ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-04-2014, 07:57
378,181 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  ห้องสาธารณะ  |  แมวทอม หนูเจอรี่ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
แมวทอม หนูเจอรี่  (อ่าน 4099 ครั้ง)
political artist
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 24-01-2007, 22:39 »




วันที่ 24 Jan 2007 แสดงข่าวมาแล้ว 18ช.ม. 34นาที โดย ขี่พายุทะลุฟ้า www.kaohoon.com
     สภาวะบ้านเมืองไทยเราเวลานี้ เหมือนกับหนังการ์ตูน"ทอมกับเจอร์รี่"จริงๆ

     เค้าโครงเรื่องผูกปมไว้ที่"แมวไล่จับหนู" แต่ก็เป็นการ์ตูนที่ดูสนุกทุกตอน เพราะเจ้าหนูเจอร์รี่ เป็นหนูเจ้าปัญญา แมวทอมเป็นแมวใหญ่ เจ้าคิดเจ้าแค้น

     เที่ยวไล่ตะปบหนู ทำข้าวของกระจุยกระจายจนบ้านแทบพัง แต่ก็ตะครุบตัวเจ้าหนูเจอร์รี่ไม่ได้สักครา แถมตัวเองก็ต้องบาดเจ็บฟกช้ำทุกทีไป

     เจ็บตัวแถมเจ็บใจ จึงต้องออกไล่ล่าเจ้าหนูเจอร์รี่กันทุกวันทุกคืน ข้าวของในบ้านจะกระจุยกระจายอย่างไร ก็หาได้ใส่ใจสักเท่าไหร่กันแล้ว

     เป็นหนังการ์ตูนที่ดูสนุกมาก แต่หากเป็นชีวิตจริง ก็คงไม่สนุกเอาเสียเลย เซ็งเลยแหละ ที่ในบ้าน มีแต่ความยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทำลายโน่นทำลายนี่

     บ้านเมืองเรา ก็ชักจะเข้าแนวหนังการ์ตูน"ทอมกับเจอร์รี่"อย่างไรอยู่

     แมวใหญ่ไล่ล่าหนูเจอรร์รี่ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ตัวเดียวมา 4 เดือนแล้ว เรื่องเล็กก็ถูกทำให้เป็นเรื่องใหญ่ จะจัดการปัญหาอะไรก็ต้องเอาทักษิณเป็นโจทย์ตั้ง

     ไม่ว่าจะดีหรือเลว อะไรที่ทักษิณทำไว้ ต้องไม่ทำ

     อะไรที่เป็นเรื่องเข้าเค้า จับทุจริตทักษิณได้ ก็ต้องลากโยงประเด็นเข้ามาให้ได้ข้อสรุปทุจริตจนได้

     บางเรื่อง ก็ดูสมเหตุสมผลดี แต่บางเรื่อง ก็ดูซี้ซั้ว สุกเอาเผากิน ฟาดงวงฟาดงาใส่เสียจนบ้านเมืองยุ่งเหยิง วุ่นวายสิ้นดี

     อย่างเช่นเรื่องภาษีสรรพสามิตในธุรกิจโทรคมนาคม

     ต้นเรื่อง มันไม่มีการทุจริตอยู่แล้ว ก็เพียงทักษิณเล่นเกมกายกรรมทางตัวเลข โดยหักส่วนแบ่งรายได้ส่วนหนึ่ง ที่เอกชนต้องจ่ายเจ้าของสัมปทาน คือ ทศท.และกสท. มาเป็นภาษีสรรพสามิต จ่ายเข้าหลวงโดยตรง

     เอกชนก็ยังคงจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้เจ้าของสัมปทานในยอดเดิมนั่นแหละ แต่ผู้เสียผลประโยชน์คือ กสท.กับทศท. รัฐบาลเท่านั้นเป็นผู้ได้ประโยชน์ไป

     เหมือนรัฐหักคอทศท.และกสท. เอกชนไม่ได้มีผลประโยชน์งอกเงยอะไรด้วย

     พยายามจะบอกว่า เรื่องนี้มันไม่มีปัญหาทุจริตอะไรมาแต่ต้นแล้วล่ะ แต่โรคไล่ล่าทักษิณขึ้นสมอง มันก็ต้องพยายามลากโยงให้เป็นประเด็นทุจริตให้ได้ แถมยังตีความบานปลาย จะให้เอกชนเอาเงินมาคืนค่าภาษีที่ทศท-กสท.จ่ายไปให้ได้

     ในที่สุด ก็ต้องมีมติครม.ให้เลิกจัดเก็บภาษีสรรพสามิต กลับมาใช้ระบบส่วนแบ่งรายได้แบบตรงไปตรงมาดังเดิมกันต่อ

     เสียเวลาไล่จับหนูอยู่เสียนาน

     กรณีปัญหาแท็กซี่เวย์ร้าว ก็มีความคิดจะให้ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อประจานการคดโกงทุจริตในระบอบทักษิณให้ชาวโลกรับรู้มันซะเลย

     ไม่รู้ว่าคิดกันได้อย่างไร ดูจะเอาแต่ความสะใจกันสถานเดียว แค่แท็กซี่เวย์ร้าว แต่รันเวย์ ตัวอาคารสถานียังใช้ได้ ระบบคอมพิวเตอร์ก็หายล่มแล้ว ถึงกับจะต้องปิดสนามบิน ที่เปิดใช้ไม่เท่าไหร่ ให้ชาวโลกเย้ยหยันเชียวหรือ

     มันได้แค่ความสะใจ แล้วประเทศชาติได้อะไร

     ไม่นึกเลยว่า บ้านเมืองไทยต้องชะตาตก กลายเป็นหนังทอมกับเจอร์รี่ไปแล้ว

     วิ่งไล่จับหนูตัวเดียว แต่บ้านช่องพังทั้งหลัง

 
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #1 เมื่อ: 25-01-2007, 00:21 »

รูปสวยค่ะ

นิทานก็สนุก แต่ไม่รู้จะปลุกใครตื่นได้บ้างหรือเปล่า?

คนแถวนี้เขามีนิทานเรื่องอื่นมาเล่ากัน

 
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
คนแถวนี้แหละ
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 25-01-2007, 00:27 »

อ้าว คุณsnowflake เป็นคนแถวอื่นไปแล้วเหรอ

เกิดที่นี่ แต่ไปโตที่อื่น หุ หุ
บันทึกการเข้า
รู้น่า อ.ต.ล.
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 25-01-2007, 07:50 »

คนบางคนเขาก็ยังไม่ตื่นเหมือนกัน คิดแต่ว่าพ่อเหลี่ยมจะกลับมา
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 25-01-2007, 08:55 »

น่าแปลกใจที่คุณ snowflake ทำตัวตกต่ำยอมละไม่มองข้อเท็จจริงในเนื้อหา เพียงเพื่อความสะใจที่ได้เสียดสีเพื่อนร่วมบอร์ด
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #5 เมื่อ: 25-01-2007, 09:45 »

 
ก็เศรษฐีที่เมียยึดเงินกับกิจการไปควบคุม

เลยไม่รู้จะเอาตังที่ไหนมาหาความสุขนอกบ้าน

กับการจะหาอีหนูแค่นี้

จนต้องฟาดงวงฟาดงา โกงดะไปทั่ว

สร้างอะไรก็พังไปหมด

ปานนี้เลยต้องไปนอนนอกบ้านไปก่อน

 
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #6 เมื่อ: 25-01-2007, 13:05 »



หุหุ หนูตัวนี้มันหนู ทำ - มะ - ดา ซะที่ไหน ยังมีคนตาฝ้าฟางเห็นมันเป็นแค่หนูเจอรี่อีกเหรอ ช่างหน่อมแน้มซะเหลือเกิน 

เจ้าหนูชินตัวนี้มันมีขนาดใหญ่กว่าหนูยักษ์ Capybara (ตามรูป) อิอิ และยังมีนิสัยชอบกัดกินแทะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้าของบ้านที่มันอาศัยอยู่  มันช่างอกตัญญูนัก

แต่อีกไม่นานเจ้าหนูชินตัวนี้ ต้องถูกจับขังแน่นอน 
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #7 เมื่อ: 02-02-2007, 19:08 »

กรณี สุวรรณภูมิ กับ การต่อสู้ 2 แนวทาง ก่อน หลัง 19 ก.ย.

คอลัมน์ วิภาคแห่งวิพากษ์

48.06% ของกลุ่มตัวอย่าง "สวนดุสิต โพล" หัวข้อ "สนามบินสุวรรณภูมิ ณ วันนี้
ในสายตาประชาชน" ที่ให้ความรู้สึกต่อข่าวการซ่อมแซมว่า

"มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ความไม่โปร่งใสและโกงกินทุกกระบวนการ"

และ 72.78% ของกลุ่มตัวอย่าง ที่เสียความรู้สึกเพราะปัญหามาจากการทุจริตที่
ใหญ่โต เมื่อเปรียบเทียบความรู้สึกเมื่อครั้งเปิดท่าอากาศยานกับข่าววันนี้

จะถือว่าเป็น "ความสำเร็จ" หรือว่าเป็น "ความล้มเหลว"

แน่นอน หากมองจากความคาดหวังที่เคยมีต่อสนามบินสุวรรณภูมิในฐานะของสนามบิน
แห่งชาติ ความรู้สึกเหล่านี้ต้องถือว่าเป็นความล้มเหลว

ขณะเดียวกัน หากมองจากกระบวนการของการขุดคุ้ย เปิดโปง สภาพความเป็นจริงที่
เกิดขึ้น ดำรงอยู่ ภายในกระสวนการวางแผน การประมูล การก่อสร้าง การควบคุม อัน
เป็นกระบวนการของการตรวจสอบ ก็ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จ

เป็นความสำเร็จในระดับที่แน่นอนหนึ่งอันเป็นผลงานของกลุ่มตรวจสอบต่อผลงานรัฐบาล
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่กระทำอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่ก่อนและภายหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ สมควรมีการปรับท่าทีอย่างไรเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิ
ตกมาอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แล้วอย่างสมบูรณ์

ท่าที "ก่อน" และ "หลัง" รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มีความหมาย และ
มีความสำคัญ

เพราะหากไม่มีการปรับก็เท่ากับไม่เข้าใจต่อกระสวนของการเปลี่ยนแปลง

ก่อนรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ภาระหน้าที่ด้านหลักของกลุ่มต่อต้าน
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็คือ จะต้องแสดงให้เห็นภาพที่เลวร้ายทั้งในเชิงจริยธรรมและ
ในเชิงการบริหารเพื่อทำลายความชอบธรรมทางการเมือง

ความหมายก็คือ การสร้างความชอบธรรมให้กับการโค่นล้มและทำลาย

กรณีของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นกรณีหนึ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นเป้าของ
การขุดคุ้ยโจมตี เช่นเดียวกับกรณีการขายหุ้นชินคอร์ป เช่นเดียวกับกรณีการทำสงคราม
ยาเสพติด เช่นเดียวกับกรณีการแทรกแซงองค์กรอิสระ เป็นต้น

แต่เมื่อการก่อกระแสสร้างความชอบธรรมกระทั่ง "ทหาร" ในนาม "คปค." ออกมาทำ
รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ได้สำเร็จ

สภาพทางการเมืองก็เกิดการแปรเปลี่ยน

แปรเปลี่ยนเป็นอำนาจรัฐอยู่ในมือของ "คปค." แปรเปลี่ยนเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ถูกโค่นล้มต้องร่อนเร่พเนจรไม่สามารถกลับประเทศได้ และรัฐบาลที่เข้ามาแทนที่คือ
รัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

สภาพทางการเมืองเปลี่ยน สถานะทางการเมืองเปลี่ยน ย่อมส่งผลสะเทือนต่อสภาพและ
สถานะในทางความคิดตามไปด้วย

สถานะของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ย่อมแตกต่างไปจากสถานะของพรรคการเมือง
บางพรรค กลุ่มการเมืองบางกลุ่มอย่างแน่นอน

แม้ว่าบางพรรคการเมือง บางกลุ่มการเมือง จะเคยมีส่วนในการก่อกระแสสร้างความ
ชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจของ "คปค." อย่างขันแข็งก็ตาม

เพราะว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

เพราะว่ารากฐานของนายกรัฐมนตรีคือคณะรัฐมนตรี และรากฐานของคณะรัฐมนตรีคือ
กระทรวงทบวงกรมที่มีข้าราชการเป็นกำลังสำคัญ

นั่นคือ กลไกแห่ง "อำนาจรัฐ" อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลและ คมช.

มีความจำเป็นที่รัฐบาลและ คมช. จักต้องร่วมกันขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไป
มีความจำเป็นที่รัฐบาลจักต้องบริหารจัดการและเข้ารับผิดชอบต่อสมบัติของชาติ

เพราะว่าสนามบิน "สุวรรณภูมิ" เป็นสมบัติของชาติ มิใช่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


ความคิดในการทำลาย ความคิดในการบ่อนเซาะต่อสถานะและเกียรติภูมิของ พ.ต.ท.
ทักษิณ ชินวัตร อาจยังจำเป็นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งการปรับเปลี่ยนถ่ายโยงอำนาจ
กระนั้น ก็มิได้หมายความว่าจะต้องเอาสมบัติของชาติของประชาชนไปเป็นเครื่องสังเวย
และต่อรอง


ตรงนี้แหละที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจและปรับท่าทีและท่วงทำนองของรัฐบาล ของ
กระทรวงคมนาคมต่อสนามบิน "สุวรรณภูมิ" อย่างมีวุฒิภาวะ

เป็นวุฒิภาวะที่ตระหนักในฐานะของสุวรรณภูมิ เป็นวุฒิภาวะที่ตระหนักในฐานะของรัฐบาล

ก่อนรัฐประหารอาจใช้กลยุทธ์ตีบุกหน้าแบบ "เจ็งกิสข่าน" ได้แต่หลังรัฐประหารยึดอำนาจ
ได้มาแล้วการบริหารและสร้างความไพบูลย์ต่างหากที่สำคัญมากกว่า

และการบริหารสนามบิน "สุวรรณภูมิ" ย่อมมิใช่การทำลายจนยับเยินคามืออย่างแน่นอน


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10552

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01col01300150&day=2007/01/30&sectionid=0116
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #8 เมื่อ: 02-02-2007, 19:27 »

น่าแปลกใจที่คุณ snowflake ทำตัวตกต่ำยอมละไม่มองข้อเท็จจริงในเนื้อหา เพียงเพื่อความสะใจที่ได้เสียดสีเพื่อนร่วมบอร์ด

น่าแปลกใจที่บางคนไม่สนใจข้อเท็จจริงและเหตุผล
เพียงเพื่อความสะใจที่ได้ทำลายคนที่ตัวเองเกลียด
ก็ไม่สนใจกระทั่งว่าจะต้องใช้วิธีการอย่างไร
ทำลายอะไรที่เป็นสมบัติส่วนรวมของประเทศไปบ้าง
กระทั่งอ้างอิงอย่างไม่บังควร เพื่อความชอบธรรมของตนเอง
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
มาริษา
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 02-02-2007, 19:32 »

น่าแปลกใจที่คุณ snowflake ทำตัวตกต่ำยอมละไม่มองข้อเท็จจริงในเนื้อหา เพียงเพื่อความสะใจที่ได้เสียดสีเพื่อนร่วมบอร์ด

น่าแปลกใจที่บางคนไม่สนใจข้อเท็จจริงและเหตุผล
เพียงเพื่อความสะใจที่ได้ทำลายคนที่ตัวเองเกลียด
ก็ไม่สนใจกระทั่งว่าจะต้องใช้วิธีการอย่างไร
ทำลายอะไรที่เป็นสมบัติส่วนรวมของประเทศไปบ้าง
กระทั่งอ้างอิงอย่างไม่บังควร เพื่อความชอบธรรมของตนเอง


สู้ว้อยยย
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #10 เมื่อ: 02-02-2007, 21:09 »

เกม"ทักษิณ" : ชาติแพ้ แต่ข้าต้องชนะ

โดย นงนุช สิงหเดชะ


กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ชื่อดังของอเมริกันในการวางกลยุทธ์เพื่อต่อสู้กับรัฐบาลและ คมช. โดยผลงานล่าสุดคือการให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นและวอลล์ สตรีท เจอร์นัล (สื่ออเมริกันซึ่งรับใช้ทุนนิยมแบบสุดขั้ว ซีเอ็นเอ็นนั้นเคยถูกคนอเมริกันนับพันบุกปิดล้อมสถานีเพราะเสนอข่าวอิรักบิดเบือนมาแล้ว) มักได้รับการวิเคราะห์จากสื่อมวลชนไทยในแง่มุมที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความเก่งในด้านการใช้สื่อต่างประเทศและการประชาสัมพันธ์เหนือรัฐบาลและ คมช.

การวิเคราะห์ออกมาแต่ในทำนองที่ว่าเกมนั้น เกมนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในฐานะได้เปรียบรัฐบาลและ คมช. และก็มักออกไปในทำนองชื่นชมว่า กลยุทธ์ "ผู้กำหนดเกม เป็นผู้ชนะ" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังใช้การได้ดี

แต่มักไม่ค่อยมีใครมองถึงบริบทหรือผลกระทบที่กว้างกว่านั้น นั่นก็คือผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวม เพราะพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ใช้สื่อและล็อบบี้ยิสต์ต่างชาติโจมตีประเทศไทยนั้น ไม่ผิดกับพฤติกรรมช่วยพม่าบุกโจมตีกรุงศรีอยุธยาในอดีต

การจ้างล็อบบี้ยิสต์อเมริกันยังหมายถึงว่า พ.ต.ท.ทักษิณดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงอธิปไตยของไทย เพราะบริษัทธุรกิจล็อบบี้ยิสต์อเมริกันนั้น หน้าที่หลักคือล็อบบี้นักการเมืองอเมริกันให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ที่ผู้ว่าจ้างต้องการ ลูกค้าหลักโดยปกติของบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในอเมริกาก็คือบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ ที่จะตั้งงบฯแต่ละปีมหาศาลเพื่อจ้างล็อบบี้ยิสต์ให้ทำการวิ่งเต้นกับนักการเมืองเพื่อบล็อคกฎหมายที่จะเป็นโทษต่อธุรกิจของตน หรือผ่านกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อตน

ผู้ที่ทำให้ธุรกิจล็อบบี้ยิสต์ในอเมริกันบูมก็คือนักการเมืองรีพับลิกัน เพื่อใช้ธุรกิจล็อบบี้ยิสต์ในการทำมาหากิน โดยนักการเมืองเหล่านี้เมื่อหมดวาระหรือพ้นตำแหน่งแล้วก็จะไปนั่งเป็นผู้บริหารหรือที่ปรึกษาของบริษัทล็อบบี้ยิสต์รับรายได้งามๆ หรือไม่ก็ไปก่อตั้งบริษัทล็อบบี้ยิสต์เองโดยใช้เส้นสายหรือสายสัมพันธ์ที่มีต่อนักการเมือง หากนักล็อบบี้รายใดมีสายสัมพันธ์ลึกหรือสามารถเข้าถึงคนระดับสูงในรัฐบาลได้ก็ยิ่งมีค่าตัวสูงหรือมีผู้อยากใช้บริการมาก

ธุรกิจล็อบบี้ยิสต์กลายเป็นเรื่องที่ยอมรับโดยปริยาย แต่นักรัฐศาสตร์อเมริกันมองเรื่องนี้อย่างไม่สบายใจและไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าล็อบบี้ยิสต์เป็นสิ่ง "ทำลายระบอบประชาธิปไตย" เพราะมันคือ "อำนาจอธิปไตยที่ 4" (นอกเหนือจาก 3 อำนาจหลัก คือบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ) ซึ่งหมายถึงว่ามันมีอำนาจเหนือประชาชน เหนือระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง

เมื่อกลางเดือนมกราคมปีนี้ หลังจากเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี วุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านกฎหมายประวัติศาสตร์ เพื่อปฏิรูปจริยธรรมนักการเมือง ซึ่งก็คือกฎหมายในการ "ตีกรอบ" ธุรกิจล็อบบี้ยิสต์ โดยเนื้อหาหนึ่งในนั้นขีดเส้นว่านักการเมืองที่จะทำหน้าที่ล็อบบี้ยิสต์ได้จะต้องพ้นวาระไปแล้วอย่างน้อย 2 ปี ห้ามนักการเมืองรับของขวัญ รับเลี้ยงอาหารและการเดินทางที่มีล็อบบี้ยิสต์เป็นสปอนเซอร์

บริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณว่าจ้างให้โจมตีประเทศไทยในครั้งนี้ก็คือบริษัทของคนในพรรครีพับลิกันนั่นเอง ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์การจ้างเพียงเพื่อช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้กลับประเทศไทย แต่เชื่อว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ไปล็อบบี้นักการเมืองอเมริกันให้ช่วยกดดันรัฐบาลไทยหรือยื่นมือเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย เพื่อช่วยเหลืออดีตนายกฯของไทยในทุกด้าน

ฉะนั้นรัฐบาลไทยและคมช.จะต้องใช้ล็อบบี้ยิสต์ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ แต่ไม่ต้องไปจ้างใครที่ไหน ล็อบบี้ยิสต์ที่ดีที่สุดของไทยก็คือทูตไทยประจำประเทศต่างๆ นั่นเอง ซึ่งจะต้องขยันในการพบปะหรือชี้แจงกับบรรดานักการเมืองอเมริกันให้เข้าใจสถานการณ์ โดยประเด็นหนึ่งที่น่าจะดัดหลัง พ.ต.ท.ทักษิณได้ดี ก็คือเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนในคดีฆ่าตัดตอน (คล้ายกับซัดดัม ฮุสเซน)

หรือไม่ก็ให้เน้นย้ำเรื่องพม่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณไปมีผลประโยชน์กับรัฐบาลทหารพม่า กรณีให้เอ็กซิมแบงก์ของไทยปล่อยกู้เงิน 4,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำแก่พม่า โดยที่มีบริษัทในเครือชินคอร์ปได้รับผลประโยชน์ในฐานะซัพพลายเออร์ของโครงการในพม่า

ตีเรื่องนี้เข้าไปมากๆ รับรองเดโมแครตหูผึ่ง เพราะนักการเมืองเดโมแครตนั้นต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าค่อนข้างมาก ทำความจริงเรื่องนี้ให้ปรากฏแล้วข้ออ้างของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ชอบอ้างว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยจะได้มีน้ำหนักน้อยลง

เกมที่ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังเล่นอยู่นี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ต้องการวางมืออย่างที่พูดไว้ แต่เป็นการสู้แบบชนิดที่ว่า "ชาติพ่ายแพ้ไม่เป็นไร ขอเพียงให้ตัวเองชนะ"

คำพูดและสารที่ พ.ต.ท.ทักษิณส่งถึงรากหญ้าซึ่งเป็นฐานเสียงในเมืองไทยก็คือ 1.จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.จะวางมือทางการเมืองเพื่อให้เวลารัฐบาลในการสร้างสมานฉันท์

แต่สารและเนื้อหาที่ พ.ต.ท.ทักษิณสื่อสารกับโลกตะวันตกและนักทุนนิยม โดยผ่านสื่อต่างประเทศอย่างซีเอ็นเอ็น ก็คือ 1.ประเทศไทยต้องเป็นทุนนิยม และโจมตีกล่าวหามาตรการของแบงก์ชาติว่ากีดกันต่างชาติ จุดประสงค์ก็เพื่อตีในจุดที่อ่อนไหวที่สุดของประเทศ เพื่อให้นักลงทุนขาดความมั่นใจ 2.เน้นว่าตัวเองมาจากการเลือกตั้ง

การเน้นพูดสองเรื่องนี้ก็เพื่อเรียกคะแนนจากโลกตะวันตกและพวกทุนนิยมไร้จริยธรรมนั่นเอง ขณะเดียวกันการเน้นเรื่องทุนนิยมก็เท่ากับว่า พ.ต.ท.ทักษิณประกาศตัวยืนตรงข้ามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง ที่รัฐบาลนี้ประกาศเป็นนโยบายหลักในแง่เศรษฐกิจ

"เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีในที่อื่นในโลกนี้ แม้แต่องค์การสหประชาชาติยังยกย่องนำไปพิมพ์เผยแพร่ทั่วโลก เพราะเป็นแนวคิดที่ทำให้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน ไม่ทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

จึงน่าตั้งคำถามว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศสนับสนุนทุนนิยม มีเจตนาอะไร ต้องการจะสวนทางกับใคร

หน้า 6<

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act01010250&show=1&sectionid=0130&day=2007/02/01
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #11 เมื่อ: 02-02-2007, 21:15 »

• สังคมไทยแตกความสามัคคี ตกหลุมวิกฤติหลุมใหญ่ ป่ายปีนขึ้นไม่ได้ ทุกวันนี้ สาเหตุจาก วิชามาร ของอดีตผู้นำอำนาจนิยม “ทักษิณ” ใช้กำลังทุนมหาศาล ขับเคลื่อนการเมือง ครอบงำรัฐธรรมนูญ ยึดความได้เปรียบไว้ทั้งหมด ใช่หรือไม่

• ทหารต้อง ยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญนั้น แต่คงยึด แนวทางประชาธิปไตย ไม่ฝืนกระแสหลักของโลก อยู่ยามนี้ เห็นๆกันอยู่ว่า ป้อแป้ขนาดไหน จะเปลี่ยนผ่านวิกฤติไปได้หรือไม่ ทั้งที่เมื่อวันยึดอำนาจ มี ช่อดอกไม้ จากประชาชนเต็มไปหมด

• ก่อการร้าย ชายแดนภาคใต้ หนักมากๆอยู่แล้ว กลับมี ระเบิดปล้นความสุขปีใหม่ ถล่มกรุงเทพฯ ศูนย์กลางอำนาจและเศรษฐกิจของประเทศเข้าให้อีก ทุกวันนี้ก็ยัง ต้องระวังต่อเนื่อง บ้านเมืองที่ตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ จะเดินหน้าไปได้อย่างไร

• ตั้งแต่ปีใหม่ถึงวันนี้ การค้าขายทำมาหากิน ในภาพรวม ตกวูบ ข่าวว่าบรรดา ห้างสรรพสินค้า เงียบเหงา ผู้คนไม่ค่อยกล้าไป ยอดขายตกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ทุกห้าง การลงทุนชะงัก ต่างประเทศลดความเชื่อมั่น สภาวะเช่นนี้ ถ้าต่อเนื่องไป ผลกระทบที่เป็นห่วงลูกโซ่ คนไทยและประเทศไทย ต้องแบกทุกข์ ไปอีกนาน

• คำถามก็คือ แล้วจะทำอย่างไรกันดี รัฐบาลนายกฯสุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ผู้คนขนานนามว่า รัฐบาลขิงแก่ แม้ทำงานไม่ถึงอกถึงใจ แต่ก็ไว้ใจได้ว่า ไม่ หักหลัง หรือไม่คดในข้องอในกระดูก แต่ถ้า ขาดความร่วมมือจากประชาชน ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ ข้าราชการเข้าเกียร์ว่าง จะไปรอดได้หรือ

• “กระสุนทอง” มองโลกแง่ดี ในวิกฤติย่อมมีโอกาส สังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆ ได้รับบทเรียน มานักต่อนัก และบทเรียนคราวนี้สาหัสมาก แต่ขอเพียง ประชาชนตื่นตัว กับเหตุการณ์ต่างๆ ปรับวิถีชีวิตประจำวันจากการ เป็นคนดูการเมือง มาเป็น มีส่วนร่วมกับการเมือง อย่างคนมีประสบการณ์ ไม่ตกเป็นเหยื่อ ของ ขั้วอำนาจใด ฉุกคิด ตัดสินใจ ไม่ให้ ใครจูงจมูก จะเปลี่ยนผ่านวิกฤติไปได้แน่ๆ

• องคมนตรี นพ.เกษม วัฒนชัย ปกติระมัดระวังในการแสดงออกเป็นอย่างยิ่ง แต่คราวนี้ ฟันธง ในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับการศึกษา” เมื่อวันก่อนว่า มีคนจ้าง ให้คนวิเคราะห์ ให้เกิดความเข้าใจผิดในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะในชาวต่างชาติ มีคนจ้างให้เขียนโจมตี เพื่อเทียบกับระบบ “ทักษิโณมิก”

• ทั้งๆที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่ยอมรับ แม้แต่ โคฟี่ อันนัน อดีตเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อ ถวายรางวัล อย่างที่ทราบกัน พร้อมทั้งแสดงสุนทรพจน์ ว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ เฉพาะประเทศไทย แต่เหมาะสมกับ ทุกประเทศ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งที่ยั่งยืน

• ครับ...ฟัง นพ.เกษม แล้วทำให้ฉุกคิด โคตรโกง โกงทั้งโคตร แล้วยังไม่พอ เงินที่ คนไทยถูกโกง ไปนั้น ยังถูกใช้กลับมา ทำลายชาติบ้านเมือง ทำลายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีก พึงตั้งสติเถอะพ่อแม่พี่น้องทั้งหลายเอ๋ย ใครกำลังทำอะไรประเทศไทย

• เฮอะ...นั่นก็อีก สุวรรณภูมิ สนามบินที่กลิ่น โคตรโกง และ โกงทั้งโคตร ตลบอบอวล ตอนนี้ความจริงมันโผล่ให้เห็นตำตาตำใจ ความไม่พร้อมที่ต้องพร้อม เปิดให้ได้ แล้วเป็นไง อับอายเขาไปทั้งโลก

• ต่อตระกูล ยมนาค ประธานตรวจสอบความเสียหาย แท็กซี่เวย์ และ รันเวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ แม้ยังตรวจไม่เสร็จแต่ฟังแนวโน้มแล้วน่าหวาดเสียว อาจต้องทุบ สร้างใหม่ เพราะค่าซ่อมเชิงวิศวกรรมไม่คุ้ม.....ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือไม่มิดแน่ ปัญหาอยู่ที่ว่า สนามบินมูลค่า กว่า 1 แสนล้านบาท ไอ้พวกที่ฟาดกันไปพุงปลิ้น จิ้มลงไปชื่อไหนก็เกือบทั้งนั้น จะเอา มือปราบ ที่ไหนมาฟัน งานนี้ เดิมพันสูงมาก เป็นหนังชีวิตเรื่องยาวแน่

http://thairath.co.th/society.php?content=35482
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2007, 21:17 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #12 เมื่อ: 02-02-2007, 21:31 »

เปลวสีเงิน

'หัวซุกทราย'แก้ฉาวสุวรรณภูมิ

2 กุมภาพันธ์ 2550    กองบรรณาธิการ


ครับ..ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว "หวังในธรรม" ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่ง คือ "บรมครูเสรี หวังในธรรม" ผู้เป็นศิลปินแห่งชาติ เมื่อคืนวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐


ที่โรงพยาบาลมิชชั่น

มิเพียงครอบครัว "หวังในธรรม" และลูกศิษย์ลูกหาเท่านั้นที่สูญเสีย ก็ต้องพูดกันตรงๆ เลยว่า   

การสูญเสียท่าน  เท่ากับ "สังคมชาติ" ต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลอันหายากยิ่ง และมีน้อยยิ่ง ณ ขณะนี้ไปด้วย!

ผมมิใช่ศิษย์ท่าน  แต่ผมเป็นคนร่วมสังคมไทย  เมื่อสูญเสียท่าน ก็เท่ากับว่าผมมีส่วนในสิ่งที่ต้องสูญเสียไปด้วย

ก็ขอกราบคารวะในหลายๆ สิ่งที่บรมครูบากบั่นไว้เพื่อชาติ   ในฐานะแห่งบรมครู ในฐานะแห่งศิลปิน และในฐานะแห่งผู้เข้าถึงและพิทักษ์ถ่ายทอดสิ่งนั้นสู่ศิษย์เพื่อสืบสาน

ผมขอกราบ "ความยิ่งใหญ่" ที่มนุษย์สามัญคนหนึ่งทำได้  และทำไว้ให้..เพื่อชาติ และเพื่อสังคมไทย

ต่อไปนี้ เห็นทีจะไม่กล้าพูดเรื่อง "สนามบินสุวรรณภูมิ" เสียแล้วหละครับ เพราะขืนเอาความพินาศยับเยินอันสืบเนื่องมาจาก "ระบอบทักษิณ" มาพูดบ่อยๆ จะกลายเป็นคน..

ไม่รักชาติ ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ และทำให้เสียภาพพจน์ของชาติในสายตาต่างชาติ!


เพราะ พล.ร.อ.ธีระ  ห้าวเจริญ  รมว.คมนาคม และท่าน พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข รองประธาน คมช.และแม่ทัพอากาศ ท่านกระแอมกระไอเป็นเชิงขอร้องไว้ทำนองนั้น

ถ้าฟังตามแนวคิดของท่าน  ผมก็มองเห็นวิธีแก้ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ ที่โกง-กินกันจนพังคาตาขณะเปิดใช้ได้แค่ ๓-๔ เดือนแล้วหละครับ คือ

สื่อทั้งหลายต้องเลิกเสนอข่าว "ทักษิณกับพวกกินสนามบินสุวรรณภูมิจนพัง" เมื่อไม่มีข่าวปรากฏในจอโทรทัศน์  ไม่มีข่าวปราฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อชาวบ้าน-ชาวโลกเขาไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่สุวรรณภูมิ

เราก็จะได้หลอกตัวเอง   หลอกชาวบ้านว่าเป็น "ฮับแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" SMOOTH AS SILK สมดังที่อดีตนายกฯ ทักษิณประกาศไว้


จะเป็นวีรกรรมทักษิณ ลบภาพ "โกฮับ" ก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิต ทั้งเจ้าเก่า-เจ้าใหม่ หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ก๋วยเตี๋ยวเรือไทยเสียที!

ยิ่งสนามบินสุวรรณภูมิร้าง   เพราะสายการบินทั้งหลายเขากลัวเอาเครื่องลงแล้วจะจมหายไปกับลานบิน  เลยหันหัวหนีจากเมืองไทยไปมากเท่าไหร่ เราก็ขอร้องไม่ให้สื่อเสนอข่าว ปิดเงียบเข้าไว้ เพราะแอะไปจะทำให้เสียภาพพจน์บ้านเมือง   คราวนี้ก็จะสะใจท่านรัฐมนตรีคมนาคม  และท่านรองประธาน คมช.คนที่ ๒ เขาละ เพราะสุวรรณภูมิจะได้มาอีกตำแหน่งคือ "ซูเปอร์ฮับ" ป่าช้าแห่งการบินในเอเชียอาคเนย์!

แนวคิด-แนวบริหารโบราณๆ ก็อย่างนี้ ปิดหู-ปิดตา ทำให้ชาวบ้านโง่เข้าไว้   เมื่อชาวบ้านไม่รู้อะไร  ระบบรัฐ  ระบบบริหาร..มันก็สบายในการปกครอง

จะต้มยำทำแกงบ้านเมืองแบบไหน-อย่างไร..ก็ได้ทั้งนั้น!

เพราะระบบรัฐ   ประชาชนคือ "สมบัติติดแผ่นดิน" ขาดเหลือเท่าไหร่ โกงกินฉิบหายกันไปยังไง ช่างหัวมัน..ไม่เป็นไร

มารีดเอาจากกระเป๋าซ้าย-กระเป๋าขวา ทำนาบนหลังประชาชน เค้นเป็นภาษีไปโปะ-ไปซ่อมแซมได้

ใช่ควักจากกระเป๋าของตูซะที่ไหนกันล่ะ!

นี่คือการบริหารตามแนว "สัญชาตญาณแห่งอำนาจจนตรอก" มันเป็นระบบอำนาจเผด็จการดิบๆ ดั้งเดิม

ใครๆ ที่ไหน ที่เขามีอำนาจมากกว่าปัญญา เขาก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ!

เอาหละ..เรื่องสำคัญอย่างนี้   ก็ปล่อยให้คนรู้เขาพูด-เขาทำกัน ส่วนคนไม่รู้ ขืนไปจุ้นมาก  นอกจากพันมือ-พันเท้าให้เกะกะแล้ว จะเข้าตำรา "รู้น้อยพลอยรำคาญ-รู้มากยากนาน"

ผมก็มี "ผู้รู้" ท่านหนึ่งเขียนจดหมายเกี่ยวกับเรื่อง "สนามบินสุวรรณภูมิ" ถึงผม ดังต่อไปนี้

๒๖ ม.ค.๕๐

ตอบ คุณเปลว (ไทยโพสต์ ฉบับลงวันที่ ๒๖ ม.ค.๕๐)

เรื่อง สนามบินสุวรรณภูมิ

สภาพของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งวิกฤติอยู่ในขณะนี้    เป็นปัญหาระดับชาติ หากไม่รีบดำเนินการแก้ไข ปัญหาต่างๆ จะเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ เราต้องร่วมกันดำเนินการอย่างมีระบบ  ขอเน้นว่า  การแก้ไขจะสำเร็จผลได้อย่างมีคุณภาพ ก็ต้องด้วยคนที่มีคุณภาพมาร่วมกันทำงานทุกระดับ

เรื่องด่วน   อันดับแรก   คือการตัดสินใจใช้สนามบินดอนเมือง อันเป็นสนามบินที่สมบูรณ์แบบมาตรฐานสากลมาช่วยก่อน    เพื่อซื้อเวลาให้สนามบินสุวรรณภูมิมีโอกาสตั้งตัวใหม่อีกครั้ง

สอง รัฐบาลและ คมช.ต้องสร้างความมั่นใจให้คนในสังคมเห็นว่า ทักษิณนั้นจบแล้ว  มิฉะนั้น  เงาดำของทักษิณยังครอบคลุมประเทศไทยอยู่ จะทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ  ไม่ใช่เฉพาะแต่ปัญหาสุวรรณภูมิเท่านั้น แต่ปัญหาของทุกๆ องค์กรก็จะไม่สามารถดำเนินไปได้  เพราะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่วนใหญ่   ใส่เกียร์ว่าง   เนื่องด้วยยังเกรงกลัว (หรือรัก) อิทธิพลและอำนาจของทักษิณ  ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถให้คุณ  ให้โทษได้อย่างมหันต์ หากกลับมาเป็นใหญ่อีก

สาม  ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้ามาร่วมให้คำปรึกษาด้านเทคนิค  และจัดทำแผนงาน  โดยเฉพาะวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สภาวิศวกร   สถาปนิกสยาม   จำต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง  เป็นโอกาสของสภาวิชาชีพที่จะมาแสดงผลงานให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม   และพัฒนาให้เข้าสู่สากล อีกทั้งยังเป็นการแก้ภาพพจน์ที่เสียไปให้กลับคืนมา

ปัญหาสนามบินต้องได้รับการแก้ไขอย่างมีระบบ    ตรวจสอบได้ ต้องทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จะมีอุปสรรคในส่วนใด จะมีงานวิกฤติที่จุดใด และอันตรายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องควบคุมและเตรียมการแก้ไขไว้ล่วงหน้า   ตลอดจนทำงานให้สำเร็จ  ได้สนามบินที่มีคุณภาพสมบูรณ์ตามมาตรฐานสากล

สี่  เข้าค้นหาข้อมูลที่สำคัญๆ  จุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง   ต้องมีระบบคุณภาพของวิชาการทำงานตามมาตรฐานสากล  ISO  และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น   ต้องปฏิบัติอย่างมีระบบ   ทุกระบบต้องมีข้อมูลเป็นฐานการวิเคราะห์และตัดสินใจ

ปัจจุบัน การจัดเก็บระบบข้อมูลทั้งหมดมีอยู่ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีผู้ปฏิบัติงานรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว  การขอข้อมูลสำคัญๆ  จะต้องผ่านการอนุมัติจากฝ่ายบริหารเป็นเอกสารที่เป็นความลับ และสัญญาที่เกี่ยวข้องหลักฐานเพื่อการตรวจสอบ ซึ่งจักเป็นประโยชน์กับองค์กรอย่างมาก

เงินลงทุนในสนามบินสุวรรณภูมิ  มากกว่าแสนล้านบาท  ส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้จากต่างประเทศ  ในระหว่างการก่อสร้างได้ว่าจ้างและจัดหาผู้เชี่ยวชาญฝ่ายต่างๆ ทั้งไทยและเทศ  เข้ามาร่วมให้คำปรึกษาด้านเทคนิค  และมีส่วนร่วมในการบริหารงานด้วยจำนวนเงินหลายพันล้านบาท   ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานออกแบบ งานบริหารโครงการ งานควบคุมการก่อสร้าง

แต่ก็นั่นแหละ หากเขาเหล่านั้นมีความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว หรือจำต้องยอมตามระบอบทักษิณ  ก็ได้ผลงานออกมาอย่างที่เห็นๆ  เสียดายความรู้ความสามารถของคนเก่งๆ เมืองไทย   ที่ไม่อาจนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติได้

หวังว่าคงจะยังไม่สายเกินไปที่จะหันมาร่วมมือกัน    ธำรงไว้ซึ่ง "คุณธรรม-จริยธรรม" เพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ เพื่อชาติไทยของเราสืบไป

ขอแสดงความนับถือ

วิศวกรอาวุโส


ครับ..สมกับความเป็นผู้อาวุโส   เพราะรับรู้แล้วเรียงร้อยปัญหาทุกอย่าง เพื่อบริหาร-จัดการอย่างมีกระบวนการ ด้วยจิตตระหนักที่ตกผลึก ประกอบด้วยธรรม ประกอบด้วยทำ

ทุกอย่างด้วย "ใย-ยาง" เพื่อชาติไทยของเรา

ผมสงสัยอีกนิดเดียวว่า  ในแต่ละขั้นตอนของเนื้องาน ทั้งออกแบบ ทั้งถมทราย  ทั้งก่อสร้าง   ทั้งการกำหนดสเปกต่างๆ   แต่ละขั้นตอนต้องมีผู้รู้ฝ่ายรัฐ "ตรวจสอบ" ก่อนที่จะรับมอบงานในแต่ละขั้นตอนมิใช่หรือ  แล้วใครบ้างล่ะ  ควรไปรื้อมาดูกันหน่อย  ไม่ควรปล่อยให้รอดไปเป็นเยี่ยงอย่างมิใช่หรือ?.

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=2/Feb/2550&news_id=137392&cat_id=200
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #13 เมื่อ: 02-02-2007, 23:02 »

 
 
บันทึกการเข้า

คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 03-02-2007, 01:18 »

น่าแปลกใจที่คุณ snowflake ทำตัวตกต่ำยอมละไม่มองข้อเท็จจริงในเนื้อหา เพียงเพื่อความสะใจที่ได้เสียดสีเพื่อนร่วมบอร์ด

น่าแปลกใจที่บางคนไม่สนใจข้อเท็จจริงและเหตุผล
เพียงเพื่อความสะใจที่ได้ทำลายคนที่ตัวเองเกลียด
ก็ไม่สนใจกระทั่งว่าจะต้องใช้วิธีการอย่างไร
ทำลายอะไรที่เป็นสมบัติส่วนรวมของประเทศไปบ้าง
กระทั่งอ้างอิงอย่างไม่บังควร เพื่อความชอบธรรมของตนเอง


ผมยังกล้าระบุชื่อคุณ snowflake เลย คุณ snowflake กล้าพอที่จะระบุชื่อหรือปล่าว? หรือว่าดีแต่ร้องเย้ว ๆ อยู่ข้างเวที?
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
~เด็กบอร์ด~
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 180


^^สู้แล้วจะชนะ^^


« ตอบ #15 เมื่อ: 03-02-2007, 11:47 »

คุณ เม่ย สู้ ๆ คะ

ขนาดดิฉันเข้ามาแค่เดือนเดียวมาอ่านบอร์ด  รู้สึกว่า

คุณ snowflake ออกจะลำเอียงไปมากนะคะ

อย่าหาเหตุผลอะไรเข้าข้างคุณทักษิณเลยคะ

ใครผิดก็ว่าไปตามผิดดีกว่านะคะ
บันทึกการเข้า

Half a truth is often a great lie  ---->  จริงครึ่งหนึ่ง มักจะเป็นการโกหกเสมอ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=anna-pretty
หน้า: [1]
    กระโดดไป: