ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-07-2020, 06:24
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  TPI คือตัวอย่างที่ชัดที่สุดของความอยุติธรรมที่คนเชียร์สุรยุทธ์เลี่ยงจะกล่าวถึง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
TPI คือตัวอย่างที่ชัดที่สุดของความอยุติธรรมที่คนเชียร์สุรยุทธ์เลี่ยงจะกล่าวถึง  (อ่าน 6894 ครั้ง)
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 04-06-2007, 19:01 »

แปลกนะครับ คุณธรรม จริยธรรม โปร่งใส และ พอเพียง
บันทึกการเข้า

login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #1 เมื่อ: 04-06-2007, 19:11 »

รออยู่ครับว่าเมื่อไหร่จะได้ฤกษ์จัดการเสียที
งานนี้ผมว่าถ้าประชัยไม่ฟ้องศาลก่อน คงเงียบอยู่อย่างนี้แหละ
ว่าแล้ว ใครก็ได้ ช่วยตามคดีสุวรรณภูมิให้ที
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #2 เมื่อ: 04-06-2007, 19:23 »

ปัญหาของ TPI เป็นตัวอย่างอันดีของระบบทุนนิยมบัดซบ  ที่เปิดโอกาศให้คนเวรตะไล กู้เงินไปทำกิจการเฮงซวยอะไรก็ไม่รู้ ได้มากมายท่วมหัวท่วมหู ชนิดที่เมื่อเจ๊งแล้วก็จะพาเอาแบ็งค์ที่ให้กู้เจ๊งไปด้วย

นี่ไม่ใช่กิจการเดียวที่บัดซบได้ขนาดนั้น อีกหลายกิจการเจ้าของออกมาลอยหน้าลอยตา ไม่ใช้ ไม่หนี ไม่รับผิดชอบ ประเทศ ต้องเอาเงินภาษีอากรของประชาชน และกู้เงินที่ประชาชนต้องร่วมกันรับสภาพหนี้ มากู้วิกฤติการเงิน ที่เกิดจากทุนนิยมบัดซบเหล่านี้

แล้วพวกมันก็ล้มบนฟูก มีทุนทรัพย์ที่จะคอยออกมาก่อกวน ปั่นป่วนให้สังคมวุ่นวาย เพราะมันจะเอาของที่มันทำเจ๊ง แล้วเอาเงินประชาชนไปกู้ขึ้นมา กลับไปครอบครองต่อ

นักธุรกิจทุนนิยมบัดซบพวกนี้ เกิดมาหนักแผ่นดินรกประเทศแท้ๆ น่าให้ไปลงทุนที่เมืองจีน จะดีกว่าไหม 
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 04-06-2007, 19:31 »

ปัญหาของ TPI เป็นตัวอย่างอันดีของระบบทุนนิยมบัดซบ  ที่เปิดโอกาศให้คนเวรตะไล กู้เงินไปทำกิจการเฮงซวยอะไรก็ไม่รู้ ได้มากมายท่วมหัวท่วมหู ชนิดที่เมื่อเจ๊งแล้วก็จะพาเอาแบ็งค์ที่ให้กู้เจ๊งไปด้วย

นี่ไม่ใช่กิจการเดียวที่บัดซบได้ขนาดนั้น อีกหลายกิจการเจ้าของออกมาลอยหน้าลอยตา ไม่ใช้ ไม่หนี ไม่รับผิดชอบ ประเทศ ต้องเอาเงินภาษีอากรของประชาชน และกู้เงินที่ประชาชนต้องร่วมกันรับสภาพหนี้ มากู้วิกฤติการเงิน ที่เกิดจากทุนนิยมบัดซบเหล่านี้

แล้วพวกมันก็ล้มบนฟูก มีทุนทรัพย์ที่จะคอยออกมาก่อกวน ปั่นป่วนให้สังคมวุ่นวาย เพราะมันจะเอาของที่มันทำเจ๊ง แล้วเอาเงินประชาชนไปกู้ขึ้นมา กลับไปครอบครองต่อ

นักธุรกิจทุนนิยมบัดซบพวกนี้ เกิดมาหนักแผ่นดินรกประเทศแท้ๆ น่าให้ไปลงทุนที่เมืองจีน จะดีกว่าไหม 

เรื่องคุณประชัย กู้เงินไปทำกิจการ แล้วเจอพิษฟองสบู่แตก นั่นก็เรื่องหนึ่ง ก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปว่าก็ได้ว่า ไม่พอเพียง ประมาท ฯลฯ  แต่ใครล่ะครับที่เป็นต้นเหตุของการล่มสลายของค่าเงินบาทในสมัยนั้น ใครล่ะครับที่โจมตีค่าเงินบาท  จริงๆเศรษฐกิจไทยในขณะนั้นวิกฤติก็จริง แต่ที่มันวิกฤติมากเพราะการต่อสู้กับนักเก็งกำไรฝรั่งหัวดำนั่นแหละ ที่เป็นสาเหตุให้ทุกอย่างเลวร้ายลงอย่างไม่จำเป็น

คุณพี่พรรณฯ ไม่ควรเอามาปะปนกับการอาศัยความได้เปรียบเพราะมีอำนาจรัฐในมือ ในการเข้ายึดกิจการเอกชนในราคาถูก โดยมีเป้าหมายแฝงเร้นในการขายทำกำไรต่อให้กับบางประเทศที่คุณด่าเขาทั้งวันทั้งคืน ทั้งๆที่กิจการดังกล่าวมีค่ามากกว่านั้น

ถ้าอย่างนี้ก็เท่ากับว่า คุณพี่พรรณชมพู ได้รับรองความชอบธรรมของกระทรวงการคลังในสมัยทักษิณในการเข้าครอบงำกิจการเอกชน  ก็ไม่ต่างจากคอมมิวนิสต์จีนในสมัยเหมาเจ๋อตงเลยนะครับ 

แล้ว "หลักการ" ของคุณพี่พรรณฯคืออะไร?? สุรยุทธ์ถูกเสมอ?? วิจิกิจฉาหรือเปล่าครับ ??


อ้อ แล้วอย่าคิดว่าเป็นการลงทุนบัดซบครับ ในเมื่อพร่ำบ่นกันถึงเศรษฐกิจพอเพียง ในเมื่อกิจการชนิดนี้มีความสำคัญต่อการทำให้เศรษฐกิจสามารถพึ่งพาตนเองได้บ้างในด้านปิโตรเคมี  หรือจะพึ่งสิงคโปร์ จีน ไปตลอดก็ตามใจครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2007, 19:36 โดย Trudeau's Disciple » บันทึกการเข้า

อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #4 เมื่อ: 04-06-2007, 19:38 »

อุ๊ยตาย มีคนหางโผล่ด้วย แหมปิดหางซะมิดมาตั้งน้านนาน
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 04-06-2007, 19:40 »

อยากจะเตือนว่า ความยุติธรรม หลักนิติธรรม เป็นเรื่องสำคัญนะครับ และทำให้ประเทศใดประเทศหนึ่งคงอยู่ได้ ไม่ว่าจะระบอบเผด็จการทหาร ประชาธิปไตย หรือคอมมิวนิสต์   หากผู้มีอำนาจไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า ได้พยายามสร้างสิ่งเหล่านี้ และที่ร้ายหนักคือ ไม่กล้าเสียสละผลประโยชน์ตัวเอง ก็ไม่ควรมาเรียกร้องจากประชาชนครับ   โดยรวมก็คือ ระยะยาวประเทศนี้ก็จะไร้เสถียรภาพไปเรื่อยๆ
บันทึกการเข้า

AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 04-06-2007, 19:49 »

รออยู่ครับว่าเมื่อไหร่จะได้ฤกษ์จัดการเสียที
งานนี้ผมว่าถ้าประชัยไม่ฟ้องศาลก่อน คงเงียบอยู่อย่างนี้แหละ
ว่าแล้ว ใครก็ได้ ช่วยตามคดีสุวรรณภูมิให้ที

ยาวเป็นหางว่าวครับ (สุวรรณภูมิ, TPI, ปตท. ฯลฯ) อันที่เป็นเอกชนก็ดันยึดไปเป็นของรัฐ ส่วนอันที่เป็นของรัฐเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ดันไปแปรรูปให้กลายเป็นเอกชน  คือมันกลับตาลปัตรกันไปหมด ไม่มีขื่อแปแล้ว

ผมคิดว่าเลือนลางครับ เนื่องจากผลประโยชน์ก้อนโต และการ double standard อย่างนี้ จะทำให้ความเชื่อมั่นตกต่ำไปเรื่อยๆ  น่าแปลกนะครับว่าทำไมมันไปพ้องกับการพยายามนิรโทษกรรมอย่างมาก

ผมจึงเฉยๆกับวันที่เขาบอกว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ 30 พ.ค. นั่นไงครับ
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #7 เมื่อ: 04-06-2007, 19:53 »

คุณโยงปัญหาไปมาน่าสับสน

ปัญาเบสิกแท้ๆ ยังอุตส่าห์มองด้วยตาที่เหล่ไปเหล่มา ชักโน่นโยงนี่จนตัวเองไม่รู้เรื่อง เอาอำนาจรัฐ เอาฟองสบู่ เอาสารพัดสิ่งไร้เหตุผลมาวิเคราะห์เพื่อเหตุผลของคุณ

ออกแนวพูดกันคนละภาษา

ยึดตัวบุคคลไม่ยึดหลักการ เอาผลประโยชน์มาบังตา มองไม่เห็นรากเง่าของปัญหา

ปัญหาของ กิจการ TPI  กับปัญหาของนายประชัย  มันคนละเรื่องกัน หากไม่แยกแยะ คิดเอาเงินประชาชน ไปแก้ปัญหาให้เอกชน นั่นมันโกงชาติ

การรักษากิจการ TPI เอาไว้เพื่อลดความสูญเสีย กับการเป็นเจ้าของ TPI ของนายประชัย คนละเรื่องกัน

ภาวะฟองสบู่แตก กับการกู้เงินโดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยง ทำธุรกิจโดยประมาท คนละเรื่องกัน

คุณนั่นแหละ เอาทุกเรื่องมาปนกันเละเทะ แยกแยะไม่ออกสักเรื่อง

ถามจริงๆเหอะ อ่านคำพิพากษายุบพรรคไทยรักไทย รู้เรื่องไหมเนี่ย  
บันทึกการเข้า
Body&Soul
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 370



« ตอบ #8 เมื่อ: 04-06-2007, 20:01 »

อุ๊ยตาย มีคนหางโผล่ด้วย แหมปิดหางซะมิดมาตั้งน้านนาน


ดีใจใช่มั้ยล่ะ  เจอเนื้อคู่ซะแล๊ว ฮี่ๆๆๆๆ

ชวนมาเป็นคู่หู ถล่มรัฐบาลเลยสิชอบแถ

ระวังเจอสวนนะ เดี๋ยวจาหาว่าไม่เตือน
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 04-06-2007, 20:05 »

คุณโยงปัญหาไปมาน่าสับสน

ปัญาเบสิกแท้ๆ ยังอุตส่าห์มองด้วยตาที่เหล่ไปเหล่มา ชักโน่นโยงนี่จนตัวเองไม่รู้เรื่อง เอาอำนาจรัฐ เอาฟองสบู่ เอาสารพัดสิ่งไร้เหตุผลมาวิเคราะห์เพื่อเหตุผลของคุณ

ออกแนวพูดกันคนละภาษา

ยึดตัวบุคคลไม่ยึดหลักการ เอาผลประโยชน์มาบังตา มองไม่เห็นรากเง่าของปัญหา

ปัญหาของ กิจการ TPI  กับปัญหาของนายประชัย  มันคนละเรื่องกัน หากไม่แยกแยะ คิดเอาเงินประชาชน ไปแก้ปัญหาให้เอกชน นั่นมันโกงชาติ

การรักษากิจการ TPI เอาไว้เพื่อลดความสูญเสีย กับการเป็นเจ้าของ TPI ของนายประชัย คนละเรื่องกัน

ภาวะฟองสบู่แตก กับการกู้เงินโดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยง ทำธุรกิจโดยประมาท คนละเรื่องกัน

คุณนั่นแหละ เอาทุกเรื่องมาปนกันเละเทะ แยกแยะไม่ออกสักเรื่อง

ถามจริงๆเหอะ อ่านคำพิพากษายุบพรรคไทยรักไทย รู้เรื่องไหมเนี่ย
 

คุณประชัย สามารถไปหาคนมาซื้อกิจการที่ว่าในราคาที่สูงกว่าเท่าตัว แต่มีคนอุตส่าห์ไป block เอาไว้ คืออะไรครับ  ทำไมไม่ให้ความยุติธรรมกับเขาล่ะครับ??

โถ ถ้าจะอ้างเรื่องการโกงชาติ โกงภาษี เอาแค่บรรดาคนที่ "ช่วยติ๊กผิด" ยังลอยหน้าลอยตากันตรึมอยู่ในบางองค์กร  ผมก็สงสัยว่า ที่อ้างตัวเองว่าเป็นคนดี ธุดงค์มาแล้ว ทำไมไม่เข้าไปจัดการล่ะ ??

ผมขออนุญาต quote ตรรกะคุณพี่พรรณฯไว้เป็นหลักฐานแล้วกันครับ

ผมไม่มีผลประโยชน์อะไรกับ TPI หรือกิจการใดๆครับ  แต่ผมแค่สงสัยว่า ถ้าความไม่เป็นธรรมมันอยู่งี้ต่อไป แล้วใครจะไปเชื่อมั่นในประเทศนี้ต่อ แล้วผมก็สงสัยใน "หลักคิด" ของผู้ที่อ้างว่าเข้าใจในเศรษฐกิจพอเพียง และศรัทธาในหลัก ซื่อสัตย์ สุจริต ประหยัด โปร่งใส เป็นธรรม ก็เท่านั้น
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #10 เมื่อ: 04-06-2007, 20:12 »

คุณจะโคว๊ตอะไรก็โคว๊ตไปเถิดค่ะ ตามสบาย

ที่คุณมาตอบว่านายประชัยไปหาคนมาซื้อกิจการอะไรนั่น ก็แสดงอยู่แล้วว่าคุณไม่ได้รู้เรื่องอะไร และสับสนจนงงเอง

กิจการ TPI มันเจ๊งมานานแล้ว ไม่มีเงินใช้หนี้เขา ยื้อกันทางกฎหมายมาจนเบื่อทั้งเจ้าหนี้ลูกหนี้ หาคนมาซื้อกิจการก็ไม่ได้ ส่งดอกเบี้ยยังไม่มีเงินเลย

จนต้องเข้าขบวนการฟื้นฟู เอาเงินจากภาษีอากรนี่แหละเข้าไปจัดการ นายประชัยก็ดื้อแพ่งจะนั่งบริหาร ลูกน้องเก่าก็ป่วนบริษัทไม่เลิก จนสุดท้ายหลุดออกมา คดีเช่าที่ทำการราคาแพงมาหศาลล่วงหน้าเก้าสิบกว่าปีอะไรนั่น ยังคาศาลอยู่เลย

แล้ววันหนึ่งก็มาบอกว่า มีคนจะเข้าซื้อกิจการต่อ เป็นเหตุผลที่คุณยกมาอ้าง

กิจการวันนี้มันเป็นของใคร ของนายประชัยหรือคะ ถึงได้ไปหาว่ามีคนบล็อกไม่ให้ขาย

คุณสับสนมากไปค่ะ

เกลียดสุรยุทธ เกลียดสนธิ ไม่ว่ากันค่ะ แต่อย่าเอาไปปนกับการมองปัญหา เดี๋ยวกิจการของคุณเองจะย่ำแย่ เพราะไม่รู้จักแยกแยะปัญหา เป็นห่วงค่ะ   
บันทึกการเข้า
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #11 เมื่อ: 04-06-2007, 20:17 »

สงสาร และเห็นใจ คุณประชัย
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 04-06-2007, 20:21 »



คุณประชัย ก็ลองตั้งเรื่องฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องดูสิครับ..
บันทึกการเข้า

aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #13 เมื่อ: 04-06-2007, 20:46 »

เห็นหัวข้อกระทู้เลยต้องแวะเข้ามาอ่าน เพราะเชียร์ท่านนายกฯ อยู่  Very Happy ส่วนตัวไม่ได้เลี่ยง แต่เพราะไม่ได้ติดตามข่าว เห็นผ่านตาตามหน้าหนังสือพิมพ์มานานนแล้ว ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป รู้แต่ว่า มีหนี้กองท่วมภูเขาเลากา  Shocked เนื่องจากปัญหาด้านการบริหารจัดการ ? เรื่องค่าเงินบาท ? หรือเพราะโลภมากไม่รู้จักพอ ลงทุนเกินตัว ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด หรือ ฯลฯ  Mr. Green

ข้อมูลจากเว็บของทีพีไอที่ตอนนี้ถูกแปรเป็น ไออาร์พีซี ต่อไปนี้ มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดก็ไม่อาจทราบได้  Mr. Green

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2ircp1.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2ircp2.htm

.
.
.

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc12.htm


บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 04-06-2007, 21:23 »

มันคนละประเด็นแล้วครับ ประชัยทำธุรกิจ เป็นหนี้ ไม่มีปัญญาจ่ายนั่นก็เรื่องหนึ่ง

ประเด็นที่ผมพูดถึงคือ มันถูกหรือที่รัฐบาลใดๆจะเข้าไปยึดกิจการมาเป็นของรัฐในราคาถูก   ทำไมไม่พูดบ้างล่ะว่า ใครที่ไปสูบเงิน หรือพูดง่ายๆก็คือ มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ยักย้ายถ่ายเทเงินออกมาจากกิจการที่ไม่ใช่ของคุณ ทั้งๆที่คุณมีฐานะแค่ผู้มาบริหารแผน  หรือเป็นแค่คนที่ถูกแต่งตั้งมาเป็นกรรมการในนั้นน่ะ

ผมคิดว่า ประเทศที่ไร้หลักนิติธรรม หลับหูหลับตาศรีธนญชัย เบี่ยงประเด็นกันแบบนี้  เอาแต่สร้างภาพว่าเป็นคนดี เรียกร้องให้คนอื่นเสียสละ แต่ตัวเองยังเสวยสุข  ผมว่า เลวกว่าทักษิณอีก เพราะอย่างน้อยทักษิณก็แสดงตัวออกมาตรงๆเลยว่าเลวเห็นๆ

ก็ไม่สงสัยเลยว่า ทั้งการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน อันดับความสุข อันดับเมืองที่น่าอยู่ ไม่ว่าจะ UNDP IMD   ประเทศนี้ก็ร่วงลงไปเรื่อยๆ


ป.ล. ทำให้ผมนึกถึงเรื่อง กรณีคุณสมชาย นีละไพจิตร, ตากใบ, กรือเซะ, ฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ อีกมากมายที่นิ่งเงียบ เพิ่งมาถึงบางอ้อก็เรื่องโยนหินถามถามนิรโทษกรรมนี่แหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2007, 21:27 โดย Trudeau's Disciple » บันทึกการเข้า

aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #15 เมื่อ: 04-06-2007, 21:26 »

ขออนุญาตแปะไปด้วย อ่านไปด้วยก่อนค่ะ จากตอนสุดท้ายย้อนไปต้นดีกว่า จะได้น่าติตดามย้อนหลัง  Mr. Green Very Happy Mr. Green

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากทีพีไอสู่ไออาร์พีซี (๑๒)

เปิดปูม ตั๋วพีเอ็น ๘ พันล้าน : “ประชัย-ประทีป”ให้ “ประทีป-ประชัย”กู้  (ตอนที่ ๒)

“จากทีพีไอสู่ไออาร์พีซี”ตอนที่แล้วได้นำเสนอเรื่องราวอื้อฉาวที่เรียกกันทั่วไปว่า “กรณีตั๋วพีเอ็น ๓ ฉบับ”หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ๓ ฉบับ มีมูลค่ารวมกว่า ๘,๐๐๐ ล้านบาท ที่“ประชัย-ประทีป”ให้ “ประทีป-ประชัย”กู้ ซึ่งต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่งให้ บริษัททั้ง ๓ ที่ กู้ยืมนำเงินต้นและดอกเบี้ยมาชำระคืนแก่ทีพีไอ รวมแล้วมีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท แต่นายประชัยฯก็ยังคงยื้อมาจนถึงปัจจุบันนี้

                การให้กู้ยืมกันเองในหมู่พี่น้องเลี่ยวไพรัตน์ครั้งนี้ หากเป็น “บริษัทส่วนตัว”ของพวกตนก็คงไม่สร้างความเสียหายแก่ผู้ใด แต่เนื่องจากทีพีไอหรือไออาร์พีซีเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า ๔๕,๐๐๐ ราย ดังนั้น ความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นก็คือความเสียหายของผู้ถือหุ้นนั่นเอง

ไออาร์พีซีตระหนักในความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นจึงอยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อนำเงินจำนวนกว่า ๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ (ยังไม่รวมดอกเบี้ย)มาคืนผู้ถือหุ้นให้จงได้

                โปรดติดตาม...

“ประชัย-ประทีป” ให้ “ประทีป-ประชัย”กู้...จริงหรือ ?

                ในเอกสารของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งจัดทำเสนออธิบดีกรมบังคับคดีเรื่อง“บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน)” ลง ๑๔ ม.ค.๔๘ เกี่ยวกับกรณีตั๋วสัญญาใช้เงิน ๓ ฉบับมูลค่าร่วมกว่า ๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ได้ระบุไว้ชัดเจนตอนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันนำไปสู่ คำกล่าวเชิงเปรียบเทียบว่า“ประชัย-ประทีป”ให้“ประทีป-ประชัย”กู้ ซึ่งหมายถึงการนำเงินของบริษัทไปให้กู้ยืมกันเองระหว่างหมู่ญาติพี่น้องว่า

                “กรรมการของบริษัท อุตสาหกรรมเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (หรือทีพีไอ) ซึ่งประกอบด้วยนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ นายประหยัด เลี่ยวไพรัตน์ นายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ และนายประทีป เลี่ยวไพรัตน์ ได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัทในเครือทีพีไอต่างๆ อีกหลายบริษัท ได้แก่ บริษัท เลี่ยวไพรัตน์ วิสาหกิจ จำกัด และบริษัททีพีไอ อะโรแมติกส์จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเอบีเอส จำกัด  บริษัท ทีพีไอ โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท ทีพีไอ อีโออีจี จำกัด บริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด....”

                ทั้ง ๓ บริษัทสุดท้ายที่กู้ยืมเงินทีพีไอครั้งนี้ นายประชัยฯและญาติพี่น้องถือหุ้นรวมแล้วเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซนต์ในทุกบริษัท

จึงเห็นได้ชัดเจนว่า ในบริษัททั้ง ๓ ที่กู้ยืมเงินทีพีไอไปกว่า ๘,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เป็นบริษัทของประชัยฯและญาติพี่น้องอย่างแท้จริง ขณะที่นายประชัยฯและญาติพี่น้องก็ยังคงมีอำนาจเต็มในทีพีไอ ระหว่างการกู้ยืมเงินกันเองในหมู่ญาติพี่น้องครั้งนี้

จากนี้ไป ขอเชิญติดตามปริศนาเส้นทาง“ประชัย-ประทีป”ให้“ประทีป-ประชัย”กู้ จากหลักฐานสำคัญของเอกสารเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฉบับนี้

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #16 เมื่อ: 04-06-2007, 21:28 »

รายที่ ๑: บริษัท พรชัย วิสาหกิจ จำกัด

                เอกสารของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฉบับนี้ได้ระบุถึงที่มาของปัญหาว่า...

                เนื่องจากผู้บริหารแผน(อีพีแอล)ได้ตรวจสอบรายการทางบัญชีของทีพีไอและพบว่าในช่วงระหว่างปี ๔๐ ถึง ๔๒ ซึ่งนายประชัยฯและญาติพี่น้องยังคงเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของทีพีไอนั้น บริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด โดยกรรมการผู้มีอำนาจซึ่งก็คือนายประชัยฯและญาติพี่น้องได้กู้ยืมเงินจากทีพีไอเป็นจำนวนหลายครั้งหลายรายการในจำนวนเงินที่แตกต่างกันไป

การกู้ยืมเงินครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ ๒๙ ก.ย.๔๐ จากนั้นก็มีการดำเนินการทำนองนี้อีกหลายครั้งติดต่อกันมา รวม ๔๐ ครั้ง เป็นมูลหนี้ทั้งสิ้น ๓,๔๗๕,๗๐๐,๗๓๐.๗๐ บาท

ในการกู้ยืมเงินดังกล่าว บริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ได้ตกลงชำระหนี้คืนทีพีไอด้วยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินไว้ให้แก่ทีพีไอ โดยเมื่อ  มิ.ย.๔๕ ผู้บริหารแผน(อีพีแอล)ได้พบว่า บริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับสุดท้ายลงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๔๓ ซึ่งเป็นยอดรวมของเงินที่กู้ยืมไปจากทีพีไอทั้งหมดตั้งแต่ครั้งแรก    ระบุว่าจะใช้เงินจำนวน ๓,๔๗๕,๗๐๐,๗๓๐.๗๐ บาท รวมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๗๕ ต่อปีของเงินต้นให้แก่ทีพีไอเมื่อทวงถาม

                เอกสารของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฉบับนี้ยังระบุความรับผิดชอบของนายประชัยฯและญาติพี่น้องไว้อย่างชัดแจ้งว่า

                “ตั๋วสัญญาใช้เงินทุกฉบับมีกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัทในช่องผู้ออกตั๋วได้แก่ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ นายประทีปเลี่ยวไพรัตน์ นายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ นายประหยัด เลี่ยวไพรัตน์ และนางสาวมาลินี เลี่ยวไพรัตน์ โดยกรรมการสองในห้าคนนี้ลงรายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท”

                ดังนั้น นอกจากจะเป็นเจ้าของโดยถือหุ้นในแต่ละบริษัทเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซนต์แล้ว “ประชัย-ประทีป”ยังลงรายมือชื่อร่วมกันในการกู้เงินจากทีพีไอด้วย จึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลย

                ด้วยความเป็นมาดังนี้ ในที่สุดผู้บริหารแผน(อีพีแอล)ในนามของทีพีไอจึงได้ทำหนังสือทวงถามบริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ให้ชำระหนี้จำนวนดังกล่าวนี้ถึง ๒ ครั้ง คือเมื่อ ๒๔ มิ.ย.๔๕ และ ๕ ส.ค.๔๕ แต่บริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ซึ่งอยู่ในอำนาจบริหารของนายประชัยฯและญาติพี่น้องก็มิได้นำเงินมาชำระหนี้แต่อย่างใด ขณะเดียวกันผู้บริหารแผน(อีพีแอล)ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อขอความเป็นธรรมด้วย

หลังจากตรวจพิเคราะห์หลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ในที่สุดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้มีหนังสือที่ ยธ ๐๕๒๒/๘๓๔๒ ลง ๕ ส.ค.๔๕ ให้ กรรรมการผู้มีอำนาจกระทำการบริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ชำระหนี้จำนวน ๔,๖๐๘,๔๑๘.๑๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๖๕ ต่อปี (ของเงินต้นจำนวน ๓,๔๗๕,๗๐๐,๗๓๐.๗๐ บาท) ให้แก่ทีพีไอ

๑๕ ส.ค.๔๕ บริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัดได้มีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิเสธหนี้จำนวนนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงทบทวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องใหม่อีกครั้งหนึ่งตั้งแต่ ๑๒ ก.ย.๔๕ เป็นต้นมา และหลังจากได้มีการสอบสวนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดและเป็นธรรมแล้ว ในที่สุด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็มีความเห็นว่า “การทวงถามและการเรียกให้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินของผู้บริหารแผนชอบด้วยกฎหมายทุกประการ” ดังนั้นเมื่อ ๑๔ ม.ค. ๔๘ จึงได้ทำรายงานถึงอธิบดีกรมบังคับคดี สรุปเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดแล้ว “ฟันธง”ในข้อเสนอว่า

                “เห็นควรมีหนังสือยืนยันไปยังบริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ผู้ถูกทวงหนี้รายที่ ๑ ให้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๔,๕๙๙,๐๗๐,๐๗๖.๙๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๗๕ ต่อปีของเงินต้นจำนวน ๓,๔๗๕,๗๐๐,๗๓๐.๗๐ บาท นับแต่วันที่ผู้บริหารแผนยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จต่อกระทรวงการคลังในฐานะผู้บริหารแผนของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้”

                และหลังจากผ่านความเห็นชอบของสายงานตามลำดับชั้น ท้ายที่สุดนายไกรสร บารมีอวยชัย อธิบดีกรมบังคับคดี ในขณะนั้นได้สั่งการท้ายเอกสารฉบับนี้เมื่อ ๑ เม.ย.๔๘ว่า “ให้รีบมีหนังสือแจ้งยืนยันหนี้ไป”

                แปลว่า บริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ซึ่งมีนายประชัยฯและญาติพี่น้องในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจจะต้องรับผิดชอบนำเงินจำนวน ๔,๕๙๙,๐๗๐,๐๗๖.๙๖ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๗๕ ของเงินต้นจำนวน ๓,๔๗๕,๗๐๐,๗๓๐.๗๐ บาทมาคืนทีพีไอ !!!

                แต่จนบัดนี้นายประชัยฯก็ยังไม่ยอมดำเนินการตามคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งมีคำสั่งไปถึง ๒ ครั้งแล้วแต่อย่างใด

รายที่ ๒ และ ๓

       กรณี“ประชัย-ประทีป”ให้“ประทีป-ประชัย”กู้ มิได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด แต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่ยังเกิดกับบริษัทที่นายประชัยฯและญาติพี่น้องก่อตั้งขึ้นอีกด้วยพฤติการณ์เดียวกันในห้วงเวลาเดียวกันซึ่งน่าจะสะท้อนเจตนาชวนสงสัยของนายประชัยฯและญาติพี่น้องอย่างชัดแจ้ง  อีก ๒ บริษัทที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คือ บริษัท ทีพีไอ โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท ทีพีไอ อีโออีจี จำกัด ซึ่งผู้บริหารแผน(อีพีแอล)ก็ได้ดำเนินการไปในลักษณะเดียวกับกรณีบริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด ซึ่งนายประชัยฯและญาติพี่น้องก็ไม่ยอมนำเงินมาชำระคืนเช่นเดียวกันจนกระทั่ง ในที่สุด อธิบดีกรมบังคับคดีก็เห็นชอบกับข้อเสนอของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เช่นเดียวกับกรณีของบริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด คือให้นายประชัยฯและญาติพี่น้องนำเงินมาชำระคืนทีพีไอตามตั๋วสัญญาใช้เงิน เช่นเดียวกัน ดังนี้

                บริษัท ทีพีไอ โฮลดิ้ง จำกัด จำนวน ๒,๖๐๗,๓๒๙,๓๐๓.๒๙ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๗๕ ต่อปีของต้นเงินจำนวน ๑,๖๘๕,๖๐๐,๐๐๐ บาท

                บริษัท ทีพีไอ อีโออีจี จำกัด จำนวน ๑,๒๐๘,๒๖๙,๒๒๓.๘๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อปีของต้นเงินจำนวน ๘๒๘,๖๘๕,๕๘๐ บาท

                และเช่นเดียวกัน จนบัดนี้ นายประชัยฯก็ยังไม่ยอมดำเนินการตามคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่มีไปถึง ๒ ครั้งแต่อย่างใด

ตอนหน้า “สัญญาเช่าตึก ๙๐ ปี”

พฤติการณ์ที่สร้างความเสียหายอย่างมากมายมหาศาลแก่ทีพีไอของบุคคลเหล่านี้ยังมีอีกหลายกรณีซึ่งไออาร์พีซีจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างถึงที่สุด     

          โปรดติดตาม...

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc12.htm
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #17 เมื่อ: 04-06-2007, 21:43 »

อ้างถึง
มันคนละประเด็นแล้วครับ ประชัยทำธุรกิจ เป็นหนี้ ไม่มีปัญญาจ่ายนั่นก็เรื่องหนึ่ง ประเด็นที่ผมพูดถึงคือ มันถูกหรือที่รัฐบาลใดๆจะเข้าไปยึดกิจการมาเป็นของรัฐในราคาถูก

ปู๊ดโธ่  (ขอยืมคำพูดนายสุริยะมาหน่อย  )  คุณนี่ก็ไถลเถลือกไปจนได้

มันเรื่องเดียวกันแหละ  TPI เจ๊ง ไม่มีเงินใช้หนี้ รัฐเข้าไปกู้ไว้ เหมือนที่ดินรัชดาที่เป็นปัญหานั่นแหละ  เป็นหนี้ ไม่มีปัญญาจ่าย รัฐไปกู้ขึ้นมา แล้วจะให้เจ้าของมาเอาคืนได้ไง

มันไม่ได้ถูกได้แพงอะไร หนี้เท่าไหร่มันก็เท่านั้น ดอกเบี้ยเท่าไหร่มันก็เท่านั้น กู้เขาไม่มีใช้ เขาก็ยึดของ แล้วจะขายทอดตลาดให้ใคร ก็เรื่องของเจ้าหนี้เขา  จะมาร้องร่ำเป็นเจ้าของอยู่ได้ยังไง  หน้าไม่บางเล๊ยยย 

บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #18 เมื่อ: 04-06-2007, 21:47 »

ขอย้อนกลับไปอ่านตอนแรก

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากทีพีไอสู่ไออาร์พีซี

ปิดฉากมหากาพย์แห่งหนี้ทีพีไอ


         บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ "ทีพีไอ"ถึงทุกวันนี้กลายเป็น
เพียง "ความทรงจำในอดีต"ที่ไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว เมื่อผู้ถือหุ้นมีมติเมื่อ ๒๖ ต.ค.๔๙ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ"ไออาร์พีซี" หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการฟื้นฟูกิจการ เป็นการปิดฉากมหากาพย์แห่งหนี้เกือบ ๑.๕ แสนล้านบาทที่ยืดเยื้อยาวนานมาเกือบทศวรรษลงได้อย่างงดงาม สร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานและประชาชนที่เป็นนักลงทุนรายย่อยซึ่งถือหุ้นนี้อยู่เกือบ ๕๐,๐๐๐ ราย ยกเว้นกลุ่มผู้บริหารเดิมซึ่งสูญเสียอำนาจไปตามกฎหมาย

         ความพึงพอใจของทุกฝ่ายเว้นกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจดังกล่าวมีที่มาจากความสำเร็จในการฟื้นฟูกิจการของทีพีไอ โดยคณะผู้บริหารแผนฯตัวแทนกระทรวงการคลังประกอบด้วย พลเอก มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ดร. ทนง พิทยะ นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา นายพละ สุขเวช และนายอารีย์ วงศ์อารยะ (ต่อมาได้มีการแต่งตั้งให้ ดร.วีระพงษ์ รามางกูร เป็นผู้บริหารแผนฯ แทน ดร.ทนง
พิทยะ) ซึ่งได้รับการสนับสนุนและร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากพนักงานของทีพีไอกว่า ๗,๐๐๐ ชีวิต นอกจากนั้นการได้ ดร.ปิติ ยิ้มประเสริฐ อดีตซีอีโอไทยออยล์มาเป็นซีอีโอไออาร์พีซีก็ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายยิ่งขึ้นไปอีก

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2ircp1.htm

ข้อมูลข้างต้น เค้าบอกว่า แฮปปี้กันทั้งน้านยกเว้นกลุ่มผู้บริหารเดิมซึ่งสูญเสียอำนาจไปตามกฎหมาย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2007, 22:22 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #19 เมื่อ: 04-06-2007, 21:52 »

 
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 04-06-2007, 21:52 »

ปู๊ดโธ่  (ขอยืมคำพูดนายสุริยะมาหน่อย  )  คุณนี่ก็ไถลเถลือกไปจนได้

มันเรื่องเดียวกันแหละ  TPI เจ๊ง ไม่มีเงินใช้หนี้ รัฐเข้าไปกู้ไว้ เหมือนที่ดินรัชดาที่เป็นปัญหานั่นแหละ  เป็นหนี้ ไม่มีปัญญาจ่าย รัฐไปกู้ขึ้นมา แล้วจะให้เจ้าของมาเอาคืนได้ไง

มันไม่ได้ถูกได้แพงอะไร หนี้เท่าไหร่มันก็เท่านั้น ดอกเบี้ยเท่าไหร่มันก็เท่านั้น กู้เขาไม่มีใช้ เขาก็ยึดของ แล้วจะขายทอดตลาดให้ใคร ก็เรื่องของเจ้าหนี้เขา  จะมาร้องร่ำเป็นเจ้าของอยู่ได้ยังไง  หน้าไม่บางเล๊ยยย 



ถ้าใช้ตรรกะแบบนี้ ก็เชิญทักษิณ ชินวัตร กลับมาบริหารต่อดีกว่าครับ  ตอนนั้นทักษิณก็พูดแบบนี้เด๊ะ จริงๆ  ถ้างี้ก็แปลว่า การไปยึดอำนาจจากทักษิณก็เป็นแค่การแก้แค้นเท่านั้นน่ะ


เลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ามีพรรคไหนเป็นนอมินีทักษิณ  ผมประกาศเลยครับ ผมจะเลือกพรรคนั้นแหละ หรือถ้ามีพรรคไหนที่เลวกว่านี้ ผมก็จะเลือกมันเข้ามา แล้วก็ไปภาคภูมิใจกับสังคมพอเพียงแบบแปลกประหลาดแบบนี้ไปเรื่อยๆแล้วกันนะครับ
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #21 เมื่อ: 04-06-2007, 21:56 »

ถ้าใช้ตรรกะแบบนี้ ก็เชิญทักษิณ ชินวัตร กลับมาบริหารต่อดีกว่าครับ  ตอนนั้นทักษิณก็พูดแบบนี้เด๊ะ จริงๆ  ถ้างี้ก็แปลว่า การไปยึดอำนาจจากทักษิณก็เป็นแค่การแก้แค้นเท่านั้นน่ะ


เลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ามีพรรคไหนเป็นนอมินีทักษิณ  ผมประกาศเลยครับ ผมจะเลือกพรรคนั้นแหละ หรือถ้ามีพรรคไหนที่เลวกว่านี้ ผมก็จะเลือกมันเข้ามา แล้วก็ไปภาคภูมิใจกับสังคมพอเพียงแบบแปลกประหลาดแบบนี้ไปเรื่อยๆแล้วกันนะครับ


เหวอออ    ออกทะเลแล้วค่ะ  เมาหรือเปล่าคะเนี่ย 
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 04-06-2007, 21:59 »

ไม่ออกทะเลหรอกครับ คุณพี่ต่างหากที่ออกทะเลไปไกลมาก เพียงเพื่อจะกลบเกลื่อนความเลวร้ายพวกนั้น

เชิญ ทักษิณ ชินวัตร กลับมาเถอะครับ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 04-06-2007, 22:07 »



เรื่องหุ้นส่วน กิจการมหาชน ผมว่า ยกเลิกเรื่องการล็อคหุ้นให้ผู้มีอุปการะคุณได้ ก็คงช่วยได้มากครับ

ส่วนผู้บริหารบ้านเมืองหรือข้าราชการที่โกงตามน้ำ ก็ต้องปฏิรูประบบราชการให้มีธรรมาภิบาลไป...

แก้ปัญหาไปเป็นส่วนๆ เป็นขั้นเป็นตอนไป..

กรณีของทีพีไอ ลองตั้งประเด็นรวบรวมหลักฐานดูว่าจะเอาเรื่องใครได้บ้าง..


อำนาจรัฐก็ควรเป็นกลาง และจัดรระบบให้โปร่งใส อย่างพวกอสังหาฯ ก็น่าจะมีการจัดเอสโคร์และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคและนักลงทุนให้เข้มแข็งมีมาตรฐานกว่าที่เป็นอยู่

มีช่องว่างก็มีการเก็งกำไร มีการเก็งกำไร บ่อยครั้งก็ขาดความยืดหยุ่นและความยุติธรรมกับทุกฝ่าย..ต้องแก้ไขด้านระบบข้อมูลสาระสนเทศ และการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครับ..

                                                                                                                                                                                                                                 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 04-06-2007, 22:17 »


ผู้บริหารบริษัทมหาชน กับผู้บริหารกิจการส่วนตัวขนาดใหญ่ควรแยกออกจากกัน..

อย่างซีพีและเซ็นทรัล บริษัทขนาดใหญ่อื่นๆของไทย ก็ควรต้องจัดระบบธรรมมาภิบาลให้ดี

เพราะเมื่อรัฐและข้าราชการปรับตัว ผลกระทบก็คงต้องย้อนกลับมาที่กลุ่มทุนข้ามชาติและกลุ่มทุนขนาดใหญ่

หลีกไม่พ้นที่จะต้องปรับตัว แยกความเป็นส่วนตัวและความเป็นสาธารณะประโยชน์ออกจากกันครับ..



ใครโกงจากอำนาจหน้าที่ตอนนี้ก็เริ่มมี พรบ.เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นบ้างแล้ว..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2007, 22:20 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #25 เมื่อ: 04-06-2007, 22:20 »

จากตอนที่ 9

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ๒๙ พ.ย.๔๙ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รอง นรม.และ รมว.คลัง ได้เปิดเผยถึงข่าวลือดังกล่าวว่า “ยืนยันว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ พ.ย.ที่ผ่านมาไม่ได้มีการนำเรื่องที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ขอซื้อหุ้น IRPC คืนเข้าหารือด้วย รวมทั้งนายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งการใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งในและนอก ครม.”

                เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ “กรุงเทพธุรกิจ”ฉบับ ๓๐ พ.ย.๔๙ ให้ความเห็นว่า

                “ไม่มีใครตำหนิหรือติติงความพยายามของประชัย เลี่ยวไพรัตน์ แน่นอน หากการทวงคืนหุ้นบริษัทไออาร์พีซีหรือทีพีไอเดิมในเส้นทางที่ถูกต้องตามวิถีทางแห่งกฎหมาย แต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ที่มีประชาสัมพันธ์จากบริษัทในเครือข่ายแห่งหนึ่ง ร่อนแฟกซ์ส่งไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ อ้างถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันเดียวกันได้หยิบเรื่องประชัยขอซื้อหุ้นคืนขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุม พร้อมทั้งอ้างคำกล่าวของ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้คลังไปจัดการนั้น   ใครอยู่เบื้องหลังนี้ สมควรถูกประณามอย่างยิ่ง”


http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc9.htm
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #26 เมื่อ: 04-06-2007, 22:25 »

เท่าที่อ่าน พอสรุปได้ว่า จื่อจัก จื่อสิว ทำเอง รับเอง จะไปโทษท่านนายกฯ ได้ยังไงก๊านนน

ถูกศาลล้มละลายกลางสั่งแล้วก็ยัง...บริหารมั่วออกปานนั้น กู้กันเองจนเละ แล้วผู้ถือหุ้นรายย่อยหลายหมื่นคนต้องมาเดือดร้อนด้วยหรือไฉน ?

ถ้าข้อมูลข้างต้นจริง ส่วนการใช้วิธีปล่อยข่าวลือ แทงข้างหลัง แบบสกปรกนั้น ถ้าใครทำ คงรู้อยู่แก่ใจ  Yell
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2007, 22:39 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
คาคาชิ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 521


ที่นี่เหมือนโลกที่โดนมนุษย์ต่างดาวบุกหาตรรกะไม่เจอ


« ตอบ #27 เมื่อ: 05-06-2007, 04:41 »

อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลยครับ

เราต่างก็เกลียดทรราช กันทั้งนั้น
จริง ๆ พวกเราก็มีอุดมการณ์เหมือน ๆ กัน แต่ต่าง กันในเนื้อหา และมุมมองของเรื่อง tpi นี้


ผมว่า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลดีกว่าครับ

ผมเชื่อว่า คุณประชัย ต้องเอาขึ้นศาลจนได้
และเมื่อนั้น ศาลว่าไง  เราก็ว่าตามกันดีกว่าครับ

สิ่งที่เถียงกันอยู่ตอนนี้  มันเป็นมุมมอง ที่มีทั้งฝ่ายแดง น้ำหนักชั่งเมื่อเช้า 108 ปอนด์
และฝ่ายน้ำเงิน น้ำหนักชั่งเมื่อเช้า 108 ปอนด์ เท่ากัน

อยู่กันคนละมุม ขนาดนี้  ผมก็ยังเห็นบางสิ่งที่เหมือน ๆ กันอยู่
ก็คือ  ทั้งคู่ ต่างก็เกลียด ไอ้หน้าเหลี่ยม

คืนดีกันเถอะนะ ตัวเอง
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #28 เมื่อ: 05-06-2007, 09:53 »

ประเด็นก็คือ มันก็แค่เรื่องนักธุรกิจที่ประสพความล้มเหลวในการบริหารบริษัทๆหนึ่ง แต่ไม่ยอมรับในกติกา/กฎหมาย แล้วหันมาเล่นเกมส์ทุกวิถีทางเพียงเพื่อทวงคืนธุรกิจที่เคยเป็นของตัวเองโดยมีแป๊ะลิ้มร่วมวงด้วยก็เท่านั้น!!
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #29 เมื่อ: 05-06-2007, 10:02 »

ประเด็นก็คือ มันก็แค่เรื่องนักธุรกิจที่ประสพความล้มเหลวในการบริหารบริษัทๆหนึ่ง แต่ไม่ยอมรับในกติกา/กฎหมาย แล้วหันมาเล่นเกมส์ทุกวิถีทางเพียงเพื่อทวงคืนธุรกิจที่เคยเป็นของตัวเองโดยมีแป๊ะลิ้มร่วมวงด้วยก็เท่านั้น!!

เรื่องนี้ ทั่นชายฯ ตอบเข้าท่า แต่เรื่องลิ้มแป๊ะแปะจะร่วมวงไพบูลย์หรือไม่นั้น เนื่องจากไม่ได้ฟังอาแปะทั่นพูดมานานแล้ว เลยมิอาจตอบได้  รู้แต่ว่า ถ้าเรื่องไหนที่อาแปะทั่นอยากจะมี หรือเอี่ยวด้วยล่ะก็ ต้องนำค่า max ของ safety factor มาประเมินการพูดหรือการแสดงความเห็นของแกร่วมด้วย Mr. Green Very Happy Mr. Green

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc11.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc10.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc8.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc7.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc6.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc5.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc4.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2irpc3.htm

http://www.irpc.co.th/irpc/tpi2ircp2.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2007, 10:15 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 05-06-2007, 10:10 »

นายประชัยเป็นใครไม่รู้ผมไม่สน..เพราะขี้เกียจจำให้มันเปลืองหัวสมอง.. .

แต่ที่สำคัญผมรู้อย่างหนึ่ง..

คือผมรู้ว่า... ในประเทศนี้มันยังมีปัญหาที่สำคัญมากว่าเรื่องของนายประชัยอีกเป็นกะบุงโกย..


และการที่ไม่ทำเรื่องนายประชัยก็ถือว่าใช้ไม่ได้.... ผมจึงคิดมันเป็นเเนวคิดที่ตลกสิ้นดี..


และยิ่งถ้าการที่ถ้านายประชัย "ขอ" อะไรแล้วๆไม่ได้ดังใจ ก็เลยคิดจะหันมาไล่ท่านสุรยุทธ์ผมก็ว่างี่เง่าไปกันใหญ่..

และถ้าใครคิดว่าการที่.... นายประชัยขออะไรให้มันรวจเร็วทันใจนายประชัยหน่อยไม่ได้เชียวหรือ..


ผมก็จะขอถามว่า..  แล้วถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ข้ามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมทางกฏหมาย...ล่ะ...

ผมก็ขอถามว่าเราก็ควรสนับสนุนนายประชัยงั้นหรือ...


และเวลานั้นเราด่าเหลี่ยมที่มันชอบทำการซิกเเซ็กทางขั้นตอนข้าราชการไปหาอะไรกัน...เพราะเราก็กำลังจะส่งเสริมให้คนทำนิสัยแบบเหลี่ยม...ใช้รึไม่....
ั้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2007, 10:19 โดย An.mkII » บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #31 เมื่อ: 05-06-2007, 10:50 »

กรณี ทีพีไอ น่าจะพอเทียบเคียงกับ ปตท. ในเรื่องการเอาคืน ไปอยู่ในที่ ๆ ควรจะเป็น.........เพียงแต่ ทีพีไอ เป็นการต่อสู้ของเอกชน กับ เอกชน........ขณะที่ ทีพีไอ เป็นช่วงชิงกันระหว่างรัฐกับเอกชน......การเอาคืน บางทีอาจเป็นเรื่องถูกต้อง หรือ ถูกใจ.......แต่ ขั้นตอนการเอาคืน ผมว่า มันยากจริง ๆ ครับ

กรณี TPI ได้ยินว่าตอนนี้เรื่องยังอยู่ที่ศาล....น่าจะรอดูศาล ก่อนว่าผลออกมายังไง
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #32 เมื่อ: 05-06-2007, 14:03 »

อิอิ ถ้าฟังอาแป๊ะลิ้มพูด ความจริงจะเป็นอีกอย่าง ตกลงใครโกหก หรือมีผลประโยชน์ซ่อนเร้นกันแน่ บางความเห็นที่ตอบการพูดของลิ้มแป๊ะแปะเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค. ทีผ่านมา

++++++++++++++++++++++++++++++++

ความคิดเห็นที่ 7   

1.  คุณประชัยมีหนี้สินเลยถูกรัฐยึดเอาทรัพย์สินเป็น     
   ของกระทรวงการคลัง และ ให้กับ ปตท. อีกส่วนหนึ่ง


;TPI เป็นหนี้จากการลอยตัวค่าเงินบาทและเรื่องธรรมภิบาลของประชัยเองจนไม่ตังค์จ่ายเจ้าหนี้เป็น แสนล้านเลยมั่ง และต้องเข้ากองทุนฟื้นฟู และก็มีการให้ประชัยซื้อคืนแล้วครั้งหนึ่ง แต่ประชัยหาตังค์ซื้อไม่ได้ รัฐเลยต้องเข้าไปอุ้มไว้ไม่งั้น ต่างชาติก็งาบไปตามระเบียบ

2.  พอคุณประชัยดำเนินกิจการจนพอมีเงินก็เลยจะขอซื้อ
   คืน ในราคาเดิม พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 6


; ถ้าขายหุ้นให้ประชัย ในราคาเดิม 3.3บาท ซึ่งตอนนี้ หุ้นราคา 6 บาทกว่ามั่ง งานนี้รัฐก็ขาดทุนสิครับ เพราะอุตสาห์เข้าไปอุ้มไว้แล้ว จนกิจการดีขึ้น
และถ้าทำแบบนี้ ธรรมภิบาลอยู่ไหน เขาว่าถ้า คนในรบ. เซนต์ขายให้ประชัยแบบนั้น มีสิทธิ์ติดคุก ดังนั้นสุรยุดจึงไม่เล่นด้วย

3.  ให้รัฐบาลบังคับให้ขายคืนให้คุณประชัยใช่ป่ะ  (แล้ว
   ใครจะยอม  แล้วถ้าเขายึดไปแล้วขาดทุนใครจะรับ
   ผิดชอบ)


4.  ขั้นตอนที่ว่าติดอยู่ที่ศาลน่ะ ศาลฎีกาใช่มั๊ย  แล้วสอง
   ศาลที่ผ่านมาเขาตัดสินว่าอย่างไร


5.  ถ้าคุณประชัยได้คืน  เราต้องคืนให้ลูกหนี้ทุกคนด้วย
   หรือไม่



ข้อ 3-5 นี้ไม่รูนะครับมันละเอียดไป แต่ตอนนี้ประชัยกำลังจะเล่นแร่แปรธาตุ ฟ้องล้มละลาย บริษัทตัวเองอยู่ครับ จับตาดีๆ เลห์สุดๆแล้ว

ผมกลัวอย่างเดียว กลัวรัฐเสียหายมาก อุตสาห์ไปอุ้มไว้แล้ว


จากคุณ : alien Flu   - [ 26 พ.ค. 50 09:06:28 A:124.121.23.141 X: ]


ความคิดเห็นที่ 9   

1.ประชัยก่อหนี้150,000ล้านบาท(อ่านว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาทถ้วน) โดยไม่มีการค้ำประกันความเสี่ยงเวลากู้ยืม พอลอยค่าเงินบาทปี40ก็เลยหนี้ท่วม ไม่มีความสามารถในการชำระคืน

ขณะที่ลูกหนี้รายอื่นที่เป็นหนี้ระดับแสนล้าน เช่นกรณีสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เขาเจรจากับเจ้าหนี้ด้วยดี ด้วยการแปลงหนี้ให้เป็นทุน พูดง่ายๆคือยกบริษัทให้แบงก์เจ้าหนี้ แล้วตัวเองก็ทำงานรับจ้างแบงก์บริหารกิจการให้ต่อ(ในภายหลังเมื่อฟื้นแล้วค่อยมาเอาบริษัทคืน โดยวิธีการออกใบสำคัญแสดงสิทธิไว้มากๆ พอมีเงินในภายหลังก็ได้บริษัทกลับคืน)

แต่ประชัยไม่เจรจา เล่นหัวหมอฟ้องร้องเจ้าหนี้ไปทั่ว จนบริษัทจัดอันดับความเชื่อถืออย่างมูดีส์ ดาวน์เกรดประเทศไทยลงเป็นจั๊งค์บอนด์ตอยนปี2541 เพราะฝรั่งกลัวหนี้กรณีนี้จะสูญ

2.TPIแทบล้มละลายเพราะความหัวดื้อของประชัย ราคาหุ้นในกระดานลงไปเหลือ73ตังค์ ต่อมาเจ้าหนี้ใช้อำนาจเข้าไปยึด แล้วตั้งบริษัทฝรั่งมาบริหารกิจการแทน แต่ก็โดนประชัยใช้อำนาจอิทธิพลเส้นสายไล่ฝรั่งออกไป และจะกลับเข้ามายึด โดยขอแฮร์คัตชนิดที่ว่าเจ้าหนี้จะล้มทั้งยืน เฉพาะแบงก์กรุงเทพฯรายเดียวก็แทบจะสูญไม่ต่ำกว่า30,000ล้านบาท

ในที่สุดรัฐบาลทักษิณเลยให้ปตท.(ซึ่งเป็นกิจการของรัฐ เพราะคลังถือหุ้นใหญ่กว่า70%)เข้ามาซื้อกิจการในราคาส่วนลด3.30บาท/หุ้น ทำให้ความเชื่อมั่นกลับมา เจ้าหนี้กล้าจะปล่อยกู้เสริมสภาพคล่อง ราคาหุ้นขึ้นไปเกือบ12บาท มีคนเล่นหุ้นแมงเม่าทั้งหลายแห่ไปซื้อติดไว้แถว8-10บาทเพียบ

ประชัยก็เลยให้ทุนลิ้มไปล้มทักษิณเพราะกลัวTPIหลุดลอยไป จนเกิดรัฐประหาร คราวนี้ก็เหมือนที่ประสงค์ สุ่นฯพูดไว้ในสภาว่า"เมื่อคนเขาแทงหวยถูกแล้ว แต่ไม่สามารถไปขึ้นเงินได้"ประชัยก็เลยฟาดงวงฟาดงาจะไล่สุรยุทธ์ออกอีกคนอย่างที่เห็น

เหตุที่รัฐบาลสุรยุทธ์ไม่ขายคืนประชัยก็เพราะว่า ตอนนั้นมีหม่อมอุ๋ยนั่งขวางอยู่ หม่อมอถุ๋ยเคยเป็นเรื่องเป็นคดีกับพวกสนธิ+ประชัยอยู่มาก่อน กรณีปลดเฮียช้อย-วิโรจน์ นวลแข ออกจากแบงก์กรุงไทย

เวลาต่อมาสนธิลิ้มเลยกดดันจนหม่อมอุ๋ยออกไป ก็นึกว่าหวานคอแร้งแล้วจะสะด๊วบTPIคืน แต่สุรยุทธ์ไม่ยอม เพราะยอมก็โดนด่า เพราะประชัยจะขอซื้อคืนที่ราคา3.30บาท(เรื่องดอกเบี้ยนี่ไม่มี อย่ามั่ว)ซึ่งเป็นราคาในช่วงมีวิกฤตการณ์TPIแทบล้มทั้งยืน แถมที่มาของเงินก็ไม่มี เจ้าหนี้ไม่เชื่อถือว่าจะเอามาจากไหน หากมี ประชัยก็ต้องจ่ายหนี้ไปแต่ปีมะโว้แล้ว...ใช่ไม่ใช่

แล้วทำไมสนธิลิ้มมาสู้เพื่อประชัยก็เพราะผล2เด้ง
ประการแรก ทำงานใช้หนี้ที่ประชัยให้เงินมาทำม็อบไล่ทักษิณ400กว่าล้าน และจ่ายค่าปฏิวัติล่วงหน้า(ตอนหลังต้องมาเบิกงบหลวงไปคืนประชัย1,500ล้านไง จำได้ไม่ได้...)

ประการที่สอง หากประชัยยึดTPIคืน สนธิลิ้มก็จะได้มั่วขอแฮร์คัตหนี้ในกลุ่มผู้จัดการราวๆ3,000ล้านให้เหลือซัก200กว่าล้านมั่ง

3.หากแผนการอุบาทว์นี้สำเร็จ ประเทศนี้ก็อิ๊บอ๋ายอีกรอบ ความเชื่อมั่นต่อเจ้าหนี้ ต่อนักลงทุนต่างประเทศที่วังเวงอยู่แล้ว ก็ถึงกับวูบคร้บ

จากคุณ : ป๋าเจ้าเก่า   - [ 26 พ.ค. 50 09:17:30 A:67.159.44.59 X: ]


อ้างอิง : http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5447337/P5447337.html

ส่วนที่อาลิ้มแป๊ะแปะทั่นโม้ เอ๊ย พูดไว้นั้น ได้อ่านแล้วค่ะ รู้สึกเหม็นขี้ฟันจริง ๆ บอกได้ว่า บ่อซิ่งเอ่ง...เชื่อถือไม่ได้  Mr. Green Laughing Mr. Green

ดังนั้น เรื่องนี้ก็ต้องฟังหูไว้หู อย่าไปหลงเชื่ออาลิ้มแป๊ะแปะ โดยไม่สืบค้นข้อมูลอีกด้าน เพราะอาแปะแกหน้ามืด พูดจริงมั่ง มั่วมั่ง ใส่สีตีไข่เลอะเทอะไปหมด เฮ้อ   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2007, 14:07 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 05-06-2007, 14:08 »

 
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #34 เมื่อ: 05-06-2007, 14:09 »

ลองไปฟังรายการวิทยุคลื่นผู้จัดการดูก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร...ช่วงโคดนาของ TPI อ่ะ
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #35 เมื่อ: 05-06-2007, 14:10 »

อีกหนึ่งความเห็น

ความคิดเห็นที่ 29  

เร่งปฏิกิริยา..แผนปั้น "ทีพีไอ โพลีน" "เลี่ยวไพรัตน์" ตุน "หมื่นล้าน" สยบ "ไออาร์พีซี"

ถอดแผน "ตระกูลเลี่ยวไพรัตน์" หลังเพิ่มทุน "ทีพีไอ โพลีน" ยังเหลือเงินสดในมืออีกกว่า "หมื่นล้าน" จับตาแผนคู่ขนาน..กดราคา IRPC เดินหน้าดันหุ้น TPIPL เร่งสะสมทุน..ทวงคืน "ทีพีไอ"



ปฏิบัติการทางสมบัติ..ตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ คืน เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่าฝ่ายปฏิวัติ ยึดอำนาจทีพีไอ จะพยายามสะกิดแผล ของ "ประชัย เลี่ยวไพรัตน์" เลขาธิการพรรคประชาราช ในประเด็นไซฟ่อนเงินค่าเช่าตึกล่วงหน้า 90 ปี เป็นเงินกว่า 956 ล้านบาท

ตามมาด้วย ก.ล.ต. ลงดาบอาญาสิทธิ์ 5 พี่น้องตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ (ประชัย-ประทีป-ดร.ประมวล-ประหยัด-มาลินี) เป็นบุคคลต้องห้ามการเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน

แต่ปฏิบัติการ "ตัดหัวเสียบประจาน" กลับไปเติมเชื้อไฟให้กับ ประชัย มีการเคลื่อนไหวด้วยสงครามกองโจร ในหลานรูปแบบ

ปฏิกิริยาล่าสุด คือ การย้ำบาดแผล "บอร์ดทีพีไอ" บ้างว่า มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส โดยเฉพาะในประเด็นของ บริษัท ซินเนอจี โซลูชั่น จำกัด และโยงว่าบอร์ดชุดนี้ เป็นพวกฐานอำนาจเก่า "ระบอบทักษิณ"

ต้องไม่ลืมว่า ถึงแม้ "ทีพีไอ" จะเปลี่ยนชื่อเป็น "บมจ.ไออาร์พีซี" (IRPC) แล้วก็ตาม แต่จุดอ่อนของตัวกรรมการ (บอร์ด) บางคน ก็ยังเป็น "จุดอ่อน" ให้ มวยรุ่นเฮฟวีเวท อย่าง ประชัย เกาได้ถูกที่คัน ทุกครั้ง

ล่าสุดมีการหยั่งเชิงกระทรวงการคลัง ด้วยท่าทีขอซื้อหุ้นทีพีไอ คืนจากพันธมิตรกระทรวงการคลัง (ปตท.-ออมสิน-กบข.-วายุภักษ์) ในราคาต้นทุน 3.30 บาท

นั่นเท่ากับว่า ประชัย ต้องหาเงินมาซื้อหุ้นทีพีไอ คืน ประมาณ 1.2 หมื่นล้านหุ้น เท่ากับ 3.96 หมื่นล้านบาท

ทั้งๆ ที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่า แนวทางนี้ Impossible แน่ๆ

แต่ถ้ามองจิ๊กซอว์ของ ประชัย ให้ลึก วิธีการ "โยนหินถามทาง" ในลักษณะนี้ กลับไปเร่งปฏิกิริยา ให้เกิดเอฟเฟคท์กับหุ้น ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) อย่างตั้งใจ และได้ผล

ทำให้ใครๆ เข้าใจผิดได้ว่า ประชัย จ้องหาเงินจาก TPIPL เอาไปซื้อ ทีพีไอ คืน

ยิ่งเมื่อจับสัญญาณจาก ดร.ปิติ ยิ้มประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไออาร์พีซี ที่ประเมินฐานกำลังของกลุ่มเลี่ยวไพรัตน์ ไว้ว่า ระหว่างช่วงเดือนธันวาคม 2548 ถึง เดือนตุลาคม 2549 (ประมาณ 11 เดือน) กลุ่มประชัยได้ขายหุ้น TPI ออกมารวมกัน ประมาณ 2,500-3,000 ล้านหุ้น และคาดว่ากลุ่มนี้เหลือหุ้น อยู่ไม่เกิน 260 ล้านหุ้น 1.33% ที่เหลือเพราะติดภาระค้ำประกัน

ซึ่งก็หมายถึงหุ้นที่เหลือในชื่อ ทยุติ ศรียุกต์สิริ จำนวน 138.34 ล้านหุ้น 0.71% กับหุ้นในพอร์ต บริษัท เลี่ยวไพรัตน์วิสาหกิจ จำกัด 121.47 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.62%

เมื่อประเมินกำลังกระสุนของ กลุ่มเลี่ยวไพรัตน์ จากคำบอกเล่าของ "ดร.ปิติ" ช่วงระยะเวลานั้น (ธันวาคม 2548-ตุลาคม 2549) ราคาหุ้น TPI เคลื่อนไหวในกรอบ 6.50-8.50 บาท

ถ้าคำนวณที่ค่าเฉลี่ยกึ่งกลาง 7.5 บาท ผลลัพธ์ที่ได้ กลุ่มเลี่ยวไพรัตน์ น่าจะขายหุ้นได้เงิน ระหว่าง 18,750-22,500 ล้านบาท เป็นตัวเลข Cash Out ที่มหาศาลมาก และ เฟิร์มว่ารอบนี้ ประชัย มีเงินมากจริงๆ

ถามง่ายๆ ว่า ถ้า ประชัย ต้องการ "ทีพีไอ" คืน ทำไม!เขาต้องขายหุ้น TPI ออกไปจนเกือบเกลี้ยงพอร์ต (เหลือแค่ 260 ล้านหุ้น) ด้วย

คำตอบง่ายๆ อยู่ไปก็ "ถูกขัง" สู้เอาเงินไปรักษาฐานที่มั่นสุดท้ายใน "ทีพีไอ โพลีน" ก่อนกลับมาตีเอา "ทีพีไอ" คืน ในภายหลังไม่ดีกว่าหรือ

นี่คือกลยุทธ์..ย้ายเมืองหลวง รวบรวมกำลัง ถอย!เพื่อรอการรุกกลับ

เพราะฉะนั้น ในยุทธศาสตร์การรบของ ประชัย ทำยังไงก็ได้ (นับจากนี้) ต้องสยบราคาหุ้น IRPC ไม่ให้วิ่งไปไหนไกล..ระหว่างที่ตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ ถอนกำลังออกไปชั่วคราว

ตรงกันข้ามกับกลยุทธ์ของ ฝ่าย ปตท. ทำยังไงก็ได้ ราคาหุ้น IRPC จะวิ่งไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด นั่นคือ เหตุผลที่ฝ่าย ปตท. เลือกที่จะยืนซดกับ ประชัย แบบหมัดแลกหมัด..พร้อมประกาศด้วยว่า IRPC จะจ่ายเงินปันผล (งวดปี 2549)

แต่หากเอกซเรย์ดูราคาหุ้น IRPC เปรียบเทียบกับ TPIPL ของ ประชัย เห็นได้ชัดว่า เมื่อมีแรงส่งมาถึงจุดหนึ่ง ราคา IRPC จะถูก "มนต์สะกด" ไม่ให้ไปไหนได้ไกล

คิดแบบกำปั้นทุบดินง่ายๆ ถ้า ประชัย อยากได้ ทีพีไอ คืนแค่ 35-40% เขาต้องซื้อหุ้นให้ได้ถึง 6,800-7,800 ล้านหุ้น คำนวณที่ราคาตลาด 7.20 บาท ต้องใช้เงินมากถึง 4.9-5.6 หมื่นล้านบาท

เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยให้หุ้น IRPC วิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ โอกาสทวงคืน ก็แทบจะไม่มีหวัง ตรงกันข้ามถ้าหันมาเล่นเกมใต้ดิน ปตท. จะเสียเปรียบเห็นๆ

เพราะ ทุกครั้งที่มี "ข่าวลบ" กลับจะเป็น "ข่าวบวก" ให้กับ กลุ่มเลี่ยวไพรัตน์ มากกว่า

ขณะเดียวกันเงื่อนไขเดียวที่เหลืออยู่ของ ประชัย จะทวงคืน ทีพีไอ ได้ก็ต่อเมื่อเขาต้องปั้นหุ้น TPIPL เพื่อสะสมขุมกำลัง รอวันเพลี่ยงพล้ำของ ปตท. ซึ่งถ้ามีการชกใต้เข็มขัดไปเรื่อยๆ ก็ใช่ว่าโอกาสจะไม่มี

ที่ผ่านมาต้องให้เครดิต ประชัย ว่า เขาผู้นี้เหนือชั้นมากๆ

เมื่อต้นปี 2549 ราคาหุ้น TPIPL อยู่ที่ 26 บาท ระหว่างที่ ตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ ทยอยปล่อยหุ้น TPI ราคาหุ้น TPIPL ก็ทรุดตัวลงมาอย่างเป็นปริศนา ก่อนจะมีคำเฉลยด้วยแผนเพิ่มทุน "ราคาพาร์" ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2549 จาก 807.50 ล้านหุ้น เป็น 2,019 ล้านหุ้น

น่าสังเกตว่าราคาหุ้น TPIPL ลงมาก้นอ่างที่ 10 บาท แช่อยู่นาน 4 เดือน (กรกฎาคม-ตุลาคม) และบางช่วงมีเสียวหลุด 10 บาท ทำให้ดูเหมือนหุ้นตัวนี้ไม่มีอนาคตแล้ว

แผนนี้ใช้ได้ผล เพราะผู้ถือหุ้นเดิม และเจ้าหนี้ส่วนใหญ่สละสิทธิ์การจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน TPIPL อย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารทหารไทย, สำนักงานประกันสังคม หรือแม้แต้ ธนาคารทิสโก้ ก็ยังถอย

แต่ กลุ่มเลี่ยวไพรัตน์ กลับเปิดลิ้นชักขนเงินขายหุ้น TPI (คาดว่าได้ไประหว่าง 18,750-22,500 ล้านบาท) เอามาทุ่มซื้อหุ้น TPIPL จำนวน 862 ล้านหุ้น เกือบ 8,700 ล้านบาท

ในที่สุดแผนรักษาฐานที่มั่นสุดท้ายก็สำเร็จ สามารถยึดคืนกิจการ "ทีพีไอ โพลีน" กลับคืนมาจากเจ้าหนี้ ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นทั้งกลุ่ม 1,058 ล้านหุ้น 52.4% จากเดิมที่ทั้งกลุ่มถือเพียง 21.92%

พอยึดบ้านคืนมาได้ ราคาหุ้น TPIPL ก็พุ่งขึ้นราวกับมีใบสั่ง

นอกจากนี้ยังคาดว่า ประชัย น่าจะเหลือเงินสดอีก ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่สามารถนำมา "ทุบ-เก็บ" หุ้น IRPC ได้อย่างสบาย

เพราะฉะนั้นการที่หุ้น IRPC วิ่งไม่ขึ้น ก็พอจะเดาออกว่าเป็นเพราะอะไร? ยิ่งถ้าผลประกอบการยังพิสูจน์ตัวมันเองไม่ได้ โอกาสที่ราคาจะไปไกลๆ ก็ยากเต็มที

-----------------------------------------------

จากคุณ : Biz week (Jack Wealth)   - [ 26 พ.ค. 50 17:21:17 A:124.120.147.159 X: ]
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #36 เมื่อ: 05-06-2007, 15:17 »

สรุปว่า TPI มันยังไงกันแน่หว่า
บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #37 เมื่อ: 05-06-2007, 16:08 »

สรุปว่า TPI มันยังไงกันแน่หว่า

อ่า เรื่องมันยาวครับ
สรุปว่าอะไรที่ควรทำ รัฐไม่ทำ อะไรไม่ควรทำ รัฐชอบทำจริงๆ
เป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ก็ยังเป็นอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #38 เมื่อ: 05-06-2007, 17:13 »

ลิงก์ที่อาลิ้มแปะพูดไว้

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000060561

“คุณสุรยุทธ์ ก่อนที่จะมาเป็นนายกฯ ก็รับปากอย่างดิบดี คุณสุรยุทธ์ กับคุณประชัย สนิทสนมกันมาก ร่วมมือกันที่จะโค่นล้มคุณทักษิณ พอคุณประชัยโค่นล้มคุณทักษิณ ก็เพราะว่าต้องการที่จะเอาทีพีไอคืน ผมไม่ตำหนิแก คุณสุรยุทธ์ ต้องการที่จะไล่คุณทักษิณ เพราะตัวเองต้องการเป็นนายกฯ แต่พอตัวเองเป็นนายกฯแล้ว คุณประชัย ก็เหมือนกับทุกยุคทุกสมัย ที่โดนถีบออกไปเหมือนเดิม “ 

ประโยคข้างต้นนี่ ไม่ทราบพูดออกมาได้อย่างไร ระวังจะกัดลิ้นตัวเอง 

ความคิดเห็นที่ 8 
 
 เมื่อวิทยุชุมชนคนรักประชาธิปไตย FM 92.25 อาจถือว่าเป็น 'คลื่นคนไม่รักทักษิณ' ที่เคยร้อนแรงและถูกกล่าวขวัญถึงเมื่อกลางปี 2547 กำลังจะกลายเป็น 'คลื่นคนไม่ชอบสุรยุทธ์' เข้าไปทุกวัน!

จากคุณ : คนคม

พวกที่ดู ASTVป่านนี้คงเกลียดสุรยุทธ์ เพิ่มขึ้นทุกที สาเหตุเพราะเชื่อลิ้มมากกว่าเชื่อมั่นในตัวเอง หรือไม่ก็เป็นพวกหูเบา ต่อแต่นี้ไป ใครจะมาเป็นนายกของไทย ต้องได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนก่อนอันดับแรก ขั้นต่อไป ต้องดูว่าตอบสนองสนธิลิ้มได้แค่ไหน ถ้าตอบสนองได้ดีถึงดีมาก จึงจะสอบผ่านการเป็นนายกของประเทศไทย ฉะนั้นแสดงว่าเสียงของประชาชนไม่สำคัญและยิ่งใหญ่เท่า เสียของ ลิ้มและหมาเนเจอร์ แล้วจะเลือกตั้งไปทำไม ใครอยากเป็นนายกก็ให้สนธิลิ้มมันแต่งตั้งเลย จะได้ไม่เสียและเปลืองงบประมาณของประเทศ ส่วนพวกเราก็ต้องทำใจยอมรับสภาพแบบนี้ไปอีกนานจนกว่าลิ้มและหมาเนเจอร์ ตายไป
คนคม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2007, 17:25 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 05-06-2007, 17:32 »

แป๊ะลิ้มน่ะเพิ่งมายุคหลังๆเองครับ .... เขาติดตามมาตั้งแต่ EP ปล้นไป ทักษิณเข้ามาปล้นต่อ เตรียมแต่งตัวรอขายทำกำไรต่อให้สิงคโปร์แล้ว

สรุป งานนี้ โจรคนแก่ปล้นโจรหน้าเหลี่ยม เพราะโจรหน้าเหลี่ยมปล้นแล้วกินคนเดียว โจรคนแก่ถูกเบียดตกขอบไปทุกทีๆ  คนซวยคือประชาชนสาระขัน

น่าภูมิใจกับประเทศนี้มากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2007, 17:35 โดย Trudeau's Disciple » บันทึกการเข้า

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #40 เมื่อ: 06-06-2007, 10:32 »

สรุปว่า TPI มันยังไงกันแน่หว่า

อ่า เรื่องมันยาวครับ
สรุปว่าอะไรที่ควรทำ รัฐไม่ทำ อะไรไม่ควรทำ รัฐชอบทำจริงๆ
เป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ก็ยังเป็นอยู่ครับ

เรื่องนี้มีทั้งคนคิดตรรกะมักง่าย กับคนที่คิดหวาดระแวงปะปนกัน 
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

หน้า: [1]
    กระโดดไป: