ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-09-2020, 15:43
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ตลาดหุ้นตกเนี่ยประเทศเสียหายยังไงครับ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
ตลาดหุ้นตกเนี่ยประเทศเสียหายยังไงครับ  (อ่าน 3933 ครั้ง)
O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« เมื่อ: 20-12-2006, 15:11 »

เอาแบบบความรู้ล้วนๆ นะครับ กระทบรากหญ้ารึเปล่า รึว่ากระทบแค่แมงเม่า
แล้วชาวต่างชาติล่ะครับถ้าเขาไม่มาลงทุนในหุ้นเนี่ยประเทศเสียหายแค่ไหน
ตอนนี้มาตรการแบงค์ชาติผ่านคลายลงแล้วหุ้นดีดขึ้นมาแล้วถามว่าเมื่อวานหุ้นตกวันนี้หุ้นขึ้นสมมติว่า
หุ้นขึ้นจนไปแตะที่ระดับเดิมถือว่าประเทศชาติเสียหายรึเปล่า

บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #1 เมื่อ: 20-12-2006, 15:26 »

ตั้งคำถามดี คิดได้สัมพันธ์ กันดีค่ะ
รอผู้รู้เข้ามาตอบละกัน
เพราะนู๋ ไม่ช่าย ผู้เชี่ยวชาญ ..

นั่งนึกถึงว่า ประเทศไทยใน 5-10 ปีข้างหน้านี้ ต้องเร่งผลิต
นักเศรษฐศาสตร์ Macro
กับนักกฎหมายระหว่างประเทศไว้เยอะๆ
มหาวิทยาลัยต้อง ให้ความสำคัญกับบุคลากรด้านนี้ไว้มากๆหน่อยค่ะ
ใครมีลูกหลาน ญาติพี่น้อง ส่งเรียนด้านนี้กันเยอะๆ
เพราะคือความมั่นคง เลยน๊า
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #2 เมื่อ: 20-12-2006, 15:55 »

เพิ่มเติมจากเจ้าของกระทู้ น่าจะมีคนศึกษาเสียหน่อยนะว่า ถ้าจะยุบตลาดหุ้นทิ้งไปเสียเลยเนี่ย จะเกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยจะลำบากอย่างไร กระทบใครบ้าง จะได้ยุบๆ ไปเสียเลย เพราะผมว่าตลาดหุ้นน่าจะเป็นตัวถ่วงประเทศมากกว่านะ รัฐบาลจะขยับอะไรที ต้องคอยดูอย่าให้หุ้นร่วง มันจะบริหารประเทศได้ยังไง ไม่เข้าใจ มีคนอยู่กระจุกเดียวที่ได้ประโยชน์จากตลาดหุ้น น่าจะยุบไปเสียเลย แล้วไปโปรโมทการลงทุนจากต่างชาติในรูปแบบอื่นแทน ประเทศไทยน่าจะลดปัญหาลงไปได้เยอะ อีกหน่อยประเทศอื่นก็จะยุบตามเมืองไทยแน่ๆ 
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 20-12-2006, 17:27 »

คำตอบคือไม่กระทบรากหญ้าครับ และกระทบเฉพาะกับคนที่ไปขายหมูเท่านั้นครับ

การที่เราต้องการต่างชาติมาลงทุนนั้น แรกเริ่มเดิมที เราต้องการเทคโนโลยี โนวฮาวจากเขา เพราะเขาก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มากกว่าเรา แล้วมาสร้างงานให้คนไทยทำ และหวังว่า สักวันหนึ่งคนไทยจะได้เรียนรู้แล้วมาทำเองบ้าง เหมือนหลักการไปเป็นลูกจ้างเขาก่อน หาประสบการณ์แล้วมาเป็นเถ้าแก่เองง่ะ แต่ทุกวันนี้มันก็ยังเป็นแรงงานถูกๆให้เขาไปเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะเราไปกลัวเขา อีกส่วนคือคนไทยโหลยโท่ยซะเอง นี่เป็นการลงทุนโดยตรง ส่วนที่ให้ต่างชาติมาลงทุนในตลาดหุ้นได้ จะได้เพิ่มทางเลือกแก่ธุรกิจในประเทศไว้ระดมทุน ให้เงินทุนมันไหลเข้ามาในประเทศ เกิดการไหลเวียน

แต่ถ้าจะให้ยุบตลาดหุ้นไปเลย นี่ก็สุดโต่งครับ จุดมุ่งหมายของตลาดหุ้นคือเอาไว้เป็นที่สำหรับธุรกิจไว้ระดมเงินทุน นี่คือประโยชน์มหาศาลของมัน จะระดมทุนได้ง่ายก็คือ มันต้องให้เกิดสภาพคล่อง คือ ซื้อง่ายขายคล่อง คนมันถึงอยากจะเอาเงินมาลงทุนโดยแลกกับผลตอบแทนจากการดำเนินงานของบริษัท ธุรกิจก็เอาเงินไปขยายกิจการ

แต่ว่าในความเป็นจริง สำหรับเมืองไทย มันกลายเป็นการเอาตลาดหุ้นไปเป็นแหล่งฟอกเงินบ้าง เลี่ยงภาษีเวลามีการโอนหุ้นบ้าง ปั่นราคาหาเงินเลือกตั้ง เป็นที่พักเงินมาเก็งกำไร ที่มันเพี้ยนไปหมดเพราะการบังคับใช้กฎหมายบ้านเรา มันทำแบบศรีธนญชัยไง ไอ้คนคุมกฎมันก็ดันพวกเดียวกับคนแหกกฎ คนตีความกฎหมายก็พวกเดียวกัน แล้วอีกอย่างก็คือ ที่คุณพูดถึง "รากหญ้า" มันก็สะท้อนอยู่แล้วไงว่า ประเทศนี้มันพัฒนาไปอย่างเท่าเทียมที่ไหนเล่า รากหญ้าไม่ใช่คนโง่ แต่จงใจไม่ให้เขารู้เรื่องอะไร ปิดโอกาส ด้วยการหาอย่างอื่นมามอมเมา เช่น เงิน วัตถุ บันเทิง หรือการศึกษาแบบห่วยๆ ไม่ทัดเทียม ไม่ได้สอนให้คิด ส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักๆก็ตกอยู่ในมือไม่กี่ตระกูล ความมั่งคั่งมันก็เวียนวนอยู่ไม่กี่คน ก็เท่านั้น

ก็เหมือนประชาธิปไตยบ้านเราไง มันรัฐธรรมนูญ มีสภา มีเลือกตั้ง มีส.ส. มันก็บอกเป็นประชาธิปไตยแล้ว กฎหมายมีเยอะแยะไปหมด แต่มีแต่คนจน คนไม่มีเส้นเท่านั้นที่เข้าคุก พูดไปพูดมามันก็กลับไปสู่เรื่อง การไร้ความยุติธรรม การไร้นิติธรรม ในบ้านเมืองไง ระบบที่เราไปเห็นเมืองฝรั่งมันใช้แล้วดี พอมาบ้านเรามันเละตุ้มเป๊ะอย่างนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2006, 17:34 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #4 เมื่อ: 20-12-2006, 17:58 »

ถ้าตลาดมันถูกใช้ไปตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของมันก็ไม่น่าจะเห็นหุ้นร่วงแบบเมื่อวานหรอก
ในเมื่อมันใช้งานไม่ได้ ก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม จริงไม๊
อีก 50 ปีข้างหน้า มองกลับมา ประเทศไทยอาจจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศแรกที่เลิกตลาดหุ้นก็ได้นะ 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 21-12-2006, 10:43 »

รากหญ้าไม่ได้อยู่ในตลาดทุน ก็ไม่เกี่ยวครับ

...................................................................

ที่จริง รากหญ้าจะเกี่ยวข้องกับ "ค่าเงินบาท" หรือ เรื่องศักยภาพในการแข่งขันในต่างประเทศ มากกว่า

ที่ ธปท. ต้องทำครั้งนี้ คือป้องกันนักเก็งกำไรจากค่าเงิน ไม่ให้ค่าเงินผันผวน หรือป้องกันการโจมตีค่าเงินบาท

ที่บอกว่ารากหญ้าเกี่ยวข้องกับค่าเงินบาทนั่นก็คือ เกี่ยวข้องในการขายผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งจะต้องส่งออก

หากค่าเงินบาทแข็ง เราก็แลกเงินบาทมาได้น้อย

หากเงินบาทอ่อน เราก็แลกกลับมาเป็นเงินบาทได้เยอะ

เมื่อได้บาทเยอะ พ่อค้าก็สามารถรับซื้อสินค้าเกษตรได้ราคาดีขึ้น

แต่มิใช่เรื่องค่าเงินบาทอย่างเดียวที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าเกษตร มันขึ้นกับปริมาณของสินค้าที่ผลิตได้ด้วย

เช่นปีนี้เราโดนอุทกภัย เราสูญเสียสินค้าเกษตรไปจำนวนหนึ่ง ทำให้สินค้าเกษตรมีน้อย

ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่อาจทำให้สินค้าเกษตรในประเทศดีขึ้นมาบ้าง

...........................

แต่ 9 เดือนที่ผ่านมา มันไม่เป็นแบบนั้น ค่าเงินแข็งค่าขึ้นมาตลอดเวลา

ทำให้ต้องเหนื่อยที่จะนำสินค้าไปแข่งราคากับต่างชาติทีมีสินค้าชนิดเดียวกับเราเป็นรายตัว

เท่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ทางรัฐบาลและธปท. เค้ากำลังพยายามทำให้ "ผู้ส่งออก" มีโอกาสดีขึ้น

ก็น่าจะเชื่อได้ว่า เกษตรกรน่าจะได้รับผลดี

ส่วนตลาดทุนนั้น เค้ามองกันที่ "ความเชื่อมั่นจากนักลงทุน" ถ้าไม่มีเงินทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนจริง เราก็ลำบากเหมือนกัน

เพราะการลงทุนในตลาดหุ้น ก็คือลงทุนในราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นั่นเอง กำไรของเค้าก็หวังจากตลาดหุ้นและเงินปันผลครับ

..................................

ถ้าหากมาตรการทำให้เงินบาทอ่อนตัวลงได้ผล ฝ่ายส่งออกก็มีโอกาสมากขึ้น เกษตรกร รากหญ้าตามโรงงานก็มีโอกาสดีขึ้น

อ้อ...ตลาดหุ้นมีประโยชน์ครับ ...ยุบไม่ได้หรอกครับ เพราะมันเป็นระบบ "ทุนนิยม" เป็นที่ระดมทุน เพื่อหาเงินมาลงทุนในกิจการต่าง ๆ

คือถ้าไม่มีตลาดทุน ผู้ประกอบการก็มีทางหาทุนมาทำการผลิตหรือขยายการผลิตได้ทางเดียวคือ กู้เงินจากธนาคารเท่านั้น

การเข้าตลาดทุนของบริษัทผู้ประกอบการก็มิใช่จะเข้ากันง่าย ๆ นะครับ เค้ามีเกณฑ์ต่าง ๆ มากมาย

เอาเป็นว่า ตลาดหุ้นมีประโยชน์ครับ ส่วนคนที่เข้าไปลงทุนเค้าก็ไปเสี่ยงกันเอง...

เรารากหญ้าหรือคนไม่เข้าไป....ไม่มีผลกระทบจากหุ้นขึ้นหุ้นตกอะไรหรอกครับ

รู้สึกพวกเรารู้เรื่องตลาดทุนในนี้มีหลายคน...ผมก็แค่แอบมองแอบอ่าน อิ อิ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-12-2006, 10:54 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #6 เมื่อ: 21-12-2006, 13:04 »

ที่บอกว่ากระเทือนเฉพาะนักลงทุนแค่แสนคนนั้นไม่จริงดอก

รากหญ้าไม่กระเทือน แต่กระเทือนลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ และข้าราชการที่อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวนกว่าล้านคน เพราะเงินกองทุนฯอยู่ในตลาดหุ้น ใครเกษียณปีหน้า เงินที่ออมไว้จากการทำงานตลอดชีวิต มีแนวโน้มว่าจะหายไปหลายเปอร์เซนต์ ถึงได้มีคนโมโหกันมาก

ที่ไม่ชอบมากคือหุ้นขึ้นเมื่อวานนี้เพราะมีใครก็ไม่รู้เกณฑ์กองทุนต่างๆให้เข้าไปช้อนซื้อหุ้นเพื่อรักษาหน้า ทั้งๆที่ฝรั่งยังขายไม่หยุด ถึงเช้านี้กองทุนไทยใกล้จะหมดแรงแล้ว หุ้นกำลังตกอีกแล้ว

เงินที่ใช้รักษาหน้ารัฐบาล เป็นเงินออมของลูกจ้างและประชาชนทั้งนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-12-2006, 13:18 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
Me.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #7 เมื่อ: 21-12-2006, 13:31 »

ดัชนีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มันแสดงถึงความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตาของนานาชาติ
ถ้าดัชนีมันการลงทุนสูงมันแสดงถึงว่าประเทศนั้น มีความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนเพราะอาจมีปัจจัยต่าง ๆทำให้เข้ามาลงทุน

การเข้ามาลงทุนของต่างชาติ ทำให้เกิดการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีถึงแม้หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีเค้าจะปกปิดและเป็นความลับขั้นสูง
แต่ก็ทำให้เกิดการจ้างงานเกิดขึ้น นศ ที่จบมาใหม่ก็มางานทำ แรงงานก็มีงานทำ ผู้ที่ขายของเกี่ยวเนื่องในวงจรดังกล่าวก็สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้

ตัวอย่างคร่าว ๆก็คือ โฆษณาสมัยก่อน ผมจำไม่ค่อยได้ ที่มีเพลงประกอบโฆษณาว่า " เงินกำลังจะหมุน หมุนไปให้ชุมชน "
โฆษณาชิ้นนั้นสามารรถแสดงให้ถึงการเคลือนไหวของเงินทุนต่าง ๆ คล้ายๆกับการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

การลงทุนการจ้างงานล้วนมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนภายนอกประเทศ
หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากนอกประเทศปราศจากความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศแล้วประเทศไทยถึงคราววิกฤติแน่นอน
เพราะประเทศไทยความมั่นคงในเศรษฐกิจยังไม่มั่นคงเพียงพอที่จะยืนได้ด้วยแรงขับภายในตัวเอง

หากมีนักลงทุนจากภายนอกไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยแล้ว การลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะหยุดชงักลง
โรงงานอาจมีการค่อย ๆ ลดอัตราการผลิตลง และมีการลดจำนวนพนักงานลงเรื่อย ๆ จนไปถึงการย้ายฐานการผลิต
หากโรงงาน 1 โรงงานมีการปิดตัวลงนั่นหมายถึงจะมีผลกระทบต่อ กลุ่มคนมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน
หรือ อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องจากการผลิต

ลองกลับไปตรวจสอบข้อมูลเมื่อปี 2540 ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะเป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างดีว่าเกิดอะไรขึ้นภายในประเทศ

การออกความเห็นในเกี่ยวเนื่องกับการเมืองและเศรษฐกิจควร ศึกษาข้อมูลและความสำคัญต่าง ๆ ให้ดีก่อน
เพราะการแสดงความเห็นทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจจะมีผลในวงกว้าง

หากแสดงความเห็นที่ปราศจากความรู้ จะแสดงถึง

คุณภาพของมันสมองและสติปัญญาที่มีรวมถึงพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว

บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #8 เมื่อ: 21-12-2006, 15:09 »

อิอิ ลองปิดตลาดหุ้นดูสิ ว่าต่างชาติยังจะเข้ามาลงทุนในเมืองไทยหรือเปล่า ไม่รู้ว่าจะกลัวไปทำไมกับต่างชาติไม่มาลงทุนเนี่ย ไล่มันไปมันยังไม่ไปเลย 

ส่วนเรื่องคุณภาพของมันสมองและสติปัญญา น่าจะน้อยกว่าคุณ Me. มาก พื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัวก็ไม่ค่อยจะสู้ดีอะน่ะ ว่างๆ คุณ Me. ลองเอาตัวเลขแบบคนรู้จริงมาให้ดูกันหน่อยดีกว่า ว่าไอ้ตลาดหุ้นเนี่ย นอกจากมันสร้างความร่ำรวยกับเจ้าของหุ้นแล้ว มันถูกนำไปใช้ในการสร้างความเติบโตในการผลิตของบริษัทที่อยู่ในตลาดจริงๆ สักกี่มากน้อย

แล้วไอ้ที่ดัชนีมันสูงเนี่ย มันสะท้อนผลดำเนินการของบริษัทที่อยู่ในตลาดจริงๆเหรอ? 

เดี๋ยวจะมาคอยฟังความรู้แบบคนรู้จริงจากคุณ Me.
ใครอยากฟัง ลงชื่อรอที่นี่ได้เลยครับ 
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 21-12-2006, 15:41 »

มาลงชื่อรอคุณ Me. เหมือนกันครับ เดี๋ยวจะมาเฉลย Laughing Mr. Green
บันทึกการเข้า

ซารุโทบิ ซาสุเกะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


ผู้ตื่นในยามที่ผู้คนหลับไหล


« ตอบ #10 เมื่อ: 21-12-2006, 15:43 »

มาลงชื่อรอฟังไอ้เนียน เอ้ย คุณ Me. ด้วย
บันทึกการเข้า

ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
justy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,250



« ตอบ #11 เมื่อ: 21-12-2006, 15:50 »


แต่ไหนแต่ไรไม่เคยสนใจ แต่ตอนนี้ตื่นตัวมาก เริ่มสนใจแล้วค่ะ

ขอบคุณอุ๋ยมาก   
บันทึกการเข้า

พรรคไทยรักไทยมิได้ให้ความสำคัญหรือเห็นคุณค่าของสิทธิเลือกตั้งของประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไปก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ควรต้องสร้างความยั่งยืนให้แก่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมั่นคงกับหลักการที่ว่า กฎหมายต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นข้อบ่งชี้ด้วยว่า พรรคไทยรักไทย มิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้คนในชาติมีความสุขทั่วหน้าดังที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่มุ่งประสงค์เพียงดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ นอกเหนือจากครรลองที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศตลอดจนบทกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่หาอุดมการณ์อันแท้จริงของพรรคให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนโดยรวมว่า เมื่อเป็นรัฐบาลมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะดำเนินการปกครองโดยสุจริต ไม่ประพฤติมิชอบหรือบริหารราชการแผ่นดินโดยแอบแฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อ
Me.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #12 เมื่อ: 21-12-2006, 15:54 »

อ้า ครับ

แน่ใจเหรอครับว่าไล่เค้าแล้วเค้าไม่ไป เมื่อวันอังคารเกิดอะไรขึ้นละครับ ทำไมหุ้นตกไป 100 จุด(เงินมันไหลออกนอกประเทศไปเท่าไหร่ครับ)
เนื่องจากนโยบายในตลาดใช่ไหมครับ ?
ตลาดหุ้นกับตลาดทุนมันใช้ในการระดมทุนนะครับ มันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัท
หากหุ้นราคาบริษัทนั้นราคาต่ำ ๆ ใครเค้าอยากจะทำธุระกิจร่วมละครับ ภาพลักษณ์ของบริษัทมันประเมินค่าไม่ได้นะครับ

ดัชนีสูงมันแสดงถึงประเทศนั้นๆ มันน่าลงทุนครับ
เมื่อมีเงินหมุนเวียนในตลาดสูงมันย่อมดีไม่ใช่เหรอครับ ?

ถ้าคุณไล่ต่างชาติออกจากตลาดไทยหมด พังกับพังครับ ลองดูรอบ ๆ ตัวคุณดูมีสินค้าอะไรบ้างที่เป็นแบรนไทย
อุตสาหกรรมที่ต่างชาติเค้ามาลงทุนมันเกิดการจ้างงาน อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในท้องถิ่นก็เป็นของคนไทย
พวกคนเหล่านี้ทำสินค้าป้อนโรงงานของพวกต่างชาติในไทยนี่ครับ หากต่างชาติยกเลิกการผลิตในไทยเพราะคุณไล่เค้าออกไป
บริษัทคนไทยที่ทำสินค้าป้อนโรงงานจะอยู่อย่างไรล่ะครับ

ถึงไล่เค้าตอนนี้เค้าก็ยังไม่สามารถไปได้ทันทีหรอกครับ เค้าก็ค่อย ๆลดขนาดลงเรื่อย ค่อยๆ ปลดคนงานลงเรื่อย ๆจนสุดท้ายไม่เหลือ
คุณคิดว่าอะไรจะตามหากคนที่ถูกเลิกจ้างจากโรงงานที่ยกเลิกการผลิตไปละครับ ?

ดัชนี่ในตลาดสูงมันแสดงถึงการน่าเข้ามาลงในทุนในประเทศไงครับ
ลองไปดูดัชนี่ของประเทศที่เป็น จีแปด ดูดัชนีมูลค่าเค้าสูงขนาดไหน ?

ศึกษาข้อมูลให้มาก ๆ ครับผมพิมพ์มาอย่าเพิ่งเชื่อ ลองไปเข้าเวปพวกกระทรวงต่าง ๆ ดู
อ่านให้ระเอียด ๆ อย่าไปเชื่ออะไรง่าย ๆครับ อ่านเยอะ ๆ ครับ

การแสดงความเห็นที่ปราศจากความรู้ และการแสดงความเห็นที่เน้นการแสดงอารมณ์
มันแสดงถึงคุณภาพของตัวผู้ที่แสดงความเห็นแหละครับ

เห็นไหมครับ เวลาผ่านไปนิดเดียวขึ้น "ไอ้" เลย
บันทึกการเข้า
ซารุโทบิ ซาสุเกะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


ผู้ตื่นในยามที่ผู้คนหลับไหล


« ตอบ #13 เมื่อ: 21-12-2006, 16:00 »

ผมเรียกคุณว่าไอ้เนียน มาตั้งแต่กระทู้ก่อนแล้ว คุณ Me.
บันทึกการเข้า

ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 21-12-2006, 16:12 »

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์สามารถชี้วัดสภาพของเศรษฐกิจได้จริง แต่ในกรณีประเทศไทย มันชี้ว่าทุกอย่างคือ 1.การเมือง 2.ทุกอย่างอยู่ในมือต่างชาติ ก็คือคุณเป็น "ทาส" เขาอะ
ผมจึงชอบพูดล้อเสมอครับ ลงทุนในหุ้นลงทุนได้ แต่ผมไม่ลงทุนในหุ้นสาระขันหรอกครับ


แน่ใจเหรอครับว่าไล่เค้าแล้วเค้าไม่ไป เมื่อวันอังคารเกิดอะไรขึ้นละครับ ทำไมหุ้นตกไป 100 จุด(เงินมันไหลออกนอกประเทศไปเท่าไหร่ครับ)
การขายหุ้น หรือขายพันธบัตรในพอร์ต ไม่ว่าที่ไหนในโลก มันจะมีเวลา settlement 3 วัน กว่าเงินมันจะโผล่ในพอร์ต หลังจากนั้นถ้าคุณจะโอนออกก็ไม่ได้ทันทีมันต้องมีเวลาอีก 1 วันก่อนเงินจะไปโผล่ที่บัญชี (ผมไม่ทราบว่่าในเมืองไทยเป็นแบบนี้ด้วยหรือเปล่า)

ดังนั้น ต้องดูกันต่อไปครับ เชื่อว่ามีเงินไหลออกแน่ครับ อย่างน้อยก็พวกเงินเก็งกำไรบาทน่ะไปแน่  แต่ขายทิ้งหุ้นปุ๊บเงินออกปั๊บ เป็นไปไม่ได้ครับ



ดัชนีสูงมันแสดงถึงประเทศนั้นๆ มันน่าลงทุนครับ
เมื่อมีเงินหมุนเวียนในตลาดสูงมันย่อมดีไม่ใช่เหรอครับ ?
ถูกต้อง แต่ผมไม่คิดว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างนั้น คุณกล้ารับประกันหรือเปล่าครับว่าตลอดมา ไม่มีการใช้ตลาดในการเลี่ยงภาษี ปั่นหุ้นไปใช้เลือกตั้ง ฯลฯ

แค่นี้ก็พอแล้วที่จะพิสูจน์คำพูดคุณว่าเชื่อได้หรือเปล่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-12-2006, 16:14 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

varada
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,193



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 21-12-2006, 16:19 »

ที่คุณMeพูดมามีส่วนถูกนะ อย่าทำให้ความเกลียดทักษินมาบดบังจน
ไม่รับรู้ข้อมูลกันเลย

รบ.ชุดนี้อ่อนเรื่องเศรษฐกิจ-การเงิน

ถ้าจะต้องเกิดต้มยำกุ้งรอบสอง
ก็ถามตัวเองกันก่อน ว่าเตรียมพร้อมที่จะเซฟตัวเองและครอบครัว
กันไว้บ้างหรือยัง

หลายๆคนเพลินกับระบบทุนนิยม-บริโภคจนเกินตัวในสมัยทักษิน
จะให้เลี้ยวกลับมาใช้เศรษฐกิจพอเพียงนั้นค่อนข้างยาก

แต่หากทำได้ จงเริ่มทำเสีย เพราะอีก1ปีต่อไปนี้
กว่าเราจะมีรบ.ใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง
เราไม่รุ้ว่ารบ.รักษาการชุดนี้ จะเจออะไรอีกบ้าง
เชื่อว่า..........นี่แค่เพิ่งเริ่มชิมลางเท่านั้น
บันทึกการเข้า
ซารุโทบิ ซาสุเกะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


ผู้ตื่นในยามที่ผู้คนหลับไหล


« ตอบ #16 เมื่อ: 21-12-2006, 16:26 »

เรื่อง รบ.ชุดนี้อ่อนเรื่องเศรษฐกิจ-การเงิน นี่ผมเห็นด้วย อุ๋ยไม่เก่งจริง ๆ
บันทึกการเข้า

ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 21-12-2006, 16:27 »

ไม่อยากให้เกิดหรอกครับต้มยำกุ้งรอบสอง ถ้าเกิดผมก็กำไรเละสิครับ  Mr. Green

แต่ผมคิดว่า การที่พล.อ.สุรยุทธ์ออกมาการันตีหม่อมอุ๋ย ถือว่าพลาดอย่างมหันต์ ควรปลดหม่อมอุ๋ยออก แต่นี่ท่านทำตรงกันข้าม อันตราย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-12-2006, 16:30 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #18 เมื่อ: 21-12-2006, 16:27 »

อ้า ครับ

แน่ใจเหรอครับว่าไล่เค้าแล้วเค้าไม่ไป เมื่อวันอังคารเกิดอะไรขึ้นละครับ ทำไมหุ้นตกไป 100 จุด(เงินมันไหลออกนอกประเทศไปเท่าไหร่ครับ)
เนื่องจากนโยบายในตลาดใช่ไหมครับ ?

อ้า แน่ใจหรือครับ ว่าไอ้ที่ทิ้งหุ้นไปเป็นนักลงทุนอย่างที่คุณ Me. ว่า
ในย่านนี้ผมไม่เห็นมีที่ไหนน่าลงทุนเหมือนในเมืองไทยเลย  




ถ้าคุณไล่ต่างชาติออกจากตลาดไทยหมด พังกับพังครับ ลองดูรอบ ๆ ตัวคุณดูมีสินค้าอะไรบ้างที่เป็นแบรนไทย
อุตสาหกรรมที่ต่างชาติเค้ามาลงทุนมันเกิดการจ้างงาน อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในท้องถิ่นก็เป็นของคนไทย
พวกคนเหล่านี้ทำสินค้าป้อนโรงงานของพวกต่างชาติในไทยนี่ครับ หากต่างชาติยกเลิกการผลิตในไทยเพราะคุณไล่เค้าออกไป
บริษัทคนไทยที่ทำสินค้าป้อนโรงงานจะอยู่อย่างไรล่ะครับ
อิอิ ผมบอกให้ปิดตลาดหุ้น ยังไม่ได้ให้ไล่นักลงทุน (จริงๆ ) สักกะหน่อย เพราะนักลงทุนจริงๆ ไล่ให้ไป มันยังไม่ไปเลยจะบอกให้ แม่แต่ในพม่า อเมริกามันยังแอบเข้าไปทำธุรกิจเลย  

ถึงไล่เค้าตอนนี้เค้าก็ยังไม่สามารถไปได้ทันทีหรอกครับ เค้าก็ค่อย ๆลดขนาดลงเรื่อย ค่อยๆ ปลดคนงานลงเรื่อย ๆจนสุดท้ายไม่เหลือ
คุณคิดว่าอะไรจะตามหากคนที่ถูกเลิกจ้างจากโรงงานที่ยกเลิกการผลิตไปละครับ ?
ที่เขาจะไป ไม่น่าจะใช่เพราะ SET Index ต่ำน่า หากเขาจะไป น่าจะเพราะความสามารถของประเทศไทยในการรองรับความต้องการในการผลิตเขาได้มากกว่า

ศึกษาข้อมูลให้มาก ๆ ครับผมพิมพ์มาอย่าเพิ่งเชื่อ ลองไปเข้าเวปพวกกระทรวงต่าง ๆ ดู
อ่านให้ระเอียด ๆ อย่าไปเชื่ออะไรง่าย ๆครับ อ่านเยอะ ๆ ครับ
ช่วย link ไปหาข้อมูลในเวปพวกกระทรวงที่คุณ Me. อ่านมาหน่อยสิ เดี๋ยวจะเข้าไปอ่านบ้าง จะได้ฉะหลาดๆ กับเขาเสียที  
ว่าแต่ว่า แน่ใจนาว่าไม่ได้ไปจำขี้ปากใครมาพูด

การแสดงความเห็นที่ปราศจากความรู้ และการแสดงความเห็นที่เน้นการแสดงอารมณ์
มันแสดงถึงคุณภาพของตัวผู้ที่แสดงความเห็นแหละครับ
ฟังดูขลังดีแฮะ เห็นคุณ Me. ตบท้ายด้วยประโยคอย่างนี้แทบทุกกระทู้เลยอ่ะ ขอจำไปใช้ข่มคนอื่นบ้างได้มั๊ยอ่ะ?
ใครจะจำไปใช้บ้าง ช่วยลงชื่อขออนุญาตจากคุณ Me. ได้ที่นี่เช่นกันครับ
ใครโง่ๆ จำเอาไปใช้ รับรองดูแล้วฉลาดขึ้นเยอะเลย  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-12-2006, 16:29 โดย sleepless » บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 21-12-2006, 16:48 »

ฉลาดครับ...






...







ฉลาดมากครับ...
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #20 เมื่อ: 21-12-2006, 16:54 »

อ้าว เฮ้ยแกผูกคอตายไปตั้งแต่มีรัฐประหารแล้วไม่ใช่รึ ไปเอามาล้อเล่นได้ยังไง เดี๋ยวเหอะ 
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #21 เมื่อ: 21-12-2006, 17:01 »

ดัชนีสูงมันแสดงถึงประเทศนั้นๆ มันน่าลงทุนครับ

เวลาต่างชาติจะมาลงทุนคงไม่ดูแค่ดัชนีตลาดหุ้นมั้ง
บางที่ดัชนีมันสูงเพราะปั่นฟองสบู่ ไม่ได้หมายความว่าน่าลงทุน

ตกลงการเก็งกำไร=การลงทุน? 
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #22 เมื่อ: 21-12-2006, 17:05 »

ดัชนีสูงมันแสดงถึงประเทศนั้นๆ มันน่าลงทุนครับ

เวลาต่างชาติจะมาลงทุนคงไม่ดูแค่ดัชนีตลาดหุ้นมั้ง
บางที่ดัชนีมันสูงเพราะปั่นฟองสบู่ ไม่ได้หมายความว่าน่าลงทุน

ตกลงการเก็งกำไร=การลงทุน? 
ตรรกะคุณ Me. เค้าแหล่ะ ไม่รู้ไปจำใครพูดมา 
บันทึกการเข้า
Me.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #23 เมื่อ: 21-12-2006, 17:43 »

เห้ออ อย่ามากล่าวหากันสิครับว่า ผมจำคำพูดคนอื่นมาพูด ไม่ดีมั้งครับ 
กล่าวหากันแบบนี้ผมก็แย่สิครับ อย่าสร้างบรรทัดฐาน ในการกล่าวหา คนอื่นเค้าแบบนี้สิครับ

ผมกับคุณก็รับข้อมูลจากสื่อมาพอ ๆ กันมันต่างกันที่ว่า คิดก่อนแล้วถึงเชื่อ
หรือ หลับหูหลับตาเชื่อถ้าคนนี้เป็นคนพูด

" ตกลงการเก็งกำไร=การลงทุน? "
ผมคิดว่าไม่ใช่ครับ
คนที่เข้าไปเล่นหุ้นทั้งหมดไม่ได้เข้าไปเล่นเพื่อเก็งกำไร 100 % นี่ครับ 
แต่ดัชนีในตลาดมีผลต่อการลงทุน ใช่ไหมครับ ?
ซึ่งผมก็ไม่ได้กล่าวว่า การลงทุนทั้งหมดมาจากการตัดสินใจของดัชนีในตลาด

ส่วนเรื่อง link อยากได้ด้านไหนล่ะครับ

อย่ามากล่าวหากันดีกว่าครับ
อย่าเอาให้แบบนี้เป็นบรรทัดฐานของสังคมดีกว่า ครับ เพราะทุกวันนี้มันก็แย่พอแล้วครับ
กล่าวหาคนอื่นลอย ๆ แล้วก็ไม่รับผิดชอบ

ถ้าคิดจะกล่างหาว่าผมจำคำพูดคนอื่นมาพูดก็ช่วยหาหลักฐานมาให้ผมดูสักหน่อยสิครับ
ไม่ใช่อะไรมากล่าวหากันเฉยแบบนี้

ซึ่งถ้าผมไม่ได้จำคำพูดใครมาพูด คุณจะรับผิดชอบการกล่าวหาผมโดยคุณเป็นผู้กระทำ
ซึ่งสำเร็จด้วยความผิดแล้ว แบบนี้จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรครับ ?
ถ้าไปเจอคนแรง ๆ เดี้ยวจะโดน ฟ้องหมิ่นประมาท เอาง่าย ๆ นะครับ
(คุณก็คิดว่าแค่ในเวปบอร์ดใครจะมาบ้าฟ้องจริงไหม ? แต่นั่นมันก็แสดงถึงความมักง่ายของผู้กระทำว่ามีความรับผิดชอบเพียงใด)

ใช้ความจริงและเหคุผลมาถกดีกว่า ทำตัวให้คนมีอารยธรรมสักนิดเถอะครับ
บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #24 เมื่อ: 21-12-2006, 19:04 »

(คุณก็คิดว่าแค่ในเวปบอร์ดใครจะมาบ้าฟ้องจริงไหม ? แต่นั่นมันก็แสดงถึงความมักง่ายของผู้กระทำว่ามีความรับผิดชอบเพียงใด)


ตัวอย่างความมักง่ายที่เห็นชัดๆ เลยนะ: 

หากแสดงความเห็นที่ปราศจากความรู้ จะแสดงถึง

คุณภาพของมันสมองและสติปัญญาที่มีรวมถึงพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว
บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #25 เมื่อ: 21-12-2006, 19:06 »


(คุณก็คิดว่าแค่ในเวปบอร์ดใครจะมาบ้าฟ้องจริงไหม ? แต่นั่นมันก็แสดงถึงความมักง่ายของผู้กระทำว่ามีความรับผิดชอบเพียงใด)


ตัวอย่างความมักง่ายที่เห็นชัดๆ เลยนะ: 

หากแสดงความเห็นที่ปราศจากความรู้ จะแสดงถึง

คุณภาพของมันสมองและสติปัญญาที่มีรวมถึงพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-12-2006, 19:08 โดย sleepless » บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #26 เมื่อ: 21-12-2006, 19:43 »

คุณ Me. อธิบายได้ถูกต้องชัดเจนมาก จะผิดอยู่อย่างเดียวคือมาอธิบายผิดที่ เรียกว่ายังไงมันก็ไม่เชื่อ
กฎเกณฑ์เหล่านี้มันเป็นสากลของชาวโลกอยู่แล้ว ถ้าเรามีปัญญาจะเขียนกติกาให้ชาวโลกเค้าทำตาม
ก็ว่าไปอย่าง นี่ขนาดเขียนกติกาแล้วคนไทยยังไม่ทำกันเองเลยเอาอะไรมาก คิดแต่จะใช้กำลังซะงั้น
ถ้าไม่เข้าใจว่ามีเครดิตเอาไว้ทำอะไร เครดิตประเทศมีประโยชน์อะไร แล้วคิดว่าปิดๆ ไปก็ไม่เห็นจะ
เดือดร้อนอะไร แค่เรื่องของคนนิดเดียว ก็ป่วยการอธิบายแล้วครับ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 21-12-2006, 22:56 »

ทำไมไม่หาอ่านข่าวจากเสียงตอบรับของผู้ที่อยู่ในภาคอื่นบ้าง เช่น เสี่ยปั้น คุณชาติศิริ ( ฝ่ายธนาคาร)

สภาอุตสาหกรรม สมาคมผู้ส่งออก สมาคมอัญมณี

เรื่องแบบนี้พูดเองเออเองไม่ได้ครับ

เราต้องมาดูว่าผลของการไล่พวกเก็งกำไรออกไป สามารถฉุดไม่ให้ค่าเงินแข็งขึ้นได้จริงหรือไม่

ภาพที่ปรากฎในวันนี้ มันบอกเราว่า มีการเสียหายในตลาดทุน ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น

แต่ต้องมองอีกมุม ค่าเงินเป็นอย่างไร พวกเก็งค่าเงินบาทว่ายังไง

ถ้าจะว่าไปนี่คือสงครามย่อย ๆ เหมือนกันเพียงแต่ การศึกยังไม่จบ ศพยังไม่ต้องนับ

การอ่อนตัวลงของค่าเงินบาท มีความหมายยต่อภาคการผลิตจริง 60 % เราต้องเลือกเอาครับ

การไล่นักลงทุนออกไปก่อน เข้ามาใหม่คุณต้องแยกเงินแล้ว ต้องชี้แจงแล้ว เพื่อบันทึกไว้ว่า คุณนำเงินเข้ามทำอะไร

พวกที่เอามาพักกินส่วนต่างค่าเงิน ส่วนต่างดอกเบี้ย จะได้คิดให้มากขึ้น

ผมมองว่าอีกไม่นาน พวกนักลงทุนมันมาเองแหละครับ เพราะเราไม่ยอมลดดอกเบี้ย เพราะกลัวผลกระทบด้านอื่น

ตอนนี้มีอย่างเดียว รอดู...


เจ้าของกระทู้ถามเรื่องรากหญ้ากระทบมั๊ย ผมว่าไม่กระทบครับ


ถ้ากระทบคือรอรับส่วนดีของมาตรการสะกัดการเก็งกำไรค่าเงิน
บันทึกการเข้า

TAKSIN THE BEST PM.
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 258


« ตอบ #28 เมื่อ: 22-12-2006, 08:31 »

อืม ตาแคนเดี๋ยวนี้ใช้ได้ ไม่ออกลีลา

ฝ่ามือโหนฟ้า ตัดพระราชดำรัส

มาสนับสนุนตนเอง ดีครับ

ทำดีเราก็ยกย่อง


เจ้าของกระทู้ถามเรื่องรากหญ้ากระทบมั๊ย ผมว่าไม่กระทบครับ

ถ้ากระทบคือรอรับส่วนดีของมาตรการสะกัดการเก็งกำไรค่าเงิน



ถ้านักลงทุนออกไปแล้ว เอาเงินที่ไหนมาเป็นทุนล่ะครับ

หันกู้หนี้ ยืมสิน ดอกเบียโผล่  รง.ลดรายจ่าย ปลดพนักงาน

ลดการผลิต พนักงานมาจากบ้านนอก ส่งเงินเลี้ยงพ่อแม่

ไม่ค่อยโดน รากหญ้าเลยครับ   ขอบอก
บันทึกการเข้า
Me.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #29 เมื่อ: 22-12-2006, 08:36 »

แน่ใจเหรอว่าผมมักง่าย ?

ผมเคยเผยคำพูดหยาบคาย หรือกล่าวหาใครไหมในเวปบอร์ดนี้ ?

ใครครับที่มักง่าย ?

สุภาพชนครับ ไม่มีใครเค้าด่า "ไอ้" กับคนที่มีความเห็นที่ไม่ตรงกันหรอก
ใจกว้างหน่อย ครับ " อารยชน "เค้าไม่ทำกัน อย่าทำตัว " สถุน "

บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #30 เมื่อ: 22-12-2006, 09:13 »

แน่ใจเหรอว่าผมมักง่าย ?

ผมเคยเผยคำพูดหยาบคาย หรือกล่าวหาใครไหมในเวปบอร์ดนี้ ?

ใครครับที่มักง่าย ?

สุภาพชนครับ ไม่มีใครเค้าด่า "ไอ้" กับคนที่มีความเห็นที่ไม่ตรงกันหรอก
ใจกว้างหน่อย ครับ " อารยชน "เค้าไม่ทำกัน อย่าทำตัว " สถุน "



คุณ Me ใจเย็นๆ ครับ คุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า อย่าไปว่า คุณ Type ชอบแถ Taksin Isฯลฯ อะไรจ๊ะ Doss แบบนั้นสิครับ

คุยกันด้วยเหตุผล แย้งกันได้ ส่วนใคร ทำตัวแบบนั้น ก็อย่าไปเหมารวมสิครับ 
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #31 เมื่อ: 22-12-2006, 10:36 »

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=22/Dec/2549&news_id=135184&cat_id=300

"ปู่หมาย" ใครจำได้บ้างเอ่ย..ยกมือขึ้น? ปรากฏว่ายกกันหร็อมแหร็ม ก็เลยต้องกล้อมแกล้มแถลง "ปู่หมาย" นั้นไซร้คือ ท่านสมหมาย ฮุนตระกูล


อดีตขุนคลังยุคท่านประธานองคมนตรีในวันนี้ที่เป็น  "นายกรัฐมนตรี" ในวันนั้น "วีรกรรม" ของท่านคือแก้วิกฤติการเงิน   ด้วยการลดค่าเงินบาท ปรากฏว่าชาวประชา "ด่าแหลก" ตั้งแต่ท่าช้างยันท่าเตียน   ถึงขนาด "ป๋า" ยังแทบอาเจียน-ขัดใจกับ "บิ๊กซัน" ผู้ยิ่งใหญ่เพราะ   วิสัยทัศน์ยาวไม่เท่ากัน  ครั้นต่อมาตราบวันนั้นจนถึงวันนี้  ด้วยอานิสงส์ที่ "ปู่หมาย" แก้ปัญหาให้ชาติชนิดตัวเองต้องถูก "ความเข้าใจผิด" จนชีวิตแทบวางวาย  กลับเป็นสิ่งสร้างความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่เป็นรากฐานให้เศรษฐกิจ-การเงินไทย "สบายๆ" กันถ้วนหน้าอยู่นี่ไง  และใครๆ ต่าง "สำนึกได้"  ยกให้ปู่สมหมายเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่  ฝังอยู่กลางใจคนไทยทุกคน "ผู้ชำนาญการด้านเล่นแร่แปรธาตุ" ยกเหตุปู่สมหมายมาเปรียบเทียบกับวิกฤติตลาดหุ้นจากพิษ   มาตรการหักสำรอง  30%" เมื่อ  19  ธันวา.ปรากฏว่าคนที่ถูกทั้งเกี๊ยะ-ถูกทั้งก้อนอิฐปาใส่แทบล้มประดาตายตอนนี้ก็คือ  "หม่อมอุ๋ย" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร  เทวกุล ขุนคลังใหญ่  แต่ "ศิษย์นอกกุฏิหลวงตาบัว"  ให้ทัศนะแบบไม่มั่วว่าหม่อมอุ๋ยไม่ต้องร้องอี๋..อี๋..เพราะการทำหน้าที่ "ดีที่สุด" มันอยู่ข้างใน  แต่เรื่องข้างนอกต้องปล่อยให้ชาวบ้านเขาด่า  เพื่อความสดใส-ซาบซ่า  แห่งยุคสมัย "สายลับคัสโตเดียน" กระมิดกระเมี้ยนแถลงรับว่า "กลุ่มทุนต่างชาติ" รวมหัวเทหุ้นขายหวังทำลายตลาดต้านมาตรการ  "สำรอง  30%"  จริง  เฉพาะต่างชาติรับมือได้   แต่ตกตอนบ่าย  นักเล่นหุ้นและกลุ่มทุนไทย "ตกใจ" ร่วมเทขายพรวดเดียวกว่า  30,000   ล้านบาท  แถมออเดอร์ของนักลงทุนไทยแท้สั่งรอขายอยู่อีกเพียบ  เป็นการตัดไฟก่อนเป็นไข้หัวลม  หม่อมอุ๋ย-ธาริษา  หารือทางสายจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร-จึงตกลงใจกันว่า "ยอมให้ถูกด่าเพื่อชาติ" จะให้ผู้หญิงถูกด่า-ไม่ดี  เลยขอบิณฑบาตให้ลูกพี่ "หม่อมอุ๋ย" ช่วยลุยรับหน้าเสื่อ  ประกาศผ่อนคลายมาตรการ  ผลก็คือถูกด่าบานยิ่งกว่าริดสีดวงระเบิด แต่ "ชมรมใบบัวบก"  เปิดประชุมท่ามกลางอาการฟกช้ำดำเขียวประเมินสถานการณ์ล่าผ่านจุดสุดเสียววานนี้ปรากฏว่า   แฮปปี้-สมราคาที่ถูกด่าฟรี ถึงหุ้นจะยังหมุนจี๋อยู่กับที่ถอยหลัง  แต่ค่าเงินบาทค่อยๆ อ่อนระทวยนวยนาดมาอยู่ในระนาบ  36  บาทกว่าต่อหนึ่งดอลลาร์  เจ๊ธาริษายิ้มแป้น แต่คนที่หลังแอ่นต่อไปต้องยกให้  "หม่อมอุ๋ย" จะยาวนานอีกแค่ไหนกว่าคนจะเข้าใจเหมือนอย่างในกรณี  "ปู่สมหมาย" ศิษย์นอกกุฏิหลวงตาบัวบอกให้ทำใจ  ต้มไข่เค็มใส่บาตรพระให้มากเข้าไว้ ยิ่งนานเท่าไหร่..ไข่แดงยิ่งมัน!

บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #32 เมื่อ: 22-12-2006, 10:52 »

ประเทศไทยยังต้องอาศัยเงินทุนจากต่างชาติมาพัฒนา เมื่อต่างชาติไม่มาลงทุนแล้วจะเอาเงินไหนพัฒนาจ๊ะ

ตอบ......ง่ายมาก   เก็บภาษีจากประชาชนเพิ่มไง หึหึ   
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 22-12-2006, 11:24 »

รู้แต่ว่าคุยกับลูกค้า เขาโล่งใจครับที่แบ๊งก์ชาติใส่ใจกับผู้ส่งออก เขาโล่งใจผมก็โล่งใจตาม เขาไม่ได้ต้องการให้บาทต้องอ่อนปวกเปียก ขอแค่ไม่ใช่แข็งค่าแบบรายวันแบบนี้ก็พอแล้ว คนด่าก็มีแต่พวกเสียประโยชน์จากการเก็งกำไรน่ะ แล้วมาอ้างตัวเองสวยหรูเป็นนักลงทุน

เมื่อวานนั่งฟัง broker เจ้าหนึ่งพล่ามออกทีวี ขู่ใหญ่ เหมือนที่คุณ Me ขู่เลย "โอ๊ย ผมเพิ่งคุยกับลูกค้านักลงทุนคนหนึ่ง เดี๋ยวต่างชาติจะกลับมาก็หลังเลือกตั้งปีหน้าโน่น" "นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่น" โถ่ ผมนั่งหัวเราะ ลูกไม้ตื้นๆครับ พวกนี้เกมทั้งนั้น เหมือนพวกฝรั่งเวลามันจะล่อให้แมงเม่าเข้ามารับของแพง มันก็ออกบทวิเคราะห์แบบกระทิง เสร็จแล้วมันปล่อยของเลย คริสต์มาสมันก็ไปพักผ่อน ส่วนการลงทุนระยะยาวที่มาตั้งฐานการผลิต ถ้าเขาสนใจเขามาโดยตรงเลยครับ

นอกจากนี้นะเรื่องที่คุณอ้างว่า ดัชนีสูงๆเป็นสิ่งที่ชี้ว่าบ้านเราน่าลงทุน แต่คุณก็พูดขัดกันเองกับดัชนีตลาดหุ้นสมัยก่อนปี 40 ตอนนั้นเป็นไงครับ ดัชนีไปถึง 1700 ถามว่านั่นน่าลงทุนจริงหรือเปล่า หรือว่าเป็นการเก็งกำไรกันแน่ แยกออกหรือเปล่าครับ ช่วงปี 31-34 ไม่อยากคุยครับ ตอนนั้นผมยังเด็ก ตามพ่อแม่ไปทุกที่เลย ไปซื้อขายที่ดินครับ เก็งเช้า ขายเย็น ซื้อ 3000 ตอนเช้า ตอนบ่ายกลายเป็นวาละ 4000 เป็นไปได้ อยู่มาวันหนึ่งพ่อผมบอกว่า ไอ้แบบนี้ไม่ยั่งยืนแล้วมันจะต้องมีจุดสิ้นสุด เราควรเลิกก่อน แล้วก็ล้างมือครับ แล้วก็จริงๆไหมล่ะ เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นล่ะ

ผมคิดว่าจะเก็งกำไรอะไร ไม่เป็นไร ถ้าเกิดอะไรไม่คาดฝันคุณก็ควรรับผลของมัน อย่ามาทำเป็นโวยวายจนเหมือนประเทศชาติจะล่มสลายแล้ว

ช่วงนี้เป็นช่วงคริสต์มาสเขาปิดกันหมดแล้ว ปีใหม่ค่อยว่ากันใหม่



ประเทศไทยยังต้องอาศัยเงินทุนจากต่างชาติมาพัฒนา เมื่อต่างชาติไม่มาลงทุนแล้วจะเอาเงินไหนพัฒนาจ๊ะ
ตอบ......ง่ายมาก   เก็บภาษีจากประชาชนเพิ่มไง หึหึ   
เงินลงทุนต่างชาติที่จะเอามาพัฒนานี่ มาแบบปีสองปีแล้วก็ไปนี่ จะพัฒนาอะไรได้เหรอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-12-2006, 11:29 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #34 เมื่อ: 22-12-2006, 12:06 »

อ้างถึง
เงินลงทุนต่างชาติที่จะเอามาพัฒนานี่ มาแบบปีสองปีแล้วก็ไปนี่ จะพัฒนาอะไรได้เหรอ

แล้วถ้าเขาจะลงทุนจริงๆเขาจะมาแค่ปี2ปีเหรอ ถ้าไม่ใช่พวกเล่นโจมตีไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาด
 

อ่า....ลืมบอกไป  คนจะลงทุน เขาก็ต้องดูความน่าเชื่อถือของรัฐบาลด้วยนะ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #35 เมื่อ: 22-12-2006, 12:09 »

ผมว่าคุยกันจนลืมกันไปแล้วว่า นักลงทุนต่างชาติ ที่วางแผนลงทุนในเมืองไทยเกินกว่า 1 ปี ไม่ได้กระทบอะไรเลย
ประเทศไทยยังต้องอาศัยเงินทุนจากต่างชาติมาพัฒนา เมื่อต่างชาติไม่มาลงทุนแล้วจะเอาเงินไหนพัฒนาจ๊ะ

ตอบ......ง่ายมาก   เก็บภาษีจากประชาชนเพิ่มไง หึหึ   
[/b]

ถูกแล้วครับ เรายังต้องอาศัยนักลงทุนต่างชาติ .........แต่ควรเป็นต่างชาติที่นำเงินมาลงทุนใน real sector ไม่ใช่เข้ามาเก็งกำไร ปั่นเศรษฐกิจ ให้ลอยเป็นฟองสบู่.....เงินแบบนี้ ทุกประเทศเค้ารังเกียจอยู่แล้ว เพียงแต่ ถ้ามันไม่เกินเลย จนทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา เค้าก็หลับตาให้ข้างหนึ่ง.............นโยบายที่ออกมาก็มุ่งเป้าไปที่เงินร้อนพวกนี้อยู่แล้ว
ส่วนนักลงทุนประเภทที่ลงทุนจริง ๆ พอศึกษาจนเข้าใจ ก็คงไม่รู้สึกกระทบอะไร
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: 22-12-2006, 12:18 »

ก็ใช่ไง ก็แบ๊งก์ชาติก็สกัดพวกเก็งกำไรอยู่นี่ไง แต่พวกที่เขาไม่ได้มาเก็งกำไร ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่

การจะเข้ามาลงทุนเขาไม่ได้ดูความเชื่อถือรัฐบาลอย่างเดียว สมมติรัฐบาลน่าเชื่อถือแล้วจะทำอะไรได้ มันมีปัจจัยอื่นด้วย เช่น ผลตอบแทน ทักษะแรงงาน สาธารณูปโภค  แล้วก็ต้องดูอีกว่าที่มาลงทุนมาลงทุนอะไร ลงแล้วมาทำลายเศรษฐกิจประเทศอีกหรือเปล่า เช่น พวกห้างยักษ์ ที่ปล่อยให้มันเปิดโครมๆ 4-5 ปีที่ผ่านมาน่ะ แล้วไอ้ที่มีอยู่แล้วที่เราแทบจะไปกราบมัน ให้สิทธิพิเศษทางภาษีสารพัด แล้วป่านนี้คนไทยได้อะไรมาบ้าง ก็เห็นยังเป็นแรงงานเข้าโรงงานกันเหมือนเดิม

ถ้าต้องการให้ประเทศน่าลงทุนแบบยั่งยืน ต้องไปพัฒนาการศึกษา ความคิดความอ่านของคน ไม่ใช่เพิ่มจำนวนโรงเรียนกับปริญญา แล้วก็หยุดคอรับชั่น นั่นแหละ

ไอ้ทุกวันนี้มันพูดกันขรม "เดี๋ยวต่างชาติจะไม่มาลงทุน" พูดกันแบบนกแก้วนกขุนทอง ไอ้คนไม่รู้เรื่องก็แตกตื่นไปเรื่อย
บันทึกการเข้า

type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #37 เมื่อ: 22-12-2006, 12:27 »

ผมว่าคุยกันจนลืมกันไปแล้วว่า นักลงทุนต่างชาติ ที่วางแผนลงทุนในเมืองไทยเกินกว่า 1 ปี ไม่ได้กระทบอะไรเลย
ประเทศไทยยังต้องอาศัยเงินทุนจากต่างชาติมาพัฒนา เมื่อต่างชาติไม่มาลงทุนแล้วจะเอาเงินไหนพัฒนาจ๊ะ

ตอบ......ง่ายมาก   เก็บภาษีจากประชาชนเพิ่มไง หึหึ   
[/b]

ถูกแล้วครับ เรายังต้องอาศัยนักลงทุนต่างชาติ .........แต่ควรเป็นต่างชาติที่นำเงินมาลงทุนใน real sector ไม่ใช่เข้ามาเก็งกำไร ปั่นเศรษฐกิจ ให้ลอยเป็นฟองสบู่.....เงินแบบนี้ ทุกประเทศเค้ารังเกียจอยู่แล้ว เพียงแต่ ถ้ามันไม่เกินเลย จนทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา เค้าก็หลับตาให้ข้างหนึ่ง.............นโยบายที่ออกมาก็มุ่งเป้าไปที่เงินร้อนพวกนี้อยู่แล้ว
ส่วนนักลงทุนประเภทที่ลงทุนจริง ๆ พอศึกษาจนเข้าใจ ก็คงไม่รู้สึกกระทบอะไร

แล้ว ประเทศที่เป็นเผด็จการนี่ต่างชาติเาไม่รังเกียจเหรอครับ ประเทศไหนเขาจะมาช่วยเหลือ

เอ้อ  ไม่สงสัยกันมั่งเหรอ ทำไมเขาเลือกมาป่วนไทยช่วงนี้ 

ไม่อยากจะโทษรัฐบาลอ่านะ .....แต่ก็แค่สงสัย
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #38 เมื่อ: 22-12-2006, 12:32 »


แล้ว ประเทศที่เป็นเผด็จการนี่ต่างชาติเาไม่รังเกียจเหรอครับ ประเทศไหนเขาจะมาช่วยเหลือ

เอ้อ  ไม่สงสัยกันมั่งเหรอ ทำไมเขาเลือกมาป่วนไทยช่วงนี้ 

ไม่อยากจะโทษรัฐบาลอ่านะ .....แต่ก็แค่สงสัย

ก็ USA เพิ่งต่อ GSP ให้ไทยอยู่หลัดๆไม่ใช่เหรอ ปากมันก็ท่องไป "เลือกตั้ง ๆ ๆ ๆ "

เออ แล้วพม่ามันไม่เห็นมีเลือกตั้ง แต่ประเทศจากอียู ปากมันก็ด่าไป แต่เสือกมีบริษัทน้ำมันไปขุดน้ำมันมันอะไร

แล้วจีน เวียดนาม ไม่มีเลือกตั้งไม่พอ ยังจับพวกปากกล้าเข้าคุกกันตลอด ก็เห็นเขายังแห่ไปลงทุนอยู่เลย

ไทยมันประเทศอ่อนแอ อ่อนแอเพราะคอรับชั่นกันมูมมาม เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง อ่อนแอเพราะการใช้กฎหมายแบบไม่เป็นธรรม อ่อนแอเพราะคนไทยคิดไม่เป็น คิดสั้นๆ เท่านั้นเองจริงๆ มันถึงได้เป็นเป้าได้ตลอด
บันทึกการเข้า

type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #39 เมื่อ: 22-12-2006, 12:48 »


แล้ว ประเทศที่เป็นเผด็จการนี่ต่างชาติเาไม่รังเกียจเหรอครับ ประเทศไหนเขาจะมาช่วยเหลือ

เอ้อ  ไม่สงสัยกันมั่งเหรอ ทำไมเขาเลือกมาป่วนไทยช่วงนี้ 

ไม่อยากจะโทษรัฐบาลอ่านะ .....แต่ก็แค่สงสัย

ก็ USA เพิ่งต่อ GSP ให้ไทยอยู่หลัดๆไม่ใช่เหรอ ปากมันก็ท่องไป "เลือกตั้ง ๆ ๆ ๆ "

เออ แล้วพม่ามันไม่เห็นมีเลือกตั้ง แต่ประเทศจากอียู ปากมันก็ด่าไป แต่เสือกมีบริษัทน้ำมันไปขุดน้ำมันมันอะไร

แล้วจีน เวียดนาม ไม่มีเลือกตั้งไม่พอ ยังจับพวกปากกล้าเข้าคุกกันตลอด ก็เห็นเขายังแห่ไปลงทุนอยู่เลย

ไทยมันประเทศอ่อนแอ อ่อนแอเพราะคอรับชั่นกันมูมมาม เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง อ่อนแอเพราะการใช้กฎหมายแบบไม่เป็นธรรม อ่อนแอเพราะคนไทยคิดไม่เป็น คิดสั้นๆ เท่านั้นเองจริงๆ มันถึงได้เป็นเป้าได้ตลอด


จีนเขาเป็นคอมิวนิสต์นี่ครับ มีเลือกตั้งครับแต่เลือกใครไปแล้วก็ต้องไปสังกัดพรรคคอมมิวนิสต์จีนครับ
 ส่วนในจีนนั้นเขาก็อยากเป็นประชาธิปไตยครับ
แต่ประเทศเขาประชากรเยอะ ตอนนี้เขาก็เปิดประเทศแล้ว ด้วยปัจจัยหลายอย่าง
จึงไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยได้ในทันทีครับเพียงแต่ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป
มีแต่เขาจะพัฒนา ไปสู่ประชาธิปไตย มีประเทศไทยนี่หล่ะท
ี่ มีคนเห็นดีเห็นงามกับการยึดอำนาจจากเผด็จการทหาร
ขุดน้ำมันในพม่ามันจะมีไรแตกต่างไปจากขายทรัพยากรธรรมชาติกิน
ที่นักลงทุนเขาย้ายไป เวียดนามก็เพราะเสถียรภาพทางการเมืองที่นั่นเขามั่นคงกว่าครับ
ประเทศไทยมันเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก รัฐบาล ไหนที่ประชาชนเลือกตั้งมาไม่ถูกใจใครเดี๋ยวก็ลุกขึ้นมายึดอำนาจอีก
ไม่รุ้มันจะมองยังไงออกว่ารัฐบาลมันมี การสนับสนุนทางด้านไหน
เดี๋ยวก็ยุบสภา เดี๋ยวก็มีนโยบายใหม่ เดี๋ยวก็ยึดอำนาจ โอ้ย ....มึน!!
มีรัฐบาลเข้มแข็งก็ลกขึ้นยึดอำนาจ   เอ้า...พวกฉลาดเข้าครองประเทศ
โดนป่วนตลาดหุ้นเนี่ยจะแก้ไข จะป้องกันยังไง  ทำให้ดูทีสิ ฉลาดนักนี่
รัฐบาลที่แล้วก็ไม่รู้เขาไปคอรัปชั่นไปมูมมามตรงไหน
 เห็นแต่ ไอ้หาร มันเข้าไปนั่งบอรืด รสก. นี่ย ไม่มูมมามเลย
เป็นไง พวกที่คุณว่า คอรัปชั่นออกไปพวกทำให้ไทยอ่อนแอ ต่างชาติไม่กล้าป่วนตลาด
พอพวกอ่อนแอที่คุณว่าไม่อยู่ มันเล่นแล้วไง 
.........หุหุ  สงสัยต่างชาติมันอยากวัดกึ๋นพวกที่เก่งๆพวกนี้
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #40 เมื่อ: 22-12-2006, 12:56 »

เฮ้ย ๆๆๆ อย่าเบี่ยงประเด็น ประเด็นคือ ตราบใดที่ต่างชาติมันคิดว่าจะเข้ามาหาประโยชน์ได้ มันมาเอง มันไม่แคร์หรอกว่า จีน ไทย จะเป็นคอมหรือเป็นประชาธิปไตย หรือจะรัฐประหารกี่ครั้ง มันก็ไม่สน สมมติมีคนมาปฏิวัติคมช.ทิ้งตอนนี้แล้วมันอยู่ได้ 1 ปี แต่ประกาศขายด่วนรัฐวิสาหกิจ เหมืองแร่ ป่าไม้ สนามบิน เมื่อมันคิดว่ามาหาประโยชน์ได้ รับรองมันมาเอง แต่มันมารุมทึ้งเสร็จแล้วก็ไป
บันทึกการเข้า

O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« ตอบ #41 เมื่อ: 22-12-2006, 12:58 »

 USA เพิ่งต่อ GSP ให้ไทยอยู่หลัดๆไม่ใช่เหรอ ปากมันก็ท่องไป "เลือกตั้ง ๆ ๆ ๆ "

เออ แล้วพม่ามันไม่เห็นมีเลือกตั้ง แต่ประเทศจากอียู ปากมันก็ด่าไป แต่เสือกมีบริษัทน้ำมันไปขุดน้ำมันมันอะไร

แล้วจีน เวียดนาม ไม่มีเลือกตั้งไม่พอ ยังจับพวกปากกล้าเข้าคุกกันตลอด ก็เห็นเขายังแห่ไปลงทุนอยู่เลย

ไทยมันประเทศอ่อนแอ อ่อนแอเพราะคอรับชั่นกันมูมมาม เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง อ่อนแอเพราะการใช้กฎหมายแบบไม่เป็นธรรม อ่อนแอเพราะคนไทยคิดไม่เป็น คิดสั้นๆ เท่านั้นเองจริงๆ มันถึงได้เป็นเป้าได้ตลอด

อันนี้เห็นด้วยเลยครับผมว่าที่เขากดดันเรากดดันไปตามหน้าที่เท่านั้นแหละครับจริงๆ แล้วถ้าประเทศไทยมี
ผลประโยชน์ให้ยังไงเขาก็ไม่ทิ้ง


มีวันนึงฟัง ASTV เขาบอกว่าประเทศอื่นเขาระบบไม่เหมือนประเทศไทยประเทศไทยมีธปท. เป็นโต๊ะในการ
รับแลกเปลี่ยนค่าเงิน(ถ้าฟังมาไม่ผิด) มันเลยมีการเก็งกำไรค่าเงินกัน แล้วประเทศอื่นเขาทำกันยังไง?
ประเทศไทยน่าจะปฏิรูป กลต ได้แล้วอ่อนแอมากใครก็ได้มาปั่นหุ้นโดยไม่มีการเอาผิด
ค่าเงินเห็นบอกว่าถ้ามีภาษีสำหรับคนเก็งกำไรค่าเงินบาทโดยเฉพาะก็ช่วยได้ผมว่าน่าจะออกกม เรื่องพวกนี้ได้แล้ว
บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #42 เมื่อ: 22-12-2006, 13:11 »

เฮ้ย ๆๆๆ อย่าเบี่ยงประเด็น ประเด็นคือ ตราบใดที่ต่างชาติมันคิดว่าจะเข้ามาหาประโยชน์ได้ มันมาเอง มันไม่แคร์หรอกว่า จีน ไทย จะเป็นคอมหรือเป็นประชาธิปไตย หรือจะรัฐประหารกี่ครั้ง มันก็ไม่สน สมมติมีคนมาปฏิวัติคมช.ทิ้งตอนนี้แล้วมันอยู่ได้ 1 ปี แต่ประกาศขายด่วนรัฐวิสาหกิจ เหมืองแร่ ป่าไม้ สนามบิน เมื่อมันคิดว่ามาหาประโยชน์ได้ รับรองมันมาเอง แต่มันมารุมทึ้งเสร็จแล้วก็ไป

ก็เพราะความเชื่อมั่นไง  ใครจะกล้าลงทุน แสวงหาผลกำไร 

บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #43 เมื่อ: 22-12-2006, 13:17 »

USA เพิ่งต่อ GSP ให้ไทยอยู่หลัดๆไม่ใช่เหรอ ปากมันก็ท่องไป "เลือกตั้ง ๆ ๆ ๆ "

เออ แล้วพม่ามันไม่เห็นมีเลือกตั้ง แต่ประเทศจากอียู ปากมันก็ด่าไป แต่เสือกมีบริษัทน้ำมันไปขุดน้ำมันมันอะไร

แล้วจีน เวียดนาม ไม่มีเลือกตั้งไม่พอ ยังจับพวกปากกล้าเข้าคุกกันตลอด ก็เห็นเขายังแห่ไปลงทุนอยู่เลย

ไทยมันประเทศอ่อนแอ อ่อนแอเพราะคอรับชั่นกันมูมมาม เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง อ่อนแอเพราะการใช้กฎหมายแบบไม่เป็นธรรม อ่อนแอเพราะคนไทยคิดไม่เป็น คิดสั้นๆ เท่านั้นเองจริงๆ มันถึงได้เป็นเป้าได้ตลอด

อันนี้เห็นด้วยเลยครับผมว่าที่เขากดดันเรากดดันไปตามหน้าที่เท่านั้นแหละครับจริงๆ แล้วถ้าประเทศไทยมี
ผลประโยชน์ให้ยังไงเขาก็ไม่ทิ้ง


มีวันนึงฟัง ASTV เขาบอกว่าประเทศอื่นเขาระบบไม่เหมือนประเทศไทยประเทศไทยมีธปท. เป็นโต๊ะในการ
รับแลกเปลี่ยนค่าเงิน(ถ้าฟังมาไม่ผิด) มันเลยมีการเก็งกำไรค่าเงินกัน แล้วประเทศอื่นเขาทำกันยังไง?
ประเทศไทยน่าจะปฏิรูป กลต ได้แล้วอ่อนแอมากใครก็ได้มาปั่นหุ้นโดยไม่มีการเอาผิด
ค่าเงินเห็นบอกว่าถ้ามีภาษีสำหรับคนเก็งกำไรค่าเงินบาทโดยเฉพาะก็ช่วยได้ผมว่าน่าจะออกกม เรื่องพวกนี้ได้แล้ว


มันไม่ทิ้งหรอกครับตราบใดไทยมีผลประโยชน์
  แค่มันป่วนเศรษฐกิจไทย เดี๋ยวรัฐบาลก็ต้องไปกู้เงินมัน
โดย มีเงื่อนไข ที่เอารัดเอาเปรียบไทยก่อนการให้กู้เงิน
 สงสัยจะต้องตกเป็นทาสทางเศรษฐกิจอีก แหงมๆ
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #44 เมื่อ: 22-12-2006, 13:22 »

ถ้าเชื่อมั่นแบบว่า เงินดอลล่าร์อ่อน เงินบาทจะต้องแข็งขึ้น ตลาดหุ้นเปิดช่อง พันธบัตร อะไรเปิดช่องหมด งั้นมาเก็งกำไรดีกว่า แต่เศรษฐกิจที่แท้จริงประสบปัญหา กระทบไปถึงการจ้างงาน

คนที่หวังแค่สภาพคล่องจากต่างชาติไหลเข้าตลาดแล้วก็มาเล่นเกมกันในตลาด ก็คงดีใจ  แต่ผมไม่
บันทึกการเข้า

type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #45 เมื่อ: 22-12-2006, 13:37 »

ถ้าเชื่อมั่นแบบว่า เงินดอลล่าร์อ่อน เงินบาทจะต้องแข็งขึ้น ตลาดหุ้นเปิดช่อง พันธบัตร อะไรเปิดช่องหมด งั้นมาเก็งกำไรดีกว่า แต่เศรษฐกิจที่แท้จริงประสบปัญหา กระทบไปถึงการจ้างงาน

คนที่หวังแค่สภาพคล่องจากต่างชาติไหลเข้าตลาดแล้วก็มาเล่นเกมกันในตลาด ก็คงดีใจ  แต่ผมไม่

โถ........ไม่อยากจะอธิบาสยยากนะ รัฐบาลเก่าเขาสนับสนุนการ ลงทุนด้านต่างๆ
พวกเก็งกำไรไม่กล้าที่จะมาเก็งกำไรด้วย แต่พอไม่อยู่
ผมไม่อย่างบอกนะว่ารัฐบาลปัจจุบันมันเป็นยังไง เขาถึงหันมาถล่มด้วยการ ทำแบบนี้   
บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #46 เมื่อ: 22-12-2006, 14:51 »

เฮ้ย ๆๆๆ อย่าเบี่ยงประเด็น ประเด็นคือ ตราบใดที่ต่างชาติมันคิดว่าจะเข้ามาหาประโยชน์ได้ มันมาเอง มันไม่แคร์หรอกว่า จีน ไทย จะเป็นคอมหรือเป็นประชาธิปไตย หรือจะรัฐประหารกี่ครั้ง มันก็ไม่สน สมมติมีคนมาปฏิวัติคมช.ทิ้งตอนนี้แล้วมันอยู่ได้ 1 ปี แต่ประกาศขายด่วนรัฐวิสาหกิจ เหมืองแร่ ป่าไม้ สนามบิน เมื่อมันคิดว่ามาหาประโยชน์ได้ รับรองมันมาเอง แต่มันมารุมทึ้งเสร็จแล้วก็ไป

คุณ ThaiTruth พูดถูกต้อง 100% เต็มเลยครับ เรียกว่าเป็นสัจธรรมได้เลย นักลงทุนที่ไหนๆ ก็เห็นกำไรเป็นอันดับหนึ่งทั้งนั้น ประชาธิปไตย หรือเผด็จการ หรือจะเรื่องอื่นๆ ผมว่าเขาเอาไว้พิจารณาลำดับสุดท้ายเลย ยกเว้นจะเอาไว้ต่อรองเหมือนที่พวกไอ้กันชอบเอามาใช้ นึกอะไรไม่ออก งัดรายงาน "สิทธิมนุษยชน" ขึ้นมาก่อนเลย แล้วก็ตามด้วยมาตรการโต้ตอบทางการค้า ประเทศต่างๆ ก็ต้องคอยหงอ ลดแลกแจกแถม เพียงเพื่อให้มันเข้ามาลงทุน "เอากำไร" กลับไป

ถึงบอกว่าไล่เช้าไล่เย็น มันก็ไม่ไปจากเมืองไทยหรอกครับ ประเทศไทยมันเหมือนดาวประจำหมู่บ้าน ไอ้หนุ่มเวียนเช้าเวียนเย็น พ่อสาวเอาปืนลูกซองออกมาขู่ มันก็ทำเป็นวิ่งไปหลบ อีกไม่เกินห้านาทีก็กลับมาด้อมๆ มองๆ อีกแล้ว เชื่อเหอะ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #47 เมื่อ: 22-12-2006, 15:44 »

โธ่ เวร เข้ามาลงทุนไม่กี่บริษัท กับเป็นพันเป็นหมื่นบริษัท ดันคิดว่าเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #48 เมื่อ: 22-12-2006, 16:15 »

คือ ตลาดหุ้นบูม และมันบูมเพราะว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานแข็งแกร่ง คนอยากเข้ามาลงทุน แบบนี้มีแต่คนโมทนาสาธุ

แต่ถ้ามันบูมแบบไร้เหตุผล ตัวตลาดเองมันไม่ได้ส่งผลร้ายอะไรหรอก แต่มันเป็นผลพวงจากการเก็งกำไรที่มาทำร้ายกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริง แบบนี้คือ จะต้องไปทำยังไงกับต้นเหตุ จะพลาดเป้าไป หรือแรงไป อันนี้เป็นอีกเรื่องนึง

เหมือนปี 36 ที่มันไปถึง 1700 ตอนนั้นก็บอก โอ้โห นี่เป็นตัวชี้วัดความน่าลงทุน ประเทศไทยแข็งแกร่งจะเป็น NICS (จำได้ปะ) เป็นเสือตัวใหม่ เป็น financial hub (ตอนนั้นก็ฮิตคำนี้อะ) in-out out-in  out-out เพ้อเจ้อตามฝรั่งไปเรื่อยตอนนั้นน่ะ แต่เบื้องหลังดุลการเงินเกินเอาๆๆๆ ไปทำให้ทุนสำรองพุ่งๆ คนไทยเลยนึกว่ากูรวยแล้ว แต่ต่างชาติมันรู้ไส้ในครับ ไอ้โบรกเกอร์มันก็รู้กันกับต่างชาติ เพราะว่าปริมาณการซื้อขายก็คือหม้อข้าวมันนี่ แต่ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเละ เพราะเราขาดดุลการค้าเละเทะไง แล้วหลังจากนั้นเป็นไงเหรอ? ก็แตกสิครับ จากบทเรียนแบบนั้น มันสอนเราว่า ให้ความสำคัญกับภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงดีกว่าครับ และให้ตลาดหลักทรัพย์เป็น "ดัชนี" อย่างแท้จริง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-12-2006, 16:18 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #49 เมื่อ: 22-12-2006, 17:14 »

ถ้าเชื่อมั่นแบบว่า เงินดอลล่าร์อ่อน เงินบาทจะต้องแข็งขึ้น ตลาดหุ้นเปิดช่อง พันธบัตร อะไรเปิดช่องหมด งั้นมาเก็งกำไรดีกว่า แต่เศรษฐกิจที่แท้จริงประสบปัญหา กระทบไปถึงการจ้างงาน

คนที่หวังแค่สภาพคล่องจากต่างชาติไหลเข้าตลาดแล้วก็มาเล่นเกมกันในตลาด ก็คงดีใจ  แต่ผมไม่

โถ........ไม่อยากจะอธิบาสยยากนะ รัฐบาลเก่าเขาสนับสนุนการ ลงทุนด้านต่างๆ
พวกเก็งกำไรไม่กล้าที่จะมาเก็งกำไรด้วย แต่พอไม่อยู่
ผมไม่อย่างบอกนะว่ารัฐบาลปัจจุบันมันเป็นยังไง เขาถึงหันมาถล่มด้วยการ ทำแบบนี้   



ตอนนี้ก็เห็นตรงกันแล้วว่ามันมีพวกอีแร้งฟันเข้ามาถล่ม.........แล้ว แบ็งค์ชาติออกมาตรการมาสกัดกั้น ทำไมคุณ Type ถึงไม่ชอบ........

เรื่องรัฐบาลเผด็จการ แล้วไม่มีคนไปลงทุน........ผมก็ไม่รู้จะไปเถียงยังไง.....เห็นที่ประเทศจีน คนทั่วโลกเค้าก็ไปลงทุนกัน หรือแม้แต่อิหร่าน ที่เป็นเผด็จการยิ่งกว่าเรา ก็ยังมีผรั่งเศสเข้าไปลงทุน......ปากีสถาน ทุกวันนี้ยังรับเงินช่วยเหลือจากอเมริกา เจ้าของตำรับ ประชาธิปไตยจ๋า แม้แต่พม่า ยังมีคนไทยบางคนไปลงทุนอยู่เลย คงไม่ต้องบอกหรอกว่าใคร..เรื่องแบบนี้เถียงกันไปก็ไม่จบหรอกครับ ...เอาเป็นว่า ถ้ามีใครมาปั่นฟองสบู่ในบ้านเรา แล้ว แบ็งค์ชาติไม่ทำอะไร ค่อยมาด่าดีกว่า  ....ดูตัวอย่างปี 40 ก็แล้วกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: