรติทั้งหลายบ้าง ขอขอบคุณอธิการบดีอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมากครับ...
 
บันทึกการเข้า

If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.

ก๊อปมาจากหนัง Indecent proposal
Priateľ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #33 เมื่อ: 24-07-2007, 15:45 »

http://webboard.mthai.com/5/2006-02-10/197094_1.html


รายการ “เช้าวันนี้...ที่เมืองไทย” ทางช่อง 5 เช้าวันที่ 9 ก.พ. นายสมัคร สุนทรเวช และนายดุสิต ศิริวรรณ สองผู้ดำเนินรายการ กล่าวตำหนิองคมนตรีที่ลาออกจากสมาคมศิษย์เก่าจุฬาฯ และประธานองคมนตรีที่ออมาพูดเรื่องกระแสพระราชดำรัส

นายสมัคร กล่าวว่า นายพลากร สุวรรณรัฐ นั้นเป็นถึงองคมนตรี การที่มาลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษากิตติศักดิ์สมาคมนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในขณะที่มีคนกำลังออกมาขับไล่นายกรัฐมนตรีนั้น ถือเป็นเหยื่อของพวกหนังสือพิมพ์         

ขณะที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษก็ออกมาปาฐกถาเรื่องการแนะนำผู้บริหารในเรื่อง “การบริหารจัดการภาครัฐตามแนวทางพระราชดำริเพื่อประเทศไทยในอนาคต” ก็ตกเป็นเหยื่อของสื่อสารมวลชนเช่นกัน

“การที่องคมนตรี 2 ท่านออกมาแสดงออกเช่นนี้ถือว่ากระทบนายกรัฐมนตรี ทำไมต้องไปเอากับเค้าด้วย บ้านเมืองกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ทำแบบนี้ทำไม เพราะทำให้ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมอยากถามว่าแบบนี้ถือว่าเป็นการเลือกข้างใช่มั้ย เพราะถ้าท่านไม่ทำอะไร อยู่เฉยๆ ก็ได้ อย่างนี้เป็นเหยื่อของไอ้พวกสื่อสารมวลชน” นายสมัคร กล่าว
       
 คำต่อคำ : สมัคร-ดุสิต

สมัคร - ดูหนังสือพิมพ์พาดหัว “ป๋าเปรมเตือนสติผู้นำ” มีโปรยว่า ยึดมั่นพระราชดำรัส14 ข้อ คือ ทั้งหมดก็อ่านกันใหญ่ทั้ง 14 ข้อ ส่วนไทยโพสต์ บอกว่า “พลากร อายแทนร่างทรง-  ลาออกจากสมาคมนิติเก่าจุฬา” ผมอยากจะออกความเห็นสั้น ๆ  แต่ต้องออกความเห็นว่า เขากำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน มีไอ้คนหนึ่งกำลังมาไล่นายกรัฐมนตรีให้ออกจากตำแหน่ง ปรากฎว่า สมาคมนิสิตเก่า จุฬา เขาก็กระทบกระทั่งกัน มีใครรู้บ้างว่า คุณพลากร ท่านองคมนตรีพลากร ท่านเป็นศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ เขาก็รู้กันในหมู่ท่าน สมมติถ้าท่านเฉย ๆ ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับเขา ก็ไม่เป็นปัญหา แต่ท่านลาออกจากสมาคม เวลานี้ก็กลายเป็นเหยื่อเลย “พลากรอายแทนร่างทรง” เห็นมั้ยฮะ ท่านอยู่ใกล้ใครฮะ ใกล้พระเจ้าอยู่หัว เห็นมั้ยฮะ ตำแหน่งท่านเป็นองคมนตรีน่ะ ผมไม่ได้ว่าอะไรท่านน่ะ ความเคลื่อนไหวของท่านเนี่ย ท่านออกมาทำอย่างนี้ เป็นเหยื่อของนสพ. เพราะนสพ.เขาแปลเสร็จเลยว่า พลากรอายแทนร่างทรง  ท่านพล.อ.เปรมก็รับเชิญปาฐกถา ปริญญาเอกที่ในมหาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทั้งหมด 14 ข้อ คือ เมื่อประมาณปีก่อน คุณเปรม... ท่านองคมนตรีปาถกฐถา ก็ไม่เป็นปัญหา รออีก 3 เดือนมาปาฐกถา ก็ไม่เป็นปัญหา แต่นี่เขากำลังล่อกัน กำลังจะขับไล่นายกฯ ออกจากตำแหน่ง ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีไอ้นั้นแล้วน่ะ ท่านประธานองคมนตรีมาปาฐกถา เขาก็เอาเป็นเหยื่อเลย มาอ่าน 14 ข้อ (พระราชดำรัส) พออ่านมาแล้ว แปลว่า กระทบใคร กระทบนายกรัฐมนตรี
 ดุสิต  - คุณสมัครไม่คิดมากหรือ
 สมัคร - คิดมากเลย คิดมากเลย เรื่องนี้ ผมคิดเลยว่า ทำไม ทำไม ถึงจะต้อง.... ผมไม่อยากบอกว่า เอากับเขาด้วย บ้านเมืองกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน กำลังจะล่อไม่ล่ออยู่เนี่ย องคมนตรีสองท่านออกมาแสดงอย่างนี้ ทำไม ท่านจะสุจริตใจยังไงก็เรื่องของท่าน สุดแท้แต่ แต่การที่ทำอย่างนี้ นสพ.พาดหัวว่า พลากรอายแทนร่างทรง แปลว่า ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว ถูกไหม เห็นมั้ยฮะ เพราะว่า สมาคมศิษย์เก่า เขากระทบกระทั่งกันในปัจจุบัน ฮ่า... แปลว่าไง แปลว่า ท่านเลือกข้างใช่ไหม หรือเปล่า
 ดุสิต - คุณสมัครกำลังจะบอกว่า ถูกเอาไปเป็นเหยื่อ
 สมัคร - เสียของ... อยู่ดีๆ แหม คือ ท่านไม่ต้องทำอะไร เฉย ๆ แล้วใครจะว่าอะไร แล้วใครจะไปเดือดร้อนกับท่าน แล้วท่านรับไปปาฐกถา เรื่องนี้ อบรมใครหล่ะ ... อบรมคนเป็นผู้นำแปลว่า ไง ผมจะถามทำไมไม่อบรมคนอย่างสนธิหล่ะ
 ดุสิต -  ไม่ ...ท่านก็หมายถึงคนที่เป็นผู้นำองค์กรชุมชนต่าง ๆ หรือเปล่า
 สมัคร - เขากำลังสู้กัน ฟัดกัน ไอ้บ้านั้นก็ท้าแหยง ๆอยู่นั้น
 ดุสิต - ผมพูดตรง ๆ ในความเห็นผมน่ะ น่าจะยกประโยชน์ให้ท่านว่า ท่านพูดเป็นการทั่วไป ส่วนใครจะไปตีความอย่างไร ก็เป็นเรื่องของคนตีความ ก็รับผิดชอบกันไป
 สมัคร - ก็ผมบอกแล้วไง ก็ท่านพูด ท่านไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก แต่เป็นเหยื่อไหม เป็นเหยื่อของสังคมเวลานี้ เป็นเหยื่อของไอ้สื่อสารมวลชนเวลานี้ไหม
 ดุสิต -คุณสมัครก็ต้องตำหนิสื่อสารมวลชน
 สมัคร - ต้องตำหนิ หรือไม่ตำหนิ ผมไม่รู้ แต่ผมต้องพูดเรื่องนี้ เพราะอะไรไหม คนอ่านเขาก็แปลว่า องคมนตรีน่ะ ทำไม ทำไมองคมนตรีต้องเคลื่อนไหวเวลานี้ ต้องทำอะไร ทำไม ตอนนี้มันไม่ต้องเลือกว่าอยู่ข้างไหน เรื่องนี้ ผมจะบอกให้ คนเขาเชิญ เขาไม่รู้ว่า ท่านจะพูดอะไร แต่ท่านรู้ว่าท่านต้องพูดอย่างไง แล้วเวลานี้เขากำลังล่อกันแหยง ๆ ๆ ท่านก็มาอบรมนายกรัฐมนตรี
 ดุสิต - คุณสมัครแปลความอย่างนั้น แต่ท่านก็อาจจะปฏิเสธว่า พูดเป็นการทั่วไป
 สมัคร- แล้วท่านพูดทำไม เวลานี้
 ดุสิต - แหม
 สมัคร - ปัทโธ่... ผมใช้สิทธิ เสรีภาพ ตามที่ประชาชนในระบอบประชาธิปไตย พึงจะต้องทำ ผมปรารถนาดี เพราะความเคลื่อนไหวของสองท่านนี้ อยู่ใกล้พระเจ้าอยู่หัว ขอให้ท่านคิดดูหน่อยเถอะ ก่อนที่จะมาต่อว่าผม ลองคิดดูว่า มันควรหรือไม่ เวลานี้ มันควรหรือไม่ควร นายกรัฐมนตรีถูกไอ้นั่นเย่อ แหยง ๆๆๆ ก็ท้าไปโน้น ท้าไปนี่ ท้าออกทีวี ท้ากันไปท้ากันมา ถ้าบอกว่า เป็นมวย ถ้าบอกว่า เป็นมวย มันก็เป็นมวยคนละรุ่น  ก็พยายามมาท้า สถานะพื้นฐานของคน ผมพูดได้เต็มปากว่า มันไม่เท่าเทียมกัน เป็นคนเหมือนกัน เท่านั้นเอง ท่านนายกฯ ต้องไม่ไปยุ่ง ไม่ไปตอแย ท่านนายกฯ ก็ทำดี ดีอย่างไร รู้มั้ย คือ เชื้อเชิญหมด หนังสือพิมพ์ก็ประโคมเรื่องท้ากันใหญ่ แล้วนายกรัฐมนตรีก็ยังไงไหม ก็แหยไป


''สมัคร''จวกซ้ำในรายการวิทยุเอฟเอ็ม105

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ดำเนินรายการ "ข้อเท็จจริงวันนี้" ที่เผยแพร่ทางสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ เอฟเอ็ม 105 เมกะเฮริทซ์ ในช่วงบ่ายได้แสดงความเห็นวิจารณ์พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษอย่างรุนแรงอีกครั้ง

นายสมัครกล่าวว่าตอนนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อยู่ในวังวน ประชาชนก็ถูกดึงว่าอย่าออกไป เพราะกลัวว่าจะตกไปเป็นเหยื่อ แต่ตนมองว่าควรออกไปแสดงพลัง เพราะนายกฯ กำลังถูกด่าข้างเดียว แต่วานนี้(8ก.พ.)มีคนโผล่ออกมาสั่งสอนนายกฯ 14 ข้อ ตนยืนยันว่าไม่ไหว เพราะมันผิดกาลเทศะ และธรรมเนียม


“ทำไมปาฐกถาตำหนินายกฯ ทุกคนที่จะพูดต้องรู้ว่า ใครเสียรังวัด และเสียหาย ตอนนี้เขากำลังขับไล่นายกฯ กันอยู่ ดันปาฐกถาเรื่องนี้ออกมามันไหวหรือไม่ ทำแบบนี้แสดงว่า นายกฯประพฤติตัวใช้ไม่ได้ เพราะตอนนี้กำลังด่ากันอยู่ แต่คนใหญ่คนโตมีสถานะในบ้านเมืองออกมาปาฐกถาตำหนินายกฯ ได้อย่างไร ลองคิดดูว่าทำไมผมจึงออกมาพูด หากเป็นท่านผู้ฟังจะพูดไหม หากท่านไม่พูด ผมก็จะพูดเพื่อบ้านเมืองของผม นายกฯไม่ได้เป็นเจ้าพระเดชพระคุณของผม หากนายกฯ ประพฤติไม่ดีผมก็จะตำหนินายกฯเช่นกัน ตอนนี้นายกฯบอกว่าจะเปิดใจกว้าง เชิญชวน ให้พูดจากัน ผมมองว่านายกฯไม่ต้องทำดีขนาดนั้น ไม่ต้องเปิดใจ ใครก็ไม่ว่า เพราะฝ่ายนั้นมันด่าแบบสาดเสีย เทเสีย แบบนี้ก็ปล่อยให้มันว่าเข้าไป เดี๋ยวคดีก็ไปถึงชั้นศาล พวกมันด่าโครมๆ ตั้งแต่หัวค่ำยันสว่าง แต่นายกฯ กลับทำตัวเป็นคนดี เปิดโอกาสให้เข้าพบได้ทุกเมื่อนั้น นายกฯ อย่าหาเรื่องเป็นคนดีเลย ไอ้คนนั้น(นายสนธิ ลิ้มทองกุล)มันเป็นใครมาจากไหน ขอให้ไปตรวจสอบกันหน่อย นายกฯ จะลดตัวไปเทียบเคียงไม่ได้”นายสมัครกล่าว


นายสมัคร กล่าวต่อว่า คนที่พูดพระราชดำริ 14 ข้อ และคนที่ลาออกไปเมื่อวันที่7ก.พ.(นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมตรีที่ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ทำไมออกมาแสดงในช่วงนี้ มันเป็นการเข้าข้างฝ่ายนั้น รัฐบาลกำลังร่อแร่ ดันออกมาปาฐกถาตำหนิแบบนี้ไม่ไหว 14 ข้อนั้นเอามาจากไหน ตนไปดูมาข้อที่ 13 ,14 เอามาจากเพลง มันไม่ถูกต้องที่ทำแบบนี้มันผิดกาลเทศะ จะทำเมื่อใดก็สุดแล้วแต่ หากเลือกตั้งใหม่แล้วออกมาปาฐกถาเรื่องนี้เพื่อรับนายกฯ คนใหม่ยังพอไหว แต่ตอนนี้มันกำลังขับไล่นายกฯ กลับออกมาปาฐกถาตำหนินายกฯ


นายสมัครกล่าวว่า อย่างไรก็เสียตนก็มองว่าไม่ถูกต้อง ชั่ว ดี ถี่ ห่าง ก็ต้องไปตรวจสอบกันในชั้นศาลวันนี้ตนต้องพูดและแสดงความเห็นอย่างไม่ยั้ง เพราะตนใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ตนเห็นว่า หากเป็นแบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับบ้านเมือง และไม่ยุติธรรมกับคนที่มีปัญหาอยู่ เมื่อนำไปใส่ตาชั่งแล้ว ไอ้เวรคนนั้น(นายสนธิ )ไม่มีใครพูดถึงเลย สื่อไปกันหมดแล้ว สรรเสริญคนแบบนี้หมด ตนเคยเป็นรัฐมนตรีเมื่อปี 2528 ตนเดือดร้อนกับไอ้คนๆนี้ ที่มาด่าว่าที่นายกฯในตอนนั้น ว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ และไอ้คนนั้น มันยังเสนอชื่อนายกฯ คนใหม่ และ ครม.ชุดใหม่ออกมาตลอด


นายสมัครกล่าวว่า ขอชี้แจงว่าในตอนนั้นเป็นสิทธิ์ตามประชาธิปไตย เพราะมีการเลือกตั้งแต่ในตอนนั้นเราหาคนที่จะเป็นนายกฯไม่ได้ จึงเชิญคนกลางเข้ามาเป็นนายกฯ ตามที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ วันนั้นตนถือว่า ไอ้คนๆนั้นมันมาขับไล่นายกฯของตน ทำแบบนี้ไหวหรือไม่ เผลอไปแป๊บเดียวผ่านมา 21 ปีแล้ว ทำไมมาลืมกันง่ายแบบนี้ ไม่มีใครแตะต้อง ไอ้คนๆนั้นเลย


กรุงเทพธุรกิจ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-07-2007, 15:47 โดย Checkmate Rook » บันทึกการเข้า

If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.

ก๊อปมาจากหนัง Indecent proposal
Priateľ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #34 เมื่อ: 24-07-2007, 15:51 »

ตอนนี้ก็หมดแค่นี้ครับ

ขอโทษครับ ผมไม่ได้ย่อ อาจยาว ซึ่งก็ยาวจริงๆ แต่ผมกำลังมองว่า สถานการณ์การเลือกข้างนั้น มันโดนกำหนดโดยผู้ที่จริงๆแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

สุดท้ายเมื่อสร้างสมมติฐานว่ามีการเลือกเข้าง เมื่อสร้างสถานการณ์ให้มีการเลือกข้าง กลไกมันก็ขับเคลื่อนของมันเองโดยที่ผู้สตาร์ทเริ่มต้นไม่ต้องทำอะไรกับมันต่อจากนั้น

พลเอกเปรม สุดท้ายจะเลือกข้างหรือไม่ ผมไม่บังอาจให้ความเห็นนะวันนี้ แต่ ณ วันนั้น หากให้ทางเลือกกับเขาสักหน่อย อาจไม่ได้มีวันนี้ (?)
บันทึกการเข้า

If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.

ก๊อปมาจากหนัง Indecent proposal
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: 24-07-2007, 16:07 »

ถ้าพูดเรื่อง หมัก-จืด..

ใครจำได้มันมีอยู่ช่วง..ที่มันเอารัสปูตินเข้ามาเกี่ยวโยงกะเรื่องนี้ด้วย..

เอามาเพิ่อช่วบทบทวนความจำเพราะใครหลายๆนก็อาจจะลืมไปแล้ว

ข่าวประกอบ...

"สมัคร" ปากดีทันทีหลังรายงานตัวได้เป็น ส.ว.ชัวร์แล้ว เริ่มบทบาทได้สมราคาว่าที่ประธานวุฒิสภาของไทยรักไทยทันที ยอมเสี่ยงแอ่นอกปกป้อง “แม้ว” สุดชีวิต ยุ กกต.ให้อยู่ต่อ บอกถ้าไม่ออก “มีพ่อแม่ใครเดือดร้อนบ้าง” ไล่ฟัดดะสื่อ-พันธมิตรฯ ระบุ ชอบแส่ปลุกระดมให้บ้านเมืองบรรลัย
       
       วันนี้ (10 พ.ค.) ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 14.00 น.นายสมัคร สุนทรเวช ส.ว.กทม.ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารายงานตัวต่อวุฒิสภา ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังถูกกดดันให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ว่า อยากถามว่าทำไมต้องกดดัน กกต.มีความผิดอะไรร้ายแรงหนักหนาทำตัวยิ่งกว่าศาลอีก แต่คนที่ควรกดดันแต่ไม่มีใครสนใจ คนที่มีอำนาจมากกว่าศาลมีอยู่ในบ้านเมืองนี้หรือไม่ ศาลยังไม่กล้าไปสั่งให้ กกต.ลาออก แต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บอกว่า กกต.ต้องลาออก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีเล่นการเมืองอีกไม่ได้ ทำไมบ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้
       
       “ผมไม่ได้เข้าข้าง กกต.แต่สื่อมวลชนชอบแส่ไปถามคนนั้นคนนี้ ขนาดอาจารย์อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ยังมาด่า กกต.ที่กรุงเทพฯ เป็นการมารุมกินโต๊ะเขา มันผิดอะไรกันหนักหนา อย่างสถานีวิทยุเพื่อความมั่นคงของกองทัพบก มันมั่นคงกับผีอะไร ทำไมถึงปล่อยให้มีการปลุกระดมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เช้ายันค่ำ กระแทกแดกดันรัฐบาล สื่อทำไมไม่ไปคุ้ยแคะเบื้องลึกเบื้องหลังพวกนั้นบ้าง” นายสมัคร กล่าว
       
       นายสมัคร ยังกล่าวอย่างมีอารมณ์อีกว่า อัดอั้นมานาน 3 เดือนแล้ว และไม่อยู่ในฐานะที่พูดได้และไม่เคยให้สัมภาษณ์ แต่วันนี้ต้องขอพูดให้คนในบ้านเมืองนี้ได้รู้บ้าง มันก็มีคนอัดอั้นคันปากแต่ไม่ออกมาพูด วันนี้ผมขอพูดแทน มันอะไรกันหนักหนาถึงปลุกระดมกันทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่มีใครพูดเรื่องในทางดีเลย ร้ายกันทั้งนั้น ขนาดศาลรัฐธรรมนูญตัดสินมาก็สั่นกันดิก ๆๆ แต่ดูคำวินิจฉัยกลางแล้วมีอะไร ก็บอกให้ออกพระราชกฤษฎีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันมันก็แค่นั้น แต่สื่อออกคำถามแบบถามนำตลอดโดยเฉพาะคลื่น 94 ตัวร้ายเลย
       
       เมื่อถามว่า กกต.ควรจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า มันมีบทลงโทษด้วยเหรอ คุณไปดูบทลงโทษสิมันว่ายังไง ถ้าบอกหันคูหาออกข้างนอกจะต้องติดคุกติดตะรางหรือไม่
       
        เมื่อถามว่า เรื่องการลาออกเป็นเรื่องของจริยธรรม นายสมัคร กล่าวว่า เรื่องจิตสำนึกมันใช้กันมาก จิตสำนึกนั้นใช้กับเฉพาะกับพวกที่ปลุกระดมมันเกลียด ทำไมไม่ไปถามจิตสำนึกของพวกที่มาปลุกระดมบ้าง และที่บอกว่า ต้นเหตุอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จนเขาพล่ามกันไปทั้งเมืองแล้ว แต่ผมจะบอกให้ว่าต้นเหตุอยู่ที่พวกปลุกระดมไม่เห็นมีใครพูดถึงเลย ไปเกรงกลัวอะไรมัน คนเขากันทำงานกันดีๆ มันมาปลุกระดม และข่าวทุกข่าวก็ไม่พูดไปในทางที่ดี รวมหัวกันหมดเล่นนายกฯมาที ตอนนี้ก็มาเล่น กกต.ทำไมสื่อถึงเป็นอย่างนี้ บ้านเมืองมันแย่ ผมกลั้นใจรอมาสามเดือน ตอนนี้ผมกำลังอ่านหนังสือเรื่องรัสปูติน และศึกษาพฤติกรรมของรัสปูตินอยู่

 http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=4932
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #36 เมื่อ: 24-07-2007, 16:16 »

ตอนนี้ก็หมดแค่นี้ครับ

ขอโทษครับ ผมไม่ได้ย่อ อาจยาว ซึ่งก็ยาวจริงๆ แต่ผมกำลังมองว่า สถานการณ์การเลือกข้างนั้น มันโดนกำหนดโดยผู้ที่จริงๆแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

สุดท้ายเมื่อสร้างสมมติฐานว่ามีการเลือกเข้าง เมื่อสร้างสถานการณ์ให้มีการเลือกข้าง กลไกมันก็ขับเคลื่อนของมันเองโดยที่ผู้สตาร์ทเริ่มต้นไม่ต้องทำอะไรกับมันต่อจากนั้น

พลเอกเปรม สุดท้ายจะเลือกข้างหรือไม่ ผมไม่บังอาจให้ความเห็นนะวันนี้ แต่ ณ วันนั้น หากให้ทางเลือกกับเขาสักหน่อย อาจไม่ได้มีวันนี้ (?)


สถานการณ์เลือกข้าง
"ประเทศต้องมีเพียง 2 พรรค - 2 ฝ่าย" ( แบบอเมริกา - อังกฤษ )
เป็นผลมาจากแนวคิดพื้นฐานตาม  รธน.ปี 2540

บ้านเมืองแตกแยกเป็น 2 ฝักฝ่าย
"ต้องเลือกข้าง - ต้องเข้าพวก"
ล้วนเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญฉบับ "บ้าตามฝรั่ง" ปี 2540

บันทึกการเข้า

irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #37 เมื่อ: 24-07-2007, 16:52 »

 

คิดตามคุณ Checkmate-Rook แล้วคิดตาม

ตกลงว่า ป๋าหมักโกรธอะไร ทักกี้ซักอย่าง เช่น ทักกี้กดเงินเดือน หรือดูแลไม่ดี

ส่วนกับป๋า  สมัครแกไม่ชอบมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

เห็นเหตุการณ์ คนมองทักษิณเป็นตัวโกงอยู่แล้ว เลยจับคู่ชนซะเลย

แทนที่จะช่วยแก้ว่าทักษิณ ทำผิดแต่เพียงน้อยนิดน่ารักน่าให้อภัย

ดันบอกว่า ใหญ่แค่ไหนก็ห้ามทักกี้โกงไม่ได้

บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #38 เมื่อ: 24-07-2007, 17:22 »

ไม่รู้ว่ากลุ่มคนวันเสาร์ถวายฎีกาถอดถอนป๋าไปรึยัง

ถ้าถวายไปแล้วยังออกมาไล่ด่ากันแบบนี้มันก็ไม่เหมาะ

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Doss
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


เมื่อ ยาม ทำตัวเป็นโจร สิบปีเจอกันที


เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 26-07-2007, 08:15 »

"แต่องคมนตรีไม่ได้เป็นที่ปรึกษาของคนอื่น  เป็นที่ปรึกษาของฝ่ายพระมหากษัตริย์เท่านั้น
ไม่ใช่ว่าต้องไปแนะนำคนอื่น ถ้าแนะนำคนอื่น เป็นการแนะนำเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ฐานะองคมนตรี"

พระราชดำรัส
พระราชทานแก่คณะองคมนตรีในโอกาสที่เสด็จฯ ไปทรงเปิดทำเนียบองคมนตรี
20 มกราคม 2547


บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #40 เมื่อ: 26-07-2007, 09:08 »


1. บันไดขั้นไหนระบุว่า "ต้องเอาตัวทักษิณ  ชินวัตรเข้าคุก ?

2. หมายถึง ศาล รธน. ที่ตัดสินกรณี "ซุกหุ้น ภาค 1" ใช่ไหม ?

1 ในเหตุผล 4 ข้อในการทำรัฐประหารก็คือ การบอกว่ารัฐบาลทักษิณคอรัปชั่น ส่วนบันได 4 ขั้นมีดังนี้ "ประธาน คมช.กล่าวด้วยว่า เรื่องของบันได 4 ขั้นที่พูดถึงทั้งเรื่องการยุบพรรคการเมือง คดีทุจริต การทำให้พรรคการเมืองแตกสลาย การลงประชามติรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งที่ได้บรรยายกับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะถือได้ว่าเดือนธันวาคมจะทำให้กรณีบันได 4 ขั้นเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ว่า แต่ทั้งหมดต้องเป็นไปตามขั้นตอน จึงเรียกร้องให้ข้าราชการอย่าใส่เกียร์ว่าง"
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #41 เมื่อ: 26-07-2007, 09:14 »

1 ในเหตุผล 4 ข้อในการทำรัฐประหารก็คือ การบอกว่ารัฐบาลทักษิณคอรัปชั่น ส่วนบันได 4 ขั้นมีดังนี้ "ประธาน คมช.กล่าวด้วยว่า เรื่องของบันได 4 ขั้นที่พูดถึงทั้งเรื่องการยุบพรรคการเมือง คดีทุจริต การทำให้พรรคการเมืองแตกสลาย การลงประชามติรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งที่ได้บรรยายกับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะถือได้ว่าเดือนธันวาคมจะทำให้กรณีบันได 4 ขั้นเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ว่า แต่ทั้งหมดต้องเป็นไปตามขั้นตอน จึงเรียกร้องให้ข้าราชการอย่าใส่เกียร์ว่าง"

แสดงว่า'จ๊ะ มั่วอีกตามเคย
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #42 เมื่อ: 26-07-2007, 09:20 »

แสดงว่า'จ๊ะ มั่วอีกตามเคย



มั่วตรงไหนหล่ะท่าน? โปรดชี้แจงเยี่ยงปัญญาชนด้วยเถิด
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #43 เมื่อ: 26-07-2007, 09:21 »

"แต่องคมนตรีไม่ได้เป็นที่ปรึกษาของคนอื่น  เป็นที่ปรึกษาของฝ่ายพระมหากษัตริย์เท่านั้น
ไม่ใช่ว่าต้องไปแนะนำคนอื่น ถ้าแนะนำคนอื่น เป็นการแนะนำเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ฐานะองคมนตรี"

พระราชดำรัส
พระราชทานแก่คณะองคมนตรีในโอกาสที่เสด็จฯ ไปทรงเปิดทำเนียบองคมนตรี
20 มกราคม 2547





เช่นนี้แล้ว  ย่อมแสดงว่า กลุ่ม นปก.มีเจตนาท้าทาย "พระราชอำนาจ" จริง
เนื่องจากได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อให้ "บุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี" เสื่อมเสีย โดยมีเป้าหมายให้ "ถึงขนาด" ไม่อาจอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ 

ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า ห้าก "บุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี" ให้คำแนะนำใด ๆ แก่คนอื่น  ย่อมถือเป็นการแนะนำอันเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ในฐานะองคมนตรี

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-07-2007, 09:34 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #44 เมื่อ: 26-07-2007, 09:28 »


นี่คือคำถามของ qazwsx

1. บันไดขั้นไหนระบุว่า "ต้องเอาตัวทักษิณ  ชินวัตรเข้าคุก ?
2. หมายถึง ศาล รธน. ที่ตัดสินกรณี "ซุกหุ้น ภาค 1" ใช่ไหม ?



นี่คือคำตอบ ( ของ'จ๊ะ )

1 ในเหตุผล 4 ข้อในการทำรัฐประหารก็คือ การบอกว่ารัฐบาลทักษิณคอรัปชั่น ส่วนบันได 4 ขั้นมีดังนี้ "ประธาน คมช.กล่าวด้วยว่า เรื่องของบันได 4 ขั้นที่พูดถึงทั้งเรื่องการยุบพรรคการเมือง คดีทุจริต การทำให้พรรคการเมืองแตกสลาย การลงประชามติรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งที่ได้บรรยายกับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะถือได้ว่าเดือนธันวาคมจะทำให้กรณีบันได 4 ขั้นเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ว่า แต่ทั้งหมดต้องเป็นไปตามขั้นตอน จึงเรียกร้องให้ข้าราชการอย่าใส่เกียร์ว่าง"


ทำให้ qazwsx ต้องเตือนสติ'จ๊ะ ว่า
แสดงว่า'จ๊ะ มั่วอีกตามเคย


ซึ่ง 'จ๊ะ ก็ยืนยันความดักดาน ( Stupid ) และไม่รู้สึกไม่รู้สา ( Ignorance ) ดังนี้
มั่วตรงไหนหล่ะท่าน? โปรดชี้แจงเยี่ยงปัญญาชนด้วยเถิด




ส่งสัยผม "ถามไม่ตรงคำตอบ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-07-2007, 09:30 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #45 เมื่อ: 26-07-2007, 09:46 »


ทำให้ qazwsx ต้องเตือนสติ'จ๊ะ ว่า
แสดงว่า'จ๊ะ มั่วอีกตามเคย


ซึ่ง 'จ๊ะ ก็ยืนยันความดักดาน ( Stupid ) และไม่รู้สึกไม่รู้สา ( Ignorance ) ดังนี้
มั่วตรงไหนหล่ะท่าน? โปรดชี้แจงเยี่ยงปัญญาชนด้วยเถิด


ส่งสัยผม "ถามไม่ตรงคำตอบ"



ทั้งๆที่ท้าวฯง๊งงงสุดๆว่ามันพูดเรื่องไรหว่า แต่ก็จะพยายามลองตอบล่ะกานนนน



1. บันไดขั้นไหนระบุว่า "ต้องเอาตัวทักษิณ  ชินวัตรเข้าคุก ?

ตอบ: การพยายามจับทักษิณเข้าคุกอยู่ในเหตุผลการทำรัฐประหารว่าด้วยเรื่องการกล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณคอรัปชั่น ซึ่งเป็น 1 ใน บัดได 4 ขั้นว่าด้วยเรื่องคดีทุจริตตามที่quoteคำให้สัมภาษณ์ของบิ๊กบังข้างบนไงท่าน


2. หมายถึง ศาล รธน. ที่ตัดสินกรณี "ซุกหุ้น ภาค 1" ใช่ไหม ?

ตอบ: คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรธน.ล่าสุดที่ยุบพรรคทรท.ไงท่านที่เป็น 1 ในบันได 4 ขั้นตามที่quoteคำให้สัมภาษณ์ของบิ๊กบังข้างบนไง
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #46 เมื่อ: 26-07-2007, 10:01 »


ทั้งๆที่ท้าวฯง๊งงงสุดๆว่ามันพูดเรื่องไรหว่า แต่ก็จะพยายามลองตอบล่ะกานนนน



1. บันไดขั้นไหนระบุว่า "ต้องเอาตัวทักษิณ  ชินวัตรเข้าคุก ?

ตอบ: การพยายามจับทักษิณเข้าคุกอยู่ในเหตุผลการทำรัฐประหารว่าด้วยเรื่องการกล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณคอรัปชั่น ซึ่งเป็น 1 ใน บัดได 4 ขั้นว่าด้วยเรื่องคดีทุจริตตามที่quoteคำให้สัมภาษณ์ของบิ๊กบังข้างบนไงท่าน


2. หมายถึง ศาล รธน. ที่ตัดสินกรณี "ซุกหุ้น ภาค 1" ใช่ไหม ?

ตอบ: คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรธน.ล่าสุดที่ยุบพรรคทรท.ไงท่านที่เป็น 1 ในบันได 4 ขั้นตามที่quoteคำให้สัมภาษณ์ของบิ๊กบังข้างบนไง


คุณตอบไม่ตรงคำถาม

1. ผมถามว่า "ขั้นไหน" ?
การตอบของคุณ "มั่ว" แบบพยายาม "ลาก + แถ" เอามาเกี่ยวข้องกันให้ได้
ลักษณะเดียวกับคำตอบของหมาป่าในนิทานหมาป่ากับลูกแกะ

ทักษิณจะเข้าคุกหรือไม่  เป็นเรื่องของ "ความผิดที่ทักษิณกระทำ" โดยมีการตั้งคณะบุคคลเพื่อรวบรวมหลักฐานและทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ ( กระทำการแทนรัฐ ) ผ่านทางระบบยุติธรรม <<< นี่ความ "ความจริง"

2. ผมถามว่า " 'จ๊ะหมายถึง ศาล รธน. ที่ตัดสินกรณีซุกหุ้น ภาค 1 ใช่ไหม ที่กลัวตาย ?
แค่ตอบว่า "ใช่ - ไม่ใช่" ก็พอ

เปรียบเทียบ
ถ้ามีใครถามว่า "นาย XXXX ( ชื่อ ) คือบิดาของ 'จ๊ะ ใช่หรือไม่ ?"
'จ๊ะก็ตอบไปเพียงว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่"
เพราะถ้ายืดยาดรำพัน ชักแม่น้ำทั้งห้า ที่นาทั้งหก
คนที่เขาฟังอยู่  อาจพาลเข้าใจว่า 'จ๊ะ ไม่มั่นใจ   อันจะพาลทำให้แม่ของ'จ๊ะพลอยเสียหายไปด้วยเปล่า ๆ




บันทึกการเข้า

คนขี่มังกร
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46


« ตอบ #47 เมื่อ: 26-07-2007, 15:20 »


6. เพราะพลเอกเปรม  เป็น "สายทหาร" ที่ถือว่า "เก๋า" ที่สุดในกองทัพ   การล้มพลเอกเปรมได้  ย่อมเป็นความยินดีปรีดาของ "สื่อ" และ "นักวิชาการ" กลุ่ม "อัตตาสูง - เกิดมาเพื่อทำลายแผ่นดินไทย" โดยเฉพาะกลุ่มที่มี "เลือดเจ๊ก"  ซึ่งเท่ากับเป็นการประกาศศักดาว่าในที่สุดแล้วเจ๊กก็ยึดแผ่นดินไทยได้สำเร็จ ( จากนั้นก็ขายต่อให้เจ๊กสิงคโปร์หรือเจ๊กอื่น ๆ ก่อนบินไปเสวยสุขที่แคนาดา  ออสเตรเลีย ฯลฯ  )
ข้อสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ  พวกนักวิชาการ รวมทั้งสื่อมวลชน "เลือดเจ๊ก" กลุ่มนี้มัจะออกมาขวางลำเสมอ  เมื่อรัฐบาลมีแผนการจัดซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์   โดยมักอ้างเ่รื่องการศึกษา หรืองานสาธารณสุข เพื่อหาความชอบธรรมและสร้างภาพ "นักบุญ" ให้ตัวเอง
...เป็นกลุ่มบุคคลผู้แตะต้องไม่ได้ ที่พยายามทำทุกรูปแบบเพื่อให้กองทัพอ่อนแอ  แล้วยังลามปามไปถึงการทำลายค่านิยม - ประวัติศาสตร์ - ความภาคภูมิใจในการเป็นชาติ  ด้วยการปรับเปลี่ยนเขียนตำราเสียใหม่ให้ชนชาติไทยเลวร้ายและโง่งมที่สุด ( เพื่อสรุปว่า "หากไม่ได้เจ๊กมาช่วย  คนไทยก็ยังกินกล้วยและปลวกเป็นอาหารหลัก")



คุณ qazwsx ได้โปรดอย่าใช้คำเหยียดเชื้อชาติอย่างนั้น ( ถึงแม้นสันดานของคุณมันเรียกร้องก็ควรเก็บอาการบ้าง )
การเมืองก็ให้เป็นการเมือง อย่าลามมาใส่เชื้อชาติ หรือศาสนา
เลือดเจ๊กแล้วมันเป็นยังงัย ? มันหนักกบาลพ่อแม่คุณตรงไหนเหรอ ?

นี่คุณรู้หรือเปล่าว่า
แม่ของใครบางคนก็เป็นลูกเจ๊ก
ถ้าจะนับตรรกกะอย่างที่คุณว่า ก็แสดงว่าประเทศไทยถูกพวกเลือดเจ๊กเผด็จการปกครองมานานแล้ว

อย่าสามหาวให้มันมากนัก ขอร้อง


บันทึกการเข้า

ผมมีความเชื่อมั่นอย่างแน่นแฟ้นในระบอบประชาธิปไตย และในศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน ผมเชื่อในเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนตามที่บัญญัติไว้ในปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ ผมเชื่อในสิทธิของชายและหญิงทุกคน ที่จะมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมสังคมที่เขาอาศัยอยู่ การปฏิเสธไม่ให้สิทธินั้นแก่เขาเพราะเขายากจนหรือเขาขาดการศึกษา ผมถือว่าเป็นความร้ายกาจอย่างหนึ่ง ผมเกลียดชังเผด็จการไม่ว่าจะมีรูปแบบสีสันอย่างใดก็ตาม ผมมีความเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยควรจะได้มาโดยสันติวิธี เพราะผมต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังอาวุธในการรักษาอำนาจของรัฐบาล
****** ป๋วย  อึ๊งภากรณ์******
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #48 เมื่อ: 26-07-2007, 16:08 »


คุณ qazwsx ได้โปรดอย่าใช้คำเหยียดเชื้อชาติอย่างนั้น ( ถึงแม้นสันดานของคุณมันเรียกร้องก็ควรเก็บอาการบ้าง )
การเมืองก็ให้เป็นการเมือง อย่าลามมาใส่เชื้อชาติ หรือศาสนา
เลือดเจ๊กแล้วมันเป็นยังงัย ? มันหนักกบาลพ่อแม่คุณตรงไหนเหรอ ?

นี่คุณรู้หรือเปล่าว่า
แม่ของใครบางคนก็เป็นลูกเจ๊ก
ถ้าจะนับตรรกกะอย่างที่คุณว่า ก็แสดงว่าประเทศไทยถูกพวกเลือดเจ๊กเผด็จการปกครองมานานแล้ว

อย่าสามหาวให้มันมากนัก ขอร้อง




คคห.นี้ "นอกประเด็น" ไม่เกี่ยวกับสารััตถะของกระทู้
ถือเป็นเรื่องส่วนตัว
ที่จำเป็นต้องนำมาขยายให้เห็นสันดานชั่ว ๆ ของไอ้ชั่วที่ใช้ชื่อว่า "ขี้มังกร"

------------------------------------------------------------------------------------------------
คุณเป็น เจ๊ก หรือ ?
ผมเป็น "คนไทยเชื้อสาย จีน " ว่ะ
ตา + ยายของผมมาจากเตียอัน - แซ่อู๋ ( โง้ว )

คนจีนและ เจ๊ก ต่างกันครับ
เจ๊กคือพวกที่ทำตัวเหมือน "ปรสิต" คือ ไปอยู่ที่ไหนก็แสวงหาผลประโยชน์อย่างกอบโกย  เอา "ทรัพย์สินและความอุดมสมบูรณ์" ของแผ่นดินนั้น "เข้าสู่โคตรเหง้า" ของตน
โดย "ไม่สนใจว่าทำลายอะไรไปบ้าง" ทั้งวัฒนธรรม  ความสงบสุข  รูปแบบการเป็นอยู่  ระบบทางสังคม  ประเพณี  ของท้องถิ่นนั้น
...จนเมื่อร่ำรวยหรือตั้งเื้นื้อตั้งตัวได้ก็เริ่มสำแดง "สันดาน เจ๊ก "
คือ ดูถูกดูหมิ่นเจ้าของแผ่นดิน  ( ตามแบบที่เรียกตัวเองว่า "ตึ่งนั้ง - ผู้ศิวิไลซ์" แล้วเรียกคนไทยว่า "ฮวนนั้ง - คนป่า" )  ตัวอย่างเช่น เจ๊ก หลายคนในปัจจุบันนี้ชอบพูดว่า "ถ้าไม่มีคนจีนป่านนี้เมืองไทยยังไม่เจริญหรอก"
...จากนั้นแล้วก็พยายามทำให้สันดาน เจ๊ก ในข้อที่ว่า
 "ถึงโกงแต่ถ้าจับไม่ได้ - หรือจับได้แต่เอาผิดไม่ได้เพราะไม่มี กม. กำหนดไว้ = เก่ง" ให้กลายเป็น "เรื่องปกติธรรมดา" ( ส่วนพวกที่โดนโกง = "เสือกโง่เอง" )"
...คุ้น ๆ ไหมครับ  ว่าสันดานนี้เหมือน "ใคร" ที่คุณขี้มังกรยกย่องเชิดชู
...ผมไม่ได้หมายถึงโคตรเหง้าของคุณขี้มังกรหรอกนะ
...เพราะรูู้้อยู่แแล้ว

ผมรู้ว่าคุณพยายามหาจุดเล็กจุดน้อยมาขยายเพื่อ "ทำลายความน่าเชื่อถือ" ของผู้อื่น  อันเป็นพฤติสันดานปกติของ เจ๊ก แบบคุณ
นั่นคือ "หาเื่รื่องชวนทะเลาะ + เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น"

...กลับไปคิดเองว่า "จะเลิกเป็น เจ๊ก " ได้รึยัง ?
...เลิกหากินกับ "ความเป็นคนจีน" ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็น เจ๊ก ได้หรือยัง ??
...เพราะคน ( เชื้อสาย ) จีน อย่างผม "รังเกียจ เจ๊ก อย่างคุณ" แบบโคตร ๆ เลยว่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-07-2007, 17:00 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

คนขี่มังกร
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46


« ตอบ #49 เมื่อ: 26-07-2007, 21:01 »

คคห.นี้ "นอกประเด็น" ไม่เกี่ยวกับสารััตถะของกระทู้
ถือเป็นเรื่องส่วนตัว
ที่จำเป็นต้องนำมาขยายให้เห็นสันดานชั่ว ๆ ของไอ้ชั่วที่ใช้ชื่อว่า "ขี้มังกร"

------------------------------------------------------------------------------------------------
คุณเป็น เจ๊ก หรือ ?
ผมเป็น "คนไทยเชื้อสาย จีน " ว่ะ
ตา + ยายของผมมาจากเตียอัน - แซ่อู๋ ( โง้ว )

คนจีนและ เจ๊ก ต่างกันครับ
เจ๊กคือพวกที่ทำตัวเหมือน "ปรสิต" คือ ไปอยู่ที่ไหนก็แสวงหาผลประโยชน์อย่างกอบโกย  เอา "ทรัพย์สินและความอุดมสมบูรณ์" ของแผ่นดินนั้น "เข้าสู่โคตรเหง้า" ของตน
โดย "ไม่สนใจว่าทำลายอะไรไปบ้าง" ทั้งวัฒนธรรม  ความสงบสุข  รูปแบบการเป็นอยู่  ระบบทางสังคม  ประเพณี  ของท้องถิ่นนั้น
...จนเมื่อร่ำรวยหรือตั้งเื้นื้อตั้งตัวได้ก็เริ่มสำแดง "สันดาน เจ๊ก "
คือ ดูถูกดูหมิ่นเจ้าของแผ่นดิน  ( ตามแบบที่เรียกตัวเองว่า "ตึ่งนั้ง - ผู้ศิวิไลซ์" แล้วเรียกคนไทยว่า "ฮวนนั้ง - คนป่า" )  ตัวอย่างเช่น เจ๊ก หลายคนในปัจจุบันนี้ชอบพูดว่า "ถ้าไม่มีคนจีนป่านนี้เมืองไทยยังไม่เจริญหรอก"
...จากนั้นแล้วก็พยายามทำให้สันดาน เจ๊ก ในข้อที่ว่า
 "ถึงโกงแต่ถ้าจับไม่ได้ - หรือจับได้แต่เอาผิดไม่ได้เพราะไม่มี กม. กำหนดไว้ = เก่ง" ให้กลายเป็น "เรื่องปกติธรรมดา" ( ส่วนพวกที่โดนโกง = "เสือกโง่เอง" )"
...คุ้น ๆ ไหมครับ  ว่าสันดานนี้เหมือน "ใคร" ที่คุณขี้มังกรยกย่องเชิดชู
...ผมไม่ได้หมายถึงโคตรเหง้าของคุณขี้มังกรหรอกนะ
...เพราะรูู้้อยู่แแล้ว

ผมรู้ว่าคุณพยายามหาจุดเล็กจุดน้อยมาขยายเพื่อ "ทำลายความน่าเชื่อถือ" ของผู้อื่น  อันเป็นพฤติสันดานปกติของ เจ๊ก แบบคุณ
นั่นคือ "หาเื่รื่องชวนทะเลาะ + เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น"

...กลับไปคิดเองว่า "จะเลิกเป็น เจ๊ก " ได้รึยัง ?
...เลิกหากินกับ "ความเป็นคนจีน" ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็น เจ๊ก ได้หรือยัง ??
...เพราะคน ( เชื้อสาย ) จีน อย่างผม "รังเกียจ เจ๊ก อย่างคุณ" แบบโคตร ๆ เลยว่ะ



โคตรเหง้าสักหลาดลื๊อเป็นเจ๊กแล้วลื๊อคิดว่าตัวเองถือสิทธิ์มาด่าเจ๊กได้เหรอวะ
ไอ้เลือดสถุลอย่างลื๊อจะเรียกตัวเองว่า คนไทยเชื้อสายจีนหรือเชื้อสายห่าอะไร
มันก็หนีไม่พ้นสายเลือดไอ้เจ๊กชั่ว ๆ สันดานเฮงซวย ชิงหมามาเกิด
มีโอกาสเมื่อไหร่กูโกงแม่งมันทุกรูปแบบ ไม่ต่างกันเท่าไหร่กับคนที่ลื๊อด่าเขาปาว ๆ อยู่นี้หรอก

และบอกลื๊อเอาไว้ว่าอั๊วไม่ได้ชื่นชมศรัทธาทักษิณชนิดที่ต้องกราบไหว้บูชาเหมือนใครบางคนที่พวกลื๊อหลับหูหลับตาเชื่อมันนักหนา
ฟังว่าถ้ามันขี้ออกมาพวกลื๊อก็คงไปเก็บขี้มันมากิน
คงหอมหวลชวนกิน กินแล้วขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าวิมานเมฆ
ไอ้พวกคนดีแดกห่าทั้งหลาย

กูไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกภาคใต้ถึงอยากแบ่งแยกดินแดนนักหนา
ก็เพราะไอ้ห่า***อย่างพวกมึงนี่เอง
สำรากสำรอกบุญคุณแผ่นดินยังกับพวกมึงสร้างมันมาคนเดียว
อะไรที่ดีดีเพราะพวกมึง แต่อะไรที่ชั่วเสือกชั่วที่พวกกู
พวกมึงดีไม่มีที่ติทำอะไรดีคิดอะไรดี
ส่วนพวกกูมันไพร่ ทำอะไรเลวไปหมด คิดอะไรผิดไปหมด

ไอ้ qazwsx ไอ้สัตว์ กูก็ไม่อยากอยู่ร่วมแผ่นดินกับพวกมึงเหมือนกัน
มึงคอยดูก็แล้วกัน ต่อไปจะแผ่นดินลุกเป็นไฟแน่



บันทึกการเข้า

ผมมีความเชื่อมั่นอย่างแน่นแฟ้นในระบอบประชาธิปไตย และในศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน ผมเชื่อในเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนตามที่บัญญัติไว้ในปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ ผมเชื่อในสิทธิของชายและหญิงทุกคน ที่จะมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมสังคมที่เขาอาศัยอยู่ การปฏิเสธไม่ให้สิทธินั้นแก่เขาเพราะเขายากจนหรือเขาขาดการศึกษา ผมถือว่าเป็นความร้ายกาจอย่างหนึ่ง ผมเกลียดชังเผด็จการไม่ว่าจะมีรูปแบบสีสันอย่างใดก็ตาม ผมมีความเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยควรจะได้มาโดยสันติวิธี เพราะผมต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังอาวุธในการรักษาอำนาจของรัฐบาล
****** ป๋วย  อึ๊งภากรณ์******
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: