ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
16-09-2019, 05:23
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  บทเรียนมรดกการเมือง'ทักษิณ' 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
บทเรียนมรดกการเมือง'ทักษิณ'  (อ่าน 393 ครั้ง)
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« เมื่อ: 17-06-2007, 10:13 »

16 มิถุนายน พ.ศ. 2550 00:01:00
 
บทบรรณาธิการ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :      ภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัว ได้เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณขึ้นมาทันที ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อกดดันต่อแรงบีบทางการเมืองและทางคดี ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การเคลื่อนไหวหลังอายัดถือว่าเป็นความพยายามอย่างมากในการต่อสู้ทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่กำลังถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง

อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวมาบ้างแล้ว แต่เริ่มมีมากขึ้นหลังจากพรรคไทยรักไทยถูกตัดสินให้ยุบพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง 111 คน และดูเหมือนฝ่ายรัฐบาลและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ก็ประเมินตรงกันว่า เป็นความเคลื่อนไหวเพื่อตัวพ.ต.ท.ทักษิณเอง เนื่องจากตัวเองอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีหลายกรณี แต่อาจจะประเมินต่ำไปว่าขนาดพ.ต.ท.ทักษิณอยู่นอกประเทศ จะมีความสามารถในการขับเคลื่อนกลุ่มการเมืองได้ถึงเพียงนี้ จนสร้างปัญหาที่จะเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ

หากเราย้อนกลับไปในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในอำนาจ เราอาจจะไม่แปลกใจนักที่เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมาจนตัวเองไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีเสียงเตือนจากนักวิชาการนักวิเคราะห์การเมืองหลายคนว่า การบริหารประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณคือตัวปัญหา เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และเขาพร้อมจะจัดการกับทุกคนเมื่อมีโอกาส ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าแปลกอย่างมากที่เป็นผู้นำการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่เขากลับไม่ยอมรับความคิดความเห็นที่แตกต่างใดๆ เลย

ดังนั้น วิกฤติชีวิตของพ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญ และหากเป็นวิกฤติที่ไม่มีโอกาสแก้ไขจริงๆ เขาอาจต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเหน็ดเหนื่อยมาทั้งชีวิต ผลที่สุดแล้วก็แทบไม่เหลืออะไรเลย อีกทั้งอาจเผชิญกับตราบาปจากสังคมอย่างที่ไม่มีผู้นำไทยคนใดเจอมาก่อน แต่ทั้งหมดก็เนื่องมาจากการใช้อำนาจทางการเมืองของเขานั่นเอง ซึ่งมีทั้งการใช้อำนาจทางการเมืองในทางที่ผิดนับครั้งไม่ถ้วน มีทั้งการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งการใช้อำนาจเช่นนี้เองที่ทำให้สังคมแตกแยก

หากมีใครสักคนกล่าวว่าความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นมรดกตกทอดของยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่ผิดจากความจริงเท่าใดนัก ซึ่งจะเห็นว่าความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ ก็มีเรื่องราวของพ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น แต่สิ่งที่น่ากลัวขณะนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มถึงทางตันและไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากการแตกหัก หากไม่มีวิธีการที่ดีมาจัดการปัญหาความขัดแย้ง และสังคมไทยก็เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิดความสูญชีวิตผู้คนและทรัพย์สินอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

แต่ไม่ว่าทางออกสังคมไทยจะออกมาอย่างไร เราเห็นว่าสังคมไทยในช่วงนี้ได้รับบทเรียนสำคัญ หากเราเห็นว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อจะก้าวสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต เพราะอย่างน้อยมรดกการเมืองจากยุคพ.ต.ท.ทักษิณก็สอนให้คนไทยรู้ว่า คนที่มาจากการเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องมีความชอบธรรมบริหารประเทศเสมอไป หากเขาฉ้อฉลและประพฤติมิชอบ และยังสอนให้ประชาชนรู้สิทธิและพลังอำนาจของตัวเองในการเลือกพรรคการเมืองที่เข้ามาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ถือเป็นมุมสว่างจากด้านมืดในยุคปัจจุบัน

 
http://www.bangkokbiznews.com/2007/06/16/WW12_1237_news.php?newsid=79232
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #1 เมื่อ: 17-06-2007, 12:00 »

มันเป็น "กรรม" ของคนไทยเองด้วย
ที่ยอมอุ้มให้คนพรรค์นี้มาบริหารประเทศ
ตั้งแต่คดีซุกหุ้น 1 แล้ว

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
หน้า: [1]
    กระโดดไป: