ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
30-11-2020, 16:28
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ....@ ยุติศึก ด้วยฟ้ากับคน @....มีอะไรแอบแฝงไหม ดูแปลกๆนะ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
....@ ยุติศึก ด้วยฟ้ากับคน @....มีอะไรแอบแฝงไหม ดูแปลกๆนะ  (อ่าน 712 ครั้ง)
รวงข้าวล้อลม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,103



เว็บไซต์
« เมื่อ: 10-06-2007, 17:01 »

บทความนี้  จบด้วยคำว่า  -------

จนถึงวันนั้น  "ยุทธวิธี"  ในการ  "บล็อก"  เพื่อแยกสลายกระแสมวลชน จะถูกเปลี่ยนไปเป็นอื่นแบบสวิงสุดขั้วหรือไม่

หรืออาจต้องงัด "ไพ่" ใบสุดท้ายในการ "ปล่อย" ให้เข้ามา เพื่อนำไปสู่สถานการณ์ไร้การควบคุม

ที่ในวันนั้นชะตาชาติบ้านเมืองจะขึ้นอยู่กับ "คน" และ "ฟ้า" เท่านั้นจะเป็นผู้กำหนด.


แล้ว  คนคือใครล่ะ  ฟ้าล่ะคือใคร   ค่อนข้างคาใจนะกับประโยคนี้
ดูสถานการณ์เมื่อคืนแล้ว  คล้ายๆ  กับเลียนแบบดารามากกว่า

เลียนแบบม๊อบกู้ชาติ  ฉันใดฉันนั้น  ดูแล้ว  คล้ายทำแบบ
ประชดประชัน  ยั่วยุ  มากกว่าอุดมการณ์นะ

ทำไมสมองคิดอะไรได้ตื้นๆแค่นี้เองเหรอ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


จับตาม็อบ 'พลวัต' คมช.งัด 'ยุทธวิธี' แยกสลาย ยุติศึกด้วย 'ฟ้า' กับ 'คน'
จาก  ไทยโพสต์


10 มิถุนายน 2550    กองบรรณาธิการ

การผนึกกำลังของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ปักหลัก ณ ท้องสนามหลวง หลังคำพิพากษาคดีของตุลาการรัฐธรรมนูญ


  ที่ให้ยุบพรรคไทยรักไทยและเพิกถอนสิทธิ์ 111  กรรมการบริหารพรรค  นับวันก็ยิ่งเพิ่มทวีเครือข่ายในการเข้าร่วมจากหลายสาย แม้บางกลุ่มจะเป็นพวกที่ไม่เอา
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ต้านเผด็จการทหารและรัฐบาลจากรัฐประหาร   ก็กำลังชั่งใจที่จะพาเหรดเข้ามาร่วมด้วย  ด้วยเห็นว่าการต่อสู้เชิง
โดดเดี่ยวไม่สามารถส่งผลสะเทือนใดๆ ได้

เอกซเรย์ดูกลุ่มแรกที่เป็นหัวเชื้อ  คือ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ" ที่กลายพันธุ์จาก  "ม็อบพีทีวี" เดิม  มีนายวีระ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์,
 นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายจักรภพ เพ็ญแข,  นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ  เป็นแกนนำ เป็นกลุ่มที่มีความชัดเจนว่าเกี่ยวพันกับพรรคไทยรักไทย  ที่มีความพร้อมในแง่
ของโปรดักชั่นและเครือข่ายมวลชนจัดตั้งจากองค์กรต่างๆ ในขณะที่ดาราหรือตัวนำที่จะเอาไว้ "ขาย" เพื่อดึงดูดเหล่าบรรดาผู้เสพเนื้อหาทางการเมืองนั้น ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีเท่าที่ควร



จนกระทั่งเกิดกลุ่มอดีต  ส.ส.พรรคไทยรักไทย  ที่ล้วนเป็นอดีต ส.ส.ที่ถูกถ่ายเลือดมาจากพรรคความหวังใหม่ในบังเหียนของ  "บิ๊กจิ๋ว"  พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรคในอดีต
ก็เข้ามาร่วมเป็นอีกหนึ่งเครือข่ายด้วย   โดยมีผลประโยชน์ร่วมในการใช้เวทีในการสร้างกระแสให้กับขั้วการเมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคต



ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ  นั้น เป็นเครือข่ายที่มีจุดมุ่งหมายแห่งการต่อสู้เพื่อต้านการรัฐประหาร ที่อาจจะต้องวิเคราะห์รายตัวรายบุคคลให้ถ่องแท้ แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเหล่าบรรดาแอคติวิสต์เก่า
 และอดีตนักศึกษาที่เคยทำกิจกรรมการเมืองมาก่อน    ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี  และมีแนวคิดที่ต่อต้านเผด็จการทหาร จะมีเพียงบางคนที่ไปรับใช้นักการเมือง และอาศัยความคุ้นเคย
ในอดีตมาต่อท่อในการเคลื่อนไหว โดยมีเป้าหมายแอบแฝงบางอย่าง

การเปิดประเด็นเชิงเนื้อหาที่เคยปูพรมผ่านเว็บไซต์  ไฮ-ทักษิณ อาจจะส่งผลในการแง่การบั่นทอนความน่าเชื่อถือของ  คมช.ลงไปบ้าง  หากแต่ไม่เท่ากับการ  "ม็อบ"
ดึงจำนวนมวลชนเพื่อเป็นภาพข่าวให้เกิดขึ้น  และสร้างความเคลื่อนไหวให้เกิดความมี "ชีวิต" แม้อารมณ์ของผู้ร่วมชุมนุมไม่ได้มีความ "ฮึกเหิม" เท่ากับม็อบไล่ทักษิณในห้วงก่อนหน้านี้ก็ตาม

การวาง  "ยุทธวิธี" ของม็อบที่มีรูปแบบของการจัดตั้ง แต่ขาดชีวิตชีวาในการขับไล่ เพราะเมื่อไปยืนอยู่กลางท้องสนามหลวงจะพบว่า  "mood"  ของม็อบนั้นยังไม่อยู่ใน
ลักษณะของการเรียกร้องอย่าง "แข็งขืน" แม้แกนนำบนเวทีจะปลุกเร้าด้วยคำว่า  "คมช.ออกไป ...คมช.ออกไป" อยู่เป็นระยะก็ตาม เช่นเดียวกับความเหนียวแน่น
 และการติดตามกิจกรรมของเวที  ก็ไม่ได้มีความจดจ่อเท่าใด เวลาเลิกของการชุมนุมจึงยุติลงเมื่อยามเที่ยงคืนแทบทุกครั้ง



ในแง่ของ  "พลวัต"  ของม็อบ จึงมีสูตรเดียวในการทำให้การเคลื่อนไหวมี  "ชีวิต"  คือการสร้างกิจกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีกลุ่มสมทบที่จะเดินเข้ามาร่วมจากที่มีการ
"บล็อก" ไว้ต้นทางในต่างจังหวัด ก็จะซึมเข้ามาร่วมแบบไม่โจ่งแจ้ง และใช้ยุทธวิธีการเดินจากสนามหลวงไปยังหน้า บก.ทบ. เพื่อกดดันให้เกิดความล่อแหลมต่อการปะ
ทะกันระหว่างฝูงชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ

เมื่อหันกลับมาดูการวางแผนของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ภายใต้การอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน  (กอ.รมน.)  ภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
 ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในฐานะ ผอ.รมน. นั่งบัญชาการที่วอร์รูม หรือศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ภายใน  บก.ทบ. ที่จะมีโทรทัศน์วงจรปิด
ทุกที่ตั้งแต่สนามหลวง  ยันไปจนถึงพื้นที่สำคัญในเขตเส้นทางถนนราชดำเนินทั้งหมด ในการจับดูจำนวนและความเคลื่อนไหวต่างๆ  เพื่อนำไปประมวลในการสั่งการใช้แผนพิทักษ์ 1
 ซึ่งเป็นแผนบันได 4 ขั้น

โดยขั้นที่  3 และที่ 4 จะอยู่ในอำนาจการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้ทหารทำหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย   โดยในขั้นต้นจะเป็นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก
บช.น.ในการดำเนินการป้องกัน  สกัดกั้น  ไม่ให้กลุ่มมวลชนเข้ามาได้เกินสะพานผ่านฟ้าฯ  โดยจะมีการกั้นแผงเหล็ก และมีกองร้อยปราบจลาจล  ที่จะไม่มีอาวุธประจำกาย
ที่ร้ายแรงรองรับการปฏิบัติงานอยู่ กว่าจะฝ่าเข้ามาถึงหน้า บก.ทบ.ได้คงยาก

อีกทั้งในส่วนของทหารภายใน บก.ทบ.ก็มีการจัดรถกระจายเสียง และเจ้าหน้าที่เจรจาประจำรถยนตร์ไว้ตลอด ส่วนกำลังที่รักษาความปลอดภัยในที่ตั้ง บก.ทบ. มีการสนธิ
กำลังจากหลายส่วนประกอบไปด้วย  พัน รพศ. 3  พัน  สห.11,  พัน ร. มทบ.11, ปตอ. ในขณะที่คอมมานโดของกองปราบฯ จะจัดชุดปฏิบัติการพิเศษอยู่บริเวณฝั่งสนามมวยราชดำเนิน

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆ  อีกหลายหลาย ทั้งงานคอนเสิร์ต ตลาดนัดราคาถูกในต่างจังหวัด การตั้งด่านตรวจ  การเจรจาพูดคุย ทำความเข้าใจ โดยทำการบล็อกในจุดที่คาดว่า
จะเข้ามารวมตัวใน กทม. และหากเข้ามาได้แล้วก็จะใช้แผนในการ "บล็อก" ไม่ให้แม่น้ำมวลชนจากทุกสายเข้ามารวมตัวเป็น ม็อบเรือนแสน อย่างที่แกนนำตั้งใจไว้ได้

เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็จะยากยิ่งต่อการควบคุม   และหากมีการเดินเคลื่อนตัวไปเรียกร้องในจุดที่ล่อแหลม  บริเวณหน้า บก.ทบ.ก็ยากที่จะควบคุมได้ ในขณะที่มีการส่งคนไป "บล็อก"
หัวหน้ากลุ่มต่างๆ  ที่เป็นแขนขาของนักการเมืองในเขต  กทม. ซึ่งมีกำลังในมือเป็นคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และคนขับแท็กซี่เป็นหลัก

แต่หากแผนในการป้องกันไม่สามารถที่จะ  "หยุด" การเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นเช่นไร?


ซึ่งดูเหมือนว่า  คมช.เองก็คาดไว้ว่าไม่น่าจะเป็นไปตามเกมที่ "ม็อบ" นี้กำหนด เพราะสถานการณ์และเงื่อนไขไม่สุกงอมพอ อีกทั้งคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เกิดการนองเลือด
หรือการเผชิญหน้าขึ้น  ในขณะที่ปัจจัยจากความเสื่อมของ คมช.และรัฐบาลเอง มีการประเมินว่ายังไม่เพียงพอในการสร้างแนวร่วมบริสุทธิ์ที่จะเข้าร่วมขบวนด้วย

หากแต่  ณ วันนี้ จนถึง "ดีเดย์" วันที่ 24 มิ.ย. อันถือเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นหรือไม่

จนถึงวันนั้น  "ยุทธวิธี"  ในการ  "บล็อก"  เพื่อแยกสลายกระแสมวลชน จะถูกเปลี่ยนไปเป็นอื่นแบบสวิงสุดขั้วหรือไม่

หรืออาจต้องงัด "ไพ่" ใบสุดท้ายในการ "ปล่อย" ให้เข้ามา เพื่อนำไปสู่สถานการณ์ไร้การควบคุม

ที่ในวันนั้นชะตาชาติบ้านเมืองจะขึ้นอยู่กับ "คน" และ "ฟ้า" เท่านั้นจะเป็นผู้กำหนด.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-06-2007, 17:10 โดย รวงข้าวล้อลม » บันทึกการเข้า

&..หลายๆทำไม ..คุณตอบได้ไหม ?
http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2008/05/27/entry-4
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 10-06-2007, 17:17 »

แหม...

ท่าทางจะไม่เคยดูหนังจีน...

อ้าว..อาจจะสงสัย..ว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกะหนังจีน..


ก็หนังจีนมันจะมีประโยคคลาสสิคว่า.. "มันขึ้นอยู่กะชาตาฟ้ากำหนดอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด.."อะไรเทือกนี้แหละครับ..


ฉะนั้นอย่าไปคิดมาก..เดี๋ยวแก่เร็ว..


ปล.เอาจริงๆ นะครับ....


 โดยส่วนตัว.ผมไม่ค่อยจะกังวัลอะไรเลยเรื่องวันดีเดย์ดีอะไรของคนพวกนั้น....  เพราะถ้าเทียบตอนพันธมิตรไล่เเม้วน่ะ..ในหลายๆช่วงผมว่าสถาณการณ์ืมันเเย่กว่านี้อีก..



เพราะตอนนี้มวลชนตรงกลางน่ะเขายังไม่รู้สึกอะไร...


เว้นแต่ว่ามันจะเกิดอะไร...ไม่ว่าจากฝ่ายของ พวก เเนวรั่ว รึ ทหาร..ที่มวลชนตรงกลางนี้แหละจะเป็นคนตัดสินทุกอย่าง...


และโดยส่วนตัวผมคิดว่า... 

ถ้าทหารเปิดเผยเข้าไว้....  และจัดการถ่ายวิดีโอไว้ทุกอิริยาบท...และเอามาออกอากาศให้ประชาชนดู..ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้่น...

ดั่งที่คนพวกนั้นต้องการให้มีเสียงปืนนัดเเรก...  ประชาชนตรงกลางเขาก็จะเข้าข้างทหารครับ..


ซึ่งถ้าไม่มีใครเข้าข้างผมคนหนึ่งแหละที่เข้าข้าง....


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: