ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
27-01-2021, 12:03
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  คดีที่ดินรัชดา 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
คดีที่ดินรัชดา  (อ่าน 447 ครั้ง)
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« เมื่อ: 09-07-2007, 17:13 »

 
 
  ศาลฎีกาฯ รับข้อมูลเพิ่มเติมที่อยู่ 'ทักษิณ-พจมาน' นัดฟังรับฟ้องคดีที่ดินรัชดาพรุ่งนี้
 
9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 13:00:00
 
(Update)อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และคณะในคดีทุจริตที่ดินย่านถนนรัชดาฯ เข้ายื่นที่อยู่อาศัยเพิ่มเติมของ"ทักษิณ" พำนักที่ลอนดอน และที่ปักกิ่ง ส่วน"พจมาน" รักษาตัว ร.พ.ในสิงคโปร์ ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งรับฟ้องคดีพรุ่งนี้ 10.00 น.

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง วันที่ 9 กรกฎาคม 2550 เวลา 09.40 นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ พร้อมด้วยนายนันทศักดิ์ พูลสุข รองอธิบดีอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ และคณะทำงานคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอแจ้งที่อยู่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ภริยา จำเลยที่ 1-2 คดีดัง กล่าวเพิ่มเติมจากเดิมที่ในคำฟ้องระบุไว้เฉพาะภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎร์คือบ้านจันทร์ส่องหล้า ถ.จรัญสนิทวงศ์ 69 เขตบางพลัด กทม.

โดยการยื่นคำร้องแจ้งที่อยู่เพิ่มเติมดังกล่าวอัยการได้นำหนังสือราชการกระทรวงการต่างประเทศมายื่นเป็นหลักฐานต่อศาลฎีกา ฯ ด้วย ซึ่งยืนยัน พ.ต.ท.ทักษิณ พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 55 พาร์คเลน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และไพร์ม วิลเลจ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ สนามกอล์ฟที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ส่วนคุณหญิงพจมาน ภริยา พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Raffles เลขที่ 585 ถ.นอร์ธ บริดจ์ ประเทศสิงคโปร์ โดยพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. – 6 ก.ค.50

ทั้งนี้การยื่นคำร้องอัยการยังยืนยันด้วยว่าพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ยังมีชื่ออยู่ ภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎร์ โดยไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆว่าทั้งสองได้มีการย้ายชื่อออกจากทะเบียนราษฎร์ ซึ่งได้นำนายวัชรา พรหมเจริญ ผู้อำนวยการเขตบางพลัด และนายยุทธศักดิ์ ร่มฉัตรทอง ผู้อำนวยการเขตดุสิต มาเตรียมเพื่อให้ศาลไต่สวนด้วย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังรับคำร้องแล้วนายทองหล่อโฉมงาม รองประธานศาลฎีกา ในฐานะเจ้าของสำนวนคดี พร้อมด้วยนายประพันธ์ ทรัพย์แสง ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาล ฎีกา และนายพิชิต คำแฝง ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา องค์คณะ ฯ ร่วมกันพิจารณาคำร้อง

แล้วจึงมีคำสั่งไม่ต้องไต่สวนนายวัชรา พรหมเจริญ ผู้อำนวยการเขตบางพลัด และนายยุทธศักดิ์ ร่มฉัตรทอง ผู้อำนวยการเขตดุสิต เพิ่มเติม โดยรับคำร้องแจ้งที่อยู่เพิ่มเติมไว้พิจารณาและนัดให้อัยการฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

ภายหลังนายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า การแจ้งที่อยู่เพิ่มเติมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ระบุว่าพักอยู่ในกรุงลอนดอน และรีสอร์ทในประเทศจีนนั้น หนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้บันทึกว่าที่อยู่ทั้งสองแห่งดังกล่าวมีชื่อใครเป็นเจ้าของ และไม่ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้

ซื้อหรือเช่าไว้ เพียงแต่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพักอยู่เป็นประจำ เช่นเดียวกับการแจ้งที่อยู่ของคุณหญิงพจมาน ซึ่งระบุว่าได้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล Raffles ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.– 6 ก.ค.50 ตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา โดยไม่ปรากฏที่อยู่อื่นเพิ่มเติม และไม่ยืนยันว่าคุณหญิงพจมานจะนอนพัก

รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่อไปอีกหรือไม่ อย่างไรก็ดีขณะนี้ถือว่าอัยการได้ยื่นหลักฐานโดยครบถ้วนแล้ว ซึ่งพรุ่งนี้ ( 10 ก.ค.) เวลา 10.00 น. ศาลฎีกา ฯ นัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ และไม่ว่าศาลฎีกาฯ มีคำสั่งอย่างไรก็พร้อมยอมรับและปฏิบัติตาม

โดย นายเศกสรรค์ ยืนยันด้วยว่า การเปิดเผยที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ที่ขณะนี้พักอยู่ต่างประเทศ ซึ่งสื่อมวลชนได้นำมาเผยแพร่ ไม่ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อ พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในคดีอาญา ตามที่นายพิชิต ชื่นบาน ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ และภริยา ระบุว่า

การเปิดเผยที่อยู่ไม่ใช่หน้าที่ของอัยการ และหากจะเปิดเผยข้อมูลก็จะต้องกระทำโดยหน่วยงานต่างประเทศที่ทางการไทยประสานขอความร่วมมือตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว

ด้านนายรักเกียรติ วัฒนะพงษ์ เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งที่อยู่เพิ่มเติมแล้ว ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนจะร่วมกันพิจารณาคำฟ้องเพื่อมีคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ต่อไป ส่วนที่การพิจารณาคำร้อง

อัยการยื่นที่อยู่เพิ่มเติมในวันนี้มีองค์คณะเพียง 3 คนร่วมวินิจฉัยไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่พิจารณาไม่ครบองค์คณะ เพราะถือว่าเป็นการวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งใดๆ ในสำนวนเท่านั้นแต่ไม่ใช่การวินิจฉัยเพื่อชี้ขาดผลแห่งคดีซึ่งจะต้องร่วมพิจารณาโดยครบองค์คณะทั้ง 9 คนตามกฎหมาย
 

ถ้าวันพรุ่งนี้(10กค.2550 เวลา10.00น.)
หากศาลฎีกาฯ ไม่รับฟ้องคดี
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปครับ
 

หวังว่าศาลท่านคงจะประทับรับฟ้อง
คดีก็ดำเนินต่อไป
ผิดถูกว่ากันไปตามหลักฐาน

 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #1 เมื่อ: 09-07-2007, 18:10 »

ดุลย์พินิจของศาลคราวนี้สำคัญมาก เพราะจะเป็นบรรทัดฐานให้นักการเมืองรุ่นต่อๆไป หากหลบหนีคดีไปต่างประเทศ แล้วย้ายที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ทำให้ไม่สามารถรับฟ้องได้ ก็จะมีคนเลียนแบบในคราวต่อๆไป

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คตส. และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทำงานอย่างดีที่สุดแล้ว การที่ผู้ต้องหาหนีหัวซุกหัวซุน เพราะต้องการใช้เงื่อนนี้ในการต่อสู้ทางคดี ชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายกฎหมายของผู้ต้องหาก็ไม่ใช่ไร้ฝีมือ ดังนั้นหากฟ้องไม่ได้ในคราวนี้ กฎหมายยังเปิดช่องให้ทำการฟ้องได้เมื่อผู้ต้องหากลับ หรือถูกจับตัวส่งกลับ ในคดีอาญาอื่นๆอีกค่ะ 
บันทึกการเข้า
RONALDO
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 684


ไม่มีใคร ทำให้เรารู้สึกต่ำต้อยได้ หากเราไม่ยินยอม


« ตอบ #2 เมื่อ: 09-07-2007, 18:22 »

จะมาตายน้ำตื้อนด้วยเรื่องแค่นี้คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ อย่างนั้นไม่ชอบมาพากลแน่ โดยส่วนตัวผมคิดว่า รับฟ้องอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการอุดช่องโหว่ทางกฏหมายที่มันมีรูให้หมดเท่านั้นครับ ผมว่าไม่น่ามีปัญหาครับ

ประเด็นมันอยู่ที่มูลความผิดมากกว่า รับรอง แม้ว อ้อ ดิ้นไม่หลุดแน่ครับ
บันทึกการเข้า

เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน ถ้าไล่พวกโกงกิน ขจัดระบอบทักษิณ ให้ออกไป
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #3 เมื่อ: 09-07-2007, 20:05 »

ผมขอคิดแบบ สามัญชน คนธรรมดา(ไม่ใช่ศรีธนนชัย) คนหนึ่ง...........

เจตนารมย์ ในการออกหมายเรียก ก็เพื่อให้ ผู้ถูกกล่าวหา ได้รับทราบข้อกล่าวหา เพื่อเป็นแนวทางในการการแก้ต่าง .........กรณี คุณทักษิณ ในแง่ของเจตนารมย์ น่าจะพอตีความได้ว่า คุณทักษิณ ได้รับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว เนื่อง จาก สื่อไทย ตีพิมพ์ แทบทุกฉบับ....รวมทั้งสื่อนอก หลาย ๆ สื่ออีกต่าง หาก.......นอกจากนี้ ยังมีการติดต่อสือสาร กันเอง ระหว่าง ทนายนพดล กับ คุณทักษิณ ...ในความเห็นผม จึงคิดว่า ประเด็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่น่าจะสามารถ นำมาเป็นประเด็นในการต่อสู้คดี หรือ เป็นข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงการรับทราบข้อกล่าวหาได้.....ประกอบ กับ การให้สัมภาษณ์ ของคุณทักษิณ แก่ โพสต์ทูเดย์ ที่ฮ่องกง ก็น่าจะพอยื่นยันได้เป็นอย่างดี ว่า ได้รับทราบอยู่แล้วว่าจะมีการออกหมายเรียก..........


 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: