ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
23-05-2019, 17:59
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  คมช.ระดมรับมือป่วนทั่วประเทศ ขู่ ขรก.ยังใส่เกียร์ว่างเจอดีแน่ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
คมช.ระดมรับมือป่วนทั่วประเทศ ขู่ ขรก.ยังใส่เกียร์ว่างเจอดีแน่  (อ่าน 1404 ครั้ง)
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« เมื่อ: 06-01-2007, 21:48 »

การปล่อย"เกียร์ว่าง"คือการเล่นเกมการเมืองกับประชาชน

6 มกราคม 2550 น.
คำนี้เกิดความหมายทางการเมืองขึ้นมาอย่างประหลาด แต่เพราะผมขับรถเองไม่เป็น จึงถามคนขับรถว่ามันคืออะไร

"เกียร์ว่าง" แปลว่าไม่ไปข้างหน้า ไม่ไปข้างหลัง แต่ "ถ้าดันด้วยแรง ก็จะไปตามทิศทางที่ถูกผลัก"

"เกียร์ว่าง" แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า "อยู่เฉยๆ พร้อมที่จะไปข้างหน้าก็ได้ ข้างหลังก็ได้..."

ถ้าคุณมีหน้าที่ทำงานอย่างหนึ่ง แต่ปล่อย "เกียร์ว่าง" ก็ย่อมจะแปลว่าคุณขาดความกระตือรือร้น ไม่ทุ่มสุดตัวอย่างที่คนอื่นคาดหวังว่าคุณจะต้องทำ ไม่ถอยหลัง แต่ก็ไม่เดินหน้า...ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกันแน่ ว่างั้นเถอะ

ถ้าเป็นเรื่องจุดยืนทางการเมือง ใครที่ปล่อยเกียร์ว่างก็แปลว่าไม่คิด ไม่อ่าน ไม่รู้ ไม่เห็นกับอะไรทั้งนั้น คล้ายๆ กับการ "นั่งบนภู ดูเสือกัดกัน" คอยดูว่าใครชนะก็เข้าข้างนั้น เพื่อประโยชน์ของตนเอง อย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า "sitting on the fence" หรือนั่งบนรั้ว ไม่แสดงตนว่าอยู่ข้างไหน

แต่ต้องระวังว่าการ "นั่งบนภู ดูเสือกัดกัน" กับคำว่า "เป็นกลาง" นั้น เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

เพราะคนเป็นกลางจะฟังความเห็นของคู่กรณีอย่างรอบด้าน และจะตัดสินใจว่าอะไรถูกอะไรผิดเมื่อได้รับรู้เหตุและผลของทุกฝ่าย

แต่คำว่า "เกียร์ว่าง" นั้น ส่อไปทาง "ไร้จุดยืน" และเป็น "นักฉวยโอกาส" และไม่ยืนอยู่ข้างผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ตรงกันข้าม เป็นท่าทีของคนที่พร้อมจะกระโดดเข้ากับกลุ่มที่จะให้ประโยชน์กับตนเองสูงสุด

วันนี้ ข้าราชการจำนวนไม่น้อย ถูกมองว่าเป็นประเภท "ปล่อยเกียร์ว่าง" คือไม่เดินหน้า ไม่ถอยหลัง ซึ่งแปลว่า คอยดูทิศทางลมทางการเมือง คอยดูว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรต่อมา เพราะมองว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ชั่วคราว และเป็นประเภท "สุภาพบุรุษ" คือจะไม่บังคับขู่เข็ญให้ต้องทุ่มเทกำลังกายและใจ เพื่อสร้างความนิยมให้กับตนเอง

ดังนั้น ข้าราชการ "นักฉวยโอกาส" ทั้งหลายก็จะวางตัวเป็นคนเกียร์ว่างเสีย ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาบ้านเมือง, เอาตัวเองให้รอดไปก่อน, ชะเง้อดูว่าใครจะมาเป็นใหญ่ในวันข้างหน้า แล้วค่อยแปลงร่างเป็น "ขุนพลอยพยัก" เพื่อให้ตนได้เป็นใหญ่เป็นโตต่อไปในวันข้างหน้า

เพราะเขามองแล้วว่ารัฐบาลชั่วคราวชุดนี้ ให้ประโยชน์ส่วนตัวพวกเขาไม่ได้ เอาแต่เพียง "ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ" ก็พอแล้ว

เพราะข้าราชการเหล่านี้ขาดความสำนึกสาธารณะ, ไม่รู้บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของภาษีประชาชน, ไม่รู้ว่าความรับผิดชอบของตนนั้นมีต่อประชาชน มิใช่ต่อนักการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่พวกเขาคิดอยู่

พอเกิดเหตุระเบิดตูมตามกลางเมืองหลวง ตั้งแต่ค่ำวันที่ 31 ธันวาคมเป็นต้นมา ก็เกิดข้อครหาว่านายตำรวจระดับสูงบางคน "ปล่อยเกียร์ว่าง" เพราะท่านไม่ได้แสดงความคึกคักในหน้าที่ให้ปรากฏ ทั้งที่นายกรัฐมนตรีและผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองท่านอื่นๆ ออกมาแสดงบทบาทสะท้อนถึงความเป็นห่วงเป็นใยของชาวบ้าน

เป็นข้อกล่าวหาที่ผู้บัญชาการตำรวจอย่าง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เห็นจะมองเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเป็นการเมืองระหว่างกลุ่มไม่ได้ เพราะในภาวะที่ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" จะต้องแสดงความรับผิดชอบ และความสามารถให้ประชาชนเห็นเป็นประจักษ์เช่นนี้ หากคนระดับสูงในกองบัญชาการตำรวจถูกมองว่า "รอดูก่อนว่าการเมืองจะไปทางไหน" ก็เท่ากับเป็นความไร้ความรับผิดชอบอย่างไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่ง

ตำรวจเป็นส่วนหนึ่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. หรือไม่ หรือคำว่า "รัฐตำรวจ" ที่เคยเฟื่องสมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นใหญ่นั้นเป็นเรื่องจริง ทำไมตำรวจไม่วิเคราะห์รายละเอียดแห่งระเบิดและเหตุการณ์รอบด้านให้ประชาชนได้รับทราบ ทำไมตอนทำเรื่อง "คาร์บอมบ์" จึงคึกคักคล่องแคล่วกว่าคราวนี้หลายเท่า

เป็นคำถามที่ประชาชนต้องการคำตอบจากตำรวจ ตั้งแต่เบอร์หนึ่งลงมาอย่างครบถ้วน, รวดเร็ว และตรงไปตรงมา

การปล่อย "เกียร์ว่าง" เป็นท่าทีของคนไร้ความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองในยามนี้

http://www.bangkokbiznews.com/viewOpinionNews.jsp?newsid=145553
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-01-2007, 20:26 โดย ดอกฟ้ากับหมาวัด » บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
ซารุโทบิ ซาสุเกะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


ผู้ตื่นในยามที่ผู้คนหลับไหล


« ตอบ #1 เมื่อ: 06-01-2007, 21:57 »

นานมาแระน้องโนว์ตัดข่าวแปะ สมาชิกเสรีไทยโพสด่าน้องโนว์ว่าทำบอร์ดรก สักแต่จะโพสแต่ไม่เมนต์ มาวันนี้มีคนทำเหมือนน้องโนว์แต่ไม่มีใครด่า หรือว่าเสรีไทยสองมาตรฐานอย่างที่เค้าว่ากันจริง ๆ แต่ผมไม่แปลกใจหรอกนะ
บันทึกการเข้า

ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #2 เมื่อ: 06-01-2007, 22:08 »

นานมาแระน้องโนว์ตัดข่าวแปะ สมาชิกเสรีไทยโพสด่าน้องโนว์ว่าทำบอร์ดรก สักแต่จะโพสแต่ไม่เมนต์ มาวันนี้มีคนทำเหมือนน้องโนว์แต่ไม่มีใครด่า หรือว่าเสรีไทยสองมาตรฐานอย่างที่เค้าว่ากันจริง ๆ แต่ผมไม่แปลกใจหรอกนะ


การนำเสนอข่าวสารมีหลายเจตนาค่ะ ต้องการอยากเผยแพร่ข่าวสารที่น่าสนใจ

ซึ่งในบางครั้งเพื่อนสมาชิกบางท่านอาจไม่มีเวลาติดตาม อันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

หากใครแปลเจตนาผิดไปจากที่ตั้งใจ ก็คงสุดแล้วแต่ผู้ที่เข้ามาอ่านมองในรูปแบบไหน

ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับอคติ และมาตราฐานในจิตใจของแต่ละบุคคล

ภาษาไทยวันละคำประจำวันนี้ "มือไม่พาย อย่าเอา....มาราน้ำ''

ปล.ที่เว้นว่างไว้......อยากให้ใครก็ได้มาช่วยเติมให้หน่อย
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
ซารุโทบิ ซาสุเกะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


ผู้ตื่นในยามที่ผู้คนหลับไหล


« ตอบ #3 เมื่อ: 06-01-2007, 22:27 »

น้องโนว์ก็ต้องการเผยแพร่ข่าวสารที่น่าสนใจในความคิดของน้องโนว์ น้องโนว์ผิดมากมายเนอะ
บันทึกการเข้า

ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #4 เมื่อ: 06-01-2007, 22:32 »

น้องโนว์ก็ต้องการเผยแพร่ข่าวสารที่น่าสนใจในความคิดของน้องโนว์ น้องโนว์ผิดมากมายเนอะ

อันนี้ก็คงต้องขอยืมคำที่ว่า  "กรรมย่อมส่อเจตนา''กระมัง

ก็คงยังดีกว่าใครบางคนที่ชอบด่าคนคนลอยๆ แล้วไม่รับผิดชอบล่ะ อิ อิ
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 06-01-2007, 22:37 »

นานมาแระน้องโนว์ตัดข่าวแปะ สมาชิกเสรีไทยโพสด่าน้องโนว์ว่าทำบอร์ดรก สักแต่จะโพสแต่ไม่เมนต์ มาวันนี้มีคนทำเหมือนน้องโนว์แต่ไม่มีใครด่า หรือว่าเสรีไทยสองมาตรฐานอย่างที่เค้าว่ากันจริง ๆ แต่ผมไม่แปลกใจหรอกนะ

เออ...

มาออกตัวครับ..ว่าผมไม่เคยว่าแก...

ฉะนั้นอย่าเหมารวมครับ..
 
บันทึกการเข้า
ซารุโทบิ ซาสุเกะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


ผู้ตื่นในยามที่ผู้คนหลับไหล


« ตอบ #6 เมื่อ: 06-01-2007, 22:40 »

นานมาแระน้องโนว์ตัดข่าวแปะ สมาชิกเสรีไทยโพสด่าน้องโนว์ว่าทำบอร์ดรก สักแต่จะโพสแต่ไม่เมนต์ มาวันนี้มีคนทำเหมือนน้องโนว์แต่ไม่มีใครด่า หรือว่าเสรีไทยสองมาตรฐานอย่างที่เค้าว่ากันจริง ๆ แต่ผมไม่แปลกใจหรอกนะ

เออ...

มาออกตัวครับ..ว่าผมไม่เคยว่าแก...

ฉะนั้นอย่าเหมารวมครับ..
 


โทษทีครับที่เหมายกเข่ง ขอแก้เป็นคำว่าสมาชิกเสรีไทยบางคนละกัน โดยเฉพาะคนที่หน้าบางที่เที่ยวได้ไปดันคนโน้นคนนี้ออกมาชน ขำสิ้นดี
บันทึกการเข้า

ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #7 เมื่อ: 06-01-2007, 22:43 »

แหม...ดีใจแทนน้องโนจัง มีคนเป็นห่วงๆๆๆๆๆ

อย่างนี้ต้องให้รางวัล  ว่าตะว่า... น้องหัวโนไหนหว่า
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 06-01-2007, 22:50 »

เป็นทำนองเดียวกับ คำพูดของ สพรั่ง กัลยาณมิตร

ตำรวจตกเป็นจำเลยของสังคมอีกแล้วงานนี้
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 06-01-2007, 23:00 »

นานมาแระน้องโนว์ตัดข่าวแปะ สมาชิกเสรีไทยโพสด่าน้องโนว์ว่าทำบอร์ดรก สักแต่จะโพสแต่ไม่เมนต์ มาวันนี้มีคนทำเหมือนน้องโนว์แต่ไม่มีใครด่า หรือว่าเสรีไทยสองมาตรฐานอย่างที่เค้าว่ากันจริง ๆ แต่ผมไม่แปลกใจหรอกนะ

เออ...

มาออกตัวครับ..ว่าผมไม่เคยว่าแก...

ฉะนั้นอย่าเหมารวมครับ..
 


โทษทีครับที่เหมายกเข่ง ขอแก้เป็นคำว่าสมาชิกเสรีไทยบางคนละกัน โดยเฉพาะคนที่หน้าบางที่เที่ยวได้ไปดันคนโน้นคนนี้ออกมาชน ขำสิ้นดี

รับทราบครับ...

แหม...ดีใจแทนน้องโนจัง มีคนเป็นห่วงๆๆๆๆๆ

อย่างนี้ต้องให้รางวัล  ว่าตะว่า... น้องหัวโนไหนหว่า


สงสัย...

ตอนนี้นั่งตัวเกร็งทำใจว่าหงษ์อาจจะเเพ้ปืนในคืนนี้ก็ก็ได้มั่งครับ..555

 
บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #10 เมื่อ: 06-01-2007, 23:04 »

สงสัย...

ตอนนี้นั่งตัวเกร็งทำใจว่าหงษ์อาจจะเเพ้ปืนในคืนนี้ก็ก็ได้มั่งครับ..555


อิ อิ ขอบคุณค่ะ ถึงบางอ้อเลย

คนละอ้อเล็ก อ้อใหญ่นะ

บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #11 เมื่อ: 06-01-2007, 23:06 »

555

ผมลุ้นให้แกอย่าได้เข้ามาอ่าน และเข้ามาโพสต์ - แบบแถมเรื่องหงส์แดง อีก ตามฟอร์ม

เพราะแกโพสต์เชียร์หงส์ทีไหน แพ้ทุกที

ตัวนำโชค(ฝ่ายตรงข้าม) ชัด ๆ
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
ซารุโทบิ ซาสุเกะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


ผู้ตื่นในยามที่ผู้คนหลับไหล


« ตอบ #12 เมื่อ: 06-01-2007, 23:07 »

เนียนสนิท
บันทึกการเข้า

ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #13 เมื่อ: 06-01-2007, 23:12 »

หากทุกฝ่าย ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อประเทศไทยและ" ปล่อยเกียร์ว่าง"

แบบบทความวิจารณ์ ตามที่นำเสนอ อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เพราะที่แล้วๆมาในทุกรัฐบาล

ข้าราชการประจำมักจะทำเช่นนั้นจนเป็นนิสัย และควรแก้อย่างไร
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #14 เมื่อ: 06-01-2007, 23:15 »

เนียนสนิท

นี่นะ...คุณนินจาฮาโตริ ใช่ป่าวไม่รุ หากคุณไม่พอใจดอกฟ้าฯ เป็นการส่วนตัวหลังไมค์มาดีก่า

อย่ามาด่าลอยๆให้รกบอร์ดเลย จะรอนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-01-2007, 23:18 โดย ดอกฟ้ากับหมาวัด » บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
ซารุโทบิ ซาสุเกะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


ผู้ตื่นในยามที่ผู้คนหลับไหล


« ตอบ #15 เมื่อ: 06-01-2007, 23:25 »

เนียนสนิท

นี่นะ...คุณนินจาฮาโตริ ใช่ป่าวไม่รุ หากคุณไม่พอใจดอกฟ้าฯ เป็นการส่วนตัวหลังไมค์มาดีก่า

อย่ามาด่าลอยๆให้รกบอร์ดเลย จะรอนะ


เห็นคงจะไม่รับคำท้า ยอมรับว่ากลัวยอมรับว่าขี้ขลาด เห็นกรณีตัวอย่างมาแล้วจากเรื่องน้องดาว หลังมงหลังไมค์ก็พูดกันอย่างหนึ่ง หน้าไมค์ก็ทำอีกอย่างหนึ่ง หน้าไม่ได้ฉาบปูน ความลับไม่มีในโลกใครทำอะไรไว้มีคนรู้มีคนเห็น เอาแบบคุณซียูว่าดีกว่านะ หน้าไมค์กันจะ ๆ จะได้มีหลักฐานไปฟ้องผู้มีอำนาจกัน จะได้มาลบสมาชิกผมสมใจ
บันทึกการเข้า

ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #16 เมื่อ: 06-01-2007, 23:41 »

เนียนสนิท

นี่นะ...คุณนินจาฮาโตริ ใช่ป่าวไม่รุ หากคุณไม่พอใจดอกฟ้าฯ เป็นการส่วนตัวหลังไมค์มาดีก่า

อย่ามาด่าลอยๆให้รกบอร์ดเลย จะรอนะ


เห็นคงจะไม่รับคำท้า ยอมรับว่ากลัวยอมรับว่าขี้ขลาด เห็นกรณีตัวอย่างมาแล้วจากเรื่องน้องดาว หลังมงหลังไมค์ก็พูดกันอย่างหนึ่ง หน้าไมค์ก็ทำอีกอย่างหนึ่ง หน้าไม่ได้ฉาบปูน ความลับไม่มีในโลกใครทำอะไรไว้มีคนรู้มีคนเห็น เอาแบบคุณซียูว่าดีกว่านะ หน้าไมค์กันจะ ๆ จะได้มีหลักฐานไปฟ้องผู้มีอำนาจกัน จะได้มาลบสมาชิกผมสมใจ

ขออภัยนะคะ ดิฉันไม่เข้าใจเจตนาของคุณเลยว่าต้องการอะไร บังเอิญไม่ใช่พวกชอบมาด่ากันให้คนอื่นฟัง

รสนิยมคนละแบบค่ะ หากคุณยอมรับว่าขี้ขลาด ก็ไม่ต้องมาตอบในกระทู้นี้อีกแล้วนะ หวังว่าเราคงเข้าใจตรงกันนะ

บายค่ะ
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 07-01-2007, 00:55 »

ข้าราชการส่วนใหญ่ ไม่แน่ใจในอนาคต

ก็ คมช. หรือรัฐบาลนี้ อยู่ปีเดียวก็ไป รัฐบาลใหม่จะเป็นใครก็ไม่รู้

นี่คือปัญหา ทำไม ข้าราชการส่วนใหญ่จึงใส่เกียร์ว่าง


เว้นแต่พวกจ่อคิวเกษียณ ที่จะกล้าฟาดฟัน นอกนั้นมักจะรอดูคนชนะ
บันทึกการเข้า

decison_making
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254


แม่ไม่ว่าเหรอแม้ว ทำตัวอย่างงี้


« ตอบ #18 เมื่อ: 07-01-2007, 09:50 »

 ปล่อยเกียร์ว่าง หรือว่า ใส่เกียร์ D แต่เหยียบเบลคไว้ด้วยรึป่าว
ไม่น่าปล่อยนายคนนนี้ไว้เลย
อยากทราบเหตุผลดีๆ และ อธิบายการไม่ปลดนายคนนี้จังเลย

แค่ไม่มาดูที่เกิดเหตุ กับกล้องวงจรปิดเสียนี่ ก็ประหลาดแล้ว

ขอคำอธิบายจาก คมช. หน่อยได้มั้ย ทำไมไม่ปลดแม่มซะที
ปล่อยไอ้อสุจิรวิชอีกตัว พล่ามอยู่นั่นล่ะ
อย่าบอกนะว่าแค่เป็นเพื่อนกับพล.อ.สนธิ แค่นี้ก็เลยไม่ปลด
มันไม่อธิบายเว้ยยยย



ป.ล.
  กระทู้กลายพันธ์ จะเข้ามาตอบแต่
 เบี่ยงเบนประเด็นกันทำไม ไปตั้งกระทู้ด่ากันโน่น 



บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #19 เมื่อ: 07-01-2007, 13:47 »

ไม่เข้าใจว่าเกิดไรขึ้น แต่หงส์ปีกหักถูกปืนยิงร่วง 3-1 จริง ๆ

http://manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9500000001499
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #20 เมื่อ: 07-01-2007, 13:59 »

รัฐบาล"เกียร์ถอยหลัง" กับทักษิณ"เกียร์เดินหน้า"

7 มกราคม 2550

ผมจำได้ว่าเคยได้ยินศัพท์คำว่า "อย่าใส่เกียร์ว่าง" จากปากคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยใช้ในช่วงต้นๆ ของการเข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุมแบบ workshop กับข้าราชการที่ส่วนใหญ่มีวัฒนธรรมการทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่ทันใจความใจร้อนของคุณทักษิณที่คุ้นเคยกับการบริหารแบบซีอีโอ

ยุคหลังทักษิณ (Post-Taksin) นับจากวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ได้ยินศัพท์คำนี้บ่อยขึ้น เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด หนึ่งในสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ถูกมองว่า "แปลกแยก" จากสมาชิกคมช.สายทหารที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับคุณทักษิณ

คุณโกวิทอยู่ก้ำกึ่ง "คนในระบอบทักษิณ" หรือไม่ เพราะหลายครั้งออกอาการดื้อเงียบแบบอารยะขัดขืนที่มักเป็นข้ออ้างข้าราชการไทยทั่วไป ทำทียังมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ข้าราชการไทยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ยอมเดินตามหลังคุณทักษิณต้อยๆ เหมือนกับอดีตผบ.ตร.พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เพราะถือว่าคุณทักษิณไม่ได้เลือกตัวเองเป็นผบ.ตร. แต่คุณทักษิณอยากให้พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์เป็นมากกว่า เพียงแต่ "ฟ้า" ผ่าลงมาค่อนข้างแรงจนคุณทักษิณปฏิเสธไม่ได้ จำยอมให้คุณโกวิทเป็นผบ.ตร.แทน

คุณโกวิทจึงมักทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ต่างจากการใส่ "เกียร์ว่าง" ปล่อยให้คุณทักษิณ "ล้วงลูก" เรียกใช้นายตำรวจที่ไว้วางใจให้ทำงานลับอยู่เป็นประจำ จนยุคทักษิณถูกขนานนามว่าไม่ต่างจาก "รัฐตำรวจ" ที่ตำรวจเป็นใหญ่เหนือกว่าทหาร

ซึ่งจะว่าไปแล้ว อาการของคุณโกวิทนับจากวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงไม่ค่อยต่างจากอาการเดิมคือ "ปล่อยเกียร์ว่าง" แต่คุณทักษิณแกเล่นเป็นแต่ไม่ใช่สุภาพบุรุษแบบนายกฯ สุรยุทธ์ จึงล้วงลูกเป็นว่าเล่นประหนึ่งว่าไม่มีผบ.ตร.

คนติดตามหิ้วกระเป๋าคุณทักษิณที่รู้จักกันทั่วว่าชื่อ "ป๋าดุง" นั่นแหละเป็นผบ.ตร.ตัวจริง เข้า "เกียร์หน้า" เดินหน้าตลอด 24 ชั่วโมง คอยโทรศัพท์สั่งการนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่โดยตรงไม่ผ่านผบ.ตร.โกวิทให้ทำโน่นทำนี่ตาม "คำบัญชา" (ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเสียงบ่นดังๆ) ของคุณทักษิณ ที่หลายครั้งไม่แน่ใจว่าใช่คำบัญชาของคุณทักษิณหรือไม่

จนเกิดการสถาปนา "รัฐตำรวจ" ขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อว่ามาจากคนวงในรอบๆ คุณทักษิณไม่กี่คนเท่านั้น แม้ว่าบางครั้ง "ป๋าดุง" ทำงานนอกคำสั่งด้วยความหวังดีกับนายใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ปฏิบัติการของตำรวจตาม "คำสั่งป๋าดุง" ล้วนปลอดภัยเป็นที่พึงพอใจของคุณทักษิณเพราะตำรวจทำงานรวดเร็วมีประสิทธิภาพมาก เช่น คดีฟ้องคุณสนธิ ลิ้มทองกุลหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การอำนวยความสะดวกคาราวานคนจนเข้ามาชุมนุมที่สวนจตุจักร ฯลฯ

ผู้คนในสังคมจำพวกที่ไม่ชอบคุณทักษิณอย่างรุนแรงและเห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงเคียดแค้นชิงชังมองตำรวจในยุคโพสต์ทักษิณว่าขาดความกระตือรือร้นในการทำงานภายใต้รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ ยังอยากจะกลับไปอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณที่ถือเป็นยุครัฐตำรวจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพล.ต.อ.โกวิทที่กลับทำตัวเป็น "นินจา" อยู่เป็นประจำแม้กระทั่งเหตุระเบิดถล่มกรุงเทพฯ กลับปล่อยให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาแถลงเจื้อยแจ้วน้ำท่วมทุ่งไม่ค่อยได้เนื้อหาสาระสักเท่าไรอยู่หลายครั้ง

และคุณโกวิทยังปูนบำเหน็จตำแหน่งใหญ่ๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับนายพลตำรวจหลายคนที่คุณทักษิณยืมตัวไปใช้งานเฉพาะกิจในหน่วยงานนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างออกนอกหน้าให้สามารถกลับมาสังกัดเดิมตำแหน่งใหญ่ขึ้น

แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับข้าราชการพลเรือนในหลายกระทรวงที่เคยรับใช้ระบอบทักษิณออกหน้า กลับตกกระป๋องแช่แข็งตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิบดีกรมสรรพากร คุณศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์กับข้าราชการสรรพากรอีก 5 คนยังถูกไล่ออกจากราชการโทษฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่เก็บภาษีโอนหุ้นญาติพี่น้องคุณทักษิณทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐ

แม้ความผิดต่อรัฐโทษฐานละเว้นของคุณศิโรตม์เมื่อคิดเป็นตัวเงินหลายร้อยล้านบาท แต่ยังน่าจะน้อยกว่าความเสียหายกับรัฐจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากน้ำมือตำรวจที่ลุแก่อำนาจปฏิบัติเกินหน้าที่ ปฏิบัติการตามสั่งของคุณทักษิณแบบเกินคำสั่งอย่างจงใจ จนเกิดข้อกังขามากมายในคดีฆ่าตัดตอนสงครามยาเสพติด 2,500 ศพ

อยากให้ลองกลับไปอ่านคำแถลงสดๆ ของคุณอชิรวิทย์ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549 เวลาประมาณ 20.00 น. 2 ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพฯ และนนทบุรีพร้อมกัน 6 จุด จะเห็นว่าเป็นคำแถลงท่ามกลางภาวะวิกฤติที่ไม่ได้ช่วยทำให้สถานการณ์ความอุ่นใจของชาวบ้านดีขึ้นเลย

มิหนำซ้ำยังให้ข้อมูลเฉไฉถึงขั้นผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เช่น อักษรย่อ IRK ที่พยายามโยงไปเกี่ยวกับกลุ่มโจรภาคใต้ การยกตัวอย่างขบวนการไออาร์เอของอังกฤษ การยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิต งานเคาท์ดาวน์ปีใหม่ยังไม่ควรเลิก ฯลฯ

การแถลงคืนนั้นควรจะทำในนามโฆษกรัฐบาลนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภเพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไว้ได้และโฆษกคมช.ที่มีหน้าที่ดูแลความมั่นคงในภาพรวม แล้วให้ตำรวจแถลงเสริมการสืบสวนสอบสวนและรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน

แต่ดูเหมือนว่าโฆษกหมอยงยุทธยังเป็น "คนดีขี้เกรงใจ" แบบฉบับเดียวกับนายกรัฐมนตรีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จึงปล่อย "เกียร์ว่าง" นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ทักท้วงโฆษกตำรวจแถลงออกทะเลไปถึงเรียกร้องให้สมานฉันท์กับคนชั่วๆ รวมทั้งอ้างอิงปฏิบัติการของขบวนการไออาร์เอของอังกฤษ ที่ทำให้ชาวกรุงลอนดอนต้องระมัดระวังตัวทุกฝีก้าวจนกลายเป็นกิจวัตรปกติ

วิธีการพูดวกวนของคุณอชิรวิทย์ทำให้คนฟังชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราวมากนัก เข้าใจไปว่าอักษรย่อ IRK ที่ตำรวจพบในที่เกิดเหตุอาจจะไปพัวพันกับขบวนการไออาร์เอและภาคใต้กลายเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" ได้ ทั้งๆ ที่ในเวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมานายกฯ สุรยุทธ์ได้ออกมาย้ำว่าน่าจะมาจากผู้เสียประโยชน์ทางการเมืองไม่เกี่ยวกับโจรภาคใต้

ขอแนะนำให้ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ที่ "ปล่อยเกียร์ว่าง" มีเวลาว่างมากอยู่แล้ว ควรจะเปิดอ่านข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตใน Blog ของนักข่าวของเนชั่นแชนนัลที่ค้นคว้าข้อมูลอักษรย่อที่พ่นอยู่ตามที่สาธารณะว่าเป็นมาอย่างไร ทาง http://www.oknation.net/blog/baramee

รวมทั้งข้อสังเกตเรื่องเส้นทางการเดินทางของผู้วางระเบิด 6 จุดในวันที่ 31 ธันวาคม ของช่างภาพเครือเนชั่น ทาง http://www.oknation/blog/kittinunn ที่ทั้งสองคนไม่ได้ใส่ "เกียร์ว่าง" จึงช่วยกันหาข้อมูลและเขียนข้อสังเกตหลายอย่างที่น่าจะเป็นประโยชน์กับการทำงานของตำรวจไทยในยุคโพสต์ทักษิณที่ใส่ "เกียร์ว่าง" ตั้งแต่คืนวันรัฐประหารจนถึงคืนวันระเบิดกรุง

"เกียร์ว่าง" จึงน่าจะเป็นศัพท์การเมืองใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานภาพของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ที่มีอายุเหลืออีกประมาณ 10 เดือนเท่านั้นที่กำลังตกอยู่ในสภาพ "เกียร์ถอยหลัง"

เพราะค่อนข้างเห็นได้ชัดว่าข้าราชการหลายกระทรวงกำลังทำตัวแบบ "เกียร์ว่าง" ไม่ริเริ่มทำงาน ไม่ช่วยแก้ปัญหาที่มองเห็นอยู่โทนโท่จากความผิดพลาดล้มเหลวในยุคทักษิณ

ยิ่งถ้าหากรัฐมนตรี "ขิงแก่" ไม่รู้เรื่อง แต่พยายาม "ทำเก่ง" ดื้อตาใสไม่สั่งการให้แก้ปัญหาจะไม่เกิดการแก้ปัญหา รากเหง้าความเลวร้ายของระบอบทักษิณจะยังดำรงอยู่เช่นเดิม มิหนำซ้ำอาจจะซ่อนตัวอย่างเงียบๆ เพื่อรอวันระบอบทักษิณคืนชีพ

พวกข้าราชการจำนวนหนึ่งที่สวามิภักดิ์กับระบอบทักษิณแล้วได้ดิบได้ดียังอยากจะกลับไปอยู่ในระบอบทักษิณมากกว่าอยู่ใต้รัฐบาลสุรยุทธ์ที่มีอายุสั้นมาก กลับชอบเน้นแต่คุณธรรมที่เป็น "นามธรรม" ทำได้ยากและใช้เวลาปลูกฝัง แตกต่างจากรัฐบาลคุณทักษิณไม่เคยสั่งสอนคุณธรรม แต่เน้น "รูปธรรม" วัดได้ด้วย "เงิน" ประเภท Quick Rich หรือ Ample Rich

จดหมายของคุณทักษิณจากกรุงปักกิ่งฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2550 หลังเหตุการณ์ระเบิดกรุงเทพฯ ได้ 2 วัน เนื้อหาจดหมายที่เขียนด้วยลายมือดูเหมือนว่ากำลังนับวันนับคืนวันหมดอำนาจผ่านพ้นไปแล้ว 100 วัน แล้วพยายามโยงให้เห็นว่าการระเบิดเป็นผลมาจากการรัฐประหารและความด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาลสุรยุทธ์

รวมทั้งยังแสดงให้เห็นว่าแม้คุณทักษิณหมดอำนาจไปโดยนิตินัย แต่โดยพฤตินัยยังมีอำนาจแฝงในสายตำรวจเพราะอ้างอิงข้อมูลจากการสอบถามตำรวจว่าตำรวจสงขลาจับผู้ต้องสงสัยขึ้นมาก่อเหตุในกรุงเทพฯ ได้

เนื้อหาจดหมายจากปักกิ่งของคุณทักษิณมีนัยชัดเจนส่งสัญญาณไปถึงสาวกระบอบทักษิณว่ากำลังนายใหญ่ "เข้าเกียร์" รอวันกลับทวงคืนอำนาจและพร้อมจะตอบโต้ข้อกล่าวหาทุจริตและการไม่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ในทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่า "อำนาจเงิน" ยังคงใหญ่กว่า "อำนาจกระบอกปืน"

จึงไม่แปลกที่คุณนพดล ปัทมะ อดีตนักเรียนทุนอานันทมหิดลและอดีตเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านนายชวน หลีกภัยที่แปรพักตร์มาเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยในยุคปลายทักษิณ แล้วได้ปูนบำเหน็จจากคุณทักษิณเป็นรางวัลของการหักหน้าคุณชวน ตั้งให้เป็น "ผู้ช่วยรัฐมนตรี" ในช่วงวาระสุดท้ายของรัฐบาลทักษิณ ก่อนจะได้รับความดีความชอบไว้วางใจ "ว่าจ้าง" ให้เป็น "ทนายความ" ครอบครับชินวัตรในยุคโพสต์ทักษิณแล้วเลื่อนฐานะเป็น "โฆษกคุณทักษิณ" ที่ "ใส่เกียร์ห้า" เดินหน้าชนรัฐบาลและคมช.ทุกวัน

สถานการณ์ระเบิดถล่มกรุง 31 ธันวาคม จึงเป็นการจุดชนวนระเบิดใส่รัฐบาลสุรยุทธ์กับคมช.ที่เป็นสุภาพบุรุษเกินไปกับสภาพ "เกียร์ว่าง" ที่เกิดขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและข้าราชการหลายกระทรวงที่รอวันหมดอายุรัฐบาลสุรยุทธ์กับคมช. ซึ่งกำลังจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ "เกียร์ถอยหลัง" หากไม่ปรับวิธีทำงานให้เป็นเชิงรุกและกำหนดยุทธศาสตร์ทำงานให้ชัดกว่านี้มากกว่าวิธีทำงานแบบตั้งรับ เพราะคุณทักษิณส่งสัญญาณจากปักกิ่ง "ใส่เกียร์" เดินหน้าชนแล้ว


http://www.bangkokbiznews.com/viewOpinionNews.jsp?newsid=145617
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-01-2007, 14:04 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
GN-001 Exia
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 809


Celestial Being...


« ตอบ #21 เมื่อ: 07-01-2007, 17:38 »

ให้มันเดินหน้ามาเร็วๆแรงๆเลยครับ...

มันจะต้องตกเขาตายแน่นอน...
บันทึกการเข้า


พวกที่เอาคำว่า "เสรีภาพ" มาบังหน้าเพื่อเบียดเบียนคนอื่นนี่มันเลวที่สุด
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #22 เมื่อ: 07-01-2007, 22:59 »

หัวหน้าปชป.จี้คมช.ผ่าตัดใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้อง คมช. เร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนด้วยการคนจับร้ายที่ลอบวางระเบิดมาลงโทษ แนะให้ผ่าตัดใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้ปีกว่าจับคนมาลงโทษไม่ได้ เชื่อกลุ่มการเมืองที่เสียประโยชน์อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ขณะเดียวกัน แนะตั้งรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี สั่งเตรียมการป้องกัน เนื่องจากอาจจะเกิดเหตุระเบิดซ้ำอีกระลอกว่า ส่วนตัวไม่อยากให้ทำอะไรจนประชาชนตื่นตระหนก แต่การให้ประชาชนไม่อยู่ในความประมาทก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ส่วนใครที่คิดทำอะไรวุ่นวายก็ขอให้หยุด เพราะเป็นการซ้ำเติมบ้านเมือง ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้น ผู้รับผิดชอบ คือ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ด้วยการจับผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว เพื่อให้เห็นว่ากฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์จริง หากมีปัญหาอุปสรรคอยู่ที่กลไกใด เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องมีการผ่าตัดใหญ่

เมื่อถามว่า การผ่าตัดใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายถึงการเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือปรับปรุงโครงสร้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีกว่าที่ผ่านมา มีปัญหาอะไรบ้าง ทำไมคนที่ก่อเหตุความรุนแรงต่างๆ ไม่ถูกจับมาลงโทษ เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมาปีกว่าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามสื่อมวลชน หรือคุกคามประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่เราไม่เห็นการลงโทษคนที่กระทำความผิดอย่างจริงจัง จึงอยากตั้งคำถามว่าเพราะอะไร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้องชี้แจงว่าทำไมเหตุการณ์เหล่านี้ถูกปล่อยผ่านไป

เมื่อถามอีกว่า ทาง คมช.ระบุว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม เป็นการวัดฝีมือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะบอกว่าเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนเดียวอาจไม่ได้ แต่ตำรวจก็ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และต้องพิสูจน์ประสิทธิภาพของตัวเอง หากไม่สามารถทำได้ก็มองไม่เห็นว่า เราจะสกัดกั้นไม่ให้ปัญหาลุกลามออกไปได้อย่างไร ตรงนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของตำรวจโดยตรง

“เวลานี้ ต้องเอาความปลอดภัยของประชาชน ต้องเอาความมั่นคงของชาติเป็นหลัก ถ้าไม่กล้าทำอะไร เพราะเกรงใจกันก็เท่ากับเป็นการทำร้ายบ้านเมือง โดยเห็นแก่ตัวบุคคล” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ส่วนตัวเห็นว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์ค่อนข้างชัดเจน ส่วนจะเชื่อมโยงได้แค่ไหนก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง และส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการให้มีตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบด้านความมั่นคง แต่คงจะเพิ่มจำนวนอย่างเดียวไม่ได้ คนที่มารับผิดชอบต้องรู้เท่าทันสถานการณ์ด้วย

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า หลักสำคัญที่ทุกคนควรยึดมั่นก็คือ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด โดยเฉพาะการปฏิวัติซ้ำหรือปฏิวัติซ้อน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะใดก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น วันนี้ ทุกคนต้องรีบทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และตนอยากให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการท้าทายหรือการเผชิญหน้า ยกเว้นเรื่องที่ต้องทำตามกฎหมาย ใครทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ หากสังคมไม่สามารถยืนหยัดหลักตรงนี้ได้ ก็จะหวังเห็นสังคมประชาธิปไตยไม่ได้เลย ดังนั้น การตรวจสอบหรือการดำเนินคดีต้องเดินหน้า
 

http://www.komchadluek.net/


ทุกฝ่ายออกมาเรียกร้องคมช. โดยมีความคิดเห็นตรงกัน

ว่าควรทำการผ่าตัดใหญ่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหตุอันใดจึงไม่ปฎิกิริยา

ตอบรับหรือกระทำการใดๆ ให้ประชาชนหายคลางแคลงใจ

หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ดอกไม้ที่เคยมอบให้คงกลับกลายเป็นก้อนอิฐ

อย่างช่วยไม่ได้............
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #23 เมื่อ: 09-01-2007, 18:39 »

เย้ยตร.ไม่มีทางจับมือบึ้มได้
อัดเมินเก็บหลักฐาน พรทิพย์รายงานแอ้ด ระเบิดบังคับทิศทาง

โพสต์ทูเดย์ — “พรทิพย์” หอบหลักฐานบึ้ม กทม.ให้ “นายกฯ” เย้ยตำรวจไม่มีทางจับตัวคนร้ายได้

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รักษาการ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวภายหลังนำผลสรุปการพิสูจน์หลักฐานสถานที่เกิดเหตุระเบิด 4 จุดในพื้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ ห้างเกษรพลาซ่า คลองแสนแสบ และห้างบิ๊กซี สาขาประตูน้ำ เมื่อคืน วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มามอบให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า เท่าที่ดูแล้วไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับตัวผู้ก่อเหตุได้ เพราะไม่ได้ตั้งใจเก็บหลักฐาน


พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวอีกว่า ได้เข้าไปเก็บหลักฐาน ในเวลา 21.00 น. ของคืนวันที่เกิดเหตุ เนื่องจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัต กลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคง (คมช.) โทรศัพท์จากประเทศซาอุดีอาระเบียให้เข้าพื้นที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมกับหน่วยกู้ระเบิดของทหาร อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ เพราะมีหน้าที่พิสูจน์เพียง 4 จุด เมื่อสรุปแล้วเป็นหน้าที่ คมช.จะวิเคราะห์ต่อ


แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า พญ.คุณหญิงพรทิพย์ สรุปว่า การระเบิดครั้งนี้เป็นระเบิดบังคับทิศเดียว และตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเข้าที่เกิดเหตุไม่ดู และเก็บหลักฐานลักษณะการระเบิดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าพื้นที่ จึงน่าจะรู้ว่าใครทำ และลักษณะระเบิดดังกล่าวไม่เหมือนกับที่มีการวางระเบิดหน้ากระทรวงยุติธรรม และในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้


พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ กล่าวว่า ได้ประสานความร่วมมือกับตำรวจออสเตรเลีย ในการรวบรวมข้อมูล และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ซึ่งจากการตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุระเบิดทั้ง 8 จุด ยืนยันได้ว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันทั้งหมด สังเกตได้จากวัสดุที่ใช้ และฝีมือการประกอบระเบิดคล้ายคลึงกันหมดทุกจุด และได้เร่งรัดให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) รายงานผลการตรวจหาสารเคมีจากสะเก็ดระเบิดที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุภายในสัปดาห์นี้ ให้ทราบถึงสารเคมีที่ใช้เป็นตัวจุดระเบิดเพื่อเชื่อมโยงถึงกลุ่มคนร้าย


“ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับ การก่อเหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ หรือ เหตุระเบิดอื่นๆ ก่อนหน้านี้” พล.ต.ท.เอก กล่าว


สำหรับแหล่งข่าวจากชุดสืบสวนติดตามตัวคนร้ายคดีลอบวางระเบิดที่มี พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบแล้วพบว่า รูปแบบของระเบิดที่คนร้ายใช้ และการประกอบระเบิดรวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนที่ใช้ในการทำระเบิดนั้น คล้ายกับกรณีที่คนร้ายลอบวางระเบิดหน้ากระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี เมื่อปีที่ผ่านมา





.................................................................................................

นี่คือตัวอย่างที่ทำให้ความแคลงใจ ในผู้ที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ครั้งนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

และสิ่งที่สงสัยว่าทำไมเราจึงต้องพึ่งพาตำรวจจากต่างชาติมาร่วมตรวจพิสูจน์หลักฐาน

มีอะไรที่ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน อย่างไร หากเป็นเช่นนั้น ทางการน่าจะทำคู่มือหลบระเบิด

แจกตามปั้มน้ำมันซะให้แล้วเรื่องน่าจะดีกระมัง



บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 09-01-2007, 19:23 »



นี่คือตัวอย่างที่ทำให้ความแคลงใจ ในผู้ที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ครั้งนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

และสิ่งที่สงสัยว่าทำไมเราจึงต้องพึ่งพาตำรวจจากต่างชาติมาร่วมตรวจพิสูจน์หลักฐาน

มีอะไรที่ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน อย่างไร หากเป็นเช่นนั้น ทางการน่าจะทำคู่มือหลบระเบิด

แจกตามปั้มน้ำมันซะให้แล้วเรื่องน่าจะดีกระมัง

 

555...

ทำแจกแล้วครับ...
เมื่อกี้ดูทีวี แต่ก็คงจักไม่ใช้คู่มือหลบระเบิดซักทีเดียว..
แต่เป็นคู่มือแบบว่าป้องกันระเบิด..วิธีดของทีุุุุ่น่าสงสัย อะไรเทือกนี้น่ะครับ...
 
ซึ่งส่วนตัวผมก็คิดว่ามันก็ดี...
 
แต่ท่าจักให้ดี..ก็ควรป้องกันให้มันดีกว่านี้ ดีกว่าที่ต้องมาให้ประชาชนต้องมาป้องกันตนเอง..


เพราะถ้าเช่นนั้นจักมีตำรวจไว้หาพระเเสงอะไร....
บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #25 เมื่อ: 09-01-2007, 19:30 »

ซึ่งส่วนตัวผมก็คิดว่ามันก็ดี...
 
แต่ท่าจักให้ดี..ก็ควรป้องกันให้มันดีกว่านี้ ดีกว่าที่ต้องมาให้ประชาชนต้องมาป้องกันตนเอง..


เพราะถ้าเช่นนั้นจักมีตำรวจไว้หาพระเเสงอะไร....


ก็น่านนะสิคะ มีเอาไว้ทำไม เปลืองภาษีเปล่าๆ

อันนี้ไม่ได้หมายรวมตำรวจดีๆนะคะ แต่ถ้ามีก็คงจะเป็นส่วนน้อย

แต่ถ้าเกิดมีบึ้มกรุงเทพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยจับมือใครดมไม่ได้

คงต้องแนะนำให้แจกเสื้อเกราะ หรือชุดป้องกันระเบิดให้กับประชาชนในกทม.
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #26 เมื่อ: 09-01-2007, 20:24 »

คมช.ระดมรับมือป่วนทั่วประเทศ ขู่ ขรก.ยังใส่เกียร์ว่างเจอดีแน่
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 มกราคม 2550 19:36 น.
 
 
 
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน 
 
 
       คมช.ระดมกำลังทหาร-ตำรวจทั่วประเทศ ทั้งในและนอกเครื่องแบบรับมือคลื่นใต้น้ำสมุนอำนาจเก่า “สนธิ” เรียกนัดประชุมใหญ่วันที่ 11 ม.ค.นี้ ให้เวลา “โกวิท” จับมือระเบิดป่วนกรุงเต็มที่ ขณะเดียวกัน ขู่ข้าราชการถ้ายังใส่เกียร์ว่าง-รับใช้อำนาจเก่าเจอดีแน่
       
       วันนี้ (9 ม.ค.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แถลงภายหลังการประชุม คมช.วันนี้ (9 ม.ค.) ว่า จากสถานการณ์ลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม.ที่ผ่านมา คมช.ได้นำมาตรการต่างๆ มาบูรณาการเพื่อป้องกันและดูแลความสงบเรียบร้อยและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ จัดกำลังทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการก่อเหตุร้าย
       
       พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จัดกำลังเพื่อเกาะติดพื้นที่และชุมชน ซึ่งในวันที่ 11 มกราคม นี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช.และ ผอ.กอ.รมน.กำหนดให้ประชุมร่วมระหว่าง กอ.รมน.ภาค 1-4 กอ.รมน.จังหวัด และหน่วยงานด้านความมั่นคงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ในปี 2549 และแถลงแผนงานในปี 2550
       
       “นอกจากนี้ ยังประสานกับข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ในการดูแลพื้นที่ส่วนราชการของตัวเอง รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนในการเฝ้าสังเกตสิ่งผิดปกติ และแจ้งเบาะแสควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานการข่าวของทหารและตำรวจ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า มาตรการทั้งหมดนี้จะนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติบ้านเมือง อย่าหวั่นวิตกกับข่าวลือต่าง ๆ” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
       
       เมื่อถามว่า พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยอมที่จะพิจารณาตัวเอง หากผลการสอบสวนเรื่องระเบิดไม่คืบหน้า พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องนี้ทุกภาคส่วนคงเห็นด้วยกับกฎกติกา และมั่นใจว่า รัฐบาลได้ชี้แจงกับประชาชนมาตลอดว่าได้พยายามปรับการทำงานทุกอย่างเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งน่าจะขานรับในเรื่องนี้
       
       อย่างไรก็ตาม พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม คมช.ไม่มีการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการวางระเบิดในพื้นที่ กทม.แต่พูดถึงเรื่องสถานการณ์ที่ผ่านมา ที่มีการรายงานกันอย่างละเอียดว่าเกิดเหตุตรงไหน อย่างไร แต่ไม่ได้พูดถึงผลการดำเนินคดี เชื่อมั่นว่า ระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูงคงจะเล่าสู่กันฟังแล้ว แต่ยังไม่แจ้งรายงานอย่างเป็นทางการ
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า คมช.มีความกังวลหรือไม่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นมา 8-9 วันแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ประชาชนยังหวาดระแวงอยู่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช.ระบุว่า จริงๆ แล้วการทำงาน เราต้องให้เอกภาพ ให้ความเชื่อใจในการทำงานซึ่งกันและกัน ตำรวจบอกว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ทำงานกันอย่างเต็มที่แล้ว ขอเวลาอีกสักระยะ ถ้ามีผลความคืบหน้าอย่างไรผู้ที่จะรายงานในเรื่องนี้ คือ กอ.รมน.แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นใครที่จะแถลงให้ประชาชนทราบ
       
       “เรื่องระยะเวลาไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นเมื่อไร แต่เชื่อมั่นว่า เป็นข้อจำกัดที่ทุกคนมองอยู่ และแต่ละฝ่ายคงต้องเร่งรัดดำเนินการ ส่วนเรื่องเทปลับ พล.อ.สพรั่ง ไม่ได้พูดถึง รวมถึงเรื่องของที่มีการระบุว่ามีกลุ่มอำนาจเก่า หรือกลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ก็ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด แต่ว่าคงจะเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้อง หรือมาตรการในการปฏิบัติงานด้านการข่าวของทหารและตำรวจด้วย” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
       
       โฆษก คมช.ผู้นี้ ยังระบุอีกว่า ที่ประชุม คมช.มีมติเสนอรัฐบาลดำเนินการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่ขาดความจริงจังและจริงใจในปฏิบัติงาน โดยจะให้โอกาสแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมในช่วง 1-2 เดือน หลังจากนี้ ก่อนที่จะมีการพิจารณาปรับย้ายในเดือนเมษายน ซึ่งสืบเนื่องมาจากมีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ ว่า คมช.ทำงานในเชิงรับเกินไปไม่มีความเด็ดขาด ดังนั้น คมช.จึงได้ใช้โอกาสนี้ทำงานในเชิงรุก อีกทั้งยังเชื่อว่า ข้าราชการบางกลุ่มยังถูกครอบงำจากกลุ่มอำนาจเก่า อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า มาตรการเชิงรุกครั้งนี้ครอบคลุมทุกกระทรวง ทบวง กรม
       
       โฆษก คมช.ยังกล่าวอีกว่า คมช.จะประสานงานกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
       
       ส่วนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในช่วง 1-2 เดือนนี้ จะมีเหตุรุนแรงอีกนั้น พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้พูดเรื่องดังกล่าว แต่เคยชี้แจงแล้วว่าประธาน คมช. เคยพูดว่าเป็นขบวนการที่ต่อเนื่องกันมา ทั้งเรื่องการวางระเบิดและเรื่องการปล่อยข่าวลือ ฉะนั้น นายกรัฐมนตรีจึงพยายามที่จะเตือน และชี้แจงให้ประชาชนทราบว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลสังคม จะประมาทไม่ได้ ทั้งนี้ คมช.มั่นใจว่า มาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปทั้ง 5-6 เรื่อง สร้างความปลอดภัยได้แน่นอน
       
       ต่อข้อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่ามีกลุ่มฐานอำนาจเก่าเข้ามาเกี่ยวข้อง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าคงมีบางส่วน
 
 


ขอให้เอาจริงเอาจังซะทีเห๊อะ ไหว้ครูมานานแล้ว ไม่ทันใจวัยรุ่นเล้ยย 
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
หน้า: [1]
    กระโดดไป: