ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-10-2020, 12:47
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ค้าปลีกไทยเสนอคุมเปิด-ปิด พร้อมหยุด1วัน เปิดโอกาสให้ร้านโชห่วยมีโอกาสหายใจบ้าง.. 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ค้าปลีกไทยเสนอคุมเปิด-ปิด พร้อมหยุด1วัน เปิดโอกาสให้ร้านโชห่วยมีโอกาสหายใจบ้าง..  (อ่าน 3923 ครั้ง)
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« เมื่อ: 19-02-2007, 11:07 »

ค้าปลีกไทยเสนอคุมเปิด-ปิด พร้อมหยุด1วัน แก้ผูกขาดตลาด
 
19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 07:30:00
 
ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยเสนอมาตรการคุมเวลาเปิด-ปิด ดิสเคาท์สโตร์ในเมือง 10.00-22.00 น. พร้อมหยุด 1 วันต่อสัปดาห์ ต่อลมหายใจรายย่อย ด้าน"พาณิชย์" ดันร่างพ.ร.บ.ค้าปลีกฯ เข้า ครม.ภายในเดือนนี้ หวั่น 4 รายผูกขาดตลาด

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เครือเนชั่น จัดสัมมนา "กฎหมายค้าปลีกไทย : ใครได้ประโยชน์" ผู้ร่วมอภิปรายประกอบด้วย นางวัชรี วิมุกตายน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นายธนภณ ตังคณานันท์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเครือข่ายร้านค้าปลีก "เทสโก้ โลตัส" นายวิโรจน์ จุนประทีปทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง จำกัด นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายนิรุตน์ วัชราภิชาติ ผู้ประสานงานสมาพันธ์คนไทยต้านค้าปลีกต่างชาติ

นางวัชรี กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ...ได้มีการเพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการที่เข้ามาต้อง "ปลอดการเมือง" เพื่อให้มีความเป็นอิสระ เข้มแข็ง ไม่ถูกครอบงำ และคัดค้าน

ขณะที่ 80-90% คงสภาพเดิม โดยคาดว่าจะสามารถนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์

กรอบการทำงานที่เป็น "โจทย์" ต่อ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนั้น ต้องการทำให้ผู้ประกอบการทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้ในระยะยาว ภายใต้การเติบโตของโมเดิร์นเทรด หรือร้านค้าปลีกสมัยใหม่ต้องแบ่งพื้นที่ให้โชห่วยหรือผู้ประกอบการรายย่อยสามารถยืดหยัดอยู่ได้เช่นกัน

"อยากให้กฎหมายผ่าน ครม.ในยุคนี้ ถ้าไม่ผ่านก็จะมีปัญหามากในยุคหน้าที่อาจจะไม่ผ่านอีก กฎหมายผังเมืองหรือกฎหมายควบคุมอาคารไม่ใช่ยารักษาโรค ทั้งยังมีช่องโหว่เต็มไปหมด" นางวัชรีกล่าว

ทั้งนี้ กิจการประเภทซื้อมาขายไป อย่างธุรกิจค้าปลีกไม่ควรเป็นตลาดของผู้แข่งขันน้อยรายที่เข้าข่าย "ผูกขาดตลาด" เพราะร้านค้าปลีกถือเป็นช่องทางกระจายสินค้าสุดท้ายสู่มือผู้บริโภค หากอยู่ในความควบคุมของผู้เล่นหลัก 4 รายใหญ่ในตลาด ย่อมมีผลต่อโครงสร้างธุรกิจและการกำกับดูแลของภาครัฐ

ค้านกฎหมายเหวี่ยงแห-แก้ไม่ตรงปัญหา

นายธนภณ กล่าวว่า หากพิจารณาตามร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกฯ "ผู้ที่ได้ประโยชน์" คือ ผู้ค้าส่ง หรือยี่ปั๊ว "ผู้เสียประโยชน์" คือ ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภค ขณะที่ "โชห่วย" เสมอตัว เนื่องจากแนวทางกำกับดูแลเป็นการครอบคลุมค้าปลีกทุกประเภททั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายฉบับนี้เน้นเฉพาะการ "ควบคุมการขยายสาขาของค้าปลีก" ทั้งที่ควรจะครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องบนห่วงโซ่ซัพพลายเชนในระบบการค้าทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก จนถึงผู้บริโภค จึงเชื่อว่าจะไม่ง่ายนักที่จะนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในเวลานี้ ยังมี พ.ร.บ.ผังเมือง และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่กำกับดูแลการขยายตัวของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่อยู่แล้ว จึงถามว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนต่อการผลักดันให้มี พ.ร.บ.ค้าปลีกฯ ที่จะซ้ำซ้อนกัน

"ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเน้นเฉพาะการควบคุมการขยายสาขาของผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งคำตอบสุดท้ายจะเป็นการแก้ปัญหาโชห่วยได้จริงหรือไม่ยังเป็นคำถาม" นายธนภณ กล่าว

"เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส" มีแชร์แค่ 3%

นายดามพ์ กล่าวว่า บริษัทต้องการเห็นกฎหมายค้าปลีกที่ครอบคลุมการแก้ปัญหาและบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน จากการศึกษาร่าง พ.ร.บ.การประกอบการธุรกิจค้าปลีกค้าส่งไทย พ.ศ...เมื่อช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้จาก 55 มาตรา เป็นการระบุถึงการควบคุมค้าปลีกประเภทโมเดิร์นเทรดหรือร้านค้าปลีกสมัยใหม่เท่านั้น ไม่ใช่โครงสร้างการค้าในตลาดทั้งหมด

นอกจากนี้ ในข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ที่ระบุว่าร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือกลุ่มโมเดิร์นเทรด มีส่วนแบ่งการตลาด 60% ของธุรกิจค้าปลีกรวม และจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 70% ในปี 2551 นั้น แต่หากพิจารณาจากยอดขายของร้านค้าปลีกสมัยใหม่พบว่ามียอดขายรวมอยู่ที่ 36% ของภาพรวมระบบค้าปลีกในประเทศไทย ที่เหลือ 64% เป็นยอดขายจากระบบค้าปลีกดั้งเดิม ขณะที่เทสโก้ โลตัส มีส่วนแบ่งการตลาด 18% ของร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือมีส่วนแบ่งการตลาด 6% ในภาพรวมระบบการค้าปลีกไทย

ส่วนร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส คอนวีเนียนสโตร์ มีสาขา 250 แห่งทั่วประเทศ หรือมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 3% ในตลาดคอนวีเนียนสโตร์รวมกว่า 6,000-7,000 แห่ง

ในแง่ของการแก้ปัญหาในภาคธุรกิจค้าปลีก ขณะนี้ความสำคัญอยู่ที่คณะทำงานของภาครัฐจะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อตั้งโจทย์ในการแก้ปัญหาได้ถูกต้อง ไม่ใช่การตั้งสมมติฐานเพื่อแก้ปัญหา

"ยอมรับว่าการขยายตัวของเรามีผลกระทบในตลาด แต่เราไม่ทราบว่ามีผลกระทบรุนแรงต่อโชห่วยแค่ไหนเพราะลูกค้าส่วนหนึ่งของเทสโก้ โลตัสก็เป็นโชห่วย" นายดามพ์ กล่าว

คุมเวลาเปิด-ปิดดิสเคาท์สโตร์

นายวิโรจน์ กล่าวว่า คณะทำงานต้องทำความเข้าใจรูปแบบธุรกิจแต่ละประเภทเพื่อสร้างกฎหมายรองรับว่าร้านค้าปลีกแบบใดควรอยู่ตรงไหน โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ต ที่จำหน่ายสินค้าและบริการแตกต่างจากดิสเคาท์สโตร์อย่างชัดเจนไม่อยู่ในข่ายต้องควบคุม และสามารถเปิดบริการในเขตเมืองตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักได้ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังสามารถใช้มาตรการอื่นๆ เช่น กำหนดเวลาเปิด-ปิดบริการของร้านค้าปลีกดิสเคาท์สโตร์ให้เปิดบริการช้ากว่าปกติ และปิดเร็วขึ้น หรือเปิด-ปิดระหว่างเวลา 10.00-22.00 น. โดยเฉพาะในเขตเมืองรวมทั้งกำหนดให้ปิดบริการ 1 วันในรอบสัปดาห์ เพื่อสร้างโอกาสการขายสำหรับผู้ค้าปลีกรายย่อยและร้านโชห่วย หรือใช้มาตรการด้านภาษีสนับสนุนการทำกำไร ในรูปแบบของการกำหนดวงเงินการทำยอดขายของร้านโชห่วย 50,000 บาท สามารถหักต้นทุนรวมได้ 90% จากเดิมเป็นการหักต้นทุนดำเนินการตามจริงซึ่งไม่ถึง 90% เป็นต้น

เตือนกลุ่มผลประโยชน์ลึกล้ำ

นายกิตติ กล่าวว่า หากผู้ประกอบการค้าปลีก 4 รายใหญ่เป็นกลุ่มควบคุมตลาดหรือช่องทางจำหน่ายทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ค้าปลีกสามารถใช้อำนาจเหนือตลาดบีบผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ให้ผลิตสินค้าตามต้องการโดยเฉพาะกลุ่มเฮ้าส์แบรนด์ ซึ่งหากไม่ทำตามผู้ค้าปลีกยังสามารถใช้พลังแห่งเครือข่ายสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กฎหมายค้าปลีกฉบับเดียวไม่สามารถรองรับยุทธศาสตร์ธุรกิจค้าปลีกข้ามชาติที่สามารถปรับตัวสอดรับสถานการณ์หรืออุปสรรคในตลาดได้อย่างทันท่วงที ต้องใช้มาตรการหลายด้านเข้ามากำกับดูแลไปพร้อมๆ กัน

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามาตรการควบคุมการขยายตัวของค้าปลีกรายใหญ่ผ่านกฎหมายผังเมืองนั้น "ไม่ใช่ของจริง" แต่เป็นการตะแบงใช้เพื่อให้กฎหมายค้าปลีกตกไป ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกไทยจำเป็นต้องใช้กฎหมายเฉพาะอย่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกฯ เข้ามาเป็นเครื่องมือกำกับดูแล โดยเฉพาะในเชิงของสังคม ซึ่งการขยายตัวอย่างรวดเร็วของร้านค้าปลีกสมัยใหม่ยังทำให้กระแส "บริโภคนิยม" ขยายตัว

จี้รัฐเร่งคลอดกฎหมายค้าปลีก

นายนิรุตน์ กล่าวว่า การเดินสายของสมาพันธ์คนไทยต้านค้าปลีกต่างชาติเพื่อเรียกร้องให้รัฐเร่งประกาศใช้ พ.ร.บ.ค้าปลีกฯ ตลอดช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา เหมือนรัฐ "ใส่เกียร์ว่าง" กระทั่งขณะนี้ผู้ประกอบการค้าปลีกยักษ์ใหญ่ยังเร่งขยายสาขาในหลายจังหวัด เร็วๆ นี้สมาพันธ์ฯ จะขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์เพื่อติดตามความคืบหน้าการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกฯ
 

http://www.bangkokbiznews.com/2007/02/19/WW10_WW10_news.php?newsid=5347



นานาประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ นอกจากมีกฎหมายค้าปลีกของประเทศนั้น ๆ แล้ว ยังมีมาตราการให้ความช่วยเหลือแก่ค้าปลีกขนาดเล็กขนาดกลางให้อยู่รอดเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจและสังคม เช่น....

1.ด้านกฎหมายสรรพากร อนุญาตให้ค้าปลีกขนาดเล็กที่มียอดขายวันละไม่เกิน 50,000 บาท สามารถถือต้นทุนสินค้าและบริการที่ขายไป เท่ากับ 90 %  และให้ถือว่าร้านค้าประเภทนี้มีกำไรขั้นต้นเพียง 10% เท่านั้น 
หลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว จึงไปคำนวณเสียภาษีรายได้.....

2.ด้านความรู้เกี่ยวกับการค้าปลีกขนาดเล็ก รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในและกรมพัฒนาการค้า จะต้องให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการค้าปลีก การบริหาร ดูแลร้าน การบริหารสินค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ

3.การสนับสนุนเงินทุนเพื่อปรับปรุงร้านค้าและเงินหมุนเวียนในการประกอบกิจการในขั้นต้น....

4.การให้ผู้ค้าส่งรายใหญ่ ซัพพลาเออร์ และ ยี่ปั๊ว มีส่วนร่วมในการสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กนี้ ทั้งตัวสินค้าราคาเหมาะสม และความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้า การค้าปลีกทั่วไปด้วย....

5.การสนับสนุนการรวมกลุ่มค้าปลีกขนาดเล็กเป็นสหกรณ์ หรือ กลุ่มค้าปลีกรายย่อย เพื่อสนับสนุน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพัฒนาธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กนี้

6.เสริมสร้างความรู้ให้คนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษา เข้าใจและสนใจธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก เพื่อเป็นเจ้าของกิจการ แทนการเป็นลูกจ้างบริษัทฯ อย่างเดียว....

7. .......ฯลฯ



ถ้ารัฐบาลไม่อยากมีภาระ ไม่อยากมีโครงการประชานิยม โครงการเอื้ออาทร ที่ทำให้คนระดับล่างอ่อนแอ พึ่งพารัฐบาล พรรคการเมือง และนักการเมืองต่อไป 
รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐฯ ต้องเข้ามาช่วยเหลือให้คนไทยเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่เคยสามารถส่งลูกส่งหลานเข้าเรียนต่อสูง ๆ จนเป็น'ลูกจ้าง'บริษัทใหญ่ๆ ข้าราชการประจำ และนักการเมืองมาแล้ว.....


 
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #1 เมื่อ: 19-02-2007, 11:33 »

 

เรื่องค้าปลีกแบบ modern tread นั้น มันเป็นเรื่องของกระแส

สู้กันด้วยราคา หรือ ข้อบังครับทางด้านผู้ประกอบกิจการไม่ได้

มันเป็นทั้ง place และ Brand ในที่ๆ เดียวกัน

ถึงแม้ lotus ของจะแพงกว่า สุดท้ายคนก็เข้า lotus อยู่ดี

มันเป็นเรื่องของธุรกิจที่เข้าถึงตลาดได้ดีกว่า และมีความเป็น network

ระบบนี้อยู่ในเส้นจุดตัดพอดีที่คนจะเข้าไปซื้อหาสินค้า

ทางเดียวที่จะหยุดได้คือ บังคับคนซื้อ ซึ่ง ก็เป็นไปไม่ได้อีก

 ทางออกมีดังนี้
  1 แข่ง  สร้างแบรนด์ และ network ของห้างค้าปลีกอื่นๆ
  2 ยอมแพ้ ปล่อยยักษ์ชนกัน กันการผูกขาด  ค้าปลีกก็หันไปประกอบอาชีพอื่น

 
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #2 เมื่อ: 19-02-2007, 11:58 »

เสียเวลา ขอเสนอให้เอากองทัพอันเกรียงไกรไล่ยึดมาเป็นของเราให้หมด เป็นวาระแห่งชาติไปเลย
บันทึกการเข้า
O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« ตอบ #3 เมื่อ: 19-02-2007, 12:11 »

แล้วเมื่อไหร่จะทำซะทีล่ะเนี่ย มันน่าจะทำมา 4 เดือนแล้ว 
บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 19-02-2007, 12:22 »

แล้วเมื่อไหร่จะทำซะทีล่ะเนี่ย มันน่าจะทำมา 4 เดือนแล้ว 


อะไรที่จะทำให้เกิดความสุขสงบ ล้างบ้านให้สะอาด เรื่องปัจจุบันทันด่วน .... "ผู้นำธรรมะ" คงไม่ทำหรอกครับ แกซาดิสม์ ชอบไปทำอะไรที่ไปรับรองผลงานไอ้เหลี่ยมมั่ง สมานฉันท์กับโจรมั่ง เกียร์ว่างมั่ง สร้างความวุ่นวายมั่ง (หวย สมคิด สนามบิน ฯลฯ)

เตรียมรับวิกฤติเศรษฐกิจรอบใหม่กันดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #5 เมื่อ: 19-02-2007, 13:39 »

มีปัญหาที่ผู้ค้าปลีกรายย่อยจะต้องร่วมกันแก้ปํญหา

1. การโกงตาชั่ง
2. สินค้าเก่าเก็บ
3. มารยาทของผูค้า

สามอย่างนี่แหละค่ะ ที่ทำให้ร้านค้าสมัยใหม่เข้าแทนที่ร้านค้าโชห่วยได้ในพริบตา  ซื้อส้มหนึ่งกิโลจากโลตัส ได้ส้มมากกว่าซื้อจากตลาดหรือร้านโชห่วย ซื้อเครื่องกระป๋องโลตัสได้ของใหม่ ซื้อโชห่วยเก่าเก็บบางทีก็หมดอายุ ซื้อโลตัสเลือกเข้าไปให้พอใจ ซื้อโชห่วยเลือกมากโดนด่า

ลูกค้าก็หน่าย เซเว่น โลตัส คาร์ฟู บิ๊กซี คนจึงนิยมไปซื้อของ  ตรุษจีนวันจ่ายที่ผ่านมา นักข่าวไปทำข่าวที่เยาวราช พ่อค้าแม่ค้าบ่นค้าขายไม่ได้ คนซื้อของน้อย สรุปกันใหญ่ว่าเศรษฐกิจไม่ดี

ไม่ได้ไปดู โลตัส คาร์ฟู บิ๊กซี คนแน่นอย่างกับยัดทะนาน พนักงานชั่งของชั่งกันจนเหงื่อตก ชาวเยาวราชเอง ยังไปซื้อส้มสุกลูกไม้ในนั้นเลยค่ะ หมูเห็ดเป็ดไก่เขาจัดกันไว้เป็นชุดๆ โหงวแซ ซาแซ กระดาษเงินกระดาษทอง แย่งกันซื้อเพราะถูกกว่าไปตลาด เลือกก็ได้  นั่นล่ะค่ะสาเหตุที่โชวห่วยเจ๊ง

กฎหมายอาจช่วยพวกท่านได้ส่วนหนึ่ง แต่การปรับปรุงตัวของพวกท่านเองจะช่วยท่านได้มากกว่า  และสุดท้ายอยากฝากไว้วว่า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ที่แย่งงกันทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้ช่วยชาติให้เจริญแต่ประการใด มันใกล้จะพินาศไปพร้อมทุนนิยมนั่นแหละ

เห็นอย่างที่คุณ irq5 ว่าไว้ในข้อ 2 ค่ะ 2 ยอมแพ้ ปล่อยยักษ์ชนกัน กันการผูกขาด  ค้าปลีกก็หันไปประกอบอาชีพอื่น 
บันทึกการเข้า
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #6 เมื่อ: 19-02-2007, 13:53 »

อีกอย่างคือความเป็นธุรกิจครับ

ลองหาคำตอบในใจดูว่า

 ทำไม๊  เจ้าห้างใหญ่ๆ ถึงเสียตังโฆษณา ให้คนเข้าไปใช้บริการ

สร้างห้องน้ำห้องท่า  ห้องละหมาด  จัดแอร์เย็นๆ  คนเข้าไปจะซื้อหรือป่าวก็ไม่รู้

บางคนทะลึ่งไปหยิบถั่วต้มมาดแทะกิน ม่ายก็ยืนยิ้มกินสลัดบาร์


ผิดกับโชว์ห่วยถ้าใครเข้ามาน้อยๆ ก็่บ่น มาแล้วไม่ซื้อก็่่บ่น

มาเยอะ ก็เหนื่อยยากลำบาก


สิ่งที่ผิดกันคือ เจ้าของเงิน เหนื่อยเหรอป่าว

โชว์ห่วยนั้น เรียกง่ายๆคือ จ้างตัวเองไปขาย ได้ตังเยอะ แต่เหนื่อย

แต่ระดับพวกนั้น บริหารแบบโปร่งใส จ้างลูกจ้างได้

ีมีการลงทุนล่วงหน้า พร้อมแผนการโตที่ เชื่อมั่นได้
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 19-02-2007, 21:12 »

รัฐบาลนี้ยังไม่มี action อะไรซักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้

แต่จะคอยดูว่าจะได้เข้า ครม ไหม แล้วผลจะเป็นยังไง  Rolling Eyes
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 19-02-2007, 22:27 »

แก้ปัญหาวิธีที่ว่าก็อาจจะช่วยค้าปลีกได้บ้างนะครับ แต่ไม่มากนักหรอก
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #9 เมื่อ: 28-02-2007, 15:50 »

"เทสโก้"ถูกต้านที่อังกฤษ บทสรุปทุนยักษ์ค้าปลีก เติบโตที่เกินความพอเพียง

โดย สมชัย สุวรรณบรรณ



เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550) สื่อมวลชนอังกฤษประโคมข่าวชัยชนะของพลังประชาชนท้องถิ่นที่ตำบล ทอลเวิธ (Tolworth) ชานเมืองทิศใต้ของลอนดอน ที่สามารถขัดขวางโครงการยักษ์ใหญ่ระดับเมกะโปรเจ็คต์ ของห้างเทสโก้ที่ยื่นขอเปิดสาขาใหม่มูลค่า 150 ล้านปอนด์ (ประมาณหมื่นล้านบาท) ในเมืองนั้น

ชาวบ้านตำบลทอลเวิธเข้าชื่อกันกว่า 3,000 คน ขอเปิดการประชุมยื่นประท้วงต่อคณะกรรมการของสภาปกครองท้องถิ่นที่มีหน้าที่พิจารณาแบบแปลนการก่อสร้างอาคาร ตั้งข้อท้วงติงว่า การอนุญาตให้เปิดห้างขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ซุปเปอร์สโตร์ ในท้องถิ่นของตนนั้นจะเพิ่มปัญหาการจราจร เพิ่มปัญหามลภาวะ และทำลายธุรกิจท้องถิ่นรายย่อย และไม่มีความจำเป็นที่เทสโก้ ต้องมาเปิดสาขาที่จุดดังกล่าว เพราะเทสโก้ก็มีห้างขนาดใหญ่ตั้งอยู่แล้ว ที่ตำบลนิวมัลเด่น (New Malden) ซึ่งห่างไปเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น

เมื่อต้นปีที่แล้ว ก็มีการประท้วงในลักษณะเดียวกัน ที่ตำบลเจอราส ครอส (Gerrard Cross) ชานเมืองด้านทิศตะวันตกของลอนดอน เมื่อเทสโก้กว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่ ใกล้มอเตอร์เวย์ M40 ชาวเมืองก็ลุกขึ้นมาต่อต้านเช่นกัน ทำให้ต้องชะลอโครงการไว้ก่อน และเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วชาวเมืองในเมืองคาร์ดีฟ ก็ลุกขึ้นต่อต้านสกัดไม่ให้เทสโก้เปิดสาขาแห่งที่สาม บริเวณชานเมือง

สื่อมวลชนอังกฤษบางฉบับวิเคราะห์ว่า เทสโก้ใช้ยุทธศาสตร์กว้านซื้อกักตุนที่ดินก้อนใหญ่ในทำเลที่เหมาะๆ ไว้จำนวนมาก นอกจากจะใช้เปิดสาขาแล้ว ยังเป็นการสกัดไม่ให้คู่แข่ง มีโอกาสมาเปิดสาขาแข่ง

เมื่อปลายเดือนมกราคม (24 มกราคม 2550) น.ส.พ.หลายฉบับในอังกฤษรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมาธิการดูแลการแข่งขันทางการค้า (Competition Commission) เปิดการไต่สวนกลยุทธ์การกว้านซื้อที่ดินหลายโครงการของเทสโก้ ว่าเป็นนโยบายขัดขวางการแข่งขันทางการค้าหรือไม่ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการจะศึกษาด้วยว่า ธุรกิจของห้างใหญ่ๆ อย่างเทสโก้ อัสด้า เซนสเบอรี่ มีส่วนในการทำลายธุรกิจรายย่อยให้ล้มละลาย ทำลายระบบการแข่งขันทางการค้าหรือไม่ การศึกษานี้จะสรุปเป็นรายงานออกมาได้ภายในสองเดือนข้างหน้า 


กระแสต้านเทสโก้ในประเทศอังกฤษ เริ่มขยายวงมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ เพราะการขยายตัวเปิดสาขาทั้งเล็กและใหญ่ทั่วประเทศอังกฤษ รวมกว่าสองพันสาขา บางเมืองมีห้างเทสโก้ปักหลักอยู่ทุกทิศสกัดต้อนลูกค้า ไม่ให้หลุดรอดไปไหน ยกตัวอย่างเช่น ที่เมืองสแตรทฟอร์ด อับพอน เอวอน เทสโก้มีสาขาล้อมเมืองไว้ถึง 10สาขา เทสโก้จึงเป็นห้างที่ได้ส่วนแบ่งตลาดถึงหนึ่งในสาม (ในตลาดที่มีมูลค่าถึง 124,000 ล้านปอนด์) ถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศอังกฤษ แต่ชาวอังกฤษเริ่มรู้สึกอึดอัดกับธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่กำลังเกาะกุมชีวิตประจำวันของพวกเขา ส่วนธุรกิจครอบครัว ที่ค้าขายในท้องถิ่นมาแต่ดั้งเดิม เช่น ร้านขายผัก ขายเนื้อ ขายปลา ร้านขนมปัง รายเล็กรายย่อยพากันล้มละลายเลิกกิจการไปเพราะสู้ยักษ์ใหญ่แบบเทสโก้ไม่ได้ ชาวอังกฤษที่มีหัวในทางอนุรักษ์ก็โวยว่าธุรกิจแบบเทสโก้ทำลายรูปลักษณ์ (characters) และวิถีชีวิตของท้องถิ่น หากไม่มีใครลุกขึ้นมาค้านทุกเมืองก็จะกลายเป็นอาณานิคมเทสโก้ไปหมด


การเติบโตมิใช่จำกัดอยู่ในประเทศอังกฤษเท่านั้น เทสโก้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในต่างประเทศด้วยโดยเฉพาะยุโรปกลาง-ตะวันออก ที่กำลังเรียงหน้ากันเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป และในเอเชีย เมื่อตอนต้นปีสื่อมวลชนอังกฤษประโคมข่าวกันครึกโครมเมื่อเทสโก้เปิดสาขาในกรุงปักกิ่ง

สื่ออังกฤษเริ่มตั้งคำถามกันแล้วว่า ทุนนิยมแบบมือใครยาวก็สาวได้สาวเอา จะทำให้ชีวิตของผู้คนและสังคมดีขึ้น หรือเสื่อมถอยลงในระยะยาว กลยุทธ์การตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามของเทสโก้ เช่น โปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม ตัดราคาคู่แข่ง ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง โครงการสมาชิกสะสมแต้มเพื่อผูกมัดความจงรักภักดี (loyalty card) ล้วนแล้วแต่จูงใจให้ลูกค้าซื้อสิ่งของ หรือบริโภค เกินเลยความจำเป็นในชีวิต บริโภคกันอย่างเกินเลยความพอเพียง ท้ายที่สุด ผู้ได้ประโยชน์คือผู้ขาย ไม่ใช่ผู้ซื้ออย่างที่เข้าใจกัน

(วิธีการตลาดแบบนี้นำไปใช้ในวงการเมืองก็ได้มีผลในการผูกมัดความจงรักภักดี ระดับรากหญ้าอย่างติดอกติดใจมาแล้ว)

นอกจากนี้ สื่ออังกฤษก็ยังตั้งคำถาม เพิ่มเติมไปอีกว่า ธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีเงินทองมากมายมหาศาลอย่างนี้ ใช้อำนาจเงินซี้อสิทธิพิเศษทางการเมือง เสริมสร้างผลกำไรให้ตัวเองมากเกินเลยจนทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบหรือเปล่า

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในรายการสารคดี Despatches ของสถานีโทรทัศน์ Channel Four (ช่องสี่) ของอังกฤษ มีการตั้งข้อสงสัยที่แหลมคมเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interests) ระหว่างนักการเมืองกับนักธุรกิจ ในกรณีที่ เทสโก้อาจจะมีอิทธิพลในการกำหนดนโยบายหลายด้าน (ด้านการค้า และการคุ้มครองผู้บริโภค) ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ หรือเปล่า เพราะเซอร์เทอรี่ ลีฮี่ห์ (Sir Terry Leahy) ซึ่งเป็น CEO ผู้บริหารสูงสุด ห้างเทสโก้ เป็นผู้บริจาคเงินทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่พรรคเลเบอร์ ของนายโทนี่ แบลร์ อีกทั้งนายกรัฐมนตรี โทนี่ แบลร์ เป็นผู้เสนอต่อสำนักพระราชวังสถาปนาบรรดาศักดิ์ชั้นอัสวิน เซอร์ ให้แก่ นายเทอรี่ ลีฮี่ห์

(เมื่อปีที่แล้ว (อดีต) นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นผู้เสนอขอให้พระราชทานเครื่องราชฯให้แก่ นายเทอรี่ ลีฮี่ห์ โดยอ้างว่านายเทอรี่ ช่วยขายสินค้าโอท็อปให้ไทยในต่างประเทศ)

นอกจากนี้ ทีวีช่องสี่ของอังกฤษ ยังได้สืบสวนสอบสวนข้อมูลทางการค้าหลายอย่างเอามาเปิดเผยว่า เทสโก้ ไปเปิดบัญชี เปิดกิจการหลายอย่าง (โดยเฉพาะการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์) โดยใช้เกาะเจอร์ซี่ และเคแมนไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นเขตปลอดภาษี Offshore Tax Heavens ถ่ายเทกรรมสิทธิ์ อยากให้ผู้บริหารของเทสโก้ ออกมาชี้แจงอย่างโปร่งใสว่า ถ้าหากต้องการทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาทำไมต้องไปเปิดบัญชี ในลักษณะเช่นนั้น ทั้งๆ ที่เทสโก้ มักจะประชาสัมพันธ์ว่าเป็นธุรกิจที่มีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งถ้าหากมีนโยบายอย่างนั้นจริง ยิ่งเสียภาษีมากก็ยิ่งรับผิดชอบต่อสังคมมาก ไม่ใช่หรือ

นักข่าวของช่องสี่นายเบน ลอร์เรนซ์ขอสัมภาษณ์ผู้บริหารของเทสโก้ ซึ่งปฏิเสธ แต่ส่งคำแถลงการณ์ออกมาว่า เทสโก้ดำเนินธุรกิจทุกอย่างอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นักข่าวของช่องสี่ ที่เตรียมคำถามแหลมคมไว้หลายคำถามก็เลยไม่มีคำตอบ

กรณีชาวบ้านในอังกฤษลุกขึ้นมาสกัดเติบโตอย่างเกินเลยความพอเพียงของเทสโก้นี้ ก็เป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ป่าวร้องถึงความเลอเลิศเหนือชั้นของ ทุนนิยมแบบมือเติบ ที่โลกตะวันตกพยายามยัดเยียดให้ประเทศเล็กประเทศน้อยทั่วโลกถือเป็นคัมภีร์ นำไปถือปฏิบัติแบบหลับหูหลับตา ทั้งนี้เพราะผู้ได้ประโยชน์ในท้ายที่สุดก็คือ บรรดานายทุนเจ้าของกิจการยักษ์ใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ สื่อมวลชนตะวันตกจำนวนหนึ่งพร้อมใจกันลุกขึ้นมายกย่องเชิดชูนโยบายที่เรียกว่า ทักษิโณมิกส์ และโจมตีใครก็ตามที่เสนอแนวทางอื่นๆ รวมทั้ง แนวปรัชญาความพอเพียงและยั่งยืน

ขณะนี้หลายส่วนของโลกกำลังมองเห็นมหันตภัยในระยะยาวของทุนนิยมมือเติบ ที่สั่งสอนให้สาวกไล่ตาม การเติบโตจีดีพีเลขสองจุด (double digit GPD growth) อย่างประเทศจีนและอินเดีย ที่ผลักดันการขยายตัวทางอุตสาหกรรมกระหน่ำมลภาวะที่แย่อยู่แล้วให้เลวร้ายจนยั้งไม่อยู่ สร้างความเสียหายทำให้โลกอุ่น ภูมิอากาศแปรปรวน จนนักวิทยาศาสตร์ระดับชั้นนำของโลกต้องประกาศว่าถ้าโลกอุตสาหกรรมไม่ยุติการปล่อยของเสียขึ้นสู่บรรยากาศตั้งแต่วันนี้ ลูกหลานของเราจะไม่มีโลกให้อยู่อาศัย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรที่ ยูเอ็นดีพี (UNDP) เห็นชอบกับแนวปรัชญาความพอเพียงและยั่งยืน

การที่ชาวบ้านร้านตลาดในอังกฤษกลุ่มเล็กๆ (แต่มีหลายกลุ่มและกำลังขยายตัวตามท้องถิ่นต่างๆ) ลุกขึ้นมาสู้รบตบมือกับธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่มีอำนาจอิทธิพลทางเมือง และมีเงินเป็นถุงเป็นถัง สกัดการเติบโตอย่างไม่รู้จักความพอเพียงของเทสโก้ จึงเป็นอีกกระแสหนึ่ง ในอีกหลายๆ ส่วนของโลก ที่กำลังก่อตัวขึ้นมาทัดทาน พลังที่เลวร้ายไร้จริยธรรมของทุนนิยมมือเติบ

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01eci01280250&day=2007/02/28&sectionid=0142


ถ้าคนไทย ชาวบ้านไทย และ สื่อมวลชนไทย
จะมีจิตสำนึกสักนิดหน่อยของชาวอังกฤษ
คนไทยจะทำมาหากินในเมืองไทยดีกว่านี้แน่นอน.....

ไม่ต้องให้'ทุนนอก'และ'ตัวแทนเชิด'ของพวกเขา ล้างสมอง......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #10 เมื่อ: 28-02-2007, 15:53 »

กรณีชาวบ้านในอังกฤษลุกขึ้นมาสกัดเติบโตอย่างเกินเลยความพอเพียงของเทสโก้นี้ ก็เป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ป่าวร้องถึงความเลอเลิศเหนือชั้นของ ทุนนิยมแบบมือเติบ ที่โลกตะวันตกพยายามยัดเยียดให้ประเทศเล็กประเทศน้อยทั่วโลกถือเป็นคัมภีร์ นำไปถือปฏิบัติแบบหลับหูหลับตา ทั้งนี้เพราะผู้ได้ประโยชน์ในท้ายที่สุดก็คือ บรรดานายทุนเจ้าของกิจการยักษ์ใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ สื่อมวลชนตะวันตกจำนวนหนึ่งพร้อมใจกันลุกขึ้นมายกย่องเชิดชูนโยบายที่เรียกว่า ทักษิโณมิกส์ และโจมตีใครก็ตามที่เสนอแนวทางอื่นๆ รวมทั้ง แนวปรัชญาความพอเพียงและยั่งยืน

ขณะนี้หลายส่วนของโลกกำลังมองเห็นมหันตภัยในระยะยาวของทุนนิยมมือเติบ ที่สั่งสอนให้สาวกไล่ตาม การเติบโตจีดีพีเลขสองจุด (double digit GPD growth) อย่างประเทศจีนและอินเดีย ที่ผลักดันการขยายตัวทางอุตสาหกรรมกระหน่ำมลภาวะที่แย่อยู่แล้วให้เลวร้ายจนยั้งไม่อยู่ สร้างความเสียหายทำให้โลกอุ่น ภูมิอากาศแปรปรวน จนนักวิทยาศาสตร์ระดับชั้นนำของโลกต้องประกาศว่าถ้าโลกอุตสาหกรรมไม่ยุติการปล่อยของเสียขึ้นสู่บรรยากาศตั้งแต่วันนี้ ลูกหลานของเราจะไม่มีโลกให้อยู่อาศัย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรที่ ยูเอ็นดีพี (UNDP) เห็นชอบกับแนวปรัชญาความพอเพียงและยั่งยืน

การที่ชาวบ้านร้านตลาดในอังกฤษกลุ่มเล็กๆ (แต่มีหลายกลุ่มและกำลังขยายตัวตามท้องถิ่นต่างๆ) ลุกขึ้นมาสู้รบตบมือกับธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่มีอำนาจอิทธิพลทางเมือง และมีเงินเป็นถุงเป็นถัง สกัดการเติบโตอย่างไม่รู้จักความพอเพียงของเทสโก้ จึงเป็นอีกกระแสหนึ่ง ในอีกหลายๆ ส่วนของโลก ที่กำลังก่อตัวขึ้นมาทัดทาน พลังที่เลวร้ายไร้จริยธรรมของทุนนิยมมือเติบ

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?



ผมขอคารวะ ชาวบ้านของอังกฤษ ที่เข้าใจปัญหาสังคม การอยู่ร่วม และ ผูกขาด......

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 01-03-2007, 18:55 »

เมื่อพูดถึงค้าปลีกยักษ์ ไม่ควรคิดแค่ Carrefour Tesco BigC  ที่ขายสินค้าเครื่องใช้ อุปโภคบริโภค ประจำวันกันอย่างเดียว

ต้องรวม HomePro HomeWorks ไปด้วย ไม่ว่าจะของคนไทยเอง หรือลูกครึ่ง นอมินี  ที่รุกขยายสาขาไม่หยุด ปัจจุบันนี้ร้านค้าปลีกประเภทโคมไฟ อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน วัสดุ ทั่วๆไป กำลังถูกกระทบอย่างหนัก ยิ่งเศรษฐกิจแย่อย่างนี้ และยิ่งมีการจัดโปรโมชั่นถล่มตลาด ยิ่งหนักไปอีก

ในขณะที่ผู้ผลิตสินค้าหลากชนิด เช่น กระจก ก็กำลังกลายสภาพเป็นผู้นำเข้าและทำตลาดให้สินค้าต่างประเทศ ทำให้รายย่อยไม่ว่าจะโรงงานหรือค้าปลีกสู้ต้นทุนไม่ได้

ปัญหากำลังกินลึกไปเรื่อยๆ ร้ายแรงมาก
บันทึกการเข้า

Dont cry for me:Thailand
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 74


« ตอบ #12 เมื่อ: 02-03-2007, 00:18 »

โง่ อย่างง่าวว มันเคยนึกถึงหัวอกผู้บริโภคหรือเปล่า ?
การที่ประชาชนได้บริโภคสินค้าในราคาที่ถูก เป็นเรื่องที่ดีใช่หรือเปล่า ?
คิดอะไรกันมากมาย ทุนนิยมคือการแข่งขันกันอย่างเสรี
เมื่อก่อนเห็นบอกว่า เมื่อไหร่ที่พวกมันควบคุมได้ทั้งระบบแล้ว
มันจะขึ้นราคาสิ้นค้าหูดับตับไหม้

ไหนล่ะครับ ??? ไอ้ที่เขียนเสือให้วัวกลัวเอาไว้น่ะ ???

คนที่ตายจากศึกนี้คือพวก ซัพพลายเออร์ และผู้ประกอบการที่ปรับตัวไม่ได้ ไปไม่เป็น ไร้สติปัญญาต่างหาก

บันทึกการเข้า
Coolly_Jade
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318


ฉันจะบิน บิน บิน สู่เสรีภาพอันยิ่งใหญ่


« ตอบ #13 เมื่อ: 02-03-2007, 00:31 »

โง่ อย่างง่าวว มันเคยนึกถึงหัวอกผู้บริโภคหรือเปล่า ?
การที่ประชาชนได้บริโภคสินค้าในราคาที่ถูก เป็นเรื่องที่ดีใช่หรือเปล่า ?
คิดอะไรกันมากมาย ทุนนิยมคือการแข่งขันกันอย่างเสรี
เมื่อก่อนเห็นบอกว่า เมื่อไหร่ที่พวกมันควบคุมได้ทั้งระบบแล้ว
มันจะขึ้นราคาสิ้นค้าหูดับตับไหม้

ไหนล่ะครับ ??? ไอ้ที่เขียนเสือให้วัวกลัวเอาไว้น่ะ ???

คนที่ตายจากศึกนี้คือพวก ซัพพลายเออร์ และผู้ประกอบการที่ปรับตัวไม่ได้ ไปไม่เป็น ไร้สติปัญญาต่างหาก



จริงๆอยากอยู่เฉยๆดูความคิดของพวกคุณมากกว่า แต่พอมาเจอพูดแบบนี้เข้าก็รู้สึกแปลก

ทุนนิยคือการแข่งขันเสรี พูดได้ดีครับ ผมไม่รุ้ว่าคุณทำงานอะไรหรือมีอาชีพอะไร

แต่ผมอยากจะให้คุณลองคิดต่อเรื่องที่ผมจะกล่าวนี้

สมมุติว่าคุณเป็นพนักงานในบริษัทหนึ่ง แล้วอยู่ไปอยู่มาเขาก็ให้คุณออก ด้วยเหตุผลว่ามีคนใหม่ที่ค่าจ้างถูกกว่า

แล้วไม่ว่าจะไปสมัครหรือทำงานที่ไหน เขาก็จะมีประเด็นเรื่องต่าจ้างที่ถูกกว่าเป็นเหตุให้จ้างหรือไม่จ้างคุณทำงาน

โดยไม่สนว่าคุณจะอยู่กับเขามานานแค่ไหน มีผลงานมากมายแค่ไหน แต่เขาใช้เหตุผลของทุนนิยมเสรี

ต้นทุนที่ถูกกว่าในการบอกเลิกจ้าง ผมอยากจะรู้จริงๆว่าคุณจะมีความคิดต่อระบบแบบนี้อย่างไร

อ่อ ขอให้ตัดเงื่อนไขของกฏหมายแรงงานเกี่ยวกับค่าชดเชยหรืออะไรก็แล้วแต่ออกไปนะครับ

เพราะเรากำลังว่าด้วยทุนนิยมเสรีตามแบบฉบับที่คุณบอกว่าการแข่งขันอย่างเสรี
บันทึกการเข้า

ทักษิณาธิปไตย เสรีทางความคิด เผด็จการต่อการแสดงออก ใครเห็นด้วยเป็นคนดี ใครคัดค้านเป็นกุ๊ย
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 02-03-2007, 00:51 »

พวกหลงเหลี่ยมนี่มักจะมีพูดอะไรแย้งกันเองเสมอ

อย่างตัวอย่างเรื่องค้าปลีกนี่เห็นกันชัดๆ
ด้านหนึ่ง บอกรัฐบาลอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่รัฐบาลบิดามันทำเศรษฐกิจแย่ ๆ ๆ ๆ ๆ  แต่คนทำมาหากินกำลังจะตายกันทั้งประเทศ เพราะการค้าเสรีที่บิดามันสร้างปัญหาไว้แท้ๆ มันเ_ือกบอกการค้าเสรีดีๆๆๆ แล้วก็แถตะแบงไปเรื่อย ไม่แปลกที่บรรดาเถ้าแก่ถึงลงทุนมานอนกลางดินกินกลางทรายขับไล่ไอ้เหลี่ยม


และอยากจะเตือนรัฐบาลซื่อบื้อนี่หน่อย เข้ามาเขาให้มาปฏิรูป อะไรที่เป็นผลงานของไอ้เหลี่ยมที่ทำไทยเสียเปรียบ SMEล้มตาย ก็ต้องไปแก้กฎหมายปิดช่อง ออกกฎระเบียบให้ SME เขาอยู่รอดได้บ้าง แต่นี่มัีนไม่ทำอะไรเลย  วันๆบอกแต่ว่าตัวเองเป็นคนดี แต่เป็นคนดีที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก็ไม่แตกต่างกัน
บันทึกการเข้า

irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #15 เมื่อ: 02-03-2007, 01:29 »

 

มาต่อเรื่อง Lotus กับ วิธีทางธุรกิจเสรีต่อดีกว่า

ถามว่าโลตัสสร้างมาด้วยจิตใจต้องการทำร้ายธุรกิจอื่นหรือ ?

ถามว่าโลตัสต้องการครองโลกหรือไม่ ?

 

คำตอบคือไม่ใช่


จุดเริ่มต้นเค้าก็เหมือนๆห้างขนาดเขื่องนี่แหละครับ เปิดมาหาตังใช

แต่เงินเริ่มต้นเยอะหน่อย และมองเห็นช่องว่างตรงที่ห้างสรรพสินค้าแบบ pick and pay ราคาไม่แพงติดแอร์

จากนั้นก็เริ่มต้นขยายสาขา เพราะสาขาแรกขายดีเหลือเกิน คนช๊อบชอบ  ของถูก สะดวก

สาขาต่างๆ เพิ่มขึ้น  เกิดอะไรต่อไป

   1  คนอื่นเริ่มมองเห็นธุรกิจ เปิดมาบ้างแบ่งตลาด
   2  กระจายความเสี่ยง ด้วยการขยายสาขามันเพิ่มไปอีก
   3  ลดต้นทุน
   4  เพิ่มโปรโมชั่นเพิ่อแข่งกับเจ้าอื่น

 มองไปที่ข้อ 3-4 ครับ    ทำให้เกิด Effect
    1  ขอต่อรองกับเจ้าของผลิตภัณฑ์   ซื้อเยอะขอลดเพิ่มนะ ของผมไม่ใ่ช่แค่ร้านค้า  ของๆคุณอยู่ในร้านเรา
         เป็นที่เที่ยวของคน คนเดินผ่าน ชั้นวางสินค้าเรา หลายพันคนต่อวัน  ร้อยสาขา  ก็ หลายแสนคนต่อวัน
         กรองด้วยนะคนเดินผ่านนี่ เป็นคนมีปัญญาซื้อของแน่ๆ ดังนั้น แทนนที่จะได้ราคาส่งเฉยๆ ก็ได้ค่าวางของ
         ค่าช่วยโฆษณา  ค่าเปิดบูทเล็กๆให้ชิมอีกบานตะไท
    2  เจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ตามราคาไม่ทันหละ ลดไม่ไหวจ่ายค่าวางของไม่ไหว เลิกกิจการไปดิ
         เพราะตอนนี้ร้านค้าเล็กๆ หายหมดแล้ว  เจ้าของผลิตภัณฑ์ทีสู้ต่อ ก็ลดต้นทุนบ้างขึ้นราคาบ้าง
    3  ของบางอย่างเหลือไม่กี่เจ้าแล้ว ก็แน่สิแรกๆ เอ็งให้วางฟรี เลยมีคนเปิดธุรกิจมาทำของต่างๆวางในแผง
         หึหึ ที่ว่างแล้ว แบรนด์เหลือน้อย  โรงงานเจ๊งๆ รอคนจ้างมีเยอะทำไงหละ
    4  ผลิต house brand ดิเอาหน่าทำธุรกิจก็ต้องหาช่องทาง โรงงานประเทศนี้ที่่ว่างๆ รอทำด้วยราคาถูกมีเยอะ
         ก็มันเจ๊งหมดแล้วนี่่

    จากนั้นก็เห็นอนาคตหละครับ ถือครอง จุดขาย  ถือครองแหล่งรวมลูกค้า ถือครองสินค้า  ถือครองโรงงาน
และแล้วก็อย่างที่เห็นแหละครับ  เค้าต้องดิ้นเพื่อไม่ให้ตัวเองตาย แต่สุดท้ายการดิ้นของเค้าถีบไปมา
ต้นไม้ต้นหญ้าเล็กๆ ตายหมด



สุดท้ายเตือนสติอีกนิดนึง    ร้านที่ทำค้าปลีกเจ๊ง ไม่ใช่พวกดิสเค้าสโตร์ใหญ่ๆหรอกครับ    7-11 นี่แหละครับ
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #16 เมื่อ: 02-03-2007, 02:06 »

โง่ อย่างง่าวว มันเคยนึกถึงหัวอกผู้บริโภคหรือเปล่า ?
การที่ประชาชนได้บริโภคสินค้าในราคาที่ถูก เป็นเรื่องที่ดีใช่หรือเปล่า ?
คิดอะไรกันมากมาย ทุนนิยมคือการแข่งขันกันอย่างเสรี
เมื่อก่อนเห็นบอกว่า เมื่อไหร่ที่พวกมันควบคุมได้ทั้งระบบแล้ว
มันจะขึ้นราคาสิ้นค้าหูดับตับไหม้

ไหนล่ะครับ ??? ไอ้ที่เขียนเสือให้วัวกลัวเอาไว้น่ะ ???

คนที่ตายจากศึกนี้คือพวก ซัพพลายเออร์ และผู้ประกอบการที่ปรับตัวไม่ได้ ไปไม่เป็น ไร้สติปัญญาต่างหาก



จริงๆอยากอยู่เฉยๆดูความคิดของพวกคุณมากกว่า แต่พอมาเจอพูดแบบนี้เข้าก็รู้สึกแปลก

ทุนนิยคือการแข่งขันเสรี พูดได้ดีครับ ผมไม่รุ้ว่าคุณทำงานอะไรหรือมีอาชีพอะไร

แต่ผมอยากจะให้คุณลองคิดต่อเรื่องที่ผมจะกล่าวนี้

สมมุติว่าคุณเป็นพนักงานในบริษัทหนึ่ง แล้วอยู่ไปอยู่มาเขาก็ให้คุณออก ด้วยเหตุผลว่ามีคนใหม่ที่ค่าจ้างถูกกว่า

แล้วไม่ว่าจะไปสมัครหรือทำงานที่ไหน เขาก็จะมีประเด็นเรื่องต่าจ้างที่ถูกกว่าเป็นเหตุให้จ้างหรือไม่จ้างคุณทำงาน

โดยไม่สนว่าคุณจะอยู่กับเขามานานแค่ไหน มีผลงานมากมายแค่ไหน แต่เขาใช้เหตุผลของทุนนิยมเสรี

ต้นทุนที่ถูกกว่าในการบอกเลิกจ้าง ผมอยากจะรู้จริงๆว่าคุณจะมีความคิดต่อระบบแบบนี้อย่างไร

อ่อ ขอให้ตัดเงื่อนไขของกฏหมายแรงงานเกี่ยวกับค่าชดเชยหรืออะไรก็แล้วแต่ออกไปนะครับ

เพราะเรากำลังว่าด้วยทุนนิยมเสรีตามแบบฉบับที่คุณบอกว่าการแข่งขันอย่างเสรี


คุณไม่มีทางเถียงชนะ "สัตว์สปีชี่คน" หรอกครับ
...ทำไมหรือ ?

เพราะในโลกเรานี้  มีสิ่งที่เรียกว่า "หลักธรรมชาติ" และ "หลักคุณธรรม" เป็นเสมือนแรงพันธะ ( ผูกรั้ง - ดึง - ดัน - รักษาระยะ ) ระหว่างชีวิตต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน

(1) หลักธรรมชาติ 
มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์  เช่น 
หลักการปรับตัว ( ตามสภาวะ เช่น  ร้อน หนาว แห้งแล้ง ฯลฯ // ถูกก่นด่าบีบคั้น  ถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างว้าเหว่เดียวดาย  อดอยากหิวโหย ฯลฯ ) 
หลัก "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก"   
หลักการจัดลำดับความสำคัญ ( ต้องทำให้ท้องอิ่มก่อน แล้วค่อยผสมพันธุ์ แต่ถ้าบาดเจ็บมาก็ต้องรักษาตัวให้ปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรกที่สุด // ต้องหาเงินจ่ายให้ลูกน้องได้ก่อน แล้วจึงค่อยคิดขยายกิจการ  แต่ถ้าบริษัทประสบสภาวะขาดทุนหรือมีมรสุมก็ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ก่อน  แม้่ว่าทั้งผู้บริหารและพนักงานต้องอดทน - ยอมทำงานเกินข้อตกลงหรือเวลาทำงานกันบ้าง ) 
หลักอาวุโส - จ่าฝูง ( ตัวที่แข็งแรงที่สุดเ็ป็นผู้นำกลุ่ม - ได้กินก่อน, สัตว์แก่ประสบการณ์มากเป็นผู้นำทาง // เถ้าแก่ หุ้นส่วนใหญ่เป็นผู้ตัดสินใจ - ได้ผลตอบแทนก่อน, ผู้บริหาร ผู้จัดการ ที่ปรึกษา คนรู้มากเรียนมาก เป็นผู้ควบคุมองค์กรและพนักงาน )
ฯลฯ

หรือ เมื่อ "คน" นำมาใช้ก็ต้องปรับปรุงให้มัน "มีศิลป" หรือ "มีความเป็นไปได้ - ความคุ้มค่า" ตามเงื่อนไข สภาวะ และวัฒนธรรมที่สลับซับซ้อน  เนื่องจากสังคมของคนซับซ้อนยิ่งกว่าสังคมของสัตว์ ( เดรัจฉาน )


(2) หลักคุณธรรม
หลักนี้มีเฉพาะใน "มนุษย์ ( สังเกตว่าผมไม่ใช้คำ่ว่า "คน" แล้วนะครับ )"
รวมไปถึง "เดรัจฉานบางสปีชี่ร์ - ในบางเงื่อนไข"

หากไล่เรียงลงมาตามลำดับ "หมวดหมู่" อาจแบ่งได้เป็น
เมตตาธรรม > ศีลธรรม > จริยธรรม > นิติธรรม
( สูงกว่านี้ก็มี โดยขอเรียกไปพลางก่อนว่า "สัจจธรรม" ซึ่งมีแต่เพียงมหาบุรุษอย่างพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ สกิทาคา อนาคามี โสดาบัน เท่านั้นที่เข้าใจ )
โดยเป็นหลักที่ไม่อิงหรืออ้างถึง "หลักธรรมชาติ" ใด ๆ แม้แต่น้อย
ด้วยเป็นธรรมที่ทำให้เจ้าของชีวิตนั้น "อยู่สูง" หรือ "พ้นจากสภาวะอันเป็นเดรัจฉาน" ทั่วไป
( ถ้าจะอ้าง  ก็เป็นการอ้างเพื่อให้เห็น "ความแตกต่าง" )

เช่น 
หลักแห่งมนุษยธรรม
...แม้สัตว์ก็มีได้  เช่น  ฝูงช้าง มักจะรับช้างกำพร้าวัยเยาว์ที่แตกโขลง หรือหลงทาง หรือโขลงเดิมที่ไล่ล่าล้างผลาญเข้าฝูงตน
หลักแห่งสันติธรรม
...แม้สัตว์ก็มีได้  เช่น  แมว  หมา  งู  หนู  ที่หนีน้ำท่วมขึ้นไปอยู่บนแพหรือขอนไม้เดียวกัน  ในช่วงเวลาอันวิกฤตินั้นมันจะไม่ทำร้ายกันและกัน. 
ฯลฯ

รวมไปถึงสิ่งที่กระทู้นี้กำลังกล่าวถึง  นั่นคือ
หลักแห่งความยุติธรรม
อันเป็นการ "ปกป้องผู้อ่อนแอ  ดูแลผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ"
ในลักษณะคล้าย ๆ การปรับตาชั่ง "ให้แกนที่เอียงนั้นกลับไปสู่สมดุล" โดยการ "เอาออกไป - จากฝ่ายที่มีมากกว่า" หรือ "เพิ่มเข้าไป - ในฝ่ายที่มีน้อยกว่า"

เป็น "หลักธรรม" ที่มีเฉพาะในมนุษย์เท่านั้นล่ะครับ


คคห.ของคุณ Coolly_Jade แฝงนัยยะไว้ว่า
"เฮ้ย...เราเป็นมนุษย์นะโว้ย" เราจึงต้องมีความยุติธรรม ( น่าจะปรับให้ฝ่ายที่มีมากกว่ามีน้อยลง  เช่น  ความสามารถในการแสวงหากำไรหรือรายได้ของฝ่ายนายจ้างย่อมมีมากกว่าฝ่ายลูกจ้างอยู่แล้ว   จึงต้องปรับให้ความสามารถนั้นลดทอนลงบ้าง  ไม่ใช่อยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจฉัน )

ส่วนคุณ Dont cry for me:Thailand กำลังอ้างหลักธรรมชาติ 2 อย่าง คือ
1. หลักการปลาใหญ่กินปลาเล็ก
2. หลักการปรับตัว
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
2.1 ความนิยมของผู้บริโภคที่เลือกเข้าห้าง ฯ  คล้าย ๆ "ฝูงสัตว์ย่อมอพยพโยกย้ายไปยังแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และอาศัยพักพิงได้อย่างปลอดภัย" 
และ
2.2 ถ้าโชห่วยรายใดอยากรอด  ก็ต้องปรับตัว - ปรับปรุง คล้าย ๆ  "เมื่อเหยื่ออพยพโยกย้ายไปหรือมีจำนวนลดน้อยลง  ผู้ล่าก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำรงชีวิต  เช่น  อาจต้องเปลี่ยนไปกินหญ้า ( ตย. หมีกริซลี่  จะมีบางช่วงที่หันไปกินหญ้าและลูกไม้ )  หรือใช้กลเม็ดอื่น ๆ หลอกล่อให้เหยื่อโง่ ๆ บางตัวให้หันมาสนใจ"


???????????????????
หากถามว่าใครผิด - ถูก
ก็ต้องตอบว่า "ผมตอบไม่ได้"

สำหรับบุคคลที่เห็นว่าผู้คนในประเทศชาติ - ในรัฐ - ในโลกนี้  เป็นสัตว์สังคม - เป็นสัตว์เศรษฐกิจ1
...ย่อมใช้ "หลักธรรมชาติ" ในการอ้างอิง

ส่วนบุคคลที่เห็นว่าผู้คนในประเทศชาติ - ในรัฐ - ในโลกนี้  เป็น "มนุษย์" 2
...ย่อมใช้ "หลักคุณธรรม" ในการอ้่างอิง


!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
โดยผมจะไม่สรุปและไม่ขยายประเด็นออกไปอีก ในกระทู้นี้


หมายเหตุ :
1 ได้แก่ นักการเมือง ที่ไม่ใช่รัฐบุรุษ, พ่อค้า - นักอุตสาหกรรม - นักการตลาด ที่ยังเป็นเพียง นักแสวงหากำไรและผลตอบแทนจากการลงทุน, นักเศรษฐศาสตร์   CEO ( หลักจ่าฝูง )   นักการเงิน - การธนาคาร ( หลักเอาตัวรอด :  สะสมอาหาร + ขยายเผ่าพันธุ์  ) ฯลฯ

2 ในทางนิติศาสตร์ มักเรียกว่า "วิญญูชน" 
ในทางสังคมศาสตร์  มักเรียกว่า "อารยชน"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2007, 03:57 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

Dont cry for me:Thailand
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 74


« ตอบ #17 เมื่อ: 02-03-2007, 22:36 »

สมองระดับเกจิ ทั้งนั้นเลย ....ไม่ขอยกปรัชญาอะไรมาให้ปวดสมอง

เอาตัวอย่างไปชม กรณี สมรภูมิทุ่งบางกะปิ

The mall บางกะปิ ท่านเห็นหรือไม่ ? ถัดมา คือ ตะวันนา ถัดมาอีกนิดคือ Data IT ถัดไปอีกหน่อยคือ Macro ตรงข้ามเยื้องไปหน่อย Tesco Lotus

ทำไมพวกมันยืนหยัดอยู่กันได้อย่างหน้าสลอน ไม่มีใครเดือดร้อนใคร จะอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างไร ???
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #18 เมื่อ: 12-03-2007, 16:11 »

คนไทยซวยพ่อค้าจ้องขึ้นราคาข้าวถุง10%

โดนห้างโขกค่าวางสินค้า-ต่างชาติผวาสงครามแห่ตุน



 นายสมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม นายกสมาคมผู้ประกอบการการข้าวถุงไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาข้าวสารบรรจุถุงของไทย ว่า ในช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มราคาข้าวสารบรรจุถุงทุกชนิดอาจมีการปรับขึ้นราคาระหว่าง 5-10% ทั้งข้าวสารหอมมะลิและข้าวขาว เนื่องจากปริมาณผลผลิตข้าวภายในประเทศมีน้อยกว่าความต้องการของตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ เพราะแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญประสบปัญหาภัยแล้ง ปลูกข้าวได้น้อยลงขณะที่ความต้องการข้าวของตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้ผู้นำเข้าข้าวจากต่างประเทศหลายรายสนใจที่จะซื้อข้าวจากไทยมากขึ้น ประกอบกับกระแสข่าวแนวโน้มการเกิดสงครามขึ้นขณะนี้ทำให้หลายประเทศเริ่มซื้อข้าวไปกักตุนมาก

"ปัจจุบันข้าวสารหอมมะลิขนาด 5 ก.ก.กรัม ขายอยู่ถุงละ 130 บาท ก็อาจจะปรับขึ้นอีกถุงละ 7-13 บาท เป็นถุงละ 137-143 บาท ข้าวขาวอาจจะปรับขึ้นอีกถุงละ 4-8 บาท จากถุงละ 80 บาท เป็น 84-88 บาท แต่เป็นการปรับขึ้นราคาตามกลไกของตลาด" นายสมฤกษ์กล่าว

นายสมฤกษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการจำหน่ายข้าวถุงกำลังประสบปัญหาการจำหน่ายอย่างหนักเกือบจะไม่มีกำไรจากการจำหน่ายแล้ว เนื่องจากดิสเคานต์สโตร์รายใหญ่บางรายเรียกเก็บค่าวางสินค้าข้าวจากผู้ผลิตที่จะนำมาจำหน่ายเพิ่มอีก โดยอ้างว่าห้างมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นจึงจำเป็นต้องเก็บค่าวางสินค้าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่เก็บค่าวางสินค้าเฉลี่ย 7-10% ของราคาจำหน่าย ซึ่งผู้ประกอบการได้ทำหนังสือไปยังดิสเคานต์สโตร์ว่าหากมีการเก็บเพิ่มค่าวางสินค้าจะทำให้ผู้ประกอบการขาดทุนไม่สามารถจำหน่ายได้และจะเดือดร้อน

  "ที่ผ่านมาห้างได้ขอขึ้นค่าบริการวางสินค้าทุกๆ ปี ปีละเป็น 10% ขึ้นจนเราไม่ไหวแล้ว ตอนนี้เหมือนแซนด์วิชโดนบีบทั้งข้างล่างข้างบน กำไรก็เหลือน้อยมาก ถุงละประมาณ 3-4 บาทเท่านั้น อยากขอร้องห้างให้คงอัตราค่าวางสินค้าไว้เท่าเดิม เพราะภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันไม่เอื้อต่อการขายข้าวถุง เพราะมีการแข่งขันกันมากราย ที่สำคัญวัตถุดิบข้าวถุง 90% มาจากข้าวที่มาจากชาวนา ซึ่งอาจกระทบชาวนาได้ อยากให้ห้างใช้หลักของเศรษฐกิจพอเพียงบ้าง" นายสมฤกษ์กล่าว

นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเจรจาขายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลให้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์ในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ว่า ปีนี้รัฐบาลไทยคงไม่สามารถดำเนินการเจรจาขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขเรื่องการประมูล ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้โควตารัฐบาลไทยเพียง 2 หมื่นตันเท่านั้น เนื่องจากไม่มีประวัติการประมูล ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายไทยพยายามเจรจาขอผ่อนผัน แต่ไม่สำเร็จ โดยทางการฟิลิปปินส์ยังยืนยันตามเงื่อนไขเดิม เพราะได้ประกาศเงื่อนไขของการประมูลปีนี้ไปแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กระทรวงพาณิชย์ของอินโดนีเซีย มอบหมายให้บูล็อค หรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่นำเข้าข้าวของอินโดฯ จัดประมูลซื้อข้าวจากต่างประเทศเป็นจำนวนรวม 100,000 ตัน ในวันที่ 5 มี.ค. โดยกำหนดให้ซื้อข้าว 15% จากรัฐบาลไทยเพิ่มเติมอีก 3 แสนตัน จากก่อนหน้านี้ที่ซื้อไปแล้ว 2 แสนตัน โดยมีเป้าหมายที่จะซื้อจากไทยทั้งสิ้นรวม 5 แสนตัน

หน้า 9<

http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03eco02060350&day=2007/03/06&sectionid=0305


ห้างดีสเคาน์สโตร์ บังคับส่วนลดพิเศษจากพ่อค้าข้าว
แล้วนำส่วนลดนั้น ผ่องถ่ายให้ผู้บริโภคบ้าง  หรือเก็บไว้เองทั้งหมด....
Question

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
best
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 201


« ตอบ #19 เมื่อ: 12-03-2007, 16:45 »

พวกที่ด่าๆกันอยู่นี่ ถามตัวเองซะก่อนดีกว่า

ว่าเคยเข้าไปใช้บริการที่ห้างเหล่านี้ไม๊ แล้วรู้สึกยังไง

อย่าหลอกตัวเองนะจ๊ะ
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #20 เมื่อ: 13-03-2007, 09:47 »

8 ปีที่รอคอย ขิงแก่หักทุนผูกขาด [13 มี.ค. 50 - 18:47]
 
ถึงขิงแก่จะถูกปรามาสเป็นรัฐบาลฤาษีเลี้ยงเต่า ทำงานชักช้าคลานต้วมเตี้ยมก็ตาม...แต่ใช่จะไร้ผลงาน

4 เดือนที่ผ่านรัฐบาลขิงแก่มีผลงานพิสูจน์ความสามารถ ความสัตย์ซื่อ หาญกล้า ไม่ยอมก้มหัวศิโรราบ ให้กับมาเฟีย ผูกขาดทางเศรษฐกิจและการเมือง

ผิดกับรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ได้อำนาจบริหารประเทศติดต่อกัน 5 ปี...ทำเป็นเมินเฉย ไม่ยอมประกาศหลักเกณฑ์ ผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า พ.ศ. 2542

พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้ทางการมีอำนาจจัดการกับพ่อค้า นายทุนที่ใช้ความเป็นขาใหญ่ ผูกขาดการทำธุรกิจ กลั่นแกล้ง รังแก ผู้ประกอบการที่อ่อนแอกว่าไม่ให้เกิด ไม่ให้เติบโตมาทำธุรกิจแข่งกับตัวเอง

เพราะตัวเองและพรรคพวกมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำธุรกิจผูกขาด มีอำนาจเหนือตลาด จึงไม่ยอมให้กฎหมาย นี้ ี้มีผล บังคับใช้ได้เต็มที่

ทั้งที่ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ 1 พ.ค. 2542 ครั้ง นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

ถึงจะมีผลบังคับใช้มาตั้งนานแล้ว...แต่กฎหมายจัดการนายทุนมีอำนาจเหนือตลาดฉบับนี้ มีสถานะ ไม่ต่าง อะไรกับกระ ดาษที่เปื้อนหมึก

ในทางปฏิบัติไม่สามารถนำมาบังคับใช้เล่นงานนายทุนเหล่านี้ ได้เต็มที่

เนื่องจากสาระสำคัญของกฎหมายกำหนดไว้ว่า ทางการจะมีอำนาจจัดการนายทุนมีอำนาจเหนือตลาดได้ ต่อเมื่อคณะกรรม การการแข่งขันทางการค้าได้ออกกฎเกณฑ์มากำหนดว่า ผู้ประกอบธุรกิจลักษณะใดเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด

เมื่อกำหนดได้แล้ว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นำเรื่องขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรี และประกาศ ใช้ ราชกิจจานุเบกษาเสียก่อน

เมื่อนั้น...คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ถึงจะมีอำนาจจัดการนายทุนผูกขาดได้เต็มไม้เต็มมือ

แต่รัฐบาลที่ผ่านมา ไม่มีการเร่งรัดที่จะจัดให้มีการประกาศกฎเกณฑ์นี้แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นที่รู้กัน กลุ่มธุรกิจ ที่มีอำนาจ เหนือตลาด ล้วนเป็นกลุ่มทุนใหญ่ที่จ่ายอุดหนุนสนับสนุนนักการเมือง

ยิ่งมาในระยะหลัง กลุ่มธุรกิจมีอำนาจเหนือตลาดลงมาเล่นการเมือง...เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี เสียเอง

เลยเตะถ่วง ดึงเรื่อง...ไม่ให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้สมบูรณ์

แต่หลังจากถูกรัฐประหาร ประเทศไทยได้รัฐบาลขิงแก่หลังเวลาที่สังคมไทยรอมานานร่วม 8 ปี วันนี้กฎหมายฉบับนี้สามารถใช้เล่นงานนายทุนผู้มีอำนาจเหนือตลาดได้สมบูรณ์แล้ว

สมบูรณ์...มาตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. 2550


มีประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่องหลักเกณฑ์การเป็นผู้ประกอบการซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด


1. ผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่ง ในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่ง หรือบริการใดบริการหนึ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป และมียอดขายในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ขึ้นไป

2. ผู้ประกอบธุรกิจสามรายแรก ในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่ง หรือบริการใดบริการหนึ่ง ที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมา รวมกันตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป และมียอดขายในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ขึ้นไป

แต่ในกรณีที่ 2. มิให้บังคับใช้กับผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่ง ที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมาต่ำกว่าร้อยละ 10 หรือยอดเงินขายในปีที่ผ่านมาต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

เมื่อรัฐบาลขิงแก่ ที่มี นายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์และนั่งควบ ในตำแหน่งประธานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าตามกฎหมาย ไม่เหมือนรัฐบาล จากการ เลือกตั้งที่มีนายทุนและตัวแทนนายทุนผูกขาดมาเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์...

ประกาศนี้เลยทำให้มาตรา 25 ของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า สามารถนำมา ใช้ป้องกัน การผูกขาดได้ทันที

นับแต่นี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีอำนาจเหนือ ตลาด จะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ไม่ได้อีกแล้ว

1. กำหนดหรือรักษาระดับราคาซื้อหรือขายสินค้าหรือค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม

2. กำหนดเงื่อนไขในลักษณะที่เป็นการบังคับโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อมอย่างไม่เป็นธรรม ให้ผู้ประกอบธุรกิจอื่นซึ่งเป็นลูกค้าของตนต้องจำกัดการบริการ การผลิต การซื้อ หรือการจำหน่ายสินค้าหรือต้องจำกัดโอกาสในการเลือกซื้อหรือขายสินค้า การได้รับหรือให้บริการ หรือในการจัดหาสินเชื่อจากผู้ประกอบธุรกิจอื่น

3. ระงับ ลด หรือจำกัดการบริการ การผลิต การซื้อ การจำหน่าย การส่งมอบ การนำเข้า มาในราชอาณาจักรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ทำลาย หรือทำให้เสียหายซึ่งสินค้า เพื่อลดปริมาณให้ต่ำกว่าความต้องการของตลาด

4. แทรกแซงการประกอบธุรกิจของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร นั่นเป็นคำประกาศ ใช้ภาษาของกฎหมาย ฟังแล้วเข้าใจยาก แต่ถ้าสรุปง่ายๆ ภาษาชาวบ้าน ต่อแต่นี้ไป ผู้ประกอบการ ที่มีอำนาจเหนือตลาด อย่างบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ จะมาตั้งราคาขายรถยนต์ให้แพงเกินจริงไม่เป็นธรรม เพราะตัวเองตั้งราคาฮั้วจากญี่ปุ่นไม่ได้อีกแล้ว

บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ จะออกกฎบังคับให้ร้านค้า ขายปลีก ขายแต่มอเตอร์ไซค ์ยี่ห้อของตัวเอง ห้ามขายยี่ห้ออื่นไม่ได้

หรือห้างค้าปลีกต่างชาติจะมาขู่สั่งบังคับให้ผู้ผลิตสินค้าทำอย่างโน้นอย่างนี้ ผลิตได้ เท่านั้นเท่านี้ ห้ามขายสินค้าให้เจ้าอื่น ก็ทำไม่ได้

ธุรกิจเคเบิลทีวีมีอำนาจเหนือตลาด จะมาตั้งราคาขึ้นราคาตามอำเภอใจเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มน้ำเมา บริษัทมีอำนาจเหนือตลาดจะมากำหนด ให้ร้านค้า ต้องซื้อ เหล้าพ่วงเบียร์ พ่วงน้ำดื่มเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกต่อไป

ขายเหล้าพ่วงเบียร์...จะซื้อเหล้าขาว 10 ลังได้ ต้องซื้อเบียร์ 2 ลัง ขายเบียร์ถูกกว่าความเป็นจริง เบียร์จากโรงงานขายส่งขวดละ 27-28 บาท เอามาขายปลีก 5-6 ขวด 100 บาท

ที่ผ่านมาการทำอย่างนี้ ผู้ที่ถูกลงโทษคือร้านค้าขายส่ง แต่ตอนนี้ ผู้กระทำความผิด จะถูกเล่นงาน ทั้ง ขบวนการไปจนยันเจ้าของผู้ผลิต

และผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้อำนาจเหนือตลาด รวมทั้งประชาชนทั่วไป ที่พบว่า ทำผิด กฎหมายฉบับนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ซึ่งตั้ง อยู่ ในกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์

รัฐบาลขิงแก่...สร้างผลงานออกกฎเหล็กเล่นงานมาเฟียในวงการธุรกิจแล้ว แต่ก็ยังมีข้อครหา...ในภาคปฏิบัติเจ้าหน้าที่จะหาญกล้าเอากฎหมายมาบังคับใช้ ลงโทษจริงหรือเปล่า

เพราะที่ผ่านมากฎหมายของเมืองไทย เป็นแค่เครื่องมือช่วยให้ ผู้มีอำนาจเรียกรับผลประโยชน์ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

ตอนนี้เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้ทำจดหมายแจ้งเตือน ไปยังผู้ประกอบการ ที่มีอำนาจ เหนือตลาดหมดแล้ว

แต่การทำผิดกฎหมาย อย่างขายเหล้าพ่วงเบียร์ตามต่างจังหวัด ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่.

http://thairath.co.th/news.php?section=hotnews02&content=39867

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-03-2007, 09:49 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #21 เมื่อ: 13-03-2007, 10:07 »

พวกที่ด่าๆกันอยู่นี่ ถามตัวเองซะก่อนดีกว่า

ว่าเคยเข้าไปใช้บริการที่ห้างเหล่านี้ไม๊ แล้วรู้สึกยังไง

อย่าหลอกตัวเองนะจ๊ะ

เอ๋า...แล้วคุณเข้าใจหรือเปล่าล่ะว่า เค้าด่าด้วยเหตุผลกลใด ถ้าคนเค้าด่าหรือตำหนิ อย่างมีเหตุมีผล ก็ต้องหัดรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไข จะได้เกิดการพัฒนา ถ้าพวกมีอาการทางจิตหรือเมามาซี้ซั้วด่า ทำปากเสียก็ว่าไปอย่าง 

ใช่ว่าของในห้างค้าปลีกต่างชาติจะถูกกว่าจริง เมื่อหลายเดือนก่อน ต้องซื้อผลัตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่มีขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตส่งไปต่างประเทศ ปรากฏว่า สินค้าที่ว่านี้ที่วางขายอยู่ในห้างแห่งหนึ่ง ฝั่งธนบุรี เยื้อง ๆ ทางเข้าบ้านที่เจ้าของเป็นตัวเอกในละครจัดฉากเรื่อง คาร์บอมบ์ คาร์บ๊องส์  Mr. Green ถูกกว่าห้างเทสโก้ ดอกบัวอยู่ร่วมสิบบาท(ต่อชิ้น) ต้องซื้อจำนวนหนึ่ง เบ็ดเสร็จหลงจ้งประหยัดเงินไป 500 บาท 

ส่วนตัวแล้ว ไม่ชอบไปเดินซื้อของในห้างค้าปลีกใหญ่โตต่างชาติพวกนี้ โดยเฉพาะในซุปเปอร์มาร์เก็ตเพราะทำให้เสียเวลาอย่างมาก ปวดเมื่อยขาอีกต่างหาก จึงไปไม่กี่ครั้งเพื่อลองดูว่าจะเป็นอย่างไร และเลิกไปนานแล้ว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-03-2007, 10:09 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #22 เมื่อ: 19-03-2007, 01:01 »

รายย่อย"ชลบุรี-อู่ทอง"เดินหน้าต้าน "ห้างยักษ์ข้ามชาติ"จ้องผุดอีก2สาขา



นางอำนวย ทองสว่างแจ้ง แกนนำกลุ่มแม่ค้ารายย่อยตลาดพานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบว่าห้างสรรพสินค้าข้ามชาติรายใหญ่จะเข้ามาตั้งในตลาดพานทอง จึงทำหนังสือถึงนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลพานทอง ไม่ให้อนุญาตเข้ามาตั้ง

"เคยเข้าพบนายอำเภอเพื่อขอร้องให้ยับยั้ง 2 ครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงต้องพึ่งผู้นำท้องถิ่น และจะขึ้นป้ายประท้วงที่หน้าที่ว่าการอำเภอด้วย"

ที่ จ.สุพรรณบุรี ผู้ค้าปลีกรายย่อยใน อ.อู่ทอง ยังคงติดป้ายผ้าต่อต้านห้างสรรพสินค้าข้ามชาติรายใหญ่เช่นกัน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลอู่ทอง

นายประสาร เรืองอุดมสุข ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า อยากให้ดูตัวอย่างที่ อ.สองพี่น้อง หลังจากที่ห้างค้าปลีกข้ามชาติเปิดกิจการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ตลาดสองพี่น้องซบเซาทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 20 มีนาคมนี้ กลุ่มผู้คัดค้านจาก อ.อู่ทอง จะยื่นหนังสือให้นายอารีย์ วงอารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ช่วยกำกับดูแลกรมโยธาธิการและผังเมือง เพราะเกรงว่าจะอนุมัติให้สร้างได้

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pro03180350&day=2007/03/18&sectionid=0112



แด่สมาชิกเสรีไทยเว็บบอร์ด...
นอกจากแสดงความคิดเห็นอย่างคนที่ไม่เข้าใจสาเหตุการประท้วง ปัญหา
การต่อสู้ของชาวบ้านในท้องที่ .....

แล้วไม่'เฉลียวใจ' ฉุกคิดบ้างว่า การประท้วง การต่อต้านเกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย...
อย่างต่อเนื่อง  เพราะอะไร  Question



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-03-2007, 01:04 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #23 เมื่อ: 27-03-2007, 23:51 »

ครม.ตีกลับร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีก-ส่ง ให้พาณิชย์ทบทวน
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 มีนาคม 2550 18:34 น.
 
 
        คณะรัฐมนตรีตีกลับร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีก-ส่ง ชี้หามาตรการให้รายใหญ่-เล็ก อยู่ร่วมกันได้ พร้อมทำประชาพิจารณ์ก่อนกลับเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
 
 
       ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ค้าปลีก ค้าส่ง พ.ศ... ว่า ครม.ได้มีการหารือถึงร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง และได้มีมติให้กระทรวงพาณิชย์นำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกลับไปทบทวนและปรับปรุงตามข้อสังเกตของ ครม.ใน 2 ประเด็นที่สำคัญ แล้วนำเสนอสู่ ครม.อีกครั้งหนึ่ง
       
       สำหรับ 2 ประเด็น ประกอบด้วย.....
1.ประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลธุรกิจค้าปลีก - ส่ง ที่กำหนดไว้ให้อำนาจในการในการใช้ดุลพินิจค่อนข้างมาก เนื่องจากใช้ถ้อยคำที่มีความหมายกว้าง ไม่ชัดเจน และอาจเกินความจำเป็นในการกำกับดูแล รวมทั้งไม่ควรให้กระทบกับธุรกิจที่ได้ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน จึงสมควรให้พิจารณากรอบอำนาจที่ชัดเจนและมีการกระจายอำนาจไปยังคณะกรรมการระดับจังหวัดที่เหมาะสม
  2.ควรปรับปรุงองค์ประกอบและที่มาของคณะกรรมการ และคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยควรให้ความสำคัญกับตัวแทนผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยในชุมชน รวมทั้งควรจะพิจารณาเพิ่มเติมคณะกรรมการที่มีความรู้ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนด้วย
       
       ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นอกจาก 2 ประเด็นดังกล่าวแล้ว ครม.ยังให้กลับไปพิจารณาทบทวนมาตรการจัดระบบค้าปลีก-ส่ง ควรปรับตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีความชัดเจน และตรงตามวัตถุประสงค์ที่ใช้ในธุรกิจค้าปลีก-ส่ง ทั้งรายใหญ่และรายย่อยจะอยู่ร่วมกันอย่างเหมาะสมได้อย่างไร เช่น
การกำหนดที่ตั้งของธุรกิจค้าปลีก-ส่งรายใหญ่ จากแหล่งชุมชนเป็นระยะทางเท่าใด
และควรนำมาตรการที่พิจารณาว่าเหมาะสมแล้วไปเผยแพร่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
เพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม.ด้วย


 
 http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9500000035488
 

ถ้าอ่านเนื้อหาร่างกฎหมายค้าปลีกไทย ดูเหมือน  FTAระหว่างไทย-ญี่ปุ่น
มีแต่คำกำกวม ไม่มีรูปธรรมให้เห็นชัด และปล่อยให้คณะกรรมการใหญ่และคณะกรรมการจังหวัดใช้ดุลยพินิจเอาเอง ซึ่งผลปฎิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอื่น ๆ
ล้วนแต่เห็นอกเห็นใจค้าปลีกขนาดยักษ์ฝ่ายเดียว.......


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #24 เมื่อ: 28-03-2007, 20:23 »

ค้าปลีกท้องถิ่นใกล้จนมุม


ป้ายประกาศลดราคาสินค้าของ "ภูเก็ตช็อปปิ้งเซ็นเตอร์" ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าและซุเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกๆ ของจังหวัดภูเก็ต โดยการระดมทุนของคนภูเก็ตเพื่อคนภูเก็ต ซึ่งถือว่าเป็นการปรับตัวเพื่อสู้กับห้างค้าปลีกต่างชาติ แต่ในที่สุดจะต้องปิดตัวลง 1 เมษายน 2550 คงเหลือไว้แต่แผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต เพราะไม่สามารถต้านทานกระแสทุนข้ามชาติได้


http://www.bangkokbiznews.com/2007/03/28/WW10_WW10_news.php?newsid=61609


ถ้าบอกว่าการเปิด'ดีสเคาน์สโตร์'ของต่างชาติ เป็นการสร้างงานให้ท้องถิ่น
การปิดห้างท้องถิ่นก็เป็นการลดการจ้างงานในท้องถิ่นเช่นกัน.........


คุ้มค่าและทดแทนกันได้ ทั้งเจ้าของกิจการ ลูกจ้าง ผู้บริโภค และซัพพลายเออร์ หรือไม่..... Question
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-03-2007, 20:26 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #25 เมื่อ: 28-03-2007, 20:55 »

พาณิชย์โต้ก.ม.ค้าปลีกเหมาะสม
 
28 มีนาคม พ.ศ. 2550 20:19:00
 
"พาณิชย์" ออกโรงโต้ พ.ร.บ.ค้าปลีกเหมาะสม ยันที่มากรรมการกำกับธุรกิจ ใช้ระบบสรรหาป้องกันการเมืองแทรกแซง พร้อมระบุต้องให้ส่วนกลางคุมภูมิภาค เพื่อปิดช่องวิ่งเต้นผ่านการเมืองท้องถิ่น

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึง กรณีที่มีผู้ประกอบการและนักวิชาการหลายรายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. ... ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้ครม.พิจารณา และครม.ได้มีมติให้นำกลับมาปรับปรุง ว่า กรมจะนัดหารือกับนายสมภพ อมาตยกุล รองประธานหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษา วิเคราะห์ พิจารณากำหนดรูปแบบ วิธีการ ในการกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในเร็วๆ นี้ เพื่อหารือในการปรับปรุงแก้ไข อำนาจของคณะกรรมการกลางกำกับดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง (กกค.) ใหม่ หลังจากที่ครม.มีการท้วงติงว่ามีอำนาจมากเกินไป โดยจะมีการปรับปรุงให้เหมาะสม

ทั้งนี้ ในประเด็นที่มาของกกค. ขอยืนยันว่า ได้มีการพิจารณาด้วยความระมัดระวัง โดยได้มีการกำหนดกรอบที่มาของกรรมการไว้อย่างรัดกุม ให้มีกรรมการสรรหาคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ และที่สำคัญ กรรมการจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง เพื่อป้องกันการเมืองเข้ามาแทรกแซง ซึ่งถือว่าทำได้ดี

สำหรับกรณีอำนาจของกกค.ที่มีการระบุว่า มีมากเกินไปนั้น จริงๆ แล้วเป็นการกำหนดอำนาจทั่วไป ที่กรรมการตามกฎหมายจะพึงมี และกฎหมายหลายๆ ฉบับ ก็กำหนดอำนาจของคณะกรรมการไว้ในลักษณะนี้

ส่วนกรณีที่ให้กรรมการในระดับจังหวัด เป็นผู้กลั่นกรองโดยใช้หลักเกณฑ์จากส่วนกลาง ก็เพื่อป้องกันปัญหาการวิ่งเต้น เพราะหากให้อำนาจกรรมการระดับจังหวัดเต็ม ก็อาจมีปัญหาได้

ชี้ธุรกิจอื่นนอกประกาศกกค.ไม่อยู่ใต้ก.ม.

นอกจากนี้ ยังมีการเข้าใจผิดกรณีมาตรา 34 ที่กำหนดว่า ให้กกค.ออกประกาศให้ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งใดอยู่ภายใต้การควบคุมภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีการวิจารณ์กันว่า การไม่กำหนดไว้เลย จะทำให้ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่มีอยู่ทั้งหมดเป็นธุรกิจที่ถูกควบคุม ซึ่งขอยืนยันว่า กฎหมายไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่หมายความว่า หากธุรกิจค้าปลีกค้าส่งใดไม่ถูกกำหนดโดยกกค. ก็จะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ และทำธุรกิจได้โดยไม่ถูกควบคุม

"ผมไม่สบายใจเลยที่หลายๆ คนอยากให้เริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะตอนนี้กฎหมายผ่านมาไกลแล้ว ผ่านขั้นตอนต่างๆ มาแล้ว ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอครม. และเมื่อเสนอครม. แต่ครม. ก็มีข้อท้วงติงมา และแนะนำให้แก้ไขปรับปรุงในบางส่วน ซึ่งกรมในฐานะที่ดูแลร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็จะรับไปพิจารณา และจากนั้นจะเสนอให้ครม.พิจารณาอีกครั้ง" นายศิริพลกล่าว

ยันก.ม.ค้าปลีกต่างชาติเข้มกว่าไทย

นายศิริพล กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ในการยกร่าง ได้มีการนำกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี และญี่ปุ่น รวมทั้งกฎหมายในลักษณะเดียวกันนี้ ของประเทศแม่ที่บริษัทค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ตั้งอยู่ทั้งสหรัฐ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ มาเป็นต้นแบบในการยกร่าง และแต่ละประเทศก็มีการกำหนดมาตรการในการควบคุมดูแลที่แตกต่างกัน

"ความจริงหากไปดูกฎหมายเปรียบเทียบหลายประเทศ แม้กระทั่งประเทศแม่ของบริษัทค้าปลีกข้ามชาติบางแห่ง มีความเข้มงวดกว่าของไทยด้วยซ้ำ ซึ่งไม่รู้ว่าทำไม เมื่อมาถึงไทย ถึงได้มีการต่อต้านเช่นนี้" นายศิริพลกล่าว

เขากล่าวว่า ตามที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่า กฎหมายควบคุมธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ไม่ควบคุมผู้ผลิตสินค้า ไม่ดูแลผู้บริโภค ตนขอยืนยันว่า กรณีซัพพลายเออร์ได้ควบคุมดูแลมาโดยตลอด หากไม่ดูแลจะไม่สามารถบริหารภาวะราคาสินค้าให้เป็นปกติได้เหมือนในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่มีวิกฤติน้ำมันมาต่อเนื่อง และทำให้ต้นทุนผลิตสินค้าสูงขึ้น

ขณะที่ผู้บริโภคก็ดูแลให้ได้รับความเป็นธรรม จากการบริโภคสินค้า และการทำกฎหมายค้าปลีก ก็เพื่อสร้างกติกาในสังคม ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ทั้งรายเล็กรายใหญ่

เครือซีพีชี้ก.ม.ค้าปลีกต้องยุติธรรมทั้งรายเล็ก-รายใหญ่

เครือซีพี วิพากษ์กฎหมายค้าปลีกต้องยุติธรรม ทั้งรายเล็ก-รายใหญ่ เอื้อการค้าการลงทุนทั้งระบบ เชื่อรายใหญ่-รายเล็กอยู่ร่วมกันได้ แต่ต้องหันหน้าคุยกัน ย้ำรอจังหวะเหมาะสมใช้กฎหมายต้องล้างภาพกีดกันทางการค้า เพราะไทยจำเป็นต้องพึ่งนักลงทุนต่างชาติ ด้านเซเว่นอีเลฟเว่นแนะใช้โอกาสกลับมาทบทวนทำประชาพิจารณ์ฟังเสียงรอบด้าน

ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานกรรมการ และประธานคณะทำงานสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมค้าปลีกผ่านการใช้กฎหมายค้าปลีก หรือ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง เข้ามากำกับดูแลนั้น สิ่งสำคัญคือกฎหมายนั้นต้องยุติธรรมทั้ง "รายเล็ก" และ "รายใหญ่" เอื้อต่อการค้าการลงทุนทั้งระบบและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

ในขณะนี้ นโยบายของภาครัฐเอง ถูกกล่าวหาอยู่แล้วว่า ไม่เอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติ ยิ่งการออกกฎหมายอะไรก็ตามในขณะนี้เชื่อว่าไม่ใช่จังหวะที่ดีนัก จำเป็นต้องมองถึงภาพพจน์ของประเทศว่าจะเป็นการปิดกั้นหรือกีดกันการลงทุนหรือไม่ เพราะเวลานี้ ไทยยังต้อง "ง้อ" นักลงทุนต่างชาติอยู่

หากจะถามว่าเวลาใดจึงจะเหมาะสมในการออกหรือบังคับใช้กฎหมายค้าปลีก โดยส่วนตัวมองว่ารัฐต้องดูจังหวะว่าข้อกล่าวหาในเรื่องกีดกันการค้าเบาบางลง จึงน่าจะเหมาะสม

"เราคงต้องแก้ปัญหาแบบไทยๆ คนไทยโดยพื้นฐานเป็นคนอะลุ้มอล่วย ประนีประนอม ถ้าหันมายืนอยู่บนหลักความเข้าใจ ไม่ใช่ไล่กันไปอย่างเดียว ซูเปอร์เซ็นเตอร์อยากจะมายึดครองไปทั้งหมดก็ไม่ได้ ส่วนร้านเล็กจะบอกว่าไม่ให้เขาเข้ามาก็ไม่ดี มัวแต่เถียงกันแต่สำคัญคือควรต้องมาถามผู้ซื้อด้วย" ดร.อาชว์ กล่าวและว่า เชื่อว่าประเทศไทยยังมีพื้นที่ว่างพอที่ทั้ง 2 ฝ่าย จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล เพียงแต่ในขณะนี้ ต่างตั้งป้อมสร้างความเป็นศัตรู อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในเรื่องของการค้าไม่เป็นธรรมนั้นมีอยู่บ้าง

ในการแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งคงจะดูแลทุกคนไม่ได้ แต่ต้องดูแลตามความเหมาะสมและอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงในระบบ

ส่วนกรณีของร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกับร้านโชห่วย ไม่น่าจะเป็นคู่แข่งกันโดยตรง แม้จะมีกระทบบ้างแต่เป็นเพียงส่วนเล็กน้อย เพราะสินค้าในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นขายแพงกว่าผู้ค้ารายย่อย และเน้นขายสินค้าที่แตกต่างจากร้านเหล่านี้ด้วย อาทิเช่น อาหารพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่ม

เซเว่นฯ แนะทำประชาพิจารณ์

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านค้าปลีกสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า การผลักดันการใช้ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีก ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างนำกลับมาทบทวนแก้ไขนั้น น่าจะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงรายละเอียดเนื้อหาให้สามารถช่วยเหลือผู้ค้าปลีกรายย่อยหรือร้านโชห่วยได้จริงตามเจตนารมณ์ นอกเหนือไปจากการปรับปรุงมาตรการต่างๆ ให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมค้าปลีก

"เมื่อจะมีกฎหมายค้าปลีกออกมาใช้ น่าจะต้องใช้ช่วยโชห่วยได้จริงจัง แต่เท่าที่ศึกษาไม่มีข้อไหนระบุถึงการช่วยเหลือโชห่วยเลย" นายสุวิทย์ กล่าวและว่า ประการสำคัญต้องนำร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีก ทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในมาตราที่มีปัญหา อาทิเช่น อำนาจของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการค้าปลีก หรือ กกค.ที่ค่อนข้างมีอำนาจมาก รวมถึงการซ้ำซ้อนของกฎหมายหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคที่ทับซ้อนกับ สคบ. สาธารณสุข กฎหมายสิ่งแวดล้อม แม้กระทั่ง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542

ทั้งนี้ สำหรับ พ.ร.บ.ค้าปลีกดังกล่าว ได้ผ่านการแก้ไขในคณะกรรมการกลั่นกรองมาแล้ว ทำให้หลายฝ่ายคิดว่าน่าจะผ่านมติ ครม. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่กลับถูก "ตีกลับ"
 
http://www.bangkokbiznews.com/2007/03/28/WW10_WW10_news.php?newsid=61636
 

พรบ.ค้าปลีกไทย ไม่สามารถแก้ไขค้าปลีกไทย ไม่สามารถทำให้ค้าปลีกไทยขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่และขนาดยักษ์อยู่ร่วมกันได้เลย ......

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #26 เมื่อ: 07-04-2007, 19:04 »

ประธานหอกระบี่น็อตหลุดค้าปลีกยักษ์เข้าพื้นที่จังหวัดเพิ่งเรียกประชุม
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 เมษายน 2550 17:32 น.
 
 
       ประธานหอกระบี่ น็อตหลุด ถามจังหวัด “ประชุมทำไม”คณะอนุกรรมการผังเมือง ในเมื่อค้าปลีกยักษ์บุกเข้ามาถึงแล้ว
       
       นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่ทางจังหวัดได้มีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการผังเมืองระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับอาคารพานิชยกรรม ประเภทค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมชุดดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 โดยส่วนตัวมองว่าขณะนี้การประชุมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะมีแล้ว เพราะไม่ทราบว่าประชุมไปทำไม เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับอาคารพานิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง มีการบังคับใช้ต้องห่างจากเขตเทศบาลเมือง ไม่ต่ำกว่า 15 กิโลเมตร ได้หมดอายุการบังคับใช้ลงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2549
       
        แต่จนถึงบัดนี้ประกาศกระทรวงดังกล่าวก็ยังไม่ได้มีการนำมาบังคับใช้ใหม่ โดยปล่อยให้มีช่องว่างนานเกินไป จึงเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ สามารถเข้ามาดำเนินกิจการได้ที่จังหวัดกระบี่ ในระยะห่างไม่ถึง 15 กิโลเมตร และขณะนี้ได้ขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างก่อสร้างไปแล้วจำนวน 2 ราย ทราบว่าเป็นห้างโลตัส อยู่ในพื้นที่ตำบลกระบี่น้อย อ.เมือง อยู่ห่างจากเทศบาลประมาณ 5 กิโลเมตร
       
       ส่วนอีกรายทราบว่าเป็นของแมคโคร อยู่ในพื้นที่ ต.ไสไทย อ.เมือง อยู่ห่างจากเขตเทศบาลเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งที่ผ่านมาตนได้คัดค้านมาตลอดที่จะไม่ให้ห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่เกิดในรัศมีห่างจากเขตเมืองไม่ถึง 15 กิโลเมตร ตามประกาศเดิม เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด
       
       นายวัฒนา ได้กล่าวต่อไปว่า ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจของอธิบดีกรมโยธาฯ มีคำสั่งกำหนดอาคารค้าปลีกค้าส่ง และประกาศการก่อสร้างว่าด้วยค้าปลีกค้าส่งให้เป็นความเห็นชอบระดับจังหวัด “นี่คือคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย” ลงวันที่ 9 มกราคม 2550 และจังหวัดมีหนังสือลงวันที่ 31 มกราคม 2550 เชิญคณะอนุกรรมการผังเมืองระดับจังหวัดประชุม ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2550 แต่ยังไม่ทันถึงวันประชุม ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 แจ้งกลับมายกเลิกการประชุม เนื่องจากคณะอนุกรรมการผังเมืองหมดวาระลง
       
       แต่ขณะเดียวกันปลัดกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการสั่งลงนามเพื่อส่งให้อธิบดีกรมโยธาฯประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการผังเมืองระดับจังหวัด ซึ่งตนถามว่าคำสั่งนี้คืออะไร ในเมื่อคณะอนุกรรมการไม่มี แต่บอกว่ามีคำสั่งและลงนามกำหนดอาคารค้าปลีกค้าส่งนี้โดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการผังเมืองระดับจังหวัดได้อย่างไร และเมื่อผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่รู้ว่าคำสั่งนี้ออกแล้ว แต่ประชุมไม่ได้เป็นช่องทางให้ห้างใหญ่มากว้านซื้อที่ดิน ในขณะที่ยังไม่มีการประชุม
       
       " ผมตั้งได้ตั้งข้อสังเกตว่า จะให้ห้างต่างชาติมาลงหมดก่อนใช่ไหมถึงค่อยประชุม หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่รูจะประชุมไปทำไม ตอนนี้กระบี่กำลังโตก็ควรจะให้ชาวกระบี่กำหนดได้บ้าง ไม่ใช่โตโดยไม่ทราบว่าใครมากำหนด และผมก็ไม่ได้ค้านไม่ให้ห้างต่างชาติมากระบี่ แต่ต้องอยู่ห่างจากเขตเมือง 15 กิโลเมตร"
 
 
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9500000040210
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 07-04-2007, 21:20 »

ผมยังไม่เห็นรัฐบาลจะสนใจแก้ปัญหานี้เลยครับ สงสัยหมดหวังกับรัฐบาลชุดนี้

ต้องรอไปชุดหน้า 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #28 เมื่อ: 08-04-2007, 15:28 »

มีปัญหาที่ผู้ค้าปลีกรายย่อยจะต้องร่วมกันแก้ปํญหา

1. การโกงตาชั่ง
2. สินค้าเก่าเก็บ
3. มารยาทของผูค้า

สามอย่างนี่แหละค่ะ ที่ทำให้ร้านค้าสมัยใหม่เข้าแทนที่ร้านค้าโชห่วยได้ในพริบตา  ซื้อส้มหนึ่งกิโลจากโลตัส ได้ส้มมากกว่าซื้อจากตลาดหรือร้านโชห่วย ซื้อเครื่องกระป๋องโลตัสได้ของใหม่ ซื้อโชห่วยเก่าเก็บบางทีก็หมดอายุ ซื้อโลตัสเลือกเข้าไปให้พอใจ ซื้อโชห่วยเลือกมากโดนด่า


อันนี้ขอคัดค้านไม่เห็นด้วย ในเมืองนอกไม่มีปัญหาทั้งสามข้อนี่เลย แต่ห้างยักษ์ก็ยังรุกไปได้แทบทุกเมือง
คิดว่าน่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่า ห้างยักษ์ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารนอกบ้าน การไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร ร้านอ่านหนังสือ ที่เล่นของเด็ก
ร้านโชห่วยไม่ได้มีอะไรผิด เพียงแต่โลกมันเปลี่ยนไป
ตอนนี้มี mega store อีกหน่อยก็จะมี super megastore
ตอนนี้มี convenient store อีกหน่อยก็จะมี most convenience store
ร้านค้าที่ยังพอจะมีทุนอยู่บ้าง น่าจะลองทำ most convenience store เอารถบัสเล็กติดแอร์ วางชั้นขายสินค้า ตู้แช่อาหารสด/แช่แข็ง ของใช้ประจำวัน เดินขึ้นด้านหน้า จ่ายตังค์ก่อนลงด้านหลัง วนรถรอบหมู่บ้านหรือจอดตามจุดที่กำหนดเป็นเวลา เข้าไปยังจุดที่ Seven เข้าไม่ถึง อาจจะพอสู้ต่อได้อีกสัก 5-6 ปี อาศัยทำเลที่เป็นต่อกว่าร้าน seven และตอบสนองความต้องการของลูกค้าบางส่วนที่ไม่อยากออกจากบ้าน
ใครมีร้านของชำลองทำดูมั๊ย ก่อนที่ seven จะเอาไปทำเสียก่อน 
น่าจะดีกว่านั่งรอรัฐบาล hopeless อ่ะผมว่า
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #29 เมื่อ: 08-04-2007, 16:12 »

มีปัญหาที่ผู้ค้าปลีกรายย่อยจะต้องร่วมกันแก้ปํญหา

1. การโกงตาชั่ง
2. สินค้าเก่าเก็บ
3. มารยาทของผูค้า

สามอย่างนี่แหละค่ะ ที่ทำให้ร้านค้าสมัยใหม่เข้าแทนที่ร้านค้าโชห่วยได้ในพริบตา  ซื้อส้มหนึ่งกิโลจากโลตัส ได้ส้มมากกว่าซื้อจากตลาดหรือร้านโชห่วย ซื้อเครื่องกระป๋องโลตัสได้ของใหม่ ซื้อโชห่วยเก่าเก็บบางทีก็หมดอายุ ซื้อโลตัสเลือกเข้าไปให้พอใจ ซื้อโชห่วยเลือกมากโดนด่า


อันนี้ขอคัดค้านไม่เห็นด้วย ในเมืองนอกไม่มีปัญหาทั้งสามข้อนี่เลย แต่ห้างยักษ์ก็ยังรุกไปได้แทบทุกเมือง
คิดว่าน่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่า ห้างยักษ์ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารนอกบ้าน การไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร ร้านอ่านหนังสือ ที่เล่นของเด็ก
ร้านโชห่วยไม่ได้มีอะไรผิด เพียงแต่โลกมันเปลี่ยนไป
ตอนนี้มี mega store อีกหน่อยก็จะมี super megastore
ตอนนี้มี convenient store อีกหน่อยก็จะมี most convenience store
ร้านค้าที่ยังพอจะมีทุนอยู่บ้าง น่าจะลองทำ most convenience store เอารถบัสเล็กติดแอร์ วางชั้นขายสินค้า ตู้แช่อาหารสด/แช่แข็ง ของใช้ประจำวัน เดินขึ้นด้านหน้า จ่ายตังค์ก่อนลงด้านหลัง วนรถรอบหมู่บ้านหรือจอดตามจุดที่กำหนดเป็นเวลา เข้าไปยังจุดที่ Seven เข้าไม่ถึง อาจจะพอสู้ต่อได้อีกสัก 5-6 ปี อาศัยทำเลที่เป็นต่อกว่าร้าน seven และตอบสนองความต้องการของลูกค้าบางส่วนที่ไม่อยากออกจากบ้าน
ใครมีร้านของชำลองทำดูมั๊ย ก่อนที่ seven จะเอาไปทำเสียก่อน 
น่าจะดีกว่านั่งรอรัฐบาล hopeless อ่ะผมว่า



ผมอยากจะทำความเข้าใจหน่อย.......
ทุกวันนี้ ผมกำลังคุยถึงร้านโชวห่วย ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ขนาดกลาง มินิมาร์ท ซูเปอร์มาร์เก็ต
ของคนไทยที่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแล้ว ยังไม่รอดเพราะสาเหตุอะไร...


ปัญหาต่าง ๆ นั้นเกินวิสัย เกินความสามารถของร้านค้า ฯลฯ ที่พัฒนาแล้วจะอยู่ได้ ถ้ารัฐบาลจะไม่เข้ามาช่วยเหลือ
แก้ไขความไม่เป็นธรรม ปลาใหญ่กินปลาเล็ก การเอื้ออำนวยความสะดวกให้ห้างค้าปลีกขนาดยักษ์มากกว่า...เป็นต้น

อย่าไปพูดถึง หยิบยกร้านค้าเลว ๆ ที่ไม่ได้ปรับปรุงตนเอง มาพูดถึง
แล้วละเลยที่จะหาหนทางช่วยเหลือร้านค้าดี ๆ ที่ปรับปรุงแล้ว......


ต่อไปนี้ ผมขออนุญาตไม่แลกเปลียนความคิดเห็นกับคนที่ยังจะพูดถึงพฤติกรรมของร้านค้าเลว ๆในเรื่องต่าง ๆ  ผมอยากให้พวกเราระดมสมอง เรียกร้องให้ร้านค้าดี ๆ อยู่รอดต่อไปน เป็นธุรกิจ อาชีพหนึ่งของคนไทยที่อยากจะเป็นเจ้ากิจการเอง แม้ว่าจะขนาดเล็ก พอเพียง มีรายได้ส่งเสียลูก ๆ ได้สำเร็จการศึกษา มีปริญญา เป็นลูกจ้างฝรั่ง เจ้าขุนมูลนาย ต่าง ๆ เหมือนรุ่นพ่อ รุ่นปู่ เราสามารถทำมาได้แล้ว.....

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #30 เมื่อ: 08-04-2007, 17:20 »

คุณปถุชน
mega store หรือ minimart มันเป็นธุรกิจ category ใหม่ที่พัฒนาขึ้นมา เหมือนสายการบินราคาต่ำที่ไม่ได้เป็นการแข่งราคากับสายการบินธรรมดา แต่เขามองเห็นช่องทางของคนที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบิน (เนื่องจากราคาค่าโดยสารแพง) จึงเกิดเป็นธุรกิจใหม่ขึ้นมา แต่ผ่านไปมันก็มากินส่วนแบ่งสายการบินธรรมดา ไปด้วย เหมือนกับที่เหล่า megastore มันค่อยๆ กินส่วนแบ่งโชห่วยไปเรื่อยๆ เพราะเขาสามารถทำให้ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปได้ สายการบินราคาต่ำไม่ได้แย่งตลาดสายการบินธรรมดาโดยตรง สังเกตุได้จากที่สนามบินเราเต็มเร็วกว่าที่คาด และจากพ่อผมที่แต่ก่อนเวลาไปใหนมาใหน ใช้แต่รถไฟกับรถทัวร์ พอมีสายการบินราคาต่ำ ไม่เคยนั่งรถไฟอีกเลย

ธุรกิจที่เขา dominate category ของเขาอยู่แล้ว มันยากที่จะเข้าไปแย่งส่วนแบ่งเขาโดยการทำเลียนแบบเขา (มีแต่เจ็บตัว)

สาเหตุที่ร้านค้าที่ปรับเปลี่ยนแล้วยังไม่รอดก็เพราะการไปพยายามแย่งส่วนแบ่งเจ้าตลาดซึ่งมันยากมาก (ถึงมากที่สุด) ครับ

ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ว่ารัฐบาลจะออกกฏหมายอะไรที่ควบคุม store พันธ์ใหม่นี้ออกมาเพียงใด ก็ไม่น่าจะทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไลฟ์สไตล์กลับไปซื้อของจากโชห่วยได้เหมือนเดิมอีก ส่วนร้านมินิมาร์ท หรือร้านโชห่วยที่ปรับเปลี่ยนโดยเอารูปแบบจาก minimart ที่เขาเป็นเจ้าตลาดอยู่แล้วมาใช้ ก็เสียเปรียบเจ้าตลาดอย่าง seven อยู่หลายด้าน ยากที่จะอยู่รอด (แต่ยังน่าจะดีกว่าชนกับ megatore)

ผมว่าธุรกิจขนาดเล็กต้องหา category ใหม่เพื่อสร้างธุรกิจในรูปแบบใหม่ ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่นิยมออกนอกบ้าน อาจจะเนื่องจากไม่มีรถ ขี้เกียจขับรถ ไม่ชอบที่ๆ คนมากๆ ไม่อยากเดินไปซื้อที่ seven ปากซอย ฯลฯ แต่จำเป็นต้องไปเพราะไม่มีทางเลือก (เช่น ร้านโชวห่วยใกล้บ้านไม่มีที่จอดรถ) ผมสังเกตุเห็นพ่อค้าแม่ค้าหลายรายเขาปรับตัวสู้โดยการเอารถกระบะติดหลังคามาวิ่งขายอาหารสด ของใช้ประจำวัน ตามซอยต่างๆ พอถึงเวลา เขาก็มาจอดที่เดิมทุกวัน แม่บ้าน พ่อบ้านที่ไม่อยากออกจากบ้านเขาก็เดินออกมาซื้อทุกวัน หลังๆ นี เห็นเข้ามาขายหลายอย่าง มีทั้งของเล่นเด็ก อาหารปรุงสำเร็จ ฯลฯ ผมว่ามันเป็น category ใหม่ที่ไม่ไปชนเจ้าตลาดอย่าง megastore หรือ minimart โดยตรง และหากพัฒนาให้ดี อาจจะสามารถแย่งส่วนแบ่งจาก megastore หรือ minimart ได้ แทนที่คุณจะเซ้งร้านที่มีทำเลดี เอามาลงทุนทำ mobile store ซึ่งสามารถเปลี่ยน location ได้ทุกวัน ที่นี่ขายไม่ดี ก็เปลี่ยนไปอีกที่หนึ่งได้ พอของหมด ก็กลับมารับที่ร้าน ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ขยาย เถ้าแก่รุ่นใหม่ต้องคิดให้ไกลกว่ารุ่นเตี่ยครับ
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #31 เมื่อ: 08-04-2007, 20:40 »

...

ผมอยากจะทำความเข้าใจหน่อย.......
ทุกวันนี้ ผมกำลังคุยถึงร้านโชวห่วย ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ขนาดกลาง มินิมาร์ท ซูเปอร์มาร์เก็ต
ของคนไทยที่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแล้ว ยังไม่รอดเพราะสาเหตุอะไร...


ปัญหาต่าง ๆ นั้นเกินวิสัย เกินความสามารถของร้านค้า ฯลฯ ที่พัฒนาแล้วจะอยู่ได้ ถ้ารัฐบาลจะไม่เข้ามาช่วยเหลือ
แก้ไขความไม่เป็นธรรม ปลาใหญ่กินปลาเล็ก การเอื้ออำนวยความสะดวกให้ห้างค้าปลีกขนาดยักษ์มากกว่า...เป็นต้น

..


เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ 

เป็นกรรมของร้านโชวห่วยจริง ๆ    เรื่องนี้ขอโยนให้เป็นความผิดของรัฐเต็ม ๆ ย้อนไปแค่รัฐบาลของทั่นเหลี่ยมที่มีลูกเขยซีพีกร่างอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงรัฐบาลขิงแก่นี้ด้วย นึกว่า พรบ.ค้าปลีกจะรอดไปแล้วเสียอีก  

เค้าว่า โลตัสของซีพีทำตัวชักศึกเข้าบ้าน โดยการไปชักชวนเทสโก้ของอังกฤษเข้ามา จากนั้นก็ขายหุ้นทิ้งรวยคนเดียว ..จริงหรือไม่ ไม่ยืนยัน ฟังเค้าว่ามาอีกทีค่ะ

เคยอ่านข่าวเจอตั้งแต่หลายปีก่อนว่า ทางรัฐบาลจีนแก้ปัญหาด้วยการคุมกำเนิดพวกเมกะสโตร์พวกนี้ ทำเอาห้างยักษ์ใหญ่พวกนี้พูดไม่ออก ไม่ใช่ปล่อยให้เปิดเป็นดอกเห็ดเหมือนบ้านเรา

ที่ปล่อยให้เปิดเป็นดอกเห็ดได้ ก็รู้ ๆ กันอยู่เพราะอะไร 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-04-2007, 11:32 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #32 เมื่อ: 13-04-2007, 10:10 »

แฉยักษ์ค้าปลีกจับ อบต.ยึดเรียบ [13 เม.ย. 50 - 03:43]
 
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องได้มีความเห็นตรงกันว่าไทยควรจะมีกฎหมายค้าปลีกค้าส่ง ทั้งได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลายในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ซึ่งกรมจะรับมาพิจารณาและนัดผู้เกี่ยวข้องให้ส่งตัวแทนฝ่ายละ 2 คน มาหารืออีกครั้งในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ก่อนสรุปเสนอนายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ เพื่อพิจารณา และนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป 

ด้านนายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เห็นด้วยกับการออกกฎหมายฉบับนี้ แต่พบว่ายังขาดสาระสำคัญในหลายประเด็น โดยจะเห็นก็แต่การจำกัดการทำธุรกิจของผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งเป็นห่วงว่าหากควบคุมมากเกินไป จะกระทบระบบเศรษฐกิจของประเทศ 

ขณะที่นายชนะศักดิ์ อุ่นเมตตาอารีย์ รองประธานสมาพันธ์คนไทยต้านค้าปลีกต่างชาติ กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าค้าปลีกรายใหญ่ใช้ช่องว่างช่วงที่ไม่มีกฎหมายขยายสาขา โดยมีการเจรจาลับๆกับองค์การบริหารส่วน จังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อขออนุญาตก่อสร้าง แม้ว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเต็มในการออกประกาศห้าม แต่ก็พบว่าไม่มีใครนำมาดำเนินการ ใส่เกียร์ว่างกันหมด.
 
 

http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=43455
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 28-04-2007, 22:17 »

'เกริกไกร'ห่วงโชห่วยไทยสูญ ชงครม.อีกรอบสัปดาห์หน้าออกก.ม.คุม
28 เมษายน พ.ศ. 2550 20:00:00
 
รมว.พาณิชย์สำรวจค้าปลีกดั่งเดิมสมุทรสาคร หวั่นสูญพันธุ์ ถูกห้างใหญ่ปิดช่องทางทำกิน แนะผู้ค้าโชห่วยไทยปรับตัว ย้ำออกกฎหมายควบคุมแต่การแข่งขันเป็นธรรม หากไม่ปรับตัวสู้ห้างใหญ่ ล้มตายอีกมาก เตรียมเสนอร่างกฎหมายค้าส่งค้าปลีกเข้าครม.อีกครั้งสัปดาห์หน้า

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังนำคณะออกสำรวจพื้นที่ร้านค้าปลีกดั่งเดิม หรือโชห่วย ที่บริเวณตลาดน้ำอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นตลาดค้าปลีกโชห่วยที่เกิดขึ้นมานับร้อยปีว่า จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณดังกล่าว รู้สึกตกใจที่กิจกรรมดั่งเดิมในการขายสินค้าอุปโภคและบริโภคในตลาดดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป แต่ละวันมีการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ซื้อได้น้อยลง ซึ่งก่อนที่จะมีห้างใหญ่มาเปิดจำหน่ายสินค้า บางร้านค้าภายในตลาดบ้านแพ้วขายสินค้าได้วันละ 10,000 บาท แต่ปัจจุบันขายได้วันละไม่ถึง 4,000-5,000 บาท และบางร้านขายสินค้าได้วันละไม่ถึง 2,000 บาทก็มี

“เมื่อความสะดวกสบายเกิดขึ้น โดยเฉพาะมีถนนหนทางตัดผ่านและมีห้างใหญ่มาเปิดให้บริการ ย่อมทำให้กิจกรรมการจำหน่ายสินค้าดั่งเดิมของไทยจะต้องถูกดึงดูดด้วยความสะดวกสบายของห้างขนาดใหญ่ ดังนั้น รู้สึกเป็นห่วงที่ผู้ค้าโชห่วยไทยจะต้องปรับตัวและรวมตัวปรับรูปแบบ ทั้งการค้าและสถานที่ให้บริการกันใหม่ โดยเห็นว่าหากจะปรับพื้นที่ตลาดซึ่งเป็นวิถีชีวิตของไทยมาช้านานให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวควบคู่กับการค้าด้วย น่าจะทำให้เป็นการดึงดูดคนไทยได้เป็นอย่างดี และจะเป็นการดึงดูดชาวต่างชาติที่สนใจความเป็นอยู่ดั่งเดิมของไทยให้เข้ามาชมบรรยากาศได้อีกทางหนึ่ง” นายเกริกไกร กล่าว

ส่วนแนวทางการปรับวิธีการบริหารและการจัดงานเกี่ยวกับการแข่งขันด้านการค้านั้น นายเกริกไกร กล่าวว่า จะให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมการค้าภายในเข้ามาสำรวจและให้คำปรึกษาเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ค้าโชห่วยดั่งเดิมของไทยทั่วประเทศได้ปรับแนวทางการบริหารและการจัดการร้านค้าและรูปแบบการจัดวางสินค้าหรือการสร้างอำนาจการต่อรองในการสั่งซื้อสินค้ากับผู้ผลิตสินค้าให้ได้รับส่วนลดจำนวนมาก โดยสิ่งเหล่านี้กระทรวงพาณิชย์จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ ส่วนที่หลายฝ่ายยังมั่นใจว่า ร่างกฎหมายค้าส่งค้าปลีกที่กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลังจากที่ได้เปิดประชาพิจารณ์มาแล้วน่าจะทำให้เป็นการป้องกันห้างขนาดใหญ่ไม่ให้มีการขยายสาขาหรือมีอำนาจการต่อรองได้นั้น นายเกริกไกร กล่าวว่า อาจจะเป็นการเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะมีกฎหมายค้าปลีกค้าส่งออกมาควบคุม แต่การควบคุมของกฎหมายเป็นเพียงสร้างให้เกิดความเป็นธรรมต่อการแข่งขัน

ดังนั้น สิ่งที่จะทำ ผู้ค้าโชห่วยของไทยจะต้องดำเนินการคือ การรวบตัวและปรับการบริหารการจัดงานและมาร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อให้ร้านค้าโชห่วยของไทยสามารถอยู่รอดต่อไปได้ และในส่วนของการเสนอร่างกฎหมายการส่งค้าปลีก กระทรวงพาณิชย์คาดว่าน่าจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อย่างเร็วสัปดาห์หน้า อย่างช้าสัปดาห์ต่อไป

ด้านนายธีรศักดิ์ โรกง ผู้ค้าภายในตลาดน้ำบ้านแพ้ว กล่าวว่า หลังจากบริเวณดังกล่าวมีห้างเทสโก้โลตัส มาเปิดให้บริการ ทำให้ยอดขายสินค้าตกลงอย่างมาก เดิมขายสินค้าให้กับลูกค้าที่เดินผ่านไป-มา เฉลี่ยต่อวันหมื่นบาทขึ้นไป แต่ขณะนี้ขายสินค้าต่อวันไม่ถึง 5,000 บาท เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่หันไปซื้อสินค้าจากห้างเทสโก้ โลตัส กันหมด ซึ่งได้ความสะดวกสบายและที่หนักไปกว่านั้น

ห้างขายสินค้าที่ต่ำเกินจริง ทำให้ร้านค้าโชห่วยที่ขายอยู่จำเป็นต้องขายสินค้าให้กับผู้บริโภคในราคาที่ต่ำลงและขายขาดทุนก็ต้องขาย จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือด่วน เพราะทุกวันนี้อยู่อย่างลำบากที่ต้องเลี้ยงครอบครัว หากทางภาครัฐไม่เข้ามาดูแลหรือช่วยเหลือธุรกิจที่ทำอยู่มานานหลายสิบปี อาจต้องปิดตัวเองลงไปได้

นางไพเราะ เดชเพ็ชร ผู้ค้าภายในตลาดน้ำบ้านแพ้ว กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูและช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดน้ำบ้านแพ้วด่วน เพราะทุกวันนี้ขายสินค้าไม่ออก เฉลี่ยต่อวันขายได้ไม่กี่พันบาท จากเดิมก่อนที่ห้างเทสโก้ฯ จะมาเปิด บรรยากาศการจำหน่ายสินค้าที่ตลาดน้ำบ้านแพ้วจะคึกคัก แต่ขณะนี้ที่เจ็บใจ คือผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าที่ห้างโลตัส และเดินถือสินค้าผ่านหน้าร้านยิ่งทำให้ผู้ค้ารู้สึกท้อใจและปวดใจอย่างมาก จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐให้มาช่วยเหลือด่วน ก่อนที่จะมีการปิดกิจการไป



ต้านค้าปลีกยักษ์เดือด! ปิดถนน"มิตรภาพ"ปากช่อง บีบผู้ว่าฯรับหนังสือ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 เมษายน 2550 16:26 น.

       พ่อค้า-แม่ค้าปากช่อง ร่วมกับสมาชิกสมาพันธ์คนไทยต้านค้าปลีกต่างชาติกว่า 1,000 คน รวมตัวปิดถนนมิตร เรียกร้องผู้ว่าฯโคราช รับหนังสือร้องเรียนให้ระงับก่อสร้างห้างโลตัส ที่ อ.ปากช่อง นครราชสีมา พร้อมเคลื่อนขบวนมุ่งปิดทางแยกเข้าเมือง ล่าสุดสลายตัวแล้วเมื่อ17.00น.ที่ผ่านมา
       
       วันนี้ เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา ชมรมผู้ประกอบการค้าปากช่อง ร่วมกับสมาชิกสมาพันธ์คนไทยต้านค้าปลีกต่างชาติ ได้รวมตัวกันปิดถนนมิตรภาพ ขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา บริเวณกิโลเมตรที่ 159-160 บ้านตลาดน้อยหน่า ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หน้าสถานที่ก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของบริษัทสยามฟิวเจอร์ ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้สร้างพื้นที่ขายให้กับค้าปลีกยักษ์ทั้งบิ๊กซี โลตัส ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่บนเนื้อที่ 27 ไร่ พื้นที่อาคารประมาณ 12,000 ตารางเมตร คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของห้างเทสโก้โลตัส
       
       ทั้งนี้ ก่อนการชุมนุมปิดถนนดังกล่าว กลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มารับหนังสือร้องเรียนให้บริษัทสยามฟิวเจอร์ฯ ระงับการก่อสร้าง แต่ผู้ว่าราชการฯ ไม่เดินทางทางมารับ จึงได้ทำการปิดถนนเป็นเวลา 15 นาที หลังจากนั้นได้ย้ายกลับเข้าไปชุมนุมหน้าสถานที่ก่อสร้าง เพื่อทำการปราศรัยและเผาหุ่นห้างยักษ์ทั้งบิ๊กซี ดลตัส หุ่นนายก อบต.ปากช่อง เจ้าของที่ดิน และบ.สยาม ฟิวเจอร์ฯ พร้อมกับยื่นคำขาดให้ผู้ว่าฯ มารับหนังสือภายใน 1 ชม.
       
       อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลา 15.30 น. ผู้ว่าราชการจ.นครราชสีมา ไม่เดินทางมารับ กลุ่มผู้ชุมนุมจึงปิดถนนอีกครั้งและเดินด้วยเท้าเรื่อยๆ โดยหันหน้าลงมาทางกรุงเทพฯ มุ่งสู่จุดทางแยกเข้าตัวเมืองปากช่อง ซึ่งถ้าปิดถนนจุดดังกล่าวจะทำให้การจราจรเข้าสู่จ.นครราชสีมาถูกปิดสิ้นเชิง
       
       โดยขณะรายงานข่าว ตำรวจทางหลวงได้มาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนให้ไปใช้ทางเลี่ยง ถ.มิตรภาพสายเก่า และกำลังประสานผู้ว่าราชการจ.นครราชสีมาให้มาพบผุชุมนุม
       
       ขณะที่ผู้รับเหมาของบ.สยามฟิวเจอร์ฯ ได้เคลื่อนย้ายอุปกรณืออกจากสถานที่ก่อสร้าว เนื่องจากสถานการณ์ส่อเค้ารุนแรง โดยผู้ชุมนุมได้ประกาศว่าจะต่อต้านให้ถึงที่สุด
       
       สำหรับการชุมนุมครั้งนี้ มีนายชนะศักดิ์ อุ่นเมตตาอารี ประธานชมรมผู้ค้าปลีกอำเภอปากช่อง นายพันเทพ ลี้สธีระ ประธานสมาพันธ์คนไทยต้านค้าปลีกต่างชาติ นายชัยพร วงศ์สถาพรชัย ประธานชมรมพ่อค้าอ.ชัยคำ อ.จุน อ.ปง จ.พะเยา นายนริศร จรรยานิทัศน์ แกนนำชุมชนบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 1,000 คน จาก 20 อำเภอ ของจ.นครราชสีมา ชลบุรี อ่างทอง ศรีสะเกษ เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา
       
       เมื่อเวลา17.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อำนาจ อันอาจงาม ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา เดินทางมารับหนังสือแทนผู้ว่าฯ ที่ติดงานต้อนรับอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ต่างจังหวัด ซึ่งผู้ชุมชุมก็พอใจและจะสลายการปิดถนน แต่จะยังปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณสถานที่ก่อนสร้างห้างต่อไป
       
       ทั้งนี้ในการชุมนุมนั้น มีแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อาทิ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายชัยวัฒน์ สินธุวงศ์ และทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี แกนนำภาคีคนโคราช มาช่วยปราศรัยด้วย คาดว่าจะปักหลักที่นี่จนกว่าจะได้รับผลที่พอใจ



ค้าปลีกนับพันปิดถนนมิตรภาพขาเข้าโคราช ประท้วงสร้างเทสโก-โลกัสที่ปากช่อง
กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกทั่วประเทศนับพันคนรวมตัวปิดถนนมิตรภาพขาเข้านครราชสีมาประท้วงการก่อสร้างห้างค้าปลีกข้ามชาติ “เทสโก้ โลตัส” ที่ปากช่อง พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ โคราช มาเจรจา มิฉะนั้นจะไม่ยอมสลายการชุมนุม

28 เมษายน 2550 เวลา 17:33:40



ค้าปลีกทั่วประเทศลุกฮือ ปิดถนนมิตรภาพประท้วงโลตัส
28 เมษายน พ.ศ. 2550 17:37:00
 
กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกทั่วประเทศนับพันคนรวมตัวปิดถนนมิตรภาพขาเข้านครราชสีมาประท้วงการก่อสร้างห้างค้าปลีกข้ามชาติ 'เทสโก้ โลตัส' ที่ปากช่อง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผู้สื่อข่าวรายงานตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. วันนี้ (28 เม.ย.) กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกจากทุกภาคทั่วประเทศประมาณ 1,000 คน โดยการนำของชมรมผู้ประกอบการค้าปลีกปากช่องรวมตัวกันปิดถนนมิตรภาพขาเข้า จ.นครราชสีมา บริเวณหลัก กม.ที่ 159-160 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เรียกร้องให้หยุดการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาปากช่อง

ผู้ชุมนุมได้นำเต็นท์ขนาดใหญ่มากางบนถนน ทำให้รถทุกชนิดที่มาจากกรุงเทพฯ ไม่สามารถสัญจรผ่านไปยัง จ.นครราชสีมา ได้ ขณะที่ตำรวจต้องระดมกำลังกว่า 50 นาย มาควบคุมดูแล พร้อมกับระบายรถให้ไปใช้เส้นทางถนนมิตรภาพสายเก่าเข้าตัวอำเภอปากช่องผ่านไปยัง จ.นครราชสีมา แทน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมามาเจรจา พร้อมกับรับหนังสือข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการให้หยุดการก่อสร้างห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เพราะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยที่ไม่สามารถต่อสู้แข่งขันได้ โดยกลุ่มผู้ประท้วงประกาศกร้าว หากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาไม่ยอมมาเจรจาด้วยตัวเอง จะไม่ยอมยุติการชุมนุมและจะชุมนุมประท้วงปิดถนนต่อไป

ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประท้วงได้ปักหลักชุมนุมบริเวณริมถนนติดกับที่ดินที่อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างห้างเทสโก้ โลตัส สาขาปากช่อง และได้พากันขึ้นมาปิดถนนมิตรภาพบริเวณดังกล่าวครั้งหนึ่งแล้วเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ก่อนจะกลับลงไปชุมนุมบริเวณริมถนน

ทั้งนี้ นายอำเภอปากช่องพยายามเข้าเจรจา แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยินยอม พร้อมยืนยันเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเดินทางมาเจรจาด้วยตัวเอง เมื่อข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง จึงขึ้นมาชุมนุมบนถนนอีกครั้ง จนทำให้ต้องปิดถนนช่วงดังกล่าว และยังไม่มีทีท่าจะสลายการชุมนุม
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 28-04-2007, 23:18 »

กว่าจะรอให้มีรัฐบาลใหม่ ห้างใหญ่ๆคงสร้างเต็มทุกจุดแล้ว 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #35 เมื่อ: 29-04-2007, 00:17 »

ผู้ประกอบอาชีพค้าปลีกไทยขนาดเล็ก ขนาดกลาง
รวมทั้งผู้ผลิตสินค้า ขายส่งสินค้ารายเล็ก รายกลางและรายใหญ่ต้องจดจำไว้ว่า
รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เปิดโอกาสให้ค้าปลีกต่างชาติรายใหญ่-รายยักษ์
ได้รับสิทธิพิเศษ เงื่อนไขพิเศษมากกว่าค้าปลีกไทยรายเล็ก รายกลางไทย.....


ในขณะนี้รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กำลังเจริญรอยตาม.... Exclamation

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #36 เมื่อ: 29-04-2007, 11:29 »

Free trade มันเป็นสิ่งที่เร่งกระบวนการทางวิวัฒนาการเพื่อผ่าน capitalism ไปสู่ Socialism
ผมว่าการหยุดกระบวนการวิวัฒนาการนี้มันยากเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาอย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ หรือแม้แต่ทักษิณจะสามารถทำได้นะครับ การพยายามหยุดมัน อาจเป็นเพียงชะลอมันไปได้อีกสองสามวัน หรือสองสามปี ไม่ช้าก็เร็ว ประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการวิวัฒนาการนี้ไป ผมว่าเรารีบๆ รับมันให้จบๆ ไปเพื่อวิวัฒนาการไปสู่ยุคใหม่ เรายอมลำบากเองในยุคเรา ดีกว่าให้ลูกหลานต้องมาเผชิญกับมัน ตอนนี้ผมพร้อมรับทุกรูปแบบ สอนลูกชาย (8 ขวบ) ทุกวันว่าโลกข้างหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างไร
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โคราชยังเป็นแค่การชนกันของชนชั้นนายทุนเท่านั้น ในทฤษฏีวิวัฒนาการของ Karl Mark ยังจะมีการชนกันระหว่างชนชั้นนายทุน (capitalists) และชนชั้นกรรมาชีพ (proletariat) ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่

Karl Mark สนับสนุนให้เกิด Free trade ซึ่งเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาให้เราผ่านช่วง Capitalism ไปได้อย่างรวดเร็วกว่าระบบแบบ Protective (Conservative)
ในอีก 30 ปีข้างหน้า พม่าก็จะผ่านช่วงที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

Karl Marx and Globalization : http://www.revolutionaryleft.com/index.php?showtopic=47061
On the Question of Free Trade : http://marxists.org/archive/marx/works/1848/01/09ft.htm#marx
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #37 เมื่อ: 29-04-2007, 13:11 »

อ้างจาก:  link=topic=11657.msg180175#msg180175 date=1177820996
Free trade มันเป็นสิ่งที่เร่งกระบวนการทางวิวัฒนาการเพื่อผ่าน capitalism ไปสู่ Socialism
ผมว่าการหยุดกระบวนการวิวัฒนาการนี้มันยากเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาอย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ หรือแม้แต่ทักษิณจะสามารถทำได้นะครับ การพยายามหยุดมัน อาจเป็นเพียงชะลอมันไปได้อีกสองสามวัน หรือสองสามปี ไม่ช้าก็เร็ว ประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการวิวัฒนาการนี้ไป ผมว่าเรารีบๆ รับมันให้จบๆ ไปเพื่อวิวัฒนาการไปสู่ยุคใหม่ เรายอมลำบากเองในยุคเรา ดีกว่าให้ลูกหลานต้องมาเผชิญกับมัน ตอนนี้ผมพร้อมรับทุกรูปแบบ สอนลูกชาย (8 ขวบ) ทุกวันว่าโลกข้างหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างไร
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โคราชยังเป็นแค่การชนกันของชนชั้นนายทุนเท่านั้น ในทฤษฏีวิวัฒนาการของ Karl Mark ยังจะมีการชนกันระหว่างชนชั้นนายทุน (capitalists) และชนชั้นกรรมาชีพ (proletariat) ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่

Karl Mark สนับสนุนให้เกิด Free trade ซึ่งเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาให้เราผ่านช่วง Capitalism ไปได้อย่างรวดเร็วกว่าระบบแบบ Protective (Conservative)
ในอีก 30 ปีข้างหน้า พม่าก็จะผ่านช่วงที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

Karl Marx and Globalization : http://www.revolutionaryleft.com/index.php?showtopic=47061
On the Question of Free Trade : http://marxists.org/archive/marx/works/1848/01/09ft.htm#marx



คุณ sleepless...

ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน
เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น ล้วนแต่เป็นสมาชิกสมาคมการค้าโลก(WTO)และออกหน้าออกตาสนับสนุนการค้าเสรีทั้งสิ้น
แม้ว่าส่วนลึกในใจจะมีการผูกขาด สนับสนุน ปกป้องการค้าของตนก็ตาม.....


ถ้าผู้ค้าปลีกรายเล็ก รายกลางเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ร่างกฎหมายค้าปลีกไทยตามอย่างกฎหมายค้าปลีกของมหาอำนาจ หรือ "ขโมย" ใช้ของพวกเขาได้หรือไม่....

คนที่เคยศึกษาหรือผ่านไปในประเทศเหล่านั้น ย่อมพบเห็นผู้ประกอบค้าปลีกขนาดเล็กที่เรียกกัน ร้านโชวห่วย ปาป้ามาม้า กันทั้งนั้น เพราะรัฐบาลของเขามีรัฐมนตรีว่าการค้าหรือพาณิชย์ของประเทศเหล่านั้น ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการพาณิชย์ต่างชาติอย่างประเทศไทย....


ปัญหาค้าปลีกไทยหนักหนา สะสมกันมานาน 5-6 ปีภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เพราะเจ้าสัวฯ นายทุนใหญ่มีธุรกิจค้าปลีกขนาดยักษ์ร่วมกับต่างชาติ.....

นอกจากจะมีกฎหมายค้าปลีกไทยแล้ว รัฐบาลต้องให้การสนับสนุน การส่งเสริมอื่นๆ ที่ไม่ผิดกฎหมายการค้าโลก เช่น
1. การให้ความรู้เกี่ยวการค้าปลีกขนาดเล็ก ขนาดกลางอย่างถูกต้องและสมจริง
   (  รมช.พาณิชย์ ทรท. สุวรรณฯ เคยแนะนำให้ร้านโชวห่วยค้าปลีกในเวลาอื่นๆ ที่ห้างต่างชาติไม่ได้ขาย
     รมต.คนนี้ไม่เคยรู้ หรือ แกล้งไม่รู้ว่า ห้างต่างชาติเปิดขาย 24 ชั่วโมง
)
2. สนับสนุน จัดตั้งองค์กรที่มีประสิทธิภาพเพื่อซื้อสินค้าราคาถูก เช่นเดียวกับห้างต่างชาติ เพื่อกระจายสินค้าผ่านยี่ปั๊ว ไปสู่ร้านโชวห่วยอีกทอดหนึ่ง...
3. กำหนดมาตราการให้ร้านค้าปลีกที่มียอดขายต่ำกว่า 50,000 บาทต่อวัน ให้ถือว่าต้นทุนสินค้า 90 % หรือ กำไรขั้นต้น 10 %เพื่อสนับสนุนและป้องกันการประเมินภาษีที่ไม่เป็นธรรมร้านค้าปลีกขนาดเล็กของกรมสรรพากร.....
4. สถาบันการเงินของรัฐบาลให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่ร้านค้าโชวห่วยที่ต้องการปรับปรุงกิจการให้เป็น "นิวโชวห่วย" ตามที่คนในนี้เสนอความคิดเห็นบ่อยครั้ง....
5. ........ฯลฯ


ถ้าทำได้อย่างนี้..........
1.จะทำให้ค้าปลีกขนาดเล็ก เป็นทางเลือกหนึ่งของคนไทยที่ต้องการประกอบกิจการ ไม่ต้องเป็น"ลูกจ้าง" ทั้งหมด....
2.ผู้ผลิตสินค้าไทยขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ รวมทั้งสินค้าโอทอปที่มีคุณภาพไม่ต้องไปเสีย"ค่าธรรมเนียม"ต่าง ๆ
   ให้ห้างต่างชาติ เพราะมีทางเลือกขายสินค้าให้ร้าน"นิวโชวห่วย" ของคนไทยด้วยกัน.....
3.ห้างต่างชาติจะไม่"ผูกขาด"ราคาซื้อสินค้า และ ราคาขายสินค้า....
4.ห้างต่างชาติจะไม่มีอำนาจเหนือการค้าปลีกไทยและเศรษฐกิจไทย...
5......ฯลฯ



ดังนั้นคนที่ไม่เข้าใจค้าปลีกในประเทศไทย ควรแสดงความคิดเห็นว่า ทำไมประเทศไทยจึงมีกฎหมายค้าปลีกอย่างอารยประเทศไม่ได้ แม้แต่จะ"ลอกเลียน" หลักการของพวกเขามาเพื่อให้ความคุ้มครองค้าปลีกไทย ก็ไม่ได้ เพราะอะไร.....................

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-04-2007, 13:17 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #38 เมื่อ: 29-04-2007, 13:21 »

"เจ้าหน้าที่ของรัฐฯท้องถิ่น" ให้ห้างค้าปลีกยักษ์"เลี่ยงกฎหมาย"
เช่น จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ได้กำหนดความสูงของอาคารว่า
ความสูงอาคารเกิน 10 เมตรจะออกถนนสายนี้ ไม่ได้.....


ห้างค้าปลีกยักษ์" ได้ยื่นแบบขออาคารสูง 10 เมตร จึงต้องเลี่ยงกฎหมาย"
แก้ไขแบบแปลน ลดความสูงอาคารเหลือ 9.90 เมตร
เพราะเส้นทางออกถนนสายนี้ดีกว่าอีกสายหนึ่งที่มีการจราจรน้อยกว่า.......



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-04-2007, 13:23 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: [1]
    กระโดดไป: