ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-09-2020, 15:59
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  *********ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ********* 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
*********ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ*********  (อ่าน 2705 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« เมื่อ: 17-05-2007, 23:27 »



นายปัญญา ถนอมรอด   
(ประธานศาลฎีกา)
ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด : 1 ก.ค. 2490
คุณวุฒิ : - พ.ศ.2513 นิติศาสตร์ เกียรตินิยมดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
ประสบการณ์ : - พ.ศ.2516 ผู้ช่วยผู้พิพากษา
- ผู้พิพากษา ศาลจังหวัดเชียงใหม่
- หัวหน้าศาล ศาลจังหวัดน่าน
- รองอธิบดีศาลแพ่ง
- ประธานแผนกคดีพาณิชย์ในศาลฎีกา
- รองประธานศาลฎีกา 



นายอักขราทร จุฬารัตน
(ประธานศาลปกครองสูงสุด) รองประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด : 1 เมษายน 2483 
คุณวุฒิ : นิติศาสตรบัณฑิต (มธ.)

เนติบัณฑิต
นักเรียนทุน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ปริญญาเอกกฎหมาย มหาวิทยาลัยโรม (อิตาลี)
วุฒิบัตรนักปกครองระดับสูง วิทยาลัยการปกครอง
วุฒิบัตรวิทยาลัยการทัพบก
ปริญญาบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ศาสตราจารย์พิเศษ คณะนิติศาสตร์ (มธ.)
นิติโดมดีเด่น ปี 2539
ผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น ปี 2540
ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (มธ.)
นักกฎหมายดีเด่น รางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2549
 
ประสบการณ์ : เลขานุการกรรมการร่างกฎหมาย
ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์
ผู้อำนวยการกองยกร่างกฎหมาย
พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนในคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรรมการร่างกฎหมายประจำ
รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประธานสมาคมศาลปกครองสูงสุดระหว่างประเทศ
 
ราชการพิเศษในอดีต : กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517
กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521
สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2520 - 2522
ที่ปรึกษากฎหมายของนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2514 - 2524
สมาชิกวุฒิสภา
กรรมการร่างกฎหมายในคณะกรรมการกฤษฎีกา
กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ในคณะกรรมการกฤษฎีกา
กรรมการพัฒนากฎหมาย
กรรมการปฏิรูประบบราชการ
กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย
กรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
กรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
กรรมการการบินพลเรือน
กรรมการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย
กรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
กรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
กรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย
กรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย
กรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
กรรมการการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
กรรมการองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย
กรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
บรรณาธิการวารสารกฎหมายปกครอง
ฯลฯ
 
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ : มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
มหาวชิรมงกุฎ
ทุติยจุลจอมเกล้า
เหรียญจักรพรรดิมาลา
Officier dans l'Ordre National de la L?gion d'Honneur (ฝรั่งเศส)
Grande Ufliciale della Repubblica italiana (อิตาลี



หม่อมหลวง ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
ตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด : 1 พฤศจิกายน 2486
คุณวุฒิ : นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เนติบัณฑิตไทย
 
ประวัติการรับราชการ :  อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่สะเรียง, ศาลจังหวัดลำปาง
อธิบดีกรมคุมประพฤติ
รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6
ผู้พิพากษาศาลฎีกา
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) 

   
นายสมชาย พงษธา
ตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด :   
คุณวุฒิ :   
ประวัติการรับราชการ :  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี, ศาลจังหวัดทุ่งสง, ศาลจังหวัด สมุทรปราการ
รองอธิบดีกรมบังคับคดี
รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1
ผู้พิพากษาศาลฎีกา
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
 
 

นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์
ตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด :   
คุณวุฒิ :   
ประวัติการรับราชการ :  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา, ศาลแขวงสงขลา
รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์
รองประธานศาลอุทธรณ์
ผู้พิพากษาศาลฎีกา 


นายธานิศ เกศวพิทักษ์
ตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด :   
คุณวุฒิ :   
ประวัติการรับราชการ :  อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อัยการผู้ช่วย
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลภาษีอากรกลาง
ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
เลขานุการศาลฎีกา
รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ 

   
นายนุรักษ์ มาประณีต
ตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด :   
คุณวุฒิ :   
ประวัติการรับราชการ :  อัยการผู้ช่วย
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดไชยา, ศาลจังหวัดภูเก็ต
รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 6
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 8
ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ภาค 7 

 
นายจรัญ หัตถกรรม
ตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด : 10 มกราคม 2481 
คุณวุฒิ : นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ( พ . ศ . 2506)
เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ( พ . ศ . 2507)
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 33 ( พ . ศ . 2534)
 
ประวัติการรับราชการ :  ผู้ช่วยผู้พิพากษา (18 ธันวาคม 2510 ถึง 18 ธันวาคม 2511)
ผู้พิพากษาประจำกระทรวง
ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปราจีนบุรี
ผู้พิพากษาประจำกระทรวงช่วยราชการศาลอุทธรณ์
ผู้พิพากษาศาลแขวงธนบุรี (19 ธันวาคม 2511 ถึง 30 กันยายน 2519)
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดไชยา
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานี (1 ตุลาคม 2519 ถึง 31 มีนาคม 2526)
ผู้พิพากษาศาลแพ่งและผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง (1 เมษายน 2526 ถึง 30 เมษายน 2530)
รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 8 และภาค 6 (1 ตุลาคม 2530 ถึง 16 เมษายน 25 32)
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (17 เมษายน 2532 ถึง 17 พฤศจิกายน 2535)
รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรมและเป็นคณะกรรมการตุลาการโดยตำแหน่ง (2 ตุลาคม 2534 ถึง 6 ธันวาคม 2534) (7 ตุลาคม 2535 ถึง 17 พฤศจิกายน 2535)
รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง (18 พฤศจิกายน 2535 ถึง 3 ตุลาคม 2536)
ผู้พิพากษาศาลฎีกาและผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา (4 ตุลาคม 2536 ถึง 30 กันยายน 2542)
ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญา (1 ตุลาคม 2542 ถึง 21 กุมภาพันธ์ 2543)
ตุลาการศาลปกครองสูงสุด(27 มีนาคม 2543 ถึง ปัจจุบัน)
 
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ : เหรียญจักรพรรดิมาลา (5 ธันวาคม 2531)
มหาวชิรมงกุฎ (5 ธันวาคม 2532)
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (5 ธันวาคม 2537)
 

นายวิชัย ชื่นชมพูนุท
ตุลาการรัฐธรรมนูญ

เกิด : 1 พฤศจิกายน 2486 
คุณวุฒิ : นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เนติบัณฑิตไทย

 
ประวัติการรับราชการ :  ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์
ผู้พิพากษาศาลฎีกา ศาลฎีกา
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ศาลฎีกา
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
 
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ : มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
มหาวชิรมงกุฎ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 21-05-2007, 01:07 »





“อักขราทร” แนะทุกฝ่ายเคารพมติตุลาการรัฐธรรมนูญ  
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2550 21:33 น.
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 
นายอักขราทร จุฬารัตน 

 
 
 
  คณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในมติตัดสินคดียุบพรรค ระบุไม่ควรให้ความสนใจกับกระแสข่าว “ทักษิณ” กลับประเทศ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยของศาล ยืนยันไม่มีอะไรกดดันการทำหน้าที่ได้
       
       วันนี้ (20 พ.ค.) นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด หนึ่งในคณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ขอให้ประชาชนรอฟังคำวินิจฉัยของตุลาการในคดียุบพรรคการเมือง ซึ่งจะมีการตัดสินกันในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ และไม่ว่าใครจะออกมาพูดอย่างไร หรือมีกระแสข่าวการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ก็ไม่ควรให้ความสนใจ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยของศาล หรือเป็นการกดดันการทำหน้าที่ของศาลแต่อย่างใด และขอให้ทุกฝ่ายเคารพในมติของศาลด้วย
       
       ทั้งนี้ นายอักขราทร ยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)เข้าพบกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว


 
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 22-05-2007, 03:42 »


ตุลาการรธน.ยันลงมติชี้ชะตายุบ 5 พรรคเสร็จก่อน 30 พ.ค.แน่

21 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 17:22:00
 
ตุลาการธน.เผยผลลงมติคดียุบ 5 พรรคเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 30 พ.ค.นี้แน่ วอนให้เกียรติคนเป็นตุลาการ อย่าทำตัวเป็นตุลาการกันเอง แนะหยุดวิจารณ์ได้แล้ว หากคันปากจริงรอวันหลังลงมติ ค่อยวิจารณ์ให้เต็มที่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

 

                 แหล่งข่าวจากตุลาการรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาคดียุบ 5 พรรคการเมือง ว่า ขณะนี้การพิจารณาคดีอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งได้มีการอภิปรายในประเด็นต่างๆ ตามที่ได้มีการตั้งประเด็นเอาไว้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการอภิปรายเสร็จสิ้นไปแล้วหลายประเด็น แต่ยังไม่ได้มีการลงมติแต่อย่างใด

                 สำหรับเรื่องของการเขียนคำวินิจฉัยส่วนตัวนั้น ตุลาการรัฐธรรมนูญแต่ละท่านก็น่าจะเขียนเสร็จแล้ว แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากการอภิปรายในประเด็นต่างๆ นั้น มีตุลาการรัฐธรรมนูญคนใดคนหนึ่งมีเหตุผลที่ฟังได้ก็อาจจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งแตกต่างจากคำวินิจฉัยกลางที่ไม่สามารถที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้

                อย่างไรก็ตาม การเขียนคำวินิจฉัยกลางจำเป็นต้องให้เวลาด้วย เพราะตุลาการฯจะต้องออกเสียงในทุกประเด็นที่เกิดจากคำร้อง คำชี้แจง และมีหลายประเด็นที่ต้องฟังความคิดเห็นจากตุลาการด้วยกันเองก่อนที่จะลงมติ ดังนั้นอาจจะมีการลงมติในคดีร้องดังกล่าวให้เสร็จก่อนวันที่ 30 พ.ค. ที่ได้มีการนัดคู่กรณีฟังคำวินิจฉัยก็ได้ ทั้งนี้คำวินิจฉัยของคณะตุลาการจะมีผลใช้บังคับก็ต่อเมื่ออ่านให้คู่กรณีฟังแล้ว

                “ขอให้ประชาชนรอฟังผลคำตัดสินในวันที่ 30 พ.ค.จะดีกว่า เพราะตุลาการกำลังทำกันอยู่ และพวกเราก็ตระหนักดีว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ ที่จะทำให้เกิดผลกับองค์กรหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่จะต้องนำไปดำเนินการต่อไป ดังนั้นขณะนี้ไม่ควรที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์อะไรอีก เพราะอยู่ในช่วงระหว่างการใช้ดุลยพินิจของตุลาการที่ต้องเป็นอิสระในการพิจารณาทั้งพยานและหลักฐาน

                ส่วนคนอื่นไม่เห็นเนื้อหาไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์ทำให้คนอื่นที่ฟังแล้วอาจจะเข้าใจผิดได้ เพราะการวิจารณ์อาจจะไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่แท้จริง ดังนั้นใครที่ทำอยู่ในขณะนี้ไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่งถือว่าเป็นการเสียมารยาท เหมือนกับว่าเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญกันเสียเอง ซึ่งไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการพูดก็เท่ากับว่าคุณตัดสินเองไม่ใช่ตุลาการตัดสิน ถ้าเป็นเช่นนั้นจะมีตุลาการฯไว้ทำไม ทั้งที่จริงแล้วใครมีหน้าที่อะไรก็ควรให้เขาได้ทำหน้าที่นั้นด้วยความเป็นอิสระ” แหล่งข่าว กล่าว

                แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับกระแสของสังคมที่มีอยู่ในขณะนี้ก็ไม่ได้กดดันศาล และไม่มีผลต่อการลงมติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามที่มีกระแสออกมาเรียกร้องว่าจะมีการไปชุมชุม ขอให้ตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมีมติเป็นผลออกมาเสียก่อน แล้วค่อยมาวิพากษ์วิจารณ์กันตอนนั้นใครจะว่าอย่างไรเชิญเลย แต่ควรที่จะอยู่ในกรอบ เราก็ต้องยอมรับกันไปตามครรลองของกฎหมาย

                รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประชุมเพื่อหารือถึงแนวทางในการวางแผนการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 30 พ.ค.
 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2007, 03:47 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #3 เมื่อ: 24-05-2007, 22:11 »

ทุกอย่างว่ามาเลยครับท่าน คณะตุลาการ

ผมรับได้ทุกกรณี

ตามนั้นครับ ไม่ชุมนุม ไม่ไปเที่ยวก่อม๊อบ ไม่ประท้วงไรทั้งนั้น


บันทึกการเข้า
ล้างโคตรทักษิณ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



« ตอบ #4 เมื่อ: 25-05-2007, 10:43 »

ก็ว่ากันไปตามการตัดสิน

แต่คงมี เหล่าขี้ข้าในเรือนเหลี่ยมไม่ยอมรับคำตัดสินโทษ ความชั่วของ โคตรพ่อ และ มหาผัวของมัน
บันทึกการเข้า
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #5 เมื่อ: 25-05-2007, 20:26 »

"แต่ว่าถ้านึกถึงว่าจะมีการตัดสินเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง จะเป็นการตัดสินที่สำคัญมาก และท่านเองก็จะเดือดร้อน เพราะว่าถ้ามีพรรคการเมืองหรือไม่มีพรรคการเมืองก็ตาม ท่านเดือดร้อนเพราะว่าพรรคการเมืองต้องมี และถ้าบอกว่ามีพรรคการเมืองไม่ได้อยู่ในอำนาจของท่าน ท่านจะเดือดร้อน ข้าพเจ้าก็จะเดือดร้อนใหญ่ ฉะนั้นก็ค่อยมาต่อว่าท่านว่าทำไมท่านต้องมาวันนี้ ซึ่งไม่กี่วันจะมีปัญหาได้เกิดขึ้น แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านเป็นผู้ใหญ่ เป็นตุลาการมาหลายปีแล้ว และท่านก็ต้องมีความรับผิดชอบที่จะตัดสิน ไม่ใช่ตัดสินบนบัลลังก์ แต่ตัดสินในใจว่าที่ผู้ที่เป็นศาลรัฐธรรมนูญจะได้ปฏิบัติหรือจะได้ตัดสินถูกต้องหรือไม่ ท่านเองท่านก็รับผิดชอบ และท่านมีหน้าที่ที่จะพิจารณ์ว่า เขาทำถูกหรือไม่ถูกข้าพเจ้าเองไม่มีสิทธิ์ใดๆ ที่จะบอกว่าถ้าเขาจะทำถูกหรือไม่ถูก แต่ในใจก็ต้องรู้ได้ว่าจะทำถูกหรือไม่ถูก ถ้าเขาทำไม่ถูกตัดสินว่าจะเป็นพรรคการเมือง จะมีอยู่หรือไม่มี ก็เดือดร้อนทั้งนั้น
ข้าพเจ้าเองก็ในใจมีคำตัดสินอยู่ แต่บอกท่านไม่ได้ เพราะไม่มีสิทธิ์ที่จะบอก ท่านเองก็ไม่มีสิทธิ์ แต่ท่านต้องมีการตัดสินอยู่ในใจว่าที่เขา เพื่อนของศาลรัฐธรรมนูญเขาจะตัดสินถูกหรือไม่ถูก ต้องมีอยู่ในใจ แต่ว่า เขาจะตัดสินอย่างไรก็ตาม เดือดร้อนทั้งนั้น เสียหายทั้งนั้นท่านเตรียมตัวดีๆ ที่จะให้ พร้อมที่จะมีการวิจารณ์บ้างไม่ใช่ในฐานะศาล ในฐานะส่วนตัว หรือในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ในฐานะผู้มีความรู้ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้บ้านเมืองล่มจม อย่างคราวที่แล้วบอกว่า เราไม่ทำอะไร ไม่พยายามแก้ไขจะล่มจม เราก็เกือบล่มจม ตอนนี้ก็เกือบล่มจมต่อไป

คำตัดสินของเขาจะเดือดร้อน และเสียหายสำหรับท่านเองทั้งนั้น ข้าพเจ้าก็เดือดร้อน แต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกว่าเดือดร้อน "



พระราชดำรัส

ทุกท่านโปรดตั้งใจ อ่าน ...
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #6 เมื่อ: 26-05-2007, 15:43 »

แต่ว่าถ้านึกถึงว่าจะมีการตัดสินเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง จะเป็นการตัดสินที่สำคัญมาก ที่ท่านเองก็จะเดือดร้อน เพราะว่าถ้าจะมีพรรคการเมืองหรือไม่มีพรรคการเมืองก็ตาม ท่านเดือดร้อนเพราะพรรคการเมืองต้องมี และก็ถ้าบอกว่ามีพรรคการเมือง ก็ไม่ได้อยู่ในอำนาจของท่าน ถ้าท่านเดือดร้อน ข้าพเจ้ายิ่งเดือดร้อน ฉะนั้นก็ต้องว่าท่านว่า ทำไมท่านต้องมาวันนี้ ซึ่งอีกไม่กี่วันจะมีปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านเป็นผู้ใหญ่ ถ้าท่านเป็นตุลาการมาหลายปีแล้ว และท่านต้องมีความรับผิดชอบที่จะตัดสิน ไม่ใช่ตัดสินบนบัลลังก์ แต่ตัดสินในใจว่า ผู้ที่เป็นศาลรัฐธรรมนูญ ท่านได้ปฏิบัติหรือตัดสินถูกต้องหรือไม่

ท่านเองท่านก็รับผิดชอบและท่านก็มีหน้าที่ที่จะวิจารณ์ว่าเขาทำถูกหรือไม่ถูก ข้าพเจ้าเองไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะบอกว่าเขาทำถูกหรือไม่ถูก ซึ่งในใจก็ต้องรู้ได้ว่าเขาทำถูกหรือไม่ถูก ถ้าเขาทำไม่ถูก ตัดสินว่าจะเป็นพรรคการเมือง จะมีอยู่หรือไม่มีก็เดือดร้อนทั้งนั้น ข้าพเจ้าเองก็ในใจมีคำตัดสินอยู่ แต่บอกท่านไม่ได้ เพราะไม่มีสิทธิที่จะบอก ท่านเองก็ไม่มีสิทธิ แต่ท่านต้องมีการตัดสินในใจ ว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญเขาจะตัดสินถูกหรือไม่ ตรงนี้อยู่ในใจ แต่เขาจะตัดสินอย่างไรเดือดร้อนทั้งนั้น เสียหายทั้งนั้น คำตัดสินของเขาเดือดร้อน เสียหาย สำหรับท่านเองทั้งนั้น ข้าพเจ้าก็เดือดร้อน ไม่มีสิทธิที่จะมาบอกว่าเขาทำถูกหรือไม่ถูก แต่รู้ในใจว่าเขาจะตัดสินอย่างไรก็ตาม รู้ในใจว่าเขาทำถูกหรือผิด ส่วนใหญ่ก็นึกว่าเขาทำผิดแน่

ถ้ารู้สึกว่าเขาทำผิด เรามีหน้าที่จะวิจารณ์ วิจารณ์ในใจ แต่ละท่านต้องวิจารณ์ที่เพื่อนศาลอื่นทำถูกหรือผิด ต้องวิจารณ์อย่างน้อยในใจของท่านมีความเห็นบ้าง เพราะหากว่าเขาตัดสินมาอย่างไร จะเสื่อมเสียแก่บ้านเมืองทั้งนั้น จะตัดสินทางไหนก็เป็นคำตัดสินที่จะผิดพลาดทั้งนั้น ฉะนั้นต้องมีการวิจารณ์และถ้าวิจารณ์เป็นทางการไม่ได้ ท่านต้องวิจารณ์เป็นส่วนตัว อาจจะไม่เปล่งออกมา วันนี้ถึงบอกท่านว่าท่านเอาเสื้อครุยมาให้ เอาความเดือดร้อนมาให้ เพราะว่าเอาเสื้อครุยมาให้ก็หมายความว่าข้าพเจ้าก็มีหน้าที่ผู้พิพากษาศาลปกครองเหมือนกัน แต่ตัดสินอะไรพิพากษาอะไรไม่ได้ ท่านเองก็ตัดสินอะไรไม่ได้ เพราะท่านเองไม่ได้เป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีสิทธิที่จะพิจารณาอะไร แต่ว่าโดยที่ได้ชื่อว่าเป็นศาลรัฐธรรมนูญ เขาก็มีสิทธิยุ่งหมด มีแต่ถ้าฟังวิทยุ ถ้าท่านก็คงต้องฟังวิทยุทั้งวันทั้งคืน 2 วัน 2 คืนนี้ มีการวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวข้องกับศาล ท่านต้องคิดวิธีที่จะป้องกันตัวแทนเพื่อนผู้พิพากษาศาลต่าง ๆ ทั้งหมดแล้วทั้งหมดก็บอกแล้วว่าศาลฎีกาไม่มีสิทธิ ศาลฎีกาซึ่งท่านก็เคยได้ดำรงหน้าที่ศาลฎีกาบ้าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาบอกว่าศาลฎีกาไม่มีสิทธิ


ทางออกหนึ่งคือ ไม่ตัดสิน เพราะมีคนท้วงมากมายว่า กฎหมายพรรคการเมือง 2540 ถูกฉีกไปแล้วพร้อมกับ รธญ 2540
ที่กำลังใช้พิจารณาอยู่นี้เป็น รธญ ชั่วคราว 2549 ตามหลักนิติศาสตร์ ไม่ควรมีผลไปใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนประกาศใช้
เขาก็ไม่ยอมรับว่าเป็นการพิจารณาคดีที่ถูกต้องมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะกฎหมายเป็นคุณย้อนหลังได้ แต่เป็นโทษย้อนหลังไม่ได้
แต่ตุลาการ รธญ ชุดนี้ก็ดึงดันจะตัดสินคดียุบพรรคที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ด้วย รธญ ชั่วคราวปี 2549 ให้ได้
ตอนนี้ก็แค่ยอมรับหลักนิติธรรมที่ถูกต้องว่า ใช้ตัดสินไม่ได้ เรื่องก็จะจบลงตามพระประสงค์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-05-2007, 15:49 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #7 เมื่อ: 26-05-2007, 15:46 »

ทุกอย่างว่ามาเลยครับท่าน คณะตุลาการ

ผมรับได้ทุกกรณี

ตามนั้นครับ ไม่ชุมนุม ไม่ไปเที่ยวก่อม๊อบ ไม่ประท้วงไรทั้งนั้น



ก็ว่ากันไปตามการตัดสิน

แต่คงมี เหล่าขี้ข้าในเรือนเหลี่ยมไม่ยอมรับคำตัดสินโทษ ความชั่วของ โคตรพ่อ และ มหาผัวของมัน



ทรงรับสั่งว่า ผิด จะยอมรับหรือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-05-2007, 15:51 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #8 เมื่อ: 26-05-2007, 16:33 »

ทางออกหนึ่งคือ ไม่ตัดสิน เพราะมีคนท้วงมากมายว่า กฎหมายพรรคการเมือง 2540 ถูกฉีกไปแล้วพร้อมกับ รธญ 2540
ที่กำลังใช้พิจารณาอยู่นี้เป็น รธญ ชั่วคราว 2549 ตามหลักนิติศาสตร์ ไม่ควรมีผลไปใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนประกาศใช้
เขาก็ไม่ยอมรับว่าเป็นการพิจารณาคดีที่ถูกต้องมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะกฎหมายเป็นคุณย้อนหลังได้ แต่เป็นโทษย้อนหลังไม่ได้
แต่ตุลาการ รธญ ชุดนี้ก็ดึงดันจะตัดสินคดียุบพรรคที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ด้วย รธญ ชั่วคราวปี 2549 ให้ได้
ตอนนี้ก็แค่ยอมรับหลักนิติธรรมที่ถูกต้องว่า ใช้ตัดสินไม่ได้ เรื่องก็จะจบลงตามพระประสงค์

ผมว่าไม่ถูกต้องนะครับ
ด้วยสภาพในปัจจุบัน การตัดสินไม่ว่าจะตัดสินแบบไหน ย่อมทำให้เกิดความเดือนร้อน
แต่การที่จะไม่ตัดสินอะไรเลยเท่ากับว่าเป็นการหมักหมมปัญหาไว้ซะมากกว่าไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา
ทางแก้ปัญหาคือทำอะไรให้ถูกต้องชัดเจนที่สุดเท่าที่ทำได้
การตัดสินอะไรต้องทำอยู่บนหลักฐาน และตามกฎหมาย
หากอ้างว่าตัดสินบนกฎหมายชั่วคราว ก็ยิ่งไม่ถูกต้องใหญ่
เพราะกฎหมายชั่วคราวที่ใช้นำมาตัดสินในครั้งนี้ ก็เป็นกฎหมายเดิมในช่วงที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น
ตามหลักแล้ว ไม่ว่าจะด้วยตัวกฎหมายเองหรือด้วยความยุติธรรม
จึงต้องรีบตัดสินตามหลักฐานตามกฎหมายให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
หากมีปัญหาอะไรตามมาให้รีบแก้ไข ไม่ใช่หนีป่ัญหา
หรือใช้ปัญหาเป็นข้ออ้างในการหลีกหนีความผิดแบบที่เหลี่ยมชอบทำ
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 26-05-2007, 20:47 »

ศาลรัฐธรรมนูญไม่ตัดสิน ก็ส่งให้ศาลฎีกาดีไหม
คนเชียร์เหลี่ยมดีแต่หาทางเลี่ยงการตัดสินไปเรื่อยๆ
พอศาลตัดสิน ก็ไปด่าทอศาล เอาคนไปก่อความวุ่นวายหน้าศาล
ถามว่าการเคารพกฎหมายอยู่ตรงไหน หรือจะใช้แต่กฎหมู่
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #10 เมื่อ: 26-05-2007, 20:56 »

ขอศาลปกครองเป็นที่สุด ..

ใครบังอาจต่อรอง ออกวิ่ง ..ท่านบอกมาแล้ว ว่า "ตาย"

ข่าวล่าสุด พวกมันจะใช้เลือดประชาชน ....ต่อรอง .. เลวม๊ะ พี่น้อง!!

บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #11 เมื่อ: 26-05-2007, 22:20 »

ศาลรัฐธรรมนูญไม่ตัดสิน ก็ส่งให้ศาลฎีกาดีไหม
คนเชียร์เหลี่ยมดีแต่หาทางเลี่ยงการตัดสินไปเรื่อยๆ
พอศาลตัดสิน ก็ไปด่าทอศาล เอาคนไปก่อความวุ่นวายหน้าศาล
ถามว่าการเคารพกฎหมายอยู่ตรงไหน หรือจะใช้แต่กฎหมู่



คุณกาลามชนจะมีโอกาสช่วยเหลือเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตกน้อยลงทุกที ๆ......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #12 เมื่อ: 26-05-2007, 22:26 »

ทางออกหนึ่งคือ ไม่ตัดสิน เพราะมีคนท้วงมากมายว่า กฎหมายพรรคการเมือง 2540 ถูกฉีกไปแล้วพร้อมกับ รธญ 2540
ที่กำลังใช้พิจารณาอยู่นี้เป็น รธญ ชั่วคราว 2549 ตามหลักนิติศาสตร์ ไม่ควรมีผลไปใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนประกาศใช้
เขาก็ไม่ยอมรับว่าเป็นการพิจารณาคดีที่ถูกต้องมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะกฎหมายเป็นคุณย้อนหลังได้ แต่เป็นโทษย้อนหลังไม่ได้
แต่ตุลาการ รธญ ชุดนี้ก็ดึงดันจะตัดสินคดียุบพรรคที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ด้วย รธญ ชั่วคราวปี 2549 ให้ได้
ตอนนี้ก็แค่ยอมรับหลักนิติธรรมที่ถูกต้องว่า ใช้ตัดสินไม่ได้ เรื่องก็จะจบลงตามพระประสงค์


อย่าไปคิดแทนตุลาการรัฐธรรมนูญเลย และ บิดเบือนความจริง.......

ประธานศาลปกครองสูงสุดและรองประธานศาลรัฐธรรมนูญได้บอกแล้วว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์เท่านั้น...

ถ้าคุณกาลามชนอ่านจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ จะรับรู้ความคิดเห็นของประธานศาลปกครองสูงสุด....
แต่อ่านจากใบบอกไม่พบหรอก........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #13 เมื่อ: 27-05-2007, 08:30 »

ข้าพเจ้าก็เดือดร้อน ไม่มีสิทธิที่จะมาบอกว่าเขาทำถูกหรือไม่ถูก แต่รู้ในใจว่าเขาจะตัดสินอย่างไรก็ตาม รู้ในใจว่าเขาทำถูกหรือผิด ส่วนใหญ่ก็นึกว่าเขาทำผิดแน่

ทำไมท่านจึงตรัสเช่นนี้ ควรจะพิจารณาบ้าง
จริงอยู่ เราไม่รู้ว่าในหลวงท่านมีคำตัดสินอะไรอยู่ในใจ แต่ในเวลานี้ ที่ท่านดำริในใจ โดยส่วนใหญ่นั้นท่านเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินผิด
ท่านจึงได้ตรัสฝากศาลปกครองให้ไปช่วยวิจารณ์เป็นการส่วนตัว

เราก็ไม่รู้ว่า ในหลวงจะทรงคาดการณ์ได้ตรงกับที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินหรือไม่ แต่ท่านเป็นผู้ที่มองการณ์ได้ไกล ขอให้พิจารณา
บันทึกการเข้า
kumtong
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« ตอบ #14 เมื่อ: 27-05-2007, 09:40 »

ในที่สุด คาดว่าผลการตัดสินคงจะออกมาในรูป  ไม่มีใครผิด  ไม่ต้องยุบพรรคใดเลย
และเร่งให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว   ซึ่งอำนาจการเมืองก็คงจะกลับไปสู่ขั้ว ทรท.  เหมือนเดิม 
โดยหน้าเหลี่ยม อาจจะไม่ใช่นายก คนต่อไป  แต่ก็ต้องเป็นคนของหน้าเหลี่ยม     
สำหรับอนาคตของ  คมช. ,คตส. และพันธมิตร   ก็คงวังเวงพิลึก  จะเอาตัวรอดได้อย่างไรไม่มีใครทราบ

กลศึกของทักษิณ ประสบความสำเร็จแล้ว  ตามกลยุทธ  "จับโจรต้องจับหัวหน้า"

บันทึกการเข้า
Starfish
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #15 เมื่อ: 27-05-2007, 14:36 »

ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก


แต่ท้ายสุด ถ้าผลเป็นว่า ไม่ยุบทั้งสองพรรค และไม่มีทหารออกมาทำรัฐประหารซ้ำซ้อนอีก

บรรยากาศความสมานฉันท์ ก็คงจะกลับมาอย่างรวดเร็ว ...


บันทึกการเข้า
ไทมุง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,543



« ตอบ #16 เมื่อ: 27-05-2007, 14:49 »


เดาด้วย...ไม่ยุบพรรค แต่ตัดสิทธิ์ทางการเมืองคณะกรรมการบริหาร
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #17 เมื่อ: 27-05-2007, 19:04 »

ข้าพเจ้าก็เดือดร้อน ไม่มีสิทธิที่จะมาบอกว่าเขาทำถูกหรือไม่ถูก แต่รู้ในใจว่าเขาจะตัดสินอย่างไรก็ตาม รู้ในใจว่าเขาทำถูกหรือผิด ส่วนใหญ่ก็นึกว่าเขาทำผิดแน่

ทำไมท่านจึงตรัสเช่นนี้ ควรจะพิจารณาบ้าง
จริงอยู่ เราไม่รู้ว่าในหลวงท่านมีคำตัดสินอะไรอยู่ในใจ แต่ในเวลานี้ ที่ท่านดำริในใจ โดยส่วนใหญ่นั้นท่านเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินผิด
ท่านจึงได้ตรัสฝากศาลปกครองให้ไปช่วยวิจารณ์เป็นการส่วนตัว

เราก็ไม่รู้ว่า ในหลวงจะทรงคาดการณ์ได้ตรงกับที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินหรือไม่ แต่ท่านเป็นผู้ที่มองการณ์ได้ไกล ขอให้พิจารณา


เราควรพิจารณาเองค่ะ เราต้องตีความ และตัดสินในใจตามรับสั่ง  ดังนั้นเมื่อเราเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินผิด คือจะตัดสินโดยหลักรัฐศาสตร์ โดยเอาความสมานฉันมาเป็นที่ตั้ง ไม่ยุบพรรค ไม่ลงโทษกรรมการบริหารพรรค และเป็นสิ่งที่ผิด

เราจึงต้องตัดสินใหม่ ด้วยหลักนิติศาสตร์ที่ถูกต้อง คือยุบพรรค และ ลงโทษกรรมการบริหารพรรค ต้ดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และทุกอย่างก็จะถูกต้อง

ฟังแล้ว รื่นหูดีไหมคะ   
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 27-05-2007, 21:51 »

โพลชี้ ปชช.สนใจข่าวยุบพรรค 90% ค้านกลุ่มเคลื่อนไหว
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤษภาคม 2550 14:05 น.


“เอแบคโพลล์” เผยผลสำรวจประชาชนกว่าร้อยละ 90 สนใจติดตามข่าวคดียุบพรรคการเมือง โดยร้อยละ 75 ไม่เห็นด้วยที่จะมีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัย ขณะที่ ปชช.พอใจผลงาน คมช.สูงกว่าผลงานรัฐบาลที่สอบผ่านแบบฉิวเฉียด
       
       วันนี้ (27 พ.ค.) ศูนย์วิจัยเอแบค มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ประเมินผลงานรัฐบาล ผลงาน คมช. และสถานการณ์การเมืองหลังคดียุบพรรคการเมืองในสายตาประชาชน” จากจำนวนทั้งสิ้น 3,554 ตัวอย่าง โดยพบว่าส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 70 ติดตามข่าวการเมืองเฉลี่ยอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
       
       เมื่อสอบถามถึงผลงานรัฐบาล พบว่า ประชาชนที่ถูกศึกษาเกินกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 53.8 พอใจต่อผลงานรัฐบาล ในการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องของนักการเมือง รองลงมาคือ ร้อยละ 46.5 พอใจต่อเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ร้อยละ 38.3 พอใจต่อเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 36.3 ร้อยละ 35.5 พอใจต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ร้อยละ 24.0 พอใจเรื่องการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
       
       ส่วนความคิดเห็นต่อผลงานของ คมช.พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 71.1 พอใจต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ร้อยละ 63.9 พอใจต่อความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 62.8 พอใจต่อความตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ ร้อยละ 60.3 พอใจต่อการเสียสละเพื่อประเทศชาติ
       
       เมื่อสอบถามความสนใจติดตามข่าวคดียุบพรรคการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 สนใจติดตาม โดยร้อยละ 74.9 ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวชุมนุมของประชาชนกรณีคดียุบพรรคการเมือง เพราะจะเกิดความวุ่นวาย เศรษฐกิจจะแย่ลงไปอีก
       
       ส่วนคะแนนนิยมต่อพรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในสังคมในช่วงก่อนและหลังการตัดสินคดียุบพรรคการเมืองนั้น พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 77.1 ระบุความนิยมจะลดลง
       
       เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากเห็นคนไทย ควรทำในวันตัดสินคดียุบพรรคการเมือง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 80.3 ระบุควรยอมรับคำตัดสินของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ รองลงมาคือ ร้อยละ 74.8 ระบุให้คนไทยรู้รักสามัคคี ร้อยละ 72.9 ระบุให้คนไทยเคารพกติกาของสังคม
บันทึกการเข้า

soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #19 เมื่อ: 30-05-2007, 09:28 »

ไทยนี่รักสงบ

 
บันทึกการเข้า
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 30-05-2007, 14:11 »

ไทยนี่รักสงบ

 

ประธานศาล รธน.ยันวินิจฉัยตรงไปตรงมาวอน ปชช.เคารพ กม.
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤษภาคม 2550 13:51 น.
 
 
       ประธานศาล รธน.ยันจะใช้ใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และสงบเรียบร้อย วอนประชาชนเคารพกฎหมายและร่วมสร้างความสามัคคี
       
       เมื่อเวลา 13.30 น.นายปัญญา ถนอมรอด ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยได้เกริ่นนำ ว่า ขณะนี้สังคมได้วิเคราะห์ไปตามข้อมูลที่ต่างฝ่ายมี ครบถ้วนบ้างไม่ครบถ้วนบ้าง อย่างไรก็ตาม ตุลาการฯ เชื่อว่า เป็นการทำด้วยความสุจริต เพราะเรื่องนี้สำคัญต่อประเทศมาก ขอเรียนว่า ตุลาการฯ ตระหนักในหน้าที่รับผิดชอบ และทราบว่า ผลกระทบต่อทุกฝ่ายมีมาก ตุลาการฯ ได้ใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและสงบเรียบร้อย ตรงไปตรงมา มีความเป็นอิสระ การกระทำใดที่เสียหายประชาชนมีหน้าที่ในการทำให้บ้านเมืองสงบ จึงเรียกร้องให้ประชาชนเคารพกฎหมาย และวิงวอนให้ประชาชนร่วมสร้างความสามัคคี
       
       หลังจากนั้น นายจรัญ หัตถกรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยคดีกลุ่มที่ 1 โดยเกริ่นนำ ว่า อัยการสูงสุดยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปปัตย์ (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ผู้ถูกร้องที่ 2) เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคทั้งสอง รับคำร้องเมื่อ 13 ก.ค. 2549 มาตรา 35 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวมอบอำนาจศาลรัฐธรรมนูญจากรัฐธรรมนูญเดิมมาอยู่ในอำนาจตุลาการรัฐธรรมนูญ
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 31-05-2007, 16:35 »



ขอบคุณท่านคณะตุลาการครับ

ท่านได้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์และมีประสิทธิภาพ และตุลาการก็มีความทันยุคทันสมัยมากกว่านักวิชาการที่คิดว่าตนเองอยู่แนวหน้าทางวิชาการเสียอีก

ขอได้รับความขอบคุณและคารวะครับ....

อยากให้ตุลาการและผู้อยู่ในขบวนการยุติธรรมยุคปัจจุบัน เอาเป็นแบบอย่างในด้านความเที่ยงตรง ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย เจตนารมณ์ของกฎหมายและขบวนการยุติธรรม....

                                                                                                                                                                   
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 06-06-2007, 08:09 »

เปิดคำวินิจฉัยส่วนตัว3ตุลาการรัฐธรรมนูญ

5 มิถุนายน พ.ศ. 2550 19:37:00
 
ศาลปค.เปิดคำวินิจฉัยส่วนตัว3ตุลาการรัฐธรรมนูญ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า ในช่วงบ่ายตุลาการรัฐธรรมนูญ นัดตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคไทยรักไทย พรรคพัฒนาชาติไทย พรรคแผ่นดินไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า มารับคำวินิจฉัยส่วนตน ของตุลาการฯ ทั้ง 9 ในคดียุบพรรค ทั้งนี้มีเพียงตัวแทนจากพรรคไทยรักไทย นำโดยนายสมศักดิ์ โตรักษา ทนายความผู้รับมอบอำนาจ มารับคำวินิจฉัยส่วนตนเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนนั้น สำนักงานเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งว่า ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ จะให้เฉพาะคู่ความเท่านั้น ส่วนการเผยแพร่ จะต้องรอให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเสียก่อน หรือไม่เช่นนั้นจะต้องขออนุญาตจากตุลาการเป็นการส่วนตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่มาจากสายศาลปกครองสูงสุดนั้น เว็บไซต์ของศาลปกครองสูงสุด www.admincourt.go.th <http://www.admincourt.go.th/> ได้ตีพิมพ์คำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการฯทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายอักขราทร จุฬารัตน นายจรัญ หัตถกรรม และนายวิชัย ชื่นชมพูนุท ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นตุลาการเสียงข้างมาก ที่เห็นควรให้ยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ และให้ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย อีกทั้งเป็นเสียงข้างมากที่ระบุว่าคำสั่งคปค.ฉบับที่ 27 ข้อ 3 ที่ให้ตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ของกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกสั่งยุบพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุผลของนายอักขราทร ที่เห็นว่าประกาศคปค.ฉบับที่ 27 สามารถมีผลบังคับใช้กับกรรมการบริหารพรรคที่ถูกสั่งยุบพรรคทั้ง 4 ระบุว่า จากการวินิจฉัยข้อเท็จจริงทั้งหมดเห็นควรว่ายุบพรรคไทยรักไทย พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย และยังควรพิจารณาคำแก้ต่างว่าประกาศคปค.ไม่มีผลย้อนหลัง โดยพิจารณาว่า หลักของกฎหมายไม่มีผลย้อนหลังเกิดจากคำกล่าวที่ว่า ตั้งแต่สุภาษิตลาติน Nullum crimen sine lege ไม่มีการกระทำความผิดหากไม่มีกฎหมายกำหนดและ Nulla poena sine lege บุคคลจะไม่ต้องรับโทษหากไม่มีกฎหมายกำหนดไว้หลักกฎหมายดังกล่าวมิใช่เป็นหลักกฎหมายที่เป็นหลักเด็ดขาดแต่อย่างใด แม้จะมีขึ้นเพื่อให้มีการป้องกันสิทธิเสรีภาพต่อเอกชน แต่ในระยะเวลาต่อมา จนถึงปัจจุบันแนวคิดในทางกฎหมายเห็นว่า สังคมต้องมีการพัฒนาและกฎหมายที่ได้ตราขึ้นใหม่ ย่อมเป็นที่เข้าใจและยอมรับว่าเป็นกฎหมายที่ต้องดีกว่ากฎหมายที่ใช้บังคับอยู่เดิม เป็นธรรมต่อสังคม และเหมาะสมกว่ากฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ ดังนั้น จึงควรให้กฎหมายที่ได้ตราขึ้นใหม่มีผลใช้บังคับได้ทันที

นายอักขราทร ยังระบุอีกว่า การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งย่อมไม่ใช่โทษในทางอาญาอย่างแน่นอน หากแต่เป็นเพียงมาตรการทางกฎหมายที่เกิดจากผลของกฎหมาย ที่ให้อำนาจในการยุบพรรคการเมือง ที่กระทำการต้องห้ามตามมาตรา 66 เพื่อมิให้กรรมการบริหารพรรคดังกล่าวไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้มีโอกาสกระทำความเสียหายขึ้นอีกชั่วระยะ เวลาหนึ่งอันเป็นมาตรการที่เหมาะสมแก่การคุ้มครองประโยชน์ของความสงบสุข เพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยดำรงอยู่ได้

ด้านนายวิชัย ให้เหตุผลว่า ประกาศคปค.ฉบับที่ 27 บัญญัติไว้ชัดเจนว่าให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบเป็นเวลา 5 ปี นับ แต่มีคำสั่งยุบพรรคนั้นไม่เปิดโอกาสให้แปลความเป็นอย่างอื่น จึงต้องสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมาย ส่วนที่อ้างว่าการใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลังขัดกับหลักกฎหมายอาญาทั่วไปหรือขัดต่อประเพณีการปกครอง ข้ออ้างดังกล่าวต้องเป็นกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนั้นบังคับแก่กรณีใดให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว ปี 2549 มาตรา 36 บัญญัติไว้โดยแจ้งชัดว่าประกาศคปค.ทุกฉบับชอบด้วยกฎหมาย ถือได้ว่ามีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณี ประกาศคปค.โดยชัดแจ้งจึงไม่มีเหตุจะต้องนำประเพณีการปกครองมาใช้บังคับแทนอีก

นายวิชัย ระบุอีกว่า เมื่อประกาศคปค.ฉบับที่ 27 ข้อ 3 เป็นกฎหมายชอบด้วยรัฐธรรมนูญและบัญญัติให้มีผลใช้กับการกระทำใดๆที่นำไปสู่การยุบพรรคการเมืองย้อนหลังได้ ทั้งนี้สภาพการบังคับการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ใช่โทษในทางคดีอาญา ซึ่งจะนำกฎหมายทั่วไปในความผิดอาญามาบังคับใช้ไม่ได้ คณะตุลาการฯจึงต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคตามกฎหมาย

ด้านนายจรัญ ระบุว่า การลงโทษทางอาญามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการตอบแทนต่อการกระทำผิดเรื่องการแก้แค้น ทดแทน และเป็นการป้องกันสังคมได้แก่ การปราบปรามซึ่งเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยทั่วไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าสังคมไม่ยอมให้มีการกระทำผิดเช่นนั้นเกิดขึ้น และเป็นการป้องกันมิให้ผู้นั้นกระทำผิดได้อีกตลอดไป หรือเป็นการชั่วคราว และเป็นการดัดนิสัยให้กลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป ดังนั้น มาตรา 18 แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่ระบุการลงโทษแก่ผู้กระทำผิดจึงมีการกำหนดไว้เช่น การประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และยึดทรัพย์ เป็นต้น

ส่วนการจำกัดสิทธิเสรีภาพในทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้มิได้มีเจตนาเหมือนกับการลงโทษทางอาญา แต่มีเจตนาเพื่อเป็นการปกป้องและคุ้มครองในระบอบประชาธิปไตย ตามมาตรา 63 ที่ให้บรรลุผลโดยกำหนดมาตราการบังคับทางกฎหมายด้วยการจำกัดสิทธิทางการเมืองที่สำคัญ ดังนั้นจะเป็นได้จากบทบัญญัติในมาตรา 69 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่พรรคการเมืองที่ต้องยุบไป เพราะไม่ดำเนินการตามมาตรา 35 หรือ 62 หรือการกระทำตามมาตรา 66 ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ต้องยุบไปจะขอจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือมีส่วนร่วมในการขอจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ตามาตรา 8 อีกไม่ได้ ภายในกำหนด 5 ปี ซึ่งมิใช่เป็นการลงโทษอาญาแก่บุคคล และมิใช่เป็นการปฎิบัติต่อบุคคลเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดทางอาญา

ดังนั้นจึงไม่อาจกล่าวได้ว่าการจำกัดสิทธิเสรีภาพทางการเมือง เป็นการปฎิบัติต่อบุคคลเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดทางอาญา หลักในเรื่องกฎหมายไม่มีผลย้อนหลังทางอาญา จึงไม่อาจจะนำมาใช้บังคับกับกรณีนี้ได้ ในคำวินิจฉัยของนายจรัญ ยังได้มีการเปรียบเทียบการตัดสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองในระดับชาติและระดับท้องถิ่น โดยได้มีการยกข้อกฎหมายมาประกอบและชี้ให้เห็นในหลายประเด็น โดยเฉพาะมาตราฐานในการจำกัดสิทธิทางการเมืองของ ส.ส.ที่ถือเป็นนักการเมืองระดับชาติ ถือว่าเป็นการระทำผิดรุนแรงกว่าสมาชิกสภาพท้องถิ่น ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นมาตราฐานในการจำกัดสิทธิทางการเมือง ส.ส.จะต้องมีมาตราฐานสูงกว่าสมาชิกองค์กรปกครองท้องถิ่น เพราะหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค จะเป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออำนาจอธิปไตยแห่งรัฐ อีกทั้งการจำกัดสิทธิ์และเสรีภาพทางการเมือง ไม่ใช่โทษทางอาญา จึงมีเหตุผลและความจำเป็นในการบังคับใช้กับหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติในมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญปี 40 ประกอบกับมาตรา 66 และมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง


ขอบคุณท่านคณะตุลาการครับ

ท่านได้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์และมีประสิทธิภาพ และตุลาการก็มีความทันยุคทันสมัยมากกว่านักวิชาการที่คิดว่าตนเองอยู่แนวหน้าทางวิชาการเสียอีก

ขอได้รับความขอบคุณและคารวะครับ....

อยากให้ตุลาการและผู้อยู่ในขบวนการยุติธรรมยุคปัจจุบัน เอาเป็นแบบอย่างในด้านความเที่ยงตรง ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย เจตนารมณ์ของกฎหมายและขบวนการยุติธรรม....

                                                                                                                                                                  
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 07-06-2007, 09:34 »



วธ.สั่งเก็บคำวินิจฉัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 มิถุนายน 2550 18:20 น.
 
 
       “คุณหญิงไขศรี” สั่งการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเอกสารและคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คดีประวัติศาสตร์ ยุบไทยรักไทย จัดเก็บต้นฉบับเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ

 
       คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมเอกสารและข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ประสานไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเอกสารคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้งหมด จัดทำเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ
       
       รวมถึงประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานแปลเอกสารคำวินิจฉัยคดียุบพรรคการเมืองเป็นภาษาต่างประเทศ นำไปเผยแพร่ให้สถานทูตต่างๆ โดยหอจดหมายเหตุฯ จะรวบรวมเก็บเอกสารคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ และติดต่อขอข้อมูลภาพการบันทึกวิดีโอ เทปบันทึกเสียง ข้อมูลมัลติมีเดีย และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่อเป็นต้นฉบับรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุฯ
       
       เนื่องจากเหตุการณ์คำตัดสินคดียุบพรรคการเมืองครั้งนี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ที่สำคัญ สังคมสนใจเรื่องนี้มาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนอาจจะลืมเลือนข้อเท็จจริงดังกล่าว หอจดหมายเหตุฯ จึงมีหน้าที่เก็บรวบรวมเอกสารทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของนักศึกษา นักกฎหมาย นักวิชาการชาวไทย อีกทั้งเป็นการรวบรวมไว้ให้นักวิชาการชาวต่างประเทศที่สนใจมาค้นคว้าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 20-06-2007, 17:14 »




เสียงส่วนน้อย ที่ผิดพลาด ไม่มีพลัง แม้จะเป็นอิสระ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 02-07-2007, 14:14 »



กรณีซุกหุ้นหนึ่งเป็นรอยด่างของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งในด้าน

เกรงกลัวต่อแรงบีบและกระแสการเมือง

ใช้เทคนิคการแยกเสียงตัดสินกรณีต่างๆเพื่อให้ผู้กระทำผิดพ้นผิดโดยฉิวเฉียด (มีคำว่าบกพร่องโดยสุจริต ทั้งที่เป็นการแสดงละครมากกว่าสำนึกผิดและไม่ประพฤติผิดอีก จึงไม่สมควรนำมาเป็นเหตุผลในการพิจารณา)

มีข้อครหาว่ามีตุลาการบางรายผลประโยชน์ส่วนตนเกี่ยวเนื่องแอบแฝงจนทุกวันนี้


สมควรใช้เป็นกรณีศึกษาที่คนไทยพึงจดจำพฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องไปจนชั่วลูกชั่วหลาน

ยังไม่นับคดีความที่ค้างคากรณีขึ้นเงินเดือนตนเองจะตามมาหลอกหลอนว่าระบอบประชาธิปไตยมีการถ่วงดุลกันอยู่แม้จะมีความเด็ดขาดในเขตแดนอำนาจของตนก็ตามที่

ตุลาการทั้งหลายพึงสังวรณ์กระทำหน้าที่โดยสุจริตและกล้าหาญ ด้วยว่าอธรรมจะมีชัยเหนือธรรมะก็หาไม่..

                                                                                                                                           
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: