ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-09-2020, 16:29
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  กำไรจากจากขายหุ้นไม่เสียภาษีจริงหรือ ? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
กำไรจากจากขายหุ้นไม่เสียภาษีจริงหรือ ?  (อ่าน 4660 ครั้ง)
Krsn3210
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« เมื่อ: 15-07-2007, 15:16 »

ผมบอกว่านายเหลี่ยมมีอภิสิทธิ์อะไร ขายหุ้น73,000ล้าน฿ไม่เสียภาษีสักบาท ขนาดคนขายก๋วยเตี๋ยวได้วันละ 500 ยังเสียเลย 

แล้วมีคนบอกผมว่า กำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี   

มันเป็นจริงๆเหรอครับ    ขอคำอธิบายแบบละเอียดใส่สมองผมหน่อยครับ      งงมานาน 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-07-2007, 15:24 โดย Krsn3210 » บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 15-07-2007, 15:50 »

เด๊วคงมีคนมาตอบครับ ถ้านานไปก็อย่าว่านะครับ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
Krsn3210
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #2 เมื่อ: 15-07-2007, 16:12 »

ครับ ไม่เป้นไร                                         






                      
บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #3 เมื่อ: 15-07-2007, 18:06 »

ไอ้เรามันพวกแมงเม่านะ
เงินปันผลที่ได้จากหุ้นที่ถืออยู่เสียภาษีแน่นอน
ถ้าเรามีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในวันที่เขากำหนด
เขาจะส่งเช็คมาให้พร้อมหักภาษีเรียบร้อย
บางคนเขาก็ใช้วิธีโอนเขาบัญชีธนาคารให้เรียบร้อย

ทีนี้กำไรจากการขายหุ้นพวกรายใหญ่ๆ หรือขายแบบซิกแซกนี่ไม่รู้ครับ

แต่ถ้าเป็นรายย่อยแบบผมนี่
สมมุติว่าวันศุกร์ผมซื้อหุ้น PTT(ปตท.)ที่ราคา300บาท ไว้10000หุ้น เป็นเงิน3000000บาท
เปิดตลาดวันจันทร์ หุ้นขึ้นชนเพดาน ราคามาอยู่ที่390บาท
ผมสั่งขายหุ้นที่ซื้อมา10000หุ้น  เป็นเงิน3900000บาท ผมกำไร900000บาท(จริงๆต้องหักค่าซื้อขายให้บ.หลักทรัพย์)
ถามว่าเงินส่วนต่างอันนี้ผมต้องเสียภาษีไหม
ที่ผ่านมาไม่เคยถูกหักภาษีครับ

กรณีหุ้น ชินมันไม่เหมือนรายย่อยเช่นนี้น่ะ

 
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #4 เมื่อ: 15-07-2007, 19:25 »

เอามาฝากค่ะ...... ที่เหลือตามลิงค์ไปอ่านกันเองนะคะ


สรรพากรกลับลำ "เก็บภาษี" หุ้นชิน

กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

"สรรพากร" แจงข้อเท็จจริงเปลี่ยน 2 ทายาทตระกูลชินวัตร ซื้อหุ้นชินคอร์ปจากแอมเพิล ริช ราคา 1 บาท ต้องเสียภาษี และต้องจ่ายค่าปรับ โดยคำนวณถึง พ.ย.ต้องชำระแล้ว 11,774 ล้านบาท ด้าน คตส. เดินหน้าสอบเจ้าหน้าที่สรรพากร ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร ยอมรับว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร เป็นผู้ดำเนินการออกหมายเรียกตรวจสอบการเสียภาษีการซื้อขายหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น ของนายพานทองแท้ ชินวัตร และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 หลังจากมีหลักฐานเพียงพอที่จะเข้าจัดเก็บภาษีดังกล่าว และพ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบเสียภาษีกลางปี คือ สิ้น 30 กันยายน 2549

สำหรับยอดเสียภาษีนั้น อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวว่า คงต้องใช้สมมติฐานกัน เนื่องจากต้องดูหลักฐานเอกสาร ก็ไปคำนวณกันเอาเองว่ายอดขายหุ้นทั้งหมด 329 ล้านหุ้นโดยประมาณ และราคาก็อยู่ที่ 40 กว่าบาท โดยเอาราคา 40 กว่าบาทโดยประมาณ และคิดจากอัตราภาษีบุคคล ซึ่งสูงสุดอยู่ที่ 37% ส่วนเบี้ยปรับหรือไม่ ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ซื้อหุ้นชินคอร์ป จำนวน 329.2 ล้านหุ้น จากบริษัท Ample Rich Investment Limited ในราคาหุ้นละ 1 บาท ในขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 49.25 บาท ทำให้บุคคลทั้งสองได้รับผลประโยชน์ "ส่วนต่าง" ราคาหุ้นจำนวน 15,802 ล้านบาท เข้าข่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นหากต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมายในอัตราสูงสุด 37% จะทำให้ 2 ทายาทตระกูลชินวัตร ต้องเสียภาษีเป็นเงิน 5,800 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นกันยายน 2549 ไม่ได้ยื่นแบบเสียภาษี จะถูกปรับอีก 1 เท่าตัวของภาษี หรือ 5,800 ล้านบาท รวมเป็น 11,600 ล้านบาท และต้องเสียค่าปรับอีก 1.5% ต่อเดือน หรือปรับอีกเดือนละ 87 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้วประมาณ 2 เดือน คิดเป็นเงิน 174 ล้านบาท เท่ากับว่าถึงขณะนี้ 2 ทายาทตระกูลชินวัตร ต้องจ่ายภาษีแล้วประมาณ 11,774 ล้านบาท

" ตั้งแต่เริ่มเกิดกรณีตั้งแต่ปี 2549 ผมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงมาตลอด เราไม่ได้หยุดอยู่นิ่งในเรื่องการทำงาน เมื่อเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงจนเพียงพอ เขาก็ทำรายงานมาถึงอธิบดี บอกว่าสิ่งที่ปรากฏนั้น มันแตกต่างกันกับข้อเท็จจริง จึงสมควรดำเนินการดังต่อไปนี้ อธิบดีก็สั่งดำเนินการได้ และต้องเรียนว่า อธิบดีไม่เคยบอก เป็นแต่เพียงว่ามีการกล่าวอ้างกัน ไปถอดเทป หรือไปดูสิ่งที่ได้พูดไปแล้ว คือ ในเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์เป็นการตั้งสมมติฐานว่า ถ้าเผื่อมีเงื่อนไขอย่างนี้เกิดอะไรขึ้น ก็เป็นการตอบตามสมมติฐาน แต่เมื่อข้อเท็จจริงแตกต่างไป ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คือกรมสรรพากรที่ดำเนินการ" นายศิโรตม์กล่าว

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2549 นายศิโรตม์ได้แถลงไว้ว่า เกี่ยวข้องกับกรณีที่บริษัทมีหนังสือสอบถามมายังกรมสรรพากร เกี่ยวกับการซื้อหุ้น กรมสรรพากรก็ได้ตอบไปเมื่อ 21 กันยายน 2548 โดยตอบว่า กรณีบุคคลธรรมดาซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาตลาด เป็นการซื้อขายทรัพย์สินในราคาถูก ส่วนต่างจากราคาซื้อกับราคาตลาด จึงไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนกรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ขายหุ้นให้แก่บุคคลธรรมดาที่อยู่ในประเทศไทย หากไม่มีเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษีและนำส่งมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำในประเด็นนี้ด้วยว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ อธิบดียืนยันว่าไม่ต้องเสียภาษี นายศิโรตม์ตอบว่า "การแถลงแต่ละครั้ง จะกล่าวถึงเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ แต่ผมยืนยันได้ว่า ไม่เคยพูดนะ ซึ่งเหตุการณ์ขณะนั้นถามว่า เป็นสมมติฐาน ถ้าเป็นกรณีอย่างนี้ เกิดอะไรขึ้น แต่ว่าไม่เคยพูด เข้าใจว่าข้อเท็จจริงเกิดขึ้นแล้ว แต่เราต้องรวบรวมหลักฐานเอกสาร ไม่ใช่มีของกองอยู่ข้างหน้าแล้วเราหยิบฉวยมาได้ทันที ต้องเข้าใจว่าแต่ละเหตุการณ์เกิดขึ้นทีละอย่าง"

"ศิโรตม์"เลือกอยู่นอกคุก

ส่วนเป็นการตอบสนองการเมืองหรือไม่นั้น นายศิโรตม์ยืนยันว่า สรรพากรทำอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นปี แต่ที่ผ่านมาไม่อยู่ในฐานะที่จะชี้แจงได้ว่า ทำอะไรบ้าง เพราะบางเหตุการณ์ไม่มีความจำเป็นต้องนั่งอธิบายว่า ก้าวหน้าแค่ไหน

"เราไม่ได้กลับลำ เราเลือกระหว่างปฏิบัติกับการละเว้นการปฏิบัติ มันแปลว่า เลือกระหว่างอยู่ในคุกกับนอกคุก เพราะฉะนั้น ใครที่สติดีก็ต้องเลือกอยู่นอกคุก"




http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2006q4/2006november08p8.htm
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #5 เมื่อ: 15-07-2007, 23:10 »

เจ้าของกระทู้ได้อ่าน"ข้อมูล"ที่คุณดอกฟ้าฯ นำมาให้อ่าน
เป็นคำชี้แจงและคำวินิจฉัยของกรมสรรพากรใหม่ หลังหลุดพ้นอำนาจ
อิทธิพลของอดีตนายกฯทักษิณแล้ว ก็เลือกที่จะเชื่อเถอะครับ.....



ผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากรที่เคยให้คำวินิจฉัยที่ตรงข้ามกับคำชี้แจงใหม่
ต่างก็มีชตากรรมต่าง ๆ  สามารถหาอ่านจากหนังสือพิมพ์ได้......


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Krsn3210
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #6 เมื่อ: 16-07-2007, 07:59 »

ขอขอบคุณครับ จะนำไปจุดไฟทางปัญญาต่อไป
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #7 เมื่อ: 16-07-2007, 09:36 »

ทักษิณ และ บรรดา ลิ่วล้อ พยายามบิดเบือนประเด็น ว่าเป็นการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่ต้องเสียภาษี .....ซึ่งเป็นความจริงครับ ที่ การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ไม่จำเป็นต้องเสียภาษี

แต่ประเด็น ที่ คตส. สืบสวนอยู่ ไม่ใช่แค่การขายหุ้นชิน ฯ ให้แก่ เทมาเส็ก............ประเด็น หลัก คือ การลักไก่ โอนไป โอนมา ในหมู่ เครือญาติ จนเวียนหัวไปหมด กับ ประเด็นการซุกหุ้น ที่ BVI  ฯลฯ


 
บันทึกการเข้า
monty
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 161


« ตอบ #8 เมื่อ: 16-07-2007, 11:24 »

ขำๆ จำได้....  พักนั้น เจ้านายเขาคงตั้งโปรแกรมคำตอบมาให้ว่า

ขายหุ้นในตลาดไม่ต้องเสียภาษี
ขายหุ้นในตลาดไม่ต้องเสียภาษี


ส่วนประเด็นการปกปิดการโอนหุ้น การโอนขายนอกตลาด การแก้ตัวว่าติ๊กผิด ไม่ได้โปรแกรมคำตอบไว้ให้
คาดว่าอนุโลมให้ใช้คำตอบเดิมๆแถไถไปเรื่อยๆ

ในพันติ๊บจึงมีเรื่องที่ว่า ไม่ว่าเขาจะปุจฉาประเด็นไหน  พวกจะตอบแต่ว่า ขายหุ้นในตลาดไม่ต้องเสียภาษีโว้ยลูกเดียว 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #9 เมื่อ: 16-07-2007, 11:27 »

ประโยคที่ว่า "ขายหุ้น 73000 ล้านไม่เสียภาษี" เป็นคำพูดง่ายๆ ที่ใช้ในการรณรงค์ต่อต้านทักษิณ
เนื้อหาจริงๆ เรื่องนี้ยืดยาวมากไม่ใช่แค่การขายหุ้น เพียงแต่สรุปเป็นคำพูดสั้นๆ ให้โดนใจมันลำบาก
ฝ่ายทักษิณก็เลยฉวยโอกาสอธิบายแต่เฉพาะเรื่องการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

แต่ประเด็นจริงๆ กระบวนการขายหุ้นคราวนั้นยืดยาวย้อนหลังไปหลายปี มีรายละเอียดเยอะครับ

...

ก็เหมือน "นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง" ที่เป็นคำพูดง่ายๆ ที่ใช้รณรงค์ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ
ของคณะ รสช. ประเด็นจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องนายกฯ มาจากการแต่งตั้งไม่ได้ แต่เนื้อหาจริงๆ มันเยอะ
ไม่สามารถสรุปเป็นคำพูดสั้นๆ ที่โดนใจ ก็เลยเลือกใช้ประโยคสั้นๆ มารณรงค์น่ะครับ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #10 เมื่อ: 16-07-2007, 11:45 »

ขำๆ จำได้....  พักนั้น เจ้านายเขาคงตั้งโปรแกรมคำตอบมาให้ว่า

ขายหุ้นในตลาดไม่ต้องเสียภาษี
ขายหุ้นในตลาดไม่ต้องเสียภาษี


ส่วนประเด็นการปกปิดการโอนหุ้น การโอนขายนอกตลาด การแก้ตัวว่าติ๊กผิด ไม่ได้โปรแกรมคำตอบไว้ให้
คาดว่าอนุโลมให้ใช้คำตอบเดิมๆแถไถไปเรื่อยๆ

ในพันติ๊บจึงมีเรื่องที่ว่า ไม่ว่าเขาจะปุจฉาประเด็นไหน  พวกจะตอบแต่ว่า ขายหุ้นในตลาดไม่ต้องเสียภาษีโว้ยลูกเดียว 


ประเด็น "ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี" ผมก็ยังอยากตั้งข้อสังเกตนะครับ
ว่าเงื่อนไขตัวนี้ตั้งขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์อะไรกันแน่

หากเป็นการส่งเสริมให้เข้ามาใช้ตลาดหลักทรัพย์ตามปกติ คือคนขายก็เข้ามาประกาศขาย
และคนซื้อก็เข้ามาประกาศซื้อ เมื่อราคามาตรงกันก็ทำการซื้อขายผ่านโบรกเกอร์

การขายหุ้น Big Lot แบบไปคุยกันมาก่อนเสร็จเรียบร้อยนอกตลาด แล้วเข้ามาประกาศในตลาด
แค่ไม่กี่วินาที โดยนักลงทุนคนอื่นๆ ทั้งหมดในตลาดไม่สามารถมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรได้เลยนั้น
สอดคล้องกับการมีตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นตลาดกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์สาธารณะตรงไหน?


กรณีดังกล่าวในความเห็นของผม สมควรที่จะตั้งเป็นข้อยกเว้นว่าต้องเสียภาษีด้วยซ้ำ เพราะไม่ต่าง
อะไรกับการซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ เพียงแต่เอาเข้ามาผ่านรายการไม่กี่วินาทีเพื่อไม่ต้อง
จ่ายภาษีเท่านั้น โดยนักลงทุนคนอื่นๆ ทั้งหมดในตลาดไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลย

เรื่องน่าจะตั้งเป็นข้อยกเว้นให้ต้องจ่ายภาษีนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2007, 11:51 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #11 เมื่อ: 17-07-2007, 09:59 »

ทักษิณขายให้นอมินี่ของทักษิณไม่ใช่เหรอที่ คตส ว่า ถึงไปอายัดเงินของลูกๆ หมด
บอกว่าจริงๆ แล้วเป็นเงินของทักษิณ แล้วหุ้นตัวเองขายให้ตัวเองยังจะต้องเสียภาษี
ด้วยเหรอ งงจริงๆ แฮะ วันหลังอย่าหยิบเงินจากกระเป๋าซ้ายไปใส่กระเป๋าขวานะ
เดี๋ยวสรรพากรตามมาเก็บภาษี 
บันทึกการเข้า
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #12 เมื่อ: 17-07-2007, 11:05 »

ก็อย่าย้ายผ่านตลาดหุ้นสิครับ 

ทักษิณขายให้นอมินี่ของทักษิณไม่ใช่เหรอที่ คตส ว่า ถึงไปอายัดเงินของลูกๆ หมด
บอกว่าจริงๆ แล้วเป็นเงินของทักษิณ แล้วหุ้นตัวเองขายให้ตัวเองยังจะต้องเสียภาษี
ด้วยเหรอ งงจริงๆ แฮะ วันหลังอย่าหยิบเงินจากกระเป๋าซ้ายไปใส่กระเป๋าขวานะ
เดี๋ยวสรรพากรตามมาเก็บภาษี 
บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
TheBluECaT
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 824


"แมวน้อยสีน้ำเงิน..."


« ตอบ #13 เมื่อ: 17-07-2007, 11:38 »

มีคนบอกกับผมว่า...

ถ้าลูกทักษิณเอาหุ้นไปขายให้ เทมาเสก "นอกตลาดหลักทรัพย์" ก็ควรจะต้องเสียภาษีมหาศาล  แต่ลูกทักษิณหลังจากได้รับหุ้นจากพ่อ ซึ่งโดยหลักการยังไม่ต้องเสียภาษีในตอนที่รับ แต่จะไปเสียภาษีมหาศาลในตอนที่ขาย .. ในตอนจะขายหุ้นให้เทมาเสกนั้น น่าจะเคยทราบมาบ้างนะครับว่าเขาโอนหุ้นกลับเข้าไปขายในตลาดหลักทรัพย์ ! ! !

ชินวัตรทำเรื่องขอโอนหุ้นกลับเข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย (แต่มีความผิดในประเด็นไม่ได้แจ้งว่าถือหุ้นเป็นเปอร์เซนต์เกินกว่าที่กำหนด ซึ่งจะต้องแจ้งให้ตลาดทราบภายในเวลาที่กำหนด เพราะมัวแต่ยุ่งกับปัญหาที่ตามมาจนลืมแจ้ง ทำให้ถูกปรับ 8 ล้านบาท แต่ความผิดพลาดนี้ ไม่ได้ทำให้การโอนหุ้นกลับเข้าตลาดเป็นโมฆะ)

ชินวัตรทำการโอนกลับเข้าตลาดเสร็จเรียบร้อยก่อนการขายหุ้นไม่ถึงสัปดาห์

ชินวัตรขายหุ้นให้เทมาเสกในตลาดหลักทรัพย์ เหมือนการซื้อขายปกติทั่วไปครับ ต่างกันแค่ขนาดของ lot

คุณอาจจะงงว่าเขาทำได้อย่างไร.. เพราะการขายในตลาดหลักทรัพย์ ไม่สามารถเจาะจงว่าจะขายให้ใครได้ คอมพิวเตอร์เป็นคนจัดการจับคู่ โดยใช้ราคาเป็นเงื่อนไข

เขาใช้วิธีตกลงเจราจานัดแนะกันข้างนอก ในวันนั้น หลังจากเปิดตลาดไม่นาน พอถึงเวลาที่ตกลงกันไว้ ชินวัตรก็ทำรายการเสนอขายยก lot หลายร้อยล้านหุ้นในราคาที่ตกลงกันล่วงหน้า เทมาเสกก็ทำรายการเสนอซื้อในจำนวนและราคาเดียวกันเข้ามาในนาทีเดียวกัน

การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แบบนี้ ย่อมจะมีหุ้นของชาวบ้าน ที่เสนอซื้อเสนอขายขวางทางอยู่ในเวลานั้นติดร่างแหเข้าไปด้วยหลายหมื่นหุ้น แต่เขาไม่สนใจ เพราะเขาซื้อขายกันหลายร้อยล้านหุ้น ชาวบ้านใครที่บังเอิญเสนอขายวันนั้นก็เลยโชคดีไป

ตลาดหลักทรัพย์ตกใจ ที่มีเม็ดเงินและหุ้นเสนอซื้อขายเข้ามาอย่างมโหฬาร จนมีคำสั่งแขวนป้ายห้ามซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ในเวลาต่อมาทางชินคอร์ปจึงแจ้งเรื่องให้ทราบ ทางตลาดจึงอนุญาตให้ซื้อขายต่อในตอนบ่าย

สรุปว่า ชินวัตร-เทมาเสก ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่เสียภาษีจำนวนมหาศาล

ชินวัตรมีสิทธิที่จะเลือกเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 0.5% (ประมาณ 370 ล้าน) ตามกติกาตลาดหลักทรัพย์ หรือจะขอยกยอดไปเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคลจำนวนมหาศาล.. เป็นรายได้ที่สามารถเลือกได้ แน่ละชินวัตรย่อมเลือกเสียภาษีสามร้อยเจ็ดสิบล้านบาทให้ตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคลให้สรรพากร

-----------------------------------

อยากทราบว่าที่เค้าบอกว่าชินวัตรเลือกที่จะเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 370 ล้าน แทนที่จะเสียภาษี หลายหมื่นล้านเป็นเรื่องที่ทำได้เหรอครับ...

 
บันทึกการเข้า

"ยามบุญมากาไก่กลายเป็นหงส์  ยามบุญหลงหงส์เป็นกาน่าฉงน...
ยามบุญมาหมูหมากลายเป็นคน  ยามบุญหล่นคนเป็นหมาน่าอัศจรรย์"
ล้างโคตรทักษิณ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



« ตอบ #14 เมื่อ: 18-07-2007, 00:22 »

อิ อิ  หวังหากินฟรีๆ ภาษีไม่เสีย แต่หมดกัน...

เสียภาษียังซิกแซกให้จ่ายน้อยที่สุด  แล้วมีหน้ามาบอกให้ประชาชนจ่ายภาษี

 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: