ขออนุญาต "เอาของเก่ามาหากิน" แล้วกัน คือ ผมไม่รู้จะเขียนอะไรน่ะ ฮา....

บ้านเอื้ออาทร หลังน้ำลดตอผุด "หน้าเหลี่ยม"หลอกคนจนเป็นหนี้ชั่วลูกชั่วหลาน?
« เมื่อ: 10-09-2006, 18:38
--------------------------------------------------------------------------------
รัฐบาลทักษิณ คุยโม้โอ้อวดว่าจะทำให้คนยากคนจนหมดไปจากแผ่นดิน ภายใน 5 ปีคนยากจนที่ไม่มีบ้านอยู่อาศัย จะมีบ้านเป็นของตัวเอง โดยรัฐบาลจะช่วยสร้างให้ ออกเงินค่าซื้อที่ดินจากเอกชนให้คนละ 80,000 บาทแล้วให้ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท
สิ้นคำคุยโวโอ้อวดของ "คนหน้าเหลี่ยม" การเคหะแห่งชาติก็ผุดโครงการบ้านเอื้ออาทรแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 21 ตารางวา 2 ห้องนอน 1 ห้องเอนกประสงค์ โถงโล่งเอนกประสงค์ ซักล้าง ขึ้นทั่วประเทศรวม 68 โครงการ(ไม่นับรวมอาคารชุด 33 ตารางเมตร ที่เกิดขึ้นราวกับดอกเห็ด)
คนยากคนจน คนหาเช้ากินค่ำแห่ไปลงชื่อจองกันสลอนนับแสน ๆ คน แต่การเคหะแห่งชาติเจ้าของโครงการสุ่มจับสลากเหลือ 80,000 คนเศษ เพราะมีพื้นที่ดำเนินงานตามโครงการแค่นี้
สุดท้าย พอน้ำลดตอก็เริ่มผุดโผล่ขึ้นมาให้เห็น ผู้ที่ได้สิทธิ์บ้านเอื้ออาทรแห่ถอนตัวกันอื้อกว่าร้อยละ 60 ในทุกโครงการ
เพราะบ้านบ้าอะไรไม่รู้แคบและเล็กพอ ๆ กับบ้านการ์ตูนในหนังดิสนีย์แลนด์ แต่ราคาแพงมหาโหด 390,000 บาท และไม่ใช่ 390,000 ตรงตัว เมื่อดูสัญญาให้ละเอียดถี่ถ้วนแล้วจะรู้ว่าถ้าตกหลุมพรางที่ "หน้าเหลี่ยม"ทำเอาไว้ ประชาชนคนเดินดินกินข้าวแกงที่มีหนี้สินพอประมาณ จะมีหนี้ก้อนใหม่ซึ่งต้องชดใช้กันถึงลูกถึงหลานรวมแล้วกว่า 900,000 บาท
เนื่องจากพอก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ ผู้ได้สิทธิ์ต้องนำบ้านพร้อมที่ดินเข้าจำนองกับธนาคารของรัฐ หรือธนาคารพาณิชย์ ที่การเคหะแห่งชาติจัดหาให้ ในราคารับจำนองหลังละ 386,400 บาท โดยให้เวลาในการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 30 ปี ทั้งนี้นับแต่วันเซ็นสัญญากู้เงินกับธนาคารถึงวันสิ้นสุดการชำระเงินตามสัญญา ผู้กู้จะต้องอายุไม่เกิน 65 ปี
พูดกันง่าย ๆ ก็คือโครงการนี้เปิดโอกาสให้เฉพาะผู้ที่มีอายุสูงสุดไม่เกิน 35 ปีเท่านั้นเข้าเป็นเจ้าของบ้าน ถ้าอายุเกินกว่า 35 ปี ก็ต้องหาคนมาเป็นผู้กู้ร่วม โดยผู้กู้ร่วมต้องมีอายุอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
ที่นี่มาดูเงื่อนไขในการผ่อนชำระเงินกับธนาคารขั้นต่ำเดือนละ 1,500 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรกร้อยละ 4 ต่อปี ปีที่ 4 - 5 ร้อยละ 5 ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยปีที่ 6 เป็นต้นไปเท่ากับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว 0.25 ของธนาคารที่รับจำนอง กำหนดตามตารางคำนวณโดยใช้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 ต่อปี
รวมความแล้ว คือ ปีที่ 1 - 3 ผ่อนเดือนละ 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 54,000 บาท ปีที่ 4 - 6 ผ่อนเดือนละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 72,000 บาท ปีที่ 7 - 9 ผ่อนเดือนละ 2,200 บาท รวมเป็นเงิน 79,200 บาท ปีที่ 10 - 12 ผ่อนเดือนละ 2,400 บาท รวมเป็นเงิน 86,400 บาท ปีที่ 13 - 15 ผ่อนเดือนละ 2,600 บาท รวมเป็นเงิน 93,600 บาท ปีที่ 16 - 18 ผ่อนเดือนละ 2,700 บาทรวมเป็นเงิน 97,000 บาท ปีที่ 19 - 21 ผ่อนเดือนละ 2,800 บาท รวมเป็นเงิน 100,800 บาท ปีที่ 22 - 24 ผ่อนเดือนละ 2,900 บาท รวมเป็นเงิน104,400 บาท ปีที่ 25 - 27 ผ่อนเดือนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 108,000 บาท ปีที่ 28 ขึ้นไปจนกว่าจะครบตามจำนวนเงินกู้และดอกเบี้ยผ่อนเดือนละ 3,100 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 111,600 บาท
งานนี้จากต้นเงิน 386,400 บาท "คนจน"ต้องเป็นหนี้และต้องใช้หนี้กันชั่วลูกชั่วหลาน เป็นเงินมหาศาลถึง 907,000 บาท(เป็นการคิดในอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน แต่ถ้าในอนาคตดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นก็ไปคำนวณเอาเอง)
ผลก็คือคนจนที่หลงไหลได้ปลื้มว่าตัวเองจะมีบ้านอยู่อาศัยตามคำโฆษณาชวนเชื่อของ "หน้าเหลี่ยม" ถอยกรูด แห่ถอนตัวกันอื้อซ่าเกินกว่าครึ่งในแต่ละโครงการ จนการเคหะแห่งชาติหาเงินค่ามัดจำ 3,600 บาทคืนให้ไม่ทัน
แบบนี้ต้องเรียกว่า "คนจนร้อยละ 60 ของจำนวน 80,000 ครอบครัว"เริ่มที่จะรู้เท่าทัน "หน้าเหลี่ยม" บ้างแล้ว งานนี้"หน้าเหลี่ยม" เสียรังวัดไปกับ "คนจนผู้รู้ทัน" ประมาณ 48,000 ครอบครัว เฉลี่ยแต่ละครอบครัวมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 4 คน งานนี้คะแนนหายไป 192,000 คะแนน
มาดูกันต่อไปว่า โครงการบ้านเอื้ออาทร(แบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 21 ตารางวา) มีความโปร่งใสไม่โปร่งใสอย่างไรบ้าง
เมื่อเริ่มต้นกำหนดพื้นที่ดำเนินงานตามโครงได้แล้ว ก่อนอื่นต้องหาผู้รับเหมาก่อสร้างเข้ามาร่วมโครงการ โดยให้ผู้รับเหมาจัดหาพื้นที่ดำเนินงานเอามาขายให้กับรัฐบาลในราคาไร่ละ 500,000 บาท (คุณจะซื้อมาไร่ละ 10,000 - 20,000 บาทเรื่องของคุณ แต่เมื่อรวมค่าปรับถมที่แล้วต้องขายให้รัฐบาล "หน้าเหลี่ยม" ในราคาไร่ละ 500,000 บาทนี่แหละ) แล้วไปขายต่อให้ผู้ได้สิทธิ์ตารางวาละ 7,000 บาทขาดตัว
ขั้นตอนต่อไป คือ ให้การเคหะแห่งชาติออกไปโพนทะนาป่าวประกาศให้คนยากคนจนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองไปจองสิทธิ์ บอกมันคร่าว ๆ ไม่ต้องให้รายละเอียดมาก เอาแค่ว่าเป็นบ้านเอื้ออาทรสำหรับคนยากจนที่รัฐดำเนินการก่อสร้างให้โดยออกเงินให้ก่อนหลังละ 80,000 บาท ให้ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท แค่นี้ก็ขี้คร้านคนจนจะวิ่งไปจองสิทธิจนแทบจะเหยียบกันจมธรณีแล้ว
เมื่อได้จำนวนผู้จองสิทธิ์ตามจำนวนที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือผู้รับเหมาต้องไปเซ็นสัญญาก่อสร้างกับการเคหะแห่งชาติ ตกลงกันในราคาหลังละ 270,000 บาท(รวมค่าที่ดินหลังละ 147,000 บาท)และค่าสาธารณูปโภค(ค่าสายไฟฟ้า, ค่าระบบประปาภายในและนอกอาคาร, ค่ากระจกหน้าห้องน้ำ, ค่าโถส้วม, ค่าก๊อกน้ำ)หลังละ 65,000 บาท(มิเตอร์ไฟฟ้า,ประปาผู้ซื้อบ้านต้องไปจ่ายเงินให้การประปา,การไฟฟ้าเอาเอง)
ผู้รับเหมาจรดปากกาเซ็นปั๊บ ควักกระเป๋านับเงินสด ๆ ราคาหลังละ 20,000 บาท ให้การเคหะแห่งชาติ เพื่อให้นำไปส่งส่วยให้กับเสนาบดีเจ้ากระทรวง นำไปบำรุงกระเป๋าตัวเองและเป็นเงินที่จะนำไปใช้ในการหาเสียงของพรรค
80,000 หลัง เอา 20,000 คูณเอาเองว่าเป็นเงินปากถุงที่พวกฟาดกันเท่าไหร่?
ดูกันต่อที่วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างนอกจากค่าปากถุงหลังละ 20,000 บาทแล้ว พวกยังกินนอกกินในกันหยุบหยิบไปหมด สีต้องเป็นของ บริษัท ทวีรุ่ง จำกัด ของหลานผู้ว่าการการเคหะฯ น่ะ ห้ามเอาของคนอื่น ถึงของคนอื่นจะราคาถูกกว่าก็ห้ามนำมาใช้เด็ดขาด ปูนซีเมนต์ต้องเป็น "บารอน"นะ ซึ่งก็ไม่รู้โผล่มาจากป่าไหน เหล็ก วงกบหน้าต่างประตู ต้อง "เอกวิบูลย์"นะ
ผลก็คือบ้านแต่ละหลังรวมราคาที่ดิน 21 ตารางวา ราคาสูงลิ่วถึงหลังละ 220,000 บาท ผู้รับเหมาบอกว่าถ้าให้เลือกวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างตามใจชอบราคารวมที่ดินแค่ 200,000 บาท ได้บ้านดีกว่าที่เห็นซะอีก
ยัง ๆ ไม่หมดแค่นี้ จากตัวเลขที่ไล่มาทั้งหมดมองเผิน ๆ ผู้รับเหมาจะได้กำไรหลังจ่ายค่าปากถุง 20,000 บาทแล้วอยู่หลังละ 30,000 บาท แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะเจ้าหน้าที่การเคหะ, คนของ รมต. ตามไปขอค่าน้ำร้อนน้ำชาไม่เว้นอาทิตย์ เหลือกำไรให้ผู้รับเหมาแค่หลังละ 3,000 บาทเท่านั้น
--------------------------------------------------------------------------------
"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง
มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา" ประเสริฐ จันดำ
เอากันคร่าว ๆ แค่นี้ก็แล้วกัน ดูแล้วก็จะเห็นว่ามีการทุจริตตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั้งจบ ควรแล้วที่ คตส.จะเข้าไปจัดการ
นี่ผมใส่เอาไว้ตั้งแต่ก่อน คมช.ยึดอำนาจ ตอนนั้นยังกลัว ๆ อยู่เลย ว่าจะถูก "สาวกทักษิณ"กระทืบจมพสุธา