ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
18-10-2019, 17:12
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  พรรครวมใจไทย ..คิดอย่างไรกันบ้างครับ..??** 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
พรรครวมใจไทย ..คิดอย่างไรกันบ้างครับ..??**  (อ่าน 1654 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« เมื่อ: 26-06-2007, 16:24 »


เผยเบื้องหลัง'สมคิด'แตก'สมศักดิ์' ชิงตั้งพรรครวมใจไทย


"อเนก"ยอมรับ 'ประดิษฐ์-ชัยอนันต์-พิจิตต-สุวิทย์' ตั้งพรรครวมใจไทย ตัดหน้า"สมศักดิ์" อ้างรอ"กลุ่มมัชฌิมา" ตัดสินใจเข้าร่วม ยินดีเปิดรับทุกกลุ่ม


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ต่อกระแสความเคลื่อนไหวการเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ "รวมใจไทย" ซึ่งเป็นกลุ่มธรรมาธิปไตยของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และดึงกลุ่มนักวิชาการ และนักการเมือง เช่น นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ นายชัยอนันต์ สมุทวณิช นายพิจิตต รัตตกุล นายกิติรัตน์ ณ ระนอง นายสมชาย ภคภาสวิวัตน์ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นต้น

มีรายงานข่าวว่า ชื่อของพรรครวมใจไทยนั้น นายชัยอนันท์ เป็นผู้คิดตั้งชื่อ ซึ่งเดิมทีกลุ่มธรรมาธิปไตย และ"กลุ่มมัชฌิมา" ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะใช้ชื่อดังกล่าวในการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่จะรวมเอา 2 กลุ่มเข้าด้วยกัน แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ระหว่าง 2 กลุ่ม

โดยเฉพาะเกิดความขัดแย้งทางความคิด ระหว่างนายสมคิด และนายสมศักดิ์ เนื่องจากนายสมคิด ต้องการให้พรรคใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นเป็นพรรคของนักการเมืองเลือดใหม่อย่างแท้จริง และไม่ต้องการให้มีภาพของฝ่ายทหารเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนกรณีที่กลุ่มมัชฌิมา ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ายอมรับเงื่อนไขของฝ่ายทหารมากเกินไป

โดยทั้งนายสมคิด และนายสมศักดิ์ จึงได้ความพยายามดึงตัวกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาร่วมขับเคลื่อนพรรค โดยเฉพาะพยายามดึงตัวนายชัยอนันต์ มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งในที่สุดนายชัยอนันต์ ก็ได้ตัดสินใจมาร่วมในการเตรียมก่อตั้งพรรคร่วมใจไทยโดยผ่านการทาบทามของนายสุวิทย์ เมษิณทรีย์

ด้าน นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ก่อตั้งพรรครวมใจไทย กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้(26 มิ.ย.) ตนพร้อมด้วยกลุ่มผู้ก่อตั้งคนอื่นๆ เช่น นายประดิษฐ์ นายชัยอนันต์ นายพิจิตต และนายสุวิทย์ จะเดินทางมาร่วมประชุมหารือถึงการเตรียมพร้อมในการขับเคลื่อนทางการเมืองของกลุ่มที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัน ถ.ราชประสงค์ โดยในวันดังกล่าวเป็นเพียงการหารือตามปกติไม่ใช่การเปิดตัวพรรคใหม่ เพราะยังต้องหารือกันอีกหลายครั้ง

โดยในเบื้องต้น นายสมคิด และผู้ก่อตั้งกลุ่มได้มีจุดยืนในการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่คือ ต้องการให้เป็นพรรคทางเลือกใหม่ โดยจะเป็นการผสมผสานของนักการเมืองและนักวิชาการที่มีประสบการณ์ในการทำงานการเมือง อย่างเช่น ตน นายพิจิตต เป็นต้น ที่ไม่ได้เป็นแค่นักการเมืองแต่ก็มีวิชาการและความรู้ ส่วนในอนาคตกลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์จะมารวมกลุ่มหรือไม่นั้น คงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายสมศักดิ์และสมาชิกกลุ่มมัชฌิมา เพราะยินดีเปิดรับทุกกลุ่มที่มาจากพรรคไทยรักไทย โดยล่าสุดก็ได้มีการคุยกันกับกลุ่มของ นายประวิทย์ รัตนเพียร และนายพินิจ จารุสมบัติ เพื่อชวนมาร่วมตั้งพรรคใหม่ด้วย

ข่าวจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ... 26/06/2550


++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 26-06-2007, 16:26 »



"พรรครวมใจไทย" นอมินีใครกันแน่ ???


ดีเดย์เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่วันพรุ่งนี้แล้ว สำหรับพรรคการเมืองน้องใหม่ "รวมใจไทย" ท่ามกลางการจับตามองชนิดตาไม่กระพริบ

ถ้าว่าไปแล้ว จะเป็น "เหล้าเก่าในขวดใหม่" ซะทีเดียวก็ไม่เชิงนัก

เพราะสรรพกำลังจากกลุ่มคน "นอกวงการการเมือง" ที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมจากสังคมก็แห่ร่วมวงศ์ไพบูลย์ด้วยกันหลายคน

ถ้าพูดถึงเฉพาะ "เหล้าเก่า" ที่อยู่มาก่อน ล้วนแต่เป็น "ตัวเป้ง" ในวงการทั้งนั้น

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ , เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ,พิจิตต รัตตกุล , ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ , สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ฯลฯ

ขณะที่ "เหล้าใหม่" ที่ตัดสินใจเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัวก็ล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธจักรไม่แพ้กัน

ชัยอนันต์ สมุทวณิช ,สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ , กิตติรัตน์ ณ ระนอง ,สุวิทย์ เมษิณทรีย์ ,อนุสรณ์ ธรรมใจ ฯลฯ

นี่ล่ะ...ที่พักพิงใจหลังใหม่ที่ "สมคิด" ลงทุนเป็นสถาปนิกด้วยตัวเอง !!!

อิงสถานการณ์บ้านเมืองที่ต้องการความสมานฉันท์ บวกกับระดมสรรพกำลังจากทุกองคาพยพ จนกลายมาจุดขายใหม่ของ "สินค้าการเมือง" ตัวใหม่ในชื่อ "รวมใจไทย"

มองเผินๆจากตัว "ผู้เล่น" แต่ละตัวแล้ว จุดขายสำคัญของพรรคน่าจะอยู่ที่การชูประเด็น "เศรษฐกิจ" เป็นธงนำ

หากย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้ว "พรรคไทยรักไทย" ก็ถือกำเนิดมาในลักษณะนี้ และมีจุดขายที่ "ไม่ต่างกัน" ทั้งตัวพรรคและผู้นำ

ระดมกลุ่มคน "น้ำดี" จากทุกวงการมาร่วมเป็นคณะผู้ก่อตั้งพรรค

ขายความเป็นมืออาชีพในด้านต่างๆ ,ต่างชาติให้การยอมรับ รวมถึงการมี "คอนเนคชั่น" จากทุกกลุ่มอำนาจในสังคม เพื่อเป็นตัวจูงใจให้คนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือและเป็นที่รู้จักในสังคมก้าวตามกันออกมา

ถัดจากนั้นก็เปิดรับ "อดีตส.ส." เข้ามาเป็นต้นทุนในการเลือกตั้ง

รูปแบบการบริหารภายในพรรค ก็ชัดเจนว่าเป็นการ "เลี่ยงบาลี" ภายหลังจากถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน

ขณะเดียวกันก็เป็นรูปแบบเดียวกับที่พรรคไทยรักไทยใช้มาตลอด

พรรคไทยรักไทยมีกลุ่มคนที่อยู่ยอดบนสุดของปิรามิด 13 คน ในชื่อ "คณะผู้บริหารพรรค"

พรรครวมใจไทยมก็มีเหมือนกัน แต่ลดจำนวนลงเหลือเพียง 9 คน ในชื่อใหม่ "สภายุทธศาสตร์"

กลุ่มคนที่อยู่ยอดบนสุดของปิรามิด ถือว่ามีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจ ชี้ทิศทางและความเป็นไปทั้งหมดของพรรค

มีความพยายามจะขายภาพการทำงานแบบ "ทีมเวิร์ค" ในส่วนของสภายุทธศาสตร์ หรือเรียกกันง่ายๆว่า "กลุ่มผู้นำ" ที่ร่วมกันตัดสินใจในนโยบายและกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรค

โดย "ตัวเป้ง" ที่ติดข้อจำกัด 5 ปี จะถอยไปอยู่เบื้องหลังบนยอดปิรามิดนี่แหละ

แม้หัวหน้าพรรคจะยังมีความหมายในแง่ของการชูธงเป็น "แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี"

แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามจะทำให้หัวหน้าพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรค มีความสำคัญในฐานะเป็นตำแหน่งที่กฎหมายให้การรับรองเท่านั้น

นั่นหมายถึงว่า คณะกรรมการบริหารพรรคจะมีสถานะไม่ต่างจาก "ตรายาง"

เพราะการตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับ "9 อรหันต์" ที่นั่งอยู่บนสภายุทธศาสตร์โน่น

คนที่จะอยู่ใน "คณะกรรมการบริหารพรรค" ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนระดับหัวแถวของกลุ่มก๊วนต่างๆเหมือนเก่า

เพราะบทเรียนจากการยุบพรรคไทยรักไทย ทำให้เกิดการเรียนรู้ว่าถ้าเอาคนระดับหัวแถวไปเป็น สุดท้ายก็อาจเจอชะตากรรมซ้ำรอย 111 คนของพรรคไทยรักไทย

สรุปก็คือการ "บริหารงานภายใน" ในชื่อ "สภายุทธศาสตร์" เมื่อเปรียบกับชื่อเดิม "คณะผู้บริหารพรรค" นั้นแทบไม่ต่างกัน

แต่ที่พยายามจะให้ต่างก็คือ "ความเป็นเจ้าของพรรค" ที่ชัดเจนว่าพรรคไทยรักไทยนั้นเจ้าของที่แท้จริงคือคนๆเดียว

ส่วนการบริหารงานในระดับพื้นที่ ซึ่งหมายถึงส.ส. ก็ใช้รูปแบบคณะกรรมการภาค รับนโยบายและยุทธศาสตร์จาก "สภายุทธศาสตร์" ลงไปดำเนินการในแต่ละพื้นที่

ควบคู่ไปกับการทำงานของกลุ่มอาชีพ-กลุ่มกิจกรรมพิเศษ ที่รับนโยบายจากสภายุทธศาสตร์ลงไปปฏิบัติเช่นเดียวกัน

การทำงานสองส่วนหลังก็คล้ายจะลอกแบบมาจากการบริหารภายในของพรรคไทยรักไทย ที่มอบอำนาจให้กับ "รองเลขาธิการพรรค" รับผิดชอบแต่ละด้าน เช่น ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายการเมือง ฝ่ายบริหาร ฝ่ายสภา ฝ่ายจัดหาทุน ฯลฯ

สรุปงานส่วนใหญ่ของสองกลุ่มหลังนี้ก็คือ งานที่เกี่ยวเนื่องกับการขยายฐานเสียง และการจัดตั้งฐานมวลชน

การอบรมสัมมนาสมาชิกพรรค และการสร้างยุวชนที่มีกระบวนการจัดตั้งแบบเดียวกับ "สภาเยาวชน" ของไทยรักไทย

เผลอๆจะเป็นการ "สานต่อ" งานมวลชนที่ "ภูมิธรรม เวชยชัย" อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทยเคยทำไว้ทั้งกระบิ

เพราะฐานมวลชน โดยเฉพาะ "เยาวชน" ที่ได้เคยสร้างเอาไว้ยังคงมีการทำกิจกรรมร่วมกัน และขยายเครือข่ายออกไปอย่างกว้างขวาง

ต่างกันที่ "พรรครวมใจไทย" จัดตั้งสถาบันขึ้นมารองรับงานในส่วนนี้เลยทันที ภายใต้ชื่อ "สถาบันวิชาการทางการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตย"

นี่คือรูปแบบคร่าวๆของพรรค "สมคิด" ที่จะเปิดตลาดในวันนี้ เพื่อเรียกคะแนนและเสียงตอบรับตั้งแต่เนิ่นๆ

ฉะนั้นนับจากวันนี้เชื่อว่า กลุ่มก๊วนการเมืองต่างๆที่แตกเป็นดาวกระจายอยู่ในตอนนี้ มีโอกาสหวนกลับมาอยู่ร่วมชายคา "สมคิด โมเดล" เกินครึ่ง

หลังจากประเมินแล้วว่า "โอกาสเกิด" ทางการเมืองมีสูง

อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ "คอนเนคชั่น" ที่เพียงแค่ชื่อ "ชัยอนันต์" ก็เป็นที่ร่ำลือกันว่าย่ำปึ้กกับคนใหญ่คนโตในแวดวงทหารและคมช.

ดังนั้นหากจะมองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นได้ชัดว่า ไม่เพียงการก่อกำเนิดของ "พรรครวมใจไทย" จะละม้ายคล้ายกับพรรคไทยรักไทยเท่านั้น

หากจังหวะก้าวท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในมือของ "คณะรัฐประหาร" ยังทำให้เห็นความละม้ายคล้ายกันกับการก่อตั้ง "พรรคสามัคคีธรรม" หลังเหตุการณ์พฤษทาทมิฬยังไงยังงั้น

สิ่งที่น่าคิดและจับตามองต่อไปก็คือ ภายใต้การถือกำเนิดด้วยรูปแบบที่ว่านี้ บวกกับท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองอย่างนี้

พรรครวมใจไทยจะพิสูจน์ตัวเองอย่างไรเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็น "พรรคนอมินี"

ไม่ว่าจะเป็น "พรรคนอมินีขั้วอำนาจเก่า" หรือ "พรรคสืบทอดขั้วอำนาจใหม่" !!!
------------------

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 26-06-2007, 16:32 »



สรุป รายชื่อที่มีในข่าวคือ

สมคิด สมชาย ชัยอนันต์ กิติรัตน์ สุวิทย์ อนุสรณ์ พิจิตต์ สุรนันทร์ เอนก..
บันทึกการเข้า

Priateľ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #3 เมื่อ: 26-06-2007, 16:38 »

ส่วนตัวผม ผมชอบชื่อบางคนครับ อย่างดร.สมคิดนี่ผมชอบ

น่าจะดึงคนชั้นกลางได้ครับ แต่สำหรับสังเวียนใหญ่นี่ไม่น่าจะได้
บันทึกการเข้า

If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.

ก๊อปมาจากหนัง Indecent proposal
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 26-06-2007, 16:50 »



ดูแล้วน่าจะดีกว่าไปรวมกับสมศักดิ์

การตั้งพรรคก่อน ช่วยให้มีโอกาสคัดเลือกสส.มากขึ้น

เสียงต่างจังหวัดขึ้นอยู่กับหัวคะแนนท้องถิ่นครับ


ถือว่าพยายามตอบโจทย์ใหญ่ คือประเทศไทย ประชาธิปไตยไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงในทางใดทางหนึ่ง?
บันทึกการเข้า

login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #5 เมื่อ: 26-06-2007, 16:52 »

การรวมตัวระหว่าง ความฝัน อุดมการณ์ การเมือง ผลประโยชน์ คนดี และ คนเลว
สรุป เป็นพรรคที่เกิดมาเพื่อที่จะจากไป
ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำให้เละเท่านั้แหละครับ
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 26-06-2007, 17:09 »



ตัวเลือกพรรคการเมืองของไทยหลังจากพรรคใหญ่ถูกยุบ ก็เหลือพรรคชาติไทย และปชป.

ควรมีพรรคการเมืองใหม่ที่มีขนาดพอสมควรให้เลือก มีอีกพรรคหนึ่งที่เห็น ลิขิต เป็นตัวตั้งตัวตีในการรวบรวมคนอยู่

ก็คงต้องรุกสู่ภูมิภาคต่างๆ จะอาศัยแต่เสียงในกรุงเทพและปริมณฑลคงไม่ได้

คงต้องดูการสนับสนุนของกลุ่มทุนเบื้องหลังด้วย ว่ามีแนวทางเช่นไร..


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 17:11 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 26-06-2007, 17:29 »



หรือว่าพวกพีทีวี พันธ์ศักดิ์และทนายหน้อหอ จะส่งพรรคเงาทักษิณ ส่งเข้าประกวด..

กะกวาดให้สัก6ล้านเสียง..

                                               
บันทึกการเข้า

Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #8 เมื่อ: 26-06-2007, 17:42 »

เหล้าเก่า ขวดเก่า ฉลากใหม่

พยายามจะดึงนักวิชาการน้ำดี อย่าง อ.สมชาย หรือ ดร. สุวิทย์ เข้ามาสร้างภาพให้สวยงาม ส่วน อ. ชัยอนันต์ ยังไม่รับปาก

อ. สมคิด แกเป็นนักการตลาดมากกว่านักบริหารเชิงกลยุทธครับ บางทีออกหน้ามากอาจจะไม่เหมาะ น่าจะคอยเป็นกุนซือมากกว่า

ดูโครงสร้างการบริหารแล้ว น่าจะมีคณะกรรมการ(ที่ผมขอเรียก)โปลิตบูโร 9 คน ซ้อนอยู่ข้างหลังคนที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกทีครับ อำนาจการบริหารและตัดสินใจน่าจะมาจากคณะกรรมการโปลิตบูโรแทบทั้งหมด ดังนั้นใครจะเข้ามาเป็นตัวแทนในลักษณะนายกฯ แทนก็ได้ เพราะไม่ได้ชูเป็นประเด็นหลัก

สอดคล้องกับระบบ Weak PM จริง ๆ

ส่วนเรื่องจะประสบความสำเร็จทางการเมืองหรือไม่ ไม่แน่ใจครับ ต้องดูความชัดเจนอีกสักพัก ว่าจะดึงใครเข้ามาได้มากแค่ไหน แต่ถ้าขาดมือประสาน 10 ทิศอย่างสมศักดิ์ เทพสุทินคงเกิดยาก

บันทึกการเข้า
aoporadio
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 404


« ตอบ #9 เมื่อ: 26-06-2007, 17:53 »

อยากอ๊วกน่ะสิคะ
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 26-06-2007, 17:57 »




เมืองไทยถ้าต้องการ สตรองพีเอ็ม และต้องการนายกฯมาจากการเลือกตั้ง คงจะต้องให้มีการเลือกตั้งนายกฯโดยตรง จำกัดจำนวนปีและสมัยการทำงานครับ..

ฝ่าบบริหารและนิติบัญญัติจะได้แยกออกจากกันและคานการทำงานกันได้ดีกว่าเดิม ซึ่งกลายเป็นระบบฮั้ว ประนีประนอม ถึงแม้จะปราบการซื้อเสียงได้ก็ตาม เพราะเป็นวัฒนธรรมไทยไปแล้ว
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 26-06-2007, 18:10 »



อยากอ๊วกน่ะสิคะ

แสดงว่าเป็นห่วงปัญหาคอร์รัปชัน แต่ยังไม่เสนอหนทางแก้ไข เตรียมเลือกและตรียมไล่ไว้ก่อน..

ผมว่าต้องช่วยพรรคการเมืองที่เลือกเข้ามาทำงาน เพราะต้องฝ่าแรงเสียดทานทางการเมืองครับ..

เราจ้องจะไล่ คนอื่นก็จ้องจะไล่ ทุกคนจ้องจะไล่ คนโกงก็เลยอั้วกันหลบสายตาชาวบ้าน..

โกงจนถูกไล่อย่างทักษิณนานๆจะมีสักราย..
บันทึกการเข้า

ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #12 เมื่อ: 26-06-2007, 18:10 »

กลัวเป็บแบบสมัย สุจินดา
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 26-06-2007, 18:22 »

กลัวเป็บแบบสมัย สุจินดา

ถ้าหากทหารและข้าราชการลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็คงไม่ได้รับความนิยมมากกว่าความสามารถที่มี

หรือประวัติผลการทำงาน ดังนั้นเรื่องอิทธิพล และสัมปทานคงจะทำแบบเดิม ถืออาวุธเข้ามารัฐประหารกันง่ายๆคงจะยากครับ

อยู่ได้ไม่นาน.. นักการเมืองที่คิดจะอิงกับทหารและข้าราชการก็คงเช่นเดียวกัน อยู่ได้ไม่นาน ขึ้นอยู่กับจำนวนเสียง

หากเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมกว่าเดิมนะครับ ผลประโยชน์ทับซ้อนก็คงเสี่ยงมากขึ้น ดูผลลัพธ์ของทักษิณและระบอบทักษิณเป็นตัวอย่างได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 18:24 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

aoporadio
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 404


« ตอบ #14 เมื่อ: 26-06-2007, 18:32 »

ปัญหา คอรับไม่เท่าไหร่ดอกค่ะ.... เป็น 1 ในหลายๆ...

แต่ไอ่พวก หน้าเดิมๆ ไม่อยากจะบอกว่าเหล้า(ดีเกิน )

หางแดงๆ เดิมๆ

 ถ้ามันมีคอกให้อยู่ แล้ววันดีคืนดี มันก็ออกมาไล่กัดคนเหมือนเดิม...


แล้วเมื่อไหร่ พวก มันจะสำนึก ว่ามันทำเลวใว้แค่ใหน

ไม่อยากให้คนส่วนน้อยที่เหลืออยู่นิด ณ ตอนนี้ โดนกลืนไปกับ กระแสส่วนใหญ่ที่บอกว่า...


โกงไม่เป็นไร โกงแล้วทำงาน
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 26-06-2007, 18:52 »

ปัญหา คอรับไม่เท่าไหร่ดอกค่ะ.... เป็น 1 ในหลายๆ...

แต่ไอ่พวก หน้าเดิมๆ ไม่อยากจะบอกว่าเหล้า(ดีเกิน )

หางแดงๆ เดิมๆ

 ถ้ามันมีคอกให้อยู่ แล้ววันดีคืนดี มันก็ออกมาไล่กัดคนเหมือนเดิม...


แล้วเมื่อไหร่ พวก มันจะสำนึก ว่ามันทำเลวใว้แค่ใหน

ไม่อยากให้คนส่วนน้อยที่เหลืออยู่นิด ณ ตอนนี้ โดนกลืนไปกับ กระแสส่วนใหญ่ที่บอกว่า...


โกงไม่เป็นไร โกงแล้วทำงาน


คอร์รัปชันก็คือโกงครับ โกงด้วยพวกทุนก็โกงเหมือนกัน ถือว่าขาดธรรมาภิบาล เป็นคอร์รัปชันที่ซับซ้อนขึ้นมา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 18:54 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #16 เมื่อ: 26-06-2007, 18:56 »

ถ้ามี สมชาย ( ภ ) และ อนุสรณ์ ( ธ )
ก็เป็นเพียงกลุ่มการเมืองรับใช้ระบบกฎุมพีสามานย์

...มองเห็นเงาและได้กลิ่นของ "คาร์ลอส  ซาอูล  เมเนม"...
บันทึกการเข้า

เด็กดื้อในเมืองทหารบ้าอำนาจและนักการเมืองแพ้ชวนตี
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


แม้โลกนี้สิ้นคนจานไร ก็ยังมีคนจานไรอีก


« ตอบ #17 เมื่อ: 26-06-2007, 19:06 »

ไม่อยากคิดอะไร เพราะดิ้นไปก็เท่านั้น ถ้ามันยังเป็นอย่างนี้อยู่
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 26-06-2007, 19:07 »


ถ้ามี สมชาย ( ภ ) และ อนุสรณ์ ( ธ )
ก็เป็นเพียงกลุ่มการเมืองรับใช้ระบบกฎุมพีสามานย์

...มองเห็นเงาและได้กลิ่นของ "คาร์ลอส  ซาอูล  เมเนม"...

คงต้องมองการเมืองผูกกับปัญหาเศรษฐกิจและความยากจน
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 26-06-2007, 19:12 »


ไม่อยากคิดอะไร เพราะดิ้นไปก็เท่านั้น ถ้ามันยังเป็นอย่างนี้อยู่

ถ้าโกงและหน้าด้านแบบระบอบทักษิณ คงไม่ต้องคิดต่อแล้วล่ะครับ
บันทึกการเข้า

เด็กดื้อในเมืองทหารบ้าอำนาจและนักการเมืองแพ้ชวนตี
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


แม้โลกนี้สิ้นคนจานไร ก็ยังมีคนจานไรอีก


« ตอบ #20 เมื่อ: 26-06-2007, 19:38 »

 Tongue out
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 26-06-2007, 20:54 »

Tongue out

คิดได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น ที่เหลือก็ทำงาน แล้วค่อยเรียนเพิ่มคิดต่อ..ทำดีกว่าเดิมหลังจากได้คิดดีกว่าเดิม..แล้ว  
บันทึกการเข้า

1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #22 เมื่อ: 26-06-2007, 23:17 »

อ้างถึง
วันอังคาร ที่ 26 มิถุนายน 2550
ยังไม่ทันไร...รวมใจไทย"วงแตก"แล้ว!!!
Posted by Darknews , ผู้อ่าน : 680 , 16:52:36 น.   

จะเรียกว่าเปิดตัวอย่างเป็นทางการก็คงไม่ผิดนัก สำหรับว่าที่พรรคการเมืองใหม่ "รวมใจไทย"

ล่าสุดแกนนำผู้ก่อตั้งพรรคอย่าง "ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์" อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ "เอนก เหล่าธรรมทัศน์" อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน "พิจิตต รัตตกุล" อดีตหัวหน้าพรรคถิ่นไทย" หรือ ดร.โจ อดีตผู้ว่ากทม.

และนักบริหารอย่าง "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ สุรชัย ดนัยตั้งตระกูล อดีตสว.

รวมถึง สุวิทย์ เมษินทรีย์ คนสนิทที่มาในฐานะตัวแทนของหัวขบวน "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์"

ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดตัวที่โรงแรมอินเตอร์คอนติแนนตัลเมื่อ26 มิย.ที่ผ่านมาไปเป็นที่เรียบร้อย

ชูประเด็น "สภายุทธศาสตร์" ซึ่งจะเป็น "มันสมอง" ของพรรคในการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านนโยบายและการบริหาร จะมีทั้งหมด 9 คน ประกอบด้วย

ประดิษฐ์-เอนก-พิจิตต-ชัยอนันต์-สมชาย-กิตติรัตน์ และอีก 2-3 คนที่กำลังทาบทามอยู่

พร้อมกับเสนอตัวเป็นพรรคทางเลือกใหม่ เน้นโครงส้รางไม่จำกัดอยู่แค่ตัวบุคคลหรือให้พรรคเป็นของคนใดคนหนึ่งเหมือนการเมืองระบบเก่า

พูดง่ายๆก็คือยังไม่เห็นเงาของ "หัวหอก" ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคในขณะนี้

"ดร.เอนก" ให้เหตุผลสั้นว่า การชูในเรื่องของโครงสร้างพรรคก่อนตัวผู้นำแบบใหม่นี้จะเป็นจุดแข็งที่จะสร้างมิติใหม่ทางการเมือง

สรุปก็คือประเมินกันภายในกลุ่นแกนรวมใจไทยในวันนี้ก็พอเห็นแววจะเป็นรัฐบาลในอนาคต

จะว่ากันไปแล้วในเรื่องของหน้าตา บุคคลที่ออกมาชูป้ายโปรโมทพรรครวมใจไทยในตอนนี้ก็ไม่ถึงกับขี้ริ้วขี้เหร่นัก

เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตที่จะมีแนวโน้มกลับไปเป็นรูปแบบการเมืองแบบรัฐบาลผสม ส่งผลให้พรรคการเมืองขนาดเล็ก ขนาดกลาง และพรรคการเมืองน้องใหม่มีโอกาสแจ้งเกิดทางการเมืองได้เท่าๆกัน

แต่ดูเสมือนว่านับจากออกข่าวเพียงข้ามวัน ก็ส่อแวว "จอดไม่ต้องแจว " ให้เห็นกันแล้ว

นั่นก็เพราะระหว่างที่กำลังมีการเปิดตัวว่าที่พรรคน้องใหม่จากฝั่งธรรมธิปไตยนั้น กลุ่มมัชฌิมาของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ก็ประกาศเปิดตัวกลุ่มที่จ.ขอนแก่นพร้อมกัน

หลังจากประกาศชัดไปก่อนหน้านี้ว่าจะไม่ร่วมหอลงโรงกับพรรครวมใจไทยทันทีที่รู้ข่าว

ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวถึงสาเหตุที่ "ชัยอนันต์ สมุทวณิช" ไม่ยอมไปปรากฎกายร่วมแถลงข่าวเปิดตัวพรรคใหม่ตามนัด

โดยมีข่าวว่า "ชัยอนันต์" เกิดความไม่พอใจอย่างมากที่มีการนัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพราะยังไม่มีการหารือกับกลุ่มแนวร่วมพันธมิตรเดิมอย่าง "กลุ่มมัชฌิมา" ให้ชัดเจนก่อน

"ชัยอนันต์" มองว่าการแถลงข่าวลักษณะนี้จะไม่ได้ผลดีเท่ากับการแถลงข่าวแบบเต็มองค์คณะ ที่มีทั้งนักการเมืองนักวิชาการมานั่งอยู่บนเวทีพร้อมกันทั้งหมด

"ล่าสุดท่านสมศักดิ์ได้มีการเจรจาดึงอาจารย์ชัยอนันต์กลับไปร่วมตั้งพรรคใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจารย์ก็ได้ตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับกลุ่มมัชฌิมาอย่างเต็มตัว"

ข่าวยังแจ้งด้วยว่า "สองหนุ่มต่างวัย" ยังได้คุยกันถึงแนวทางในการเปิดตัวพรรคใหม่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มรวมใจไทย

โดยเบื้องต้นได้วางตัว "ชัยอนันต์" เป็นหัวหน้าพรรค เพราะมีภาพลักษณ์ที่ดี ทั้งยังมี "คอนเนคชั่น" กับกลุ่มทหารและคมช.

“การที่กลุ่มรวมใจไทยชิงจังหวะออกมาแถลงก่อนถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติท่านสมศักดิ์ เหมือนเป็นการหักหน้ากันชัดๆ ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้วว่าจะทำงานร่วมกัน ดังนั้นก็ต้องดูท่าทีอีกครั้ง เป็นไปได้ว่าอาจจะแยกกันทำงาน”

เสียงสะท้อนจากคนวงใน ตอกย้ำให้เห็นชัดว่า กลุ่มรวมใจไทยและ มัชฌิมา ส่อเค้าแยกทางกันเดินอย่างเป็นทางการ

"แตกคอ" กันเองระหว่างแนวร่วมมัชฌิมา-ธรรมาธิปไตยที่เคยจับมือกันก่อนหน้า

เหตุใหญ่ใจความสำคัญยังอยู่ที่เรื่องของ "ศักดิ์ศรี" ที่ต่างฝ่ายต่างกินกันไม่ลงอีกด้วย

"สมคิด" นั้น ไม่รังเกียจหาก "สมศักดิ์" จะมารวม แต่เกี่ยงที่ขอเป็นฝ่ายเปิดตัวตั้งพรรคเอง

ขณะที่ "สมศักดิ์" ก็คิดในใจว่า ข้าก็หนึ่งในตองอู มีส.ส.ในมือ แล้วจะไปแคร์อะไร

เมื่อยึกยัก ยักท่ากันมาก สุดท้ายก็เกิดอาการชิงไหวชิงพริบ เริ่มจากการชิงเปิดตัวบุคคลสำคัญและเกทับกันไปมา

โดยที่หนักหนาล่าสุดก็คือรายการมัดมือชก "ชัยอนันต์" ให้อยู่ในกลุ่มรวมใจไทยนี่ล่ะ

ที่สำคัญไปกว่านั้น ข่าวแจ้งว่าเหตุผลใหญ่อีกอย่างก็คือการแทงกั๊กของ "สมคิด" ในการวางตัวหัวหน้าพรรคนใหม่

การตัดสินใจในเบื้องต้นที่จะให้ "เอนก" ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ทำให้ "ชัยอนันต์" ไม่พอใจ เพราะต้องการตำแหน่งนี้เช่นเดียวกัน

เมื่อคนระดับแกนเกิดแตกกันแล้วอย่างนี้ ก็น่าจับตามองให้ดีว่าอนาคตของพรรครวมใจไทยจะเป็นอย่างไร

เพราะต้องยอมรับว่า การร่วมขบวนของ "ชัยอนันต์" ส่งผลให้พรรครวมใจไทยถูกจับตามองจากฝ่ายทหารและคมช.น้อยลง ด้วยอาศัยเส้นสายของ "ชัยอนันต์"

อย่างน้อยก็ลดความหวาดระแวงว่าจะเป็น "พรรคนอมินีทักษิณ" ไปได้ระดับหนึ่ง

มาถึงตอนนี้แล้ว หากเป็นจริงดังข่าวที่ว่า "ชัยอนันต์" ตัดสินใจเป็นหัวหน้าพรรคของกลุ่มมัชฌิมา ก็เท่ากับความแข็งแกร่งของกลุ่มรวมใจไทยหายไปพะเรอ

นอกจากนั้นกลุ่มรวมใจไทยก็แทบไม่มีฐานเสียงที่เป็นอดีตส.ส.ในมือเลย

แม้จะมีความพยายามวิ่งเต้นทาบทามกลุ่มของ พินิจ จารุสมบัติ -สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ ปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ เข้ามาร่วมขบวนด้วย

แต่ถึงนาทีนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน

ดังนั้นเมื่อรูปการณ์ออกมาอย่างนี้ ดูเหมือนอนาคตของกลุ่มรวมใจไทยที่ใสปิ๊งเมื่อวันวาน กลับหมองคล้ำลงทันตาเพียงชั่วข้ามวัน

สถานการณ์การเมืองนั้น พลิกผันได้ตลอดเวลา

บางทีกลุ่มที่เปิดตัวทีหลัง อาจดังกว่าก็เป็นได้ !!!
---------------

เกรงว่าจะแท้งซะก่อน
บันทึกการเข้า
ชามู
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ใจดี


« ตอบ #23 เมื่อ: 27-06-2007, 11:54 »

ตอนนี้ คนที่ผมเริ่มจะมี question mark ในใจ ก็คงไม่พ้น ชัยอนันต์ ครับ

เพราะก่อนหน้านี้ เห็นโจมตีทักษิณมากมาย

พอมาตอนนี้ จะมาจับกับ สมคิด จับกับ สมศักดิ์

มันอะไรกันหนัก กันหนา
บันทึกการเข้า

สมาชิกหมายเลข #348

ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ใจดี
aoporadio
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 404


« ตอบ #24 เมื่อ: 27-06-2007, 15:21 »

จารย์ชัย โดนตู่ แกยังไม่ได้ตอบตกลงเลย
บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 29-06-2007, 12:22 »

หวังว่าถ้าพรรคนี้แจ้งเกิดได้จริง เมื่อเวลาผ่านไปคงไม่มีใครเปลี่ยนชื่อเป็น พรรครวมใจโกง
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #26 เมื่อ: 29-06-2007, 13:25 »

เพิ่งอ่านวิเคราะห์ฯ ไทยรัฐมา มันบอกว่า ยังไงก็ไม่เกิด   
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #27 เมื่อ: 29-06-2007, 16:30 »

เอาไว้รอให้ถึงฤดูหาเสียงก็จะรู้เองนั่นแหละว่าตั้งพรรคเพื่อใคร
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 29-06-2007, 17:15 »

เอาไว้รอให้ถึงฤดูหาเสียงก็จะรู้เองนั่นแหละว่าตั้งพรรคเพื่อใคร

ถึงเวลานั้นก็ไปผสมพันธุ์กับพรรคอื่นเรียบร้อยแล้วล่ะครับ
นักการเมืองไทยน่ะ เก่งนัก เรื่องผสมพันธุ์


 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #29 เมื่อ: 29-06-2007, 22:08 »

คาดว่าจะเกิดยาก แต่ถ้ารอดออกมาได้ คิดว่าจะมีสิทธิได้เป็น "สถาบันทางการเมือง"
แบบเดียวกะ ทรท เลยล่ะ อยู่ได้ไม่เกิน 10 ปี


และที่สำคัญ แกนนำบางคน มีสิทธิติดคุก ก่อนที่จะมีสิทธิลงเลือกตั้งนะสิ
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #30 เมื่อ: 30-06-2007, 07:40 »

พรรครวมใจไทย คิดอย่างไรกันบ้างครับ?

พรรคนี้ก็เหมือนอาหารค้างเหลือจากการบริโภคเมื่อวานนี้ของร้านอาหารแห่งหนึ่ง  พ่อครัวจะทิ้งก็เสียดายเพราะเหลือเยอะ แม้จะส่งกลิ่นบูดนิดๆ ออกมาบ้างแล้วก็ตาม  ก็เลยเอาวัตถุดิบ ผักสด หมู เครื่องเทศ นำมาประกอบอาหารใหม่รวมกับของเดิม  แล้วนำมาขายในวันต่อไป บางคนอาจทานแล้วท้องขึ้น ท้องเสียก็ช่างหัวมัน  พ่อครัวขอให้แค่ อาหารขายได้ และไม่ต้องทิ้งอาหารจานเดิม เป็นการประหยัดและได้กำไรเยอะขึ้น 
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
visitna
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 209



« ตอบ #31 เมื่อ: 30-06-2007, 08:16 »

ส่วนตัวไม่ศรัทธานะ  เป็นกลุ่มนักเลือกตั้งมากกว่า
ไม่ได้มีอุดมการณ์  หรือมีจุดมุ่งหมายเพื่อบ้านเมือง
แต่อย่างไร  เข้ามาเพื่ออำนาจ ผลประโยชน์  เงิน
คิดแล้วสงสารเมืองไทย  มีแต่พวกแบบนี้เยอะ
พอผสมกับพวกไม่มีความรู้ทางการเมือง  (พวกหย่อนบัตร)
บ้านเมืองเลยไปกันใหญ่  อันนี้ก็ทำใจ  ต้องรอให้ ปชช.
ได้รับการศืกษามากกว่านี้  พวกนี้คงไม่ได้เกิด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: