ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
22-09-2020, 12:48
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  คำวินิจฉัยตุลาการที่จะเป็นบรรทัดฐานแบบไทยๆ ให้อับอายต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
คำวินิจฉัยตุลาการที่จะเป็นบรรทัดฐานแบบไทยๆ ให้อับอายต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน  (อ่าน 5358 ครั้ง)
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #50 เมื่อ: 01-06-2007, 15:32 »

โง่บัดซบที่คิดว่าค่าปรับมีแต่โทษอาญาแล้วยังสะเออะจะมาแย้งไปเรียนหนังสือ
มาใหม่ไป๊ไอ้พวกหน้าโง่คิดว่าตัวเองฉลาด ค่าปรับทางแพ่งที่ผิดสัญญากับรัฐก็
มีตั้งหลายกรณีรวมถึงวิธีการคิดดอกเบี้ยด้วย เช่น เงินประกันตัวผู้ต้องหา รู้ไว้มั่ง
ถ้านำผู้ต้องหามาให้ตำรวจไม่ได้ก็เจอปรับเป็นแพ่งไม่ใช่อาญา

ถ้าคิดว่าประชาธิปไตยคือเลียบู๊ททหารก็ต่างจิตต่างใจคิดแบบไทยๆ ไม่สากล
ห้ามกันไม่ได้ถ้าอยากอยู่หลังเขา จะตีความแบบพม่าๆ แบบไทยๆ ยังไงก็เอา
เถอะ สากลเค้าไม่คิดว่าเผด็จการทหารเป็นประชาธิปไตยหรอก ไม่ต้องมาแสดง
โง่แถวนี้ก็ได้
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #51 เมื่อ: 01-06-2007, 15:35 »

เอาหน้าปกหนังสือมาให้ เศษเดนไทยรักไทย ไปหาอ่านแก้โง่ซะ มีปัญญาอ่านหรือเปล่าล่ะ โง่ อ่านแล้วหนัก เขา นะ จะบอกให้

บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #52 เมื่อ: 01-06-2007, 15:44 »

โง่บัดซบที่คิดว่าค่าปรับมีแต่โทษอาญาแล้วยังสะเออะจะมาแย้งไปเรียนหนังสือ
มาใหม่ไป๊ไอ้พวกหน้าโง่คิดว่าตัวเองฉลาด ค่าปรับทางแพ่งที่ผิดสัญญากับรัฐก็
มีตั้งหลายกรณีรวมถึงวิธีการคิดดอกเบี้ยด้วย เช่น เงินประกันตัวผู้ต้องหา รู้ไว้มั่ง
ถ้านำผู้ต้องหามาให้ตำรวจไม่ได้ก็เจอปรับเป็นแพ่งไม่ใช่อาญา

ถ้าคิดว่าประชาธิปไตยคือเลียบู๊ททหารก็ต่างจิตต่างใจคิดแบบไทยๆ ไม่สากล
ห้ามกันไม่ได้ถ้าอยากอยู่หลังเขา จะตีความแบบพม่าๆ แบบไทยๆ ยังไงก็เอา
เถอะ สากลเค้าไม่คิดว่าเผด็จการทหารเป็นประชาธิปไตยหรอก ไม่ต้องมาแสดง
โง่แถวนี้ก็ได้

ค่าปรับสินไหมทดแทน
ค่าปรับตามที่ระบุไว้ในนิติกรรมสัญญา
ค่าปรับจากการกระทำความผิดทางอาญา
...เหมือนกัน ?

โห...ฉลาดชิบ
 
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #53 เมื่อ: 01-06-2007, 16:05 »

โง่บัดซบที่คิดว่าค่าปรับมีแต่โทษอาญาแล้วยังสะเออะจะมาแย้งไปเรียนหนังสือ
มาใหม่ไป๊ไอ้พวกหน้าโง่คิดว่าตัวเองฉลาด ค่าปรับทางแพ่งที่ผิดสัญญากับรัฐก็
มีตั้งหลายกรณีรวมถึงวิธีการคิดดอกเบี้ยด้วย เช่น เงินประกันตัวผู้ต้องหา รู้ไว้มั่ง
ถ้านำผู้ต้องหามาให้ตำรวจไม่ได้ก็เจอปรับเป็นแพ่งไม่ใช่อาญา

ถ้าคิดว่าประชาธิปไตยคือเลียบู๊ททหารก็ต่างจิตต่างใจคิดแบบไทยๆ ไม่สากล
ห้ามกันไม่ได้ถ้าอยากอยู่หลังเขา จะตีความแบบพม่าๆ แบบไทยๆ ยังไงก็เอา
เถอะ สากลเค้าไม่คิดว่าเผด็จการทหารเป็นประชาธิปไตยหรอก ไม่ต้องมาแสดง
โง่แถวนี้ก็ได้

โอเคครับคุณชอบแถที่ว่ามีค่าปรับทางแพ่งด้วย

แล้วยังไงครับค่าปรับทางแพ่งซึ่งไม่ใช่โทษทางอาญาเขาจะเพิ่มค่าปรับย้อนหลัง
ได้ไหมล่ะครับ และถ้าหากเพิ่มได้ก็ตรงกับที่ตุลาการท่านวินิจฉัยว่า ถ้าไม่ใช่โทษ
ทางอาญาก็สามารถเพิ่มย้อนหลังได้อยู่ดี

เรื่องค่าปรับน่ะผมแซวเล่นๆ ต่อท้ายความเห็น แต่ประเด็นหลักที่ผมโพสไว้ก่อน
ตั้งยืดยาวตกลงคุณชอบเห็นด้วยโดยไม่โต้เถียงใช่ไหม ?

เวลาแย้งน่ะควรแย้งประเด็นหลักนะครับ ไม่ใช่แย้งคำห้อยท้ายที่ผมแซวเล่นๆ
เพราะถ้าไม่แย้งประเด็นหลักที่เป็นสาระสำคัญก็แพ้คดีนะครับ
 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ไม่ใช่โทษอาญาเพิ่มโทษย้อนหลังได้ ต่อไปคงมีเพิ่มค่าปรับย้อนหลังกันตะบี้ตะบัน

    ก็กฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนเฉพาะในโทษทางอาญาว่าจะเพิ่มโทษย้อนหลังไม่ได้
    และกรณีนี้ "ไม่ใช่" โทษทางอาญา  แต่มีผลให้กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
    ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็เหมือนกับกรณีการออกกฎหมาย
    กำหนดให้ผู้สมัคร สส. ต้องจบปริญญาตรี ซึ่งถือเป็นการกำหนดย้อนหลังจากที่บรรดา
    สส. ที่ไม่จบปริญญาตรี รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่ไม่จบปริญญาตรีทั้งหลายในขณะนั้น
    ต่างไม่สามารถสมัคร สส. ได้จากเดิมที่สามารถทำได้  ทำให้ผู้ที่ต้องการสมัคร สส.
    และยังไม่จบปริญญาตรีต้องไปเรียนต่อทั้งหมด เสมือนถูกให้เว้นวรรคทางการเมือง
    เป็นเวลาหลายปีเช่นเดียวกัน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2007, 16:24 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #54 เมื่อ: 01-06-2007, 16:15 »

ตัดคำพิพากษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้พอดี เอามาลงให้อ่านประกอบด้วยแล้วกัน

--------------------------------------------------------------------------------------------------
ประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 27 ลงวันที่ 30 กันยายน 2549 มีผลใช้บังคับย้อนหลังกับการกระทำอันเป็นเหตุยุบพรรคในคดีนี้หรือไม่

ข้อนี้ผู้ถูกร้องที่ 1 กล่าวอ้างว่า ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 27 ไม่มีผลใช้บังคับย้อนหลัง เนื่องจากประกาศฉบับดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้มีผลใช้บังคับย้อนหลัง ทั้งการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลในการใช้ สิทธิทางการเมืองซึ่งเป็นโทษทางการเมืองและมีความร้ายแรงกว่าโทษอาญาบาง ประเภท จึงต้องกำหนดไว้แน่นอนล่วงหน้า หากตีความว่าให้มีผลย้อนหลัง จะขัดกับหลักนิติรัฐและหลักการออกกฎหมายที่อารยประเทศทั่วโลกยึดถือ

พิจารณาแล้วเห็นว่า ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 27 ข้อ 3 บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอื่นที่ทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใด เพราะเหตุกระทำการต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น มีกำหนดห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบพรรค"

ประกาศฉบับดังกล่าวมี ผลใช้บังคับเมื่อ 30 กันยายน 2549 แต่การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสามอันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพรรคการเมือง พ.ศ.2549 เกิดขึ้นในช่วงเวลาภายหลังพระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ.2549 มีผลใช้บังคับคือเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 จนถึงวันที่ 2 เมษายน 2549 อันเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงมีปัญหาว่า ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พุทธศักราช 2549 ฉบับที่ 27 ข้อ 3 เป็นกฎหมายที่มีผลย้อนหลังเป็นผลร้ายแก่บุคคล ต้องห้ามมิให้ใช้บังคับหรือไม่

หลังการห้ามออกกฎหมายมีผลย้อนหลัง เป็นผลร้ายแก่บุคคลนั้น มีที่มาจากหลักการที่ว่า ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ แต่หลักการดังกล่าวใช้บังคับกับการกระทำอันเป็นความผิดอาญาเท่านั้น ดังที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 บัญญัติว่า "บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญา ต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและ กำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำผิดนั้น จะต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย" ซึ่งหลักการนี้ได้รับความคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในอดีต หลายฉบับ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 เป็นต้นมา

ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 27 ข้อ 3 ที่ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีกำหนดห้าปีนับ แต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบพรรค เพราะเหตุกระทำการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 66 นั้น แม้เป็นบทบัญญัติที่มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่กระทำการต้อง ห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 66 ก่อนที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับต้องรับผลร้ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากเดิมเพียงแต่ได้รับผลตามมาตรา 69 กล่าวคือ จะขอจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารของพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการขอจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ตามมาตรา 8 อีกไม่ได้เท่านั้น แต่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมิใช่โทษทางอาญา เป็นเพียงมาตรการทางกฎหมายที่เกิดจากผลของกฎหมายที่ให้อำนาจในการยุบพรรค การเมืองที่กระทำการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง พ.ศ.2541 เพื่อมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีโอกาสที่จะกระทำการอันเป็นการก่อให้เกิด ความเสียหายซ้ำอีกในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และแม้สิทธิเลือกตั้งเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนในสังคมที่มีการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตย แต่การมีกฎหมายกำหนดว่าบุคคลใดสมควรมีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้เหมาะสมแก่สภาพแห่งสังคม หรือเพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยในสังคมนั้นดำรงอยู่ย่อมมีได้ ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 27 ข้อ 3 จึงมีผลใช้บังคับย้อนหลังแก่การกระทำอันเป็นเหตุยุบพรรคในคดีนี้ได้ ข้อต่อสู้ของผู้ถูกร้องที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2007, 16:22 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Anthony
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 296



« ตอบ #55 เมื่อ: 01-06-2007, 16:39 »

อ๋อ หมายถึงคดีซุกหุ้นนะเหรอ ชอบแถ(อะไรจ๊ะ) พนง.ม.ชินวัตร

ใช่แล้วอัปยศสุดๆเลย ถึงลูกถึงหลานเลยแหละ ตัดสินวันเดียวกัน คนนึงผิด อีกคนดันไม่ผิด ทั้งที่ปกปิดทรัพย์สินเหมือนกัน

คดีผู้ว่า สตง.ด้วยใช่มะ
บันทึกการเข้า

ขอต่อต้านสื่อชั่วอย่าง ไทยรัฐ โลกวันนี้ และประชาทรรศน์

คนไทยจะฉลาดขึ้นต้องเลิกบริโภคสื่อในเครือเหล่านี้ทั้งหมด
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #56 เมื่อ: 01-06-2007, 16:41 »

คำวินิจฉัยตุลาการที่จะเป็นบรรทัดฐานแบบไทยๆ ให้อับอายชอบแถต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน

 
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #57 เมื่อ: 01-06-2007, 17:13 »

ไม่แปลกใจที่คนส่วนใหญ่ที่เวบนี้จะยอมรับว่า
อำนาจที่ยึดไปจากประชาชน โดยคณะรัฐประหาร
มีความ “ชอบธรรม”
แต่ไม่น่าเชื่อว่าเหล่าตุลาการ (ตลก.) จะยอมรับมาใช้ด้วย
รู้สึก “ผิดคาด” เช่นเดียวกับคุณจาตุรนต์
และนักกฏหมายอีกหลายท่าน

และสำหรับพวกชอบใช้คำ “ข่มขืน” ในการเปรียบเทียบ
ขอเสนอคำพูด อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล หลังฟังคำ “วินิจฉัย” *
ที่บอกว่า “คนข่มขืน” ให้มาตัดสินลงโทษ “คนลวนลาม”
เป็นธรรมหรือไม่?
หรือต่อไปนี้ “ผู้ใดมีดาบผู้นั้นก็เป็นใหญ่”
ใครมีอาวุธมากก็จงมายึดประเทศไทย
แล้วก็ยอมรับกัน
And we live happily ever after.
Only it doesn’t work that way.

* มิใช่ “พิพากษา” เพราะมิใช่ “ศาล”
กระทำการภายใต้พระปรมาภิไธย
เป็นเพียงคณะ ตลก. ที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งมา
เช่นเดียวกับ คตส. สนช. สสร. กมธ. ฯลฯ


ส่วนเรื่องออกกฏหมายเอาผิดได้ย้อนหลัง
หากยอมรับให้ใช้บังคับได้เป็น "บรรทัดฐาน"
พวกที่ทำผิด ฉีกรัฐธรรมนูญ และที่ร่วมกันก่อการอื่นใด
อันไม่เป็นธรรม ... จงระวังไว้ให้ดี
นิรโทษกรรม ถึงเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีความหมาย
เพราะสามารถออกกฏหมายที่ใหม่กว่ามายกเลิก
แล้วเอาผิดล้างผลาญกัน ย้อนหลังได้ทุกเวลา
ปรับสักแสนล้านเป็นไร มิใช่โทษอาญา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2007, 18:19 โดย snowflake » บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #58 เมื่อ: 01-06-2007, 17:15 »

คำวินิจฉัยตุลาการที่จะเป็นบรรทัดฐานแบบไทยๆ ให้อับอายชอบแถต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน

 


ชายฯว่าตอนนี้มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างน้อย 2 เรื่องคือ

สถานะของตุลาการที่แต่งตั้งโดยคมช.ที่ปราศจากการโปรดเกล้ามีความชอบธรรมและถูกต้องในทางกฏหมายหรือไม่?
และสอง การลงโทษ 111 คนขัดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานว่าด้วยเรื่องทางการเมืองกับสหประชาชาติหรือไม่?


อิ อิ....เกมส์แห่งอำนาจมันต้องดูหลายๆตอนถึงจะหนุกหนานฮ้า
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #59 เมื่อ: 01-06-2007, 17:32 »


ชายฯว่าตอนนี้มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างน้อย 2 เรื่องคือ

สถานะของตุลาการที่แต่งตั้งโดยคมช.ที่ปราศจากการโปรดเกล้ามีความชอบธรรมและถูกต้องในทางกฏหมายหรือไม่?
และสอง การลงโทษ 111 คนขัดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานว่าด้วยเรื่องทางการเมืองกับสหประชาชาติหรือไม่?


อิ อิ....เกมส์แห่งอำนาจมันต้องดูหลายๆตอนถึงจะหนุกหนานฮ้า


1. ตัดแปะนายประดาบในไฮท็อกซิณไปถวายฎีกาโน่น

2. คนโกงการเลือกตั้ง ก็ต้องโดนตัดสิทธิในการเลือกตั้ง


ลองดูดิ
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #60 เมื่อ: 01-06-2007, 17:39 »

ชายเหนือชาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,794



   
   
Yesss! ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วว่า 3 กกต. ไม่ผิด!!
« เมื่อ: 25-07-2006, 08:39 »
   
เริ่มโดย ชายเหนือชาย, ข้อความ โดย ชายเหนือชาย

ม่ะ ใครจะต่อรองราคาบ้าง?

พี่จ๊ะรองก่อนเลยว่า ท่าน 3 กกต. ไม่ผิด...ใครจะต่อให้บ้างอ่ะ?!?


พี่จ๊ะขอ make money หน่อยดี๊
ิ๊ 
ขอล็อกกระทู้เพื่อให้กระทู้ตกไป เนื่องจากเป็นกระทู้ที่ให้ข้อมูลตรงข้ามกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง
และขอแจ้งเตือนสมาชิกทุกท่าน โปรดระมัดระวังข้อมูลที่คาดเคลื่อนไม่ตรงกับความจริงในกระทู้นี้ด้วยครับ
/ Aloha007 : Global Moderator...

หลัง จากที่ ‘ฟ้าเปิด’ โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 15 ต.ค. เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติและให้มีการจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และ ยุติธรรม ส่งผลให้กระบวนการทางสังคมและการเมืองขับเคลื่อนไปได้อย่างถูกต้องอย่าง เป็นระบบต่อไป

และแล้ว momentum การแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมืองและสังคมก็ได้รับการขับเคลื่อน ต่อไปข้างหน้าเมื่อศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัย ‘ยกฟ้อง’ คดีที่นายถาวร ฟ้องร้อง 3 กกต. ในข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการมิชอบ รายละเอียดในคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว...ก็ไปติดตามเอาเองแล้วกันวันนี้หง่ะ



‘อะไรจ๊ะ’ ขอกระดิก feet จิบเบียร์เย็นๆหัวเราะเอิ๊กๆไปพลางๆก่อน...จะผิดมากมั้ยฮ่ะ!?!


กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก.......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-07-2006, 14:26 โดย Aloha007 »    แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
http://forum.serithai.net/index.php?topic=4588.msg63162;topicseen#msg63162




รู้สึกว่า อาจารย์จ๊ะ จะตีโจทย์ไม่แตก แต่ หน้าแตก บ่อยนะ   

...
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #61 เมื่อ: 01-06-2007, 19:20 »

ไหนๆ ก็ย้อนหลังกันได้
และมีจุดมุ่งหมายสูงส่ง
อยากทำให้การเมืองไทยใสสะอาด
ปราศจากการโกงเลือกตั้ง
ไยไม่ไปจัดการยุบพรรคและ
ตัดสิทธิย้อนหลังกรรมการบริหารพรรค
ที่มีนักเลือกตั้งได้ “ใบแดง” จากการโกงเลือกตั้ง
ในอดีต ทั้งหลายทั้งปวงให้หมดสิ้น

ชาวบ้านจะได้ไม่คิดสงสัยว่า
คณะ ตลก. และประกาศ คปค. นั้น
สร้างขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อเลือกปฏิบัติ
กำจัดศัตรูทางการเมืองบางคน บางพรรค
เช่นเดียวกับที่สงสัย คตส. เลือกทำเฉพาะบางคดี
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 01-06-2007, 19:30 »

ไหนๆ ก็ย้อนหลังกันได้
และมีจุดมุ่งหมายสูงส่ง
อยากทำให้การเมืองไทยใสสะอาด
ปราศจากการโกงเลือกตั้ง
ไยไม่ไปจัดการยุบพรรคและ
ตัดสิทธิย้อนหลังกรรมการบริหารพรรค
ที่มีนักเลือกตั้งได้ “ใบแดง” จากการโกงเลือกตั้ง
ในอดีต ทั้งหลายทั้งปวงให้หมดสิ้น

ชาวบ้านจะได้ไม่คิดสงสัยว่า
คณะ ตลก. และประกาศ คปค. นั้น
สร้างขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อเลือกปฏิบัติ
กำจัดศัตรูทางการเมืองบางคน บางพรรค
เช่นเดียวกับที่สงสัย คตส. เลือกทำเฉพาะบางคดี


เห็นเรื่องใดมีมูลก็เอามาโพสต์สิครับ พูดออกมาแล้วก็เป็นหน้าที่ด้วยแล้ว

อย่างคดีคลองด่านก็เห็นสอบสวนกันอยู่
บันทึกการเข้า

Body&Soul
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 370



« ตอบ #63 เมื่อ: 01-06-2007, 19:31 »

ใจคอน้องโนว์เฟะ จะให้ไปขุดกระดูกในป่าช้ามาเชียวหรือ

เอาเฉพาะที่เห็นๆก่อน แล้วต่อไปก็เข็ดหลาบกันเอง

อย่ามามั่วสิคร๊าบบ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #64 เมื่อ: 01-06-2007, 19:38 »

ชายเหนือชาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,794





   
   
Yesss! ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วว่า 3 กกต. ไม่ผิด!!
« เมื่อ: 25-07-2006, 08:39 »
   
เริ่มโดย ชายเหนือชาย, ข้อความ โดย ชายเหนือชาย

ม่ะ ใครจะต่อรองราคาบ้าง?

พี่จ๊ะรองก่อนเลยว่า ท่าน 3 กกต. ไม่ผิด...ใครจะต่อให้บ้างอ่ะ?!?


พี่จ๊ะขอ make money หน่อยดี๊
ิ๊ 
ขอล็อกกระทู้เพื่อให้กระทู้ตกไป เนื่องจากเป็นกระทู้ที่ให้ข้อมูลตรงข้ามกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง
และขอแจ้งเตือนสมาชิกทุกท่าน โปรดระมัดระวังข้อมูลที่คาดเคลื่อนไม่ตรงกับความจริงในกระทู้นี้ด้วยครับ
/ Aloha007 : Global Moderator...

หลัง จากที่ ‘ฟ้าเปิด’ โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 15 ต.ค. เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติและให้มีการจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และ ยุติธรรม ส่งผลให้กระบวนการทางสังคมและการเมืองขับเคลื่อนไปได้อย่างถูกต้องอย่าง เป็นระบบต่อไป

และแล้ว momentum การแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมืองและสังคมก็ได้รับการขับเคลื่อน ต่อไปข้างหน้าเมื่อศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัย ‘ยกฟ้อง’ คดีที่นายถาวร ฟ้องร้อง 3 กกต. ในข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการมิชอบ รายละเอียดในคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว...ก็ไปติดตามเอาเองแล้วกันวันนี้หง่ะ



‘อะไรจ๊ะ’ ขอกระดิก feet จิบเบียร์เย็นๆหัวเราะเอิ๊กๆไปพลางๆก่อน...จะผิดมากมั้ยฮ่ะ!?!


กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก.......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-07-2006, 14:26 โดย Aloha007 »    แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
http://forum.serithai.net/index.php?topic=4588.msg63162;topicseen#msg63162




รู้สึกว่า อาจารย์จ๊ะ จะตีโจทย์ไม่แตก แต่ หน้าแตก บ่อยนะ   

...


โห........น้าสมชาย เอาใบเสร็จมาโชว์ เลยหรือนี่

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2007, 19:58 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #65 เมื่อ: 01-06-2007, 19:59 »

ไหนๆ ก็ย้อนหลังกันได้
และมีจุดมุ่งหมายสูงส่ง
อยากทำให้การเมืองไทยใสสะอาด
ปราศจากการโกงเลือกตั้ง
ไยไม่ไปจัดการยุบพรรคและ
ตัดสิทธิย้อนหลังกรรมการบริหารพรรค
ที่มีนักเลือกตั้งได้ “ใบแดง” จากการโกงเลือกตั้ง
ในอดีต ทั้งหลายทั้งปวงให้หมดสิ้น

ชาวบ้านจะได้ไม่คิดสงสัยว่า
คณะ ตลก. และประกาศ คปค. นั้น
สร้างขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อเลือกปฏิบัติ
กำจัดศัตรูทางการเมืองบางคน บางพรรค
เช่นเดียวกับที่สงสัย คตส. เลือกทำเฉพาะบางคดี


ออกแนวเกะกะระรานนะเนี่ย 

จบอะไรมาล่ะเนี่ยถึงรู้ดีจัง  ขนาดศาลตัดสินยังบอกว่า ศาลผิด

จบจากโรงเรียนสารพัดวิชาหรือเปล่า  เก่งไปหมด

สารพัดวิชา กับ จับฉ่ายวิชา นี่มันคล้ายๆกันหรือเปล่านะ


บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
เหยี่ยวพิฆาต
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 234



« ตอบ #66 เมื่อ: 01-06-2007, 20:58 »

เรื่องกฎหมายย้อนหลังก็มีบางฉบับประกาศใช้อยู่ก่อนนานแล้ว อย่างพรบ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินที่ประกาศใช้ มีผลย้อนหลังนะครับ แถมยังอายัด ยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดได้อีกด้วย ทำไมไม่เห็นแถเอามาประท้วงบ้างครับ

แล้วกฎหมายอาญาก็ยังมีผลย้อนหลังได้นะครับ แต่เฉพาะในกรณีที่เป็นคุณ อย่างสมมุติว่าวันนี้แถไปฆ่าคนตายติดคุก10ปี ระหว่างจำคุกมีพรบ.ออกมายกเลิกกฎหมายอาญาเรื่องการฆ่าคนไม่ผิด แถก็จะได้รับคุณแห่งการยกเลิกกฎหมายเรื่องการฆ่าคน ส่งผลให้แถต้องถูกปล่อยตัวทันที(สมมุตินะครับ เพื่อให้เห็นผลย้อนหลังของข้อกฎหมาย) ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ถ้าไม่ใช่หลักกฎหมายอาญา รัฐอาจออกกฎหมายย้อนหลังได้หากเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อความมั่นคงของรัฐครับ

ข้ออื่นๆรอคนอื่นมาตอบละกันนะ

โบราณท่านว่า "อย่าสีซอ ให้ควายฟัง"
บันทึกการเข้า
เหยี่ยวพิฆาต
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 234



« ตอบ #67 เมื่อ: 01-06-2007, 21:04 »

ไหนๆ ก็ย้อนหลังกันได้
และมีจุดมุ่งหมายสูงส่ง
อยากทำให้การเมืองไทยใสสะอาด
ปราศจากการโกงเลือกตั้ง
ไยไม่ไปจัดการยุบพรรคและ
ตัดสิทธิย้อนหลังกรรมการบริหารพรรค
ที่มีนักเลือกตั้งได้ “ใบแดง” จากการโกงเลือกตั้ง
ในอดีต ทั้งหลายทั้งปวงให้หมดสิ้น

ชาวบ้านจะได้ไม่คิดสงสัยว่า
คณะ ตลก. และประกาศ คปค. นั้น
สร้างขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อเลือกปฏิบัติ
กำจัดศัตรูทางการเมืองบางคน บางพรรค
เช่นเดียวกับที่สงสัย คตส. เลือกทำเฉพาะบางคดี


ไอ้พวกที่ออกใบแดง ต่างก็ติดคุกกันไปถ้วนทั่ว ด้วยพฤติกรรมที่ผ่านมา
ตกลงการออกใบแดงเป็นพฤติกรรมที่น่าเชื่อถือหรือไม่
บันทึกการเข้า
truly
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 253


« ตอบ #68 เมื่อ: 01-06-2007, 22:56 »

ชายเหนือชาย
ขาประจำขั้นที่ 3

 ออฟไลน์

กระทู้: 3,794


 
   
Re: คำวินิจฉัยตุลาการที่จะเป็นบรรทัดฐานแบบไทยๆ ให้อับอายต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน
? ตอบ #45 เมื่อ: วันนี้ เวลา 13:37 ?
อ้างถึง
อ้างจาก: truly ที่ วันนี้ เวลา 12:47
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ในสายตาของสุนัขย่อมมองเห็นเจ้านายที่ให้ข้าวให้น้ำตัวเองดีกว่าคนอื่นอยู่แล้ว
ใครจะมาทำร้ายนาย ก็ต้องปกป้องไว้ก่อน เพราะสุนัขมันไม่รู้หรอกว่านายมันเป็นคนดีหรือไม่ดีอย่างไร
อย่างนี้ผมถือว่าเป็นสุนัขที่มีมาตรฐานสูง 
-------------------------------------------------
เรื่องของหมาๆ...ชายฯไม่ทราบดีเท่าคุณtruly อันนี้ขอยอมรับคร้าคุณพี่ขา
-------------------------------------------------

หมาไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับคัวเองหรอกครับ
คนเลี้ยงจะรู้ดีกว่า....


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล     บันทึกการเข้า
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #69 เมื่อ: 02-06-2007, 21:30 »

วันที่ 31 พฤกษภาคม 2550.............
คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก สงบเสงี่ยมไปหนึ่งวัน
เพราะ"ใบบอก"ที่มีอยู่นั้น "ล้าสมัย"...
ไม่ทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเย็นวันที่ 30 พฤกษภาคม 2550


เมื่อ"ใบบอก"ฉบับใหม่ออกมา พร้อมคำสั่งการให้ คนรักเหลี่ยมฯ สู้ ๆ ๆ
คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก จึงเข้ามาในเว็บเสรีไทยใหม่...

แม้ว่าจะยังเจ็บใจ ยังปวดใจไม่หาย
ที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ 9 ท่าน ไม่เห็น"คุณงามความดี"ของเหลี่ยมฯเลย

1-2 วันนี้คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตกเข้ามาตั้งกระทู้เพื่อทำลายชื่อเสียง ศรัทธา
ของตุลาการรัฐธรรมนูญที่"ยุบพรรคไทยรักไทย" และ ลงโทษกรรมการพรรคฯ 111 คน....


เกิดเป็นคนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก ก็ดีไปแปดอย่าง
มีสมาชิกเสรีไทยที่"รู้ทัน"เหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก
และเข้าใจคำชี้แจงของตุลาการรัฐธรรมนูญ "เมตตา" ชี้แจง
อธิบายให้คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก ไม่ให้เห็น"กงจักร เป็นดอกบัว"...

แต่สมาชิกเสรีไทยคงเข้าใจแล้วว่า คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตกเป็นพวก"อเวไนยสัตว์"...



ถ้าสมาชิก"เสรีไทยเว็บบอร์ด" มัวแต่คอยตอบคำถามของคนรักทักษิณ จะพลาดโอกาส.........

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
dantri
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 84


« ตอบ #70 เมื่อ: 03-06-2007, 01:37 »

คงจะมีแต่พวกคนชั่วคนเลวเท่านั้นที่รู้สึกอับอาย  แน่ล่ะคนพวกนี้จะไม่อายก็ต่อเมื่อทำเลว อย่างพวกทักษิณหรือพวกที่โง่รักทักษิณไง ดูจากชอบแถ อะไรจ๊ะก็รู้แล้ว สนับสนุนคนเลวได้ไม่อับอายใครจริงๆ  55555
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #71 เมื่อ: 03-06-2007, 15:56 »

คำวินิจฉัยตุลาการที่จะเป็นบรรทัดฐานแบบไทยๆ ให้อับอายต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน 
คุณชอบแถคงเห็นว่าคนอื่นๆ มีความคิดเห็นแตกต่างกับคุณชอบแถมากทีเดียว ถ้าจะคิดว่า"นานาจิตตัง"ก็ได้.......


ด้วยพื้นฐานคนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตกของคุณชอบแถ
ย่อมไม่มีความคิดว่าการวินิจฉัยของตุลการรัฐธรรมนูญคราวนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่ดี
เป็นแบบอย่างให้นักธุรกิจการเมืองไทย"เตือนใจ" และ "ระมัดระวัง"
ไม่ละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อจะได้เอารัดเอาเปรียบ"วิธีการ"เพื่อจะได้มีอำนาจบริหารประเทศต่อไป...


ปล. ลูกหลานกรรมการพรรคไทยรักไทยที่มีจิตสำนึก มีคุณธรรม และ จริยธรรม น่าจะละอายที่พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ของเขา ไม่ห้ามปรามกรรมการฯคนอื่น ๆ ประพฤติชั่ว และ "รอรับ"ผลประโยชน์ ถ้าไม่ถูกจับได้.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #72 เมื่อ: 03-06-2007, 17:30 »

จริงๆ หัวกระทู้ น่าจะเป็น

"คำวินิจฉัยตุลาการที่จะเป็นบรรทัดฐานแบบไทยๆ ที่จะทำให้ คนไทยรักไทยให้อับอายต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน "
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #73 เมื่อ: 03-06-2007, 21:48 »

จริงๆ หัวกระทู้ น่าจะเป็น

"คำวินิจฉัยตุลาการที่จะเป็นบรรทัดฐานแบบไทยๆ ที่จะทำให้ คนไทยรักไทยให้อับอายต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน "



พศ.นี้ ศาลไทยได้รับการรับรองจากนานาชาติ
ชาวต่างชาติที่ทำผิดกฏหมายไทย จึงยอมรับการพิพากษาโทษในประเทศไทย....
จะส่งตัวกลับในกรณีมีสัญญาแลกตัวนักโทษกัน.....


ดังนั้นมาตราฐานศาลไทยเที่ยงตรงและยุติธรรมแบบสากล ไม่ใช่"แบบไทย ๆ" ที่คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก บิดเบือน เพื่อไม่ให้ศรัทธาเชื่อคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ......

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #74 เมื่อ: 03-06-2007, 22:21 »

ประกาศคณะรัฐประหาร ในรูปคำวินิจฉัย

ไทยโพสต์ 3 มิถุนายน 2550

"เป็นการตีความโดยเอาอำนาจเป็นที่ตั้ง หรือเอาอำนาจเป็นธรรม
ไม่ใช่เอาธรรมเป็นอำนาจ"


วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ไม่ได้เอาผลทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง แต่เขาวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัย
ด้วยหลักกฎหมายล้วนๆ ว่า "ผมเห็นว่านี่เป็นประกาศคณะรัฐประหารในรูปของคำวินิจฉัย"

"วันที่อ่านคำวินิจฉัยผมไม่ได้อยู่ฟังจนจบหรอก หลับไปก่อน เพราะตอนที่เขาประกาศ
คำวินิจฉัยยุบพรรคเล็กประมาณหกโมง โดยตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค
5 ปี โดย sense ผมก็รู้สึกว่าไทยรักไทยน่าจะถูกยุบโดยเอาโทษ 5 ปีมาใช้ด้วย ผม
กลับบ้าน แล้ว 3-4 ทุ่มก็หลับ เช้ามาฟังผลก็ไม่ผิดความคาดหมาย"

ทำไมถึงเรียกว่าประกาศคณะรัฐประหารในรูปของคำวินิจฉัย
"ความจริงตอนยึดอำนาจ 19 ก.ย. คณะรัฐประหารมีอำนาจในมือที่จะยกเลิกกฎหมาย
พรรคการเมือง และยุบพรรคได้ ในอดีตที่มีการยึดอำนาจบางช่วงบางยุคเขาก็ยุบพรรค
ไปเลย แต่ คปค. ไม่ทำ เขาอาจจะไม่แน่ใจว่าการใช้อำนาจอย่างนั้นเป็นที่ยอมรับได้
ไหม จึงต้องมาสร้างคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งไม่เคยมีมา
ก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวโดยปกติไม่มี
หลักประกันสิทธิเสรีภาพอะไรมาก ไม่จำเป็นต้องมีองค์กรมาคุ้มครองกฎหมายรัฐธรรมนูญ
เมื่อเห็นรัฐธรรมนูญชั่วคราวมีการโอนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญมาให้คณะตุลาการรัฐ-
ธรรมนูญ ผมก็ทราบแล้วว่าภารกิจหลักคือการวินิจฉัยคดียุบพรรค
อ่านออกตั้งแต่ทำรัฐ-
ธรรมนูญชั่วคราวแล้ว ฉะนั้นถ้าจะพูดกันทางการเมือง เขาอาจยุบพรรคได้แต่เขาเลือก
ใช้กลไกทางรัฐธรรมนูญเพื่อให้ดูว่ามีความชอบธรรม เพราะฉะนั้นในแง่มุมหนึ่ง ถือว่า
การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. จบลงอย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 30 พ.ค.
"

วรเจตน์เป็นผู้เขียนบทความคัดค้านประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 มาตั้งแต่เดือนตุลาคม
ว่าขัดต่อหลักกฎหมายที่มีผลลงโทษย้อนหลัง

"ผมเห็นว่าคำวินิจฉัยยุบพรรคการเมือง ไม่เจาะจงพรรคไทยรักไทย แต่ 4 พรรคพร้อมๆ
กัน โดยเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค 5 ปี เป็นการวินิจฉัยที่ผิด
"

"เราเรียนกฎหมายตั้งแต่เป็นนักศึกษาปีหนึ่ง สิ่งแรกที่ต้องเรียนคือขอบเขตการใช้บังคับ
ของกฎหมายว่า กฎหมายนั้นจะมีขอบเขตการใช้บังคับในแง่เวลา ในแง่บุคคล และในแง่
ของดินแดนหรือพื้นที่
3 เรื่องนี้เป็นข้อจำกัดในการใช้กฎหมาย
ในแง่บุคคล คือ ใครบ้างตกอยู่ใต้บังคับของกฎหมาย
ในแง่ดินแดน อำนาจกฎหมายขยายไปถึงส่วนไหน
ในแง่เวลา คือ กฎหมายนั้นจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศ เว้นแต่จะกำหนดวันบังคับ
ใช้อย่างอื่น เช่น บางกรณีให้ใช้ย้อนหลัง บางกรณีกำหนดให้ใช้ในอนาคตเวลาใดเวลา
หนึ่ง"

"ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ใช้บังคับย้อนหลัง มีหลักสำคัญอันหนึ่งว่า การออกกฎ-
หมายย้อนหลังเป็นผลร้ายกับบุคคล ทำไม่ได้ ออกกฎหมายย้อนหลังไปใช้บังคับการ
กระทำที่จบไปแล้ว ผู้กระทำไม่มีโอกาสทำเป็นอย่างอื่นแล้ว ทำไม่ได้ เพราะมันฝืนเหตุ-
ผลสามัญสำนึกธรรมดา ยกตัวอย่าง เช่น กำหนดความผิดทางวินัยเอาไว้  ถ้าทำความ
ผิดทางวินัย ต้องได้รับโทษตัดเงินเดือน สมมติผู้พิพากษาคนหนึ่งเขาทำผิดไปแล้ว อยู่
ในระหว่างสอบสวน จะไปออกกฎหมายให้ความผิดที่ทำไปแล้วนั้น ที่ยังไม่ตัดสิน ให้ถือ
ว่าถ้าถูกลงโทษจะต้องงดบำเหน็จบำนาญตลอดชีวิต อย่างนี้ทำไม่ได้ ใช้บังคับไม่ได้
เพราะคนทำผิด ในเวลาทำ เขารู้แต่ว่าโทษเท่าไหร่ มากำหนดเพิ่มโทษมีลักษณะย้อน
หลังไม่ได้ อันนี้เป็นความรู้เบื้องต้นกฎหมายทั่วไป นักศึกษาที่เรียนปีหนึ่งต้องทราบ"

"แต่ในประเทศไทยมีการสอนกัน-นักกฎหมายไทยค่อนข้างยึดติดตัวอักษร มักจะท่องจำ
กันว่า การห้ามใช้กฎหมายย้อนหลังเป็นผลร้ายต่อบุคคล ห้ามเฉพาะโทษอาญา นี่เป็นสิ่ง
ที่นักกฎหมายไทยท่องกัน หลายคนเลยเข้าใจว่า ถ้าเขียนกฎหมายย้อนหลังเป็นผลร้าย
ต่อบุคคล แต่ไม่ใช่โทษอาญา ก็ทำได้หมด ซึ่งต้องถือเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะมันมี
ผลร้ายบางอย่างที่อาจจะรุนแรงกว่าโทษทางอาญา"

"ผมเขียนบทความยกตัวอย่างให้เห็นชัด และยังไม่เห็นใครตอบโต้ประเด็นนี้ได้เลยว่า
การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี หรือการออกกฎหมายภาษีย้อนหลัง กลับไปเก็บภาษี
1 ล้านบาท ทั้งที่ในเวลากระทำยังไม่มีกฎหมายดังกล่าว มันรุนแรงกว่าโทษปรับ 500
บาท เราบอกว่าโทษปรับ 500 บาทออกกฎหมายย้อนหลังไม่ได้ เพราะเป็นโทษอาญา
แต่เรากำลังจะรับกันว่า การเพิกถอนสิทธิ 5 ปี หรือกลับไปเก็บภาษี 1 ล้าน ไม่ใช่โทษ
อาญาทำได้ ไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน ผมจึงมีความเห็นว่าประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 มันใช้
บังคับไม่ได้"

วรเจตน์บอกว่ากฎหมายแพ่งเคยมีบางกรณีที่ออกกฎหมายย้อนหลัง แต่จะต้องมีการ
ชดเชย หรือมีมาตรการกำกับ

"การออกกฎหมายย้อนหลังทำได้ ถ้าเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แต่ต้องมี
หลักบังคับ อาจจะมีความจำเป็นบางเรื่อง แต่ต้องไม่กระเทือนหลักความยุติธรรมและ
ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ถ้าอย่างนั้นทำได้บางกรณี เรื่องทางแพ่งอาจเถียง
กันได้บางเรื่อง แต่ตัดสิทธิบุคคลชัดเจนทำไม่ได้ ซึ่งการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นโทษ
รุนแรงมาก ผมใช่คำว่าเป็นการพรากความเป็นพลเมืองไปจากบุคคล
"

"กรณีที่ตัดสินไป จริงๆ ประกาศ คปค. 27 ก็ไม่ได้เขียนว่าใช้บังคับตั้งแต่เมื่อใด เมื่อ
ไม่เขียน การตีความตามหลักธรรมดา ก็ต้องถือว่าใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศ - ถ้ามัน
ใช้บังคับได้นะ แต่ผมถือว่าใช้บังคับไม่ได้อยู่แล้ว แต่เอาละ แม้ใครบอกว่าใช้บังคับได้
ก็ต้องมีผลตั้งแต่วันประกาศ เพราะฉะนั้นอะไรที่มันเกิดก่อน ก็ใช้บังคับไม่ได้ เพราะการ
กระทำมันเกิดก่อนที่จะประกาศ"

"การที่ตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเพียงผลในทางกฎ-
หมาย ที่เกิดขึ้นตามมาจากการยุบพรรค จึงเป็นการวินิจฉัยที่ฟังไม่ขึ้น เป็นการวินิจฉัย
ซึ่งขัดกับหลักเหตุผลและมโนสำนึกตามหลักปกติธรรมดาทั่วไป ทั้งนี้เพื่อจะทำให้การ
เพิกถอนมีผลทางกฎหมายตามความต้องการของผู้เขียนประกาศ คปค. เป็นการตีความ
ซึ่งคนธรรมดาสามัญไม่อาจเข้าใจได้เลย"

"การใช้และการตีความกฎหมายในลักษณะนี้ มีผลเป็นการทำลายหลักการในทางนิติ-
ศาสตร์ลง เพราะเป็นการตีความโดยเอาอำนาจเป็นที่ตั้ง หรือเอาอำนาจเป็นธรรม ไม่ใช่
เอาธรรมเป็นอำนาจ
ผลร้ายคือต่อไปวันข้างหน้า ถ้าจะมีใครสักคนที่มีอำนาจ แล้วออก
กฎหมายอย่างนี้ เขาก็ย่อมจะต้องทำได้เหมือนกัน และถ้าออกกฎหมายอย่างนี้มาใช้
บังคับกับคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการก็จะเอาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้ มันทำให้
กฎหมายกลายเป็นเรื่องที่ใครมีอำนาจเขียนอะไรออกมาก็เป็นกฎหมายไปหมด
ซึ่งจะทำ
ให้ไม่สามารถเรียนและสอนวิชานิติศาสตร์ได้"

วรเจตน์บอกอีกว่าถ้ายึดหลักอย่างนี้ โทษอื่นๆ ที่มีผลร้ายกว่าคดีอาญาอีกเยอะ สมมติ
เช่น โทษทางวินัย งดบำเหน็จบำนาญ ไล่ออกจากราชการ การเก็บภาษี ค่าปรับ ค่า
ธรรมเนียมในทางปกครอง ซึ่งไม่ใช่โทษทางอาญา ก็จะเขียนกฎหมายย้อนหลังกันได้
หมด มีผลต่อความมั่นคงในสิทธิและหน้าที่ของบุคคล


"เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นเรื่องซึ่งนักกฎหมายทุกคนจะต้องร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์"

คนกับพรรค
วรเจตน์ยังไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมืองโดยเอาความผิดของกรรมการบริหารพรรค
ส่วนหนึ่งเป็นเหตุแห่งการยุบพรรค

"ปัญหาที่ต้องพูดกันคือการจะยุบพรรคการเมืองได้ การกระทำนั้นต้องเป็นการกระทำที่
ถือเป็นของพรรคได้ หรืออนุมานได้ว่าเป็นการกระทำของพรรค อย่างน้อยที่สุด กรรมการ
บริหารพรรคจะต้องรับทราบ รับรู้ แล้วก็ไม่ได้ขัดขวางการกระทำอันนั้น แต่ว่าแน่นอน ไม่
จำเป็นจะต้องถึงขนาดพรรคต้องมีมติ คำวินิจฉัยประเด็นนี้ถูกแล้ว เพราะเป็นไปไม่ได้ที่
พรรคจะมีมติให้กระทำผิดกฎหมาย แต่อย่างน้อยกรรมการบริหารคนอื่นๆ ต้องรู้ ต้องทราบ
เพื่อจะโยงไปได้ว่าการกระทำนั้นเป็นการกระทำของพรรค"

"การกระทำของส่วนใดส่วนหนึ่งของกรรมการบริหารพรรค ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า
กรรมการบริหารคนอื่นรับรู้ รับทราบ และยินยอมด้วยโดยปริยาย จะถือเป็นการกระทำ
ของพรรคการมืองไม่ได้ ก็ต้องถือเป็นการกระทำของบุคคลผู้นั้นเฉพาะตัว ถึงแม้การ
กระทำนั้น พรรคการเมืองอาจจะได้ประโยชน์ก็ตาม เพราะหากไปเชื่อมโยงการกระทำ
ของบุคคลคนใดคนหนึ่ง หรือของกรรมการบริหารพรรคส่วนใดส่วนหนึ่ง ว่าเป็นการกระทำ
ของพรรค เราอาจจะยุบพรรคการเมืองได้ทุกพรรค และอาจจะยุบได้ทุกวัน"

"การวินิจฉัยอย่างนี้ต้องถือว่า ไม่เป็นธรรมกับกรรมการบริหารพรรคที่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็น
ด้วย ไม่เป็นธรรมกับสมาชิกของพรรคการเมือง แล้วก็เป็นการวินิจฉัยที่มีผลทำลายเสรี-
ภาพในการรวมตัวกันจัดตั้งพรรคการเมืองด้วย
"

วรเจตน์บอกว่านี่เขายังไม่ได้ลงในข้อเท็จจริง ว่าคนของไทยรักไทยทำผิดจริงหรือไม่
"แต่ถึง พล.อ.ธรรมรักษ์ทำผิดจริง ในแง่มุมนั้นก็ยังไม่สามารถเห็นได้ว่าเป็นการกระทำ
ซึ่งกรรมการบริหารพรรครับรู้และยินยอมด้วยโดยปริยาย ไม่เห็นในคำวินิจฉัย หรืออย่าง
น้อยก็ยังไม่ชัดเจนในประเด็นนี้"

"ผมเรียนต่อด้วยว่ายังมีความเข้าใจผิดๆ ในหมู่ของบุคคลซึ่งมีอำนาจและดำรงตำแหน่ง
ในองค์กรอิสระบางคน ที่จะผลักดันให้มีการออกกฎหมายว่า ถ้าผู้สมัครส.ส.พรรคใดซื้อ
เสียงใ ห้ยุบพรรคการเมืองนั้น อันนี้เป็นทิศทางที่ผิดในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย
เพราะการกระทำในลักษณะเช่นนี้ ถ้ากรรมการบริหารพรรคไม่รู้ด้วย ก็ต้องถือเป็นความ
ผิดตัวบุคคล ต้องดำเนินการกับผู้นั้น"

ในต่างประเทศมียุบพรรคไหม
"การยุบพรรคการเมืองตามหลักสากล ทำได้กรณีเดียวคือ กรณีที่อุดมการณ์ของพรรค
การเมืองพรรคนั้นเป็นปฏิปักษ์หรือเป็นศัตรูต่อระบอบประชาธิปไตย กรณีอื่นๆ ไม่ใช่เหตุ
ของการยุบพรรคการเมือง ระบอบประชาธิปไตยจะใจกว้างให้พรรคการเมืองนั้นดำรงอยู่
ได้ เพราะพรรคจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับอำนาจในทางนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้น
การยุบพรรคจึงเกิดขึ้นค่อนข้างยาก"

เลอะกันต่อไป?
วรเจตน์ต่างจากปริญญาตรงที่เน้นว่า อันตรายจะเกิดกับระบบกฎหมาย
"ถ้าดูจากการทำรัฐประหาร 19 ก.ย. เป็นต้นมา การตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นในรัฐ-
ธรรมนูญชั่วคราว ดูจากการออกประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 ก็พอจะเห็นว่าการยุบพรรค
มันเป็นทิศทางซึ่งเป็นเรื่องในทางการเมืองแท้ๆ"

"ผมเคยพูดเสมอว่าเมื่อใดที่ใช้อำนาจทางกฎหมายเข้าจัดการกับปัญหาทางการเมือง
อำนาจในทางกฎหมายนั้นจะมีข้อจำกัดในตัวของมัน การที่อำนาจในทางกฎหมายมีข้อ
จำกัดในตัวนั้น มีข้อดีตรงที่เมื่อใช้แล้วจะทำให้คนเกิดความเชื่อถือ เพราะมีหลักมีฐาน
มีเหตุมีผล ซึ่งเป็นจุดอ่อนของการใช้อำนาจในทางการเมือง ฉะนั้นอำนาจทางกฎหมาย
มีข้อจำกัดคือทำไม่ได้ในบางเรื่อง แต่มีจุดแข็งคือสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อตัดสินไปแล้ว
เกิดสันติสุขในระบบกฎหมายขึ้น"

"แต่ถ้าการใช้อำนาจในทางกฎหมายนั้นไม่ได้เป็นการใช้อำนาจซึ่งเป็นไปตามหลักของ
เหตุผล เป็นการใช้อำนาจในทางกฎหมายแบบเดียวกับอำนาจทางการเมือง อันตรายก็
จะบังเกิดขึ้นกับระบบกฎหมาย เพราะในที่สุดแล้ว คนก็จะไม่ให้ความเชื่อถือในกฎหมาย

คนก็จะคิดว่ากฎหมายไม่ใช่เรื่องของเหตุผล แต่เป็นเรื่องของอำนาจ จึงไม่ต้องสนใจเหตุ-
ผล แต่สนใจเพียงว่าใครมีอำนาจ และที่สุดแล้วก็จะไม่เกิดการยอมรับ แล้วระบบกฎหมาย
ทั้งระบบก็จะดำรงอยู่ไม่ได้ หรือหากดำรงอยู่ได้ ก็อาจจะดำรงอยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรี คนก็
จะถูกกดให้ต้องฟัง แต่จะไม่ใช่การยอมรับจากห้วงลึกของจิตใจ ง่ายๆ คือยอมรับเพราะ
ถูกกดให้ยอมรับ เพราะอำนาจกดอยู่ แต่ไม่ได้ยอมรับเพราะเชื่อว่านั่นเป็นสิ่งที่ยุติธรรม
หรือสิ่งที่ถูกต้อง
นี่คือปัญหาใหญ่ในสายตาผม นี่คือปัญหาที่กำลังเกาะกินระบบกฎหมาย
ของเรา"

"แต่อย่างน้อยผมก็ขอคารวะตุลาการ 3 ท่านที่ยืนยันว่าการเพิกถอนสิทธิทางการเมือง
5 ปีนำมาใช้ย้อนหลังไม่ได้"

"ผมคาดหมายว่าต่อไปก็จะมีการต่อรองทางการเมือง (พูดก่อนประธาน คมช. เสนอ
นิรโทษกรรม) ที่อาจจะทำให้เกิดการนิรโทษกรรมให้กับบุคคลบางคนใน 111 คน
อาจจะเกิดการต่อรอง เพิกถอนไม่ถึง 5 ปีได้ไหม คือจะใช้อำนาจทางกฎหมายมาบอก
ว่านิรโทษกรรมให้บางคนไป"

นั่นอาจจะแก้ปัญหาทางการเมืองได้ แต่แก้ปัญหาของระบบกฎหมายไม่ได้
"ความไม่มีหลักทางกฎหมายจะเกิดขึ้นต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังไม่
หยุดเลย ก็จะกลายเป็นการแก้ปัญหาแบบไทยๆ ไป มันไม่ใช่เรื่องกฎหมาย มันเป็นเรื่อง
อำนาจล้วนๆ แต่มาใช้อำนาจในเสื้อคลุมของกฎหมาย มันก็จะทำลายระบบกฎหมายไป
เรื่อยๆ"

ออกกฎหมายนิรโทษกรรมได้ไหม
เขาเห็นว่าถ้าจะทำจริงก็ทำได้ แต่เป็นปัญหาทางหลักวิชา
"ในทางทฤษฎี กำลังอำนาจของตุลาการรัฐธรรมนูญเกิดจากรัฐธรรมนูญโดยตรง ฉะนั้น
ถ้าทำอะไรต้องแก้รัฐธรรมนูญ แต่คณะตุลาการชุดนี้สถานะทางกฎหมายก็เป็นปัญหามาก
ถ้าเป็นศาลที่ชอบธรรมและตัดสินตามรัฐธรรมนูญฉบับที่มีความชอบธรรม เขาตัดสินแล้ว
จะไปทำอะไรได้ยากมาก อาจถึงขั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญ หรือทำไม่ได้ด้วย เพราะกำลัง
อำนาจที่ปรากฏเป็นอำนาจในชั้นรัฐธรรมนูญ"

"แต่คณะตุลาการชุดนี้ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ และตัวรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ได้ให้ความ
ชอบธรรม ไม่ใช่ความชอบธรรมทางประชาธิปไตย
เป็นเรื่องอำนาจแท้ๆ กำลังบังคับ
ทางกฎหมายก็มีปัญหา"

ส่วนถ้าจะยกเลิกหรือแก้ไขประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 วรเจตน์บอกว่าก็คงเถียงกันอีก
ว่าผลบังคับตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญจะยังอยู่หรือไม่ ในเมื่อศาลตัดสินไปแล้ว (แม้เขา
จะเห็นด้วยว่าโทษนั้นสิ้นสุดลง)

นอกจากนี้วรเจตน์ยังชี้ด้วยว่า ถ้าอ่านคำวินิจฉัยดีๆ จะพบว่าตุลาการรัฐธรรมนูญกลับ
ไม่ระบุโทษตาม พ.ร.บ. พรรคการเมือง ที่ห้ามกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบไปเป็น
หัวหน้าหรือกรรมการบริหารพรรคอื่น เพียงระบุโทษตามประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 เพิก
ถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี ฉะนั้นถ้ายกเลิกประกาศ คปค. ก็จะเกิดคำถามข้อถกเถียง
ตามมาอีกว่า แปลว่ากรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยไปเป็นหัวหน้าหรือกรรมการบริหาร
พรรคใหม่ได้ ใช่หรือไม่


"การคิดทางกฎหมายที่ไม่ clean ไม่กระจ่าง ก็จะเกิดปัญหาตามมาเช่นนี้ ก็คงถูไถกันไป
แต่จะเป็นเรื่องโจ๊ก และทำให้กฎหมายกลายเป็นเรื่องบ้าๆ บอๆ"

"ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับระบบกฎหมาย"


http://www.thaipost.net/index.asp?bk=tabloid&post_date=3/Jun/2550&news_id=143142&cat_id=22010

 
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #75 เมื่อ: 03-06-2007, 22:43 »

อาฮะ สงสัย ปชป ต้องโดนยุบไปด้วยถึงจะเห็นว่าเป็นธรรม
บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #76 เมื่อ: 03-06-2007, 22:44 »

รหัสฎีกา
ฎ 254409083 ม 3
เลขที่คำพิพากษาฎีกา
คำพิพากษาฎีกาที่ 9083/2544
ชื่อคู่ความ
โจทก์
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ
จำเลย
นายสุชาติ จันทร์เจริญ กับพวก
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 18, 90, 157
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล
มาตรา 59, 60, 71, 72

ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,
157 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 4,
29, 32, 33, 43, 45, 47, 59, 60, 71, 72 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ
จำเลยทั้งแปด
จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ที่ปฏิเสธ
เพื่อให้โจทก์ฟ้องเป็นคดีใหม่
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 157 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482
มาตรา 29, 59, 60, 71, 72 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ
เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยที่ 1
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์
เพียงข้อเดียวว่า ศาลต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยที่ 1 หรือไม่
เห็นว่า
การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
กล่าวคือ นอกจากจำเลยที่ 1 มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แล้ว ยังมีความผิดต่อพระราชบัญญัติ
การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 57, 60, 71, 72 โดยเหตุ
ที่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นมาตรการที่มุ่งจะจำกัดสิทธิของเจ้าพนักงาน
ผู้ดำเนินการเลือกตั้งซึ่งกระทำหน้าที่โดยทุจริต มิใช่โทษตามกฎหมาย
เมื่อศาล
ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบทที่มีโทษ
หนักที่สุดแต่เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แล้ว
ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยที่ 1 ได้ มิฉะนั้น
แล้วการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวย่อมไร้ผล อันเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์
ของกฎหมายที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้
ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยที่ 1 มีกำหนด
4 ปี ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
ชื่อองค์คณะ
( ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ - ประชา ประสงค์จรรยา - องอาจ โรจนสุพจน์ )
เจ้าของสำนวน
ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ
บันทึกการเข้า
อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620



« ตอบ #77 เมื่อ: 04-06-2007, 01:36 »

ใครอาย
บันทึกการเข้า

คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #78 เมื่อ: 04-06-2007, 08:00 »

คนที่ควรจะอับอายไปชั่วลูกชั่วหลาน ควรจะเป็นคนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในการพิจรณาคดีนี้ เพราะเป็นข้อหาที่รุนแรงที่สุดแล้วทางการเมือง
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #79 เมื่อ: 06-06-2007, 12:47 »

ข้อค้างคาใจในคำวินิจฉัยคดียุบพรรค 

ชำนาญ จันทร์เรือง

ผมไม่ติดใจต่อผลของคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญในคำวินิจฉัยที่ 1-2/2550
และ 3-5/2550 ในกรณีที่มีคำวินิจฉัย ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ และให้ยุบพรรคไทยรัก-
ไทยและที่เหลืออีก 3 พรรคตามคำร้องของอัยการสูงสุด เพราะจะกลายเป็นการ “ดันทุรัง”
และไม่ยอมรับในกติกาที่มีอยู่ว่า เมื่อผลออกมาเช่นไรก็ควรที่จะต้องยอมรับและยุติ เพราะ
คณะตุลาการฯ ได้ทำหน้าที่จบแล้ว

แต่ผมติดใจในเหตุผลที่ใช้ในการอธิบายคำวินิจฉัยในประเด็นที่สำคัญๆ และมีผลต่อบรรทัด-
ฐานของระบบกฎหมายไทยต่อไปภายหน้า เพราะมิได้อธิบาย
ฐานที่มาแห่งอำนาจของคณะ
ตุลาการรัฐธรรมนูญเองว่า เป็นการแต่งตั้งศาลพิเศษเฉพาะคดีที่เข้าข่ายเป็นการละเมิดต่อ
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International
Covenant on Civil and Political Rights) ของสหประชาชาติที่ไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
หรือไม่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญถูกยุบไปแล้ว คดีที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญเดิมก็ควรจะตกไป
ตามกัน แต่กลับถูกรื้อฟื้นให้คืนชีพขึ้นมาใหม่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

แต่กลับไปอธิบายขยายความรับรองความชอบธรรมของคำสั่งที่ออกโดยคณะบุคคลที่
ล้มล้างรัฐธรรมนูญว่า เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และยังย้อนหลังเป็นผลร้ายแก่บุคคล
หรือคณะบุคคลอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากประเด็นดังต่อไปนี้

1) ประเด็นเกี่ยวกับประเพณีการปกครองของไทย
คำวินิจฉัยที่ 1-2/2550 หน้า 42 ใช้ถ้อยคำว่า “...เมื่อพิจารณาตามประเพณีการ
ปกครองของประเทศไทยในอดีต
เมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสิ้นสุดลง
ภายหลังการเข้ายึดอำนาจการปกครอง หากคณะผู้เข้ายึดอำนาจการปกครองไม่ประสงค์
ให้กฎหมายที่มีเนื้อหาสาระเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ต่อไป ก็จะมี
ประกาศหรือคำสั่งให้ยกเลิก...”

ซึ่งเป็นการตีความกฎหมายโดยยึดหลัก “ประเพณี” แต่เป็นประเพณีของการยึดอำนาจ
ตามแบบเผด็จการ มิใช่ประเพณีของประชาธิปไตยแต่อย่างใด

2) ประเด็นเกี่ยวกับการยึดอำนาจการปกครองด้วยกำลังเป็นวิธีการที่มิได้เป็นไป
ตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

คำวินิจฉัยที่ 3-5/2550 หน้า 94 ใช้ถ้อยคำว่า “...ดังนั้น การได้มาซึ่งอำนาจในการ
ปกครองประเทศโดยวิธีการที่มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงมิได้
หมายความถึง การได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ โดย
การปฏิวัติรัฐประหาร
หรือยึดอำนาจการปกครองด้วยกำลัง ทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 65 ดังที่ผู้ถูกร้องที่ 1
กล่าวอ้างเท่านั้น ..."

ซึ่งก็แสดงว่า คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเห็นว่า การทำรัฐประหารก็เป็นการได้มาซึ่ง
อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ด้วยการยึดอำนาจการปกครอง
ด้วยกำลังเป็นวิธีการที่มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่
คณะตุลาการรัฐธรรมนูญก็ยังพิจารณาคดีโดยอาศัยกฎหมายที่ออกโดยคณะบุคคลที่
กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามข้อกล่าวหา
เช่นเดียวกับผู้ถูกร้องเสียอีก

3) ประเด็นการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งย้อนหลัง
คำวินิจฉัยที่1-2/2550 หน้า 86 มีถ้อยคำว่า ...หลักการห้ามออกกฎหมายมีผลย้อนหลัง
เป็นผลร้ายแก่บุคคลนั้น มีที่มาจากหลักที่ว่า ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ แต่
หลักการดังกล่าวใช้บังคับกับการกระทำอันเป็นความผิดอาญาเท่านั้น...แต่การเพิกถอน
สิทธิเลือกตั้ง มิใช่โทษทางอาญา เป็นเพียงมาตรการทางกฎหมายที่เกิดจากผลของ
กฎหมายที่ให้อำนาจในการยุบพรรคการเมืองที่กระทำการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 เพื่อมิให้ผู้บริหารพรรคการเมืองที่
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีโอกาส
ที่จะกระทำการอันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำอีกในช่วงเวลาหนึ่ง และแม้สิทธิ
เลือกตั้งเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนในสังคมที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
แต่การมีกฎหมายกำหนดว่าบุคคลใดสมควรมีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้เหมาะสมแก่สภาพ
แห่งสังคมหรือเพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยในสังคมนั้นดำรงอยู่ย่อมมีได้...
ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข ฉบับที่ 27 ข้อ 3 จึงมีผลบังคับใช้ย้อนหลังกับการกระทำอันเป็นเหตุยุบพรรค
ในคดีนี้ได้...”

ซึ่งคงมีปัญหาตามมาว่า แล้วจะว่าอย่างไร หากต่อไปมีการดื้อตาใส ย้อนหลังไป
ยกเลิกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อเช็คบิล
หรือนำตัวคนผิดมาลงโทษ เพราะเห็นว่า
กฎหมายนิรโทษกรรมก็มิใช่กฎหมายอาญา เนื่องจากไม่มีการบัญญัติความผิดและ
โทษไว้ แต่เป็นเพียงกฎหมายที่ยกเว้นการจะต้องรับผิดเท่านั้น

ทั้งนี้ ก็อาจจะหมายรวมถึงความรับผิดทางแพ่ง ทางปกครอง ทางภาษี หรือทางวินัย
ด้วย ว่ามิใช่กฎหมายอาญาก็อาจออกย้อนหลังไปเป็นโทษได้เช่นกัน ซึ่งก็คงยุ่งดีพิลึก


กฎหมายย้อนหลัง หรือในภาษากฎหมายเรียกว่า ex post facto law นี้ ในรัฐธรรมนูญ
สหรัฐอเมริกาบัญญัติว่า No state shall pass any ex post facto law โดยไม่ได้ระบุ
ว่าเป็นคดีแพ่งหรืออาญา และโธมัส เจฟเฟอร์สันผู้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้ให้เหตุผลว่า
กฎหมายย้อนหลังไม่เป็นธรรมกับสิทธิตามธรรมชาติของมนุษย์ และกฎหมายย้อนหลัง
อาจมีโทษและผลร้ายได้แม้กระทั่งในคดีแพ่งมากเท่ากับคดีอาญา เมื่อตอนที่เขาร่างจึง
จงใจละเว้นคำว่าแพ่งและอาญาเพื่อให้มีผลทางกว้างและไม่ก่อให้เกิดความอยุติธรรม

ในประเทศอื่น เช่น อิตาลี ก็บัญญัติว่า nobody can be punished but according
to the law come into force before the deed was committed เช่นกัน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มิได้หมายความว่าจะชักชวนหรือต่อต้านคำวินิจฉัยนี้ แต่เป็นการ
ชี้ให้เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นใดใดที่จะต้องอธิบายหรือขยายความไปจนทำให้เกิดเป็น
นิติประเพณีใหม่ขึ้นมา

ที่สำคัญคือ แล้วจะให้คำตอบแก่ผู้ที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอย่างไร ว่านี่มิใช่
การรับรองความชอบธรรมของประเพณีของการยึดอำนาจและรับรองความชอบธรรม
ของการทำรัฐประหารที่ละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ
ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายเช่นกันและเป็น
กฎหมายสูงสุดเสียด้วยสิครับ
 
http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=8363&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

ความคิดเห็นที่ 1  แหลม   

เป็นบทความในหนังสือพิมพ์ของหยุ่น แต่ไม่ถูกโพสขึ้น เวป เพราะกลัว ความคิดเห็น
ที่แตกต่าง แต่มีเหตุผล และ มีน้ำหนักมาก จนเกินไป ... จนอาจจะเกิด ความคิด ที่
จะต่อต้าน ผลการตัดสินขึ้น ข่าววงในเช็คมาแล้ว ... คมช. เซ้นเซอร์ บทความนี้ ครับ
???
 
วันที่   6/6/2550 11:56


http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2_comment.php?mod=mod_ptcms&ContentID=8363&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: