ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-09-2020, 14:47
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "จตุคามรามเทพ" วัตถุมงคล ???? (ตัวอย่างหนึ่งของหายนะประเทศไทย) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"จตุคามรามเทพ" วัตถุมงคล ???? (ตัวอย่างหนึ่งของหายนะประเทศไทย)  (อ่าน 4998 ครั้ง)
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 09-04-2007, 21:39 »

เรียกว่าวัตถุมงคล

แต่ดูเหตุการณ์แต่ละอย่างที่เกิดขึ้นซิ เป็นมงคลไหม ?? แย่งวัตถุมงคลจนเหยียบกันตาย  ฆ่ากันตายเพื่อชิงวัตถุมงคล  เด็กสอบเข้าเรียนมัธยมร.ร.ดังต้องห้อยจตุคาม ฯลฯ  เมื่อเช้าไปวิ่งที่สวน ลุงแก่ๆ ห้อยจตุคามฯอันเบ้อเร่อ ต้องห้อยออกมานอกเสื้อด้วยนะ !  ให้คนที่ผ่านไปผ่านมามันรู้ว่า "กูมีจตุคามฯโว้ย"

ใครมาบอกว่าผมคิดมากหรือเปล่า หรือสาปแช่งประเทศไทย ... เถียงเลยครับไม่ใช่ นี่แหละหายนะของจริง วิกฤติโคตร  ยังไม่นับที่มันเถียงกันเรื่อง 8 อรหันต์, นายกฯเลือกตั้งไม่เลือกตั้ง, เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันปฏิวัติ, เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและคุณธรรม???  งี่เง่าโคตร  สุดสยองกับอนาคตของประเทศนี้
บันทึกการเข้า

ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 09-04-2007, 22:09 »

ผมเห็นเป็นเรื่องธรรมดาครับ คนไทยส่วนหนึ่งก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วแต่เดิมคือนิยมในเรื่องของวัตถุมงคล ซึ่งก็เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของเขานะครับ ถ้าสบายใจก็ปล่อยๆเขาทำไปเถอะครับ

ที่หนักกว่านั้นยังมีเลย อย่างไปกราบไหว้ขอเลขเด็ดจากปลีกล้วย วัว6ขา อะไรเทือกนี้นั่นเพราะความงมงาย ความไม่รู้ของชาวบ้านนะครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านต้องการที่พึ่งทางใจให้หายจากความจน เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่จะมีบัวเหล่าที่ด้อยปัญญาทั้งนี้เป็นเพราะอกุศลกรรมที่เขสสร้างไว้ในอดีตและปัจจุบันส่งผลมานั่นเอง

ส่วนเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญก็คงจำเป็นต้องทำให้รัดกุมกว่าเดิม เพราะนิสัยคนไทยบางส่วนไม่อยู่ในกติกา ไม่รักษากฎระเบียบ เห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา ฉลาดแกมโกง มันอาจจะเป็นกรรมของบ้านเมืองเราก็ได้ครับ ใครที่มีปัญญาหน่อยก็ขอให้ช่วยๆกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหาพยุงบ้านเมืองให้ก้าวหน้าต่อไป บ้านเมืองของเราเป็นแบบนี้ก็ต้องคอยแก้ปัญหาไปทีละเปลาะๆครับ อย่าเพิ่งท้ออย่าเพิ่งแช่งกันเลยนะครับ
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 09-04-2007, 22:12 »

ผมเห็นเป็นเรื่องธรรมดาครับ คนไทยส่วนหนึ่งก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วแต่เดิมคือนิยมในเรื่องของวัตถุมงคล ซึ่งก็เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของเขานะครับ ถ้าสบายใจก็ปล่อยๆเขาทำไปเถอะครับ

ที่หนักกว่านั้นยังมีเลย อย่างไปกราบไหว้ขอเลขเด็ดจากปลีกล้วย วัว6ขา อะไรเทือกนี้นั่นเพราะความงมงาย ความไม่รู้ของชาวบ้านนะครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านต้องการที่พึ่งทางใจให้หายจากความจน เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่จะมีบัวเหล่าที่ด้อยปัญญาทั้งนี้เป็นเพราะอกุศลกรรมที่เขสสร้างไว้ในอดีตและปัจจุบันส่งผลมานั่นเอง

ส่วนเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญก็คงจำเป็นต้องทำให้รัดกุมกว่าเดิม เพราะนิสัยคนไทยบางส่วนไม่อยู่ในกติกา ไม่รักษากฎระเบียบ เห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา ฉลาดแกมโกง มันอาจจะเป็นกรรมของบ้านเมืองเราก็ได้ครับ ใครที่มีปัญญาหน่อยก็ขอให้ช่วยๆกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหาพยุงบ้านเมืองให้ก้าวหน้าต่อไป บ้านเมืองของเราเป็นแบบนี้ก็ต้องคอยแก้ปัญหาไปทีละเปลาะๆครับ อย่าเพิ่งท้ออย่าเพิ่งแช่งกันเลยนะครับ

คือ ถ้าพูดถึงเรื่องแบบนี้สมัยเวียดนามเสียหายจากสงคราม คงจะไม่ค่อยน่าสนใจอะไร .... แต่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปแล้วครับ
บันทึกการเข้า

นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 09-04-2007, 22:20 »

นอกจากเรื่อง ความเชื่อ

ยังมีเรื่อง เงิน

เข้ามาเป็นเหตุผลด้วยครับ

ราคารุ่นดังๆ ไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

ถึงมีการแย่งกันขนาดนั้น

ผมว่าถ้าเวลาผ่านไปซักพัก น่าจะซาลงไปเองแหละ


** เรื่องที่จะเอาเวลามาคิดเรื่อง รธน คงไกลไปมากจากชาวบ้าน (รธนกินไม่ได้....)
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
nick
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« ตอบ #4 เมื่อ: 09-04-2007, 22:25 »

สื่อไทยนั่นแหละตัวดี หากินกันเป็นทีมครับ
หมดจากจตุคามฯ เดี๋ยวก็มีอย่างอื่นมาแทน
บันทึกการเข้า
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #5 เมื่อ: 09-04-2007, 22:30 »

ผมคิดว่า ก็คงเหมือน ทามาก็อตจิ ที่เด็กเคยฮิต ละมั้ง เดี๋ยวก็คงซา (แต่กว่าจะซา จะมีคนตาย เพราะเหยียบกันตาย ถูกปล้น ถูกฆ่า แย่งจตุคาม อีกกี่ศพ ไม่รู้ได้)
เพราะคนไทย ไม่ว่า เด็ก หรือ ผู้ใหญ่ ไม่ "ติด" อะไรนานอยู่แล้ว

เดือน-สองเดือนก่อน ผมก็เคยคิดพิเรนทร์ จะไปซื้อกรอบวงกลมเปล่า (ที่ใช้ใส่จตุคาม) ที่ท่าพระจันทร์
ว่าจะเอามาใส่รูป น้อง cameron dias ทำแบบล้อ-ประชด ซะหน่อย
แต่แฟนห้าม(ด่า)ไว้
บอก เกิดมีโจรปล้นฆ่า ชิงจตุคาม ที่กำลังฮิต
เธอจะไม่ตายคนเดียว
มันจะตามมาฆ่ายกครัว
เพราะโมโหที่ดันไปใส่รูปดาราฝรั่งหลอกมัน

 
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #6 เมื่อ: 09-04-2007, 22:31 »

จตุคาม โอริโอ
รุ่น "รวยให้ตายห่ากันไปข้าง ( นึง...สิวะ )"

บันทึกการเข้า

cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #7 เมื่อ: 09-04-2007, 22:35 »

เออ ๆ ๆ ๆ
ของคุณ qazwsx น่าสนใจว่ะ

555
จตุคามรุ่น โอริโอ

ซื้อ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

เอารุ่นนี้แหละ ตายเป็นตาย

เหมือนมาก

แต่สงสัยว่า มันจะขึ้นรา หรือ มดจะเข้าไปเจาะหรือเปล่าหว่า
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #8 เมื่อ: 09-04-2007, 22:36 »

ผมเองเป็นคนสะสมพระ
และผมเองก็มี องค์จตุคามรามเทพ
ผมถือว่าพวกท่านเหล่านั้นคือสิ่งที่เรายึดถือนะครับ
ในปัจจุบันที่สังคมมีแต่การแก่งแย้ง
บางครั้งบางสิ่ง ก็สามารถยึดเหนี่ยวจิตใจเขาได้
แต่บางสิ่งที่มากเกินไปนั้น
มันก็ต้องส่งผลลบลงมาอย่างแน่นอน
คุณอย่าลืมว่า พระเครื่องประเทศไทยนะมีมาแล้วกี่ปี
แต่อย่างน้อยก็ตั้งแต่มีพุทธศาสนาในประเทศละครับ

ลองฝึกนั่งสมาธิดูสิ แล้วจะเจอความจริง
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
СεгЪεгυŞ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 70



« ตอบ #9 เมื่อ: 09-04-2007, 23:20 »

ผมเชื่อว่าองค์จตุคามท่านศักดิ์สิทธินะครับ (จริงๆ)

แต่ผมไม่ชอบกระแสคนที่ฮิตจตุคามเพราะท่านมีพุทธคุณทางโชคลาภ

เดิมทีเรามีพระเครื่องลางของขลังมากมาย พุทธคุณทางแคล้วคลาด ยิงฟันไม่เข้า เป็นที่รัก ฯลฯ แต่ตอนนี้เรากำลังแห่บูชาพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังที่ให้พุทธคุณทางโชคลาภมากกว่าเรื่องของการต่อสู้แบบลูกผู้ชาย ชี้ให้เห็นถึงว่าคนเรากำลังให้ความสำคัญเรื่องเงินทองและวัตถุภายนอกอย่างหนัก ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นเพราะมาจากทุนนิยมที่รัฐบาลสมัยทักษิณมอมเมาประชาชนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
บันทึกการเข้า

ม้าหนุ่มแห่งชินจูกุ
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #10 เมื่อ: 09-04-2007, 23:42 »

 

กลุ่มคนที่แย่งๆ กันจนตายไปข้างนึง

ไม่ใช่พวกที่ งมงาย ในอิทธิฤทธิ์ หรอก


คนพวกนี้เป็นพวกหากำไร - -  จากพระนี่แหละ

โดยใกล้ๆ จะมีโต๊ะรับซื้อ รุ่นนี้เลย 500 บาท

ดีกว่าเล่นหวยเยอะครับ  วิ่งกันไปแย่งดีกว่า



คนรับซื้อเอาไปทำอะไรเหรอครับ

อิอิ  กั๊กไว้ รอสร้างข่าวปาฐิหาริย์

แล้วค่อยเทขายครับ 

เอาเข้าจริงแล้วพวกงมงายก็คือ คนซื้อตามหนังสือ

 
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 10-04-2007, 07:38 »

คือผมก็จะขอถามว่า..


แล้วไอ้การที่คุณไปว่า วัตถุมงคลที่ชื่อจตุคามรามเทพ น่ะ มันถูกต้องรึไม่..


เหตุไร คุณจึงไม่ว่า พวกพระ ที่หากินกะวัตถุมงคลเหล่านี้ล่ะครับ..
 

และร่วมถึงพวก ที่ชอบหากินกะวัตถุมงคลอีก108จำพวก..


ปล.

เเถวบ้านผมตอนนี้รึเมื่อไม่นาน เขาฮิต ตะกรุตวัดชายนาครับ ที่อยู่ที่เพรชบุรี.. 

ซึ่งไม่ทรายตอนนี้คุณ amalit1990 มีไว้รึยังครับ เห็นเขาว่า ออกมารุ่นสองขึ้นราคาด้วยนิ.. 
 
 
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 10-04-2007, 08:31 »

คือผมก็จะขอถามว่า..
แล้วไอ้การที่คุณไปว่า วัตถุมงคลที่ชื่อจตุคามรามเทพ น่ะ มันถูกต้องรึไม่..
เหตุไร คุณจึงไม่ว่า พวกพระ ที่หากินกะวัตถุมงคลเหล่านี้ล่ะครับ..
และร่วมถึงพวก ที่ชอบหากินกะวัตถุมงคลอีก108จำพวก.. 

แล้วถ้าประชาชนไม่เบาปัญญางมงายถึงขนาดแก่งแย่ง เอาปังตอมาฟันกันเลือดสาด ยิงกันเพื่อแย่งชิง "วัตถุมงคล" (ย้ำคำว่า "มงคล") หรือมีไว้เพื่อห้อยคอโชว์ชาวบ้าน ... จะมีคนออกมาหากินกับเรื่องพวกนี้ได้ง่ายๆหรือ ??   วัตถุมงคล ก็ต้องนำมาซึ่งความเป็นมงคลไม่ใช่หรือ ??

เรื่องบูชาผีสางเทวดามันเรื่องธรรมดา ผมก็บูชาผีสางเทวดา และผมไม่ใช่พุทธศาสนิกชน เทพเจ้าอะไรของผมก็มี

นี่แหละ ถ้าเป็นยุคจีน-เวียดนาม ยังไม่เปิดประเทศ ได้ยินข่าวแบบนี้ยังเบาใจหน่อย  แต่นี่เป็นยุคที่จีนไปอวกาศแล้ว กำลังทุ่มทุนศึกษานาโน ไบโอเทค และเวียดนามกำลังกวาดล้างคอรับชั่น จัดตั้งทุนชาติ ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปแล้วครับ  นี่มันยุค "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" แล้วเพ่  คนไทยปั่นกระแสง่าย คุณว่ามะ ???  ถ้าคุณถามผมวันนี้ ถามว่ามีหวังกับประเทศนี้ไหม เมื่อมองเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างเอามาต่อเป็นภาพใหญ่ ตอบได้เต็มปากว่า "ไม่มีหวัง" (ไม่อยากปลอบใจตัวเองลมๆแล้งๆน่ะครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2007, 08:43 โดย Ex-Thai » บันทึกการเข้า

AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 10-04-2007, 08:33 »

สื่อไทยนั่นแหละตัวดี หากินกันเป็นทีมครับ
หมดจากจตุคามฯ เดี๋ยวก็มีอย่างอื่นมาแทน


ไอ่สอระยวยเมื่อวานช่อง 3 ตอนเย็นนั่นแหละโคตรแสบ  ไม่มีอะไรจะเสนอ เล่นแต่ข่าวจตุคามเกือบทั้งชั่วโมง

จตุคาม โอริโอ
รุ่น "รวยให้ตายห่ากันไปข้าง ( นึง...สิวะ )"




 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2007, 08:36 โดย Ex-Thai » บันทึกการเข้า

boonterm
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 265


โย่ว......


« ตอบ #14 เมื่อ: 10-04-2007, 09:41 »

อยากให้ได้อ่านหนังสือเล่มนี้กันจริง ๆ .....

บันทึกการเข้า

............................................................

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 10-04-2007, 13:16 »

 
คือผมก็จะขอถามว่า..
แล้วไอ้การที่คุณไปว่า วัตถุมงคลที่ชื่อจตุคามรามเทพ น่ะ มันถูกต้องรึไม่..
เหตุไร คุณจึงไม่ว่า พวกพระ ที่หากินกะวัตถุมงคลเหล่านี้ล่ะครับ..
และร่วมถึงพวก ที่ชอบหากินกะวัตถุมงคลอีก108จำพวก.. 

แล้วถ้าประชาชนไม่เบาปัญญางมงายถึงขนาดแก่งแย่ง เอาปังตอมาฟันกันเลือดสาด ยิงกันเพื่อแย่งชิง "วัตถุมงคล" (ย้ำคำว่า "มงคล") หรือมีไว้เพื่อห้อยคอโชว์ชาวบ้าน ... จะมีคนออกมาหากินกับเรื่องพวกนี้ได้ง่ายๆหรือ ??   วัตถุมงคล ก็ต้องนำมาซึ่งความเป็นมงคลไม่ใช่หรือ ??

เรื่องบูชาผีสางเทวดามันเรื่องธรรมดา ผมก็บูชาผีสางเทวดา และผมไม่ใช่พุทธศาสนิกชน เทพเจ้าอะไรของผมก็มี

นี่แหละ ถ้าเป็นยุคจีน-เวียดนาม ยังไม่เปิดประเทศ ได้ยินข่าวแบบนี้ยังเบาใจหน่อย  แต่นี่เป็นยุคที่จีนไปอวกาศแล้ว กำลังทุ่มทุนศึกษานาโน ไบโอเทค และเวียดนามกำลังกวาดล้างคอรับชั่น จัดตั้งทุนชาติ ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปแล้วครับ  นี่มันยุค "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" แล้วเพ่  คนไทยปั่นกระแสง่าย คุณว่ามะ ???  ถ้าคุณถามผมวันนี้ ถามว่ามีหวังกับประเทศนี้ไหม เมื่อมองเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างเอามาต่อเป็นภาพใหญ่ ตอบได้เต็มปากว่า "ไม่มีหวัง" (ไม่อยากปลอบใจตัวเองลมๆแล้งๆน่ะครับ)



คิดกันตามเหตุตามผล..

ถ้าจู่คนเรามันไม่สร้างจตุคามขึ้นมา...


ผมก็ถามว่าจู่ๆจตุคามนี่มันงอกออกมาจากดินกันได้เองรึครับ...

และออกมาร้องเเร่แห่กระเชิงว่า  ตัวฉันนั้นดีแบบนั้นแบบดี เร็วๆเข้าซี่รีบมาจับมาจองมาเป็นเจ้าของตัววันกันเถอะ..

เออ..ถ้าจตุคามมันออกมาจากดินและทำแบบที่ผมวาได้ ผมก็จะว่าจตุคาม..


แต่นี้มันใช้ที่ไหนกันครับ...  แต่มันกลับเป็นพวก มิใช้หรือ ที่ว่าถ้าพระท่านไม่สร้าง พระท่านไม่โฆษณาสัพคุณ.. แบบทำให้คุณอยากได้อยากมี..

ใครมันจะยอมเสียเงินเสียทองไปจองไปเปลี่ยน..


และถ้าคุณจะด่าคนที่ไปแย่งว่าโง่ว่าเขลาว่าเบาปัญหาผมก็ไม่ว่าอะไร..

เพรามันก็เป็นความจริง..
 

สุดท้าย..

แค่ข่าวนี้ผมว่ามันยังเด็กๆเมื่อเทียบกะไอ้ข่าวบูชารึกินกะทั้งคลูฟีเวอร์บวมน้ำซะอีก....
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 10-04-2007, 13:35 »

ที่จริงกะจะไม่มาตอบกระทู้นี้แล้วนะ เพราะเป็นประเด็นละเอียดอ่อน และไม่อยากให้พวก PT เอาขี้ปากผมไปหากินต่อ ผมมองต่างมุมกับเพื่อน ๆ หลายคน แต่อาจจะมีบางมุมที่เฉียดใกล้ความคิดเห็นของคุณไทยทรูนะ

ผมมองว่าเรื่องนี้เป็น indicator ที่ชี้ถึงจุดวิกฤตของเศรษฐกิจไทย ผมจำได้ว่าก่อนวิกฤตเศรษฐกิจทุกครั้ง ไม่ว่าครั้งเล็กหรือครั้งใหญ่ จะเกิดมีขบวนการพวกนี้ออกมาปั่นเอาเงินคนที่รู้ไม่ทัน มันจะมาก่อนยุคข้าวยากหมากแพงเสมอ เพราะเมื่อเศรษฐกิจฝืดเคืองเงินทองหายาก จะมีคนใช้ช่องนี้ออกมาปั่นราคาเครื่องรางของขลังขาย เป็นการขายความหวังให้กับคนที่สิ้นหวัง กอบโกยเงินกันเป็นรอบ ๆ ไป

จากนั้นเราก็จะได้เห็น indicator อีกตัวตามมาติด ๆ คือ ธุรกิจที่ได้เงินง่ายได้เงินเยอะลงทุนน้อย ซึ่งถ้าพลิกดูใต้พรมก็จะเห็นว่าที่แท้คือแชร์ลูกโซ่แปลงร่าง ออกมาโกยเงินกัน

ผมมองเรื่องนี้ด้วยความเป็นห่วงประเทศชาติบ้านเมืองจริง ๆ จำกันได้มั้ยครับ ล่าสุดเมื่อไม่นานเท่าไหร่ ก็หลวงพ่อคูนไงครับ พระบ้านนอกองค์นึง ถูกจับมาปั่นราคา จากนั้นก็แชร์ตามมา แล้ว follow ปิดท้ายกันด้วย ปั่นราคาที่ดิน แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อมา ลองนึก ๆ ดูกันนะครับ

หายนะใกล้เข้ามาแล้วครับ!!!



ปล. ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ปฏิเสธเทพเจ้าครับ ศาสนาพุทธคือวิถี ไม่ใช่วัตถุ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
СεгЪεгυŞ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 70



« ตอบ #17 เมื่อ: 10-04-2007, 13:44 »

องค์จตุคามรามเทพท่านมีคุณทางโชคลาภครับ ว่ากันตามเนื้อผ้า "ขอได้ ไหว้รับ" นั่นน่ะชัดๆเลย ดังนั้นหากจะบอกว่าวัตถุมงคลจะต้องให้สิ่งมงคลกับชีวิตคนครอบครองก็ต้องดูตามคุณ(ภาษาชาวบ้านเรียกว่าพุทธคุณ)ด้วย

ทีวีไม่สามารถทำงานแทนตู้เย็นได้ ตู้เย็นก็ไม่สามารถแทนทีวีได้ครับ

สิ่งเหล่านี้ว่ากันตามหลักหินยานไม่ใช่สิ่งที่ส่งเสริมการไปสู่นิพพาน ดังนั้นไม่ได้ห้าม(ยกเว้นไสยดำซึ่งผิดในเรื่องกรรม อ้อ เรื่องไสยดำผมก็เชื่อนะว่ามีจริง แต่ไม่สนใจเล่น)

ขณะเดียวกันคุณหาเพื่อนคุณ(ซึ่งควรจะเป็นคนจีน)มาคุยกันเรื่องมหายานที่เขานับถือ ผมรับประกันเลยว่าสำหรับคนอยู่สายหินยานที่ไม่เคยคุยมาก่อนคุณจะประหลาดใจมากเรื่องแดนสุขาวดี พระโพธิสัตว์ เทพเจ้าที่ปกปักรักษาแดนสวรรค์นรก ที่เขาจะอธิบายให้คุณฟัง ซึ่งต่างจากหินยานเช่นไตรภูมิพระร่วงที่แบ่งโซนเป็นชั้นนรกภูมิ สวรรค์กามภูมิ ชั้นรูปพรหม อรูปพรหม นิพพาน และ โลกันต์ ที่เวียนเปลี่ยนสถานะไปตามอายุกรรมที่คุณคุ้นเคย
 
สำหรับประเด็นนี้ สิ่งที่ผมสนใจก็คือค่านิยมการบูชาในสิ่งศักดิ์สิทธิเริ่มเป็นในแนวการแลก-เปลี่ยนกันแล้ว การบูชาเทพแห่งโชคลาภ(เท่านั้น บางคนเทพแห่งความซื่อสัตย์นี่ลืมกราบกราน)เพื่อผลประโยชน์ในทรัพย์สินที่เห็นข้างหน้าเท่านั้น หรือ? องค์จตุคามตามคำอธิบายของขุนพันธ์มีคุณความดีในยามมีชีวิตอยู่(หากมีตัวตนจริง)เพียงพอต่อการยกย่องสรรเสริญเพื่อเป็นตัวอย่างแล้ว เพียงแต่คนส่วนใหญ่สนใจแต่ด้านคุณเรื่องโชคลาภ ตอนนี้เงินเป็นใหญ่ ว่างั้นเหอะ

คุณ An.mkII กำลังเปิดประเด็นของพุทธพาณิชย์ ผมคิดว่านี่คือเรื่องใหญ่ที่ฝังรากมานานแล้วครับ
บันทึกการเข้า

ม้าหนุ่มแห่งชินจูกุ
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #18 เมื่อ: 10-04-2007, 14:04 »

ปัญหาเรื่อง "พุทธ" "ไม่พุทธ" ถกกันได้ยาว

แต่พอดี มีธุระ นัดกิ๊กออนไลน์ไปเดท 

จึงอยากทิ้งคำถามไว้สั้น ๆ ว่า

- ลัทธิพราหมณ์ + ผี ที่หล่อรวมเป็นจารีตนิยมของคนไทย ภายใต้ยี่ห้อกำกับว่า "พุทธ" กลายเป็นสิ่งเลวร้ายในสายตาชนส่วนหนึ่ง เริ่มตั้งแต่สมัยไหน - - สมัยคนไทยไปเรียนนอก ร.5 - ร.6, ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475, ยุคสังคมนิยมเฟื่อง - -

- ประเทศไทยก่อนยุค "พุทธทาสภิกขุ" มีศาสนา "พุทธ" ตามที่ชนชั้นกลางหรือปัญญาชนยุคปัจจุบัน(ส่วนหนึ่ง) เชื่อและศรัทธามาก่อนหรือไม่
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 10-04-2007, 14:27 »



คุณ An.mkII กำลังเปิดประเด็นของพุทธพาณิชย์ ผมคิดว่านี่คือเรื่องใหญ่ที่ฝังรากมานานแล้วครับ


งั้นหรือครับ...  เพราะการที่ผมโพสไปเพราะผมก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ..




และไม่ใช้เพิ่งจะรู้สึกด้วย..แต่รู้สึกมานานแล้วด้วย.. จนกลายเป็นความฝังใจไำปกระมั่ง.. ที่นี้พอมาเจอกระทู้นำนองนี้

ผมก็เลยโพสออกไปตามข้างในส่วนลึกของจิตใจที่ไม่ชอบเรื่องพวกนี้มาตั้งเเต่ไหนแต่ไร..

และคิดว่าเราต้องแยกให้มันออกระหว่างตัว วัตถุมงคล กะ คนที่หากินกะวัตถุมงคล...



โดยเฉพาะเวลาผมไปปิดทองฝังลูกนิมิตตามวัดต่างๆ..   ที่คำก็ตังใส่ตู้ สองคำก็ตังใส่ตู้... 

จนมาคนเขาเอามาล้อว่า พุทธธังก็ตังใส่ตู้ ธัมมังก็ตังใสตูู้็้้้้ สังฆังก็ตังใส่ตู้.. จนบางครั้งผมเเทบจะไม่อยากไปทำบุณปิดทองตามวัดเลย..
 


อ้อและถามว่า ทุกวันนี้ี้ผมห้อยไหม ผมก็ห้อยและผมมีความเชื่อไหมผมก็มีครับ เพราะผมเชื่อว่าถ้าห้อยพระแล้ว พระท่านก็อาจจะคุ้มครองเราในบางกรณีี๊ที่เรานั้นพลังเผลอไป.. 

ซึ่งในที่นี้ก็คือ เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจผม  ที่ทำให้ผมนั้นมีความมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น..


และมันก็คล้ายๆกะจิตวิทยามวลชนแบบหนึ่ง..

ที่ทำให้คนเรานั้นมีกำลังใจและความมั่นใจโดยใช้วัตถุมลคนเป็นตัวขับเคลื่อน..

 
และพระที่ผมห้อยก็ไม่ใช้พระดังมากมายคับประเทศแบบจตุคาม อะไรแต่ก็เป็นพระที่เเถวบ้านผมเขามีความเคารพและบูชา
 

และผมก็จะบอกว่าผมนั้นเชื่อแต่ผมมิได้คลั่งครับ... เพราะผมคิดว่าสองอย่างนี้มันต่างกัน..


เพราะวัตถุมงคลนั้นเขาสร้างมาให้คนเรา "ยึดเหนี่ยว" มิใช้กะการใช้ "ยึดติด" ใช้รึไม่..!!???


 
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 10-04-2007, 14:35 »

"พุทธธังก็ตังใส่ตู้ ธัมมังก็ตังใสตูู้็้้้้ สังฆังก็ตังใส่ตู้.."


ผมชอบประโยคนี้ครับ Smile
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
รวงข้าวล้อลม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,103



เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 10-04-2007, 14:44 »

จตุคามรามเทพ เส้นแบ่ง บารมี-ฟีเวอร์
 

จตุคามรามเทพ เส้นแบ่ง 'บารมี-ฟีเวอร์'

 

 
บอกบุญหรือโฆษณา

ปีกว่าๆ มานี้ คนเมืองนครคุ้นชินหูกับเสียงรถสองแถวแห่ป้ายผ้าโฆษณาวันละหลายรอบ ประกาศข่าว บอกเล่า เชิญชวน เหมือนรถหนังเร่ขายยาแล่นไปมาบนถนนวันละหลายครั้ง ถ้อยคำคล้ายๆ ทำนองนี้

วันที่ 29 เมษายน 2550 ท้าวจตุคามรามเทพ รุ่น บูรณะเจดีย์ราย 50 จัดสร้างโดย วัดพระธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช เพื่อสร้างอาคาร พระราชธรรมสุธี วิทยาเขตศรีธรรมโศกราช วัดพระธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดเททองนำฤกษ์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 13.39 - 16.29 น. พุทธาภิเษกและเทวาภิเษก 29 เมษายน เวลา 13.39 - 16.29 น. ณ วัดพระธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช

หลายรุ่นลงประกาศโฆษณาผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก บางฉบับ เช่น

"ขอเชิญพ่อแม่พี่น้อง จองวัตถุมงคล รุ่น จตุคามรามเทพ รุ่น 12 นักษัตร สร้างตำนาน 19 พิธีมหามงคล ใน 19 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผสานพลังพุทธาจักร พลังอาณาจักร และพลังดาราจักร ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ การสร้างองค์จตุคามรามเทพ ที่แห่งพิธีกรและมวลสารศักดิ์สิทธิ์จากเมือง 12 นักษัตร ในยุคเกรียงไกรของเมืองนครศรีธรรมราช ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของราชวงศ์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช พุทธศตวรรษที่ 18"

เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ฟังดูขรึมขลัง ต้องมีประกาศสถานที่ที่จะทำพิธีกรรม

"พิธีบวงสรวง ณ เมืองนครศรีธรรมราช พิธีเททองหล่อนำฤกษ์และกดพิมพ์นำฤกษ์ พิธีมหามงคลจักรวาล อัญเชิญเทพยดาแห่งท้องสมุทรและเทพยดาแห่งท้องฟ้า พิธีมหาพุทธาภิเษกและเทวาภิเษก โดยกำหนดวันจอง 1 ธันวาคม 2549 และกำหนัดวันนัดรับพระวันที่ 29 มีนาคม 2549 โดยมีฝ่ายประชาสัมพันธ์ คือ มูลนิธิพัฒนาเยาวชนคนหนุ่มสาว"

เห็นได้ว่า มิเพียงแต่คนแก่หรือผู้สูงอายุเท่านั้นที่หันมานิยมในวัตถุมงคล แม้แต่คนหนุ่มสาวและลูกเด็กเล็กแดงก็รู้จักองค์จตุคามรามเทพ

และเพื่อจะทำโฆษณาอย่างไรให้คนเชื่อ ชวนจอง ก็ต้องมีถ้อยคำบอก รูปแบบเหรียญ ด้านหน้าด้านหลัง ของทุกเนื้อ ทุกแบบ และตอกโค้ด

ทำไมจึง ‘ทุกวัด’

การสร้างพระ หรือวัตถุมงคลไม่ใช่กิจหลักของสงฆ์ แต่พระสงฆ์ผู้ทรงศีลและมีอภิญญาขั้นสูงมักเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างพระโดยเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมีฆราวาสไปขอให้ร่วมในพิธีปลุกเสก ซึ่งคนธรรมดาไม่อาจทำได้

ก่อนจะมีการทำพิธีเททองปฐมฤกษ์ สร้างองค์จตุคามรามเทพ รุ่น จอมจักรพรรดิ และพิธีพุทธาภิเษก ในวันที่ 11 มีนาคม ที่จะถึงนี้ พระปลัดเกษม เขมจิตโต รองเจ้าอาวาสวัดเขาชะเมา ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่าท่านสร้างวัตถุมงคลของวัดเขาชะเมามาตั้งแต่ปี 2528 เพราะต้องการทำเมรุเผาศพไร้ควัน เนื่องจากวัดเขาชะเมาเป็นที่เผาศพนักโทษประหาร ซึ่งมาจากเรือนจำ ในยุคที่เรือนจำยังอยู่ที่ประตูหน้าเมือง โดยมีนายทุนเป็นผู้ออกเงิน เกี่ยวข้องหลายคน พระที่สร้างรุ่นนั้นคือพระสิหิงค์ เนื่องจากพระสิหิงค์เป็นพระคู่เมืองนครมานาน พระสิหิงค์เป็นศิลปะขนมต้ม เป็นสกุลช่างนคร โดยพระเจ้ากรุงลงกานำมาถวายเข้าเมืองนครในยุคโบราณ สร้างพระให้คนเช่าเสร็จได้เงินมาสร้างเมรุราคา 4 ล้านบาทเรียบร้อยสวยงาม

หรือการเปิดจอง พระพุทธสิหิงค์ ท้าวจตุคามรามเทพ พระปิดตาพังพกาฬ รุ่นประทานพร ของวัดเทพกุญชรในตำบลช้างกลาง ก็เพื่อสร้างศาลาพ่อท่านคล้าย พระเกจิดังอีกรูปหนึ่งที่ได้ชื่อว่าท่านมีวาจาสิทธิ์ ก็จะทำพิธีพุทธาภิเษกวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้

วัดแต่ละวัดมักมีวัตถุประสงค์ในการสร้างวัตถุมงคลในแนวทางเช่นนี้ ไม่สร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มองในแง่โลกทุนนิยมกล่าวได้ว่า เพราะวัดต้องพัฒนาและหารายได้จากความนิยมให้มีผู้คนมาร่วมสังฆกรรม หาเงินบริจาคเพื่อทำนุบำรุงทั้งวัดและสงฆ์

การสร้างพระจึงมีวัตถุประสงค์เหมือนเป็นการประกันยอดขายกับการสั่งจอง และมีชาวบ้านผู้จองเป็นผู้ถือหุ้น กระบวนการผลิตตั้งแต่หาวัด หาสถานที่ขลังๆ หาพระเกจิที่แก่กล้าวิชาความรู้และพุทธาคม มาร่วมพิธีกรรม เป็นหน้าที่ของนายทุน ซึ่งปัจจัยตัวนี้คือ คนที่มีรายได้จากการเช่าพระอย่างไม่มีใครคำนวณได้แน่นอน รู้แต่ว่าเป็นมูลค่าเงินจำนวนหลายพันล้าน ถึงตอนท้าย ไม่มีใครกล้าพูดอย่างเต็มปากว่า ตนออกเงินสร้างเพราะศรัทธาแก่กล้าในสัญลักษณ์ที่เป็นพุทธบูชา

นี่น่าเป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลเกิดแนวคิด "เก็บภาษีจตุคามรามเทพเข้ารัฐ"

จึงอาจสรุปไม่ได้ว่าคนโหนเทวดาหรือเทวดาโหนคน ระหว่าง 'ขุนพันธ์' นายตำรวจมือปราบกับท้าวจตุคามรามเทพซึ่งเป็นเทวดา เพราะที่มาของเหรียญจตุคามรามเทพ เริ่มดังมาจากรุ่น หลักเมือง ปี 2530 โดยขุนพันธ์เป็นผู้สร้างรุ่นแรก

อย่างไรใช่ 'ของแท้'

จตุคามรามเทพฟีเวอร์ เกิดขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ภายหลังการเสียชีวิตของพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ซึ่งไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนเมืองนคร เพราะรู้จัก ‘พระเครื่อง’ ตระกูลนี้มาก่อนหน้านั้น แต่เซียนและผู้อยู่ในวงการ ยอมรับว่า กระแสความนิยมที่ไหลลามไปทั่วทุกภาคแล้วในขณะนี้เป็นความดังที่คาดไม่ถึงกันเลยในวงการวัตถุมงคลตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ภายหลังมรณกรรมของขุนพันธ์ ทำให้วัตถุมงคลชื่อนี้มีนักล่า เซียนพระ ตั้งแต่มืออาชีพและมือสมัครเล่น

ปัจจัยที่ร่วมกันก่อนามจตุคามรามเทพให้กระฉ่อนประเทศไทย น่าจะเกี่ยวกับการให้ความสำคัญของพิธีกรรม พระสงฆ์ระดับ เกจิอาจารย์ มาทำพิธี พุทธา-เทวาภิเษก รมวลสารที่ใช้สร้างวัตถุมงคลแต่ละชนิด มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่ได้มาและสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม ทั้งนี้และทั้งนั้น วัตถุมงคลที่แท้ เชื่อกันว่า ต้องผ่านการปลุกเสกโดยพระสงฆ์ผู้เจริญธรรมและมีอภิญญาขั้นสูง ส่วนวัตถุมงคลที่ไม่ได้ผ่านพิธีกรรมการปลุกเสกถือว่าจะไม่มีคุณค่าใดๆ

สำหรับคนปักษ์ใต้ผู้เติบโตในจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่าง ปรีชา สุขสงวน ครูวัย 50 ปีเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียนร่อนพิบูลย์เกียรติวสุนทราภิวัฒน์ ซึ่งสนใจเรื่องศิลปวัฒนธรรม ให้คำอธิบายว่า การจัดสร้างวัตถุมงคล ที่ว่าจะมีคุณค่าควรแก่การบูชาหรือไม่นั้น สำคัญที่สุดคือการหามวลสารและพิธีกรรม ส่วนวัตถุประสงค์และการตั้งชื่อจะช่วยทำให้เกิดแรงจูงใจให้ผู้คนตระหนักในเป้าหมายของการสร้างวัตถุมงคลนั้นๆ ส่วนการออกแบบ บล็อกพิมพ์และการพิมพ์เป็นสิ่งสำคัญลำดับต่อมา

"ของแท้ต้องมีคุณค่าทางพุทธาคม ไม่ใช่แค่เพียงเอาแบบพิมพ์ของต้นแบบแล้วไปปั๊มกันเอง" ครูปรีชาย้ำ 

ผู้สร้าง ผู้สะสม

ต่างทิศทาง จุดหมายเดียว

คนที่มีสถานภาพอยู่ในระดับหนึ่ง หรือมีฐานะทางเศรษฐกิจดีในระดับหนึ่ง จำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจการสะสมพระและวัตถุมงคล จนถึงขั้นหลงใหล อย่าง ตี๋ หูฉลาม ซึ่งทำมาหากินในย่านเยาวราชและเป็นที่รู้จัก เห็นว่าแม้แต่ชาวจีนในเยาวราชนิยมจตุคามรามเทพกันมาก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เขาพกเงินสด 150,000 บาทไปจองรุ่นดังอีกรุ่นที่ พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานสร้าง เพื่อหาเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์เยาวชน โรงเรียนมังคะทวีศิลป์ และวัดศิลาชลเขต อำเภอสิชล รุ่นนี้คือพระพุทธสิหิงค์ จตุคามรามเทพ รุ่นทวีโภคทรัพย์ ซึ่งทำพิธีบวงสรวงไปแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2549 ณ วิหารพระทรงม้า ภายในวัดพระมหาธาตุ และจะทำพิธีมหาพุทธาภิเษก เทวาภิเษก ในวันที่ 11 มีนาคม 2550 นี้ ตี๋ หูฉลาม เป็นคนมีฐานะคนดังที่ถือสิทธิการจองรุ่นดังๆ ไว้มากที่สุด เขายอมรับว่าเขาสะสมองค์จตุคามรามเทพ และจะพยายามหาให้ได้มากที่สุด


สำหรับนักการเมืองลูกหลานเมืองนครแท้ๆ อย่างนักการเมือง วิทยา แก้วภารดัย ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างรุ่น 108 ปี เบญจมฯ 20 ปี ย้อนยุคหลักเมือง ไปนครยามนี้ ไม่ว่าใครจะเคยบูชาหรือแขวนพระห้อยคอรุ่นไหนมาก่อน ตอนนี้แลไปทางไหน จะเห็นผู้คนหลากหลาย ห้อยกรอบทองคำ หรือทองชุบ หรือไม่ก็เป็นกรอบสเตนเลส ห้อยสายสร้อยคอลูกปัดหรือนิลร้อยเม็ดเขื่องๆ พวกเขาภูมิใจอวดองค์พ่อจตุคามรามเทพ


แม้แต่ผู้หญิง อย่าง อุบล ชีพขาว วัย 50 ปีเศษ แม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสองในตลาดนัดวันอาทิตย์ คูขวาง กับสามีซึ่งเป็นคนเมืองคอนแท้ๆ ก็ห้อยคอองค์จตุคามรามเทพ คนละรุ่น เป็นแบบกลมรุ่นไหลมา กับ แบบสี่เหลี่ยมรุ่นแสตมป์

เธอบอกว่า "ที่ป้านับถือเพราะท่านช่วยเจิมชีวิต ให้ทำมาค้าขึ้น ขออะไรท่านก็ให้เราตามขอ ชีวิตป้าดีขึ้นเพราะมีศรัทธาในพ่อจตุคามรามเทพ"

ร้านขายเสื้อผ้ามือสองของเธอมีลูกค้าเดินแวะเวียนเข้าออกไม่ขาด ลูกค้าเองก็บอกว่าเหตุผลที่ชอบซื้อร้านป้าบล "เพราะแม่ค้าอัธยาศัยดีและไม่เค็ม"

ความนิยมยังแผ่ไปถึงคนบ้านอื่นเมืองอื่น ประสบการณ์ของ ภูเบศร์ มงคลไชย วัย 49 ปี ผู้อำนวยการ สถานีวิทยุชุมชนคลื่นคนรักชาติ ในเขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน เขาเปิดร้านขายอาหารริมถนน แถวรามอินทรา กม.8 มีพ่อครัวเป็นคนนคร มีองค์จตุคามรามเทพรุ่นสุริยันจันทราอยู่กับตัว แต่เจ้าตัวไม่เคยเชื่อถืออะไรมาก่อน จนผู้อำนวยการแนะนำให้ลองขอพรในวันเปิดร้าน โดยอธิษฐานขอให้มีลูกค้าเดินมาเข้าร้าน เพียง 10 นาทีต่อมา ก็มีลูกค้าเดินเข้ามานั่งในร้านจนรับมือไม่ไหว จนถึงเรื่องการเปิดคลื่นวิทยุและหาชื่อ ที่ถูกใจไม่ได้

"ด้วยความสำนึกว่า ท้าวจตุคามรามเทพมีชื่อเสียงของผู้รักชาติบ้านเมือง ผมจึงขอตั้งชื่อว่า 'คลื่นคนรักชาติ' ขอพรให้กิจการบริหารสถานีวิทยุรุ่งเรือง ซึ่งผมก็เชื่อว่า ท่านศักดิ์สิทธิ์ เพราะขออะไรเป็นร้อยครั้ง ก็ได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องขอให้ช่วยบันดาลฝนฟ้าไม่ให้ตกในที่ที่จัดงาน" เคยเทศนาเรื่องวัตถุมงคล ปรากฏในหนังสือ ‘สถานการณ์พระพุทธศาสนา พระแสไสยศาสตร์’ ไว้ตอนหนึ่งว่า

พระธรรมปิฎก

"หลวงพ่อวัดบ้านกร่าง เป็นพระที่เคยมีชื่อเรื่องของขลังนั้น ในชีวิตประจำวันท่านไม่เคยพูดเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือของขลัง เลย ท่านสอนแต่ธรรมะ....พระสมัยก่อนสอนเรื่องของขลัง วัตถุมงคล มีไว้เพื่อปิดช่องความหวั่นใจ เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ มีจุดอ่อนเรื่องความไม่มั่นใจในการดำเนินชีวิต สมัยก่อนวัตถุมงคลหายาก จะได้แต่ละทีแสนยาก ครูอาจารย์ต้องเห็นว่า เราต้องประพฤติดีสมควรจะได้รับ พร้อมกับพ่วงคุณค่าอย่างสูงทางจิตใจไว้ด้วย"

ร้อยรุ่นพันแบบ ล้วนแผ่บารมี ‘จตุคาม รามเทพ’

ถึงวันนี้ คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า ทำไมชื่อจตุคามรามเทพ จึงโด่งดังสะท้านเมืองเช่นนี้

มีอะไรดี ดีจริงหรือ ทำไมถึงมีคนเห่อกัน เช่าในราคาแพงๆ บางรุ่น เซียนคุยโม้ว่า ตนเช่ามาในราคาเรือนแสน และปล่อยไปได้เป็นเรือนล้าน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นมายาภาพแห่งวงการนักเล่นพระสร้างราคาและปั่นราคากันเอง

แต่คนที่เคยมีจตุคามรามเทพมานานหลายปีแล้ว บอกว่าที่นับถือเพราะเชื่อว่า องค์ท้าวจตุคาม-รามเทพ เป็นเทวดาผู้ช่วยรักษาเมืองนครให้พ้นภัย

นัยยะอีกอย่าง ความโด่งดังของเทวดาคู่นี้ คงเป็นเพราะคนใต้บางส่วนกำลังเผชิญหน้ากับการก่อการร้ายเพื่อแบ่งแยกดินแดน โดยอ้างพระเจ้าคนละองค์เป็นสรณะ ซึ่งเมื่อคนนครสามารถสร้างกำลังใจให้พวกเขาเพื่อเป็นแนวต้านภัยคุกคามได้ ก็เหมือนติดอาวุธประจำตัวให้ เข้มแข็งและกล้าหาญ จิตใจที่เข้มแข็งคืออาวุธชั้นเยี่ยมและเป็นยาวิเศษ

เอกวิทย์ ยอดระบำ อดีตปลัด อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการนักแสวงหาจตุคามรามเทพ อย่างไม่ได้ตั้งใจ เป็นเพราะคุ้นเคยเข้าออกรับใช้ ‘ขุนพันธ์’ มาตั้งแต่เด็ก จึงมีความเลื่อมใสศรัทธาในคุณงามความดีและความเป็นคนพิเศษของขุนพันธ์ สิ่งที่เรียนรู้จากท่านขุนพันธ์ ทำให้เวลานี้เขาได้กลายเป็นผู้อยู่ในฝ่ายงานประกอบพิธีกรรมพุทธาภิเษก-เทวาภิเษกสำคัญๆ หลายครั้ง

ในฐานะที่อยู่ ‘วงใน’ เอกวิทย์ปรารภอย่างหนักใจกับกระแสจตุคามรามเทพฟีเวอร์ว่า ตามบัญญัติสงฆ์ พระสงฆ์จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำวัตถุมงคลไม่ได้ ต้องมีฆราวาสเข้าไปร่วม ในกรณีนี้ เนื่องจากฐานะขององค์จตุคามรามเทพเป็นเทวดา มีฐานะเหนือกว่ามนุษย์ แต่ต่ำกว่าพระสงฆ์ จึงต้องให้ฆราวาสจัดทำ เอกวิทย์อธิบายว่า รุ่นดังที่สุดอย่างหลักเมือง ปี 2530 นี้ ที่ดังมาก และเช่ากันในราคาเป็นแสนๆ นั้น เป็นเพราะยุคก่อน สร้างจำนวนไม่มาก เมื่อคนอยากได้ของที่มีไม่กี่ชิ้น กลไกการตลาดก็ทำงานของมันเอง เอกวิทย์ยกตัวอย่างว่า ในเวลา 17 ปี รุ่นบูชา 7 เศียรที่เขาเคยมี เช่ามาราคา 3,900 บาท ทุกวันนี้ไปอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท

สำหรับการตั้งชื่อรุ่นต่างๆ เป็นเรื่องของการออกแบบสร้างเพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิต น่าสนใจเหตุผลของการตั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเรียกง่ายๆ ตั้งแต่รุ่นแรกๆ เช่น หลักเมือง จอมจักรพรรดิ เทวราชันย์ สุริยะ จันทรา ประทานพร ทวีโภคทรัพย์ จนมาถึงอริยทรัพย์ ไหว้ครู 50 ซึ่งกำลังเปิดจองอีกรุ่น ของวัดถ้ำพระพุทธโกษศีย์ ตำบลในเตา อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ก็เพื่อหาทุนสร้างอุโบสถที่ยังค้าง โดยสร้างพระศรีวิชัยสุดยอดแห่งอักขระ สุริยัน จันทรา ที่ได้จากพระผงเนื้อดินเผา

เขาวิเคราะห์สถานการณ์ 'จตุคามรามเทพฟีเวอร์' ว่า

"ในฐานะลูกหลานเมืองคอน ผมย่อมดีใจกับความมีชื่อเสียงขององค์จตุคามรามเทพ และไปจากเมืองนคร แต่ในเดือนเมษายนนี้ จะมีองค์จตุคามรามเทพรุ่นต่างๆ ออกพร้อมกัน 25 สำนัก คิดดูแล้วน่ากลัว ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น นายทุนทั้งหลายจะเจออะไร" 

ล้อมกรอบ 1

ความเป็นมาองค์พ่อจตุคามรามเทพ

จริงๆ แล้ว ‘องค์พ่อจตุคามรามเทพ’ คือ เทวดารักษาพระบรมธาตุ มีชื่อสลักฐานองค์ด้านซ้ายว่า ‘ขัตตุคาม’ และองค์ทางขวาชื่อ ‘รามเทพ’ สถิตอยู่ที่บานประตูทางขึ้นพระบรมธาตุ

ในปี พ.ศ. 2530 เมื่อมีการตั้งดวงเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นใหม่ และสร้างศาลหลักเมืองของจังหวัด จึงมีการทำพิธีอัญเชิญองค์องค์พ่อจตุคามรามเทพไปก่อนจะมาเป็นเทวดารักษาพระบรมธาตุนั้น องค์พ่อจตุคามรามเทพเป็นพระมหากษัตริย์ในสมัยศรีวิชัย ซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า พระเจ้าจันทรภาณุ และในอีกชาติภพหนึ่ง องค์พ่อจตุคามรามเทพเป็นกษัตริย์ที่มีนามว่า พญาศรีธรรมโศกราช การที่องค์พ่อจตุคามรามเทพถูกขนานนามว่า ราชันดำแห่งทะเลใต้ เพราะอาณาจักรศรีวิชัยอยู่ติดทะเลชวา และพระวรกายของพระองค์มีสีเข้ม นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้ว ในอีกชาติภพหนึ่งขององค์พ่อจตุคามรามเทพ ยังเป็นนักรบที่แกร่งกล้าสามารถ รบไม่เคยแพ้ผู้ใดนามว่า พังพกาฬ องค์พ่อจตุคามรามเทพทรงบำเพ็ญตน สร้างบารมี เป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่มวลมนุษย์ สุริยัน จันทรา นั้นเป็นตัวแทนขององค์พ่อจตุคามรามเทพ ส่วนดวงตราพญาราหู ดวงตราสองแผ่นดินศรีวิชัย สุวรรณภูมิ และ 12 นักษัตร เป็นรูปแบบของดวงตราอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของจตุคามศาสตร์ ซึ่งทรงฤทธานุภาพในทุกๆ ด้าน 

ล้อมกรอบ 2

ทำไมต้อง ‘หลักเมือง’ และ ‘วัดพระธาตุ’

ความเกี่ยวข้องของสถานที่ต่างๆ ในเมืองโบราณ ย่อมมีความหมาย ตำนานเมืองนครศรีธรรมราชเป็นอาณาจักรเก่าแก่ เมื่อมีการสร้างวัตถุมงคลรุ่นต่างๆ ภายใต้ชื่อ จตุคามรามเทพ และกลายเป็นที่นิยมอย่างสูง ทำให้กระแสสร้างองค์จตุคามรามเทพเกิดขึ้นในแทบทุกวัด และวัดที่นิยมทำพิธีมหาพุทธา-เทวาภิเษก คือภายในวัดพระธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์ท้าวจตุคามรามเทพผู้มีรูปปั้นหินสถิตอยู่เชิงบันไดสองข้าง ทางขึ้นไปยอดเจดีย์พระธาตุ

ตัวอย่างการจัดสร้าง จตุคามรามเทพ รุ่นพระผงราชันย์ดำ ซึ่งสร้างในนามของวัดใหญ่ชัยมงคล และประกาศวัตถุประสงค์เพื่อบริจาคเงินให้โรงเรียนในเขตเทศบาล 9 โรง ก็ใช้ทำพิธีพุทธาภิเษก เทวาภิเษก ส่วนมากใช้มณฑลพิธีศาลหลักเมือง ส่วนพิธีมหาพุทธา-เทวาภิเษก ก็มักเลือกทำภายในวัดพระธาตุวรมหาวิหาร

นอกจากนี้ปัจจัยมวลสารที่นำมาใช้ในการสร้างวัตถุมงคลก็เป็นเรื่องของการช่างเลือก ช่างสรรหา สิ่งที่ดีที่สุดในความเชื่อของผู้สร้าง เช่น มวลสารรัตนชาติ โลหะ เงิน ทอง ทองแดง หิน ดิน ทราย กระเบื้อง เมล็ดธัญพืช ซึ่งเรียกเนื้อต่างๆ เช่น เนื้อว่าน เนื้อโลหะ สำหรับแบบพิมพ์ต่างๆ เช่น เนื้อดำ เนื้อเทา เนื้อชมพู เนื้อขาว เนื้อเงิน เนื้อสนิมขาว เนื้อก้นครก และมีการออกแบบเนื้อและสีใหม่ๆ ออกมา เช่น รุ่นเจดีย์ราย ย้อนยุค ของวัดพระธาตุวรมหาวิหาร ที่เพิ่งปิดรับจองไปเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีสีสันเปลี่ยนจากเดิมหลากหลาย เช่น สีเขียว สีเหลือง สีแดง สีน้ำตาล สีน้ำเงิน

ล้อมกรอบ 3

ตำนานพระธาตุและหลักเมืองนครศรีธรรมราช

พระเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงศรีอยุธยาโปรดให้มีตรามาเกณฑ์ผู้คนสร้างเมืองนครศรีธรรมราชและพระธาตุจนสำเร็จเสร็จสิ้นในสมัยขุนอินทราเป็นเจ้าเมือง ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นพระศรีมหาราชา จนกระทั่งชาวเมืองนครศรีธรรมราชผู้หนึ่งสนใจศึกษาวิชาโหราศาสตร์ ได้ค้นคว้าพบดวงชะตาเมืองนครศรีธรรมราชเก่า จดบันทึกไว้ในสมุดข่อยในหอสมุดแห่งชาติ จึงนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ว่า เมืองนครศรีธรรมราชเก่าสถาปนาขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี แรม 12 ค่ำ เดือน 3 ปี เถาะ จุลศักราช 649 ตรงกับ พ.ศ. 1830

เมื่อพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช และ พลตำรวจโทสรรเพชญ ธรรมาธิกุล ตรวจสอบรูปดวงชะตาเห็นว่ากรุงศรีธรรมโศกและดินแดนภาคใต้ถูกสาป จึงร่วมกันหาทางแก้ไข รายงานให้คณะกรรมการจัดสร้างสิ่งมีค่าทางประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราชทราบ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น เพื่อล้างมนตราอาถรรพณ์แห่งคำสาปใน พ.ศ. 2530

http://www.bangkokbiznews.com/2007/02/21/WW06_WW06_news.php?newsid=55446
 
 
 http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2007/04/10/entry-4

 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2007, 14:46 โดย รวงข้าวล้อลม » บันทึกการเข้า

&..หลายๆทำไม ..คุณตอบได้ไหม ?
http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2008/05/27/entry-4
รวงข้าวล้อลม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,103



เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 10-04-2007, 14:47 »

...พอกปูน ปูนพอกใจได้ไหมหนอ
คนเราพอคอช้ำย้ำหาหมอ
คอดีๆต่างเร่งรี่ไม่รีรอ
เพียงแค่ขอ พอเป็นเงินคิดว่าดี

..ทุกเช้าค่ำพร่ำหา แต่น้ำเงิน
แม้จะเหินห้อยไปเกือบเป็นผี
ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำทุกวิธี
พอสุดที่วิ่งหาวัดถูกกัดเรียว

..ดีอยู่ที่ใจ ใฝ่ดี มีคุณค่า
ทุกเวลา เดินนั่งยืนไม่ต้องเสียว
ดีให้จริง ทำดีอย่างจริงเจียว
ไม่ต้องเฉลียว ร่ายมนต์มาดลใจ

คนทำดี มีคุณค่า น่าสรรเสริญ
ใจเจริญ ใจเพลินดี ใจใสๆ
ทุกอย่างต่างบรรเลงมาจากใจ
โลกนั้นไซร้ ใช้คุณธรรม หนุนนำตน

http://www.oknation.net/blog/phutanow/2007/04/09/entry-1
บันทึกการเข้า

&..หลายๆทำไม ..คุณตอบได้ไหม ?
http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2008/05/27/entry-4
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 10-04-2007, 15:03 »

ผมมองว่าเรื่องนี้เป็น indicator ที่ชี้ถึงจุดวิกฤตของเศรษฐกิจไทย ผมจำได้ว่าก่อนวิกฤตเศรษฐกิจทุกครั้ง ไม่ว่าครั้งเล็กหรือครั้งใหญ่ จะเกิดมีขบวนการพวกนี้ออกมาปั่นเอาเงินคนที่รู้ไม่ทัน มันจะมาก่อนยุคข้าวยากหมากแพงเสมอ เพราะเมื่อเศรษฐกิจฝืดเคืองเงินทองหายาก จะมีคนใช้ช่องนี้ออกมาปั่นราคาเครื่องรางของขลังขาย เป็นการขายความหวังให้กับคนที่สิ้นหวัง กอบโกยเงินกันเป็นรอบ ๆ ไป

จากนั้นเราก็จะได้เห็น indicator อีกตัวตามมาติด ๆ คือ ธุรกิจที่ได้เงินง่ายได้เงินเยอะลงทุนน้อย ซึ่งถ้าพลิกดูใต้พรมก็จะเห็นว่าที่แท้คือแชร์ลูกโซ่แปลงร่าง ออกมาโกยเงินกัน

ท่านแม่ทัพสายเดี่ยวตอบตรงใจอีกแล้ว !!!!

ผมขอสรุปสิ่งบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสังคมแบบที่สัมผัสได้ ที่ไม่ใช่ GDP ว่ามันแย่หรือไม่แย่ แต่ละอันมีน้ำหนักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มันมีดังนี้
- กระแสคลั่งไคล้เครื่องรางของขลัง  ........ ถ้ามีมากถึงขนาดเหยียบกันตาย ยิงกันตาย แปลว่า อะไรสักอย่างเกิดขึ้นแล้ว
- จำนวนแผงลอยขายของกิน เสื้อผ้า หน้ากากมือถือ เบ็ดเตล็ด ...... ถ้ามันมากขึ้น แต่ลูกค้านิดเดียว แปลว่า ไม่ปกติแล้ว คนปกติถ้าพอมีพอกินไม่มาลำบากลำบนหรอกครับ
- ระดับความโหดอำมหิตของอาชญากรรม ...... ถ้าแบบว่า ฆ่าตัดคอ โดดตึกตาย เด็กถูกพี่เลี้ยงอัดซะน่วม เมียฆ่าผัว ผัวฆ่าเมีย ฟันแขนขาด เด็กถูกทิ้ง หรืออะไรที่มันไม่น่าเกิด แปลว่า หมดท่าแล้วครับ หรือแม้แต่ผัวเมียทะเลาะกันมากขึ้น พวกนี้สาเหตุมาจากเศรษฐกิจทั้งนั้น
- ระดับความเครียดทางการเมือง ....... ถ้าคนกำลังมีสตางค์ในมือ มีกินอิ่มทอง เรื่องอะไรมันจะออกมาโวยวาย ประท้วงตามท้องถนน อย่าลืมการเมืองคือเรื่องผลประโยชน์
- กระแสคลั่งไคล้การพนันและช่องทางหาเงินด่วน


นึกออกได้แค่นี้อะครับ

ลองคิดดูว่า ประเทศนี้อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยมา 70 ปี  การเงินเสรี การค้าเสรี (กว่าใครๆในเอเชีย)  แล้วมันทำกันอีท่าไหน มันถึงมาถึงจุดนี้ได้ ?? แล้วทำไมมันยังวนเวียนซ้ำๆซากๆ ไม่เปลี่ยนไปไหนซะที ??  วิกฤติเกิดแล้วเกิดอีก ??  แต่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ  แต่ทำไมความคิดอ่านของคนยังไม่เปลี่ยน  ทำไมการเมืองเลวกว่าเดิม ทำไมคนต้องพึ่งเครื่องรางเหมือนเดิม หรือหนักกว่าเดิม

ทุกอย่างต้องมีเหตุปัจจัยแหละ พยายามต่อจิ๊กซอดูซิครับ
บันทึกการเข้า

ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 10-04-2007, 15:11 »

แต่เดิมที พุทธศาสนาสอนเรื่องทุกข์และวิธีการดับทุกข์ การหลุดพ้นจากวัฏจักรแห่งความทุกข์

คือการปล่อยวางจากกิเลสทั้งสิ้นทั้งมวล ไม่ยึดติดในโลกหยาบแห่งวัตถุ

ไม่มีเรื่องของพิธีกรรม

แต่ต่อมาเมื่อเวลาล่วงเลยก็รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู จึงทำให้ศาสนาพุทธสมบูรณ์ขึ้นในรูปแบบของพิธีกรรม

ส่วนเรื่องการบูชารุปเคารพ ก็ได้จากฮินดู จากเกิดพระพุทธรูป ต่อมาจึงเกิดพระเครื่อง

แต่เดิมแก่นแท้ของพุทธศาสนาเน้นเรื่องวิถีแห่งจิตซึ่งมุ่งตรงต่อการหลดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ไม่ยึดติดในสิ่งใดๆ

ดังนั้นผมเห็นว่าจตุคามหรือพระเครื่องจึงเป็นสิ่งที่เบี่ยงเบนไปจากพุทธที่แท้จริงครับ คือไม่สามารถช่วยให้พ้นจากทุกขื จากการเวียนว่ายตายเกิดได้นั่นเองซึ่งเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #25 เมื่อ: 10-04-2007, 15:20 »

แม้แต่ศาสนา เรายังเห็นต่างกันเลย 

พุทธผม พุทธคุณ

ศาสนาพุทธ ถ้าเอาตามหลักฐาน ก็เกิดมาได้ 2550 ปีแล้ว

แต่ก็กำลังจะถูกบิดเบือนไปเรื่อยๆ เพราะกิเลสของคนนี่แหล่ะ

ถ้าให้ผมคิด 2550 ปีที่แล้ว คือ 100 %

เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์ ยิ่งรับกิเลสเข้ามา พระพุทธศาสนาก็จะถูกบิดเบือนไปตามกิเลสของคนไปเรื่อยๆ

ประเทศไทย เป็นประเทศที่พุทธเข้มแข็งที่สุด พอๆกับศรีลังกา ยังเป็นได้ขนาดนี้เลย

เฮออออ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
phongsak2509
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #26 เมื่อ: 10-04-2007, 15:24 »

คงไม่ถึงกับหายนะหรอกครับ แค่บงบอกว่าคนไทยหมดที่พึ่งพาจะพึ่งรัฐเพราะเดือดร้อน
พณฯรมต.ทั้งหลายก็No kiaซะเนี่ย ก็ต้องพึ่งวัตถุมงคลที่ห้อยคอแล้วไม่รู้คอจะหักรึเปล่า? และที่สะท้อนใจก็คือ
คนไทยยังมีอวิชาอยู่เยอะ การศึกษาไม่ช่วยให้ความเชื่อเรื่องนี้ลดลงไปได้ เชื่อได้แต่อย่างมงายมากนัก
บันทึกการเข้า
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #27 เมื่อ: 10-04-2007, 16:28 »

*  นั่นสิ .. ในขณะที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี  สูง มั๊ก ๆ

    แต่กลับมีการแย่งชิง ..  ไอ้เหรียญกลม ๆ ที่เชื่อกันว่าเป็นวัตถุมงคล กัน

    จริง ๆ แล้ว .. พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เรางมงาย  มิใช่หรือ ?

    เหตุการณ์แบบนี้สะท้อนถึงอะไรได้บ้างหล่ะ  ?

    สังคมอ่อนแอ ... คนขาดที่ยึดเหนี่ยว

    ต้นทุนในการหล่อเหรียญจากบล็อค สักกี่บาทเชียว .. แต่เอามาปั่นจนได้กำไรมากมาย

    กราบไหว้ .. เพราะเชื่อกันว่าดี

    ขายเรื่องความเชื่อ .. นี่แหละได้กำไร  เพราะไม่มีใครกล้าแตะ

    แม้แต่พระ .. ก็ยังทำพวกวัตุมงคลออกขายเลย

    เพื่อเอาเงินไปสร้างโบสถ์ใหญ่ ๆ ...

    ก็ไม่รู้ว่า .. ทำไมต้องสร้างให้มันอลังการนักหนา
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
СεгЪεгυŞ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 70



« ตอบ #28 เมื่อ: 10-04-2007, 16:37 »

สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงนะตัวเอง
บันทึกการเข้า

ม้าหนุ่มแห่งชินจูกุ
katindork
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 369


« ตอบ #29 เมื่อ: 10-04-2007, 18:53 »

ผมมองว่าเรื่องนี้เป็น indicator ที่ชี้ถึงจุดวิกฤตของเศรษฐกิจไทย ผมจำได้ว่าก่อนวิกฤตเศรษฐกิจทุกครั้ง ไม่ว่าครั้งเล็กหรือครั้งใหญ่ จะเกิดมีขบวนการพวกนี้ออกมาปั่นเอาเงินคนที่รู้ไม่ทัน มันจะมาก่อนยุคข้าวยากหมากแพงเสมอ เพราะเมื่อเศรษฐกิจฝืดเคืองเงินทองหายาก จะมีคนใช้ช่องนี้ออกมาปั่นราคาเครื่องรางของขลังขาย เป็นการขายความหวังให้กับคนที่สิ้นหวัง กอบโกยเงินกันเป็นรอบ ๆ ไป

จากนั้นเราก็จะได้เห็น indicator อีกตัวตามมาติด ๆ คือ ธุรกิจที่ได้เงินง่ายได้เงินเยอะลงทุนน้อย ซึ่งถ้าพลิกดูใต้พรมก็จะเห็นว่าที่แท้คือแชร์ลูกโซ่แปลงร่าง ออกมาโกยเงินกัน

ผมมองเรื่องนี้ด้วยความเป็นห่วงประเทศชาติบ้านเมืองจริง ๆ จำกันได้มั้ยครับ ล่าสุดเมื่อไม่นานเท่าไหร่ ก็หลวงพ่อคูนไงครับ พระบ้านนอกองค์นึง ถูกจับมาปั่นราคา จากนั้นก็แชร์ตามมา แล้ว follow ปิดท้ายกันด้วย ปั่นราคาที่ดิน แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อมา ลองนึก ๆ ดูกันนะครับ

หายนะใกล้เข้ามาแล้วครับ!!!



ปล. ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ปฏิเสธเทพเจ้าครับ ศาสนาพุทธคือวิถี ไม่ใช่วัตถุ


ชัดมากครับ  คิดเป็นแนวร่วมกับ คนในวงการ  ไทยทรูท  และเพื่อนๆทังหลาย

 Neutral Neutral
ก่อนเจ๊ง 2540  เป็นยุคของคนมีตังค์ที่บ้ากับการเก็งกำไรที่ดิน 
บ้านครับ 
คนที่เคยคิดอยากมีบ้านเฉยๆ     ก็โลภมากกลายร่างเป็นนักเก็งกำไรไปหมด
เหมือนคนที่อยากได้ จตุคามรามเทพก็กลายร่างเป็นนักเก็งกำไรเหรียญไปได้ 

โกหก  ฆ่ากันก็ยอม

จตุคาม โอรีโอ นี่จี้หงายท้องเลย Mr. Green
บันทึกการเข้า
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #30 เมื่อ: 10-04-2007, 21:04 »

ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวครับ

ชื่อของ"จตุคามรามเทพ" ก็บอกอย่างชัดเจนครับ ว่าท่านเป็นฮินดู

อาณาจักรศรีวิชัยในอดีต นับถือฮินดูครับ ก่อนที่จะเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาและผสมเข้ากับอิสลามในท้ายสุด

เมื่อครั้งรุ่งเรืองขอบเขตของอาณาจักรศรีวิชัยแผ่ไปถึงอินโดนีเซีย บูโรบูโด (ศิลปะฮินดูล้วน ๆ ที่นักวิชาการบางท่านพยายามลากมาให้เป็น "บรมพุทโธ") นั้นก็เป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรศรีวิชัย ถ้าท่านเคยได้ไปเยี่ยมชม จะพบว่าสร้างขึ้นตามหลักการบูชาเทพเจ้าของฮินดูแบบเต็ม ๆ ครับ 

ดังนั้นจตุคามรามเทพ จึงเป็นเอกเทศ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธครับ การปลุกเสกจตุคามรามเทพ หรือแม้กระทั่งพระพิฆคเนศซึ่งก็เป็นหนึ่งในเทพเจ้าของชาวฮินดูในวัดของพุทธศาสนาซึ่งสอนในเรื่องของความหลุดพ้น จึงเป็นเรื่องที่ดูทะแม่ง ๆ ในความคิดของผม

ไม่ใช่ว่ารับไม่ได้นะครับ เพียงแต่รู้สึกว่ามันเป็นความขัดแย้งที่ผสมกลมกลืนกันอย่างไม่น่าเชื่อ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ปฏิเสธถึงการมีอยู่ของเทพเทวดาก็จริง แต่ท่านก็เสียสละทุกอย่างเพื่อสอนให้มนุษย์หลุดพ้นจากการอ้อนวอนพึ่งพิงเทพเทวดา

อีกทั้งท่านยังสอนทุกอย่างเพื่อให้มนุษย์หลุดพ้นจากอวิชชาหรือความไม่รู้ทั้งหลาย ด้วย ศีล สมาธิ และปัญญา

อวิชชาหรือความไม่รู้นี่แหละครับ เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ยังต้องพึ่งพิงเทพเทวดา พึ่งพิงต้นไม้ หรือแม้แต่พึ่งพิงสัตว์พิการ

คำสอนของท่าน 2500 กว่าปีแล้ว พิสูจน์ตัวเองมาตลอดว่าไม่เคยผิด ใส่ใจศึกษากันให้จริงจังสักนิดนะครับ แล้วจะได้อะไรดี ๆ เยอะ



แถมเรื่อง "หินธิเบต" ที่กำลังตกกระแสให้สักนิด

เพื่อนเคยบอกให้ผมเอามาถ่วงคอไว้ รับรองจะร่ำรวยแน่ ๆ

ผมเลยถามกลับ "คุณเคยเห็นคนธิเบตคนไหนบ้างที่รวย ?"


บันทึกการเข้า
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #31 เมื่อ: 10-04-2007, 21:09 »

ผมว่าทุกอย่างที่ทำให้ จตุคามรามเทพ ดังคือการ
                    "ปั่น"
เซียนและพวกอยากรวยปั่นกันครับ  

จากคุณLimmy ครับ
ตอนนี้มีจตุคามรามเทพ หินธิเบต ด้วย คิดดูสิ55
คนอยากรวยขนาดไหน เอาทุกอย่างมารวมกันหมด
ผมเชื่อว่าทุกอย่าง เป็นการปั่น ทั้งนั้นแหละครับ

ปล.ตะกรุดวัดชายนา ยังไม่มีเลยครับ
แต่ตะกรุดผมเต็มกล่องแล้ว แต่จะหามาครอบครองครับ

ปล.2ผมพึ่งจองจตุคาม "ยามเฝ้าแผ่นดินครับ"55

บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #32 เมื่อ: 10-04-2007, 21:13 »

ผมมองว่าเรื่องนี้เป็น indicator ที่ชี้ถึงจุดวิกฤตของเศรษฐกิจไทย ผมจำได้ว่าก่อนวิกฤตเศรษฐกิจทุกครั้ง ไม่ว่าครั้งเล็กหรือครั้งใหญ่ จะเกิดมีขบวนการพวกนี้ออกมาปั่นเอาเงินคนที่รู้ไม่ทัน มันจะมาก่อนยุคข้าวยากหมากแพงเสมอ เพราะเมื่อเศรษฐกิจฝืดเคืองเงินทองหายาก จะมีคนใช้ช่องนี้ออกมาปั่นราคาเครื่องรางของขลังขาย เป็นการขายความหวังให้กับคนที่สิ้นหวัง กอบโกยเงินกันเป็นรอบ ๆ ไป

จากนั้นเราก็จะได้เห็น indicator อีกตัวตามมาติด ๆ คือ ธุรกิจที่ได้เงินง่ายได้เงินเยอะลงทุนน้อย ซึ่งถ้าพลิกดูใต้พรมก็จะเห็นว่าที่แท้คือแชร์ลูกโซ่แปลงร่าง ออกมาโกยเงินกัน

ท่านแม่ทัพสายเดี่ยวตอบตรงใจอีกแล้ว !!!!

ผมขอสรุปสิ่งบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสังคมแบบที่สัมผัสได้ ที่ไม่ใช่ GDP ว่ามันแย่หรือไม่แย่ แต่ละอันมีน้ำหนักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มันมีดังนี้
- กระแสคลั่งไคล้เครื่องรางของขลัง  ........ ถ้ามีมากถึงขนาดเหยียบกันตาย ยิงกันตาย แปลว่า อะไรสักอย่างเกิดขึ้นแล้ว
- จำนวนแผงลอยขายของกิน เสื้อผ้า หน้ากากมือถือ เบ็ดเตล็ด ...... ถ้ามันมากขึ้น แต่ลูกค้านิดเดียว แปลว่า ไม่ปกติแล้ว คนปกติถ้าพอมีพอกินไม่มาลำบากลำบนหรอกครับ
- ระดับความโหดอำมหิตของอาชญากรรม ...... ถ้าแบบว่า ฆ่าตัดคอ โดดตึกตาย เด็กถูกพี่เลี้ยงอัดซะน่วม เมียฆ่าผัว ผัวฆ่าเมีย ฟันแขนขาด เด็กถูกทิ้ง หรืออะไรที่มันไม่น่าเกิด แปลว่า หมดท่าแล้วครับ หรือแม้แต่ผัวเมียทะเลาะกันมากขึ้น พวกนี้สาเหตุมาจากเศรษฐกิจทั้งนั้น
- ระดับความเครียดทางการเมือง ....... ถ้าคนกำลังมีสตางค์ในมือ มีกินอิ่มทอง เรื่องอะไรมันจะออกมาโวยวาย ประท้วงตามท้องถนน อย่าลืมการเมืองคือเรื่องผลประโยชน์
- กระแสคลั่งไคล้การพนันและช่องทางหาเงินด่วน


นึกออกได้แค่นี้อะครับ

ลองคิดดูว่า ประเทศนี้อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยมา 70 ปี  การเงินเสรี การค้าเสรี (กว่าใครๆในเอเชีย)  แล้วมันทำกันอีท่าไหน มันถึงมาถึงจุดนี้ได้ ?? แล้วทำไมมันยังวนเวียนซ้ำๆซากๆ ไม่เปลี่ยนไปไหนซะที ??  วิกฤติเกิดแล้วเกิดอีก ??  แต่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ  แต่ทำไมความคิดอ่านของคนยังไม่เปลี่ยน  ทำไมการเมืองเลวกว่าเดิม ทำไมคนต้องพึ่งเครื่องรางเหมือนเดิม หรือหนักกว่าเดิม

ทุกอย่างต้องมีเหตุปัจจัยแหละ พยายามต่อจิ๊กซอดูซิครับ


มีพาสปอร์ตชาติอื่นเหลือมั้ย ขอเล่มนึงดิ

ผมรู้สึกว่า นับตั้งแต่กรุงศรีฯถูกเผา  ยังไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลยทั้งสิ้น
บันทึกการเข้า
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« ตอบ #33 เมื่อ: 10-04-2007, 21:21 »

ทั้งจตุคาม การขอหวย และ นั่งรอว่านักการเมืองจะมาแจกอะไรมีที่มาไม่ต่างกัน
คือหวังพึ่งคนอื่น ไม่พึ่งพาตัวเอง ถ้าแก้จตุคามได้ ก็แก้ปัญหาประชาชนงอมืองอเท้าได้

เมื่อก่อน พระพุทธรูป หรือ วัตถุมงคลเป็นสิ่งที่คนโบราณสร้าง

เพื่อระลึกถึงคุณความดีของพระพุทธเจ้า และเป็นแบบอย่างแนวทางการดำเนินชีวิต

แต่ปัจจุบันนี้เพี้ยนไปมาก ถ้าย้อนกลับไปไกลกว่านั้น จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์
แม้แต่ยุคพระเจ้าอโศกก็ยังไม่มี เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยเมนันเดอร์ หรือที่เรารู้จักกันในนามพระเจ้ามิลินทะ
แม่ทัพของพระเจ้า Alexander ที่นำเอาคติสร้างรูปเคารพอย่างกรีกโบราณเข้ามา
ตรงนี้น่าสนใจไม่น้อยเพราะคือจุดที่เกิดการผสมผสานของวัฒนธรรม ทั้ง 2 ฝั่งขึ้น
และถูกพัฒนามาเรื่อยจนเป็นอย่างในปัจจุบัน

กลับมาที่ปัญหาจตุคามที่เรากำลังพิจารณากัน ต้องยอมรับกันก่อนว่า
ปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยวิธีด่าว่าโง่หรืองมงาย
ยกตัวอย่างพระสูตรข้างล่าง เราจะห้ามนายพรานให้เขาเลิกล่าสัตว์
ด้วยการบอกว่ามันผิดศีลข้อ 1 คิดว่าทำได้หรือเปล่า

เนื้อความ กัสสปโคตตสูตร
http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=15&A=6427&Z=6442
ศึกษาอรรถกถาได้ที่นี่
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=766

พระพุทธเจ้าท่านไม่หักหาญ ท่านใช้วิธีปฏิรูป ไม่ใช่ปฏิวัติ
ในกรณีนี้ท่านสอนให้เราพึ่งพาตัวเอง ดึงเทพและเทวดาให้ลงมาอยู่ต่ำกว่าธรรม
ปฏิรูปการบูชายัญเสียใหม่ ให้นิยามคำว่าบูชาคืออย่างไร
เราต้องทบทวนความหมายของคำว่าบูชาเสียใหม่ เราสามารถได้ยินและเห็นพระสุปะฏิปันโน
หลายๆท่าน เทศน์สั่งสอนและพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องนี้มานานมาก
แต่เมื่อเทียบกับกำลังแห่งวัตถุนิยมที่ถาโถมเข้ามา เห็นแล้วเหนื่อยใจแทน
แม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่าปัญญาชนก็ยังหลงทาง

เมื่อจิตใจ คุณความดีมันวัดค่าไม่ได้ จึงถูกคนยุคนี้ปฏิเสธหรือแกล้งลืม
คนหันมาตีค่าการบูชา ศรัทธา และ บุญ เหลือแค่ทาน หรือ ตัวเงินเท่านั้น ใครบริจาคมากได้บุญมาก
กรณีก่อนหน้านี้ก็เหมือนกันเรื่อง Nude การกุศล บุญก็เหลือแค่ทาน ศีล ภาวนาลืมหมด

เมื่อวัตถุมงคลตอบโจทย์ได้ทั้ง การงอมืองอเท้า และ วัตถุนิยม จึงเป็นอย่างที่เห็น

ฉะนั้นใครคิดเรื่องระบบทุนใหญ่ กรุณาอย่ามาเรียกร้องกับเรื่องจตุคาม เพราะมันไม่ต่างกัน
บันทึกการเข้า
Upasaka
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



« ตอบ #34 เมื่อ: 10-04-2007, 21:27 »

พุทธธรรมล้าสมัยเสียแล้วหรือ

เราเรียกร้องให้ประเทศไทยพัฒนา ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย ต้องถามว่าจะเอา
พัฒนาแบบไหน แบบอเมริกา หรือเปล่า

แบบอเมริกาคือ วัตถุนิยมสุดโต่ง เห็นแก่ตัว ไม่สนใจผู้อื่น
สัตว์ที่แข็งแกร่งกว่าจึงจะดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ สัตว์ที่อ่อนแอจะไม่สามารถดำรงอยู่
และสูญพันธ์ไปเองตามวิถีของธรรมชาติตามทฤษฏีของ ชาร์ล ดาวิน
กำลังในยุคนี้คืออะไร คือทุน คืออำนาจ มันแค่เปลี่ยนรูปจากเขี้ยว เล็บเท่านั้น
หลักคิดไม่ต่างกันเลย แล้วจะพูดได้อย่างไรว่าเป็นอารยะ เจริญแล้ว
ทั้งๆที่ยังมีปัญญาดุจเดรัจฉาน
หรือจะเอาแบบพ่อค้าอย่างสิงคโปร์ ที่คอยทำนาอยู่บนหลังคนอื่นอยู่ร่ำไป

ทุกศาสนามุ่งเน้นเรื่องคุณความดี การอยู่ร่วมกันเป็นหลัก พูดภาษาสมัยใหม่ก็เรื่องสันติภาพ
อเมริกาถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆคือ ใช้อวนตาถี่หาปลา พอปลาหมด เริ่มงอแง
จ้องหาเรื่องคนโน้นคนนี้ห้ามใช้อวนตาถี่ ทั้งๆที่ปลาหมดก็เพราะตัวเองแท้ๆ

ปัญญา ตอนนี้สำคัญมาก ปัญญาแบบพุทธนี่แหล่ะ เพราะในเมื่อ
90% โดยประมาณของคนไทยเป็นชาวพุทธ เมื่อมีปัญหาที่คน ก็ต้องแก้ที่คน
คนไม่เข้าใจก็ต้องทำให้เขาเข้าใจ คำสอนของพระพุทธเจ้ามีให้หยิบฉวยมาใช้ได้มากมาย

พื้นเพของคนไทยเป็นคนรักสบาย สบายแบบงอมืองอเท้า เสร็จหน้านารอฝน
ใครเคยเข้าอบรมกรรมฐานบ้าง ต้องหาที่สงบๆที่พระท่านเรียกสัปปายะใช่มั้ย
เราหาที่สบายๆเพื่อเจริญสติ เจริญปัญญากัน (ภาวนาแปลว่าเจริญ)
แสดงให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้สบายเพื่ออยู่เฉยๆ

นี่คือตัวอย่างง่ายๆที่ชี้ให้เห็นว่า เรารับพุทธธรรมมาแบบไม่เข้าใจ เข้าใจแบบครึ่งๆกลางๆ
เมื่อสบายแล้วต้องมุ่งไปข้างหน้า ศึกษาหาความรู้ ในแขนงต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศ

ในระดับผู้มีอันจะกินหรือปัญญาชนผู้มีการศึกษา มีโอกาสมากกว่าชาวบ้านเขา
ถ้ายังมองแค่ว่า ทำงานเพื่อให้รวยมีเงิน มีเงินแล้วนอนสบายๆเสวยสุข
ก็อย่ามาบ่นว่า ทำไมประเทศไทยไม่เจริญ ขอฝากพุทธศาสนาสุภาษิตสักบท

 “จรถ  ภิกขเว  จาริกํ  พหุชนหิ  ตาย  พหุชนสุขาย  โลกานุกมฺ  ปาย  อตฺถาย  หิตาย  สุขาย  เทวมนุสฺสานํ ”

ภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายจงไปเพื่อประโยชน์เกื้อหนุนแก่มหาชน 
เพื่อความสุขแก่มหาชน  และเพื่ออนุเคราะห์ต่อชาวโลก
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: 10-04-2007, 21:31 »

ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวครับ

ชื่อของ"จตุคามรามเทพ" ก็บอกอย่างชัดเจนครับ ว่าท่านเป็นฮินดู

ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัว แต่แย้งครับ 

ตามที่ได้สดับมาก็คือว่า จตุคามรามเทพ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคติในศาสนาฮินดูแต่อย่างใดครับ แม้ชื่อจะมีคำว่า "ราม" ก็ตาม (อ่านมาจากไหนนะ จำไม่ได้แล้ว)  ท่านขุนพันฯ ท่านมีความเชื่อในเรื่องการบูชาเทวดาหรือสิ่งเร้นลับและไสยศาสตร์เป็นการส่วนตัว จึงไม่ค่อยชัดเจนเกี่ยวกับที่มาครับ



มีพาสปอร์ตชาติอื่นเหลือมั้ย ขอเล่มนึงดิ
ผมรู้สึกว่า นับตั้งแต่กรุงศรีฯถูกเผา  ยังไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลยทั้งสิ้น


Mr. Green Mr. Green
ประเทศนี้ไม่เพียงแค่ต้องการการปฏิรูปการเมืองเท่านั้น ต้อง "ปฏิรูปวัฒนธรรม" ครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ใช่บ้าคลั่งเผามันทุกอย่างแบบเหมาเจ๋อตงหรือพอลพตนะครับ อันนั้นพินาศครับ  คือต้องการคนที่มีความกล้าหาญ สามารถกุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จ มีความเด็ดขาด ทว่าวิสัยทัศน์กว้างไกลและหวังดีต่อชาติ แบบ ปาร์กจุงฮี เจียงไคเช็ค ลีกวนยู เติ้งเสี่ยวผิง  4 คนนี้มีวิสัยทัศน์ยาวไกลทั้งสิ้น  4 คนนี้นำพาประเทศรอดพ้นจากหายนะสงคราม และปฏิวัติวิธีคิดทุกอย่างไปสู่การพึ่งพาตนเองกันหมด ... ประเทศไทยเคยมี สฤษดิ์ ธนรัชต์ ซึ่งมาแนวคล้ายๆกับ 4 คนที่ว่า และอยู่ในยุคที่กระแสดีๆแบบนี้แรงด้วย แต่เสียดายอายุสั้นตายซะก่อน  Confused
บันทึกการเข้า

ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #36 เมื่อ: 10-04-2007, 21:49 »

เผด็จการณ์หรือวิสัยทัศน์ที่ดีครับ
5คนที่ยกมาโดยคุณ加籍华人 ต่างก็เป็นคนที่ออกแนวเผด็จการทั้งสิ้น
โดยส่วนตัวผมคิดว่า
คนที่มีอุดมการณ์มากกว่านี้จะดีกว่านะครับ
การเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยส่วนตัวผมว่า
คือการกลับสู่ยุค เรียบง่าย
พัฒนาด้านความคิด จริยธรรมมากกว่า
พัฒนาด้านอุตสาหกรรมนะครับ


สำหรับคนที่ผมคิดว่าเป็นผู้นำที่ดีคือ
มูฮาหมัด กัสดาฟี  ฟิเดล คาสโตร วลาดิเมีย เลนิน และ เช เกวารา
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #37 เมื่อ: 10-04-2007, 22:15 »

นี่หรือเมืองพุทธ
บันทึกการเข้า
СεгЪεгυŞ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 70



« ตอบ #38 เมื่อ: 10-04-2007, 22:19 »

อันดับแรกจตุคามรามเทพไม่ใช่พระนามจริงครับ(ตามคำบอกเล่า) อันดับที่สองการเรียกผู้ปกครองว่ารามนั้นมาจากคติของฮินดูนิกายไวษณพในแถบนี้จริงครับเพียงแต่เป็นความเชื่อในแง่การปกครองไม่ใช่เรื่องศาสนา ศาสนาพุทธนิกายหินยานนั้นถูกชูโดยกลุ่มปกครองใหม่

การนับถือองค์จตุคามคล้ายๆกับเรื่องความเชื่อในเสด็จพ่อร.5  หรือเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพร (ตัวผมไม่ชอบเรียกแบบนี้ครับ) นั่นคือเป็นการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิที่เชื่อว่าเคยปกครองอาณาบริเวณแถบนี้

จึงอยากทิ้งคำถามไว้สั้น ๆ ว่า

- ลัทธิพราหมณ์ + ผี ที่หล่อรวมเป็นจารีตนิยมของคนไทย ภายใต้ยี่ห้อกำกับว่า "พุทธ" กลายเป็นสิ่งเลวร้ายในสายตาชนส่วนหนึ่ง เริ่มตั้งแต่สมัยไหน - - สมัยคนไทยไปเรียนนอก ร.5 - ร.6, ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475, ยุคสังคมนิยมเฟื่อง - -

- ประเทศไทยก่อนยุค "พุทธทาสภิกขุ" มีศาสนา "พุทธ" ตามที่ชนชั้นกลางหรือปัญญาชนยุคปัจจุบัน(ส่วนหนึ่ง) เชื่อและศรัทธามาก่อนหรือไม่


ข้อแรก ผมเดาว่าน่าจะมาเริ่มตอนการปฏิวัติชนชั้นของทั่นประธานเหมาผู้หิวโหยแพร่หลายในเมืองไทยนะครับ
ข้อสอง ไม่กล้าตอบนาครับ ตรงนี้ไม่มีความรู้แน่ชัดที่จะฟันธง ผิดขึ้นมายุ่งกันใหญ่

บันทึกการเข้า

ม้าหนุ่มแห่งชินจูกุ
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 10-04-2007, 22:32 »

เผด็จการณ์หรือวิสัยทัศน์ที่ดีครับ
5คนที่ยกมาโดยคุณ加籍华人 ต่างก็เป็นคนที่ออกแนวเผด็จการทั้งสิ้น
โดยส่วนตัวผมคิดว่า
คนที่มีอุดมการณ์มากกว่านี้จะดีกว่านะครับ
การเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยส่วนตัวผมว่า
คือการกลับสู่ยุค เรียบง่าย
พัฒนาด้านความคิด จริยธรรมมากกว่า
พัฒนาด้านอุตสาหกรรมนะครับ

ในยุควิกฤติ วุ่นวาย ประชาธิปไตยไม่มีทางใช้ได้ผลครับ ก็เหมือนประเทศใดๆในยามสงคราม ข้าศึกรุกราน ถือว่าวิกฤติ ใครจะมานั่งคิดถึงประชาธิปไตย ?

เวลานี้คนปฏิวัติเข้ามา แต่ดันกระแดะทำตัวเป็นประชาธิปไตย แถมผู้นำที่แต่งตั้งขึ้นมา ภาพก็ดี แต่ดันไปสมานฉันท์กับคนที่คณะปฏิวัติไปล้มมันทิ้ง

ประเทศนี้จะถลำลึกลงไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วนะ และการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ได้หมายความว่าต้องเชิญต่างชาติมาตั้งโรงงานเยอะๆ แต่หมายถึงการดูดเขามาให้ได้ พัฒนาเทคโนโลยีให้เจริญก้าวหน้า ไม่ต้องเป็นที่หนึ่งเพื่อไปแข่งกับใคร แต่เป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อความอยู่รอด  จะปฏิรูปหรือปฏิวัติจะใช้คำไหนก็ช่างเถอะ จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดของคนประเทศนี้โดยเร่งด่วน จะได้พึ่งตัวเองและยืนบนขาตัวเองให้ได้  (ในหลวงท่านยังทรงคิดเทคนิคทำฝนหลวงเอง จนได้รับการถวายสิทธิบัตรเลย)  ไม่งั้นอนาคตมัวแต่ยืมจมูกเขาดม คนในประเทศวันๆเอาเวลาไปทำสิ่งที่ไม่เกิดผลผลิตที่งอกเงยและยั่งยืน ไม่คิดจะพึ่งตัวเอง ก็มีแต่เน่ากับเน่า เวลานี้ก็เน่าอยู่แล้ว มีเน่ากว่านี้อีกจะบอกให้

ถึงได้บอกว่า กระแสคลั่งจตุคามฯ, อาชญากรรมแบบโหดๆ, คนจนเพิ่มขึ้น, การเมืองวุ่นวายแบบหาแสงปลายอุโมงค์ไม่ได้  พวกนี้เป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่า อาจเกิดความไร้เสถียรภาพนะ ... จะต้องทำอะไรสักอย่าง
บันทึกการเข้า

อังศนา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,860


Can't fight the moonlight!


เว็บไซต์
« ตอบ #40 เมื่อ: 10-04-2007, 22:49 »

สาธุค่ะ คุณอุบาสก 

บันทึกการเข้า

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย 
ดาวยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน (จิตร ภูมิศักดิ์)
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #41 เมื่อ: 11-04-2007, 00:02 »

เมื่อวานผมไปวัด ปทุมวราราม(ตรงข้ามกรมตำรวจ)
เจอคนเหยียบกิ้งกือตาย
ผมเห็นเขานั้งเศร้าตั้งนาน

ภาพแค่นี้หากเป็นสังคมที่พัฒนาแต่ด้านอุตสาหกรรม
มีเงินเป็นสิ่งนำ และในเวลาเร่งด่วน
เขาคงเหยียบแล้วทิ้งกิ้งกือตัวนั้นไปเลย
โชคดีที่บางที่ ประเทศนี้
มีที่ยังไม่ได้พัฒนาแต่ด้านธุรกิจเสียหมด
ยังมีภาพที่น่ารักแบบนี้ให้เห็น

คนที่เห้นคุณค่าแม้แต่ชีวิตเล็กๆ
อยากเห็นมากกว่านี้ในสังคม
มากกว่าสังคมที่ก้าวไกลในเทศโนโลยี
แต่มีอัตราการฆาตกรรมที่สูง มีอัตราการข่มขืนที่สูง และมีผู้นำบ้าสงคราม
การพัฒนาจริยธรรมต้องมีต่อไป
ให้ผมมีเงินเดือนแค่ระดับชนชั้นกลาง ได้อยู่ในแผ่นดินนี้
กับรวยเป็นหมื่นล้านแล้วไม่ได้อยู่แผ่นดินนี้
ผมเลือกอย่างแรกครับ


ส่วนเรื่องจตุคามรามเทพ อาจารย์นิธิ พูดไว้ในบทวิเคราะว่า
แค่เครื่องรางของขลัง ก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธแล้ว นั่นคือที่อาจารย์กล่าว
ดังนั้นผมบอกเลยว่าจตุคามรามเทพ คือเทพที่กลายจากเทพคงกระพัน
มาเป็นเทพโชคลาภ เพื่อสังคมทุนนิยมอันนี้
และเพื่อเงินของคนบางกลุ่ม  นี้คือมาเก็ตติ้งครับ
ถ้าจะแก้ไขต้องแก้ที่การเปลี่ยนทุนนิยมครับ
                                       
                                        "ฤาจตุคามรามเทพ เทพแห่งทุนนิยม"??
                         http://forum.serithai.net/index.php?topic=13276.0



ปล.ผมสนับสนุนการบัญญํติศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-04-2007, 01:16 โดย amalit1990 » บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
หน้า: [1]
    กระโดดไป: