ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
19-10-2019, 08:03
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  รัฐบาลถัดไปควรเปิดวิสัยทัศน์ จัดทำแผนแม่บทรัฐวิสาหกิจประเภทต่างๆพร้อมเส้นเวลา..* 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
รัฐบาลถัดไปควรเปิดวิสัยทัศน์ จัดทำแผนแม่บทรัฐวิสาหกิจประเภทต่างๆพร้อมเส้นเวลา..*  (อ่าน 1518 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« เมื่อ: 26-06-2007, 00:57 »

 


รัฐบาลถัดไป ต้องแสดงวิสัยทัศน์

ความพร้อมและศักยภาพในการทำงานตามนโยบายที่จะกำหนดขึ้นครับ สัก20ปีข้างหน้าก็พอ..

รัฐวิสาหกิจใดบ้างที่รัฐจะริเริ่มขึ้นใหม่ อันใดบ้างต้องจัดโครงสร้างใหม่ อันใดบ้างต้องแปรรูป..

พวกลุ่มทุนต่างๆจะได้เตรียมพร้อมในการลงทุนเพื่อชาติอย่างมีธรรมาภิบาล

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างบุคคลากรที่พร้อมจะทำงานภายในแนวความคิดย่อย
เทคโนโลยีอย่างพอเพียง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 01:09 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 26-06-2007, 01:18 »



เรื่องนี้นักวางแผนของพรรคการเมือง น่าจะสนใจนะครับ


ผมมีคำพูดอยู่สักประโยคหนึ่งครับ



นวัตกรรม สร้าง นวัตกรรม 
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #2 เมื่อ: 26-06-2007, 09:59 »

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 19:39 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 26-06-2007, 12:40 »



ผมเสนอแบบนี้ครับ..

-วางกรอบระยะเวลายกเลิกรัฐวิสาหกิจที่แก้ปัญหาการขาดทุนหรือรัฐต้องอุดหนุนในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นอยู่ตลอดเวลาออกไปก่อน และแปรรูปให้เอกชนทำ

-ปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจส่วนที่ทำกำไร เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยจัดสรรส่วนของทุนยึดโยงการลงทุนและจำนวนหุ้นกับผู้ใช้บริการรัฐวิสาหกิจนั้นๆตามสัดส่วนการใช้บริการ

และให้อยู่ในกรอบเฉพาะส่วนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ให้เป็นส่วนที่ต้องจัดการโดยรัฐเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นให้เอกชนไทยหรือบริษัทร่วมทุนไทยแข่งขันกันทำ

-ริเริ่มรัฐวิสาหกิจใหม่ เพื่อขับเคลื่อนทิศทางการลงทุนขนาดใหญ่ของชาติอย่างจริงจัง วางแผนไว้ตั้งแต่เริ่มเมื่อพ้นระยะเวลาหนึ่งให้แปรรูปตามระยะเวลา เพื่อรัฐสามารถริเริ่มโครงการขนาดใหญ่อื่นๆได้ต่อไป.

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 26-06-2007, 13:05 »



ลองเสนอความเห็น

รัฐวิสาหกิจ ที่อยากเห็นเกิดขึ้นนะครับ

-การขุดคอคอดกระครับ ในเมื่อเราสามารถเก็บค่าต๋งจากเรือที่ใช้เส้นทางได้..

-อี เลิร์นนิ่ง สกูล อีบุค..ไลบราลี่

-สำนักงานข่าวสารและฐานข้อมูลแห่งชาติ เก็บสถิติทุกชนิดเพื่อบริการแก่ภาครัฐและประชาชน

-การผังเมืองและเก็บค่าเช่าที่ดินและอาคารทั่วประเทศ..

-บ.ตรวจสอบการคอร์รัปชันและให้รางวัลจูงใจในการปราบปรามแห่งชาติ


ยังคิดได้อีกมากครับ อิอิ เช่น ธนาคารไข่และเสปิร์มแห่งชาติ บริษัทจัดหาข้อมูลคู่ครองที่เหมาะสม การผลิตและส่งออกวัฒนธรรมเชิงพาณิชย์
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #5 เมื่อ: 26-06-2007, 18:20 »

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 19:40 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #6 เมื่อ: 26-06-2007, 18:27 »

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 19:41 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 26-06-2007, 18:32 »

- ปัญหาของรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนนั้น ส่วนใหญ่มีปัญหามาจากสองกรณีคือ ถูกควบคุมรายได้ และ ค่าใช้จ่ายในสวัสดิการของพนักงานสูงเกินไป อาจจะแถมอีกอย่างก็คือ รัฐวิสาหกิจหยุดมากไปค่ะ

การแก้ไข น่าจะเริ่มที่สะท้อนราคาความเป็นจริงของสินค้าและบริการ ตัวอย่างเช่นกิจการรถเมล์ เมื่อค่าโดยสารเป็นจริงอยู่ที่เท่าไหร่ หากรัฐจะควบคุมราคา รัฐต้องจ่ายชดเชยให้ ไม่ใช่ผลักภาระให้รัฐวิสาหกิจ ส่วนที่สองคือ พนักงานของรัฐวิสาหกิจนั้น ต้องตัดจำนวนให้น้อยที่สุด ควรจะทำในจุดของการบริหารเท่านั้น ส่วนการบริการต้องให้เอกชนรับช่วง และสุดท้ายคือ วันหยุดของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ต้องเท่ากับเอกชน วันเสาร์ต้องทำงาน และวันหยุดชดเชยต้องเท่ากับราชการกำหนด ไม่ใช่กำหนดเอาเองมั่วอย่างเช่นทุกวันนี้

ไม่เห็นด้วยค่ะ กับการนำรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ หากต้องการเงินทุน ให้ออกในรูปพันธบัตรจะดีกว่า ตลาดหุ้นนั้น ไม่ช่วยในการพัฒนาประเทศ มันเป็นบ่อนขนาดใหญ่เท่านั้นเอง นับตั้งแต่เปิดตลาดหุ้นมา ไม่มีปรากฎการยืนยันว่าประเทศไทยเจริญขึ้นเพราะตลาดหุ้น มีแต่ฉิบหายไปทั้งคนเล่นหุ้นและประเทศชาติ บ่อนเถื่อนทำร้ายประชาชนมากเท่าไร ตลาดหุ้นทำร้ายมากกว่านั้นนับร้อยเท่าค่ะ



การแปรรูปจำเป็นครับ เพราะการลงทุนของรัฐเทอะทะมากเกินไปขาดความคล่องตัว..

ขณะที่กิจการหลายๆอย่างจะเกิดขึ้นได้เพราะรัฐนำร่องหลายกรณีต้องมีกฎหมายรองรับขึ้นมาก่อน

ตลาดหุ้นก็จำเป็นเช่นเดียวกับตลาดทั่วไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 18:34 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #8 เมื่อ: 26-06-2007, 18:33 »

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 19:41 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 26-06-2007, 18:38 »

กิจการแรกที่ควรดึงมาเป็นรัฐวิสาหกิจ คือกิจการธนาคาร การหากำไรจากการกู้ยืมเงินนั้น กำไรควรจะกลับเข้าสู่ประชาชน ไม่ใช่คนไม่กี่ตระกูล ระบบเงินตราของประเทศควรได้รับการพัฒนาใหม่ ต้องโปร่งใส เปิดเผย คติที่ว่าความเป็นส่วนตัวในกิจการเงินนั้น ใช้ไม่ได้ค่ะ เงินจะซุกซ่อนไม่ได้ การรับเงินจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ ต้องผ่านระบบที่ตรวจสอบได้ การเก็บภาษีอากรนั้น หากเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ประเทศจะมีเงินไปพัฒนาอีกมากมาย ไม่ต้องไปขูดรีดจากประชาชนเลย ขอเพียงเก็บได้ถูกต้องและเป็นธรรมเท่านั้น

กิจการสาธารณูปโภคทั้งหมด ต้องเป็นของรัฐ เพื่อประชาชน การบริหารรัฐวิสาหกิจนั้น เท่าที่ผ่านมาพบว่าเหลวแหลก เนื่องมาจากสาเหตุเดียว สาเหตุพื้นๆธรรมดา นั่นคือประชาชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม นักการเมืองไม่กี่คนแอบบริหารกับแบบหมกเม็ด เพียงปรับเปลี่ยนให้บอร์ดของรัฐวิสาหกิจ มีองค์กรเอกชนเข้าไปร่วมเท่านั้น รับรองได้ว่า ก้างชิ้นใหญ่จะไปขวางคอไอ้พวกโกงกินทันที แก้ไม่ยากหรอกค่ะ อย่าให้มันแอบไปมุบมิบตกลงซื้อขายอะไรกัน โดยไม่เปิดเผย แค่นั้นมันก็กินไม่สะดวกแล้ว ยิ่งมีคนจากภายนอกเข้าไปจับตามอง คอบจังผิดมัน จะให้ดีมีสินบนนำจับคนคอรัปชั่น จับได้ ยึดทรัพย์มันทั้งโคตร แล้วเอามาแบ่งเปอร์เซนต์ให่คนนำจับ ทีนี้ไม่ต้องไปหาใครมาคอยคุมให้ยากเย็น มีคนอาสาเยอะค่ะ 

การขุดคอคอดกระนั้น ต้องการวีระบุรุษมาเริ่มงานค่ะ ลำพังนักการเมืองที่เรามีอยู่ทำไม่ได้ หรือถ้ามันจะทำก็เริ่มด้วยการกู้เงินต่างประเทศ และทำให้โครงการยากเข้าไว้ จะได้โกงกินกันมากๆ

สมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ไทยเราขุดคลองกันมาจนนับไม่ถ้วน ไม่ต้องมีจักรกล ไม่ต้องมีเทคโนโลยีทันสมัย ไม่ต้องมีนิวเคลียร์ กะไอ้เรื่องขุดคลอง ทำไม่ได้ก็ไปตายกันเสียเถิด

โครงการขุดคลองยาวไม่ถึง 200 กิโลเมตร มีเงื่อนไขเล็กน้อยแค่จะเอาคลองน้ำจืดหรือน้ำเค็ม ส่วนที่ต้องอาศัยวิศวกรรมสูงหน่อยก็แค่ประตูน้ำสองฝั่งทะเล หากจะเป็นระบบคลองปิด และเส้นทางคมนาคมทางบกที่จะต้องข้ามหรือลอดคลอง วิศวกรไทบ สถาปนิกไทย ช่างไทย ทำได้ทั้งนั้น

เงินไทยก็มีพอที่จะทำ แรงงานไทยก็มีพอที่จะทำ ขาดอย่างเดียว ขาดคนรักชาติที่จะทำโครงการนี้ให้เป็นโครงการระดับโลก ที่ทำด้วยไทยล้วนๆ ทั้งเงินทุน แรงงาน มันสมอง  เพราะรับรองได้ว่าทันทีที่จะทำ คำรกคือ จะกู้เงินต่างประเทศที่ไหน จะจ้างบริษัทข้ามชาติที่ไหนมาขุด ประเทศเราขาดคนรักชาติค่ะ  

เรื่องระบบเทคโนโลยีและเงินทุนเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ เช่นเดียวกับการคมนาคมและการสื่อสารสมัยใหม่ครับ.. เราต้องใช้การเดินทางทางอากาศขณะที่ใช้โทรศัพท์มือถืออินเตอร์เน็ตในการติดต่อธุรกิจ
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #10 เมื่อ: 26-06-2007, 18:43 »

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 19:42 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #11 เมื่อ: 26-06-2007, 18:47 »

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 19:42 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 26-06-2007, 18:49 »

การแปรรูปจำเป็นค่ะ แต่แปรรูปไม่ได้แปลว่า ขาย

ตัวอย่างก็เช่น กิจการรัฐวิสาหกิจนั้น เดิมแม้แต่ยามก็เป็นพนักงาน คนทำความสะอาดก็เป็นพนักงาน เมื่อคิดจะแปรรูป ก็ปรับเปลียนส่วนนี้เป็นการจ้างเอกชนภายนอกเข้ามาทำ ส่วนการควบคุมบริหารยามหรือการทำความสะอาด ทำได้ด้วยพนักงานจริงๆเพียงน้อยคนกว่ามาก

หรืออย่างรถเมล์ที่ยกตัวอย่างไป การควบคุมเส้นทางสัมปทานเป็นส่วนที่รัฐวิสาหกิจดูแล จัดหาเอกชนมาเดินรถ คอยตรวจสอบการเดินรถและประสิทธิภาพ และที่สำคัญ รถเมล์ของคนกรุงเทพ คนกรุงเทพต้องดูแล ไม่ใช่ให้รัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งในอดีตเป็นคนจังหวัดอื่นมาดูแล นั่นแหละค่ะที่ทำให้การบริหารเละเทะ  รถเมล์ของกรุงเทพ ไฟฟ้าของคนกรุงเทพ ประปาของคนกรุงเทพ คนกรุงเทพต้องดูแล เช่นเดียวกับในต่างจังหวัด กิจการรัฐวิสาหกิจของจังหวัดนั้นๆ คนจังหวัดนั้นๆต้องดูแล

เว้นแต่กิจการรวมขนาดใหญ่ เช่นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การรถไฟมี่ต้องเดินทางทั่วประเทศ การบินไทย คงแยกแยะออกนะคะว่ากิจการแประเภทไหน ควรให้ท้องถิ่นดูแล นี่คือการกระจายอำนาจค่ะ

ส่วนตลาดหุ้นนั้น ขอยืนยันคำเดิมค่ะ  ประเทศไทยดำรงมาได้กว่า 700 ปี ไม่เคยมี่ตลาดหุ้น มันพึ่งมีมาเมื่อไม่นานมานี้ และเป็นบ่อนพนันขนาดใหญ่เท่านั้นเอง

หากจะอ้างเรื่องการระดมทุนมาขยายกิจการหรือดำเนินการ โปรดทราบด้วยว่า กฎหมายบริษัทมหาชน ที่เกี่ยวพันกับตลาดหุ้นนั้น บีบบังคับให้คนทำกิจการ ต้องวิ่งไปเข้าตลาดหุ้น และการกดอัตราดอกเบี้ย เก็บภาษีดอกเบียเงินฝาก แต่ไปเปิดโอกาศให้คนขายหุ้นไม่ต้องเสียภาษี  คือการต้อนหมูเข้าเล้า ต้องคนให้เอาเงินไปเป็นเหยื่อในตลาดหุ้น

มันเป็นบ่อนของทุนนิยม เมื่อไหร่ที่ปลดแอกทุนนิยมออกไปได้ ตลาดหุ้นคือสิ่งบัดซบที่ควรล้มไปเป็นอันดับแรกค่ะ  

คิดล้มระบบทุนนิยมแล้วจะใช้ระบบอะไรล่ะครับ ฝันไปแล้ว 555
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 26-06-2007, 18:53 »

ค่ะ ปฎิเสธไม่ได้ แต่เลือกใช่ได้ 

จะขุดคลอง เลือกได้ค่ะ ว่าจะใช้เสียม หรือจะใช้รถตัก เลือกใช้ให้เหมาะกับงานได้ 

เงินทุนก็เช่นกัน เงินไทยใช้ขุดคลองไม่ได้หรือคะ หรือเงินไทยซื้อเสียมแล้วมันไม่คม ขุดดินไม่ลง หรือจ้างแรงงานแล้วกล้ามไม่มี ผอมแห้งแรงน้อย จึงต้องใช้ทุนนอกจ้าง 

เสนอทางเลือกให้เท่านั้นแหละค่ะ 

ถ้าใช้แต่จอบกับเสียมก็ย้อนยุคเป็นไปไม่ได้ เราต้องการเครื่องจักร เครื่องทุ่นแรงที่คุ้มค่ากับการลงทุน โปรดระลึกไว้เสมอว่าไม่มีของฟรีครับ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 26-06-2007, 19:10 »



ปัญหาแรงงานและค่าครองชีพ ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความยากจน
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 26-06-2007, 19:16 »



อ้างประวัติศาสตร์โดยไม่เสนอทางออกที่เหมาะสมในสภาพปัจจุบันและอนาคต คงไม่มีประโยชน์ เพราะทำไม่ได้ครับ

ถ้าหากทำได้ 75 ปี ประชาธิปไตยคงไม่เป็นเช่นปัจจุบัน..คงจะเจริญ สะอาดและสงบสุขกว่าที่เป็นอยู่
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 26-06-2007, 19:24 »



มีคนได้ ก็ต้องมีคนเสีย หากไม่เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้ดีกว่าเดิม ความมั่งคั่งที่มีอยู่เดิมก็ไม่พอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายความว่าปฏิเสธระบบทุนนิยมอย่างสิ้นเชิง..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 26-06-2007, 20:59 »









 

เหลือแต่การ์ตูน ยังดีที่เก็บความคิดเห็นไว้เป็นหลักฐาน ว่าสุดโต่งไม่สมเหตุสมผลเช่นไร..แนะนำว่าไม่โพสต์ก็ไม่ต้องแก้ไขนะครับ

ข้าราชการเกียร์ว่างก็มีปัญหา ปรับตัวเข้ากับการหมุนของโลกไม่ได้ ในที่สุดต้องลาออกไปอยู่บ้านเลี้ยงหลาน ถ้าหากมีหลานให้เลี้ยงนะครับ.. 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-06-2007, 21:24 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 26-06-2007, 21:21 »

ส่วนที่เสนอความคิดมาดีครับ..เข้าใจปัญหาพอสมควร

ขอสรุปทัศนคติที่ต้องแก้ไขนะครับ จะได้ไม่ขัดแย้งระหว่างความคิดของตนเองกับข้อเท็จจริงที่ปฏิบัติได้



-กิจการธนาคาร จำเป็นครับ

-การแปรรูปรัฐวิสาหกิจจำเป็น ยกเว้นเฉพาะส่วนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ..หรือสาธารณูปโภคที่เอกชนทำได้ไม่ดีกว่ารัฐ

-เงินออมเท่ากับเงินลงทุน ซึ่งมีจำกัด ไม่สามารถตอบสนองกับความขาดแคลนและรสนิยมการใช้ชีวิตของคนจนที่ต้องการมีฐานะดีขึ้น

-คนและกิจการของภาครัฐส่วนใหญ่ไม่เก่งด้านการพาณิชย์และชอบทำตัวเป็นเสือนอนกิน เอาเปรียบประชาชน จึงทำกิจการพาณิชย์แทนเอกชนไม่ได้ดี

-วัฒนธรรมและค่านิยมของไทย มีปัญหาหลายๆเรื่อง เช่นในน้ำมีปลาในนามีข้าว ตอนนี้ไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว และประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระบบอุปถัมภ์ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ เป็นต้น

-หากสนใจแต่อ้างความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ และความเป็นไทยโดยไม่คิดปรับตัว ประเทศไทยจะถอยหลังในทุกด้านกว่าอีกหลายประเทศ เช่นพม่า เขมร ลาว รัฐปัตตานี อินเดีย อาฟริกา ฯลฯ

-เรื่องแรงงานจำเป็นต้องปรับทัศนคติเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นเครื่องจักรจะมาแทนที่คนเป็นส่วนใหญ่ ภาคบริการก็จะหาอาชีพและงานทำยากขึ้น เพราะเกี่ยงงานเกี่ยงค่าจ้างมากจนเกินไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-06-2007, 23:35 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 29-06-2007, 05:29 »




โครงการขุดดินทั่วประเทศที่ผมขอเสนอคือ โครงการแก้มลิงป้องกันน้ำท่วม แล้วก็โครงการขุดบ่อน้ำเกษตรกรรมสำหรับทุกหมู่บ้านครับ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 30-06-2007, 18:34 »



โครงการที่สำคัญที่สุดคือ โครงการส่งเสริมแลจัดระเบียบการลงทุนเพื่อมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนไทยทั้งประเทศ

การเจรจาเอฟทีเอ ควรอยู่ในกรอบ ที่ไม่ขัดกับการส่งเสริมการลงทุนของไทย..

เมื่อมีการค้าแบบนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยต้องดึขึ้น หากไม่ดีขึ้นเพราะสินค้าบริการใดของประเทศใดๆ ก็ต้องมีเงื่อนไขที่สามารถยกเลิกข้อตกลงส่วนย่อยนั้นๆ..









บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 05-07-2007, 14:01 »

 

ดันกระทู้ไว้ก่อนครับ เพราะเห็นมีประเด็นเรื่องทุนนิยมสามานย์จากเพื่อนสมาชิกของเราอยู่ เดี่ยวขออนุญาตทำลิงค์ครับ..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 05-07-2007, 19:20 »



ดันกระทู้ไว้ก่อนครับ เพราะเห็นมีประเด็นเรื่องทุนนิยมสามานย์จากเพื่อนสมาชิกของเราอยู่ เดี่ยวขออนุญาตทำลิงค์ครับ..


ประเด็นในทัศนะของผมมีอยู่ว่า ทุนนิยมอย่างไรเรียกว่าไม่สามานย์และเหมาะสมกับโลกใบนี้??


ตอนที่หนึ่ง - เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้ - เราอยู่คนเดียวในโลกใบนี้ไม่ได้  (อ่าน 26 ครั้ง)

ตอนที่สอง -มนุษย์ไม่ได้อยู่เผ่าพันธ์เดียวในจักรวาลนี้ - มนุษย์อยู่เผ่าพันธ์เดียว  (อ่าน 38 ครั้ง)

ตอนที่สาม - ประเทศไทยไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลกนี้ - ประเทศไทยอยู่ประเทศเดียว  (อ่าน 17 ครั้ง)

ตอนที่สี่ - เป็นตอนที่มาหลังตอนที่สามสองและหนึ่ง แต่มาก่อนตอนที่ห้า  (อ่าน 8 ครั้ง)

ตอนที่ห้า - จะจบลงไหมเนี่ย  (อ่าน 14 ครั้ง)

ตอนที่หก - ว่าไปเรื่อยเปื่อย  (อ่าน 9 ครั้ง)

ตอนที่เจ็ด - ก่อนอวสาน  (อ่าน 6 ครั้ง)

ตอนที่แปด - ความโง่ - อวสาน  (อ่าน 4 ครั้ง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-07-2007, 16:20 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

truly
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 253


« ตอบ #23 เมื่อ: 06-07-2007, 21:06 »

เป็นความเห็นที่น่าสนใจครับ
เข้่ามาช่วยดันให้
เผื่อมี 'รัดบานถัดไป' เข้ามาอ่าน...อิ อิ...
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 07-07-2007, 16:26 »



เป็นความเห็นที่น่าสนใจครับ
เข้่ามาช่วยดันให้
เผื่อมี 'รัดบานถัดไป' เข้ามาอ่าน...อิ อิ...

ก็ต้องคิดหาหนทางที่เป็นไปได้ครับ หวังลมๆแล้งๆ มันไม่ต่างอะไรกับการบ่น..คนฟังก็จะไม่รับเอาเลย เพราะถือเป็นของเสียไปหมดได้
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 07-07-2007, 16:30 »



สำหรับท่านที่ไม่ได้สังเกตหรือไม่ทราบ คือว่า ข้อมูลกระทู้ในหอสมุด

ต้องล็อคอินจึงจะเข้าไปอ่านได้ครับ...หลายกระทู้ผมคิดว่าน่าสนใจค้นคว้าได้ต่อไปเรื่อยๆ เช่นข้อมูลเปรียบเทียบเรื่องรัฐธรรมนูญ..40และ50

                                                                                                                                                                                       
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 09-07-2007, 18:23 »



เคยเห็นสินค้ายี่ห้อสินไทย อันนี้ถ้าปัดฝุ่นให้ทันสมัยแข่งขันได้ผมก็ว่าน่าจะดี เหมือนพวกยาขององค์กรเภสัชกกรรม ควรมีงานวิจัยและนวัตกรรมด้วย

เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี สอดคล้องและเป็นคุณต่อสภาพแวดล้อมที่พึงประสงค์ครับ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 26-07-2007, 10:25 »

โพสต์: ปุถุชน  http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=362981

(บุคคลนิรนาม)
ID#362981 | เมื่อ: 2550-07-25 23:28:02 | IP: 58.136.62.122 x

สนช.มีมติรับร่างกฎหมายยกเลิก พรบ.แปรรูปรัฐวิสาหกิจ2542

25 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 19:47:00

"โสภณ"ซัด ปตท.เปิดบริษัทที่เกาะเคย์แมน ขาดทุน 5พันล้านบาท ด้าน"ประเสริฐ" ป้ององค์กรอ้างผลประโยชน์พยุงสถานะพลังงานชาติ แต่ปิดปากเงียบเรื่องเกาะเคย์แมน สุดท้ายลงมติรับร่างรัฐบาล

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ที่รัฐสภา การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธาน โดยพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ที่นายโสภณ สุภาพงษ์ พร้อม คณะจำนวน 48 คน เสนอ และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ ที่ ครม.เสนอ

นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง ได้เสนอหลักการและเหตุผลว่า กฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจที่บัญญัติเกี่ยวกับกระบวนการนำทุนบางส่วน หรือทั้งหมดของรัฐวิสาหกิจ มาเปลี่ยนสภาพเป็นหุ้นในรูปแบบของบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด โดยที่เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการดำเนินการต่างๆ ที่สำคัญในการรักษาประโยชน์สาธารณะไม่ครบถ้วน จึงสมควรแก้ไขกฎหมายใหม่

โดยกำหนดขอบเขตการดำเนินการให้ชัดเจนมากขึ้น มีการจัดทำรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ และผลกระทบในด้านต่างๆ การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน การแยกอำนาจและสิทธิพิเศษที่รัฐวิสาหกิจมีอยู่ตามกฎหมายออกจากบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่จัดตั้งขึ้น การกำกับดูแลการประกอบกิจการของรัฐวิสาหกิจ ที่นำมาเปลี่ยนสภาพและการกระจายหุ้นในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่ตั้งขึ้นแก่ประชาชนหรือบุคคลใดๆ ที่จะทำให้การนำรัฐวิสาหกิจมาเปลี่ยนสภาพให้เป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคด้วย

ด้าน นายโสภณ เสนอหลักการและเหตุผลว่า พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐบาลแปรรูป และจัดการกับรัฐวิสาหกิจได้ โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม ทำให้เกิดความไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม ทำให้ประเทศชาติ ตลอดจนประชาชนได้รับความเสียหายและผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อกำหนดมูลค่าทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ และกำหนดเป็นทุนของรัฐวิสาหกิจแล้ว รัฐสามารถนำหุ้นออกจำหน่ายขายได้

อีกทั้ง ยังเป็นการเปิดช่องให้นักการเมืองและทุนการเมืองใช้อาจแสวงหาประโยชน์จากการจัดจำหน่ายหุ้นและการเข้ายึดครองกิจการที่แปรรูปจากรัฐวิสาหกิจโดยไม่เป็นธรรมและฉ้อฉล จึงสมควรยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ และหากรัฐบาลมีความประสงค์จะแปรรูปรัฐวิสาหกิจใดจะต้องเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติต่อรัฐสภา เพื่อให้ผู้แทนของปวงชนได้มีโอกาสพิจารณาตรวจสอบได้

"กรณีของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ที่แปรรูปโดยขาดการควบคุมติดตามอย่างใกล้ชิด เปิดช่องให้มีการทุจริตแสวงหาประโยชน์ ขณะนี้ ปตท.ได้ไปเปิดกิจการที่เกาะเคย์แมนเป็นจำนวน 10 แห่ง และประสบการขาดทุน 5,000 ล้านบาท ซึ่งผมไม่ทราบว่า ทำไม ปตท.จึงต้องไปเปิดกิจการที่นี่ ทั้งๆ ที่รู้เกาะแห่งนี้ใช้เป็นที่ฟอกเงิน ขอตั้งข้อสังเกตว่ามีกลุ่มการเมืองผลักดันหรือไม่ เพราะมีพฤติกรรมคล้ายขบวนการที่ คตส.กำลังตรวจสอบอยู่" นายโสภณ กล่าว

ข้อความนายโสภณ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีกลุ่มนักการเมืองจำนวนหนึ่ง ข้าราชการระดับสูง ยังมีตำแหน่งในบอร์ด ปตท. มีอำนาจในการกำหนดราคาน้ำมัน แก๊ส และไฟฟ้า ยังถือหุ้นในธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งพบว่าหุ้นที่ถูกขายครั้งแรก ร้อยละ 31 หลังถูกช้อนซื้อ มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 2 แสนล้านบาท ปัจจุบันสูงถึง 2.5 แสนล้านบาท โดยเหล่านี้ยังมีหุ้นและซื้อหุ้นเพิ่มเติมด้วย ประโยชน์ที่เขาได้รับล้วนเป็นทรัพย์สินของประชาชนที่ขายออกไป

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ สมาชิก สนช. ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) อภิปรายกรณีถูกพาดพิงถึง ปตท. ว่าเช่นเดิม เหมือนมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปตท. ทั้งเรื่องราคาหุ้นที่มีการระบุเงินหายไป 2 แสนกว่าล้านบาท โดยตกกับอยู่กับคนบางกลุ่ม

ซึ่งตนบอกเสมอว่า ราคาหุ้นที่เห็นเป็นการสะท้อนสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป โดยที่เงินสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่กับคนที่ขายหุ้น ซึ่งหุ้นของ ปตท.มีราคาตั้งแต่ 25-35 บาท ในส่วนของกำไรโรงกลั่นที่บอกว่า เพิ่มขึ้นจาก 2 หมื่นล้านถึง 2 แสนล้าน คงเป็นบวกกำไร โดยไม่ได้ระบุว่าไปเทียบระหว่างเวลาใด ซึ่งต้องเปรียบเทียบกับในช่วงสภาวะที่บริษัทในช่วงที่สภาวะย่ำแย่ ที่กำไรย่อมต่างกันแน่นอน การที่ ปตท.มีกำไรมากเพราะมีการปรับโครงสร้างหนี้ให้ได้กำไรกว่า 5 หมื่นล้านบาท

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า สำหรับราคาน้ำมันของประเทศไทยนั้น มีการปล่อยให้ขึ้นลงตามกลไกตลาด โดยไทยอ้างอิงกับตลาดในภูมิภาค แต่การที่บอกว่าเทียบกับราคา "สิงคโปร์" ไม่ได้หมายว่าเทียบกับประเทศสิงคโปร์ แต่เป็นการเทียบกับราคาในภูมิภาคประเทศนี้ ดังนั้น น้ำมันจะขึ้นหรือลงยืนยันว่า สอดคล้องกับราคาตลาดโลก ไม่มีใครสามารถกำหนดโครงสร้างราคาได้

ในด้านของโครงสร้างราคาที่บอกว่า มีการบวกกับราคาประเมินที่สิงคโปร์นั้น สูตรนี้ ราคานี้ ได้ถูกใช้มากว่าสิบปี ซึ่งบางครั้งก็ได้กำไร แต่บางครั้งก็ทำให้บริษัทล้มละลาย เพราะมีบางโรงกลั่นหยุดพักการชำระหนี้ สูตรนี้มีการทำให้โรงกลั่นขยายตัว เป็นสูตรที่ใช้อ้างอิงกับตลาดภูมิภาค

ที่ผ่านมามีโรงกลั่นที่ล้มละลายทาง ปตท.ก็เข้าไปช่วยปรับโครงสร้างหนี้ดำเนินธุรกิจให้ดีและมีการกระจายหนี้ในตลาดหลักทรัพย์ ก็สามารถทำให้คนไทยเป็นเจ้าของกิจการได้ และมีอีกหลายครั้งที่ ปตท.เข้าไปช่วยซื้อโรงกลั่นไทยก่อนที่จะตกเป็นของต่างชาติ

จากนั้นสมาชิก สนช.ได้อภิปรายสนับสนุนการเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวที่ยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ เช่น นายณรงค์ โชควัฒนา ขณะที่นายฉลองภพ ได้ชี้แจงว่า ยืนยันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ใช่เรื่องเอารัฐวิสาหกิจแปรสภาพ แต่กำหนดไว้รัฐบาลข้างหน้าจะแปรสภาพจะมีหลักเกณฑ์อย่างไร และเชื่อว่ารัฐบาลต่อไปจะต้องมีเสียงข้างมาก ซึ่งสามารถหยิบยกแปรรูปตามอำเภอใจ ซึ่งข้อเสนอแนะจะการปรับปรุงในชั้น กมธ.หลายส่วนจำเป็นต้องมีการกฎหมายกำกับดูแล พร้อมยืนยันไม่มีบทเฉพาะกาลนิรโทษกรรม

จากนั้นที่ประชุมลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ด้วยคะแนนเสียง 87 ต่อ 23 และมีมติรับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ 96 ต่อ 17 และมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 25 คน โดยใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณาแปรญัตติ 7

http://www.bangkokbiznews.com/2007/07/25/WW10_WW10_news.php?newsid=86148



การแปรรูป ปตท. ทำให้นักธุรกิจการเมืองในรัฐบาลเก่านั้นและพรรคพวกได้รับผลประโยชน์จากราคาหุ้นที่ต่ำตั้งแต่เริ่มเปิดขาย และเวลาต่อมายังมีการ"ปั่นราคา"ลงต่ำเพื่อพิสูจน์ว่าราคาจองนั้นสูงกว่าราคาตลาด.....

หลังจากนั้นราคาหุ้นปตท. 32-35 บาท ก็ไปโลด ๆ จนถึงทุกวันนี้
รัฐบาลได้ผลประโยชน์แท้จริงเท่าใด........

เป็นวาสนา เป็นโชคของประเทศไทย ที่รัฐบาลเก่าไม่สามารถแปรรูป กฟผ.สำเร็จด้วย......

มิฉนั้น'เงินสะอาด' 73,000 ล้านบาท จะซื้อหุ้นของ กฟผ. ได้มหาศาล......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 11-08-2007, 07:07 »



อยากให้รัฐ เอาจริงกับการสร้างรัฐวิสาหกิจใหม่ๆครับ ทำควบคู่ไปกับการแปรรูปวิสาหกิจเก่า

แต่ควรจะต้องมีมาตรการปลอดการแทรกแซงและคอร์รัปชัน..
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: