ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
13-08-2020, 12:41
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  Clip VDO หมอเหวง ไล่ทักษิณ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
Clip VDO หมอเหวง ไล่ทักษิณ  (อ่าน 3041 ครั้ง)
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« เมื่อ: 13-06-2007, 15:02 »

ในตอนท้ายของ Clip VDO หมอเหวงบอกว่า "เราต้องแก้รัฐธรรมนูญ"

http://www.manager.co.th/Multimedia/ViewVideo.aspx?NewsID=9490000026658

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9490000026658

 

...

บันทึกการเข้า
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 13-06-2007, 17:24 »

ปวดหมอง สับสนใจชีวิต
บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
justy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,250



« ตอบ #2 เมื่อ: 13-06-2007, 17:55 »

  

ไม่อายตัวเองก็อายลูกหลานบ้างเถอะ..ตาเหวง
บันทึกการเข้า

พรรคไทยรักไทยมิได้ให้ความสำคัญหรือเห็นคุณค่าของสิทธิเลือกตั้งของประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไปก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ควรต้องสร้างความยั่งยืนให้แก่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมั่นคงกับหลักการที่ว่า กฎหมายต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นข้อบ่งชี้ด้วยว่า พรรคไทยรักไทย มิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้คนในชาติมีความสุขทั่วหน้าดังที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่มุ่งประสงค์เพียงดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ นอกเหนือจากครรลองที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศตลอดจนบทกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่หาอุดมการณ์อันแท้จริงของพรรคให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนโดยรวมว่า เมื่อเป็นรัฐบาลมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะดำเนินการปกครองโดยสุจริต ไม่ประพฤติมิชอบหรือบริหารราชการแผ่นดินโดยแอบแฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อ
เพื่อนร่วมชาติ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #3 เมื่อ: 13-06-2007, 19:13 »

ใครช่วยเอาไปเปิดให้ม็อบพีทีวีฟังฆ่าเวลาก่อนปราศรัยหน่อยดิ

    
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #4 เมื่อ: 13-06-2007, 19:31 »

ณ.แขวงหลวงน้ำทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  นักศึกษาแพทย์จากประเทศไทยที่เข้าร่วมขบวนการปฎิวัติ ผู้รักและเชิดชูแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เชิดชูประธานเหมา เจ๋อ ตง ประพฤติตนเป็นนักปฎิวัติที่เข้มแข็ง จนได้รับคำยกย่องชมเชยว่า ลูกที่ดีของพรรค  และได้รับฉายาเสียดสีจากกลุ่มเพื่อนนักศึกษาและผู้นำแรงงานที่เดินทางเข้าปาไปด้วยกันว่า ลูกที่รักของจัดตั้ง นักศึกษาแพทย์ผู้นี้ ได้เลือกชื่อจัดตั้งของตนเอง ด้วยคำที่ฟังดูแล้วเมแข็งขึงขัง  สหายเข้ม ลูกไทย

นักศึกษาแพทย์ผูนั้นคือ นพ.เหวง ในวันนี้นั่นเอง  และในเวลไล่เรี่ยกันนั้น เสกสรร (ดร.เสกสรร ในวันนี้) ก็ขอเปลี่ยนชื่อจัดั้งของตนเองในทันที โดยเลือกใช้ชื่อว่า สหายไท

สหายเข้ม  ลูกไทย

แล้วสหายไท พ่อใคร???? 

ผู้ที่เข้าป่าไปพร้อมกับสหายเข้ม และผู้ที่เคยได้ร่วมงานปฎิวัติกับสหายเข้ม  ปัจุบัญยังเหลือคบกับสหายเข้มอยู่อีกกี่คน ????

พฤติกรรม และ นิสัย อันแท้จริงของสหายเข้ม มีผู้นำมาเล่าไว้ให้หนังสือหลายเล่มแล้ว

สหายเข้ม หาจุดยืนและหลักการมาต้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ จนจวนจะเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่แล้ว ยังหาไม่ใคร่จะพบเร้ยยยยย 
บันทึกการเข้า
อังศนา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,860


Can't fight the moonlight!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 13-06-2007, 20:15 »

..คุณพรรณชมพูนี่เก่งจริงๆ
เขียนได้ขำแสบไส้ดีแท้.. อิอิ

บันทึกการเข้า

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย 
ดาวยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน (จิตร ภูมิศักดิ์)
egoman
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120



« ตอบ #6 เมื่อ: 14-06-2007, 13:48 »

เขียนได้ดีครับ ผมว่าคนมันลืมอุดมการ แต่มีอุดมเงินแทนครับ
หลงนับถือ คุณเหวง มาตั้งนาน
 

(เป็นสามชิกที่ชอบอ่านและวิเคราะห์ครับไม่ชอบพิมพ์ครับ)
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #7 เมื่อ: 14-06-2007, 18:41 »

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000069137

หมอเหวง ‘คนไม่มีราคา’
 
โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 14 มิถุนายน 2550 16:15 น.
 
 
       ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่า น.พ.เหวง โตจิราการ ซึ่งเคยขึ้นเวทีด่าทักษิณว่า เป็นคน “ขายชาติ” จะขึ้นเวทีที่แวดล้อมด้วยกลุ่มคนรักทักษิณและเรียกร้องให้ทักษิณกลับมาเป็นนายกฯ แล้วหลอกตัวเอง หรือไม่ก็แกล้งซื่อบื้อว่า มวลชนที่รายล้อมอยู่นั้น เป็นพวกมีจิตวิญญาณรักประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ
       
        เพราะถ้าไม่หลอกตัวเอง หรือแกล้งซื่อบื้อแล้วหมอเหวงจะไม่รู้ได้อย่างไรว่า เงินที่ขับเคลื่อนการจัดการชุมนุมอยู่นั้นมาจากไหน ใครเป็นคนขนมวลชนขึ้นรถบัสแล้วมายืนนับหัวก่อนเข้าไปนั่งฟังการปราศรัย และกลุ่มแกนนำที่ห้อมล้อมตัวเองอยู่อีก 5-6 คนนั้นมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร
       
        หมอเหวงจะไม่รู้เลยหรือว่า บรรดาอดีต ส.ส.ไทยรักไทยที่รายล้อมอยู่หลังเวทีหรืออยู่ร่วมบนเวทีเดียวกับหมอเหวงนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และมีพฤติกรรมเช่นไร
       
        หมอเหวงเชื่อหรือครับว่า นายวีระ นายจักรภพ นายจตุพร นายมานิตย์ซึ่งเคยสนับสนุนระบอบทักษิณที่หมอเหวงเคยประณามนั้น เป็นพวกรักประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ
       
        หมอเหวงเชื่อหรือว่า นายชินวัฒน์ นายชูพงษ์ ที่เคยเป็นแกนนำจัดการชุมนุมของกลุ่มคาราวานคนจน กลุ่มแท็กซี่ที่สวนจตุจักร ประชันเวทีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคยยกพวกไปล้อมอาคารเนชั่นนั้น หรือกลุ่มที่แกล้งตั้งชื่อว่า คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ไม่ใช่พวกสนับสนุนทักษิณ
       
        แต่ถ้าหมอเหวงไม่เชื่อว่า มวลชนที่มารายล้อมตัวเองที่สนามหลวงส่วนใหญ่นั้นถูกจัดจ้างหรือกะเกณฑ์มาจริงๆ หมอเหวงน่าจะลองปราศรัยให้กับประชาชนที่สนามหลวงรู้ว่า ทักษิณนั้นชั่วช้าและขายชาติอย่างที่หมอเหวงเคยปราศรัยเอาไว้อย่างไร ถ้าไม่มีอะไรปลิวขึ้นมาบนเวที หรือหมอเหวงไม่ถูกส้นตีนถีบตกลงจากเวทีนั่นแหละหมอเหวงถึงค่อยเชื่อว่า มวลชนที่มาฟังปราศรัยอยู่นั้น เป็นพวกรักประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ
       
        แล้วที่หมอเหวงไม่น่าจะลืมก็คือ วันหนึ่งหมอเหวงเคยด่านายสมัคร สุนทรเวช ที่วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ “เช้าวันนี้ที่เมืองไทย” ทางช่อง 5 และ วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ เอฟเอ็ม 105 เมกะเฮิรตซ์ ว่า เป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่งเพราะ พล.อ.เปรม และ นายพลากร สุวรรณรัฐ เป็นถึงประธานองคมนตรีและองคมนตรี
       
        “การจัดรายการของนายสมัครเป็นการแก้ตัวแทนนายกฯ ไปทุกเรื่อง ถึงแม้จะเป็นสิทธิของนายสมัครที่สนับสนุนนายกฯ ได้ แต่ก็ไม่มีสิทธิที่จะมาใช้วาจาจาบจ้วงกับองคมนตรีเช่นนี้ ถ้าท่านนายกฯ มีจิตสำนึกที่ดีจะต้องนำแนวคิดไปปรับปรุงประเทศให้ดีขึ้น เพราะท่านเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ ดังนั้นการไปตีเจตนารมณ์ของ พล.อ.เปรม ผิด เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และที่สำคัญนายสมัครต้องออกมาขอขมา พล.อ.เปรม และนายพลากรโดยด่วนที่สุด ผมเชื่อว่าถ้านายสมัครมีความสำนึกและไปขอขมา ท่านองคมนตรีทั้งสองน่าจะได้รับการอภัย” น.พ.เหวง กล่าว
       
        แต่วันนี้หมอเหวงกลายเป็นแนวร่วมกับกลุ่มคนที่วิพากษ์วิจารณ์พล.อ.เปรมอย่างรุนแรงและหยาบคาย
       
        ในประเด็นนี้ผมไม่ต้องการถกเถียงว่า พล.อ.เปรมวิพากษ์วิจารณ์ได้หรือไม่ได้ พล.อ.เปรมถูกหรือผิด เพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นว่า หมอเหวงนั้นเป็นคนเช่นไร อยู่กับร่องกับรอยหรือไม่เท่านั้น
       
        ความไม่อยู่ในร่องในรอยนี้เอง ที่ผมวิเคราะห์ว่า อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หมอเหวงยืนอยู่บนเวทีคนรักทักษิณ แล้วเข้าใจเอาว่าตัวเองเป็นผู้นำมวลชนที่รักประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ
       
        ความไม่อยู่กับร่องกับรอยนี้เอง ที่ทำให้หมอเหวงไม่รู้ว่าเป้าหมายทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการที่สถาปนาขึ้นนั้น แท้จริงแล้วต้องการฟื้น ‘ระบอบทักษิณ’ แต่เพื่อปกปิดเป้าประสงค์ที่แท้จริง ใช้กุศโลบายเอาการต่อสู้กับเผด็จการมาเป็นเปลือกห่อหุ้มปิดบัง แล้วทำให้เห็นว่า คนรักทักษิณที่ถูกปลุกอารมณ์อย่างสุดขั้ว เป็นพวกรักประชาธิปไตย
       
        หรือวันนี้หมอเหวงเปลี่ยนตัวเองเป็น “มิจฉาชน” ไปแล้ว เพราะครั้งหนึ่งหมอเหวงได้กล่าวถึงคนเดือนตุลาที่ไปสนับสนุนทักษิณว่า คนเหล่านี้ได้เปลี่ยนสีแปรธาตุไปหมดแล้ว เนื่องจากเมื่อคนเข้าใกล้ผลประโยชน์จะเปลี่ยนคนให้เป็นมิจฉาชน หมอเหวงพูดเอาไว้ที่ไหนเมื่อไหร่ลองบริหารความจำตัวเองดูนะครับ
       
        กระนั้นก็ตามผมพยายามมองในแง่ดีว่า หมอเหวงนั้นอาจจะไม่มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงจากทักษิณ เหมือนกลุ่มคนเดือนตุลาบางคน เพียงแต่หมอเหวงนั้นเป็นพวกที่เห็นมวลชนไม่ได้ ถ้าพูดกันอย่างไม่อ้อมค้อมก็คือ การทำงานภาคประชาชนของหมอเหวงที่ผ่านมาหลายสิบปีนั้นไม่เคยมีมวลชนห้อมล้อม เวลาจัดแถลงการณ์ในนามของกลุ่มองค์กรโน้นองค์กรนี้ 20-30 องค์กร แต่นับหัวจริงแล้วไม่มีกี่คน
       
        และถ้ายอมรับความจริงกัน ก็ต้องบอกว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรการเมืองภาคประชาชนต่างๆ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ถูกครหาจากประชาชน ไม่ค่อยมีราคาหรือได้รับการสนับสนุนทางสาธารณะ และภาพของหมอเหวงก็ออกไปในระนาบเดียวกับวรัญชัย โชคชนะเสียด้วยซ้ำ
       
        จากอาการและภาวะแวดล้อมดังกล่าว มีบางคนพยายามอธิบายและวิเคราะห์ว่า หมอเหวงอาจป่วยเป็น “โรคเสพติดมวลชน” เห็นการชุมนุมไม่ได้ต้องกระโดดขึ้นเวที จนละทิ้งเหตุผลและความผิดถูกชั่วดีไป เพราะถ้ามีอาการปกตินักทฤษฎีและปัญญาชนที่หล่อหลอมมาจากป่าเขาและศึกษาปรัชญาลัทธิมาร์กซ์ - เลนิน (ปรัชญาวัตถุนิยมและวัตถุนิยมประวัติศาสตร์)หรือทฤษฎีอะไรต่างๆ มาอย่างลึกซึ้งแบบหมอเหวงต้องวิเคราะห์ได้ว่า มวลชนที่รายล้อมตัวเองอยู่นั้น เป็นตัวของตัวเองที่รักชาติรักประชาธิปไตย หรือถูกจ้างวานมา
       
        หรือการรัฐประหารที่โค่นล้มระบอบทักษิณนั้น แม้ไม่ได้ถูกต้องตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยรวมหรือไม่
       
        ผมคิดว่า คนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่พวกเขาเห็นว่า การรัฐประหารที่เกิดขึ้นได้ทำลายระบอบทักษิณที่ชั่วช้า และเฝ้าอดทนรอคอยว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาเช่นไร ซึ่งหากคณะรัฐประหารส่อเจตนาว่าจะสืบทอดอำนาจจริงคนเหล่านี้ก็พร้อมออกมาต่อต้าน
       
        คนที่ต่อต้านระบอบทักษิณส่วนใหญ่จึงเห็นว่า นี่ย่อมไม่ใช่เวลาจะมานั่งต่อล้อต่อเถียงกัน เหมือนที่สหายเคยใช้เวลา 30-40 ปี เถียงกันเรื่อง “ลักษณะของสังคมไทย” จนทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ไทยพ่ายแพ้มาแล้ว หรือใช้วิธีกระโดดลงบ่อขี้ เพื่อให้ขี้กระเด็นไปถูกคนที่เราไม่เห็นด้วย
       
        กระนั้นก็ตามผมคิดว่า หมอเหวงซึ่งมีเสรีภาพอันเต็มเปี่ยมในการชุมนุมที่จะด่าทอใครก็ได้อยู่ในขณะนี้ ย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะชูธงต่อต้าน คมช.ที่ออกมาล้มล้างระบอบทักษิณ และทำให้ระบอบประชาธิปไตยชะงักงันลงชั่วคราว แต่หมอเหวงต้องรู้จักแยกแยะให้ได้ว่า เวทีที่ตัวเองยืนอยู่นั้นเป็นเวทีของใคร มวลชนที่รายล้อมอยู่นั้นเป็นใคร และตัวเองกำลังกลายเป็นเครื่องมือของใคร
       
        ไม่เช่นนั้นพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้หมอเหวงที่ไม่ค่อยมีราคาอยู่แล้ว กลายเป็นคนที่ไม่มีราคาในที่สุด
 
 
บันทึกการเข้า
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #8 เมื่อ: 14-06-2007, 18:58 »

อาจารย์เสกสรรค์ กั้ไม่คบ
คนดีไม่คบ แล้วใครจะคบ
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
boonterm
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 265


โย่ว......


« ตอบ #9 เมื่อ: 14-06-2007, 20:31 »

เวรกรรม  เวรกรรม
บันทึกการเข้า

............................................................

หน้า: [1]
    กระโดดไป: