ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
18-10-2019, 15:45
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  วิธีแปลงวิกฤติเลวร้ายเป็นโอกาสทองของจีน (แต่บางประเทศยังดักดาน หายนะจะมาเยือน) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
วิธีแปลงวิกฤติเลวร้ายเป็นโอกาสทองของจีน (แต่บางประเทศยังดักดาน หายนะจะมาเยือน)  (อ่าน 5642 ครั้ง)
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #50 เมื่อ: 20-05-2007, 14:37 »

ประเด็นเริ่มแรกคือ ความไม่เอาไหนของนายสุรยุทธ์ในการจัดการกับเงินตราต่างประเทศ(สินทรัพย์)ที่มันเสื่อมค่าลงทุกวัน เมื่อไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีคนเข้ามา เข้าใจไปว่า เป็นการโลภ ไม่พอเพียง ทุนนิยมคือความชั่ว ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงต่อ  พร้อมกับยกให้รัฐบาลนี้คือรัฐบาลพอเพียง แต่พอถูกทวงถามถึง JTEPA เขายายเที่ยง ผู้หญิงตาดำๆถูกฟันแขนขาด ฯลฯ เงียบครับ ไหนล่ะพอเพียง ที่แท้ก็แค่พวกภาพดี แต่เข้ามาทำมาหากิน ไม่ต่างจากทักษิณครับ

ประเด็นที่ถูกแตกออกไปอีกต่อมา ก็คือ ประเทศนี้แท้ที่จริงแล้วถูกกุมอำนาจและแบ่งอำนาจภายในคนไม่กี่กลุ่ม  การรวบอำนาจเผด็จการไม่เป็นไรถ้ายึดอำนาจไปแล้วทำเพื่อส่วนรวม แสดงความจริงใจออกมา  แต่การยึดอำนาจครั้งนี้ก็เป็นแค่ปาหี่ เพราะหลอกให้ประชาชนต่อสู้มาตลอด เสร็จแล้วที่เห็นและเป็นอยู่ก็คือ การต่อรองกันไปมา เล่นเกมไปมา ระหว่างอำนาจเก่าและใหม่  เสร็จแล้วไม่กี่วันก่อนก็มาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเสีียสละ โธ่ จะไปเสียสละได้ไง ก็คนพูดเองยังไปนั่งเป็นที่ปรึกษาในบ.ขายไก่ ธนาคารไทยกลิ่นสิงคโปร์   แล้วไอ้ที่อำนาจเก่ายึดบ.ปิโตรเคมีแสนล้านเขาไป ก็นิ่ง เงียบไปงั้น เอ..ขนาดระดับนั้นยังโดนปล้น แล้วงี้ประชาชนธรรมดาจะเหลืออะไร เห็นอะไรไหมล่ะครับ  ไม่มีใครกล้าเปิดปากกันสักคน ยังคงเดินหน้าเชลียร์ผู้นำพอเพียงกันต่อไป

แบบนี้ก็หายนะครับ ก็ได้แต่ระบาย ประชาชนจะไปปฏิวัติอะไรครับ มีแค่ 2 มือ  แต่เขามีปืนกับเงิน  ชอบพูดกันมากว่ายังมีความหวัง หวังอะไรครับ   เวลานี้ก็คือต่างคนต่างเอาตัวรอดไงครับ


คุณคงกำลังสับสนค่ะ  เงินบาทตอนนี้แข็งค่าขึ้น จนผู้ส่งออกโวยวาย เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินตราสกุลดอลล่าร์ แปลว่าสินทรัพย์เสื่อมค่าได้อย่างไรคะ

ประการที่สอง ถ้าจะพูดถึงมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ค่าของสิ่งนี้ขึ้นลงตามภาวะต่างๆ ในครั้งหนึ่งที่ดินในประเทศไทยเคยมีราคาสูงมาก เพราะเกิดภาวะฟองสบู่ และทุ้สุดแล้วต้องเข้าใจด้วยนะคะว่า มูลค่าของสิ่งใดก็ตาม มันเป็นเพียงมายาเท่านั้น มันไม่มีมูลค่าที่แท้จริงในตัวของมัน ราคาจะสูงต่ำ มันขึ้นอยู่กับการกำหนดราคาของพวกเราเอง

ส่วนเอง  JTEPA เขายายเที่ยง ผู้หญิงตาดำๆถูกฟันแขนขาด  ไม่มีอะไรเกี่ยวกับความพอเพียงเลย ประเด็นที่ยกมาสับสนค่ะ

ประเทศไทยกำลังดีขึ้นเรื่อยๆครับ เพียงแต่ยังไม่ทันต่อความต้องการของคุณที่เคยเห็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

ความหวังเป็นเรื่องที่ดีครับ เรามีชีวิตและทนความทุกข์กันอยู่ได้ก็เพราะมีความหวัง แต่ต้องไม่ฝากความหวังไว้กับคนอื่น ต้องพึ่งตัวเราเอง

ผมเดาเอาว่า คุณสุรยุทธ์ คงจะให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศ ความแตกแยกทางความคิดของประชาชนเป็นหลักมากกว่าปัญหาด้านอื่นๆ
ตามประสาของคนที่มีอาชีพทหาร ที่ต้องมองเรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด
ส่วนเรื่องอื่นๆที่เป็นปัญหารองลงมาในสายตาของเขาก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหน้าจะต้องแก้ไข

ความจริงแล้วประเทศนี้ก็เป็นอย่างที่คุณว่าแหละ คือ เป็นที่ตักตวงของกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งมานานแล้ว แบบมือใครยาวก็สาวได้สาวเอา
ในอดีตก็เป็นกลุ่มเก่าพวกศักดินา พวกขุนศึก ข้าราชการทั้งหลาย   ปัจจุบันก็เป็นกลุ่มทุนต่างๆที่สร้างอำนาจต่อรองกลุ่มเก่าด้วยระบอบทุนนิยม

มีแต่ประชาธิปไตยเท่านั้น จึงจะลดบทบาทคนเหล่านั้นและสร้างอำนาจต่อรองให้กับประชาชนได้

เพราะฉะนั้นคนส่วนใหญ่จึงจำเป็นยังต้องใช้งานคุณสุรยุทธ์อยู่ ถึงจะไม่ได้อย่างใจนัก
แต่คุณสุรยุทธ์มีหน้าที่สำคัญอยู่คือ จะต้องจัดการเลือกตั้งและส่งผ่านอำนาจไปยังรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อย  แล้วเราจะได้เดินหน้ากันต่อ 
จากบทบาทที่คุณสุรยุทธ์แสดงอยู่ทุกวันนี้ ผมเชื่อว่า การเลือกตั้งที่กำกับดูแลโดยเขา จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เกลียดเหลี่ยม หรือรักเหลี่ยม
หลังจากนั้น จะไปไหนก็ไป จะกลับไปเป็นองคมนตรีก็เชิญ ตามสบาย

ตำแหน่ง องคมนตรี เป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าแต่งตั้งและถอดถอน ไม่มีผูใดเป็นหรือไม่เป็นได้ตามใจตนเอง ปัจจุบัญเท่าที่มีการเปิดเผย ไม่เคยมีพระบรามราชโองการถอดถอนพลเอกสุรยุทธ ออกจากตำแหน่งองคมนตรีค่ะ  
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #51 เมื่อ: 20-05-2007, 14:46 »

ขอโทษเจ้าของกระทู้ที่ของนอกประเด็นครับ
เมื่อไม่นานมานี้ ผมเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ทักษิณ ออกไปทุกอย่างจบ
.
.
.
.
.
.
.
ต้องยอมรับว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ดี ถึงดีมากในบอร์ดนี้เลยทีเดียว
.
.
.
.
ยินดีด้วยครับ
.
.
ส่วนคำพูดที่บอกว่า
เงินทองเป็นของนอกกาย ข้าวปลาเป็นของจริง

ลองป่วยดูซิครับ ข้าวปลาจะพาไปรักไปรักษาโรคได้ไหม
ย้อนยุคกลับไปหายุคหินจริง ๆ ของแลกของ
แล้วจึงพัฒนาเป็นใช้เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน


คำถามของคุณเป็นปรัชญาทีเดียว เพียงแต่คุณไม่เข้าใจหรือไม่พยายามเข้าใจเรื่องสื่อกลางของการแลกเปลี่ยน ที่ไม่ได้มีค่าในตัวของมันเอง คำพูดที่ว่า "ลองป่วยดูซิครับ ข้าวปลาจะพาไปรักไปรักษาโรคได้ไหม" นับว่าสะท้อนความไม่เข้าใจของคุณได้ชัดเจนจริงๆค่ะ

ขอแก้นิดหนึ่ง คำนั้นได้เขียนตามคำพูดของ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ว่าไว้ดังนี้

เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง

ไม่ใช่ เงินทองเป็นของนอกกาย ค่ะ อ่านผิดอาจจะเข้าใจผิดได้

ส่วนความเห็นที่ว่า "ลองป่วยดูซิครับ ข้าวปลาจะพาไปรักไปรักษาโรคได้ไหม" นั้น คุณได้สะท้อนถึงความไม่เข้าใจในปรัชญาของการแพทย์ และนำเอาสภาพสังคมปัจจุบัญมาเป็นตัวกำหนดการรักษาพยาบาลว่า ต้องแลกเปลี่ยนด้วยเงิน ซึ่งสภาพการรักษาพยาบาลทุกวันนี้ เป็นไปตามวิถีทางของทุนนิยม คือมุ่งหวังผลกำไรสูงสุดเป็นที่ตั้ง แต่เมื่อเราใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียงได้ทั้งระบบ ความวิตกกังวลนี้คุณก็จะสบายใจได้ เพราะเมื่อรู้จักความพอเพียงแล้ว การรักษาพยาบาลเขาก็ไม่ต้องรูดการ์ด หรือรักษาเฉพาะคนมีเงินเท่านั้น การรักษาพยาบาลคือการให้บริการปกติแก่ชุมชน หากคุณเข้าใจเรื่องสวัสดิการของสังคมมากเพียงพอ จะเข้าใจว่าประโยคที่คุณพูดมานั้นไม่ถูกต้องเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #52 เมื่อ: 20-05-2007, 15:03 »

ตำแหน่ง องคมนตรี เป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าแต่งตั้งและถอดถอน ไม่มีผูใดเป็นหรือไม่เป็นได้ตามใจตนเอง ปัจจุบัญเท่าที่มีการเปิดเผย ไม่เคยมีพระบรามราชโองการถอดถอนพลเอกสุรยุทธ ออกจากตำแหน่งองคมนตรีค่ะ  

อืมม์ จะโปร พล.อ.สุรยุทธ์ (ตามภาระหน้าที่?) ก็ทำไปเถอะครับ
แต่อย่าให้ข้อมูลผิด ๆ สร้างความสับสน

พล.อ.สุรยุทธ์ กราบบังคมทูลลาออกจากองคมนตรี ตั้งแต่ก่อนจะรับพระบรมราชโองการ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วครับ
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 20-05-2007, 15:32 »

คุณคงกำลังสับสนค่ะ  เงินบาทตอนนี้แข็งค่าขึ้น จนผู้ส่งออกโวยวาย เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินตราสกุลดอลล่าร์ แปลว่าสินทรัพย์เสื่อมค่าได้อย่างไรคะ

สินทรัพย์ที่ผมหมายถึงคือ ทุนสำรองเงินคราระหว่างประเทศนี้มีไว้ไงครับ อย่าลืมนะครับว่า ที่มันเพิ่มขึ้นมาขนาดนี้ได้เกิดจากการเพิ่มปริมาณเงินบาทเพื่อไล่ซื้อเงินสกุลที่มันกำลังร่วง กดมันไว้เพื่อช่วยอุดหนุนการส่งออกซึ่งเราจำเป็นต้องพึ่งพาอยู่ โอเค นี่ผมไม่โทษหรอกเพราะเราเป็นประเทศเล็ก ... แต่ทว่า มันต้องมีแผนรองรับจัดการครับว่า จะทำอะไรกับมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด  เหมือนคุณเก็บสินค้าเอาไว้ในโกดัง แล้วสินค้านั้นมันมูลค่าเสื่อมลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะล้าสมัย หรืออะไรก็แล้วแต่  คุณจะถือมันต่อไปแล้วภาวนากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่ามันจะกลับมาเหมือนเดิมสักวัน คงจะบ้าแน่ๆครับ  ก็ต้องระบายมันออก ทีนี้สำหรับเงินดอลล่าร์จะระบายยังไงให้มันขาดทุนน้อยที่สุด แล้วได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา  สำหรับจีนนั่นคือ แร่ธาตุ ทรัพยากร และเทคโนโลยี ที่จะนำมาเกื้อกูลเศรษฐกิจเขา ซึ่งก็คือประชากร 1300 ล้านคน หรือเรียกว่า "เศรษฐกิจจีน" นั่นหละครับ  แล้วถามว่ารัฐบาลไทย แบ๊งกชาตินั่งทำอะไรอยู่ ???  8 เดือนแล้วครับอย่าไปโทษทักษิณเลย

ส่วนเงินบาทที่มีค่าเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นจากอะไรครับ? เพราะเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งแล้ว?  ในโลกนี้นอกจากประเทศไทย ลาว กัมพูชา แล้ว มีใครอยากได้เงินบาทเอาไปเก็บบ้างครับ ?? แล้วที่ค่าเงินมันพุ่งขึ้นมามันคืออะไร ?? ผมไม่โทษสุรุยุทธ์หรือทักษิณหรอกครับว่าเป็นต้นเหตุของค่าเงินบาท แต่ผมโทษที่สุรยุทธ์ไม่ทำอะไรต่างหาก ถ้าไม่รู้ว่าจะทำอะไรก็ควรออกไปให้พ้นๆ

ตราบใดที่คุณยังต้องใช้อินเตอร์เน็ตแสดงความคิดเห็นแบบนี้ ตราบนั้นคุณก็ยังต้องพัวพันกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จะเอาเงินบาทถึงแม้มันจะพุ่งเอาๆไปชำระค่าสินค้าและบริการหรือเปล่าล่ะครับ คุณก็ต้องมีเงินตราต่างประเทศสกุลที่เขายอมรับ เมื่อต้องใช้เงิน ก็ต้องบริหารให้มันงอกเงยหรือถ้าจำเป็น ก็ต้องเสียหายน้อยที่สุด




ส่วนเอง  JTEPA เขายายเที่ยง ผู้หญิงตาดำๆถูกฟันแขนขาด  ไม่มีอะไรเกี่ยวกับความพอเพียงเลย ประเด็นที่ยกมาสับสนค่ะ
JTEPA คืออะไรคุณทราบไหมครับ ??? ผมยังไม่รู้เรื่องเลย รู้อีกทีก็ไม่กี่วันแล้วสุรยุทธ์ก็บินไปญี่ปุ่นเซ็นเรียบร้อยแล้วครับ

ผู้หญิงคาราโอเกะถูกฟันแขนขาด ตำรวจงุบงิบเรื่อง จนกระทั่งต้องมาร้องเรียนถึงกรุงเทพฯ แล้วป่านนี้ไปถึงไหนแล้ว ?  ผู้หญิงคนนั้นก็พิการกันไป แม่เป็นมะเร็ง คนผิดยังคงลอยนวล นี่คือกรณีหนึ่งของความอยุติธรรมในสังคมไงครับ

หรือจะเรื่องน้ำเสียลงแม่น้ำตั้งแต่มี.ค. แล้วป่านนี้คนผิดหาตัวได้หรือยัง ? หรือจะบอกว่า รัฐบาลไม่เกี่ยว เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ชาวบ้านเอาเงินไป อุดปาก จะได้หยุดโวย พอเพียงไปก่อน ?

เขายายเที่ยง ไม่ว่าจะอย่างไร หลักการนั่นคือที่ป่าครับ สำหรับชาวบ้านไปทำกิน ไม่ใช่เอามาสร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว จะหรูหราหรือสับปะรังเค ไม่ผิดกฎหมาย แต่มันก็ไม่ถูกต้อง

เมื่อคุณเองยังไม่โปร่งใส แล้วจะไปกล่าวหาทักษิณได้ยังไง ในเมื่อทักษิณก็อ้างกฎหมายแล้วบอกว่าเขาไม่ผิด  เขาเรียก hypocrit แปลไทยๆก็ ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเองครับ



คุณพี่พรรณชมพูก็รู้นี่ครับว่า สุรยุทธ์อยู่ในฐานะอะไร เกียรติประวัติเป็นยังไง อย่าลืมว่าสุรยุทธ์ไม่เหมือนกับคุณอานันท์ ปันยารชุน ในอดีต  อย่านึกว่าจะทำอะไรก็ได้ครับ เพราะต้นทุนชื่อเสียงคุณสูงขนาดนี้ คุณควรจะสร้างมาตรฐานใหม่ๆอันดีงามแก่สังคม พิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ใช่ใช้การทำพิธีปฏิญาณตนออกข่าวกี่ครั้งจำไม่ได้แล้ว แล้วก็ป่าวประกาศว่า ผมซื่อสัตย์ ๆ ๆ ๆ คุณคิดว่าประชาชนเป็นอะไรครับ? .... ผมถึงได้บอกไงครับว่า นี่ทำให้ความภูมิใจในความเป็นคนไทยของผมและหลายๆคนที่เขามีทางเลือกให้ตัวเองร่อยหรอไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ   สุรยุทธ์อายุเท่าไรแล้วครับ แต่คนอีกมากเขายังต้องอยู่ยาวกว่าสุรยุทธ์ครับ ถ้าอยู่ไม่ได้เขาก็ต้องหาทางรอดให้ตัวเองกันทั้งนั้น    ผมไม่ชอบมาปากแข็งพูดคำเสนาะหูเพื่อให้ใครมาชื่นชม หากมันไม่ตรงกับที่ผมคิดหรอกครับ

บันทึกการเข้า

55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #54 เมื่อ: 20-05-2007, 16:05 »

อ่านมาหลายวันแล้ว ขอนุญาติแสดงความคิดเห็นหน่อยครับ

ผมเข้าใจว่า การเสื่อมค่าของคุณภาษาจีน น่าจะหมายถึงการอ่อนค่าของดอลล่าห์ ทำให้มูลค่าของดอลล่าห์ในประมาณทุนสำรองลดน้อยลง........ผมพยายาม ค้นอยู่หลายวัน แต่ด้วยความที่ไม่มีความสามารถในเรื่อง IT จึงไม่สามารถ search ได้........

ในระบบทุนสำรอง ของเรานั้น มีเงินสกุลอื่น อยู่ด้วย รวมทั้งทอง และการลงทุนอื่น เช่น พันธบัตร ฯลฯ.......ที่ผมกำลังหาอยู่ อยากทราบว่า ทางแบ็งค์ชาติมีการถ่วงน้ำหนักเงินสกุลใด เป็นปริมาณเท่าใด...แต่ก็จนปัญญาด้วยเหตุผลดังกล่าว ข้างต้น......เนื่องจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ นำมาประดับความรู้อยู่เหมือนกัน..........และเท่าที่ติดตามข่าวสารมาเรื่อย ๆ เราจะเห็นได้ว่า จากต้นปี 49 เราถูกถล่มค่าเงิน มาตลอด ...ผมจึงขอเดา ว่า เงินเหล่านั้นเป็นเงินร้อน..แบ็งค์ชาติจึงน่าจะระมัดระวัง เรื่องการถือครองดอลล่าห์

บางทีสิ่งที่ คุณภาษาจีน กล่าวไว้ในหลาย ๆ ความเห็นข้างบน ผมก็ไม่คิดว่า ผิดอะไร ........ถ้าจะมองถึงโลกาภิวัฒน์ ที่กำลังเดินไป ในกระแสโลก

หรือสิ่งที่คุณพรรณชมพู กล่าวว่า " เงินทองเป็นของมายา  ข้าวปลาเป็นของจริง " ในความเห็นของผมก็ว่าไม่ผิดเช่น

ในตอนที่ผมเริ่มทำงานใหม่ ๆ เมื่อซักหลาย ๆ ปีก่อน ด้วยเงินเดือน 2,000 บาท ในบริษัท ฯ อสังหาริมทรัพย์ ที่ใหญ่มากในปัจจุบัน .....ผมถูกส่งไปอยู่หน่วยงานก่อสร้าง เห็นชีวิตคนงานทุกวัน....ด้วยเงินเดือนตัวเอง ที่จะต้องแบ่งให้แม่และใช้จ่ายส่วนตัว เรียกว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง ....วัน ๆ ก็ได้แต่คิดว่า เมื่อไหร่หนอ จะมีเงินเดือนแบบพวกวิศวกรเค้า(ตอนนั้น ก็เกือบ ๆ หมื่น)....ยิ่งคิด ก็ยิ่งหงุดหงิดอยู่ทุกวัน..........

แต่อยู่มาวันหนึ่ง เลิกงานตอนเย็น ผมเข้าไปเดินเล่นในบริเวณบ้านพักคนงาน.....ก็มีคนงานเรียกเข้าไปกินข้าว...
แรก ๆ ก็รู้สึกรังเกียจ เล็กน้อย (นิสัยไม่ดี)..แต่สุดท้ายก็เข้าไปนั่งกินข้าว กับ ครอบครัวของคนงานผู้นั้น....ยิ่งนั่งไป ยิ่งคุยไป ยิ่งรู้สึกว่า มีความสุขยังไงก็ไม่รู้ มองไปเห็นผัวเมีย นั่งคุยกัน เด๋วก็มีลูกเล็ก ๆ มากวนเป็นระยะ วันนั้น ผมได้กินอาหารที่ได้เรียกว่า "กระจอก ดินเนอร์" แต่ขณะนั่งรถกลับบ้าน กลับรู้สึกประหลาด ๆ มันมีความสุขยังไง ยังไง พิกล แต่หาเหตุผลไม่ได้.........ขณะนั้น คนงานค่าแรงไม่น่าจะเกินวันละ 60 บาท

หลายปีต่อมา หลังจากพัฒนาตัวเองมาเรื่อย ๆ ชีวิต สุขสบาย ขึ้น....แล้วอยู่มาวันหนึ่งต้องประสพอุบัติเหตุทางธุรกิจให้ต้องนอนไม่หลับไปเป็นเวลาหลายเดื่อน........ตามประสาคนมีความทุกข์...ก็เริ่มคิดถึงวันเก่า ๆ แล้วก็ไปสะดุด เอาวันที่ไปนั่งกินข้าวกับคนงานผู้นั้น กับอีกหลายเหตุการณ์ ที่ คล้าย ๆ กัน........ผมได้พบว่า คนเหล่านั้นมีความสุข เพราะไม่เคยไปคิดอะไรที่มันเกินกำลังความสามารถของพวกเค้า ดังนันเค้าจึงไม่เหนื่อยกับการถวิลหา สิ่งที่ยากลำบาก ไม่มีแรงกดดัน หาความสุขไปตามอัตภาพ ผมคำนวนจากเสียงหัวเราะ และ รอยยิ้ม ผมว่า ปริมาณความสุขอาจมากกว่าเศรษฐีหลาย ๆ คนซะอีก......เหล่านี้ เหตุผลว่า ทำไมผมถึง ยอมรับ เศรษฐกิจพอเพียง อย่างเต็มหัวใจ.....ในหลวงได้ทรงแสดงพระอัจฉริยภาพ ด้วยการ ดึงภาพมายา กลับไปสู่ พื้นฐานความต้องการที่แท้จริงของมวลหมู่มนุษยชาติ .....

โดยหลักพื้นฐานที่แท้จริงแล้ว สิ่งที่มนุษย์โลก โหยหาอยู่ตลอดเวลา ก็คือ "ความสุข"....ทรัพย์สินเงินทอง เป็นแค่เพียงสิ่งอำนวยความสะดวกในการหาความสุข......จะไม่มีเลยก็ไม่ได้ บางครั้งก็ไม่สะดวก ในชีวิตจริง....แต่ถ้า อยากมีมากจนไปทำลายความสุข ก็ไม่น่าจะดีเท่าไหร่

อย่างไรก็แล้วแต่ ผมคงไม่เสนอความเห็นในการต่อต้านระบบทุนนิยมที่กำลังเป็นกระแสโลกอยู่ในขณะนี้....เพราะประเทศไทย ก็เป็น ประเทศหนึ่งในแผนที่โลก ซึ่งก็ต้องยอมรับมันด้วยเช่นกัน .......ซึ่งในชีวิตจริงของคนเรา ก็ยังขลุกอยู่ในระบบทุนนิยม


เรื่องการบริหารรัฐบาลสุรยุทธ...ถึงแม้ว่าผมจะหงุดหงิด อยู่บ่อย ๆ แต่ก็เห็นไปในแนวทางเดียวกับคุณ "แอบอ่าน ซุ่มเงียบ" ที่ คห.48 ครับ


ปล. เรื่องเกิดเมืองไทย ขอตายในเมืองไทย .......ผมคิดอย่างนี้จริง ๆ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-05-2007, 17:11 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #55 เมื่อ: 20-05-2007, 18:28 »

อืมม์ จะโปร พล.อ.สุรยุทธ์ (ตามภาระหน้าที่?) ก็ทำไปเถอะครับ
แต่อย่าให้ข้อมูลผิด ๆ สร้างความสับสน

พล.อ.สุรยุทธ์ กราบบังคมทูลลาออกจากองคมนตรี ตั้งแต่ก่อนจะรับพระบรมราชโองการ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วครับ

รับทราบในข้อมูลค่ะ ขออภัยอย่างสูงในความผิดพลาด

อ้างถึง
สินทรัพย์ที่ผมหมายถึงคือ ทุนสำรองเงินคราระหว่างประเทศนี้มีไว้ไงครับ อย่าลืมนะครับว่า ที่มันเพิ่มขึ้นมาขนาดนี้ได้เกิดจากการเพิ่มปริมาณเงินบาทเพื่อไล่ซื้อเงินสกุลที่มันกำลังร่วง กดมันไว้เพื่อช่วยอุดหนุนการส่งออกซึ่งเราจำเป็นต้องพึ่งพาอยู่ โอเค นี่ผมไม่โทษหรอกเพราะเราเป็นประเทศเล็ก ... แต่ทว่า มันต้องมีแผนรองรับจัดการครับว่า จะทำอะไรกับมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด  เหมือนคุณเก็บสินค้าเอาไว้ในโกดัง แล้วสินค้านั้นมันมูลค่าเสื่อมลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะล้าสมัย หรืออะไรก็แล้วแต่  คุณจะถือมันต่อไปแล้วภาวนากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่ามันจะกลับมาเหมือนเดิมสักวัน คงจะบ้าแน่ๆครับ  ก็ต้องระบายมันออก ทีนี้สำหรับเงินดอลล่าร์จะระบายยังไงให้มันขาดทุนน้อยที่สุด แล้วได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา  สำหรับจีนนั่นคือ แร่ธาตุ ทรัพยากร และเทคโนโลยี ที่จะนำมาเกื้อกูลเศรษฐกิจเขา ซึ่งก็คือประชากร 1300 ล้านคน หรือเรียกว่า "เศรษฐกิจจีน" นั่นหละครับ  แล้วถามว่ารัฐบาลไทย แบ๊งกชาตินั่งทำอะไรอยู่ ???  8 เดือนแล้วครับอย่าไปโทษทักษิณเลย

การบริหารเงินทุนสำรองนั้น เป็นไปตามระบบทุนนิยมที่เราใช้อยู่ค่ะ หลายรัฐบาลมาแล้วที่พยายามรักษาเสถียรภาพของเงินบาท ด้วยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ถูกโจมตีค่าเงินบาทมาก็หลายครั้ง เอาตัวรอดมาได้ก็หลายครั้ง ต้องไปกู้ ไอเอมเอฟมาแล้วก็หลายครั้ง วนเวียนอยู่เช่นนี้ ไม่เคยมียุคไหนที่เราปลดแอกเรื่องค่าเงินนี้ได้ เพราะเกมส์นี้เราเล่นตามกติกาที่คนอื่นกำหนดขึ้น และคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าเรานั้นมีเยอะ

เงินบาทอ่อนผู้ส่งออกดีใจ เงินบาทแข็งผู้นำเข้าบ่น และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน อยู่ที่ว่าใครจะได้ประโยชน์จากค่าของเงินในเวลานั้น  ประเทศไทยทำอย่างประเทศจีนที่คุณว่าไม่ได้ เพราะจีนนั้นเป็นเผด็จการ เงินของประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จะเอาไปทำอะไรก็ได้ เช่นเดียวกับประเทศเผด็จการทั้งปวง เงินของประชาชนที่ขูดรีดมาจากประชาชน ผู้นำหรือผูปกครองก็หยิบฉวยไปใช้ได้ตามใจชอบ จะนำไปลงทุนเพื่อชาติหรือเพื่อส่วนตัวก็แล้วแต่คุณธรรมจริยธรรมของผูนั้น ประเทศไทยเราเองเมื่อรัฐบาลที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนี้ เงินทีควรจะนำมาพัฒนาชาติ ก็นำไปซื้อเสียงด้วยการสร้างโครงการประชานิยม จ่ายให้ สส.เอาไปทำประตูวัดแล้วก็โกงกินซะ นี่เป็นสัญลักษญ์ของเผด็จการ แต่ในวันนี้ การดูแลเงินทุนสำรอง กฎหมายก็บังคับให้บริหารตามระเบียบที่วางไว้ จะนำไปซื้อแร่ธาตุ ทรัพยากร หรือเทคโนโลยีไม่ได้ค่ะ หากจะทำคงต้องแก้กฎหมายให้เขาก่อนนะคะ

และนี่แหละค่ะคือปัญหาของระบบทุนนิยมที่เราใช้ เงินทุนสำรองของเรามีมากหรือน้อย ก็จะกระเทือนถึงปากท้องของประชาชนได้ในทันที นี่แหละค่ะคือระบบทุน หากเป็นระบบเศรษฐกิจพอเพียง ปากท้องของประชาชน อยู่กับผลผลิตที่เขาลงแรงกายสร้างขึ้นมา การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่เป็นของชุมชน จะปลดแอกเรื่องเงินไม่ให้กระทบกระเทือนกับประชาชน หรือกระทบน้อยลงกว่าปัจจุบัญนี้มาก ตัวอย่างก็เช่นเรื่องเบี้ยกุดชุม และระบบแลกเปลี่ยนสินค้าโดยใช้ระบบบัญชีของอีกหลายชุมชนในชนบท ที่กลุ่มทุนสกปรกพยายามทำลายไม่ให้ดำเนินการได้ค่ะ

เรื่อง JTEPA เขายายเที่ยง ผู้หญิงตาดำๆถูกฟันแขนขาด   นั้นได้ยกมาอธิบายตามที่คุณยกมาว่า มันไม่เกี่ยวกับเรื่องพอเพียงค่ะ แต่ประเด็นที่คุณตอบซ้ำมาอีกหนนั้น อ่านคำสรุปได้ว่า "เมื่อคุณเองยังไม่โปร่งใส แล้วจะไปกล่าวหาทักษิณได้ยังไง ในเมื่อทักษิณก็อ้างกฎหมายแล้วบอกว่าเขาไม่ผิด  เขาเรียก hypocrit แปลไทยๆก็ ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเองครับ"

การเอาผิดกับทักษิณนั้น ไม่ได้เป็นการริเริ่มของพลเอกสุรยุทธค่ะ เป็นข้อเรียกร้องของประชาชนตั้งแต่เริ่มขับไล่เขาแล้ว ให้ตรวจสอบการคอรัปชั่นของเขา คตส.ตั้งขึ้นมาเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจ เพื่อรวบรวมหลักฐานการคอรัปชั่นนี้ เพื่อส่งต่อให้กระบวนการยุติธรรม ดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย โดยไม่มีการรังแก หรือกลั่นแกล้ง ผิดถูกว่าไปตามหลักฐานค่ะ

ส่วนกรณ๊ว่าพลเอกสุรยุทธจะโปร่งใสหรือไม่ มีการเรียกร้องอยู่สม่ำเสมอให้ตรวจสอบท่าน ซึ่งถ้าเทียบกับระยะเวลาที่ตรวจสอบทักษิณแล้ว ยังเป็นระยะเวลาน้อยนัก กระบวนการตรวจสอบยังไม่ดำเนินไปถึงขั้นกล่าวโทษหรือส่งฟ้อง หากจะเอามาตรฐานที่ลิ่วล้อไทยรักไทยเขาชอบร้องว่า ป่านนี้แล้วยังเอาผิดกับทักษิณไม่ได้ แปลว่าไม่ผิด ก็คงจะร้องให้พลเอกสุรยุทธด้วยคำเดียวกันได้กระมังคะ ป่านนี้แล้วยังไม่มีหลักฐานเอาผิดท่านเลยนี่คะ

หรือเราจะรอให้เรื่องดำเนินไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง แล้วอดใจรอดูผลดีล่ะคะ

หนูเห็นคุณกล่าวนิยมจีนมาหลายหนแล้ว ซึ่งก็จะเดาได้ว่าคุณน่าจะมีเชื้อสายจีน คนไทยชื้อสายีนมีเยอะมากค่ะในประเทศไทย ที่คิดจะกลับไปอยู่เมืองจีนก็คงมีอย่างเช่นคุณ ที่ไม่คิดจะไปก็มี ที่คิดว่าตนเป็นเชื้อสายจีนแต่เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์แล้วก็มาก หนูเองก็มีเชื้อสายจีน แต่ไม่ได้ชื่นชมหรือรังเกียจจีน เพราะเลือกที่จะชื่นชมหรือรังเกียจอะไรก็ด้วยเหตุผล ไม่ใช่เชื้อชาติสัญชาติ คนจีนที่ดีก็มี คนไทยที่ดีก็มี และในทางกลับกันทั้งสองชาติ มีคนเลวอยู่ด้วยเหมือนๆกันค่ะ


บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #56 เมื่อ: 20-05-2007, 18:53 »

รับทราบในข้อมูลค่ะ ขออภัยอย่างสูงในความผิดพลาด


เข้าใจทีคุณพรรณชมพูตอบคุณแอบอ่าน ซุ่มเงียบ เกี่ยวกับตำแหน่งองคมนตรีเดิมของท่านนายกฯ สุรยุทธ์ ซึ่งเพียงแต่ชี้ให้เห็นว่า ท่านไม่ได้ถูกถอดถอน ก็เท่านั้น

หลายคนย่อมโปรท่านนายกฯ เมื่อเห็นว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาของท่านนั้นถูกทาง แม้หลายคนจะไม่เห็นด้วย รู้สึกไม่ทันใจ ชักช้า อะไรก็ว่าไป เอาไว้มามองย้อนหลังแล้วจะรู้

ส่วนความเจริญด้านวัตถุของจีน หลายคนก็ยอมรับ นั่นก็เป็นเพียงภาพหนึ่งที่มองเห็น แต่ไม่เห็นด้วยที่ว่า จะต้องแสดงท่าเหมือนชี้นิ้วด่ากราด มองว่าเมืองไทยห่วยแตก หาข้อดีไม่ได้ ในขณะที่ข้อเสียและจุดอ่อนของจีนก็มีมากเช่นกัน

หลาย ๆ ภาคส่วนของบ้านเราพัฒนาดีขึ้นมาก แต่แน่นอนว่า ยังมีอีกหลายจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข จะให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทันใจ จะเอาแบบท่านประธานเหมายุคปฏิวัติวัฒนธรรมกระนั้นหรือ ? ก็ทำนองเดียวกับที่เมื่อหลายสิบปีก่อน พวกบ้าประชาธิปไตยอย่างเมกา หรือแม้แต่บ้านเราเอง ทั้งเกลียดทั้งกลัวคอมมิวนิสต์ จนมีคนไทยเชื้อสายจีนที่เป็นปฏิปักษ์กับอำนาจรัฐไม่น้อยที่ถูกกลั่นแกล้ง ถูกยัดเยียดข้อหาเป็นคอมมิวนิสต์ ตายไปไม่รู้เท่าไหร่ ฉันใดก็ฉันนั้น

แต่พอมาวันนี้ เมื่อเศรษฐกิจของจีนเจริญรุดหน้า คนก็แห่กันไปชื่นชม แต่ก็สะใจดี เพราะแม้แต่เมกาก็ยังจ๋อย แต่เส้นกราฟไม่ได้วิ่งขึ้นอย่างเดียว ถึงจุดหนึ่งเมื่อเส้นกราฟตกลง.. แล้วคำวิพากย์จะเป็นฉันใด  Mr. Green

ครั้งหนึ่งเศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็วิ่งฉิว แต่พอถึงจุดหนึ่ง ก็รู้ ๆ กันอยู่

ปล. ส่วนตัว เติบโตมากับการตั้งแง่รังเกียจความเป็นไทยของญาติผู้อาวุโสมากมายหลายท่าน ทั้งญาติใกล้ชิด และญาติห่าง ๆ แต่พอโตขึ้น กลับมองต่างมุม และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่เอาเถอะ มองด้วยความเข้าใจว่า ประสบการณ์ที่พานพบมาต่างกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-05-2007, 19:32 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #57 เมื่อ: 20-05-2007, 20:13 »

ค่อนข้างเข้าใจและเห็นใจ คุณจขกท. และเพื่อนสมาชิกที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นนะคะ

เอาเป็นว่า หากเรามองและชื่นชม สิ่งต่างๆรอบตัวเราด้วยความนิยมชมชอบที่แตกต่างกัน

แต่สิ่งหนึ่ง ขออยากติงและเตือนว่า ตราบใดที่ทุกสิ่งอย่างในโลกนี้ ยังมีหนทางที่ทอดยาวให้คนในชาติเดินต่อไป

ในแนวทางที่จะกำจัด คอร์รับชั่นที่เลวร้ายกัดกินประเทศ แบบไม่เคยพบเห็นมาก่อน

และเรามาร่วมมือ ร่วมใจกันแก้ไขให้เกิดสิ่งที่ดีๆ ด้วยเหตุและผลที่ยืนอยู่บนปัจจัยของความเป็นจริง

ตามข้อจำกัด เท่าที่สามารถทำได้ และมองปัญหาให้กว้างๆ ครอบคลุมทุกประเด็น เพราะข้อจำกัด

ของ กฎหมาย การเมือง ประเพณีนิยม ในแต่ละชนชาติ ย่อมแตกต่างกัน

ดีกว่าไปนั่งมองส่วนดีที่เห็น แบบผิวเผิน ของชนชาติอื่น แล้วมาดูถูก มาตุภูมิสัญชาติเกิดของตนเอง

คงเปรียบได้กับ ถ่มน้ำลาย รดฟ้า ในที่สุดก็หล่นบนลงบนใบหน้า ของผู้ที่ ถ่มถุย มันออกไป อย่างปฏิเสธไม่ได้
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
katindork
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 369


« ตอบ #58 เมื่อ: 21-05-2007, 11:43 »

สินค้าดี แต่วิธีการนำเสนอไม่ถูกต้อง ย่อมถูกตีตกจากโต๊ะประชุมได้ค่ะ  Mr. Green Very Happy Mr. Green

เมื่อมีสินค้าใหม่ตัวหนึ่งที่รู้สึกเห่อขึ้นมา ก็พูดถึงแต่ข้อดีของมัน ในขณะที่สินค้าเดิมที่ตัวเองใช้อยู่เป็นประจำมาก่อน กลับหาข้อดีไม่เจอ พูดถึงแต่ข้อเสียแต่เพียงอย่างเดียว แบบนี้ไม่เรียกว่า การเปรียบเทียบ ค่ะ เค้าเรียกว่า ลำเอียง อคติ 


ขอบคุณ พี่ อั้ย เหวิน เหม่ย ที่ชี้มุมมองอันนี้ครับ  (ท่าทางคุณพี่จะสวยนะครับ  ตามชื่อ)
และอยากชี้ มุึมมองทางนี้ให้คุณภาษาจีน เหล่มาทางนี้นิดครับ

หลายแง่หลายเรื่องที่คุณภาษาจีน ชี้อย่างห่วงใยและเข้มข้นมา 
ผมเห็นด้วยในหลายเรื่อง
แต่อย่างที่ผมบอกครับ  แง่ของปัจเจกบุคคลกับแง่รวมของมวลชน
มันยากตรงนี้ครับ 
เสียงที่ดังคงต้องมีการพูดที่ดีเพื่อโน้มน้าว  อันนี้คือการเมืองชัดๆเลยครับ

การเมืองเป็นเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อครับ   
หากมีผลถึงคนหมู่มาก เป็นดาบสองคมครับ 
เขาจะเชื่อเราหรือไม่เชื่อแถมไม่ชอบนี่อยู่ตรงนี้ด้วยครับ 
ยิ่งเป็นสังคมไทยยิ่งเห็นชัด

แต่มีสิ่งหนึ่งคือ  คนไทยหนีไปไหนไม่ได้อีกแล้วครับ
การให้ความหวังกับคนเป็นสิ่งสำคัญ 
ดูอย่างทักษินสิครับ
ถึงแม้เป็นความหวังจอมปลอมเจือไปด้วยการคอรับชั่นมโหฬาร  คนยังพร้อมจะเชื่อ 
เพราะเป็นสังคมไทยไงครับ Confused Confused


ทุนนิยมก็เป็นของดีได้ ถ้าไม่เป็นทุนนิยมสามานย์
สังคมนิยมก็เป็นของดี  ถ้าไม่จอมปลอม
ถ้าเป็นทักษินอีเหมาหมด  แง่ไหนดูเอา
 Arrow Arrow Arrow
จีนนะผมกำลังคิดว่าเขาพยายามอย่างสูงที่จะ กำหนดเรื่องทุนนิยมให้อยู่ในโซน 
แต่กำลังลำบากเพราะประชาชนที่เป็นฐานส่วนใหญ่ยังตามไม่ทัน จึ่งมีปัญหาเหมือนกัน

แต่ที่ผมเห็นด้วยหลายเรื่องคือ 
คุณภาษาจีนพยายามเอาส่วนดีที่รูปแบบเหมือนเมืองไทยมาพูดเทียบ เช่นเรื่องกองทุนเป็นต้น
แต่สิ่งหนึ่งที่มองเห็นคือ  ปัญหาของชาติเป็นเพราะการเมืองที่เลวทรามในเมืองไทย  ที่ปิดหูปิดตาคนไทยตลอดมา  จนฝังในเลือดเนื้อ

บางทีผมก็อยากจะคิดเลยไปว่า 
สุรยุทธทำแบบนี้ทำไม  ดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วหรือยัง   หรือมีความจำเป็นต้องทำ
ณ. เวลานี้นี่  ผมคงไม่ฟุ้งซ่านเกินไปนะครับที่จะสงสัย     เพราะการเมืองเมืองไทยเป็นเรื่องของโฆษณาชวนเชื่อครับ
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #59 เมื่อ: 24-05-2007, 19:51 »

ขออนุญาตตัดแปะก๊าบ  Mr. Green

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ที่เห็นอยู่นี่เป็น"ฟองสบู่ยักษ์"ตลาดหุ้นจีนหรือเปล่า?
 
22 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 11:50:00
 
ถ้าคุณไปเมืองจีนวันนี้และได้ยินเขาถามว่า "เพ้าโม่" จะ "โพ่เมี้ยะ" หรือเปล่า...ก็แปลว่าคุณกำลังฟังการสนทนาที่ทันสมัยมาก เพราะมันแปลว่า "ฟองสบู่จะแตกหรือเปล่านี่?"

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : พรรคพวกของผมบอกว่าที่เมืองจีน กำลังบ้าหุ้นกันเป็นการใหญ่ เพราะตลาดหุ้นของจีนร้อนแรงเหลือเกินในช่วงนี้...ร้อนถึงขั้นที่เจ้าสัวใหญ่แห่งฮ่องกง ลีกาชิง ประกาศด้วยความห่วงใยว่า

"นี่คือฟองสบู่...และราคาหุ้นของจีนจะต้องลดลงแน่นอน"

 คำพูดอย่างนี้ปกติจะไม่หลุดออกจากปากของเจ้าพ่อแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ และโทรคมนาคมของเกาะฮ่องกงอย่าง ลีกาชิง เพราะแกเป็นคนระมัดระวังปากเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจของแกอย่างยิ่ง

 นักข่าวล้อมหน้าล้อมหลังอย่างไร เสี่ยใหญ่วัย 78 คนนี้ ก็จะสงวนถ้อยสงวนคำอยู่เสมอ

 ดังนั้น ที่อภิมหาเศรษฐีฮ่องกงคนนี้หลุดปากกับนักข่าวว่า ตลาดหุ้นของจีนเป็นฟองสบู่แน่แท้แล้ว และกำลังจะแตกดังโพละ จึงเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

 "ในฐานะที่ผมเป็นคนจีน ผมเป็นห่วงตลาดหุ้นของประเทศจีนไม่น้อยเลย..."

 เพียงพูดแค่นี้ก็รู้ว่าลีกาชิงไม่ได้ห่วงเฉยๆ แต่ยังต้องการจะป่าวประกาศให้ทั้งโลกได้ตระหนักว่าอะไรๆ มันเกินความพอดีเสียแล้ว

 ลีกาชิง ไม่ได้อยู่ดีๆ ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ผู้ว่าการธนาคารกลาง โจวเสี่ยวเฉวน ก็ออกมาบอกว่าดัชนีของตลาดหุ้นของจีนที่พุ่งพรวดพราดในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องปกติเสียแล้ว

 เท่านั้นไม่พอ นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า เองนั่นแหละเป็นคนชี้ว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังทำท่าจะมี "ปัญหา" หลายอย่างที่จะต้องรีบแก้ไขก่อนที่จะสายเกินไป

ทั้งสามคนล้วนอยู่ในฐานะที่มีข้อมูลเพียงพอที่จะรู้ว่ากำลังเกิดอะไรที่ไม่ธรรมดาขึ้นในโครงสร้างเศรษฐกิจของจีน

 เพียงช่วงระยะหนึ่งปีที่ผ่านมา ดัชนี CSI ของตลาดหุ้นจีนกระโดดสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์แล้ว และทำสถิติ new high มาตลอดหลายสัปดาห์แล้ว

 เหตุผลหนึ่งอาจจะเป็นเพราะรัฐบาลจีน บอกว่า การลงทุนในการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้พุ่งขึ้นไปถึง 25.5 เปอร์เซ็นต์

 และในไตรมาสแรกของปีนี้ อัตราโตของเศรษฐกิจจีน ยังวิ่งหน้าไม่หยุด...อัตราโตสูงถึงร้อยละ 11.1 ขณะที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกนั้น หากมีอัตราโตเพียงแค่ 4 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ก็ต้องถือว่าเก่งมากแล้ว

 นักวิเคราะห์หุ้นและภาพรวมเศรษฐกิจรวมของจีน บอกว่า นักลงทุนในประเทศของจีนช่วงนี้เกิดอาการชะล่าใจ เห็นอะไรดีไปหมด ราคาหุ้นเท่าไรก็ซื้อ เพราะจิตวิทยาบอกว่าถ้าวันนี้ไม่ซื้อพรุ่งนี้ก็จะแพงกว่านี้อีก

 "ทุกคนล้วนกลัวตกรถไฟ...และนี่แหละสิ่งที่น่ากลัวเหลือเกิน..." คือความเห็นของนักวิจารณ์จากสิงคโปร์ที่เข้าไปทำมาหากินบริหารกองทุนลงทุนในตลาดหุ้นจีนวันนี้

 จะไม่ให้ "น่ากลัว" อย่างไร ในเมื่อดัชนีตลาดหุ้นของจีนที่เรียกว่า CSI 300 ของจีน ที่สูงเหลือเชื่อวันนี้นั้นคือราคาที่ 43 เท่าของกำไรประมาณการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด

 ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกง ที่ว่าร้อนแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกนั้นตามไม่ทันด้วยซ้ำ

 เพราะดัชนีหั่งเส็งของฮ่องกง ปีนี้โตขึ้นแค่ร้อยละ 5.2 และมีราคาหุ้นอยู่ที่ 16 เท่าของกำไรประมาณการ

 ถือว่าตลาดหุ้นฮ่องกง อันเป็นต้นแบบของทุนนิยมมาช้านานต้อง "ชิดซ้าย" ตลาดหุ้นจีนที่เพิ่งจะเกิดใหม่อย่างเห็นได้ชัด

 อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้คนแห่แหนกันเล่นหุ้นในจีน ก็คือตัวเลขผลประกอบการของบริษัทในจีนที่สวยงามเหลือเกิน เพราะส่วนใหญ่จะโตขึ้นปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อเนื่องกันมา 4 ปีแล้ว

 กำไรในบริษัทชั้นนำที่จดทะเบียนเป็น A-Share Market นั้นยิ่งแล้วใหญ่...พุ่งขึ้นไปถึงร้อยละ 82 ในไตรมาสแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน

 ตัวเลขของผลประกอบการอย่างนี้ พลิกความคาดหมายแม้แต่ของนักวิเคราะห์ระดับโลกอย่าง Goldman Sachs Group Inc ด้วยซ้ำไป

แต่นี่ก็ย่อมหมายความว่า บัดนี้ราคาหุ้นในตลาดจีนแพงที่สุดในโลกแล้ว

 ถ้ารัฐบาลจีนไม่ทำอะไรอย่างเร่งด่วนเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีน คำว่า "ฟองสบู่" ที่ลีกาชิงพูดอย่างหวั่นวิตกก็จะกลายเป็นจริงขึ้นมา

 และถ้ายักษ์ใหญ่จีนจามเสียงดังขึ้นมาครั้งนี้ ตลาดหุ้นน้อยใหญ่ในโลกก็จะติดหวัดไปด้วย

ไม่กี่เดือนก่อนก็เกิดสิ่งที่เรียกว่า "Shanghai effect" หรือผลพวงจากตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ดิ่งเหวไปวันสองวันจนกลายเป็นเรื่องเป็นราวไปทั่วโลก

 มังกรยักษ์พ่นไฟไม่เป็นไร แต่ถ้าพ่นฟองสบู่ออกมา สงสัยจะสร้างความปั่นป่วนไปทั่วได้
 
http://www.bangkokbiznews.com/2007/05/22/WW12_1238_news.php?newsid=72342
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #60 เมื่อ: 24-05-2007, 20:11 »

ดูเหมือน จีน จะได้ประโยชน์จากประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ที่เคยผ่านมาในโลก และพยายามกำจัดจุดอ่อนต่าง ๆ .......กรณีการออกไปลงทุน ไปซื้อสินทรัพย์ ในต่างประเทศ ก็คงดูตัวอย่างจาก ประเทศญี่ปุ่น.....การควบคุมกระแสเงินไหลเข้าออก.........ล่าสุด ถ้าผมฟังข่าวไม่ผิด นายก ฯ สุรยุทธิ์ ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ เพื่อ ไปปาฐกถา เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง....

ผมยังคงมองในแง่ดี ครับ ว่าฟองสบู่แตก ไม่น่าจะเกิดกับประเทศจีน.......แต่ถ้าจีนฟองสบู่แตกจริง ๆ ...ผมนึกภาพไม่ออกจริง ๆครับ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจโลก.....เพราะขนาดประเทศเล็ก ๆ อย่างเรา ฟองสบู่แตก ยังลามไปทั่ว........
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #61 เมื่อ: 24-05-2007, 20:35 »

ขอบคุณค่ะ คุณ 55555 ส่วนตัวแล้ว เม่ยคิดว่า แตกค่ะ เพียงแต่จะแตกเมื่อไหร่เท่านั้น ...ตรงกับสำนวนจีนที่ว่า คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ...เกี่ยวกันหรือเปล่าเนี่ยะ  Mr. Green

แต่ในขณะเดียวกัน ก็คิดว่า การแตกของฟองสบู่ ก็มีผลดีเช่นกัน เช่นเดียวกับ เศรษฐกิจแย่ ก็มีผลดีนะคะ ใช่ว่า เศรษฐกิจดี แล้วจะมีแต่ผลดี แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เศรษฐกิจดีก็มีผลเสียเช่นกัน แต่คนเรามักจะเข้าใจผิด หลงไปกับมันนึกว่าจะมีแต่ข้อดี 
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
แอบอ่าน ซุ่มเงียบ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 249


stand, fight, live or die for what?


« ตอบ #62 เมื่อ: 24-05-2007, 20:48 »

คนในเวบนี้ ค่อนข้างสนใจและเชี่ยวชาญเรื่องจีนกันเยอะนะครับ  
ส่วนใหญ่ค่อนข้างชื่นชม จนผมไม่อยากจะแสดงความคิดแตกต่างสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ตัวเองก็สนใจดูอย่างใกล้ชิดเหมือนกัน

จริงๆแล้ว ผมคิดว่า จีน กำลังพลาดอย่างแรงกับการเล่นเกมส์ทุนนิยมครั้งนี้  ตรงที่เชื่อมั่นตัวเองจนเกินไป
จีนมีจุดอ่อนเยอะมากที่พร้อมจะถูกโจมตีจากฝั่งตะวันตก เมื่อถูกตักตวงจนพอใจแล้ว
ทุกวันนี้ยังหลงระเริง ปล่อยให้ฝ่ายตะวันตกหลอกล่อป้อยอว่า จะขึ้นเป็นมหาอำนาจคานกับสหรัฐ  ทั้งๆที่ตัวเองน่ะอ่อนมากในโลกของทุนนิยม

ผมกำลังรอดู กึ๋น ของผู้บริหารจีนอยู่ว่า จะรักษาสภาพ 1 ประเทศ 2 ระบบไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่



 
บันทึกการเข้า

IF YOU DON'T STAND FOR SOMETHING, YOU MIGHT FALL FOR ANYTHING.
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #63 เมื่อ: 25-05-2007, 09:53 »

ขอบคุณค่ะ คุณ 55555 ส่วนตัวแล้ว เม่ยคิดว่า แตกค่ะ เพียงแต่จะแตกเมื่อไหร่เท่านั้น ...ตรงกับสำนวนจีนที่ว่า คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ...เกี่ยวกันหรือเปล่าเนี่ยะ  Mr. Green

แต่ในขณะเดียวกัน ก็คิดว่า การแตกของฟองสบู่ ก็มีผลดีเช่นกัน เช่นเดียวกับ เศรษฐกิจแย่ ก็มีผลดีนะคะ ใช่ว่า เศรษฐกิจดี แล้วจะมีแต่ผลดี แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เศรษฐกิจดีก็มีผลเสียเช่นกัน แต่คนเรามักจะเข้าใจผิด หลงไปกับมันนึกว่าจะมีแต่ข้อดี 

ผมก็ได้แต่หวังว่า จะไม่เกิด  หากจะเกิด ก็หวังว่า จะใช้เวลานาน ๆ จน เราปรับระบบเข้าสู่เศรษฐกิจพอเพียงได้พอสมควร....เพราะเมื่อฟองสบู่แตก คนที่ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ก็น่าจะเป็นพวกที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง....ส่วนตัวแล้ว ก็หวั่นอยู่เช่นกันครับ ถึงแม้จะพยายามมองโลกในเง่ดี........2-3 วันก่อน ผมไปเที่ยวที่เกนติ้ง....เข้าไปในคาสิโน ดูแล้ว เป็นคนจีน 80-90 เปอร์เซ็นต์ จำนวนมากในนั้น เป็นนักการพนันมือหนัก ใจถึง.....ดูแล้วน่าตกใจเหมือนกันครับ
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 01-06-2007, 18:25 »

คนในเวบนี้ ค่อนข้างสนใจและเชี่ยวชาญเรื่องจีนกันเยอะนะครับ 
ส่วนใหญ่ค่อนข้างชื่นชม จนผมไม่อยากจะแสดงความคิดแตกต่างสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ตัวเองก็สนใจดูอย่างใกล้ชิดเหมือนกัน

จริงๆแล้ว ผมคิดว่า จีน กำลังพลาดอย่างแรงกับการเล่นเกมส์ทุนนิยมครั้งนี้  ตรงที่เชื่อมั่นตัวเองจนเกินไป
จีนมีจุดอ่อนเยอะมากที่พร้อมจะถูกโจมตีจากฝั่งตะวันตก เมื่อถูกตักตวงจนพอใจแล้ว
ทุกวันนี้ยังหลงระเริง ปล่อยให้ฝ่ายตะวันตกหลอกล่อป้อยอว่า จะขึ้นเป็นมหาอำนาจคานกับสหรัฐ  ทั้งๆที่ตัวเองน่ะอ่อนมากในโลกของทุนนิยม


ผมกำลังรอดู กึ๋น ของผู้บริหารจีนอยู่ว่า จะรักษาสภาพ 1 ประเทศ 2 ระบบไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ขอบคุณค่ะ คุณ 55555 ส่วนตัวแล้ว เม่ยคิดว่า แตกค่ะ เพียงแต่จะแตกเมื่อไหร่เท่านั้น ...ตรงกับสำนวนจีนที่ว่า คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ...เกี่ยวกันหรือเปล่าเนี่ยะ  Mr. Green

แต่ในขณะเดียวกัน ก็คิดว่า การแตกของฟองสบู่ ก็มีผลดีเช่นกัน เช่นเดียวกับ เศรษฐกิจแย่ ก็มีผลดีนะคะ ใช่ว่า เศรษฐกิจดี แล้วจะมีแต่ผลดี แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เศรษฐกิจดีก็มีผลเสียเช่นกัน แต่คนเรามักจะเข้าใจผิด หลงไปกับมันนึกว่าจะมีแต่ข้อดี 

อ่านนี่ครับ เกมยังไม่จบ ต้องอ่านหลายๆชั้น  อเมริกาเคยบล็อกดีลยูโนแคลไปทีนึง บล๊อกไปไม่เป็นไร บล๊อกไปให้ได้เรื่อยๆแล้วกัน  หรือจะปล่อยเงินดอลล่าร์ร่วงงี้ไปเรื่อยๆได้ไหม จีนก็ช้อปปิ้งสินทรัพย์ ทรัพยากร เทคโนโลยีไปเรื่อยๆ ๆ ๆ ๆ

วานซืน ตลาดที่ Shanghai & Shenzhen ถล่มลงมา นั่นก็เป็นความจงใจของรัฐบาลครับ ขึ้นค่าอากร 印花税 ซื้อขายหุ้นเป็น 0.3% ได้เรื่องเลย
 

http://www.economist.com/daily/columns/businessview/displaystory.cfm?story_id=9247909



บันทึกการเข้า

วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #65 เมื่อ: 01-06-2007, 19:01 »

เป็นเรื่องที่น่าคิดครับ ประเด็นของ จขกท. และอีกหลายๆ คนก็น่าสนใจ

ผมว่ายังไงเราแต่ละคนก็คงต้องทำในสิ่งที่เราพอทำได้ ตามบทบาทและเงื่อนไขต่างๆ จะอำนวยกันไปก่อน

แต่ก็ต้องอย่าลืมหลักสำคัญบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดกว้าง การเคารพในความแตกต่างหลากหลาย ฯลฯ

ที่สุดแล้วต้องอย่าลืมว่าระบบการปกครองใดๆ ก็ต้องเป็นไปเพื่อจุดหมายสูงสุดคือ ความสุขสบายและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมนั้นๆ โดยทั่วไป นั่นเอง



บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #66 เมื่อ: 01-06-2007, 19:48 »

กระทู้นี้อ่านแล้วเพลินดี แต่ตัวหนังสือเยอะจังเลยอ่านข้ามๆบ้าง อิอิ
เจ้าของกระทู้คงเป็นคุณ ไทยทรู จะเรียกเป็นคุณ ภาษาจีน มันก็แปลกๆ
คุณ ไทยทรู พูดถึงรัฐบาลไทย ปล่อยให้ เงินทุนสำรอง เก็บไว้จนเน่า โดยไม่ทำประโยชน์
เทมาเส็กแบบสิงคโปร์ใช่เป็นแนวทางรึเปล่าครับ
ตั้งเป็นกองทุนใหญ่ๆ ซื้อ ธุรกิจสำคัญๆ ตามที่ต่างๆของโลก
เช่นนี้ จะเป็นการเสี่ยงเกินไปหรือไม่ ลำพัง FTA ยังแทบไม่เคยเห็นคนไทยได้เปรียบสักเรื่อง
หลายอย่างที่คุณ ไทยทรู พูดผมก็เห็นด้วย เช่น ไทยไม่มีเทคโนโลยี่เป็นของคนเอง
การพลักดันให้ประเทศเจริญนั้น ต้องมี ผู้นำวิสัยทัศน์ไกล
คุณด่า สุรยุทธ์ เพื่ออยากให้เปลี่ยนนายกตอนนี้ มันจะไหวหรือครับ
การเปลี่ยนนายกเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่จะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ
ขนาดไปเดินกันบนถนนเรือนแสน ยังเปลี่ยนนายกทักษิน ไม่ได้เลย 555
ผมว่าเราคงทำกันได้แค่ รณรงค์ความคิดดีๆน่ะครับ
คุณเห็นใครน่าสนใจลองเสนอชื่อกันขึ้นมา เราเห็นตามกันก็รณรงค์คนนั้นให้คนชอบ
เราคงทำได้แค่นั้น
หรือมีความเห็นดีๆ ก็นำเสนอไว้ แล้วหาวิธี พลักดันความคิด ส่งไปให้ พรรค ที่จะได้เป็นผู้นำรัฐบาลดีหรือไม่
บันทึกการเข้า

AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #67 เมื่อ: 01-06-2007, 20:15 »

คุณอานันท์ ปันยารชุน ควรเชิญมากู้วิกฤติเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีนี้ แต่ท่านคงเป็นได้ไม่นานเพราะอายุ

หลัีงจากนั้นเชิญ พล.อ.สนธิ เป็นต่อไปเลยอีก 10 ปี ไม่ต้องมีเลือกตั้ง ถ้าประชาธิปัตย์ที่มันรอดยุบพรรคมาได้อยากมีส่วนมาก หรือชาติไทย มหาชน อยากจะร่วมด้วย ก็ส่งคนมาให้พล.อ.สนธิเลือกว่าจะให้ใครมาทำงาน  ประเทศนี้ก้าวพลาดมาตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 แล้วครับ  พอจะโชคดีมีจอมพลสฤษดิ์มาปฏิวัตินายแปลกออกไป ดันตายเร็วซะงั้น  ล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ท่านทรงรู้แต่เนิ่นๆว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงทรงกำชับไว้ว่า พระองค์ไม่ได้พระราชทานอำนาจการปกครองแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือคณะใดคณะหนึ่ง แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นจนวันนี้??
บันทึกการเข้า

ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #68 เมื่อ: 01-06-2007, 20:24 »

อุแม่เจ้า....เพิ่งรู้นะเนี่ย จอมพลสฤษดิ์เป็นฮีโร่ของใครบางคน

พระเจ้าช่วยลูกช้างด้วย......
 
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #69 เมื่อ: 01-06-2007, 20:28 »

คุณอานันท์ ปันยารชุน ควรเชิญมากู้วิกฤติเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีนี้ แต่ท่านคงเป็นได้ไม่นานเพราะอายุ

หลัีงจากนั้นเชิญ พล.อ.สนธิ เป็นต่อไปเลยอีก 10 ปี ไม่ต้องมีเลือกตั้ง ถ้าประชาธิปัตย์ที่มันรอดยุบพรรคมาได้อยากมีส่วนมาก หรือชาติไทย มหาชน อยากจะร่วมด้วย ก็ส่งคนมาให้พล.อ.สนธิเลือกว่าจะให้ใครมาทำงาน  ประเทศนี้ก้าวพลาดมาตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 แล้วครับ  พอจะโชคดีมีจอมพลสฤษดิ์มาปฏิวัตินายแปลกออกไป ดันตายเร็วซะงั้น  ล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ท่านทรงรู้แต่เนิ่นๆว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงทรงกำชับไว้ว่า พระองค์ไม่ได้พระราชทานอำนาจการปกครองแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือคณะใดคณะหนึ่ง แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นจนวันนี้??

โอย ไม่ไหวล่ะมั้งครับ ผมเห็นด้วยว่า พล.อ.สนธิ มีความสามารถสูงกว่า สุรยุทธ์ เสียอีก
แต่ถ้ามาเป็น นายกจริงจะได้เรื่องแค่ไหนยังไม่รู้เลย ยิ่งถ้าเป็นถึง 10 ปีผมว่าบ้านเมืองเละ
คนเราถ้าอยู่ในอำนาจ นานๆ จะมีโอกาศหลงอานาจสูง ให้เป็นได้แค่ 3-4 ปี ก็เริ่มเละเทะแล้ว
การเสนอความเห็นอันใด น่าจะดูความเป็นไปได้ด้วยนะครับ
สิ่งที่คุณพูดมันไม่อยู่ในครรลอง คนสนับสนุนความคิดมันน้อยเกินไป จะทำให้ไม่มีฐาน
นักวิชาการ นักศึกษาจะต่อต้าน เผด็จการเหมือนสมัย พฤษภาทมิฬ
บันทึกการเข้า

ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #70 เมื่อ: 01-06-2007, 20:37 »

เบื่อพวกที่ชอบยัดเยียดความชอบของตัวเอง มาบังคับให้คนอื่นเชื่อตามจริงๆ

อยากเสวนาวิสาสะ คุยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยน่าจะดีกว่านะ คุณจขกท.
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #71 เมื่อ: 01-06-2007, 21:59 »

จะมองว่ายัดเยียดก็แล้วแต่จะมอง เพียงแต่ว่าเมื่อมีคนมาตอบกระทู้ เมื่อผมเห็นช่องโหว่ซึ่งมันโต้แย้งได้ ที่ผมก็ตอบไปก็เท่านั้นครับ

ผมยึดหลักว่า สิ่งที่ประเทศนี้ต้องการมากที่สุดในยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก ไม่ใช่การเลือกตั้ง ไม่ใช่การคำนึงถึงแต่ภาพลักษณ์ว่าตนเองเป็นคนดี ไม่ใช่แค่พิธีกรรม ไม่ใช่การสมานฉันท์ แต่คือความเด็ดขาดในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อสร้างเสถียรภาพและปฏิรูป  มี 2 ทางเลือกเท่านั้นคือ ก้าวไปข้างหน้า กับ เฉาตาย ครับ

แต่ถ้าจะให้มองอย่างความเป็นจริงแล้วเดินหน้าสู่การเลือกตั้งในสภาพแบบนี้ คือ สภาพสังคมที่ยังไม่เปิดกว้างแก่คนที่เงินและเส้นสายไม่ถึง เพราะยังคงอยู่ในระบบแบ่งอำนาจกันภายในคนไม่กี่กลุ่ม คนที่เข้ามาไม่ได้มองอะไรไกลๆ ความเป็นธรรมในระดับล่างๆมันก็ไม่มีทางเกิด แล้วประชาชนก็แบ่งข้างเชียร์ไปวันๆ คงไม่ขอหวังอะไรครับ (พูดอีกก็ซ้ำอีก)
บันทึกการเข้า

จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #72 เมื่อ: 01-06-2007, 22:18 »

ถ้าคุณคาดหวังสูงเกินไป หวังเกิดความเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป มันก็จะเป็นไปไม่ได้ครับ
ของบางอย่าง ยิ่งเร่งกลับยิ่งเกิดผลเสีย เนื่องจากฐานยังไม่แน่น
คุณภาพของประชากรในประเทศมีเท่านี้ แต่คุณกลับคาดหวังให้ประชากรในประเทศก้าวกระโดดไปอีกระดับนึง
โดยไม่ผ่านขั้นตอนของการพัฒนา มันก็จะล้มครืนอย่างแรง
เราน่าจะมองหาหรือเสนอทางที่เป็นไปได้ มากกว่าที่จะคิดอะไรพิศดารจนเแทบไม่อยู่ในพื้นฐานของความเป็นจริงนะครับ
อย่างเช่น ให้ อานันท์ หรือ พล.อ.สนธิ เป็นนายก มันไม่อยู่ในความเหมาะสมของความเป็นไปได้เลยครับ
บันทึกการเข้า

ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #73 เมื่อ: 01-06-2007, 22:27 »

จะมองว่ายัดเยียดก็แล้วแต่จะมอง เพียงแต่ว่าเมื่อมีคนมาตอบกระทู้ เมื่อผมเห็นช่องโหว่ซึ่งมันโต้แย้งได้ ที่ผมก็ตอบไปก็เท่านั้นครับ



คำโต้แย้งของคุณ ไม่ได้ยืนอยู่บนเหตุและผลในความเป็นไปได้ ในการปกครองประชาธิปไตยแบบไทยๆ

ที่มีข้อจำกัดมากมาย ซึ่งต้องใช้เวลาแก้นานพอสมควร

ประเภทชี้แล้วลัดนิ้วมือถึง ในทางปฎิบัติเป็นไปได้ยากมาก คงไม่ต้องให้บอกว่าเพราะอะไร




ผมยึดหลักว่า สิ่งที่ประเทศนี้ต้องการมากที่สุดในยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก ไม่ใช่การเลือกตั้ง ไม่ใช่การคำนึงถึงแต่ภาพลักษณ์ว่าตนเองเป็นคนดี ไม่ใช่แค่พิธีกรรม ไม่ใช่การสมานฉันท์ แต่คือความเด็ดขาดในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อสร้างเสถียรภาพและปฏิรูป  มี 2 ทางเลือกเท่านั้นคือ ก้าวไปข้างหน้า กับ เฉาตาย ครับ



ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กเกิดขึ้นในทุกประเทศ ไม่มีข้อยกเว้น แม้ในประเทศสังคมนิยมที่ใครบางคนเชิดชม บูชา

การเริ่มต้นที่ดี คือการหลอมรวมให้เกิดความสามัคคี และเกิดจิตสำนึกที่ภูมิใจที่เกิดมาดำรงชีวิตเป็นประชาชนในประเทศนั้นๆ

ด้วยความภูมิใจ และพร้อมที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน ติเพื่อก่อ หาใช่ติเรือทั้งโกลนไม่

 เปรียบได้ว่าหากบุคคลใดดูถูกตนเองและคนในครอบครัวเป็นอันดับแรกแล้ว

ใครเล่าจะมองเห็นเกียรติภูมิที่เรามีได้



แต่ถ้าจะให้มองอย่างความเป็นจริงแล้วเดินหน้าสู่การเลือกตั้งในสภาพแบบนี้ คือ สภาพสังคมที่ยังไม่เปิดกว้างแก่คนที่เงินและเส้นสายไม่ถึง เพราะยังคงอยู่ในระบบแบ่งอำนาจกันภายในคนไม่กี่กลุ่ม คนที่เข้ามาไม่ได้มองอะไรไกลๆ ความเป็นธรรมในระดับล่างๆมันก็ไม่มีทางเกิด แล้วประชาชนก็แบ่งข้างเชียร์ไปวันๆ คงไม่ขอหวังอะไรครับ (พูดอีกก็ซ้ำอีก)




การปฎิรูปการเมืองและการปกครอง คือการเรียนรู้ที่บางครั้งต้องจ่ายบทเรียนที่แสนแพงแต่คุ้มค่า

ที่จะสร้างความจดจำให้กับประชาชนโดยจำเป็นต้องใช้เวลา ที่เราไม่อาจหาทางลัด มาให้พวกเค้าเข้าใจและเรียนรู้

เพราะประชากรของเรา ค่อนข้างมีอิสระที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างต้องการ

โดยไม่ได้ถูกครอบงำให้หันซ้ายหันขวาได้อย่างประเทศสังคมนิยม

บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #74 เมื่อ: 02-06-2007, 12:39 »

เฮียตี๋ท่านใจร้อนจริง ๆ อยู่เมืองไทยก็ต้องทำใจและเข้าใจธรรมชาติของเมืองไทยและคนไทยล่ะค่ะ 

ถ้ามองในอีกแง่มุมหนึ่ง ประชาชนชาวจีนที่ถูกปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชาติ โอกาสในการแสดงออกด้านความคิดเห็นทางการเมืองนั้น เข้าใจว่าน่าจะถูกจำกัดสิทธิอยู่พอสมควร ด้วยข้อจำกัดหลายประการที่รัฐบาลแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่อาจให้อิสรเสรีอย่างบ้านเราได้ เพราะต้องแก้ปัญหาปากท้องให้ได้กินอิ่มเสียก่อน ขืนปล่อยให้พูด วิพากษ์วิจารณ์ ร้องเรียน หรือประท้วงได้ คงวุ่นวายยุ่งเหยิง และอาจจำเป็นต้องปล่อยรถถังออกมาให้อกสั่นขวัญแขวนเหมือนในกรณีจตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี พ.ศ. 2532 ที่เบื้องหลังมีพวกฝรั่งอั้งม้อหลายประเทศวางแผนยุยงหลอกนักศึกษาให้เรียกร้องประชาธิปไตยผิดเวล่ำเวลา และสุดท้ายก็พบว่า อดีตผู้นำนักศึกษาเหล่านั้นล้วนจอมปลอมและน่าจะเข้าข่ายขายชาติยอมเป็นเครื่องมือของพวกจมูกเหยี่ยวผมแดง

บ้านเราถึงดูมันจะยุ่ง ๆ วุ่นวาย วนเวียนกับปัญหาที่งี่เง่าไม่รู้จบ ฟังผู้อาวุโสบางท่านด่ามานานแล้วค่ะ เช่น "เสี่ยมล้อ กาล้อ" หรือไม่ก็ "ตี่ฮึงชุกเชาะซวยนั้ง" และ ฯลฯ แต่ก็ยังคิดว่า อยู่บ้านนี้เมืองนี้ก็สนุก มีชีวิตชีวา แม้จะเต็มไปด้วยความไม่เข้าท่าหลายเรื่อง แต่ชีวิตเช่นนี้จึงจะมีรสชาติค่ะ เคยเจอคนจีนมาเลย์ท่านหนึ่งออกปากด้วยความแปลกใจว่า มาเลย์ไม่เห็นมีอะไรน่าเที่ยวเลย พวกคุณมาทำไมเนี่ยะ พวกผมต่างหากที่ต้องไปเที่ยวเมืองไทย  Mr. Green Very Happy Mr. Green

ต่อไปเมืองจีนก็จะมีเรื่องยุ่ง ๆ ตามมา พอคนเรากินอิ่มแล้ว ก็มักจะเริ่มทำตัวเจียะป้าบ่อสื่อ สมัยเปิดประเทศด้วยนโยบายสี่ทันสมัยไม่นาน ปัญหาคอร์รัปชันก็กลับมาเฟื่องฟู ฟังคนเค้าว่า เมืองไทยจ่ายใต้โต๊ะไปแล้ว เจ้าหน้าที่ยังเดินเรื่องให้ แต่ที่เมืองจีนน่ะหรือ...จ่ายไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะได้เรื่องเลย  ตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน เค้าไม่เรียกหนุ่มเมืองจีนที่อพยพออกนอกประเทศว่า ซิงตึ๊ง เฉย ๆ แล้ว แต่ต้องเติมคำต่อท้ายเป็น ซิงตึ่งโฮ่ว 
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: