ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-07-2020, 04:23
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ผมอยากเข้าใจระบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้ รบกวนคุณชอบแถ ช่วยมาบรรยาย 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2 3
ผมอยากเข้าใจระบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้ รบกวนคุณชอบแถ ช่วยมาบรรยาย  (อ่าน 12562 ครั้ง)
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 16-03-2007, 13:52 »

สืบเนื่องจากกระทู้นี้

http://forum.serithai.net/index.php?topic=12292.msg169563#msg169563

ผมรบกวนคุณชอบแถ บรรยายให้ฟังหน่อยครับ ที่ว่าฉบับแท้ ๆ ไม่บิดเบือนเป็นอย่างไร กรุณาบรรยาย และแสดงวิสัยทัศนอย่างละเอียด ด้วยครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 16-03-2007, 14:00 »

อยากให้ ฯจ๊ะ มาบรรยายด้วยครับ เกรงว่าแถคนเดียวอาจจะไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะมาบรรยายหัวข้อนี้
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
ลับ ลวง พราง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 945



« ตอบ #2 เมื่อ: 16-03-2007, 14:05 »

มาลงทะเบียนด้วยคน
บันทึกการเข้า

"คนฟุ่มเฟือย แม้จะรวยก็มักขัดสน คนประหยัด แม้จะจนก็มักมีเหลือเก็บ"
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 16-03-2007, 14:10 »

ที่ผมโพสนี้ ไม่ได้มีเจตนาลองดี ลองเชิง คุณชอบแถ นะครับ อยากให้เข้าใจ เพียงแต่ผมอยากทราบจริง ๆ ว่า ที่ผมเคยรู้มามันถูกต้องหรือไม่ ฉบับจริง ๆ ที่ไม่บิดเบือนที่คุณชอบแถว่าคืออะไร จะใช่การยกเอาพระราชดำรัสมานำเสนอหรือไม่ และ จริง ๆ แล้ว ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ในมุมมองของคุณชอบแถ เป็นอย่างไร

คุณ Silance Mobius ครับ ผมอยากให้บรรยายทีละคนครับ ถ้าคุณอะไรจ๊ะ แกอยากร่วมบรรยาย ผมก็อยากฟังครับ แต่อยากฟังของคุณชอบแถให้จบก่อน แล้วคุณอะไรจ๊ะ จะบรรยายต่อผมก็ยินดีอ่านครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #4 เมื่อ: 16-03-2007, 14:16 »

รักษาคำพูดด้วย นะแถ

ผมอยากให้กระทู้นี้ ให้ คุณชอบแถ อธิบาย ให้ละเอียด และ ก็จบ แล้ว เราค่อยแสดงความคิดเห็นนะครับ

ผมอยากรู้มานานแล้ว

 
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 16-03-2007, 14:30 »

อยากรู้เหมือนกัน เห็นชอบยกเรื่องพอเพียงมาพูดไม่ใช่เหรอ แสดงว่าแถต้องรู้แจ้งแทงตลอดในเรื่องนี้ ไหนลองออกมาแสดงวิสัยทัศน์หน่อยเร็วววว

มารอชมด้วยคน 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


ทองเปลว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 541



« ตอบ #6 เมื่อ: 16-03-2007, 14:36 »

จะรอฟังแถด้วยคนครับ ..........ปูเสื่อรอ...เม็ดมะขามคั่ว ถั่วต้มพร้อมแล้วครับ

 
บันทึกการเข้า

เพื่อนหมัก หักเหลี่ยมหด
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #7 เมื่อ: 16-03-2007, 14:38 »

อยากให้ ฯจ๊ะ มาบรรยายด้วยครับ เกรงว่าแถคนเดียวอาจจะไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะมาบรรยายหัวข้อนี้



ขอโทดมั่กๆค่ะ...ผัวอิชั้นไม่ว่างมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชพวกชี้ตาไม่กระพริบ สู้ผัวอิชั้นเอาเวลาไปโขกหมากรุกยังสร้างสรรค์กว่าอีก...อิชั้นพูดกงๆไม่มักั๊กคร้า  
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 16-03-2007, 14:42 »

ขอโทดมั่กๆค่ะ...ผัวอิชั้นไม่ว่างมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชพวกชี้ตาไม่กระพริบ สู้ผัวอิชั้นเอาเวลาไปโขกหมากรุกยังสร้างสรรค์กว่าอีก...อิชั้นพูดกงๆไม่มักั๊กคร้า  

ขอโทษนะครับ กระทู้นี้ ผมรบกวนคุณชอบแถ มาบรรยายครับ ไม่ได้ให้คุณมาโชว์กระบือแถวนี้ครับ ถ้าอยากตอบกระทู้นี้ กรุณาไปแก้ชื่อเป็น "อะไรจ๊ะ" แล้วมาแสดงภูมิปัญญาครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 16-03-2007, 14:44 »

ขอโทษครับ คุณคนในวงการ ผมเข้าใจผิดไปหน่อย

ว่าแล้วก็ปูเสื่อนั่งรอฟังบรรยายครับ 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 16-03-2007, 14:50 »

ไม่ซีเรียสขนาดนั้นหรอกครับ คุณ Silance Mobius ไม่ต้องขอโทษขอโพยกันก็ได้ ผมเชื่อว่าคุณชอบแถ กับ คุณอะไรจ๊ะ แกเป็นคนฉลาดมีภูมิปัญญาครับ อยากฟังทั้งคู่แหละ แต่คุณชอบแถ แกออกตัวว่าจะบรรยาย ผมเลยตั้งกระทู้ให้คุณชอบแถ แกบรรยาย จะได้ไม่เคอะเขิน ครับ

Smile
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 16-03-2007, 14:52 »

ต๊ายยยยย....สุภาพบุรุษมั่กๆเลยอ่ะคร้าคุณปุขาที่มากล่าวหาผู้หญิงบอบบางอย่างอิชั้นว่ากระบือ อิชั้นก็ตอบไปตามที่คุณSMพาดพิงถึงผัวอิชั้น แหมๆๆ....ตั้งแต่นายเหนือหัวคุณปุยึดอำนาจและแปลงร่างเป็นเผด็จการเต็มตัว รู้สึกว่าคุณปุจะกร่างจนลืมteen ลืมโคดเหง้าเข้าไปทุกวันแล้วน๊ะคร้า


นี่ขนาดเป็นแค่ขี้ข้าเผด็จการทหารยังกร่างขนาดนี้!!  


ครับ กระบือตัวแรกโผล่ออกมาแล้วครับ ผมชื่อคนในวงการครับ ไม่ใช่ ปุถุชน ไปเปลี่ยนชื่อเป็น "อะไรจ๊ะ" แล้วมาแสดงความรู้กันดีกว่าครับ ผมจะได้รู้สึกนับถือคุณมากขึ้นกว่านี้ ครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #12 เมื่อ: 16-03-2007, 15:00 »

ขอมาดูคุณแถบรรยาย ครับ ...
บันทึกการเข้า
เก็ดถวา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,753



« ตอบ #13 เมื่อ: 16-03-2007, 15:00 »

มาลงทะเบียนด้วยคน

ขอมาดูคุณแถบรรยาย ครับ ...



ลงทะเบียนด้วยอีกคนค่ะ    
บันทึกการเข้า

Avada Kedavra!!!!!!!
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 16-03-2007, 15:08 »

มีคนลงทะเบียนเยอะแฮะ


หวังว่าคงไม่ลงทะเบียนเก้อนาาาาา 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 16-03-2007, 15:14 »

คนดูหนาแน่ ดูด้วยคน Smile
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #16 เมื่อ: 16-03-2007, 15:16 »

ต๊ายยยยย....สุภาพบุรุษมั่กๆเลยอ่ะคร้าคุณปุขาที่มากล่าวหาผู้หญิงบอบบางอย่างอิชั้นว่ากระบือ อิชั้นก็ตอบไปตามที่คุณSMพาดพิงถึงผัวอิชั้น แหมๆๆ....ตั้งแต่นายเหนือหัวคุณปุยึดอำนาจและแปลงร่างเป็นเผด็จการเต็มตัว รู้สึกว่าคุณปุจะกร่างจนลืมteen ลืมโคดเหง้าเข้าไปทุกวันแล้วน๊ะคร้า


นี่ขนาดเป็นแค่ขี้ข้าเผด็จการทหารยังกร่างขนาดนี้!!  


ครับ กระบือตัวแรกโผล่ออกมาแล้วครับ ผมชื่อคนในวงการครับ ไม่ใช่ ปุถุชน ไปเปลี่ยนชื่อเป็น "อะไรจ๊ะ" แล้วมาแสดงความรู้กันดีกว่าครับ ผมจะได้รู้สึกนับถือคุณมากขึ้นกว่านี้ ครับ

อิ อิ....ด่าฝากคร้าด่าฝาก แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นข้อความดังกล่าวก็รวมทั้งคุณคนในวงการด้วยอยู่ดีเพราะในฐานะที่กล่าวหาเพศแม่ว่าเป็นกระบือ ท่านอื่นๆในกระทู้นี้อาจไม่รู้สึกอะไรกับการที่คุณในวงการมาด่าผู้หญิงว่ากระบือ แต่อิชั้นไม่ยอมหรอกค่ะสำหรับชนชั้นขี้ข้าที่จะมาพล่ามอะไรมั่วๆแบบนี้

อีกครั้งค่ะว่าผัวอิชั้นไม่เกี่ยว....คุณไม่ต้องไปกราบอ้อนวอนให้ผัวอิชั้นมาตอบคุณหรอกค่ะ หรือว่าคุณอายที่ถูกผู้หญิงเพศเดียวกับแม่คุณยืนด่าคาผ้าถุงอยู่นี่เอ่ย!?!  
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 16-03-2007, 15:17 »

ไม่เก้อหรอกครับคุณ Silance Mobius เพราะคุณชอบแถ แกเป็นคนมีความรู้ครับ ปกติแกจะรักษาคำพูดเสมอ บอกมาเป็นมาครับ โดยเฉพาะเรื่องที่แกออกตัวว่าชำนาญ อาจจะต้องรอกันนิดนึงเพราะคงต้องไปเตรียมข้อมูล ใจเย็น ๆ ครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #18 เมื่อ: 16-03-2007, 15:20 »

ต๊ายยยยย....สุภาพบุรุษมั่กๆเลยอ่ะคร้าคุณปุขาที่มากล่าวหาผู้หญิงบอบบางอย่างอิชั้นว่ากระบือ อิชั้นก็ตอบไปตามที่คุณSMพาดพิงถึงผัวอิชั้น แหมๆๆ....ตั้งแต่นายเหนือหัวคุณปุยึดอำนาจและแปลงร่างเป็นเผด็จการเต็มตัว รู้สึกว่าคุณปุจะกร่างจนลืมteen ลืมโคดเหง้าเข้าไปทุกวันแล้วน๊ะคร้า


นี่ขนาดเป็นแค่ขี้ข้าเผด็จการทหารยังกร่างขนาดนี้!! 


ครับ กระบือตัวแรกโผล่ออกมาแล้วครับ ผมชื่อคนในวงการครับ ไม่ใช่ ปุถุชน ไปเปลี่ยนชื่อเป็น "อะไรจ๊ะ" แล้วมาแสดงความรู้กันดีกว่าครับ ผมจะได้รู้สึกนับถือคุณมากขึ้นกว่านี้ ครับ

อิ อิ....ด่าฝากคร้าด่าฝาก แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นข้อความดังกล่าวก็รวมทั้งคุณคนในวงการด้วยอยู่ดีเพราะในฐานะที่กล่าวหาเพศแม่ว่าเป็นกระบือ ท่านอื่นๆในกระทู้นี้อาจไม่รู้สึกอะไรกับการที่คุณในวงการมาด่าผู้หญิงว่ากระบือ แต่อิชั้นไม่ยอมหรอกค่ะสำหรับชนชั้นขี้ข้าที่จะมาพล่ามอะไรมั่วๆแบบนี้

อีกครั้งค่ะว่าผัวอิชั้นไม่เกี่ยว....คุณไม่ต้องไปกราบอ้อนวอนให้ผัวอิชั้นมาตอบคุณหรอกค่ะ หรือว่าคุณอายที่ถูกผู้หญิงเพศเดียวกับแม่คุณยืนด่าคาผ้าถุงอยู่นี่เอ่ย!?! 


หากไม่รู้จักเขินอาย ( มีแบบอย่าง - เคยได้รับการสอนสั่ง )
อย่างน้อยก็น่าจะกระดากใจ ( มีสำนึก ) บ้าง
เพราะถ้าไม่มีสักอย่าง
...ก็เท่าสัตว์แล้ว
บันทึกการเข้า

คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 16-03-2007, 15:21 »

อิ อิ....ด่าฝากคร้าด่าฝาก แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นข้อความดังกล่าวก็รวมทั้งคุณคนในวงการด้วยอยู่ดีเพราะในฐานะที่กล่าวหาเพศแม่ว่าเป็นกระบือ ท่านอื่นๆในกระทู้นี้อาจไม่รู้สึกอะไรกับการที่คุณในวงการมาด่าผู้หญิงว่ากระบือ แต่อิชั้นไม่ยอมหรอกค่ะสำหรับชนชั้นขี้ข้าที่จะมาพล่ามอะไรมั่วๆแบบนี้

อีกครั้งค่ะว่าผัวอิชั้นไม่เกี่ยว....คุณไม่ต้องไปกราบอ้อนวอนให้ผัวอิชั้นมาตอบคุณหรอกค่ะ หรือว่าคุณอายที่ถูกผู้หญิงเพศเดียวกับแม่คุณยืนด่าคาผ้าถุงอยู่นี่เอ่ย!?!  


เพศหญิง?? เพศชาย?? ลากแม่มาเล่น?? แก้ตัวน้ำขุ่น?? มุกเก่า ๆ ทั้งนั้น พยายามลากกระทู้ให้ออกนอกเส้นทาง ทำได้เพียงเท่านี้เหรอครับ? 555

เอาหละ ผมเล่นกับคุณมามากพอแระ ผมรอคุณชอบแถ ต่อดีกว่า อย่างน้อยคุณชอบแถ ก็เป็นคนที่เคารพตัวเอง และมีเกียรติพอ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #20 เมื่อ: 16-03-2007, 15:30 »

อิชั้นก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกที่ปากบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงดีอย่างนั้นอย่างนี้...พวกนั้นมีความเข้าใจในทฤษฎีดีแค่ไหน? และนำมาปฎิบัติในชีวิตจริงอย่างไร?


ตัวอย่างจากบทความในเว๊บวิชาการบอกว่า  "รู้จักใช้เงินในการเลือกรับประทานอาหารในราคาที่ควรจะเป็น เช่น ไก่ทอด KFC กับไก่ทอดของไทยตามร้านทั่วๆ ไป จริงอยู่ครับว่ามันเป็นไก่ทอดเหมือนกัน ขนาดก็เท่ากัน แต่ราคามันห่างกันลิบ ทานไก่ KFC แล้วทำให้เงินมันเหลือน้อยกว่าทานไก่ทอดธรรมดา ทำให้เหลือเงินไปซื้อของใช้จำเป็นอื่นๆ น้อยลงไปอีก เหลือเงินออมน้อยลง เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาชีวิตก็ลำบาก และเป็นทุกข์ ในและมีผลกระทบในภาพรวมคือถ้าทุกคนกินแต่ไก่ KFC เงินออมของทั้งระบบก็จะน้อยลง ทำให้การขยายการลงทุนในประเทศก็จะทำได้ยาก  เนื่องจากเงินออมในธนาคารมีน้อยไม่พอให้ระดมทุน ต้องไปกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเข้ามาอีก ประเทศก็ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เงินบาทก็จะอ่อนค่าลงตามทฤษฎี อีกอย่างครับกินไก่ KFC 100 บาท เงินเข้าคนไทย 30 บาท เข้ากระเป๋าฝรั่งไป 70 บาท ซึ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ เงินไหลออกนอกประเทศอีก" http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=332&page=2


อิชั้นอ่านแล้วรู้สึกมีช่องโหว่ให้โจมตีทฤษฎีพอเพียงมากมายในแง่หลักความเป็นจริงก็คือ หนึ่ง คุณกำลังตัด consumer behavior ออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งๆที่ในโลกแห่งความจริงแล้วผู้บริโภคย่อมมีสิทธิ์ในการเลือกสรรสินค้า การทานไก่ไทยหรือKFCขึ้นอยู่กับความชอบในรสชาติมากกว่าไปคำนึงว่าเงินจะออกไปตปท.มากน้อยอย่างไร   สอง ทฤษฎีทุนนิยมสนับสนุนการแข่งขันอย่างเสรี แต่จากquoteดังกล่าว...ผู้เขียนกำลังบอกว่าผู้บริโภคต้องคำนึงถึงประเทศชาติมากกว่าความเป็น individual ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริงที่คนเราจะเห็นประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตัว


เอาเท่านี้ก่อนสำหรับการปลุกประเด็นขึ้นมาเถียงกันอย่างมีเหตุผล....อิชั้นขอตัวไปสลัดผ้าถุงก่อนเดี๋ยวมาใหม่ 
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #21 เมื่อ: 16-03-2007, 15:32 »

วิทยากรรับเชิญมาแล้ว

ความจริง เคยพูดเสมอ ในที่ประชุม อย่างนี้ว่า การจะเป็นเสือนั้น ไม่สำคัญ.
สำคัญอยู่ที่ เรามีเศรษฐกิจ แบบพอมีพอกิน.
แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียง กับตัวเอง.
อันนี้ ก็เคยบอกว่า ความพอเพียงนี้ ไม่ได้ หมายความว่า ทุกครอบครัว จะต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง.
อย่างนั้น มันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้าน หรือในอำเภอ จะต้องมีความพอเพียง พอสมควร.
บางสิ่งบางอย่าง ที่ผลิตได้ มากกว่าความต้องการ ก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก.
อย่างนี้ท่านนักเศรษฐกิจต่างๆ ก็มาบอกว่าล้าสมัย.
จริง อาจจะล้าสมัย คนอื่นเขาต้องมี
การเศรษฐกิจ ที่ต้องมี การแลกเปลี่ยน เรียกว่า เป็นเศรษฐกิจการค้า ไม่ใช่เศรษฐกิจ ความพอเพียง
เลยรู้สึกว่า ไม่หรูหรา. แต่เมืองไทย เป็นประเทศ ที่มีบุญอยู่ว่า ผลิตให้พอเพียงได้.

สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องของ "เศรษฐกิจ แบบค้าขาย" ภาษาฝรั่ง เขาเรียก TRADE ECONOMY
ไม่ใช่ "แบบพอเพียง" ซึ่ง ฝรั่งเรียก SELF-SUFFICIENT ECONOMY.
ที่ไหนทำแบบ SELF-SUFFICIENT ECONOMY คือ เศรษฐกิจแบบพอเพียง กับตัวเอง เราก็อยู่ได้ ไม่ต้องเดือดร้อน.
อย่างทุกวันนี้ เราเดือดร้อน สำหรับข้าว ก็เห็นชัด.
สำหรับสิ่งอื่น ประชาชนก็ต้องใช้ มีสิ่งของจำเป็น ที่จะใช้หลายอย่าง ที่เราทำได้ ในเมืองไทย.
แล้วก็สามารถ ที่จะเป็นสินค้า ส่งนอก. ใช้เองด้วย และเป็นสินค้า ส่งนอกด้วย.

ที่พูดกลับไปกลับมา ในเรื่องการค้า การบริโภค การผลิต และการขายนี้ ก็นึกว่า ท่านทั้งหลาย กำลังกลุ้มใจ ในวิกฤตการณ์.
ตั้งแต่คนที่ มีเงินน้อย จนกระทั่ง คนที่มีเงินมาก ล้วนเดือดร้อน.
แต่ถ้าสามารถ ที่จะเปลี่ยนไป ทำให้กลับเป็น เศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้แค่ครึ่ง ก็ไม่ต้อง อาจจะสักเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็จะ สามารถอยู่ได้.
การแก้ไข อาจจะต้อง ใช้เวลา ไม่ใช่ง่ายๆ.
โดยมาก คนก็ใจร้อน เพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำ ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ก็สามารถ ที่จะแก้ไขได้.
ที่จริงในที่นี้ ก็มีนักเศรษฐกิจต่างๆ ก็ควรจะเข้าใจ ที่พูดไป ดังนี้.

อย่างรถที่ นั่งมาตะกี้ ท่านเห็น หรือไม่เห็น ก็ไม่ทราบ สร้างด้วย ฝีมือคนไทย แล้วก็ใช้วัตถุดิบ ในเมืองไทย จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะค่าแรง.
โรงงานเดี๋ยวนี้ ผลิตไม่ได้ เพราะว่า ไม่มีคนซื้อ อาจจะมีคนอยากซื้อ แต่คนซื้อ ไม่มีเงิน.
ไม่มีการหมุนเวียน ของเงิน เขาเลยสร้าง รถคันนี้มา.
คนที่สร้างรถคันเดียวนี้ มีจำนวน สองร้อยกว่าคน.
ก็เลยทำให้เห็นว่า น่าจะหาทาง ที่จะช่วยเหลือ คนที่อยู่ ในโรงงานนี้.
โรงงานเขาก็ดี เขาก็ดูแลคนงาน ไม่ได้ทำให้คนงาน เดือดร้อน จนเกินไป.
เขาเท่ากับ มีสวัสดิการ งานก็ทำไม่มาก เท่าก่อนนี้ แล้วเงินที่ได้ ก็อาจจะ ไม่มากเท่าก่อนนี้ แต่พออยู่ได้.
คัดลอกมาจาก http://kanchanapisek.or.th/speeches/1997/1204.th.html


สรุปได้ว่า
1. การเศรษฐกิจ ที่ต้องมี การแลกเปลี่ยน เรียกว่า เป็นเศรษฐกิจการค้า ไม่ใช่เศรษฐกิจ ความพอเพียง
2. ที่ไหนทำแบบ SELF-SUFFICIENT ECONOMY คือ เศรษฐกิจแบบพอเพียง กับตัวเอง เราก็อยู่ได้ ไม่ต้องเดือดร้อน
3. ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนไป ทำให้กลับเป็น เศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้แค่ครึ่ง ก็ไม่ต้อง อาจจะสักเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็จะสามารถอยู่ได้

อย่าเพิ่งสับสนกับ ทฤษฎีใหม่ นะ นี่แค่ท่อนแรก
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #22 เมื่อ: 16-03-2007, 15:34 »

คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไม่มีในตำรา ไม่เคยมีระบบเศรษฐกิจพอเพียง. มีอย่างอื่นแต่ไม่ใช้คำนี้.
ปีที่แล้วพูดว่า เศรษฐกิจพอเพียง เพราะหาคำอื่นไม่ได้.
และได้พูดอย่างหนึ่งว่า เศรษฐกิจพอเพียงนี้ ให้ปฏิบัติเพียงครึ่งเดียว คือไม่ต้องทั้งหมด หรือแม้จะเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ.
ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง และทำได้เพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอนั้น ไม่ได้แปลว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ แต่เศษหนึ่งส่วนสี่ของการกระทำ.

อาจจะพูดไม่ชัด แต่เมื่อกลับไปดูที่เขียนจากที่พูด ก็ชัดแล้วว่าควรจะปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียงไม่ต้องทั้งหมด เพียงครึ่งหนึ่งก็ใช้ได้ แม้จะเป็นเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ. หมายความว่าวิธีปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ไม่ต้องทำทั้งหมด และขอเติมว่าถ้าทำทั้งหมดก็จะทำไม่ได้.
ถ้าครอบครัวหนึ่ง หรือแม้หมู่บ้านหนึ่งทำเศรษฐกิจพอเพียงร้อยเปอร์เซ็นต์ก็จะเป็นการถอยหลังถึงสมัยหิน สมัยคนอยู่ในอุโมงค์หรือในถ้ำ ซึ่งไม่ต้องอาศัยหมู่อื่น เพราะว่าหมู่อื่นก็เป็นศัตรูทั้งนั้น ตีกัน ไม่ใช่ร่วมมือกัน จึงต้องทำเศรษฐกิจพอเพียง.
แต่ละคนต้องหาที่อยู่ ก็หาอุโมงค์หาถ้ำ.
ต้องหาอาหาร คือไปเด็ดผลไม้หรือใบไม้ตามที่มี หรือไปใช้อาวุธที่ได้สร้างได้ประดิษฐ์เอง ไปล่าสัตว์.
กลุ่มที่อยู่ในอุโมงค์ในถ้ำนั้น ก็มีเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์. ก็ปฏิบัติได้.

แต่ต่อมาเมื่อออกจากถ้ำ ในสมัยต่อมา ที่สร้างบ้านเป็นที่อาศัย ก็เริ่มจะเป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหลือประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามีคนไปผ่านมา ซึ่งไม่ได้เป็นศัตรู เอาอะไร ๆ มาแลกเปลี่ยนกัน.
เช่นคนที่มาจากไกล ผ่านมามีหนังสัตว์ที่เหมาะสมที่จะใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม ก็ซื้อด้วยการแลกเปลี่ยนด้วยอาหาร เช่นปลาที่จับได้ในบึง.
อย่างนี้ก็ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียงแล้ว.
เวลาก้าวล่วงมาอีก มาถึงปัจจุบันนี้ ถ้าคนที่อยู่ทั้งข้างนอกทั้งข้างในนี้ จะปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คงทำไม่ได้.
และถ้าสำรวจตัวเอง หรือเศรษกิจของตัวเอง ก็เข้าใจว่า จะเห็นได้ว่าไม่ได้ทำ.
เข้าใจว่าทำได้ไม่ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ถึงเศษหนึ่งส่วนสี่ เพราะว่าสิ่งที่ตนผลิตหรือทำ ส่วนใหญ่ก็เอาไปแลกกับของอื่นที่มีความจำเป็น.
ฉะนั้นจึงพูดว่าเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็ควรจะพอและทำได้.
อันนี้เป็นข้อหนึ่ง ที่จะอธิบายคำพูดที่พูดมาเมื่อปีที่แล้ว.

คำว่าพอเพียงมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มีความหมายกว้างออกไปอีก. ไม่ได้หมายถึงการมีพอสำหรับใช้เองเท่านั้น แต่มีความหมายว่าพอมีพอกิน.
พอมีพอกินนี้ ถ้าใครได้มาอยู่ที่นี่ ในศาลานี้ เมื่อ เท่าไหร่ ๒๐ ๒๔ ปี เมื่อปี ๒๕๑๗. ๒๕๑๗ ถึง ๒๕๔๑ นี้ ก็ ๒๔ ปี ใช่ไหม.
วันนั้นได้พูดว่า เราควรจะปฏิบัติให้พอมีพอกิน. พอมีพอกินนี้ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง.
ถ้าแต่ละคนพอมีพอกิน ก็ใช้ได้. ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี และประเทศไทยเวลานั้น ก็เริ่มจะไม่พอมีพอกิน บางคนก็มีมาก บางคนก็ไม่มีเลย.
สมัยก่อนนี้พอมีพอกิน มาสมัยนี้ชักจะไม่พอมีพอกิน. จึงต้องมีนโยบายที่จะทำเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะให้ทุกคนมีพอเพียงได้.
ให้พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ.
แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ.
อันนี้ก็ความหมายอีกอย่างของเศรษฐกิจ หรือระบบพอเพียง.
เมื่อปีที่แล้วตอนที่พูดพอเพียง แปลในใจ แล้วก็ได้พูดออกมาด้วย ว่าจะแปลเป็น Self-sufficiency (พึ่งตนเอง) ถึงได้บอกว่าพอเพียงแก่ตนเอง แต่ความจริงเศรษฐกิจพอเพียงนี้ กว้างขวางกว่า Self-sufficiency.
คือ Self-sufficiency นั้นหมายความว่า ผลิตอะไรที่มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอซื้อคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง (พึ่งตนเอง).

บางคนแปลจากภาษาฝรั่งว่า ให้ยืนบนขาตัวเอง. คำว่ายืนบนขาตัวเองนี่ มีคนบางคนพูดว่าชอบกล. ใครจะมายืนบนขา.
คนอื่นมายืนบนขาเรา เราก็โกรธ แต่ตัวเองยืนบนขาตัวเองก็ต้องเสียหลักหกล้มหรือล้มลง. อันนี้ก็เป็นความคิดที่อาจจะเฟื่องไปหน่อย.
แต่ว่า เป็นตามที่เขาเรียกว่ายืนบนขาของตัวเอง (ซึ่งแปลว่าพึ่งตนเอง). หมายความว่าสองขาของเรานี่ ยืนบนพื้น ให้อยู่ได้ไม่หกล้ม.
ไม่ต้องไปขอยืมขาของคนอื่นมาใช้สำหรับยืน. แต่พอเพียงนี้มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอก็เพียงพอ เพียงนี้ก็พอดังนั้นเอง.
คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย.
ถ้าทุกประเทศมีความคิด - อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ - มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข.
พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น.
ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง.

เคยพูดว่า ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าอยากจะไปนั่งบนเก้าอี้ของผู้ที่อยู่ข้างๆ เช่นนี้ไม่พอเพียง และทำไม่ได้.
ถ้าอยากนั่งอย่างนั้นก็เดือดร้อนกันแน่ เพราะว่าอึดอัด จะทำให้ทะเลาะกัน.
เมื่อมีการทะเลาะกัน ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย. ฉะนั้นควรที่จะปฏิบัติสิ่งที่พอเพียง.
ทางความคิดก็เหมือนกัน ไม่ใช่ทางกายเท่านั้น ถ้ามีใครมีความคิดอย่างหนึ่ง และต้องการบังคับให้คนอื่นคิดอย่างเดียวกับตัว ซึ่งอาจจะเป็นความคิดที่ไม่ถูก ก็ไม่สมควรทำ.
ปฏิบัติอย่างนี้ก็ไม่ใช่การปฏิบัติแบบพอเพียง.
ความพอเพียงในความคิดก็คือ แสดงความคิดของตัว ความเห็นของตัว และปล่อยให้อีกคนพูดบ้าง และมาพิจารณาว่าที่เขาพูด กับที่เราพูด อันไหนพอเพียง อันไหนเข้าเรื่อง.
ถ้าไม่เข้าเรื่องก็แก้ไข เพราะว่าถ้าพูดกันโดยที่ไม่รู้เรื่องกัน ก็จะกลายเป็นการทะเลาะกัน.
จากการทะเลาะด้วยวาจาก็กลายเป็นการทะเลาะด้วยกาย ซึ่งในที่สุดก็นำมาสู่ความเสียหาย เสียหายแก่ผู้ที่เป็นตัวละครทั้งสองคน.
ถ้าเป็นหมู่ก็เลยเป็นการตีกันอย่างรุนแรงได้ ซึ่งจะทำให้คนอื่นอีกมากเดือดร้อน.

ฉะนั้น ความพอเพียงนี้ก็แปลว่า ความพอประมาณและความมีเหตุผล.
คัดลอกมาจาก http://kanchanapisek.or.th/speeches/1998/1204.th.html


สรุปได้ว่า
1. เศรษฐกิจพอเพียงนี้ ให้ปฏิบัติเพียงครึ่งเดียว คือไม่ต้องทั้งหมด หรือแม้จะเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ
   ไม่ได้แปลว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ แต่เศษหนึ่งส่วนสี่ของการกระทำ
2. จะปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คงทำไม่ได้
   เพราะว่าสิ่งที่ตนผลิตหรือทำ ส่วนใหญ่ก็เอาไปแลกกับของอื่นที่มีความจำเป็น
3. คำว่าพอเพียงมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มีความหมายกว้างออกไปอีก
   ไม่ได้หมายถึงการมีพอสำหรับใช้เองเท่านั้น แต่มีความหมายว่าพอมีพอกิน
   พอมีพอกินนี้ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียง --> คำว่าพอเพียง มีความหมายกว้างกว่า เศรษฐกิจพอเพียง
4. เศรษฐกิจพอเพียงนี้ กว้างขวางกว่า Self-sufficiency
   Self-sufficiency นั้นหมายความว่า ผลิตอะไรที่มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอซื้อคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง (พึ่งตนเอง)
5. ถ้าทุกประเทศมีความคิด-อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ - มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง
   หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข.
6. ความพอเพียงนี้ก็แปลว่า ความพอประมาณและความมีเหตุผล.

เดี๋ยวจบท่อนสาม ค่อยสรุปให้อีกทีนะจ๊ะ แฟนคลับทั้งหลาย
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 16-03-2007, 15:35 »

อ่า ... ติงนิดนึงครับ คุณชอบแถ ควรบอกว่า อ้างอิงมาจากพระราชดำรัส ครับ ถึงจะดูเป็นงานเป็นการหน่อยครับ ถ้ายกขึ้นมาแบบนี้ จะเป็นการไม่สมควรครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #24 เมื่อ: 16-03-2007, 15:36 »

อ่า ... ติงนิดนึงครับ คุณชอบแถ ควรบอกว่า อ้างอิงมาจากพระราชดำรัส ครับ ถึงจะดูเป็นงานเป็นการหน่อยครับ ถ้ายกขึ้นมาแบบนี้ จะเป็นการไม่สมควรครับ

ก็บอกอยู่ข้างล่าง ตรง link นั่นแล้วไง
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 16-03-2007, 15:38 »

ปกติควรเขียนเอาไว้ก่อน link ครับ อันนี้ติงด้วยความปรารถนาดีจริง ๆ นะครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #26 เมื่อ: 16-03-2007, 15:48 »

เรื่องมาจากไหน ก็อยู่ในความเห็นนั่นแหละจะบนกลางล่างแล้วแต่สไตล์ ใครอ่านไม่ละเอียด เผลอด่าเองก็ช่วยไม่ได้

เศรษฐกิจพอเพียง เขียนเป็นตัวหนา แปลว่า Sufficiency Economy เขียนเป็นตัวหนาในหนังสือ
โซฟิเชียลซี่ อิโคโนมี่ ไม่มีในตำราเศรษฐกิจ จะมีได้อย่างไร เพราะว่าเป็นทฤษฎีใหม่ เป็นตำราใหม่

แต่เศรษฐกิจพอเพียงนั้น เขาตีความว่าเป็นเศรษฐกิจชุมชน คือหมายความว่า ให้พอเพียงในหมู่บ้าน หรือในท้องที่ ให้สามารถที่จะมีพอกิน มันเริ่มด้วยพอกิน พอมีพอกิน อันนี้ พอมีพอกินได้พูดมาหลายปี สิบกว่าปีมาแล้ว ให้พอมีพอกิน แต่ว่าพอมีพอกิน มันเป็นเริ่มต้นของเศรษฐกิจ
เมื่อปีที่แล้วบอกว่าถ้าพอมีพอกิน เซลฟิเชนซี่ คือ พอมีพอกินของตัวเองนั้น เป็นเศรษฐกิจสมัยหิน มันไม่ใช่ว่าเป็นเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเศรษฐกิจสมัยหิน
สมัยหินนั้น เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน แต่ว่าค่อยๆ พัฒนาขึ้นมา ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนกัน มีการช่วยระหว่างหมู่บ้าน หรือระหว่างอำเภอ จังหวัด ประเทศ
ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยน มีการไม่พอเพียงกัน ถึงบอกว่า ถ้ามีเศรษฐกิจพอเพียง เพียงเศษ ๑ ส่วน ๔ ก็จะพอแล้ว จะใช้ได้
เพราะว่าถ้ามีเศรษฐกิจพอเพียง เพียงเศษ ๑ ส่วน ๔
สมมุติว่าเดี๋ยวนี้ไฟดับ ถ้าไม่มีเศรษฐกิจพอเพียง ไฟดับ ไฟหลวง ไฟฟ้าหลวง หรือไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขาดับหมด พังหมด จะทำอย่างไร ที่ๆ ต้องใช้ไฟฟ้าก็ต้องแย่ไป บางคนที่ต่างประเทศ เวลาไฟดับ เขาฆ่าตัวตาย แต่ของเราไฟดับ เราเคยชิน เราไม่เป็นไร
ไฟดับ ถ้ามีความจำเป็น เศรษฐกิจพอเพียงแบบไม่เต็มที่ เรามีเครื่องปั่นไฟ ก็ใช้ปั่นไฟ
หรือถ้าขั้นโบราณกว่า มืดก็จุดเทียน มีทางที่ให้แก้ปัญหาเสมอ งั้นเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ก็มีเป็นขั้นๆ แต่ว่าต้องดูว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้
ที่จะมาบอกว่า ให้พอเพียงเฉพาะตัวเองร้อยเปอร์เซนต์ เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ จะต้องมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วยกัน ถ้ามีการช่วยกันแลกเปลี่ยน ก็ไม่ใช่พอเพียงแล้ว

แต่ว่าพอเพียง ในทฤษฎีหลวงคือ ให้สามารถดำเนินงานได้ แต่ที่ว่าเมืองไทยไม่ใช้เศรษฐกิจพอเพียง นี่ไม่ได้ตำหนิ ไม่เคยพูด นี่พูดในตอนนี้ พูดเวลานี้ ขณะนี้ว่าประเทศไทย ไม่ใช้เศรษฐกิจพอเพียง ค่อนข้างจะแย่ เพราะว่าจะทำให้ล่มจม
เศรษฐกิจพอเพียงที่หมายถึงนี้ คือว่า อย่างคนที่ทำธุรกิจ ก็ย่อมต้องไปกู้เงิน เพราะว่าธุรกิจ หรือกิจการอุตสาหการสมัยใหม่นี้ คนเดียวไม่สามารถที่จะรวบรวมทุนมาสร้างกิจการ กิจกรรมที่ใหญ่ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้กิจกรรมที่ใหญ่

ไปไหนได้เอ่ยถึงเขื่อนป่าสัก คนเดียวทำไม่ได้ หรือแม้แต่หน่วยราชการหนึ่งเดียวทำไม่ได้ เขื่อนป่าสักนี้เริ่มต้นด้วยเป็นกิจการของกรมชลประทาน แต่ว่าให้กรมชลประทานแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้ ก็จึงต้องรวบรวมกำลังและกลายเป็นกิจการของรัฐบาลเป็นส่วนรวม ถ้าจะว่ารัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลเดียว แต่ว่ารัฐบาลหลายรัฐบาลต้องทำ แล้วก็เงินทองนั้นก็เป็นกิจการที่ใช้เงิน ทำไปทำมาแต่ก่อนอาจจะไม่แพง แต่ตอนหลังก็แพง เกิน 2 หมื่นล้าน เป็นจำนวนเงินที่ไม่ใช่น้อย ดูจะเป็นเงินที่หายาก แล้วทำไมมาทำ แต่ที่สนับสนุนให้ทำ เพราะว่าเขื่อนป่าสัก อย่างที่นายกฯได้กล่าว มีประโยชน์มาก แม้จะยังไม่ได้ส่งน้ำสำหรับการเกษตรแท้ๆ แต่ว่าได้ทำประโยชน์ ปีนี้เดือนตุลา พฤศจิกา เขากลัวน้ำท่วม และบอกไว้แล้วโครงการป่าสักมีไว้สำหรับน้ำแห้ง และมีไว้สำหรับน้ำเปียก น้ำมากน้ำเกินมันก็เปียก ทำให้มีความเสียหาย เสียหายทั้งทางเกษตรคือถ้าสิ่งที่เพาะปลูก ถูกน้ำท่วมก็เน่า เมื่อเน่าแล้ว เจ้าของคือเกษตรกรก็ไม่มีรายได้ ต้องช่วยเขา เขาก็ต้องช่วยตัวเองด้วย เสียหายมาก ในด้านอื่น ในกรุง ในเมืองก็มีน้ำมาก ไม่ได้ประโยชน์ ก็ล้นมาท่วมถนน การจราจรติดขัด ธุรกิจต่างๆ หยุดชะงักเสียหาย ความเสียหายเหล่านี้หลังคำนวนดู หมื่นล้าน เมื่อปี 26 หรือที่น้ำท่วมคำนวนดูแล้ว รัฐบาลต่างๆ ในระยะโน้นต้องมีงบประมาณไปช่วยเกษตรกร งบประมาณสูบน้ำออกจากถนน ออกจากกรุงคิดแล้วเป็นเงินก็ประมาณหมื่นล้าน แต่ความเสียหาย อย่างอื่นเป็นมลพิษ คือเครื่องที่สูบก็ต้องใช้น้ำมันหรือถ้าไม่ได้ใช้น้ำมัน ก็ต้องใช้ไฟฟ้า ไฟฟ้าต้องผลิตด้วยเชื้อเพลิงที่สร้างมลพิษ ส่วนมากเป็นอย่างนั้น เชื้อเพลิงที่ผลิตด้วยกำลังพลังงานที่ไม่มีมลพิษ เช่น พลังน้ำ มีน้อย เปรียบเทียบกับพลังงานที่ใช้ เช่น มีน้ำมันหรือลิกไนต์ ทำมลพิษมากก็เสียหายทับถมไปอีก มันเกินหมื่นล้าน

ถ้านับดูปีนี้ที่น่าจะมีความเสียหายหมื่นล้าน ไม่ต้องเสีย ที่ไม่ต้องเสียนี้ก็ทำให้เกิดมีผลผลิต โดยเฉพาะอย่างเกษตร เขามีผลผลิตได้ แม้จะปีนี้ ซึ่งเขื่อนยังไม่ได้ทำงานในด้านชลประทาน ก็ทำให้ป้องกันไม่ให้มีน้ำท่วม ทำให้เกษตรกรเพาะปลูกได้ ก็เป็นเงินหลายพันล้าน ฉะนั้นในปีเดียวเขื่อนป่าสักนี้ได้คุ้มแล้ว คุ้มค่าที่ได้สร้าง 2 หมื่นล้านนั้นค่าสร้างตัวเขื่อนและส่วนประกอบต่างๆ ไม่ถึงพันล้าน

ที่มากเพราะว่าต้องไปชดเชย และต้องไปเลื่อนถนน เลื่อนรถไฟ ไม่ใช่เฉพาะเขื่อน การที่จะชดเชยให้กับผู้ที่มีที่ ก็ทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น วันนั้นที่ไปเปิดเขื่อนได้บินเฮลิคอปเตอร์ไปดูขอบของอ่าง ก็เห็นบ้านที่เขาสร้างให้ผู้ที่ย้ายมาจากที่เสียหาย เขาก็สร้างบ้านได้อย่างดี คุณภาพชีวิตของผู้ที่ได้รับชดเชยก็ดีขึ้น หมายความว่ากิจการเหล่านี้ ไม่ได้อยู่ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน
แต่ว่าเป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ก็พอเพียงเพราะว่าถ้าทำแล้ว คนอาจจะเกี่ยวข้องกับกิจการนี้มากมาย ทำให้ส่วนรวมได้รับประโยชน์และจะทำให้เจริญ

คัดลอกมาจาก พระราชดำรัส http://kanchanapisek.or.th/speeches/1999/1223.th.html


สรุปได้ว่า
1. เศรษฐกิจพอเพียง เขียนเป็นตัวหนา แปลว่า Sufficiency Economy (ไม่ใช่ SELF-SUFFICIENT ECONOMY)
   เป็นทฤษฎีใหม่ เป็นตำราใหม่
2. พอเพียงเฉพาะตัวเองร้อยเปอร์เซนต์ เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ จะต้องมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วยกัน
   ถ้ามีการช่วยกันแลกเปลี่ยน ก็ไม่ใช่พอเพียงแล้ว
3. มีเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน และ เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 16-03-2007, 15:55 »

รั้นจริงนะครับ แต่ก็เอาเถอะครับอย่างน้อยก็ได้บอกได้กล่าวให้คุณชอบแถ ทราบแล้วว่า การยกเอาพระราชดำรัส มากล่าวอ้าง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ระบุเสมอว่าเป็นพระราชดำรัส และเป็นพระราชดำรัสในปีใด ด้วย บางทีแล้วคุณชอบแถ อาจจะไปเล่นที่ประชาไท มาเลยพลอยติดเชื้อมาจากเว็บนั้น ผมพอที่จะเข้าใจได้ แต่คุณชอบแถคงจะไม่ทราบว่า ในแวดวงคนที่เจริญแล้ว เค้าจะอ้างอิงกันครับ ต่อให้อีกร้อยปีพันปีข้างหน้า สมมุติว่าประเทศไทยใช้ระบอบการปกครองแบบเลือกประธานาธิบดี เค้าก็ยังต้องอ้างอิงครับ ยกตัวอย่างได้จากประเทศฝรั่งเศษ หรือที่ใกล้ตัวหน่อย เช่นประเทศจีน พรรคคอมมิวนิสต์ ก็ยังคงให้เกียรติจักรพรรดิปูยี ครับ เชิญสรุปได้เลยครับ เพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านคงรอที่จะซักถามกันอยู่ครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #28 เมื่อ: 16-03-2007, 15:59 »

เอ ก็อ้างอิงอยู่นี่ ตาถั่วหรือไงไม่ทราบ หรือว่าเครื่องรุ่นเก่ากด link ไม่ไปจ๊ะ

ส่วนแฟนๆ ที่อ่านรู้เรื่องเข้าใจ ไป link ต้นฉบับได้ ว่างๆ จะสรุปให้ฟังนะจ๊ะ ขอไปทำมาหากินก่อน
เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ก็มาจาก พระราชดำรัส สามปี คือ 2540, 41, 42
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: 16-03-2007, 16:04 »

เดี๋ยวจบท่อนสาม ค่อยสรุปให้อีกทีนะจ๊ะ แฟนคลับทั้งหลาย

ขอบคุณครับ คุณชอบแถที่รับฟัง และ หวังว่าผมคงไม่ต้องรอนานนะครับ สำหรับการสรุป เข้าใจครับว่าต้องทำมาหากิน จะรอนะครับ Smile


ปล. ระหว่างรอนี่ เพื่อน ๆ จะตั้งคำถามทิ้งไว้ก็ได้นะครับ คุณชอบแถจะได้ประหยัดเวลาในการค้นคว้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2007, 16:05 โดย คนในวงการ » บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #30 เมื่อ: 16-03-2007, 16:12 »

ไม่ต้องเสียเวลาค้นคว้าหรอก ตอบสดยังได้ เดะเดะอ่ะ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #31 เมื่อ: 16-03-2007, 16:19 »

อิชั้นเข้ามาจิกอ่ะคร้า.....

ตกลงคนในเว๊บนี้ไม่มีใครตอบได้สักคนว่าพวกคุณนำทฤษฎีพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไรสักคนเดียว....กินแรงคุณแถและน้องเมียฯเจงๆที่อุตส่าห์นำอาหารสมองมาให้


คุณจอมแถค่ะ...อิชั้นว่าเราคุยกระหนุงกระหนิง 2 คนดีกั่ว ขืนตักน้ำรดหัวตอแบบที่ทำอยู่นี้...อิชั้นว่าไม่workหรอกค่ะ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #32 เมื่อ: 16-03-2007, 16:35 »

ระหว่างที่คุณชายแถ กับ คุณนายเมียน้อยฯ กำลังรอเหยื่ออยู่นั้น.....คุณเมียน้อยฯก็ลุกขึ้นสะบัดผ้าถุงพึบพั๊บๆๆไปพลางๆ
บันทึกการเข้า
เต้าฮวยลุงอร่อยมาก
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #33 เมื่อ: 16-03-2007, 16:37 »

เปิดแอร์เมื่อจำเป็นจริงๆ

พยายามไม่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ถ้าไม่หนาวจริงๆ

ไม่ขยายกิจการจนเกินตัว

คิดราคาลูกค้าแบบแฟร์ๆ ไม่โขกสับกำไรจนเกินไป




นี่แหละที่ผมทำอยู่

ถือว่าพอเพียงมั๊ยครับ 
บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #34 เมื่อ: 16-03-2007, 16:44 »

ถามอย่างแรกเลย ชอบแถ แล้ว เศรษฐกิจพอเพียง มันทำให้สถานการณ์ ทางภาคใต้ แย่ลง ยังไง

เรื่องเนื้อหา ไม่เห็นมีอะไรอธิบาย วกไปวนมา แต่ก็พอรับได้นะ รอคนอื่นมาเสริมแล้วกัน

มีอีกหลายคำถาม นะ จะได้รู้ว่าซักที ชอบแถเดือดร้อนอะไรหนักหนากับเศรษฐกิจพอเพียง 
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #35 เมื่อ: 16-03-2007, 16:54 »

นึกว่า คุณแถจะบรรยายเองด้วยความรู้ความเข้าใจของตนเอง ..

แล้วจะมีบทสรุปไหม

...
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #36 เมื่อ: 16-03-2007, 16:56 »

เปิดแอร์เมื่อจำเป็นจริงๆ --- เรียกว่าประหยัดค่ะ

พยายามไม่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ถ้าไม่หนาวจริงๆ วิธีการประหยัดเช่นเคย

ไม่ขยายกิจการจนเกินตัว ถือเป็นการไม่ประมาท.....แต่จุดไหนถึงเรียกว่าเกินหรือไม่เกินตัวค่ะ?

คิดราคาลูกค้าแบบแฟร์ๆ ไม่โขกสับกำไรจนเกินไป  เรียกว่ารู้จักการทำตลาดในแง่ของ pricing








นี่แหละที่ผมทำอยู่

ถือว่าพอเพียงมั๊ยครับ 

ถือว่ามีวินัยการดำเนินชีวิตในระดับหนึ่งคร้า
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #37 เมื่อ: 16-03-2007, 16:59 »

เศรษฐกิจพอเพียงเริ่มมาจากปี 2540 เป็นปีแรก เป็นปีที่เศรษฐกิจฟองสบู่แตก และบริษัทในเครือ สนง ทรัพย์สิน
มีหนี้มากที่สุดในประเทศไทย เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ก็มีเพียงพระราชดำรัสสามปีนี้เท่านั้น
ไม่ได้มีที่ทรงเรียบเรียงใหม่ นอกจากมีหน่วยงานทั้งหลาย จับมาผสมปนเป กับ "ทฤษฏีใหม่" แล้วออกตำรามาให้
อ่านแล้ว งง เล่น มีสามห่วงสองเงื่อนไข อะไรก็ไม่รู้

สรุปง่ายๆ จากพระราชดำรัสสามปี ก็คือ
- เศรษฐกิจ ที่ต้องมี การแลกเปลี่ยน เรียกว่า เป็นเศรษฐกิจการค้า ไม่ใช่ เศรษฐกิจพอเพียง
  ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้เศรษฐกิจพอเพียงทั้งหมดได้ เป็นแค่ ส่วนประกอบของระบบเศรษฐกิจ ชัดเจนนะตรงนี้
- ทรงเน้นให้ทำแค่ 25% ของการกระทำ
- คำว่า "พอมีพอกิน" หมายถึง "เศรษฐกิจพอเพียง" ส่วนคำว่า "พอเพียง" มีความหมายกว้างออกไปอีก
- "เศรษฐกิจพอเพียง" คือ Sufficiency Economy ไม่ใช่ Self-sufficience Economy ที่แปลว่า อยู่ได้ด้วยตนเอง
- คนเราจะอยู่เป็นสุขได้ ต้องทุกประเทศ พอเพียง (ไม่ใช่แค่ประเทศไทยนะ)
- ความพอเพียง แปลว่า ความพอประมาณและความมีเหตุผล

ไม่เห็นมีอะไรยาก ก็แค่ให้พึ่งพาตนเองซะหน่อย 1 ใน 4 ของการกระทำ ที่เหลืออยากทำไรก็ทำ
ไม่รู้แปลเป็นอะไรซับซ้อนนักหนา สามห่วง สองเงื่อนไข บางคนก็ไปตีความพอเพียงกันเองอีก
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #38 เมื่อ: 16-03-2007, 17:01 »

ก็แถ ตัดแปะ สรุปเอาทื่อๆ
เบี่ยงเบนประเด็น โชว์โง่เหมือนเดิม
บันทึกการเข้า
เต้าฮวยลุงอร่อยมาก
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #39 เมื่อ: 16-03-2007, 17:02 »

เปิดแอร์เมื่อจำเป็นจริงๆ --- เรียกว่าประหยัดค่ะ

พยายามไม่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ถ้าไม่หนาวจริงๆ วิธีการประหยัดเช่นเคย

ไม่ขยายกิจการจนเกินตัว ถือเป็นการไม่ประมาท.....แต่จุดไหนถึงเรียกว่าเกินหรือไม่เกินตัวค่ะ?

คิดราคาลูกค้าแบบแฟร์ๆ ไม่โขกสับกำไรจนเกินไป  เรียกว่ารู้จักการทำตลาดในแง่ของ pricing








นี่แหละที่ผมทำอยู่

ถือว่าพอเพียงมั๊ยครับ 

ถือว่ามีวินัยการดำเนินชีวิตในระดับหนึ่งคร้า


เรื่องการเกินตัว ดูจาก ศักยภาพของทีม และ ปัจจัยความเสี่ยงของงาน และทุนสำรองคับ

ถ้าประเมินแล้วว่างานที่เข้ามาทีมยังไม่มีศักยภาพพอก็ไม่รับ ประเภทรับงานมาก่อนแล้วค่อยเสี่ยงหาคนทีหลัง ผมไม่ค่อยทำคับ  
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #40 เมื่อ: 16-03-2007, 17:07 »

เปิดแอร์เมื่อจำเป็นจริงๆ --- เรียกว่าประหยัดค่ะ

พยายามไม่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ถ้าไม่หนาวจริงๆ วิธีการประหยัดเช่นเคย

ไม่ขยายกิจการจนเกินตัว ถือเป็นการไม่ประมาท.....แต่จุดไหนถึงเรียกว่าเกินหรือไม่เกินตัวค่ะ?

คิดราคาลูกค้าแบบแฟร์ๆ ไม่โขกสับกำไรจนเกินไป  เรียกว่ารู้จักการทำตลาดในแง่ของ pricing








นี่แหละที่ผมทำอยู่

ถือว่าพอเพียงมั๊ยครับ 

ถือว่ามีวินัยการดำเนินชีวิตในระดับหนึ่งคร้า


เรื่องการเกินตัว ดูจาก ศักยภาพของทีม และ ปัจจัยความเสี่ยงของงาน และทุนสำรองคับ

ถ้าประเมินแล้วว่างานที่เข้ามาทีมยังไม่มีศักยภาพพอก็ไม่รับ ประเภทรับงานมาก่อนแล้วค่อยเสี่ยงหาคนทีหลัง ผมไม่ค่อยทำคับ  


ก็ถือว่าเป็นการลงทุนแบบ play safe คือไม่หวือหวาและรู้ศักยภาพตัวเองแบบนี้เป็นพฤติกรรมปรกติของนักลงทุนในระบบทุนนิยมเช่นกันค่ะ
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #41 เมื่อ: 16-03-2007, 17:10 »

ก็แถ ตัดแปะ สรุปเอาทื่อๆ
เบี่ยงเบนประเด็น โชว์โง่เหมือนเดิม

เอ สรุปออกชัดเจนออกอย่างงั้น หรือ กล้าสรุปเป็นอย่างอื่นก็บอกมาสิ กล้าๆ หน่อย 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2007, 17:14 โดย ชอบเเถ » บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #42 เมื่อ: 16-03-2007, 17:19 »

ถามอย่างแรกเลย ชอบแถ แล้ว เศรษฐกิจพอเพียง มันทำให้สถานการณ์ ทางภาคใต้ แย่ลง ยังไง

เรื่องเนื้อหา ไม่เห็นมีอะไรอธิบาย วกไปวนมา แต่ก็พอรับได้นะ รอคนอื่นมาเสริมแล้วกัน

มีอีกหลายคำถาม นะ จะได้รู้ว่าซักที ชอบแถเดือดร้อนอะไรหนักหนากับเศรษฐกิจพอเพียง 


กระทู้นี้ไม่เห็นเกี่ยวกะ ทางภาคใต้ ไม่ตอบอ่ะ ต้องรักษากฎกติกามารยาทบอร์ดอย่างเคร่งครัดนะ เหอ เหอ

คำอธิบายก็ชัดอยู่แล้ว บอกว่า เศรษฐกิจพอเพียงทำไม่ได้เอาแค่เป็นส่วนประกอบ ไม่ทราบอ่านตรงไหนไม่เข้าใจ
เจ้าของกระทู้เค้ายังไม่งงเลย บอกแล้วเข้าใจกันผิดหมด รวมทั้งรัฐบาลด้วย
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #43 เมื่อ: 16-03-2007, 17:23 »

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้
      •  กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา
      •  คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
      •  คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้
•  ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 
•  ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ 
•  การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

•  เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ
•  เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ 
•  เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
http://www.doae.go.th/report/SE/html/02.htm


นี่ไง ฉบับที่หน่วยงานรัฐสรุปกันเองเข้าใจกันเอง อ่านดูซิ เหมือนพระราชดำรัส มั้ยคร้าบ
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #44 เมื่อ: 16-03-2007, 17:39 »

ผมยังคงติดตามอยู่นะครับ แต่ยังไม่โพสตอนนี้เพราะเมื่อกี้โพสไปเยอะแล้ว ผมฟังอย่างตั้งใจครับ ทั้งที่คุณชอบแถ บรรยาย และทั้งที่เพื่อน ๆ ซักถาม และผมยังไม่สรุปอะไรครับ รออ่านภูมิปัญญาของคุณชอบแถ ไปเรื่อย ๆ ก่อน
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
СεгЪεгυŞ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 70



« ตอบ #45 เมื่อ: 16-03-2007, 17:43 »

ก๊อปยังไงหว่า มีห้าส่วนแต่ก็อบมาแปะสี่ส่วน แถมไม่จัดหมวดหมู่ยุบรวมกันหมด
บันทึกการเข้า

ม้าหนุ่มแห่งชินจูกุ
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #46 เมื่อ: 16-03-2007, 18:51 »

และแน่นอนที่สุดว่าทฤษฎีใดก็ตามที่มีวิธีวัดความสำเร็จ/ล้มเหลวได้อย่างแม่นยำและไม่คลุมเครือ....ทฤษฎีดังกล่าวย่อมเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศเพราะทฤษฎีดังกล่าวสามารถนำไปปฎิบัติได้ ในขณะที่หลายๆทฤษฎีไม่ได้รับการยอมรับและถูกลืมเลือนไปเพราะทฤษฎีดังกล่าวไม่มีหลักฐานอ้างอิงในทางวิทยาศาสตร์


ความศรัทธาต่อทฤษฎีเพียงอย่างเดียวหาใช่เหตุผลถึงความคงอยู่และได้รับการยอมรับของทฤษฎีใดๆไม่....เหตุผลและข้อพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับตัวทฤษฎีดังกล่าวต่างหากเล่าที่ทำให้เป็นที่ยอมรับและคงอยู่ได้เป็นเวลานาน เช่น ระบอบทุนนิยม ระบอบคอมมิวนิสต์ ระบอบสังคมนิยม ฯลฯ เป็นต้น
บันทึกการเข้า
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #47 เมื่อ: 16-03-2007, 19:11 »

อยากให้ ฯจ๊ะ มาบรรยายด้วยครับ เกรงว่าแถคนเดียวอาจจะไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะมาบรรยายหัวข้อนี้



ขอโทดมั่กๆค่ะ...ผัวอิชั้นไม่ว่างมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชพวกชี้ตาไม่กระพริบ สู้ผัวอิชั้นเอาเวลาไปโขกหมากรุกยังสร้างสรรค์กว่าอีก...อิชั้นพูดกงๆไม่มักั๊กคร้า 

ผัวตัวเอง หรือผัวคนอืน ??

มั่วนิ่มหน้าด้าน เหมือนแม้ว เลยว่ะ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #48 เมื่อ: 16-03-2007, 19:26 »

อยากให้ ฯจ๊ะ มาบรรยายด้วยครับ เกรงว่าแถคนเดียวอาจจะไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะมาบรรยายหัวข้อนี้



ขอโทดมั่กๆค่ะ...ผัวอิชั้นไม่ว่างมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชพวกชี้ตาไม่กระพริบ สู้ผัวอิชั้นเอาเวลาไปโขกหมากรุกยังสร้างสรรค์กว่าอีก...อิชั้นพูดกงๆไม่มักั๊กคร้า 

ผัวตัวเอง หรือผัวคนอืน ??

มั่วนิ่มหน้าด้าน เหมือนแม้ว เลยว่ะ


จะผัวฉันหรือผัวคนอื่น...มันหนักกบาลแกงั้นซิ? 
บันทึกการเข้า
เต้าฮวยลุงอร่อยมาก
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #49 เมื่อ: 16-03-2007, 20:00 »

เปิดแอร์เมื่อจำเป็นจริงๆ --- เรียกว่าประหยัดค่ะ

พยายามไม่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ถ้าไม่หนาวจริงๆ วิธีการประหยัดเช่นเคย

ไม่ขยายกิจการจนเกินตัว ถือเป็นการไม่ประมาท.....แต่จุดไหนถึงเรียกว่าเกินหรือไม่เกินตัวค่ะ?

คิดราคาลูกค้าแบบแฟร์ๆ ไม่โขกสับกำไรจนเกินไป  เรียกว่ารู้จักการทำตลาดในแง่ของ pricing








นี่แหละที่ผมทำอยู่

ถือว่าพอเพียงมั๊ยครับ 

ถือว่ามีวินัยการดำเนินชีวิตในระดับหนึ่งคร้า


เรื่องการเกินตัว ดูจาก ศักยภาพของทีม และ ปัจจัยความเสี่ยงของงาน และทุนสำรองคับ

ถ้าประเมินแล้วว่างานที่เข้ามาทีมยังไม่มีศักยภาพพอก็ไม่รับ ประเภทรับงานมาก่อนแล้วค่อยเสี่ยงหาคนทีหลัง ผมไม่ค่อยทำคับ  


ก็ถือว่าเป็นการลงทุนแบบ play safe คือไม่หวือหวาและรู้ศักยภาพตัวเองแบบนี้เป็นพฤติกรรมปรกติของนักลงทุนในระบบทุนนิยมเช่นกันค่ะ


แสดงว่าในโลกนี้ ไม่มีบริษัทไหนที่ใช้ ศก..พอเพียงเป้นหลัก ใช่มั๊ยครับ ?

ถ้ามีรบกวนยกตัวอย่าง

ถ้าไม่มีทำไมถึงไม่มีครับ ?


กองทุนโครงการหลวงต่างๆ เช่น ดอยคำ เป็น ศก. แบบไหนครับ ?
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
    กระโดดไป: