ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
11-07-2020, 02:34
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ลุ้นศาลปค.สูงสุดตัดสินชี้ขาดชะตา"ไอทีวี" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
ลุ้นศาลปค.สูงสุดตัดสินชี้ขาดชะตา"ไอทีวี"  (อ่าน 3547 ครั้ง)
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #50 เมื่อ: 14-12-2006, 15:51 »

itv ไม่กล้าหรอก เพราะถ้าฟ้อง จะมีปัญหาว่า ข้อสัญญานี้มาจากไหน
ถ้ามันไม่เคยมีอยู่ในร่างสัญญา ที่ใช้ในการประมูล เดี๋ยวจะสาวไส้กัน
สนุกสนาน แล้วไอทีวี ไม่มีทางพ้นผิดหรอก
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #51 เมื่อ: 14-12-2006, 16:12 »

ทางบังคับต้องฟ้องกลับไม่งั้นเจ๊งอย่างเดียว เพราะ สปน จะให้จ่าย 9.7 หมื่นล้านใน 45 วัน

ถ้าผิดมันต้องผิดด้วยกันถึงจะยุติธรรม ไอทีวี ที่ไปเสนอเงื่อนไขนี้ ก็เป็นชุด กาแฟดำ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #52 เมื่อ: 14-12-2006, 20:21 »

ถ้าผมจำไม่ผิด กลุ่มผู้ประมูลได้ครั้งแรก ได้เคยขอลดค่าสัมปทาน และแก้สัญญา แต่ก็ถูกปฏิเสธไปแล้วดูเหมือนจะเป็นในรัฐบาลประชาธิปัตย์ .............ซึ่งถ้าความจำถูก หาการแก้สัญญาโดยกลุ่มชิน เป็นสิ่งถูกต้องแล้ว จะถือว่า ยุติธรรม กับ กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมได้อย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #53 เมื่อ: 14-12-2006, 22:31 »

ทางบังคับต้องฟ้องกลับไม่งั้นเจ๊งอย่างเดียว เพราะ สปน จะให้จ่าย 9.7 หมื่นล้านใน 45 วัน

ถ้าผิดมันต้องผิดด้วยกันถึงจะยุติธรรม ไอทีวี ที่ไปเสนอเงื่อนไขนี้ ก็เป็นชุด กาแฟดำ

น่าจะเรียกผิดนะ เพราะว่าทางเนชั่น ถือนิดเดียว ที่ถือหุ้นใหญ่สุด
คือไทยพาณิชย์ ธ. ที่มีคุณธรรมสูงมากๆ พัวพันกับ บ. นอมินี
ของเทมาเส็กเต็มๆ

พอเห็นอย่างนี้ จะเห็นตัวละครไม่กี่กลุ่ม สลับกันไป สลับกันมา

ถ้าคุณแถ ไม่ชี้ทางสว่าง คงมองข้าม ความเกี่ยวเนี่องนี้ไป
สมกับเป็นแฟนพันธุ์แท้ ทรท เลย รู้ว่ากลุ่มไหนบ้างที่โยง
ใยกันอยู่กับ ทรท
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #54 เมื่อ: 14-12-2006, 22:41 »

สิบเปอร์เซ็นต์ก็บริหารได้แล้วครับ ผลประโยชน์ไม่ได้มาจากไอทีวีโดยตรงหรอก

สูตรเดียวกับหนังสือพิมพ์ผู้จัดการต่างหาก เอาบริษัทฯ ส่วนตัวไปรับต่อจากบริษัทฯ

มหาชน
บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #55 เมื่อ: 15-12-2006, 23:50 »

เขียนยังกะว่า ทางธ. ไทยพาณิชย์โง่ดักดาน
ปล่อยให้ทางเนชั่นโกงเอาโกงเอา ทั้งๆที่มี
หุ้นมากกว่าหรือ?

เอาไถเข้าไป เอ้ยแถเข้าไป
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #56 เมื่อ: 16-12-2006, 01:13 »

เรื่องไอทีวี ขอ "ทวนน้ำ" สักนิดว่าจริงๆ แล้วผมเห็นใจนักข่าวไอทีวี เพราะผมเห็นว่า
เขาผลิตงานที่มีคุณภาพ คนทำข่าวหลายๆ คนอย่างคุณตวงพร อัศววิไล คุณจอม
เพชรประดับ เป็นคนที่มีจิตวิญญาณ และถ้าดูคุณภาพโดยรวม ไอทีวีก็มีประโยชน์กว่า
ทีวีทุกช่อง อาจจะไล่ๆ กับช่อง 9

แต่ถ้าจะเรียกร้องกันถึงขั้นให้ไอทีวีออกมาวิจารณ์รัฐบาล นั่นมันอีกมิติหนึ่ง ไม่ใช่ทีวี
ไทยในยุคนี้แน่นอน แล้วถ้าจะเรียกร้องถึงขั้นให้ออกมาวิจารณ์เจ้าของตัวเอง โอ้! สื่อ
ทั้งหมดในประเทศนี้มีทำได้คนเดียวคือ ใบตองแห้งแซวเถ้าแก่เปลว (ฮา) เป็นเถ้าแก่
คนอื่นจะรอดอยู่เรอะ

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอทวนน้ำยาวๆ อีกทีว่า เรื่องไอทีวี ศาลปกครองตัดสินถูกต้องในประเด็น
อนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจย้อนไปแก้ไขสาระสำคัญของสัญญา (70-30 เป็น 50-50)
ท่านตัดสินถูกต้องแล้วในหลักกฎหมาย เพราะถ้ายอมให้อนุญาโตตุลาการแก้สัญญาได้
สัมปทานรัฐทั้งหลายฉิบหายหมด เพียงเพราะอนุญาโตตุลาเตี้ย 3 คน

แต่ในภาพรวมของข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่อยู่นอกอำนาจศาลด้วย ต้องบอกว่ามีส่วนหนึ่ง
ที่ไอทีวีถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กองทัพบกในยุค พล.อ.
เชษฐา ฐานะจาโร เป็น ผบ.ทบ. ได้ต่อสัญญาให้ช่อง 7 สีทีวีน้ำเน่าเมื่อปี  2541 ยาว
25 ปี 4,670 ล้านบาท คิดเป็นรายปีเพียงปีละ 230 ล้านบาท

ไอทีวีทำสัญญาเมื่อปี 2538 เสนอผลตอบแทนเริ่มต้นปีละ 300 ล้านบาท ปัจจุบันเพิ่ม
เป็น 1 พันล้านบาท โดยกะว่าหลังจากนั้นช่องอื่นๆ ก็คงต้องทำสัญญาในราคาที่แพงขึ้น
ตามกลไกตลาด

แต่ 3 ปีต่อมา กองทัพบกกลับต่อสัญญาให้ช่อง 7 ในราคาที่ถูกกว่าไอทีวีหน้าตาเฉย
ทีวีน้ำเน่า 230 ล้าน ทีวีสาระ 1 พันล้าน ถามว่าจะแข่งขันกันได้อย่างไร ใครก็อยากลง
โฆษณาช่อง 7 หลังข่าวมากกว่าไอทีวี แค่สัมปทานเท่ากันก็แย่แล้ว

ไอทีวีจึงต้องดิ้นร้องอนุญาโตตุลาการ แต่เมื่ออนุญาโตตุลาการทำเกินอำนาจของตัวเอง
ไอทีวีก็ยิ่งเจ๊กอั้ก ตกหนักเข้าไปใหญ่ ไอทีวีไม่มีทางดิ้นในแง่กฎหมาย เพราะหลักกฎหมาย
ถือว่าคุณสมัครใจทำสัญญาเอง เสนอราคาเอง ไม่มีใครบังคับ

ไอทีวีจะทำได้อย่างเดียวก็คือขอเจรจากับ สปน. และรัฐบาลโดยตรง สองฝ่ายตกลง
แก้สัญญาใหม่ให้ไอทีวีอยู่รอดได้ในความเป็นจริง แต่คงเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมครับ ใน
เมื่อไอทีวีเป็นของชินคอร์ป ถ้าไอทีวียังอยู่กับแบงก์ไทยพาณิชย์ (& เดอะหยุ่น)
สังคมคงเห็นใจ

แต่เพราะไอทีวีเป็นของทักษิณ ทุกคนก็ได้ทีขี่แพะไล่ ปลัด สปน. สวมบทพระเอกเต็มตัว
บี้ค่าปรับแสนล้าน- ความจริงศาลท่านพูดชัดนะครับว่า ศาลไม่ได้ตัดสินให้จ่ายค่าปรับ
แสนล้าน เรื่องนั้น 2  ฝ่ายต้องไปว่ากันเอง และอัยการเขาก็ชี้ถูกแล้วว่าเรื่องค่าปรับต้อง
เข้าอนุญาโตตุลาการ ตามสัญญาข้อ 11 แต่ไม่ได้หรอก ท่านปลัดกับคุณหญิงต้องเป็น
พระเอก-นางเอกเสียหน่อย แล้วทุกฝ่ายก็ออกมาตั้งธงว่า "ล้มสัมปทานไอทีวี"

ความเป็นธรรมที่ไอทีวีควรจะได้รับในฐานะผู้ประกอบการรายหนึ่งสูญเสียไปหมด
โทษฐานที่เป็นของทักษิณ

แน่นอน ด้านหนึ่งชินคอร์ปก็ต้องยอม "รับกรรม" เพราะเข้ามาซื้อกิจการเมื่อปี 2544 หลัง
จากกองทัพบกต่อสัญญาให้ช่อง 7 แล้ว ตัวเองก็รู้ดีว่าเสียเปรียบยังยอมซื้อ ในทางธุรกิจ
ต้องถือว่าคุณเสี่ยงเอง (นี่หว่า) แล้วดันเชื่อว่าอำนาจการเมืองจะแก้ไขปัญหาได้

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ในวาระที่ใครๆ ก็ด่าทักษิณว่าพยายามจะฉ้อฉลเอาสมบัติสาธารณะ
ไปเป็นสมบัติส่วนตัว ทำให้ประเทศเสียหาย ขอถามว่าแล้วกรณีช่อง 7 ละครับ กองทัพ
บกในยุคนั้นทำถูกต้องแล้วหรือ ทำให้ประเทศเสียหายไหม สัมปทานปีละ 230 ล้าน
ซื้อรถถังได้กี่คัน ปีนี้กลาโหมต้องเพิ่มงบ 3 หมื่นล้าน บอกว่าเอามาปรับปรุงอาวุธยุทโธ-
ปกรณ์ แทนที่จะได้ค่าสัมปทานมาใช้เป็นประโยชน์

คตส., ป.ป.ช.จะมีใครรื้อฟื้นตรวจสอบบ้างไหมครับ เพราะตอนนั้นเขาต่อสัญญากันเงียบๆ
สาธารณชนรู้ภายหลังที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว พล.อ. สุรยุทธ์มาเป็น ผบ.ทบ. คนต่อมา รับ
ว่าจะตรวจสอบแต่แล้วก็บอกว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ หลังจากนั้น พล.อ. เชษฐา ทั่นก็ไปเป็น
รัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณนั่นแหละ

หาความเป็นธรรมในเรื่องนี้ให้ด้วยสิครับ จะได้ standard ทุกฝ่าย

ไทยโพสต์ 16 ธันวาคม 2549

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=16/Dec/2549&news_id=134912&cat_id=400
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #57 เมื่อ: 16-12-2006, 01:55 »

ไอทีวีมีจุดเริ่มต้น จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มีอุดมการณที่แน่วแน่และมั่นคงเคารพในจรรยาบรรณ

สำนึกในฐานันดร 4 จนกระทั่งนักการเมืองใช้อิทธิพล วิชามารทุกรูปแบบเพื่อต้องการแสวงหาช่องทาง

ในการครอบงำการสื่อสารทุกวิถีทาง ทั้งทางตรงและทางอ้อม จนเกิดเหตุการกบฎของนักข่าวไอทีวี

นับจากนั้นมา คุณค่าของไอทีวีก็เริ่มลดน้อยถอยลง ทุกคนคงทราบดีว่าเพราะอะไร หรืออย่างไร

คงไม่ต้องมาสาธยายให้เสียเวลา และในวันนี้ ไอทีวีจะกลับมาเป็นทีวี ของประชาชน เพื่อประชาชน

ใครจะขาดใจตายบ้าง จะขอเฝ้ารอดูด้วยความสะใจ อิ อิ  ชะเอิงเอย

บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 16-12-2006, 02:04 »

ประเด็นสัญญาที่ ไอทีวี ยกมาอ้างมันไม่เข้าท่าหรอกครับ ตอนประมูลมี 5 กลุ่มใหญ่ ๆ เข้าไปแย่งกันเสนอราคา

คนที่ได้คือคนที่เสนอผลประโยชน์ให้รัฐสูงสุด ไม่มีใครกล้าเถียง

เมื่อกลุ่มที่ใกล้ชิดนักการเมืองได้ไป แล้วจะมาขอแก้สัญญาทีหลัง มันเอาเปรียบผู้ประมูลรายอื่นอยู่แล้ว

ทำไม่ได้ก็ต้องถอยออกไป หรือแจ้งคืนสัญญาหรือบอกเลิกสัญญาจากฝ่ายที่ประมูลได้ นั่นถึงจะถูก และเป็นธรรมกับผู้ร่วมประมูลครั้งแรก

ที่มาอ้างโน่นนี่ ผมว่า หาเรื่องกันด้วยข้อด้อยในสัญญามากกว่า

ที่ศาลท่านวินิจฉัยน่ะชอบแล้ว มีที่ใหนตั้งอนุญาโตแล้วให้ฝ่ายรัฐเป็นฝ่ายชดใช้ค่าเสียหายหลายร้อยล้าน

เล่นทำกันแบบนี้แหละที่ประชาชนที่รักชาติ เห็นแก่ประโยชน์ชาติเค้าทนไม่ได้

ประเด็นต่อสู้ที่ไปขุดเรื่อง "คู่แข่ง" มันไม่ใช่เหตุผลที่จะยกมาใช้ได้เลย

ในเมื่อฝ่ายรัฐไม่ได้เป็นฝ่ายใส่ราคาแต่แรก


ถ้าจะคืนความเป็นธรรม รัฐต้องคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ร่วมประมูลทั้ง 5 กลุ่มโน่น...ไม่ใช่ไอทีวี


บันทึกการเข้า

ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #59 เมื่อ: 16-12-2006, 02:13 »

ไอทีวี ค่าโง่ของ "เทมาเซก"
วันที่ 14 Dec 2006 แสดงข่าวมาแล้ว 1วัน 21ช.ม. 58นาที
     ในที่สุดผลคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด กรณีพิพาทระหว่างสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)กับ บริษัท ไอทีวี จำกัด(มหาชน)หรือITV ก็มีผลออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยศาลปกครองสูงสุดตัดสินยืนตามศาลปกครองกลาง ที่มีคำสั่งให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลการ เพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน

     ทำให้ ITV ต้องจ่ายค่าปรับกรณีปรับผังรายการที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากสัญญาเดิม และค่าสัมปทานย้อนหลัง ด้วยวงเงินที่สูงถึง 94000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

     ศาลปกครองสูงสุด ได้อ่านคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง โดยเห็นว่าคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดข้อพิพาทอนุญาโตตุลาการ ตามหมายเลขแดงที่ 4/2547 และข้อพิพาทตามหมายเลขดำหมายที่ 29/2545 ที่ให้ สปน.ชดเชยความเสียหายในวงเงิน 20 ล้านบาท

     โดยให้ไอทีวีปรับลดผลประโยชน์ค่าตอบแทนตามสัญญา รวมทั้งปรับลดสัดส่วนการเสนอรายการข่าวและสาระประโยชน์ จากเดิมไม่ร้อยละ 70 ของเวลาออกอากาศทั้งหมด เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

     เพราะเห็นว่าสัญญาร่วมงาน ข้อ 5 วรรค 4 ที่มีการเพิ่มเติมในภายหลัง ไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากไม่ผ่านมติครม. และไอทีวีเป็นฝ่ายเพิ่มเติมเนื้อหาข้อความดังกล่าว หลังไอทีวีได้รับสัมปทาน ซึ่งถือว่าการร้องของไอทีวี ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทาน เป็นการดำเนินการที่ไม่สุจริต

     นอกจากนี้ในคำอุทธรณ์ที่ระบุว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นที่สิ้นสุด ซึ่งตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการที่ได้มีการบัญญัติห้ามมิให้ศาลปกครองกลาง พิจารณาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ แต่มีการบัญญัติตามมาตรา 40 วรรค 3 ของอนุญาโตตุลาการระบุว่า

     ในกรณีคำชี้แจงของอนุญาโตตุลาการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ถือว่าศาลปกครองจะพิจารณาเพิกถอนได้ ซึ่งกรณีดังกล่าว คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ ให้ปรับลดสัดส่วนรายการข่าวและสารประโยชน์จากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

     ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อบริการสาธารณะ

     ศาลปกครองกลางจึงไม่สามารถละละเลยที่จะไม่พิจาณาได้ จึงเห็นว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการอยู่ในเขตอำนาจที่ศาลปกครองกลางที่จะเพิกถอนได้ คำพิพากษาศาลปกครองกลางที่สั่งเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการถือว่าชอบแล้วจึงพิพากษายืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง

     ขณะเดียวกัน หลังคำพิพากษาพนักงานไอทีวีได้ออกแถลงการณ์ยอมรับคำสั่งศาล และยืนยันว่า จะยึดมั่นในวิชาชีพสื่อและจรรยาบรรณอย่างมั่นคงต่อไป

     สำหรับค่าปรับจำนวนเกือบ 1 แสนล้านบาท(รวมค่าปรับ)ที่สปน.บังคับให้ไอทีวีต้องจ่ายฐานผิดสัญญานั้นถือเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ต้องไปต่อสู้กันตามขั้นตอนต่อไป

     โดยก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางได้พิพากษา เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2549 ที่ผ่านมา ให้เพิกถอนคำสั่งของอนุญาโตตุลาการ ที่เคยชี้ขาดให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ลดค่าสัมปทานให้ไอทีวี จากปีละ 1000 ล้านบาท เหลือแค่ปีละ 230 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังให้ สปน.จ่ายค่าชดเชยให้ไอทีวี 20 ล้านบาท

     ดังนั้น ผลคำพิพากษาดังกล่าวส่งผลให้ไอทีวีต้องจ่ายให้ สปน.คือ ปีละ 1000 ล้านบาท และไอทีวีต้องปรับผังรายการให้กลับไปเหมือนเดิม คือ สาระต้อง 70 ส่วนบันเทิงแค่ 30 เท่านั้น และไอทีวียังต้องเสียค่าปรับจากการเปลี่ยนแปลงผังรายการในช่วงที่ผ่านมาให้ สปน.ด้วย โดยต้องเสียค่าปรับ 10% ของค่าสัมปทานในแต่ละปีให้ สปน.คิดเป็นค่าปรับประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท และต่อมาทาง สปน.ได้คำนวณโดยบวกค่าปรับจนถึงขณะนี้รวมแล้วเกือบ 1 แสนล้านบาท

     คำตัดสินของศาลปกครองกลางต่อ กรณีพิพาทระหว่าง สปน.กับ ITV ทำให้ ITV รับรู้ผลขาดทุนทันที โดยจะต้องกลับมาจ่ายค่าสัมปทานตามสัญญาเดิมคือปีละ 1000 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยและส่วนต่างค่าสัมปทานย้อนหลัง ประกอบกับต้องมีการปรับผังรายการโดยออกอากาศรายการที่เป็นสาระไม่ต่ำกว่า 70%

     รวมทั้งต้องจ่ายเบี้ยปรับผิดเงื่อนไขผังรายการ ซึ่งปัจจุบันวิธีการคำนวณคิดค่าปรับ เกิดความเห็นขัดแย้งระหว่าง สปน. และ ITV โดย สปน. คำนวณคิดค่าปรับ 100 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่ ITV เห็นว่าการคิดค่าปรับที่ถูกต้องควรเป็นปีละ 100 ล้านบาท

     คนที่ต้องรับวิบากรรมที่สุดคงไม่พ้นผู้ถือหุ้นใหญ่ อย่าง "เทมาเซก" อย่างแน่นอน ..............................ล้อมกรอบ

     รากเหว้าของปัญหา 

     สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ถือกำเนิดจากดำริของ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ที่ต้องการให้มี สถานีโทรทัศน์เสรี เพื่อการนำเสนอข่าวสารและสาระความรู้สู่ประชาชน โดยเปิดให้เอกชนเช่าสัมปทาน เพื่อให้มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง

     การจัดตั้งโครงการสถานีโทรทัศน์เสรีดังกล่าวนั้น มีสาเหตุมาจาก ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ที่ประชาชนไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสถานีโทรทัศน์ทั้งหมด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ทำให้รัฐสามารถบิดเบือนการนำเสนอข่าวให้เป็นไปตามที่ตนต้องการได้ จึงมีเสียงเรียกร้องให้จัดตั้งสถานีข่าวขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อสำหรับประชาชน

     โดยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ (อังกฤษ: Black May) เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนเคลื่อนไหวประท้วงอำนาจเผด็จการโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ที่นำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดบนท้องถนน และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

     หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2538 สปน.ได้เปิดประมูลสัมปทานการดำเนินงาน สถานีโทรทัศน์เสรี ขึ้น โดย กลุ่มบริษัท สยาม ทีวี แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ซึ่งประกอบไปด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นต้น เป็นผู้ชนะการประมูล และ ได้รับอนุมัติให้ดำเนินงาน โครงการสถานีโทรทัศน์เสรีช่องใหม่ ในระบบ ยูเอชเอฟ (UHF) จาก สปน.

     ต่อมา กลุ่มบริษัท สยาม ทีวี แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ได้ก่อตั้ง บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด (ต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2541) โดยทางบริษัทได้รับสัมปทานจาก สปน. ให้เป็นผู้ดำเนินการมีการลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม

     2538 เป็นระยะเวลา 30 ปี สิ้นสุดวันที่ 3 กรกฎาคม 2568

     นับตั้งแต่ วันที่เริ่มต้นแพร่ภาพ นับว่าไอทีวีเข้ามาสร้างความตื่นตัวให้กับวงการโทรทัศน์ไทย โดยเฉพาะวงการข่าวทางโทรทัศน์มาโดยตลอด เมื่อกลุ่มเนชั่นได้เข้าร่วมถือหุ้นและเป็นผู้ผลิตรายการข่าว

     ต่อมาเมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ขายหุ้นให้กลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น เค้าลางของการเปลี่ยนแปลงในไอทีวีก็เริ่มมีให้เห็น ไม่ว่าจะเป็น การล่าถอยออกจากไอทีวีของกลุ่มเนชั่น กรณีกบฏไอทีวี ตลอดจนทิศทางการนำเสนอข่าว จนในที่สุดเมื่อคณะอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยของขัดแย้งดังกล่าว ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของไอทีวีอย่างสิ้นเชิง เจตนารมณ์ในการนำเสนอข่าวสารด้วยข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและเป็นกลาง ถูกตั้งคำถามจากประชาชนมากขึ้น

     นอกจากนี้ กรณีการขายหุ้นชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็กจากสิงคโปร์ ทำให้ไอทีวีต้องไปซุกอยู่ใต้ปีกของเทมาเส็กด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งทำให้ภาพของไอทีวีในสายตาประชาชนยิ่งดูย่ำแย่มากขึ้นในแง่ของเจตนารมณ์ในการจัดตั้ง

     ในขณะเดียวกัน น้ำหนักของกระแสข่าวว่า มีข้อตกลงจะมีการซื้อคืนหุ้นไอทีวีจากเทมาเส็ก กลับเพิ่มขึ้น เมื่อเกิดความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนหลายรายแสดงความสนใจจะเข้ามาซื้อหุ้นไอทีวี ทั้ง กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือแม้กระทั่งรายล่าสุดคือ นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ โรงพยาบาลปิยะเวท และเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับทีมที่ปรึกษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่างก็แสดงความสนใจซื้อไอทีวี แม้ว่าบางรายอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นตัวแทนให้กับนายทุนบางกลุ่มหรือไม่

     การซื้อหุ้นครั้งนี้ จะต้องเกิดขึ้นภายหลังจากกระบวนการศาลเสร็จสิ้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับสถานภาพของไอทีวีในการคำนวณราคาหุ้น และอาจเลยไปถึง เกิดความพยายามให้ สปน. แก้ไขรายละเอียดสัญญาบางข้อ เพื่อเป็นข้ออ้างให้ไอทีวีสามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่ต้องแบกภาระต้นทุนจ่ายผลตอบแทนปีละ 1 พันล้านบาท ขณะที่ช่องอื่นจ่ายเพียงปีละประมาณ 200 ล้านบาท

     เป็นที่ทราบกันดีว่าไอทีวี (ITV : Independent Television) ก่อตั้งขึ้นก็เพราะผลจากเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ที่ขณะนั้นมีการปิดกั้นสื่ออย่างหนัก แต่ความเป็นสื่อเสรีก็อยู่กับไอทีวีได้ไม่กี่ปี ก็ถูกกลุ่มชินคอร์เปอเรชั่นเข้ามาซื้อหุ้น หลังจากนั้นสังคมก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าไอทีวีเปลี่ยนไป พอข้ามมาปี 2548 ไอทีวีก็เปลี่ยนมืออีกครั้งจากชินคอร์ปมาสู่อ้อมอกของเทมาเส็ก


ที่มา....จากนสพ.ข่าวหุ้นรายวัน

ขอนุยาดเป็นมาดามตัดแปะ อีกคนนะ หวังว่าคงไม่สงวนลิขสิทธิ์ ฮ่าๆๆๆๆ 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-12-2006, 02:18 โดย ดอกฟ้ากับหมาวัด » บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #60 เมื่อ: 16-12-2006, 07:49 »

*** ไม่ยักรู้ว่าไทยโพสต์การเป็นลูกไล่ของ ทักษิณ กับสิงคโปร์ไปแล้ว
(ส่วนคนตัดปะ เป็นที่รู้กันอยุ่แล้ว)
------------

เรื่องไอทีวี ขอ "ทวนน้ำ" สักนิดว่าจริงๆ แล้วผมเห็นใจนักข่าวไอทีวี เพราะผมเห็นว่า
เขาผลิตงานที่มีคุณภาพ คนทำข่าวหลายๆ คนอย่างคุณตวงพร อัศววิไล คุณจอม
เพชรประดับ เป็นคนที่มีจิตวิญญาณ และถ้าดูคุณภาพโดยรวม ไอทีวีก็มีประโยชน์กว่า
ทีวีทุกช่อง อาจจะไล่ๆ กับช่อง 9
---------
แปลกใจ เห็นใจพวกที่ยอมสยบภายใต้พวกนักการเมือง แต่ไม่เห็นใจนักข่าว
ที่มีวิญญาณอิสระ จนโดนไล่ออก


**********
แต่ถ้าจะเรียกร้องกันถึงขั้นให้ไอทีวีออกมาวิจารณ์รัฐบาล นั่นมันอีกมิติหนึ่ง ไม่ใช่ทีวี
ไทยในยุคนี้แน่นอน แล้วถ้าจะเรียกร้องถึงขั้นให้ออกมาวิจารณ์เจ้าของตัวเอง โอ้! สื่อ
ทั้งหมดในประเทศนี้มีทำได้คนเดียวคือ ใบตองแห้งแซวเถ้าแก่เปลว (ฮา) เป็นเถ้าแก่
คนอื่นจะรอดอยู่เรอะ
---------
ถ้าจะให้ยอมรับแบบนี้ ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมือง เข้าไปซื้อสื่อ แล้วก็กลาย
เป็นกระบอกเสียงส่วนตัว แถมหนำซ้ำกลายเป็นที่ยอมรับอย่างนั้นหรือ แล้วไทยโพสต์
ก็เป็นแบบนั้นด้วย??


**********
ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอทวนน้ำยาวๆ อีกทีว่า เรื่องไอทีวี ศาลปกครองตัดสินถูกต้องในประเด็น
อนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจย้อนไปแก้ไขสาระสำคัญของสัญญา (70-30 เป็น 50-50)
ท่านตัดสินถูกต้องแล้วในหลักกฎหมาย เพราะถ้ายอมให้อนุญาโตตุลาการแก้สัญญาได้
สัมปทานรัฐทั้งหลายฉิบหายหมด เพียงเพราะอนุญาโตตุลาเตี้ย 3 คน
---------
เรื่องนี้ต้องดูเบื้องหลัง เพราะคณะอนุฯ มากจาก ฝ่ายรัฐ 1 เอกชน 1 คนกลาง 1 ในเมื่อ
กลุ่มการเมืองเป็นเจ้าของ คนของรัฐจะออกเสียงแบบไหน? จึงได้มีการแก้สัญญา
ที่ฟังดูประหลาดพิกลพิการออกมา แถมยังมีคนสนับสนุนว่าดี ว่างามอีกด้วย


**********
แต่ในภาพรวมของข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่อยู่นอกอำนาจศาลด้วย ต้องบอกว่ามีส่วนหนึ่ง
ที่ไอทีวีถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กองทัพบกในยุค พล.อ.
เชษฐา ฐานะจาโร เป็น ผบ.ทบ. ได้ต่อสัญญาให้ช่อง 7 สีทีวีน้ำเน่าเมื่อปี  2541 ยาว
25 ปี 4,670 ล้านบาท คิดเป็นรายปีเพียงปีละ 230 ล้านบาท
---------
นี่ก็แปลก คนอื่นทำไม่ดี ดังนั้นทุกคนก็ต้องทำไม่ดีเหมือนกัน? ถ้าอ่านข่าวเจอคน
ข่มขืน ดังนั้นทุกคนก็สามารถข่มขืนได้เหมือนกัน? แทนที่จะเจาะลึกเปิดโปง
ให้สารธารณชนทราบ ประโคมให้เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ แต่ไม่ทำ กลับอยาก
จะทำเลวๆ ตามเขาไป นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง


**********
ไอทีวีทำสัญญาเมื่อปี 2538 เสนอผลตอบแทนเริ่มต้นปีละ 300 ล้านบาท ปัจจุบันเพิ่ม
เป็น 1 พันล้านบาท โดยกะว่าหลังจากนั้นช่องอื่นๆ ก็คงต้องทำสัญญาในราคาที่แพงขึ้น
ตามกลไกตลาด
---------
การคาดการผิด เป็นความผิดของใคร ถ้าหากชาวนาปลูกข้าว แล้วก็กะว่าหลังจากผ่านไป
5 ปี ข้าวจะราคาเกวียนละ 10 ล้านบาท แล้วมันไม่เป็นไปตามที่คาด (กลไกการตลาดบ้า
อะไร ที่จะเพิ่มเป็นพันล้านเหมือนกัน ในเมื่อตลาดมันไม่ใช่ตลาดเสรี เป็นผูกขาดอยู่)
ดังนั้นเราจึงต้องให้ข้าวเป็นเกวียนละ 10 ล้านการคาดการหรือ





ขี้เกียจเถียงแล้ว เลอะเทอะเอามากๆ ไม่รู้ว่ารับเงินไปเท่าไหร่ถึงได้เขียนอะไรขี้เท่ออย่างนี้ออกมา
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #61 เมื่อ: 16-12-2006, 08:43 »

เขียนยังกะว่า ทางธ. ไทยพาณิชย์โง่ดักดาน
ปล่อยให้ทางเนชั่นโกงเอาโกงเอา ทั้งๆที่มี
หุ้นมากกว่าหรือ?

เอาไถเข้าไป เอ้ยแถเข้าไป
โง่ไม่โง่ไม่รู้ โกงไม่โกงก็ไม่รู้ แต่ว่ามีแต่หน้ากลุ่มเนชั่นในไอทีวีสมัยโน้นทั้งที่กลุ่มตัวเองก็ไม่ได้ประมูลได้

แถมตอนหลังยังได้บริหารอีก กลุ่มใหญ่ที่สุดสัญญาให้ถือกันไม่เกิน 10% ไม่ใช่เหรอ แล้ว ธ.ไทยพาณิชย์

เป็นนอมินี่ให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ได้เป็นธนาคารเสรีซะหน่อย
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #62 เมื่อ: 16-12-2006, 08:50 »

*** ไม่ยักรู้ว่าไทยโพสต์การเป็นลูกไล่ของ ทักษิณ กับสิงคโปร์ไปแล้ว
(ส่วนคนตัดปะ เป็นที่รู้กันอยุ่แล้ว)
------------

เรื่องไอทีวี ขอ "ทวนน้ำ" สักนิดว่าจริงๆ แล้วผมเห็นใจนักข่าวไอทีวี เพราะผมเห็นว่า
เขาผลิตงานที่มีคุณภาพ คนทำข่าวหลายๆ คนอย่างคุณตวงพร อัศววิไล คุณจอม
เพชรประดับ เป็นคนที่มีจิตวิญญาณ และถ้าดูคุณภาพโดยรวม ไอทีวีก็มีประโยชน์กว่า
ทีวีทุกช่อง อาจจะไล่ๆ กับช่อง 9
---------
แปลกใจ เห็นใจพวกที่ยอมสยบภายใต้พวกนักการเมือง แต่ไม่เห็นใจนักข่าว
ที่มีวิญญาณอิสระ จนโดนไล่ออก

ที่โดนให้ออกไม่ใช่เพราะไปมีวิญญาณอิสระที่ไหน ก็ให้เป็นนักข่าวดันทะลึ่งมาตั้งสหภาพหัดเป็นนักการเมือง

ที่ไหนมีสหภาพเข้มแข็งที่นั่นไม่เจริญ ก็สมควรโดนครับ
บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #63 เมื่อ: 16-12-2006, 11:12 »


เรื่องค่า ปรับ มัน ยังไม่ได้ ตัดสินนะครับ มันก็แค่ ให้ ทำตามสัญญาเดิม ที่ทำไว้กับรัฐ ก็ คือ 70:30 และ เสียสัมปทาน ปี ละ 1000 ล้านบาท ตามสัญญาเดิม แล้วไม่ยุติธรรมตรงใหน

พวกที่แก้ใขสัญญาอย่างมิชอบ สิถึงผิด หรือเค้าเรียกว่าโกงหรือ คอรัปชั่น


แล้วสัญญาควรจะแก้หรือไม่

รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ให้สัมปทาน ITV ในเงื่อนไขธุรกิจที่เสมือนผูกขาด
รัฐบาลชวน เห็นว่าการผูกขาดไม่ดี จึงแปรรูปสื่อรัฐให้เป็นระบบสัมปทานแข่งกับ ITV
คุณชวนทำถูกแล้ว ที่ทำลายการผูกขาด แต่ก็ควรแก้สัญญาให้กับ ITV ด้วย จึงจะยุติธรรม
สัมปทานที่แก้ไข ก็ไม่ได้ให้ประโยชน์ที่เกินควรแก่ ITV เพราะยึดถือสัมปทานของ ช่อง 7 เป็นแบบอย่าง
ช่อง 7 เมื่อแปรรูปแล้ว ได้รับสัมปทานอย่างไร ITV ก็ได้เหมือนกัน

เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ ถ้างั้นควรเปิดการประมูลใหม่สิครับ อยู่ดีๆ ประมูลสัมปทานจากรัฐมาแพงๆ ชนะคนอื่นมา แล้ว มาแก้สัญญาใหม่ มันแฟร์ และ ยุติธรรม เหรอครับ ไม่ใช่ มีคนประมูล คนเดียว ซะเมื่อไหร่

อย่างนี้ ถ้าใครมีอำนาจ ทางการเมือง เล่นประมูล สูงกว่าคนอื่น มากๆ แล้ว ใช้อำนาจ แก้ใขสัญญา เป็นวงจรอุบาท ไปเลยสิครับ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #64 เมื่อ: 16-12-2006, 12:37 »

สำนวนบู๊ลิ้มว่า...ตาข่ายฟ้าถี่ยิบ ไม่มีรูให้เล็ดรอด....เฮอะ ๆ ในที่สุด กรรมก็ตามสนอง 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทเรียนปัญหาไอทีวี

[16 ธ.ค. 49 - 16:32]
 
คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งจะมีผลให้สถานีโทรทัศน์ไอทีวีต้องจ่ายค่าสัมปทานให้แก่รัฐบาลปีละพันล้านบาท และเสียค่าปรับอีกเกือบแสนล้านบาท ทั้งยังจะต้องลดรายการบันเทิงลงเหลือ 30% และเพิ่มรายการสารประโยชน์เป็น 70% เชื่อกันว่าถ้าต้องปฏิบัติตามนี้ ไอทีวีอาจจะไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องหาทางแก้ปัญหาต่อไป

สถานีโทรทัศน์ไอทีวีถูกจัดตั้งขึ้นมา ด้วยความริเริ่มของรัฐบาลอานันท์ ปัน-ยารชุน โดยให้เอกชนร่วมกันลงทุน มุ่งหวังให้ เป็นโทรทัศน์เสรี เน้นการเสนอข่าวและสาร-ประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นอิสระ ตรงไปตรงมา และไม่เป็นกระบอกเสียงของผู้มีอำนาจทางการเมือง เหมือนกับการเสนอข่าวเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 ของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ

แต่เนื่องจากกิจการไอทีวีมีปัญหา ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งจึงขายหุ้นให้แก่บริษัทชินคอร์ป ของครอบครัวอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และในที่สุดชินคอร์ปก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเข้าควบคุมการบริหารเต็มตัว เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือปัญหาการขัดกัน ระหว่างผลประโยชน์ส่วนรวมกับผลประโยชน์ ส่วนตัว ซึ่งเฟื่องฟูมากในระบอบทักษิณ

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ให้สัมปทานไอทีวีแก่เอกชน นายกรัฐมนตรีจึงมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของ รัฐและประชาชน ให้รัฐได้ค่าสัมปทานสูงสุด และประชาชนได้ประโยชน์จากรายการทีวีมากที่สุด แต่เอกชนผู้รับสัมปทาน กลายเป็นบริษัทของครอบครัวตนเอง และเป็นธุรกิจจึงมุ่งกำไรสูงสุด ผลประโยชน์ส่วนรวมกับส่วนตนจึงขัดกัน

ยิ่งกว่านั้น ไอทีวียังเป็นตัวอย่าง ที่ชัดเจนของ “ธุรกิจการเมือง” เป็นการผสมกันระหว่าง “ธุรกิจ” กับ “การเมือง” โดยแท้ แม้เมื่อแรกเข้าไปซื้อหุ้นไอทีวี ผู้บริหารชินคอร์ปจะอ้างว่าไม่ได้มุ่งผลทางการเมือง แต่เป็นการลงทุนทางธุรกิจ แต่เมื่อชินคอร์ปกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นผู้คุมการบริหารไอทีวี ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าไอทีวีเปลี่ยนไป กลายเป็นกระบอกเสียงของนักการเมือง

แม้แต่ “ไอ” ซึ่งเป็นคำย่อจาก Independent ซึ่งหมายถึงอิสรเสรี และคำขวัญ “ทีวีเสรี” ก็ถูกถอดออกไป และไม่มีใครพูดถึง ภายใต้คณะผู้บริหารชุดใหม่ และมีการปรับเปลี่ยนผังรายการ โดยลดสัดส่วนรายการสารประโยชน์ลง จาก 70% เหลือ 50% และเพิ่มรายการบันเทิง จาก 30% เป็น 50% เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ จึงทำให้ไอทีวีต้องเผชิญกับวิบากกรรมอยู่ในขณะนี้

ปัญหาไอทีวีจึงเป็นบทเรียน สำคัญ สำหรับวงการสื่อมวลชน ธุรกิจและการเมืองเชื่อว่าปัญหาจะไม่เกิดขึ้น ถ้าทุกฝ่ายปฏิบัติตามสัญญา และยึดรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นหลัก นั่นก็คือ ถือว่าคลื่นความถี่ในการส่งวิทยุโทรทัศน์ เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ และการจัดสรรคลื่นความถี่จะต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่ใช่ประโยชน์การเมืองหรือธุรกิจ.

 
 http://thairath.co.th/news.php?section=politics01&content=30190
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #65 เมื่อ: 16-12-2006, 19:22 »

กรณีของ ITV นั้นถ้าดูความเป็นมาของการประมูลในปี 2538 ก็สมควรแล้ว เพราะเต็มใจประมูลเข้ามาเอง
แต่เหตุการณ์ปี 2542 นั้น มีผลเสมือนล้างมลทินให้กับการประมูลในปี 2538 และเปลี่ยนความผิดมาอยู่ทางฝ่ายรัฐ

อย่าลืมว่าตอนที่ก่อตั้ง ITV นั้น การประมูลเป็นที่เข้าใจกันโดยพฤตินัยโดยทั่วไปว่า นี่เป็นการประมูลสัมปทานกึ่งผูกขาด
แม้ในเวลานั้นจะมีสื่อรัฐอื่นๆ แต่สถานีเสรีก็มีความผูกขาดในแง่ที่ว่าจะให้มีรายเดียว ดังนั้นราคาย่อมต้องสูงเป็นธรรมดา
พอรัฐบาลชวน หลีกภัย ออก พรบ. แปรรูปช่อง 7 ให้สามารถทำธุรกิจเต็มตัว โดยให้เหตุผลข้อหนึ่งว่าเพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาด
โดยพฤตินัย ควรถือว่ารัฐได้ทำลายสัญญา ที่มีลักษณะเป็นสัญญาประชาคม เพราะไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
และ ITV ก็เริ่มประท้วงรัฐบาล ขอให้แก้สัญญาสัมปทานนับตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

การกระทำของรัฐบาลชวนเพื่อสลายการผูกขาด เป็นเรื่องที่ถูกต้อง และสมควร เป็นประโยชน์แก่สังคม
แต่อีกทาง ก็ควรให้ความเป็นธรรมกับเอกชนที่เข้ามาประมูลโดยคาดหวังว่าจะได้รับสัมปทานแบบผูกขาดด้วย

เรื่องเช่นนี้เคยเกิดมาก่อน
นานมาแล้ว รัฐบาลให้สัมปทานสร้างทางด่วน toll way คร่อมวิภาวดี
เอกชนเข้ามาประมูลโดยคำนวณการจราจรบนวิภาวดีโดยรวมทั้งถนนสายรอบๆที่มาบรรจบกับวิภาวดี
เพิ่งจะสร้างเสร็จ รัฐบาลก็เปิดประมูลทางด่วนขั้นที่สองผ่านงามวงศ์วาน แจ้งวัฒนะ
อนาคตทางด่วน tool way ก็เลย ด้วน เพราะทางด่วนขั้นที่สองแย่งรถไปหลายสิบเปอร์เซนต์
รัฐก็ยอมแก้สัญญา ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องแก้ คือยอมให้ขึ้นราคาจาก 20 บาท เป็น 30 บาท
ทั้งๆที่ตามสัญญา ทางด่วนจะต้องยืนราคา 20 บาท นานกว่านั้นอีกหลายปี
ประชาชนเดือดร้อน แต่ตอนนั้นก็ไม่เห็นใครไปฟ้องว่ารัฐทำผิด

สัญญาที่เขียนโดยรัฐบาล เป็นธรรมชาติที่จะไม่มีเงื่อนไขที่ผูกมัดตนเอง
และเอกชนที่เข้ามาทำสัญญาก็มักจะต้องจำยอม ในมุมหนึ่งเพราะเชื่อถือในคุณธรรมของรัฐ
เมื่อรัฐทำการใดๆ ที่เป็นการทำให้เงื่อนไขต่างไปจากตอนที่เอกชนเข้ามาประมูล
ก็เป็นคุณธรรมของรัฐ ที่จะต้องแก้ไขสัญญาให้เป็นธรรมกับเอกชน

เหตุอันควรที่จะแก้สัญญาให้กับ ITV จึงมีจริง
เพียงแต่เพราะทักษิณเข้ามาซื้อหุ้นใหญ่ และขายต่อให้เทมาเสก ความยุติธรรม จึงถูกมองข้าม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-12-2006, 19:36 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #66 เมื่อ: 16-12-2006, 19:33 »

การจะแก้สัมปทาน ในทางเทคนิค ต้องแก้ที่สัญญาก่อน
เนื่องมาจากเป็นธรรมชาติที่รัฐบาลจะไม่เขียนสัญญาให้ผูกมัดตัวเอง
จึงต้องแก้สัญญาข้อ 5 วรรค 4 ให้บ่งบอกถึงความเป็นสัมปทานผูกขาด(ซึ่งเป็นเรื่องจริง)
พอแก้ข้อนี้แล้ว ก็ถือว่ารัฐผิดสัญญา ไปทำลายเงื่อนไขความผูกขาด
เป็นเหตุให้ ITV ควรได้รับการแก้ไข โดยตั้งอนุญาโตตุลาการมาตัดสิน

แล้วเรื่องก็เป็นไปตามที่ทราบ
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #67 เมื่อ: 16-12-2006, 22:34 »

*** ไม่ยักรู้ว่าไทยโพสต์การเป็นลูกไล่ของ ทักษิณ กับสิงคโปร์ไปแล้ว
(ส่วนคนตัดปะ เป็นที่รู้กันอยุ่แล้ว)
------------

เรื่องไอทีวี ขอ "ทวนน้ำ" สักนิดว่าจริงๆ แล้วผมเห็นใจนักข่าวไอทีวี เพราะผมเห็นว่า
เขาผลิตงานที่มีคุณภาพ คนทำข่าวหลายๆ คนอย่างคุณตวงพร อัศววิไล คุณจอม
เพชรประดับ เป็นคนที่มีจิตวิญญาณ และถ้าดูคุณภาพโดยรวม ไอทีวีก็มีประโยชน์กว่า
ทีวีทุกช่อง อาจจะไล่ๆ กับช่อง 9
---------
แปลกใจ เห็นใจพวกที่ยอมสยบภายใต้พวกนักการเมือง แต่ไม่เห็นใจนักข่าว
ที่มีวิญญาณอิสระ จนโดนไล่ออก


**********
แต่ถ้าจะเรียกร้องกันถึงขั้นให้ไอทีวีออกมาวิจารณ์รัฐบาล นั่นมันอีกมิติหนึ่ง ไม่ใช่ทีวี
ไทยในยุคนี้แน่นอน แล้วถ้าจะเรียกร้องถึงขั้นให้ออกมาวิจารณ์เจ้าของตัวเอง โอ้! สื่อ
ทั้งหมดในประเทศนี้มีทำได้คนเดียวคือ ใบตองแห้งแซวเถ้าแก่เปลว (ฮา) เป็นเถ้าแก่
คนอื่นจะรอดอยู่เรอะ
---------
ถ้าจะให้ยอมรับแบบนี้ ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมือง เข้าไปซื้อสื่อ แล้วก็กลาย
เป็นกระบอกเสียงส่วนตัว แถมหนำซ้ำกลายเป็นที่ยอมรับอย่างนั้นหรือ แล้วไทยโพสต์
ก็เป็นแบบนั้นด้วย??


**********
ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอทวนน้ำยาวๆ อีกทีว่า เรื่องไอทีวี ศาลปกครองตัดสินถูกต้องในประเด็น
อนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจย้อนไปแก้ไขสาระสำคัญของสัญญา (70-30 เป็น 50-50)
ท่านตัดสินถูกต้องแล้วในหลักกฎหมาย เพราะถ้ายอมให้อนุญาโตตุลาการแก้สัญญาได้
สัมปทานรัฐทั้งหลายฉิบหายหมด เพียงเพราะอนุญาโตตุลาเตี้ย 3 คน
---------
เรื่องนี้ต้องดูเบื้องหลัง เพราะคณะอนุฯ มากจาก ฝ่ายรัฐ 1 เอกชน 1 คนกลาง 1 ในเมื่อ
กลุ่มการเมืองเป็นเจ้าของ คนของรัฐจะออกเสียงแบบไหน? จึงได้มีการแก้สัญญา
ที่ฟังดูประหลาดพิกลพิการออกมา แถมยังมีคนสนับสนุนว่าดี ว่างามอีกด้วย


**********
แต่ในภาพรวมของข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่อยู่นอกอำนาจศาลด้วย ต้องบอกว่ามีส่วนหนึ่ง
ที่ไอทีวีถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กองทัพบกในยุค พล.อ.
เชษฐา ฐานะจาโร เป็น ผบ.ทบ. ได้ต่อสัญญาให้ช่อง 7 สีทีวีน้ำเน่าเมื่อปี  2541 ยาว
25 ปี 4,670 ล้านบาท คิดเป็นรายปีเพียงปีละ 230 ล้านบาท
---------
นี่ก็แปลก คนอื่นทำไม่ดี ดังนั้นทุกคนก็ต้องทำไม่ดีเหมือนกัน? ถ้าอ่านข่าวเจอคน
ข่มขืน ดังนั้นทุกคนก็สามารถข่มขืนได้เหมือนกัน? แทนที่จะเจาะลึกเปิดโปง
ให้สารธารณชนทราบ ประโคมให้เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ แต่ไม่ทำ กลับอยาก
จะทำเลวๆ ตามเขาไป นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง


**********
ไอทีวีทำสัญญาเมื่อปี 2538 เสนอผลตอบแทนเริ่มต้นปีละ 300 ล้านบาท ปัจจุบันเพิ่ม
เป็น 1 พันล้านบาท โดยกะว่าหลังจากนั้นช่องอื่นๆ ก็คงต้องทำสัญญาในราคาที่แพงขึ้น
ตามกลไกตลาด
---------
การคาดการผิด เป็นความผิดของใคร ถ้าหากชาวนาปลูกข้าว แล้วก็กะว่าหลังจากผ่านไป
5 ปี ข้าวจะราคาเกวียนละ 10 ล้านบาท แล้วมันไม่เป็นไปตามที่คาด (กลไกการตลาดบ้า
อะไร ที่จะเพิ่มเป็นพันล้านเหมือนกัน ในเมื่อตลาดมันไม่ใช่ตลาดเสรี เป็นผูกขาดอยู่)
ดังนั้นเราจึงต้องให้ข้าวเป็นเกวียนละ 10 ล้านการคาดการหรือ


ขี้เกียจเถียงแล้ว เลอะเทอะเอามากๆ ไม่รู้ว่ารับเงินไปเท่าไหร่ถึงได้เขียนอะไรขี้เท่ออย่างนี้ออกมา

ใครไม่รุมถล่มทักษิณ ก็เป็นคนเลวหรือรับเงินมา
ส่วนใครที่ตั้งหน้าตั้งตาทำก็เป็นเทวดางั้นหรือ?
บทความนี่ก็เพียงแต่บอกว่า อย่าได้เลือกปฏิบัติกับไอทีวี
เพียงเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับทักษิณ
แล้วทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับเรื่องไม่ชอบมาพากลที่คนอื่นทำ

อคติกันเข้าไป
ความยุติธรรมในหัวใจมันหายไปแล้วกับการใช้อารมณ์เหนือเหตุผล
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 17-12-2006, 06:01 »

ทำไมไม่ลองตามเรื่องดูล่ะ การตัดสินของอนุญาโตตุลาการ เกิดขึ้นในสมัยทักษิณหรือไม่

เค้าใส่ร้ายจริงหรือเปล่า ศาลปกครองตัดสินให้คำตัดสินของอนุญาโตเป็นโมฆะ ก็ต้องกลับไปใช้สัญญาเดิมก็เท่านั้น

หากจะบอกว่า ไม่เกี่ยวกับทักษิณ ลองค้นดูนะครับ คำตัดสินของอนุญาโตฯ ออกมาในสมัยใด
บันทึกการเข้า

คนเจียงใหม่
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 297


« ตอบ #69 เมื่อ: 17-12-2006, 06:57 »

 Coolแล้วอนุญาโตตุลาการ (เตี้ย)ที่ตัดสินผิดพลาด
หรือชี้ขาดผิดพลาด ไม่มีความผิดเหรอ
น่าจะเอาอนุญาตุลาเตี้ยชุดนี้มา ส่องกล้องดูหน่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-12-2006, 19:03 โดย คนเจียงใหม่ » บันทึกการเข้า
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #70 เมื่อ: 17-12-2006, 15:52 »

ปัญญาอ่อน
ศาล ปค.สส. ก็ตัดสินมาแล้ว

ถ้า ITV ถูก ศาลก็ให้ถูกไปแล้ว

พูดตรงๆ มันโง่เอง คิดว่าตัวเองใหญ่ซะคับฟ้า ก็เลยทำอะไร ข้ามขั้นตอนไป เพื่อความไวในการแสวงหากำไร

เอาเท่าที่อ่าน ถ้าไอ้แม้วเชี่ย มันเอาเข้ามติ จัดการอะไรให้เรียบร้อย 

ก็จบแหละ
------------------------------------------------------
ว่าแต่ไม่มีใครพูดเรื่อง ที่ ITV มันขอเพิ่มข้อความในสัญญา แล้วรัฐเสียประโยชน์เลยว่ะ หรือว่ามาแค่เช่าอยู่ประัเทศนี้กัน

รัฐเสียประโยชน์ไม่ออกมาโวย ซักตัว แต่พอ ITV เสียประโยชน์ ออกมาร้องกันยังกะ แม่ตาย

--------------------------------------------------------
เอกชนรายอื่นๆ ไม่เห็นมีปัญหาอย่างนี้ เพราะเขาทำตามระบบ แบบถูกไม่ซิกแซก ยึกยัก แบบ ITV

กรรม มันเกิดจากการกระทำ ทั้งนั้น
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #71 เมื่อ: 17-12-2006, 17:16 »

....

ใครไม่รุมถล่มทักษิณ ก็เป็นคนเลวหรือรับเงินมา
ส่วนใครที่ตั้งหน้าตั้งตาทำก็เป็นเทวดางั้นหรือ?
บทความนี่ก็เพียงแต่บอกว่า อย่าได้เลือกปฏิบัติกับไอทีวี
เพียงเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับทักษิณ
แล้วทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับเรื่องไม่ชอบมาพากลที่คนอื่นทำ

อคติกันเข้าไป
ความยุติธรรมในหัวใจมันหายไปแล้วกับการใช้อารมณ์เหนือเหตุผล

คิดได้แค่นี้เองหรือ ? แล้วจะมาอวดโอ่เป็นผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยได้อย่างไร ? ก็แค่แสดงอาการพร่ำเพ้อ คลุ้มคลั่ง ให้คนเห็น
เรื่องแค่นี้ยังเสแสร้งไม่เข้าใจ ?  พฤติกรรมเหมือนนายหน้าเหลี่ยมที่อ้างว่าเกลียดเสียด้วย หุหุ
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
banana_dot
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 187



« ตอบ #72 เมื่อ: 17-12-2006, 17:59 »

ผู้บริหารไอทีวีเบียดบังเอาเงินค่าสัมปทาน มาเพิ่มราคาหุ้น แล้วก็แจกจ่ายเป็นโบนัสพนักงาน...
ทำไมตอนนั้นพนักงานไม่คิดที่จะ ประท้วงว่าตนไม่ยอมรับเงิน ที่โกงประชาชนมา....แต่ตอนนี้
ทำไมเรียกหาความชอบธรรม ถามหน่อยเหอะ...ว่าใช่ที่เขาว่าเห็นแก่ตัวหรือป่าว...
บันทึกการเข้า

-"ภาพแห่งความทรงจำ แม้จะเลือนรางไปตามการเวลา หากแต่เป็นเรื่องที่มีคุณค่าทางจิตใจ ย่อมจะย้อนกลับมาทำให้มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงเสมอ "
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #73 เมื่อ: 18-12-2006, 08:42 »

เวรกรรม ศาลตัดสินแล้วยังบอกเลือกปฏิบัติกันอีก ผิดก็ว่าไปถามผิดสิครับ ขนาดศาลตัดสิน คนรักทักษิณยังเถียงแทน แล้วเมื่อไหร่ มันจะสามัคคีกันได้

เอาสมบัติชาติ เอาสัมปทานของชาติ มาหาประโยชน์กันทั้งนั้น ยังเถียงแทนเอกชนที่ทำผิดสัญญาอีก เรื่องนี้ น่าจะโทษทักษิณ กับ อนุญาโตหรือเตี้ยนั่นนะครับ อยากได้ประโยชน์กับสมบัติของชาติกันจนออกนอกหน้าเลย

ทำอะไรที่ถูกที่ควร มันไม่ถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายกันง่ายๆ หรอกครับ และ เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องฟ้องร้องกันมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเกิด วันนี้ พรุ่งนี้ตัดสิน จะดูอะไรควรมองย้อนกลับไปซักหน่อย ไม่ใช่อะไรที่มันเกี่ยวกับทักษิณนิดหน่อย แล้วมันผิด จะบอกเป็นการกลั่นแกล้ง ไม่คิดว่ามันผิดจริงๆ บ้างเลยหรือไง
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #74 เมื่อ: 18-12-2006, 09:01 »

เวรกรรม ศาลตัดสินแล้วยังบอกเลือกปฏิบัติกันอีก ผิดก็ว่าไปถามผิดสิครับ ขนาดศาลตัดสิน คนรักทักษิณยังเถียงแทน แล้วเมื่อไหร่ มันจะสามัคคีกันได้

เอาสมบัติชาติ เอาสัมปทานของชาติ มาหาประโยชน์กันทั้งนั้น ยังเถียงแทนเอกชนที่ทำผิดสัญญาอีก เรื่องนี้ น่าจะโทษทักษิณ กับ อนุญาโตหรือเตี้ยนั่นนะครับ อยากได้ประโยชน์กับสมบัติของชาติกันจนออกนอกหน้าเลย

ทำอะไรที่ถูกที่ควร มันไม่ถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายกันง่ายๆ หรอกครับ และ เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องฟ้องร้องกันมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเกิด วันนี้ พรุ่งนี้ตัดสิน จะดูอะไรควรมองย้อนกลับไปซักหน่อย ไม่ใช่อะไรที่มันเกี่ยวกับทักษิณนิดหน่อย แล้วมันผิด จะบอกเป็นการกลั่นแกล้ง ไม่คิดว่ามันผิดจริงๆ บ้างเลยหรือไง

กระทู้ตั้งยาวไม่ได้อ่านคำตัดสินเลยเหรอว่าอะไรผิด
บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #75 เมื่อ: 18-12-2006, 09:23 »

เวรกรรม ศาลตัดสินแล้วยังบอกเลือกปฏิบัติกันอีก ผิดก็ว่าไปถามผิดสิครับ ขนาดศาลตัดสิน คนรักทักษิณยังเถียงแทน แล้วเมื่อไหร่ มันจะสามัคคีกันได้

เอาสมบัติชาติ เอาสัมปทานของชาติ มาหาประโยชน์กันทั้งนั้น ยังเถียงแทนเอกชนที่ทำผิดสัญญาอีก เรื่องนี้ น่าจะโทษทักษิณ กับ อนุญาโตหรือเตี้ยนั่นนะครับ อยากได้ประโยชน์กับสมบัติของชาติกันจนออกนอกหน้าเลย

ทำอะไรที่ถูกที่ควร มันไม่ถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายกันง่ายๆ หรอกครับ และ เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องฟ้องร้องกันมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเกิด วันนี้ พรุ่งนี้ตัดสิน จะดูอะไรควรมองย้อนกลับไปซักหน่อย ไม่ใช่อะไรที่มันเกี่ยวกับทักษิณนิดหน่อย แล้วมันผิด จะบอกเป็นการกลั่นแกล้ง ไม่คิดว่ามันผิดจริงๆ บ้างเลยหรือไง

กระทู้ตั้งยาวไม่ได้อ่านคำตัดสินเลยเหรอว่าอะไรผิด

แล้วชอบแถ คิดว่า ว่าผมคิดว่าอะไรผิดหล่ะ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #76 เมื่อ: 18-12-2006, 09:33 »

กรณี DTAC และ True ขอเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมประทาน....รัฐบาลชุดนี้บอกOK

แต่กรณีสัญญาไม่เป็นธรรมของไอทีวี...รัฐบาลชุดนี้จะว่าจั๋งได๋!?!



ขอดูมาตรฐานเค้าหน่อยจิ๊!! Rolling Eyes
บันทึกการเข้า
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #77 เมื่อ: 18-12-2006, 10:28 »

กรณี DTAC และ True ขอเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมประทาน....รัฐบาลชุดนี้บอกOK

แต่กรณีสัญญาไม่เป็นธรรมของไอทีวี...รัฐบาลชุดนี้จะว่าจั๋งได๋!?!



ขอดูมาตรฐานเค้าหน่อยจิ๊!! Rolling Eyes

อันนี้ไม่ต้องห่วงครับรอเรื่องใกล้ตัวนายกเคลีย ให้ตอบข้อข้องใจคลื่นใต้น้ำแล้วโดนกันหมดแ่น่

อย่าง DT ก็เอาผลประโยชน์จากการขอเปลี่ยนแปลงสัญญาเหมือนๆ AIS แล้วขายทิ้งให้ต่างชาติ

เพราะรู้ว่าบริหารมือถือ มันถึงเวลาเพิ่มทุนเพราะเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเยอะ

คนได้ประโยชน์คือเจ้าของเก่าทั้งคู่ ทำสัญญาให้ดูดี ใครซื้อไปก็หุ้นร่วมทันทีไม่เห็นหรืออย่างไร

สองเจ้านี้ซี้กันที่ ธรรมกาย รู้มั่งป่าว



เรียกร้องบ่อยๆแล้วกันจะได้ไม่ลืม
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #78 เมื่อ: 18-12-2006, 10:30 »

กรณี DTAC และ True ขอเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมประทาน....รัฐบาลชุดนี้บอกOK

แต่กรณีสัญญาไม่เป็นธรรมของไอทีวี...รัฐบาลชุดนี้จะว่าจั๋งได๋!?!



ขอดูมาตรฐานเค้าหน่อยจิ๊!! Rolling Eyes

อันนี้ไม่ต้องห่วงครับรอเรื่องใกล้ตัวนายกเคลีย ให้ตอบข้อข้องใจคลื่นใต้น้ำแล้วโดนกันหมดแ่น่

อย่าง DT ก็เอาผลประโยชน์จากการขอเปลี่ยนแปลงสัญญาเหมือนๆ AIS แล้วขายทิ้งให้ต่างชาติ

เพราะรู้ว่าบริหารมือถือ มันถึงเวลาเพิ่มทุนเพราะเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเยอะ

คนได้ประโยชน์คือเจ้าของเก่าทั้งคู่ ทำสัญญาให้ดูดี ใครซื้อไปก็หุ้นร่วมทันทีไม่เห็นหรืออย่างไร

สองเจ้านี้ซี้กันที่ ธรรมกาย รู้มั่งป่าว



เรียกร้องบ่อยๆแล้วกันจะได้ไม่ลืม

แล้วตอนแก้ไข เอาเข้า ครม หรือเปล่า ??????
บันทึกการเข้า
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #79 เมื่อ: 18-12-2006, 10:55 »

 

 อันนี้ทางดำเนินการไม่ได้กระโดดข้าม แบบ ITV ครับ

แต่ว่าที่เห็นๆคือ มีการจับเรื่อง % หุ้นต่างชาติเกินไปแล้ว

และคาดว่าจะมีการเล่นเรื่องนโยบายฉ้อฉลอีกทีครับ   


แค่นี้ก็อ่วมแล้วครับปีหน้ามีค่า IC อีก

ถ้าจำไม่ผิดเรื่องเทมาเสกขาดทุนหุ้น 3 หมื่นล้านนั่นแหละครับ

เพราะโดนหลอกขายโดยแท้
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: