ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-04-2021, 02:27
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ไมยราบ(คาบ)...... 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ไมยราบ(คาบ)......  (อ่าน 830 ครั้ง)
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« เมื่อ: 31-05-2007, 12:53 »

สิ้นวาสนา ชตาแม้ว.....

เมื่อศาลอาญาได้ตัดสินคดีอดีตสามกกต.เป็นคดีที่สอง ให้จำคุกคนละ 2 ปี โดยคำพิพากษาฉบับนี้จะมีผลทำให้กกต.ชุดใหม่ต้องดำเนินคดีอาญากับคุณ(พตท.ทักษิณ ชินวัตร)และพรรคพวกของคุณ....

และมีผลต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรคของคุณ(พตท.)ด้วย เพราะถ้ากกต.ชุดใหม่ไม่ทำอะไรกับคุณ(พตท.)และพวกอีก พวกเขาก็อาจต้องติดคุกแทนเช่นเดียวกับพวก"สามหนาห้าห่วง"....
       
       ผม(สนธิ ลิ้มฯ)เชื่อว่ากิจกรรมแรก ๆ ของกกต.ชุดใหม่คือการดำเนินคดีอาญากับผู้ทำความผิดฐานจ้างพรรคเล็กให้โกงเลือกตั้ง


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000117608



ไมยราบ(คาบ)....
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับ"จุดประกาย" มีบทความยกย่องนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยชนะการประกวด Intel International Science and Engineer Fair 2007 หรือ "ไอเซฟ"......

เห็น ไขปริศนา ไมยราบ(คาบ) ทำให้นึกถึงสถานะของพตท.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย หลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ได้อ่านคำวินิจฉัยลงโทษพรรคไทยรักไทยและกรรมการพรรคฯที่กระทำผิด ทุจริตกฎหมายการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549.....

หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่  6 กุมภาพันธ์ 2548  พรรคไทยรักไทย ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับเลือกตั้งเข้ามามาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 377 เสียง จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

        แต่การบริหารประเทศที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ฟังใคร เสมือน "เผด็จการ" กลับนำพา "รัฐนาวา" ไปไม่รอด เพราะการบริหารประเทศเต็มไปด้วยปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น มีผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อธุรกิจครอบครัว วงศ์ตระกูล และ พวกพ้อง

จนนำไปสู่การก่อกำเนิดกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมตัวขึ้นมาเพื่อเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล ในที่สุดพ.ต.ท.ทักษิณ ก็อยู่ไม่ได้ ต้องตัดสินใจประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 2 เมษายน 2549

      แต่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งประกอบด้วย ประชาธิปัตย์ ชาติไทย และ มหาชน ไม่ร่วม "สังฆกรรม" เมินส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากมองว่า รัฐบาลพรรคไทยรักไทย เอาเปรียบ ส่งผลให้การสมัครรับเลือกตั้งครั้งนั้น มีพรรคไทยรักไทย เพียงพรรคเดียวที่ส่งคนลงสมัครส.ส.ในระบบเขตเลือกตั้ง ครบทั้ง 400 เขต และระบบบัญชี 100 คน เนื่องจากตามมาตรา 74 ของพ.ร.บ.เลือกตั้ง พ.ศ.2541 ที่มีผลใช้บังคับในขณะนั้นกำหนดว่า เขตใดมีผู้สมัครเพียงคนเดียว ผู้สมัครรายนั้นจะต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น ๆ 

ในการเลือกตั้งครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 มีหลายเขตในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่คนของพรรคไทยรักไทย ไม่สามารถฝ่าเกณฑ์ร้อยละ 20 ไปได้  จึงมีการจ้างพรรคการเมืองขนาดเล็ก ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อประกบผู้สมัครของพรรคไทยรักไทย เพื่อที่จะหนีเกณฑ์ดังกล่าว และหวังผลให้ได้จำนวนส.ส.ครบ 500 คน นำไปสู่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เลือกนายกรัฐมนตรีได้ ภายในกำหนดระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง เพื่อที่พรรคไทยรักไทยจะได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้งหนึ่งโดยเร็ว

         เหตุดังกล่าวจึงนำไปสู่การร้องเรียนให้มีการยุบพรรคไทยรักไทยขึ้น โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ที่ยื่นร้องเรียนพรรคไทยรักไทย ต่อ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในขณะนั้น ระบุพฤติการณ์ในข้อร้องเรียนทำนองว่า

 พล.อ. ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย มีการว่าจ้างพรรคพัฒนาชาติไทย พรรคแผ่นดินไทย ให้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งลงแข่งกับผู้สมัครของพรรคไทยรักไทย ในพื้นที่ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย
อาทิ จังหวัดสงขลา ตรัง กรุงเทพฯ สกลนคร โดยรู้เห็นสนับสนุนให้ผู้บริหารพรรคการเมืองเล็ก ปลอมแปลงเอกสารเพื่อให้ผู้สมัครของพรรคมีคุณสมบัติเป็นสมาชิกพรรคครบ 90 วัน ในระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองของ กกต. โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต. ดำเนินการให้   

ต่อมากกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวน โดยมี นายนาม ยิ้มแย้ม เป็นประธาน และมีมติชี้มูลว่า พรรคไทยรักไทย มีความผิดดังคำร้องเรียนจริง  จึงส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญขณะนั้น สั่งยุบพรรคไทยรักไทย ด้วยข้อกล่าวหาเดียวคือ จ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง

พร้อมระบุความผิดของกรรมการบริหารพรรค และผู้บริหารระดับสูงพรรคไทยรักไทย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 66 ( 1) ที่ระบุว่า เป็นการกระทำการอันมีลักษณะ เป็นการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และ (2) เป็นการกระทำการอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ ขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 66(1) และ(3) ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง


http://www.bangkokbiznews.com/2007/05/29/WW74_7404_news.php?newsid=74988



สิ้นวาสนา ชตาแม้ว.....
พตท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องเป็น"นักธุรกิจการเมือง"ระเหเร่ร่อนอยู่ต่างแดน คอยวันกลับมาปกป้องทรัพย์สิน ครอบครัว เมียและลูก ๆ ที่ถูกดำเนินคดีทุจริต ฉ้อโกงต่าง ๆ ผลจากการทุจริตคอรั่ปชั่นที่พตท.ทักษิณได้กระทำระหว่างเป็นนายกรัฐมนตรี เผด็จการจากการเลือกตั้ง 5-6 ปี่ผ่านมา....
เพราะสั่งการและฝากความวางใจให้กับ"สามหนาห้าห่วง" และ องค์กรอิสระอื่น ๆ ที่วางบริวารที่จงรักภักดี พร้อมจะดำเนินการตามที่สั่งการ มอบหมายไว้....


ไมยราบ(คาบ)....
ผลการวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคไทยรักไทย และลงโทษกรรมการพรรคฯ 111 คน เว้นวรรคการเมือง 5 ปี ไม่มีสิทธิแม้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนไม่เคยได้รับรู้ ไม่เคยเข้าใจมาก่อน ได้รับรู้รายละเอียด การพิจารณาความ การใช้อำนาจสั่งการข้าราชการประจำ เจ้าหน้าที่องค์กรอิสระให้ร่วมมือฉ้อโกงการเลือกตั้ง....
การฉ้อราษฎร์บังหลวง การทุจริตทางนโยบาย การปกป้องผลประโยชน์ทับซ้อน และ การฆ่าตัดตอน ฯลฯ


ประชาชนที่ไม่ได้เป็นคนรักเหลี่ยมฯอย่างงมงาย หรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทนมาก่อน  ย่อมเข้าใจความประสงค์ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่อ่านรายละเอียด การพิจารณา แง่มุมกฎหมาย และการวินิจฉัยคดีความทั้งสิ้นตามกฏหมาย โปร่งใส และยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง จะไม่ยอมเป็นเครื่อง เป็น"ตัวประกัน"ให้ อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และแกนนำพรรคฯ ขู่กรรโชก คณะ คมช. และ รัฐบาลนี้ต่อไป....





บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: [1]
    กระโดดไป: