ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
22-10-2020, 07:33
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ถ้าสุดท้าย เอาผิดไม่ได้เลย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ถ้าสุดท้าย เอาผิดไม่ได้เลย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ  (อ่าน 1333 ครั้ง)
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« เมื่อ: 29-04-2007, 10:08 »

อุกฤษ มงคลนาวิน อดีตประธานรัฐสภา นักกฎหมายที่เคยได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารหลายคณะให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในหลายสมัย ให้สัมภาษณ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2550 โดยกล่าวในท่อนหนึ่งว่า สถานการณ์บ้านเมืองในด้านต่างๆ ขณะนี้ หนักหนายิ่งกว่าช่วงก่อนการรัฐประหารมาก และสถานการณ์ในอนาคตอันใกล้ก็ส่อเค้าว่าจะรุนแรงจาก 3 ปัจจัยสำคัญคือ 1.ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้  2.คดีความที่กล่าวหาว่าหมิ่นเหม่ต่อสถาบันเบื้องสูง ปรากฏว่าอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ทั้งๆ ที่เป็น 1 ใน 4 เหตุผลของการยึดอำนาจ และ 3.การตรวจสอบทุจริตที่ไม่ยึดหลักนิติธรรม

เมื่อยึดอำนาจแล้ว คณะทหารและรัฐบาลบอกว่าจะปกครองบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยยึดหลักนิติธรรม ซึ่งหลักนิติธรรมก็คือ ต้องถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาว่ากระทำผิดจริง แต่การตั้ง คตส. แล้วออกข่าวเกือบจะเรียกว่า 3 เวลาหลังอาหาร ว่าคนนั้นทุจริตเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยระบุชื่อชัดเจน แบบนี้ถือว่าขัดหลักนิติธรรม เพราะจะผิดหรือถูกยังพิสูจน์ไม่ได้ คนพิสูจน์คือ ศาล ไม่ใช่ คตส
ถ้าสุดท้ายเหตุการณ์กลับตาลปัตร เอาผิดไม่ได้เลย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ


"ที่สำคัญก็คือ ไม่มีหลักนิติธรรมที่ไหนที่เอาฝ่ายปฏิปักษ์มาสอบสวนพิจารณาความผิดของคู่กรณี ทำไมไม่ตั้งคนกลางจริงๆ เหมือนสมัย รสช. ผู้ที่เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินในขณะนั้นคือ พล.อ.สิทธิ จิรโรจน์ ซึ่งได้รับการยอมรับนับถือในความซื่อสัตย์สุจริต แต่การตั้ง คตส.สมัยนี้ผิดกัน ทำให้การยอมรับไม่เกิดขึ้น คนเราเวลาใครมากล่าวหา ญาติพี่น้องและผู้สนับสนุนก็ต้องเดือดร้อน ความโกรธนั้นไม่อันตราย แต่เมื่อความโกรธกลายเป็นความแค้น นั่นแหละคือ สิ่งที่คาดหมายได้ว่าจะเกิดอะไรบางอย่าง"

อดีตประธานรัฐสภาผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเมือง ยังตั้งคำถามด้วยว่า ประเทศของเราต้องการปกครองกันด้วยระบอบอะไร เพราะขณะนี้เรากำลังพูดคนละเรื่องเดียวกัน ขณะที่เรากำลังบอกว่าประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่ถามจริงๆ ว่าเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยแค่ไหน

"สมมติฐานของเราก็คือ ต้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดีกว่าช่วงก่อนวันที่ 19 กันยายน แต่ขณะเดียวกันเราต้องกลับไปหาประชาชนเพื่อใช้สิทธิในระบอบประชาธิปไตย ถามว่าช่วง 1 ปีเราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความคิดทางการเมืองของประชาชน 30-40 ล้านคนได้หรือไม่ เพราะเราให้บทเรียนที่ไม่เป็นประชาธิปไตยแก่ประชาชน เราอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย แต่เราได้อำนาจมาโดยวิธีการที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วเราจะไปเรียกร้องให้ประชาชนเป็นประชาธิปไตยได้หรือ"

"ผมคิดว่าเราต้องเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยเสียก่อน โดยเฉพาะอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ฉะนั้นในที่สุดเราจะทำอะไรก็ตาม ต้องกลับไปหาประชาชน แต่ตอนนี้เรากำลังหลงทาง กลายเป็นว่าความคิดของคนบางกลุ่มเหนือกว่าประชาชนที่เป็นเสียงข้างมากของประเทศหรือเปล่า ถ้าเราเชื่อว่าความคิดนี้ถูก ก็ต้องเลิกเป็นประชาธิปไตย"

"อนาคตของประเทศจะล่มจม จะพัง หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ถ้าจะพังก็ประชาชนเขาเลือกที่จะพัง ทำไมเราไม่ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้วินิจฉัย ประชาชนอาจจะคิดถูกก็ได้ คิดผิดก็ได้ เราเอาอะไรมาเป็นเครื่องวัดว่าเรารู้ดีกว่าประชาชน ถ้าเราจะยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อย่าดูถูกประชาชน อย่าคิดว่าฉันมีการศึกษา ฉันมีข้อมูลดีกว่า เพราะหลายๆ เรื่องชาวบ้านรู้ดีกว่าเราเสียอีก"

ศ.ดร.อุกฤษ ยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ระบบการเมืองทุกวันนี้มั่วไปหมด แม้แต่หลักการพื้นฐานที่สุดที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นผ่านทาง 3 สถาบันคือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ปัจจุบันก็ดูจะถูกหลงลืมไป

"อำนาจบริหารนั้น อำนาจตุลาการจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว แต่เดี๋ยวนี้ต้องไปศึกษากันใหม่แล้ว ถนนสามเลนวิ่งกันมั่วหมด ทุกคนอยากมาวิ่งในเลนที่ไม่ใช่ของตัว โดยเฉพาะไม่ได้รับมอบฉันทะจากประชาชน วันหนึ่งมันจะเกิดความโกลาหลวุ่นวาย เพราะการวิ่งรถผิดเลนคือ ต้นตอของปัญหาที่เกิดอยู่ในปัจจุบัน แล้วนับวันจะรุนแรงขึ้นทุกที เพราะเราไม่รู้จักว่าขอบเขตสิทธิหน้าที่ของเราอยู่ตรงไหน เขามีเส้นขีดไว้ เราข้ามเส้น ล้ำเส้นหรือเปล่า ไปคิดเอาเอง"

…………………………………….
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ


http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=7894&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #1 เมื่อ: 29-04-2007, 10:28 »

ผู้ที่ให้ความเองเห็น เข้าข่าย

"ที่สำคัญก็คือ ไม่มีหลักนิติธรรมที่ไหนที่เอาฝ่ายปฏิปักษ์มาสอบสวนพิจารณาความผิดของคู่กรณี ทำไมไม่ตั้งคนกลางจริงๆ"

คือเป็นปฎิปักษ์กับผู้ยึดอำนาจ และฝักใฝ่ฝ่านสูญเสียอำนาจ

ความเห็นจึงไม่น่าเชื่อถือค่ะ

------------------

และคำตอบต่อหัวข้อกระทู้ก็คือ

"ถ้าสุดท้าย เอาผิดไม่ได้เลย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ"

ก็ให้มันถึงเวลานั้นเสียก่อนค่ะ กระบาวนการยังไม่เสร็จสิ้น ก็หัดรอเสียบ้าง

เป็นนักกฎหมายก็น่าจะรู้ ระหว่างศาลยังไม่ตัดสิน ถึงจะถือว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ก็คุมขังจำเลยได้ คุมขังคนบริสุทธิ์ได้ใข่ไหมคะ นี่หลักการกฎหมายแท้ๆ ทำเป็นไม่รู้

ดังนั้น การเรียกร้องหาผู้รับผิดชอบ ต้องให้กระบวนการมันเสร็จสิ้นเสียก่อน แล้วจะฟ้องกลับ ศอกกลับ ตีลังกากลับ ก็ค่อยว่ากัน

ว้า ต้องมาสอนจรเข้ให้ว่ายน้ำ 
บันทึกการเข้า
Nai_puan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 231


« ตอบ #2 เมื่อ: 29-04-2007, 21:12 »

พวกที่ต้องรับผิดชอบ

ก็ได้หาทาง นิรโทษกรรมตนเอง  โดยยัดไส้มาตรา 299 ไว้ในรัฐธรรมนูญใหม่ไงครับ
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #3 เมื่อ: 29-04-2007, 21:19 »

พายับ ชินวัตร บอกว่าจะเอาคืนทั้งโคตร
แสดงว่าพายับรู้แล้วว่าใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบ

รู้ด้วยว่าโคตรเหง้าเหล่ากอ มีใครบ้าง

แต่พายับไม่ยอมเอ่ยชื่อ ..ว้า

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #4 เมื่อ: 29-04-2007, 21:41 »

ผมรอ มาหกปีแล้วครับ จะรอดูว่า พวกโคตรโกง

เมื่อใหร่มันจะเข้าคุกซ่ะบ้างครับ

มีเห็นแต่ปรับนิด ๆ โหน่ย ๆ ก็จบเรื่องกันไป

เอาเป็นว่า ผมรอไปอีกหน่อยได้ครับ เด๋วรู้ว่า โกงจริง หรือโกงโดยสุจริต หรือโกงโดยนิสัยดั้งเดิม

โปรดรอ อีกสักครู่ 
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #5 เมื่อ: 29-04-2007, 21:49 »

ผมก็อยากถามคุณกาลามชน เหมือนกันว่า 6 ปี ที่ผ่านมา ประเทศชาติเกิดความเสียหาย ใครจะรับผิดชอบ

บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #6 เมื่อ: 29-04-2007, 22:12 »

อ้างถึง
ตอนยุบสภานั้น นายกฯ ให้ผมเตรียมร่างพระราชกฤษฎีกาเข้าไปกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ไปหาที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมก็ยกมือไหว้ท่านหนึ่งครั้ง ตอนยื่นพระราชกฤษฎีกาส่งให้ท่านผมขอท่านว่า ขอแสดงความเห็นหน่อยได้ไหม ท่านก็บอกว่าได้ ว่ามาเลย ผมก็บอกว่า ท่านนายกฯ ครับ มันไม่มีเหตุที่จะยุบสภา แต่ท่านก็ตัดบทโดยให้เหตุผลว่า ผมรับผิดชอบเอง

จากสัมภาษณ์ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
http://www.pub-law.net/publaw/View.asp?publawIDs=999

ไอ้เหลี่ยมนี่ก็เป็นคนที่ชอบยืดอกประกาศกร้าว "ผมรับผิดชอบเอง" อยู่เรื่อย

ตอนนี้จะไปรับผิดชอบแมนซิตี้ซะแล้ว 

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #7 เมื่อ: 29-04-2007, 23:59 »

อุกฤษ มงคลนาวิน อดีตประธานรัฐสภา นักกฎหมายที่เคยได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารหลายคณะให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในหลายสมัย.....



นายอุกฤษ ได้รับแต่งตั้งจากเผด็จการทหาร คณะรัฐประหารในอดีต ให้เป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานวุฒิ และประธานรัฐสภา เป็นต้น..........

นอกจาก "นิติกรบริการ" และ อลัชชีกฎหมายของเทียมรักเทียม  วันนี้เขาเป็น"นักกฏหมาย" ที่คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก และ นักรักประชาธิปไตย(รูปแบบ) พึงพอใจ อ้างอิงความคิดเห็น...........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #8 เมื่อ: 30-04-2007, 00:25 »

"คตส.ยันสอบวินัยกรมสรรพากร-ระบุหากพบผิดโดนอาญาซ้ำ
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 เมษายน 2550 22:09 น.
 
        ‘คตส.’ ระบุ ผู้บริหารสรรพากรมีสิทธิโดนอาญาซ้ำ แม้ป.ป.ช.จะฟันไปก่อน ชี้ เป็นการกระทำต่างเวลากัน ยัน สอบวินัย ‘กรมสรรพากร’ ได้ไม่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการของก.คลัง จวก “สรรพากร”ทำงานไม่เป็น อนุหุ้นชินฯเรียก “สานิตย์” แจง หลังเรียกเก็บภาษี “โอ๊ค-เอม”อืด เหตุตั้งกก.วินิจฉัยภาษีเยอะ หวั่น! ข้อมูลรั่วถึงมือผู้ถูกกล่าวหา เกรงคอลโทลยอดภาษีไม่ได้
       
       นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ในฐานะอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นของบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น ว่า จากการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นของบริษัทแอมเพิลริชพบว่าจะเข้าข่ายการเลี่ยงภาษีตามมาตรา37 แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่ และการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารกรมสรรพากรจากการไม่เรียกเก็บภาษีจากบริษัทแอมเพิลริช คาดว่าในการประชุมคตส.วันที่30เม.ย.คงจะยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เนื่องจากยังมีรายละเอียดอีกจำนวนมากที่จะต้องมาดูให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง
       
       นายสัก กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจสอบทางวินัยกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรในกรณีนี้นั้น ยืนยันได้ว่าไม่มีความซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้บริหารกรมสรรพากรไม่เก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นบริษัทชินคอร์ป ที่มีนายอรัญ ธรรมโน อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพราะคตส.มีอำนาจตรวจสอบเรื่องนี้ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุข ฉบับ ที่30
       
        “ในกรณีดังกล่าวแม้ว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะได้มีชี้มูลความผิดจากการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา157และ154 แห่งประมวลกฎหมายอาญากับผู้บริหารกรมสรรพากรจากการละเว้นไม่เก็บภาษีบริษัทชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิวเคชั่น จำกัด จำนวน 738 ล้านบาทไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีผู้บริหารกรมสรรพากรบางรายที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดจะอยู่ในข่ายถูกตรวจสอบของคตส.ซ้ำด้วยนั้น เรื่องนี้คตส.สามารถที่จะพิจารณาดำเนินความผิดกับผู้บริหารคนดังกล่าวได้ เนื่องจากทั้งสองกรณีเป็นพฤติกรรมที่ต่างกรรมต่างวาระกัน” นายสักกล่าว
       
       ทางด้านแหล่งข่าวคตส.เปิดเผยว่า ผู้บริหารกรมสรรพากรที่อยู่ในข่ายการพิจารณาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา154และ157 ของอนุกรรมการตรวจสอบฯ ประกอบด้วย 1.นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร 2.นางเบญจา หลุยเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ที่ตอบข้อหารือแก่นางสาวปราณี เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ว่าบริษัทแอมเพิลริชไม่มีภาระทางภาษี 3.นางไพฑูรย์ พงษ์เกษร รองอธิบดีกรมสรรพากร ผู้ดูแลสายงานด้านกฎหมาย 4.นางสาวโมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย และ 5.นายกริช วิปุลานุสาสน์ นิติกร 9 โดยบุคคลที่ถูกป.ป.ช.วินิจฉัยความผิดและกระทรวงการคลังให้ออกจากราชการมาก่อนหน้านี้แต่อยู่ในการพิจารณาและอาจจะถูกคตส.ชี้มูลความผิดอีกคือ นายศิโรตม์ และ นางสาวโมรีรัตน์
       
       แหล่งข่าวเปิดเผยต่อว่า การประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน กับบริษัทแอมเพิลริช อินเวสเมนต์ จำกัด ที่มีนายวิโรจน์ เลาหะพันธ์ เป็นประธาน โดยในวันที่ จันทร์ ที่30 เมษายน เวลา 11.00 น.คณะอนุกรรมการจะเชิญนายสานิตย์ ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากรมาร่วมประชุมหารือ กับคณะอนุกรรมการตรวจสอบ หลังจากที่ คตส. ได้ส่งหนังสือแบบประเมินเรียกเก็บภาษีนายพานทองแท้และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในกรณีการหลบเลี่ยงการเสียภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปกับบริษัทแอมเพิลริช วงเงิน 5.6 พันล้าน ไปให้กรมสรรพากรเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา
       
        แหล่งข่าวคนเดิมเปิดเผยอีกว่า ล่าสุดกรมสรรพากรได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาวินิจฉัยภาษีจำนวน 19 คน แต่การทำงานของกรมสรรพากรยังมีความล่าช้า และคตส.เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมามากมายถึง 19 คน ก็ได้ เพราะจะทำให้การทำงานล่าช้า และจะไม่ทันตามกรอบเวลา ภายใน 45 วัน ตามที่คตส.กำหนด ที่สำคัญการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจำนวนมากอาจทำให้ข้อมูลการวินิจฉัยภาษีที่ต้องเก็บเป็นความลับรั่วไหลได้ง่าย ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามหาช่องโหว่มาต่อสู้ เพื่อไม่ต้องจ่ายภาษี
       
       “ที่เชิญมาประชุมด้วยเพราะกรมสรรพากรยังทำงานไม่เป็น ดังนั้นจึงต้องการแนะนำรูปแบบวิธีการทำงาน ในฐานะที่เคยผ่านการทำงานในลักษณะนี้มาก่อน คตส.จึงไม่เห็นความจำเป็นที่กรมสรรพากรต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมามากมายขนาดนี้ก็ได้เพราะที่ผ่านมาการวินิจฉัยภาษี ไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการถึง 19 คน ซึ่งยิ่งจะทำให้การทำงานล่าช้าออกไปอีก โดยจะมีผลต่อการคำนวณภาษีที่ต้องจ่าย เนื่องจากตัวเลข 5.6 พันล้าน คตส.ได้คำนวณเผื่อถึงวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาเท่านั้น หากเลยเวลานับจากนี้จะมีผลต่อการคำนวณภาษี เพราะต้องคิดเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากยืดเวลาออกไป เกินกว่า 45 วัน จำนวนภาษีที่ต้องจ่ายจริงจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5.6 พันล้าน อย่างแน่นอน และจะทำให้การคำนวณภาษีของกรมสรรพากรลำบาก อาจจะไม่ตรงกับที่คตส.ประเมินไว้ และจะต้องคำนวณยอดภาษีที่ต้องจ่ายจริงใหม่ หากล่าช้าออกไปมาก ตัวเลขภาษีจะควบคุมได้ยาก” แหล่งข่าว กล่าว
       
       นอกจากนี้แหล่งข่าวยังกล่าวถึงสาเหตุที่ต้องเชิญนายสานิตย์ มาประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการก็เพื่อต้องการทราบวิธีการทำงานของกรมสรรพากร เพื่อจะได้ปรับทิศทางการทำงานให้ตรงกันและเข้าใจการทำงานของคตส.และต้องการทราบปัญหาอุปสรรคในการทำงานของกรมสรรพากร ว่าติดขัดตรงไหน อย่างไร เพื่อจะได้หาวิธีการแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง การทำงานจะได้ไม่ล่าช้า ที่สำคัญ คตส. ต้องการทราบถึงเหตุผลในการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีถึง 19 คน เพราะที่ผ่านมาอดีตอธิบดีกรมสรรพากร หลายคนไม่เคยมีการดำเนินการในลักษณะเช่นนี้มาก่อน
       
        แหล่งข่าวระบุด้วยว่า นอกจากนี้ คตส.ยังเป็นห่วงวิธีการทำงานของกรมสรรพากร เพราะยังเหลือคดีที่ต้องวินิจฉัยประเมินเรียกเก็บภาษี อีกหลายคดี ซึ่งในวันที่ 30 เมษายน นี้ คตส.จะส่งหนังสือแบบประเมินเรียกเก็บภาษีจากบริษัทแอมเพิลริช ในฐานะนิติบุคคล จำนวน 2.08 หมื่นล้านบาท ให้กรมสรรพากร หากกรมสรรพากรไม่ปรับวิธีการทำงานใหม่จะส่งผลเสียต่อการคำนวณภาษีได้ เพราะหลังจากพ้นกรมสรรพากรแล้ว จะต้องมีการต่อสู้ในชั้นศาลอีก ถึง 3 ศาล ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาจะอุธรณ์จนถึงที่สิ้นสุด

 
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000048903
 



นักกฎหมายที่คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตกชอบ ไม่พูดถึง 5 ผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากรที่ถูกลงโทษ"ไล่ออก" มาแล้ว เพราะประพฤติมิชอบในสมัยที่รัฐบาลเก่ามีอำนาจเหนือกรมสรรพากร....

ถ้าผู้บริหารระดับสูงกรมสรรพากรชุดใหม่ จะถูกดำเนินคดีอีก อาจจะแรงกระตุ้นจาก"นักกฎหมาย"ที่รับใช้คณะรัฐประหาร เผด็จการทหารในอดีต ก็ได้............ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า




บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #9 เมื่อ: 05-05-2007, 11:30 »

สรรพากรขีดเส้น15วัน'โอ๊ค-เอม'แจงภาษีขายหุ้นชิน6.5พันล.
 
5 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 06:30:00
 
"สรรพากร"ออกหมายเรียก "โอ๊ค-เอม" แจงเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซื้อขายหุ้นชินคอร์ปกับแอมเพิลริช 6.5 พันล้าน ภายใน 7-15 วัน

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ออกหมายเรียกให้นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2549 ในส่วนเงินได้จากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ระหว่างบุคคลทั้งสอง กับ บริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ จำกัด จำนวน 6.5 พันล้านบาท ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษี ตามผลการตรวจสอบที่กรมสรรพากรได้รับแจ้งจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แล้ว

การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 6.5 พันล้านบาท แบ่งเป็นภาษีบุคคลธรรมดา ของนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา 5.6 พันล้านบาท และเงินเพิ่มที่ต้องรับผิดชอบแทนบริษัทแอมเพิลริช จากการไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งให้กรมสรรพากร 800 กว่าล้านบาท

"กรมสรรพากรได้ส่งหมายเรียกดังกล่าวให้บุคคลทั้งสองรับทราบตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่แน่ใจว่าได้กำหนดระยะเวลาให้มาชี้แจงภายใน 7 หรือ 15 วัน หมายเรียกดังกล่าวได้ทำขึ้นหลังจากที่กรมสรรพากรได้ยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมที่อ้างอิงมาตรา 40 (Cool ไปแล้ว โดยหมายเรียกฉบับใหม่ ยึดหลักการตรวจสอบของ คตส.ทุกประการ โดยเฉพาะการประเมินภาษีที่ใช้อำนาจตามมาตรา 40 (2)" นายศานิตกล่าว


นายศานิต ระบุว่า หากบุคคลทั้งสองไม่มาชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมสรรพากรจะทำหนังสือแจ้งเตือนไปให้บุคคลทั้งสองรับทราบอีก 1 ครั้ง หากยังไม่ดำเนินการอะไร ก็จะทำการออกหนังสือประเมินเรียกเก็บภาษีทันที

แหล่งข่าวจาก คตส.กล่าวว่า กรมสรรพากรได้รายงานผลการออกหมายเรียกให้นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทามาชี้แจงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบคดีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ที่มีนายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ กรรมการ คตส. เป็นประธานแล้ว

"ส่วนการตรวจสอบภาษีนิติบุคคลของบริษัทแอมเพิลริช 2.08 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ คตส.ยังไม่ได้ส่งสำนวนการตรวจสอบไปให้กรมสรรพากรพิจารณา เพราะอยู่ระหว่างการจัดทำสำนวนการตรวจสอบคดีดังกล่าวให้รัดกุม และรอบคอบมากที่สุด คาดว่าจะส่งไปให้กรมสรรพากรพิจารณาได้ภายในสัปดาห์หน้า" แหล่งข่าวกล่าว

ด้านนายสัก กอแสงเรือง กรรมการและโฆษกคตส. ในฐานะอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป กล่าวว่า คณะอนุกรรมการได้ส่งหมายเรียกคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นบริษัทชินคอร์ป วันที่ 9 พฤษภาคมนี้แล้ว แต่ไม่ทราบว่า คุณหญิงพจมานจะมาชี้แจงข้อมูลในวันเวลาที่กำหนดหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา

 
 



http://www.bangkokbiznews.com/2007/05/05/WW10_WW10_news.php?newsid=67590



คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก ที่เคยชื่นชมอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่นี้
จะเปลี่ยนใจเป็นประนามว่าอธิบดีฯ เป็นคนไม่มีหลักการ ไม่ยุติธรรมและรังแก"เด็ก" หรือไม่.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #10 เมื่อ: 05-05-2007, 21:04 »

สุนัขจนตรอก ก็ต้องกัดดะเป็นธรรมดา

คาดว่า ผลสุดท้ายก็คงต้อง ตาย สถานเดียว
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #11 เมื่อ: 06-05-2007, 11:52 »

ต่อกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาภาษีของกรมสรรพากรบางส่วนเห็นว่าการใช้มาตรา 40 (2) ตามที่ คตส.นำมาพิจารณาประเมินภาษีจะมีโอกาสแพ้ในชั้นศาลสูง แต่นายสัก กอแสงเรือง กรรมการ คตส บอกว่าไม่หวั่นถ้า โอ๊ค-เอม จะฟ้องกลับ ตามข่าว

http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics&content=46057

ที่ขีดเส้นใต้ครับ สรรพากรบอกว่า คตส มีโอกาสแพ้ในชั้นศาลสูง
คตส ไม่กลัวโดนฟ้องกลับ ก็เป็นเรื่องของ คตส ไม่เกี่ยวกับเรา
แต่กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายก็น่าจะรับทราบประเด็นที่ขีดเส้นใต้ไว้เป็นข้อมูล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-05-2007, 10:46 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: