ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
04-03-2021, 19:04
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  'เสรีพิศุทธ์' กับ แผ่นดินตำรวจ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
'เสรีพิศุทธ์' กับ แผ่นดินตำรวจ  (อ่าน 1710 ครั้ง)
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« เมื่อ: 06-02-2007, 22:54 »

เปลวสีเงิน

'เสรีพิศุทธ์'กับแผ่นดินตำรวจ

6 กุมภาพันธ์ 2550    กองบรรณาธิการ

๔ เดือนนับจากปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน มีเมื่อวานนี้แหละครับที่ "รัฐบาล คมช." ย้ายข้าราชการ "ถูกคน-ถูกใจ" ชาวบ้านมากที่สุด ถึงแม้ว่าจะยืดเป็นตังเมเกือบเข้าตำรา

"กว่าถั่วจะสุก-งาก็ไหม้" ไปหน่อยก็ตาม!

ครับ..พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์ มีคำสั่งย้าย "พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ" จากตำแหน่ง ผบ.ตร.

ไปปฏิบัติราชการอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่  ๕  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เป็นต้นไป

ที่สำนักนายกฯ นี้ มีนายตำรวจคนหนึ่งไปนั่งรออยู่ก่อนแล้ว อย่าเพิ่งลืมกันนะครับ  ท่านนั้นก็คือ "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์  ดามาพงศ์" พี่เมียอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ถูกวางตัวเป็น "ผบ.ตร." ต่อจาก พล.ต.อ.โกวิทนั่นแหละ

ตอนนี้ ทั้งอดีต ผบ.ตร.หมาดๆ และอดีตว่าที่ ผบ.ตร.ในฝัน ต้องไปนั่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน คือที่สำนักนายกฯ!
 

เรียกว่าได้ "รับใช้ชาติ" ด้วยการมาทำงานอยู่ "ใกล้ชิด" นายกรัฐมนตรีมากขึ้น ถือเป็นการเหมาะสมกับความสามารถเพื่อราชการอย่างหนึ่ง

ถ้าถามความเห็นผมต่อการย้าย พล.ต.อ.โกวิทครั้งนี้  ก็พูดได้คำว่าเดียวว่า

"ทำไมช้าจัง!"

ใครไม่รู้ว่า  การทำงานแบบ "เกียร์ว่าง" ของข้าราชการเป็นอย่างไร ก็ดูตัวอย่างจากตำรวจในยุค "ระบอบทักษิณ" ที่มี พล.ต.อ.โกวิทเป็นนายใหญ่นี่แหละ

ไม่ใช่แค่เกียร์ว่างเฉยๆ ยัง "วางยา" เพื่อชาติอีกด้วย!

ก็ดูซี ๑ เดือนที่ให้คลี่คลายคดีลอบวางระเบิดกรุงเทพฯ เมื่อ ๓๑ ธันวา. เที่ยวไล่ตอนแพะ-จับแกะมาเป็นฝูง สุดท้ายก็ต้องปล่อยยกคอก

แต่พอให้   DSI  และฝ่ายทหารเข้ามาทำงานร่วมวันแรกเท่านั้นแหละ มีรูป "ผู้ต้องสงสัย" ที่กบไต๋เอาไว้ โดยไม่ยอมทำอะไร หลุดออกมาสู่มือสื่อมวลชน

เผยแพร่หรา "ดักหน้า DSI" ไปทั่วบ้าน-ทั่วเมือง!

จงใจหักหน้า-ขัดขาในการทำงานของ DSI จากฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่งหรือไม่ อันนี้ไม่จำเป็นต้องตอบ

เพราะนี่คือลีลา "หักเหลี่ยมนักเลง" ชัดๆ!

ฝีมือตำรวจไทย ไม่น้อยหน้าตำรวจประเทศไหนในโลก ขนาด "นายฮัมบาลี" มือขวาบินลาดิน   หลบมาพักผ่อนอยู่ในเมืองไทย  ตำรวจไทยยังแกะรอยตามจับเอาตัวมาได้

ใส่พานให้ทักษิณคลานนำเข้าไปมอบให้ "ประธานาธิบดีบุช" ถึงสหรัฐอเมริกาโน่น!

ตรงนี้แหละ เป็นจุดหนึ่งของชนวน "ไฟใต้" ลามใหญ่-ไม่เลิกรา!?

แต่ทีโรงเรียนในภาคเหนือ  ภาคอีสาน ถูกคลื่นใต้น้ำ "เผา" หลังแล้ว-หลังเล่า  ๓๐-๔๐  หลัง จนบัดป่านนี้ไม่ปรากฏว่าตำรวจภายใต้การบริหารของ พล.ต.อ.โกวิท จะจับตัวการได้ซักราย!

คำว่า "คนดี" กับการทำงานในหน้าที่อย่างมี "ประสิทธิผล" มันคนละเรื่องกัน

เมื่อคณะปฏิรูปฯ ให้สัตยาบันกับประชาชนในการ "ยึดอำนาจการปกครอง" ว่า "จะนำสิ่งที่ดีกว่ามาสู่ชาติ-ประชาชน"

ฉะนั้น  อะไร-ใคร  ที่เป็นปัญหา-อุปสรรคในการฟันฝ่าไปสู่เป้าหมายตามสัญญาประชาคม ก็สมควรหาตำแหน่งแห่งที่อันเหมาะสม ให้กับคนที่เหมาะสมกับกิจการนั้นๆ ไปอยู่ และไปทำ

พล.ต.อ.โกวิท คนดีลักษณะท่าน ก็เหมาะสมแล้วกับตำแหน่งแห่งที่ที่สำนักนายกฯ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ท่านก็เหมาะสมแล้วกับการรักษาการในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถมเป็นที่คาดหมาย-คาดหวังของประชาชนส่วนใหญ่ว่า

"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" นี่แหละ..ตำรวจที่ประชาชนพึ่งได้!

แต่อย่าลืมว่า  พล.ต.อ.โกวิท  นั้น  ท่านยังมีตำแหน่งสำคัญอยู่อีกตำแหน่งคือ  รองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนที่ ๓

ถ้าประธาน คมช.และรองประธาน คมช.คนที่  ๑ คนที่ ๒ ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้

พล.ต.อ.โกวิท ในฐานะรองประธาน คมช. คนที่ ๓ นี่แหละจะทำหน้าที่ "ประธาน คมช."

จะปลด-จะย้าย นายกฯ หรือ ผบ.ตร.อำนาจก็อยู่ในมือท่านละ!

เช้าวาน   ผมอ่านหนังสือพิมพ์แล้วยังนึกขำว่า "เออหนอ..คนเราช่างคิดกันไปได้ร้อยแปด..เนอะ"

คือผมอ่าน "สยามรัฐ" ของ "คุณชัช  เตาปูน" เพื่อนรักผม เขาลงข่าวว่า พล.ต.อ.โกวิทไปทำบุญที่วัดพระพุทธบาทยโสธร  จังหวัดยโสธร  บ้านเกิดของคุณสุริยะใส กตะศิลา นั่นแหละ

ท่านทำพิธีชักรอกสายสิญจน์ขนาดใหญ่ เพื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ ปรากฏว่า "สายสิญจน์ขาด" ซะนี่

เล่นเอาหลายคน "หน้าเสีย" ซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา!

กลับมากรุงเทพฯ รุ่งขึ้นเช้า ปรากฏว่า มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ๒๕/๒๕๕๐   ย้ายจาก ผบ.ตร.ไปช่วยราชการที่ทำเนียบฯ  โดยไม่กระโตกกระตากมาก่อน!!

ผมว่า "ใครก็ตาม" มาเป็น ผบ.ตร.ตอนนี้

ก็ไม่ต่างจาก "ใครก็ตาม" ที่มาเป็น "นายกรัฐมนตรี" ต่อจากทักษิณ!

เหนื่อยรากเลือดไม่สำคัญ   ถ้างานสามารถเดินไปได้ตามเป้าหมาย แต่ด้วย "ระบอบทักษิณ" ที่ยังครอบงำระบบราชการ และระบบสังคมประชานิยม การจะโน้มน้าวให้ได้ใจคนส่วนนั้น "ตื่นจากศรัทธาอามิส" แล้วหันมาร่วมกัน "สร้างสรรค์" สิ่งดีใหม่ๆ เพื่อชาติและสังคม นั้น

ถึงรากเลือด...


ก็ใช่ว่าจะได้ "ความเข้าใจร่วมกัน" มาง่ายๆ อย่างที่คิด!

ได้ตำแหน่ง-ได้อำนาจ มันอาจไม่ยาก

แต่การจะเอาตำแหน่ง เอาอำนาจไปเพื่อการ "ได้ใจ" คนมาร่วมงานนั้น มันต้องมีอะไรที่เรียกว่า "มากกว่า" อำนาจเพื่อการบังคับขับไส!?

ใจที่หนัก และนิ่ง "เหนือกว่า" มันจะค่อยๆ นำมาในสิ่งที่เรียกว่า "บารมี"

ผมประเมินว่า   หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ "ผลัดแผ่นดิน" ปฏิบัติการลองของ-ลดความน่าเชื่อถือในตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์..อาจเกิดขึ้น?

ขนาดยังไม่ข้ามวัน  คนระดับพลตำรวจเอก ระดับรอง ผบ.ตร.ที่ชื่อ "อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช" ยังประกาศ "ตบเท้า-ลาออก" เป็นนัยแห่งอารยะขัดขืนต่อคำสั่งย้าย พล.ต.อ.โกวิท

พล.ต.อ.อชิรวิทย์พูดชัดเจนว่า ที่อยู่-ทั้งที่เคยประกาศลาออก เพราะ พล.ต.อ.โกวิทให้อยู่ช่วยงาน!?

คิดดูแล้วกัน นายตำรวจระดับสูงขนาดนี้ ยังมีจิตสำนึกได้เท่านี้ ยศพระราชทาน กินเงินเดือนประชาชน

แต่กลับบอกว่า..อยู่เพื่อ พล.ต.อ.โกวิทคนเดียว


เมื่อไม่มี พล.ต.อ.โกวิท ก็ไม่อยู่!

แล้วตำรวจทั้งระดับใหญ่ ระดับเล็ก ซึ่งอยู่ใน "ระบอบทักษิณ" ร่วมกับ พล.ต.อ.โกวิทนี่ซี เขาเหล่านั้น จะกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ?

ลาออกตามเหมือนอย่างที่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ทำน่ะ  ไม่มีหรอก เพราะ พล.ต.อ.อชิรวิทย์นั้น ถึงไม่ออกวันนี้ ตุลา.นี้ท่านก็เกษียณอยู่ดี ฉะนั้น ค่าไม่ต่างกัน

แต่วัฒนธรรมของ "ลัทธิตำรวจไทย" นั้น   แต่ละคนต้องมี "นาย" เป็นเครือข่ายสังกัดครับ ที่จะอยู่และโตขึ้นมาได้อย่าง "ม้าป่า" นั้น ร้อยจะมีซัก ๑ หรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ?

วัฒนธรรมตำรวจนี่ "เจ้าขุนมูลนาย" ตัวจริงเลยแหละ  ยิ่งกว่าข้าราชการหน่วยไหนทั้งสิ้น

ลูกพี่  หรือเจ้านาย จะไปไหนที ลูกน้องจะขี่รถเคลียร์เส้นทาง มีประกบหน้า-หลังตามลูกพี่อีกหน่วยตะหาก   เรียกว่าไปเป็นกองเกียรติยศตำรวจย่อยๆ ชาวบ้านร้านตลาดรู้หมดและว่า

นั่นแหละ..ตำรวจใหญ่เค้ามาแล้วหละ!

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เท่าที่ผมสังเกต   ท่านไม่ใช่ตำรวจลักษณะนั้น จริงอยู่   ตำรวจประเภท "ม้าป่า" ยึดมั่นงานพิทักษ์ประชาชนตามหน้าที่  ไม่ต้องคอยตามประจี๋-ประจ๋อเจ้านาย

อาจจะชอบ และทำงานด้วยความสบายใจ แต่อีกประเภท และมีเป็นส่วนมากนี่ซีครับ เขาจะใช้เวลาปรับตัว-ปรับทัศนคติอีกนานซักเท่าไหร่   นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับว่า "พร้อมจะปรับตัว-ปรับทัศนคติหรือไม่?"

แต่มองอีกมุมก็ไม่น่ายาก   โบราณมีคำว่า "โจรจับโจร" ก็ในทำนองเดียวกับ "ตำรวจจับตำรวจ"

กับตำรวจที่สวมเครื่องแบบปกปิดร่างกายรัดกุมนั้น   คนที่จะรู้ว่า "ตำรวจคนไหนหลังลายหรือไม่?" ก็มีคนเดียวคือ "ตำรวจด้วยกัน" ฉะนั้น การที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มาบริหารตำรวจวันนี้   ทางหนึ่งก็ดูเหมือนยาก  แต่อีกทางก็ดูเหมือนง่าย  อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า "หัวไม่ส่าย" เสียอย่าง  หางมันก็ "จุกตูด" เองแหละ.

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=6/Feb/2550&news_id=137566&cat_id=200

บทความนี้ของ คุณเปลว เขียนน่าอ่านดี

* เสธแดง กู่ไม่กลับแล้วงานนี้ อดดูหนังสือภาคต่อไปของแกเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-02-2007, 23:17 โดย นทร์ » บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #1 เมื่อ: 06-02-2007, 23:06 »

อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า "หัวไม่ส่าย" เสียอย่าง  หางมันก็ "จุกตูด" เองแหละ.



อิ อิ
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 06-02-2007, 23:27 »

อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า "หัวไม่ส่าย" เสียอย่าง  หางมันก็ "จุกตูด" เองแหละ.



อิ อิ

ตำรวจจับตำรวจของคุณเปลว น่าจะหมายถึงเอาตำรวจ(เสรี)มาปราบ รัฐตำรวจ ที่แม้วสร้างทิ้งไว้

เริ่มงานวันแรกฉากเปิด "หัวไม่ส่าย" แน่นอน ถือว่าสอบผ่าน

ต่อไปคอยดูงานจริง


บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #3 เมื่อ: 06-02-2007, 23:38 »

อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า "หัวไม่ส่าย" เสียอย่าง  หางมันก็ "จุกตูด" เองแหละ.



อิ อิ

ตำรวจจับตำรวจของคุณเปลว น่าจะหมายถึงเอาตำรวจ(เสรี)มาปราบ รัฐตำรวจ ที่แม้วสร้างทิ้งไว้

เริ่มงานวันแรกฉากเปิด "หัวไม่ส่าย" แน่นอน ถือว่าสอบผ่าน

ต่อไปคอยดูงานจริง



ถูกต้องค่ะ สีเดียวกันย่อมรู้ทางกันดี จะรอดูผลงานคุณเสรีอยู่ด้วยเหมือนกัน

เพราะเบื่ออาโกเต็มทีแล้วค่ะ






บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
kumtong
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« ตอบ #4 เมื่อ: 07-02-2007, 09:00 »

ในความเป็นจริงแล้ว  การทำงานในระดับการสืบสวนสอบสวนในคดีใหญ่ๆ  ของตำรวจที่ผ่านมา ได้สร้างสม ตำรวจนักสืบมากมาย    จากปรมาจารย์  ด้านนี้ ในอดีต  เช่น ท่านธนู หอมหวล  ท่านวรรณรัตน์ คชรัตน์   ท่านคำนึง ธรรมเกษม  ท่านคงเดช  ชูศรี  ฯลฯ   บุคคลากรเหล่านี้ คือปรมาจารย์ในด้านนี้โดยเฉพาะ  ในยุคสืบเหนือ  สืบใต้  ซึ่งเป็นต้นกำเหนิดนักสืบใน สตช.
   นอกจากงานในหน้าที่ที่สร้างผลงานให้ปรากฎแก่สังคมแล้ว  ยังได้สร้างนักสืบรุ่นเยาว์ รุ่นแล้วรุ่นเล่า  ซึ่งฝีมือในการทำคดี สืบสวนสอบสวน  ยังมีอยู่ครบ ได้รับการถ่ายทอดมา   ซึ่งยังคงรับราชการอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปัจจุบัน  และมีบางท่านได้พ้นไปแล้ว  ตามวัยอันควร   
  นักสืบเหล่านี้  รู้ฝีมือกันดี  แต่บุคคลภายนอกไม่รู้ด้วย   และคนเหล่านี้  ส่วนใหญ่    เมื่อตนเองถูกลดบทบาทโดยคำสั่งแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม   ด้วยระบบข้ามหัว   เอาเด็กรุ่นหลังที่ไร้ฝีมือแต่มีเส้นมา  พวกหัวประจบ แต่ไร้กึ๋น มาเป็นผู้บังคับบัญชา   คนเหล่านี้ หัวใจก็ฝ่อลง  และหลบเลียแผล  เพราะไม่สามารถทำอย่างไรได้  ถือว่าประเทศชาติใช่ของเราคนเดียว  ซะเมื่อไหร่ นับวันก็แก่ลงไปตามวันเวลา   จนหลายคนหมดไฟ   
  แล้วบุคคลากรเหล่านี้ไปไหน เสียเล่าในปัจจุบัน   ตอบได้ว่า ปัจจุบันยังอยู่ แต่ใส่เกียร์ว่าง   แล้วทำไมจึงใส่เกียร์ว่าง   ตอบได้ว่าไม่มีโอกาศในการทำงาน    บางคนต้องถูกโยกย้ายเอาไปเก็บไว้ในที่ต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวงจรอำนาจหน้าที่ในการทำงาน   เข้าทำนอง ใครใหญ่ใครอยู่  ยุคใครยุคมัน ลองสืบค้นคำสั่งคณะทำงานในแต่ละยุคดู ก็จะค้นพบบุคคลเหล่านี้   
  พูดได้ว่า  ในระยะหลายปีที่ผ่านมา  ตั้งแต่ ท่าน อ.ตร. พจน์   ลงมา  จะมีคณะนักสืบทำงานอยู่กลุ่มเดียว  ก็กลุ่มที่ทำการคลี่คลายคดีระเบิดนี้นั่นแหละ  ที่เมื่อยามใด ผู้บังคับบัญชา  เดือดร้อนก็ต้องพึ่งพานักสืบกลุ่มนี้  ซึ่งในความเป็นจริง ผลงานก็ย่อมเห็นกันอยู่   ถ้าถามว่ากลุ่มนี้มีฝีมือใหม  ตอบได้ว่า มีอยู่ระดับหนึ่ง  เพราะความจริง บุคคลกลุ่มนี้ ก็มีที่มาจากต้นกำเหนิดอันเดียวกัน  เพียงแต่มาไม่ครบเครื่อง  มาเพียงบางส่วน   
แต่ธรรมดาของมนุษย์  ไม่มีใคร เก่งไปซะทุกเรื่องหรอก    มีเวลาถึงทางตันทุกคน
  ทำไมไม่ร่วมกัน สู่จุดหมาย  บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน  สร้างชื่อเสียงให้แก สตช.   กลับไปสร้างดาวกันคนละดวงช่วงชิงไปสู่สวรรค์     
  คำตอบก็คือ  การบริหารงานที่บกพร่อง ของ สตช.นั่นเอง  ที่ทำลาย  บุคคลากรที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา  รุ่นแล้วรุ่นเล่า   โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม  จริยธรรม  ในการแต่งตั้ง  ในการให้กำลังใจแก่กำลังพลของตนเองที่ทำงานเพื่อหน่วย  กลับไปแสวงหาผลประโยชน์  จากตำแหน่ง โดยการขายตำแหน่งกันเป็นล่ำเป็นสัน   ไม่เชื่อลองตรวจสอบทรัพย์สิน  ผู้บังคับบัญชาบางคนที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งตำรวจดูซิครับ  แล้วจะเห็นความจริง  ว่าทรัพย์สินเหล่านี้ท่านได้แต่ใดมา  บางคนมีบ้านใหญ่โตราคานับสิบล้าน ทั้งที่ไม่มีธุรกิจอะไร  นอกจากรับราชการอยู่ใน สำนักงานกำลังพล
    การแบ่งพรรคแบ่งพวก   แบ่งสถานบัน   สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือที่ที่ทำลาย  สตช. 
แทนที่จะรวมพลัง  กลับไปแบ่งพรรคแบ่งพวก   เอาคนนี้ไม่เอาคนนั้น เพียงเพราะต่างสถาบันการศึกษา  ผลก็คือเสียโอกาศ  สำหรับคนดีมีฝีมือที่ต่างสถาบัน   และในที่สุดก็ทำให้  หมดความน่าเชื่อถือศรัทธาจากประชาชน   ทำให้เกิดการแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ  จนกระทั่งปัจจุบัน  เกือบไม่มีผ้าจะให้แก้แล้ว  มันเริ่มเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน  มากขึ้นทุกวัน  และในอนาคตอันใกล้  กำลังจะต้องเชือดเนื้อเถือหนัง   เอาตรงโน้นมาแปะตรงนี้ เอาตรงนี้ไปแปะตรงนั้น
เกิดการผ่าตัดใหญ่    เพราะสังคมเริ่มมองเห็นแล้วว่า  ทำงานกันแบบนี้  จะเอาไว้ทำไม  ให้เปลืองงบประมาณ
    สำหรับท่านเสรี   เชื่อได้ในระดับหนึ่ง  เพราะท่านผ่านร้อนผ่านหนาว  ผ่านการต่อสู้มายาวนาน  ผ่านการกลั่นแกล้งจากศัตรูรอบทิศ   จึงเชื่อว่าท่านน่าจะแกร่งและรอบรู้ทุกเรื่องใน สตช.เป็นอย่างดี  น่าจะจัดการกับปัญหา และเป็นหัวขบวนในการบุกตลุย ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ในฐานะ  ผบ.ตร.  อย่างเต็มภาคภูมิ  แต่ก็คงไม่ง่ายดายนัก   เพราะปัญหามันสั่งสมมายาวนาน   ก็ได้แต่ให้กำลังใจท่าน 
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 07-02-2007, 10:39 »



ฝีมือตำรวจไทย ไม่น้อยหน้าตำรวจประเทศไหนในโลก ขนาด "นายฮัมบาลี" มือขวาบินลาดิน   หลบมาพักผ่อนอยู่ในเมืองไทย  ตำรวจไทยยังแกะรอยตามจับเอาตัวมาได้

ใส่พานให้ทักษิณคลานนำเข้าไปมอบให้ "ประธานาธิบดีบุช" ถึงสหรัฐอเมริกาโน่น!

ตรงนี้แหละ เป็นจุดหนึ่งของชนวน "ไฟใต้" ลามใหญ่-ไม่เลิกรา!?
 

ถ้าผมจำไม่ผิด..

ประเด็นเรื่องนายฮัมบาลี ผมว่าผมเคยอ่านเจอที่มติชนสุดสัปดาห์นี้แหละน่าจะใช่..

ใช้ที่ว่า ชั่วดีปีหนไม่เคยมีตำรวจไทยหน้าไหนไปตรวจเเถวๆนั้น แต่จู่ๆ"อะไร"มันดลใจให้ตำรวจไทยไปแถวๆนั้นและเจอนายฮัมบาลีก็ไม่รู้

ฉะนั้นเรื่องบางเรื่องที่เราสงสัย ว่ามันใช้รึไม่  มันก็อาจจะเป็นจริงก็ได้ แต่เมื่อเอาหลายเหตุการณ์มารวมกัน มันก็อาจจะให้เรานั้นถึงบางอ้อขึ้นมาได้ แต่บางอ้ออะไร ก็ลองๆคิดกันดูเองล่ะกันครับ

และสำหรับเรื่องคุณเสรีไม่มีความเห็นครับ เพราะผมเชียร์แกมาเต็มที่ตั้งแต่มีข่าวว่าอาโกจะไป..  Laughing

 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: