ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-09-2020, 16:43
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  การอายัดทรัพย์คดีหุ้นชินฯ อาจถูกมองเป็นการกลั่นแกล้ง ระวังประชาชนเทคะแนนสงสารให้ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
การอายัดทรัพย์คดีหุ้นชินฯ อาจถูกมองเป็นการกลั่นแกล้ง ระวังประชาชนเทคะแนนสงสารให้  (อ่าน 3751 ครั้ง)
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #50 เมื่อ: 29-04-2007, 20:41 »

เป็นไปได้มั๊ยครับว่า เงินดำมันเย๊อะ

หรือไม่ ก็ สาวกปลายแถว เต้าข่าว อีกแร๊ะ

  
บันทึกการเข้า
Nai_puan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 231


« ตอบ #51 เมื่อ: 29-04-2007, 20:51 »

ตามบัญชีแสดงทรัพย์สิน  ทักษิณ+พจมาน มีทรัพย์สินรวมกัน  9 พันกว่าล้าน

และสำหรับการทำธุรกิจโดยทั่วไป  ผู้ลงทุนจะใช้เงินตนเองแค่บางส่วน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการระดมทุนและการกู้ยืมธนาคาร
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #52 เมื่อ: 29-04-2007, 20:55 »

ตามบัญชีแสดงทรัพย์สิน  ทักษิณ+พจมาน มีทรัพย์สินรวมกัน  9 พันกว่าล้าน

และสำหรับการทำธุรกิจโดยทั่วไป  ผู้ลงทุนจะใช้เงินตนเองแค่บางส่วน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการระดมทุนและการกู้ยืมธนาคาร


งั้นคงยืมเมีย ขายนาฬิกา พร้อมเครื่องเพชร หมดเกลี้ยงเลยน่ะนั่น ว่าแต่ขออนุญาต หรือยัง

น่าสงสารจัง 

*********
แก่จนป่านนี้คิดไปกู้เงินชาวบ้านอีกเร๊อะ ใครจะให้กู้ล่ะท่าน ผ่อนกี่ปี บอกมาหน่อยซิ


--------------------

ถ้ามาตรแม้นว่า อวดรวยยืมเงินชาวบ้านมาทำได้จริง ๆ เอาโก้ใว้หน่อย ก็ไม่ว่ากันครับ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #53 เมื่อ: 29-04-2007, 21:38 »

อยากให้ลองฟังความเห็นของท่านอุกฤษ มงคลนาวิน

เมื่อยึดอำนาจแล้ว คณะทหารและรัฐบาลบอกว่าจะปกครองบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยยึดหลักนิติธรรม ซึ่งหลักนิติธรรมก็คือ ต้องถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาว่ากระทำผิดจริง แต่การตั้ง คตส. แล้วออกข่าวเกือบจะเรียกว่า 3 เวลาหลังอาหาร ว่าคนนั้นทุจริตเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยระบุชื่อชัดเจน แบบนี้ถือว่าขัดหลักนิติธรรม เพราะจะผิดหรือถูกยังพิสูจน์ไม่ได้ คนพิสูจน์คือ ศาล ไม่ใช่ คตส

http://forum.serithai.net/index.php?topic=13575.0

เอาเป็นว่า ผมไม่พูดถึงเบื้องหน้า เบื้องหลัง คุณอุกฤษ กับ ระบอบทักษิณ  แต่จะว่ากันด้วยเหตุผลของการแถลงข่าวของ คตส.ก็แล้วกัน

ในช่วง 2-3 เดือนแรก คตส. ทำการสืบสวน โดยไม่ได้ชี้แจงแถลงไข และ ไม่มีข่าวคราว .......คนของระบอบทักษิณ รวมทั้งลิ่วล้อและแฟนพันธุ์แท้ อย่างคุณกาลามชน ก็รุมกระแนะกระแหน ว่าไม่สามารถเอาผิดกับทักษิณได้ .....ต่อมาหลังจากนั้นอีกไม่นาน คนที่เกลียดทักษิณ ก็เริ่มออกมาก่นด่า ว่า คตส.ไม่จัดการอะไร ปล่อยให้เวลาผ่านไป วัน ๆ .....ผมว่าเรื่องคุณกาลามชนลองไปทบทวนดูก็แล้วกัน

เหตุผลที่ทำให้ คตส.ต้องออกมาชี้แจง และ รายงานความคืบหน้าอยู่บ่อย ๆ ก็เพราะ ยังมีประชาชนอีกจำนวน อาจหลงเชื่อว่าบรรดาสาวกเหลียม ที่ว่า เหตุผลในการยึดอำนาจ ในข้อ คอรัปชั่น แบบมโหฬาร ไม่มีมูลความจริง ประกอบกับ การกล่าวหาของบรรดา ลิ่วล้อ ว่าไม่สามารถเอาผิด เพราะเหลี่ยมบริสุทธิ์ และพยายามดิสต์เครดิต คตส.ไม่เว้นแต่ละวัน........หากไม่การชี้แจง แถลงข่าว ก็เหมือนกับเป็นการยอมรับในข้อกล่าวหาของบรรดาลิ่วล้อเหลี่ยม แล้วที่มันมีข้อมูลออกมาเรื่อย ๆ ก็เพราะ ส่วนหนึ่งเกิดจากทนายนพดล รวมทั้งบรรดาลิวล้อที่พยายามโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ทำให้มีการชี้แจงมากขึ้น.........

คุณกาลามชน อาจไม่อยากรู้เหตุผลของข้อกล่าวหาในการเอาผิด แต่ผมอยากรู้ครับ และผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศก็อยากรู้เช่นกัน รวมทั้งแฟนพันธุ์แท้คุณทักษิณ

ส่วนเรื่องผลการตัดสิน อยู่ที่กระบวนการยุติธรรม ใคร ๆ ก็รู้ครับ.....รวมทั้งท่านเทพทักษิณด้วย.....



อ้อ....เสริมอีกนิด ........หาก คมช. ไม่ใช่หลักนิติธรรม.......วันนี้คงไม่มีเงินมาต่อท่อน้ำเลี้ยงแล้ว...เรื่องนี้ คุณอุกฤษ ไม่เข้าจาย........5555555


 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-04-2007, 21:43 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #54 เมื่อ: 29-04-2007, 21:49 »

ติดคุกทั้งครอบครัว จ่อที่เหลือเหยียบแผ่นดินเมื่อไหร่ก็เข้าคุกเช่นกัน

แฟนคลับยังคง งง ผิดอะไร - -!  ใบบอกไม่เห็นมี
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #55 เมื่อ: 29-04-2007, 23:56 »

เอาเป็นว่า ผมไม่พูดถึงเบื้องหน้า เบื้องหลัง คุณอุกฤษ กับ ระบอบทักษิณ  แต่จะว่ากันด้วยเหตุผลของการแถลงข่าวของ คตส.ก็แล้วกัน

ในช่วง 2-3 เดือนแรก คตส. ทำการสืบสวน โดยไม่ได้ชี้แจงแถลงไข และ ไม่มีข่าวคราว .......คนของระบอบทักษิณ รวมทั้งลิ่วล้อและแฟนพันธุ์แท้ อย่างคุณกาลามชน ก็รุมกระแนะกระแหน ว่าไม่สามารถเอาผิดกับทักษิณได้ .....ต่อมาหลังจากนั้นอีกไม่นาน คนที่เกลียดทักษิณ ก็เริ่มออกมาก่นด่า ว่า คตส.ไม่จัดการอะไร ปล่อยให้เวลาผ่านไป วัน ๆ .....ผมว่าเรื่องคุณกาลามชนลองไปทบทวนดูก็แล้วกัน

เหตุผลที่ทำให้ คตส.ต้องออกมาชี้แจง และ รายงานความคืบหน้าอยู่บ่อย ๆ ก็เพราะ ยังมีประชาชนอีกจำนวน อาจหลงเชื่อว่าบรรดาสาวกเหลียม ที่ว่า เหตุผลในการยึดอำนาจ ในข้อ คอรัปชั่น แบบมโหฬาร ไม่มีมูลความจริง ประกอบกับ การกล่าวหาของบรรดา ลิ่วล้อ ว่าไม่สามารถเอาผิด เพราะเหลี่ยมบริสุทธิ์ และพยายามดิสต์เครดิต คตส.ไม่เว้นแต่ละวัน........หากไม่การชี้แจง แถลงข่าว ก็เหมือนกับเป็นการยอมรับในข้อกล่าวหาของบรรดาลิ่วล้อเหลี่ยม แล้วที่มันมีข้อมูลออกมาเรื่อย ๆ ก็เพราะ ส่วนหนึ่งเกิดจากทนายนพดล รวมทั้งบรรดาลิวล้อที่พยายามโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ทำให้มีการชี้แจงมากขึ้น.........

คุณกาลามชน อาจไม่อยากรู้เหตุผลของข้อกล่าวหาในการเอาผิด แต่ผมอยากรู้ครับ และผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศก็อยากรู้เช่นกัน รวมทั้งแฟนพันธุ์แท้คุณทักษิณ

ส่วนเรื่องผลการตัดสิน อยู่ที่กระบวนการยุติธรรม ใคร ๆ ก็รู้ครับ.....รวมทั้งท่านเทพทักษิณด้วย.....



อ้อ....เสริมอีกนิด ........หาก คมช. ไม่ใช่หลักนิติธรรม.......วันนี้คงไม่มีเงินมาต่อท่อน้ำเลี้ยงแล้ว...เรื่องนี้ คุณอุกฤษ ไม่เข้าจาย........5555555


 




อุกฤษ มงคลนาวิน อดีตประธานรัฐสภา นักกฎหมายที่เคยได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารหลายคณะให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในหลายสมัย.....



นายอุกฤษ ได้รับแต่งตั้งจากเผด็จการทหาร คณะรัฐประหารในอดีต ให้เป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานวุฒิ และประธานรัฐสภา เป็นต้น..........

นอกจาก "นิติกรบริการ" และ อลัชชีกฎหมายของเทียมรักเทียม  วันนี้เขาเป็น"นักกฏหมาย" ที่คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก และ นักรักประชาธิปไตย(รูปแบบ) พึงพอใจ อ้างอิงความคิดเห็น...........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า






บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #56 เมื่อ: 05-05-2007, 23:01 »

ตลท.จับตาธุรกรรมฉาวหมื่นล. 'บางกอกแลนด์-เคเอ็มซี' อ่วม 


ตลาดหลักทรัพย์ฯเกาะติดธุรกรรมบริษัทจดทะเบียนมูลค่านับหมื่นล้าน บางกอกแลนด์ –เคเอ็มซี อ่วม โดนรีดข้อมูลยับ รับผลจากเศรษฐกิจซบและช่วงนี้เป็นฤดูกาลประชุมผู้ถือหุ้นทำให้ต้องจับตาเป็นพิเศษ เหตุอาจพลิกผันทิศทางธุรกิจบางบริษัท โดยเฉพาะบจ.ที่ต้องหาแหล่งทุนขยายธุรกิจและครบกำหนดชำระหนี้ เผยอาจมีการใช้รูปแบบการหาเงินที่แยบยล โดยเฉพาะบริษัทที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงิน


นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานกำกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ช่วงนี้ตลท.จะจับตาความเคลื่อนไหวของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ใกล้ชิดเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของบจ.ขณะที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯบางบริษัทอาจจะต้องหาแหล่งเงินทุน ทั้งเพื่อขยายการลงทุนและเพื่อชำระหนี้เพื่อพยุงบริษัทให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และที่สำคัญช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งจะมีผลต่ออนาคตของบริษัท


จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ตลท.จับตาและให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบริษัทที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางธุรกิจและบริษัทที่มีการเพิ่มทุน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบข้อมูลที่ควรเปิดเผยอย่างเพียงพอ โดยเชื่อว่าหลังจากนี้ไปจะมีรูปแบบของการเพิ่มทุนลักษณะใหม่ๆเกิดขึ้นอีก รวมถึงบริษัทในกลุ่มฟื้นฟูกิจการที่ยังมีปัญหาการปรับโครงสร้างหนี้โดยแม้บริษัทเหล่านี้จะมีการหาผู้ร่วมทุน ขณะที่อาจมีกลุ่มทุนบางกลุ่มอาจใช้โอกาสนี้เพื่อเข้ามาซื้อกิจการบริษัทที่อยู่ในกลุ่มฟื้นฟูฯ เพื่อหวังเพียงผลประโยชน์ระยะสั้นจากราคาหุ้น ไม่ได้มุ่งหวังจะแก้ไขปัญหาธุรกิจอย่างจริงจัง


พร้อมกันนี้ได้กล่าวถึงกรณีที่ช่วงนี้ตลท.ได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรณีบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน)(บมจ.) (KMC) ที่ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง ( PP) จำนวน 1,500 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละไม่ต่ำกว่า 1 บาท(พาร์ 2.3 0 บาท )นั้น กรณีดังกล่าวอาจจะมีผลต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของKMC หากกลุ่มทุนใหม่ทำคำเสนอซื้อ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์ ) และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังมีกลุ่มทุนใหม่เข้ามา


อนึ่ง KMC ระบุในเอกสารที่แจ้งตลท.เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า จะขายหุ้นเพิ่มทุน 1,500 ล้านหุ้น ให้กับกลุ่มนักลงทุนโซฟาสต์ อินเตอร์คอร์ โดยผ่านตัวแทนที่เป็นบุคคล 4 ราย ประกอบด้วย นางสาวพรณรัตน์ โรจน์ชูพันธ์ สัดส่วน 53.33 % ของหุ้นเพิ่มทุน นางสาวสมลักษณ์ โสภาเสถียรพงศ์ สัดส่วน 10 % นายวิรุฬห์ วงศ์แสงนาค สัดส่วน 36 % และนายคิมเส็ง คิมคูน สัดส่วน 0.67 % โดยหลังการขายหุ้นเพิ่มทุนแล้วจะทำให้นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน KMC สัดส่วน 64 % ของทุนชำระแล้วหลังเพิ่มทุน ส่วนเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนKMC ระบุว่าจะนำไปชำระหนี้ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้และใช้ลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพ


นายศักรินทร์ ยังกล่าวกรณีที่ตลท.ได้สอบถามข้อมูลไปยังบมจ.บางกอกแลนด์( BLAND )ที่ได้ขายหุ้นบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด หรืออิมแพค ออกไปนั้น ตลท.จะดูถึงความเกี่ยวโยงกันของผู้ถือหุ้นเดิมด้วย โดยบางกอกแลนด์ ซึ่งได้ขายธุรกิจหลักของบริษัทออกไป อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของซื้อ โดยตลท.สอบถามถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เข้ามาซื้ออิมแพค ว่ามีความเกี่ยวโยงกับผู้ถือหุ้นใหญ่ของบางกอกแลนด์หรือไม่ ซึ่งหากผู้ซื้ออิมแพคกับผู้ถือหุ้นใหญ่ของบางกอกแลนด์ มีความเกี่ยวโยงกันก็จะยิ่งส่งผลกระทบกับผู้ถือหุ้นรายย่อย


ทั้งนี้เนื่องจากเป็นการขายธุรกิจซึ่งทำรายได้หลักและถือเป็นความอยู่รอดของบางกอกแลนด์ แต่เหตุใดจึงต้องขายธุรกิจหลักออกไปและเมื่อขายออกไปแล้วบางกอกแลนด์จะดำเนินธุรกิจใดต่อไป ซึ่งจะเห็นว่าผลกระทบได้ตกแก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยแล้ว


นายศักรินทร์ กล่าวว่า หากข้อสมมติฐานข้างต้นเป็นจริง คือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบางกอกแลนด์เป็นกลุ่มเดียวกับผู้ซื้ออิมแพค ก็เท่ากับว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่เอาธุรกิจหลักออกไปจากบางกอกแลนด์ ซึ่งทำให้รายย่อยที่ถือหุ้นบางกอกแลนด์เสียประโยชน์ ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้ประโยชน์



อนึ่งวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา นายอนันต์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบมจ.บางกอกแลนด์ ชี้แจงเพิ่มเติมต่อตลท. กรณีขายหุ้นแอมแพ็ค ให้ผู้ซื้อคือ บริษัท จูตแลนด์ จำกัด ว่า จูตแลนด์ เป็นบริษัทที่จัดตั้งภายใต้กฎหมายของเกาะเคย์แมน โดยบริษัทดังกล่าวจัดตั้งเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2550 โดยมีนายมาร์ติน แลง เป็นคณะกรรมการและผู้บริหาร และดำเนินธุรกิจหลักคือ การลงทุนในบริษัทอื่น ๆ พร้อมกันนี้นายอนันต์ชี้แจงว่า ผู้ซื้อไม่มีความสัมพันธ์ในลักษณะเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกับบางกอกแลนด์


ส่วนภายหลังการขายหุ้นอิมแพคสัดส่วน 40 % ของทุนจดทะเบียน คิดเป็นเงิน 7,000 ล้าน(ราคาหุ้นละ 127.99 บาท/หุ้น) ขณะที่บางกอกแลนด์จะถือหุ้นในอิมแพค 60 % สำหรับผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้บางกอกแลนด์ภายหลังการขายหุ้นอิมแพคนั้น


นายอนันต์ชี้แจงตลท.ว่า จะทำให้รายได้รวมของบางกอกแลนด์ลดลง 40 % จากกำไรสุทธิการดำเนินธุรกิจของอิมแพ็ค โดยถ้าคำนวณจากงบสอบทานของอิมแพ็ค ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 จะเป็นจำนวนประมาณ 140 ล้านบาท ส่วนเงินที่ได้จากการขายหุ้นอิมแพคครั้งนี้ บางกอกแลนด์จะนำเงินไปชำระคืนหนี้ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ยของกลุ่มบริษัทลดลงทันทีประมาณ 400 ถึง 500 ล้านบาท


นายกิตติพงษ์ เลิศนางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ฟินันซ่า จำกัด กล่าวว่า กรณีที่บริษัทในประเทศเริ่มหาพันธมิตรต่างประเทศนั้น เนื่องจากพันธมิตรในประเทศได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ดังนั้นพันธมิตรในต่างประเทศจึงเป็นทางเลือกเดียวที่สามารถช่วยได้ และที่ผ่านมาก็มีผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยหาพันธมิตรต่างประเทศกันมาก ซึ่งหากดูถึงจุดประสงค์ของกลุ่มนี้ในการหาพันธมิตรต่างประเทศ ก็เพียงเพื่อต้องการแหล่งเงินทุนเท่านั้นไม่จำเป็นที่จะต้องได้แนวทางหรือกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจนี้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่คือ ผู้ที่ชำนาญที่สุด


นายพัชร เนตรสุวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.แอ๊ดคินซัน กล่าวว่า สำหรับบริษัทที่ต้องการหาพันธมิตรเพื่อความอยู่รอดนั้น มี 2 แบบ คือ แบบที่ต้องการเงินทุนเพียงอย่างเดียว และกลุ่มที่ต้องการนวัตกรรมใหม่ๆ


http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T0122144&issue=2214
 


ถ้าตลาดหลักทรัพย์ จะมีมุมมองเกี่ยวกับการซุกหุ้น การผ่องถ่ายหุ้น การซื้อหุ้น การขายหุ้นของทักษิณ และเส้นทางขายหุ้น 73000 ล้านบาทให้กองทุนเทมาเสค.....

คณะกรรมการ คตส. คณะกรรมการ ปปช. และขบวนการศาลสถิตยุติธรรม จะเบาแรงกว่านี้เยอะ.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2007, 23:06 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: