ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
30-10-2020, 18:51
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  แปรรูปรัฐวิสาหกิจในแบบที่ไม่ใช่การขายสมบัติชาติ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
แปรรูปรัฐวิสาหกิจในแบบที่ไม่ใช่การขายสมบัติชาติ  (อ่าน 3213 ครั้ง)
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« เมื่อ: 06-05-2006, 08:09 »

สังคมยังสับสนหรือยึดติดกับโครงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแบบ IMF ในสมัยรัฐบาลชวนอยู่

พอบอกว่าแปรรูป กฟผ เราก็มักจะนึกไปถึงความพยายามจะขายรัฐวิสาหกิจในสมัยรัฐบาล ปชป ในครั้งนั้นเพราะคุณชวนเป็นเด็กดี ยึดมั่นในกติกา เมื่อเราเป็นหนี้ IMF ก็ยอมทำตามคำสั่งของเจ้าหนี้แต่โดยดี เจ้าหนี้หวังดี ต้องการให้รัฐบาลรีบลดหนี้สินลง ก็เลยแนะให้ขายทรัพย์สมบัติที่มีเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ ทรัพย์สมบัติที่จะให้ขาย ก็คือรัฐวิสาหกิจต่างๆที่มีอยู่มากมาย เจ้าหนี้ยังแนะให้ขายออกไปต่างประเทศ จะได้เงินตราต่างประเทศมาใช้หนี้ ที่เป็นเงินสกุลต่างชาติ.. การแปรรูปแบบที่ IMF แนะนำคุณชวน อย่างนี้คือการขายสมบัติชาติ.. ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซนต์.. ประชาชนพากันส่งเสียงต่อต้าน และโชคดีมาก ที่การขายสมบัติชาติ ในแบบของ IMF ไม่ได้เกิดขึ้น

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจในปัจจุบัน มีรูปแบบที่ต่างจากการแปรรูปในสมัยของ ปชป มากทีเดียว

1. สมมตินะครับว่าในปัจจุบัน กฟผ มีโรงจักรที่มีกำลังการผลิต 80 กิ๊กกะวัตต์ และนอกจาก กฟผ แล้วยังมีโรงจักรของเอกชนอีกมากมาย

2. สมมติว่า น้ำมันแพงขึ้นไปมาก มีเหตุผลที่จะต้องควบรวมกิจการกันเพื่อลดต้นทุน กฟผ ตัดสินใจควบกิจการกับโรงจักรเอกชนแห่งหนึ่งที่มีกำลัง 20 กิ๊กกะวัตต์ สมมติว่าทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายมีเป็นสัดส่วนโดยตรงกับกำลังการผลิต รัฐบาลมี 80 พันล้าน เอกชนมี 20 พันล้าน วิสาหกิจใหม่ที่เกิดจากการรวมตัว มีขนาด 100 กิ๊กกะวัตต์ มีทรัพย์สินรวม 100 พันล้าน คิดออกมารัฐบาลถือหุ้น 80% เอกชนถือหุ้น 20%

... อย่างนี้เป็นการขายสมบัติชาติหรือเปล่า?

3. สมมติใหม่ว่า กฟผ ที่มีกำลังการผลิต 80 กิกกะวัตต์ ต้องการควบกิจการให้ได้ 100 กิ๊กกะวัตต์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารดีขึ้นกว่าเดิม แต่ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใด ที่ดูแล้วถูกใจ อยากร่วมสังฆกรรมด้วย... กฟผ จึงใช้วิธี ขอรวมทุนกับใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีโรงจักรในมือ ขอให้มีเงินสดๆ 20 พันล้านมาให้ก็แล้วกัน พอได้เงินมา กฟผ จะสร้างโรงจักรอีก 20 กิ๊กกะวัตต์เอง ส่วนวิสาหกิจใหม่ ก็จะถือหุ้นแบ่งกัน 80% - 20%

... อย่างนี้เป็นการขายสมบัติชาติหรือเปล่า?


จริงๆแล้วเขาระดมทุนเพื่อขยายกิจการ แต่คนที่ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่มีเจตนาร้าย ไปบิดเบือนว่าขายสมบัติชาติ สมบัติที่ได้รับพระราชทานตกทอดมาจากพระมหากษัตริย์รุ่นก่อนไม่ได้น้อยลงไปจากเดิมเลย ไม่ได้ถูกแปรรูปเป็นเงินสด เพื่อเอาไปใช้หนี้ IMF หรือสำหรับให้รัฐบาลเอาไปถลุงในโครงการต่างๆ.. แค่แปรรูปจากที่รัฐฯเคยเป็นเจ้าของ 100% ในกิจการขนาด 80 กิ๊กฯ ตอนนี้กลายเป็นถือหุ้น 80% ในกิจการ 100 กิ๊กฯ.. เงินทุกบาทที่ได้มาจากการระดมทุน ก็เอาไปใช้ในการขยายกิจการจาก 80 กิ๊กฯให้เป็น 100 กิ๊กฯเพียงสถานเดียว การใช้เงินอยู่ในอำนาจของ กฟผ แต่เพียงผู้เดียว รัฐบาลไม่มีสิทธิเอาเงินไปใช้ทำเมกกะโปรเจคอย่างอื่นเลย

... อย่างนี้เป็นการขายสมบัติชาติหรือเปล่า?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-05-2006, 10:44 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
My Will
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #1 เมื่อ: 06-05-2006, 10:35 »

แล้วจำเป็นต้องควบรวมกิจการหรือรวมลงทุนแค่นั้นเหรอครับ
ทรัพย์สินระดับกฟผไปขอกู้สัก20ล้านคงไม่น่าจะมีปัญหา กิจการก็ยังเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่
ผมคิดว่าประเด็นอยู่หลายอย่างเกี่ยวกับการแปรรูปเป็นบริษัทจำกัดหาชน หลายท่านที่มีความรู้มากกว่าผมคงได้ตอบไปมากแล้วตัวอย่างก็มีให้ดูแล้วว่าแปรรูปแล้วคุ้มไหม เช่น ปตท
ไว้รอให้ผู้รู้จริงๆมาตอบอีกที่ครับ
บันทึกการเข้า
::วิญญาณห้อง2::
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 656



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 06-05-2006, 18:54 »

พูดง่ายไปหน่อยมั้งครับ

ต้องดูว่าขายอะไรบ้าง

มันไม่ใช่เรื่อง สมัยชวนทำตาม IMF สมัยเหลี่ยมขายเพราะขยายกิจการ

ดูอย่าง ปตท สิ เป็นไร

สรุปแล้วใครรวย......... ผู้ถือหุ้นทั้งนั้น

อะไรคือเหตุผลที่รัฐบาลโบลิเวียยึดแหล่งพลังงานคืน.....

การระดมทุน มีหลายแบบ ไม่ต้องเพิ่มทุนเสมอไปหรอก......

ใครตระบัดสัตย์ ว่าจะไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจ......

ดูในเนื้อว่าขายอะไรบ้างของ กฟผ. ก็จะรู้ว่า ใครขายชาติมากกว่ากันระหว่างเหลี่ยมกับชวน......

จริงๆไม่จำเป็นต้องขายหรอก หากไม่ใช้เงินคงคลังอย่างไม่มีหูรูดอย่างนี้ สมัยชวนเก็บเงินมาให้เท่าไหร่.....

เป็นแผนการไว้อยู่แล้วว่าจะขาย คนถือหุ้นก็รวยเอารวยเอา ไม่งั้นเงินก็กลับไปยังรัฐบาลใช่หรือไม่.... กับแค่ออกพันธบัตรมา finance Rating ก็ได้ rating ประเทศอยู่แล้ว

ต้นทุนการออกหนี้ มันน้อยกว่า ออกทุน อยู่แล้ว

แล้วทำไปเพื่ออะไร ทั้งๆที่ พวกรัฐวิสาหกิจเหล่านี้มีกำไรทุกปี ทุนหนาเม็ด

มีแต่บริษัทที่ขาดทุนเท่านั้นที่จะเพิ่มทุน
บันทึกการเข้า

--------this is the world-------
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #3 เมื่อ: 06-05-2006, 19:35 »

กระทู้นี้ไม่ได้มาชวนถกปัญหาว่าการแปรรูป ถูกหรือผิด

ผมมาแจกแจงว่า แม้การแปรรูปจะไม่ถูกต้อง.. แต่ก็ไม่ใช่การขายสมบัติชาติ
เพราะสมบัติชาติ ที่ได้รับพระราชทานตกทอดมา ยังอยู่ครบ
แค่ยอมให้มีเงินทุนของคนอื่นเข้ามาแจม ทำให้ขยายเพิ่มขึ้น
แล้วก็คิดแบ่งแยกสัดส่วนความเป็นเจ้าของกัน

ติเตียนว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นเรื่องที่ผิด.. ย่อมทำได้
แต่ถ้าพูดไปว่าเป็นการ ขายสมบัติชาติ ก็ขอให้ระวังจะเป็นวจีทุจริต

การขายสมบัติชาติ ของจริง ต้องดูความพยายามในสมัย ปชป
เพราะตอนนั้นจะขายใช้หนี้ และมุ่งจะขายให้ต่างประเทศด้วย
นั่นจึงเป็นการขายสมบัติชาติของแท้.. โชคดีที่ทำไม่สำเร็จ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-05-2006, 21:12 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #4 เมื่อ: 06-05-2006, 20:15 »

" พอบอกว่าแปรรูป กฟผ เราก็มักจะนึกไปถึงความพยายามจะขายรัฐวิสาหกิจในสมัยรัฐบาล ปชป ในครั้งนั้นเพราะคุณชวนเป็นเด็กดี ยึดมั่นในกติกา เมื่อเราเป็นหนี้ IMF ก็ยอมทำตามคำสั่งของเจ้าหนี้แต่โดยดี "

เพียงคำเกริ่นนำก็โกหกเสียแล้ว  ไม่ทราบจริงๆว่าตั้งใจ หรือ เข้าใจผิด

การเข้าไอเอมเอฟ เกิดขึ้นในรัฐบาล ชวลิต-ทักษิณ ที่ร่วมกันทำลายชาติจนย่อยยับ แล้วต้องลาออกไป เมื่อนายชวนมารับหน้าที่ต่อนั้น ไทยเข้าไอเอมเอฟไปเรียบร้อยแล้ว และเงื่อนไขในการเข้าไอเอมเอฟ รัฐบาล ชวลิต-ทักษฺณ ไปตกลงกับไอเอมเอฟเรียบร้อยแล้ว

กฎหมายที่ไทยรักไทยเรียกว่ากฎหมายขายชาติ 11 ฉบับนั้น  ต้องร่างขึ้นตามเงื่อนไขที่ไปกู้เงินเขามา และให้สังเกตุไว้ด้วยถ้ามีสติปัญญา ไม่มีการขายรัฐวิสาหกิจใดๆในช่วงสามปีที่นายชวนมาแก้ปัญหาที่ ชวลิต-ทักษิณ ทิ้งไว้

หลังจากหมดสมัยนายชวน นายทักษิณได้เข้ามาเป็นนายก และเริ่มขายรัฐวิสาหกิจให้พวกพ้อง เริ่มจาก ปตท.  หากคิดว่าความในข้อนี้ไม่จริง โปรดบอกมาว่า นายชวนขายรัฐวิสาหกิจชื่ออะไรบ้าง เมื่อไหร่ ถ้าบอกไม่ได้ ได้แต่เอาสีข้างเข้าถู แปลว่า มั่ว

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่การขายรัฐวิสาหกิจ  การปรับปรุงการบริหาร ไม่ใช่การขายรัฐวิสาหกิจ

ปตท. แปรรูปจากรัฐวิสาหกิจ เป็นบริษัทจำกัด ไม่ต้องขาย แปรรูปสำเร็จแล้ว  แต่ทักษฺณ เอา ปตท.ที่แปรรูปสำเร็จแล้ว ไปขายให้พวกพ้อง  จะเห็นได้ว่า มันเป็นคนละเรื่องกันเลย  ทักษฺณขายสมบัติชาติ โดยอ้างการแปรรูป โกหกประชาชน


วจีทุจริต วจีของใครคะ อ่านข้อมูลคุณดูใหม่สิคะ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 06-05-2006, 20:22 »

เรื่อง กฟผ. ผมคิดว่าพวกเราตกผลึกความคิดมาได้ จน ศาลท่านคืนความเป็นรัฐวิสาหกิจได้แล้ว

แต่ยังข้องใจอยู่ตอนนี้

ขายสัมปทานดาวเทียมเนี่ย...ขายชาติมั๊ย
บันทึกการเข้า

RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 06-05-2006, 20:31 »

" พอบอกว่าแปรรูป กฟผ เราก็มักจะนึกไปถึงความพยายามจะขายรัฐวิสาหกิจในสมัยรัฐบาล ปชป ในครั้งนั้นเพราะคุณชวนเป็นเด็กดี ยึดมั่นในกติกา เมื่อเราเป็นหนี้ IMF ก็ยอมทำตามคำสั่งของเจ้าหนี้แต่โดยดี "

เพียงคำเกริ่นนำก็โกหกเสียแล้ว  ไม่ทราบจริงๆว่าตั้งใจ หรือ เข้าใจผิด

การเข้าไอเอมเอฟ เกิดขึ้นในรัฐบาล ชวลิต-ทักษิณ ที่ร่วมกันทำลายชาติจนย่อยยับ แล้วต้องลาออกไป เมื่อนายชวนมารับหน้าที่ต่อนั้น ไทยเข้าไอเอมเอฟไปเรียบร้อยแล้ว และเงื่อนไขในการเข้าไอเอมเอฟ รัฐบาล ชวลิต-ทักษฺณ ไปตกลงกับไอเอมเอฟเรียบร้อยแล้ว

กฎหมายที่ไทยรักไทยเรียกว่ากฎหมายขายชาติ 11 ฉบับนั้น  ต้องร่างขึ้นตามเงื่อนไขที่ไปกู้เงินเขามา และให้สังเกตุไว้ด้วยถ้ามีสติปัญญา ไม่มีการขายรัฐวิสาหกิจใดๆในช่วงสามปีที่นายชวนมาแก้ปัญหาที่ ชวลิต-ทักษิณ ทิ้งไว้

หลังจากหมดสมัยนายชวน นายทักษิณได้เข้ามาเป็นนายก และเริ่มขายรัฐวิสาหกิจให้พวกพ้อง เริ่มจาก ปตท.  หากคิดว่าความในข้อนี้ไม่จริง โปรดบอกมาว่า นายชวนขายรัฐวิสาหกิจชื่ออะไรบ้าง เมื่อไหร่ ถ้าบอกไม่ได้ ได้แต่เอาสีข้างเข้าถู แปลว่า มั่ว

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่การขายรัฐวิสาหกิจ  การปรับปรุงการบริหาร ไม่ใช่การขายรัฐวิสาหกิจ

ปตท. แปรรูปจากรัฐวิสาหกิจ เป็นบริษัทจำกัด ไม่ต้องขาย แปรรูปสำเร็จแล้ว  แต่ทักษฺณ เอา ปตท.ที่แปรรูปสำเร็จแล้ว ไปขายให้พวกพ้อง  จะเห็นได้ว่า มันเป็นคนละเรื่องกันเลย  ทักษฺณขายสมบัติชาติ โดยอ้างการแปรรูป โกหกประชาชน


วจีทุจริต วจีของใครคะ อ่านข้อมูลคุณดูใหม่สิคะ

ขอบคุณคุณพรรณชมพูมาก ผมเกือบหลงเชื่อเจ้าของกระทู้ไปเสียแล้ว
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #7 เมื่อ: 06-05-2006, 21:58 »

ผมบอกไว้แต่แรกว่า โชคดีมาก ที่การขายสมบัติชาติ ในแบบของ IMF ไม่ได้เกิดขึ้น คุณพรรณชมพู อ่านไม่ละเอียด จึงมาถามผมว่า

"หากคิดว่าความในข้อนี้ไม่จริง โปรดบอกมาว่า นายชวนขายรัฐวิสาหกิจชื่ออะไรบ้าง เมื่อไหร่ ถ้าบอกไม่ได้ ได้แต่เอาสีข้างเข้าถู แปลว่า มั่ว"

อ่านลวกๆแบบนี้ควรระวังนะครับ ไปอ่านบทความต่างๆ อาจจะเก็บใจความได้ไม่หมด

เรื่องที่คุณยกมา บางส่วนเป็นแนวประวัติศาสตร์ใหม่ ของฝ่ายม๊อบพันธมิตร ที่เพิ่งจะปรากฎเมื่อไม่กี่เดือนนี้ ที่มีคนคิดจับแพะชนแกะ เบี่ยงความรับผิดชอบไปให้ทักษิณ ผิดไปจากเรื่องเดิม.. เจอแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าจะต่อความอย่างไร ถ้าต่อ ก็เท่ากับนั่งถกประวัติศาสตร์ตอนนั้นกัน ซึ่งผมเห็นป่วยการ และยิ่งไม่รู้ว่าคุณพรรณชมพู อ่านมาครบถ้วนถูกต้องหรือเปล่า ขนาดผมเขียนไว้ถึงสองครั้ง ว่าโชคดีที่ไม่ได้ขาย ยังเข้าใจพลาดไปได้..

เอาสรุปแบบง่ายๆ แต่เดิมเชื่อกันว่า คุณชวลิต กู้ IMF แบบยังมีข้อแม้ ไม่รับเงื่อนไขทั้งหมด แต่พอมาถึงคุณชวน คุณชวนยอมรับเงื่อนไขเพิ่ม ที่ถูกวิจารณ์ว่า เทียบได้กับการสูญเสียเอกราชทางการเงิน การแนะนำให้ขายรัฐวิสาหกิจ เกิดในสมัยคุณชวน แต่โชคดีที่ทำกันไม่สำเร็จ เพราะกระแสต่อต้านจากประชาชนมีมาก เรื่องตัวอย่างของอาเจนตินา ก็ถูกเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักไปทั่วในตอนนั้น.. ผมทราบประวัติศาสตร์แบบนี้ และยังไม่ยอมรับประวัติศาตร์ฉบับใหม่

ประวัติศาสตร์ฉบับใหม่ กับ ฉบับเก่า ผมขอผ่าน ไม่ขอถกด้วย เพราะขี้เกียจไปค้นคว้า.. ใครผิดใครถูก หลังจบเรื่องยุ่งๆทางการเมืองตอนนี้ คงจะมีผู้รู้ออกมาชำระ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-05-2006, 06:35 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #8 เมื่อ: 06-05-2006, 22:06 »

ขอตีกรอบ ให้อยู่ในประเด็นของกระทู้ ขอความเห็นในเรื่องที่ผมลอกมาลงซ้ำนี้

1. สมมตินะครับว่าในปัจจุบัน กฟผ มีโรงจักรที่มีกำลังการผลิต 80 กิ๊กกะวัตต์ และนอกจาก กฟผ แล้วยังมีโรงจักรของเอกชนอีกมากมาย

2. สมมติว่า น้ำมันแพงขึ้นไปมาก มีเหตุผลที่จะต้องควบรวมกิจการกันเพื่อลดต้นทุน กฟผ ตัดสินใจควบกิจการกับโรงจักรเอกชนแห่งหนึ่งที่มีกำลัง 20 กิ๊กกะวัตต์ สมมติว่าทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายมีเป็นสัดส่วนโดยตรงกับกำลังการผลิต รัฐบาลมี 80 พันล้าน เอกชนมี 20 พันล้าน วิสาหกิจใหม่ที่เกิดจากการรวมตัว มีขนาด 100 กิ๊กกะวัตต์ มีทรัพย์สินรวม 100 พันล้าน คิดออกมารัฐบาลถือหุ้น 80% เอกชนถือหุ้น 20%

3. สมมติใหม่ว่า กฟผ ที่มีกำลังการผลิต 80 กิกกะวัตต์ ต้องการควบกิจการให้ได้ 100 กิ๊กกะวัตต์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารดีขึ้นกว่าเดิม แต่ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใด ที่ดูแล้วถูกใจ อยากร่วมสังฆกรรมด้วย... กฟผ จึงใช้วิธี ขอรวมทุนกับใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีโรงจักรในมือ ขอให้มีเงินสดๆ 20 พันล้านมาให้ก็แล้วกัน พอได้เงินมา กฟผ จะสร้างโรงจักรอีก 20 กิ๊กกะวัตต์เอง ส่วนวิสาหกิจใหม่ ก็จะถือหุ้นแบ่งกัน 80% - 20%

แปรรูปจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิด ผมไม่ขอถก.. แต่จะสมมติว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรก็ได้ แค่อยากถามความเห็นว่า ถ้าการแปรรูปทำอย่างข้อ 3 อย่างโปร่งใส จะถือว่า เป็นการขายสมบัติชาติหรือเปล่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-05-2006, 14:22 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
หลี่ถัง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #9 เมื่อ: 06-05-2006, 22:23 »

ก้อก๊วนประชาพิบัติมันอ่านแต่เนชั่น ดูแต่ astv ฟังแต่สนธิและพันธมิตร  มันเลยรู้เท่าที่พวกนี้ต้องการป้อนให้รู้งัยจ๊ะ
บอกแล้วไงจ๊ะ ออกจากมุ้งมาดูโลกภายนอกบ้างnaja
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #10 เมื่อ: 06-05-2006, 23:29 »

โอย...ด้วยความเคารพนะครับคุณ กาลามชน

ที่เขาต่อต้านการแปรรูปมันไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นที่คุณนำเสนอเลยครับ ในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ฝ่ายรัฐบาลเขามีการนำเสนอเหตุผล
ประกอบอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งก็ถูกพิสูจน์หักล้างกันไปหลายเรื่องแล้วว่าไม่จริง (ถ้าคุณกาลามชนอยากรู้รายละเอียดก็ลองถามมา
เป็นข้อๆ ว่าเขาหักล้างกันอย่างไร)

ทีนี้วัตถุประสงค์จริงๆ ในการแปรรูป เราดูได้จากมีใครได้ผลประโยชน์บ้าง มันก็ปรากฏชัดเจนเห็นๆ กันแล้วว่าใครบ้างเข้าไปถือหุ้น
กำไรจากราคาหุ้นไปเท่าไหร่ (ขึ้นจาก 35 บาทเป็น 2 ร้อยกว่า คูณดูแล้วกันครับ)

ในขณะที่ผลการตัดสินของศาลท่านก็ออกมาชัดเจนว่ามีเหตุผลอย่างไร แค่ประเด็นที่ว่า สายส่งและเขื่อนเป็นสมบัติชาติจะขาย
ให้เอกชนไม่ได้  ประเด็นนี้ประเด็นเดียว พรฎ.แปรรูปก็มิชอบด้วยกฎหมายแน่ๆ แล้วครับคุณกาลามชน คงไม่เถียงศาลใช่ไหม

---

ประเด็นที่คุณกาลามชนเสนอมา ก็ได้มีการพูดคุยกันไปหลายรอบแล้ว สรุปแล้วกันว่า เรื่อง "โรงงานผลิตไฟฟ้า" จะขายอย่างไร
ก็ไม่ใช่ขายชาติ กฟผ. จะสร้าง "โรงไฟฟ้า" ออกมาขายเป็นสินค้าก็ยังไม่ใช่การขายชาติ จะชวนใครสร้างโรงไฟฟ้าด้วยกัน
หรือให้เอกชนรายใดผลิตไฟฟ้ามาขายไม่ได้เป็นปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ใช่การขายชาติ

ตัวอย่างการ "ควบรวมกิจการ" ของคุณกาลามชนความจริงไม่ค่อยเหมือนกับการออก พรฎ. แปรรูป สักเท่าไหร่
ความจริงผมนึกไม่ออกด้วยว่ากิจการผูกขาดอยู่แล้วอย่างกฟผ. การควบรวมกิจการมันจะลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพอย่างไร
เรื่องน้ำมันแพงก็นึกไม่ออกว่าควบรวมฯ แล้วจะแก้ปัญหาอะไรได้ แต่สรุปว่าถึงควบรวมก็ไม่ใช่การขายชาติ

คราวนี้ปัญหามันอยู่ที่ว่า แต่เดิมที่พูดคุยยอมรับกันสมัยรัฐบาล ปชป. จะมีการแปรรูป กฟผ. เป็นบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร
"แบ่งออกเป็น 2 บริษัท" โดยบริษัทแรกจะบริหารจัดการสายส่งและ การผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน บริษัทนี้ "รัฐต้องถือหุ้น 100%"
ส่วนอีกบริษัท(หรือจะมีกี่สิบกี่ร้อยบริษัทก็ทำไป) จะบริหารโรงผลิตไฟฟ้าอื่นๆ รวมทั้งโรงไฟฟ้าที่จะสร้างใหม่ จะไปขายหุ้นเพิ่มทุน
ให้เอกชนมาถือหุ้นก็ทำไปจะขายหมด 100% เลยก็ได้ เพราะทุกวันนี้ก็มีโรงไฟฟ้าเอกชนอยู่แล้วในขณะเดียวกัน กฟผ. จะไปซื้อหุ้น
ในโรงไฟฟ้าที่ไหนก็ซื้อได้เช่นกัน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มีการ ออก พรฎ.แปรรูป กฟผ. เป็น "บริษัทเดียว" เอาทุกอย่างขายรวมกันให้เอกชน ทั้งระบบสายส่ง
ทั้งการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนซึ่งการสร้างเขื่อนต้องทำลายป่าไม้ ทำลายสภาพแวดล้อมจำนวนมากต้องเวนคืนที่ดินจำนวนมหาศาล
หรือกรณีระบบสายส่งไฟฟ้าก็ต้องเวนคืนที่ดินกระทบต่อประชาชนจำนวนมากเช่นเดียวกัน และเป็นระบบผูกขาดหากขายให้เอกชน
ก็ทำให้เอกชนมีอำนาจผูกขาด ได้รับประโยชน์ผูกขาดจากการเวนคืนที่ดินโดยรัฐ ไม่ควรให้เอกชนรายใดมีสิทธิแบบนั้น

คิดว่าเท่าที่บรรยายมาคงตอบคำถามคุณกาลามชน ได้ค่อนข้างชัดเจนนะครับว่าปัญหาจริงๆ คืออะไร..
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #11 เมื่อ: 07-05-2006, 10:04 »

"และยิ่งไม่รู้ว่าคุณพรรณชมพู อ่านมาครบถ้วนถูกต้องหรือเปล่า ขนาดผมเขียนไว้ถึงสองครั้ง ว่าโชคดีที่ไม่ได้ขาย ยังเข้าใจพลาดไปได้.. "

ใช้คำเจตนาให้ผิดค่ะ  โชคดีที่ไม่ขาย    เพราะข้อเท็จจริงคือ ไม่มีนโยบายขายรัฐวิสาหกิจ ในรัฐบาลนายชวน   การออกกฎหมายแปรรูปนั้น ทำไปเพราะข้อบังคับของไอเอมเอฟ  แต่จะอธิบายต่อไปอีก  คุณก็คงไม่เข้าใจ  มันเป็นนามธรรม  คุณคงเข้าใจเฉพาะรูปธรรมที่จับต้องได้ จึงจะเล่านิทานให้ฟัง   
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #12 เมื่อ: 07-05-2006, 10:18 »

มีคนไข้ชื่อนายประเทศไทย ป่วยมานานแล้ว  กาลครั้งหนึ่งมีหมอชื่อชวนเป็นเจ้าของไข้  และคนไข้ก็เปลี่ยนหมอ เป็นหมอบรรหาร  ต่อมาคนไข้ก็เปลี่ยนหมออีก ชื่อหมอชวลิต-ทักษิณ

ในช่วงที่หมอชวลิต-ทักษิณดูแลคนไข้นั้น  นายประเทศไทยเกิดอาการหัวใจวาย ต้องทำการรักษา ก่อนจะรักษา หมอชวลิต-ทักษิณได้รวมหัวกันโทษว่า หมอชวนซึ่งเคยดูแลคนไข่มาเมื่อหลายปีก่อน รักษาคนไข้ไว้ไม่ดี ทำให้คนไข้มาเกิดอาการหัวใจวายในมือของพวกเขา  หมอชวลิต-ทักษิณเองก็ไม่มีปัญญาจะรักษาคนไข้  และคนไข้ก็ไม่มีเงินพอจะรักษาตัว  การรักษานั้นมีหลายวิธี ทั้งใช้ยาและผ่าตัด  หมอชวลิต-ทักษิณเลือกวิธีผ่าตัด ซึ่งตัวเองก็ผ่าไม่เป็น เครื่องมือก็ไม่มี เงินก็ไม่มี จึงไปเชิญหมอไอเอมเอฟมาช่วยรักษาพร้อมทั้งขอยืมเงินหมอไอเอมเอฟด้วย

หมอไอเอมเอฟก็ยินดีเพราะจะได้งานและดอกเบี้ย จึงออกข้อบังคับให้คนไข้ทำตามคำสั่ง หมอชวลิต-ทักษิณก็บอกคนไข้ว่า ไม่มีทางเลือกนะ ต้องทำตามนี้ คนไข้ก็เชื่อ

หมอชวลิต-ทักษิณ ผ่าเอาหัวใจของนายประเทศไทยออกมากองไว้ ด้วยเครื่องมือและเงินของหมอไอเอมเอฟ โดยหมอไอเอมเอฟใช้เทคนิคเฉพาะตัวในการผ่าตัด และทันใดนั้น ญาติคนไข้ก็บอกไม่เอาหมอชวลิต-ทักษิณแล้ว สองหมอจึงกระเด็นออกไปจากห้องผ่าตัด

หมอชวนถูกตามตัวมารับผิดชอบ  เมื่อมองอาการคนไข้และประวัติแล้วพบว่า ไม่น่าผ่าตัดเลยให้ยารักษาก็เหมาะสมกว่า แต่หัวใจคนไข้ออกมากองอยู่ข้างนอกแล้ว อีกทั้งหมอไอเอมเอฟหมกเม็ดซ่อนเงื่อนเอาไว้ ที่หมอชวลิต-ทักษฺณโง่เป็นกระบือ ไม่รู้ว่าโดนหลอก  หมอชวนไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องรักษาคนไข้ต่อไปตามวิธีการที่หมอไอเอมเอฟบังคับ เพราะไม่งั้นคนไข้จะตาย  จะเอาหัวใจยัดกลับไปแล้วถอยมารักษาด้วยวิธีของตนก็ไม่ไดแล้ว  ชีวิตคนไข้สำคัญกว่า

หลังผ่าตัดเสร็จ หมอไอเอมเอฟก็บังคับทั้งหมอชวนและคนไข้ต่างๆนาๆ หมอชวนก็ใช้เล่ห์กลถ่วงเวลาที่จะไม่ทำตาม กะว่าคนไข้หายก็จะหาเงินไปใช้หนี้ จะได้ไม่ต้องขายมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์แก้ส และขายอีกหลายอย่างที่หมอไอเอมเอฟบังคับไว้  แต่คนไข้ก็เปลี่ยนหมออีก

หมอทักษฺณแอบไปโกหกกับญาติคนไข้ว่า จะเข้ามาช่วยใช้หนี้ให้นายประเทศไทย ไม่ต้องเป็นทาสหมอไอเอมเอฟ ทั้งๆที่ตัวเองนั่นแหละก่อหนี้ไว้ แต่ใช้วิธีพูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น โกหกปลิ้นปล่อนจนญาติคนไข้หลงเชื่อ เมื่อได้กลับมารับหน้าที่อีกครั้ง ก็ใช้สัญญาที่หมอชวนทำไว้ขายมิเตอร์แก้สของนายประเทศไทย ทำให้ญาตินายประเทศไทยชักสงสัยว่า หมอทักษิณจะเล่นไม่ซื่อ เพราะหมอชวนถึงจะสัญญากับหมอไอเอมเอฟอย่างไร ก็ไม่เคยขายสมบัติของนายประเทศไทย  จงใจไม่ขาย ไม่ใช่โชคดีของนายประเทศไทยที่หมอชวนไม่ขาย

หมอทักษฺณอ้างว่าสัญญาที่หมอชวนไปทำกับหมอไอเอมเอฟ เป็นสัญญาขายชาติ หมอทักษิณมาจะยกเลิกให้หมด แต่ความจริงปรากฎว่า หมอทักษิณกลับใช้สัญญานั้นขายสมบัติของนายประเทศไทยซะเอง และไม่ยอมยกเลิกสัญญากับหมอไอเอมเอฟ  กลับให้นายประเทศไทยไปกู้เงินคนอื่น มาใช้หมอไอเอมเอฟ  เงินที่ไปกู้มานั้น ดอกเบี้ยมากกว่าที่หมอไอเอมเอฟคิดซะอีก  แล้วหมอทักษิณก็ขายสมบัตินายประเทศไทยต่อไป จนญาตินายประเทศไทยออกมาขับไล่  หมอทักษิณก็จับนายประเทศไทยไว้เป็นตัวประกัน จนบัดนี้
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #13 เมื่อ: 07-05-2006, 10:27 »

ต่อไปจะตอบคำถาม

1. สมมตินะครับว่าในปัจจุบัน กฟผ มีโรงจักรที่มีกำลังการผลิต 80 กิ๊กกะวัตต์ และนอกจาก กฟผ แล้วยังมีโรงจักรของเอกชนอีกมากมาย

ตอบ  โรงจักรของเอกชน สร้างขึ้นมาทำไม สร้างมาเพื่อรอว่าการไฟฟ้าจะเมตตาซื้อไฟฟ้าจากโรงจักรหรือไม่อย่างนั้นหรือ  มีนายทุนคนไหนโง่ที่จะทำอย่างนั้น การสร้างโรงจักรผลิตไฟฟ้ามา เขาต้องแน่ใจว่าเขามีช่องทางในการให้การไฟฟ้าซื้อไฟฟ้าจากเขา  ช่องทางที่ว่าเป็นเส้นทางที่เตรียมการไว้แล้ว ใช่หรือไม่

2. สมมติว่า น้ำมันแพงขึ้นไปมาก มีเหตุผลที่จะต้องควบรวมกิจการกันเพื่อลดต้นทุน กฟผ ตัดสินใจควบกิจการกับโรงจักรเอกชนแห่งหนึ่งที่มีกำลัง 20 กิ๊กกะวัตต์ สมมติว่าทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายมีเป็นสัดส่วนโดยตรงกับกำลังการผลิต รัฐบาลมี 80 พันล้าน เอกชนมี 20 พันล้าน วิสาหกิจใหม่ที่เกิดจากการรวมตัว มีขนาด 100 กิ๊กกะวัตต์ มีทรัพย์สินรวม 100 พันล้าน คิดออกมารัฐบาลถือหุ้น 80% เอกชนถือหุ้น 20%

ตอบ  น้ำมันแพงขึ้นไปมาก มีกฎหมายข้อใดบังคับให้ควบรวมกิจการ การตัดสินใจควบรวมเป็นช่องทางที่เตรียมไว้แล้วใช่หรือไม่ ปัญหาของการไฟฟ้าทำไมต้องไปคำนึงถึงเอกชน ทำไมต้องกลัวเอกชนเจ๊ง การไฟฟ้าเป็นพระเวสสันดรหรือ เมื่อไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องไปรักษาผลประโยชน์ของนายทุน ควรรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นสัดส่วนที่ว่ามาถึงจะถูกต้อง แต่ไปรวมทำไม ไม่มีเหตุผล นอกจากคิดจะคอรัปชั่น ขายสมบัติของชาติ

3. สมมติใหม่ว่า กฟผ ที่มีกำลังการผลิต 80 กิกกะวัตต์ ต้องการควบกิจการให้ได้ 100 กิ๊กกะวัตต์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารดีขึ้นกว่าเดิม แต่ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใด ที่ดูแล้วถูกใจ อยากร่วมสังฆกรรมด้วย... กฟผ จึงใช้วิธี ขอรวมทุนกับใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีโรงจักรในมือ ขอให้มีเงินสดๆ 20 พันล้านมาให้ก็แล้วกัน พอได้เงินมา กฟผ จะสร้างโรงจักรอีก 20 กิ๊กกะวัตต์เอง ส่วนวิสาหกิจใหม่ ก็จะถือหุ้นแบ่งกัน 80% - 20%

ตอบ เมื่อมีโรงจักรของเอกชนอยู่ แล้วการผลิตไฟฟ้าไม่พอเพียง ขอซื้อเขาเขาก็ขาย ไม่ขายโรงจักรเขาก็ทิ้งร้าง ปั่นไฟไวดูเล่นหรือ ทุกวันนี้เราซื้อไฟฟ้าจากลาว เราต้องควบรวมกิจการกับลาวไหม หรือต้องขายหุ้นให้ลาวไหม  เราลงทุนกัลลาว เราก็แยกสัดส่วนไม่ให้กระทบกับรัฐวิสาหกิจ ตั้งบริษัทใหม่ร่วมทุนไป แต่นี่เอาการไฟฟ้าของเดิมไปขาย จะอ้างเหตุผลอะไรก็ดูไม่เหมาะสม


หาเหตุผล ที่เรียกไดว่าเหมาะสมดีกว่าค่ะ  เราไม่ได้ทะเลาะกันนะคะ แต่หนูว่าคุณเข้าใจอะไรผิดมหาศาลเลย เข้าใจผิดอีกมาค่ะ ยินดีนะคะ ที่จะแนะแนวทางใหม่ให้
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #14 เมื่อ: 07-05-2006, 11:51 »

นิทานสนุกจังค่ะ คุณ พรรณชมพู  Very Happy
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #15 เมื่อ: 07-05-2006, 19:13 »

ลั่นล๊า
ไม่ว่าจะเป็น กู้เงิน IMF การแปรรูป หรือ FTA 
หรือ การที่บริษัทในเครืองคนไม่กี่ตระกูลเหมาสัมปทานของชาติ
แล้วนำไปทำธุรกรรม กิจกรรม ใดๆเพื่อเงินในกระเป๋าส่วนตัว
เรียกว่า ขายชาติได้ทั้งหมด

นักการเมืองไม่ว่าพรรคไหน ก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของมหาชน ก่อนส่วนตัว
ไม่งั้นก็ได้เดินราชดำเนินกันบ่อยๆ

เพลง เดิน เดิน ของน้าหงา
***
เดิน เดิน เดิน ถนน ราชดำเนิน
เดิน เดิน เดิน ถนนประวัติศาสตร์
ก้าวที่เดิน..คือ...ก้าวสร้างชาติ
ขับทรราชย์ทักสิน...ออกไป

เดิน เดิน เดิน ถนนวีรชน
เดิน เดิน เดิน ถนนของคนกล้า
จิตวิญญาน...เลือดเนื้อ..แลกมา
มวลประชาสร้างประชาธิปไตย

ปวงประชาต้องการประชาธิปไตย
ชนชาวไทย..ต้องการ..มีเสรี
งานการเมือง..ต้องการ..คนดีๆ
การเมืองมีอนาคตสดใส..
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
Wadoiji
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 801


รักษ์ประชาธิปัตย์


เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 07-05-2006, 19:23 »

ตาสว่างเลยค่ะคุณพรรณชมพู...

ไม่เสียใจที่รักท่านชวน TTvTT
บันทึกการเข้า

นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #17 เมื่อ: 07-05-2006, 19:59 »

กลับไปอ่านคำวินิจฉัยที่ศาลปกครอง..ตัดสินว่าไงน๊อ ...เรื่องการแปรรูป กฟผ

กลับไปตั้งใจอ่านอีกรอบก่อนจ้า

ชะแว๊ปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #18 เมื่อ: 07-05-2006, 20:13 »

ผมเห็นกระทู้นี้ ก็ขี้เกียจอ่านทั้งหมด เพราะรู้สึกน้ำท่วมทุ่ง
การแปรรูปนั้น ถ้าทำอย่าง สุจริตใจ ก็ไม่เท่าไหร่
แต่ถ้าทำโดย รัฐบาล ทรท มักมีความต้องการผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องเสมอ
นั่นคือมักมีความพยายาม ฮุบหุ้นในราคาถูกให้ได้มาก แล้ว ไปเทขายสิงคโปร์ อย่างที่มันทำกับ ปตท
บันทึกการเข้า

O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« ตอบ #19 เมื่อ: 08-05-2006, 18:40 »

กรณีที่คุณกาลายกตัวอย่างมาคือกรณีที่แปรรูปอย่างเป็นธรรมซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้นในยุคคุณทักษิณแน่นอน
ถ้าถามว่าในกรณีที่แปรรูปเป็นธรรมสามารถทำได้ไหม
ผมตอบว่าทำได้ครับแต่ต้องไม่ใช่ธุรกิจผูกขาด

ผมถามว่าถ้าผมเป็นบอร์ดที่สามารถกำหนดราคาไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันค่าไฟฟ้าได้แล้วเนี่ย
ถ้าผมมีหุ้นในกิจการเหล่านี้ประเทศชาติจะเป็นอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #20 เมื่อ: 08-05-2006, 19:47 »

ตามอ่านอยู่ครับ.. แต่ไม่เห็นประโยชน์ที่จะต่อความกับประเด็นที่ถูกเบี่ยงออกไป
ขอเชิญตาสว่างในประวัติศาสตร์ฉบับที่พันธมิตรเรียบเรียงใหม่เถอะครับ
ผมขออยู่กับประวัติฉบับเดิม

กระทู้ต้องการเปรียบเทียบรูปแบบ การแปรรูป แบบขายสมบัติชาติ กับแบบระดมทุน
ด้วยการตั้งตัวอย่างแบบ ideal ก็มีเพื่อนหลายท่านที่เข้าใจ ซึ่งผมก็ยินดีมากที่ได้รับฟังความเห็น

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-05-2006, 14:25 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
kid turbo
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #21 เมื่อ: 09-05-2006, 11:14 »

         ผมไม่เห็นด้วยกับกฎหมายแปรรูปรัฐวิสาหกิจนะ แต่ผมก็เข้าใจว่าท่านอดีดนายกชวนและคณะทำได้ดีที่สุดแล้ว เพราะขณะนั้นท่านบิกจิ๋วและคณะได้ทำสัญญากู้กับ IMF เนื่องจากเงินหมดคลัง เหมือนพ่อบ้านที่เงินแล้วจำเป็นต้องกู้นอกระบบมาใช้แม้ดอกเบี้ยแพง ไม่นั้นลูกในบ้านอดตายหมด
 
          ต่อมารัฐบาลท่านทักสินบอกว่าจะยกเลิก กฎหมายเหล่านี้คนจึงเลือกท่าน หลังจากท่านใช้หนี้ IMF หมด แต่ฉไหน จึงยอมจ่ายดอกเบี้ยแพงทั้งที่ก่อนเข้าบอกจะยกเลิก และพบว่าดอกเบี้ยแพงที่จ่ายเพื่อเข้าตนเองและคณะนั่นเอง

        ส่วนเรื่องแปรรูป กฟฝ ตามที่ จขกท. นั้น เขาไม่เรียกว่าแปรรูปครับเขาเรียกว่าเพิ่มทุน โดย กฟผ อาจตั้ง บ.ลูกร่วมทุนกับเอกชน แล้วขายไฟฟ้าให้ กฟผ.เข้าสายส่งครับ คิดว่าไม่มีใครคัดค้าน และรูปแบบนี้ก็มี ในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่นานแล้ว แต่ที่คัดค้านคือ

        แต่สิ่งที่ ท่านนายกทักษินและคณะ  เพราะเขาอยากได้ธุรกิจผูกขาด คือเคเบิลใยแก้ว,สายส่ง, เขื่อน, ป่าสงวนเหนือเขื่อน ซึ่งเรายอมให้แปรรูปไม่ได้ เพราะส่วนนี้มันเป็นบริการสาธารณะและเป็นธุรกิจผูกขาด เพราะกระทกต่อสังคมในวงกว้าง
 
       แม้นวันหน้ามีใครเห็นว่าค่าไฟฟ้าแพง (เพราะธุรกิจตั้งมาเพื่อกำไร ยิ่งมากยิ่งดี ดูตัวอย่าง ปตท. ปัจจุบัน ก็ได้) อยากสร้างโรงไฟฟ้าบ้าง ก็ขายไม่ได้ เพราะต้างผ่านสายส่ง ของ กฟผ เขาก็บวกค่าสายส่งตามใจเขา ประชาชนจ่ายเต็มๆ ไหนค่าน้ำมันขึ้น,ไฟฟ้าขึ้น, ประปาขึ้น (ค่าครอบชีพเปลียนแปลงมาก แค่น้ำมันอย่างเดียวก็แทบแย่แล้ว) งานนี้รากหญ้าตายสนิทแน่

        การอ้างว่าปรับปรุงประสิทธิภาพ ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือปล่า ประสิทธิภาพมันมีหลายมิตินะ เช่นความมั่นคงของกระแสไฟฟ้า (ตัวอย่าที่อเมริกา ไฟดับ 2-3 วัน)  ครับลองดูเรื่อง Balance scroe cards และต้องเข้าใจบัญชีเพือการจัดการด้วย จึงจะเข้าใจมากขึ้น เพราะบางครั้งพวกนี้ชอบแต่งบัญชีหลอกหลังแปรรูบ

        การอยากได้โรงไฟฟ้าเพิ่มผมว่ากู้เงิน หรือหุ้นกู้ ก็ได้ สินทรัพย์ต่อหนี้สินก็ยังต่ำอยูมาก ทีรัฐบาลไม่อยากค้ำประกันเงินกู้ก็ออกกฎหมายแค่ฉบับเดียวก็จบแล้วไม่เห็นต้องแปรรูบเลย หรือให้เอกชนทำขายรัฐก็ได้ เอกชนยิ่งมากรายทำให้เกิดการแข่งขันเสรีอีกต่างหาก


บันทึกการเข้า
In The Name Of Justice.
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 952


-_-;


« ตอบ #22 เมื่อ: 09-05-2006, 11:57 »

คุณ พรรณชมพู ก็เขียนไว้อยู่แล้วนิครับในเรื่องของเหตุและผล

ไม่มีประโยชน์อันไดเลยที่คุณ กาลามชน จะบอกว่าเราอยู่แต่ในมุมของสนธิ

ถ้าเป็นผมอาจจะใช่ครับ เพราะผมพึ่งหันมาสนใจการเมืองอย่างจริงจังเร็วๆนี้เอง

แต่กับคนอื่นผมคิดว่าคงไม่ใช่แน่นอน อย่างน้อยพี่ๆในบอร์ดนี้หลายคน คงผ่านการติดตามข่าวสาร

ในด้านของ ทรท. มาตลอด 5 ปีอยู่แล้วครับ

การที่เราคิดได้เองไม่ได้หมายความว่า เราฟังมาจากสนธินิครับ
บันทึกการเข้า

"มนุษย์มักต้องการในสิ่งที่ตนเองไม่มี..."

"I Fight In The Name Of Justice."
In The Name Of Justice.
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 952


-_-;


« ตอบ #23 เมื่อ: 09-05-2006, 11:59 »

สำหรับผม ผมเห็นด้วยกับการแปรรูปครับ

แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่ในระบอบที่คลุมเครือ เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง

พนักงานการไฟฟ้าได้ทั้งวันหยุดราชการ ได้โบนัสตามเอกชน แต่งานไม่ค่อยมี

ควรเริ่มจากการปฏิรูปก่อน จัดสรรคนให้สมกับงาน เสียก่อน ไม่ใช่เป็นเสือนอนกินอย่างเดียว
บันทึกการเข้า

"มนุษย์มักต้องการในสิ่งที่ตนเองไม่มี..."

"I Fight In The Name Of Justice."
Soft Heart True love!
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 55


อยู่อย่างต่ำ-กระทำอย่างสูง


« ตอบ #24 เมื่อ: 09-05-2006, 12:29 »

 Neutral

ผมอ่านกระทู้ไม่ครบถ้วนกระบวนความทั้งหมด แต่ขออนุญาตจับมากระเดียด  Laughing

พอจะเดาๆได้ว่า เป็นการปะ ฉะ ดะ กันเรื่องการนำรัฐวิสาหกิจเข้าตลท.ระหว่างทรท.&ปชป.

ส่วนตัว ผมไม่ได้ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดๆ และยอมรับว่าไม่วางใจพรรคการเมืองใดเลย

ไม่ว่าพรรคใดจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ภาคประชาชนก็ต้องจับตาและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลตลอดเวลา

ผมว่าไม่ต้องมาเถียงกันหรอก เรื่องอดีตที่ใครเป็นคนทำให้เข้าไอเอ็มเอฟ ใครเป็นคนคิดจะนำรัฐวิสาหกิจต่างๆเข้าตลท.

แต่ควรมองไปข้างหน้ามากกว่า

การนำรัฐวิสาหกิจเข้าตลท.ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสีย ข้อดีก็มีเช่นกัน อย่างที่เราพูดให้สวยหรูว่า เพื่อประสิทธิภาพในการบริหาร

เพื่อระดมทุน และเพื่ออื่นๆอีกมากมาย

แต่ขอให้โปร่งใส และจริงใจกระทำให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวกแอบแฝงอย่างที่ผ่านๆมา

จะไม่ขอกล่าวถึงวิธีและการกระทำที่ทำอย่างไรให้โปร่งใส และจริงใจ คิดว่าทุกคนฉลาด และเข้าใจ และที่ผ่านมามีคนอธิบายไว้เยอะแล้ว

แต่ที่อยากเห็นก็คือ การตรวจสอบและเฝ้าติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นของภาคประชาชนแบบตาไม่กระพริบ

เพราะ "พวกนักการเมืองไว้ใจไม่ได้จริงๆ"

 Sad
บันทึกการเข้า

พุทธบุตรทุกคนไม่มีกังวลในการรักษาชื่อเสียง มีกังวลแต่การทำความบริสุทธิ์เท่านั้น: พุทธทาสภิกขุ
ยืนต้น
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46


« ตอบ #25 เมื่อ: 09-05-2006, 18:32 »

ผมพบปัญหาของกระทู้นี้ก็คือเพื่อนๆไม่ได้แยกขั้นตอนของการแปรรูปกับการกระจายหุ้น   ศาลปกครองตัดสินให้ยุติการกระจายหุ้น   แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้แปรรูป   ในเงื่อนไขการค้าเสรีรัฐจะผูกขาดกิจการผลิตไฟฟ้าไม่ได้   เพราะกฟผ.เองไม่มีกำลังลงทุนเพิ่ม   และเอกชนก็ไม่กล้ามาแข่งด้วย   แนวทางของปชป.ก็คือลดบทบาทกฟผ.เพื่อเปิดทางให้เอกชนเข้ามาลงทุนแข่งขันได้   ดังนั้นจึงแย้งทรท.เรื่องที่เอาเขื่อนกับสายส่งไปขาย   ในเงื่อนไขนี้เอกชนสามารถเข้ามาลงทุนเพียงสร้างโรงผลิต   ส่วนสายส่งและเขื่อนก็เช่ากับรัฐ   จะทำให้มีผู้ผลิตมากรายขึ้นเกิดการแข่งขัน   ประชาชนใช้ไฟถูกลง   แต่ทรท.ขายทุกอย่าง   แถมเขื่อนกับสายส่งไปถูกๆ   ขายหุ้นชินฯเพื่อจะมาช้อนซื้อทุกอย่างที่ว่านี้ในราคาถูกๆ   และจะผูกขาดเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศนี้   

อุปมาอุปไมยของคุณพรรณชมภูยอดมากครับ   อธิบายการเมืองไทยได้กระชับเข้าใจง่าย   ผมอ่านเป็นเรื่องที่สองแล้ว   นอกจากคุณ lynnicky ที่ร่วมรบในเว๊บปชป. ผู้จัดการ และเนชั่น   คุณคือคนแรกในเว๊บนี้ที่ผมจำได้(ในด้านดี)   ส่วนคนที่สองก็คือคุณ "กาลามชน" (ในด้านไม่ดี)
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #26 เมื่อ: 09-05-2006, 18:56 »

ผมว่ามีการเข้าใจผิดบางอย่างนะครับ เกี่ยวกับการเสนอแปรรูปการไฟฟ้าในสมัยนายกชวน..........ในตอนที่รัฐบาลชวลิตไปขอกู้เงิน IMF ครั้งแรกนี้น ได้มีการพูดจากเรื่องการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเอาไว้ด้วยและมีการลงนามไว้ชัดเจนในหนังสือแสดงเจตจำนงค์ฉบับที่ 1 โดยดร.ทนง พิทยะ........ในตอนนั้นรัฐบาลชวนเพิ่งเข้ามาแก้วิกฤตในขณะที่เศรษฐกิจย่อยยับไปเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลในขณะนั้นไม่มีทางเลือกมากนักเนื่องจากประเทศยังคงต้องพึ่งพาเงินทุนสำรองจาก IMF และต่อมาระยะหนึ่งเมื่อแก้ไขจนกระทั่งผ่านพ้นวิกฤตไปแล้วจึงไม่มีการพูดถึงการแปรรูปอีกเนื่องจากเราไม่มีความจำเป็นต้องกู้อีกต่อไป และยังสามารถใช้คืนได้บางส่วนในรัฐบาลนั้น..........ในขณะที่รัฐบาลทักษิณ ประเทศไม่มีปัญหา ไม่มีแรงกดดันอะไรให้ต้องแปรรูป แต่รัฐบาลยังคงเดินหน้า แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังคงดำเนินการอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
Jupiter
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 161


" ~!@ JupITeR--{(ZeUS)} ...@!~ "


เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 09-05-2006, 19:01 »

อ้า...  นิทานสนุกมากเลยค่ะ  แถมได้ความรู้ติดตัวไปด้วย
ขอบคุณนะคะคุณพรรณชมพู 

อ่านแล้วเข้าใจขึ้นเยอะเลย... ^.^))// ว้าววว
ฮิๆๆ
บันทึกการเข้า

"ไม่มีใครตาบอด เท่ากับคนไม่เปิดตามอง"



                  "ถึงเสียเปรียบก็สู้!!!"
หน้า: [1]
    กระโดดไป: