ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-10-2020, 23:01
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เศรษฐกิจดีแล้ว การเมืองก็มั่นคง มาสนใจแก้โลกร้อนกันดีกว่า 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2 3
เศรษฐกิจดีแล้ว การเมืองก็มั่นคง มาสนใจแก้โลกร้อนกันดีกว่า  (อ่าน 23039 ครั้ง)
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« เมื่อ: 11-07-2007, 06:42 »

ชาวกรุงบูเอโนสไอเรส หลายพันคนออกมายังท้องถนนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองหิมะตกครั้งใหญ่ครั้งแรกในเมืองหลวงของอาร์เจนตินา นับตั้งแต่หิมะตกใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อ 22 มิถุนายน ปี 2461

รายงานระบุว่า หิมะที่ตกลงมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงเกิดจากมวลอากาศเย็นจากมหาสมุทรแอนตาร์กติกพัดเข้าปะทะกับความกดอากาศต่ำที่มีความชื้นสูงในแถบตะวันตกและภาคกลางของอาร์เจนตินา ส่งผลให้พื้นที่หลายแห่งรวมทั้งกรุงบูเอโนสไอเรส มีหิมะและน้ำแข็งปกคลุม ต่างไปจากหิมะที่ตกพร้อมกับฝนและหายไปอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ผ่านมา

กรุงบูเอโนสไอเรส เพิ่งเผชิญกับสภาพอากาศเย็นจัดที่อุณหภูมิลดต่ำลงมากกว่าจุดเยือกแข็ง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อันเป็นอุณหภูมิต่ำที่สุดในรอบเวลากว่า 40 ปี ส่งผลให้เกิดสภาวะวิกฤติด้านพลังงานและมีผู้เสียชีวิตไป 23 คน ส่วนหิมะที่ตกเมื่อวันจันทร์มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 คน.
INN


อาร์เจนติน่าทำสำเร็จแล้วเห็นป่าว ช่วยๆ ประเทศไทยกันหน่อยเร้ว อย่างแรกแก้รถติดตอนสายๆ
แยกรัชดาลาดพร้าวได้ โลกหายร้อนลงไปจมหู
บันทึกการเข้า
::วิญญาณห้อง2::
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 656



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11-07-2007, 07:48 »

ผมว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไร หรือการเมืองไม่นิ่งแค่ไหน การแก้โลกร้อนก็ยังคงต้องทำครับ
บันทึกการเข้า

--------this is the world-------
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #2 เมื่อ: 11-07-2007, 08:54 »

ชาวกรุงบูเอโนสไอเรส หลายพันคนออกมายังท้องถนนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองหิมะตกครั้งใหญ่ครั้งแรกในเมืองหลวงของอาร์เจนตินา นับตั้งแต่หิมะตกใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อ 22 มิถุนายน ปี 2461

รายงานระบุว่า หิมะที่ตกลงมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงเกิดจากมวลอากาศเย็นจากมหาสมุทรแอนตาร์กติกพัดเข้าปะทะกับความกดอากาศต่ำที่มีความชื้นสูงในแถบตะวันตกและภาคกลางของอาร์เจนตินา ส่งผลให้พื้นที่หลายแห่งรวมทั้งกรุงบูเอโนสไอเรส มีหิมะและน้ำแข็งปกคลุม ต่างไปจากหิมะที่ตกพร้อมกับฝนและหายไปอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ผ่านมา

กรุงบูเอโนสไอเรส เพิ่งเผชิญกับสภาพอากาศเย็นจัดที่อุณหภูมิลดต่ำลงมากกว่าจุดเยือกแข็ง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อันเป็นอุณหภูมิต่ำที่สุดในรอบเวลากว่า 40 ปี ส่งผลให้เกิดสภาวะวิกฤติด้านพลังงานและมีผู้เสียชีวิตไป 23 คน ส่วนหิมะที่ตกเมื่อวันจันทร์มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 คน.
INN


อาร์เจนติน่าทำสำเร็จแล้วเห็นป่าว ช่วยๆ ประเทศไทยกันหน่อยเร้ว อย่างแรกแก้รถติดตอนสายๆ
แยกรัชดาลาดพร้าวได้ โลกหายร้อนลงไปจมหู

เพี้ยน
คนตายดันเอามาล้อเล่นอีก
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #3 เมื่อ: 11-07-2007, 08:58 »

โลกมันร้อนขึ้นตั้ง 0.7 องศาซีในร้อยปี


ผลจากการที่โลกร้อน
- อากาศแตกต่างรุนแรง ทำให้ทำลายระบบอากาศท้องถิ่นหรือฤดูต่างๆ ให้เพี้ยน
- น้ำทะเลขึ้นสูง แถมมีร้อน
- ระบบนิเวศน์ เจ๊ง
- ธารน้ำแข็งไม่อยู่ที่
- ต่อไปก็ ไฟไหม้ป่า ภูเขาน้ำแข็งละลาย แก๊สมีเทนผุดจากดินแดนน้ำแข็ง
โอ๊ย น่ากลัวมาก

น้ำทะเลจะท่วมโลก เพราะร้อยกว่าปีมานี้มันสูงขึ้นอีกตั้ง 20 เซนติเมตร


ดังนั้น เราควรจะสนับสนุนกรมชลฯให้จัดการทรัพยากรน้ำให้ดี
เพื่อที่จะได้ให้ต้นไม้เจริญเติบโตงอกงามโดยที่มีน้ำ
เพื่อที่จะได้ปล่อยก๊าซออกซิเจนเยอะๆ
เพื่อที่จะได้ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
เพื่อที่จะลดปรากฏการณ์เรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน Rolling Eyes
บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #4 เมื่อ: 11-07-2007, 09:07 »

http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=1777.0
ถึงเวลาต้องช่วยกันแบบจริงจังเสียที
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #5 เมื่อ: 11-07-2007, 09:56 »

เห็นด้วยกับการที่เราควรจะหันมาแก้ปัญหาโลกร้อนกันอย่างจริงจังได้แล้ว  ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีอัตราการทำลายโลกนี้น้อยนัก เมื่อเทียบกับมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป แต่การแก้ปัญหาโลกร้อนของเรานี้ ไม่ได้มุ่งแก้ให้โลกไม่ร้อน แต่เป็ฯการมุ่งแก้ไขระบบเพื่อเตรียมการรับภาวะโลกร้อน ที่ไม่อาจหยุดยั้งได้แล้ว

ประเทศมหาอำนาจ ไม่สนใจในปัญหานี้เท่าที่ควร สหรัฐอเมริกาเองนั้นถึงกับอยู่ในระดับเพิกเฉย จีนก็ยังคงมุ่งส่วเสริมอุตสาหกรรมที่จะก่อมลภาวะต่อไป ยุโรปก็มุ่งค้ากำไรตักตวงความร่ำรวย สรุปได้ในเวลานี้ว่า ไม่มีใครใส่ใจภาวะนี้มากนัก โลกจะร้อนก็ช่างมัน ฉันมีตัง เดี๋ยวเปิดแอร์ก็หายร้อน

แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆก็คือ หายนะ ในอีกราวๆสิบปีข้างหน้า หรืออาจจะแค่เจ็ดปี ภาวะวิกฤติของอากาศ จะส่งผลให้มนุษย์อยู่ไม่ได้ พืชพันธ์ธัญญาหารจะวิบัติ สัตว์จะเริ่มสูญพันธ์ ถึงตอนนั้น ใครจะสนหรือไม่สนปัญหาเรื่องโลกร้อน ก็ช่างหัวเผือกหัวมันแล้ว ประเทศไทนที่เตรียมรับมือไว้ได้ดีกว่า ก็คงจะอยู่รอดไปได้ ประเทศไทนไม่เตรียมรับมือไว้ ก็เตรียมอดตายกันไป 

ฝากเวบไว้ให้อ่านค่ะ  http://www.whyworldhot.com/

บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 11-07-2007, 10:13 »

ช่วงนี้ผมกำลังรื่นรมย์กับบทเพลง Say It's Possible ของ Terra Naomi อยู่ เขียนเพลง แต่งเพลงได้ดีมั่ก ๆ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #7 เมื่อ: 11-07-2007, 11:19 »

*  อะน่ะ ...........  สนใจปัญหาโลกร้อน กะ เขาด้วย

    เอาวิธีแก้ปัญหาโลกร้อนบางส่วนมาแปะให้เพิ่ม ..........


      1. ใช้พลังงานชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล์ เอธานอล ให้มากขึ้น
 
       2. ลดการใช้ พลังงาน ในบ้าน (การใช้ไฟฟ้าในที่พักอาศัย มีส่วนทำให้เกิด ก๊าซเรือนกระจก ถึง 16% )
 
       3. เปลี่ยนหลอดไฟ หลอดไฟแบบขด compact fluorescent lightbulb (CFL) จะใช้ไฟเพียง 1 ใน 4 ของปกติ
 
       4. การเปลี่ยนไปใช้ไฟแบบหลอด LED จะได้ไฟที่สว่างกว่า และประหยัดไฟฟ้ากว่าหลอดปกติ 40 %
 
       5. ในอเมริกา ได้มีการรณรงค์ให้เก็บ ภาษีคาร์บอน จากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการปล่อย CO2 ลงราว 5%
 
       6. บ้านหลังใหญ่ กินไฟกว่า การอยู่บ้านหลังใหญ่เกินความจำเป็น ส่งผลให้มีการใช้พลังงานมากกว่าที่ต้องการได้
 
       7. ไม่ซักผ้าในน้ำอุ่น ตากผ้า แทนที่จะใช้เครื่องอบผ้า ผลการวิจัยบอกว่า ตลอดอายุการใช้งานของเสื้อ 1 ตัว
           จะปล่อย CO2 จากการซัก รีด อบแห้ง ประมาณตัวละ 9 ปอนด์
 
       8. รีไซเคิลเสื้อ ในบางบริษัท มีการรับบริจาคเสื้อที่ใช้แล้ว จะนำไปหลอมมาทำเป็นเส้นใยใหม่อีกครั้ง
          ซึ่งจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 71%
 
       9. สร้างตึกสีเขียว ในการก่อสร้าง บางตึกจะผสมคอนกรีต เข้ากับ slug (ของเสียที่ได้จากเหมือง)
           ซึ่งจะทำให้แข็งแรงขึ้น ลดการใช้พลังงานได้มากขึ้น

     
     จริง ๆ แล้วใน Time  ฉบับเดือนเมษา 2007  มีบทความเกี่ยวกับ 51 วิธี แก้ปัญหา โลกร้อน ที่พวกเราสามารถทำได้

      ไหน ๆ เป็นคนตั้ง ทู้ นี้แร่ววว .... ไม่ทำการบ้านหาข้อมูลมาเพิ่มซักหน่อยเร๊อะ คุณแถ
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-07-2007, 11:28 โดย see - u » บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #8 เมื่อ: 11-07-2007, 12:02 »

ก๊าซมีเทนก็มีส่วนอย่างมาก สาเหตุหลักมาจาก การตัดไม้และการเผาป่า นอกจากนี้การทำนาข้าว การเลี้ยงวัวควาย การถมขยะ การทำเหมืองแร่ และการผลิตถ่านหิน อย่างการปลูกข้าว เกิดก๊าซมีเทน เนื่องจากแบคทีเรียที่อยู่ในดินเป็นตัวปล่อยมีเทน การเลี้ยงวัวควายก่อให้เกิดมี-เทน เนื่องจากแบคทีเรียใน กระเพาะอาหารของสัตว์กินหญ้าประเภทวัว ควาย แพะ แกะ อูฐ จะย่อยอาหารและปล่อยมีเทนออกมาด้วย
มีการศึกษาพบในแต่ละวันวัว 1 ตัว เรอมีเทนออกมาถึง 0.5 ปอนด์ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาไทยมีวัว ควายประมาณ 11 ล้านตัว แต่ละตัว จะเรอนาทีละหลายครั้ง หากวัวควายเรอเพียงนาทีละครั้ง จะมีปริมาณ ก๊าซมีเทนออกมา 5.5 ล้านปอนด์ มีเทนที่เก็บพลังงานความร้อนเอาไว้ ขณะนี้จะเก็บความร้อนไว้ได้นานกว่า10 ปี และเก็บความร้อน ไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทนสามารถ เก็บพลังงานความร้อนเอา ไว้ขณะนี้ไปจนถึงระยะเวลานาน 10 ปี และเก็บความร้อนไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 20 เท่า


อย่าไปเลี้ยงเลยวัว ควาย ปุ๋ยหมักชีวภาพก็เลิกๆ ไปซะ รวมทั้งปลูกข้าวด้วย ก็โลกมันร้อน

หลอด LED ลิงที่ไหนสว่างกว่า มั่วแล้ว อุณหภูมิสีมันก็ไม่ได้ด้วย ไว้ส่องแคะหูพอไหว
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #9 เมื่อ: 12-07-2007, 02:18 »

ก๊าซมีเทนก็มีส่วนอย่างมาก สาเหตุหลักมาจาก การตัดไม้และการเผาป่า นอกจากนี้การทำนาข้าว การเลี้ยงวัวควาย การถมขยะ การทำเหมืองแร่ และการผลิตถ่านหิน อย่างการปลูกข้าว เกิดก๊าซมีเทน เนื่องจากแบคทีเรียที่อยู่ในดินเป็นตัวปล่อยมีเทน การเลี้ยงวัวควายก่อให้เกิดมี-เทน เนื่องจากแบคทีเรียใน กระเพาะอาหารของสัตว์กินหญ้าประเภทวัว ควาย แพะ แกะ อูฐ จะย่อยอาหารและปล่อยมีเทนออกมาด้วย
มีการศึกษาพบในแต่ละวันวัว 1 ตัว เรอมีเทนออกมาถึง 0.5 ปอนด์ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาไทยมีวัว ควายประมาณ 11 ล้านตัว แต่ละตัว จะเรอนาทีละหลายครั้ง หากวัวควายเรอเพียงนาทีละครั้ง จะมีปริมาณ ก๊าซมีเทนออกมา 5.5 ล้านปอนด์ มีเทนที่เก็บพลังงานความร้อนเอาไว้ ขณะนี้จะเก็บความร้อนไว้ได้นานกว่า10 ปี และเก็บความร้อน ไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทนสามารถ เก็บพลังงานความร้อนเอา ไว้ขณะนี้ไปจนถึงระยะเวลานาน 10 ปี และเก็บความร้อนไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 20 เท่า


อย่าไปเลี้ยงเลยวัว ควาย ปุ๋ยหมักชีวภาพก็เลิกๆ ไปซะ รวมทั้งปลูกข้าวด้วย ก็โลกมันร้อน

หลอด LED ลิงที่ไหนสว่างกว่า มั่วแล้ว อุณหภูมิสีมันก็ไม่ได้ด้วย ไว้ส่องแคะหูพอไหว

ก๊าซมีเทน 5.5 ล้านปอนด์ แค่ 2.5 ล้านกิโลกรัม หรือแค่ 2,500 ตันเท่านั้น
เอา 20 คูณเทียบเท่ากับคาร์บอนไดออกไซด์ 50 ล้านกิโลกรัม น้อยมากครับ

ไม่กี่วันก่อนผู้ว่าอภิรักษ์เพิ่งออกโครงการ "หยุดเพิ่มความร้อนใส่กรุงเทพฯ" ระบุว่า หากเปลี่ยนหลอดไส้
100 วัตต์ไปใช้หลอดประหยัดพลังงาน 18 วัตต์จะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละ 295 กิโลกรัม
และประหยัดเงินได้ปีละ 738 บาท ดังนั้นหากประชาชนทั่วกรุงเทพฯ เลิกใช้หลอดไส้ทั้งหมดจะช่วยลด
การปล่อยก๊าซเรือนระจกได้ถึงปีละ 1,475 ล้านกิโลกรัม และประหยัดเงินได้ 3,690 ล้านบาท

แค่เปลี่ยนหลอดไฟที่กรุงเทพฯ ก็ลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าควายเรอตั้งไม่รู้กี่เท่าแล้วล่ะครับ

แล้วการเลี้ยงวัว ควาย ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ อะไรต่างๆ น่ะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ
ได้เท่าไหร่ทำไมไม่ประเมินออกมาด้วย ใช้เครื่องยนต์ ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์มันไม่ปล่อยก๊าซอะไร
ออกมาเลยหรือยังไง?
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #10 เมื่อ: 12-07-2007, 06:37 »

ก๊าก ก๊าก ก๊าก สมองคิดได้แค่นี้เหรอ เชื่อกระทั่งอภิรักษ์หนี่งในสองคนที่เซ็นต์หนังสือ
แล้วไม่ต้องรับผิดชอบ ในกรุงเทพฯ มีหลอดไส้ 100 วัตต์เหลืออยู่กี่หลอด คนเปลี่ยน
เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์มาชาติหนึ่งแล้วกี่หลอด เปลี่ยนเป็นหลอดตะเกียบมาครึ่งชาติ
แล้วกี่หลอด เปลี่ยนเป็นหลอดอีเล็คทรอนิคส์มาเป็นปีๆ แล้วอีกกี่หลอด ข้อมูลมั่วส่งเดช
ทั้งนั้น เด็กก็รู้ว่ามันไม่มีปัญญาไปสำรวจได้ นอกจากนั่งเทียนดูจากแถวๆ บ้านตัวเองแล้ว
คูณพื้นที่กรุงเทพฯ ไปแบบง่ายๆ พอๆ กะนักข่าวมั่วตัวเลขคนไปม็อบยังง่ายซะกว่า นั่งเรอ
พ่นก๊าซมีเทนไปเชื่อไปหรือเปล่านั่น ตอนจบทะลึ่งสรุปออกมาเป็นเงินได้ด้วย มั่วได้ใจยิ่ง
กว่าคนเขียนเรื่องควายเรออีก โถ เชื่อง่ายๆ เป็นตุเป็นตะแบบนี้ ทหารมันถึงจูงจมูกได้ทุก
วัน ใช้เหตุผลมากๆ นะคร้าบ อย่ามัวแต่เรอแบบวัวแบบควาย ก๊าก ก๊าก ก๊าก

ไม่เลี้ยงควายก็ไม่ต้องแปลว่าใช้เครื่องยนต์นะคร้าบ จินตนาการมากไปหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #11 เมื่อ: 12-07-2007, 14:28 »

ในกรุงเทพเปลี่ยนหลอดไส้ไปแล้วหรือ??? วันก่อนยังเห็นขายอยู่ที่ สยามพารากอน อยู่เลย
เขาขายให้แมวที่ไหนหรือ ว่าไปที่บ้านก็ยังใช้หลอดไส้อยู่ เอ.... หรือที่บ้านไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ

และที่สำคัญ พึ่งเห็นไฟจราจรเปลี่ยนไปใช้ LED มาไม่กี่ปีมานี่เอง รู้สึกว่ายังเปลี่ยนไม่หมด
กลับมาจากต่างดาวหรือยังไง หรือว่าตอนนี้ไม่ได้อยู๋ในกรุงเทพ
บันทึกการเข้า
aoporadio
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 404


« ตอบ #12 เมื่อ: 12-07-2007, 15:02 »

ตั้งกระทู้ใว้หาเรื่องอยากพ่นวาจาหยาบคายนี้เอง นึกว่าสนใจที่จะพูดคุยเพื่อระดมความคิดเพื่อเป็นทางแก้ปัญหา/ตัณหา ไม่น่าคลิกเข้ามาเล้ยยย
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #13 เมื่อ: 12-07-2007, 15:16 »

ก๊าก ก๊าก ก๊าก สมองคิดได้แค่นี้เหรอ เชื่อกระทั่งอภิรักษ์หนี่งในสองคนที่เซ็นต์หนังสือ
แล้วไม่ต้องรับผิดชอบ ในกรุงเทพฯ มีหลอดไส้ 100 วัตต์เหลืออยู่กี่หลอด คนเปลี่ยน
เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์มาชาติหนึ่งแล้วกี่หลอด เปลี่ยนเป็นหลอดตะเกียบมาครึ่งชาติ
แล้วกี่หลอด เปลี่ยนเป็นหลอดอีเล็คทรอนิคส์มาเป็นปีๆ แล้วอีกกี่หลอด ข้อมูลมั่วส่งเดช
ทั้งนั้น เด็กก็รู้ว่ามันไม่มีปัญญาไปสำรวจได้ นอกจากนั่งเทียนดูจากแถวๆ บ้านตัวเองแล้ว
คูณพื้นที่กรุงเทพฯ ไปแบบง่ายๆ พอๆ กะนักข่าวมั่วตัวเลขคนไปม็อบยังง่ายซะกว่า นั่งเรอ
พ่นก๊าซมีเทนไปเชื่อไปหรือเปล่านั่น ตอนจบทะลึ่งสรุปออกมาเป็นเงินได้ด้วย มั่วได้ใจยิ่ง
กว่าคนเขียนเรื่องควายเรออีก โถ เชื่อง่ายๆ เป็นตุเป็นตะแบบนี้ ทหารมันถึงจูงจมูกได้ทุก
วัน ใช้เหตุผลมากๆ นะคร้าบ อย่ามัวแต่เรอแบบวัวแบบควาย ก๊าก ก๊าก ก๊าก

ไม่เลี้ยงควายก็ไม่ต้องแปลว่าใช้เครื่องยนต์นะคร้าบ จินตนาการมากไปหรือเปล่า

ผมยกตัวเลขมาให้ดูว่าควายเรอน่ะ มันมีผลนิดเดียว เทียบกับเปลี่ยนหลอดไฟในกรุงเทพฯ
แค่ไม่ถึง 5% ก็สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าควายเรอรวมกันทั้งประเทศแล้วครับ
และตลอดเวลาก็มีการนำหลอดประหยัดไฟไปใช้แทนที่หลอดกินไฟแบบเดิมๆ อยู่แล้ว

แล้วตัวเลขการประหยัดเงินน่ะคำนวณได้อยู่แล้ว เคยไปดูป้ายประหยัดไฟเบอร์ 5 ไหมครับ
มีระบุจำนวนเงินค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายเอาไว้ทุกป้าย  ... มาว่าเขาทะลึ่งสรุป

ตัว จขกท. เองก็ไม่รู้ว่าเขาเอาตัวเลขมาจากไหน รู้ได้อย่างไรว่าเขานั่งเทียนดูจากแถวๆ
บ้านตัวเองแล้วคูณพื้นที่กรุงเทพฯ ไปแบบง่ายๆ 

คุณอยากประหยัดฯ เองต่างหากที่นั่งเทียนใส่ร้ายเขานะครับ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
skl98
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 227


เป็นเสือในป่า ดีกว่าเป็นหมาในกรุง


« ตอบ #14 เมื่อ: 12-07-2007, 15:19 »

หัวข้อกระทู้นี้ที่ ประชาไท หมิ่นเบื้องสุงถูกลบทิ้งไปแล้วเมื่อวันก่อน
บันทึกการเข้า

บรรพบุรุษ ของไทย แต่โบราณ          ปกบ้าน ป้องเมือง คุ้มเหย้า          เสียเลือด เสียเนื้อ มิใช่เบา             หน้าที่เรา รักษา สืบไป         
ลูกหลาน เหลนโหลน ภายหน้า          จะได้มี พสุธา อาศัย                   อนาคต จะต้องมี ประเทศไทย         มิยอมให้ ผู้ใด มาทำลาย         
ถึงขู่ฆ่า ล้างโคตร ก็ไม่หวั่น                จะสู้กัน ไม่หลบ หนีหาย             สู้ตรงนี้ สู้ที่นี่ สู้จนตาย                     ถึงเป็นคน สุดท้าย ก็ลองดู         
บ้านเมืองเรา เราต้อง รักษา               อยากทำลาย เชิญมา เราสู้         เกียรติศักดิ์ ของเรา เราเชิดชู           เราสู้ ไม่ถอย จนก้าวเดียว.....
                                                                     
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #15 เมื่อ: 12-07-2007, 17:27 »

ก็ว่าแล้วว่ามันดูเพี้ยนๆมาแต่เริ่มเอาเรื่องนึงมาโยงเรื่องนึง
หัวข้อกับเนื้อหาบทสรุปไปคนละทาง
ที่แท้ก็ไม่รู้็จะเอาอะไรมาด่า หาเรื่องแถให้เขาด่าเล่นแก้เครียดเท่านั้นเอง

เลี้ยงควายปลูกข้าวถึงจะมีมีเทนออกมาจากกระบวนการผลิตบ้าง
แต่ก็น้อยมาก และตัวระบบเองก็สมดุลย์ของมันอยู่แล้ว
หลอดใส้ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ไม่ว่าจะตามบ้านเรือนโคมไฟ
หรือในงานในร้านบางอย่าง(ร้านข้าวต้ม เขียงหมู ฯลฯ)
หลอดLEDเองเมื่อเทียบวัตต์ต่อความสว่างก็ให้ค่าสูงกว่าหลอดไส้
และไม่่ต้องกระชากไฟเพื่อให้หลอดติดแบบหลอดฟลูออเรสเซน
ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แถมันก็ยังบ้ามาโชว์โง่ให้เขาด่าอยู่ได้
นับวันเหล่าขี้ข้ายิ่งเพี้ยนแล้วก็โง่ลงทุกวัน...เฮ้อ
บันทึกการเข้า
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #16 เมื่อ: 12-07-2007, 18:01 »

ก่อนอื่นเลยเราต้องกดดันประเทศลูกพี่ไอ้แม้ว เช่นอเมริกา ให้ลดการปล่อยก๊าซ
รวมทั้งการลดการใช้สิ่งที่ไม่จำเป็น นั่นขัดกับหลักของไอ้แม้วที่ต้องการให้บริโภคมากๆ
อย่างชัดเจน
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #17 เมื่อ: 12-07-2007, 18:39 »

อ่ะ น่า......อย่าเครียดกันเลย
ซื้อยาขมให้โลกมันกินสักซอง คงพอแก้โลกร้อนในได้น่า

 
 
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #18 เมื่อ: 12-07-2007, 19:05 »

รายงานเกี่ยวกับ ตดวัว เรอควาย เป็นรายงานอันหนึ่ง ที่ถูกนำเสนอมาในแนว รัฐบาลที่แล้วก็โกง รัฐบาลนี้ก็โกงได้  หรือจะเรียกว่าในแนว เอ็งก็ทำ ดังนั้นข้าก็ทำได้

ในอดีตเคยมีรายงานอะไรแบบนี้มาหนหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องน้ำเสีย ซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมถูกกล่าวหาว่า เป็นต้นเหตุของน้ำเสีย ก็มีงานวิจัยสวนมาว่า น้ำเสียจากครัวเรือนนั้นก็มีมากเหมือนกัน และรายงานไปในทำนองว่า ที่สุดแล้วหากจะเปรียบเทียบกัน น้ำเสียจากครัวเรือนมีมากกว่าโรงงานอุตสาหกรรมด้วยแหละ

เข้าทำนอง อย่ามาว่ากรูนะ เพราะมรึงก็ทำ 

อย่างที่คุณจีว่ามา อัตราส่วนของการสร้างก๊าซเรือนกระจก จากการเลี้ยงปศุสัตว์ ถ้าจะคิดให้ดีๆก็จะพบว่ามันน้อยมาก เมื่อเทียบกับการผลาญพลังงานในด้านอื่นๆ
อีกอย่าง วัวมันก็ตด ควายมันก็เรอ มานานตั้งแต่มันถือกำเนิดมาบนพิภพนี้แล้ว คนเรายังตดยังเรอเลย จะไปค่อนขอดวัวควายมันทำไม

ปัญหาสำคัญของภาวะโลกร้อน คือการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย การรณรงค์ให้เปลี่ยนหลอดไฟ จากหลอดใส้มาเป็นหลอดในตระกูลอื่น ไม่ว่าจะเป็นฟลูออเรสเซนต์ หรือ LED ตามแต่การใช้งานจะเหมาะสม ก็เป็นการรณรงค์ให้ประหยัดพลังงานนั่นเอง และขอแก้ไขความเข้าใจผิดไว้สักเล็กน้อย หลอด LED นั้นมีชนิดที่สว่างพอจะใช้อ่านหนังสือได้ เป็นไฟฉายก็ได้ มีการพัฒนาแล้วค่ะ มีหลายรูปแบบทีเดียว

ที่สำคัญที่สุด ภาวะวิกฤติจากก๊าซเรือนกระจก กำลังมาถึงจุดเกือบจะสูงสุดแล้ว ถึงแม้เราจะหยุดการสร้างก๊าซเหล่านั้นในวันนี้ หรือควบคุมให้เกิดขึ้นน้อยๆ ก็ไม่ทันการแล้ว โลกร้อนขึ้นแล้วจากก๊าซเรือนกระจกทั้งหลาย ที่สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ และกว่าที่ก๊าซซึ่งอยู่ในชั้นบรรยากาศนั้นจะสลายลงไปตามธรรมชาติได้จนถึงจุดที่ไม่เป็นอันตราย ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 50 ปี

แต่หากเราเติมก๊าซนั้นเข้าไปในบรรยากาศ ด้วยอัตราเท่าที่เราทำอยู่ในปัจจุบัญนี้ หมายถึงอัตราคงที่ อีก 20 ปีข้างหน้า มันจะถึงจุดวิกฤติสุดๆ นั่นคือโลกจะร้อนขึ้นอีกหนึ่งถึงสององศา ภูมิอากาศจะวิปริตไปทั้งโลก น้ำแข็งขั้วโลกจะละลาย น้ำทะเลจะสูงขึ้น สัตว์จะเริ่มสูญพันธ์ และมนุษย์ก็จะได้ครองโลกอย่างจริงๆจังๆ เพราะเหลือรอดอยู่ได้เป็นเผ่าพันธ์สุดท้าย แต่ก็ต้องตายในที่สุด ตายทีหลังก็เท่ห์ดี 

แต่ด้วยความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้อัตราการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่นประเทศจีน ที่กำลังจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกา ในความต้องการพลังงานน้ำมัน หากอัตราการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นอย่างนี้ หมายถึงไม่คงที่ นั่นแปลว่าในอีกราวๆ 7 ปี แทนที่จะเป็น 20 ปี เราจะพบวิกฤติ

ฟังแล้วยากเย็น อธิบายแล้วก็เถียงกันไปกันมา ดังนั้นขอเสนอทฤษฎีที่ไม่เคยมีใครเสนอมาก่อนว่า

ความเร็วในการพินาศของโลกใบนี้จากภาวะโลกร้อน เป็นอัตราส่วนโดยตรงกับ อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

ถ้า D = ความเร็วในการพินาศของโลก (D = destroy)  และ E = อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (E = evil)

ดังนั้น สมการจะมีว่า  D = E

หรือในอีกทฤษฎีหนึ่งว่า

ความเร็วในการพินาศของโลกใบนี้จากภาวะโลกร้อน เป็นอัตราส่วนโดยตรงกับ GDP

ถ้า D = ความเร็วในการพินาศของโลก (D = destroy)  และ GDP = ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ  (gross domestic product)

ดังนั้น สมการจะมีว่า  D = GDP

ขอประกาศไว้เลยว่า ถ้ามีการให้รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ในหัวข้อทฤษฎีนี้ ห้ามใครขโมยผลงานของหนูด้วย ไม่งั้นโกรธกันจริงๆ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-07-2007, 19:15 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 12-07-2007, 19:37 »

เฮ้อ...

ก็แก้ง่ายๆเอาพวกหนักแผ่นดิน..ออกจากโลกไปนี้ไปซะ..

แต่นี้มันก็ทำให้การที่น้ำทะเลจะท่วมโลกลดลงไปตั้งมากมายแล้ว...

 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #20 เมื่อ: 12-07-2007, 19:56 »

เอาภาพถ่ายดาวเทียมที่มีชื่อเสียงมาฝาก เป็นภาพถ่ายโลกเฉพาะตอนกลางคืนต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกัน
ภาพนี้สะท้อนให้เห็นปริมาณการใช้พลังงานของแต่ละประเทศในโลกอย่างชัดเจน

ถ้าจะมีใครก่อปัญหาเรือนกระจกก็ไปดูที่ "สว่างๆ" ไม่ต้องมามองประเทศเกษตรอย่างไทยหรอก

บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #21 เมื่อ: 15-07-2007, 13:44 »

* เคยเอาข้อความนี้ไปตอบไว้ที่ ทู้ นึงจะเอามาแปะใน ทู้ นี้ด้วย

   เผื่อได้เห็นอะไรที่มันน่ารัก ........ แล้วจะหายเพี้ยนได้มั่ง

   อ้อ !  มีคนมาตอบเรื่องหลอดไฟให้หลายคนแร่วว  อ่านซะ .... จะได้เลิก ติ๊งต๊อง  เสียที
 


*  น่ารักแบบนี้ ... กำลังเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก

   

    อาหารมีน้อยลง ... เพราะ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง   ฤดูน้ำแข็ง    สั้นลง

    หมีขั้วโลกกำลังจะอดตาย ...........


   

    อุตสาหกรรมจากน้ำมือมนุษย์ ... เป็นตัวทำลายสภาวะแวดล้อม   ที่ส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิต

   

    ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกะสภาวะโลกร้อน .. ซึ่งจะส่งผลแก่ทุกชีวิตนะแหละ

    แต่บ้านเรา .....  ยังมีคนไปเย้วที่หนามหลวงอยู่เลย  ........................  เซ็ง   !!!


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-07-2007, 13:47 โดย see - u » บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #22 เมื่อ: 15-07-2007, 16:11 »



Lighting efficiency
Artificial light sources are usually evaluated in terms of a related quantity, the overall luminous efficacy.
This is the ratio between the total luminous flux emitted by a device and the total amount of input power
(electrical, etc.) it consumes. This is often simply called "luminous efficacy", which can be confusing as it
also has units of lm/W. The overall luminous efficacy is a measure of the efficiency of the device with the
output adjusted to account for the spectral response curve (the "luminosity function"). When expressed in
dimensionless form (for example, as a fraction of the maximum possible luminous efficacy), this value may
be called overall luminous efficiency, or simply the lighting efficiency.

The main difference between the regular and "overall" efficacies is that the latter account for input energy
that is lost as heat or otherwise exits the source as something other than electromagnetic radiation. True
luminous efficacy is a property of the radiation emitted by a source. Overall luminous efficacy is a property
of the source as a whole.


เจ๊คนงามทั้งใบหน้าจรดท่อนแขน ลองหาข้อมูลด้วยปลายนิ้วมั่งนะว่าไอ้หลอดแอลอีดีที่คุยนักคุยหนาว่าดีมากมาย มันให้
ความคุ้มค่าด้านแสงสว่างเทียบกับพลังงานที่ใช้ไปได้แค่ไหนกัน บอกแล้วมันสว่างพอที่จะใช้แคะขี้หูได้ ดีกว่านั้นหน่อยก็
เอามาใช้ตามสี่แยกไฟแดง เพราะเทคโนโลยี่มันยังไม่ถึงไงเจ๊ก็เลยได้แค่นั้น รออีกซักห้าสิบปีโน่น คงจะคุ้มค่าน่าใช้กว่านี้
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #23 เมื่อ: 15-07-2007, 17:25 »



Lighting efficiency
Artificial light sources are usually evaluated in terms of a related quantity, the overall luminous efficacy.
This is the ratio between the total luminous flux emitted by a device and the total amount of input power
(electrical, etc.) it consumes. This is often simply called "luminous efficacy", which can be confusing as it
also has units of lm/W. The overall luminous efficacy is a measure of the efficiency of the device with the
output adjusted to account for the spectral response curve (the "luminosity function"). When expressed in
dimensionless form (for example, as a fraction of the maximum possible luminous efficacy), this value may
be called overall luminous efficiency, or simply the lighting efficiency.

The main difference between the regular and "overall" efficacies is that the latter account for input energy
that is lost as heat or otherwise exits the source as something other than electromagnetic radiation. True
luminous efficacy is a property of the radiation emitted by a source. Overall luminous efficacy is a property
of the source as a whole.


เจ๊คนงามทั้งใบหน้าจรดท่อนแขน ลองหาข้อมูลด้วยปลายนิ้วมั่งนะว่าไอ้หลอดแอลอีดีที่คุยนักคุยหนาว่าดีมากมาย มันให้
ความคุ้มค่าด้านแสงสว่างเทียบกับพลังงานที่ใช้ไปได้แค่ไหนกัน บอกแล้วมันสว่างพอที่จะใช้แคะขี้หูได้ ดีกว่านั้นหน่อยก็
เอามาใช้ตามสี่แยกไฟแดง เพราะเทคโนโลยี่มันยังไม่ถึงไงเจ๊ก็เลยได้แค่นั้น รออีกซักห้าสิบปีโน่น คงจะคุ้มค่าน่าใช้กว่านี้

ต้องเรียกว่าหลาดฟลูฯไม่มีปัญญาเอามาทำไฟจราจรแบบหลอดLEDต่างหาก
แล้วแถไม่สังเกตบ้างเลยเหรอว่าทำไมต้องเป็นหลอดฟลูที่36วัตต์
ก็เพราะความสว่างที่ได้มันขึ้นอยู่กับปริมาณไฟที่ใช้และรูปทรงของหลอดไง
ดังนั้นการเลือกใช้หลอดไฟนั้นจึงเปลี้ยนไปตามลักษณะการใช้งาน
และยังมีงานอีกหลายอย่างเช่นสปอร์ตไลท์(ทั้งหลอดใส้ธรรมดา, halogen)
ที่ถึงแม้จะมีหลอด LED หรือฟลูฯ แต่ในการใช้งานจริงก็ไม่สมารถมาแทนหลอดใส้ได้
ทั้งในแง่ความสะดวก ขนาด และความเข้มของแสงที่ต้องการ จึงยังพบหลอดใส้อยู่ทั่วไป
ไม่ได้หายไปหมดอย่างที่แถบอกไว้ในความเห็นก่อนๆ
นอกจากหลอดแบบดังกล่าวข้างต้น ในตารางจะเห็น xenon กับ sodium
ซึ่งก็เป็นรูปแบบของหลอดไฟอีกแบบหนึ่งแต่ในปัจจุบันแต่ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในบ้านเรือน
เพราะราคา ความยุ่งยากในการติดตั้ง และปริมาณกระแสไฟที่ใช้

ในปัจจุบันหลอดฟลูฯได้รับความนิยมมากเพราะทำตลาดมานาน ง่ายต่อการใช้งาน
แต่ก็ไม่แน่หากตั้งใจจะทำ LED ให้เป็นเชิงการค้าขึ้นมาจริงๆ
ทำให้ถอดเปลี่ยนได้สะดวกซักหน่อย หลอด LED อาจจะครองตลาดแทนเอาง่ายๆก็ได้
เพราะหลอด LEDไม่ต้องการกระแสสูงๆและก็ทนทานกว่าฟลูฯตั้งหลายเท่า
เรียกได้ว่าเป็นคู่มวยที่จับตาดูในการประหยัดพลังงานดีเดียว
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #24 เมื่อ: 15-07-2007, 21:48 »

ในปัจจุบันหลอดฟลูฯได้รับความนิยมมากเพราะทำตลาดมานาน ง่ายต่อการใช้งาน
แต่ก็ไม่แน่หากตั้งใจจะทำ LED ให้เป็นเชิงการค้าขึ้นมาจริงๆ
ทำให้ถอดเปลี่ยนได้สะดวกซักหน่อย หลอด LED อาจจะครองตลาดแทนเอาง่ายๆก็ได้
เพราะหลอด LEDไม่ต้องการกระแสสูงๆและก็ทนทานกว่าฟลูฯตั้งหลายเท่า
เรียกได้ว่าเป็นคู่มวยที่จับตาดูในการประหยัดพลังงานดีเดียว


หน้าตาถอดเปลี่นได้แบบนี้พอใช้ได้ไหมครับ ราคา 160 บาท.. บางเว็บขายแค่ 120 บาทเท่านั้น 

ไปเจอบริษัทที่เอามาขายมีเว็บอยู่ที่นี่ครับ  http://www.eastern-energy.net



ถ้ายังสว่างไม่พอมีแบบ LED 30 ดวงกินไฟน้อยเพียง 2.4 วัตต์



และยังมีแบบ LED 60 ดวง กินไฟเพียง 4.8 วัตต์ อีกด้วยครับ



นอกจากนี้มีแบบ LED รุ่นใหม่ดวงเดียวสว่างกว่า 100,000 mcd กินไฟแค่ 1 วัตต์
แต่ยังราคาค่อนข้างแพงดวงละ 600 บาทครับ

บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #25 เมื่อ: 16-07-2007, 00:54 »

ฮ่าๆ เยี่ยมครับ
น่าเสียดายถ้ามีหลอดแบบ par38 outdoor ด้วยคงจะดีมาก
เพราะที่ใช้อยู่กินไฟตั้ง 120w มีความร้อนสูง แถมขาดง่ายด้วย

เท่าที่ดูก็ใช้ได้ครับ สามารถนำไปใช้ในงาน down light ได้ทันที
ส่วนขนาด 60ดวง ตัวโคมจะดูใหญ่ไปหน่อย
หากนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่มากับหลอดตะเกียบอาจจะไม่พอดี
(คล้ายๆกับตอนเอาหลอดตะเกียบมาแทนหลอดใส้ในตอนแรกๆ)
ข้อเสียอีกนิดนึงคือเรื่องมาตรฐานครับ
เพราะวัสดุที่นำมาใช้น่าจะนำมาจากโคมของหลอดใส้
แล้วนำมาต่อกับขั้ว แผงวงจร เอาทีหลัง วัสดุเลยไม่ค่อยจะพอดีกัน
และวัสดุที่นำมาใช้ก็ดูจะบอบบางไปหน่อย หากนำมาเทียบกันอายุการใช้งาน
สำหรับหลอด LED แค่่การย้ำตะกั่วไม่เรียบร้อยก็มีผลต่อความสว่างแล้ว
ถ้ามาตรฐานไม่ดีพอจะมีผลต่ออายุการใช้งานของหลอด LED แน่นอนครับ

แม้กระนั้นผมก็ยังคิดว่าสำหรับผมแล้ว"ต้องลอง"อยู่ดี
ขอบคุณที่เอามาแนะนำครับ
บันทึกการเข้า
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #26 เมื่อ: 16-07-2007, 08:57 »


*  สงสัยขี้หูจะหนาเป็นเมตร .. ละซิเนี่ย  ใคร ๆ เขาอธิบายถึงได้เถียงคำไม่ตกฟาก อยู่นั่นแหละ

    โน้นน  !! คุณ  jerasak เค๊าเอามาให้เลือกแร่ววว   ว่ามีแบบไหนราคาเท่าไหร่ประหยัดแค่ไหน

    ว่าง ๆ  ก็ไปซื้อมาใช้ซะ   เอามาแคะหูที่บ้านก็ได้ ... ขี้หูหนาแบบนี้ระวัง   น้ำในหู ... จะไม่เท่ากันนะจ๊ะ

    อ่ะ .. เลือกให้เลยละกันว่าระดับ  คุณแถ ....  เนี่ย  อย่างต่ำน่าจะซื้อแบบนี้มาใช้ส่องดู



แบบ LED รุ่นใหม่ดวงเดียวสว่างกว่า 100,000 mcd กินไฟแค่ 1 วัตต์ ดวงละ 600 บาทครับ



     ส่วนเรื่องความสว่างเทียบกะพลังงาน ... ก็ลองอ่านที่คุณ login not found เขียนละกัน

     ( ขอยืมคำตอบหน่อยนะค่ะ ... คุณ login )

      จริง ๆ ทู้  เนี่ยยย ... คุณแถ  เป็นคนเขียนเองว่า " มาสนใจช่วยกันแก้ปัญหาโลกร้อนกันดีกั่ว "

      แทนที่จะเอาข้อมูลมาสนับสนุน .........  เอาเรื่องผลกระทบ หรือ ทางแก้ มาเขียนเพิ่มเติม

      แต่ก็นั่นแหละ ... ยั๊ง  ยัง  มิวายไปกระแนะ กระแหน  นู้น  นี่  อยู่ได้

      สงสัยตอนพิมพ์ข้อความคงทำหน้าแบบนี้อยู่อะดิ ....
   

           < ==  ชอบแถ
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #27 เมื่อ: 16-07-2007, 10:25 »

http://en.wikipedia.org/wiki/Luminous_efficacy

ผมขอยืนยันว่าเป็นการตัดต่อข้อมูลแน่นอน สังเกตุได้จากตัวเลขอ้างอิงเหนือค่าความสว่าง
ในตารางของแถจะ [8] [9] [10] แล้วข้ามไป [14]เลย
ในตารางของแท้จะมี white LED (prototypes) up to 150 [11][12][13] up to 22% อีก1บรรทัด
หมายความว่า LED ตัวใหม่ มีค่าความสว่างต่อวัตต์สูงกว่าฟลูฯไปเรียบร้อยแล้ว



โถ่เอ๊ยจะแถก็ทำให้มันดีๆหน่อย ตัดต่อข้อมูลแบบนี้แถข้อมูลได้น่าเกลียดแบบแถๆจริงๆ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #28 เมื่อ: 16-07-2007, 11:16 »

http://en.wikipedia.org/wiki/Luminous_efficacy

ผมขอยืนยันว่าเป็นการตัดต่อข้อมูลแน่นอน สังเกตุได้จากตัวเลขอ้างอิงเหนือค่าความสว่าง
ในตารางของแถจะ [8] [9] [10] แล้วข้ามไป [14]เลย
ในตารางของแท้จะมี white LED (prototypes) up to 150 [11][12][13] up to 22% อีก1บรรทัด
หมายความว่า LED ตัวใหม่ มีค่าความสว่างต่อวัตต์สูงกว่าฟลูฯไปเรียบร้อยแล้ว

โถ่เอ๊ยจะแถก็ทำให้มันดีๆหน่อย ตัดต่อข้อมูลแบบนี้แถข้อมูลได้น่าเกลียดแบบแถๆจริงๆ

หลังจากไทยรัฐก่อเรื่องรีทัชภาพ คราวนี้ฝ่าย Pro-T มาตัดต่อตารางข้อมูลอีก ... คุณ loginฯ ตาไวจริงๆ ครับจับได้คาหนังคาเขา 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #29 เมื่อ: 16-07-2007, 11:29 »

พอดีดูตารางแล้วมันแปลกๆประกอบกับที่คุณ jerasakบอกว่า
มีหลอดLED รุ่นใหม่ดวงเดียวสว่างกว่า 100,000 mcd กินไฟแค่ 1 วัตต์
เลยลองหาดู ก็ได้เจออย่างที่เห็นละครับ
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 16-07-2007, 11:46 »

หลังจากไทยรัฐก่อเรื่องรีทัชภาพ คราวนี้ฝ่าย Pro-T มาตัดต่อตารางข้อมูลอีก ... คุณ loginฯ ตาไวจริงๆ ครับจับได้คาหนังคาเขา 
ถึงได้มีบางคนเปลี่ยนชื่อเป็น "ชอบแหล" ไง  
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #31 เมื่อ: 16-07-2007, 11:54 »

เวรกำ ของ prototype ก็แสดงว่าไม่มีขาย ต้องรอพัฒนาให้มันใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์เสียก่อน เหมือนยาแก้โรคเอดส์
ที่ตัดออกไปเพราะมันรกหูรกตาไม่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ภาพใหญ่โหลดช้า เอามาใส่ใหม่มันก็เป็นข้อมูลไม่เป็นประโยชน์
ไม่รู้ว่าจะมาจับผิดหาหอกอะไรกันตรงนี้ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ง แล้วไอ้ที่ยกตัวอย่างหลอดมาเยอะแยะนั่น มัน
คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์หรือยังล่ะ ความคุ้มค่าต่อพลังงานยังสู้หลอดฟลูออเรสเซนต์ไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงความคุ้มค่าต่อ
ราคา อย่าพยายามเอาชนะกันด้วยพวกมากข้อมูลโง่ดีกว่านะ คนอื่นเค้าอ่านรู้เพราะตัวเลขมันดิ้นไม่ได้อยู่แล้ว 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #32 เมื่อ: 16-07-2007, 12:10 »

เวรกำ ของ prototype ก็แสดงว่าไม่มีขาย ต้องรอพัฒนาให้มันใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์เสียก่อน เหมือนยาแก้โรคเอดส์
ที่ตัดออกไปเพราะมันรกหูรกตาไม่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ภาพใหญ่โหลดช้า เอามาใส่ใหม่มันก็เป็นข้อมูลไม่เป็นประโยชน์
ไม่รู้ว่าจะมาจับผิดหาหอกอะไรกันตรงนี้ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ง แล้วไอ้ที่ยกตัวอย่างหลอดมาเยอะแยะนั่น มัน
คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์หรือยังล่ะ ความคุ้มค่าต่อพลังงานยังสู้หลอดฟลูออเรสเซนต์ไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงความคุ้มค่าต่อ
ราคา อย่าพยายามเอาชนะกันด้วยพวกมากข้อมูลโง่ดีกว่านะ คนอื่นเค้าอ่านรู้เพราะตัวเลขมันดิ้นไม่ได้อยู่แล้ว 

ของเขาทำออกมาขายแล้ว ยังไม่ใช่ใช้งานในเชิงพาณิชย์อีกหรือครับ โดนจับได้ว่าตัดต่อตารางแล้วยังไปต่อไปอีก
ผมล่ะทึ่งคุณจริงๆ เหตุผลว่าทำให้ภาพใหญ่โหลดช้าอะไรนั่น "คำค้านฟังไม่ขึ้น" นะครับคุณอยากประหยัดฯ 

เอางี้.. เรื่องความคุ้มค่าเชิงพลังงานสู้หลอดฟลูออเรสเซนต์ไม่ได้อะไรนั่น ลองดูสินค้าตัวนี้ของเขาก่อนจากคนขายเดียวกัน

---

ดูในเว็บเดียวกันมีสินค้าที่น่าสนใจอีกกลุ่มคือ โคมไฟพลังแสงอาทิตย์ครับ
ด้วยคุณสมบัติการประหยัดพลังงานของหลอด LED ทำให้สามารถประยุกต์
ใช้งานร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก และระบบเซนเซอร์ตรวจวัดแสง
ไม่กินค่าไฟ ไม่ต้องเดินสายไฟให้ยุ่งยาก และไม่ต้องคอยปิดเปิดด้วยครับ
แค่เอาไปติดตรงจุดที่ต้องการก็ใช้งานได้เลย

อันนี้แบบติดหัวเสา ราคา 2500 บาท




ส่วนอันนี้แบบปักดิน ราคา 2700 บาทครับ



ดูจาก Spec แล้วคงไม่สว่างเท่าไหร่เพราะใช้ LED แค่ 6 ดวงแต่ก็น่าสนใจ
ถือเป็นมิติใหม่ได้เลยนะครับนี่ ผมว่าต่อไปของแบบนี้คงมีใหม่ออกมาเรื่อยๆ

ต่อไปหลอดฟลูออเรสเซนต์ของ คุณอยากประหยัดฯ มีคู่แข่งสำคัญเสียแล้วล่ะครับ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 16-07-2007, 12:20 »

http://forum.serithai.net/index.php?topic=15151.0

เพลงเรียกร้องการรักษาสิ่งแวดล้อม
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #34 เมื่อ: 16-07-2007, 12:28 »

เวรกำ ของ prototype ก็แสดงว่าไม่มีขาย ต้องรอพัฒนาให้มันใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์เสียก่อน เหมือนยาแก้โรคเอดส์
ที่ตัดออกไปเพราะมันรกหูรกตาไม่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ภาพใหญ่โหลดช้า เอามาใส่ใหม่มันก็เป็นข้อมูลไม่เป็นประโยชน์
ไม่รู้ว่าจะมาจับผิดหาหอกอะไรกันตรงนี้ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ง แล้วไอ้ที่ยกตัวอย่างหลอดมาเยอะแยะนั่น มัน
คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์หรือยังล่ะ ความคุ้มค่าต่อพลังงานยังสู้หลอดฟลูออเรสเซนต์ไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงความคุ้มค่าต่อ
ราคา อย่าพยายามเอาชนะกันด้วยพวกมากข้อมูลโง่ดีกว่านะ คนอื่นเค้าอ่านรู้เพราะตัวเลขมันดิ้นไม่ได้อยู่แล้ว 

สองมาตรฐานราคาแถน่ะสิ


นอกจากนี้มีแบบ LED รุ่นใหม่ดวงเดียวสว่างกว่า 100,000 mcd กินไฟแค่ 1 วัตต์
แต่ยังราคาค่อนข้างแพงดวงละ 600 บาทครับ



ข้างบนนี่มีขายหรือยังครับ
หลอดเดียวสว่างกว่าหลอดตะเกียบตั้งหลายเท่า
อายุการใช้งานก็นานกว่า กินไฟน้อยกว่า
แค่เอาค่าไฟมาคำนวนที่ประหยัดได้ก็เกินคุ้มแล้ว

ที่บอกว่าจะย่อตารางทำไมไม่ตัดอันอื่นออกด้วยเลยละ
พลังงานต่อวัตต์ก็ต่ำ ราคาก็สูง ยังเอาใส่มาให้ดู
พอคุณเอามาใส่ให้ดูผมก็อธิบายชัดแล้วนะว่าอันอื่นมันแพง กินไฟมาก มันไม่คุ้ม
แต่มันก็มีขายไว้สำหรับงานเฉพาะอย่าง ซึ่งหลอดฟลูฯทำไม่ได้ หรือทำได้แต่ไม่ดี

ขอย้ำทุกหลอดในตารางยังมีขายและยังไม่เลิกการผลิตนะครับ
ถ้าทำแล้วขายไม่ได้หรือเลิกใช้ไปแล้วอย่างที่แถบอก เขาคงไม่ทำออกมาหรอก

คนที่บ้า แถโง่ๆน่าจะเป็นคุณมากกว่ามั๊ง
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #35 เมื่อ: 16-07-2007, 12:38 »

เหอ เหอ แปลคำว่า prototype กันไม่ออกเหรอ จัดห้าย
Prototype = An original or model after which anything is copied;
แปลเป็นไทยว่า ต้นแบบ จ้า ใครเค้าเอาต้นแบบมาใช้กัน บ้าหรือเปล่า
ไม่รู้เรื่องจริง หรือ แกล้งโง่ เพื่อจะเอาชนะกันแบบ โง่ๆ วะเนี่ย ตลกดี
ตัดออกไปก็ถูกแล้ว เพราะมันไม่เข้ากลุ่มไม่เข้าเรื่อง แล้วไอ้ที่ยกมาเนี่ย
มันเป็นของต้นแบบหรือไง ถ้าไม่ใช่ความคุ้มค่าต่อพลังงานมันก็ต้องต่ำ
กว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ 36 วัตต์อยู่แล้ว หรือพยายามจะตะแบงเถียง
ให้ได้ คงไม่คิดว่าจะเอาหลอดไฟที่องค์การนาซ่าวิจัยพัฒนามาใช้นะ
ถามจริงเหอะ ไอ้ LED เขย่ากระบอกที่ซื้อกันมาแปดเก้าสิบบาทที่บ้าม
ยังใช้ได้ดีอยู่หรือเปล่าจ๊ะ หรือว่าจะใช้แค่แคะหูเขย่าข้ามวันข้ามคืนมัน
ยังไม่ยอมสว่างเลย แบบนี้เอาไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น ปาหัวหมาก็ได้
นะเผื่อหมามันจะเรอแล้วโลกร้อนขึ้น 
บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: 16-07-2007, 12:42 »

แถ น่าจะไปสมัครงานที่ไทยรัฐนะ เข้ารับแน่นอนเลย จะได้ตั้งฉายาให้ว่า แถ ไทยรัฐ รับตัดต่อ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #37 เมื่อ: 16-07-2007, 14:06 »

นอกจากนี้มีแบบ LED รุ่นใหม่ดวงเดียวสว่างกว่า 100,000 mcd กินไฟแค่ 1 วัตต์
แต่ยังราคาค่อนข้างแพงดวงละ 600 บาทครับ



หลอดฟลูออเรสเซนต์ 36w ห่วยๆ ราคา 36 บาท ให้แสงสว่าง 2,900 ลูเมน
หรือ ประมาณ 80 ลูเมน/วัตต์ อายุการใช้งาน 13,000 ชั่วโมง
ไปอ่านสเปคข้างกล่องหลอดเอาเอง แปะเดี๋ยวหาว่ามั่วอีก

ไอ้หลอดลวงโลกนี่ 100,000 mcd กินไฟ 1 วัตต์ เอามุมส่องสว่าง 45 องศา
เลยเอ้า แปลงเป็นลูเมนจะได้ 47.828 คูณ 36 วัตต์ ออกมาแค่ 1,722 ลูเมน
ราคา 600 บาท ครับพี่น้อง

เค้าบอกว่าเอามาใช้แล้วจะประหยัดกว่า อายุการใช้งานก็ไม่ได้บอกซะด้วย
คงใช้กันระดับโคตรลูกโคตรหลานแก่ตายแล้วหลอดยังไม่ขาดเลยมั้ง
ถ้าเทียบกะ หลอด 13,000 ชั่วโมง ราคา 36 บาทที่สว่างกว่า 1.7 เท่า

คำนวณให้ดูนะครับพี่น้อง 600/36*1.7*13,000=368,333 ชั่วโมง
เรียกว่าต้องให้หลอดมันอายุการใช้งาน 28 เท่าของฟลูออเรสเซนต์ห่วยๆ
ถึงจะคุ้มเท่ากัน แล้วมันน่าใช้มั้ยพี่น้อง ไอ้กระบอกไฟฉายที่เขย่าเล่นกันอยู่
ไม่กี่เดือนก็ยังต้องเอาไปปาหัวหมาซะแล้ว พี่น้องใช้สมองส่วนไหนคิดล่ะเนี่ย
ว่ามันจะประหยัดและคุ้มค่ากว่า มันก็ใช้ได้เฉพาะงานที่หลอดยาวๆ ทำไม่ได้
เช่น แคะหูไง เหมาะสุด

ปล. แปลง mcd เป็น lumen ไม่เป็นก็อย่าได้มาเถียงนะจ๊ะ
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #38 เมื่อ: 16-07-2007, 14:16 »

อ้าว.. ตัดต่อนี่หว่า

ทำตัวลวงโลกไม่ดีนะ
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #39 เมื่อ: 16-07-2007, 14:20 »

ว้าย คำนวณผิด 600 บาทมันต่อหลอด 1 วัตต์นี่หน่า

อย่างงี้ อายุการใช้งานเพื่อจะให้ได้เท่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ห่วยๆ

ก็ต้องเป็น 13.2 ล้าน ชั่วโมงสิ หลอดอะไรเนี่ย ทนโคตรเลยนะ
บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #40 เมื่อ: 16-07-2007, 15:10 »

อ้ายตารางที่เอามาให้ดู มันรวม บาลาท ไปแล้วหรือยัง เคยฟังทีวี
เขาวา ฟลูออเรสเซนต์มันประหยัดก็จริง แต่ว่า บาลาท มันทำให้มี
การสูญพลังงาน เขาแนะนำให้ใช้ บาลาทอิเล็กทรอนิกส์แทน แต่ว่า
มันแพงและมีปัญหาส่งคลื่นรบกวนออกมา เลยถึงตอนนี้ก็ยังไม่ค่อย
เป็นที่นิยม
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #41 เมื่อ: 17-07-2007, 05:41 »

เห็นคุณอยากประหยัดฯ ทำนายทายทักกับคุณ see-u ว่าต้องรออีก 50 ปีถึงจะได้ใช้หลอด LED แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์
ผมคุ้นๆ ว่ามีขายแล้วก็ลองค้นหาดูคร่าวๆ พบว่าในไทยมีคนเอามาขายแล้วแต่เป็นผู้เล่นรายเล็กๆ เทคโนโลยีอาจยังไม่ดี

งั้นลองเอาข่าวล่าสุดนี้ไปอ่านดูก็แล้วกัน "ฟิลิปส์" ผู้เล่นรายใหญ่ยักษ์เข้าตลาดมาแล้วครับ ผลิตภัณฑ์ LED ของเขาให้แสงสว่าง
ขั้นต่ำถึงระดับ 90 และ 100 ลูเมนเข้าไปแล้วด้วยกระแสไฟฟ้าแค่ 350 mA เอาไปประกอบเป็นหลอดไฟใช้แทนระบบเดิมสบายๆ

ถ้าฟิลิปส์มาเองแบบนี้อีกไม่นานก็มีใช้กันเกลื่อนเมือง.. คราวนี้จะเลิกเถียงได้หรือยังล่ะครับ ?

http://www.thaibusinessnews.com/readnews.aspx?nid=C0B871B8A8A8368B52740CAEEBF577D6
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผลิตภัณฑ์ LUXEON(R) Rebel ซึ่งให้แสงสว่างขั้นต่ำในระดับ 90 และ 100 ลูเมน ด้วยกระแสไฟฟ้า 350 mA มีวางจำหน่ายแล้ว
 ซานโฮเซ่, แคลิฟอร์เนีย--(บิสิเนส ไวร์)--10 ก.ค. 2550


         ผลิตภัณฑ์ LUXEON Rebel LEDs ซึ่งให้แสงสว่างขั้นต่ำในระดับ 90 ลูเมน และให้แสงสีขาวเย็นในระดับ 100 ลูเมน
วางจำหน่ายแล้ววันนี้ โดยทางบริษัทฟิลิปส์ ลูมิเลดส์ (Philips Lumileds) ได้วางจำหน่ายชิ้นส่วนดังกล่าวไปทั่วโลกผ่านบริษัท
ฟิวเจอร์ ไลท์ติ้ง โซลูชั่นส์ (Future Lighting Solutions) ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรืออยู่ที่ไหน ก็สามารถสั่ง LUXEON แบบ
90 หรือ 100 ลูเมน และรอรับเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อื่นๆได้ทันที ชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นหลอดไฟแบบ LED
ที่สว่างและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มตัวเลือกแสงสว่างขั้นต่ำที่ 70, 80, 90 และ 100 ลูเมน
เข้าไปด้วย ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นในตระกูล LUXEON Rebel LEDs มีการใช้เทคโนโลยี Thin Film Flip Chip (TFFC) ตัวใหม่ซึ่งช่วย
เพิ่มศักยภาพในการส่องสว่างถึงขีดสุด

         “ลูกค้าที่ทดลองใช้ LUXEON ความสว่างขึ้นต่ำ 90 และ 100 ลูเมน ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมาต่างยอมรับว่าชิ้นส่วนดังกล่าว
มีประสิทธิภาพดีและเหมาะที่จะนำไปใช้ประกอบกับผลิตภัณฑ์อื่น เรามั่นใจอย่างยิ่งว่าชิ้นส่วนเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล
ต่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ” เดวิด อีสท์ลีย์ ผู้จัดการฝ่ายดูแลผลิตภัณฑ์ของบริษัทกล่าว “LUXEON Rebel ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก
ผู้ที่ต้องใช้งานหลอดไฟ เนื่องจากชิ้นส่วนดังกล่าวมีขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนั้นการสร้างความมั่นใจก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เราจึงมีการให้ข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานขั้นต่ำของชิ้นส่วนอย่างละเอียด
ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการระบุโดยใช้คำว่า ‘ทั่วไป’ หรือ ‘สูงสุดถึง’ ตามด้วยตัวเลข ซึ่งไม่มีประโยชน์ในการนำไปใช้เลย”

         แม้ LUXEON Rebel จะเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแต่ก็สามารถจำหน่ายได้กว่า 1 ล้านชิ้น ส่งผลให้เป็น
ตระกูลผลิตภัณฑ์หลอดไฟที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท และบริษัทจะยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และ
ชิ้นส่วนซึ่งเกี่ยวข้องกับแสงสว่างต่อไป โดยชิ้นส่วนดังกล่าวเหมาะสำหรับวิศวกรและนักออกแบบไฟซึ่งไม่คุ้นเคยกับระบบส่องสว่าง
ที่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ใช้ในการเปรียบเทียบความแตกต่างของ LEDs

         ท่านที่สนใจสามารถซื้อชิ้นส่วน Luxeon Rebel ความสว่างขั้นต่ำ 90 และ 100 ลูเมน ได้จากบริษัท ฟิวเจอร์ ไลท์ติ้ง โซลูชั่นส์
โดยสามารถตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือและสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ www.futurelightingsolutions.com/100 และสามารถ
แสดงความจำนงเพื่อให้มีการส่งสินค้าในทันทีได้เช่นกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-07-2007, 05:49 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #42 เมื่อ: 17-07-2007, 05:47 »

ถ้าจะเถียงเรื่องราคาผมไปดูที่เว็บเขาขายอยู่หลอดละ 4.95 ดอลลาร์ ซื้อเยอะๆ เหลือ 3.30 ดอลลาร์
สรุปก็ประมาณร้อยกว่าบาท และนี่เป็นราคาตอนออกใหม่ๆ ต่อไปน่าจะลดลงมาได้อีกเสียด้วย 

ยังมีอะไรอีก.. เรื่องอายุการใช้งานเขาว่าที่ 50000 ชั่วโมงยังใช้ต่อได้อยู่เลย แต่จะสว่างลดลง 10% 

---

ปล. ตารางที่คุณอยากประหยัดฯ อุตส่าห์เอามาตัดต่อ สงสัยว่ามันจะเก่าไปหน่อยแล้วหรือเปล่าครับ
      ประสิทธิภาพหลอด LED ที่เขาทำออกมาขายกัน มันเลยออกจะแซงหน้าตารางไปสักหน่อย 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-07-2007, 06:05 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #43 เมื่อ: 17-07-2007, 09:19 »



โธ่ ถ้าจะเปรียบเทียบแบบไม่เกี่ยงราคา มันจะยกหลอดอะไรที่ประสิทธิภาพสูงๆ ขึ้นมาเล่นก็ได้
ในความเป็นจริงคนที่ไหนจะซื้อไหว อย่างหลอดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า LED คือ low pressure
sodium หรือ หลอดไฟถนน ราคาหลอด 180W ประมาณ 2,000.- เทียบกะ หลอด LED ที่
ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน (low pressure sodium 27% prototype LED 22%) หลอดละ 6.6$
หรือ 211 บาทต่อ 350 ma ถ้าใช้ 180W ก็จะประมาณ 514 หลอด คิดเป็นเงิน 108,454 บาท ที่
ยังไม่รวมค่าบัดกรีกับฐานแบบ surface mount ถ้าคิดอายุการใช้งานที่ มากกว่าหลอด low pressure
sodium 50,000/16,000 มาคูณราคาก็จะเป็น 108,454:2,000x3.13 เท่ากับแพงกว่า 17 เท่าเอง

ลองไปถาม แมคโคร คาร์ฟู โลตัส บิ๊กซี สิ ว่าใช้ LED แทนหลอดที่ใช้อยู่เดิมนั่น แพงกว่าแค่ 17 เท่า
เอง ความสว่างเท่าๆ เดิม เค้าจะเอาหรือเปล่า หัดเปรียบเทียบอะไรให้อยู่ในความเป็นจริงหน่อยสิคร้าบ
ไม่ใช่คิดแต่จะเอาชนะ ยกหลอดไฟ แสนบาท มาเทียบกะ พันบาท เห้อ
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #44 เมื่อ: 17-07-2007, 10:18 »

เกริ่นนำสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้เรื่องหน่วยพวกนี้
http://www.superbrightleds.com/led_info.htm

ถ้าเข้าไปอ่านดูจะเห็นการบิดเบือนของคุณชอบแถ

1. LED ที่ทำขายจะมีความสว่าง 131 Lumens per Watt White LED
( http://www.cree.com/press/press_detail.asp?i=1150834953712 )
และในตารางก็อธิบายชัดเจนแล้วว่าค่า lumen ต่อวัตต์สูงกว่า คงไม่ต้องอธิบายอีก

2. การบิดเบือนด้วยมุมส่องสว่าง ซึ่งหน่วย mcd เป็นหน่วยความเข้มของแสงที่ตัววัตถุกำเนิดแสง(หลอดไฟ) และ lumen เป็นหน่วยความเข้มของแสงต่อพื้นผิวซึ่งการจะคำนวนต้องดูความเข้มของแสงต่อพื้นที่ อธิบายโดยคร่าวๆก็ลองคิดถึงรูปกรวยยอดแหลมคือหลอดไฟ lumenก็คือความเข้มของแสงxพื้นที่ฐานกรวย (ความสูงของกรวยมาตรฐานอยู่ที่ 1.5เมตร) ดังนั้นยิ่งมุมกว้างมาก(กรวยป้านออก)ก็ยิ่งมีพื้นที่มาก ค่า lumen ก็จะสูงขึ้น แม้ mcd มีค่าเท่าเดิม

2.1หากต้องการแปลงหน่วยเพื่อเปรียบเทียบ mcd อย่างเดียว ความสว่างของหลอด LED 1w 100000 mcd แปลงเป็น lumen ก็ได้ประมาณ 1257lm แต่หลอดฟลูฯ 36w ให้แค่ 2900lm เท่านั้น (เมื่อคิดเป็น lumen/วัตต์ LED สว่างกว่า 15เท่า)
( http://www.lpelectric.ro/en/support/lumeni_en.html )

2.2หรือถ้าตองการเปรียบเทียบ lumenในการใช้งานจริง หลอดฟลูฯของคุณชอบแถ เป็นหลอด 36w 2900lm คิดเป็น 230708.0350mcd
( http://www.lpelectric.ro/en/support/lumeni_en.html ) 2900lm จะใช้มุมในการคำนวนคือ 360องศา (ถือว่าหลอดกลมแสงออกมาทุกทิศทาง) แต่หากไปใส่กับฐานมุมจะลดเหลือ 180องศา และถ้าใส่โคมฝังแบบโรงงานจะเหลือไม่เกิน 150องศา ซึ่งจะทำให้เหลือค่าความสว่างประมาณ1ใน3 (ประมาณ1,074.402 lm)

หลอด LED 100000mcd หากไม่มีฐานจะมีมุมประมาณ 220องศา หากต่อเข้ากับแผงวงจรและใส่โคมอย่างที่เขาทำขายกัน จะเหลือมุมอย่างน้อย 60องศา(ไม่ใช่ 45องศาอย่างที่คุณชอบแถยกมา) จะได้ 84.179 lm (หลอดฟลูฯ 36w ให้ค่าความสว่าง 1074.402/36w = 29.8445 lm/วัตต์  LED 1w มีค่าความสว่าง 84.179 lm/วัตต์ จะสว่างกว่าประมาณ 2.82เท่า)
( http://led.linear1.org/lumen.wiz )

2.3ถ้าไปดููตัวอย่างจากหลอดตะเกียบที่มีลักษณะของมุมเท่าๆกัน หลอดฟลูฯ 3w จะมีค่าความสว่าง 150 lm (50lm/วัตต์) หลอด LED ที่ขายอยู่ในตลาดมีความสว่าง 131 lm/วัตต์ ก็ให้ค่าความสว่างมากกว่าถึง 2.62เท่า
( http://www.cree.com/press/press_detail.asp?i=1150834953712 )

ไม่มีค่าไหนที่ LED น้อยกว่า ฟลูฯแบบที่คุณชอบแถยกมาแม้แต่อย่างเดียว
หลอด LED จะมีอายุประมาณ 100,000ชั่วโมง ราคาตอนนี้(ที่ยังแพง)อยู่ที่ 600บาท
คิดว่าทาง phillip จะนำมาขายในราคาไม่เกิน 300บาทครับ(ในไทยก็เห็นผลิตภัณบางชิ้นก็เริ่มออกมาให้เห็นแล้ว)
คำนวนเล่นๆ จากข้อ 2.2 หากต้องการความสว่างเท่ากันจะใช้ 13หลอด
ปรับให้อายุการใช้งานให้เท่ากับหลอดฟลูฯ 100000/13000 = 7.69เท่า
คิดเป็นเงินเมื่อเทียบกับหลอดฟลูฯ 600x13/7.69 = 1014.30บาท
คิดเป็นค่าไฟตลอดอายุการใช้งาน
หลอดฟลูฯ 36 x 13000/1000 x 4บาทต่อหน่วย=1872 +ราคาหลอด 36 บาท =1908
หลอด LED(ปรับอายุแล้ว) 13 x 13000/1000 4บาทต่อหน่วย=676 +ราคาหลอด 1014.30 บาท = 1690.3
(ถ้าคำนวนด้วยราคาหลอดที่ประมาณการไว้จะถูกกว่านี้อีกหลายเท่า)

ส่วนกรณีหลอด sodium (อ้าว ตอนนี้ไม่ยักกะเอามาเทียบกับหลอดฟูลฯแล้วนะ) คุณชอบแถก็ยังใช้วิธีบิดเบือนตัวเลขแบบเดิมๆ ผมคงไม่เอามาอธิบายแล้วละครับ
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #45 เมื่อ: 17-07-2007, 12:07 »

ว่างกันจริง จะเอาชนะกันให้ได้ทั้งที่รู้ๆ ว่าเวลาของหลอด LED มันยังมาไม่ถึง เพราะมันแพง

1. LED ที่ทำขายจะมีความสว่าง 131 Lumens per Watt White LED
This is the highest level of efficacy that has been publicly reported for a white LED
หลอด prototype จะเอามาขายแล้วไงล่ะ ตารางก็มี ว่าแต่หาซื้อทั่วไปได้เหรอ

2.2หรือถ้าตองการเปรียบเทียบ lumenในการใช้งานจริง หลอดฟลูฯของคุณชอบแถ เป็นหลอด 36w 2900lm คิดเป็น 230708.0350mcd
( http://www.lpelectric.ro/en/support/lumeni_en.html ) 2900lm จะใช้มุมในการคำนวนคือ 360องศา (ถือว่าหลอดกลมแสงออกมาทุกทิศทาง) แต่หากไปใส่กับฐานมุมจะลดเหลือ 180องศา และถ้าใส่โคมฝังแบบโรงงานจะเหลือไม่เกิน 150องศา ซึ่งจะทำให้เหลือค่าความสว่างประมาณ1ใน3 (ประมาณ1,074.402 lm)

หลอด LED 100000mcd หากไม่มีฐานจะมีมุมประมาณ 220องศา หากต่อเข้ากับแผงวงจรและใส่โคมอย่างที่เขาทำขายกัน จะเหลือมุมอย่างน้อย 60องศา(ไม่ใช่ 45องศาอย่างที่คุณชอบแถยกมา) จะได้ 84.179 lm (หลอดฟลูฯ 36w ให้ค่าความสว่าง 1074.402/36w = 29.8445 lm/วัตต์  LED 1w มีค่าความสว่าง 84.179 lm/วัตต์ จะสว่างกว่าประมาณ 2.82เท่า)
( http://led.linear1.org/lumen.wiz )

ตารางบอกว่า ฟลูออเรสเซนต์ให้ความสว่าง up to 93 lm/W, white LED 26-70 lm/W, whith LED prototypes up to 150 lm/W
หาตัวเต็มมาแปะเองแท้ๆ อย่างคำนวณมั่วออกทะเล เค้าเทียบที่หน่วย lumen ไม่ใช่ mcd แปลงไปแปลงมาออกทะเลไปแล้ว

หลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นหลอดยาวๆ ดันเอามาคำนวณองศาได้อีกวุ้ยมั่วแหลก แล้วมันจะเป็นทรงกรวยแบบไหนกันละเนี่ย
ข้างกล่องเขียนไว้ดีๆ พวกเล่นไปลดตัวเลขเค้าด้วยการคำนวณแบบมั่วๆ เฉย วันหลังกำหนดสูตรไปเองเลยสิ

2.3ถ้าไปดููตัวอย่างจากหลอดตะเกียบที่มีลักษณะของมุมเท่าๆกัน หลอดฟลูฯ 3w จะมีค่าความสว่าง 150 lm (50lm/วัตต์) หลอด LED ที่ขายอยู่ในตลาดมีความสว่าง 131 lm/วัตต์ ก็ให้ค่าความสว่างมากกว่าถึง 2.62เท่า
( http://www.cree.com/press/press_detail.asp?i=1150834953712 )

ไม่มีค่าไหนที่ LED น้อยกว่า ฟลูฯแบบที่คุณชอบแถยกมาแม้แต่อย่างเดียว

อย่ามามั่วเรื่องมุมส่องสว่างเองน่า มีสูตรแปลงของหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือไง
หรือคิดว่าโคมฟลูออเรสเซนต์เป็นทรงกรวยหว่า ตาถั่วใช้ได้เลยนะเนี่ย

หลอด LED จะมีอายุประมาณ 100,000ชั่วโมง ราคาตอนนี้(ที่ยังแพง)อยู่ที่ 600บาท
ของมียี่ห้อที่ jerasak เอามาแปะ ยังแค่ 50,000 ชั่วโมงเอง ของจีนไหงทนกว่าตั้งเยอะ มั่วป่าว

คิดว่าทาง phillip จะนำมาขายในราคาไม่เกิน 300บาทครับ(ในไทยก็เห็นผลิตภัณบางชิ้นก็เริ่มออกมาให้เห็นแล้ว)
คำนวนเล่นๆ จากข้อ 2.2 หากต้องการความสว่างเท่ากันจะใช้ 13หลอด
ปรับให้อายุการใช้งานให้เท่ากับหลอดฟลูฯ 100000/13000 = 7.69เท่า
คิดเป็นเงินเมื่อเทียบกับหลอดฟลูฯ 600x13/7.69 = 1014.30บาท
คิดเป็นค่าไฟตลอดอายุการใช้งาน
หลอดฟลูฯ 36 x 13000/1000 x 4บาทต่อหน่วย=1872 +ราคาหลอด 36 บาท =1908
หลอด LED(ปรับอายุแล้ว) 13 x 13000/1000 4บาทต่อหน่วย=676 +ราคาหลอด 1014.30 บาท = 1690.3
(ถ้าคำนวนด้วยราคาหลอดที่ประมาณการไว้จะถูกกว่านี้อีกหลายเท่า)

ไปทะเลแล้วคร้าบ มั่วต่อมั่ว เป็น โคตรมั่ว เอาแบบไม่มั่วไปดู
ต่อให้ มุมเป็น หกสิบ องศา ก็ได้ 84.179 ลูเมน คูณ 36 = 3,024 ลูเมน
หลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ยกตัวอย่างมามีค่า luminous flux = 2,900 ลูเมน
ราคานะเหรอ 36x600 บาท กับ 36 บาท ก็ผิดกันแค่ หกร้อยเท่าเอง กะความ
สว่างเท่าๆ กัน คุ้มจังเนอะ พี่น้อง

ส่วนกรณีหลอด sodium (อ้าว ตอนนี้ไม่ยักกะเอามาเทียบกับหลอดฟูลฯแล้วนะ) คุณชอบแถก็ยังใช้วิธีบิดเบือนตัวเลขแบบเดิมๆ ผมคงไม่เอามาอธิบายแล้วละครับ
อ้าวก็เล่นจะเอาของที่เป็นชิ้นเซมิคอนดัคเตอร์มาเทียบกะของใช้ประจำบ้านโดยไม่เกี่ยงราคา
ขอให้ได้ชนะก็เอาหลอดไฟถนน ไปเทียบดูจะได้เห็นว่าของระดับมาตรฐานใช้ตามถนนหนทาง
มันยังไม่แพงเท่ากะหลอด LED เลย ทั้งที่ให้ความสว่างเท่าๆ กัน บอกแล้ว มันยังไม่ถึงเวลา
เอาไว้แคะหูนั่นแหละเหมาะสุด
บันทึกการเข้า
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #46 เมื่อ: 17-07-2007, 12:22 »

"ผมจะแก้ปัญหาจราจรให้ได้ภายใน 6 เดือน!!"

อาร์เจนติน่าทำสำเร็จแล้วเห็นป่าว ช่วยๆ ประเทศไทยกันหน่อยเร้ว อย่างแรกแก้รถติดตอนสายๆ
แยกรัชดาลาดพร้าวได้ โลกหายร้อนลงไปจมหู

ลืม~ผมหรือยังครับแฟน~... 

บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #47 เมื่อ: 17-07-2007, 13:28 »

โธ่ ถ้าจะเปรียบเทียบแบบไม่เกี่ยงราคา มันจะยกหลอดอะไรที่ประสิทธิภาพสูงๆ ขึ้นมาเล่นก็ได้
ในความเป็นจริงคนที่ไหนจะซื้อไหว อย่างหลอดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า LED คือ low pressure
sodium หรือ หลอดไฟถนน ราคาหลอด 180W ประมาณ 2,000.- เทียบกะ หลอด LED ที่
ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน (low pressure sodium 27% prototype LED 22%) หลอดละ 6.6$
หรือ 211 บาทต่อ 350 ma ถ้าใช้ 180W ก็จะประมาณ 514 หลอด คิดเป็นเงิน 108,454 บาท ที่
ยังไม่รวมค่าบัดกรีกับฐานแบบ surface mount ถ้าคิดอายุการใช้งานที่ มากกว่าหลอด low pressure
sodium 50,000/16,000 มาคูณราคาก็จะเป็น 108,454:2,000x3.13 เท่ากับแพงกว่า 17 เท่าเอง

ลองไปถาม แมคโคร คาร์ฟู โลตัส บิ๊กซี สิ ว่าใช้ LED แทนหลอดที่ใช้อยู่เดิมนั่น แพงกว่าแค่ 17 เท่า
เอง ความสว่างเท่าๆ เดิม เค้าจะเอาหรือเปล่า หัดเปรียบเทียบอะไรให้อยู่ในความเป็นจริงหน่อยสิคร้าบ
ไม่ใช่คิดแต่จะเอาชนะ ยกหลอดไฟ แสนบาท มาเทียบกะ พันบาท เห้อ

อ้าว...

ตอนแรกคุณอยากประหยัดฯ เอา 36W fluorescent tube มาเทียบกับ white LED ไม่ใช่หรือครับ
พอโดนจับได้ว่าตัดต่อตารางเอา LED รุ่นใหม่ที่ดีกว่าออก ก็อ้างว่าเป็น prototypes ยังไม่มีของขาย
ต้องยังต้องรอพัฒนาให้ใช้ได้ในเชิงพาณิชย์

ผมก็ไปหามาให้ดูว่า LED รุ่นใหม่ๆ ที่ไม่แพ้ fluorescent ทางบริษัทยักษ์ใหญ่เขาทำออกมาวางขายแล้ว
ราคาก็ไม่ได้แพงมโหฬารขนาดซื้อหามาใช้ไม่ได้

คุณไปเอาหลอด low pressure sodium อะไรมาเปิดประเด็นใหม่อีกล่ะครับ ไม่คุย fluorescent แล้วหรือ?

และการซื้อหลอดไฟเราไม่ได้ดูแต่เรื่องความสว่างยังมีอะไรอย่างอื่น เช่น LED ไม่มีสารเคมีใส่ไว้ข้างใน
ให้ไม่สบายใจเวลาหลอดแตกเหมือน fluorescent  เวลาเปิดใช้ LED ไม่มีความร้อนสูงซึ่งเป็นข้อดีทำให้
ไม่ต้องติดตั้งระบบพัดลมระบายความร้อนถ้าเอาไปใช้ในอุปกรณ์อย่างโปรเจกเตอร์ แสงที่ได้ดีต่อสุขภาพ
ถนอมสายตาเพราะไม่กระพริบแบบ fluorescent

อายุการใช้งานที่ว่า 50000 ชั่วโมงนั้นไม่ใช่ใช้ต่อไม่ได้แต่ความสว่างมันลดลง 10% จริงๆ แล้วใช้ไปได้ถึง
100000 ชั่วโมง อย่างที่คุณ loginฯ บอก  ซึ่งถ้าเปิดวันละ 12 ชั่วโมงก็ใช้ไปนานมากกว่า 20 ปี (อุปกรณ์
อย่างอื่นอาจเสื่อมก่อนหลอด แต่มันก็นานกว่าหลอด fluorescent หลายๆ เท่า) ความประหยัดที่เกิดขึ้นคือ
ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนมันบ่อยๆ ซึ่งการเปลี่ยนหลอดสิ้นเปลืองมากกว่าค่าหลอด ยังมีค่าเดินทางไปซื้อ
ถ้าทำเยอะๆ หรืออยู่ในที่อันตรายอาจต้องจ่ายค่าจ้างช่างมาติดตั้ง และหลอด fluorescent เก่าเป็นขยะพิษ
ที่ต้องมีภาระค่าใข้จ่ายในการกำจัดซาก หรือค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยเมื่อถูกสารพิษเข้า

ที่สำคัญตามเหตุผลเรื่องประหยัดพลังงานหลอด LED ประหยัดยอดเยี่ยมกว่า fluorescent แบบประหยัดไฟ
หลอดตะเกียบประหยัดไฟขนาด 9 และ 11 วัตต์ กินกำลังไฟประมาณ 900-950 mA หรือแบบประหยัดสุดๆ
ก็ยังประมาณ 550 mA แต่ LED ของฟิลิปส์เปิดมาก็เหลือแค่ 350 mA แล้วนะครับ ต่อไปน่าจะลดลงได้อีก

และขอย้ำว่าเข้าสู่ตลาดมาแข่งกับ fluorescet แล้วไม่ใช่ต้องรออีก 50 ปีอย่างที่คุณอยากประหยัดฯ บอกไว้
มันเป็นเรื่องปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้อย่างยิ่งครับ แต่หลอด fluorescent น่ะกำลังจะเป็นอดีต

ขอมอบคำนี้ให้คุณอยากประหยัดฯ นะครับ "As The Future Catches You" ... (เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณ) 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-07-2007, 13:35 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #48 เมื่อ: 17-07-2007, 13:57 »

ไอ้ LED เขย่ากระบอกที่ซื้อกันมาแปดเก้าสิบบาทที่บ้าม
ยังใช้ได้ดีอยู่หรือเปล่าจ๊ะ หรือว่าจะใช้แค่แคะหูเขย่าข้ามวันข้ามคืนมัน
ยังไม่ยอมสว่างเลย แบบนี้เอาไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น ปาหัวหมาก็ได้
นะเผื่อหมามันจะเรอแล้วโลกร้อนขึ้น 

*  เออ .... เนาะ คนเรา   ขนาดเอาข้อมูลมาแย้ง    ยังตัดต่อเลย

    บ่งบอกได้ถึงนิสัยใจคอว่า .... แถ and แถก  ไปได้เรื่อยจริง ๆ

    ไอ้หลอดไฟนั่นนะ ..... ถ้าไม่ใช้ประโยชน์อะไร ก็ไม่ต้องเอาไปปาหัวหมาที่ไหนร๊อกกก  !!

    เอาไว้ปาหัว   ชอบแถ   นะแหละ  ( ไม่รู้ว่าถ้าปาแล้วแถ  เรอ  จะสร้างมลพิษให้มากกว่าหรือเปล่า ? )

    มาเชียร์คุณ  jerasak ค่ะ   จะ  ดูดิ๊  ว่าอีตานี่จะแถอะไรอีก
   
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #49 เมื่อ: 17-07-2007, 15:26 »

ไม่ทราบว่าไปเอามาแปะเนี่ยอ่านเข้าใจหรือเปล่า ที่ว่ามีจำหน่ายแล้วเค้าหมายถึงเป็นชิ้นส่วนแบบนี้



แล้วอย่างงี้มันใช้ได้จริงซะที่ไหนกัน ยังไม่นับตัวแปลงไฟจากไฟสลับเป็นไฟตรงสามโวลท์กว่า ซึ่ง
ตัวแปลงก็ต้องสร้างความร้อนและสูญเสียพลังงานอีกตั้งเยอะ ที่ยก low pressure sodium เพราะ
มันอยู่ในตารางและเป็นหลอดที่ใช้ตามถนนหนทางทั่วไป บอกที่ไหนว่าใช้ฟลูออเรสเซนต์ทั้งหมด
เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าอยากเอาหลอดที่มาตรฐานสว่างมากหน่อยก็เลยจัดมาเทียบให้ไง งงอะดิ
ก็อย่างว่ารู้แค่นี้จะเอาชนะให้ได้หลอดพิสดารคนทั่วไปใช้ไม่ได้ยังอุตส่าห์เอามาเทียบ

ปล. ไม่ต้องใช้ photoshops แผ่นผี ก็ตัดต่อภาพได้นะคร้าบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-07-2007, 15:30 โดย อยากประหยัดให้ติดแก๊ส » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
    กระโดดไป: