ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
20-10-2019, 23:40
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เอามาจากห้องสินธร เวป www.pantip.com เรื่องขายหุ้น โอ๊ก-เอม หลีกเลี่ยงภาษี ผิด? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
เอามาจากห้องสินธร เวป www.pantip.com เรื่องขายหุ้น โอ๊ก-เอม หลีกเลี่ยงภาษี ผิด?  (อ่าน 5600 ครั้ง)
Tam-mic-ra
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


« เมื่อ: 03-04-2007, 19:27 »

ขออนุยาดแปะลิ้งค์นะครับ

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I5284040/I5284040.html

เอามาจาก คคห. ของนักเล่นหุ้นโดยตรง  ซึ่ง คคห. ส่วนใหญ่ บอกว่าทักษิณและครอบครัวไม่ผิด
และ คคห.ที่โพสส่วนใหญ่  ไม่ใช่ คคห. ของคนในห้อง ราชดำเนิน
ที่พวกนักใส่ร้ายชั่วๆบอกว่า เป็นลิ่วล้อทักษิณ เป็นพวกรับใช้ ได้ผลประโยชน์จากทักษิณ
และเดือน2เดือนก่อนล่าสุด ที่คุณแป๊ะหนีหนี้ บอกว่าเป็นแหล่งส่องสุมของระบอบทักษิณ

ซึ่งผมก็ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลยเข้าไปอ่าน แต่ผลออกมาว่า ทำยังไงๆผมก็เกลียดระบอบทักษิณไม่ได้เสียที

อย่างนี้   พวก anti   จะว่ายังงัยครับ   หาเหตุผลไม่ได้อย่าด่าเถื่อนๆกันอีกน่ะครับ

 
ปล.  ชอบ คคห.  นี้มากครับ เลยเอามาดักคอไว้ก่อน

ความคิดเห็นที่ 42   

คุณบัตรผ่าน คห40. ใช้คำพูดแรงไปหน่อยรึเปล่าครับน่าจะให้เหตุผลมากกว่านะครับจะได้เกิดความรู้

จากคุณ : ผันเขาเรียงสมุทพลิกเมฆแปรพิรุน   - [ 3 เม.ย. 50 13:12:02 ]



เชิญครับ  อยากฟัง  คคห.  ของคนในนี้บ้าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-04-2007, 19:38 โดย Tam-mic-ra » บันทึกการเข้า
เซอร์เวย์
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 168



« ตอบ #1 เมื่อ: 03-04-2007, 20:13 »

ไม่รู้ดิไม่ใช่นักกฎหมายซะด้วย รู้แต่ว่ากฎหมายมันดิ้นได้แล้วแต่ว่าจะตีความไปยังไงขึ้นอยู่กับดุลพินิจคนใช้ แต่อธิบายมามันก็ยังไม่ชัดเจนยังตัดสินอะไรไม่ได้ มีพวกราชดำเนินมาสอดแหนมเอ้ยแนมในกระทู้ด้วยตั้งหลายคน สงสัยมาหาข้อมูลเอาไปเถียงคนอื่น

 


บันทึกการเข้า

หัวใจถูกแทงกี่ขั้ว ตามตัวถูกฟันกี่แผล
ปู่ไทยตายไปกี่คนแน่ ไทยจึงได้แผ่มาถึงแหลมทอง
กระดูกไทยกระเด็นไปกี่ท่อน เชิงตะกอนเผาไปกี่หน
คอขาดกันไปกี่คน ไทยทุกคนจึงได้ไทยครอบครอง
เสียเลือดกันไปเท่าไหร่ เสียใจกันไปกี่ครั้ง
น้ำตาของไทยไหลหลั่ง ทุกๆครั้งที่ถูกเฉือนขวานทอง
เข่นฆ่ากันทำไม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งผอง
ไทยฆ่าไทย ให้ชาติอื่นครอง
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 03-04-2007, 20:30 »

อันดับแรก พิจารณาก่อนว่า ทำไมแอมเพิลริช จึงต้องขายหุ้นให้โอ๊คเอม เพื่อให้โอ๊คเอมขายในตลาดหุ้นอีกต่อหนึ่ง
คำตอบคือ ถ้าให้แอมเพิลริชขายตรงๆ แอมเพิลริชจะต้องเสียภาษี เพราะว่าเป็นนิติบุคคลขายหุ้น ตรงนี้ถือว่าเลี่ยงภาษีชัดเจน
แต่อาจจะไม่ผิดกฎหมาย หรืออาจจะอ้างว่าใครๆ ก็ทำกัน อันนี้ก็แล้วแต่จริยธรรมและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง

เอาละ ประเด็นที่ต้องพิจารณาถัดมา คือการที่บริษัทโอนหุ้นให้กรรมการ ถือว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันหรือไม่?
ตรงนี้คุณ candlestick ในห้องสินธรบอกว่า เป็นบุคคลคนเดียวกัน ต้องขอบอกว่าเป็นเรื่องน่าขำจริงๆ ครับ
แถมยังมีคนพยักหน้าหงึกหงักกันเต็มไปหมด ไม่น่าเชื่อครับว่าอยู่ห้องสินธรกันประจำจริงๆ
นิติบุคคลกับกรรมการหรือว่าผู้ถือหุ้นจะเป็นคนเดียวกันไปได้อย่างไร บริษัทได้กำไร ปันผลให้ผู้ถือหุ้นยังต้องเสียภาษี
บริษัทจ่ายเงินเดือนกรรมการ กรรมการก็ยังต้องเสียภาษี ถ้าใช้หลักการเดียวกันว่ากรรมการกับผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลเดียวกัน
ก็โอนเงินให้ตรงๆ เลยสิครับ กรรมการไม่ต้องเสียภาษี จริงไหม แล้วนี่ขายหุ้นเป็นพันล้าน ใช้หลักการมั่วๆ มาบอกว่า ไม่ต้องเสียภาษี งั้นเรอะ
ตลกราชดำเนินหลงห้องแล้วมั้งครับ

บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #3 เมื่อ: 03-04-2007, 20:33 »

ผมเดินเล่นไปราชดำเนินมา http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5287141/P5287141.html

อุอุ 
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #4 เมื่อ: 03-04-2007, 20:37 »

ผมเดินเล่นไปราชดำเนินมา http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5287141/P5287141.html

อุอุ 

เพิ่ม ปล. ผมโพสลิ้งค์ในรดน. อย่าว่าผมนา     


อย่ายึดล๊อคอินผมนา ริดคุณสุดหล่อ 
บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 03-04-2007, 20:41 »

ขายในตลาดไม่เสียภาษี ของ ucom คุณบุญชัยและตระกูลไม่ได้โยกหุ้นไปๆ มาๆ นอกตลาดแล้วเอามาขายนี่ เค้าขายในตลาดทีเดียวจบ ไม่เสีย

ลองไปดูซิว่า ญาติๆ ของตระกูลชิน และดามาพงษ์คนอื่นเค้าโดนคดีมั้ยหล่ะ คนที่โดนคือ 2 ลูกชายหญิง เพราะ ขายๆ ซื้อๆ โยกไปโยกมา

หาทางหลบ เพราะพ่อแกซุกหุ้นมาตั้งแต่แรกนั่นแหละ ถ้ามันขายในตลาดรวดเดียวไม่เสียหรอก ที่จะโดนคือ หุ้นที่ซื้อๆ ขายๆ กลับไปกลับมานอกตลาด

นี่ตะหากที่เค้าว่า เข้าข่ายนิติกรรมอำพราง เพื่อเลี่ยงการเสียภาษีแต่แรก ขายเสร็จถึงขนาดให้เจ้าหน้ากรมสรรพากร มาเรียงหน้าตะแบงว่าไม่ต้องจ่าย



ถ้าไม่ต้องจ่ายจริงๆ หล่ะก็ เราจะได้ไปร้องกะกรมสรรพากรของภาษีคืนบ้าง เพราะจ่ายภาษีหุ้น ESOP ไปสามรอบแล้ว 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 03-04-2007, 20:43 »

แถมอีกหน่อยแล้วกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่วมมือกันสมคบคิด หลบเลี่ยงภาษีให้ใคร ถ้าจำไม่ผิด โทษจำคุกสูงสุดคือ ตลอดชีวิตนะ จะบอกไห่ 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 03-04-2007, 20:45 »

ผมเดินเล่นไปราชดำเนินมา http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5287141/P5287141.html

อุอุ 

เพิ่ม ปล. ผมโพสลิ้งค์ในรดน. อย่าว่าผมนา     


อย่ายึดล๊อคอินผมนา ริดคุณสุดหล่อ 

เพิ่งไปเห็นบางคนตอบในทู้ มีงวดนี้แหละ ที่เค้าบอกว่า รธน. 40 ไม่มีใช้แล้ว จะมาเอาผิดเอาไรอีก เออ แล้วที่ไปเรียกร้องให้กู้กลับมา ไม่กลัวว่านายจะโดนเหรอ 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
เซอร์เวย์
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 168



« ตอบ #8 เมื่อ: 03-04-2007, 20:56 »

ฮาดีอ่านแล้วพวกลิ่วล้อมาแถกันเพียบข้างๆคูๆเหวๆ ทั้งนั้น หาคำตอบมาค้านกันไม่ได้ซักคน เลยแถไปเขายายเที่ยงโน่นเลย

 
บันทึกการเข้า

หัวใจถูกแทงกี่ขั้ว ตามตัวถูกฟันกี่แผล
ปู่ไทยตายไปกี่คนแน่ ไทยจึงได้แผ่มาถึงแหลมทอง
กระดูกไทยกระเด็นไปกี่ท่อน เชิงตะกอนเผาไปกี่หน
คอขาดกันไปกี่คน ไทยทุกคนจึงได้ไทยครอบครอง
เสียเลือดกันไปเท่าไหร่ เสียใจกันไปกี่ครั้ง
น้ำตาของไทยไหลหลั่ง ทุกๆครั้งที่ถูกเฉือนขวานทอง
เข่นฆ่ากันทำไม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งผอง
ไทยฆ่าไทย ให้ชาติอื่นครอง
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั***
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #9 เมื่อ: 03-04-2007, 21:17 »

ขายในตลาดไม่เสียภาษี ของ ucom คุณบุญชัยและตระกูลไม่ได้โยกหุ้นไปๆ มาๆ นอกตลาดแล้วเอามาขายนี่ เค้าขายในตลาดทีเดียวจบ ไม่เสีย

ลองไปดูซิว่า ญาติๆ ของตระกูลชิน และดามาพงษ์คนอื่นเค้าโดนคดีมั้ยหล่ะ คนที่โดนคือ 2 ลูกชายหญิง เพราะ ขายๆ ซื้อๆ โยกไปโยกมา

หาทางหลบ เพราะพ่อแกซุกหุ้นมาตั้งแต่แรกนั่นแหละ ถ้ามันขายในตลาดรวดเดียวไม่เสียหรอก ที่จะโดนคือ หุ้นที่ซื้อๆ ขายๆ กลับไปกลับมานอกตลาด

นี่ตะหากที่เค้าว่า เข้าข่ายนิติกรรมอำพราง เพื่อเลี่ยงการเสียภาษีแต่แรก ขายเสร็จถึงขนาดให้เจ้าหน้ากรมสรรพากร มาเรียงหน้าตะแบงว่าไม่ต้องจ่าย



ถ้าไม่ต้องจ่ายจริงๆ หล่ะก็ เราจะได้ไปร้องกะกรมสรรพากรของภาษีคืนบ้าง เพราะจ่ายภาษีหุ้น ESOP ไปสามรอบแล้ว 



ผมรอฟังการตรวจสอบของคณะกรรมการ คตส.
และ การวินิจฉัยของศาลสถิตยุติธรรม ดีกว่า
บาง 'นามแฝง' ในห้อง'สินธร' ที่ผมไม่รู้จักกกกก..............ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


เจ้าของกระทู้อยากเชื่อตาม"นามแฝง"ในห้อง'สินธร' ก็ตามใจเถอะ.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #10 เมื่อ: 03-04-2007, 21:48 »

สรรพากร เตรียมเรียก “พานทองแท้-พิณทองทา” ชี้แจง ก่อนประเมินภาษีแอมเพิลริช 
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 เมษายน 2550 15:27 น.
 
 
 
  อธิบดีกรมสรรพากร เตรียมเรียกตัว “พานทองแท้-พิณทองทา” เข้าชี้แจงการยื่นแบบ ก่อนประเมินเรียกเก็บภาษีแอมเพิลริชอีกครั้ง โดยต้องรอผลสรุป คตส.ด้วย เพื่อให้อัตราการจัดเก็บ ถูกต้องตรงกัน
       
       วันนี้ (3 เม.ย.) นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า หลังจากเมื่อวานนี้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีมติให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษี และเบี้ยปรับกับ นายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร จำนวนกว่า 6.5 พันล้านบาท รวมทั้งบริษัท แอมเพิลริช อินเวสเมนต์ นั้น ขณะนี้บุคคลทั้งสองยื่นแบบภาษีมาเรียบร้อยแล้ว
       
       “ขอย้ำว่า ตอนนี้กรมสรรพากรยังไม่ได้ประเมินภาษี เนื่องจากต้องรอพิจารณารายละเอียดและข้อมูลในหลายๆ ด้านก่อน รวมถึงข้อมูลจาก คตส.ด้วย ซึ่งได้ตั้งคณะทำงานดูแลอยู่ รวมทั้งก่อนจะมีการประเมินภาษีคงต้องออกหมายเรียก นายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา มาชี้แจงข้อมูลก่อนตามขั้นตอนของกฎหมาย” นายศานิต กล่าวและว่า
       
       ระหว่างนี้คงต้องพิจารณาข้อมูลในหลายๆ ด้านไปก่อน ซึ่งจะใช้เวลานานเท่าไหร่ขึ้นกับข้อมูลที่จะใช้พิจารณา รวมทั้งต้องมีการเรียกทั้ง 2 คน มาชี้แจงถึงจะประเมินภาษีได้
       
       อย่างไรก็ตาม กรมสรรพาการจะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะเรื่องนี้รายละเอียดมันมาก และเป็นเรื่องที่สำคัญต้องทำให้รอบคอบ
       
       ทั้งนี้ หากความเห็นของกรมสรรพากรในการประเมินภาษี และ คตส.ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะอัตราที่เรียกเก็บ ก็คงต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง
       
       โดยก่อนหน้านี้ คตส มีมติให้เรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา เป็นจำนวนเงิน 5,691 ล้านบาท นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังจะต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่บริษัท แอมเพิล ริช ต้องหักนำส่งภายในวันที่ 7 ก.พ.49 แต่ไม่ได้ทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย อีกจำนวน 4,884 ล้านบาท โดยจะต้องจ่ายภายในวันที่ 7 เม.ย.นี้ หากไม่มาจ่ายตามกำหนด กรมสรรพากรจะคิดทั้งดอกเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งกรมสรรพากรจะต้องรอให้ คตส. ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการมาให้พิจารณา เพื่อดูว่าหนังสือที่ส่งมาให้มีข้อมูลเพิ่มเติมจากที่กรมสรรพากรมีอยู่อย่างไรบ้าง
       
       นายศานิต ยอมรับว่า บุตรของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีให้แก่กรมสรรพากรแล้ว แต่เป็นรายได้ปกติประจำปี 2549 สำหรับรายได้ที่เป็นปัญหาในการซื้อขายหุ้นกับ บ.แอมเพิล ริชฯ ตอนนี้ คงไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นความลับของผู้เสียภาษี แต่กรมสรรพากรได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาติดตามเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว และต้องพิจารณาดูว่า หากมีการยื่นแบบเสียภาษีมาแล้ว ครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบก็คงต้องออกหมายเรียกภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้เข้ามาชี้แจงการเสียภาษี จากนั้นจึงจะนำมาประเมินการเสียภาษีให้ถูกต้อง
       
        ส่วนกรณีที่ปรึกษากฎหมายครอบครัวชินวัตร ออกมาระบุว่า ได้ยึดตามข้อหารือกับเจ้าหน้าที่สรรพากรให้พิจารณา ซึ่งมีความเห็นว่าไม่ต้องเสียภาษีนั้น อธิบดีกรมสรรพากร มองว่า ข้อหารือกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมายของกรมสรรพากร จึงไม่สามารถนำไปอ้างอิงในการพิจารณาในชั้นศาลได้

 
 http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9500000038471


อ่านแล้ว ใช้วิจารณญาณเอาเองว่าจะเชื่อ"นามแฝง" หรือผลการตรวจสอบใหม่ของกรมสรรพกรยุค'ปลอด'อำนาจของอดีตเผด็จการรัฐสภา........


 
 
 
 
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #11 เมื่อ: 03-04-2007, 21:52 »

แถมอีกหน่อยแล้วกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่วมมือกันสมคบคิด หลบเลี่ยงภาษีให้ใคร ถ้าจำไม่ผิด โทษจำคุกสูงสุดคือ ตลอดชีวิตนะ จะบอกไห่ 


5 เจ้าหน้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพากร ยุคอดีตเผด็จการรัฐสภา
น่าจะรู้เรื่องนี้เหมือนกัน แต่ก็ยังประพฤติชั่วได้......... Exclamation
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #12 เมื่อ: 03-04-2007, 22:04 »

International Business Company

The International Business Company is the most widely used vehicle for offshore operations in the BVI;
it normally takes the form of a private company limited by shares. The governing legislation is the
International Business Companies Act 1984, updated by the International Business Companies (Amendment)
Act 1990 and the International Business Companies (Amendment) Acts of 2003 and 2004, which immobilise
bearer shares (see above) and impose record-keeping requirements on professional intermediaries. Existing
IBCs will be able to amend their Memoranda of Association to state that they are authorised to issue only
registered shares and that these may not be exchanged for bearer shares. They will be required to file this
statement with the BVI Registrar of Companies, along with a declaration that they have no bearer shares in issue.

Under the International Business Companies (Amendment) Act 2003, from December 31, 2004, all international
business companies (IBCs) located in BVI will be required to establish and maintain a Register of Directors,
and must appoint their first director within 30 days of the IBC's incorporation. Other statutory requirements
however remain minimal, and flexible:


- Only one director and one shareholder are required;
- Shareholders, directors and officers need not be resident in the BVI and there is no stipulation as to their nationality;
- There is no minimum capital requirement; shares may be either registered or bearer and may be issued in any
  currency (bearer shares now have to be deposited with an authorised intermediary, who must record the identity
  of the beneficial owner);
- Accounts need not be kept; however, if they are kept there is no requirement for an audit;
- No returns are needed of shareholders, directors or officers;
- Shareholders' and directors' meetings need not be held in the BVI and can be held by telephone;
- The Memorandum and Articles of Association are the only documents to be held on the public record.

IBC status is granted subject to certain conditions:

- No business may be transacted with residents in the BVI;
- No ownership interest in real property in the BVI is permitted; property may be leased for office use only;
- Banking or trust business may be carried on only if an appropriate license is issued;
- Likewise, a licence is required to carry on insurance or re-insurance business;
- Engaging in the business of company management or providing registered facilities for BVI incorporated companies
   is not permitted.
- IBCs are permitted to own shares in other BVI companies, maintain bank accounts in the jurisdiction and employ the
   services of local professionals. IBCs are exempt from BVI taxes by statute.

It is usual to use a registered agent in the BVI to incorporate an IBC (eventually it is obligatory to appoint one anyway;
there are about 70 of them, licensed by the Government). Fees for incorporation of an IBC are based on the company's
authorised share capital. Normally, the incorporation process takes no more than one day; however, for banks, trust
companies and insurers the process is lengthier (see Offshore Legal and Tax Regimes).

http://www.lawandtax-news.com/html/bvi/jbvlatcos.html#ibc

In the British Virgin Islands there is no capital gains or capital transfer tax, no inheritance tax, and no sales tax or VAT.
The main tax for resident companies is income tax; there are also stamp duties on certain transactions, and property taxes.
Income tax (now abolished) was levied on the chargeable income of resident BVI Companies Act Companies.
There are no withholding taxes in the BVI.


โดยก่อนหน้านี้ คตส มีมติให้เรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา เป็นจำนวนเงิน 5,691 ล้านบาท นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังจะต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่บริษัท แอมเพิล ริช ต้องหักนำส่งภายในวันที่ 7 ก.พ.49 แต่ไม่ได้ทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย อีกจำนวน 4,884 ล้านบาท โดยจะต้องจ่ายภายในวันที่ 7 เม.ย.นี้ หากไม่มาจ่ายตามกำหนด กรมสรรพากรจะคิดทั้งดอกเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งกรมสรรพากรจะต้องรอให้ คตส. ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการมาให้พิจารณา เพื่อดูว่าหนังสือที่ส่งมาให้มีข้อมูลเพิ่มเติมจากที่กรมสรรพากรมีอยู่อย่างไรบ้าง

อะไรกันนักหนาวุ้ย บริษัทบนเกาะก็ต้องกฎหมายบนเกาะสิ ต้องหัก ณ ที่จ่ายข้ามน้ำข้ามทะเลมายื่น
เมืองไทยกันเลยเหรอ ประเมินภาษีได้อินเตอร์เนชั่นแนวดีมากเลย เอากฎหมายไทยไปใช้บนเกาะ
ที่โน่นก็ได้ด้วย มหาอำนาจจริงๆ สมัยทหารไทยครองเมืองเนี่ย ทำอะไรก็อายต่างชาติเค้าบ้างน่านะ
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #13 เมื่อ: 03-04-2007, 22:08 »

ผมก็ว่าน่ะ

เค้าอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำธุรกรรม กัน น่าจะยกเว้นบ้าง

เอ หรือว่า ไม่ควรยกเว้นหว่า
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #14 เมื่อ: 03-04-2007, 22:14 »

ผมก็ว่าน่ะ

เค้าอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำธุรกรรม กัน น่าจะยกเว้นบ้าง

เอ หรือว่า ไม่ควรยกเว้นหว่า



บริษัทต่างด้าว ได้ผลประโยชน์ ผลกำไรในประเทศไทย ไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลยหรือ Question

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 03-04-2007, 22:19 »

ขนาดคนสรรพากรเองยังโดนคดีเละเทะไปแล้ว

จะไปเอาความเห็นคนที่โพสกระทู้ในเวป มาแย้ง

สิ่งที่ คตส พิสูจน์ออกมาแล้ว เนี่ยนะ

 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #16 เมื่อ: 03-04-2007, 22:22 »

คุณสัก ของคณะกรรมการ คตส.กำลังอธิบายให้ฟังผ่าน ASTV..

เจ้าของกระทู้และคนที่ได้อ่านข้อมูลจาก'นามแฝง' ได้เข้าใจเล่ห์กลของตระกูลชินวัตร
(พ่อ แม่ ลูกชาย ลูกสาว) หรือเวบไซท์ของผู้จัดการได้.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ฟังแล้ว บอกได้อย่างเดียวว่า พระเจ้า สิ่งศักดิ์ไม่เข้าข้างคนผิด คนประพฤติชั่ว.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #17 เมื่อ: 03-04-2007, 22:48 »

ซุกหุ้นภาค 2 'ทักษิณ'อาจต้องเว้นวรรคถึงปี 2553
 
3 เมษายน พ.ศ. 2550 18:17:00
 
ปปช.เผย"ทักษิณ"อาจถูกต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี หากพบไม่ยื่นบัญชีแสดงความเป็นเจ้าหนี้ แอมเพิลริช ฯ ฐานยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินเป็นเท็จ ตามรอย"ประยุทธ มหากิจศิริ"

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ปปช. กล่าวถึง กรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อาจถูกเล่นงานคดีซุกหุ้นภาค 2 กรณีหุ้นแอมเพิลริชฯ ว่า มีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าโทษต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี ฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อ ปปช. นั้น เริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด เพราะการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องยื่นหลายครั้ง คือ ตั้งแต่เมื่อตอนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อพ้นจากตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี

" ระยะเวลาต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี จะเริ่มนับหนึ่งจากเมื่อใดนั้น ต้องดูจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่า นายประยุทธ มหากิจศิริ มีความผิดฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 295 ซึ่งในครั้งนั้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าวได้ระบุไว้ด้วยว่า ระยะเวลาต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ให้เริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด "

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค้นไปยังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนายประยุทธ มหากิจศิริ อดีต ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์พรรคไทยรักไทย พบว่า ความผิดของนายประยุทธ สืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่นายประยุทธ เป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯต่อ ปปช.แต่ปรากฏว่า นายประยุทธ ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงมีความผิด มีโทษต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าวได้ระบุไว้ชัดว่า การห้ามดำรงตำแหน่งทางเมืองเป็นเวลา 5 ปี ให้นับตั้งแต่วันที่พ้นจาก ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นที่มาของมูลเหตุคดีนี้

ดังนั้นในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในปี 2542 ที่บริษัท แอมเพิลริช ฯซื้อหุ้นชินคอร์ปฯ จาก พ.ต.ท. ทักษิณ จำนวน 32.9 ล้านหุ้น(หุ้นละ 100 บาท ) โดยที่บริษัท แอมเพิลริชฯ กู้เงินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มาซื้อหุ้นชินคอร์ปฯ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็จะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้บริษัท แอมเพิลริช ฯ

ดังนั้นเมื่อ พ.ต.ท. ทักษิณ เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ เป็นนายกฯในปี 2544 พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แสดงถึงความเป็นเจ้าหนี้ของบริษัท แอมเพิลริช ในจำนวนเงินดังกล่าวไว้ด้วย แต่ถ้าหากตรวจพบว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะมีความผิดฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ มีโทษต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ สมัยแรก เมื่อปี 2548 ดังนั้นหากนับระยะเวลา 5 ปี ของการต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ พ.ต.ท. ทักษิณ ตามบรรทัดฐานของคำวินิจฉัยในคดีนายประยุทธ ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวางไว้ ระยะเวลาต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ พ.ต.ท. ทักษิณ จะไปครบในปี 2553
 

 http://www.bangkokbiznews.com/2007/04/03/WW10_WW10_news.php?newsid=62614
 
   
ระยะ ๆ คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก จะตั้งกระทู้ทำนองนี้
และคนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก คนอื่น ๆ จะ'รับลูก' ไปอ้างอิง ไปตั้งกระทู้ต่อ
เพื่อให้คนที่ไม่รู้เรื่องมาก่อน หรือ ไม่มีข้อมูล หรือ 'หูเบา' พลอยเชื่อ....



บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Tam-mic-ra
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


« ตอบ #18 เมื่อ: 04-04-2007, 00:13 »

ผมยอมรับว่าก๊อปมา  ขออนุญาติระกัน

+++กรณีที่หนึ่ง ดร.ทักษิณและภรรยามีหุ้นชินคอร์ปฯ 49% ตั้งบริษัทเอง 22 ปีก่อน เข้าตลาดหุ้น 15 ปีก่อน หุ้นทั้งหมดนี้หากขายให้ลูก คือ พาน/พิณ ทั้งหมด 49% ในตลาดหุ้น จะไม่มีภาษี (เหมือนคนครึ่งล้านที่ลงทุนในตลาดหุ้นอยู่ทุกวัน) เมื่อพาน/พิณขายต่อให้ใคร ก็ไม่มีภาษีอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้น เป็นสิทธิ์พื้นฐานที่มีอยู่แล้วของดร.ทักษิณและลูก คือนักลงทุนบุคคลไม่มีภาษีจากการขายหุ้นในตลาดหุ้น

ดังนั้น ดร.ทักษิณไม่จำเป็นต้องทำอะไรซับซ้อนเพื่อเลี่ยงภาษี (เช่นแอมเพิลริช) เพราะไม่มีภาษีให้ลด
ที่ดร.ทักษิณทำแอมเพิลริชในปี 42 เพราะจะเอาชินคอร์ปฯเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ (ดู หนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใน เอกสารประกอบ) ตอนหลังตลาดหุ้นสหรัฐตกมาก เลยหยุดแผน (ดู ข่าวชินคอร์ประงับเข้าตลาดแนสแดค ในเอกสารประกอบ) แต่หุ้นชินคอร์ปฯ 11% ก็อยู่ที่แอมเพิลริชไปเรื่อยๆ ปลายปี 43 ก่อนเป็นนายกฯ ดร. ทักษิณก็ขายโอนแอมเพิลริชให้ลูก
กรณีที่สอง ต้นปี 49 ที่จริงพาน/พิณสามารถขายแอมเพิลริช (ที่ถือหุ้นชินคอร์ปฯอยู่) ให้ผู้ซื้อในต่างประเทศได้เลย ไม่มีภาษี เป็นสิทธิพื้นฐานเช่นกัน แต่เงินจะอยู่นอกประเทศ (อาจโดนว่าเก็บเงินนอกประเทศ)

กรณีที่สาม ดังนั้น เพื่อจะขายให้เงินอยู่ในประเทศ พาน/พิณ ในฐานะเจ้าของแอมเพิลริช ทำการโอนหุ้นชินคอร์ปฯที่แอมเพิลริชถืออยู่ มาถือเองโดยตรง และเมื่อขายให้ผู้อื่นในตลาดหุ้น ทั้งส่วน 38% แรกที่ถือตรงอยู่แล้ว บวกกับอีก 11% ที่มาถือตอนหลังโอนมาจากแอมเพิลริช (คืนสู่เหย้า)รวม 49% ก็ไม่มีภาษี

ปรากฏว่า ส่วนแอมเพิลริช 11% ถูกกล่าวหาว่าหนีภาษี ทั้งที่เป็นสิทธิ์แต่เดิมที่ไม่มีภาษี หากขายแอมเพิลริชในต่างประเทศเหมือนในกรณีที่สอง หรือหากถือตรงมาตลอดโดยไม่มีแอมเพิลริชเหมือนในกรณีที่หนึ่ง
ข้อกล่าวหาคือ การที่แอมเพิลริชโอนหุ้นชินคอร์ปฯให้พาน/พิณที่ราคาพาร์ 1 บาท ทั้งคู่ต้องเสียภาษีเพราะมีเงินได้เพิ่ม (ได้มา 1 บาท ขาย 49 บาท เป็นกำไร 48 บาทที่ต้องเสียภาษี) หรือจะเป็นเหมือนกรณีบริษัทออกหุ้นจูงใจพนักงานในราคาถูกพิเศษ (สต็อกออปชั่น หรือ ESOP) ว่า ต้องเสียภาษีส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นชินคอร์ปฯที่ ซื้อขายในตลาดกับราคาที่ได้มา (ได้มา 1 บาท ในวันที่หุ้นชินคอร์ปฯราคา 42 บาท เป็นกำไร 41 บาท ซึ่งหากจะเสียภาษีต้องจ่ายวันที่ซื้อ ไม่ใช่วันที่ขายที่ 49 บาทไม่มีภาษีเพราะได้เป็นเจ้าของหุ้นนั้นแล้ว)

ข้อกล่าวหานี้ เป็นการตีความคนละหลักการ

เพราะทั้งพาน/พิณเป็นเจ้าของแอมเพิลริชก็ถือว่าเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปฯ 11% นี้อยู่แล้ว เป็นบุคคลเดียวกันดังที่รายงานตลาดหุ้นมาตลอด ดังนั้น การที่แอมเพิลริชโอนหุ้นชินคอร์ปฯ 11% ที่ถืออยู่ ให้พาน/พิณถือเองโดยตรงในราคาพาร์ ไม่ทำให้พาน/พิณมีรายได้เพิ่ม เพราะเป็นหุ้นและต้นทุนของตนแต่เดิม
เป็นคนละกรณีกับ นายจ้างจ่ายผลตอบแทนลูกจ้างด้วยการออกหุ้นใหม่ขายให้ในราคาพิเศษ หรือ การให้รางวัลจับสลาก หรือ การขายตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีส่วนลดหน้าตั๋ว ล้วนทำให้ผู้ซื้อมีรายได้เพิ่ม ต้องเสียภาษี
ประเด็นนี้หารือกับสรรพากรตั้งแต่กลางปีที่แล้ว สรรพากรก็ยืนยันว่าเรื่องนี้ถูกต้อง แต่ก็ไม่ฟังกัน กล่าวหาว่าลูกนายกฯหนีภาษี นายกฯไม่มีจริยธรรม สรรพากรผิดจรรยาบรรณเพราะตีความเข้าข้างรับใช้นายกฯ
หากแคลงใจในแง่กฎหมาย ก็ควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน ไม่ควรเอาเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองไปที่นายกฯและสรรพากร และเป็นสิทธิ์ของประชาชนตามกฎหมาย ที่มีหน้าที่เสียภาษีเท่าที่จำเป็น
หากเสียภาษีเกิน ยังไปเรียกคืนจากสรรพากรได้ ตามที่พวกเราทำยื่นแบบกันทุกปี (เปรียบเหมือนถนนข้างล่างว่างขับรถได้เร็วอยู่แล้ว แต่กลับถูกกล่าวหาว่าการไม่ขึ้นทางด่วนและเสียเงินค่าทางด่วน เป็นการหลีกเลี่ยง)

ตลาดหลักทรัพย์ตั้งใจส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาที่ซื้อขายหุ้นในตลาดไม่มีภาษีจากกำไร เพราะไม่งั้นเสียเปรียบบริษัทนิติบุคคลที่สามารถทำงบกำไรขาดทุน ที่สามารถนำการขาดทุน การเสียภาษีเงินปันผล การเสียภาษีกำไรขายหุ้น ไปหักลบในงบกำไรขาดทุน ทำให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลน้อยลง

บุคคลธรรมดาทำงบไม่ได้ หากขาดทุน เสียภาษี หักลบอย่างอื่นไม่ได้เลย หากตลาดหลักทรัพย์ไม่ส่งเสริมเช่นนี้ นักลงทุน 500,000 คนต้องไปตั้งบริษัทกันหมด วุ่นวายกันใหญ่ ทั้งทำบัญชี สอบบัญชี
ทั้งตัวดร.ทักษิณ ครอบครัว บริษัท และพนักงานกว่า12,000 คน เสียภาษีทุกรูปแบบ ทั้งเงินได้จากเงินปันผล เงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมถึงค่าสัมปทานต่างๆ ทั้งมือถือ ดาวเทียม ฯลฯ ปีละหลายหมื่นล้านบาท สิบกว่าปีนี้หลายแสนล้านบาท เป็นผู้จ่ายภาษีรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของประเทศไทย ร่วม 5% ของยอดจัดเก็บของสรรพกร ทำขนาดนี้ ทั้งผู้ก่อตั้งและตัวบริษัทเอง เป็นผู้เสียภาษีที่รักชาติไม่น้อยกว่าใครที่มาโจมตี (หลายปีก่อนตอนยังทำธุรกิจ ดร.ทักษิณเคยเป็นบุคคลที่เสียภาษีสูงสุดของไทยปีละหลายร้อนล้านบาทหลายปี)

กลุ่มบริษัทชินคอร์ปฯ ได้ชื่อว่า เป็นบริษัทดีเด่นของไทย มูลค่าทางตลาดรวมในตลาดหลักทรัพย์ (Market Capitalization) กว่า 350,000 ล้านบาท เท่ากับ 7% ของทั้งตลาดหุ้นไทย เป็นหนึ่งในสามบริษัทไทยที่ติด 500 อันดับแรกของบริษัทใหญ่ที่สุดในโลกจัดโดยฟอร์จูน (อีกสองบริษัทคือปูนซีเมนต์ไทยและปตท) ได้รับรางวัลจากตลาดหลักทรัพย์ไทยและสถาบันการเงินระหว่างประเทศจำนวนมาก ในความดีเด่นในแง่ผู้บริหาร การจัดการ ธรรมธิบาล การรายงานการเงิน ความเชื่อถือทางการเงิน (เครดิตทางการเงินของเอไอเอส ในเครือชินคอร์ปฯคอร์ป สูงกว่าของรัฐบาลไทย) ทำได้ขนาดนี้ ต้องมีความสามารถและจริยธรรมเพียงพอแน่ +++


ผมอ่านแล้วผมเข้าใจง่ายดีครับ  ซึ่งผมไม่รู้เรื่องหุ้นเลย ไม่มีความรู้จะมาอ้างอิง เลยขอยกมาแปะไว้ที่นี้
ช่วยแย้งให้ชาวบ้านๆอย่างผมเข้าใจหน่อยก็ดีครับ

บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #19 เมื่อ: 04-04-2007, 00:52 »

คงเป็นเพราะพยายามยัดเยียดกฎหมายไทยเพื่อใช้กับบริษัทที่จดทะเบียนนอก ให้เข้ายุคสมัยยัดเยียดนิยม
นายกยัดเยียด รัฐบาลยัดเยียด บริษัทที่จดทะเบียนบนเกาะนี้คนเดียวก็เป็นบริษัทได้ อยู่เมืองไทยไปจดเป็น
ห้างหุ้นส่วนยังไม่ได้ นิยามบริษัทของไทยกะของเกาะนี้มันต่างกันคนละเรื่อง แต่เพราะจดออกมาเป็นภาษา
อังกฤษแปลว่าบริษัท มันก็เลยยัดเยียดเอาความเป็นบริษัทไทยลงไปว่าต้องเป็นนิติบุคคลแบบไทยมีหักภาษี
เงินได้ ณ ที่จ่าย แม้ว่าจะทำธุรกรรมเมืองนอก พวกก็ยังบอกว่าไม่มายื่นที่ไทยต้องโดนปรับหลายพันล้าน หา
ทางเอาผิดอื่นไม่เจอเลยต้องตีความว่าเป็นบริษัทแบบไทยๆ ทั้งที่โครงสร้างคนละเรื่อง
บันทึกการเข้า
northstar
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 635


« ตอบ #20 เมื่อ: 04-04-2007, 01:27 »

มันชอบยัดเยียดหุ้นให้คนใช้ด้วยครับบบบบ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #21 เมื่อ: 04-04-2007, 02:34 »

ผมยอมรับว่าก๊อปมา  ขออนุญาติระกัน

+++กรณีที่หนึ่ง ดร.ทักษิณและภรรยามีหุ้นชินคอร์ปฯ 49% ตั้งบริษัทเอง 22 ปีก่อน เข้าตลาดหุ้น 15 ปีก่อน หุ้นทั้งหมดนี้หากขายให้ลูก คือ พาน/พิณ ทั้งหมด 49% ในตลาดหุ้น จะไม่มีภาษี (เหมือนคนครึ่งล้านที่ลงทุนในตลาดหุ้นอยู่ทุกวัน) เมื่อพาน/พิณขายต่อให้ใคร ก็ไม่มีภาษีอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้น เป็นสิทธิ์พื้นฐานที่มีอยู่แล้วของดร.ทักษิณและลูก คือนักลงทุนบุคคลไม่มีภาษีจากการขายหุ้นในตลาดหุ้น

ดังนั้น ดร.ทักษิณไม่จำเป็นต้องทำอะไรซับซ้อนเพื่อเลี่ยงภาษี (เช่นแอมเพิลริช) เพราะไม่มีภาษีให้ลด
ที่ดร.ทักษิณทำแอมเพิลริชในปี 42 เพราะจะเอาชินคอร์ปฯเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ (ดู หนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใน เอกสารประกอบ) ตอนหลังตลาดหุ้นสหรัฐตกมาก เลยหยุดแผน (ดู ข่าวชินคอร์ประงับเข้าตลาดแนสแดค ในเอกสารประกอบ) แต่หุ้นชินคอร์ปฯ 11% ก็อยู่ที่แอมเพิลริชไปเรื่อยๆ ปลายปี 43 ก่อนเป็นนายกฯ ดร. ทักษิณก็ขายโอนแอมเพิลริชให้ลูก
กรณีที่สอง ต้นปี 49 ที่จริงพาน/พิณสามารถขายแอมเพิลริช (ที่ถือหุ้นชินคอร์ปฯอยู่) ให้ผู้ซื้อในต่างประเทศได้เลย ไม่มีภาษี เป็นสิทธิพื้นฐานเช่นกัน แต่เงินจะอยู่นอกประเทศ (อาจโดนว่าเก็บเงินนอกประเทศ)

แย้งตามกรณีที่หนึ่ง

1. อย่าอ้างสิทธิพื้นฐานเพราะกรณีนี้ไม่ได้ทำธุรกรรมกับแบบพื้นฐาน แต่ทำแบบโยกไปย้ายมา

2. ถ้ากรณีแอมเพิลริชเกิดจากชินคอร์ปมีวัตถุประสงค์เอาหุ้นเข้าตลาดหุ้นสหรัฐจริง ก็ถือว่าทำแปลกๆ
    แทนที่ชินคอร์ปซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจะตั้งบริษัทลูกที่มีชินคอร์ปถือหุ้น แล้วมาซื้อหุ้นชินคอร์ป
    ซึ่งอาจใช้วิธีเพิ่มทุนตามจำนวนที่ต้องการขายในตลาดหุ้นสหรัฐ

    กลายเป็นทักษิณออกเงินไม่ถึงสิบดอลลาห์ตั้งแอมเพิลริช แล้วให้แอมเพิลริชกู้เงินทักษิณเอง
    มาซื้อหุ้นที่อยู่ในมือทักษิณไปถือไว้ 11% ซึ่งเท่ากับเป็นเรื่องส่วนตัวของทักษิณเองคนเดียว
    ไม่ใช่การจะเอาชินคอร์ปเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ แต่เป็นแค่การเตรียมจะเอาหุ้นของตัวเองไปขาย
    และราคาที่ขายให้แอมเพิลริชคือหุ้นละ 10 บาท ก่อนชินคอร์ปจะแตกพาร์ทำให้จำนวนหุ้น
    ในมือแอมเพิลริชเพิ่มขึ้น 10 เท่าแต่ราคาเหลือหุ้นละ 1 บาท

    ในการนี้หากแอมเพิลริชเอาหุ้นชินคอร์ปในมือไปขายในตลาดหุ้นสหรัฐได้สำเร็จ  ชินคอร์ปจะไม่ได้
    เงินทุนเพิ่มจากกรณีนี้แม้แต่บาทเดียว ดังนั้นที่แถลงว่าชินคอร์ปมีแผนจะเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ
    จึงต่อไม่ติดกับเรื่องแอมเพิลริชที่เป็นเรื่องส่วนตัวทักษิณคนเดียว

    สังเกตว่า ณ จุดนี้แอมเพิลริชติดหนี้เงินกู้ทักษิณเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาทและคาดว่า
    ยังคงติดหนี้อยู่จนถึงปัจจุบัน แต่ปัจจุบันกลับมีมาดามที่ไหนไม่รู้มาซื้อไปแล้ว (พร้อมหนี้?)
    ทั้งที่บริษัทไม่เหลือทรัพย์สินอะไรสักอย่าง  เอ.. หรือว่าแอมเพิลริชจะเอาเงินที่ได้จาก
    ขายหุ้น SHIN ให้โอ๊ค+เอมไปใช้หนี้คืนทักษิณแล้ว ว่าแต่แล้ว โอ๊ค+เอม เอาเงินที่ไหน
    ไปซื้อหุ้น SHIN จากแอมเพิลริชหรือว่าก็กู้ทักษิณเหมือนกัน หรือว่าตอนนี้ โอ๊ค+เอม
    ติดหนี้ค่าหุ้นแอมเพิลริชอยู่ ถ้าอย่างนั้นแอมเพิลริชก็ยังไม่มีเงินคืนทักษิณสิแล้วมาดาม
    อะไรนั่นนึกยังไงมาซื้อแอมเพิลริชตั้งบริษัทใหม่ไม่ง่ายกว่าหรือ อะไรมันจะยุ่งขนาดนั้น 
   
    ที่สำคัญทักษิณเคยแจ้งหรือเปล่าว่ามีทรัพย์สินจากการเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ของแอมเพิลริช
    ถ้าไม่เคยแจ้งก็ตกกรณีซุกหุ้นอีกแล้วครับ ไม่จบไม่สิ้นเสียทีเรื่องนี้


แย้งตามกรณีที่สอง

3. ผมก็ไม่ทราบว่าจะกลัวเงินอยู่นอกประเทศทำไม เป็นเหตุผลที่ฟังดูไม่เข้าท่าอะไรเลย
    เหตุผลจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องอื่น เช่นเป็นเพราะสิงคโปร์ไม่อยากซื้อจากแอมเพิลริชตรงๆ
    หรืออยากฟอกทรัพย์สินที่ซุกไว้ต่างประเทศมานานให้กลับมาอยู่ในมืออย่างมีหลักฐาน
   
    ที่สำคัญถ้ากลัวเงินอยู่นอกประเทศแล้วจะถูกครหาจริง ทำไมจนป่านนี้สาธารณชน
    ยังไม่รู้เลยว่าเงินขายหุ้น SHIN 73,000 ล้านบาทอยู่ในมือใคร บัญชีธนาคารไหน
    สับสนกันไปหมดทั้งที่ผ่านมาเป็นปี  มันยิ่งกว่ากรณีเงินอยู่นอกประเทศตามที่อ้าง
    เพราะเงินอยู่ไหนไม่มีใครรู้สักคน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2007, 03:06 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #22 เมื่อ: 04-04-2007, 03:04 »

กรณีที่สาม ดังนั้น เพื่อจะขายให้เงินอยู่ในประเทศ พาน/พิณ ในฐานะเจ้าของแอมเพิลริช ทำการโอนหุ้นชินคอร์ปฯที่แอมเพิลริชถืออยู่ มาถือเองโดยตรง และเมื่อขายให้ผู้อื่นในตลาดหุ้น ทั้งส่วน 38% แรกที่ถือตรงอยู่แล้ว บวกกับอีก 11% ที่มาถือตอนหลังโอนมาจากแอมเพิลริช (คืนสู่เหย้า)รวม 49% ก็ไม่มีภาษี

ปรากฏว่า ส่วนแอมเพิลริช 11% ถูกกล่าวหาว่าหนีภาษี ทั้งที่เป็นสิทธิ์แต่เดิมที่ไม่มีภาษี หากขายแอมเพิลริชในต่างประเทศเหมือนในกรณีที่สอง หรือหากถือตรงมาตลอดโดยไม่มีแอมเพิลริชเหมือนในกรณีที่หนึ่ง
ข้อกล่าวหาคือ การที่แอมเพิลริชโอนหุ้นชินคอร์ปฯให้พาน/พิณที่ราคาพาร์ 1 บาท ทั้งคู่ต้องเสียภาษีเพราะมีเงินได้เพิ่ม (ได้มา 1 บาท ขาย 49 บาท เป็นกำไร 48 บาทที่ต้องเสียภาษี) หรือจะเป็นเหมือนกรณีบริษัทออกหุ้นจูงใจพนักงานในราคาถูกพิเศษ (สต็อกออปชั่น หรือ ESOP) ว่า ต้องเสียภาษีส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นชินคอร์ปฯที่ ซื้อขายในตลาดกับราคาที่ได้มา (ได้มา 1 บาท ในวันที่หุ้นชินคอร์ปฯราคา 42 บาท เป็นกำไร 41 บาท ซึ่งหากจะเสียภาษีต้องจ่ายวันที่ซื้อ ไม่ใช่วันที่ขายที่ 49 บาทไม่มีภาษีเพราะได้เป็นเจ้าของหุ้นนั้นแล้ว)

ข้อกล่าวหานี้ เป็นการตีความคนละหลักการ

เพราะทั้งพาน/พิณเป็นเจ้าของแอมเพิลริชก็ถือว่าเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปฯ 11% นี้อยู่แล้ว เป็นบุคคลเดียวกันดังที่รายงานตลาดหุ้นมาตลอด ดังนั้น การที่แอมเพิลริชโอนหุ้นชินคอร์ปฯ 11% ที่ถืออยู่ ให้พาน/พิณถือเองโดยตรงในราคาพาร์ ไม่ทำให้พาน/พิณมีรายได้เพิ่ม เพราะเป็นหุ้นและต้นทุนของตนแต่เดิม
เป็นคนละกรณีกับ นายจ้างจ่ายผลตอบแทนลูกจ้างด้วยการออกหุ้นใหม่ขายให้ในราคาพิเศษ หรือ การให้รางวัลจับสลาก หรือ การขายตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีส่วนลดหน้าตั๋ว ล้วนทำให้ผู้ซื้อมีรายได้เพิ่ม ต้องเสียภาษี
ประเด็นนี้หารือกับสรรพากรตั้งแต่กลางปีที่แล้ว สรรพากรก็ยืนยันว่าเรื่องนี้ถูกต้อง แต่ก็ไม่ฟังกัน กล่าวหาว่าลูกนายกฯหนีภาษี นายกฯไม่มีจริยธรรม สรรพากรผิดจรรยาบรรณเพราะตีความเข้าข้างรับใช้นายกฯ
+++ [/size]

ผมอ่านแล้วผมเข้าใจง่ายดีครับ  ซึ่งผมไม่รู้เรื่องหุ้นเลย ไม่มีความรู้จะมาอ้างอิง เลยขอยกมาแปะไว้ที่นี้
ช่วยแย้งให้ชาวบ้านๆอย่างผมเข้าใจหน่อยก็ดีครับ


แย้งตามกรณีที่สาม

1. ก่อนหน้าที่จะเปิดเผยเรื่องขายแอมเพิลริชให้โอ๊ค ทักษิณเคยบอกแค่ว่าขายให้คนอื่น
    ไปแล้วเท่านั้น จนภายหลังถึงมีการยื่นหลักฐานวาขายให้กับโอ๊ค ก็ไม่ทราบเหตุผล
    ว่าทำไมตอนนั้นเรียกลูกตัวเองว่า "คนอื่น"

2. การขายโอนบริษัทแอมเพิลริชให้กับโอ๊คก่อนเป็นนายกฯ มีมูลค่าหุ้นตามทุนจดทะเบียน
    ของแอมเพิลริชไม่ถึง 10 ดอลลาห์ด้วยซ้ำ แต่ได้เป็นเจ้าของบริษัทซึ่งถือหุ้นชินคอร์ป
    ที่มีมูลค่าแค่คิดตามราคาพาร์ก็หลายร้อยล้านบาท  สังเกตว่า ณ จุดนี้หุ้นชินคอร์ปยังเป็น
    ของบริษัทแอมเพิลริชไม่ใช่ของโอ๊ค

3. ต่อมาเมื่อ เอม บรรลุนิติภาวะ โอ๊ครโอนหุ้นแอมเพิลริชให้กับเอมจำนวนหนึ่งแต่ไม่ถึงครึ่ง
    ก็คือในจำนวนทุนจดทะเบียนไม่ถึง 10 ดอลลาห์เหมือนเดิม ไม่ได้มีการโอนหุ้นชินคอร์ป
    ให้กับเอมในตอนนี้ และถ้าจะนับตามสิทธิในบริษัทแอมเพิลริช เอมก็มีสิทธิไม่ถึงครึ่งคือ
    ถ้าจำไม่ผิดได้หุ้นจากโอ๊คไปประมาณ 20% คือ 1 ใน 5 เท่านั้น (ดอลลาห์เดียว)

4. ต่อมาอีกในวันศุกร์อาถรรพ์ที่กฎหมายฉบับนึงผ่านสภาพอดิบพอดี แอมเพิลริชได้ขายโอน
   หุ้นชินคอร์ปที่ถือไว้ 11% ให้กับโอ๊คและเอม "คนละครึ่ง" พอดิบพอดี  ในเมือเอมเป็น
   เจ้าของแอมเพิลริชแค่ 20% จะมีสิทธิในหุ้น SHIN ของแอมเพิลริชครึ่งนึงได้ยังไง?

   เหตุผลจริงๆ ที่อธิบายได้ก็คือการเป็นผู้ถือหุ้นแอมเพิลริช ไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของ
   หุ้น SHIN ในมือแอมเพิลริชโดยตรงแต่ประการใด  การอ้างเป็นบุคคลเดียวกันเป็นเจ้าของ
   หุ้น SHIN มาตั้งแต่ต้นตามข้อความของคุณ candlestick ที่คุณก๊อปมาจึงเป็นการอ้างผิดๆ
   ไม่ถูกต้องตามหลักการทั้งสิ้น นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา เป็นคนละบุคคลกันเสมอครับ
   ตามกฎหมายจะตีความเป็นบุคคลเดียวกันไม่ได้ และถ้าทำได้แบบนั้นก็ยุ่งตายเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2007, 03:10 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 04-04-2007, 04:32 »

รู้จักตำนาน "ศรีธนญชัย" ไหมครับ
ยายบอกว่า ขอให้ "ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า"
สุดท้ายขนมของยายที่ฝากขายถูกทิ้งลงน้ำหมด

 Exclamation Exclamation Exclamation
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 04-04-2007, 08:29 »

หุหุ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #25 เมื่อ: 04-04-2007, 09:19 »

ผิดตั้งแต่จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินแล้วครับ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #26 เมื่อ: 04-04-2007, 09:37 »

ผมขอเสริมคุณจีระศักดิ์ ซักนิด......ข่ออ้างเรื่องการไปจดทะเบียนบริษัทฯ ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น เพื่อรอเข้าไปลิสต์ในแนสแด็ก ........ถือเป็นเหตุผลที่ห่วยจริง ๆ เอาไว้หลอกรากแก้ว หรือ ลิ่วล้อ น่าจะพอไหว.........

ตลาดหลักทรัพย์ ในสหรัฐอเมริกา ถือว่า เป็นตลาดที่มีความโปร่งใสอันดับต้น ๆ แล้ว ดูเหมือนเค้าจะประกาศชัดเจน ว่าไม่รับบริษัทฯ ทีจดทะเบียน ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น........เรื่องนี้ คนเลื่ยงภาษีเป็นอาชีพ อย่าง ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร รู้ดีอยู่แล้วครับ
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 04-04-2007, 09:51 »

ผมขอเสริมคุณจีระศักดิ์ ซักนิด......ข่ออ้างเรื่องการไปจดทะเบียนบริษัทฯ ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น เพื่อรอเข้าไปลิสต์ในแนสแด็ก ........ถือเป็นเหตุผลที่ห่วยจริง ๆ เอาไว้หลอกรากแก้ว หรือ ลิ่วล้อ น่าจะพอไหว.........

ตลาดหลักทรัพย์ ในสหรัฐอเมริกา ถือว่า เป็นตลาดที่มีความโปร่งใสอันดับต้น ๆ แล้ว ดูเหมือนเค้าจะประกาศชัดเจน ว่าไม่รับบริษัทฯ ทีจดทะเบียน ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น........เรื่องนี้ คนเลื่ยงภาษีเป็นอาชีพ อย่าง ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร รู้ดีอยู่แล้วครับ


เข้ามาขำ...
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #28 เมื่อ: 04-04-2007, 12:07 »

ทักษิณบอก ตด ผมหอม พวกนี้ก็จะหาเหตุผล ให้ตดทักษิณหอมให้ได้หล่ะครับ

อาจจะบอกว่า ลำใส้ใหญ่ของทักษิณ มีสารอโลม่าเทอราฟี ทำให้ กลิ่นมันออกมาผิดกับมนุษย์คนอื่นประมาณนั้น 

คุณเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ อยู่แล้ว ไม่ต้องมาอ้างให้มากมาย

เถียงกันไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าคุณอคติ ว่ายังไงก็ไม่ผิด

หากสืบสวนสอบสวนหาความจริงแล้ว แม้แต่ศาลพวกคุณยังไม่ยอมรับ แล้ว จะมาอ้างเหตุผลอะไรอีก

ใครก็ไม่รู้บอกไม่ผิดคุณก็เชื่อ คตส บอกผิดคุณกลับไม่เชื่อ

คตส ท่านเปิดเผย ท่านตรวจสอบไปตามหลักฐานและพยาน

หากผิดก็สามารถตรวจสอบถึงที่มาที่ไปได้

แต่ใครก็ไม่รู้ในเวปบอร์ด คุณกลับเชื่อ

แล้วใครก็ไม่รู้ในเวปบอร์ด อีกหลายคน บอกว่า ผิด คุณกลับไม่เชื่อ

เอาไปคิดเองแล้วกันครับ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
Tam-mic-ra
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


« ตอบ #29 เมื่อ: 04-04-2007, 12:24 »

สวัสดีครับคุณจี  ไม่ได้เจอนานเลย


เรียน  buntoshi     
ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ใจเอียงขนาดตดทักษิณหอม  ทักษิณทำอะไรก็ถูกหมด
ว่ากันตามข้อมูลดีกว่า  ถ้าคุณคิดแบบนี้  ผมว่าเสวนาไปก้ไม่มีประโยชน์ เพราะคุณเองนั่นแหละที่เชื่อว่าทักษิณทำอะไรก็ต้องผิด

คตส  หรือหน่วยงานใดที่รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้น  ใครๆก็รู้ว่าจัดตั้งเอาพวกตัวเองเข้ามา   ที่ซึ่งมีอคติกับระบอบทักษิณทั้งสิ้น
ที่สำคัญ ประชาชนไม่ได้เป็นผู้เลือกพวกเขาเข้ามาเลย   หน่วยงานที่ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง จัดตั้งกันเองแบบนี้   จึงไม่เหมาะที่จะชมผลงานตัวเองครับ


เรื่องหุ้น  ผมขอแปะอีกลิ้งค์นึงครับ  ยอมรับว่าพูดเองไม่เป็น  เพราะไม่ค่อยแม่นเท่าไรครับ
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5288221/P5288221.html#48

บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #30 เมื่อ: 04-04-2007, 13:27 »

คงเป็นเพราะพยายามยัดเยียดกฎหมายไทยเพื่อใช้กับบริษัทที่จดทะเบียนนอก ให้เข้ายุคสมัยยัดเยียดนิยม
นายกยัดเยียด รัฐบาลยัดเยียด บริษัทที่จดทะเบียนบนเกาะนี้คนเดียวก็เป็นบริษัทได้ อยู่เมืองไทยไปจดเป็น
ห้างหุ้นส่วนยังไม่ได้ นิยามบริษัทของไทยกะของเกาะนี้มันต่างกันคนละเรื่อง แต่เพราะจดออกมาเป็นภาษา
อังกฤษแปลว่าบริษัท มันก็เลยยัดเยียดเอาความเป็นบริษัทไทยลงไปว่าต้องเป็นนิติบุคคลแบบไทยมีหักภาษี
เงินได้ ณ ที่จ่าย แม้ว่าจะทำธุรกรรมเมืองนอก พวกก็ยังบอกว่าไม่มายื่นที่ไทยต้องโดนปรับหลายพันล้าน หา
ทางเอาผิดอื่นไม่เจอเลยต้องตีความว่าเป็นบริษัทแบบไทยๆ ทั้งที่โครงสร้างคนละเรื่อง


ยัดเยียด.........
เวลานีระบบตุลาการภิวัฒน์ของเรา ให้ความเชื่อถือแก่คนไทยและคนต่างชาติมากกว่าสหรัฐและสิงกะโปโตก ด้วยซ้ำไป......


เวลานี้ชาวต่างชาติ ยกเว้นสิงกะโปโตกบางส่วน ยังให้ความเชื่อถือการตรวจสอบ การสอบสวนของคณะกรรมการ คตส. คณะกรรมการ ปปช. และ ศาลปกครองสูงสุด มากกว่าคนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #31 เมื่อ: 04-04-2007, 13:34 »

ผมขอเสริมคุณจีระศักดิ์ ซักนิด......ข่ออ้างเรื่องการไปจดทะเบียนบริษัทฯ ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น เพื่อรอเข้าไปลิสต์ในแนสแด็ก ........ถือเป็นเหตุผลที่ห่วยจริง ๆ เอาไว้หลอกรากแก้ว หรือ ลิ่วล้อ น่าจะพอไหว.........

ตลาดหลักทรัพย์ ในสหรัฐอเมริกา ถือว่า เป็นตลาดที่มีความโปร่งใสอันดับต้น ๆ แล้ว ดูเหมือนเค้าจะประกาศชัดเจน ว่าไม่รับบริษัทฯ ทีจดทะเบียน ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น........เรื่องนี้ คนเลื่ยงภาษีเป็นอาชีพ อย่าง ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร รู้ดีอยู่แล้วครับ


เข้ามาขำ...


คนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก ศรัทธาบริษัทจดทะเบียนในเกาะบริติชเวอร์จิน
ตาม"นายผู้ชาย"ของพวกเขา.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

พวกเขาจะบอก"รากหญ้า"ว่า เกาะบริติชเวอร์จิน ไม่ดี "นายผู้ชาย"
จะไม่ให้บริษํทฯ ไปจดทะเบียนร๊อกกก.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



ผมจะติดตามการสอบสวน การวินิจฉัยของคณะกรรมการ คตส. คณะกรรมการ ปปช.
 และศาลสถิตยุติธรรม มากกว่า "ใครก็ไม่รู้" ที่พยายาม"ตีความ"เข้าข้าง"นายผู้ชาย"
และ "นายผู้หญิง"ของพวกเขา...

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #32 เมื่อ: 04-04-2007, 13:41 »

สวัสดีครับคุณจี  ไม่ได้เจอนานเลย


เรียน  buntoshi     
ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ใจเอียงขนาดตดทักษิณหอม  ทักษิณทำอะไรก็ถูกหมด
ว่ากันตามข้อมูลดีกว่า  ถ้าคุณคิดแบบนี้  ผมว่าเสวนาไปก้ไม่มีประโยชน์ เพราะคุณเองนั่นแหละที่เชื่อว่าทักษิณทำอะไรก็ต้องผิด

คตส  หรือหน่วยงานใดที่รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้น  ใครๆก็รู้ว่าจัดตั้งเอาพวกตัวเองเข้ามา   ที่ซึ่งมีอคติกับระบอบทักษิณทั้งสิ้น
ที่สำคัญ ประชาชนไม่ได้เป็นผู้เลือกพวกเขาเข้ามาเลย   หน่วยงานที่ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง จัดตั้งกันเองแบบนี้   จึงไม่เหมาะที่จะชมผลงานตัวเองครับ


เรื่องหุ้น  ผมขอแปะอีกลิ้งค์นึงครับ  ยอมรับว่าพูดเองไม่เป็น  เพราะไม่ค่อยแม่นเท่าไรครับ
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5288221/P5288221.html#48



นี่ไงครับการใส่ร้าย คุณกล่าวหาว่า ผมเชื่อว่าทักษิณ ทำอะไรก็ผิด ตรงใหนหล่ะครับ

ทักษิณตด ผมก็ยอมรับ ว่าคนทั่วไปเค้าก็ทำไม่ได้ไปกล่าวหาว่า เค้าตดแล้วเค้าผิดไอ้ทรราช สักหน่อย

ผมก็เชื่อไปตามหลักฐานและเหตุผลรวม ถึง หลักความจริง ตามจริต ที่ผมจะคิดได้

ส่วน คตส นั้น ที่คุณว่าอคติ นายกอะไรที่ถูกคนอื่นใส่ร้ายได้เยอะขนาดนี้ เอาหล่ะครับ คตส เค้าสืบหาหลักฐานความผิด สุดท้ายคำตัดสิน ก็ขึ้นอยู่กับศาล

ซึ่ง ศาล คุณว่าใครเป็นคนตั้งขึ้นมาครับ พวกคุณจะยอมรับหรือเปล่า

ศาลนักการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลฎีกา

ศาลมีตั้งแต่ยุคสมัยใหน ก่อนท่านเหลี่ยมของคุณมาเป็นนายกซะอีก

สุดท้ายพวกคุณจะยอมรับอะไรหล่ะครับ

ผมเคยบอกไปแล้ว หากศาลตัดสิน ยังไงผมก็จะยอมรับ หากทักษิณไม่มีความผิดเลย ผมนี่แหล่ะ จะกลับตัว มาโพสต์ขอโทษ และ จะหาทาง ไปมอบ ดอกไม้ ให้ ท่านทักษิณผู้บริสุทธิ์ ที่มีแต่คนใส่ร้าย ถ้าท่านอยู่เมืองนอก ผมจะไปยื่นดอกไม้ถึงเมืองนอกเลยครับ

แต่พวกคุณเคยยอมรับอะไรบ้างไหม ยอมรับในความเห็นที่ทักษิณถูกเท่านั้นหรือเปล่า

แล้วความเห็นที่ทักษิณผิดหล่ะ

บอกว่าหาหลักฐานมาสิ แต่ตัวเองไปกล่าวหาคนอื่นก็ไม่มีหลักฐานเหมือนกัน

บอกว่าศาลตัดสินสิ พอศาลตัดสินก็ไม่ยอมรับ มันก็เป็นวงจรอุบาท ที่ ตั้งธงไว้แล้วว่าทักษิณไม่ผิด สุดท้ายก็ไม่ยอมรับอะไร

ถ้าคุณจะเถียงต่อ รบกวน คุณบอกหน่อยนะครับ ว่าพวกคุณยอมรับอะไรบ้าง ใครที่บอกว่าผิดคุณถึงจะยอมรับ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
Tam-mic-ra
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


« ตอบ #33 เมื่อ: 04-04-2007, 13:57 »

ไทกร อดีตสมาชิกพรรคปะชาธิปัด เคยบอกว่าศาลล๊อปบี้ได้ไม่ใช่เหรอครับ

เอาล่ะ    ......ก่อนที่จะไปถึงว่าฝ่ายผม-ฝ่ายคุณ   จะเชื่อศาลหรือไม่
ศาลอาจจะยกฟ้องหรือตัดสินว่าผิดจริง


ณ กระทู้นี้  เรากำลังเสวนาเรื่องข้อกฎหมาย  และพฤติกรรมของครอบครัวนายกทักษิณในกรณี  ขายหุ้นฯ
โดยก่อนที่เรื่องจะถึงศาล

ผมว่าไม่แปลกตรงไหน 
ไม่ดีเหรอครับ  ข้อมูลเรื่องขายหุ้นในขณะที่คุยกันนี้ ผู้อ่านเป็นคนวินิจฉัยได้ตามข้อมูลแต่ละฝ่าย

ก็จะได้รู้ว่าธงของฝ่ายไหนกันแน่

ที่ถูกตั้งเอาไว้แล้ว
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #34 เมื่อ: 04-04-2007, 15:16 »

สวัสดีครับคุณจี  ไม่ได้เจอนานเลย


เรียน  buntoshi     
ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ใจเอียงขนาดตดทักษิณหอม  ทักษิณทำอะไรก็ถูกหมด
ว่ากันตามข้อมูลดีกว่า  ถ้าคุณคิดแบบนี้  ผมว่าเสวนาไปก้ไม่มีประโยชน์ เพราะคุณเองนั่นแหละที่เชื่อว่าทักษิณทำอะไรก็ต้องผิด

คตส  หรือหน่วยงานใดที่รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้น  ใครๆก็รู้ว่าจัดตั้งเอาพวกตัวเองเข้ามา   ที่ซึ่งมีอคติกับระบอบทักษิณทั้งสิ้น
ที่สำคัญ ประชาชนไม่ได้เป็นผู้เลือกพวกเขาเข้ามาเลย   หน่วยงานที่ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง จัดตั้งกันเองแบบนี้   จึงไม่เหมาะที่จะชมผลงานตัวเองครับ


เรื่องหุ้น  ผมขอแปะอีกลิ้งค์นึงครับ  ยอมรับว่าพูดเองไม่เป็น  เพราะไม่ค่อยแม่นเท่าไรครับ
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5288221/P5288221.html#48

เช่นกันครับคุณ Tam-mic-ra ระยะหลังมานี้ไม่ค่อยเจอกันเลย

ผมตามลิงค์ที่คุณให้มาไปอ่านดูแล้วก็ยังเห็นคนหลงประเด็นเรื่องบุคคลกับนิติบุคคล
เรื่องนี้อย่างน้อยมี 4 บุคคลแยกจากกัน ทักษิณ โอ๊ค เอม เป็นบุคคลธรรมดา ส่วน
แอมเพิลริชเป็นนิติบุคคล  ขอยืนยันว่าทั้ง 4 บุคคลแยกจากกันโดยชัดเจนแน่นอน
ในทางกฎหมาย

การที่ทักษิณขายโอนหุ้น SHIN ให้แอมเพิลริช ในตอนแรก แล้วอ้างว่ากรรมสิทธิ
ในหุ้น SHIN ยังเป็นของบุคคลเดิมอาจพออ้างได้เพราะทักษิณถือหุ้นแอมเพิลริช
เต็ม 100% ตั้งแต่ต้น

แต่หลังจากขายโอนแอมเพิลริชให้โอ๊คแล้ว ต้องถือว่ากรรมสิทธิ์เปลี่ยนเจ้าของ
ทั้งหุ้นในแอมเพิลริช และอาจหมายรวมถึงหุ้น SHIN ในมือแอมเพิลริชด้วย
อย่างไรก็ตามโอ๊คถือหุ้นแอมเพิลริช 100% จะอ้างว่ามีหุ้น SHIN อยู่ในมือ
11% ก็คงพอจะอ้างได้อยู่

แต่.. หลังจากโอ๊คโอนหุ้นแอมเพิลริชบางส่วนให้เอมแล้ว ทำให้แอมเพิลริช
มีเจ้าของ 2 คนจะอ้างว่า แอมเพิลริชเป็นบุคคลเดียวกับโอ๊คเอมคงไม่ได้แล้ว
คงต้องบอกว่าเป็นโอ๊ค 4/5 และเป็นเอม 1/5 ดังนั้นพอถึงเวลาจะขายหุ้น
SHIN ให้สิงคโปร์จะขายให้โอ๊คเอมคนละครึ่งไม่ได้ มันแย้งกันเอง

ข้ออ้างที่ว่า ทักษิณ โอ๊คเอม แอมเพิลริช เป็นบุคคลเดียวกันจึงไม่ใช่จะ
นำมาอ้างได้ตลอดธุรกรรม และควรเลิกอ้างได้แล้ว  ยิ่งถ้าอ้างว่าโอ๊ค
ถือหุ้นต่อจากทักษิณเลยไม่ต้องเสียภาษี เพราะได้สิทธิต่อเนื่องกันมา
ก็จะกลายเป็นเรื่องซุกหุ้น และโอ๊คเอมเป็นนอมินีเข้าไปอีก

...

ประเด็นที่นำเสนอเพิ่มในลิงค์นั้นก็คือเรื่องสถานที่ตกลงซื้อขายหุ้น SHIN
ในมือแอมเพิลริชให้กับโอ๊คเอม ที่ว่าซื้อขายกันในประเทศสิงคโปร์ก็เลย
ทำให้โอ๊คเอมไม่ต้องเสียภาษีนั้น

ผมไม่แน่ใจว่าเขาคิดกันอย่างไรเพราะคงต้องไปค้นประมวลกฎหมาย
แต่อาศัยหลักพื้นฐานมาพิจารณาเบื้องต้น ผมคิดว่าโอ๊คเอมเป็นบุคคล
สัญชาติไทย ซื้อหุ้น SHIN ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย
น่าจะเท่ากับว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นในประเทศไทย (อย่าอ้างหลักบุคคล
เดียวกัน แล้วบอกว่าทั้ง 2 คนไม่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น  ถ้าอ้างหลักนั้น
โอ๊คเอมจะซื้อหุ้น SHIN จากแอมเพิลริชคนละครึ่งจาก 11% ไม่ได้)

และถ้าสามารถอ้างสถานที่ตกลงซื้อขายในต่างประเทศเป็นเหตุให้
ไม่ต้องจ่ายภาษีคงจะวุ่นวายพิลึก อย่างจะซื้อขายอะไรกันก็ข้ามไป
ตกลงกันฝั่งลาวฝั่งเขมรแค่นั้น ถ้ากรมสรรพากรยอมรับหลักการนี้
ต่อไปก็ไม่ได้เก็บภาษีอะไรกันแล้วกระมัง  เพราะหนีไปทำธุรกรรม
กันที่ประเทศเพื่อนบ้านหมด

...

เรื่องจงใจเลี่ยงภาษีหรือเปล่านั้น การสร้างธุรกรรม (ทุรกรรม) อำพราง
ว่ามีการซื้อขายหุ้นให้กันทั้งที่ไม่มีการซื้อขายจริง  โดยผู้ซื้อกู้เงินผู้ขาย
มาจ่ายค่าหุ้น มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว จะตีความเสียว่าเป็นการทำธุรกรรม
เพื่อให้ถือหุ้นแทนแบบนอมินีก็ยังได้

พ่อแม่ลูก พี่น้อง เป็นคนละบุคคลกันตามกฎหมายจึงถือว่าการได้รับหุ้น
ในราคาต่ำกว่าราคาตลาดเป็นรายได้แก่ผู้ซื้อ ถ้าซื้อขายผ่านตลาดหลัก-
ทรัพย์ก็แล้วไป แต่ซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ต้องจ่ายภาษี จะอ้างว่า
เป็นการตกลงซื้อขายกันนอกประเทศก็ต่อสู้กันไป แต่ผมคิดว่าอ้างไม่ขึ้น

...

ความจริงประเด็นที่ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ผมเองก็ยังมีข้อสงสัย
ว่าโดยเจตนารมณ์ของการงดเว้นภาษีการซื้อขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์
ควรรวมกรณี Big Lot แบบนี้เข้าไปด้วยหรือเปล่า  ในเมื่อวัตถุประสงค์
ของการมีตลาดหลักทรัพย์ก็เพื่อให้เกิดการประกาศขายต่อสาธารณะและ
ผู้ที่ประสงค์จะซื้อก็ประกาศซื้อต่อสาธารณะ  แต่การขาย Big Lot เป็นเรื่อง
ส่วนตัวของผู้ซื้อผู้ขายที่ตกลงกันเองมาจากนอกตลาด แล้วเอาเข้ามาขาย
ผ่านตลาดแค่ไม่กี่วินาทีเพื่อจะไม่ต้องจ่ายภาษี โดยสาธารณะไม่มีโอกาส
มีส่วนร่วมในการซื้อหรือขายรายการนั้นๆ เลย

ในความเห็นผมการขายแบบ Big Lot ไม่ควรให้ขายผ่านตลาดหลักทรัพย์
ด้วยซ้ำ เพราะไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์ต่อสาธารณะแต่อย่างใด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2007, 15:36 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #35 เมื่อ: 04-04-2007, 15:31 »

ไทกร อดีตสมาชิกพรรคปะชาธิปัด เคยบอกว่าศาลล๊อปบี้ได้ไม่ใช่เหรอครับ

เอาล่ะ    ......ก่อนที่จะไปถึงว่าฝ่ายผม-ฝ่ายคุณ   จะเชื่อศาลหรือไม่
ศาลอาจจะยกฟ้องหรือตัดสินว่าผิดจริง


ณ กระทู้นี้  เรากำลังเสวนาเรื่องข้อกฎหมาย  และพฤติกรรมของครอบครัวนายกทักษิณในกรณี  ขายหุ้นฯ
โดยก่อนที่เรื่องจะถึงศาล

ผมว่าไม่แปลกตรงไหน 
ไม่ดีเหรอครับ  ข้อมูลเรื่องขายหุ้นในขณะที่คุยกันนี้ ผู้อ่านเป็นคนวินิจฉัยได้ตามข้อมูลแต่ละฝ่าย

ก็จะได้รู้ว่าธงของฝ่ายไหนกันแน่

ที่ถูกตั้งเอาไว้แล้ว


ก็ดีครับ เชิญถก เชิญ แสดงความคิดเห็นได้ตามสบาย ดีกว่าด่า และก็บอกว่าอีกฝ่าย อคติ แล้วก็เกลียดกัน ด่ากัน

แต่สุดท้าย มันก็ต้องมี ฝ่าย ถูกฝ่ายผิด ใช่ไหมครับ

ความจริงมันมีอย่างเดียวใช่หรือเปล่า

ถ้ายอมรับว่าความจริงมีอย่างเดียว การแสดงความคิดเห็น จะเกิดประโยชน์ครับ เพราะยอมรับความเห็นคนอื่น

เมื่อตัวเองผิดก็ต้องยอมรับว่าผิด เช่นกัน ถ้าตัวเองถูกก็สมควรที่จะถูกยอมรับว่าถูก
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: 04-04-2007, 15:46 »

ถ้าอยากจะอ้างว่าเป็นของคนเดียวตั้งแต่ต้น อย่างงั้นคุณทักษิณอาจจะโดนข้อหาซุกหุ้นและการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จอีกหลายกรรมหลายวาระนะคะ เพราะเท่ากับว่า ลูกๆ เป็นนอมินีอย่างที่คุณจีฯ ว่า โทษแจ้งบัญชีเป็นเท็จ คดีนักการเมืองนี่ เว้นวรรค 5 ปี 4 กรรม 20 ปีนะคะ เอามั้ยหล่ะ 

อ้อ ถ้าจำไม่ผิดอยู่ในกฎหมายประกอบ ไม่ใช่ในรธน. 40 นะคะ แบบว่า โดนอยู่ดีว่างั้นเหอะ 

อ้อ อีกที เห็นว่า เค้าไปค้นดูแล้วว่า ตอนแจ้งบัญชีทรัพย์สินสมัยแรกหน่ะ ที่อ้างว่าขายให้โอ๊ค โดยโอ๊คกู้เงินมาจ่ายพ่อหน่ะ จะไปดูว่าแจ้งว่าเป็นเจ้าหนี้โอ๊คอยู่ด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่มีหล่ะก็ ........   

ดิ้นเข้านะ (เนี่ยน้า ไม่ซุกแต่แรกก็ไม่เจอแบบนี้หรอก เค้าเรียกว่า คนเข้ามาก็ตั้งท่าโกหก ความเชื่อถือมันก็ไม่มี ทำอะไรก็จะผิดพลาดได้ง่าย) 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #37 เมื่อ: 04-04-2007, 18:29 »

ถ้าอยากจะอ้างว่าเป็นของคนเดียวตั้งแต่ต้น อย่างงั้นคุณทักษิณอาจจะโดนข้อหาซุกหุ้นและการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จอีกหลายกรรมหลายวาระนะคะ เพราะเท่ากับว่า ลูกๆ เป็นนอมินีอย่างที่คุณจีฯ ว่า โทษแจ้งบัญชีเป็นเท็จ คดีนักการเมืองนี่ เว้นวรรค 5 ปี 4 กรรม 20 ปีนะคะ เอามั้ยหล่ะ 

อ้อ ถ้าจำไม่ผิดอยู่ในกฎหมายประกอบ ไม่ใช่ในรธน. 40 นะคะ แบบว่า โดนอยู่ดีว่างั้นเหอะ 

อ้อ อีกที เห็นว่า เค้าไปค้นดูแล้วว่า ตอนแจ้งบัญชีทรัพย์สินสมัยแรกหน่ะ ที่อ้างว่าขายให้โอ๊ค โดยโอ๊คกู้เงินมาจ่ายพ่อหน่ะ จะไปดูว่าแจ้งว่าเป็นเจ้าหนี้โอ๊คอยู่ด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่มีหล่ะก็ ........   

ดิ้นเข้านะ (เนี่ยน้า ไม่ซุกแต่แรกก็ไม่เจอแบบนี้หรอก เค้าเรียกว่า คนเข้ามาก็ตั้งท่าโกหก ความเชื่อถือมันก็ไม่มี ทำอะไรก็จะผิดพลาดได้ง่าย) 

ได้ยินรายงานข่าวบอกว่า การชำระค่าหุ้นที่ขายให้โอ๊ค จ่ายโดยเช็คของคุณหญิง ฯ .......แต่ไม่มีบันทึกการเป็นลูกหนี้ เจ้าหนี้ ในการแสดงทรัพย์สิน ต่อปปช. ก็ไม่มีบันทึกไว้........ครั้นเมื่อขายหุ้นให้เทมาเส็ก ไปแล้ว ก็ยังไม่มีหลักฐานการจ่ายคืน.......มันเลยยุ่งกันใหญ่ เพราะ จะหันไปทางหนึ่ง ก็ผิดอย่างหนึ่ง จะเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง ก็ผิดอีกอย่างหนึ่ง........นี่ล่ะน้า ขายของ 7 หมื่นกว่าล้าน ภาษีบาทเดียว ก็ไม่ยอมเสีย แล้วมันจะเลี่ยงยังไง ให้ถูกต้องครับ   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-04-2007, 18:31 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
Body&Soul
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 370



« ตอบ #38 เมื่อ: 04-04-2007, 18:48 »

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่ามั่นใจว่าตัวเองคงเสวยอำนาจอยู่นานไง

เลยประมาทสะดุดเปลือกกล้วยหอมที่โยนทิ้งไว้ดันลืมเก็บ
บันทึกการเข้า
katindork
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 369


« ตอบ #39 เมื่อ: 04-04-2007, 23:17 »

ขี้เกียจ อ่านครับ 
ไปที่นั่นก็พอเห็นกำพืด  ความคิดกันดี
หายใจเข้าออกเป็นเรื่องหุ้น  จนลืม  ความพอดีความเป็นธรรม
 Money in mouth Money in mouth Money in mouth Money in mouth


เวลาทักษินทำเน่า  ออกมาบ่นว่าขาดทุนหุ้น
เวลาอยากเป็นเซียน  ออกมาตั้งตนว่าขาเล็กโดนขาใหญ่ปั่นหัว  แต่ไม่ยอมรับว่าขาใหญ่คือใคร
เวลาหม่อมอุ๋ยมาคุมคลัง  กระดี๊กระด๊าว่าคนของทักษินก็มีดี
เวลาออกมาตรการณ์ 30 %  ออกมาก่นโครตเหง้าเขา  บอกว่าส่งออกมีจี๊ดเดียว  ตลาดหุ้นสิเรื่องใหญ่

คนจำพวกนี้  ขอให้ได้กินขอให้ได้เงิน  เขาว่าเป็นหมาก็เอา
บันทึกการเข้า
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #40 เมื่อ: 05-04-2007, 00:37 »

ในสินธร จะมีซักกี่คนที่ไม่ใช่ แมงเม่า

โง่เป็นแมงเม่าให้เขาเผาเล่้น

ก็ไม่แปลกหรอกที่โง่ขนาดนั้นหน่ะ

 

บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #41 เมื่อ: 05-04-2007, 05:54 »

ทักษิณบอก ตด ผมหอม พวกนี้ก็จะหาเหตุผล ให้ตดทักษิณหอมให้ได้หล่ะครับ

อาจจะบอกว่า ลำใส้ใหญ่ของทักษิณ มีสารอโลม่าเทอราฟี ทำให้ กลิ่นมันออกมาผิดกับมนุษย์คนอื่นประมาณนั้น 

คุณเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ อยู่แล้ว ไม่ต้องมาอ้างให้มากมาย

เถียงกันไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าคุณอคติ ว่ายังไงก็ไม่ผิด

หากสืบสวนสอบสวนหาความจริงแล้ว แม้แต่ศาลพวกคุณยังไม่ยอมรับ แล้ว จะมาอ้างเหตุผลอะไรอีก

ใครก็ไม่รู้บอกไม่ผิดคุณก็เชื่อ คตส บอกผิดคุณกลับไม่เชื่อ

คตส ท่านเปิดเผย ท่านตรวจสอบไปตามหลักฐานและพยาน

หากผิดก็สามารถตรวจสอบถึงที่มาที่ไปได้

แต่ใครก็ไม่รู้ในเวปบอร์ด คุณกลับเชื่อ

แล้วใครก็ไม่รู้ในเวปบอร์ด อีกหลายคน บอกว่า ผิด คุณกลับไม่เชื่อ

เอาไปคิดเองแล้วกันครับ



ผมว่าเขาคิดตอนเท้าเจ็บ
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
Tam-mic-ra
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


« ตอบ #42 เมื่อ: 06-04-2007, 02:51 »

ขอโทษครับ   

ผมเห็นบางท่าน    พยายามจะบอกว่า  คนใน เวป ลิ๊งค์ ที่ผมให้มานั้น
เป้นคนของทักษิณ  ที่ถูกจ้างเข้ามาโพสต์เชียร์ว่า โอ๊ค-เอม  ไม่ผิด

ทั้งที่หัวกระทู้บอกไว้แล้วว่า    เป็น  คคห.  ของคนเล่นหุ้นเกือบล้วนๆ
ดูจาก   ชื่อของผู้โพสต์ก็ได้นี่  ว่าส่วนใหญ่     ใช่คน  จากราชดำเนินหรือไม่

โอย.....       เล่นยากจริงๆ    พวกระบอบใส่ร้ายคนอื่น    แล้วพอเขาร่วง   ก็รอเก็บกิน   เพื่อเลี้ยงประทังชีวิตตัวเอง

ใครก็ไม่รู้บอกไม่ผิดคุณก็เชื่อ คตส บอกผิดคุณกลับไม่เชื่อ

คตส ท่านเปิดเผย ท่านตรวจสอบไปตามหลักฐานและพยาน

หากผิดก็สามารถตรวจสอบถึงที่มาที่ไปได้

แต่ใครก็ไม่รู้ในเวปบอร์ด คุณกลับเชื่อ

แล้วใครก็ไม่รู้ในเวปบอร์ด อีกหลายคน บอกว่า ผิด คุณกลับไม่เชื่อ

เอาไปคิดเองแล้วกันครับ


ทั้งๆที่ผม  อธิบายแก้ข้อความตรงนี้ไปแล้ว
กลับไปอ่านดูได้   ที่ผมบอกว่า  คตส  ถูกปั้นขึ้นมา ไม่ใช่ ปชช  เลือกมา
ยังมีบุคคล  ที่ไม่พยายามยอมแพ้  ยกข้อความนี้ วก กลับมาให้ปั่นป่วนกระทู้นี้
โดยลืมนึกไปว่าคนที่เข้ามาอ่าน            ไม่ได้โง่ทุกคน
บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #43 เมื่อ: 06-04-2007, 06:56 »

ขอโทษครับ   

ผมเห็นบางท่าน    พยายามจะบอกว่า  คนใน เวป ลิ๊งค์ ที่ผมให้มานั้น
เป้นคนของทักษิณ  ที่ถูกจ้างเข้ามาโพสต์เชียร์ว่า โอ๊ค-เอม  ไม่ผิด

ทั้งที่หัวกระทู้บอกไว้แล้วว่า    เป็น  คคห.  ของคนเล่นหุ้นเกือบล้วนๆ
ดูจาก   ชื่อของผู้โพสต์ก็ได้นี่  ว่าส่วนใหญ่     ใช่คน  จากราชดำเนินหรือไม่

โอย.....       เล่นยากจริงๆ    พวกระบอบใส่ร้ายคนอื่น    แล้วพอเขาร่วง   ก็รอเก็บกิน   เพื่อเลี้ยงประทังชีวิตตัวเอง

ใครก็ไม่รู้บอกไม่ผิดคุณก็เชื่อ คตส บอกผิดคุณกลับไม่เชื่อ

คตส ท่านเปิดเผย ท่านตรวจสอบไปตามหลักฐานและพยาน

หากผิดก็สามารถตรวจสอบถึงที่มาที่ไปได้

แต่ใครก็ไม่รู้ในเวปบอร์ด คุณกลับเชื่อ

แล้วใครก็ไม่รู้ในเวปบอร์ด อีกหลายคน บอกว่า ผิด คุณกลับไม่เชื่อ

เอาไปคิดเองแล้วกันครับ


ทั้งๆที่ผม  อธิบายแก้ข้อความตรงนี้ไปแล้ว
กลับไปอ่านดูได้   ที่ผมบอกว่า  คตส  ถูกปั้นขึ้นมา ไม่ใช่ ปชช  เลือกมา
ยังมีบุคคล  ที่ไม่พยายามยอมแพ้  ยกข้อความนี้ วก กลับมาให้ปั่นป่วนกระทู้นี้
โดยลืมนึกไปว่าคนที่เข้ามาอ่าน            ไม่ได้โง่ทุกคน


ผมเห็นด้วยกับตรงที่เน้นสีแดง ๆ มาก ๆ เลยครับ
เพราะถ้าฉลาดมีสติปัญญากันทุกคน จะต้องเห็นว่า นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินและประชาชนครับ เวลาไปเจอกฏหมายมีช่องโหว่ นายกรัฐมนตรีต้องแก้กฏหมายเพื่ออุดช่องโหว่ครับ ไม่ใช่หาทุกช่องโหว่ของกฏหมายเพื่อประโยชน์ตนเอง ไม่ใช่แก้ทุกกฏหมายเพื่อสร้างช่องโหว่ เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจตนเองครับ

ถ้าฉลาดหรือมีสติปัญญากันทุกคน เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ต้องเข้าใจครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-04-2007, 07:00 โดย ScaRECroW » บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
katindork
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 369


« ตอบ #44 เมื่อ: 06-04-2007, 12:20 »

ปะทาน โทษนะครับ  คุณ ทำไมคะ  บอกเอามาจากกระดานสินธร   ไม่ใช่หรือ 

ผมยังไม่เห็นใครบอกว่า  เอามาจาก ราชดำเนินเลย  เอ  งงแฮะ
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #45 เมื่อ: 06-04-2007, 12:55 »


เพราะถ้าฉลาดมีสติปัญญากันทุกคน จะต้องเห็นว่า  นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินและประชาชนครับ เวลาไปเจอกฏหมายมีช่องโหว่ นายกรัฐมนตรีต้องแก้กฏหมายเพื่ออุดช่องโหว่ครับ ไม่ใช่หาทุกช่องโหว่ของกฏหมายเพื่อประโยชน์ตนเอง ไม่ใช่แก้ทุกกฏหมายเพื่อสร้างช่องโหว่ เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจตนเองครับ

ถ้าฉลาดหรือมีสติปัญญากันทุกคน เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ต้องเข้าใจครับ

ถ้าคนเป็น'นายกรัฐมนตรี' มีคุณธรรมและจริยธรรมในใจ
จะต้องไม่สั่งการให้'นิติกรบริการ' อลัชชีกฎหมาย ข้าราชการประจำ
และเจ้าหน้าที่ขององค์กรอิสระ ชี้ช่องโหว่ หลีกเลี่ยงระเบียบต่าง ๆ และแก้ไขกฎหมาย
เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนของตนเอง ครอบครัว และกลุ่มผู้ลงทุนร่วมตั้งพรรคการเมือง.....



ปล.  คุณ Tam-mic-ra คิดง่ายๆ คิดตื้นๆ ว่า คนใน'ราชดำเนิน' ไม่เข้าไปเล่นในห้อง'สินธร'
       และคนในห้อง'สินธร' ก็ไม่มีคนรักเหลี่ยม ลี สิงกะโปโตก นักปั่นหุ้นตัวยง.........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-04-2007, 12:57 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Tam-mic-ra
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


« ตอบ #46 เมื่อ: 06-04-2007, 14:02 »

แก้กดหมาย  ให้ต้องเสียภาษี

แล้วไม่มีคนกล้าไป ซื้อขาย  ในตลาด
มันจะดีเหรอครับ  คิดง่ายไปเปล่า  เดี๋ยวเศรฐกิจ ของ รบ เต่า ยิ่งพังลงไปอีก
และการเลี่ยง เขาก็ทำกันทั่วไปในตลาด  มันก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร
ตระกูลชินเขาก็เสียภาษีอย่างอื่นให้กับรัฐตั้งเยอะต่อปี



ผมอ่านอยู่  คคห  นึง  ของนักเล่นหุ้น
เขาบอกว่าเล่นเพื่อกำไร  มาเลี้ยงปากท้องลูกและเมีย
ไม่ใช่เล่นเพื่อการกุศล
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #47 เมื่อ: 06-04-2007, 15:22 »

แก้กดหมาย  ให้ต้องเสียภาษี

แล้วไม่มีคนกล้าไป ซื้อขาย  ในตลาด
มันจะดีเหรอครับ  คิดง่ายไปเปล่า  เดี๋ยวเศรฐกิจ ของ รบ เต่า ยิ่งพังลงไปอีก
และการเลี่ยง เขาก็ทำกันทั่วไปในตลาด  มันก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร
ตระกูลชินเขาก็เสียภาษีอย่างอื่นให้กับรัฐตั้งเยอะต่อปี



ผมอ่านอยู่  คคห  นึง  ของนักเล่นหุ้น
เขาบอกว่าเล่นเพื่อกำไร  มาเลี้ยงปากท้องลูกและเมีย
ไม่ใช่เล่นเพื่อการกุศล
คุณก็อย่าเอามามั่วสิครับ คนละประเด็นกัน ข้อกฎหมายก็คนละตัว
ฟังข่าวไม่หมดแล้วเอามาพูดแบบนี้ มิน่าถึงยังหนีจากแมงเม่า่มาเป็นนักลงทุนไม่ได้ซักที
บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #48 เมื่อ: 07-04-2007, 03:22 »

แก้กดหมาย  ให้ต้องเสียภาษี

แล้วไม่มีคนกล้าไป ซื้อขาย  ในตลาด
มันจะดีเหรอครับ  คิดง่ายไปเปล่า  เดี๋ยวเศรฐกิจ ของ รบ เต่า ยิ่งพังลงไปอีก
และการเลี่ยง เขาก็ทำกันทั่วไปในตลาด  มันก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร
ตระกูลชินเขาก็เสียภาษีอย่างอื่นให้กับรัฐตั้งเยอะต่อปี



ผมอ่านอยู่  คคห  นึง  ของนักเล่นหุ้น
เขาบอกว่าเล่นเพื่อกำไร  มาเลี้ยงปากท้องลูกและเมีย
ไม่ใช่เล่นเพื่อการกุศล
คุณก็อย่าเอามามั่วสิครับ คนละประเด็นกัน ข้อกฎหมายก็คนละตัว
ฟังข่าวไม่หมดแล้วเอามาพูดแบบนี้ มิน่าถึงยังหนีจากแมงเม่า่มาเป็นนักลงทุนไม่ได้ซักที

ผมว่าเขาคงต้องใช้ความมั่วนำน่ะครับ เพราะถ้าไม่มั่วก็จะเข้าใจสิ่งที่ผมว่ามา แล้วผมก็คิดว่าหลาย ๆ คนก็เข้าใจ ที่เถียง ๆ ออกมานั่นก็อาจจะเป็นเพราะยังสะกดจิตตัวเองกันอยู่
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
Tam-mic-ra
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


« ตอบ #49 เมื่อ: 07-04-2007, 22:43 »

ผมมั่วตรงไหน ครับ คุณนักใส่ร้าย
เข้าใจประโยคนี้ไหมล่ะมาว่าคนอื่นเขา


"แก้กดหมาย  ให้ต้องเสียภาษี

แล้วไม่มีคนกล้าไป ซื้อขาย  ในตลาด
มันจะดีเหรอครับ  คิดง่ายไปเปล่า  เดี๋ยวเศรฐกิจ ของ รบ เต่า ยิ่งพังลงไปอีก
และการเลี่ยง เขาก็ทำกันทั่วไปในตลาด  มันก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร
ตระกูลชินเขาก็เสียภาษีอย่างอื่นให้กับรัฐตั้งเยอะต่อปี"




หรือเถียงไม่ออก  ก็หาเรื่องอีก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: